นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
วินยปิฏเก
มหาวคฺค-อฏฺฐกถา
๑. มหาขนฺธกํ
โพธิกถา
อุภินฺนํ ปาติโมกฺขานํ, สงฺคีติสมนนฺตรํ;
สงฺคายึสุ มหาเถรา, ขนฺธกํ ขนฺธโกวิทา.
ยํ ตสฺส ทานิ สมฺปตฺโต, ยสฺมา สํวณฺณนากฺกโม;
ตสฺมา โหติ อยํ ตสฺส, อนุตฺตานตฺถวณฺณนา.
ปทภาชนิเย อตฺถา, เยหิ เยสํ ปกาสิตา;
เต เจ ปุน วเทยฺยาม, ปริโยสานํ กทา ภเว.
อุตฺตานา เจว เย อตฺถา, เตสํ สํวณฺณนาย กึ;
อธิปฺปายานุสนฺธีหิ, พฺยญฺชเนน จ เย ปน.
อนุตฺตานา น เต ยสฺมา, สกฺกา ญาตุํ อวณฺณิตา;
เตสํเยว อยํ ตสฺมา, โหติ สํวณฺณนานโยติ.
๑. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร โพธิรุกฺขมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวรญฺชาย’’นฺติอาทีสุ วิย กรณวจเน วิเสสการณํ นตฺถิ, วินยํ ปตฺวา ปน กรณวจเนเนว อยมภิลาโป อาโรปิโตติ อาทิโต ปฏฺฐาย อารุฬฺหาภิลาปวเสเนเวตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอส นโย อญฺเญสุปิ อิโต ปเรสุ เอวรูเปสุ.
กึ ปเนตสฺส วจเน ปโยชนนฺติ? ปพฺพชฺชาทีนํ วินยกมฺมานํ อาทิโต ปฏฺฐาย นิทานทสฺสนํ. ยา หิ ภควตา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อิเมหิ ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปท’’นฺติ (มหาว. ๓๔) เอวํ ปพฺพชฺชา เจว อุปสมฺปทา จ อนุญฺญาตา, ยานิ จ ราชคหาทีสุ อุปชฺฌายอุปชฺฌายวตฺตอาจริยอาจริยวตฺตาทีนิ อนุญฺญาตานิ, ตานิ อภิสมฺโพธึ ปตฺวา สตฺตสตฺตาหํ โพธิมณฺเฑ วีตินาเมตฺวา พาราณสิยํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา อิมินา อนุกฺกเมน อิทญฺจิทญฺจ ฐานํ ปตฺวา อิมสฺมิญฺจ อิมสฺมิญฺจ วตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตานีติ เอวเมเตสํ ปพฺพชฺชาทีนํ วินยกมฺมานํ อาทิโต ปฏฺฐาย นิทานทสฺสนํ เอตสฺส วจเน ปโยชนนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ อุรุเวลายนฺติ มหาเวลายํ; มหนฺเต วาลิกราสิมฺหีติ อตฺโถ. อถ วา ‘‘อุรู’’ติ วาลิกา วุจฺจติ; ‘‘เวลา’’ติ มริยาทา; เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อตีเต กิร อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ทสสหสฺสกุลปุตฺตา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตสฺมึ ปเทเส วิหรนฺตา เอกทิวสํ สนฺนิปติตฺวา กติกวตฺตํ อกํสุ – ‘‘กายกมฺมวจีกมฺมานิ นาม ปเรสมฺปิ ปากฏานิ โหนฺติ, มโนกมฺมํ ปน อปากฏํ; ตสฺมา โย กามวิตกฺกํ วา พฺยาปาทวิตกฺกํ วา วิหึสาวิตกฺกํ วา วิตกฺเกติ, ตสฺส อญฺโญ โจทโก นาม นตฺถิ, โส อตฺตนาว อตฺตานํ โจเทตฺวา ปตฺตปุเฏน วาลิกํ อาหริตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน อากิรตุ, อิทมสฺส ทณฺฑกมฺม’’นฺติ. ตโต ปฏฺฐาย โย ตาทิสํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ, โส ตตฺถ ปตฺตปุเฏน วาลิกํ อากิรติ. เอวํ ตตฺถ อนุกฺกเมน มหาวาลิกราสิ ชาโต, ตโต นํ ปจฺฉิมา ชนตา ปริกฺขิปิตฺวา เจติยฏฺฐานมกาสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อุรุเวลายนฺติ มหาเวลายํ; มหนฺเต วาลิกราสิมฺหีติ อตฺโถ’’ติ. ตเมว สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อถ วา อุรูติ วาลิกา วุจฺจติ; เวลาติ มริยาทา; เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ.
โพธิรุกฺขมูเลติ โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณํ; ตํ โพธึ ภควา เอตฺถ ปตฺโตติ รุกฺโขปิ ‘‘โพธิรุกฺโข’’เตฺวว นามํ ลภิ, ตสฺส โพธิรุกฺขสฺส มูเล โพธิรุกฺขมูเล. ปฐมาภิสมฺพุทฺโธติ ปฐมํ อภิสมฺพุทฺโธ; อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา สพฺพปฐมํเยวาติ อตฺโถ. เอกปลฺลงฺเกนาติ สกิมฺปิ อนุฏฺฐหิตฺวา ยถาอาภุชิเตน เอเกเนว ปลฺลงฺเกน. วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทีติ วิมุตฺติสุขํ ผลสมาปตฺติสุขํ ปฏิสํเวทยมาโน.
ปฏิจฺจสมุปฺปาทนฺติ ปจฺจยาการํ. ปจฺจยากาโร หิ อญฺญมญฺญํ ปฏิจฺจ สหิเต ธมฺเม อุปฺปาเทตีติ ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ วุจฺจติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน สพฺพาการสมฺปนฺนํ วินิจฺฉยํ อิจฺฉนฺเตน วิสุทฺธิมคฺคโต คเหตพฺโพ. อนุโลมปฏิโลมนฺติ อนุโลมญฺจ ปฏิโลมญฺจ. ตตฺถ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต อวิชฺชาทิโก ปจฺจยากาโร อตฺตนา กตฺตพฺพกิจฺจกรณโต ‘‘อนุโลโม’’ติ วุจฺจติ. ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต เสฺวว อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุชฺฌมาโน ตํ กิจฺจํ น กโรตีติ ตสฺส อกรณโต ‘‘ปฏิโลโม’’ติ วุจฺจติ. ปุริมนเยน วา วุตฺโต ปวตฺติยา อนุโลโม, อิตโร ตสฺสา ปฏิโลโมติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อาทิโต ปน ปฏฺฐาย ยาว อนฺตํ, อนฺตโต จ ปฏฺฐาย ยาว อาทึ ปาเปตฺวา อวุตฺตตฺตา อิโต อญฺเญนตฺเถน อนุโลมปฏิโลมตา น ยุชฺชติ.
มนสากาสีติ มนสิ อกาสิ. ตตฺถ ยถา อนุโลมํ มนสิ อกาสิ, อิทํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย. ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺตีติ อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน สพฺพาการสมฺปนฺนํ วินิจฺฉยํ อิจฺฉนฺเตน วิสุทฺธิมคฺคโตว คเหตพฺโพ.
ยถา ปน ปฏิโลมํ มนสิ อกาสิ, อิทํ ทสฺเสตุํ อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อวิชฺชาย เตฺววาติ อวิชฺชาย ตุ เอว. อเสสวิราคนิโรธาติ วิราคสงฺขาเตน มคฺเคน อเสสนิโรธา. สงฺขารนิโรโธติ สงฺขารานํ อนุปฺปาทนิโรโธ โหติ. เอวํ นิรุทฺธานํ ปน สงฺขารานํ นิโรธา วิญฺญาณํ นิรุทฺธํ, วิญฺญาณาทีนญฺจ นิโรธา นามรูปาทีนิ นิรุทฺธานิเยว โหนฺตีติ ทสฺเสตุํ สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธติอาทีนิ วตฺวา เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตีติ วุตฺตํ. ตตฺถ เกวลสฺสาติ สกลสฺส; สุทฺธสฺส วา สตฺตวิรหิตสฺสาติ อตฺโถ. ทุกฺขกฺขนฺธสฺสาติ ทุกฺขราสิสฺส. นิโรโธ โหตีติ อนุปฺปาโท โหติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ยฺวายํ ‘‘อวิชฺชาทิวเสน สงฺขาราทิกสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย จ อวิชฺชานิโรธาทิวเสน จ นิโรโธ โหตี’’ติ วุตฺโต, สพฺพากาเรน เอตมตฺถํ วิทิตฺวา. ตายํ เวลายนฺติ ตายํ ตสฺส อตฺถสฺส วิทิตเวลายํ. อิมํ อุทานํ อุทาเนสีติ อิมํ ตสฺมึ วิทิเต อตฺเถ เหตุโน จ เหตุสมุปฺปนฺนธมฺมสฺส จ ปชานนาย อานุภาวทีปกํ ‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺตี’’ติอาทิกํ โสมนสฺสยุตฺตญาณสมุฏฺฐานํ อุทานํ อุทาเนสิ, อตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรสีติ วุตฺตํ โหติ.
ตสฺสตฺโถ – ยทา หเวติ ยสฺมึ ภเว กาเล. ปาตุภวนฺตีติ อุปฺปชฺชนฺติ. ธมฺมาติ อนุโลมปจฺจยาการปฏิเวธสาธกา โพธิปกฺขิยธมฺมา. อถ วา ปาตุภวนฺตีติ ปกาสนฺติ; อภิสมยวเสน พฺยตฺตา ปากฏา โหนฺติ. ธมฺมาติ จตุอริยสจฺจธมฺมา. อาตาโป วุจฺจติ กิเลสสนฺตาปนฏฺเฐน วีริยํ; อาตาปิโนติ สมฺมปฺปธานวีริยวโต. ฌายโตติ อารมฺมณูปนิชฺฌานลกฺขเณน จ ลกฺขณูปนิชฺฌานลกฺขเณน จ ฌาเนน ฌายนฺตสฺส. พฺราหฺมณสฺสาติ พาหิตปาปสฺส ขีณาสวสฺส. อถสฺส กงฺขา วปยนฺตีติ อถสฺส เอวํ ปาตุภูตธมฺมสฺส กงฺขา วปยนฺติ. สพฺพาติ ยา เอตา ‘‘โก นุ โข ภนฺเต ผุสตีติ; โน กลฺโล ปโญฺหติ ภควา อโวจา’’ติอาทินา, ตถา ‘‘กตมํ นุ โข ภนฺเต ชรามรณํ; กสฺส จ ปนิทํ ชรามรณนฺติ; โน กลฺโล ปโญฺหติ ภควา อโวจา’’ติอาทินา จ นเยน ปจฺจยากาเร กงฺขา วุตฺตา, ยา จ ปจฺจยาการสฺเสว อปฺปฏิวิทฺธตฺตา ‘‘อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธาน’’นฺติอาทิกา โสฬส กงฺขา อาคตา, ตา สพฺพา วปยนฺติ อปคจฺฉนฺติ นิรุชฺฌนฺติ. กสฺมา? ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมนฺติ ยสฺมา อวิชฺชาทิเกน เหตุนา สเหตุกํ อิมํ สงฺขาราทึ เกวลํ ทุกฺขกฺขนฺธธมฺมํ ปชานาติ อญฺญาติ ปฏิวิชฺฌตีติ.
๒. ทุติยวาเร – อิมํ อุทานํ อุทาเนสีติ อิมํ ตสฺมึ วิทิเต อตฺเถ ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติ เอวํ ปกาสิตสฺส นิพฺพานสงฺขาตสฺส ปจฺจยกฺขยสฺส อวโพธานุภาวทีปกํ วุตฺตปฺปการํ อุทานํ อุทาเนสีติ อตฺโถ. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺมา ปจฺจยานํ ขยสงฺขาตํ นิพฺพานํ อเวทิ อญฺญาสิ ปฏิวิชฺฌิ, ตสฺมา ยทาสฺส อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส วุตฺตปฺปการา ธมฺมา ปาตุภวนฺติ, อถสฺส ยา นิพฺพานสฺส อวิทิตตฺตา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตา สพฺพาปิ กงฺขา วปยนฺตีติ.
๓. ตติยวาเร – อิมํ อุทานํ อุทาเนสีติ อิมํ เยน มคฺเคน โส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทยนิโรธสงฺขาโต อตฺโถ กิจฺจวเสน จ อารมฺมณกิริยาย จ วิทิโต, ตสฺส อริยมคฺคสฺส อานุภาวทีปกํ วุตฺตปฺปการํ อุทานํ อุทาเนสีติ อตฺโถ. ตตฺราปายํ สงฺเขปตฺโถ – ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส, ตทา โส พฺราหฺมโณ เตหิ วา อุปฺปนฺเนหิ โพธิปกฺขิยธมฺเมหิ, ยสฺส วา อริยมคฺคสฺส จตุสจฺจธมฺมา ปาตุภูตา, เตน อริยมคฺเคน วิธูปยํ ติฏฺฐติ มารเสนํ ‘‘กามา เต ปฐมา เสนา’’ติอาทินา นเยน วุตฺตปฺปการํ มารเสนํ วิธูปยนฺโต วิธเมนฺโต วิทฺธํเสนฺโต ติฏฺฐติ. กถํ? สูริโยว โอภาสยมนฺตลิกฺขํ, ยถา สูริโย อพฺภุคฺคโต อตฺตโน ปภาย อนฺตลิกฺขํ โอภาเสนฺโตว อนฺธการํ วิธเมนฺโต ติฏฺฐติ, เอวํ โสปิ พฺราหฺมโณ เตหิ ธมฺเมหิ เตน วา มคฺเคน สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺโตว มารเสนํ วิธูปยนฺโต ติฏฺฐตีติ.
เอวเมตฺถ ปฐมํ อุทานํ ปจฺจยาการปจฺจเวกฺขณวเสน, ทุติยํ นิพฺพานปจฺจเวกฺขณวเสน, ตติยํ มคฺคปจฺจเวกฺขณวเสน อุปฺปนฺนนฺติ เวทิตพฺพํ. อุทาเน ปน ‘‘รตฺติยา ปฐมํ ยามํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ อนุโลมํ, ทุติยํ ยามํ ปฏิโลมํ, ตติยํ ยามํ อนุโลมปฏิโลม’’นฺติ วุตฺตํ; ตํ สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ‘‘เสฺว อาสนา วุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ รตฺตึ อุปฺปาทิตมนสิการํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตทา หิ ภควา ยสฺส ปจฺจยาการปชานนสฺส จ ปจฺจยกฺขยาธิคมสฺส จ อานุภาวทีปิกา ปุริมา เทฺว อุทานคาถา, ตสฺส วเสน เอเกกเมว โกฏฺฐาสํ ปฐมยามญฺจ มชฺฌิมยามญฺจ มนสากาสิ, อิธ ปน ปาฏิปทรตฺติยา เอวํ มนสากาสิ. ภควา หิ วิสาขปุณฺณมาย รตฺติยา ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสริ, มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธสิ, ปจฺฉิมยาเม ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ อนุโลมปฏิโลมํ มนสิ กตฺวา ‘‘อิทานิ อรุโณ อุคฺคมิสฺสตี’’ติ สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิ. สพฺพญฺญุตปฺปตฺติสมนนฺตรเมว จ อรุโณ อุคฺคจฺฉิ. ตโต ตํ ทิวสํ เตเนว ปลฺลงฺเกน วีตินาเมตฺวา สมฺปตฺตาย ปาฏิปทรตฺติยา ตีสุ ยาเมสุ เอวํ มนสิ กตฺวา อิมานิ อุทานานิ อุทาเนสิ. อิติ ปาฏิปทรตฺติยา เอวํ มนสิ กตฺวา ตํ ‘‘โพธิรุกฺขมูเล สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสีที’’ติ เอวํ วุตฺตสตฺตาหํ ตตฺเถว วีตินาเมสิ.
โพธิกถา นิฏฺฐิตา.
อชปาลกถา
๔. อถ โข ภควา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา โพธิรุกฺขมูลา เยน อชปาลนิโคฺรโธ เตนุปสงฺกมีติ เอตฺถ น ภควา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา อนนฺตรเมว โพธิรุกฺขมูลา เยน อชปาลนิโคฺรโธ เตนุปสงฺกมิ. ยถา ปน ‘‘ภุตฺวา สยตี’’ติ วุตฺเต น ‘‘หตฺเถ อโธวิตฺวา มุขํ อวิกฺขาเลตฺวา สยนสมีปํ อคนฺตฺวา อญฺญํ กิญฺจิ อาลาปสลฺลาปํ อกตฺวา สยติ’’จฺเจว วุตฺตํ โหติ, โภชนโต ปน ปจฺฉา สยติ, น นสยตีติ อิทเมวตฺถ ทีปิตํ โหติ. เอวมิธาปิ ‘‘น ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา อนนฺตรเมว ปกฺกามี’’ติ วุตฺตํ โหติ, วุฏฺฐานโต จ ปน ปจฺฉา ปกฺกามิ, น นปกฺกามีติ อิทเมเวตฺถ ทีปิตํ โหติ.
อนนฺตรํ ปน อปกฺกมิตฺวา ภควา กึ อกาสีติ? อปรานิปิ ตีณิ สตฺตาหานิ โพธิสมีเปเยว วีตินาเมสิ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – ภควติ กิร พุทฺธตฺตํ ปตฺวา สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺเน ‘‘น ภควา วุฏฺฐาติ; กึ นุ โข อญฺเญปิ พุทฺธตฺตกรา ธมฺมา อตฺถี’’ติ เอกจฺจานํ เทวตานํ กงฺขา อุทปาทิ. อถ ภควา อฏฺฐเม ทิวเส สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย เทวตานํ กงฺขํ ญตฺวา กงฺขาวิธมนตฺถํ อากาเส อุปฺปติตฺวา ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา ตาสํ กงฺขํ วิธมิตฺวา ปลฺลงฺกโต อีสกํ ปาจีนนิสฺสิเต อุตฺตรทิสาภาเค ฐตฺวา จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ อุปจิตานํ ปารมีนํ พลาธิคมนฏฺฐานํ ปลฺลงฺกํ โพธิรุกฺขญฺจ อนิมิเสหิ อกฺขีหิ โอโลกยมาโน สตฺตาหํ วีตินาเมสิ, ตํ ฐานํ อนิมิสเจติยํ นาม ชาตํ. อถ ปลฺลงฺกสฺส จ ฐิตฏฺฐานสฺส จ อนฺตรา ปุรตฺถิมโต จ ปจฺฉิมโต จ อายเต รตนจงฺกเม จงฺกมนฺโต สตฺตาหํ วีตินาเมสิ, ตํ ฐานํ รตนจงฺกมเจติยํ นาม ชาตํ. ตโต ปจฺฉิมทิสาภาเค เทวตา รตนฆรํ มาปยึสุ. ตตฺถ ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา อภิธมฺมปิฏกํ วิเสสโต เจตฺถ อนนฺตนยํ สมนฺตปฏฺฐานํ วิจินนฺโต สตฺตาหํ วีตินาเมสิ, ตํ ฐานํ รตนฆรเจติยํ นาม ชาตํ.
เอวํ โพธิสมีเปเยว จตฺตาริ สตฺตาหานิ วีตินาเมตฺวา ปญฺจเม สตฺตาเห โพธิรุกฺขมูลา เยน อชปาลนิโคฺรโธ เตนุปสงฺกมิ. ตสฺส กิร นิโคฺรธสฺส ฉายาย อชปาลกา คนฺตฺวา นิสีทนฺติ; เตนสฺส อชปาลนิโคฺรโธเตฺวว นามํ อุทปาทิ. สตฺตาหํ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทีติ ตตฺราปิ ธมฺมํ วิจินนฺโตเยว วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโต นิสีทิ. โพธิโต ปุรตฺถิมทิสาภาเค เอส รุกฺโข โหติ. เอวํ นิสินฺเน จ ปเนตฺถ ภควติ เอโก พฺราหฺมโณ คนฺตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถ โข อญฺญตโร’’ติอาทิ. ตตฺถ หุํหุงฺกชาติโกติ โส กิร ทิฏฺฐมงฺคลิโก นาม, มานวเสน โกธวเสน จ ‘‘หุํหุ’’นฺติ กโรนฺโต วิจรติ, ตสฺมา ‘‘หุํหุงฺกชาติโก’’ติ วุจฺจติ. ‘‘หุหุกฺกชาติโก’’ติปิ ปฐนฺติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ เตน วุตฺตสฺส วจนสฺส สิขาปตฺตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ. ตสฺสตฺโถ – โย พาหิตปาปธมฺมตาย พฺราหฺมโณ น ทิฏฺฐมงฺคลิกตาย, หุํหุงฺการกภาวาทิปาปธมฺมยุตฺโต หุตฺวา เกวลํ ชาติมตฺตเกน พฺรหฺมญฺญํ ปฏิชานาติ, โส พฺราหฺมโณ พาหิตปาปธมฺมตฺตา หุํหุงฺการปฺปหาเนน นิหุํหุงฺโก, ราคาทิกสาวาภาเวน นิกฺกสาโว, ภาวนานุโยคยุตฺตจิตฺตตาย ยตตฺโต, สีลสํวเรน วา สญฺญตจิตฺตตาย ยตตฺโต, จตุมคฺคญาณสงฺขาเตหิ เวเทหิ อนฺตํ, เวทานํ วา อนฺตํ คตตฺตา เวทนฺตคู, มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วุสิตตฺตา วุสิตพฺรหฺมจริโย. ธมฺเมน พฺรหฺมวาทํ วเทยฺย, ‘‘พฺราหฺมโณ, อห’’นฺติ เอตํ วาทํ ธมฺเมน วเทยฺย, ยสฺส สกเล โลกสนฺนิวาเส กุหิญฺจิ เอการมฺมเณปิ ราคุสฺสโท โทสุสฺสโท โมหุสฺสโท มานุสฺสโท ทิฏฺฐุสฺสโทติ อิเม อุสฺสทา นตฺถีติ.
อชปาลกถา นิฏฺฐิตา.
มุจลินฺทกถา
๕. อกาลเมโฆติ อสมฺปตฺเต วสฺสกาเล อุปฺปนฺนเมโฆ. อยํ ปน คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส อุทปาทิ. สตฺตาหวทฺทลิกาติ ตสฺมึ อุปฺปนฺเน สตฺตาหํ อวิจฺฉินฺนวุฏฺฐิกา อโหสิ. สีตวาตทุทฺทินีติ สา จ ปน สตฺตาหวทฺทลิกา อุทกผุสิตสมฺมิสฺเสน สีตวาเตน สมนฺตา ปริพฺภมนฺเตน ทูสิตทิวสตฺตา สีตวาตทุทฺทินี นาม อโหสิ. อถ โข มุจลินฺโท นาคราชาติ ตสฺเสว มุจลินฺทรุกฺขสฺส สมีเป โปกฺขรณิยา นิพฺพตฺโต มหานุภาโว นาคราชา. สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวาติ เอวํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ กริตฺวาว ฐิเต; ตสฺมึ ตสฺส ปริกฺเขปพฺภนฺตรํ โลหปาสาเท ภณฺฑาคารคพฺภปฺปมาณํ อโหสิ, ตสฺมา ภควา นิวาเต ปิหิตทฺวารวาตปาเน กูฏาคาเร นิสินฺโน วิย ชาโต. มา ภควนฺตํ สีตนฺติอาทิ ตสฺส ตถา กริตฺวา ฐานการณปริทีปนํ. โส หิ ‘‘มา ภควนฺตํ สีตํ พาธยิตฺถ, มา อุณฺหํ, มา ฑํสาทิสมฺผสฺโส พาธยิตฺถา’’ติ ตถา กริตฺวา อฏฺฐาสิ. ตตฺถ กิญฺจาปิ สตฺตาหวทฺทลิกาย อุณฺหเมว นตฺถิ, สเจ ปน อนฺตรนฺตรา เมโฆ วิคจฺเฉยฺย อุณฺหํ ภเวยฺย, ตมฺปิ นํ มา พาธยิตฺถาติ เอวํ ตสฺส จินฺเตตุํ ยุตฺตํ. วิทฺธนฺติ อุพฺพิทฺธํ; เมฆวิคเมน ทูรีภูตนฺติ อตฺโถ. วิคตวลาหกนฺติ อปคตเมฆํ. เทวนฺติ อากาสํ. สกวณฺณนฺติ อตฺตโน รูปํ.
สุโข วิเวโกติ นิพฺพานสงฺขาโต อุปธิวิเวโก สุโข. ตุฏฺฐสฺสาติ จตุมคฺคญาณสนฺโตเสน สนฺตุฏฺฐสฺส. สุตธมฺมสฺสาติ ปกาสิตธมฺมสฺส. ปสฺสโตติ ตํ วิเวกํ ยํ วา กิญฺจิ ปสฺสิตพฺพํ นาม, ตํ สพฺพํ อตฺตโน วีริยพลาธิคเตน ญาณจกฺขุนา ปสฺสนฺตสฺส. อพฺยาปชฺชนฺติ อกุปฺปนภาโว; เอเตน เมตฺตาปุพฺพภาโค ทสฺสิโต. ปาณภูเตสุ สํยโมติ สตฺเตสุ จ สํยโม; อวิหึสนภาโว สุโขติ อตฺโถ. เอเตน กรุณาปุพฺพภาโค ทสฺสิโต. สุขา วิราคตา โลเกติ วีตราคตาปิ สุขาติ ทีเปติ. กามานํ สมติกฺกโมติ ยา ‘‘กามานํ สมติกฺกโม’’ติ วุจฺจติ; สา วิราคตาปิ สุขาติ อตฺโถ. เอเตน อนาคามิมคฺโค กถิโต. อสฺมิมานสฺส โย วินโยติ อิมินา ปน อรหตฺตํ กถิตํ; อรหตฺตญฺหิ อสฺมิมานสฺส ‘‘ปสฺสทฺธิวินโย’’ติ วุจฺจติ. อิโต ปรญฺจ สุขํ นาม นตฺถิ, เตนาห ‘‘เอตํ เว ปรมํ สุข’’นฺติ.
มุจลินฺทกถา นิฏฺฐิตา.
ราชายตนกถา
๖. มุจลินฺทมูลาติ มหาโพธิโต ปาจีนโกเณ ฐิตมุจลินฺทรุกฺขมูลา. ราชายตนนฺติ ทกฺขิณทิสาภาเค ฐิตํ ราชายตนรุกฺขํ อุปสงฺกมิ. เตน โข ปน สมเยนาติ กตเรน สมเยน. ภควโต กิร ราชายตนมูเล สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺนสฺส สมาธิโต วุฏฺฐานทิวเส อรุณุคฺคมนเวลายเมว ‘‘โภชนกิจฺเจน ภวิตพฺพ’’นฺติ ญตฺวา สกฺโก เทวราชา โอสธหรีตกํ อุปเนสิ. ภควา ตํ ปริภุญฺชิ, ปริภุตฺตมตฺตสฺเสว สรีรกิจฺจํ อโหสิ. สกฺโก มุโขทกํ อทาสิ. ภควา มุขํ โธวิตฺวา ตสฺมึเยว รุกฺขมูเล นิสีทิ. เอวํ อุคฺคเต อรุณมฺหิ นิสินฺเน ภควติ.
เตน โข ปน สมเยน ตปุสฺสภลฺลิกา วาณิชาติ ตปุสฺโส จ ภลฺลิโก จาติ เทฺว ภาตโร วาณิชา. อุกฺกลาติ อุกฺกลชนปทโต. ตํ เทสนฺติ ยสฺมึ เทเส ภควา วิหรติ. กตรสฺมิญฺจ เทเส ภควา วิหรติ? มชฺฌิมเทเส. ตสฺมา มชฺฌิมเทสํ คนฺตุํ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนา โหนฺตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ญาติสาโลหิตา เทวตาติ เตสํ ญาติภูตปุพฺพา เทวตา. เอตทโวจาติ สา กิร เนสํ สพฺพสกฏานิ อปฺปวตฺตีนิ อกาสิ. ตโต เต กึ อิทนฺติ มคฺคเทวตานํ พลึ อกํสุ. เตสํ พลิกมฺมกาเล สา เทวตา ทิสฺสมาเนเนว กาเยน เอตํ อโวจ. มนฺเถน จ มธุปิณฺฑิกาย จาติ อพทฺธสตฺตุนา จ สปฺปิมธุผาณิตาทีหิ โยเชตฺวา พทฺธสตฺตุนา จ. ปติมาเนถาติ อุปฏฺฐหถ. ตํ โวติ ตํ ปติมานนํ ตุมฺหากํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย. ยํ อมฺหากนฺติ ยํ ปฏิคฺคหณํ อมฺหากํ อสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย. ภควโต เอตทโหสีติ โย กิรสฺส ปธานานุโยคกาเล ปตฺโต อโหสิ, โส สุชาตาย ปายาสํ ทาตุํ อาคจฺฉนฺติยา เอว อนฺตรธายิ. เตนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ปตฺโต เม นตฺถิ, ปุริมกาปิ จ น โข ตถาคตา หตฺเถสุ ปฏิคฺคณฺหนฺติ, กิมฺหิ นุ โข อหํ ปฏิคฺคเณฺหยฺยํ มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑกญฺจา’’ติ.
ปริวิตกฺกมญฺญายาติ อิโต ปุพฺเพว ภควโต สุชาตาย ทินฺนโภชนํเยว โอชานุปฺปพนฺธนวเสน อฏฺฐาสิ, เอตฺตกํ กาลํ เนว ชิฆจฺฉา น ปิปาสา น กายทุพฺพลฺยํ อโหสิ. อิทานิ ปนสฺส อาหารํ ปฏิคฺคเหตุกามตาย ‘‘น โข ตถาคตา’’ติอาทินา นเยน ปริวิตกฺโก อุทปาทิ. ตํ เอวํ อุปฺปนฺนํ อตฺตโน เจตสา ภควโต เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย. จตุทฺทิสาติ จตูหิ ทิสาหิ. เสลมเย ปตฺเตติ มุคฺควณฺณเสลมเย ปตฺเต. อิทํเยว ภควา ปฏิคฺคเหสิ, เตเยว สนฺธาย วุตฺตํ. จตฺตาโร ปน มหาราชาโน ปฐมํ อินฺทนีลมณิมเย ปตฺเต อุปนาเมสุํ, น เต ภควา อคฺคเหสิ. ตโต อิเม จตฺตาโรปิ มุคฺควณฺณสิลามเย ปตฺเต อุปนาเมสุํ, ภควา จตฺตาโรปิ ปตฺเต อคฺคเหสิ เตสํ ปสาทานุรกฺขณตฺถาย, โน มหิจฺฉตาย. คเหตฺวา จ ปน จตฺตาโรปิ ยถา เอโกว ปตฺโต โหติ ตถา อธิฏฺฐหิ, จตุนฺนมฺปิ เอกสทิโส ปุญฺญวิปาโก อโหสิ. เอวํ เอกํ กตฺวา อธิฏฺฐิเต ปฏิคฺคเหสิ ภควา ปจฺจคฺเฆ เสลมเย ปตฺเต มนฺถญฺจ มธุปิณฺฑิกญฺจ. ปจฺจคฺเฆติ ปจฺจคฺฆสฺมึ; ปาเฏกฺกํ มหคฺฆสฺมินฺติ อตฺโถ. อถ วา ปจฺจคฺเฆติ อภินเว อพฺภุเณฺห; ตงฺขเณ นิพฺพตฺตสฺมินฺติ อตฺโถ. เทฺว วาจา เอเตสํ อเหสุนฺติ เทฺววาจิกา. อถ วา ทฺวีหิ วาจาหิ อุปาสกภาวํ ปตฺตาติ อตฺโถ. เต เอวํ อุปาสกภาวํ ปฏิเวเทตฺวา ภควนฺตํ อาหํสุ – ‘‘กสฺส ทานิ ภนฺเต อเมฺหหิ อชฺช ปฏฺฐาย อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานํ กาตพฺพ’’นฺติ? อถ ภควา สีสํ ปรามสิ, เกสา หตฺเถ ลคฺคึสุ. เต เตสํ อทาสิ ‘‘อิเม ตุเมฺห ปริหรถา’’ติ. เต เกสธาตุโย ลภิตฺวา อมเตเนว อภิสิตฺตา หฏฺฐตุฏฺฐา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปกฺกมึสุ.
ราชายตนกถา นิฏฺฐิตา.
พฺรหฺมยาจนกถา
๗. อถ โข ภควา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา วุตฺตปฺปการเมตํ สพฺพํ กิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา ราชายตนมูลา ปุนปิ เยน อชปาลนิโคฺรโธ เตนุปสงฺกมิ. ปริวิตกฺโก อุทปาทีติ ตสฺมึ นิสินฺนมตฺตสฺเสว สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณสมาจิณฺโณ อยํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ. กสฺมา ปนายํ สพฺพพุทฺธานํ อุปฺปชฺชตีติ? ธมฺมสฺส มหนฺตภาวํ ครุภาวํ ภาริยภาวํ ปจฺจเวกฺขณาย พฺรหฺมุนา ยาจิเต เทเสตุกามตาย จ. ชานนฺติ หิ พุทฺธา ‘‘เอวํ ปริวิตกฺกิเต พฺรหฺมา อาคนฺตฺวา ธมฺมเทสนํ ยาจิสฺสติ, ตโต สตฺตา ธมฺเม คารวํ อุปฺปาเทสฺสนฺติ, พฺรหฺมครุโก หิ โลกสนฺนิวาโส’’ติ. อิติ อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ อยํ วิตกฺโก อุปฺปชฺชตีติ.
ตตฺถ อธิคโต โข มฺยายนฺติ อธิคโต โข เม อยํ. อาลยรามาติ สตฺตา ปญฺจ กามคุเณ อลฺลียนฺติ, ตสฺมา เต ‘‘อาลยา’’ติ วุจฺจนฺติ. เตหิ อาลเยหิ รมนฺตีติ อาลยรามา. อาลเยสุ รตาติ อาลยรตา. อาลเยสุ สุฏฺฐุมุทิตาติ อาลยสมฺมุทิตา. ยทิทนฺติ นิปาโต. ตสฺส ฐานํ สนฺธาย ‘‘ยํ อิท’’นฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ สนฺธาย ‘‘โย อย’’นฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อิเมสํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา, อิทปฺปจฺจยาว อิทปฺปจฺจยตา, อิทปฺปจฺจยตา จ สา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท จาติ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปาโท. โส มมสฺส กิลมโถติ ยา อชานนฺตานํ เทสนา นาม, โส มม กิลมโถ อสฺส; สา มม วิเหสา อสฺสาติ อตฺโถ. ภควนฺตนฺติ ภควโต. อนจฺฉริยาติ อนุ อจฺฉริยา. ปฏิภํสูติ ปฏิภานสงฺขาตสฺส ญาณสฺส โคจรา อเหสุํ, ปริวิตกฺกยิตพฺพภาวํ ปาปุณึสุ.
หลนฺติ เอตฺถ หกาโร นิปาตมตฺโต; อลนฺติ อตฺโถ. ปกาสิตุนฺติ เทสิตุํ. อลํ ทานิ เม อิมํ กิจฺเฉน อธิคตํ ธมฺมํ เทเสตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปฏิโสตคามินฺติ ปฏิโสตํ วุจฺจติ นิพฺพานํ; นิพฺพานคามินฺติ อตฺโถ. ราครตฺตาติ กามราคภวราคทิฏฺฐิราเคน รตฺตา. น ทกฺขนฺตีติ น ปสฺสิสฺสนฺติ. ตโมขนฺเธน อาวุฏาติ อวิชฺชาราสินา อชฺโฌตฺถฏา. อปฺโปสฺสุกฺกตายาติ นิรุสฺสุกฺกภาเวน; อเทเสตุกามตายาติ อตฺโถ.
๘. ยตฺร หิ นามาติ ยสฺมึ นาม โลเก. ภควโต ปุรโต ปาตุรโหสีติ ธมฺมเทสนายาจนตฺถํ ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ มหาพฺรหฺมาโน คเหตฺวา อาคมฺม ภควโต ปุรโต ปาตุรโหสิ. อปฺปรชกฺขชาติกาติ ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ อปฺปํ ราคโทสโมหรชํ เอเตสํ เอวํสภาวาติ อปฺปรชกฺขชาติกา. ภวิสฺสนฺติ ธมฺมสฺส อญฺญาตาโรติ ปฏิวิชฺฌิตาโร.
ปาตุรโหสีติ ปาตุภวิ. สมเลหิ จินฺติโตติ ราคาทีหิ มเลหิ สมเลหิ ฉหิ สตฺถาเรหิ จินฺติโต. อปาปุเรตนฺติ วิวร เอตํ. อมตสฺส ทฺวารนฺติ อมตสฺส นิพฺพานสฺส ทฺวารภูตํ อริยมคฺคํ. สุณนฺตุ ธมฺมํ วิมเลนานุพุทฺธนฺติ อิเม สตฺตา ราคาทิมลานํ อภาวโต วิมเลน สมฺมาสมฺพุทฺเธน อนุพุทฺธํ จตุสจฺจธมฺมํ สุณนฺตุ.
เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโตติ เสลมเย เอกคฺฆเน ปพฺพตมุทฺธนิ ยถาฐิโตว ยถา จกฺขุมา ปุริโส สมนฺตโต ชนตํ ปสฺเสยฺย, ตฺวมฺปิ สุเมธ สุนฺทรปญฺญ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สมนฺตจกฺขุ ภควา ธมฺมมยํ ปญฺญามยํ ปาสาทมารุยฺห สยํ อเปตโสโก โสกาวติณฺณํ ชาติชราภิภูตญฺจ ชนตํ อเวกฺขสฺสุ อุปธารย.
อุฏฺเฐหีติ ภควโต ธมฺมเทสนตฺถํ จาริกจรณํ ยาจนฺโต ภณติ. วีราติอาทีสุ ภควา วีริยวนฺตตาย วีโร. เทวปุตฺตมจฺจุกิเลสาภิสงฺขารมารานํ วิชิตตฺตา วิชิตสงฺคาโม. ชาติกนฺตาราทินิตฺถรณสมตฺถตาย สตฺถวาโห. กามจฺฉนฺทอิณสฺส อภาวโต อณโณ.
๙. อชฺเฌสนนฺติ ยาจนํ. พุทฺธจกฺขุนาติ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน จ อาสยานุสยญาเณน จ. อิเมสญฺหิ ทฺวินฺนํ ญาณานํ พุทฺธจกฺขูติ นามํ. อปฺปรชกฺขาติ ปญฺญาจกฺขุมฺหิ ราคาทิรชํ อปฺปํ เยสํ, เต อปฺปรชกฺขา. เยสํ ตํ มหนฺตํ เต มหารชกฺขา. เยสํ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ติกฺขานิ เต ติกฺขินฺทฺริยา. เยสํ ตานิ มุทูนิ เต มุทินฺทฺริยา. เยสํ เตเยว สทฺธาทโย อาการา สุนฺทรา เต สฺวาการา. เยสํ เตเยว สทฺธาทโย อาการา อสุนฺทรา เต ทฺวาการา. เย กถิตการณํ สลฺลกฺเขนฺติ, สุเขน สกฺกา โหนฺติ วิญฺญาเปตุํ เต สุวิญฺญาปยา. เย ปรโลกญฺจ วชฺชญฺจ ภยโต ปสฺสนฺติ เต ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน. อุปฺปลินิยนฺติ อุปฺปลวเน. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. อนฺโตนิมุคฺคโปสีนีติ ยานิ อุทกสฺส อนฺโต นิมุคฺคาเนว โปสยนฺติ. สโมทกํ ฐิตานีติ อุทเกน สมํ ฐิตานิ. อุทกํ อจฺจุคฺคมฺม ฐิตานีติ อุทกํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตานิ.
อปารุตาติ วิวฏา. อมตสฺส ทฺวาราติ อริยมคฺโค. โส หิ อมตสงฺขาตสฺส นิพฺพานสฺส ทฺวารํ. ปมุญฺจนฺตุ สทฺธนฺติ สพฺเพ อตฺตโน สทฺธํ ปมุญฺจนฺตุ. ปจฺฉิมปททฺวเย อยมตฺโถ, อหญฺหิ อตฺตโน ปคุณํ สุปฺปวตฺติมฺปิ อิมํ ปณีตํ อุตฺตมํ ธมฺมํ กายวาจากิลมถสญฺญี หุตฺวา มนุเชสุ เทวมนุสฺเสสุ น ภาสินฺติ.
พฺรหฺมยาจนกถา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจวคฺคิยกถา
๑๐. ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. พฺยตฺโตติ เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต. เมธาวีติ ฐานุปฺปตฺติยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต. อปฺปรชกฺขชาติโกติ สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภิตตฺตา นิกฺกิเลสชาติโก วิสุทฺธสตฺโต. อาชานิสฺสตีติ สลฺลกฺเขสฺสติ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ. ภควโตปิ โข ญาณํ อุทปาทีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ ‘‘อิโต สตฺตมทิวสมตฺถเก กาลํกตฺวา อากิญฺจญฺญายตเน นิพฺพตฺโต’’ติ. มหาชานิโยติ สตฺตทิวสพฺภนฺตเร ปตฺตพฺพมคฺคผลโต ปริหีนตฺตา มหตี ชานิ อสฺสาติ มหาชานิโย อกฺขเณ นิพฺพตฺตตฺตา. อภิโทสกาลํกโตติ หิยฺโย กาลํกโต, โสปิ เนวสญฺญานาสญฺญายตเน นิพฺพตฺโตติ อทฺทส. พหูการาติ พหูปการา. ปธานปหิตตฺตํ อุปฏฺฐหึสูติ ปธานตฺถาย เปสิตตฺตภาวํ มุโขทกทานาทินา อุปฏฺฐหึสุ.
๑๑. อนฺตรา จ คยํ อนฺตรา จ โพธินฺติ อุปโก โพธิมณฺฑสฺส จ คยาย จ อนฺตเร ภควนฺตํ อทฺทส. อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนนฺติ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺนํ.
สพฺพาภิภูติ สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ อภิภวิตฺวา ฐิโต. สพฺพวิทูติ สพฺพํ จตุภูมกธมฺมํ อเวทึ อญฺญาสึ. สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโตติ สพฺเพสุ เตภูมกธมฺเมสุ กิเลสเลเปน อลิตฺโต. สพฺพญฺชโหติ สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ ชหิตฺวา ฐิโต. ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโตติ ตณฺหกฺขเย นิพฺพาเน อารมฺมณโต วิมุตฺโต. สยํ อภิญฺญายาติ สพฺพํ จตุภูมกธมฺมํ อตฺตนาว ชานิตฺวา. กมุทฺทิเสยฺยนฺติ กํ อญฺญํ ‘‘อยํ เม อาจริโย’’ติ อุทฺทิเสยฺยํ.
น เม อาจริโย อตฺถีติ โลกุตฺตรธมฺเม มยฺหํ อาจริโย นาม นตฺถิ. นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโลติ มยฺหํ ปฏิภาคปุคฺคโล นาม นตฺถิ. สีติภูโตติ สพฺพกิเลสคฺคินิพฺพาปเนน สีติภูโต. กิเลสานํเยว นิพฺพุตตฺตา นิพฺพุโต.
กาสีนํ ปุรนฺติ กาสิรฏฺเฐ นครํ. อาหญฺฉํ อมตทุนฺทุภินฺติ ธมฺมจกฺกปฺปฏิลาภาย อมตเภรึ ปหริสฺสามีติ คจฺฉามิ.
อรหสิ อนนฺตชิโนติ อนนฺตชิโน ภวิตุํ ยุตฺโต. หุเปยฺยปาวุโสติ อาวุโส เอวมฺปิ นาม ภเวยฺย. สีสํ โอกมฺเปตฺวาติ สีสํ จาเลตฺวา.
๑๒. สณฺฐเปสุนฺติ กติกํ อกํสุ. พาหุลฺลิโกติ จีวรพาหุลฺลาทีนํ อตฺถาย ปฏิปนฺโน. ปธานวิพฺภนฺโตติ ปธานโต วิพฺภนฺโต ภฏฺโฐ ปริหีโน. อาวตฺโต พาหุลฺลายาติ จีวราทิพหุลภาวตฺถาย อาวตฺโต. โอทหถ ภิกฺขเว โสตนฺติ อุปเนถ ภิกฺขเว โสตํ; โสตินฺทฺริยํ ธมฺมสวนตฺถํ อภิมุขํ กโรถาติ อตฺโถ. อมตมธิคตนฺติ อมตํ นิพฺพานํ มยา อธิคตนฺติ ทสฺเสติ. อิริยายาติ ทุกฺกรอิริยาย. ปฏิปทายาติ ทุกฺกรปฏิปทาย. อภิชานาถ เม โนติ อภิชานาถ นุ เม สมนุปสฺสถ. เอวรูปํ ภาสิตเมตนฺติ เอตํ เอวรูปํ วากฺยํ ภาสิตนฺติ อตฺโถ. อสกฺขิ โข ภควา ปญฺจวคฺคิเย ภิกฺขู สญฺญาเปตุนฺติ ‘‘อหํ พุทฺโธ’’ติ ชานาเปตุํ อสกฺขิ.
๑๓. จกฺขุกรณีติ ปญฺญาจกฺขุํ สนฺธายาห. อิโต ปรํ สพฺพํ ปทตฺถโต อุตฺตานเมว. อธิปฺปายานุสนฺธิโยชนาทิเภทโต ปน ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. อิโต ปฏฺฐาย หิ อติวิตฺถารภีรุกสฺส มหาชนสฺส จิตฺตํ อนุรกฺขนฺตา สุตฺตนฺตกถํ อวณฺณยิตฺวา วินยกถํเยว วณฺณยิสฺสาม.
๑๘. สาว ตสฺส อายสฺมโต อุปสมฺปทา อโหสีติ อาสาฬฺหีปุณฺณมาย อฏฺฐารสหิ เทวตาโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตสฺส ‘‘เอหิ ภิกฺขู’’ติ ภควโต วจเนน อภินิปฺผนฺนา สาว ตสฺส อายสฺมโต เอหิภิกฺขูปสมฺปทา อโหสิ.
๑๙. อถ โข อายสฺมโต จ วปฺปสฺสาติ อาทิมฺหิ วปฺปตฺเถรสฺส ปาฏิปททิวเส ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ, ภทฺทิยตฺเถรสฺส ทุติยทิวเส, มหานามตฺเถรสฺส ตติยทิวเส, อสฺสชิตฺเถรสฺส จตุตฺถิยนฺติ. อิเมสญฺจ ปน ภิกฺขูนํ กมฺมฏฺฐาเนสุ อุปฺปนฺนมลวิโสธนตฺถํ ภควา อนฺโตวิหาเรเยว อโหสิ. อุปฺปนฺเน อุปฺปนฺเน กมฺมฏฺฐานมเล อากาเสน คนฺตฺวา มลํ วิโนเทสิ. ปกฺขสฺส ปน ปญฺจมิยํ สพฺเพ เต เอกโต สนฺนิปาเตตฺวา อนตฺตสุตฺเตน โอวทิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถ โข ภควา ปญฺจวคฺคิเย’’ติอาทิ.
๒๔. เตน โข ปน สมเยน ฉ โลเก อรหนฺโต โหนฺตีติ ปญฺจมิยา ปกฺขสฺส โลกสฺมึ ฉ มนุสฺสา อรหนฺโต โหนฺตีติ อตฺโถ.
ปญฺจวคฺคิยกถา นิฏฺฐิตา.
ปพฺพชฺชากถา
๓๑. ปุพฺพานุปุพฺพกานนฺติ ปเวณิวเสน โปราณานุโปราณานนฺติ อตฺโถ. เตน โข ปน สมเยน เอกสฏฺฐิ โลเก อรหนฺโต โหนฺตีติ ปุริมา ฉ อิเม จ ปญฺจปญฺญาสาติ อนฺโตวสฺสมฺหิเยว เอกสฏฺฐิ มนุสฺสา อรหนฺโต โหนฺตีติ อตฺโถ.
ตตฺร ยสอาทีนํ กุลปุตฺตานํ อยํ ปุพฺพโยโค – อตีเต กิร ปญฺจปญฺญาสชนา สหายกา วคฺคพนฺเธน ปุญฺญานิ กโรนฺตา อนาถสรีรานิ ปฏิชคฺคนฺตา วิจรนฺติ, เต เอกทิวสํ คพฺภินึ อิตฺถึ กาลํกตํ ทิสฺวา ‘‘ฌาเปสฺสามา’’ติ สุสานํ นีหรึสุ. เตสุ ปญฺจ ชเน ‘‘ตุเมฺห ฌาเปถา’’ติ สุสาเน ฐเปตฺวา เสสา คามํ ปวิฏฺฐา. ยโส ทารโก ตํ สรีรํ วิชฺฌิตฺวา ปริวตฺเตตฺวา จ ฌาปยมาโน อสุภสญฺญํ ปฏิลภิ. โส อิตเรสมฺปิ จตุนฺนํ ชนานํ ‘‘ปสฺสถ โภ อิมํ อสุจึ ปฏิกูล’’นฺติ ทสฺเสสิ. เตปิ ตตฺถ อสุภสญฺญํ ปฏิลภึสุ. เต ปญฺจปิ ชนา คามํ คนฺตฺวา เสสสหายกานํ กถยึสุ. ยโส ปน ทารโก เคหมฺปิ คนฺตฺวา มาตาปิตูนฺนญฺจ ภริยาย จ กเถสิ. เต สพฺเพปิ อสุภํ ภาวยึสุ. อยเมเตสํ ปุพฺพโยโค. เตนายสฺมโต ยสสฺส นาฏกชเนสุ สุสานสญฺญาเยว อุปฺปชฺชิ, ตาเยว จ อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา สพฺเพสํ วิเสสาธิคโม นิพฺพตฺตีติ.
อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ภควา ยาว ปจฺฉิมกตฺติกปุณฺณมา, ตาว พาราณสิยํ วิหรนฺโต เอกทิวสํ เต ขีณาสเว สฏฺฐิ ภิกฺขู อามนฺเตสิ.
๓๒. ทิพฺพา นาม ทิพฺเพสุ วิสเยสุ โลภปาสา. มานุสา นาม มานุสเกสุ วิสเยสุ โลภปาสา. มา เอเกน เทฺวติ เอเกน มคฺเคน เทฺว มา อคมิตฺถ. อสฺสวนตาติ อสฺสวนตาย. ปริหายนฺตีติ อนธิคตํ นาธิคจฺฉนฺตา วิเสสาธิคมโต ปริหายนฺติ.
๓๓. อนฺตกาติ ลามก หีนสตฺต. อนฺตลิกฺขจโรติ ราคปาสํ สนฺธายาห. ตญฺหิ โส ‘‘อนฺตลิกฺขจโร’’ติ มนฺตฺวา อาห.
๓๔. นานาทิสา นานาชนปทาติ นานาทิสโต จ นานาชนปทโต จ. อนุชานามิ ภิกฺขเว ตุเมฺหว ทานิ ตาสุ ตาสุ ทิสาสุ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปพฺพาเชถาติอาทิมฺหิ ปพฺพชฺชาเปกฺขํ กุลปุตฺตํ ปพฺพาเชนฺเตน เย ปรโต ‘‘น ภิกฺขเว ปญฺจหิ อาพาเธหิ ผุฏฺโฐ ปพฺพาเชตพฺโพ’’ติอาทึ กตฺวา ยาว ‘‘น อนฺธมูคพธิโร ปพฺพาเชตพฺโพ’’ติ เอวํ ปฏิกฺขิตฺตา ปุคฺคลา, เต วชฺเชตฺวา ปพฺพชฺชาโทสวิรหิโต ปุคฺคโล ปพฺพาเชตพฺโพ. โสปิ จ มาตาปิตูหิ อนุญฺญาโตเยว. ตสฺส อนุชานนลกฺขณํ ‘‘น ภิกฺขเว อนนุญฺญาโต มาตาปิตูหิ ปุตฺโต ปพฺพาเชตพฺโพ, โย ปพฺพาเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ เอตสฺมึ สุตฺเต วณฺณยิสฺสาม.
เอวํ ปพฺพชฺชาโทสวิรหิตํ มาตาปิตูหิ อนุญฺญาตํ ปพฺพาเชนฺเตนาปิ จ สเจ อจฺฉินฺนเกโส โหติ, เอกสีมาย จ อญฺเญปิ ภิกฺขู อตฺถิ, เกสจฺเฉทนตฺถาย ภณฺฑุกมฺมํ อาปุจฺฉิตพฺพํ. ตสฺส อาปุจฺฉนาการํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สงฺฆํ อปโลเกตุํ ภณฺฑุกมฺมายา’’ติ เอตฺถ วณฺณยิสฺสาม. สเจ โอกาโส โหติ, สยํ ปพฺพาเชตพฺโพ. สเจ อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีหิ พฺยาวโฏ โหติ, โอกาสํ น ลภติ, เอโก ทหรภิกฺขุ วตฺตพฺโพ ‘‘เอตํ ปพฺพาเชหี’’ติ. อวุตฺโตปิ เจ ทหรภิกฺขุ อุปชฺฌายํ อุทฺทิสฺส ปพฺพาเชติ, วฏฺฏติ. สเจ ทหรภิกฺขุ นตฺถิ, สามเณโรปิ วตฺตพฺโพ ‘‘เอตํ ขณฺฑสีมํ เนตฺวา ปพฺพาเชตฺวา กาสายานิ อจฺฉาเทตฺวา เอหี’’ติ. สรณานิ ปน สยํ ทาตพฺพานิ. เอวํ ภิกฺขุนาว ปพฺพชิโต โหติ. ปุริสญฺหิ ภิกฺขุโต อญฺโญ ปพฺพาเชตุํ น ลภติ, มาตุคามํ ภิกฺขุนิโต อญฺโญ. สามเณโร ปน สามเณรี วา อาณตฺติยา กาสายานิ ทาตุํ ลภติ. เกโสโรปนํ เยน เกนจิ กตํ สุกตํ.
สเจ ปน ภพฺพรูโป โหติ สเหตุโก ญาโต ยสสฺสี กุลปุตฺโต, โอกาสํ กตฺวาปิ สยเมว ปพฺพาเชตพฺโพ. ‘‘มตฺติกามุฏฺฐึ คเหตฺวา นฺหายิตฺวา เกเส เตเมตฺวา อาคจฺฉาหี’’ติ จ ปน น วิสฺสชฺเชตพฺโพ. ปพฺพชิตุกามานญฺหิ ปฐมํ พลวอุสฺสาโห โหติ, ปจฺฉา ปน กาสายานิ จ เกสหรณสตฺถกญฺจ ทิสฺวา อุตฺรสนฺติ, เอตฺโตเยว ปลายนฺติ, ตสฺมา สยเมว นหานติตฺถํ เนตฺวา สเจ นาติทหโร โหติ, ‘‘นหาหี’’ติ วตฺตพฺโพ. เกสา ปนสฺส สยเมว มตฺติกํ คเหตฺวา โธวิตพฺพา. ทหรกุมารโก ปน สยํ อุทกํ โอตริตฺวา โคมยมตฺติกาหิ ฆํสิตฺวา นหาเปตพฺโพ. สเจปิสฺส กจฺฉุ วา ปิฬกา วา โหนฺติ, ยถา มาตา ปุตฺตํ น ชิคุจฺฉติ, เอวเมว อชิคุจฺฉนฺเตน สาธุกํ หตฺถปาทสีสานิ ฆํสิตฺวา นหาเปตพฺโพ. กสฺมา? เอตฺตเกน หิ อุปกาเรน กุลปุตฺตา อาจริยุปชฺฌาเยสุ จ สาสเน จ พลวสิเนหา ติพฺพคารวา อนิวตฺติธมฺมา โหนฺติ, อุปฺปนฺนํ อนภิรตึ วิโนเทตฺวา เถรภาวํ ปาปุณนฺติ, กตญฺญู กตเวทิโน โหนฺติ.
เอวํ นหาปนกาเล ปน เกสมสฺสุํ โอโรปนกาเล วา ‘‘ตฺวํ ญาโต ยสสฺสี, อิทานิ มยํ ตํ นิสฺสาย ปจฺจเยหิ น กิลมิสฺสามา’’ติ น วตฺตพฺโพ, อญฺญาปิ อนิยฺยานิกกถา น กเถตพฺพา. อถ ขฺวสฺส ‘‘อาวุโส, สุฏฺฐุ อุปธาเรหิ สตึ อุปฏฺฐาเปหี’’ติ วตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตพฺพํ, อาจิกฺขนฺเตน จ วณฺณสณฺฐานคนฺธาสโยกาสวเสน อสุจิเชคุจฺฉปฏิกูลภาวํ นิชฺชีวนิสฺสตฺตภาวํ วา ปากฏํ กโรนฺเตน อาจิกฺขิตพฺพํ. สเจ หิ โส ปุพฺเพ มทฺทิตสงฺขาโร โหติ ภาวิตภาวโน, กณฺฏกเวธาเปกฺโข วิย ปริปกฺกคณฺโฑ, สูริยุคฺคมนาเปกฺขํ วิย จ ปริณตปทุมํ, อถสฺส อารทฺธมตฺเต กมฺมฏฺฐานมนสิกาเร อินฺทาสนิ วิย ปพฺพเต กิเลสปพฺพเต จุณฺณยมานํเยว ญาณํ ปวตฺตติ, ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปาปุณาติ. เย หิ เกจิ ขุรคฺเค อรหตฺตํ ปตฺตา, สพฺเพ เต เอวรูปํ สวนํ ลภิตฺวา กลฺยาณมิตฺเตน อาจริเยน ทินฺนนยํ นิสฺสาย โน อนิสฺสาย. ตสฺมาสฺส อาทิโตว เอวรูปี กถา กเถตพฺพาติ.
เกเสสุ ปน โอโรปิเตสุ หลิทฺทิจุณฺเณน วา คนฺธจุณฺเณน วา สีสญฺจ สรีรญฺจ อุพฺพฏฺเฏตฺวา คิหิคนฺธํ อปเนตฺวา กาสายานิ ติกฺขตฺตุํ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา สกึ วา ปฏิคฺคาเหตพฺโพ. อถาปิสฺส หตฺเถ อทตฺวา อาจริโย วา อุปชฺฌาโย วา สยเมว อจฺฉาเทติ, วฏฺฏติ. สเจปิ อญฺญํ ทหรํ วา สามเณรํ วา อุปาสกํ วา อาณาเปติ ‘‘อาวุโส, เอตานิ กาสายานิ คเหตฺวา เอตํ อจฺฉาเทหี’’ติ ตํเยว วา อาณาเปติ ‘‘เอตานิ คเหตฺวา อจฺฉาเทหี’’ติ สพฺพํ วฏฺฏติ. สพฺพํ เตน ภิกฺขุนาว ทินฺนํ โหติ.
ยํ ปน นิวาสนํ วา ปารุปนํ วา อนาณตฺติยา นิวาเสติ วา ปารุปติ วา, ตํ อปเนตฺวา ปุน ทาตพฺพํ. ภิกฺขุนา หิ สหตฺเถน วา อาณตฺติยา วา ทินฺนเมว กาสาวํ วฏฺฏติ, อทินฺนํ น วฏฺฏติ, สเจปิ ตสฺเสว สนฺตกํ โหติ, โก ปน วาโท อุปชฺฌายมูลเก! อยํ ‘‘ปฐมํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาทาเปตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ การาเปตฺวา’’ติ เอตฺถ วินิจฺฉโย.
ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทาเปตฺวาติ เย ตตฺถ สนฺนิปติตา ภิกฺขู, เตสํ ปาเท วนฺทาเปตฺวา; อถ สรณคฺคหณตฺถํ อุกฺกุฏิกํ นิสีทาเปตฺวา อญฺชลึ ปคฺคณฺหาเปตฺวา เอวํ วเทหีติ วตฺตพฺโพ. ‘‘ยมหํ วทามิ, ตํ วเทหี’’ติ วตฺตพฺโพ. อถสฺส อุปชฺฌาเยน วา อาจริเยน วา ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติอาทินา นเยน สรณานิ ทาตพฺพานิ ยถาวุตฺตปฏิปาฏิยาว น อุปฺปฏิปาฏิยา. สเจ หิ เอกปทมฺปิ เอกกฺขรมฺปิ อุปฺปฏิปาฏิยา เทติ, พุทฺธํ สรณํเยว วา ติกฺขตฺตุํ ทตฺวา ปุน อิตเรสุ เอเกกํ ติกฺขตฺตุํ เทติ, อทินฺนานิ โหนฺติ สรณานิ.
อิมญฺจ ปน สรณคมนูปสมฺปทํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อนุญฺญาตอุปสมฺปทา เอกโต สุทฺธิยา วฏฺฏติ. สามเณรปพฺพชฺชา ปน อุภโตสุทฺธิยาว วฏฺฏติ, โน เอกโต สุทฺธิยา. ตสฺมา อุปสมฺปทาย สเจ อาจริโย ญตฺติโทสญฺเจว กมฺมวาจาโทสญฺจ วชฺเชตฺวา กมฺมํ กโรติ, สุกตํ โหติ. ปพฺพชฺชาย ปน อิมานิ ตีณิ สรณานิ พุการธการาทีนํ พฺยญฺชนานํ ฐานกรณสมฺปทํ อหาเปนฺเตเนว อาจริเยนปิ อนฺเตวาสิเกนปิ วตฺตพฺพานิ. สเจ อาจริโย วตฺตุํ สกฺโกติ, อนฺเตวาสิโก น สกฺโกติ; อนฺเตวาสิโก วา สกฺโกติ, อาจริโย น สกฺโกติ; อุโภปิ วา น สกฺโกนฺติ, น วฏฺฏติ. สเจ ปน อุโภปิ สกฺโกนฺติ, วฏฺฏติ.
อิมานิ จ ปน ททมาเนน ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ เอวํ เอกสมฺพนฺธานิ อนุนาสิกนฺตานิ วา กตฺวา ทาตพฺพานิ, ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ เอวํ วิจฺฉินฺทิตฺวา มการนฺตานิ วา กตฺวา ทาตพฺพานิ. อนฺธกฏฺฐกถายํ นามํ สาเวตฺวา ‘‘อหํ ภนฺเต พุทฺธรกฺขิโต ยาวชีวํ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ วุตฺตํ, ตํ เอกอฏฺฐกถายมฺปิ นตฺถิ, ปาฬิยมฺปิ น วุตฺตํ, เตสํ รุจิมตฺตเมว, ตสฺมา น คเหตพฺพํ. น หิ ตถา อวทนฺตสฺส สรณํ กุปฺปตีติ.
อนุชานามิ ภิกฺขเว อิเมหิ ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทนฺติ อิเมหิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามีติอาทีหิ เอวํ ติกฺขตฺตุํ อุภโตสุทฺธิยา วุตฺเตหิ ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺชญฺเจว อุปสมฺปทญฺจ อนุชานามีติ อตฺโถ. ตตฺถ ยสฺมา อุปสมฺปทา ปรโต ปฏิกฺขิตฺตา, ตสฺมา สา เอตรหิ สรณมตฺเตเนว น รุหติ. ปพฺพชฺชา ปน ยสฺมา ปรโต ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อิเมหิ ตีหิ สรณคมเนหิ สามเณรปพฺพชฺช’’นฺติ อนุญฺญาตา เอว, ตสฺมา สา เอตรหิปิ สรณมตฺเตเนว รุหติ. เอตฺตาวตา หิ สามเณรภูมิยํ ปติฏฺฐิโต โหติ.
สเจ ปเนส มติมา โหติ ปณฺฑิตชาติโก, อถสฺส ตสฺมึเยว ฐาเน สิกฺขาปทานิ อุทฺทิสิตพฺพานิ. กถํ? ยถา ภควตา อุทฺทิฏฺฐานิ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สามเณรานํ ทส สิกฺขาปทานิ, เตสุ จ สามเณเรหิ สิกฺขิตุํ. ปาณาติปาตา เวรมณี, อทินฺนาทานา เวรมณี, อพฺรหฺมจริยา เวรมณี, มุสาวาทา เวรมณี, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี, วิกาลโภชนา เวรมณี, นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา เวรมณี, มาลาคนฺธวิเลปนธารณมณฺฑนวิภูสนฏฺฐานา เวรมณี, อุจฺจาสยนมหาสยนา เวรมณี, ชาตรูปรชตปฏิคฺคหณา เวรมณี’’ติ (มหาว. ๑๐๖).
อนฺธกฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนาโม ยาวชีวํ ปาณาติปาตา เวรมณิสิกฺขาปทํ
สมาทิยามี’’ติ เอวํ สรณทานํ วิย สิกฺขาปททานมฺปิ วุตฺตํ, ตํ เนว ปาฬิยํ น อฏฺฐกถาสุ อตฺถิ, ตสฺมา ยถาปาฬิยาว อุทฺทิสิตพฺพานิ. ปพฺพชฺชา หิ สรณคมเนเหว สิทฺธา, สิกฺขาปทานิ ปน เกวลํ สิกฺขาปริปูรณตฺถํ ชานิตพฺพานิ. ตสฺมา ตานิ ปาฬิยํ อาคตนเยน อุคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ยาย กายจิ ภาสาย อตฺถวเสนปิ อาจิกฺขิตุํ วฏฺฏติ. ยาว ปน อตฺตนา สิกฺขิตพฺพสิกฺขาปทานิ น ชานาติ, สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณฏฺฐานนิสชฺชาทีสุ ปานโภชนาทิวิธิมฺหิ จ น กุสโล โหติ, ตาว โภชนสาลํ วา สลากภาชนฏฺฐานํ วา อญฺญํ วา ตถารูปฏฺฐานํ น เปเสตพฺโพ, สนฺติกาวจโรเยว กาตพฺโพ, พาลทารโก วิย ปฏิชคฺคิตพฺโพ, สพฺพมสฺส กปฺปิยากปฺปิยํ อาจิกฺขิตพฺพํ, นิวาสนปารุปนาทีสุ อาภิสมาจาริเกสุ วิเนตพฺโพ. เตนาปิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ สามเณรํ นาเสตุ’’นฺติ (มหาว. ๑๐๘) เอวํ ปรโต วุตฺตานิ ทส นาสนงฺคานิ อารกา ปริวชฺเชตฺวา อาภิสมาจาริกํ ปริปูเรนฺเตน ทสวิเธ สีเล สาธุกํ สิกฺขิตพฺพนฺติ.
ปพฺพชฺชากถา นิฏฺฐิตา.
ทุติยมารกถา
๓๕. มยฺหํ โข ภิกฺขเวติ มยา โขติ อตฺโถ. อถ วา โย มยฺหํ โยนิโส มนสิกาโร, เตน เหตุนาติ อตฺโถ. ปุน อนุปฺปตฺตาติ เอตฺถ วิภตฺตึ ปริณาเมตฺวา มยาติ วตฺตพฺพํ.
ทุติยมารกถา นิฏฺฐิตา.
ภทฺทวคฺคิยกถา
๓๖. ภทฺทวคฺคิยาติ เต กิร ราชกุมารา รูเปน จ จิตฺเตน จ ภทฺทกา วคฺคพนฺเธน จ วิจรนฺติ, ตสฺมา ‘‘ภทฺทวคฺคิยา’’ติ วุจฺจนฺติ. เตน หิ โวติ เอตฺถ โวกาโร นิปาตมตฺโต. ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทีติ เกสญฺจิ โสตาปตฺติมคฺโค, เกสญฺจิ สกทาคามิมคฺโค, เกสญฺจิ อนาคามิมคฺโค อุทปาทิ. ตโยปิ หิ เอเต มคฺคา ‘‘ธมฺมจกฺขู’’ติ วุจฺจนฺติ. เต กิร ตุณฺฑิลชาตเก ตึสธุตฺตา อเหสุํ, อถ ตุณฺฑิโลวาทํ สุตฺวา ปญฺจสีลานิ รกฺขึสุ; อิทํ เนสํ ปุพฺพกมฺมํ.
ภทฺทวคฺคิยกถา นิฏฺฐิตา.
อุรุเวลปาฏิหาริยกถา
๓๗. ปมุโขติ ปุพฺพงฺคโม. ปาโมกฺโขติ อุตฺตโม วิสุทฺธปญฺโญ.
๓๘. อนุปหจฺจาติ อวินาเสตฺวา. เตชสา เตชนฺติ อตฺตโน เตเชน นาคสฺส เตชํ. ปริยาทิเยยฺยนฺติ อภิภเวยฺยํ, วินาเสยฺยํ วาติ. มกฺขนฺติ โกธํ. นเตฺวว จ โข อรหา ยถา อหนฺติ อตฺตานํ ‘‘อรหา อห’’นฺติ มญฺญมาโน วทติ.
๓๙. เนรญฺชรายํ ภควาติอาทิกา คาถาโย ปจฺฉา ปกฺขิตฺตา.
๔๔-๙. วิสฺสชฺเชยฺยนฺติ สุกฺขาปนตฺถาย ปสาเรตฺวา ฐเปยฺยนฺติ อตฺโถ. ‘‘ภนฺเต อาหร หตฺถ’’นฺติ เอวํ วทนฺโต วิย โอณโตติ อาหรหตฺโถ. อุยฺโยเชตฺวาติ วิสฺสชฺเชตฺวา. มนฺทามุขิโยติ อคฺคิภาชนานิ วุจฺจนฺติ.
๕๑. จิรปฏิกาติ จิรกาลโต ปฏฺฐาย.
๕๒. เกสมิสฺสนฺติอาทีสุ เกสา เอว เกสมิสฺสํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ขาริกาชนฺติ ขาริภาโร.
อุรุเวลปาฏิหาริยกถา นิฏฺฐิตา.
พิมฺพิสารสมาคมกถา
๕๕. ลฏฺฐิวเนติ ตาลุยฺยาเน. สุปฺปติฏฺเฐ เจติเยติ อญฺญตรสฺมึ วฏรุกฺเข; ตสฺส กิเรตํ นามํ. ทฺวาทสนหุเตหีติ เอตฺถ เอกํ นหุตํ ทสสหสฺสานิ. อชฺฌภาสีติ เตสํ กงฺขาจฺเฉทนตฺถํ อภาสิ.
กิสโกวทาโนติ ตาปสจริยาย กิสสรีรตฺตา ‘‘กิสโก’’ติ ลทฺธนามานํ ตาปสานํ โอวาทโก อนุสาสโก สมาโนติ อตฺโถ. อถ วา สยํ กิสโก ตาปโส สมาโน วทาโน จ อญฺเญ โอวทนฺโต อนุสาสนฺโตติปิ อตฺโถ. กถํ ปหีนนฺติ เกน การเณน ปหีนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ตฺวํ อุรุเวลวาสิอคฺคิปริจารกานํ ตาปสานํ สยํ โอวาทาจริโย สมาโน กึ ทิสฺวา ปหาสิ, ปุจฺฉามิ ตํ เอตมตฺถํ เกน การเณน ตว อคฺคิหุตฺตํ ปหีน’’นฺติ.
ทุติยคาถาย อยมตฺโถ – เอเต รูปาทิเก กาเม อิตฺถิโย จ ยญฺญา อภิวทนฺติ, สฺวาหํ เอตํ สพฺพมฺปิ รูปาทิกํ กามปฺปเภทํ ขนฺธุปธีสุ มลนฺติ ญตฺวา ยสฺมา อิเม ยิฏฺฐหุตปฺปเภทา ยญฺญา มลเมว วทนฺติ, ตสฺมา น ยิฏฺเฐ น หุเต อรญฺชึ; ยิฏฺเฐ วา หุเต วา นาภิรมินฺติ อตฺโถ.
ตติยคาถาย – อถ โกจรหีติ อถ กฺวจรหิ. เสสํ อุตฺตานเมว.
จตุตฺถคาถาย – ปทนฺติ นิพฺพานปทํ. สนฺตสภาวตาย สนฺตํ. อุปธีนํ อภาเวน อนุปธิกํ. ราคกิญฺจนาทีนํ อภาเวน อกิญฺจนํ. ตีสุ ภเวสุ อลคฺคตาย ยํ กามภวํ ยญฺญา วทนฺติ, ตสฺมิมฺปิ กามภเว อสตฺตํ. ชาติชรามรณานํ อภาเวน อนญฺญถาภาวึ. อตฺตนา ภาวิเตน มคฺเคเนว อธิคนฺตพฺพํ, น อญฺเญน เกนจิ อธิคเมตพฺพนฺติ อนญฺญเนยฺยํ. ยสฺมา อีทิสํ ปทมทฺทสํ, ตสฺมา น ยิฏฺเฐ น หุเต อรญฺชึ. เตน กึ ทสฺเสติ? โย อหํ เทวมนุสฺสโลกสมฺปตฺติสาธเก น ยิฏฺเฐ น หุเต อรญฺชึ, โส กึ วกฺขามิ ‘‘เอตฺถ นาม เม เทวมนุสฺสโลเก รโต มโน’’ติ.
๕๖. เอวํ สพฺพโลเก อนภิรติภาวํ ปกาเสตฺวา อถ โข อายสฺมา อุรุเวลกสฺสโป ‘‘สาวโกหมสฺมี’’ติ เอวํ ภควโต สาวกภาวํ ปกาเสสิ. ตญฺจ โข อากาเส วิวิธานิ ปาฏิหาริยานิ ทสฺเสตฺวา. ธมฺมจกฺขุนฺติ โสตาปตฺติมคฺคญาณํ.
๕๗. อสฺสาสกาติ อาสีสนา; ปตฺถนาติ อตฺโถ. เอสาหํ ภนฺเตติ เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ มคฺคปฺปฏิเวเธเนวสฺส สิทฺธํ สรณคมนํ, ตตฺถ ปน นิจฺฉยคมนเมว คโต, อิทานิ วาจาย อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ กโรติ. มคฺควเสเนวายํ นิยตสรณตํ ปตฺโต, ตํ ปเรสํ วาจาย ปากฏํ กโรนฺโต ปณิปาตคมนญฺจ คจฺฉนฺโต เอวํ วทติ.
๕๘. สิงฺคีนิกฺขสวณฺโณติ สิงฺคีสุวณฺณนิกฺเขน สมานวณฺโณ. ทสวาโสติ ทสสุ อริยวาเสสุ วุตฺถวาโส. ทสธมฺมวิทูติ ทสกมฺมปถวิทู. ทสภิ จุเปโตติ ทสหิ อเสกฺเขหิ องฺเคหิ อุเปโต. สพฺพธิทนฺโตติ สพฺเพสุ ทนฺโต; ภควโต หิ จกฺขุอาทีสุ กิญฺจิ อทนฺตํ นาม นตฺถิ.
๕๙. ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ เอกมนฺตํ นิสีทีติ ภควนฺตํ ภุตฺตวนฺตํ ปตฺตโต จ อปนีตปาณึ สลฺลกฺเขตฺวา เอกสฺมึ ปเทเส นิสีทีติ อตฺโถ. อตฺถิกานนฺติ พุทฺธาภิวาทนคมเนน จ ธมฺมสวเนน จ อตฺถิกานํ. อภิกฺกมนียนฺติ อภิคนฺตุํ สกฺกุเณยฺยํ. อปฺปากิณฺณนฺติ อนากิณฺณํ. อปฺปสทฺทนฺติ วจนสทฺเทน อปฺปสทฺทํ. อปฺปนิคฺโฆสนฺติ นครนิคฺโฆสสทฺเทน อปฺปนิคฺโฆสํ. วิชนวาตนฺติ อนุสญฺจรณชนสฺส สรีรวาเตน วิรหิตํ. ‘‘วิชนวาท’’นฺติปิ ปาโฐ; อนฺโต ชนวาเทน รหิตนฺติ อตฺโถ. ‘‘วิชนปาต’’นฺติปิ ปาโฐ; ชนสญฺจารวิรหิตนฺติ อตฺโถ. มนุสฺสราหเสยฺยกนฺติ มนุสฺสานํ รหสฺสกิริยฏฺฐานิยํ. ปฏิสลฺลานสารุปฺปนฺติ วิเวกานุรูปํ.
สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปพฺพชฺชากถา
๖๐. สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาติ สาริปุตฺโต จ โมคฺคลฺลาโน จ. เตหิ กติกา กตา โหติ‘‘โย ปฐมํ อมตํ อธิคจฺฉติ, โส อาโรเจตู’’ติ เต กิร อุโภปิ คิหิกาเล อุปติสฺโส โกลิโตติ เอวํ ปญฺญายมานนามา อฑฺฒเตยฺยสตมาณวกปริวารา คิรคฺคสมชฺชํ อคมํสุ. ตตฺร เนสํ มหาชนํ ทิสฺวา เอตทโหสิ – ‘‘อยํ นาม เอวํ มหาสตฺตนิกาโย อปฺปตฺเต วสฺสสเต มรณมุเข ปติสฺสตี’’ติ. อถ อุโภปิ อุฏฺฐิตาย ปริสาย อญฺญมญฺญํ ปุจฺฉิตฺวา เอกชฺฌาสยา ปจฺจุปฏฺฐิตมรณสญฺญา สมฺมนฺตยึสุ ‘‘สมฺม มรเณ สติ อมเตนาปิ ภวิตพฺพํ, หนฺท มยํ อมตํ ปริเยสามา’’ติ อมตปริเยสนตฺถํ สญฺจยสฺส ฉนฺนปริพฺพาชกสฺส สนฺติเก สปริสา ปพฺพชิตฺวา กติปาเหเนว ตสฺส ญาณวิสเย ปารํ คนฺตฺวา อมตํ อปสฺสนฺตา ปุจฺฉึสุ ‘‘กึ นุ โข, อาจริย, อญฺโญเปตฺถ สาโร อตฺถี’’ติ? ‘‘นตฺถาวุโส, เอตฺตกเมว อิท’’นฺติ จ สุตฺวา ‘‘ตุจฺฉํ อิทํ อาวุโส นิสฺสารํ, โย ทานิ อเมฺหสุ ปฐมํ อมตํ อธิคจฺฉติ, โส อิตรสฺส อาโรเจตู’’ติ กติกํ อกํสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตหิ กติกา กตา โหตี’’ติอาทิ.
ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตนาติอาทีสุ อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ เวทิตพฺพํ. อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ มคฺคนฺติ เอตํ อนุพนฺธนสฺส การณวจนํ; อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ยํนูนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺเธยฺยํ, กสฺมา? ยสฺมา อิทํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนํ นาม อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ มคฺคํ ญาโต เจว อุปคโต จ มคฺโค’’ติ อตฺโถ. อถ วา อตฺถิเกหิ อเมฺหหิ ‘‘มรเณ สติ อมเตนาปิ ภวิตพฺพ’’นฺติ เอวํ เกวลํ อตฺถีติ อุปญฺญาตํ นิพฺพานํ นาม, ตํ มคฺคนฺโต ปริเยสนฺโตติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
ปิณฺฑปาตํ อาทาย ปฏิกฺกมีติ สุทินฺนกณฺเฑ วุตฺตปฺปการํ อญฺญตรํ กุฏฺฏมูลํ อุปสงฺกมิตฺวา นิสีทิ. สาริปุตฺโตปิ โข ‘‘อกาโล โข ตาว ปญฺหํ ปุจฺฉิตุ’’นฺติ กาลํ อาคมยมาโน เอกมนฺตํ ฐตฺวา วตฺตปฏิปตฺติปูรณตฺถํ กตภตฺตกิจฺจสฺส เถรสฺส อตฺตโน กมณฺฑลุโต อุทกํ ทตฺวา โธตหตฺถปาเทน เถเรน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข สาริปุตฺโต ปริพฺพาชโก’’ติอาทิ. น ตาหํ สกฺโกมีติ น เต อหํ สกฺโกมิ. เอตฺถ จ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต เถโร น เอตฺตกํ น สกฺโกติ. อถ โข อิมสฺส ธมฺมคารวํ อุปฺปาเทสฺสามีติ สพฺพากาเรน พุทฺธวิสเย อวิสยภาวํ คเหตฺวา เอวมาห.
เย ธมฺมา เหตุปฺปภวาติ เหตุปฺปภวา นาม ปญฺจกฺขนฺธา; เตนสฺส ทุกฺขสจฺจํ ทสฺเสติ. เตสํ เหตุํ ตถาคโต อาหาติ เตสํ เหตุ นาม สมุทยสจฺจํ; ตญฺจ ตถาคโต อาหาติ ทสฺเสติ. เตสญฺจ โย นิโรโธติ เตสํ อุภินฺนมฺปิ สจฺจานํ โย อปฺปวตฺตินิโรโธ; ตญฺจ ตถาคโต อาหาติ อตฺโถ. เตนสฺส นิโรธสจฺจํ ทสฺเสติ. มคฺคสจฺจํ ปเนตฺถ สรูปโต อทสฺสิตมฺปิ นยโต ทสฺสิตํ โหติ, นิโรเธ หิ วุตฺเต ตสฺส สมฺปาปโก มคฺโค วุตฺโตว โหติ. อถ วา เตสญฺจ โย นิโรโธติ เอตฺถ เตสํ โย นิโรโธ จ นิโรธุปาโย จาติ เอวํ เทฺวปิ สจฺจานิ ทสฺสิตานิ โหนฺตีติ. อิทานิ ตเมวตฺถํ ปฏิปาเทนฺโต อาห – ‘‘เอวํวาที มหาสมโณ’’ติ.
เอเสว ธมฺโม ยทิ ตาวเทวาติ สเจปิ อิโต อุตฺตริ นตฺถิ, เอตฺตกเมว อิทํ โสตาปตฺติผลมตฺตเมว ปตฺตพฺพํ, ตถาปิ เอโส เอว ธมฺโมติ อตฺโถ. ปจฺจพฺยตฺถ ปทมโสกนฺติ ยํ มยํ ปริเยสมานา วิจราม, ตํ ปทมโสกํ ปฏิวิทฺธาตฺถ ตุเมฺห; ปตฺตํ ตํ ตุเมฺหหีติ อตฺโถ. อทิฏฺฐํ อพฺภตีตํ พหุเกหิ กปฺปนหุเตหีติ อเมฺหหิ นาม อิทํ ปทํ พหุเกหิ กปฺปนหุเตหิ อทิฏฺฐเมว อพฺภตีตํ; อิติ ตสฺส ปทสฺส อทิฏฺฐภาเวน ทีฆรตฺตํ อตฺตโน มหาชานิภาวํ ทีเปติ.
๖๒. คมฺภีเร ญาณวิสเยติ คมฺภีเร เจว คมฺภีรสฺส จ ญาณสฺส วิสยภูเต. อนุตฺตเร อุปธิสงฺขเยติ นิพฺพาเน. วิมุตฺเตติ ตทารมฺมณาย วิมุตฺติยา วิมุตฺเต. พฺยากาสีติ ‘‘เอตํ เม สาวกยุคํ ภวิสฺสติ อคฺคํ ภทฺทยุค’’นฺติ วทนฺโต สาวกปารมิญฺญาเณ พฺยากาสิ. สาว เตสํ อายสฺมนฺตานํ อุปสมฺปทา อโหสีติ สา เอหิภิกฺขูปสมฺปทาเยว เตสํ อุปสมฺปทา อโหสิ. เอวํ อุปสมฺปนฺเนสุ จ เตสุ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร สตฺตหิ ทิวเสหิ อรหตฺเต ปติฏฺฐิโต, สาริปุตฺตตฺเถโร อฑฺฒมาเสน.
อตีเต กิร อโนมทสฺสี นาม พุทฺโธ โลเก อุทปาทิ. ตสฺส สรโท นาม ตาปโส สเก อสฺสเม นานาปุปฺเผหิ มณฺฑปํ กตฺวา ปุปฺผาสเนเยว ภควนฺตํ นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺสาปิ ตเถว มณฺฑปํ กตฺวา ปุปฺผาสนานิ ปญฺญเปตฺวา อคฺคสาวกภาวํ ปตฺเถสิ. ปตฺถยิตฺวา จ สิรีวฑฺฒสฺส นาม เสฏฺฐิโน เปเสสิ ‘‘มยา อคฺคสาวกฏฺฐานํ ปตฺถิตํ, ตฺวมฺปิ อาคนฺตฺวา เอกํ ฐานํ ปตฺเถหี’’ติ. เสฏฺฐิ นีลุปฺปลมณฺฑปํ กตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ, ตตฺถ โภเชตฺวา ทุติยสาวกภาวํ ปตฺเถสิ. เตสุ สรทตาปโส สาริปุตฺตตฺเถโร ชาโต, สิรีวฑฺโฒ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโรติ อิทํ เนสํ ปุพฺพกมฺมํ.
๖๓. อปุตฺตกตายาติอาทีสุ เยสํ ปุตฺตา ปพฺพชนฺติ, เตสํ อปุตฺตกตาย. ยาสํ ปตี ปพฺพชนฺติ, ตาสํ เวธพฺยาย วิธวาภาวาย. อุภเยนาปิ กุลุปจฺเฉทาย. สญฺจยานีติ สญฺจยสฺส อนฺเตวาสิกานิ. มคธานํ คิริพฺพชนฺติ มคธานํ ชนปทสฺส คิริพฺพชํ นครํ. มหาวีราติ มหาวีริยวนฺโต. นยมานานนฺติ นยมาเนสุ. ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ, อุปโยคตฺเถ วา. กา อุสูยา วิชานตนฺติ ธมฺเมน นยนฺตีติ เอวํ วิชานนฺตานํ กา อิสฺสา.
สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปพฺพชฺชากถา นิฏฺฐิตา.
อุปชฺฌายวตฺตกถา
๖๔-๕. อนุปชฺฌายกาติ วชฺชาวชฺชํ อุปนิชฺฌายเกน ครุนา วิรหิตา. อนากปฺปสมฺปนฺนาติ น อากปฺเปน สมฺปนฺนา; สมณสารุปฺปาจารวิรหิตาติ อตฺโถ. อุปริโภชเนติ โภชนสฺส อุปริ. อุตฺติฏฺฐปตฺตนฺติ ปิณฺฑาย จรณกปตฺตํ. ตสฺมิญฺหิ มนุสฺสา อุจฺฉิฏฺฐสญฺญิโน, ตสฺมา อุตฺติฏฺฐปตฺตนฺติ วุตฺตํ. อถ วา อุฏฺฐหิตฺวา ปตฺตํ อุปนาเมนฺตีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อนุชานามิ ภิกฺขเว อุปชฺฌายนฺติ อุปชฺฌายํ คเหตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. ปุตฺตจิตฺตํ อุปฏฺฐเปสฺสตีติ ปุตฺโต เม อยนฺติ เอวํ เคหสฺสิตเปมวเสน จิตฺตํ อุปฏฺฐเปสฺสติ. เอส นโย ทุติยปเทปิ. สคารวา สปฺปติสฺสาติ ครุภาวญฺเจว เชฏฺฐกภาวญฺจ อุปฏฺฐเปตฺวา. สภาควุตฺติโนติ สภาคชีวิกา. สาหูติ วาติอาทีนิ ปญฺจ ปทานิ อุปชฺฌายภาวสมฺปฏิจฺฉนเววจนานิ. กาเยน วิญฺญาเปตีติ เอวํ สทฺธิวิหาริเกน ‘‘อุปชฺฌาโย เม ภนฺเต โหหี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วุตฺเต สเจ อุปชฺฌาโย ‘‘สาหู’’ติอาทีสุ ปญฺจสุ ปเทสุ ยสฺส กสฺสจิ ปทสฺส วเสน กาเยน วา วาจาย วา กายวาจาหิ วา ‘‘คหิโต ตยา อุปชฺฌาโย’’ติ อุปชฺฌายคฺคหณํ วิญฺญาเปติ, คหิโต โหติ อุปชฺฌาโย. อิทเมว หิ เอตฺถ อุปชฺฌายคฺคหณํ, ยทิทํ อุปชฺฌายสฺส อิเมสุ ปญฺจสุ ปเทสุ ยสฺส กสฺสจิ ปทสฺส วาจาย วา สาวนํ กาเยน วา อตฺถวิญฺญาปนนฺติ. เกจิ ปน สาธูติ สมฺปฏิจฺฉนํ สนฺธาย วทนฺติ. น ตํ ปมาณํ, อายาจนทานมตฺเตน หิ คหิโต โหติ อุปชฺฌาโย, น เอตฺถ สมฺปฏิจฺฉนํ องฺคํ. สทฺธิวิหาริเกนาปิ น เกวลํ อิมินา เม ปเทน อุปชฺฌาโย คหิโตติ ญาตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อชฺชตคฺเค ทานิ เถโร มยฺหํ ภาโร, อหมฺปิ เถรสฺส ภาโร’’ติ อิทมฺปิ ญาตุํ วฏฺฏติ.
๖๖. ตตฺรายํ สมฺมาวตฺตนาติ ยํ วุตฺตํ สมฺมา วตฺติตพฺพนฺติ, ตตฺร อยํ สมฺมาวตฺตนา. กาลสฺเสว อุฏฺฐาย อุปาหนา โอมุญฺจิตฺวาติ สจสฺส ปจฺจูสกาเล จงฺกมนตฺถาย วา โธตปาทปริหรณตฺถาย วา ปฏิมุกฺกา อุปาหนา ปาทคตา โหนฺติ, ตา กาลสฺเสว อุฏฺฐาย อปเนตฺวา. ทนฺตกฏฺฐํ ทาตพฺพนฺติ มหนฺตํ มชฺฌิมํ ขุทฺทกนฺติ ตีณิ ทนฺตกฏฺฐานิ อุปเนตฺวา ตโต ยํ ตีณิ ทิวสานิ คณฺหาติ, จตุตฺถทิวสโต ปฏฺฐาย ตาทิสเมว ทาตพฺพํ. สเจ อนิยมํ กตฺวา ยํ วา ตํ วา คณฺหาติ, อถ ยาทิสํ ลภติ ตาทิสํ ทาตพฺพํ.
มุโขทกํ ทาตพฺพนฺติ สีตญฺจ อุณฺหญฺจ อุทกํ อุปเนตฺวา ตโต ยํ ตีณิ ทิวสานิ วฬญฺเชติ, จตุตฺถทิวสโต ปฏฺฐาย ตาทิสเมว มุขโธวโนทกํ ทาตพฺพํ. สเจ อนิยมํ กตฺวา ยํ วา ตํ วา คณฺหาติ, อถ ยาทิสํ ลภติ ตาทิสํ ทาตพฺพํ. สเจ ทุวิธมฺปิ วฬญฺเชติ, ทุวิธมฺปิ อุปเนตพฺพํ. อุทกํ มุขโธวนฏฺฐาเน ฐเปตฺวา วจฺจกุฏิโต ปฏฺฐาย สมฺมชฺชิตพฺพํ. เถเร วจฺจกุฏึ คเต ปริเวณํ สมฺมชฺชิตพฺพํ; เอวํ ปริเวณํ อสุญฺญํ โหติ. เถเร วจฺจกุฏิโต อนิกฺขนฺเตเยว อาสนํ ปญฺญเปตพฺพํ. สรีรกิจฺจํ กตฺวา อาคนฺตฺวา ตสฺมึ นิสินฺนสฺส ‘‘สเจ ยาคุ โหตี’’ติอาทินา นเยน วุตฺตวตฺตํ กาตพฺพํ. อุกฺลาโปติ เกนจิ กจวเรน สงฺกิณฺโณ, สเจ ปน อญฺโญ กจวโร นตฺถิ, อุทกผุสิตาเนว โหนฺติ, หตฺเถนปิ ปมชฺชิตพฺโพ.
สคุณํ กตฺวาติ เทฺว จีวรานิ เอกโต กตฺวา, ตา เอกโต กตา เทฺวปิ สงฺฆาฏิโย ทาตพฺพา. สพฺพญฺหิ จีวรํ สงฺฆฏิตตฺตา ‘‘สงฺฆาฏี’’ติ วุจฺจติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สงฺฆาฏิโย ทาตพฺพา’’ติ. นาติทูเร คนฺตพฺพํ นาจฺจาสนฺเนติ เอตฺถ สเจ อุปชฺฌายํ นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺตํ เอเกน วา ทฺวีหิ วา ปทวีติหาเรหิ สมฺปาปุณาติ, เอตฺตาวตา นาติทูเร นาจฺจาสนฺเน คโต โหตีติ เวทิตพฺพํ. ปตฺตปริยาปนฺนํ ปฏิคฺคเหตพฺพนฺติ สเจ อุปชฺฌาเยน ภิกฺขาจาเร ยาคุยา วา ภตฺเต วา ลทฺเธ ปตฺโต อุโณฺห วา ภาริโก วา โหติ, อตฺตโน ปตฺตํ ตสฺส ทตฺวา โส ปตฺโต คเหตพฺโพติ อตฺโถ. น อุปชฺฌายสฺส ภณมานสฺส อนฺตรนฺตรา กถา โอปาเตตพฺพาติ อนฺตรฆเร วา อญฺญตฺร วา ภณมานสฺส อนิฏฺฐิเต ตสฺส วจเน อญฺญา กถา น สมุฏฺฐาเปตพฺพา. อิโต ปฏฺฐาย จ ปน ยตฺถ ยตฺถ นกาเรน ปฏิเสโธ กริยติ, สพฺพตฺถ ทุกฺกฏาปตฺติ เวทิตพฺพา. อยญฺหิ ขนฺธกธมฺมตา. อาปตฺติสามนฺตา ภณมาโนติ ปทโสธมฺมทุฏฺฐุลฺลาทิวเสน อาปตฺติยา อาสนฺนวาจํ ภณมาโน. นิวาเรตพฺโพติ ‘‘กึ ภนฺเต อีทิสํ นาม วตฺตุํ วฏฺฏติ, อาปตฺติ น โหตี’’ติ เอวํ ปุจฺฉนฺเตน วิย วาเรตพฺโพ. วาเรสฺสามีติ ปน กตฺวา ‘‘มหลฺลก, มา เอวํ ภณา’’ติ น วตฺตพฺโพ.
ปฐมตรํ อาคนฺตฺวาติ สเจ อาสนฺเน คาโม โหติ, วิหาเร วา คิลาโน ภิกฺขุ โหติ, คามโต ปฐมตรํ อาคนฺตพฺพํ. สเจ ทูเร คาโม โหติ, อุปชฺฌาเยน สทฺธึ อาคจฺฉนฺโต นตฺถิ, เตเนว สทฺธึ คามโต นิกฺขมิตฺวา จีวเรน ปตฺตํ เวเฐตฺวา อนฺตรามคฺคโต ปฐมตรํ อาคนฺตพฺพํ. เอวํ นิวตฺตนฺเตน ปฐมตรํ อาคนฺตฺวา อาสนปญฺญาปนาทิ สพฺพํ กิจฺจํ กาตพฺพํ. สินฺนํ โหตีติ ตินฺตํ เสทคฺคหิตํ. จตุรงฺคุลํ กณฺณํ อุสฺสาเรตฺวาติ กณฺณํ จตุรงฺคุลปฺปมาณํ อติเรกํ กตฺวา เอวํ จีวรํ สํหริตพฺพํ. กึ การณา? มา มชฺเฌ ภงฺโค อโหสีติ. สมํ กตฺวา สํหริตสฺส หิ มชฺเฌ ภงฺโค โหติ, ตโต นิจฺจํ ภิชฺชมานํ ทุพฺพลํ โหติ ตํ นิวารณตฺถเมตํ วุตฺตํ. ตสฺมา ยถา อชฺช ภงฺคฏฺฐาเนเยว เสฺว น ภิชฺชติ, ตถา ทิวเส ทิวเส จตุรงฺคุลํ อุสฺสาเรตฺวา สํหริตพฺพํ. โอโภเค กายพนฺธนํ กาตพฺพนฺติ กายพนฺธนํ สํหริตฺวา จีวรโภเค ปกฺขิปิตฺวา ฐเปตพฺพํ.
สเจ ปิณฺฑปาโต โหตีติ เอตฺถ โย คาเมเยว วา อนฺตรฆเร วา ปฏิกฺกมเน วา ภุญฺชิตฺวา อาคจฺฉติ, ปิณฺฑํ วา น ลภติ, ตสฺส ปิณฺฑปาโต น โหติ, คาเม อภุตฺตสฺส ปน ลทฺธภิกฺขสฺส วา โหติ; ตสฺมา ‘‘สเจ ปิณฺฑปาโต โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สเจปิ ตสฺส น โหติ, ภุญฺชิตุกาโม จ โหติ, อุทกํ ทตฺวา อตฺตนา ลทฺธโตปิ ปิณฺฑปาโต อุปเนตพฺโพ. ปานีเยน ปุจฺฉิตพฺโพติ ภุญฺชมาโน ติกฺขตฺตุํ ‘‘ปานียํ ภนฺเต อาหริยตู’’ติ ปานีเยน ปุจฺฉิตพฺโพ. สเจ กาโล อตฺถิ, อุปชฺฌาเย ภุตฺเต สยํ ภุญฺชิตพฺพํ. สเจ อุปกฏฺโฐ กาโล, ปานียํ อุปชฺฌายสฺส สนฺติเก ฐเปตฺวา สยมฺปิ ภุญฺชิตพฺพํ.
อนนฺตรหิตายาติ ตฏฺฏิกธมฺมขณฺฑาทีสุ เยน เกนจิ อนตฺถตาย ปํสุสกฺขรมิสฺสาย ภูมิยา ปตฺโถ น ฐเปตพฺโพติ อตฺโถ. สเจ ปน กาฬวณฺณกตา วา สุธาพทฺธา วา โหติ นิรชมตฺติกา, ตถารูปาย ภูมิยา ฐเปตุํ วฏฺฏติ. โธตวาลิกายปิ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. ปํสุรชสกฺขราทีสุ น วฏฺฏติ. ตตฺร ปน ปณฺณํ วา อาธารกํ วา ฐเปตฺวา ตตฺร นิกฺขิปิตพฺโพ. ปารโต อนฺตํ โอรโต โภคนฺติ อิทํ จีวรวํสาทีนํ เหฏฺฐา หตฺถํ ปเวเสตฺวา อภิมุเขน หตฺเถน สณิกํ นิกฺขิปนตฺถํ วุตฺตํ. อนฺเต ปน คเหตฺวา โภเคน จีวรวํสาทีนํ อุปริ นิกฺขิปนฺตสฺส ภิตฺติยํ โภโค ปฏิหญฺญติ, ตสฺมา ตถา น กาตพฺพํ.
จุณฺณํ สนฺเนตพฺพนฺติ นฺหานจุณฺณํ อุทเกน เตเมตฺวา ปิณฺฑิ กาตพฺพา. เอกมนฺตํ นิกฺขิปิตพฺพนฺติ เอกสฺมึ นิทฺธูเม ฐาเน ฐเปตพฺพํ. ชนฺตาฆเร ปริกมฺมํ นาม องฺคารมตฺติกอุโณฺหทกทานาทิกํ สพฺพํ กิจฺจํ. อุทเกปิ ปริกมฺมนฺติ องฺคปจฺจงฺคฆํสนาทิกํ สพฺพํ กิจฺจํ. ปานีเยน ปุจฺฉิตพฺโพติ ชนฺตาฆเร อุณฺหสนฺตาเปน ปิปาสา โหติ, ตสฺมา ปุจฺฉิตพฺโพ.
สเจ อุสฺสหตีติ สเจ ปโหติ; น เกนจิ เคลญฺเญน อภิภูโต โหติ; อคิลาเนน หิ สทฺธิวิหาริเกน สฏฺฐิวสฺเสนาปิ สพฺพํ อุปชฺฌายวตฺตํ กาตพฺพํ, อนาทเรน อกโรนฺตสฺส วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ. นการปฏิสํยุตฺเตสุ ปน ปเทสุ คิลานสฺสาปิ ปฏิกฺขิตฺตกิริยํ กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว. อปฺปฏิฆํสนฺเตนาติ ภูมิยํ อปฺปฏิฆํสนฺเตน. กวาฏปิฏฺฐนฺติ กวาฏญฺจ ปิฏฺฐสงฺฆาตญฺจ อจฺฉุปนฺเตน. สนฺตานกนฺติ ยํกิญฺจิ กีฏกุลาวกมกฺกฏกสุตฺตาทิ. อุลฺโลกา ปฐมํ โอหาเรตพฺพนฺติ อุลฺโลกโต ปฐมํ อุลฺโลกํ อาทึกตฺวา อวหริตพฺพนฺติ อตฺโถ. อาโลกสนฺธิกณฺณภาคาติ อาโลกสนฺธิภาคา จ กณฺณภาคา จ อนฺตรพาหิรวาตปานกวาฏกานิ จ คพฺภสฺส จ จตฺตาโร โกณา ปมชฺชิตพฺพาติ อตฺโถ.
ยถาปญฺญตฺตํ ปญฺญเปตพฺพนฺติ ยถา ปฐมํ ปญฺญตฺตํ อโหสิ, ตเถว ปญฺญเปตพฺพํ. เอตทตฺถเมว หิ ยถาปญฺญตฺตํ สลฺลกฺเขตฺวา นีหริตฺวา เอกมนฺตํ นิกฺขิปิตพฺพนฺติ ปุริมวตฺตํ ปญฺญตฺตํ. สเจ ปน ปฐมํ อชานนฺเตน เกนจิ ปญฺญตฺตํ อโหสิ, สมนฺตโต ภิตฺตึ ทฺวงฺคุลมตฺเตน วา ติวงฺคุลมตฺเตน วา โมเจตฺวา ปญฺญเปตพฺพํ. อิทญฺหิ ปญฺญาปนวตฺตํ. สเจ กฏสารโก โหติ อติมหนฺโต จ, ฉินฺทิตฺวา โกฏึ นิวตฺเตตฺวา พนฺธิตฺวา ปญฺญเปตพฺโพ. สเจ โกฏึ นิวตฺเตตฺวา พนฺธิตุํ น ชานาติ, น ฉินฺทิตพฺโพ. ปุรตฺถิมา วาตปานา ถเกตพฺพาติ ปุรตฺถิมาย วาตปานา ถเกตพฺพา. เอวํ เสสาปิ วาตปานา ถเกตพฺพา.
วูปกาเสตพฺโพติ อญฺญตฺถ เนตพฺโพ. วูปกาสาเปตพฺโพติ อญฺโญ ภิกฺขุ วตฺตพฺโพ ‘‘เถรํ คเหตฺวา อญฺญตฺถ คจฺฉา’’ติ วิเวเจตพฺพนฺติ วิสฺสชฺชาเปตพฺพํ. วิเวจาเปตพฺพนฺติ อญฺโญ วตฺตพฺโพ ‘‘เถรํ ทิฏฺฐิคตํ วิสฺสชฺชาเปหี’’ติ. อุสฺสุกฺกํ กาตพฺพนฺติ ปริวาสทานตฺถํ โส โส ภิกฺขุ อุปสงฺกมิตฺวา ยาจิตพฺโพ. สเจ อตฺตนา ปฏิพโล โหติ, อตฺตนาว ทาตพฺโพ. โน เจ ปฏิพโล โหติ, อญฺเญน ทาเปตพฺโพ. กินฺติ นุ โขติ เกน นุ โข อุปาเยน. เอส นโย สพฺพตฺถ. ลหุกาย วา ปริณาเมยฺยาติ อุกฺเขปนียํ อกตฺวา ตชฺชนียํ วา นิยสฺสํ วา กเรยฺยาติ อตฺโถ. เตน หิ ‘‘อุปชฺฌายสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กตฺตุกาโม สงฺโฆ’’ติ ญตฺวา เอกเมกํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘มา ภนฺเต อมฺหากํ อุปชฺฌายสฺส กมฺมํ กริตฺถา’’ติ ยาจิตพฺพา. สเจ กโรนฺติเยว, ‘‘ตชฺชนียํ วา นิยสฺสํ วา กโรถา’’ติ ยาจิตพฺพา. สเจ กโรนฺติเยว, อถ อุปชฺฌาโย ‘‘สมฺมา วตฺตถ ภนฺเต’’ติ ยาจิตพฺโพ. อิติ ตํ สมฺมา วตฺตาเปตฺวา ‘‘ปฏิปฺปสฺสมฺเภถ ภนฺเต กมฺม’’นฺติ ภิกฺขู ยาจิตพฺพา.
สมฺปริวตฺตกํ สมฺปริวตฺตกนฺติ สมฺปริวตฺเตตฺวา สมฺปริวตฺเตตฺวา. น จ อจฺฉินฺเน เถเว ปกฺกมิตพฺพนฺติ ยทิ อปฺปมตฺตกมฺปิ รชนํ คฬติ, น ตาว ปกฺกมิตพฺพํ. น อุปชฺฌายํ อนาปุจฺฉา เอกจฺจสฺส ปตฺโต ทาตพฺโพติอาทิ สพฺพํ อุปชฺฌายสฺส วิสภาคปุคฺคลวเสน กถิตํ. น อุปชฺฌายํ อนาปุจฺฉา คาโม ปวิสิตพฺโพติ ปิณฺฑาย วา อญฺเญน วา กรณีเยน ปวิสิตุกาเมน อาปุจฺฉิตฺวาว ปวิสิตพฺโพ. สเจ อุปชฺฌาโย กาลสฺเสว วุฏฺฐาย ทูรํ ภิกฺขาจารํ คนฺตุกาโม โหติ, ‘‘ทหรา ปิณฺฑาย ปวิสนฺตู’’ติ วตฺวา คนฺตพฺพํ. อวตฺวา คเต ปริเวณํ คนฺตฺวา อุปชฺฌายํ อปสฺสนฺเตน คามํ ปวิสิตุํ วฏฺฏติ. สเจ คามํ ปวิสนฺโตปิ ปสฺสติ, ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย อาปุจฺฉิตุํเยว วฏฺฏติ.
น สุสานํ คนฺตพฺพนฺติ วาสตฺถาย วา ทสฺสนตฺถาย วา น คนฺตพฺพํ. น ทิสา ปกฺกมิตพฺพาติ เอตฺถ ปกฺกมิตุกาเมน กมฺมํ อาจิกฺขิตฺวา ยาวตติยํ ยาจิตพฺโพ. สเจ อนุชานาติ, สาธุ; โน เจ อนุชานาติ, ตํ นิสฺสาย วสโต จสฺส อุทฺเทโส วา ปริปุจฺฉา วา กมฺมฏฺฐานํ วา น สมฺปชฺชติ, อุปชฺฌาโย พาโล โหติ อพฺยตฺโต, เกวลํ อตฺตโน สนฺติเก วสาเปตุกามตาย เอว คนฺตุํ น เทติ, เอวรูเป นิวาเรนฺเตปิ คนฺตุํ วฏฺฏติ. วุฏฺฐานมสฺส อาคเมตพฺพนฺติ เคลญฺญโต วุฏฺฐานํ อสฺส อาคเมตพฺพํ; น กตฺถจิ คนฺตพฺพํ. สเจ อญฺโญ ภิกฺขุ อุปฏฺฐาโก อตฺถิ, เภสชฺชํ ปริเยสิตฺวา ตสฺส หตฺเถ ทตฺวา ‘‘ภนฺเต อยํ อุปฏฺฐหิสฺสตี’’ติ วตฺวา คนฺตพฺพํ.
อุปชฺฌายวตฺตกถา นิฏฺฐิตา.
สทฺธิวิหาริกวตฺตกถา
๖๗. อุปชฺฌาเยน สทฺธิวิหาริกมฺหิ สมฺมาวตฺตนายํ – สงฺคเหตพฺโพ อนุคฺคเหตพฺโพติ อุทฺเทสาทีหิสฺส สงฺคโห จ อนุคฺคโห จ กตฺตพฺโพ. ตตฺถ อุทฺเทโสติ ปาฬิวาจนํ. ปริปุจฺฉาติ ปาฬิยา อตฺถวณฺณนา. โอวาโทติ อโนติณฺเณ วตฺถุสฺมึ ‘‘อิทํ กโรหิ, อิทํ มา กริตฺถา’’ติ วจนํ. อนุสาสนีติ โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ. อปิ จ โอติณฺเณ วา อโนติณฺเณ วา ปฐมํ วจนํ โอวาโท; ปุนปฺปุนํ วจนํ อนุสาสนีติ. สเจ อุปชฺฌายสฺส ปตฺโต โหตีติ สเจ อติเรกปตฺโต โหติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ปริกฺขาโรติ อญฺโญปิ สมณปริกฺขาโร. อิธ อุสฺสุกฺกํ นาม ธมฺมิเกน นเยน อุปฺปชฺชมานอุปายปริเยสนํ. อิโต ปรํ ทนฺตกฏฺฐทานํ อาทึ กตฺวา อาจมนกุมฺภิยา อุทกาสิญฺจนปริโยสานํ วตฺตํ คิลานสฺเสว สทฺธิวิหาริกสฺส กาตพฺพํ. อนภิรติวูปกาสนาทิ ปน อคิลานสฺสาปิ กตฺตพฺพเมว. จีวรํ รชนฺเตนาติ ‘‘เอวํ รเชยฺยาสี’’ติ อุปชฺฌายโต อุปายํ สุตฺวา รชนฺเตน. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
สทฺธิวิหาริกวตฺตกถา นิฏฺฐิตา.
นสมฺมาวตฺตนาทิกถา
๖๘. น สมฺมา วตฺตนฺตีติ ยถาปญฺญตฺตํ อุปชฺฌายวตฺตํ น ปูเรนฺติ. โย น สมฺมา วตฺเตยฺยาติ โย ยถาปญฺญตฺตํ วตฺตํ น ปูเรยฺย; โส ทุกฺกฏํ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. ปณาเมตพฺโพติ อปสาเทตพฺโพ. น อธิมตฺตํ เปมํ โหตีติ อุปชฺฌายมฺหิ อธิมตฺตํ เคหสฺสิตเปมํ น โหติ. นาธิมตฺตา ภาวนา โหตีติ อธิมตฺตา เมตฺตาภาวนา น โหติ; วุตฺตปฏิปกฺขนเยน สุกฺกปกฺโข เวทิตพฺโพ. อลํ ปณาเมตุนฺติ ยุตฺโต ปณาเมตุํ.
อปฺปณาเมนฺโต อุปชฺฌาโย สาติสาโร โหตีติ สโทโส โหติ, อาปตฺตึ อาปชฺชติ; ตสฺมา น สมฺมา วตฺตนฺโต ปณาเมตพฺโพว. น สมฺมาวตฺตนาย จ ยาว จีวรรชนํ ตาว วตฺเต อกริยมาเน อุปชฺฌายสฺส ปริหานิ โหติ. ตสฺมา ตํ อกโรนฺตสฺส นิสฺสยมุตฺตกสฺสาปิ อมุตฺตกสฺสาปิ อาปตฺติเยว. เอกจฺจสฺส ปตฺตทานโต ปฏฺฐาย อมุตฺตกนิสฺสยสฺเสว อาปตฺติ.
สทฺธิวิหาริกา สมฺมา วตฺตนฺติ, อุปชฺฌาโย สมฺมา น วตฺตติ, อุปชฺฌายสฺส อาปตฺติ. อุปชฺฌาโย สมฺมา วตฺตติ, สทฺธิวิหาริกา สมฺมา น วตฺตนฺติ, เตสํ อาปตฺติ. อุปชฺฌาเย วตฺตํ สาทิยนฺเต สทฺธิวิหาริกา พหุกาปิ โหนฺติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. สเจ อุปชฺฌาโย ‘‘มยฺหํ อุปฏฺฐาโก อตฺถิ, ตุเมฺห อตฺตโน สชฺฌายมนสิการาทีสุ โยคํ กโรถา’’ติ วทติ, สทฺธิวิหาริกานํ อนาปตฺติ. สเจ อุปชฺฌาโย สาทิยนํ วา อสาทิยนํ วา น ชานาติ, พาโล โหติ, สทฺธิวิหาริกา พหุกา. เตสุ เอโก วตฺตสมฺปนฺโน ภิกฺขุ ‘‘อุปชฺฌายสฺส กิจฺจํ อหํ กริสฺสามิ, ตุเมฺห อปฺโปสฺสุกฺกา วิหรถา’’ติ เอวญฺเจ อตฺตโน ภารํ กตฺวา อิตเร วิสฺสชฺเชติ, ตสฺส ภารกรณโต ปฏฺฐาย เตสํ อนาปตฺติ.
นสมฺมาวตฺตนาทิกถา นิฏฺฐิตา.
ราธพฺราหฺมณวตฺถุกถา
๖๙. ราธพฺราหฺมณวตฺถุสฺมึ – กิญฺจาปิ อายสฺมา สาริปุตฺโต ภควตา พาราณสิยํ ตีหิ สรณคมเนหิ อนุญฺญาตํ ปพฺพชฺชญฺเจว อุปสมฺปทญฺจ ชานาติ, ภควา ปน ตํ ลหุกํ อุปสมฺปทํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ญตฺติจตุตฺถกมฺเมน ครุกํ กตฺวา อุปสมฺปทํ อนุญฺญาตุกาโม. อถสฺส เถโร อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา ‘‘กถาหํ ภนฺเต ตํ พฺราหฺมณํ ปพฺพาเชมิ อุปสมฺปาเทมี’’ติ อาห. พุทฺธานญฺหิ ปริสา อชฺฌาสยกุสลา โหนฺติ, อยญฺจ พุทฺธปริสาย อคฺโค.
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลนาติ เอตฺถ พฺยตฺโต นาม ยสฺส สาฏฺฐกถํ วินยปิฏกํ วาจุคฺคตํ ปวตฺตติ, ตสฺมึ อสติ ยสฺส อนฺตมโส อิทํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมวาจามตฺตมฺปิ สุคฺคหิตํ โหติ, วาจุคฺคตํ ปวตฺตติ, อยมฺปิ อิมสฺมึ อตฺเถ พฺยตฺโต. โย ปน กาสโสสเสมฺหาทินา วา เคลญฺเญน โอฏฺฐทนฺตชิวฺหาทีนํ วา อสมฺปตฺติยา ปริยตฺติยํ วา อกตปริจยตฺตา น สกฺโกติ ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ กมฺมวาจํ สาเวตุํ, พฺยญฺชนํ วา ปทํ วา หาเปติ, อญฺญถา วา วตฺตพฺพํ อญฺญถา วทติ, อยํ อปฺปฏิพโล. ตพฺพิปรีโต อิมสฺมึ อตฺเถ ‘‘ปฏิพโล’’ติ เวทิตพฺโพ. สงฺโฆ ญาเปตพฺโพติ สงฺโฆ ชานาเปตพฺโพ. ตโต ปรํ ยํ สงฺโฆ ชานาเปตพฺโพ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุณาตุ เม ภนฺเต’’ติอาทิมาห.
๗๑. อุปสมฺปนฺนสมนนฺตราติ อุปสมฺปนฺโน หุตฺวา สมนนฺตรา. อนาจารํ อาจรตีติ ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรติ. อุลฺลุมฺปตุ มนฺติ อุทฺธรตุ มํ, อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐเปตุ; สามเณรภาวา วา อุทฺธริตฺวา ภิกฺขุภาเว ปติฏฺฐาเปตูติ. อนุกมฺปํ อุปาทายาติ อนุทฺทยํ ปฏิจฺจ; มยิ อนุกปฺปํ กตฺวาติ อตฺโถ.
๗๓. อฏฺฐิตา โหตีติ นิจฺจปฺปวตฺตินี โหติ. จตฺตาโร นิสฺสเยติ จตฺตาโร ปจฺจเย. ยสฺมา จตฺตาโร ปจฺจเย นิสฺสาย อตฺตภาโว ปวตฺตติ, ตสฺมา เต นิสฺสยาติ วุจฺจนฺติ.