๓. เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๑๘. เตน สมเยนาติ เภสชฺชสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อตฺโถ, ภนฺเตติ ราชา ภิกฺขู อุยฺยุตฺตปฺปยุตฺเต เถรสฺส เลณตฺถาย ปพฺภารํ โสเธนฺเต ทิสฺวา อารามิกํ ทาตุกาโม ปุจฺฉิ.

๖๑๙-๒๑. ปาฏิเยกฺโกติ วิสุํ เอโก. มาลากิเตติ กตมาเล มาลาธเร, กุสุมมาลาปฏิมณฺฑิเตติ อตฺโถ. ติณณฺฑุปกนฺติ ติณจุมฺพฏกํ. ปฏิมุญฺจีติ ฐเปสิ. สา อโหสิ สุวณฺณมาลาติ ทาริกาย สีเส ฐปิตมตฺตาเยว เถรสฺส อธิฏฺฐานวเสน สุวณฺณปทุมมาลา อโหสิ. ตญฺหิ ติณณฺฑุปกํ สีเส ฐปิตมตฺตเมว ‘‘สุวณฺณมาลา โหตู’’ติ เถโร อธิฏฺฐาสิ. ทุติยมฺปิ โข…เป…. เตนุปสงฺกมีติ ทุติยทิวเสเยว อุปสงฺกมิ.

สุวณฺณนฺติ อธิมุจฺจีติ ‘‘โสวณฺณมโย โหตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. ปญฺจนฺนํ เภสชฺชานนฺติ สปฺปิอาทีนํ. พาหุลิกาติ ปจฺจยพาหุลิกตาย ปฏิปนฺนา. โกลมฺเพปิ ฆเฏปีติเอตฺถ โกลมฺพา นาม มหามุขจาฏิโย วุจฺจนฺติ. โอลีนวิลีนานีติ เหฏฺฐา จ อุภโตปสฺเสสุ จ คฬิตานิ. โอกิณฺณวิกิณฺณาติ สปฺปิอาทีนํ คนฺเธน ภูมึ ขนนฺเตหิ โอกิณฺณา, ภิตฺติโย ขนนฺเตหิ อุปริ สญฺจรนฺเตหิ จ วิกิณฺณา. อนฺโตโกฏฺฐาคาริกาติ อพฺภนฺตเร สํวิหิตโกฏฺฐาคารา.

๖๒๒. ปฏิสายนียานีติ ปฏิสายิตพฺพานิ, ปริภุญฺชิตพฺพานีติ อตฺโถ. เภสชฺชานีติ เภสชฺชกิจฺจํ กโรนฺตุ วา มา วา, เอวํ ลทฺธโวหารานิ. ‘‘โคสปฺปี’’ติอาทีหิ โลเก ปากฏํ ทสฺเสตฺวา ‘‘เยสํ มํสํ กปฺปตี’’ติ อิมินา อญฺเญสมฺปิ มิคโรหิตสสาทีนํ สปฺปึ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสสิ. เยสญฺหิ ขีรํ อตฺถิ, สปฺปิปิ เตสํ อตฺถิเยว, ตํ ปน สุลภํ วา โหตุ ทุลฺลภํ วา, อสมฺโมหตฺถํ วุตฺตํ. เอวํ นวนีตมฺปิ.

สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานีติ สนฺนิธึ กตฺวา นิทหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพานิ. กถํ? ปาฬิยา อาคตสปฺปิอาทีสุ สปฺปิ ตาว ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ตทหุปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ นิรามิสมฺปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ. สตฺตาหาติกฺกเม สเจ เอกภาชเน ฐปิตํ, เอกํ นิสฺสคฺคิยํ. สเจ พหูสุ วตฺถุคณนาย นิสฺสคฺคิยานิ, ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา อุคฺคหิตกํ กตฺวา นิกฺขิตฺตํ อชฺโฌหริตุํ น วฏฺฏติ; อพฺภญฺชนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ, อนชฺโฌหรณียตํ อาปนฺนตฺตา. ‘‘ปฏิสายนียานี’’ติ หิ วุตฺตํ. สเจ อนุปสมฺปนฺโน ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตนวนีเตน สปฺปึ กตฺวา เทติ, ปุเรภตฺตํ สามิสํ วฏฺฏติ. สเจ สยํ กโรติ, สตฺตาหมฺปิ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตนวนีเตน ปน เยน เกนจิ กตสปฺปิ สตฺตาหมฺปิ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. อุคฺคหิตเกน กเต ปุพฺเพ วุตฺตสุทฺธสปฺปินเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.

ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตขีเรน วา ทธินา วา กตสปฺปิ อนุปสมฺปนฺเนน กตํ สามิสมฺปิ ตทหุปุเรภตฺตํ วฏฺฏติ. สยํกตํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. นวนีตํ ตาเปนฺตสฺส หิ สามํปาโก น โหติ, สามํปกฺเกน ปน เตน สทฺธึ อามิสํ น วฏฺฏติ. ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย จ น วฏฺฏติเยว. สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ, สวตฺถุกสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา, ‘‘ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา’’ติ หิ วุตฺตํ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิเตหิ กตํ ปน อพฺภญฺชนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. ปุเรภตฺตมฺปิ จ อุคฺคหิตเกหิ กตํ อุภเยสมฺปิ สตฺตาหาติกฺกเม อนาปตฺติ. เอเสว นโย อกปฺปิยมํสสปฺปิมฺหิ. อยํ ปน วิเสโส – ยตฺถ ปาฬิยํ อาคตสปฺปินา นิสฺสคฺคิยํ, ตตฺถ อิมินา ทุกฺกฏํ. อนฺธกฏฺฐกถายํ การณปติรูปกํ วตฺวา มนุสฺสสปฺปิ จ นวนีตญฺจ ปฏิกฺขิตฺตํ, ตํ ทุปฺปฏิกฺขิตฺตํ, สพฺพอฏฺฐกถาสุ อนุญฺญาตตฺตา. ปรโต จสฺส วินิจฺฉโยปิ อาคจฺฉิสฺสติ.

ปาฬิยํ อาคตํ นวนีตมฺปิ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ตทหุปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย นิรามิสเมว. สตฺตาหาติกฺกเม นานาภาชเนสุ ฐปิเต ภาชนคณนาย เอกภาชเนปิ อมิสฺเสตฺวา ปิณฺฑปิณฺฑวเสน ฐปิเต ปิณฺฑคณนาย นิสฺสคฺคิยานิ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ สปฺปินเยเนว เวทิตพฺพํ. เอตฺถ ปน ทธิคุฬิกาโยปิ ตกฺกพินฺทูนิปิ โหนฺติ, ตสฺมา ตํ โธตํ วฏฺฏตีติ อุปฑฺฒตฺเถรา อาหํสุ. มหาสีวตฺเถโร ปน ‘‘ภควตา อนุญฺญาตกาลโต ปฏฺฐาย ตกฺกโต อุทฺธฏมตฺตเมว ขาทึสู’’ติ อาห. ตสฺมา นวนีตํ ปริภุญฺชนฺเตน โธวิตฺวา ทธิตกฺกมกฺขิกากิปิลฺลิกาทีนิ อปเนตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. ปจิตฺวา สปฺปึ กตฺวา ปริภุญฺชิตุกาเมน อโธตมฺปิ ปจิตุํ วฏฺฏติ. ยํ ตตฺถ ทธิคตํ วา ตกฺกคตํ วา ตํ ขยํ คมิสฺสติ, เอตฺตาวตา หิ สวตฺถุกปฏิคฺคหิตํ นาม น โหตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. อามิเสน สทฺธึ ปกฺกตฺตา ปน ตสฺมิมฺปิ กุกฺกุจฺจายนฺติ กุกฺกุจฺจกา. อิทานิ อุคฺคเหตฺวา ฐปิตนวนีเต จ ปุเรภตฺตํ ขีรทธีนิ ปฏิคฺคเหตฺวา กตนวนีเต จ ปจฺฉาภตฺตํ ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา กตนวนีเต จ อุคฺคหิเตหิ กตนววีเต จ อกปฺปิยมํสนวนีเต จ สพฺโพ อาปตฺตานาปตฺติปริโภคาปริโภคนโย สปฺปิมฺหิ วุตฺตกฺกเมเนว คเหตพฺโพ.

เตลภิกฺขาย ปวิฏฺฐานํ ปน ภิกฺขูนํ ตตฺเถว สปฺปิมฺปิ นวนีตมฺปิ ปกฺกเตลมฺปิ อปกฺกเตลมฺปิ อากิรนฺติ, ตตฺถ ตกฺกทธิพินฺทูนิปิ ภตฺตสิตฺถานิปิ ตณฺฑุลกณาปิ มกฺขิกาทโยปิ โหนฺติ. อาทิจฺจปากํ กตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา คหิตํ สตฺตาหกาลิกํ โหติ, ปฏิคฺคเหตฺวา ฐปิตเภสชฺเชหิ สทฺธึ ปจิตฺวา นตฺถุปานมฺปิ กาตุํ วฏฺฏติ. สเจ วทฺทลิสมเย ลชฺชิ สามเณโร ยถา ตตฺถ ปติตตณฺฑุลกณาทโย น ปจฺจนฺติ, เอวํ สามิสปากํ โมเจนฺโต อคฺคิมฺหิ วิลียาเปตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา ปุน ปจิตฺวา เทติ, ปุริมนเยเนว สตฺตาหํ วฏฺฏติ.

เตเลสุ ติลเตลํ ตาว ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย นิรามิสเมว. สตฺตาหาติกฺกเม ปนสฺส ภาชนคณนาย นิสฺสคฺคิยภาโว เวทิตพฺโพ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. อุคฺคหิตกํ กตฺวา นิกฺขิตฺตํ อชฺโฌหริตุํ น วฏฺฏติ, สีสมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ปุเรภตฺตํ ติเล ปฏิคฺคเหตฺวา กตเตลํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย อนชฺโฌหรณียํ โหติ, สีสมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ปจฺฉาภตฺตํ ติเล ปฏิคฺคเหตฺวา กตเตลํ อนชฺโฌหรณียเมว, สวตฺถุกปฏิคฺคหิตตฺตา, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ, สีสมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา อุคฺคหิตกติเลหิ กตเตเลปิ เอเสว นโย.

ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตกติเล ภชฺชิตฺวา วา ติลปิฏฺฐํ วา เสเทตฺวา อุโณฺหทเกน วา เตเมตฺวา กตเตลํ สเจ อนุปสมฺปนฺเนน กตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ. อตฺตนา กตเตลํ ปน นิพฺพฏฺฏิตตฺตา ปุเรภตฺตํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. สามํปกฺกตฺตา สามิสํ น วฏฺฏติ, สวตฺถุกปฏิคฺคหิตตฺตา ปน ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย อุภยมฺปิ อนชฺโฌหรณียํ, สีสมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ยทิ ปน อปฺปํ อุโณฺหทกํ โหติ อพฺภุกฺกิรณมตฺตํ, อพฺโพหาริกํ โหติ, สามปากคณนํ น คจฺฉติ. สาสปเตลาทีสุปิ อวตฺถุกปฏิคฺคหิเตสุ อวตฺถุกติลเตเล วุตฺตสทิโสว วินิจฺฉโย.

สเจ ปน ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตานํ สาสปาทีนํ จุณฺเณหิ อาทิจฺจปาเกน สกฺกา เตลํ กาตุํ, ตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย นิรามิสเมว, สตฺตาหาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ. ยสฺมา ปน สาสปมธุกจุณฺณาทีนิ เสเทตฺวา เอรณฺฑกฏฺฐีนิ จ ภชฺชิตฺวา เอว เตลํ กโรนฺติ, ตสฺมา เตสํ เตลํ อนุปสมฺปนฺเนหิ กตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ. วตฺถูนํ ยาวชีวิกตฺตา ปน สวตฺถุกปฏิคฺคหเณ โทโส นตฺถีติ. อตฺตนา กตํ สตฺตาหํ นิรามิสปริโภเคเนว ปริภุญฺชิตพฺพํ. อุคฺคหิตเกหิ กตํ อนชฺโฌหรณียํ พาหิรปริโภเค วฏฺฏติ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ.

เตลกรณตฺถาย สาสปมธุกเอรณฺฑกฏฺฐีนิ วา ปฏิคฺคเหตฺวา กตํ เตลํ สตฺตาหกาลิกํ. ทุติยทิวเส กตํ ฉาหํ วฏฺฏติ. ตติยทิวเส กตํ ปญฺจาหํ วฏฺฏติ. จตุตฺถ-ปญฺจม-ฉฏฺฐสตฺตามทิวเส กตํ ตทเหว วฏฺฏติ. สเจ ยาว อรุณสฺส อุคฺคมนา ติฏฺฐติ, นิสฺสคฺคิยํ. อฏฺฐเม ทิวเส กตํ อนชฺโฌหรณียํ. อนิสฺสคฺคิยตฺตา ปน พาหิรปริโภเค วฏฺฏติ. สเจปิ น กโรติ, เตลตฺถาย คหิตสาสปาทีนํ สตฺตาหาติกฺกมเน ทุกฺกฏเมว. ปาฬิยํ ปน อนาคตานิ อญฺญานิปิ นาฬิเกรนิมฺพโกสมฺพกกรมนฺทอตสีอาทีนํ เตลานิ อตฺถิ, ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหํ อติกฺกามยโต ทุกฺกฏํ โหติ. อยเมเตสุ วิเสโส. เสสํ ยาวกาลิกวตฺถุํ ยาวชีวิกวตฺถุญฺจ สลฺลกฺเขตฺวา สามํปากสวตฺถุกปุเรภตฺตปจฺฉาภตฺตปฏิคฺคหิตอุคฺคหิตกวตฺถุวิธานํ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๖๒๓. วสาเตลนฺติ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสานิ เภสชฺชานิ, อจฺฉวสํ, มจฺฉวสํ, สุสุกาวสํ, สูกรวสํ, คทฺรภวส’’นฺติ (มหาว. ๒๖๒) เอวํ อนุญฺญาตวสานํ เตลํ. เอตฺถ จ ‘‘อจฺฉวส’’นฺติ วจเนน ฐเปตฺวา มนุสฺสวสํ สพฺเพสํ อกปฺปิยมํสาน วสา อนุญฺญาตา. มจฺฉคฺคหเณน จ สุสุกาปิ คหิตา โหนฺติ, วาฬมจฺฉตฺตา ปน วิสุํ วุตฺตํ. มจฺฉาทิคฺคหเณน เจตฺถ สพฺเพสมฺปิ กปฺปิยมํสานํ วสา อนุญฺญาตา. มํเสสุ หิ ทสมนอุสฺส-หตฺถิ-อสฺส-สุนข-อหิ-สีห-พฺยคฺฆ-ทีปิ-อจฺฉ-ตรจฺฉานํ มํสานิ อกปฺปิยานิ. วสาสุ เอกา มนุสฺสวสาว. ขีราทีสุ อกปฺปิยํ นาม นตฺถิ.

อนุปสมฺปนฺเนหิ กตนิพฺพฏฺฏิตวสาเตลํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ. ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ยํ ปน ตตฺถ สุขุมรชสทิสํ มํสํ วา นฺหารุ วา อฏฺฐิ วา โลหิตํ วา โหติ, ตํ อพฺโพหาริกํ. สเจ ปน วสํ ปฏิคฺคเหตฺวา สยํ กโรติ, ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคเหตฺวา ปจิตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา สตฺตาหํ นิรามิสปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพํ. นิรามิสปริโภคญฺหิ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ – ‘‘กาเล ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ กาเล สํสฏฺฐํ เตลปริโภเคน ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๖๒). ตตฺราปิ อพฺโพหาริกํ อพฺโพหาริกเมว. ปจฺฉาภตฺตํ ปน ปฏิคฺคหิตุํ วา กาตุํ วา น วฏฺฏติเยว. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘วิกาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ วิกาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ติณฺณํ ทุกฺกฏานํ. กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ วิกาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ. กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ กาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อนาปตฺตี’’ติ.

อุปติสฺสตฺเถรํ ปน อนฺเตวาสิกา ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, สปฺปินวนีตวสานิ เอกโต ปจิตฺวา นิพฺพฏฺฏิตานิ วฏฺฏนฺติ, น วฏฺฏนฺตี’’ติ? ‘‘น วฏฺฏนฺติ, อาวุโส’’ติ. เถโร กิเรตฺถ ปกฺกเตลกสเฏ วิย กุกฺกุจฺจายติ. ตโต นํ อุตฺตริ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, นวนีเต ทธิคุฬิกา วา ตกฺกพินฺทุ วา โหติ, เอตํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘เอตมฺปิ, อาวุโส, น วฏฺฏตี’’ติ. ตโต นํ อาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, เอกโต ปจิตฺวา สํสฏฺฐานิ เตชวนฺตานิ โหนฺติ, โรคํ นิคฺคณฺหนฺตี’’ติ? ‘‘สาธาวุโส’’ติ เถโร สมฺปฏิจฺฉิ.

มหาสุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘กปฺปิยมํสวสา สามิสปริโภเค วฏฺฏติ, อิตรา นิรามิสปริโภเค วฏฺฏตี’’ติ. มหาปทุมตฺเถโร ปน ‘‘อิทํ กิ’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘นนุ วาตาพาธิกา ภิกฺขู ปญฺจมูลกสาวยาคุยํ อจฺฉสูกรเตลาทีนิ ปกฺขิปิตฺวา ยาคุํ ปิวนฺติ, สา เตชุสฺสทตฺตา โรคํ นิคฺคณฺหาตี’’ติ วตฺวา ‘‘วฏฺฏตี’’ติ อาห.

มธุ นาม มกฺขิกามธูติ มธุกรีหิ นาม มธุมกฺขิกาหิ ขุทฺทกมกฺขิกาหิ ภมรมกฺขิกาหิ จ กตํ มธุ. ตํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสปริโภคมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสปริโภคเมว วฏฺฏติ. สตฺตาหาติกฺกเม สเจ สิเลสสทิสํ มหามธุํ ขณฺฑํ ขณฺฑํ กตฺวา ฐปิตํ, อิตรํ วา นานาภาชเนสุ, วตฺถุคณนาย นิสฺสคฺคิยานิ. สเจ เอกเมว ขณฺฑํ, เอกภาชเน วา อิตรํ เอกเมว นิสฺสคฺคิยํ. อุคฺคหิตกํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ, อรุมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. มธุปฏลํ วา มธุสิตฺถกํ วา สเจ มธุนา อมกฺขิตํ ปริสุทฺธํ, ยาวชีวิกํ. มธุมกฺขิตํ ปน มธุคติกเมว. จีริกา นาม สปกฺขา ทีฆมกฺขิกา, ตุมฺพลนามิกา จ อฏฺฐิปกฺขา กาฬมหาภมรา โหนฺติ, เตสํ อาสเยสุ นิยฺยาสสทิสํ มธุ โหติ, ตํ ยาวชีวิกํ.

ผาณิตํ นาม อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺตนฺติ อุจฺฉุรสํ อุปาทาย อปกฺกา วา อวตฺถุกปกฺกา วา สพฺพาปิ อวตฺถุกา อุจฺฉุวิกติ ผาณิตนฺติ เวทิตพฺพา. ตํ ผาณิตํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. สตฺตาหาติกฺกเม วตฺถุคณนาย นิสฺสคฺคิยํ. พหู ปิณฺฑา จุณฺเณตฺวา เอกภาชเน ปกฺขิตฺตา โหนฺติ ฆนสนฺนิเวสา, เอกเมว นิสฺสคฺคิยํ. อุคฺคหิตกํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ, ฆรธูปนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิเตน อปริสฺสาวิตอุจฺฉุรเสน กตผาณิตํ สเจ อนุปสมฺปนฺเนน กตํ, สามิสมฺปิ วฏฺฏติ. สยํกตํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย ปน สวตฺถุกปฏิคฺคหิตตฺตา อนชฺโฌหรณียํ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ปจฺฉาภตฺตํ อปริสฺสาวิตปฏิคฺคหิเตน กตมฺปิ อนชฺโฌหรณียเมว, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. เอส นโย อุจฺฉุํ ปฏิคฺคเหตฺวา กตผาณิเตปิ. ปุเรภตฺตํ ปน ปริสฺสาวิตปฏิคฺคหิตเกน กตํ สเจ อนุปสมฺปนฺเนน กตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว. สยํกตํ ปุเรภตฺตมฺปิ นิรามิสเมว. ปจฺฉาภตฺตํ ปริสฺสาวิตปฏิคฺคหิเตน กตํ ปน นิรามิสเมว สตฺตาหํ วฏฺฏติ. อุคฺคหิตกกตํ วุตฺตนยเมว. ‘‘ฌามอุจฺฉุผาณิตํ วา โกฏฺฏิตอุจฺฉุผาณิตํ วา ปุเรภตฺตเมว วฏฺฏตี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.

มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘เอตํ สวตฺถุกปกฺกํ วฏฺฏติ, โน วฏฺฏตี’’ติ ปุจฺฉํ กตฺวา ‘‘อุจฺฉุผาณิตํ ปจฺฉาภตฺตํ โนวฏฺฏนกํ นาม นตฺถี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตํ. สีตุทเกน กตํ มธุกปุปฺผผาณิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสํ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว. สตฺตาหาติกฺกเม วตฺถุคณนาย ทุกฺกฏํ. ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา กตํ มธุกผาณิตํ ยาวกาลิกํ. ขณฺฑสกฺขรํ ปน ขีรชลฺลิกํ อปเนตฺวา โสเธนฺติ, ตสฺมา วฏฺฏติ. มธุกปุปฺผํ ปน ปุเรภตฺตํ อลฺลํ วฏฺฏติ, ภชฺชิตมฺปิ วฏฺฏติ. ภชฺชิตฺวา ติลาทีหิ มิสฺสํ วา อมิสฺสํ วา กตฺวา โกฏฺฏิตมฺปิ วฏฺฏติ. ยทิ ปน ตํ คเหตฺวา เมรยตฺถาย โยเชนฺติ, โยชิตํ พีชโต ปฏฺฐาย น วฏฺฏติ. กทลี-ขชฺชูรี-อมฺพ-ลพุช-ปนส-จิญฺจาทีนํ สพฺเพสํ ยาวกาลิกผลานํ ผาณิตํ ยาวกาลิกเมว. มริจปกฺเกหิ ผาณิตํ กโรนฺติ, ตํ ยาวชีวิกํ.

ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวาติ สเจปิ สพฺพานิปิ ปฏิคฺคเหตฺวา เอก ฆเฏ อวินิพฺโภคานิ กตฺวา นิกฺขิปติ, สตฺตาหาติกฺกเม เอกเมว นิสฺสคฺคิยํ. วินิภุตฺเตสุ ปญฺจ นิสฺสคฺคิยานิ. สตฺตาหํ ปน อนติกฺกาเมตฺวา คิลาเนนปิ อคิลาเนนปิ วุตฺตนเยเนว ยถาสุขํ ปริภุญฺชิตพฺพํ. สตฺตวิธญฺหิ โอทิสฺสํ นาม – พฺยาธิโอทิสฺสํ, ปุคฺคโลทิสฺสํ, กาโลทิสฺสํ, สมโยทิสฺสํ, เทโสทิสฺสํ, วโสทิสฺสํ, เภสชฺโชทิสฺสนฺติ.

ตตฺถ พฺยาธิโอทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อมนุสฺสิกาพาเธ อามกมํสํ อามกโลหิต’’นฺติ (มหาว. ๒๖๔) เอวํ พฺยาธึ อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตํ, ตํ เตเนว อาพาเธน อาพาธิกสฺส วฏฺฏติ, น อญฺญสฺส. ตญฺจ โข กาเลปิ วิกาเลปิ กปฺปิยมฺปิ อกปฺปิยมฺปิ วฏฺฏติเยว.

ปุคฺคโลทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โรมนฺถกสฺส โรมนฺถนํ. น จ, ภิกฺขเว, พหิมุขทฺวารํ นีหริตฺวา อชฺโฌหริตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๓) เอวํ ปุคฺคลํ อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตํ, ตํ ตสฺเสว วฏฺฏติ, น อญฺญสฺส.

กาโลทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, จตฺตาริ มหาวิกฏานิ ทาตุํ – คูถํ, มุตฺตํ, ฉาริกํ, มตฺติก’’นฺติ (มหาว. ๒๖๘) เอวํ อหินา ทฏฺฐกาลํ อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตํ, ตํ ตสฺมึเยว กาเล อปฺปฏิคฺคหิตกมฺปิ วฏฺฏติ, น อญฺญสฺมึ.

สมโยทิสฺสํ นาม – ‘‘คณโภชเน อญฺญตฺร สมยา’’ติอาทินา (ปาจิ. ๒๑๗) นเยน ตํ ตํ สมยํ อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตา อนาปตฺติโย, ตา ตสฺมึ ตสฺมึเยว สมเย อนาปตฺติโย โหนฺติ, น อญฺญทา.

เทโสทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เอวรูเปสุ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ วินยธรปญฺจเมน คเณน อุปสมฺปท’’นฺติ (มหาว. ๒๕๙) เอวํ ปจฺจนฺตเทเส อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตานิ อุปสมฺปทาทีนิ, ตานิ ตตฺเถว วฏฺฏนฺติ, น มชฺฌิมเทเส.

วโสทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสานิ เภสชฺชานี’’ติ (มหาว. ๒๖๒) เอวํ วสานาเมน อนุญฺญาตํ, ตํ ฐเปตฺวา มนุสฺสวสํ สพฺเพสํ กปฺปิยากปฺปิยวสานํ เตลํ ตํตทตฺถิกานํ เตลปริโภเคน ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.

เภสชฺโชทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจ เภสชฺชานี’’ติ (มหาว. ๒๖๐-๒๖๑) เอวํ เภสชฺชนาเมน อนุญฺญาตานิ อาหารตฺถํ ผริตุํ สมตฺถานิ สปฺปินวนีตเตลมธุผาณิตนฺติ. ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา ตทหุปุเรภตฺตํ ยถาสุขํ ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สติ ปจฺจเย วุตฺตนเยเนว สตฺตาหํ ปริภุญฺชิตพฺพานิ.

๖๒๔. สตฺตาหาติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ สเจปิ สาสปมตฺตํ โหติ สกึ วา องฺคุลิยา คเหตฺวา ชิวฺหาย สายนมตฺตํ นิสฺสชฺชิตพฺพเมว, ปาจิตฺติยญฺจ เทเสตพฺพํ.

น กายิเกน ปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ กาโย วา กาเย อรุ วา น มกฺเขตพฺพํ. เตหิ มกฺขิตานิ กาสาวกตฺตรยฏฺฐิอุปาหนปาทกถลิกมญฺจปีฐาทีนิปิ อปริโภคานิ. ‘‘ทฺวารวาตปานกวาเฏสุปิ หตฺเถน คหณฏฺฐานํ น มกฺเขตพฺพ’’นฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. ‘‘กสาเว ปน ปกฺขิปิตฺวา ทฺวารวาตปานกวาฏานิ มกฺเขตพฺพานี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.

อนาปตฺติ อนฺโตสตฺตาหํ อธิฏฺเฐตีติ สตฺตาหพฺภนฺตเร สปฺปิญฺจ เตลญฺจ วสญฺจ มุทฺธนิเตลํ วา อพฺภญฺชนํ วา มธุํ อรุมกฺขนํ ผาณิตํ ฆรธูปนํ อธิฏฺเฐติ, อนาปตฺติ. สเจ อธิฏฺฐิตเตลํ อนธิฏฺฐิตเตลภาชเน อากิริตุกาโม โหติ, ภาชเน เจ สุขุมํ ฉิทฺทํ ปวิฏฺฐํ ปวิฏฺฐํ เตลํ ปุราณเตเลน อชฺโฌตฺถรียติ, ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. อถ มหามุขํ โหติ, สหสาว พหุเตลํ ปวิสิตฺวา ปุราณเตลํ อชฺโฌตฺถรติ, ปุน อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ. อธิฏฺฐิตคติกเมว หิ ตํ โหติ, เอเตน นเยน อธิฏฺฐิตเตลภาชเน อนธิฏฺฐิตเตลากิรณมฺปิ เวทิตพฺพํ.

๖๒๕. วิสฺสชฺเชตีติ เอตฺถ สเจ ทฺวินฺนํ สนฺตกํ เอเกน ปฏิคฺคหิตํ อวิภตฺตํ โหติ, สตฺตาหาติกฺกเม ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน น วฏฺฏติ. สเจ เยน ปฏิคฺคหิตํ, โส อิตรํ ภณติ – ‘‘อาวุโส, อิมํ เตลํ สตฺตาหมตฺตํ ปริภุญฺช ตฺว’’นฺติ. โส จ ปริโภคํ น กโรติ, กสฺส อาปตฺติ? น กสฺสจิปิ อาปตฺติ. กสฺมา? เยน ปฏิคฺคหิตํ เตน วิสฺสชฺชิตตฺตา, อิตรสฺส อปฺปฏิคฺคหิตตฺตา.

วินสฺสตีติ อปริโภคํ โหติ. จตฺเตนาติอาทีสุ เยน จิตฺเตน เภสชฺชํ จตฺตญฺจ วนฺตญฺจ มุตฺตญฺจ โหติ, ตํ จิตฺตํ จตฺตํ วนฺตํ มุตฺตนฺติ วุจฺจติ. เตน จิตฺเตน ปุคฺคโล อนเปกฺโขติ วุจฺจตฺติ, เอวํ อนเปกฺโข สามเณรสฺส ทตฺวาติ อตฺโถ. อิทํ กสฺมา วุตฺตํ? ‘‘เอวํ อนฺโตสตฺตาเห ทตฺวา ปจฺฉา ลภิตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติทสฺสนตฺถ’’นฺติ มหาสุมตฺเถโร อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘นยิทํ ยาจิตพฺพํ, อนฺโตสตฺตาเห ทินฺนสฺส หิ ปุน ปริโภเค อาปตฺติเยว นตฺถิ. สตฺตาหาติกฺกนฺตสฺส ปน ปริโภเค อนาปตฺติทสฺสนตฺถมิทํ วุตฺต’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ ทินฺนํ เภสชฺชํ สเจ สามเณโร อภิสงฺขริตฺวา วา อนภิสงฺขริตฺวา วา ตสฺส ภิกฺขุโน นตฺถุกมฺมตฺถํ ทเทยฺย, คเหตฺวา นตฺถุกมฺมํ กาตพฺพํ. สเจ พาโล โหติ, ทาตุํ น ชานาติ, อญฺเญน ภิกฺขุนา วตฺตพฺโพ – ‘‘อตฺถิ เต, สามเณร, เตล’’นฺติ ‘‘อาม, ภนฺเต, อตฺถี’’ติ. ‘‘อาหร, เถรสฺส เภสชฺชํ กริสฺสามา’’ติ. เอวมฺปิ วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

กถินสมุฏฺฐานํ, อกิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ,

ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.