นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

วินยปิฏเก

ปาจิตฺติย-อฏฺฐกถา

๕. ปาจิตฺติยกณฺฑํ

๑. มุสาวาทวคฺโค

๑. มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา

เยสํ นวหิ วคฺเคหิ, สงฺคโห สุปฺปติฏฺฐิโต;

ขุทฺทกานํ อยํ ทานิ, เตสํ ภวติ วณฺณนา.

๑. ตตฺถ มุสาวาทวคฺคสฺส ตาว ปฐมสิกฺขาปเท หตฺถโกติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. สกฺยานํ ปุตฺโตติ สกฺยปุตฺโต. พุทฺธกาเล กิร สกฺยกุลโต อสีติ ปุริสสหสฺสานิ ปพฺพชึสุ, เตสํ โส อญฺญตโรติ. วาทกฺขิตฺโตติ ‘‘วาทํ กริสฺสามี’’ติ เอวํ ปริวิตกฺกิเตน วาเทน ปรวาทิสนฺติกํ ขิตฺโต ปกฺขิตฺโต ปหิโต เปสิโตติ อตฺโถ. วาทมฺหิ วา สเกน จิตฺเตน ขิตฺโต. ยตฺร ยตฺร วาโท ตตฺร ตเตฺรว สนฺทิสฺสตีติปิ วาทกฺขิตฺโต. อวชานิตฺวา อวชานาตีติ อตฺตโน วาเท กญฺจิ โทสํ สลฺลกฺเขนฺโต ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ อวชานิตฺวา ปุน กเถนฺโต กเถนฺโต นิทฺโทสตํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘มเมว อยํ วาโท’’ติ ปฏิชานาติ. ปฏิชานิตฺวา อวชานาตีติ กิสฺมิญฺจิเทว วจเน อานิสํสํ สลฺลกฺเขนฺโต ‘‘อยํ มม วาโท’’ติ ปฏิชานิตฺวา ปุน กเถนฺโต กเถนฺโต ตตฺถ โทสํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ อวชานาติ. อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน การเณน อญฺญํ การณํ ปฏิจรติ ปฏิจฺฉาเทติ อชฺโฌตฺถรติ, ‘‘รูปํ อนิจฺจํ ชานิตพฺพโต’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ชาติธมฺมโต’’ติอาทีนิ วทติ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘เอตสฺส ปฏิจฺฉาทนเหตุํ อญฺญํ พหุํ กเถตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ยํ ตํ ปฏิชานนญฺจ อวชานนญฺจ, ตสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถํ ‘‘โก อาห, กึ อาห, กิสฺมึ อาหา’’ติ เอวมาทิ พหุํ ภาสตีติ. ปุน มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘อวชานิตฺวา ปฏิชานนฺโต ปฏิชานิตฺวา อวชานนฺโต เอว จ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตี’’ติ วุตฺตํ. สมฺปชานมุสา ภาสตีติ ชานนฺโต มุสา ภาสติ. สงฺเกตํ กตฺวา วิสํวาเทตีติ ปุเรภตฺตาทีสุ ‘‘อสุกสฺมึ นาม กาเล อสุกสฺมึ นาม ปเทเส วาโท โหตู’’ติ สงฺเกตํ กตฺวา สงฺเกตโต ปุเร วา ปจฺฉา วา คนฺตฺวา ‘‘ปสฺสถ โภ, ติตฺถิยา น อาคตา ปราชิตา’’ติ ปกฺกมติ.

๒. สมฺปชานมุสาวาเทติ ชานิตฺวา ชานนฺตสฺส จ มุสา ภณเน.

๓. วิสํวาทนปุเรกฺขารสฺสาติ วิสํวาทนจิตฺตํ ปุรโต กตฺวา วทนฺตสฺส. วาจาติ มิจฺฉาวาจาปริยาปนฺนวจนสมุฏฺฐาปิกา เจตนา. คิราติ ตาย เจตนาย สมุฏฺฐาปิตสทฺทํ ทสฺเสติ. พฺยปฺปโถติ วจนปโถ; วาจาเยว หิ อญฺเญสมฺปิ ทิฏฺฐานุคติมาปชฺชนฺตานํ ปถภูตโต พฺยปฺปโถติ วุจฺจติ. วจีเภโทติ วจีสญฺญิตาย วาจาย เภโท; ปเภทคตา วาจา เอว เอวํ วุจฺจติ. วาจสิกา วิญฺญตฺตีติ วจีวิญฺญตฺติ. เอวํ ปฐมปเทน สุทฺธเจตนา, มชฺเฌ ตีหิ ตํสมุฏฺฐาปิตสทฺทสหิตา เจตนา, อนฺเต เอเกน วิญฺญตฺติสหิตา เจตนา ‘‘กถิตา’’ติ เวทิตพฺพา. อนริยโวหาราติ อนริยานํ พาลปุถุชฺชนานํ โวหารา.

เอวํ สมฺปชานมุสาวาทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนฺเต วุตฺตานํ สมฺปชานมุสาวาทสงฺขาตานํ อนริยโวหารานํ ลกฺขณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ เม’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ เมติ เอวํ วทโต วจนํ ตํสมุฏฺฐาปิกา วา เจตนา เอโก อนริยโวหาโรติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อปิเจตฺถ จกฺขุวเสน อคฺคหิตารมฺมณํ อทิฏฺฐํ, โสตวเสน อคฺคหิตํ อสุตํ, ฆานาทิวเสน มุนิตฺวา ตีหิ อินฺทฺริเยหิ เอกาพทฺธํ วิย กตฺวา ปตฺวา อคฺคหิตํ อมุตํ, อญฺญตฺร ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ สุทฺเธน วิญฺญาเณเนว อคฺคหิตํ อวิญฺญาตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อทิฏฺฐํ นาม น จกฺขุนา ทิฏฺฐ’’นฺติ เอวํ โอฬาริเกเนว นเยน เทสนา กตาติ. ทิฏฺฐาทีสุ จ อตฺตนาปิ ปเรนปิ ทิฏฺฐํ ทิฏฺฐเมว. เอวํ สุตมุตวิญฺญาตานีติ อยเมโก ปริยาโย. อปโร นโย ยํ อตฺตนา ทิฏฺฐํ ทิฏฺฐเมว ตํ. เอส นโย สุตาทีสุ. ยํ ปน ปเรน ทิฏฺฐํ, ตํ อตฺตนา สุตฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. เอวํ มุตาทีนิปิ.

๔. อิทานิ เตสํ อนริยโวหารานํ วเสน อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตีหากาเรหี’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ ‘‘ตีหิ อากาเรหิ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชินฺติ สมฺปชานมุสา ภณนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ เอวมาทิจตุตฺถปาราชิกปาฬิวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เกวลญฺหิ ตตฺถ ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิ’’นฺติ อิธ ‘‘อทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ เม’’ติ, ตตฺถ จ ‘‘อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ ‘‘อิธ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ เอวํ วตฺถุมตฺเต อาปตฺติมตฺเต จ วิเสโส, เสสํ เอกลกฺขณเมวาติ.

๙. ตีหากาเรหิ ทิฏฺเฐ เวมติโกติอาทีนมฺปิ อตฺโถ ‘‘ทิฏฺฐสฺส โหติ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺเฐ เวมติโก’’ติ เอวมาทิทุฏฺฐโทสปาฬิวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ปาฬิมตฺตเมว หิ เอตฺถ วิเสโส, อตฺเถ ปน สเถรวาเท กิญฺจิ นานากรณํ นตฺถิ.

๑๑. สหสา ภณตีติ อวีมํสิตฺวา อนุปธาเรตฺวา วา เวเคน ทิฏฺฐมฺปิ ‘‘อทิฏฺฐํ เม’’ติ ภณติ. อญฺญํ ภณิสฺสามีติ อญฺญํ ภณตีติ มนฺทตฺตา ชฬตฺตา ปกฺขลนฺโต ‘‘จีวร’’นฺติ วตฺตพฺเพ ‘‘จีร’’นฺติ อาทึ ภณติ. โย ปน สามเณเรน ‘‘อปิ ภนฺเต มยฺหํ อุปชฺฌายํ ปสฺสิตฺถา’’ติ วุตฺโต เกฬึ กุรุมาโน ‘‘ตว อุปชฺฌาโย ทารุสกฏํ โยเชตฺวา คโต ภวิสฺสตี’’ติ วา สิงฺคาลสทฺทํ สุตฺวา ‘‘กสฺสายํ ภนฺเต สทฺโท’’ติ วุตฺโต ‘‘มาตุยา เต ยาเนน คจฺฉนฺติยา กทฺทเม ลคฺคจกฺกํ อุทฺธรนฺตานํ อยํ สทฺโท’’ติ วา เอวํ เนว ทวา น รวา อญฺญํ ภณติ, โส อาปตฺตึ อาปชฺชติเยว. อญฺญา ปูรณกถา นาม โหติ, เอโก คาเม โถกํ เตลํ ลภิตฺวา วิหารํ อาคโต สามเณรํ ภณติ – ‘‘ตฺวํ อชฺช กุหึ คโต, คาโม เอกเตโล อโหสี’’ติ วา ปจฺฉิกาย ฐปิตํ ปูวขณฺฑํ ลภิตฺวา ‘‘อชฺช คาเม ปจฺฉิกาหิ ปูเว จาเรสุ’’นฺติ วา, อยํ มุสาวาโทว โหติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

มุสาวาทสิกฺขาปทํ ปฐมํ.

๒. โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒. ทุติยสิกฺขาปเท โอมสนฺตีติ โอวิชฺฌนฺติ. ขุํเสนฺตีติ อกฺโกสนฺติ. วมฺเภนฺตีติ ปธํเสนฺติ.

๑๓. ภูตปุพฺพนฺติ อิทํ วตฺถุํ ภควา โอมสวาทครหณตฺถํ อาหริ. นนฺทิวิสาโล นามาติ นนฺทีติ ตสฺส พลีพทฺทสฺส นามํ, วิสาณานิ ปนสฺส วิสาลานิ, ตสฺมา ‘‘นนฺทิวิสาโล’’ติ วุจฺจติ. โพธิสตฺโต เตน สมเยน นนฺทิวิสาโล นาม โหติ. พฺราหฺมโณ ตํ ยาคุภตฺตาทีหิ อติวิย โปเสสิ. อถ โส พฺราหฺมณํ อนุกมฺปมาโน ‘‘คจฺฉ ตฺว’’นฺติอาทิมาห. ตตฺเถว อฏฺฐาสีติ อเหตุกปฏิสนฺธิกาเลปิ ปรขุํสนํ อมนาปโตเยว ปจฺเจสิ, ตสฺมา พฺราหฺมณสฺส โทสํ ทสฺเสตุกาโม อฏฺฐาสิ. สกฏสตํ อติพทฺธํ ปวฏฺเฏสีติ ปฏิปาฏิยา ฐเปตฺวา เหฏฺฐารุกฺเข ทตฺวา เอกาพทฺธํ กตฺวา มุคฺคมาสวาลุกาทีหิ ปุณฺณํ สกฏสตํ ปวฏฺเฏนฺโต, กิญฺจาปิ ปุพฺเพ ปติฏฺฐิตารปฺปเทสํ ปุน อเร ปตฺเต ปวฏฺฏิตํ โหติ, โพธิสตฺโต ปน ปุริมสกเฏน ปติฏฺฐิตฏฺฐาเน ปจฺฉิมสกฏํ ปติฏฺฐาเปตุํ สกฏสตปฺปมาณํ ปเทสํ ปวฏฺเฏสิ. โพธิสตฺตานญฺหิ สิถิลกรณํ นาม นตฺถิ. เตน จตฺตมโน อหูติ เตน พฺราหฺมณสฺส ธนลาเภน อตฺตโน กมฺเมน จ โส นนฺทิวิสาโล อตฺตมโน อโหสิ.

๑๕. อกฺโกเสนปีติ เอตฺถ ปน ยสฺมา ปรโต ‘‘เทฺว อกฺโกสา – หีโน จ อกฺโกโส อุกฺกฏฺโฐ จ อกฺโกโส’’ติ วิภชิตุกาโม, ตสฺมา ยถา ปุพฺเพ ‘‘หีเนนปิ อกฺโกเสน ขุํเสนฺตี’’ติ วุตฺตํ; เอวํ อวตฺวา ‘‘อกฺโกเสน’’ อิจฺเจวมาห. เวนชาตีติ ตจฺฉกชาติ; เวณุการชาตีติปิ วทนฺติ. เนสาทชาตีติ มิคลุทฺทกาทิชาติ.

รถการชาตีติ จมฺมการชาติ. ปุกฺกุสชาตีติ ปุปฺผฉฑฺฑกชาติ. อวกณฺณกาทิ ทาสานํ นามํ โหติ; ตสฺมา หีนํ. โอญฺญาตนฺติ อวญฺญาตํ; ‘‘อุญฺญาต’’นฺติปิ ปฐนฺติ. อวญฺญาตนฺติ วมฺเภตฺวา ญาตํ. หีฬิตนฺติ ชิคุจฺฉิตํ. ปริภูตนฺติ กิเมเตนาติติ ปริภวกตํ. อจิตฺตีกตนฺติ น ครุกตํ.

โกฏฺฐกกมฺมนฺติ ตจฺฉกกมฺมํ. มุทฺทาติ หตฺถมุทฺทาคณนา. คณนาติ อจฺฉิทฺทกาทิอวเสสคณนา. เลขาติ อกฺขรเลขา. มธุเมหาพาโธ เวทนาย อภาวโต ‘‘อุกฺกฏฺโฐ’’ติ วุตฺโต. ปาฏิกงฺขาติ อิจฺฉิตพฺพา. ยกาเรน วา ภกาเรน วาติ ยการภกาเร โยเชตฺวา โย อกฺโกโส. กาฏโกฏจิกาย วาติ ‘‘กาฏ’’นฺติ ปุริสนิมิตฺตํ, ‘‘โกฏจิกา’’ติ อิตฺถินิมิตฺตํ; เอเตหิ วา โย อกฺโกโส, เอโส หีโน นาม อกฺโกโสติ.

๑๖. อิทานิ เตสํ ชาติอาทีนํ ปเภทวเสน อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ขุํเสตุกาโม วมฺเภตุกาโม มงฺกุกตฺตุกาโมติ อกฺโกสิตุกาโม ปธํสิตุกาโม ครหิตุกาโม นิตฺเตชํ กตฺตุกาโมติ อตฺโถ. หีเนน หีนนฺติ หีเนน ชาติวจเนน หีนชาติกํ. เอเตน อุปาเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เอตฺถ จ หีเนน หีนํ วทนฺโต กิญฺจาปิ สจฺจํ วทติ, โอมสิตุกามตาย ปนสฺส วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยํ. อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วทนฺโต จ กิญฺจาปิ อลิกํ ภณติ, โอมสิตุกามตาย ปน อิมินาว สิกฺขาปเทน ปาจิตฺติยํ อาปชฺชติ, น ปุริเมน. โยปิ ‘‘อติจณฺฑาโลสิ, อติพฺราหฺมโณสิ, ทุฏฺฐจณฺฑาโลสิ, ทุฏฺฐพฺราหฺมโณสี’’ติอาทีนิ วทติ, โสปิ อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ.

๒๖. สนฺติ อิเธกจฺเจติ วาเร ปน ปริหริตฺวา วุตฺตภาเวน ทุกฺกฏํ. เอเสว นโย เย นูน…เป… น มยนฺติ วาเรสุปิ. อนุปสมฺปนฺเน ปน จตูสุปิ วาเรสุ ทุกฺกฏเมว. โจโรสิ คณฺฐิเภทโกสีติอาทิวจเนหิ ปน อุปสมฺปนฺเนปิ อนุปมฺปนฺเนปิ สพฺพวาเรสุ ทุกฺกฏเมว. ทวกมฺยตาย ปน อุปสมฺปนฺเนปิ อนุปสมฺปนฺเนปิ สพฺพวาเรสุ ทุพฺภาสิตํ. ทวกมฺยตา นาม เกฬิหสาธิปฺปายตา. อิมสฺมิญฺจ สิกฺขาปเท ฐเปตฺวา ภิกฺขุํ ภิกฺขุนีอาทโย สพฺพสตฺตา อนุปสมฺปนฺนฏฺฐาเน ฐิตาติ เวทิตพฺพา.

๓๕. อตฺถปุเรกฺขารสฺสาติอาทีสุ ปาฬิยา อตฺถํ วณฺณยนฺโต อตฺถปุเรกฺขาโร; ปาฬึ วาเจนฺโต ธมฺมปุเรกฺขาโร; อนุสิฏฺฐิยํ ฐตฺวา ‘‘อิทานิปิ จณฺฑาโลสิ, ปาปํ มา อกาสิ, มา ตโม ตมปรายโณ อโหสี’’ติอาทินา นเยน กเถนฺโต อนุสาสนีปุเรกฺขาโร นามาติ เวทิตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมว.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ. ทุพฺภาสิตาปตฺติ ปเนตฺถ วาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, อกุสลจิตฺตํ, ทฺวิเวทนํ สุขา จ มชฺฌตฺตา จาติ.

โอมสวาทสิกฺขาปทํ ทุติยํ.

๓. เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา

๓๖. ตติยสิกฺขาปเท – ภณฺฑนชาตานนฺติ สญฺชาตภณฺฑนานํ. ภณฺฑนนฺติ กลหสฺส ปุพฺพภาโค, ‘‘อิมินา จ อิมินา จ อิทํ กตํ; เอวํ วุตฺเต เอวํ วกฺขามา’’ติอาทิกํ สกสกปกฺเข สมฺมนฺตนํ. กลโหติ อาปตฺติคามิโก กายวาจาวีติกฺกโม. วิวาโทติ วิคฺคาหิกกถา. ตํ วิวาทํ อาปนฺนานํ วิวาทาปนฺนานํ. เปสุญฺญนฺติ ปิสุณวาจํ, ปิยภาวสฺส สุญฺญกรณวาจนฺติ วุตฺตํ โหติ.

๓๗. ภิกฺขุเปสุญฺเญติ ภิกฺขูนํ เปสุญฺเญ; ภิกฺขุโต สุตฺวา ภิกฺขุนา ภิกฺขุสฺส อุปสํหฏเปสุญฺเญติ อตฺโถ.

๓๘. ทฺวีหากาเรหีติ ทฺวีหิ การเณหิ. ปิยกมฺยสฺส วาติ ‘‘เอวํ อหํ เอตสฺส ปิโย ภวิสฺสามี’’ติ อตฺตโน ปิยภาวํ ปตฺถยมานสฺส วา. เภทาธิปฺปายสฺส วาติ ‘‘เอวมยํ เอเตน สทฺธึ ภิชฺชิสฺสตี’’ติ ปรสฺส ปเรน เภทํ อิจฺฉนฺตสฺส วา. ชาติโตปีติอาทิ สพฺพํ ปุริมสิกฺขาปเท วุตฺตนยเมว. อิธาปิ ภิกฺขุนึ อาทึ กตฺวา สพฺเพ อนุปสมฺปนฺนา นาม.

น ปิยกมฺยสฺส น เภทาธิปฺปายสฺสาติ เอกํ อกฺโกสนฺตํ เอกญฺจ ขมนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อโห นิลฺลชฺโช, อีทิสมฺปิ นาม ภวนฺตํ ปุน วตฺตพฺพํ มญฺญิสฺสตี’’ติ เอวํ เกวลํ ปาปครหิตาย ภณนฺตสฺส อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

เปสุญฺญสิกฺขาปทํ ตติยํ.

๔. ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา

๔๔. จตุตฺถสิกฺขาปเท – อปฺปติสฺสาติ อปฺปติสฺสวา. อุปาสกาติ วุตฺเต วจนมฺปิ น โสตุกามา; อนาทราติ อตฺโถ. อปฺปติสฺสยา วา อนีจวุตฺติโนติ อตฺโถ. อสภาควุตฺติกาติ วิสภาคชีวิกา, ยถา ภิกฺขูสุ วตฺติตพฺพํ; เอวํ อปฺปวตฺตวุตฺติโนติ อตฺโถ.

๔๕. ปทโส ธมฺมํ วาเจยฺยาติ เอกโต ปทํ ปทํ ธมฺมํ วาเจยฺย; โกฏฺฐาสํ โกฏฺฐาสํ วาเจยฺยาติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน ตํ โกฏฺฐาสนามกํ ปทํ จตุพฺพิธํ โหติ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปทํ อนุปทํ อนฺวกฺขรํ อนุพฺยญฺชน’’นฺติ ปทภาชนํ วุตฺตํ. ตตฺถ ปทนฺติ เอโก คาถาปาโท อธิปฺเปโต. อนุปทนฺติ ทุติยปาโท. อนฺวกฺขรนฺติ เอเกกมกฺขรํ. อนุพฺยญฺชนนฺติ ปุริมพฺยญฺชเนน สทิสํ ปจฺฉาพฺยญฺชนํ. ยํ กิญฺจิ วา เอกมกฺขรํ อนฺวกฺขรํ, อกฺขรสมูโห อนุพฺยญฺชนํ, อกฺขรานุพฺยญฺชนสมูโห ปทํ. ปฐมปทํ ปทเมว, ทุติยํ อนุปทนฺติ เอวเมตฺถ นานากรณํ เวทิตพฺพํ.

อิทานิ ปทํ นาม เอกโต ปฏฺฐเปตฺวา เอกโต โอสาเปนฺตีติ คาถาพนฺธํ ธมฺมํ วาเจนฺโต ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ เอกเมกํ ปทํ สามเณเรน สทฺธึ เอกโต อารภิตฺวา เอกโตเยว นิฏฺฐาเปติ. เอวํ วาเจนฺตสฺส ปทคณนาย ปาจิตฺติยา เวทิตพฺพา. อนุปทํ นาม ปาเฏกฺกํ ปฏฺฐเปตฺวา เอกโต โอสาเปนฺตีติ เถเรน ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ วุตฺเต สามเณโร ตํ ปทํ อปาปุณิตฺวา ‘‘มโนเสฏฺฐา มโนมยา’’ติ ทุติยปทํ เอกโต ภณติ, อิเม ปาเฏกฺกํ ปฏฺฐเปตฺวา เอกโต โอสาเปนฺติ นาม. เอวํ วาเจนฺตสฺสาปิ อนุปทคณนาย ปาจิตฺติยา. อนฺวกฺขรํ นาม รูปํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจมาโน ‘‘รู’’ติ โอปาเตตีติ ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ ภณ สามเณรา’’ติ วุจฺจมาโน รูการมตฺตเมว เอกโต วตฺวา ติฏฺฐติ. เอวํ วาเจนฺตสฺสาปิ อนฺวกฺขรคณนาย ปาจิตฺติยา. คาถาพนฺเธปิ จ เอส นโย ลพฺภติเยว. อนุพฺยญฺชนํ นาม รูปํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจมาโน เวทนา อนิจฺจาติ สทฺทํ นิจฺฉาเรตีติ ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ, เวทนา อนิจฺจา’’ติ อิมํ สุตฺตํ วาจยมาโน เถเรน ‘‘รูปํ อนิจฺจ’’นฺติ วุจฺจมาโน สามเณโร สีฆปญฺญตาย ‘‘เวทนา อนิจฺจา’’ติ อิมํ อนิจฺจปทํ เถรสฺส ‘‘รูปํ อนิจฺจ’’นฺติ เอเตน อนิจฺจปเทน สทฺธึ เอกโต ภณนฺโต วาจํ นิจฺฉาเรติ. เอวํ วาเจนฺตสฺสาปิ อนุพฺยญฺชนคณนาย ปาจิตฺติยา. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – อิเมสุ ปทาทีสุ ยํ ยํ เอกโต ภณติ เตน เตน อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ.

พุทฺธภาสิโตติ สกลํ วินยปิฏกํ อภิธมฺมปิฏกํ ธมฺมปทํ จริยาปิฏกํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ สุตฺตนิปาโต วิมานวตฺถุ เปตวตฺถุ พฺรหฺมชาลาทีนิ จ สุตฺตานิ. สาวกภาสิโตติ จตุปริสปริยาปนฺเนหิ สาวเกหิ ภาสิโต อนงฺคณสมฺมาทิฏฺฐิอนุมานสุตฺตจุฬเวทลฺลมหาเวทลฺลาทิโก. อิสิภาสิโตติ พาหิรปริพฺพาชเกหิ ภาสิโต สกโล ปริพฺพาชกวคฺโค, พาวริยสฺส อนฺเตวาสิกานํ โสฬสนฺนํ พฺราหฺมณานํ ปุจฺฉาติ เอวมาทิ. เทวตาภาสิโตติ เทวตาหิ ภาสิโต; โส เทวตาสํยุตฺตเทวปุตฺตสํยุตฺตมารสํยุตฺตพฺรหฺมสํยุตฺตสกฺกสํยุตฺตาทิวเสน เวทิตพฺโพ.

อตฺถูปสญฺหิโตติ อฏฺฐกถานิสฺสิโต. ธมฺมูปสญฺหิโตติ ปาฬินิสฺสิโต; อุภเยนาปิ วิวฏฺฏูปนิสฺสิตเมว วทติ. กิญฺจาปิ วิวฏฺฏูปนิสฺสิตํ วทติ, ติสฺโส สงฺคีติโย อารุฬฺหธมฺมํเยว ปน ปทโส วาเจนฺตสฺส อาปตฺติ. วิวฏฺฏูปนิสฺสิเตปิ นานาภาสาวเสน คาถาสิโลกพนฺธาทีหิ อภิสงฺขเต อนาปตฺติ. ติสฺโส สงฺคีติโย อนารุเฬฺหปิ กุลุมฺพสุตฺตํ ราโชวาทสุตฺตํ ติกฺขินฺทฺริยํ จตุปริวฏฺฏํ นนฺโทปนนฺทนฺติ อีทิเส อาปตฺติเยว. อปลาลทมนมฺปิ วุตฺตํ, มหาปจฺจริยมฺปน ปฏิสิทฺธํ. เมณฺฑกมิลินฺทปเญฺหสุ เถรสฺส สกปฏิภาเน อนาปตฺติ, ยํ รญฺโญ สญฺญาปนตฺถํ อาหริตฺวา วุตฺตํ, ตตฺถ อาปตฺติ. วณฺณปิฏกองฺคุลิมาลปิฏกรฏฺฐปาลคอชตอาฬวกคชฺชิตคุฬฺหมคฺคคุฬฺหเวสฺสนฺตรคุฬฺหวินยเวทลฺลปิฏกานิ ปน อพุทฺธวจนานิเยวาติ วุตฺตํ. สีลูปเทโส นาม ธมฺมเสนาปตินา วุตฺโตติ วทนฺติ, ตสฺมึ อาปตฺติเยว. อญฺญานิปิ มคฺคกถาอารมฺมณกถาพุทฺธิกทณฺฑก ญาณวตฺถุอสุภกถาทีนิ อตฺถิ, เตสุ สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา วิภตฺตา, ธุตงฺคปเญฺห ปฏิปทา วิภตฺตา; ตสฺมา เตสุ อาปตฺตีติ วุตฺตํ. มหาปจฺจริยาทีสุ ปน สงฺคีตึ อนารุเฬฺหสุ ราโชวาทติกฺขินฺทฺริยจตุปริวฏฺฏนนฺโทปนนฺทกุลุมฺพสุตฺเตสุเยว อาปตฺตีติ วตฺวา อวเสเสสุ ยํ พุทฺธวจนโต อาหริตฺวา วุตฺตํ, ตเทว อาปตฺติวตฺถุ โหติ, น อิตรนฺติ อยมตฺโถ ปริคฺคหิโต.

๔๘. เอกโต อุทฺทิสาเปนฺโตติ อนุปสมฺปนฺเนน สทฺธึ เอกโต อุทฺเทสํ คณฺหนฺโตปิ เอกโต วทติ อนาปตฺตีติ อตฺโถ.

ตตฺรายํ วินิจฺฉโย – อุปสมฺปนฺโน จ อนุปสมฺปนฺโน จ นิสีทิตฺวา อุทฺทิสาเปนฺติ. อาจริโย นิสินฺนานํ ภณามีติ เตหิ สทฺธึ เอกโต วทติ, อาจริยสฺส อาปตฺติ. อนุปสมฺปนฺเนน สทฺธึ คณฺหนฺตสฺส อนาปตฺติ. เทฺวปิ ฐิตา คณฺหนฺติ, เอเสว นโย. ทหรภิกฺขุ นิสินฺโน, สามเณโร ฐิโต, นิสินฺนสฺส ภณามีติ ภณโต อนาปตฺติ. สเจ ทหโร ติฏฺฐติ, อิตโร นิสีทติ, ฐิตสฺส ภณามีติ ภณโตปิ อนาปตฺติ. สเจ พหูนํ ภิกฺขูนํ อนฺตเร เอโก สามเณโร นิสินฺโน โหติ, ตสฺมึ นิสินฺเน ปทโส ธมฺมํ วาเจนฺตสฺส อาจริยสฺส อจิตฺตกาปตฺติ. สเจ สามเณโร อุปจารํ มุญฺจิตฺวา ฐิโต วา นิสินฺโน วา โหติ, เยสํ วาเจติ, เตสุ อปริยาปนฺนตฺตา เอเกน ทิสาภาเคน ปลายนกคนฺถํ นาม คณฺหาตีติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ, ตสฺมา อนาปตฺติ. เอกโต สชฺฌายํ กโรนฺโตปิ อนุปสมฺปนฺเนน สทฺธึ อุปสมฺปนฺโน เอกโต สชฺฌายํ กโรนฺโต เตน สทฺธึเยว ภณติ, อนาปตฺติ. อนุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก อุทฺเทสํ คณฺหนฺตสฺสปิ เตน สทฺธึ เอกโต ภณนฺตสฺส อนาปตฺติ. อยมฺปิ หิ เอกโต สชฺฌายํ กโรติจฺเจว สงฺขฺยํ คจฺฉติ.

เยภุยฺเยน ปคุณํ คนฺถํ ภณนฺตํ โอปาเตตีติ สเจ เอกคาถาย เอโก ปาโท น อาคจฺฉติ, เสสํ อาคจฺฉติ, อยํ เยภุยฺเยน ปคุณคนฺโถ นาม. เอเตน นเยน สุตฺเตปิ เวทิตพฺโพ. ตํ โอปาเตนฺตสฺส เอวํ ภณาหีติ เอกโตปิ ภณนฺตสฺส อนาปตฺติ. โอสาเรนฺตํ โอปาเตตีติ สุตฺตํ อุจฺจาเรนฺตํ ปริสมชฺเฌ ปริสงฺกมานํ เอวํ วเทหีติ เตน สทฺธึ เอกโตปิ วทนฺตสฺส อนาปตฺติ. ยํ ปน มหาปจฺจริยาทีสุ ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺโต ยทิ วทติ, ‘‘อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ มหาอฏฺฐกถายํ นตฺถิ, นตฺถิภาโวเยว จสฺส ยุตฺโต. กสฺมา? กิริยสมุฏฺฐานตฺตา. อิตรถา หิ กิริยากิริยํ ภเวยฺย. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานํ – วาจโต จ วาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ปทโสธมฺมสิกฺขาปทํ จตุตฺถํ.

๕. สหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา

๔๙. ปญฺจมสิกฺขาปเท – มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานาติ ปุพฺพภาเค สติสมฺปชญฺญสฺส อกรณวเสเนตํ วุตฺตํ, ภวงฺโคติณฺณกาเล ปน กุโต สติสมฺปชญฺญนฺติ! วิกูชมานาติ วิปฺปลปมานา. กากจฺฉมานาติ นาสาย กากสทฺทํ วิย นิรตฺถกสทฺทํ มุญฺจมานา. อุปาสกาติ ปฐมตรํ อุฏฺฐิตอุปาสกา.

๕๐. เอตทโวจุนฺติ ‘‘ภควตา อาวุโส ราหุล สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺต’’นฺติ ภิกฺขู สิกฺขาปทคารเวเนว เอตํ อโวจุํ. ปกติยา ปน เต ภควติ จ คารเวน อายสฺมโต จ ราหุลสฺส สิกฺขากามตาย ตสฺส อายสฺมโต วสนฏฺฐานํ อาคตสฺส จูฬมญฺจกํ วา อปสฺเสนํ วา ยํ อตฺถิ ตํ ปญฺญเปตฺวา จีวรํ วา อุตฺตราสงฺคํ วา อุสฺสีสกรณตฺถาย เทนฺติ. ตตฺริทํ ตสฺสายสฺมโต สิกฺขากามตาย – ภิกฺขู กิร ตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา มุฏฺฐิสมฺมุญฺชนิญฺจ กจวรฉฑฺฑนกญฺจ พหิ ขิปนฺติ. อถญฺเญหิ ‘‘อาวุโส เกนิทํ ปาติต’’นฺติ วุตฺเต อญฺเญ เอวํ วทนฺติ – ‘‘ภนฺเต, ราหุโล อิมสฺมึ ปเทเส สญฺจริ, เตน นุ โข ปาติต’’นฺติ. โส ปนายสฺมา ‘‘น มยฺหํ ภนฺเต อิทํ กมฺม’’นฺติ เอกทิวสมฺปิ อวตฺวา ตํ ปฏิสาเมตฺวา ภิกฺขู ขมาเปตฺวา คจฺฉติ. วจฺจกุฏิยา เสยฺยํ กปฺเปสีติ ตํเยว สิกฺขากามตํ อนุพฺรูหนฺโต ธมฺมเสนาปติมหาโมคฺคลฺลานอานนฺทตฺเถราทีนํ สนฺติกํ อคนฺตฺวา ภควโต วฬญฺชนกวจฺจกุฏิยํ เสยฺยํ กปฺเปสิ. สา กิร กุฏิ กวาฏพทฺธา คนฺธปริภณฺฑกตา สโมสริตปุปฺผทามา เจติยฏฺฐานมิว ติฏฺฐติ, อปริโภคา อญฺเญสํ.

๕๑. อุตฺตริทิรตฺตติรตฺตนฺติ ภควา สามเณรานํ สงฺคหกรณตฺถาย ติรตฺตํ ปริหารํ อทาสิ. น หิ ยุตฺตํ กุลทารเก ปพฺพาเชตฺวา นานุคฺคเหตุนฺติ. สหเสยฺยนฺติ เอกโต เสยฺยํ. เสยฺยาติ กายปฺปสารณสงฺขาตํ สยนมฺปิ วุจฺจติ, ยสฺมึ เสนาสเน สยนฺติ, ตมฺปิ. ตตฺถ เสนาสนํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘เสยฺยา นาม สพฺพจฺฉนฺนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กายปฺปสารณํ ทสฺเสตุํ อนุปสมฺปนฺเน นิปนฺเน ภิกฺขุ นิปชฺชตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺมา อยเมตฺถ อตฺโถ – ‘‘เสนาสนสงฺขาตํ เสยฺยํ ปวิสิตฺวา กายปฺปสารณสงฺขาตํ เสยฺยํ กปฺเปยฺย วิทเหยฺย สมฺปาเทยฺยา’’ติ. สพฺพจฺฉนฺนาติอาทินา ปน ตสฺสา เสนาสนสงฺขาตาย เสยฺยาย ลกฺขณํ วุตฺตํ. ตสฺมา ยํ เสนาสนํ อุปริ ปญฺจหิ ฉทเนหิ อญฺเญน วา เกนจิ สพฺพเมว ปฏิจฺฉนฺนํ, อยํ สพฺพจฺฉนฺนา นาม เสยฺยา. อฏฺฐกถาสุ ปน ปากฏโวหารํ คเหตฺวา วาจุคฺคตวเสน ‘‘สพฺพจฺฉนฺนา นาม ปญฺจหิ ฉทเนหิ ฉนฺนา’’ติ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ วุตฺตํ? อถ โข ทุสฺสกุฏิยํ วสนฺตสฺสาปิ น สกฺกา อนาปตฺติ กาตุํ, ตสฺมา ยํ กิญฺจิ ปฏิจฺฉาทนสมตฺถํ อิธ ฉทนญฺจ ปริจฺฉนฺนญฺจ เวทิตพฺพํ. ปญฺจวิธจฺฉทเนเยว หิ คยฺหมาเน ปทรจฺฉนฺเนปิ สหเสยฺยา น ภเวยฺย. ยํ ปน เสนาสนํ ภูมิโต ปฏฺฐาย ยาว ฉทนํ อาหจฺจ ปากาเรน วา อญฺเญน วา เกนจิ อนฺตมโส วตฺเถนาปิ ปริกฺขิตฺตํ, อยํ สพฺพปริจฺฉนฺนา นาม เสยฺยา. ฉทนํ อนาหจฺจ สพฺพนฺติเมน ปริยาเยน ทิยฑฺฒหตฺถุพฺเพเธน ปาการาทินา ปริกฺขิตฺตาปิ สพฺพปริจฺฉนฺนาเยวาติ กุรุนฺทฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ยสฺสา ปน อุปริ พหุตรํ ฐานํ ฉนฺนํ, อปฺปํ อจฺฉนฺนํ, สมนฺตโต วา พหุตรํ ปริกฺขิตฺตํ, อปฺปํ อปริกฺขิตฺตํ, อยํ เยภุยฺเยน ฉนฺนา เยภุยฺเยน ปริจฺฉนฺนา นาม. อิมินา หิ ลกฺขเณน สมนฺนาคโต สเจปิ สตฺตภูมโก ปาสาโท เอกูปจาโร โหติ, สตคพฺภํ วา จตุสฺสาลํ วา, เอกเสยฺยาอิจฺเจว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จตุตฺเถ ทิวเส อตฺถงฺคเต สูริเย อนุปสมฺปนฺเน นิปนฺเน ภิกฺขุ นิปชฺชติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติอาทิ.

ตตฺถ จ นิปชฺชนมตฺเตเนว ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน สมฺพหุลา สามเณรา, เอโก ภิกฺขุ, สามเณรคณนาย ปาจิตฺติยา. เต เจ อุฏฺฐายุฏฺฐาย นิปชฺชนฺติ, เตสํ ปโยเค ปโยเค ภิกฺขุสฺส อาปตฺติ. ภิกฺขุสฺส อุฏฺฐายุฏฺฐาย นิปชฺชเน ปน ภิกฺขุสฺเสว ปโยเคน ภิกฺขุสฺส อาปตฺติ. สเจ ปน สมฺพหุลา ภิกฺขู เอโก สามเณโร สพฺเพสํ อาปตฺตึ กโรติ, ตสฺส อุฏฺฐายุฏฺฐาย นิปชฺชเนนปิ ภิกฺขูนํ อาปตฺติเยว. อุภเยสํ สมฺพหุลภาเวปิ เอเสว นโย.

อปิเจตฺถ เอกาวาสาทิกมฺปิ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. โย หิ เอกสฺมึ อาวาเส เอเกเนว อนุปสมฺปนฺเนน สทฺธึ ติรตฺตํ สหเสยฺยํ กปฺเปติ, ตสฺส จตุตฺถทิวสโต ปฏฺฐาย เทวสิกา อาปตฺติ. โยปิ เอกสฺมึเยว อาวาเส นานาอนุปสมฺปนฺเนหิ สทฺธึ ติรตฺตํ สหเสยฺยํ กปฺเปติ, ตสฺสปิ. โยปิ นานาอาวาเสสุ เอเกเนว อนุปสมฺปนฺเนน สทฺธึ ติรตฺตํ สหเสยฺยํ กปฺเปติ, ตสฺสปิ. โยปิ นานาอาวาเสสุ นานาอนุปสมฺปนฺเนหิ สทฺธึ โยชนสตมฺปิ คนฺตฺวา สหเสยฺยํ กปฺเปติ, ตสฺสปิ จตุตฺถทิวสโต ปฏฺฐาย เทวสิกา อาปตฺติ.

อยญฺจ สหเสยฺยาปตฺติ นาม ‘‘ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสโส อนุปสมฺปนฺโน นามา’’ติ วจนโต ติรจฺฉานคเตนปิ สทฺธึ โหติ, ตตฺร ติรจฺฉานคตสฺส ปริจฺเฉโท เมถุนธมฺมาปตฺติยา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ตสฺมา สเจปิ โคธาพิฬาลมงฺคุสาทีสุ โกจิ ปวิสิตฺวา ภิกฺขุโน วสนเสนาสเน เอกูปจารฏฺฐาเน สยติ, สหเสยฺยาว โหติ.

ยทิ ปน ถมฺภานํ อุปริ กตปาสาทสฺส อุปริมตเลน สทฺธึ อสมฺพทฺธภิตฺติกสฺส ภิตฺติยา อุปริ ฐิตสุสิรตุลาสีสสฺส สุสิเรน ปวิสิตฺวา ตุลาย อพฺภนฺตเร สยิตฺวา เตเนว สุสิเรน นิกฺขมิตฺวา คจฺฉติ, เหฏฺฐาปาสาเท สยิตภิกฺขุสฺส อนาปตฺติ. สเจ ฉทเน ฉิทฺทํ โหติ, เตน ปวิสิตฺวา อนฺโตฉทเน วสิตฺวา เตเนว ปกฺกมติ, นานูปจาเร อุปริมตเล ฉทนพฺภนฺตเร สยิตสฺส อาปตฺติ, เหฏฺฐิมตเล สยิตสฺส อนาปตฺติ. สเจ อนฺโตปาสาเทเนว อาโรหิตฺวา สพฺพตลานิ ปริภุญฺชนฺติ, เอกูปจารานิ โหนฺติ, เตสุ ยตฺถ กตฺถจิ สยิตสฺส อาปตฺติ.

สภาสงฺเขเปน กเต อฑฺฒกุฏฺฏกเสนาสเน สยิตสฺส วาฬสงฺฆาฏาทีสุ กโปตาทโย ปวิสิตฺวา สยนฺติ, อาปตฺติเยว. ปริกฺเขปสฺส พหิคเต นิพฺพโกสพฺภนฺตเร สยนฺติ, อนาปตฺติ. ปริมณฺฑลํ วา จตุรสฺสํ วา เอกจฺฉทนาย คพฺภมาลาย สตคพฺภํ เจปิ เสนาสนํ โหติ, ตตฺร เจ เอเกน สาธารณทฺวาเรน ปวิสิตฺวา วิสุํ ปากาเรน อปริจฺฉินฺนคพฺภูปจาเร สพฺพคพฺเภ ปวิสนฺติ, เอกคพฺเภปิ อนุปสมฺปนฺเน นิปนฺเน สพฺพคพฺเภสุ นิปนฺนานํ อาปตฺติ. สเจ สปมุขา คพฺภา โหนฺติ, ปมุขสฺส อุปริ อจฺฉนฺนํ อุจฺจวตฺถุกํ เจปิ โหติ, ปมุเข สยิโต คพฺเภ สยิตานํ อาปตฺตึ น กโรติ. สเจ ปน คพฺภจฺฉทเนเนว สทฺธึ สมฺพทฺธจฺฉทนํ โหติ, ตตฺร สยิโต สพฺเพสํ อาปตฺตึ กโรติ. กสฺมา? สพฺพจฺฉนฺนตฺตา สพฺพปริจฺฉนฺนตฺตา จ, คพฺภปริกฺเขโปเยว หิสฺส ปริกฺเขโปติ. เอเตเนว หิ นเยน อฏฺฐกถาสุ โลหปาสาทปริกฺเขปสฺส จตูสุ ทฺวารโกฏฺฐเกสุ อาปตฺติ วุตฺตา.

ยํ ปน อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺตีติ ภูมิยํ วินา ชคติยา ปมุขํ สนฺธาย กถิน’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ อนฺธกรฏฺเฐ ปาเฏกฺกสนฺนิเวสา เอกจฺฉทนา คพฺภปาฬิโย สนฺธาย วุตฺตํ. ยญฺจ ตตฺถ ‘‘ภูมิยํ วินา ชคติยา’’ติ วุตฺตํ, ตํ เนว อฏฺฐกถาสุ อตฺถิ; น ปาฬิยา สเมติ. ทสหตฺถุพฺเพธาปิ หิ ชคติ ปริกฺเขปสงฺขฺยํ น คจฺฉติ. ตสฺมา ยมฺปิ ตตฺถ ทุติยสิกฺขาปเท ชคติยา ปมาณํ วตฺวา ‘‘เอตํ เอกูปจารํ ปริจฺฉนฺนํ นาม โหตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ น คเหตพฺพํ. เยปิ เอกสาลทฺวิสาลติสาลจตุสฺสาลสนฺนิเวสา มหาปาสาทา เอกสฺมึ โอกาเส ปาเท โธวิตฺวา ปวิฏฺเฐน สกฺกา โหนฺติ สพฺพตฺถ อนุปริคนฺตุํ, เตสุปิ สหเสยฺยาปตฺติยา น มุจฺจติ. สเจ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน อุปจารํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา กตา โหนฺติ, เอกูปจารฏฺฐาเนเยว อาปตฺติ.

ทฺวีหิ ทฺวาเรหิ ยุตฺตสฺส สุธาฉทนมณฺฑปสฺส มชฺเฌ ปาการํ กโรนฺติ, เอเกน ทฺวาเรน ปวิสิตฺวา เอกสฺมึ ปริจฺเฉเท อนุปสมฺปนฺโน สยติ, เอกสฺมึ ภิกฺขุ, อนาปตฺติ. ปากาเร โคธาทีนํ ปวิสนมตฺตมฺปิ ฉิทฺทํ โหติ, เอกสฺมิญฺจ ปริจฺเฉเท โคธา สยนฺติ, อนาปตฺติเยว. น หิ ฉิทฺเทน เคหํ เอกูปจารํ นาม โหติ. สเจ ปาการมชฺเฌ ฉินฺทิตฺวา ทฺวารํ โยเชนฺติ, เอกูปจารตาย อาปตฺติ. ตํ ทฺวารํ กวาเฏน ปิทหิตฺวา สยนฺติ, อาปตฺติเยว. น หิ ทฺวารปิทหเนน เคหํ นานูปจารํ นาม โหติ, ทฺวารํ วา อทฺวารํ. กวาฏญฺหิ สํวรณวิวรเณหิ ยถาสุขํ วฬญฺชนตฺถาย กตํ, น วฬญฺชนูปจฺเฉทนตฺถาย. สเจ ปน ตํ ทฺวารํ ปุน อิฏฺฐกาหิ ปิทหนฺติ, อทฺวารํ โหติ, ปุริเม นานูปจารภาเวเยว ติฏฺฐติ. ทีฆปมุขํ เจติยฆรํ โหติ. เอกํ กวาฏํ อนฺโต, เอกํ พหิ, ทฺวินฺนํ กวาฏานํ อนฺตเร อนุปสมฺปนฺโน อนฺโตเจติยฆเร สยนฺตสฺส อาปตฺตึ กโรติ, เอกูปจารตฺตา.

ตตฺร ยสฺส ‘‘สิยา อยํ เอกูปจารนานูปจารตา นาม อุโทสิตสิกฺขาปเท วุตฺตา, อิธ ปน ‘เสยฺยา นาม สพฺพจฺฉนฺนา สพฺพปริจฺฉนฺนา เยภุยฺเยน ฉนฺนา เยภุยฺเยน ปริจฺฉนฺนา’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, ปิหิตทฺวาโร จ คพฺโภ สพฺพปริจฺฉนฺโนว โหติ. ตสฺมา ตตฺถ อนฺโต สยิเตเนว สทฺธึ อาปตฺติ, พหิ สยิเตน อนาปตฺตี’’ติ. โส เอวํ วตฺตพฺโพ – ‘‘อปิหิตทฺวาเร ปน กสฺมา พหิ สยิเตน อาปตฺตี’’ติ? ปมุขสฺส คพฺเภน สทฺธึ สพฺพจฺฉนฺนตฺตา. ‘‘กึ ปน คพฺเภ ปิหิเต ฉทนํ วิทฺธสฺตํ โหตี’’ติ? น วิทฺธสฺตํ, คพฺเภน สทฺธึ ปมุขสฺส สพฺพปริจฺฉนฺนตา น โหติ. ‘‘กึ ปริกฺเขโป วิทฺธสฺโต’’ติ? อทฺธา วกฺขติ ‘‘น วิทฺธสฺโต, กวาเฏน อุปจาโร ปริจฺฉนฺโน’’ติ. เอวํ ทูรมฺปิ คนฺตฺวา ปุน เอกูปจารนานูปจารตํเยว ปจฺจาคมิสฺสติ.

อปิจ ยทิ พฺยญฺชนมตฺเตเยว อตฺโถ สุวิญฺเญยฺโย สิยา, สพฺพจฺฉนฺนาติ วจนโต ปญฺจนฺนํ อญฺญตเรน ฉทเนน ฉนฺนา เอว เสยฺยา สิยา, น อญฺเญน. เอวญฺจ สติ ปทรจฺฉนฺนาทีสุ อนาปตฺติ สิยา. ตโต ยทตฺถํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, เสฺวว อตฺโถ ปริหาเยยฺย. ปริหายตุ วา มา วา, กถํ อวุตฺตํ คเหตพฺพนฺติ; โก วา วทติ ‘‘อวุตฺตํ คเหตพฺพ’’นฺติ? วุตฺตเญฺหตํ อนิยเตสุ – ‘‘ปฏิจฺฉนฺนํ นาม อาสนํ กุฏฺเฏน วา กวาเฏน วา กิลญฺเชน วา สาณิปากาเรน วา รุกฺเขน วา ถมฺเภน วา โกฏฺฐลิกาย วา เยน เกนจิ ปฏิจฺฉนฺนํ โหตี’’ติ. ตสฺมา ยถา ตตฺถ เยน เกนจิ ปฏิจฺฉนฺนํ ปฏิจฺฉนฺนเมว, เอวมิธาปิ คเหตพฺพํ. ตสฺมา เสนาสนํ ขุทฺทกํ วา โหตุ มหนฺตํ วา อญฺเญน สทฺธึ สมฺพทฺธํ วา อสมฺพทฺธํ วา ทีฆํ วา วฏฺฏํ วา จตุรสฺสํ วา เอกภูมกํ วา, อเนกภูมกํ วา, ยํ ยํ เอกูปจารํ สพฺพตฺถ เยน เกนจิ ปฏิจฺฉาทเนน สพฺพจฺฉนฺเน สพฺพปริจฺฉนฺเน เยภุยฺเยน วา ฉนฺเน เยภุยฺเยน วา ปริจฺฉนฺเน สหเสยฺยาปตฺติ โหตีติ.

๕๓. อุปฑฺฒจฺฉนฺเน อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเน อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ สพฺพจฺฉนฺเน อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเนติ เอวมาทีสุปิ มหาปจฺจริยํ ทุกฺกฏเมวาติ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สพฺพจฺฉนฺเน เยภุยฺเยนปริจฺฉนฺเน ปาจิตฺติยํ, สพฺพจฺฉนฺเน อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเน ปาจิตฺติยํ, เยภุยฺเยนฉนฺเน อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเน ปาจิตฺติยํ, สพฺพปริจฺฉนฺเน เยภุยฺเยนฉนฺเน ปาจิตฺติยํ, สพฺพปริฉนฺเน อุปฑฺฒจฺฉนฺเน ปาจิตฺติยํ, เยภุยฺเยนปริจฺฉนฺเน อุปฑฺฒจฺฉนฺเน ปาจิตฺติยํ, ปาฬิยํ วุตฺตปาจิตฺติเยน สทฺธึ สตฺต ปาจิตฺติยานี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สพฺพจฺฉนฺเน จูฬกปริจฺฉนฺเน ทุกฺกฏํ, เยภุยฺเยนฉนฺเน จูฬกปริจฺฉนฺเน ทุกฺกฏํ, สพฺพปริจฺฉนฺเน จูฬกจฺฉนฺเน ทุกฺกฏํ, เยภุยฺเยนปริจฺฉนฺเน จูฬกจฺฉนฺเน ทุกฺกฏํ, ปาฬิยํ ทุกฺกเฏน สห ปญฺจ ทุกฺกฏานี’’ติ วุตฺตํ.

‘‘อุปฑฺฒจฺฉนฺเน จูฬกปริจฺฉนฺเน อนาปตฺติ, อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเน จูฬกจฺฉนฺเน อนาปตฺติ, จูฬกจฺฉนฺเน จูฬกปริจฺฉนฺเน อนาปตฺติ, สพฺพจฺฉนฺเน สพฺพอปริจฺฉนฺเนติ จ เอตฺถ เสนมฺพมณฺฑปวณฺณํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. อิมินาเปตํ เวทิตพฺพํ – ‘‘ยถา ชคติ ปริกฺเขปสงฺขย น คจฺฉตี’’ติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กายโต จ กายจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

สหเสยฺยสิกฺขาปทํ ปญฺจมํ.

๖. ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๕. ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปเท – อาวสถาคารนฺติ อาคนฺตุกานํ วสนาคารํ. ปญฺญตฺตํ โหตีติ ปุญฺญกามตาย กตฺวา ฐปิตํ โหติ. เยน สา อิตฺถี เตนุปสงฺกมีติ อสุกสฺมึ นาม ฐาเน อาวสถาคารํ ปญฺญตฺตํ อตฺถีติ มนุสฺสานํ สุตฺวา อุปสงฺกมิ. คนฺธคนฺธินีติ อครุกุงฺกุมาทีนํ คนฺธานํ คนฺโธ คนฺธคนฺโธ, โส อสฺสา อตฺถีติ คนฺธคนฺธินี. สาฏกํ นิกฺขิปิตฺวาติ อปฺเปว นามสฺส อิมมฺปิ วิปฺปการํ ปสฺสนฺตสฺส ราโค อุปฺปชฺเชยฺยาติ จินฺเตตฺวา เอวมกาสิ. โอกฺขิปิตฺวาติ อโธ ขิปิตฺวา. อจฺจโยติ อปราโธ. มํ อจฺจคมาติ มํ อติกฺกมฺม อภิภวิตฺวา ปวตฺโต. เสสํ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยเมว หิ วิเสโส – ปฐมสิกฺขาปเท จตุตฺถทิวเส อาปตฺติ อิธ ปฐมทิวเสปิ. ยกฺขีเปตีหิ ทิสฺสมานกรูปาหิ ติรจฺฉานคติตฺถิยา จ เมถุนธมฺมวตฺถุภูตาย เอว ทุกฺกฏํ. เสสาหิ อนาปตฺติ. สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมสทิสาเนวาติ.

ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทํ ฉฏฺฐํ.

๗. ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๐. สตฺตมสิกฺขาปเท – ฆรณีติ ฆรสามินี. นิเวสนทฺวาเรติ นิเวสนสฺส มหาทฺวาเร. ฆรสุณฺหาติ ตสฺมึ ฆเร สุณฺหา. อาวสถทฺวาเรติ โอวรกทฺวาเร. วิสฺสฏฺเฐนาติ สุนิคฺคเตน สทฺเทน. วิวเฏนาติ สุฏฺฐุ ปกาเสน อสํวุเตน. ธมฺโม เทเสตพฺโพติ อยํ สรณสีลาทิเภโท ธมฺโม กเถตพฺโพ. อญฺญาตุนฺติ อาชานิตุํ. วิญฺญุนา ปุริสวิคฺคเหนาติ วิญฺญุนา ปุริเสน, ปุริสวิคฺคหํ คเหตฺวาปิ ฐิเตน น ยกฺเขน น เปเตน น ติรจฺฉานคเตน.

๖๖. อนาปตฺติ วิญฺญุนา ปุริสวิคฺคเหนาติ วิญฺญุนา ปุริสวิคฺคเหน สทฺธึ ฐิตาย พหุมฺปิ ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. ฉปฺปญฺจวาจาหีติ ฉหิ ปญฺจหิ วาจาหิ โย เทเสติ, ตสฺสปิ อนาปตฺติ. ตตฺถ เอโก คาถาปาโท เอกวาจาติ เอวํ สพฺพตฺถ วาจาปมาณํ เวทิตพฺพํ. สเจ อฏฺฐกถํ ธมฺมปทํ ชาตกาทิวตฺถุํ วา กเถตุกาโม โหติ, ฉปฺปญฺจปทมตฺตเมว กเถตุํ วฏฺฏติ. ปาฬิยา สทฺธึ กเถนฺเตน เอกปทํ ปาฬิโต ปญฺจ อฏฺฐกถาโตติ เอวํ ฉ ปทานิ อนติกฺกาเมตฺวาว กเถตพฺโพ. ปทโสธมฺเม วุตฺตปฺปเภโท หิ อิธาปิ สพฺโพ ธมฺโมเยว. ตสฺมึ เทเสตีติ ตสฺมึ ขเณ เทเสติ. สมฺปทานตฺเถ วา เอตํ ภุมฺมวจนํ. ตสฺสา เทเสตีติ อตฺโถ. อญฺญิสฺสา มาตุคามสฺสาติ เอกิสฺสา เทเสตฺวา ปุน อาคตาคตาย อญฺญิสฺสาปิ เทเสตีติ เอวํ เอกาสเน นิสินฺโน มาตุคามสตสหสฺสนฺนมฺปิ เทเสตีติ อตฺโถ. มหาปจฺจริยฏฺฐกถายํ วุตฺตํ สมํ นิสินฺนานํ มาตุคามานํ ‘‘ตุมฺหากํ เอเกกิสฺสา เอเกกํ คาถํ เทเสสฺสามิ, ตํ สุณาถาติ เทเสติ, อนาปตฺติ. ปฐมํ เอเกกิสฺสา เอเกกํ คาถํ กเถสฺสามีติ อาโภคํ กตฺวา ชานาเปตฺวา กเถตุํ วฏฺฏติ, น ปจฺฉาติ. ปญฺหํ ปุจฺฉติ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ กเถตีติ มาตุคาโม ‘‘ทีฆนิกาโย นาม ภนฺเต กิมตฺถํ ทีเปตี’’ติ ปุจฺฉติ. เอวํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ ภิกฺขุ สพฺพํ เจปิ ทีฆนิกายํ กเถติ, อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.

ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานํ – วาจโต จ วาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทํ สตฺตมํ.

๘. ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๗. อฏฺฐมสิกฺขาปเท – วตฺถุกถาย ตาว ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ จตุตฺถปาราชิกวณฺณนายํ วุตฺตนยเมว. อยเมว หิ วิเสโส – ตตฺถ อภูตํ อาโรเจสุํ, อิธ ภูตํ. ภูตมฺปิ ปุถุชฺชนา อาโรเจสุํ, น อริยา. อริยานญฺหิ ปยุตฺตวาจา นาม นตฺถิ, อตฺตโน คุเณ อาโรจยมาเน ปน อญฺเญ น ปฏิเสเธสุํ, ตถาอุปฺปนฺเน จ ปจฺจเย สาทิยึสุ, ตถาอุปฺปนฺนภาวํ อชานนฺตา.

‘‘อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุ’’นฺติอาทิมฺหิ ปน เย อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสึสุ, เต อาโรเจสุนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘กจฺจิ ปน โว ภิกฺขเว ภูต’’นฺติ ปุจฺฉิเต ปน สพฺเพปิ ‘‘ภูตํ ภควา’’ติ ปฏิชานึสุ. อริยานมฺปิ หิ อพฺภนฺตเร ภูโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ. อถ ภควา อริยมิสฺสกตฺตา ‘‘โมฆปุริสา’’ติ อวตฺวา ‘‘กถญฺหิ นาม ตุเมฺห ภิกฺขเว’’ติ วตฺวา ‘‘อุทรสฺส การณา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา อริยา อญฺเญสํ สุตฺวา ‘‘อยฺโย กิร, ภนฺเต, โสตาปนฺโน’’ติอาทินา นเยน ปสนฺเนหิ มนุสฺเสหิ ปุจฺฉิยมานา อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท อนาทีนวทสฺสิโน สุทฺธจิตฺตตาย อตฺตโน จ ปเรสญฺจ วิเสสาธิคมํ ปฏิชานึสุ. เอวํ ปฏิชานนฺเตหิ จ เตหิ ยํ อญฺเญ อุทรสฺส การณา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสิตฺวา ปิณฺฑปาตํ อุปฺปาเทสุํ, ตํ สุทฺธจิตฺตตาย สาทิยนฺเตหิปิ อุทรสฺส การณา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺโณ ภาสิโต วิย โหติ. ตสฺมา สพฺพสงฺคาหิเกเนว นเยน ‘‘กถญฺหิ นาม ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อุทรสฺส การณา คิหีนํ อญฺญมญฺญํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสิสฺสถา’’ติ อาห. เสสํ จตุตฺถปาราชิกวตฺถุสทิสเมว. สิกฺขาปทวิภงฺเคปิ เกวลํ ตตฺถ ปาราชิกญฺเจว ถุลฺลจฺจยญฺจ อิธ ภูตตฺตา ปาจิตฺติยญฺเจว ทุกฺกฏญฺจ อยํ วิเสโส. เสสํ วุตฺตนยเมว.

๗๗. ‘‘อุปสมฺปนฺนสฺส ภูตํ อาโรเจตี’’ติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ปรินิพฺพานกาเล หิ อนฺตรา วา อติกฑฺฒิยมาเนน อุปสมฺปนฺนสฺส ภูตํ อาโรเจตุํ วฏฺฏติ. สุตปริยตฺติสีลคุณํ ปน อนุปสมฺปนฺนสฺสาปิ อาโรเจตุํ วฏฺฏติ. อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติ. ‘‘อุมฺมตฺตกสฺสา’’ติ อิทํ ปน อิธ น วุตฺตํ. กสฺมา? ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานํ อุมฺมาทสฺส วา จิตฺตกฺเขปสฺส วา อภาวาติ. มหาปจฺจริยมฺปิ หิ วิจาริตํ ‘‘ฌานลาภี ปน ปริหีเน ฌาเน อุมฺมตฺตโก ภเวยฺย, ตสฺสปิ ภูตาโรจนปจฺจยา อนาปตฺติ น วตฺตพฺพา, ภูตสฺเสว อภาวโต’’ติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

ภูตาโรจนํ นาเมตํ ปุพฺเพ อวุตฺเตหิ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ – กายโต วาจโต กายวาจโต จาติ. กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, กุสลาพฺยากตจิตฺเตหิ ทฺวิจิตฺตํ, สุขมชฺฌตฺตเวทนาหิ ทฺวิเวทนนฺติ.

ภูตาโรจนสิกฺขาปทํ อฏฺฐมํ.

๙. ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๘. นวมสิกฺขาปเท – ทุฏฺฐุลฺลา นาม อาปตฺติ จตฺตาริ จ ปาราชิกานิ เตรส จ สงฺฆาทิเสสาติ อิมิสฺสา ปาฬิยา ‘‘ปาราชิกานิ ทุฏฺฐุลฺลสทฺทตฺถทสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ, สงฺฆาทิเสสํ ปน อิธ อธิปฺเปต’’นฺติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. ตตฺรายํ วิจารณา – สเจ ปาราชิกํ อาโรเจนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ น ภเวยฺย, ยถา สมาเนปิ ภิกฺขุ-ภิกฺขุนีนํ อุปสมฺปนฺนสทฺเท ยตฺถ ภิกฺขุนี อนธิปฺเปตา โหติ, ตตฺถ ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสโส อนุปสมฺปนฺโนติ วุจฺจติ; เอวมิธ สมาเนปิ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสานํ ทุฏฺฐุลฺลสทฺเท ยทิ ปาราชิกํ อนธิปฺเปตํ, ‘‘ทุฏฺฐุลฺลา นาม อาปตฺติ เตรส สงฺฆาทิเสสา’’ติ เอตเทว วตฺตพฺพํ สิยา. ตตฺถ ภเวยฺย ‘‘โย ปาราชิกํ อาปนฺโน, โส ภิกฺขุภาวโต จุโต, ตสฺมา ตสฺส อาปตฺตึ อาโรเจนฺโต ทุกฺกฏํ อาปชฺชตี’’ติ. เอวํ สติ อกฺโกสนฺโตปิ ทุกฺกฏํ อาปชฺเชยฺย, ปาจิตฺติยเมว จ อาปชฺชติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ อสุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน โอกาสํ การาเปตฺวา อกฺโกสาธิปฺปาโย วทติ, อาปตฺติ โอมสวาทสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๙). เอวํ ปาฬิยา วิจาริยมานาย ปาราชิกํ อาโรเจนฺตสฺสาปิ ปาจิตฺติยเมว ทิสฺสติ. กิญฺจาปิ ทิสฺสติ, อถ โข สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺตตฺตา อฏฺฐกถาจริยาว เอตฺถ ปมาณํ, น อญฺญา วิจารณา. ปุพฺเพปิ จ อาโวจุมฺห – ‘‘พุทฺเธน ธมฺโม วินโย จ วุตฺโต, โย ตสฺส ปุตฺเตหิ ตเถว ญาโต’’ติอาทิ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา). อฏฺฐกถาจริยา หิ พุทฺธสฺส อธิปฺปายํ ชานนฺติ.

อิมินาปิ เจตํ ปริยาเยน เวทิตพฺพํ. อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยาติ หิ วุตฺตํ. ภิกฺขุสมฺมุติยา จ อาโรจนํ อายตึ สํวรตฺถาย ปุน ตถารูปํ อาปตฺตึ อนาปชฺชนตฺถาย ภควตา อนุญฺญาตํ, น ตสฺส ภิกฺขุโน อวณฺณมตฺตปฺปกาสนตฺถาย, สาสเน จสฺส ปติฏฺฐานิเสธนตฺถาย, น จ ปาราชิกํ อาปนฺนสฺส ปุน ตถารูปาย อาปตฺติยา อนาปชฺชเนน ภิกฺขุภาโว นาม อตฺถิ. ตสฺมา ‘‘ปาราชิกานิ ทุฏฺฐุลฺลสทฺทตฺถทสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ, สงฺฆาทิเสสํ ปน อิธาธิปฺเปต’’นฺติ ยํ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ, ตํ สุวุตฺตเมว.

๘๐. อตฺถิ ภิกฺขุสมฺมุติ อาปตฺติปริยนฺตาติอาทีสุ ปน ยา อยํ ภิกฺขุสมฺมุติ วุตฺตา, สา น กตฺถจิ อาคตา, อิธ วุตฺตตฺตาเยว ปน อภิณฺหาปตฺติกํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา เอวเมส ปเรสุ หิโรตฺตปฺเปนาปิ อายตึ สํวรํ อาปชฺชิสฺสตีติ ตสฺส ภิกฺขุโน หิเตสิตาย ติกฺขตฺตุํ อปโลเกตฺวา สงฺเฆน กาตพฺพาติ เวทิตพฺพาติ.

๘๒. อทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อาโรเจติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ปญฺจปิ อาปตฺติกฺขนฺเธ อาโรเจนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. มหาปจฺจริยํ ปน ปาราชิกํ อาโรเจนฺตสฺสาปิ ทุกฺกฏเมว วุตฺตํ. อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ วา อทุฏฺฐุลฺลํ วา อชฺฌาจารนฺติ เอตฺถ อาทิโต ปญฺจ สิกฺขาปทานิ ทุฏฺฐุลฺโล นาม อชฺฌาจาโร, เสสานิ อทุฏฺฐุลฺโล. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิกายสํสคฺคทุฏฺฐุลฺลอตฺตกามา ปนสฺส อชฺฌาจาโร นามาติ วุตฺตํ.

๘๓. วตฺถุํ อาโรเจตีติ ‘‘อยํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ อาปนฺโน, ทุฏฺฐุลฺลํ อาปนฺโน, อตฺตกามํ อาปนฺโน’’ กายสํสคฺคํ อาปนฺโนติ เอวํ วทนฺตสฺส อนาปตฺติ. อาปตฺตึ อาโรเจตีติ เอตฺถ ‘‘อยํ ปาราชิกํ อาปนฺโน, สงฺฆาทิเสสํ ถุลฺลจฺจยํ ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ ทุกฺกฏํ ทุพฺภาสิตํ อาปนฺโน’’ติ วทติ อนาปตฺติ. ‘‘อยํ อสุจึ โมเจตฺวา สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺโน’’ติอาทินา ปน นเยน วตฺถุนา สทฺธึ อาปตฺตึ ฆเฏตฺวา อาโรเจนฺตสฺเสว อาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทํ นวมํ.

๑๐. ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๖. ทสมสิกฺขาปเท – ชาตา จ ปถวี อชาตา จ ปถวีติ อิเมหิ ปเทหิ ชาตปถวิญฺจ อชาตปถวิญฺจ ทสฺเสติ. อปฺปปาสาณาทีสุ อปฺปา ปาสาณา เอตฺถาติ อปฺปปาสาณาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ มุฏฺฐิปฺปมาณโต อุปริ ปาสาณาติ เวทิตพฺพา, มุฏฺฐิปฺปมาณา สกฺขรา. กถลาติ กปาลขณฺฑานิ. มรุมฺพาติ กฏสกฺขรา. วาลิกาติ วาลุกาเยว. เยภุยฺเยน ปํสุกาติ ตีสุ โกฏฺฐาเสสุ เทฺว โกฏฺฐาสา ปํสุ, เอโก ปาสาณาทีสุ อญฺญตโร. อทฑฺฒาปีติ อุทฺธนปตฺตปจนกุมฺภการาวาปาทิวเสน ตถา ตถา อทฑฺฒา. สา ปน วิสุํ นตฺถิ, สุทฺธปํสุอาทีสุ อญฺญตราว เวทิตพฺพา. เยภุยฺเยนสกฺขราติ พหุตรา สกฺขรา. หตฺถิกุจฺฉิยํ กิร เอกปจฺฉิปูรํ อาหราเปตฺวา โทณิยํ โธวิตฺวา ปถวิยา เยภุยฺเยน สกฺขรภาวํ ญตฺวา สยํ ภิกฺขู โปกฺขรณึ ขณึสุ. ยานิ ปน มชฺเฌ ‘‘อปฺปปํสุ อปฺปมตฺติกา’’ติ เทฺว ปทานิ, ตานิ เยภุยฺเยนปาสาณาทิปญฺจกเมว ปวิสนฺติ เตสํเยว หิ ทฺวินฺนํ ปเภททสฺสนเมตํ. สยํ ขณติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอตฺถ ปหาเร ปหาเร ปาจิตฺติยํ เวทิตพฺพํ. สกึ อาณตฺโต พหุกมฺปิ ขณตีติ สเจปิ สกลทิวสํ ขณติ, อาณาปกสฺส เอกํเยว ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน กุสิโต โหติ, ปุนปฺปุนํ อาณาเปตพฺโพ. ตํ อาณาเปตฺวา ขณาเปนฺตสฺส วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยํ. อยํ ตาว ปาฬิวณฺณนา.

อยํ ปน ปาฬิมุตฺตกวินิจฺฉโย – ‘‘โปกฺขรณึ ขณา’’ติ วทติ, วฏฺฏติ. ขตาเยว หิ โปกฺขรณี นาม โหติ, ตสฺมา อยํ กปฺปิยโวหาโร. เอส นโย ‘‘วาปึ ตฬากํ อาวาฏํ ขณา’’ติอาทีสุปิ. ‘‘อิมํ โอกาสํ ขณ, อิมสฺมึ โอกาเส โปกฺขรณึ ขณา’’ติ วตฺตุํ ปน น วฏฺฏติ. ‘‘กนฺทํ ขณ, มูลํ ขณา’’ติ อนิยาเมตฺวา วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อิมํ วลฺลึ ขณ, อิมสฺมึ โอกาเส กนฺทํ วา มูลํ วา ขณา’’ติ วตฺตุํ น วฏฺฏติ. โปกฺขรณึ โสเธนฺเตหิ โย กุเฏหิ อุสฺสิญฺจิตุํ สกฺกา โหติ ตนุกกทฺทโม, ตํ อปเนตุํ วฏฺฏติ, พหลํ น วฏฺฏติ. อาตเปน สุกฺขกทฺทโม ผลติ, ตตฺร โย เหฏฺฐา ปถวิยา อสมฺพทฺโธ, ตเมว อปเนตุํ วฏฺฏติ. อุทเกน คตฏฺฐาเน อุทกปปฺปฏโก นาม โหติ, วาตปฺปหาเรน จลติ, ตํ อปเนตุํ วฏฺฏติ.

โปกฺขรณีอาทีนํ ตฏํ ภิชฺชิตฺวา อุทกสามนฺตา ปตติ, สเจ โอมกจาตุมาสํ โอวฏฺฐํ, ฉินฺทิตุํ วา ภินฺทิตุํ วา วฏฺฏติ, จาตุมาสโต อุทฺธํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน อุทเกเยว ปตติ, เทเว อติเรกจาตุมาสํ โอวฏฺเฐปิ อุทเกเยว อุทกสฺส ปติตตฺตา วฏฺฏติ. ปาสาณปิฏฺฐิยํ โสณฺฑึ ขณนฺติ, สเจ ตตฺถ ปฐมเมว สุขุมรชํ ปตติ, ตญฺเจ เทเวน โอวฏฺฐํ โหติ, จาตุมาสจฺจเยน อกปฺปิยปถวีสงฺขฺยํ คจฺฉติ. อุทเก ปริยาทิณฺเณ โสณฺฑึ โสเธนฺเตหิ ตํ วิโกเปตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปฐมเมว อุทเกน ปูรติ, ปจฺฉา รชํ ปตติ, ตํ วิโกเปตุํ วฏฺฏติ. ตตฺถ หิ เทเว วสฺสนฺเตปิ อุทเกเยว อุทกํ ปตตีติ. ปิฏฺฐิปาสาเณ สุขุมรชํ โหติ, เทเว ผุสายนฺเต อลฺลียติ, ตมฺปิ จาตุมาสจฺจเยน วิโกเปตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน อกตปพฺภาเร วมฺมิโก อุฏฺฐิโต โหติ, ยถาสุขํ วิโกเปตุํ วฏฺฏติ. สเจ อพฺโภกาเส อุฏฺฐหติ, โอมกจาตุมาสํ โอวฏฺโฐเยว วฏฺฏติ. รุกฺขาทีสุ อารุฬฺหอุปจิกามตฺติกายปิ เอเสว นโย. คณฺฑุปฺปาทคูถมูสิกุกฺกรโคกณฺฏกาทีสุปิ เอเสว นโย.

โคกณฺฏโก นาม คาวีนํ ขุรจฺฉินฺนกทฺทโม วุจฺจติ. สเจ ปน เหฏฺฐิมตเลน ภูมิสมฺพนฺโธ โหติ, เอกทิวสมฺปิ น วฏฺฏติ. กสิตฏฺฐาเนปิ นงฺคลจฺฉินฺนมตฺติกาปิณฺฑํ คณฺหนฺตสฺส เอเสว นโย. ปุราณเสนาสนํ โหติ อจฺฉทนํ วา วินฏฺฐจฺฉทนํ วา, อติเรกจาตุมาสํ โอวฏฺฐํ ชาตปถวีสงฺขฺยเมว คจฺฉติ. ตโต อวเสสํ ฉทนิฏฺฐกํ วา โคปานสีอาทิกํ อุปกรณํ วา ‘‘อิฏฺฐกํ คณฺหามิ โคปนสึ ภิตฺติปาทํ ปทรตฺถรณํ ปาสาณตฺถมฺภํ คณฺหามี’’ติ สญฺญาย คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. เตน สทฺธึ มตฺติกา ปตติ, อนาปตฺติ. ภิตฺติมตฺติกํ คณฺหนฺตสฺส ปน อาปตฺติ. สเจ ยา ยา อตินฺตา ตํ ตํ คณฺหาติ, อนาปตฺติ.

อนฺโตเคเห มตฺติกาปุญฺโช โหติ, ตสฺมึ เอกทิวสํ โอวฏฺเฐ เคหํ ฉาเทนฺติ, สเจ สพฺโพ ตินฺโต จาตุมาสจฺจเยน ชาตปถวีเยว. อถสฺส อุปริภาโคเยว ตินฺโต, อนฺโต อตินฺโต, ยตฺตกํ ตินฺตํ ตํ กปฺปิยการเกหิ กปฺปิยโวหาเรน อปนาเมตฺวา เสสํ ยถาสุขํ วฬญฺเชตุํ วฏฺฏติ. อุทเกน เตเมตฺวา เอกาพทฺธาเยว หิ ชาตปถวี โหติ, น อิตราติ.

อพฺโภกาเส มตฺติกาปากาโร โหติ, อติเรกจาตุมาสํ เจ โอวฏฺโฐ ชาตปถวีสงฺขฺยํ คจฺฉติ. ตตฺถ ลคฺคปํสุํ ปน อลฺลหตฺเถน ฉุปิตฺวา คเหตุํ วฏฺฏติ. สเจ อิฏฺฐกปากาโร โหติ, เยภุยฺเยนกถลฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, ยถาสุขํ วิโกเปตุํ วฏฺฏติ. อพฺโภกาเส ฐิตมณฺฑปตฺถมฺภํ อิโต จิโต จ สญฺจาเลตฺวา ปถวึ วิโกเปนฺเตน คเหตุํ น วฏฺฏติ, อุชุกเมว อุทฺธริตุํ วฏฺฏติ. อญฺญมฺปิ สุกฺขรุกฺขํ วา สุกฺขขาณุกํ วา คณฺหนฺตสฺส เอเสว นโย. นวกมฺมตฺถํ ปาสาณํ วา รุกฺขํ วา ทณฺฑเกหิ อุจฺจาเลตฺวา ปวฏฺเฏนฺตา คจฺฉนฺติ, ตตฺถ ปถวี ภิชฺชติ, สเจ สุทฺธจิตฺตา ปวฏฺเฏนฺติ, อนาปตฺติ. อถ ปน เตน อปเทเสน ปถวึ ภินฺทิตุกามาเยว โหนฺติ, อาปตฺติ. สาขาทีนิ กฑฺฒนฺตานมฺปิ ปถวิยํ ทารูนิ ผาเลนฺตานมฺปิ เอเสว นโย.

ปถวิยํ อฏฺฐิสูจิกณฺฏกาทีสุปิ ยํกิญฺจิ อาโกเฏตุํ วา ปเวเสตุํ วา น วฏฺฏติ. ปสฺสาวธาราย เวเคน ปถวึ ภินฺทิสฺสามีติ เอวํ ปสฺสาวมฺปิ กาตุํ น วฏฺฏติ, กโรนฺตสฺส ภิชฺชติ, อาปตฺติ. วิสมภูมึ สมํ กริสฺสามีติ สมฺมุญฺชนิยา ฆํสิตุมฺปิ น วฏฺฏติ, วตฺตสีเสเนว หิ สมฺมชฺชิตพฺพํ. เกจิ กตฺตรยฏฺฐิยา ภูมึ โกฏฺเฏนฺติ, ปาทงฺคุฏฺฐเกน วิลิขนฺติ, ‘‘จงฺกมิตฏฺฐานํ ทสฺเสสฺสามา’’ติ ปุนปฺปุนํ ภูมึ ภินฺทนฺตา จงฺกมนฺติ, สพฺพํ น วฏฺฏติ. วีริยสมฺปคฺคหตฺถํ ปน สมณธมฺมํ กโรนฺเตน สุทฺธจิตฺเตน จงฺกมิตุํ วฏฺฏติ, ‘‘หตฺถํ โธวิสฺสามา’’ติ ปถวิยํ ฆํสนฺติ, น วฏฺฏติ. อฆํสนฺเตน ปน อลฺลหตฺถํ ปถวิยํ ฐเปตฺวา รชํ คเหตุํ วฏฺฏติ. เกจิ กณฺฑุกจฺฉุอาทีหิ อาพาธิกา ฉินฺนตฏาทีสุ องฺคปจฺจงฺคานิ ฆํสนฺติ น วฏฺฏติ.

๘๗. ขณติ วา ขณาเปติ วาติ อนฺตมโส ปาทงฺคุฏฺฐเกนปิ สมฺมชฺชนีสลากายปิ สยํ วา ขณติ, อญฺเญน วา ขณาเปติ. ภินฺทติ วา เภทาเปติ วาติ อนฺตมโส อุทกมฺปิ ฉฑฺเฑนฺโต สยํ วา ภินฺทติ, อญฺเญน วา ภินฺทาเปติ. ทหติ วา ทหาเปติ วาติ อนฺตมโส ปตฺตมฺปิ ปจนฺโต สยํ วา ทหติ, อญฺเญน วา ทหาเปติ. ยตฺตเกสุ ฐาเนสุ อคฺคึ เทติ วา ทาเปติ วา ตตฺตกานิ ปาจิตฺติยานิ. ปตฺตํ ปจนฺเตนปิ หิ ปุพฺเพ ปกฺกฏฺฐาเนเยว หิ ปจิตพฺโพ. อทฑฺฒาย ปถวิยา อคฺคึ ฐเปตุํ น วฏฺฏติ. ปตฺตปจนกปาลสฺส ปน อุปริ อคฺคึ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. ทารูนํ อุปริ ฐเปติ, โส อคฺคิ ตานิ ทหนฺโต คนฺตฺวา ปถวึ ทหติ, น วฏฺฏติ. อิฏฺฐกกปาลาทีสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺราปิ หิ อิฏฺฐกาทีนํเยว อุปริ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. กสฺมา? เตสํ อนุปาทานตฺตา. น หิ ตานิ อคฺคิสฺส อุปาทานสงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ. สุกฺขขาณุสุกฺขรุกฺขาทีสุปิ อคฺคึ ทาตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน ปถวึ อปฺปตฺตเมว นิพฺพาเปตฺวา คมิสฺสามีติ เทติ, วฏฺฏติ. ปจฺฉา นิพฺพาเปตุํ น สกฺโกติ, อวิสยตฺตา อนาปตฺติ. ติณุกฺกํ คเหตฺวา คจฺฉนฺโต หตฺเถ ฑยฺหมาเน ภูมิยํ ปาเตติ, อนาปตฺติ. ปติตฏฺฐาเนเยว อุปาทานํ ทตฺวา อคฺคึ กาตุํ วฏฺฏตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. ทฑฺฒปถวิยา จ ยตฺตกํ ฐานํ อุสุมาย อนุคตํ, สพฺพํ วิโกเปตุํ วฏฺฏตีติ ตตฺเถว วุตฺตํ. โย ปน อชานนโก ภิกฺขุ อรณีสหิเตน อคฺคึ นิพฺพตฺเตตฺวา หตฺเถน อุกฺขิปิตฺวา ‘‘กึ กโรมี’’ติ วทติ, ‘‘ชาเลหี’’ติ วตฺตพฺโพ, ‘‘หตฺโถ ฑยฺหตี’’ติ วทติ, ‘‘ยถา น ฑยฺหติ ตถา กโรหี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘ภูมิยํ ปาเตหี’’ติ ปน น วตฺตพฺโพ. สเจ หตฺเถ ฑยฺหมาเน ปาเตติ ‘‘ปถวึ ทหิสฺสามี’’ติ อปาติตตฺตา อนาปตฺติ. ปติตฏฺฐาเน ปน อคฺคึ กาตุํ วฏฺฏตีติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ.

๘๘. อนาปตฺติ อิมํ ชานาติอาทีสุ ‘‘อิมสฺส ถมฺภสฺส อาวาฏํ ชาน, มหามตฺติกํ ชาน, ถุสมตฺติกํ ชาน, มหามตฺติกํ เทหิ, ถุสมตฺติกํ เทหิ, มตฺติกํ อาหร, ปํสุํ อาหร, มตฺติกาย อตฺโถ, ปํสุนา อตฺโถ, อิมสฺส ถมฺภสฺส อาวาฏํ กปฺปิยํ กโรหิ, อิมํ มตฺติกํ กปฺปิยํ กโรหิ, อิมํ ปํสุํ กปฺปิยํ กโรหี’’ติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อสญฺจิจฺจาติ ปาสาณรุกฺขาทีนิ วา ปวฏฺเฏนฺตสฺส กตฺตรทณฺเฑน วา อาหจฺจ อาหจฺจ คจฺฉนฺตสฺส ปถวี ภิชฺชติ, สา ‘‘เตน ภินฺทิสฺสามี’’ติ เอวํ สญฺจิจฺจ อภินฺนตฺตา อสญฺจิจฺจ ภินฺนา นาม โหติ. อิติ อสญฺจิจฺจ ภินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ. อสติยาติ อญฺญวิหิโต เกนจิ สทฺธึ กิญฺจิ กเถนฺโต ปาทงฺคุฏฺฐเกน วา กตฺตรยฏฺฐิยา วา ปถวึ วิลิขนฺโต ติฏฺฐติ, เอวํ อสติยา วิลิขนฺตสฺส วา ภินฺทนฺตสฺส วา อนาปตฺติ. อชานนฺตสฺสาติ อนฺโตเคเห โอวฏฺฐํ ฉนฺนํ ปถวึ ‘‘อกปฺปิยปถวี’’ติ น ชานาติ, ‘‘กปฺปิยปถวี’’ติ สญฺญาย วิโกเปติ, ‘‘ขณามิ ภินฺทามิ ทหามี’’ติ วา น ชานาติ, เกวลํ สงฺโคปนตฺถาย ขณิตฺตาทีนิ วา ฐเปติ, ฑยฺหมานหตฺโถ วา อคฺคึ ปาเตติ, เอวํ อชานนฺตสฺส อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ปถวีขณนสิกฺขาปทํ ทสมํ.

สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน มุสาวาทวคฺโค ปฐโม.

๒. ภูตคามวคฺโค

๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๙. เสนาสนวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท – อนาทิยนฺโตติ ตสฺสา วจนํ อคณฺหนฺโต. ทารกสฺส พาหุํ อาโกเฏสีติ อุกฺขิตฺตํ ผรสุํ นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโต มนุสฺสานํ จกฺขุวิสยาตีเต มหาราชสนฺติกา ลทฺเธ รุกฺขฏฺฐกทิพฺพวิมาเน นิปนฺนสฺส ทารกสฺส พาหุํ ถนมูเลเยว ฉินฺทิ. น โข เมตํ ปติรูปนฺติอาทิมฺหิ อยํ สงฺเขปวณฺณนา – หิมวนฺเต กิร ปกฺขทิวเสสุ เทวตาสนฺนิปาโต โหติ, ตตฺถ รุกฺขธมฺมํ ปุจฺฉนฺติ – ‘‘ตฺวํ รุกฺขธมฺเม ฐิตา น ฐิตา’’ติ? รุกฺขธมฺโม นาม รุกฺเข ฉิชฺชมาเน รุกฺขเทวตาย มโนปโทสสฺส อกรณํ. ตตฺถ ยา เทวตา รุกฺขธมฺเม อฏฺฐิตา โหติ, สา เทวตาสนฺนิปาตํ ปวิสิตุํ น ลภติ. อิติ สา เทวตา อิมญฺจ รุกฺขธมฺเม อฏฺฐานปจฺจยํ อาทีนวํ อทฺทส, ภควโต จ สมฺมุขา สุตปุพฺพธมฺมเทสนานุสาเรน ตถาคตสฺส ฉทฺทนฺตาทิกาเล ปุพฺพจริตํ อนุสฺสริ. เตนสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘น โข เมตํ ปติรูปํ…เป… โวโรเปยฺย’’นฺติ. ยํนูนาหํ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจยฺยนฺติ อิทํ ปนสฺสา ‘‘อยํ ภิกฺขุ สปิติโก ปุตฺโต, อทฺธา ภควา อิมํ อิมสฺส อชฺฌาจารํ สุตฺวา มริยาทํ พนฺธิสฺสติ, สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสตี’’ติ ปฏิสญฺจิกฺขนฺติยา อโหสิ. สจชฺช ตฺวํ เทวเตติ สเจ อชฺช ตฺวํ เทวเต. ปสเวยฺยาสีติ ชเนยฺยาสิ อุปฺปาเทยฺยาสิ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ภควา ตํ เทวตํ สญฺญาเปนฺโต –

‘‘โย เว อุปฺปติตํ โกธํ, รถํ ภนฺตํว วารเย;

ตมหํ สารถึ พฺรูมิ, รสฺมิคฺคาโห อิตโร ชโน’’ติ. (ธ. ป. ๒๒๒);

อิมํ คาถมภาสิ. คาถาปริโยสาเน สา เทวตา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. ปุน ภควา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺโต –

‘‘โย อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ, วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเธหิ;

โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ, อุรโค ชิณฺณมิวตฺตจํ ปุราณ’’นฺติ. (สุ. นิ. ๑);

อิมํ คาถมภาสิ. ตตฺร ปฐมคาถา ธมฺมปเท สงฺคหํ อารุฬฺหา, ทุติยา สุตฺตนิปาเต, วตฺถุ ปน วินเยติ. อถ ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโตเยว ตสฺสา เทวตาย วสนฏฺฐานํ อาวชฺชนฺโต ปติรูปํ ฐานํ ทิสฺวา ‘‘คจฺฉ, เทวเต, อสุกสฺมึ โอกาเส รุกฺโข วิวิตฺโต, ตสฺมึ อุปคจฺฉา’’ติ อาห. โส กิร รุกฺโข น อาฬวิรฏฺเฐ, เชตวนสฺส อนฺโตปริกฺเขเป, ยสฺส เทวปุตฺตสฺส ปริคฺคโห อโหสิ, โส จุโต; ตสฺมา ‘‘วิวิตฺโต’’ติ วุตฺโต. ตโต ปฏฺฐาย จ ปน สา เทวตา สมฺมาสมฺพุทฺธโต ลทฺธปริหารา พุทฺธุปฏฺฐายิกา อโหสิ. ยทา เทวตาสมาคโม โหติ, ตทา มเหสกฺขเทวตาสุ อาคจฺฉนฺตีสุ อญฺญา อปฺเปสกฺขา เทวตา ยาว มหาสมุทฺทจกฺกวาฬปพฺพตา ตาว ปฏิกฺกมนฺติ. อยํ ปน อตฺตโน วสนฏฺฐาเน นิสีทิตฺวาว ธมฺมํ สุณาติ. ยมฺปิ ปฐมยาเม ภิกฺขู ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, มชฺฌิมยาเม เทวตา, ตํ สพฺพํ ตตฺเถว นิสีทิตฺวา สุณาติ. จตฺตาโร จ มหาราชาโนปิ ภควโต อุปฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา คจฺฉนฺตา ตํ เทวตํ ทิสฺวาว คจฺฉนฺติ.

๙๐. ภูตคามปาตพฺยตายาติ เอตฺถ ภวนฺติ อหุวุญฺจาติ ภูตา; ชายนฺติ วฑฺฒนฺติ ชาตา วฑฺฒิตา จาติ อตฺโถ. คาโมติ ราสิ; ภูตานํ คาโมติ ภูตคาโม; ภูตา เอว วา คาโม ภูตคาโม; ปติฏฺฐิตหริตติณรุกฺขาทีนเมตํ อธิวจนํ. ปาตพฺยสฺส ภาโว ปาตพฺยตา; เฉทนเภทนาทีหิ ยถารุจิ ปริภุญฺชิตพฺพตาติ อตฺโถ. ตสฺสา ภูตคามปาตพฺยตาย; นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ, ภูตคามปาตพฺยตาเหตุ, ภูตคามสฺส เฉทนาทิปจฺจยา ปาจิตฺติยนฺติ อตฺโถ.

๙๑. อิทานิ ตํ ภูตคามํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ภูตคาโม นาม ปญฺจ พีชชาตานีติอาทิมาห. ตตฺถ ภูตคาโม นามาติ ภูตคามํ อุทฺธริตฺวา ยสฺมึ สติ ภูตคาโม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺจ พีชชาตานี’’ติ อาหาติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ มูเล ชายนฺตี’’ติอาทีนิ น สเมนฺติ. น หิ มูลพีชาทีนิ มูลาทีสุ ชายนฺติ, มูลาทีสุ ชายมานานิ ปน ตานิ พีชากตานิ, ตสฺมา เอวเมตฺถ วณฺณนา เวทิตพฺพา – ภูตคาโม นามาติ วิภชิตพฺพปทํ. ปญฺจาติ ตสฺส วิภาคปริจฺเฉโท. พีชชาตานีติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. ตสฺสตฺโถ – พีเชหิ ชาตานิ พีชชาตานิ; รุกฺขาทีนเมตํ อธิวจนํ. อปโร นโย – พีชานิ จ ตานิ วิชาตานิ จ ปสูตานิ นิพฺพตฺตปณฺณมูลานีติ พีชชาตานิ. เอเตน อลฺลวาลิกาทีสุ ฐปิตานํ นิพฺพตฺตปณฺณมูลานํ สิงฺคิเวราทีนํ สงฺคโห กโต โหติ.

อิทานิ เยหิ พีเชหิ ชาตตฺตา รุกฺขาทีนิ พีชชาตานีติ วุตฺตานิ, ตานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘มูลพีช’’นฺติอาทิมาห. เตสํ อุทฺเทโส ปากโฏ เอว. นิทฺเทเส ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ มูเล ชายนฺติ มูเล สญฺชายนฺตีติ เอตฺถ พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิตํ, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ อาลุวกเสรุกมลุปฺปลปุณฺฑรีกกุวลยกนฺทปาฏลิมูลาทิเภเท มูเล คจฺฉวลฺลิรุกฺขาทีนิ ชายนฺติ สญฺชายนฺติ, ตานิ ยมฺหิ มูเล ชายนฺติ เจว สญฺชายนฺติ จ ตญฺจ, ปาฬิยํ วุตฺตํ หลิทฺทาทิ จ สพฺพมฺปิ เอตํ มูลพีชํ นาม. เอเสว นโย ขนฺธพีชาทีสุ. เยวาปนกขนฺธพีเชสุ ปเนตฺถ อมฺพาฏกอินฺทสาลนุหีปาฬิภทฺทกณิการาทีนิ ขนฺธพีชานิ, อมูลวลฺลิ จตุรสฺสวลฺลิกณวีราทีนิ ผฬุพีชานิ มกจิสุมนชยสุมนาทีนิ อคฺคพีชานิ, อมฺพชมฺพูปนสฏฺฐิอาทีนิ พีชพีชานีติ ทฏฺฐพฺพานิ.

๙๒. อิทานิ ยํ วุตฺตํ ‘‘ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติย’’นฺติ ตตฺถ สญฺญาวเสน อาปตฺตานาปตฺติเภทํ ปาตพฺยตาเภทญฺจ ทสฺเสนฺโต พีเช พีชสญฺญีติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา ‘‘สาลีนํ เจปิ โอทนํ ภุญฺชตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๗๖) สาลิตณฺฑุลานํ โอทโน ‘‘สาลีนํ โอทโน’’ติ วุจฺจติ, เอวํ พีชโต สมฺภูโต ภูตคาโม ‘‘พีช’’นฺติ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ยํ ปน ‘‘พีชคามภูตคามสมารมฺภา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๐) วุตฺตํ ภูตคามปริโมจนํ กตฺวา ฐปิตํ พีชํ, ตํ ทุกฺกฏวตฺถุ. อถ วา ยเทตํ ‘‘ภูตคาโม นามา’’ติ สิกฺขาปทวิภงฺคสฺส อาทิปทํ, เตน สทฺธึ โยเชตฺวา ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหติ, ตสฺมึ พีเช พีชสญฺญี สตฺถกาทีนิ คเหตฺวา สยํ วา ฉินฺทติ อญฺเญน วา เฉทาเปติ, ปาสาณาทีนิ คเหตฺวา สยํ วา ภินฺทติ อญฺเญน วา เภทาเปติ, อคฺคึ อุปสํหริตฺวา สยํ วา ปจติ อญฺเญน วา ปจาเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยถารุตํ ปน คเหตฺวา ภูตคามวินิมุตฺตสฺส พีชสฺส ฉินฺทนาทิเภทาย ปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ น วตฺตพฺพํ.

อยเญฺหตฺถ วินิจฺฉยกถา – ภูตคามํ วิโกเปนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ ภูตคามปริโมจิตํ ปญฺจวิธมฺปิ พีชคามํ วิโกเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. พีชคามภูตคาโม นาเมส อตฺถิ อุทกฏฺโฐ, อตฺถิ ถลฏฺโฐ. ตตฺถ อุทกฏฺโฐ สาสปมตฺติกา ติลพีชกาทิเภทา สปณฺณิกา อปณฺณิกา จ สพฺพา เสวาลชาติ อนฺตมโส อุทกปปฺปฏกํ อุปาทาย ‘‘ภูตคาโม’’ติ เวทิตพฺโพ. อุทกปปฺปฏโก นาม อุปริ ถทฺโธ ผรุสวณฺโณ, เหฏฺฐา มุทุ นีลวณฺโณ โหติ. ตตฺถ ยสฺส เสวาลสฺส มูลํ โอรูหิตฺวา ปถวิยํ ปติฏฺฐิตํ, ตสฺส ปถวี ฐานํ. โย อุทเก สญฺจรติ, ตสฺส อุทกํ. ปถวิยํ ปติฏฺฐิตํ ยตฺถ กตฺถจิ วิโกเปนฺตสฺส อุทฺธริตฺวา วา ฐานนฺตรํ สงฺกาเมนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. อุทเก สญฺจรนฺตํ วิโกเปนฺตสฺเสว ปาจิตฺติยํ. หตฺเถหิ ปน อิโต จิโต จ วิยูหิตฺวา นฺหายิตุํ วฏฺฏติ, สกลญฺหิ อุทกํ ตสฺส ฐานํ. ตสฺมา น โส เอตฺตาวตา ฐานนฺตรํ สงฺกามิโต โหติ. อุทกโต ปน อุทเกน วินา สญฺจิจฺจ อุกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ, อุทเกน สทฺธึ อุกฺขิปิตฺวา ปุน อุทเก ปกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. ปริสฺสาวนนฺตเรน นิกฺขมติ, กปฺปิยํ การาเปตฺวาว อุทกํ ปริภุญฺชิตพฺพํ. อุปฺปลินีปทุมินีอาทีนิ ชลชวลฺลิติณานิ อุทกโต อุทฺธรนฺตสฺส วา ตตฺเถว วิโกเปนฺตสฺส วา ปาจิตฺติยํ. ปเรหิ อุปฺปาฏิตานิ วิโกเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ตานิ หิ พีชคาเม สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ติลพีชกสาสปมตฺตกเสวาโลปิ อุทกโต อุทฺธโต อมิลาโต อคฺคพีชสงฺคหํ คจฺฉติ. มหาปจฺจริยาทีสุ ‘‘อนนฺตกติลพีชกอุทกปปฺปฏกาทีนิ ทุกฺกฏวตฺถุกานี’’ติ วุตฺตํ, ตตฺถ การณํ น ทิสฺสติ. อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘สมฺปุณฺณภูตคาโม น โหติ, ตสฺมา ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ น สเมติ, ภูตคาเม หิ ปาจิตฺติยํ, พีชคาเม ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. อสมฺปุณฺณภูตคาโม นาม ตติโย โกฏฺฐาโส เนว ปาฬิยํ น อฏฺฐกถาสุ อาคโต. อถ เอตํ พีชคามสงฺคหํ คจฺฉิสฺสตีติ, ตมฺปิ น ยุตฺตํ, อภูตคามมูลตฺตา ตาทิสสฺส พีชคามสฺสาติ. อปิจ ‘‘ครุกลหุเกสุ ครุเก ฐาตพฺพ’’นฺติ เอตํ วินยลกฺขณํ.

ถลฏฺเฐ – ฉินฺนรุกฺขานํ อวสิฏฺโฐ หริตขาณุ นาม โหติ. ตตฺถ กกุธกรญฺชปิยงฺคุปนสาทีนํ ขาณุ อุทฺธํ วฑฺฒติ, โส ภูตคาเมน สงฺคหิโต. ตาลนาฬิเกราทีนํ ขาณุ อุทฺธํ น วฑฺฒติ, โส พีชคาเมน สงฺคหิโต. กทลิยา ปน อผลิตาย ขาณุ ภูตคาเมน สงฺคหิโต, ผลิตาย พีชคาเมน. กทลี ปน ผลิตา ยาว นีลปณฺณา, ตาว ภูตคาเมเนว สงฺคหิตา, ตถา ผลิโต เวฬุ. ยทา ปน อคฺคโต ปฏฺฐาย สุสฺสติ, ตทา พีชคาเมน สงฺคหํ คจฺฉติ. กตรพีชคาเมน? ผฬุพีชคาเมน. กึ ตโต นิพฺพตฺตติ? น กิญฺจิ. ยทิ หิ นิพฺพตฺเตยฺย, ภูตคาเมเนว สงฺคหํ คจฺเฉยฺย. อินฺทสาลาทิรุกฺเข ฉินฺทิตฺวา ราสึ กโรนฺติ, กิญฺจาปิ ราสิกตทณฺฑเกหิ รตนปฺปมาณาปิ สาขา นิกฺขมนฺติ, พีชคาเมเนว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ตตฺถ มณฺฑปตฺถาย วา วติอตฺถาย วา วลฺลิอาโรปนตฺถาย วา ภูมิยํ นิขณนฺติ, มูเลสุ เจว ปณฺเณสุ จ นิคฺคเตสุ ปุน ภูตคามสงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ. มูลมตฺเตสุ ปน ปณฺณมตฺเตสุ วา นิคฺคเตสุ พีชคาเมน สงฺคหิตา เอว.

ยานิ กานิจิ พีชานิ ปถวิยํ วา อุทเกน สิญฺจิตฺวา ฐปิตานิ, กปาลาทีสุ วา อลฺลปํสุํ ปกฺขิปิตฺวา นิกฺขิตฺตานิ โหนฺติ, สพฺพานิ มูลมตฺเต ปณฺณมตฺเต วา นิคฺคเตปิ พีชานิเยว. สเจปิ มูลานิ จ อุปริ องฺกุโร จ นิคฺคจฺฉติ, ยาว องฺกุโร หริโต น โหติ, ตาว พีชานิเยว. มุคฺคาทีนํ ปน ปณฺเณสุ อุฏฺฐิเตสุ วีหิอาทีนํ วา องฺกุเร หริเต นีลปณฺณวณฺเณ ชาเต ภูตคามสงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ตาลฏฺฐีนํ ปฐมํ สูกรทาฐา วิย มูลํ นิคฺคจฺฉติ. นิคฺคเตปิ ยาว อุปริ ปตฺตวฏฺฏิ น นิคฺคจฺฉติ, ตาว พีชคาโมเยว. นาฬิเกรสฺส ตจํ ภินฺทิตฺวา ทนฺตสูจิ วิย องฺกุโร นิคฺคจฺฉติ, ยาว มิคสิงฺคสทิสา นีลปตฺตวฏฺฏิ น โหติ, ตาว พีชคาโมเยว. มูเล อนิคฺคเตปิ ตาทิสาย ปตฺตวฏฺฏิยา ชาตาย อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉติ.

อมฺพฏฺฐิอาทีนิ วีหิอาทีหิ วินิจฺฉินิตพฺพานิ. วนฺทากา วา อญฺญา วา ยา กาจิ รุกฺเข ชายิตฺวา รุกฺขํ โอตฺถรติ, รุกฺโขว ตสฺสา ฐานํ, ตํ วิโกเปนฺตสฺส วา ตโต อุทฺธรนฺตสฺส วา ปาจิตฺติยํ. เอกา อมูลิกา ลตา โหติ, องฺคุลิเวฐโก วิย วนปฺปคุมฺพทณฺฑเก เวเฐติ, ตสฺสาปิ อยเมว วินิจฺฉโย. เคหมุขปาการเวทิกาเจติยาทีสุ นีลวณฺโณ เสวาโล โหติ, ยาว เทฺว ตีณิ ปตฺตานิ น สญฺชายนฺติ ตาว อคฺคพีชสงฺคหํ คจฺฉติ. ปตฺเตสุ ชาเตสุ ปาจิตฺติยวตฺถุ. ตสฺมา ตาทิเสสุ ฐาเนสุ สุธาเลปมฺปิ ทาตุํ น วฏฺฏติ. อนุปสมฺปนฺเนน ลิตฺตสฺส อุปริเสฺนหเลโป ทาตุํ วฏฺฏติ. สเจ นิทาฆสมเย สุกฺขเสวาโล ติฏฺฐติ, ตํ สมฺมุญฺชนีอาทีหิ ฆํสิตฺวา อปเนตุํ วฏฺฏติ. ปานียฆฏาทีนํ พหิ เสวาโล ทุกฺกฏวตฺถุ, อนฺโต อพฺโพหาริโก. ทนฺตกฏฺฐปูวาทีสุ กณฺณกมฺปิ อพฺโพหาริกเมว. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สเจ เครุกปริกมฺมกตา ภิตฺติ กณฺณกิตา โหติ, โจฬกํ เตเมตฺวา ปีเฬตฺวา ปมชฺชิตพฺพา’’ติ (มหาว. ๖๖).

ปาสาณชาติปาสาณททฺทุเสวาลเสเลยฺยกาทีนิ อหริตวณฺณานิ อปตฺตกานิ จ ทุกฺกฏวตฺถุกานิ. อหิจฺฉตฺตกํ ยาว มกุฬํ โหติ, ตาว ทุกฺกฏวตฺถุ. ปุปฺผิตกาลโต ปฏฺฐาย อพฺโพหาริกํ. อลฺลรุกฺขโต ปน อหิจฺฉตฺตกํ คณฺหนฺโต รุกฺขตฺตจํ วิโกเปติ, ตสฺมา ตตฺถ ปาจิตฺติยํ. รุกฺขปปฺปฏิกายปิ เอเสว นโย. ยา ปน อินฺทสาลกกุธาทีนํ ปปฺปฏิกา รุกฺขโต มุจฺจิตฺวา ติฏฺฐติ, ตํ คณฺหนฺตสฺส อนาปตฺติ. นิยฺยาสมฺปิ รุกฺขโต มุจฺจิตฺวา ฐิตํ สุกฺขรุกฺเข วา ลคฺคํ คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. อลฺลรุกฺขโต น วฏฺฏติ. ลาขายปิ เอเสว นโย. รุกฺขํ จาเลตฺวา ปณฺฑุปลาสํ วา ปริณตกณิการาทิปุปฺผํ วา ปาเตนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว. หตฺถกุกฺกุจฺเจน มุทุเกสุ อินฺทสาลนุหีขนฺธาทีสุ วา ตตฺถชาตกตาลปณฺณาทีสุ วา อกฺขรํ ฉินฺทนฺตสฺสาปิ เอเสว นโย.

สามเณรานํ ปุปฺผํ โอจินนฺตานํ สาขํ โอนาเมตฺวา ทาตุํ วฏฺฏติ. เตหิ ปน ปุปฺเผหิ ปานียํ น วาเสตพฺพํ. ปานียวาสตฺถิเกน สามเณรํ อุกฺขิปิตฺวา โอจินาเปตพฺพานิ. ผลสาขาปิ อตฺตนา ขาทิตุกาเมน น โอนาเมตพฺพา. สามเณรํ อุกฺขิปิตฺวา ผลํ คาหาเปตพฺพํ. ยํกิญฺจิ คจฺฉํ วา ลตํ วา อุปฺปาเฏนฺเตหิ สามเณเรหิ สทฺธึ คเหตฺวา อากฑฺฒิตุํ น วฏฺฏติ. เตสํ ปน อุสฺสาหชนนตฺถํ อนากฑฺฒนฺเตน กฑฺฒนาการํ ทสฺเสนฺเตน วิย อคฺเค คเหตุํ วฏฺฏติ. เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหติ, เตสํ สาขํ มกฺขิกาพีชนาทีนํ อตฺถาย กปฺปิยํ อการาเปตฺวา คหิตํ ตเจ วา ปตฺเต วา อนฺตมโส นเขนปิ วิลิขนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. อลฺลสิงฺคิเวราทีสุปิ เอเสว นโย. สเจ ปน กปฺปิยํ การาเปตฺวา สีตเล ปเทเส ฐปิตสฺส มูลํ สญฺชายติ, อุปริภาเค ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. สเจ องฺกุโร ชายติ, เหฏฺฐาภาเค ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. มูเล จ นีลงฺกุเร จ ชาเต น วฏฺฏติ.

ฉินฺทติ วา เฉทาเปติ วาติ อนฺตมโส สมฺมุญฺชโนสลากายปิ ติณานิ ฉินฺทิสฺสามีติ ภูมึ สมฺมชฺชนฺโต สยํ วา ฉินฺทติ, อญฺเญน วา เฉทาเปติ. ภินฺทติ วา เภทาเปติ วาติ อนฺตมโส จงฺกมนฺโตปิ ฉิชฺชนกํ ฉิชฺชตุ, ภิชฺชนกํ ภิชฺชตุ, จงฺกมิตฏฺฐานํ ทสฺเสสฺสามีติ สญฺจิจฺจ ปาเทหิ อกฺกมนฺโต ติณวลฺลิอาทีนิ สยํ วา ภินฺทติ อญฺเญน วา เภทาเปติ. สเจปิ หิ ติณํ วา ลตํ วา คณฺฐึ กโรนฺตสฺส ภิชฺชติ, คณฺฐิปิ น กาตพฺโพ. ตาลรุกฺขาทีสุ ปน โจรานํ อนารุหนตฺถาย ทารุมกฺกฏกํ อาโกเฏนฺติ, กณฺฏเก พนฺธนฺติ, ภิกฺขุสฺส เอวํ กาตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ทารุมกฺกฏโก รุกฺเข อลฺลีนมตฺโตว โหติ, รุกฺขํ น ปีเฬติ, วฏฺฏติ. ‘‘รุกฺขํ ฉินฺท, ลตํ ฉินฺท, กนฺทํ วา มูลํ วา อุปฺปาเฏหี’’ติ วตฺตุมฺปิ วฏฺฏติ, อนิยามิตตฺตา. นิยาเมตฺวา ปน ‘‘อิมํ รุกฺขํ ฉินฺทา’’ติอาทิ วตฺตุํ น วฏฺฏติ. นามํ คเหตฺวาปิ ‘‘อมฺพรุกฺขํ จตุรสฺสวลฺลึ อาลุวกนฺทํ มุญฺชติณํ อสุกรุกฺขจฺฉลฺลึ ฉินฺท ภินฺท อุปฺปาเฏหี’’ติอาทิวจนมฺปิ อนิยามิตเมว โหติ. ‘‘อิมํ อมฺพรุกฺข’’นฺติอาทิวจนเมว หิ นิยามิตํ นาม, ตํ น วฏฺฏติ.

ปจติ วา ปจาเปติ วาติ อนฺตมโส ปตฺตมฺปิ ปจิตุกาโม ติณาทีนํ อุปริ สญฺจิจฺจ อคฺคึ กโรนฺโต สยํ วา ปจติ, อญฺเญน วา ปจาเปตีติ สพฺพํ ปถวีขณนสิกฺขาปเท วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. อนิยาเมตฺวา ปน ‘‘มุคฺเค ปจ, มาเส ปจา’’ติอาทิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อิเม มุคฺเค ปจ, อิเม มาเส ปจา’’ติ เอวํ วตฺตุํ น วฏฺฏติ.

อนาปตฺติ อิมํ ชานาติอาทีสุ ‘‘อิมํ มูลเภสชฺชํ ชาน, อิมํ มูลํ วา ปณฺณํ วา เทหิ, อิมํ รุกฺขํ วา ลตํ วา อาหร, อิมินา ปุปฺเผน วา ผเลน วา ปณฺเณน วา อตฺโถ, อิมํ รุกฺขํ วา ลตํ วา ผลํ วา กปฺปิยํ กโรหี’’ติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺตาวตา ภูตคามปริโมจนํ กตํ โหติ. ปริภุญฺชนฺเตน ปน พีชคามปริโมจนตฺถํ ปุน กปฺปิยํ กาเรตพฺพํ.

กปฺปิยกรณญฺเจตฺถ อิมินา สุตฺตานุสาเรน เวทิตพฺพํ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ สมณกปฺเปหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุํ อคฺคิปริชิตํ สตฺถปริชิตํ นขปริชิตํ อพีชํ นิพฺพฏฺฏพีชเมว ปญฺจม’’นฺติ. ตตฺถ ‘‘อคฺคิปริชิต’’นฺติ อคฺคินา ปริชิตํ อธิภูตํ ทฑฺฒํ ผุฏฺฐนฺติ อตฺโถ. ‘‘สตฺถปริชิต’’นฺติ สตฺเถน ปริชิตํ อธิภูตํ ฉินฺนํ วิทฺธํ วาติ อตฺโถ. เอส นโย นขปริชิเต. อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิ สยเมว กปฺปิยานิ. อคฺคินา กปฺปิยํ กโรนฺเตน กฏฺฐคฺคิโคมยคฺคิอาทีสุ เยน เกนจิ อนฺตมโส โลหขณฺเฑนปิ อาทิตฺเตน กปฺปิยํ กาตพฺพํ. ตญฺจ โข เอกเทเส ผุสนฺเตน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว กาตพฺพํ. สตฺเถน กโรนฺเตน ยสฺส กสฺสจิ โลหมยสตฺถสฺส อนฺตมโส สูจินขจฺเฉทนานมฺปิ ตุณฺเฑน วา ธาราย วา เฉทํ วา เวธํ วา ทสฺเสนฺเตน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว กาตพฺพํ. นเขน กปฺปิยํ กโรนฺเตน ปูตินเขน น กาตพฺพํ. มนุสฺสานํ ปน สีหพฺยคฺฆทีปิมกฺกฏาทีนํ สกุนฺตานญฺจ นขา ติขิณา โหนฺติ, เตหิ กาตพฺพํ. อสฺสมหึสสูกรมิคโครูปาทีนํ ขุรา อติขิณา, เตหิ น กาตพฺพํ, กตมฺปิ อกตํ โหติ. หตฺถินขา ปน ขุรา น โหนฺติ, เตหิ วฏฺฏติ. เยหิ ปน กาตุํ วฏฺฏติ, เตหิ ตตฺถชาตเกหิปิ อุทฺธริตฺวา คหิตเกหิปิ เฉทํ วา เวธํ วา ทสฺเสนฺเตน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว กาตพฺพํ.

ตตฺถ สเจปิ พีชานํ ปพฺพตมตฺโต ราสิ รุกฺขสหสฺสํ วา ฉินฺทิตฺวา เอกาพทฺธํ กตฺวา อุจฺฉูนํ วา มหาภาโร พนฺธิตฺวา ฐปิโต โหติ, เอกสฺมึ พีเช วา รุกฺขสาขาย วา อุจฺฉุมฺหิ วา กปฺปิเย กเต สพฺพํ กตํ โหติ. อุจฺฉู จ ทารูนิ จ เอกโต พทฺธานิ โหนฺติ, อุจฺฉุํ กปฺปิยํ กริสฺสามีติ ทารุํ วิชฺฌติ, วฏฺฏติเยว. สเจ ปน ยาย รชฺชุยา วา วลฺลิยา วา พทฺธานิ, ตํ วิชฺฌติ, น วฏฺฏติ. อุจฺฉุขณฺฑานํ ปจฺฉึ ปูเรตฺวา อาหรนฺติ, เอกสฺมึ ขณฺเฑ กปฺปิเย กเต สพฺพํ กตเมว โหติ. มริจปกฺกาทีหิ มิสฺเสตฺวา ภตฺตํ อาหรนฺติ, ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ วุตฺเต สเจปิ ภตฺตสิตฺเถ วิชฺฌติ, วฏฺฏติเยว. ติลตณฺฑุลาทีสุปิ เอเสว นโย. ยาคุยา ปกฺขิตฺตานิ ปน เอกาพทฺธานิ หุตฺวา น สนฺติฏฺฐนฺติ, ตตฺถ เอกเมกํ วิชฺฌิตฺวา กปฺปิยํ กาตพฺพเมว. กปิตฺถผลาทีนํ อนฺโต มิญฺชํ กฏาหํ มุญฺจิตฺวา สญฺจรติ, ภินฺทาเปตฺวา กปฺปิยํ การาเปตพฺพํ. เอกาพทฺธํ โหติ, กฏาเหปิ กาตุํ วฏฺฏติ.

อสญฺจิจฺจาติ ปาสาณรุกฺขาทีนิ วา ปวฏฺเฏนฺตสฺส สาขํ วา กฑฺฒนฺตสฺส กตฺตรทณฺเฑน วา ภูมึ ปหริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ติณานิ ฉิชฺชนฺติ, ตานิ เตน ฉินฺทิสฺสามีติ เอวํ สญฺจิจฺจ อจฺฉินฺนตฺตา อสญฺจิจฺจ ฉินฺนานิ นาม โหนฺติ. อิติ อสญฺจิจฺจ ฉินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ.

อสติยาติ อญฺญวิหิโต เกนจิ สทฺธึ กิญฺจิ กเถนฺโต ปาทงฺคุฏฺฐเกน วา หตฺเถน วา ติณํ วา ลตํ วา ฉินฺทนฺโต ติฏฺฐติ, เอวํ อสติยา ฉินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ.

อชานนฺตสฺสาติ เอตฺถพฺภนฺตเร พีชคาโมติ วา ภูตคาโมติ วา น ชานาติ, ฉินฺทามีติปิ น ชานาติ, เกวลํ วติยา วา ปลาลปุญฺเช วา นิขาทนํ วา ขณิตฺตึ วา กุทาลํ วา สงฺโคปนตฺถาย ฐเปติ, ฑยฺหมานหตฺโถ วา อคฺคึ ปาเตติ, ตตฺร เจ ติณานิ ฉิชฺชนฺติ วา ฑยฺหนฺติ วา อนาปตฺติ. มนุสฺสวิคฺคหปาราชิกวณฺณนายํ ปน สพฺพอฏฺฐกถาสุ ‘‘สเจ ภิกฺขุ รุกฺเขน วา อชฺโฌตฺถโฏ โหติ, โอปาเต วา ปติโต สกฺกา จ โหติ รุกฺขํ ฉินฺทิตฺวา ภูมึ วา ขณิตฺวา นิกฺขมิตุํ, ชีวิตเหตุปิ อตฺตนา น กาตพฺพํ. อญฺเญน ปน ภิกฺขุนา ภูมึ วา ขณิตฺวา รุกฺขํ วา ฉินฺทิตฺวา อลฺลรุกฺขโต วา ทณฺฑกํ ฉินฺทิตฺวา ตํ รุกฺขํ ปวฏฺเฏตฺวา นิกฺขาเมตุํ วฏฺฏติ, อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ การณํ น ทิสฺสติ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทวฑาเห ฑยฺหมาเน ปฏคฺคึ ทาตุํ, ปริตฺตํ กาตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๘๓) อิทํ ปน เอกเมว สุตฺตํ ทิสฺสติ. สเจ เอตสฺส อนุโลมํ ‘‘อตฺตโน น วฏฺฏติ, อญฺญสฺส วฏฺฏตี’’ติ อิทํ นานากรณํ น สกฺกา ลทฺธุํ. อตฺตโน อตฺถาย กโรนฺโต อตฺตสิเนเหน อกุสลจิตฺเตเนว กโรติ, ปโร ปน การุญฺเญน, ตสฺมา อนาปตฺตีติ เจ. เอตมฺปิ อการณํ. กุสลจิตฺเตนาปิ หิ อิมํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. สพฺพอฏฺฐกถาสุ ปน วุตฺตตฺตา น สกฺกา ปฏิเสเธตุํ. คเวสิตพฺพา เอตฺถ ยุตฺติ. อฏฺฐกถาจริยานํ วา สทฺธาย คนฺตพฺพนฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ภูตคามสิกฺขาปทํ ปฐมํ.

๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา

๙๔. ทุติยสิกฺขาปเท – อนาจารํ อาจริตฺวาติ อกาตพฺพํ กตฺวา; กายวจีทฺวาเรสุ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน วจเนน อญฺญํ วจนํ ปฏิจรติ ปฏิจฺฉาเทติ อชฺโฌตฺถรติ; อิทานิ ตํ ปฏิจรณวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘โก อาปนฺโน’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ วจนสมฺพนฺโธ – โส กิร กิญฺจิ วีติกฺกมํ ทิสฺวา ‘‘อาวุโส, อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน ‘‘โก อาปนฺโน’’ติ วทติ. ‘‘ตโต ตฺว’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ กึ อาปนฺโน’’ติ วทติ. อถ ‘‘ปาจิตฺติยํ วา ทุกฺกฏํ วา’’ติ วุตฺเต วตฺถุํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘อหํ กิสฺมึ อาปนฺโน’’ติ วทติ. ตโต ‘‘อสุกสฺมึ นาม วตฺถุสฺมิ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ กถํ อาปนฺโน, กึ กโรนฺโต อาปนฺโนมฺหี’’ติ ปุจฺฉติ. อถ ‘‘อิทํ นาม กโรนฺโต อาปนฺโน’’ติ วุตฺเต ‘‘กํ ภณถา’’ติ วทติ. ตโต ‘‘ตํ ภณามา’’ติ วุตฺเต ‘‘กึ ภณถา’’ติ วทติ.

อปิเจตฺถ อยํ ปาฬิมุตฺตโกปิ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณวิธิ – ภิกฺขูหิ ‘‘ตว สิปาฏิกาย กหาปโณ ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวมสารุปฺปํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘สุทิฏฺฐํ, ภนฺเต, น ปเนโส กหาปโณ; ติปุมณฺฑลํ เอต’’นฺติ ภณนฺโต วา ‘‘ตฺวํ สุรํ ปิวนฺโต ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘สุทิฏฺโฐ, ภนฺเต, น ปเนสา สุรา, เภสชฺชตฺถาย สมฺปาทิตํ อริฏฺฐ’’นฺติ ภณนฺโต วา ‘‘ตฺวํ ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน มาตุคาเมน สทฺธึ นิสินฺโน ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวมสารุปฺปํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘เยน ทิฏฺฐํ สุทิฏฺฐํ, วิญฺญู ปเนตฺถ ทุติโย อตฺถิ, โส กิสฺส น ทิฏฺโฐ’’ติ ภณนฺโต วา, ‘‘อีทิสํ ตยา กิญฺจิ ทิฏฺฐ’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘น สุณามี’’ติ โสตมุปเนนฺโต วา, โสตทฺวาเร ปุจฺฉนฺตานํ จกฺขุํ อุปเนนฺโต วา, อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ เวทิตพฺโพ. อญฺญวาทกํ โรเปตูติ อญฺญวาทกํ อาโรเปตุ; ปติฏฺฐาเปตูติ อตฺโถ. วิเหสกํ โรเปตูติ เอตสฺมิมฺปิ เอเสว นโย.

๙๘. อญฺญวาทเก วิเหสเก ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ อญฺญํ วทตีติ อญฺญวาทกํ; อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณสฺเสตํ นามํ. วิเหเสตีติ วิเหสกํ; ตุณฺหีภูตสฺเสตํ นามํ, ตสฺมึ อญฺญวาทเก วิเหสเก. ปาจิตฺติยนฺติ วตฺถุทฺวเย ปาจิตฺติยทฺวยํ วุตฺตํ.

๑๐๐. อโรปิเต อญฺญวาทเกติ กมฺมวาจาย อนาโรปิเต อญฺญวาทเก. อโรปิเต วิเหสเกติ เอตสฺมิมฺปิ เอเสว นโย.

๑๐๑. ธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญีติอาทีสุ ยํ ตํ อญฺญวาทกวิเหสกโรปนกมฺมํ กตํ, ตญฺเจ ธมฺมกมฺมํ โหติ, โส จ ภิกฺขุ ตสฺมึ ธมฺมกมฺมสญฺญี อญฺญวาทกญฺจ วิเหสกญฺจ กโรติ, อถสฺส ตสฺมึ อญฺญวาทเก จ วิเหสเก จ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๑๐๒. อชานนฺโต ปุจฺฉตีติ อาปตฺตึ วา อาปนฺนภาวํ อชานนฺโตเยว ‘‘กึ ตุเมฺห ภณถ, อหํ น ชานามี’’ติ ปุจฺฉติ. คิลาโน วา น กเถตีติ มุเข ตาทิโส พฺยาธิ โหติ, เยน กเถตุํ น สกฺโกติ. สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ วาติอาทีสุ สงฺฆมชฺเฌ กถิเต ตปฺปจฺจยา สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ วา กลโห วา วิวาโท วา ภวิสฺสติ, โส มา อโหสีติ มญฺญมาโน น กเถตีติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, สิยา กิริยํ, สิยา อกิริยํ, อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรนฺตสฺส หิ กิริยํ โหติ, ตุณฺหีภาเวน วิเหสนฺตสฺส อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

อญฺญวาทกสิกฺขาปทํ ทุติยํ.

๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๐๓. ตติยสิกฺขาปเท – ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ ภิกฺขู อุชฺฌาเปนฺตีติ ‘‘ฉนฺทาย ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติอาทีนิ วทนฺตา ตํ อายสฺมนฺตํ เตหิ ภิกฺขูหิ อวชานาเปนฺติ, อวญฺญาย โอโลกาเปนฺติ, ลามกโต วา จินฺตาเปนฺตี’’ติ อตฺโถ. ลกฺขณํ ปเนตฺถ สทฺทสตฺถานุสาเรน เวทิตพฺพํ. โอชฺฌาเปนฺตีติปิ ปาโฐ. อยเมวตฺโถ. ฉนฺทายาติ ฉนฺเทน ปกฺขปาเตน; อตฺตโน อตฺตโน สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตานํ ปณีตานิ ปญฺญเปตีติ อธิปฺปาโย. ขิยฺยนฺตีติ ‘‘ฉนฺทาย ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติอาทีนิ วทนฺตา ปกาเสนฺติ.

๑๐๕. อุชฺฌาปนเก ขิยฺยนเก ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ เยน วจเนน อุชฺฌาเปนฺติ, ตํ อุชฺฌาปนกํ. เยน จ ขิยฺยนฺติ ตํ ขิยฺยนกํ. ตสฺมึ อุชฺฌาปนเก ขิยฺยนเก. ปาจิตฺติยนฺติ วตฺถุทฺวเย ปาจิตฺติยทฺวยํ วุตฺตํ.

๑๐๖. อุชฺฌาปนกํ นาม อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน สมฺมตํ เสนาสนปญฺญาปกํ วา…เป… อปฺปมตฺตกวิสฺสชฺชนกํ วาติ เอเตสํ ปทานํ ‘‘มงฺกุกตฺตุกาโม’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อวณฺณํ กตฺตุกาโม อยสํ กตฺตุกาโมติ อิเมสํ ปน วเสน อุปสมฺปนฺนนฺติอาทีสุ ‘‘อุปสมฺปนฺนสฺสา’’ติ เอวํ วิภตฺติวิปริณาโม กาตพฺโพ. อุชฺฌาเปติ วา ขิยฺยติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอตฺถ ปน ยสฺมา ‘‘ขิยฺยนกํ นามา’’ติ เอวํ มาติกาปทํ อุทฺธริตฺวาปิ ‘‘อุชฺฌาปนกํ นามา’’ติ อิมสฺส ปทสฺส วุตฺตวิภงฺโคเยว วตฺตพฺโพ โหติ, อญฺญวาทกสิกฺขาปเท วิย อญฺโญ วิเสโส นตฺถิ, ตสฺมา ตํ วิสุํ อนุทฺธริตฺวา อวิภชิตฺวา นิคมนเมว เอกโต กตนฺติ เวทิตพฺพํ. ธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญีติอาทีสุ ยํ ตสฺส อุปสมฺปนฺนสฺส สมฺมุติกมฺมํ กตํ ตญฺเจ ธมฺมกมฺมํ โหติ, โส จ ภิกฺขุ ตสฺมึ ธมฺมกมฺมสญฺญี อุชฺฌาปนกญฺจ ขิยฺยนกญฺจ กโรติ, อถสฺส ตสฺมึ อุชฺฌาปนเก จ ขิยฺยนเก จ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อนุปสมฺปนฺนํ อุชฺฌาเปติ วา ขิยฺยติ วาติ เอตฺถ อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน สมฺมตํ อญฺญํ อนุปสมฺปนฺนํ อุชฺฌาเปติ อวชานาเปติ, ตสฺส วา ตํ สนฺติเก ขิยฺยตีติ อตฺโถ. อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน อสมฺมตนฺติ กมฺมวาจาย อสมฺมตํ เกวลํ ‘‘ตเวโส ภาโร’’ติ สงฺเฆน อาโรปิตภารํ ภิกฺขูนํ วา ผาสุวิหารตฺถาย สยเมว ตํ ภารํ วหนฺตํ, ยตฺร วา เทฺว ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ, ตตฺร วา ตาทิสํ กมฺมํ กโรนฺตนฺติ อธิปฺปาโย. อนุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน สมฺมตํ วา อสมฺมตํ วาติ เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ อนุปสมฺปนฺนสฺส เตรส สมฺมุติโย ทาตุํ น วฏฺฏนฺติ. อถ โข อุปสมฺปนฺนกาเล ลทฺธสมฺมุติโก ปจฺฉา อนุปสมฺปนฺนภาเว ฐิโต, ตํ สนฺธาย ‘‘สงฺเฆน สมฺมตํ วา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺส ปน พฺยตฺตสฺส สามเณรสฺส เกวลํ สงฺเฆน วา สมฺมเตน วา ภิกฺขุนา ‘‘ตฺวํ อิทํ กมฺมํ กโรหี’’ติ ภาโร กโต, ตาทิสํ สนฺธาย ‘‘อสมฺมตํ วา’’ติ วุตฺตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทํ ตติยํ.

๔. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๐๘. จตุตฺถสิกฺขาปเท – เหมนฺติเก กาเลติ เหมนฺตกาเล หิมปาตสมเย. กายํ โอตาเปนฺตาติ มญฺจปีฐาทีสุ นิสินฺนา พาลาตเปน กายํ โอตาเปนฺตา. กาเล อาโรจิเตติ ยาคุภตฺตาทีสุ ยสฺส กสฺสจิ กาเล อาโรจิเต. โอวฏฺฐํ โหตีติ หิมวสฺเสน โอวฏฺฐํ ตินฺตํ โหติ.

๑๑๐. อวสฺสิกสงฺเกเตติ วสฺสิกวสฺสานมาสาติ เอวํ อปญฺญตฺเต จตฺตาโร เหมนฺติเก จตฺตาโร จ คิมฺหิเก อฏฺฐ มาเสติ อตฺโถ. มณฺฑเป วาติ สาขามณฺฑเป วา ปทรมณฺฑเป วา. รุกฺขมูเล วาติ ยสฺส กสฺสจิ รุกฺขสฺส เหฏฺฐา. ยตฺถ กากา วา กุลลา วา น อูหทนฺตีติ ยตฺถ ธุวนิวาเสน กุลาวเก กตฺวา วสมานา เอเต กากกุลลา วา อญฺเญ วา สกุนฺตา ตํ เสนาสนํ น อูหทนฺติ, ตาทิเส รุกฺขมูเล นิกฺขิปิตุํ อนุชานามีติ. ตสฺมา ยตฺถ โคจรปฺปสุตา สกุนฺตา วิสฺสมิตฺวา คจฺฉนฺติ, ตสฺส รุกฺขสฺส มูเล นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. ยสฺมึ ปน ธุวนิวาเสน กุลาวเก กตฺวา วสนฺติ, ตสฺส รุกฺขสฺส มูเล น นิกฺขิปิตพฺพํ. ‘‘อฏฺฐ มาเส’’ติ วจนโต เยสุ ชนปเทสุ วสฺสกาเล น วสฺสติ, เตสุปิ จตฺตาโร มาเส นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติเยว. ‘‘อวสฺสิกสงฺเกเต’’ติ วจนโต ยตฺถ เหมนฺเต เทโว วสฺสติ, ตตฺถ เหมนฺเตปิ อชฺโฌกาเส นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ. คิเมฺห ปน สพฺพตฺถ วิคตวลาหกํ วิสุทฺธํ นภํ โหติ, เอวรูเป กาเล เกนจิเทว กรณีเยน อชฺโฌกาเส มญฺจปีฐํ นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ.

อพฺโภกาสิเกนาปิ วตฺตํ ชานิตพฺพํ, ตสฺส หิ สเจ ปุคฺคลิกมญฺจโก อตฺถิ, ตตฺเถว สยิตพฺพํ. สงฺฆิกํ คณฺหนฺเตน เวตฺเตน วา วาเกน วา วีตมญฺจโก คเหตพฺโพ. ตสฺมึ อสติ ปุราณมญฺจโก คเหตพฺโพ. ตสฺมิมฺปิ อสติ นววายิโม วา โอนทฺธโก วา คเหตพฺโพ. คเหตฺวา จ ปน ‘‘อหํ อุกฺกฏฺฐรุกฺขมูลิโก อุกฺกฏฺฐอพฺโภกาสิโก’’ติ จีวรกุฏิมฺปิ อกตฺวา อสมเย อชฺโฌกาเส รุกฺขมูเล วา ปญฺญเปตฺวา นิปชฺชิตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน จตุคฺคุเณนปิ จีวเรน กตกุฏิ อเตเมนฺตํ รกฺขิตุํ น สกฺโกติ, สตฺตาหวทฺทลิกาทีนิ ภวนฺติ, ภิกฺขุโน กายานุคติกตฺตา วฏฺฏติ.

อรญฺเญ ปณฺณกุฏีสุ วสนฺตานํ สีลสมฺปทาย ปสนฺนจิตฺตา มนุสฺสา นวํ มญฺจปีฐํ เทนฺติ ‘‘สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชถา’’ติ วสิตฺวา คจฺฉนฺเตหิ สามนฺตวิหาเร สภาคภิกฺขูนํ เปเสตฺวา คนฺตพฺพํ, สภาคานํ อภาเว อโนวสฺสเก นิกฺขิปิตฺวา คนฺตพฺพํ, อโนวสฺสเก อสติ รุกฺเข ลคฺเคตฺวา คนฺตพฺพํ. เจติยงฺคเณ สมฺมชฺชนึ คเหตฺวา โภชนสาลงฺคณํ วา อุโปสถาคารงฺคณํ วา ปริเวณทิวาฏฺฐานอคฺคิสาลาทีสุ วา อญฺญตรํ สมฺมชฺชิตฺวา โธวิตฺวา ปุน สมฺมชฺชนีมาฬเกเยว ฐเปตพฺพา. อุโปสถาคาราทีสุ อญฺญตรสฺมึ คเหตฺวา อวเสสานิ สมฺมชฺชนฺตสฺสาปิ เอเสว นโย.