๓. ปตฺตวคฺโค

๑. ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๙๘. เตน สมเยนาติ ปตฺตสิกฺขาปทํ. ตตฺถ ปตฺตวาณิชฺชนฺติ คามนิคมาทีสุ วิจรนฺตา ปตฺตวาณิชฺชํ วา กริสฺสนฺติ. อามตฺติกาปณํ วาติ อมตฺตานิ วุจฺจนฺติ ภาชนานิ, ตานิ เยสํ ภณฺฑํ เต อามตฺติกา, เตสํ อามตฺติกานํ อาปณํ อามตฺติกาปณํ, กุลาลภณฺฑวาณิชกาปณนฺติ อตฺโถ.

๖๐๒. ตโย ปตฺตสฺส วณฺณาติ ตีณิ ปตฺตสฺส ปมาณานิ. อฑฺฒาฬฺหโกทนํ คณฺหาตีติ มคธนาฬิยา ทฺวินฺนํ ตณฺฑุลนาฬีนํ โอทนํ คณฺหาติ. มคธนาฬิ นาม อฑฺฒเตรสปลา โหตีติ อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. สีหฬทีเป ปกตินาฬิ มหนฺตา, ทมิฬนาฬิ ขุทฺทกา, มคธนาฬิ ปมาณยุตฺตา, ตาย มคธนาฬิยา ทิยฑฺฒนาฬิ เอกา สีหฬนาฬิ โหตีติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. จตุภาคํ ขาทนนฺติ โอทนสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาณํ ขาทนํ, ตํ หตฺถหาริยสฺส มุคฺคสูปสฺส วเสน เวทิตพฺพํ. ตทุปิยํ พฺยญฺชนนฺติ ตสฺส โอทนสฺส อนุรูปํ มจฺฉมํสสากผลกฬีราทิพฺยญฺชนํ.

ตตฺรายํ วินิจฺฉโย – อนุปหตปุราณสาลิตณฺฑุลานํ สุโกฏฺฏิตปริสุทฺธานํ เทฺว มคธนาฬิโย คเหตฺวา เตหิ ตณฺฑุเลหิ อนุตฺตณฺฑุลํ อกิลินฺนํ อปิณฺฑิตํ สุวิสทํ กุนฺทมกุฬราสิสทิสํ อวสฺสาวิโตทนํ ปจิตฺวา นิรวเสสํ ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา ตสฺส โอทนสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาโณ นาติฆโน นาติตนุโก หตฺถหาริโย สพฺพสมฺภารสงฺขโต มุคฺคสูโป ปกฺขิปิตพฺโพ. ตโต อาโลปสฺส อาโลปสฺส อนุรูปํ ยาวจริมาโลปปฺปโหนกํ มจฺฉมํสาทิพฺยญฺชนํ ปกฺขิปิตพฺพํ, สปฺปิเตลตกฺกรสกญฺชิกาทีนิ ปน คณนูปคานิ น โหนฺติ, ตานิ หิ โอทนคติกาเนว, เนว หาเปตุํ น วฑฺเฒตุํ สกฺโกนฺติ. เอวเมตํ สพฺพมฺปิ ปกฺขิตฺตํ สเจ ปตฺตสฺส มุขวฏฺฏิยา เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, สุตฺเตน วา หีเรน วา ฉินฺทนฺตสฺส สุตฺตสฺส วา หีรสฺส วา เหฏฺฐิมนฺตํ ผุสติ, อยํ อุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมฺม ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ อุกฺกฏฺโฐมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ, อนฺโตคตเมว โหติ, อยํ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต.

นาฬิโกทนนฺติ มคธนาฬิยา เอกาย ตณฺฑุลนาฬิยา โอทนํ. ปตฺโถทนนฺติ มคธนาฬิยา อุปฑฺฒนาฬิโกทนํ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ปน นามมตฺเต วิเสโส – สเจ นาฬิโกทนาทิ สพฺพมฺปิ ปกฺขิตฺตํ วุตฺตนเยเนว เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, อยํ มชฺฌิโม นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมฺม ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ มชฺฌิโมมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ อนฺโตคตเมว โหติ, อยํ มชฺฌิมุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต. สเจ ปตฺโถทนาทิ สพฺพมฺปิ ปกฺขิตฺตํ เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, อยํ โอมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมฺม ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ โอมโกมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น ปาปุณาติ อนฺโตคตเมว โหติ, อยํ โอมกุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโตติ เอวเมเต นว ปตฺตา. เตสุ เทฺว อปตฺตา อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ จ โอมโกมโก จ. ‘‘ตโต อุกฺกฏฺโฐ อปตฺโต โอมโก อปตฺโต’’ติ อิทญฺหิ เอเต สนฺธาย วุตฺตํ. อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ หิ เอตฺถ อุกฺกฏฺฐโต อุกฺกฏฺฐตฺตา ‘‘ตโต อุกฺกฏฺโฐ อปตฺโต’’ติ วุตฺโต. โอมโกมโก จ โอมกโต โอมกตฺตา ตโต โอมโก อปตฺโตติ วุตฺโต. ตสฺมา เอเต ภาชนปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพา, น อธิฏฺฐานุปคา, น วิกปฺปนุปคา. อิตเร ปน สตฺต อธิฏฺฐหิตฺวา วา วิกปฺเปตฺวา วา ปริภุญฺชิตพฺพา, เอวํ อกตฺวา ตํ ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ตํ สตฺตวิธมฺปิ ปตฺตํ ทสาหปรมํ กาลํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ.

๖๐๗. นิสฺสคฺคิยํ ปตฺตํ อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชตีติ ยาคุํ ปิวิตฺวา โธเต ทุกฺกฏํ, ขญฺชกํ ขาทิตฺวา ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา โธเต ทุกฺกฏนฺติ เอวํ ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ.

๖๐๘. อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ วิกปฺเปตีติ เอตฺถ ปน ปมาณยุตฺตสฺสปิ อธิฏฺฐานวิกปฺปนุปคตฺตํ เอวํ เวทิตพฺพํ – อโยปตฺโต ปญฺจหิ ปาเกหิ มตฺติกาปตฺโต ทฺวีหิ ปาเกหิ ปกฺโก อธิฏฺฐานุปโค, อุโภปิ ยํ มูลํ ทาตพฺพํ, ตสฺมึ ทินฺเนเยว. สเจ เอโกปิ ปาโก อูโน โหติ, กากณิกมตฺตมฺปิ วา มูลํ อทินฺนํ, น อธิฏฺฐานุปโค. สเจปิ ปตฺตสามิโก วทติ ‘‘ยทา ตุมฺหากํ มูลํ ภวิสฺสติ, ตทา ทสฺสถ, อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชถา’’ติ เนว อธิฏฺฐานุปโค โหติ, ปากสฺส หิ อูนตฺตา ปตฺตสงฺขํ น คจฺฉติ, มูลสฺส สกลสฺส วา เอกเทสสฺส วา อทินฺนตฺตา สกภาวํ น อุเปติ, อญฺญสฺเสว สนฺตโก โหติ, ตสฺมา ปาเก จ มูเล จ นิฏฺฐิเตเยว อธิฏฺฐานุปโค โหติ. โย อธิฏฺฐานุปโค, เสฺวว วิกปฺปนุปโค, โส หตฺถํ อาคโตปิ อนาคโตปิ อธิฏฺฐาตพฺโพ วิกปฺเปตพฺโพ วา. ยทิ หิ ปตฺตการโก มูลํ ลภิตฺวา สยํ วา ทาตุกาโม หุตฺวา ‘‘อหํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปตฺตํ กตฺวา อสุกทิวเส นาม ปจิตฺวา ฐเปสฺสามี’’ติ วทติ, ภิกฺขุ จ เตน ปริจฺฉินฺนทิวสโต ทสาหํ อติกฺกาเมติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน ปตฺตการโก ‘‘อหํ ตุมฺหากํ ปตฺตํ กตฺวา ปจิตฺวา สาสนํ เปเสสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว กโรติ, เตน เปสิตภิกฺขุ ปน ตสฺส ภิกฺขุโน น อาโรเจติ, อญฺโญ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, ปตฺโต นิฏฺฐิโต’’ติ อาโรเจติ, เอตสฺส อาโรจนํ นปมาณํ. ยทา ปน เตน เปสิโตเยว อาโรเจติ, ตสฺส วจนํ สุตทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปตฺตการโก ‘‘อหํ ตุมฺหากํ ปตฺตํ กตฺวา ปจิตฺวา กสฺสจิ หตฺเถ ปหิณิสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว กโรติ, ปตฺตํ คเหตฺวา อาคตภิกฺขุ ปน อตฺตโน ปริเวเณ ฐเปตฺวา ตสฺส น อาโรเจติ, อญฺโญ โกจิ ภณติ ‘‘อปิ, ภนฺเต, อธุนา อาภโต ปตฺโต สุนฺทโร’’ติ! ‘‘กุหึ, อาวุโส, ปตฺโต’’ติ? ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส หตฺเถ เปสิโต’’ติ. เอตสฺสปิ วจนํ น ปมาณํ. ยทา ปน โส ภิกฺขุ ปตฺตํ เทติ, ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. ตสฺมา ทสาหํ อนติกฺกาเมตฺวาว อธิฏฺฐาตพฺโพ วิกปฺเปตพฺโพ วา.

ตตฺถ เทฺว ปตฺตสฺส อธิฏฺฐานา – กาเยน วา อธิฏฺฐาติ, วาจาย วา อธิฏฺฐาติ. เตสํ วเสน อธิฏฺฐหนฺเตน จ ‘‘อิมํ ปตฺตํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ วา ‘‘เอตํ ปตฺตํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ วา เอวํ สมฺมุเข วา ปรมฺมุเข วา ฐิตํ ปุราณปตฺตํ ปจฺจุทฺธริตฺวา อญฺญสฺส วา ทตฺวา นวํ ปตฺตํ ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตํ หตฺเถน ปรามสิตฺวา ‘‘อิมํ ปตฺตํ อธิฏฺฐามี’’ติ จิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา กายวิการํ กโรนฺเตน กาเยน วา อธิฏฺฐาตพฺโพ, วจีเภทํ กตฺวา วาจาย วา อธิฏฺฐาตพฺโพ. ตตฺร ทุวิธํ อธิฏฺฐานํ – สเจ หตฺถปาเส โหติ ‘‘อิมํ ปตฺตํ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. อถ อนฺโตคพฺเภ วา อุปริปาสาเท วา สามนฺตวิหาเร วา โหติ, ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอตํ ปตฺตํ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา.

อธิฏฺฐหนฺเตน ปน เอกเกน อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติ, อญฺญสฺส สนฺติเก อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติ. อญฺญสฺส สนฺติเก อยมานิสํโส – สจสฺส ‘‘อธิฏฺฐิโต นุ โข เม, โน’’ติ วิมติ อุปฺปชฺชติ, อิตโร สาเรตฺวา วิมตึ ฉินฺทิสฺสตีติ. สเจ โกจิ ทส ปตฺเต ลภิตฺวา สพฺเพว อตฺตนาว ปริภุญฺชิตุกาโม โหติ, น สพฺเพ อธิฏฺฐาตพฺพา. เอกํ ปตฺตํ อธิฏฺฐาย ปุนทิวเส ตํ ปจฺจุทฺธริตฺวา อญฺโญ อธิฏฺฐาตพฺโพ. เอเตนุปาเยน วสฺสสตมฺปิ ปริหริตุํ สกฺกา.

เอวํ อปฺปมตฺตสฺส ภิกฺขุโน สิยา อธิฏฺฐานวิชหนนฺติ? สิยา. สเจ หิ อยํ ปตฺตํ อญฺญสฺส วา เทติ, วิพฺภมติ วา สิกฺขํ วา ปจฺจกฺขาติ, กาลํ วา กโรติ, ลิงฺคํ วาสฺส ปริวตฺตติ, ปจฺจุทฺธรติ วา, ปตฺเต วา ฉิทฺทํ โหติ, อธิฏฺฐานํ วิชหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ทินฺนวิพฺภนฺตปจฺจกฺขา, กาลํกิริยกเตน จ;

ลิงฺคปจฺจุทฺธรา เจว, ฉิทฺเทน ภวติ สตฺตม’’นฺติ.

โจรหรณวิสฺสาสคฺคาเหหิปิ วิชหติเยว. กิตฺตเกน ฉิทฺเทน อธิฏฺฐานํ ภิชฺชติ? เยน กงฺคุสิตฺถํ นิกฺขมติ เจว ปวิสติ จ. อิทญฺหิ สตฺตนฺนํ ธญฺญานํ ลามกธญฺญสิตฺถํ, ตสฺมึ อยจุณฺเณน วา อาณิยา วา ปฏิปากติเก กเต ทสาหพฺภนฺตเร ปุน อธิฏฺฐาตพฺโพ. อยํ ตาว ‘‘อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ วิกปฺเปตี’’ติ เอตฺถ อธิฏฺฐาเน วินิจฺฉโย.

วิกปฺปเน ปน เทฺว วิกปฺปนา – สมฺมุขาวิกปฺปนา จ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา จ. กถํ สมฺมุขาวิกปฺปนา โหติ? ปตฺตานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘อิมํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘อิเม ปตฺเต’’ติ วา ‘‘เอตํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘เอเต ปตฺเต’’ติ วา วตฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วตฺตพฺพํ. อยเมกา สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริภุญฺชิตุํ วา วิสฺสชฺเชตุํ วา อธิฏฺฐาตุํ วา น วฏฺฏติ. ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ เอวํ ปน วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ, ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.

อปโร นโย – ตเถว ปตฺตานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ตสฺเสว ภิกฺขุโน สนฺติเก ‘‘อิมํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘อิเม ปตฺเต’’ติ วา ‘‘เอตํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘เอเต ปตฺเต’’ติ วา วตฺวา ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อญฺญตรสฺส อตฺตนา อภิรุจิตสฺส ยสฺส กสฺสจิ นามํ คเหตฺวา ‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน วิกปฺเปมี’’ติ วา ‘‘ติสฺสาย ภิกฺขุนิยา สิกฺขมานาย สามเณรสฺส ติสฺสาย สามเณริยา วิกปฺเปมี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ อปราปิ สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน สนฺตกํ…เป… ติสฺสาย สามเณริยา สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ. ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.

กถํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา โหติ? ปตฺตานํ ตเถว เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘อิมํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘อิเม ปตฺเต’’ติ วา ‘‘เอตํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘เอเต ปตฺเต’’ติ วา วตฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺปนตฺถาย ทมฺมี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตน วตฺตพฺโพ – ‘‘โก เต มิตฺโต วา สนฺทิฏฺโฐ วา’’ติ? ตโต อิตเรน ปุริมนเยเนว ‘‘ติสฺโส ภิกฺขูติ วา…เป… ติสฺสา สามเณรี’’ติ วา วตฺตพฺพํ. ปุน เตน ภิกฺขุนา ‘‘อหํ ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน ทมฺมี’’ติ วา…เป… ‘‘ติสฺสาย สามเณริยา ทมฺมี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตฺตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ทุติยสมฺมุขาวิกปฺปนายํ วุตฺตนเยเนว ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ. ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.

อิมาสํ ปน ทฺวินฺนํ วิกปฺปนานํ นานากรณํ, อวเสโส จ วจนกฺกโม สพฺโพ ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.

ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อูนปญฺจพนฺธนสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๐๙. เตน สมเยนาติ อูนปญฺจพนฺธนสิกฺขาปทํ. ตตฺถ น ยาเปตีติ โส กิร ยทิ อริยสาวโก นาภวิสฺสา, อญฺญถตฺตมฺปิ อคมิสฺสา, เอวํ เตหิ อุพฺพาโฬฺห, โสตาปนฺนตฺตา ปน เกวลํ สรีเรเนว น ยาเปติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘อตฺตนาปิ น ยาเปติ, ปุตฺตทาราปิสฺส กิลมนฺตี’’ติ.

๖๑๒-๓. อูนปญฺจพนฺธเนนาติ เอตฺถ อูนานิ ปญฺจ พนฺธนานิ อสฺสาติ อูนปญฺจพนฺธโน, นาสฺส ปญฺจ พนฺธนานิ ปูเรนฺตีติ อตฺโถ, เตน อูนปญฺจพนฺธเนน. อิตฺถมฺภูตสฺส ลกฺขเณ กรณวจนํ. ตตฺถ ยสฺมา อพนฺธนสฺสาปิ ปญฺจ พนฺธนานิ น ปูเรนฺติ, สพฺพโส นตฺถิตาย, ตสฺมา ปทภาชเน ‘‘อพนฺธโน วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อูนปญฺจพนฺธเนนา’’ติ จ วุตฺตตฺตา ยสฺส ปญฺจพนฺธโน ปตฺโต โหติ, ตสฺส โส อปตฺโต, ตสฺมา อญฺญํ วิญฺญาเปตุํ วฏฺฏติ. พนฺธนญฺจ นาเมตํ ยสฺมา พนฺธโนกาเส สติ โหติ, อสติ น โหติ, ตสฺมา ตสฺส ลกฺขณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อพนฺธโนกาโส นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ทฺวงฺคุลา ราชิ น โหตีติ มุขวฏฺฏิโต เหฏฺฐา ทฺวงฺคุลปฺปมาณา เอกาปิ ราชิ น โหติ. ยสฺส ทฺวงฺคุลา ราชิ โหตีติ ยสฺส ปน ตาทิสา เอกา ราชิ โหติ, โส ตสฺสา ราชิยา เหฏฺฐิมปริยนฺเต ปตฺตเวธเกน วิชฺฌิตฺวา ปจิตฺวา สุตฺตรชฺชุก-มกจิรชฺชุกาทีหิ วา ติปุสุตฺตเกน วา พนฺธิตพฺโพ, ตํ พนฺธนํ อามิสสฺส อลคฺคนตฺถํ ติปุปฏฺฏเกน วา เกนจิ พทฺธสิเลเสน วา ปฏิจฺฉาเทตพฺพํ. โส จ ปตฺโต อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺโพ, สุขุมํ วา ฉิทฺทํ กตฺวา พนฺธิตพฺโพ. สุทฺเธหิ ปน มธุสิตฺถกลาขาสชฺชุลสาทีหิ พนฺธิตุํ น วฏฺฏติ. ผาณิตํ ฌาเปตฺวา ปาสาณจุณฺเณน พนฺธิตุํ วฏฺฏติ. มุขวฏฺฏิสมีเป ปน ปตฺตเวธเกน วิชฺฌิยมาโน กปาลสฺส พหลตฺตา ภิชฺชติ, ตสฺมา เหฏฺฐา วิชฺฌิตพฺโพ. ยสฺส ปน เทฺว ราชิโย เอกาเยว วา จตุรงฺคุลา, ตสฺส เทฺว พนฺธนานิ ทาตพฺพานิ. ยสฺส ติสฺโส เอกาเยว วา ฉฬงฺคุลา, ตสฺส ตีณิ. ยสฺส จตสฺโส เอกาเยว วา อฏฺฐงฺคุลา, ตสฺส จตฺตาริ. ยสฺส ปญฺจ เอกาเยว วา ทสงฺคุลา, โส พทฺโธปิ อพทฺโธปิ อปตฺโตเยว, อญฺโญ วิญฺญาเปตพฺโพ. เอส ตาว มตฺติกาปตฺเต วินิจฺฉโย.

อโยปตฺเต ปน สเจปิ ปญฺจ วา อติเรกานิ วา ฉิทฺทานิ โหนฺติ, ตานิ เจ อยจุณฺเณน วา อาณิยา วา โลหมณฺฑลเกน วา พทฺธานิ มฏฺฐานิ โหนฺติ, เสฺวว ปตฺโต ปริภุญฺชิตพฺโพ, น อญฺโญ วิญฺญาเปตพฺโพ. อถ ปน เอกมฺปิ ฉิทฺทํ มหนฺตํ โหติ, โลหมณฺฑลเกน พทฺธมฺปิ มฏฺฐํ น โหติ, ปตฺเต อามิสํ ลคฺคติ, อกปฺปิโย โหติ, อยํ อปตฺโต. อญฺโญ วิญฺญาเปตพฺโพ.

๖๑๕. เถโร วตฺตพฺโพติ ปตฺเต อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อยํ, ภนฺเต, ปตฺโต ปมาณยุตฺโต สุนฺทโร เถรานุรูโป, ตํ คณฺหถา’’ติ วตฺตพฺโพ. โย น คเณฺหยฺยาติ อนุกมฺปาย น คณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. โย ปน สนฺตุฏฺฐิยา ‘‘กึ เม อญฺเญน ปตฺเตนา’’ติ น คณฺหาติ, ตสฺส อนาปตฺติ. ปตฺตปริยนฺโตติ เอวํ ปริวตฺเตตฺวา ปริยนฺเต ฐิตปตฺโต.

น อเทเสติ มญฺจปีฐฉตฺตนาคทนฺตกาทิเก อเทเส, น นิกฺขิปิตพฺโพ. ยตฺถ ปุริมํ สุนฺทรํ ปตฺตํ ฐเปติ, ตตฺเถว ฐเปตพฺโพ. ปตฺตสฺส หิ นิกฺขิปนเทโส ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาธารก’’นฺติอาทินา นเยน ขนฺธเก วุตฺโตเยว.

น อโภเคนาติ ยาคุรนฺธนรชนปจนาทินา อปริโภเคน น ปริภุญฺชิตพฺโพ. อนฺตรามคฺเค ปน พฺยาธิมฺหิ อุปฺปนฺเน อญฺญสฺมึ ภาชเน อสติ มตฺติกาย ลิมฺเปตฺวา ยาคุํ วา ปจิตุํ อุทกํ วา ตาเปตุํ วฏฺฏติ.

น วิสฺสชฺเชตพฺโพติ อญฺญสฺส น ทาตพฺโพ. สเจ ปน สทฺธิวิหาริโก วา อนฺเตวาสิโก วา อญฺญํ วรปตฺตํ ฐเปตฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ สารุปฺโป, อยํ เถรสฺสา’’ติ คณฺหาติ, วฏฺฏติ. อญฺโญ วา ตํ คเหตฺวา อตฺตโน ปตฺตํ เทติ, วฏฺฏติ. ‘‘มยฺหเมว ปตฺตํ อาหรา’’ติ วตฺตพฺพกิจฺจํ นตฺถิ.

๖๑๗. ปวาริตานนฺติ เอตฺถ สงฺฆวเสน ปวาริตฏฺฐาเน ปญฺจพนฺธเนเนว วฏฺฏติ. ปุคฺคลวเสน ปวาริตฏฺฐาเน อูนปญฺจพนฺธเนนาปิ วฏฺฏตีติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.

ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

อูนปญฺจพนฺธนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๑๘. เตน สมเยนาติ เภสชฺชสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อตฺโถ, ภนฺเตติ ราชา ภิกฺขู อุยฺยุตฺตปฺปยุตฺเต เถรสฺส เลณตฺถาย ปพฺภารํ โสเธนฺเต ทิสฺวา อารามิกํ ทาตุกาโม ปุจฺฉิ.

๖๑๙-๒๑. ปาฏิเยกฺโกติ วิสุํ เอโก. มาลากิเตติ กตมาเล มาลาธเร, กุสุมมาลาปฏิมณฺฑิเตติ อตฺโถ. ติณณฺฑุปกนฺติ ติณจุมฺพฏกํ. ปฏิมุญฺจีติ ฐเปสิ. สา อโหสิ สุวณฺณมาลาติ ทาริกาย สีเส ฐปิตมตฺตาเยว เถรสฺส อธิฏฺฐานวเสน สุวณฺณปทุมมาลา อโหสิ. ตญฺหิ ติณณฺฑุปกํ สีเส ฐปิตมตฺตเมว ‘‘สุวณฺณมาลา โหตู’’ติ เถโร อธิฏฺฐาสิ. ทุติยมฺปิ โข…เป…. เตนุปสงฺกมีติ ทุติยทิวเสเยว อุปสงฺกมิ.

สุวณฺณนฺติ อธิมุจฺจีติ ‘‘โสวณฺณมโย โหตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. ปญฺจนฺนํ เภสชฺชานนฺติ สปฺปิอาทีนํ. พาหุลิกาติ ปจฺจยพาหุลิกตาย ปฏิปนฺนา. โกลมฺเพปิ ฆเฏปีติเอตฺถ โกลมฺพา นาม มหามุขจาฏิโย วุจฺจนฺติ. โอลีนวิลีนานีติ เหฏฺฐา จ อุภโตปสฺเสสุ จ คฬิตานิ. โอกิณฺณวิกิณฺณาติ สปฺปิอาทีนํ คนฺเธน ภูมึ ขนนฺเตหิ โอกิณฺณา, ภิตฺติโย ขนนฺเตหิ อุปริ สญฺจรนฺเตหิ จ วิกิณฺณา. อนฺโตโกฏฺฐาคาริกาติ อพฺภนฺตเร สํวิหิตโกฏฺฐาคารา.

๖๒๒. ปฏิสายนียานีติ ปฏิสายิตพฺพานิ, ปริภุญฺชิตพฺพานีติ อตฺโถ. เภสชฺชานีติ เภสชฺชกิจฺจํ กโรนฺตุ วา มา วา, เอวํ ลทฺธโวหารานิ. ‘‘โคสปฺปี’’ติอาทีหิ โลเก ปากฏํ ทสฺเสตฺวา ‘‘เยสํ มํสํ กปฺปตี’’ติ อิมินา อญฺเญสมฺปิ มิคโรหิตสสาทีนํ สปฺปึ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสสิ. เยสญฺหิ ขีรํ อตฺถิ, สปฺปิปิ เตสํ อตฺถิเยว, ตํ ปน สุลภํ วา โหตุ ทุลฺลภํ วา, อสมฺโมหตฺถํ วุตฺตํ. เอวํ นวนีตมฺปิ.

สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานีติ สนฺนิธึ กตฺวา นิทหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพานิ. กถํ? ปาฬิยา อาคตสปฺปิอาทีสุ สปฺปิ ตาว ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ตทหุปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ นิรามิสมฺปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ. สตฺตาหาติกฺกเม สเจ เอกภาชเน ฐปิตํ, เอกํ นิสฺสคฺคิยํ. สเจ พหูสุ วตฺถุคณนาย นิสฺสคฺคิยานิ, ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา อุคฺคหิตกํ กตฺวา นิกฺขิตฺตํ อชฺโฌหริตุํ น วฏฺฏติ; อพฺภญฺชนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ, อนชฺโฌหรณียตํ อาปนฺนตฺตา. ‘‘ปฏิสายนียานี’’ติ หิ วุตฺตํ. สเจ อนุปสมฺปนฺโน ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตนวนีเตน สปฺปึ กตฺวา เทติ, ปุเรภตฺตํ สามิสํ วฏฺฏติ. สเจ สยํ กโรติ, สตฺตาหมฺปิ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตนวนีเตน ปน เยน เกนจิ กตสปฺปิ สตฺตาหมฺปิ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. อุคฺคหิตเกน กเต ปุพฺเพ วุตฺตสุทฺธสปฺปินเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.

ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตขีเรน วา ทธินา วา กตสปฺปิ อนุปสมฺปนฺเนน กตํ สามิสมฺปิ ตทหุปุเรภตฺตํ วฏฺฏติ. สยํกตํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. นวนีตํ ตาเปนฺตสฺส หิ สามํปาโก น โหติ, สามํปกฺเกน ปน เตน สทฺธึ อามิสํ น วฏฺฏติ. ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย จ น วฏฺฏติเยว. สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ, สวตฺถุกสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา, ‘‘ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา’’ติ หิ วุตฺตํ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิเตหิ กตํ ปน อพฺภญฺชนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. ปุเรภตฺตมฺปิ จ อุคฺคหิตเกหิ กตํ อุภเยสมฺปิ สตฺตาหาติกฺกเม อนาปตฺติ. เอเสว นโย อกปฺปิยมํสสปฺปิมฺหิ. อยํ ปน วิเสโส – ยตฺถ ปาฬิยํ อาคตสปฺปินา นิสฺสคฺคิยํ, ตตฺถ อิมินา ทุกฺกฏํ. อนฺธกฏฺฐกถายํ การณปติรูปกํ วตฺวา มนุสฺสสปฺปิ จ นวนีตญฺจ ปฏิกฺขิตฺตํ, ตํ ทุปฺปฏิกฺขิตฺตํ, สพฺพอฏฺฐกถาสุ อนุญฺญาตตฺตา. ปรโต จสฺส วินิจฺฉโยปิ อาคจฺฉิสฺสติ.

ปาฬิยํ อาคตํ นวนีตมฺปิ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ตทหุปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย นิรามิสเมว. สตฺตาหาติกฺกเม นานาภาชเนสุ ฐปิเต ภาชนคณนาย เอกภาชเนปิ อมิสฺเสตฺวา ปิณฺฑปิณฺฑวเสน ฐปิเต ปิณฺฑคณนาย นิสฺสคฺคิยานิ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ สปฺปินเยเนว เวทิตพฺพํ. เอตฺถ ปน ทธิคุฬิกาโยปิ ตกฺกพินฺทูนิปิ โหนฺติ, ตสฺมา ตํ โธตํ วฏฺฏตีติ อุปฑฺฒตฺเถรา อาหํสุ. มหาสีวตฺเถโร ปน ‘‘ภควตา อนุญฺญาตกาลโต ปฏฺฐาย ตกฺกโต อุทฺธฏมตฺตเมว ขาทึสู’’ติ อาห. ตสฺมา นวนีตํ ปริภุญฺชนฺเตน โธวิตฺวา ทธิตกฺกมกฺขิกากิปิลฺลิกาทีนิ อปเนตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. ปจิตฺวา สปฺปึ กตฺวา ปริภุญฺชิตุกาเมน อโธตมฺปิ ปจิตุํ วฏฺฏติ. ยํ ตตฺถ ทธิคตํ วา ตกฺกคตํ วา ตํ ขยํ คมิสฺสติ, เอตฺตาวตา หิ สวตฺถุกปฏิคฺคหิตํ นาม น โหตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. อามิเสน สทฺธึ ปกฺกตฺตา ปน ตสฺมิมฺปิ กุกฺกุจฺจายนฺติ กุกฺกุจฺจกา. อิทานิ อุคฺคเหตฺวา ฐปิตนวนีเต จ ปุเรภตฺตํ ขีรทธีนิ ปฏิคฺคเหตฺวา กตนวนีเต จ ปจฺฉาภตฺตํ ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา กตนวนีเต จ อุคฺคหิเตหิ กตนววีเต จ อกปฺปิยมํสนวนีเต จ สพฺโพ อาปตฺตานาปตฺติปริโภคาปริโภคนโย สปฺปิมฺหิ วุตฺตกฺกเมเนว คเหตพฺโพ.

เตลภิกฺขาย ปวิฏฺฐานํ ปน ภิกฺขูนํ ตตฺเถว สปฺปิมฺปิ นวนีตมฺปิ ปกฺกเตลมฺปิ อปกฺกเตลมฺปิ อากิรนฺติ, ตตฺถ ตกฺกทธิพินฺทูนิปิ ภตฺตสิตฺถานิปิ ตณฺฑุลกณาปิ มกฺขิกาทโยปิ โหนฺติ. อาทิจฺจปากํ กตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา คหิตํ สตฺตาหกาลิกํ โหติ, ปฏิคฺคเหตฺวา ฐปิตเภสชฺเชหิ สทฺธึ ปจิตฺวา นตฺถุปานมฺปิ กาตุํ วฏฺฏติ. สเจ วทฺทลิสมเย ลชฺชิ สามเณโร ยถา ตตฺถ ปติตตณฺฑุลกณาทโย น ปจฺจนฺติ, เอวํ สามิสปากํ โมเจนฺโต อคฺคิมฺหิ วิลียาเปตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา ปุน ปจิตฺวา เทติ, ปุริมนเยเนว สตฺตาหํ วฏฺฏติ.

เตเลสุ ติลเตลํ ตาว ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย นิรามิสเมว. สตฺตาหาติกฺกเม ปนสฺส ภาชนคณนาย นิสฺสคฺคิยภาโว เวทิตพฺโพ. ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. อุคฺคหิตกํ กตฺวา นิกฺขิตฺตํ อชฺโฌหริตุํ น วฏฺฏติ, สีสมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ปุเรภตฺตํ ติเล ปฏิคฺคเหตฺวา กตเตลํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย อนชฺโฌหรณียํ โหติ, สีสมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ปจฺฉาภตฺตํ ติเล ปฏิคฺคเหตฺวา กตเตลํ อนชฺโฌหรณียเมว, สวตฺถุกปฏิคฺคหิตตฺตา, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ, สีสมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา อุคฺคหิตกติเลหิ กตเตเลปิ เอเสว นโย.

ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตกติเล ภชฺชิตฺวา วา ติลปิฏฺฐํ วา เสเทตฺวา อุโณฺหทเกน วา เตเมตฺวา กตเตลํ สเจ อนุปสมฺปนฺเนน กตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ. อตฺตนา กตเตลํ ปน นิพฺพฏฺฏิตตฺตา ปุเรภตฺตํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. สามํปกฺกตฺตา สามิสํ น วฏฺฏติ, สวตฺถุกปฏิคฺคหิตตฺตา ปน ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย อุภยมฺปิ อนชฺโฌหรณียํ, สีสมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ยทิ ปน อปฺปํ อุโณฺหทกํ โหติ อพฺภุกฺกิรณมตฺตํ, อพฺโพหาริกํ โหติ, สามปากคณนํ น คจฺฉติ. สาสปเตลาทีสุปิ อวตฺถุกปฏิคฺคหิเตสุ อวตฺถุกติลเตเล วุตฺตสทิโสว วินิจฺฉโย.

สเจ ปน ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตานํ สาสปาทีนํ จุณฺเณหิ อาทิจฺจปาเกน สกฺกา เตลํ กาตุํ, ตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย นิรามิสเมว, สตฺตาหาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ. ยสฺมา ปน สาสปมธุกจุณฺณาทีนิ เสเทตฺวา เอรณฺฑกฏฺฐีนิ จ ภชฺชิตฺวา เอว เตลํ กโรนฺติ, ตสฺมา เตสํ เตลํ อนุปสมฺปนฺเนหิ กตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ. วตฺถูนํ ยาวชีวิกตฺตา ปน สวตฺถุกปฏิคฺคหเณ โทโส นตฺถีติ. อตฺตนา กตํ สตฺตาหํ นิรามิสปริโภเคเนว ปริภุญฺชิตพฺพํ. อุคฺคหิตเกหิ กตํ อนชฺโฌหรณียํ พาหิรปริโภเค วฏฺฏติ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ.

เตลกรณตฺถาย สาสปมธุกเอรณฺฑกฏฺฐีนิ วา ปฏิคฺคเหตฺวา กตํ เตลํ สตฺตาหกาลิกํ. ทุติยทิวเส กตํ ฉาหํ วฏฺฏติ. ตติยทิวเส กตํ ปญฺจาหํ วฏฺฏติ. จตุตฺถ-ปญฺจม-ฉฏฺฐสตฺตามทิวเส กตํ ตทเหว วฏฺฏติ. สเจ ยาว อรุณสฺส อุคฺคมนา ติฏฺฐติ, นิสฺสคฺคิยํ. อฏฺฐเม ทิวเส กตํ อนชฺโฌหรณียํ. อนิสฺสคฺคิยตฺตา ปน พาหิรปริโภเค วฏฺฏติ. สเจปิ น กโรติ, เตลตฺถาย คหิตสาสปาทีนํ สตฺตาหาติกฺกมเน ทุกฺกฏเมว. ปาฬิยํ ปน อนาคตานิ อญฺญานิปิ นาฬิเกรนิมฺพโกสมฺพกกรมนฺทอตสีอาทีนํ เตลานิ อตฺถิ, ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหํ อติกฺกามยโต ทุกฺกฏํ โหติ. อยเมเตสุ วิเสโส. เสสํ ยาวกาลิกวตฺถุํ ยาวชีวิกวตฺถุญฺจ สลฺลกฺเขตฺวา สามํปากสวตฺถุกปุเรภตฺตปจฺฉาภตฺตปฏิคฺคหิตอุคฺคหิตกวตฺถุวิธานํ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๖๒๓. วสาเตลนฺติ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสานิ เภสชฺชานิ, อจฺฉวสํ, มจฺฉวสํ, สุสุกาวสํ, สูกรวสํ, คทฺรภวส’’นฺติ (มหาว. ๒๖๒) เอวํ อนุญฺญาตวสานํ เตลํ. เอตฺถ จ ‘‘อจฺฉวส’’นฺติ วจเนน ฐเปตฺวา มนุสฺสวสํ สพฺเพสํ อกปฺปิยมํสาน วสา อนุญฺญาตา. มจฺฉคฺคหเณน จ สุสุกาปิ คหิตา โหนฺติ, วาฬมจฺฉตฺตา ปน วิสุํ วุตฺตํ. มจฺฉาทิคฺคหเณน เจตฺถ สพฺเพสมฺปิ กปฺปิยมํสานํ วสา อนุญฺญาตา. มํเสสุ หิ ทสมนอุสฺส-หตฺถิ-อสฺส-สุนข-อหิ-สีห-พฺยคฺฆ-ทีปิ-อจฺฉ-ตรจฺฉานํ มํสานิ อกปฺปิยานิ. วสาสุ เอกา มนุสฺสวสาว. ขีราทีสุ อกปฺปิยํ นาม นตฺถิ.

อนุปสมฺปนฺเนหิ กตนิพฺพฏฺฏิตวสาเตลํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ. ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ยํ ปน ตตฺถ สุขุมรชสทิสํ มํสํ วา นฺหารุ วา อฏฺฐิ วา โลหิตํ วา โหติ, ตํ อพฺโพหาริกํ. สเจ ปน วสํ ปฏิคฺคเหตฺวา สยํ กโรติ, ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคเหตฺวา ปจิตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา สตฺตาหํ นิรามิสปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพํ. นิรามิสปริโภคญฺหิ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ – ‘‘กาเล ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ กาเล สํสฏฺฐํ เตลปริโภเคน ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๖๒). ตตฺราปิ อพฺโพหาริกํ อพฺโพหาริกเมว. ปจฺฉาภตฺตํ ปน ปฏิคฺคหิตุํ วา กาตุํ วา น วฏฺฏติเยว. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘วิกาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ วิกาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ติณฺณํ ทุกฺกฏานํ. กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ วิกาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานํ. กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ วิกาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. กาเล เจ, ภิกฺขเว, ปฏิคฺคหิตํ กาเล นิปฺปกฺกํ กาเล สํสฏฺฐํ, ตํ เจ ปริภุญฺเชยฺย, อนาปตฺตี’’ติ.

อุปติสฺสตฺเถรํ ปน อนฺเตวาสิกา ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, สปฺปินวนีตวสานิ เอกโต ปจิตฺวา นิพฺพฏฺฏิตานิ วฏฺฏนฺติ, น วฏฺฏนฺตี’’ติ? ‘‘น วฏฺฏนฺติ, อาวุโส’’ติ. เถโร กิเรตฺถ ปกฺกเตลกสเฏ วิย กุกฺกุจฺจายติ. ตโต นํ อุตฺตริ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, นวนีเต ทธิคุฬิกา วา ตกฺกพินฺทุ วา โหติ, เอตํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘เอตมฺปิ, อาวุโส, น วฏฺฏตี’’ติ. ตโต นํ อาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, เอกโต ปจิตฺวา สํสฏฺฐานิ เตชวนฺตานิ โหนฺติ, โรคํ นิคฺคณฺหนฺตี’’ติ? ‘‘สาธาวุโส’’ติ เถโร สมฺปฏิจฺฉิ.

มหาสุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘กปฺปิยมํสวสา สามิสปริโภเค วฏฺฏติ, อิตรา นิรามิสปริโภเค วฏฺฏตี’’ติ. มหาปทุมตฺเถโร ปน ‘‘อิทํ กิ’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘นนุ วาตาพาธิกา ภิกฺขู ปญฺจมูลกสาวยาคุยํ อจฺฉสูกรเตลาทีนิ ปกฺขิปิตฺวา ยาคุํ ปิวนฺติ, สา เตชุสฺสทตฺตา โรคํ นิคฺคณฺหาตี’’ติ วตฺวา ‘‘วฏฺฏตี’’ติ อาห.

มธุ นาม มกฺขิกามธูติ มธุกรีหิ นาม มธุมกฺขิกาหิ ขุทฺทกมกฺขิกาหิ ภมรมกฺขิกาหิ จ กตํ มธุ. ตํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสปริโภคมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสปริโภคเมว วฏฺฏติ. สตฺตาหาติกฺกเม สเจ สิเลสสทิสํ มหามธุํ ขณฺฑํ ขณฺฑํ กตฺวา ฐปิตํ, อิตรํ วา นานาภาชเนสุ, วตฺถุคณนาย นิสฺสคฺคิยานิ. สเจ เอกเมว ขณฺฑํ, เอกภาชเน วา อิตรํ เอกเมว นิสฺสคฺคิยํ. อุคฺคหิตกํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ, อรุมกฺขนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. มธุปฏลํ วา มธุสิตฺถกํ วา สเจ มธุนา อมกฺขิตํ ปริสุทฺธํ, ยาวชีวิกํ. มธุมกฺขิตํ ปน มธุคติกเมว. จีริกา นาม สปกฺขา ทีฆมกฺขิกา, ตุมฺพลนามิกา จ อฏฺฐิปกฺขา กาฬมหาภมรา โหนฺติ, เตสํ อาสเยสุ นิยฺยาสสทิสํ มธุ โหติ, ตํ ยาวชีวิกํ.

ผาณิตํ นาม อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺตนฺติ อุจฺฉุรสํ อุปาทาย อปกฺกา วา อวตฺถุกปกฺกา วา สพฺพาปิ อวตฺถุกา อุจฺฉุวิกติ ผาณิตนฺติ เวทิตพฺพา. ตํ ผาณิตํ ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. สตฺตาหาติกฺกเม วตฺถุคณนาย นิสฺสคฺคิยํ. พหู ปิณฺฑา จุณฺเณตฺวา เอกภาชเน ปกฺขิตฺตา โหนฺติ ฆนสนฺนิเวสา, เอกเมว นิสฺสคฺคิยํ. อุคฺคหิตกํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ, ฆรธูปนาทีสุ อุปเนตพฺพํ. ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิเตน อปริสฺสาวิตอุจฺฉุรเสน กตผาณิตํ สเจ อนุปสมฺปนฺเนน กตํ, สามิสมฺปิ วฏฺฏติ. สยํกตํ นิรามิสเมว วฏฺฏติ. ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย ปน สวตฺถุกปฏิคฺคหิตตฺตา อนชฺโฌหรณียํ, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ปจฺฉาภตฺตํ อปริสฺสาวิตปฏิคฺคหิเตน กตมฺปิ อนชฺโฌหรณียเมว, สตฺตาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. เอส นโย อุจฺฉุํ ปฏิคฺคเหตฺวา กตผาณิเตปิ. ปุเรภตฺตํ ปน ปริสฺสาวิตปฏิคฺคหิตเกน กตํ สเจ อนุปสมฺปนฺเนน กตํ ปุเรภตฺตํ สามิสมฺปิ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว. สยํกตํ ปุเรภตฺตมฺปิ นิรามิสเมว. ปจฺฉาภตฺตํ ปริสฺสาวิตปฏิคฺคหิเตน กตํ ปน นิรามิสเมว สตฺตาหํ วฏฺฏติ. อุคฺคหิตกกตํ วุตฺตนยเมว. ‘‘ฌามอุจฺฉุผาณิตํ วา โกฏฺฏิตอุจฺฉุผาณิตํ วา ปุเรภตฺตเมว วฏฺฏตี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.

มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘เอตํ สวตฺถุกปกฺกํ วฏฺฏติ, โน วฏฺฏตี’’ติ ปุจฺฉํ กตฺวา ‘‘อุจฺฉุผาณิตํ ปจฺฉาภตฺตํ โนวฏฺฏนกํ นาม นตฺถี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตํ. สีตุทเกน กตํ มธุกปุปฺผผาณิตํ ปุเรภตฺตํ สามิสํ วฏฺฏติ, ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ นิรามิสเมว. สตฺตาหาติกฺกเม วตฺถุคณนาย ทุกฺกฏํ. ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา กตํ มธุกผาณิตํ ยาวกาลิกํ. ขณฺฑสกฺขรํ ปน ขีรชลฺลิกํ อปเนตฺวา โสเธนฺติ, ตสฺมา วฏฺฏติ. มธุกปุปฺผํ ปน ปุเรภตฺตํ อลฺลํ วฏฺฏติ, ภชฺชิตมฺปิ วฏฺฏติ. ภชฺชิตฺวา ติลาทีหิ มิสฺสํ วา อมิสฺสํ วา กตฺวา โกฏฺฏิตมฺปิ วฏฺฏติ. ยทิ ปน ตํ คเหตฺวา เมรยตฺถาย โยเชนฺติ, โยชิตํ พีชโต ปฏฺฐาย น วฏฺฏติ. กทลี-ขชฺชูรี-อมฺพ-ลพุช-ปนส-จิญฺจาทีนํ สพฺเพสํ ยาวกาลิกผลานํ ผาณิตํ ยาวกาลิกเมว. มริจปกฺเกหิ ผาณิตํ กโรนฺติ, ตํ ยาวชีวิกํ.

ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวาติ สเจปิ สพฺพานิปิ ปฏิคฺคเหตฺวา เอก ฆเฏ อวินิพฺโภคานิ กตฺวา นิกฺขิปติ, สตฺตาหาติกฺกเม เอกเมว นิสฺสคฺคิยํ. วินิภุตฺเตสุ ปญฺจ นิสฺสคฺคิยานิ. สตฺตาหํ ปน อนติกฺกาเมตฺวา คิลาเนนปิ อคิลาเนนปิ วุตฺตนเยเนว ยถาสุขํ ปริภุญฺชิตพฺพํ. สตฺตวิธญฺหิ โอทิสฺสํ นาม – พฺยาธิโอทิสฺสํ, ปุคฺคโลทิสฺสํ, กาโลทิสฺสํ, สมโยทิสฺสํ, เทโสทิสฺสํ, วโสทิสฺสํ, เภสชฺโชทิสฺสนฺติ.

ตตฺถ พฺยาธิโอทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อมนุสฺสิกาพาเธ อามกมํสํ อามกโลหิต’’นฺติ (มหาว. ๒๖๔) เอวํ พฺยาธึ อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตํ, ตํ เตเนว อาพาเธน อาพาธิกสฺส วฏฺฏติ, น อญฺญสฺส. ตญฺจ โข กาเลปิ วิกาเลปิ กปฺปิยมฺปิ อกปฺปิยมฺปิ วฏฺฏติเยว.

ปุคฺคโลทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โรมนฺถกสฺส โรมนฺถนํ. น จ, ภิกฺขเว, พหิมุขทฺวารํ นีหริตฺวา อชฺโฌหริตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๓) เอวํ ปุคฺคลํ อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตํ, ตํ ตสฺเสว วฏฺฏติ, น อญฺญสฺส.

กาโลทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, จตฺตาริ มหาวิกฏานิ ทาตุํ – คูถํ, มุตฺตํ, ฉาริกํ, มตฺติก’’นฺติ (มหาว. ๒๖๘) เอวํ อหินา ทฏฺฐกาลํ อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตํ, ตํ ตสฺมึเยว กาเล อปฺปฏิคฺคหิตกมฺปิ วฏฺฏติ, น อญฺญสฺมึ.

สมโยทิสฺสํ นาม – ‘‘คณโภชเน อญฺญตฺร สมยา’’ติอาทินา (ปาจิ. ๒๑๗) นเยน ตํ ตํ สมยํ อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตา อนาปตฺติโย, ตา ตสฺมึ ตสฺมึเยว สมเย อนาปตฺติโย โหนฺติ, น อญฺญทา.

เทโสทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เอวรูเปสุ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ วินยธรปญฺจเมน คเณน อุปสมฺปท’’นฺติ (มหาว. ๒๕๙) เอวํ ปจฺจนฺตเทเส อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตานิ อุปสมฺปทาทีนิ, ตานิ ตตฺเถว วฏฺฏนฺติ, น มชฺฌิมเทเส.

วโสทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสานิ เภสชฺชานี’’ติ (มหาว. ๒๖๒) เอวํ วสานาเมน อนุญฺญาตํ, ตํ ฐเปตฺวา มนุสฺสวสํ สพฺเพสํ กปฺปิยากปฺปิยวสานํ เตลํ ตํตทตฺถิกานํ เตลปริโภเคน ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.

เภสชฺโชทิสฺสํ นาม – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจ เภสชฺชานี’’ติ (มหาว. ๒๖๐-๒๖๑) เอวํ เภสชฺชนาเมน อนุญฺญาตานิ อาหารตฺถํ ผริตุํ สมตฺถานิ สปฺปินวนีตเตลมธุผาณิตนฺติ. ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา ตทหุปุเรภตฺตํ ยถาสุขํ ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย สติ ปจฺจเย วุตฺตนเยเนว สตฺตาหํ ปริภุญฺชิตพฺพานิ.

๖๒๔. สตฺตาหาติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ สเจปิ สาสปมตฺตํ โหติ สกึ วา องฺคุลิยา คเหตฺวา ชิวฺหาย สายนมตฺตํ นิสฺสชฺชิตพฺพเมว, ปาจิตฺติยญฺจ เทเสตพฺพํ.

น กายิเกน ปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ กาโย วา กาเย อรุ วา น มกฺเขตพฺพํ. เตหิ มกฺขิตานิ กาสาวกตฺตรยฏฺฐิอุปาหนปาทกถลิกมญฺจปีฐาทีนิปิ อปริโภคานิ. ‘‘ทฺวารวาตปานกวาเฏสุปิ หตฺเถน คหณฏฺฐานํ น มกฺเขตพฺพ’’นฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. ‘‘กสาเว ปน ปกฺขิปิตฺวา ทฺวารวาตปานกวาฏานิ มกฺเขตพฺพานี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.

อนาปตฺติ อนฺโตสตฺตาหํ อธิฏฺเฐตีติ สตฺตาหพฺภนฺตเร สปฺปิญฺจ เตลญฺจ วสญฺจ มุทฺธนิเตลํ วา อพฺภญฺชนํ วา มธุํ อรุมกฺขนํ ผาณิตํ ฆรธูปนํ อธิฏฺเฐติ, อนาปตฺติ. สเจ อธิฏฺฐิตเตลํ อนธิฏฺฐิตเตลภาชเน อากิริตุกาโม โหติ, ภาชเน เจ สุขุมํ ฉิทฺทํ ปวิฏฺฐํ ปวิฏฺฐํ เตลํ ปุราณเตเลน อชฺโฌตฺถรียติ, ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. อถ มหามุขํ โหติ, สหสาว พหุเตลํ ปวิสิตฺวา ปุราณเตลํ อชฺโฌตฺถรติ, ปุน อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ. อธิฏฺฐิตคติกเมว หิ ตํ โหติ, เอเตน นเยน อธิฏฺฐิตเตลภาชเน อนธิฏฺฐิตเตลากิรณมฺปิ เวทิตพฺพํ.

๖๒๕. วิสฺสชฺเชตีติ เอตฺถ สเจ ทฺวินฺนํ สนฺตกํ เอเกน ปฏิคฺคหิตํ อวิภตฺตํ โหติ, สตฺตาหาติกฺกเม ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน น วฏฺฏติ. สเจ เยน ปฏิคฺคหิตํ, โส อิตรํ ภณติ – ‘‘อาวุโส, อิมํ เตลํ สตฺตาหมตฺตํ ปริภุญฺช ตฺว’’นฺติ. โส จ ปริโภคํ น กโรติ, กสฺส อาปตฺติ? น กสฺสจิปิ อาปตฺติ. กสฺมา? เยน ปฏิคฺคหิตํ เตน วิสฺสชฺชิตตฺตา, อิตรสฺส อปฺปฏิคฺคหิตตฺตา.

วินสฺสตีติ อปริโภคํ โหติ. จตฺเตนาติอาทีสุ เยน จิตฺเตน เภสชฺชํ จตฺตญฺจ วนฺตญฺจ มุตฺตญฺจ โหติ, ตํ จิตฺตํ จตฺตํ วนฺตํ มุตฺตนฺติ วุจฺจติ. เตน จิตฺเตน ปุคฺคโล อนเปกฺโขติ วุจฺจตฺติ, เอวํ อนเปกฺโข สามเณรสฺส ทตฺวาติ อตฺโถ. อิทํ กสฺมา วุตฺตํ? ‘‘เอวํ อนฺโตสตฺตาเห ทตฺวา ปจฺฉา ลภิตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติทสฺสนตฺถ’’นฺติ มหาสุมตฺเถโร อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘นยิทํ ยาจิตพฺพํ, อนฺโตสตฺตาเห ทินฺนสฺส หิ ปุน ปริโภเค อาปตฺติเยว นตฺถิ. สตฺตาหาติกฺกนฺตสฺส ปน ปริโภเค อนาปตฺติทสฺสนตฺถมิทํ วุตฺต’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ ทินฺนํ เภสชฺชํ สเจ สามเณโร อภิสงฺขริตฺวา วา อนภิสงฺขริตฺวา วา ตสฺส ภิกฺขุโน นตฺถุกมฺมตฺถํ ทเทยฺย, คเหตฺวา นตฺถุกมฺมํ กาตพฺพํ. สเจ พาโล โหติ, ทาตุํ น ชานาติ, อญฺเญน ภิกฺขุนา วตฺตพฺโพ – ‘‘อตฺถิ เต, สามเณร, เตล’’นฺติ ‘‘อาม, ภนฺเต, อตฺถี’’ติ. ‘‘อาหร, เถรสฺส เภสชฺชํ กริสฺสามา’’ติ. เอวมฺปิ วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

กถินสมุฏฺฐานํ, อกิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ,

ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๒๖. เตน สมเยนาติ วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทํ. ตตฺถ วสฺสิกสาฏิกา อนุญฺญาตาติ จีวรกฺขนฺธเก วิสาขาวตฺถุสฺมึ (มหาว. ๓๔๙ อาทโย) อนุญฺญาตา. ปฏิกจฺเจวาติ ปุเรเยว.

๖๒๗. มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ จตุนฺนํ คิมฺหมาสานํ เอโก ปจฺฉิมมาโส เสโส. กตฺวาติ สิพฺพนรชนกปฺปปริโยสาเนน นิฏฺฐเปตฺวา. กโรนฺเตน จ เอกเมว กตฺวา สมเย อธิฏฺฐาตพฺพํ, เทฺว อธิฏฺฐาตุํ น วฏฺฏนฺติ.

อติเรกมาเส เสเส คิมฺหาเนติ คิมฺหานนามเก อติเรกมาเส เสเส.

อติเรกทฺธมาเส เสเส คิมฺหาเน กตฺวา นิวาเสตีติ เอตฺถ ปน ฐตฺวา วสฺสิกสาฏิกาย ปริเยสนกฺเขตฺตํ กรณกฺเขตฺตํ นิวาสนกฺเขตฺตํ อธิฏฺฐานกฺเขตฺตนฺติ จตุพฺพิธํ เขตฺตํ, กุจฺฉิสมโย ปิฏฺฐิสมโยติ ทุวิโธ สมโย, ปิฏฺฐิสมยจตุกฺกํ กุจฺฉิสมยจตุกฺกนฺติ เทฺว จตุกฺกานิ จ เวทิตพฺพานิ.

ตตฺถ เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว กาฬปกฺขุโปสถา, อยเมโก อทฺธมาโส ปริเยสนกฺเขตฺตญฺเจว กรณกฺเขตฺตญฺจ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร วสฺสิกสาฏิกํ อลทฺธํ ปริเยสิตุํ ลทฺธํ กาตุญฺจ วฏฺฏติ, นิวาเสตุํ อธิฏฺฐาตุญฺจ น วฏฺฏติ. กาฬปกฺขุโปสถสฺส ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว อาสาฬฺหีปุณฺณมา, อยเมโก อทฺธมาโส ปริเยสนกรณนิวาสนานํ ติณฺณมฺปิ เขตฺตํ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร ปริเยสิตุํ กาตุํ นิวาเสตุญฺจ วฏฺฏติ, อธิฏฺฐาตุํเยว น วฏฺฏติ. อาสาฬฺหีปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว กตฺติกปุณฺณมา, อิเม จตฺตาโร มาสา ปริเยสนกรณนิวาสนาธิฏฺฐานานํ จตุนฺนํ เขตฺตํ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร อลทฺธํ ปริเยสิตุํ ลทฺธํ กาตุํ นิวาเสตุํ อธิฏฺฐาตุญฺจ วฏฺฏติ. อิทํ ตาว จตุพฺพิธํ เขตฺตํ เวทิตพฺพํ.

กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปน ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว เชฏฺฐมูลปุณฺณมา, อิเม สตฺต มาสา ปิฏฺฐิสมโย นาม. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร ‘‘กาโล วสฺสิกสาฏิกายา’’ติอาทินา นเยน สตุปฺปาทํ กตฺวา อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐานโต วสฺสิกสาฏิกจีวรํ นิปฺผาเทนฺตสฺส อิมินา สิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. ‘‘เทถ เม วสฺสิกสาฏิกจีวร’’นฺติอาทินา นเยน วิญฺญตฺตึ กตฺวา นิปฺผาเทนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. วุตฺตนเยเนว สตุปฺปาทํ กตฺวา ญาตกปวาริตฏฺฐานโต นิปฺผาเทนฺตสฺส อิมินาว สิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. วิญฺญตฺตึ กตฺวา นิปฺผาเทนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน อนาปตฺติ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร –

‘‘มาตรํ จีวรํ ยาเจ, โน จ สงฺเฆ ปริณตํ;

เกนสฺส โหติ อาปตฺติ, อนาปตฺติ จ ญาตเก;

ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);

อยญฺหิ ปโญฺห อิมมตฺถํ สนฺธาย วุตฺโตติ. เอวํ ปิฏฺฐิสมยจตุกฺกํ เวทิตพฺพํ.

เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสิยา ปน ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว กตฺติกปุณฺณมา, อิเม ปญฺจ มาสา กุจฺฉิสมโย นาม. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร วุตฺตนเยน สตุปฺปาทํ กตฺวา อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐานโต วสฺสิกสาฏิกจีวรํ นิปฺผาเทนฺตสฺส วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ. เย มนุสฺสา ปุพฺเพปิ วสฺสิกสาฏิกจีวรํ เทนฺติ, อิเม ปน สเจปิ อตฺตโน อญฺญาตกอปฺปวาริตา โหนฺติ, วตฺตเภโท นตฺถิ, เตสุ สตุปฺปาทกรณสฺส อนุญฺญาตตฺตา. วิญฺญตึ กตฺวา นิปฺผาเทนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. อิทํ ปน ปกติยา วสฺสิกสาฏิกทายเกสุปิ โหติเยว. วุตฺตนเยเนว สตุปฺปาทํ กตฺวา ญาตกปวาริตฏฺฐานโต นิปฺผาเทนฺตสฺส อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติ. วิญฺญตฺตึ กตฺวา นิปฺผาเทนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน อนาปตฺติ. ‘‘น วตฺตพฺพา เทถ เม’’ติ อิทญฺหิ ปริเยสนกาเล อญฺญาตกอปฺปวาริเตเยว สนฺธาย วุตฺตํ. เอวํ กุจฺฉิสมยจตุกฺกํ เวทิตพฺพํ.

นคฺโค กายํ โอวสฺสาเปติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ อุทกผุสิตคณนาย อกตฺวา นฺหานปริโยสานวเสน ปโยเค ปโยเค ทุกฺกเฏน กาเรตพฺโพ. โส จ โข วิวฏงฺคเณ อากาสโต ปติตอุทเกเนว นฺหายนฺโต. นฺหานโกฏฺฐกวาปิอาทีสุ ฆเฏหิ อาสิตฺตอุทเกน วา นฺหายนฺตสฺส อนาปตฺติ.

วสฺสํ อุกฺกฑฺฒิยตีติ เอตฺถ สเจ กตปริเยสิตาย วสฺสิกสาฏิกาย คิมฺหานํ ปจฺฉิม มาสํ เขเปตฺวา ปุน วสฺสานสฺส ปฐมมาสํ อุกฺกฑฺฒิตฺวา คิมฺหานํ ปจฺฉิมมาสเมว กโรนฺติ, วสฺสิกสาฏิกา โธวิตฺวา นิกฺขิปิตพฺพา. อนธิฏฺฐิตา อวิกปฺปิตา เทฺว มาเส ปริหารํ ลภติ, วสฺสูปนายิกทิวเส อธิฏฺฐาตพฺพา. สเจ สติสมฺโมเสน วา อปฺปโหนกภาเวน วา อกตา โหติ, เต จ เทฺว มาเส วสฺสานสฺส จ จาตุมาสนฺติ ฉ มาเส ปริหารํ ลภติ. สเจ ปน กตฺติกมาเส กถินํ อตฺถรียติ, อปเรปิ จตฺตาโร มาเส ลภติ, เอวํ ทส มาสา โหนฺติ. ตโต ปรมฺปิ สติยา ปจฺจาสาย มูลจีวรํ กตฺวา ฐเปนฺตสฺส เอกมาสนฺติ เอวํ เอกาทส มาเส ปริหารํ ลภติ. สเจ ปน เอกาหทฺวีหาทิวเสน ยาว ทสาหานาคตาย วสฺสูปนายิกาย อนฺโตวสฺเส วา ลทฺธา เจว นิฏฺฐิตา จ, กทา อธิฏฺฐาตพฺพาติ เอตํ อฏฺฐกถาสุ น วิจาริตํ. ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย อนฺโตทสาเห นิฏฺฐิตา ปน ตสฺมึเยว อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตพฺพา. ทสาหาติกฺกเม นิฏฺฐิตา ตทเหว อธิฏฺฐาตพฺพา. ทสาเห อปฺปโหนฺเต จีวรกาลํ นาติกฺกเมตพฺพาติ อยํ โน อตฺตโนมติ. กสฺมา? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) หิ วุตฺตํ. ตสฺมา วสฺสูปนายิกโต ปุพฺเพ ทสาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ‘‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๔๖๒) จ วุตฺตํ. ตสฺมา เอกาหทฺวีหาทิวเสน ยาว ทสาหานาคตาย วสฺสูปนายิกาย อนฺโตวสฺเส วา ลทฺธา เจว นิฏฺฐิตา จ วุตฺตนเยเนว อนฺโตทสาเห วา ตทหุ วา อธิฏฺฐาตพฺพา, ทสาเห อปฺปโหนฺเต จีวรกาลํ นาติกฺกเมตพฺพา.

ตตฺถ สิยา ‘‘วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุ’’นฺติ วจนโต ‘‘จาตุมาสพฺภนฺตเร ยทา วา ตทา วา อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ยทิ เอวํ, ‘‘กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ ยาว อาพาธา อธิฏฺฐาตุ’’นฺติ วุตฺตํ สาปิ, จ ทสาหํ อติกฺกาเมตพฺพา สิยา. เอวญฺจ สติ ‘‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’’นฺติ อิทํ วิรุชฺฌติ. ตสฺมา ยถาวุตฺตเมว คเหตพฺพํ, อญฺญํ วา อจลํ การณํ ลภิตฺวา ฉฑฺเฑตพฺพํ. อปิจ กุรุนฺทิยมฺปิ นิสฺสคฺคิยาวสาเน วุตฺตํ – ‘‘กทา อธิฏฺฐาตพฺพา? ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย อนฺโตทสาเห นิฏฺฐิตา ปน ตสฺมึเยว อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตพฺพา. ยทิ นปฺปโหติ ยาว กตฺติกปุณฺณมา ปริหารํ ลภตี’’ติ.

๖๓๐. อจฺฉินฺนจีวรสฺสาติ เอตํ วสฺสิกสาฏิกเมว สนฺธาย วุตฺตํ. เตสญฺหิ นคฺคานํ กาโยวสฺสาปเน อนาปตฺติ. เอตฺถ จ มหคฺฆวสฺสิกสาฏิกํ นิวาเสตฺวา นฺหายนฺตสฺส โจรุปทฺทโว อาปทา นาม. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จีวรอจฺฉินฺทนสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๓๑. เตน สมเยนาติ จีวรอจฺฉินฺทนสิกฺขาปทํ. ตตฺถ ยมฺปิ ตฺยาหนฺติ ยมฺปิ เต อหํ. โส กิร ‘‘มม ปตฺตจีวรอุปาหนปจฺจตฺถรณานิ วหนฺโต มยา สทฺธึ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’’ติ อทาสิ. เตเนวมาห. อจฺฉินฺทีติ พลกฺกาเรน อคฺคเหสิ, สกสญฺญาย คหิตตฺตา ปนสฺส ปาราชิกํ นตฺถิ, กิลเมตฺวา คหิตตฺตา อาปตฺติ ปญฺญตฺตา.

๖๓๓. สยํ อจฺฉินฺทติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ เอกํ จีวรํ เอกาพทฺธานิ จ พหูนิ อจฺฉินฺทโต เอกา อาปตฺติ. เอกโต อพทฺธานิ วิสุํ วิสุํ ฐิตานิ จ พหูนิ อจฺฉินฺทโต ‘‘สงฺฆาฏึ อาหร, อุตฺตราสงฺคํ อาหรา’’ติ เอวํ อาหราปยโต จ วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย. ‘‘มยา ทินฺนานิ สพฺพานิ อาหรา’’ติ วทโตปิ เอกวจเนเนว สมฺพหุลา อาปตฺติโย.

อญฺญํ อาณาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ‘‘จีวรํ คณฺหา’’ติ อาณาเปติ, เอกํ ทุกฺกฏํ. อาณตฺโต พหูนิ คณฺหาติ, เอกํ ปาจิตฺติยํ ‘‘สงฺฆาฏึ คณฺห, อุตฺตราสงฺคํ คณฺหา’’ติ วทโต วาจาย วาจาย ทุกฺกฏํ. ‘‘มยา ทินฺนานิ สพฺพานิ คณฺหา’’ติ วทโต เอกวาจาย สมฺพหุลา อาปตฺติโย.

๖๓๔. อญฺญํ ปริกฺขารนฺติ วิกปฺปนุปคปจฺฉิมจีวรํ ฐเปตฺวา ยํ กิญฺจิ อนฺตมโส สูจิมฺปิ. เวเฐตฺวา ฐปิตสูจีสุปิ วตฺถุคณนาย ทุกฺกฏานิ. สิถิลเวฐิตาสุ เอวํ. คาฬฺหํ กตฺวา พทฺธาสุ ปน เอกเมว ทุกฺกฏนฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. สูจิฆเร ปกฺขิตฺตาสุปิ เอเสว นโย. ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา สิถิลพทฺธ คาฬฺหพทฺเธสุ ติกฏุกาทีสุ เภสชฺเชสุปิ เอเสว นโย.

๖๓๕. โส วา เทตีติ ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํเยว อิทํ สารุปฺป’’นฺติ เอวํ วา เทติ, อถ วา ปน ‘‘อาวุโส, มยํ ตุยฺหํ ‘วตฺตปฏิปตฺตึ กริสฺสติ, อมฺหากํ สนฺติเก อุปชฺฌํ คณฺหิสฺสติ, ธมฺมํ ปริยาปุณิสฺสตี’ติ จีวรํ อทมฺห, โส ทานิ ตฺวํ น วตฺตํ กโรสิ, น อุปชฺฌํ คณฺหาสิ, น ธมฺมํ ปริยาปุณาสี’’ติ เอวมาทีนิ วุตฺโต ‘‘ภนฺเต, จีวรตฺถาย มญฺเญ ภณถ, อิทํ โว จีวร’’นฺติ เทติ, เอวมฺปิ โส วา เทติ. ทิสาปกฺกนฺตํ วา ปน ทหรํ ‘‘นิวตฺเตถ น’’นฺติ ภณติ, โส น นิวตฺตติ. จีวรํ คเหตฺวา รุนฺธถาติ, เอวํ เจ นิวตฺตติ, สาธุ. สเจ ‘‘ปตฺตจีวรตฺถาย มญฺเญ ตุเมฺห ภณถ, คณฺหถ น’’นฺติ เทติ. เอวมฺปิ โส วา เทติ, วิพฺภนฺตํ วา ทิสฺวา ‘‘มยํ ตุยฺหํ ‘วตฺตํ กริสฺสตี’ติ ปตฺตจีวรํ อทมฺห, โส ทานิ ตฺวํ วิพฺภมิตฺวา จรสี’’ติ วทติ. อิตโร ‘‘คณฺหถ ตุมฺหากํ ปตฺตจีวร’’นฺติ เทติ, เอวมฺปิ โส วา เทติ. ‘‘มม สนฺติเก อุปชฺฌํ คณฺหนฺตสฺเสว เทมิ, อญฺญตฺถ คณฺหนฺตสฺส น เทมิ. วตฺตํ กโรนฺตสฺเสว เทมิ, อกโรนฺตสฺส น เทมิ, ธมฺมํ ปริยาปุณนฺตสฺเสว เทมิ, อปริยาปุณนฺตสฺส น เทมิ, อวิพฺภมนฺตสฺเสว เทมิ, วิพฺภมนฺตสฺส น เทมี’’ติ เอวํ ปน ทาตุํ น วฏฺฏติ, ททโต ทุกฺกฏํ. อาหราเปตุํ ปน วฏฺฏติ. จชิตฺวา ทินฺนํ อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหนฺโต ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺโพ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

จีวรอจฺฉินฺทนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สุตฺตวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๓๖. เตน สมเยนาติ สุตฺตวิญฺญตฺติสิกฺขาปทํ. ตตฺถ โขมนฺติ โขมวาเกหิ กตสุตฺตํ. กปฺปาสิกนฺติ กปฺปาสโต นิพฺพตฺตํ. โกเสยฺยนฺติ โกสิยํสูหิ กนฺติตฺวา กตสุตฺตํ. กมฺพลนฺติ เอฬกโลมสุตฺตํ. สาณนฺติ สาณวากสุตฺตํ. ภงฺคนฺติ ปาเฏกฺกํ วากสุตฺตเมวาติ เอเก. เอเตหิ ปญฺจหิ มิสฺเสตฺวา กตสุตฺตํ ปน ‘‘ภงฺค’’นฺติ เวทิตพฺพํ.

วายาเปติ ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏนฺติ สเจ ตนฺตวายสฺส ตุริเวมาทีนิ นตฺถิ, ตานิ ‘‘อรญฺญโต อาหริสฺสามี’’ติ วาสึ วา ผรสุํ วา นิเสติ, ตโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ อุปกรณตฺถาย วา จีวรวายนตฺถาย วา กโรติ, สพฺพตฺถ ตนฺตวายสฺส ปโยเค ปโยเค ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ. ทีฆโต วิทตฺถิมตฺเต ติริยญฺจ หตฺถมตฺเต วีเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘ยาว ปริโยสานํ วายาเปนฺตสฺส ผลเก ผลเก นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ วุตฺตํ. ตมฺปิ อิทเมว ปมาณํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. วิกปฺปนุปคปจฺฉิมญฺหิ จีวรสงฺขฺยํ คจฺฉตีติ.

อปิเจตฺถ เอวํ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ – สุตฺตํ ตาว สามํ วิญฺญาปิตํ อกปฺปิยํ, เสสํ ญาตกาทิวเสน อุปฺปนฺนํ กปฺปิยํ. ตนฺตวาโยปิ อญฺญาตกอปฺปวาริโต วิญฺญตฺติยา ลทฺโธ อกปฺปิโย, เสโส กปฺปิโย. ตตฺถ อกปฺปิยสุตฺตํ อกปฺปิยตนฺตวาเยน วายาเปนฺตสฺส ปุพฺเพ วุตฺตนเยน นิสฺสคฺคิยํ. เตเนว ปน กปฺปิยสุตฺตํ วายาเปนฺตสฺส ยถา ปุพฺเพ นิสฺสคฺคิยํ, เอวํ ทุกฺกฏํ. เตเนว กปฺปิยํ อกปฺปิยญฺจ สุตฺตํ วายาเปนฺตสฺส ยทิ ปจฺฉิมจีวรปฺปมาเณน เอโก ปริจฺเฉโท สุทฺธกปฺปิยสุตฺตมโย, เอโก อกปฺปิยสุตฺตมโยติ เอวํ เกทารพทฺธํ วิย จีวรํ โหติ, อกปฺปิยสุตฺตมเย ปริจฺเฉเท ปาจิตฺติยํ, อิตรสฺมึ ตเถว ทุกฺกฏํ. ยทิ ตโต อูนปริจฺเฉทา โหนฺติ, อนฺตมโส อจฺฉิมณฺฑลปฺปมาณาปิ, สพฺพปริจฺเฉเทสุ ปริจฺเฉทคณนาย ทุกฺกฏํ. อถ เอกนฺตริเกน วา สุตฺเตน ทีฆโต วา กปฺปิยํ ติริยํ อกปฺปิยํ กตฺวา วีตํ โหติ, ผลเก ผลเก ทุกฺกฏํ. กปฺปิยตนฺตวาเยนปิ อกปฺปิยสุตฺตํ วายาเปนฺตสฺส ยถา ปุพฺเพ นิสฺสคฺคิยํ, เอวํ ทุกฺกฏํ. เตเนว กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ สุตฺตํ วายาเปนฺตสฺส สเจ ปจฺฉิมจีวรปฺปมาณา อูนกา วา อกปฺปิยสุตฺตปริจฺเฉทา โหนฺติ, เตสุ ปริจฺเฉทคณนาย ทุกฺกฏํ. กปฺปิยสุตฺตปริจฺเฉเทสุ อนาปตฺติ. อถ เอกนฺตริเกน วา สุตฺเตน ทีฆโต วา กปฺปิยํ ติริยํ อกปฺปิยํ กตฺวา วีตํ โหติ, ผลเก ผลเก ทุกฺกฏํ.

ยทิ ปน เทฺว ตนฺตวายา โหนฺติ, เอโก กปฺปิโย เอโก อกปฺปิโย, สุตฺตญฺจ อกปฺปิยํ, เต เจ วาเรน วินนฺติ, อกปฺปิยตนฺตวาเยน วีเต ผลเก ผลเก ปาจิตฺติยํ, อูนตเร ทุกฺกฏํ. อิตเรน วีเต อุภยตฺถ ทุกฺกฏํ. สเจ เทฺวปิ เวมํ คเหตฺวา เอกโต วินนฺติ, ผลเก ผลเก ปาจิตฺติยํ. อถ สุตฺตํ กปฺปิยํ, จีวรญฺจ เกทารพทฺธาทีหิ สปริจฺเฉทํ, อกปฺปิยตนฺตวาเยน วีเต ปริจฺเฉเท ปริจฺเฉเท ทุกฺกฏํ, อิตเรน วีเต อนาปตฺติ. สเจ เทฺวปิ เวมํ คเหตฺวา เอกโต วินนฺติ, ผลเก ผลเก ทุกฺกฏํ. อถ สุตฺตมฺปิ กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ, เต เจ วาเรน วินนฺติ, อกปฺปิยตนฺตวาเยน อกปฺปิยสุตฺตมเยสุ ปจฺฉิมจีวรปฺปมาเณสุ ปริจฺเฉเทสุ วีเตสุ ปริจฺเฉทคณนาย ปาจิตฺติยํ. อูนกตเรสุ กปฺปิยสุตฺตมเยสุ จ ทุกฺกฏํ. กปฺปิยตนฺตวาเยน อกปฺปิยสุตฺตมเยสุ ปมาณยุตฺเตสุ วา อูนเกสุ วา ทุกฺกฏเมว. กปฺปิยสุตฺตมเยสุ อนาปตฺติ.

อถ เอกนฺตริเกน วา สุตฺเตน ทีฆโต วา อกปฺปิยํ ติริยํ กปฺปิยํ กตฺวา วินนฺติ, อุโภปิ วา เต เวมํ คเหตฺวา เอกโต วินนฺติ, อปริจฺเฉเท จีวเร ผลเก ผลเก ทุกฺกฏํ, สปริจฺเฉเท ปริจฺเฉทวเสน ทุกฺกฏานีติ. อยํ ปน อตฺโถ มหาอฏฺฐกถายํ อปากโฏ, มหาปจฺจริยาทีสุ ปากโฏ. อิธ สพฺพากาเรเนว ปากโฏ.

สเจ สุตฺตมฺปิ กปฺปิยํ, ตนฺตวาโยปิ กปฺปิโย ญาตกปฺปวาริโต วา มูเลน วา ปโยชิโต, วายาปนปจฺจยา อนาปตฺติ. ทสาหาติกฺกมนปจฺจยา ปน อาปตฺตึ รกฺขนฺเตน วิกปฺปนุปคปฺปมาณมตฺเต วีเต ตนฺเต ฐิตํเยว อธิฏฺฐาตพฺพํ. ทสาหาติกฺกเมน นิฏฺฐาปิยมานญฺหิ นิสฺสคฺคิยํ ภเวยฺยาติ. ญาตกาทีหิ ตนฺตํ อาโรเปตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, อิทํ จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ นิยฺยาติเตปิ เอเสว นโย.

สเจ ตนฺตวาโย เอวํ ปโยชิโต วา สยํ ทาตุกาโม วา หุตฺวา ‘‘อหํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ จีวรํ อสุกทิวเส นาม วายิตฺวา ฐเปสฺสามี’’ติ วทติ, ภิกฺขุ จ เตน ปริจฺฉินฺนทิวสโต ทสาหํ อติกฺกาเมติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ.

สเจ ปน ตนฺตวาโย ‘‘อหํ ตุมฺหากํ จีวรํ วายิตฺวา สาสนํ เปเสสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว กโรติ, เตน เปสิตภิกฺขุ ปน ตสฺส ภิกฺขุโน น อาโรเจติ, อญฺโญ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, จีวรํ นิฏฺฐิต’’นฺติ อาโรเจติ, เอตสฺส อาโรจนํ น ปมาณํ. ยทา ปน เตน เปสิโตเยว อาโรเจติ, ตสฺส วจนํ สุตทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ.

สเจ ตนฺตวาโย ‘‘อหํ ตุมฺหากํ จีวรํ วายิตฺวา กสฺสจิ หตฺเถ ปหิณิสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว กโรติ, จีวรํ คเหตฺวา คตภิกฺขุ ปน อตฺตโน ปริเวเณ ฐเปตฺวา ตสฺส น อาโรเจติ, อญฺโญ โกจิ ภณติ ‘‘อปิ, ภนฺเต, อธุนา อาภตํ จีวรํ สุนฺทร’’นฺติ? ‘‘กุหึ, อาวุโส, จีวร’’นฺติ? ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส หตฺเถ เปสิต’’นฺติ. เอตสฺสปิ วจนํ น ปมาณํ. ยทา ปน โส ภิกฺขุ จีวรํ เทติ, ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน วายาปนมูลํ อทินฺนํ โหติ, ยาว กากณิกมตฺตมฺปิ อวสิฏฺฐํ, ตาว รกฺขติ.

๖๔๐. อนาปตฺติ จีวรํ สิพฺเพตุนฺติ จีวรสิพฺพนตฺถาย สุตฺตํ วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺโถ. อาโยเคติอาทีสุปิ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ, อาโยคาทินิมิตฺตํ วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

สุตฺตวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. มหาเปสการสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๔๑. เตน สมเยนาติ มหาเปสการสิกฺขาปทํ. ตตฺถ สุตฺตํ ธารยิตฺวาติ สุตฺตํ ตุเลตฺวา ปลปริจฺเฉทํ กตฺวา. อปฺปิตนฺติ ฆนํ. สุวีตนฺติ สุฏฺฐุ วีตํ, สพฺพฏฺฐาเนสุ สมํ กตฺวา วีตํ. สุปฺปวายิตนฺติ สุฏฺฐุ ปวายิตํ สพฺพฏฺฐาเนสุ สมํ กตฺวา ตนฺเต ปสาริตํ. สุวิเลขิตนฺติ เลขนิยา สุฏฺฐุ วิลิขิตํ. สุวิตจฺฉิตนฺติ โกจฺเฉน สุฏฺฐุ วิตจฺฉิตํ, สุนิทฺโธตนฺติ อตฺโถ. ปฏิพทฺธนฺติ เวกลฺลํ. ตนฺเตติ ตนฺเต ทีฆโต ปสารเณเยว อุปเนตฺวาติ อตฺโถ.

๖๔๒. ตตฺร เจ โส ภิกฺขูติ ยตฺร คาเม วา นิคเม วา เต ตนฺตวายา ตตฺร. วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺยาติ วิสิฏฺฐํ กปฺปํ อธิกวิธานํ อาปชฺเชยฺย. ปาฬิยํ ปน เยนากาเรน วิกปฺปํ อาปนฺโน โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทํ โข, อาวุโส’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ธมฺมมฺปิ ภณตีติ ธมฺมกถมฺปิ กเถติ, ‘‘ตสฺส วจเนน อายตํ วา วิตฺถตํ วา อปฺปิตํ วา’’ติ สุตฺตวฑฺฒนอาการเมว ทสฺเสติ.

ปุพฺเพ อปฺปวาริโตติ จีวรสามิเกหิ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต หุตฺวา. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ,

ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

มหาเปสการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อจฺเจกจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๔๖-๙. เตน สมเยนาติ อจฺเจกจีวรสิกฺขาปทํ. ตตฺถ ทสาหานาคตนฺติ ทส อหานิ ทสาหํ, เตน ทสาเหน อนาคตา ทสาหานาคตา, ทสาเหน อสมฺปตฺตาติ อตฺโถ, ตํ ทสาหานาคตํ, อจฺจนฺตสํโยควเสน ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ, เตเนวสฺส ปทภาชเน ‘‘ทสาหานาคตายา’’ติ วุตฺตํ. ปวารณายาติ อิทํ ปน ยา สา ทสาหานาคตาติ วุตฺตา, ตํ สรูปโต ทสฺเสตุํ อสมฺโมหตฺถํ อนุปโยควจนํ.

กตฺติกเตมาสิกปุณฺณมนฺติ ปฐมกตฺติกเตมาสิกปุณฺณมํ. อิธาปิ ปฐมปทสฺส อนุปโยคตฺตา ปุริมนเยเนว ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘‘ยโต ปฏฺฐาย ปฐมมหาปวารณา ทสาหานาคตา’ติ วุจฺจติ, สเจปิ ตานิ ทิวสานิ อจฺจนฺตเมว ภิกฺขุโน อจฺเจกจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺย, ‘อจฺเจกํ อิท’นฺติ ชานมาเนน ภิกฺขุนา สพฺพมฺปิ ปฏิคฺคเหตพฺพ’’นฺติ. เตน ปวารณามาสสฺส ชุณฺหปกฺขปญฺจมิโต ปฐาย อุปฺปนฺนสฺส จีวรสฺส นิธานกาโล ทสฺสิโต โหติ. กามญฺเจส ‘‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’’นฺติ อิมินาว สิทฺโธ, อตฺถุปฺปตฺติวเสน ปน อปุพฺพํ วิย อตฺถํ ทสฺเสตฺวา สิกฺขาปทํ ฐปิตํ.

อจฺเจกจีวรนฺติ อจฺจายิกจีวรํ วุจฺจติ, ตสฺส ปน อจฺจายิกภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘เสนาย วา คนฺตุกาโม โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สทฺธาติ อิมินา สทฺธามตฺตกเมว ทสฺสิตํ. ปสาโทติ อิมินา สุปฺปสนฺนา พลวสทฺธา. เอตํ อจฺเจกจีวรํ นามาติ เอตํ อิเมหิ การเณหิ ทาตุกาเมน ทูตํ วา เปเสตฺวา สยํ วา อาคนฺตฺวา ‘‘วสฺสาวาสิกํ ทสฺสามี’’ติ เอวํ อาโรจิตํ จีวรํ อจฺเจกจีวรํ นาม โหตี. ฉฏฺฐิโต ปฏฺฐาย ปน อุปฺปนฺนํ อนจฺเจกจีวรมฺปิ ปจฺจุทฺธริตฺวา ฐปิตจีวรมฺปิ เอตํ ปริหารํ ลภติเยว.

สญฺญาณํ กตฺวา นิกฺขิปิตพฺพนฺติ กิญฺจิ นิมิตฺตํ กตฺวา ฐเปตพฺพํ. กสฺมา เอตํ วุตฺตํ? ยทิ หิ ตํ ปุเร ปวารณาย วิภชนฺติ. เยน คหิตํ, เตน ฉินฺนวสฺเสน น ภวิตพฺพํ. สเจ ปน โหติ, ตํ จีวรํ สงฺฆิกเมว โหติ. ตโต สลฺลกฺเขตฺวา สุขํ ทาตุํ ภวิสฺสตีติ.

๖๕๐. อจฺเจกจีวเร อจฺเจกจีวรสญฺญีติ เอวมาทิ วิภชิตฺวา คหิตเมว สนฺธาย วุตฺตํ. สเจ ปน อวิภตฺตํ โหติ, สงฺฆสฺส วา ภณฺฑาคาเร, จีวรสมยาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. อิติ อติเรกจีวรสฺส ทสาหํ ปริหาโร. อกตสฺส วสฺสิกสาฏิกจีวรสฺส อนตฺถเต กถิเน ปญฺจ มาสา, วสฺเส อุกฺกฑฺฒิเต ฉ มาสา, อตฺถเต กถิเน อปเร จตฺตาโร มาสา. เหมนฺตสฺส ปจฺฉิเม ทิวเส มูลจีวราธิฏฺฐานวเสน อปโรปิ เอโก มาโสติ เอกาทส มาสา ปริหาโร. สติยา ปจฺจาสาย มูลจีวรสฺส เอโก มาโส, อจฺเจกจีวรสฺส อนตฺถเต กถิเน เอกาทสทิวสาธิโก มาโส, อตฺถเต กถิเน เอกาทสทิวสาธิกา ปญฺจ มาสา, ตโต ปรํ เอกทิวสมฺปิ ปริหาโร นตฺถีติ เวทิตพฺพํ.

อนจฺเจกจีวเรติ อจฺเจกจีวรสทิเส อญฺญสฺมึ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

กถินสมุฏฺฐานํ – อกิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

อจฺเจกจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. สาสงฺกสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๕๒. เตน สมเยนาติ สาสงฺกสิกฺขาปทํ. ตตฺถ วุตฺถวสฺสา อารญฺญเกสูติ เต ปุพฺเพปิ อรญฺเญเยว วิหรึสุ. ทุพฺพลจีวรตฺตา ปน ปจฺจยวเสน คามนฺตเสนาสเน วสฺสํ วสิตฺวา นิฏฺฐิตจีวรา หุตฺวา ‘‘อิทานิ นิปฺปลิโพธา สมณธมฺมํ กริสฺสามา’’ติ อารญฺญเกสุ เสนาสเนสุ วิหรนฺติ. กตฺติกโจรกาติ กตฺติกมาเส โจรา. ปริปาเตนฺตีติ อุปทฺทวนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ อาธาวิตฺวา อุตฺตาเสนฺติ ปลาเปนฺติ. อนฺตรฆเร นิกฺขิปิตุนฺติ อนฺโตคาเม นิกฺขิปิตุํ. ภควา ยสฺมา ปจฺจยา นาม ธมฺเมน สเมน ทุลฺลภา, สลฺเลขวา หิ ภิกฺขุ มาตรมฺปิ วิญฺญาเปตุํ น สกฺโกติ. ตสฺมา จีวรคุตฺตตฺถํ อนฺตรฆเร นิกฺขิปิตุํ อนุชานาติ. ภิกฺขูนํ ปน อนุรูปตฺตา อรญฺญวาสํ น ปฏิกฺขิปิ.

๖๕๓. อุปวสฺสํ โข ปนาติ เอตฺถ อุปวสฺสนฺติ อุปวสฺส; อุปวสิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อุปสมฺปชฺชนฺติอาทีสุ วิย หิ เอตฺถ อนุนาสิโก ทฏฺฐพฺโพ. วสฺสํ อุปคนฺตฺวา วสิตฺวา จาติ อตฺโถ. อิมสฺส จ ปทสฺส ‘‘ตถารูเปสุ ภิกฺขุ เสนาสเนสุ วิหรนฺโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. กึ วุตฺตํ โหติ? วสฺสํ อุปคนฺตฺวา วสิตฺวา จ ตโต ปรํ ปจฺฉิมกตฺติกปุณฺณมปริโยสานกาลํ ยานิ โข ปน ตานิ อารญฺญกานิ เสนาสนานิ สาสงฺกสมฺมตานิ สปฺปฏิภยานิ; ตถารูเปสุ ภิกฺขุ เสนาสเนสุ วิหรนฺโต อากงฺขมาโน ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ อนฺตรฆเร นิกฺขิเปยฺยาติ. ยสฺมา ปน โย วสฺสํ อุปคนฺตฺวา ยาว ปฐมกตฺติกปุณฺณมํ วสติ, โส วุฏฺฐวสฺสานํ อพฺภนฺตโร โหติ, ตสฺมา อิทํ อติคหนํ พฺยญฺชนวิจารณํ อกตฺวา ปทภาชเน เกวลํ จีวรนิกฺเขปารหํ ปุคฺคลํ ทสฺเสตุํ ‘‘วุฏฺฐวสฺสาน’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺสาปิ ‘‘ภิกฺขุ เสนาสเนสุ วิหรนฺโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อยญฺหิ เอตฺถ อตฺโถ ‘‘วุฏฺฐวสฺสานํ ภิกฺขุ เสนาสเนสุ วิหรนฺโต’’ติ เอวรูปานํ ภิกฺขูนํ อพฺภนฺตเร โย โกจิ ภิกฺขูติ วุตฺตํ โหติ.

อรญฺญลกฺขณํ อทินฺนาทานวณฺณนายํ วุตฺตํ. อยํ ปน วิเสโส – สเจ วิหาโร ปริกฺขิตฺโต โหติ, ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อินฺทขีลโต อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ยาว วิหารปริกฺเขปา มินิตพฺพํ. สเจ วิหาโร อปริกฺขิตฺโต โหติ, ยํ สพฺพปฐมํ เสนาสนํ วา ภตฺตสาลา วา ธุวสนฺนิปาตฏฺฐานํ วา โพธิวา เจติยํ วา ทูเร เจปิ เสนาสนโต โหติ, ตํ ปริจฺเฉทํ กตฺวา มินิตพฺพํ. สเจปิ อาสนฺเน คาโม โหติ, วิหาเร ฐิเตหิ ฆรมานุสกานํ สทฺโท สูยติ, ปพฺพตนทีอาทีหิ ปน อนฺตริตตฺตา น สกฺกา อุชุํ คนฺตุํ, โย จสฺส ปกติมคฺโค โหติ, สเจปิ นาวาย สญฺจริตพฺโพ, เตน มคฺเคน คามโต ปญฺจธนุสติกํ คเหตพฺพํ. โย อาสนฺนคามสฺส องฺคสมฺปาทนตฺถํ ตโต ตโต มคฺคํ ปิทหติ, อยํ ‘‘ธุตงฺคโจโร’’ติ เวทิตพฺโพ.

สาสงฺกสมฺมตานีติ ‘‘สาสงฺกานี’’ติ สมฺมตานิ; เอวํ สญฺญาตานีติ อตฺโถ. ปทภาชเน ปน เยน การเณน ตานิ สาสงฺกสมฺมตานิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาราเม อารามูปจาเร’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สห ปฏิภเยน สปฺปฏิภยานิ, สนฺนิหิตพลวภยานีติ อตฺโถ. ปทภาชเน ปน เยน การเณน ตานิ สปฺปฏิภยานิ; ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาราเม อารามูปจาเร’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สมนฺตา โคจรคาเม นิกฺขิเปยฺยาติ อารญฺญกสฺส เสนาสนสฺส สมนฺตา สพฺพทิสาภาเคสุ อตฺตนา อภิรุจิเต โคจรคาเม สติยา องฺคสมฺปตฺติยา นิกฺขิเปยฺย.

ตตฺรายํ องฺคสมฺปตฺติ – ปุริมิกาย อุปคนฺตฺวา มหาปวารณาย ปวาริโต โหติ, อิทเมกํ องฺคํ. สเจ ปจฺฉิมิกาย วา อุปคโต โหติ ฉินฺนวสฺโส วา, นิกฺขิปิตุํ น ลภติ. กตฺติกมาโสเยว โหติ, อิทํ ทุติยํ องฺคํ. กตฺติกมาสโต ปรํ น ลภติ, ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิมเมว ปมาณยุตฺตํ เสนาสนํ โหติ, อิทํ ตติยํ องฺคํ. อูนปฺปมาเณ วา คาวุตโต อติเรกปฺปมาเณ วา น ลภติ, ยตฺร หิ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปุน วิหารํ ภตฺตเวลายํ สกฺกา อาคนฺตุํ, ตเทว อิธ อธิปฺเปตํ. นิมนฺติโต ปน อทฺธโยชนมฺปิ โยชนมฺปิ คนฺตฺวา วสิตุํ ปจฺเจติ, อิทมปฺปมาณํ. สาสงฺกสปฺปฏิภยเมว โหติ, อิทํ จตุตฺถํ องฺคํ. อนาสงฺกอปฺปฏิภเย หิ องฺคยุตฺเตปิ เสนาสเน วสนฺโต นิกฺขิปิตุํ น ลภตีติ.

อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยาติ ยา อุโทสิตสิกฺขาปเท โกสมฺพกสมฺมุติ (ปารา. ๔๗๕) อนุญฺญาตา ตสฺสา สมฺมุติยา อญฺญตฺร; สเจ สา ลทฺธา โหติ, ฉารตฺตาติเรกมฺปิ วิปฺปวสิตุํ วฏฺฏติ.

ปุน คามสีมํ โอกฺกมิตฺวาติ สเจ โคจรคามโต ปุรตฺถิมาย ทิสาย เสนาสนํ; อยญฺจ ปจฺฉิมทิสํ คโต โหติ, เสนาสนํ อาคนฺตฺวา สตฺตมํ อรุณํ อุฏฺฐาเปตุํ อสกฺโกนฺเตน คามสีมมฺปิ โอกฺกมิตฺวา สภายํ วา ยตฺถ กตฺถจิ วา วสิตฺวา จีวรปฺปวตฺตึ ญตฺวา ปกฺกมิตุํ วฏฺฏตีติ อตฺโถ. เอวํ อสกฺโกนฺเตน ตตฺเถว ฐิเตน ปจฺจุทฺธริตพฺพํ, อติเรกจีวรฏฺฐาเน ฐสฺสตีติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

กถินสมุฏฺฐานํ – กายวาจโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, อกิริยา, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

สาสงฺกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ปริณตสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๕๗. เตน สมเยนาติ ปริณตสิกฺขาปทํ. ตตฺถ ปูคสฺสาติ สมูหสฺส; ธมฺมคณสฺสาติ อตฺโถ. ปฏิยตฺตนฺติ ปฏิยาทิตํ. พหู สงฺฆสฺส ภตฺตาติ สงฺฆสฺส พหูนิ ภตฺตานิ อเนกานิ ลาภมุขานิ; น สงฺฆสฺส เกนจิ ปริหานีติ ทีเปนฺติ. โอโณเชถาติ เทถ. กึ ปเนวํ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ กสฺมา น วฏฺฏติ? อยญฺหิ อภิหฏภิกฺขา อภิหริตฺวา เอกสฺมึ โอกาเส สงฺฆสฺสตฺถาย ปฏิยตฺตา อภิหฏปฏิยตฺเต จ อุทฺทิสฺส ฐปิตภาเค จ ปยุตฺตวาจา นาม นตฺถิ.

๖๕๘. สงฺฆิกนฺติ สงฺฆสฺส สนฺตกํ. โส หิ สงฺฆสฺส ปริณตตฺตา หตฺถํ อนารูโฬฺหปิ เอเกน ปริยาเยน สงฺฆสฺส สนฺตโก โหติ, ปทภาชเน ปน ‘‘สงฺฆิกํ นาม สงฺฆสฺส ทินฺนํ โหติ ปริจฺจตฺต’’นฺติ เอวํ อตฺถุทฺธารวเสน นิปฺปริยายโตว สงฺฆิกํ ทสฺสิตํ. ลาภนฺติ ปฏิลภิตพฺพวตฺถุํ อาห. เตเนวสฺส นิทฺเทเส ‘‘จีวรมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริณตนฺติ สงฺฆสฺส นินฺนํ สงฺฆสฺส โปณํ สงฺฆสฺส ปพฺภารํ หุตฺวา ฐิตํ. เยน ปน การเณน โส ปริณโต โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทสฺสาม กริสฺสามาติ วาจา ภินฺนา โหตี’’ติ ปทภาชนํ วุตฺตํ.

๖๕๙. ปโยเค ทุกฺกฏนฺติ ปริณตลาภสฺส อตฺตโน ปริณามนปโยเค ทุกฺกฏํ, ปฏิลาเภน ตสฺมึ หตฺถํ อารูเฬฺห นิสฺสคฺคิยํ. สเจ ปน สงฺฆสฺส ทินฺนํ โหติ, ตํ คเหตุํ น วฏฺฏติ, สงฺฆสฺเสว ทาตพฺพํ. โยปิ อารามิเกหิ สทฺธึ เอกโต ขาทติ, ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา กาเรตพฺโพ. ปริณตํ ปน สหธมฺมิกานํ วา คิหีนํ วา อนฺตมโส มาตุสนฺตกมฺปิ ‘‘อิทํ มยฺหํ เทหี’’ติ สงฺฆสฺส ปริณตภาวํ ญตฺวา อตฺตโน ปริณาเมตฺวา คณฺหนฺตสฺส นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุโน เทหี’’ติ เอวํ อญฺญสฺส ปริณาเมนฺตสฺส สุทฺธิกปาจิตฺติยํ. เอกํ ปตฺตํ วา จีวรํ วา อตฺตโน, เอกํ อญฺญสฺส ปริณาเมติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยญฺเจว สุทฺธิกปาจิตฺติยญฺจ. เอเสว นโย พหูสุ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘นิสฺสคฺคิเยน อาปตฺตึ, สุทฺธิเกน ปาจิตฺติยํ;

อาปชฺเชยฺย เอกโต;

ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๐);

อยญฺหิ ปริณามนํ สนฺธาย วุตฺโต. โยปิ วสฺสิกสาฏิกสมเย มาตุฆเรปิ สงฺฆสฺส ปริณตํ วสฺสิกสาฏิกํ ญตฺวา อตฺตโน ปริณาเมติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. ปรสฺส ปริณาเมติ, สุทฺธิกปาจิตฺติยํ. มนุสฺสา ‘‘สงฺฆภตฺตํ กริสฺสามา’’ติ สปฺปิเตลาทีนิ อาหรนฺติ, คิลาโน เจปิ ภิกฺขุ สงฺฆสฺส ปริณตภาวํ ญตฺวา กิญฺจิ ยาจติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยเมว. สเจ ปน โส ‘‘ตุมฺหากํ สปฺปิอาทีนิ อาภฏานิ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, อตฺถี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยฺหมฺปิ เทถา’’ติ วทติ, วฏฺฏติ. อถาปิ นํ กุกฺกุจฺจายนฺตํ อุปาสกา วทนฺติ – ‘‘สงฺโฆปิ อเมฺหหิ ทินฺนเมว ลภติ; คณฺหถ, ภนฺเต’’ติ เอวมฺปิ วฏฺฏติ.

๖๖๐. สงฺฆสฺส ปริณตํ อญฺญสงฺฆสฺสาติ เอกสฺมึ วิหาเร สงฺฆสฺส ปริณตํ อญฺญํ วิหารํ อุทฺทิสิตฺวา ‘‘อสุกสฺมึ นาม มหาวิหาเร สงฺฆสฺส เทถา’’ติ ปริณาเมติ.

เจติยสฺส วาติ ‘‘กึ สงฺฆสฺส ทินฺเนน, เจติยสฺสปูชํ กโรถา’’ติ เอวํ เจติยสฺส วา ปริณาเมติ.

เจติยสฺส ปริณตนฺติ เอตฺถ นิยเมตฺวา อญฺญเจติยสฺสตฺถาย โรปิตมาลาวจฺฉโต อญฺญเจติยมฺหิ ปุปฺผมฺปิ อาโรเปตุํ น วฏฺฏติ. เอกสฺส เจติยสฺส ปน ฉตฺตํ วา ปฏากํ วา อาโรเปตฺวา ฐิตํ ทิสฺวา เสสํ อญฺญสฺส เจติยสฺส ทาเปตุํ วฏฺฏติ.

ปุคฺคลสฺส ปริณตนฺติ อนฺตมโส สุนขสฺสาปิ ปริณตํ ‘‘อิมสฺส สุนขสฺส มา เทหิ, เอตสฺส เทหี’’ติ เอวํ อญฺญปุคฺคลสฺส ปริณาเมติ, ทุกฺกฏํ. สเจ ปน ทายกา ‘‘มยํ สงฺฆสฺส ภตฺตํ ทาตุกามา, เจติยสฺส ปูชํ กาตุกามา, เอกสฺส ภิกฺขุโน ปริกฺขารํ ทาตุกามา, ตุมฺหากํ รุจิยา ทสฺสาม; ภณถ, กตฺถ เทมา’’ติ วทนฺติ. เอวํ วุตฺเต เตน ภิกฺขุนา ‘‘ยตฺถ อิจฺฉถ, ตตฺถ เทถา’’ติ วตฺตพฺพา. สเจ ปน เกวลํ ‘‘กตฺถ เทมา’’ติ ปุจฺฉนฺติ, ปาฬิยํ อาคตนเยเนว วตฺตพฺพํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย