๔. นิสฺสคฺคิยกณฺฑํ
๑. จีวรวคฺโค
๑. ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา
ตึส นิสฺสคฺคิยา ธมฺมา, เย วุตฺตา สมิตาวินา;
เตสํ ทานิ กริสฺสามิ, อปุพฺพปทวณฺณนํ.
๔๕๙. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ โคตมเก เจติเย. เตน โข ปน สมเยน ภควตา ภิกฺขูนํ ติจีวรํ อนุญฺญาตํ โหตีติ เอตฺถ ติจีวรนฺติ อนฺตรวาสโก อุตฺตราสงฺโค สงฺฆาฏีติ อิทํ จีวรตฺตยํ ปริภุญฺชิตุํ อนุญฺญาตํ โหติ. ยตฺถ ปเนตํ อนุญฺญาตํ, ยทา จ อนุญฺญาตํ, เยน จ การเณน อนุญฺญาตํ, ตํ สพฺพํ จีวรกฺขนฺธเก ชีวกวตฺถุสฺมึ (มหาว. ๓๒๖ อาทโย) อาคตเมว. อญฺเญเนว ติจีวเรน คามํ ปวิสนฺตีติ เยน วิหาเร อจฺฉนฺติ นฺหานญฺจ โอตรนฺติ, ตโต อญฺเญน, เอวํ ทิวเส ทิวเส นว จีวรานิ ธาเรนฺติ.
๔๖๐. อุปฺปนฺนํ โหตีติ อนุปญฺญตฺติยา ทฺวารํ ททมานํ ปฏิลาภวเสน อุปฺปนฺนํ โหติ, โน นิปฺผตฺติวเสน.
อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ทาตุกาโม โหตีติ อายสฺมา กิร อานนฺโท ภควนฺตํ ฐเปตฺวา อญฺโญ เอวรูโป คุณวิสิฏฺโฐ ปุคฺคโล นตฺถีติ คุณพหุมาเนน อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อติมมายติ. โส สทาปิ มนาปํ จีวรํ ลภิตฺวา รชิตฺวา กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา เถรสฺเสว เทติ, ปุเรภตฺเต ปณีตํ ยาคุขชฺชกํ วา ปิณฺฑปาตํ วา ลภิตฺวาปิ เถรสฺเสว เทติ, ปจฺฉาภตฺเต มธุผาณิตาทีนิ ลภิตฺวาปิ เถรสฺเสว เทติ, อุปฏฺฐากกุเลหิ ทารเก นิกฺขาเมตฺวา ปพฺพาเชตฺวาปิ เถรสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คาหาเปตฺวา สยํ อนุสาวนกมฺมํ กโรติ. อายสฺมาปิ สาริปุตฺโต ‘‘ปิตุ กตฺตพฺพกิจฺจํ นาม เชฏฺฐปุตฺตสฺส ภาโร, ตํ มยา ภควโต กตฺตพฺพํ กิจฺจํ อานนฺโท กโรติ, อหํ อานนฺทํ นิสฺสาย อปฺโปสฺสุกฺโก วิหริตุํ ลภามี’’ติ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อติวิย มมายติ, โสปิ มนาปํ จีวรํ ลภิตฺวา อานนฺทตฺเถรสฺเสว เทตีติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว. เอวํ คุณพหุมาเนน มมายนฺโต ตทา อุปฺปนฺนมฺปิ ตํ จีวรํ อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ทาตุกาโม โหตีติ เวทิตพฺโพ.
นวมํ วา ภควา ทิวสํ ทสมํ วาติ เอตฺถ ปน สเจ ภเวยฺย ‘‘กถํ เถโร ชานาตี’’ติ? พหูหิ การเณหิ ชานาติ. สาริปุตฺตตฺเถโร กิร ชนปทจาริกํ ปกฺกมนฺโต อานนฺทตฺเถรํ อาปุจฺฉิตฺวาว ปกฺกมติ ‘‘อหํ เอตฺตเกน นาม กาเลน อาคจฺฉิสฺสามิ, เอตฺถนฺตเร ภควนฺตํ มา ปมชฺชี’’ติ. สเจ สมฺมุขา น อาปุจฺฉติ, ภิกฺขู เปเสตฺวาปิ อาปุจฺฉิตฺวาว คจฺฉติ. สเจ อญฺญตฺถ วสฺสํ วสติ, เย ปฐมตรํ ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ, เต เอวํ ปหิณติ ‘‘มม วจเนน ภควโต จ ปาเท สิรสา วนฺทถ, อานนฺทสฺส จ อาโรคฺยํ วตฺวา มํ ‘อสุกทิวเส นาม อาคมิสฺสตี’ติ วทถา’’ติ สทา จ ยถาปริจฺฉินฺนทิวเสเยว เอติ. อปิจายสฺมา อานนฺโท อนุมาเนนปิ ชานาติ ‘‘เอตฺตเก ทิวเส ภควตา วิโยคํ สหนฺโต อธิวาเสนฺโต อายสฺมา สาริปุตฺโต วสิ, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย อสุกํ นาม ทิวสํ น อติกฺกมิสฺสติ อทฺธา อาคมิสฺสตี’’ติ. เยสํ เยสญฺหิ ปญฺญา มหตี เตสํ เตสํ ภควติ เปมญฺจ คารโว จ มหา โหตีติ อิมินา นเยนาปิ ชานาติ. เอวํ พหูหิ การเณหิ ชานาติ. เตนาห – ‘‘นวมํ วา ภควา ทิวสํ ทสมํ วา’’ติ. เอวํ วุตฺเต ยสฺมา อิทํ สิกฺขาปทํ ปณฺณตฺติวชฺชํ, น โลกวชฺชํ; ตสฺมา อายสฺมตา อานนฺเทน วุตฺตสทิสเมว ปริจฺเฉทํ กโรนฺโต ‘‘อถ โข ภควา…เป… ธาเรตุ’’นฺติ. สเจ ปน เถเรน อทฺธมาโส วา มาโส วา อุทฺทิฏฺโฐ อภวิสฺส, โสปิ ภควตา อนุญฺญาโต อสฺส.
๔๖๒-๓. นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติ เยน เกนจิ นิฏฺฐาเนน นิฏฺฐิเต จีวรสฺมึ. ยสฺมา ปน ตํ จีวรํ กรเณนปิ นิฏฺฐิตํ โหติ, นสฺสนาทีหิปิ ตสฺมาสฺส ปทภาชเน อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ภิกฺขุโน จีวรํ กตํ วา โหตีติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กตนฺติ สูจิกมฺมปริโยสาเนน กตํ, สูจิกมฺมปริโยสานํ นาม ยํกิญฺจิ สูจิยา กตฺตพฺพํ ปาสปฏฺฏคณฺฐิกปฏฺฏปริโยสานํ กตฺวา สูจิยา ปฏิสามนํ. นฏฺฐนฺติ โจราทีหิ หฏํ, เอตมฺปิ หิ กรณปลิโพธสฺส นิฏฺฐิตตฺตา นิฏฺฐิตนฺติ วุจฺจติ. วินฏฺฐนฺติ อุปจิกาทีหิ ขายิตํ. ทฑฺฒนฺติ อคฺคินา ทฑฺฒํ. จีวราสา วา อุปจฺฉินฺนาติ ‘‘อสุกสฺมึ นาม กุเล จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ ยา จีวราสา อุปฺปนฺนา โหติ, สา วา อุปจฺฉินฺนา, เอเตสมฺปิ หิ กรณปลิโพธสฺเสว นิฏฺฐิตตฺตา นิฏฺฐิตภาโว เวทิตพฺโพ.
อุพฺภตสฺมึ กถิเนติ กถิเน จ อุพฺภตสฺมึ. เอเตน ทุติยสฺส ปลิโพธสฺส อภาวํ ทสฺเสติ. ตํ ปน กถินํ ยสฺมา อฏฺฐสุ วา มาติกาสุ เอกาย อนฺตรุพฺภาเรน วา อุทฺธรียติ, เตนสฺส นิทฺเทเส ‘‘อฏฺฐนฺนํ มาติกาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อฏฺฐิมา, ภิกฺขเว, มาติกา กถินสฺส อุพฺภาราย – ปกฺกมนนฺติกา, นิฏฺฐานนฺติกา, สนฺนิฏฺฐานนฺติกา, นาสนนฺติกา, สวนนฺติกา, อาสาวจฺเฉทิกา, สีมาติกฺกนฺติกา, สหุพฺภารา’’ติ เอวํ อฏฺฐ มาติกาโย กถินกฺขนฺธเก อาคตา. อนฺตรุพฺภาโรปิ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ; ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ กถินํ อุทฺธเรยฺย, เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ; สงฺโฆ กถินํ อุทฺธรติ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ, กถินสฺส อุพฺภาโร, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย. อุพฺภตํ สงฺเฆน กถินํ, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ (ปาจิ. ๙๒๖) เอวํ ภิกฺขุนีวิภงฺเค อาคโต. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ ตํ อาคตฏฺฐาเนเยว วณฺณยิสฺสาม. อิธ ปน วุจฺจมาเน ปาฬิ อาหริตพฺพา โหติ, อตฺโถปิ วตฺตพฺโพ. วุตฺโตปิ จ น สุวิญฺเญยฺโย โหติ, อฏฺฐาเน วุตฺตตฺตาย.
ทสาหปรมนฺติ ทส อหานิ ปรโม ปริจฺเฉโท อสฺสาติ ทสาหปรโม, ตํ ทสาหปรมํ กาลํ ธาเรตพฺพนฺติ อตฺโถ. ปทภาชเน ปน อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ‘‘ทสาหปรมตา ธาเรตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ ‘‘ทสาหปรม’’นฺติ เอตฺถ ยา ทสาหปรมตา ทสาหปรมภาโว, อยํ เอตฺตโก กาโล ยาว นาติกฺกมติ ตาว ธาเรตพฺพนฺติ.
อธิฏฺฐิตวิกปฺปิเตสุ อปริยาปนฺนตฺตา อติเรกํ จีวรนฺติ อติเรกจีวรํ. เตเนวสฺส ปทภาชเน วุตฺตํ ‘‘อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิต’’นฺติ.
ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรนฺติ โขมํ, กปฺปาสิกํ, โกเสยฺยํ, กมฺพลํ, สาณํ, ภงฺคนฺติ อิเมสํ ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ. เอเตน จีวรสฺส ชาตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปมาณํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ อาห. ตสฺส ปมาณํ ทีฆโต เทฺว วิทตฺถิโย, ติริยํ วิทตฺถิ. ตตฺรายํ ปาฬิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อายาเมน อฏฺฐงฺคุลํ สุคตงฺคุเลน จตุรงฺคุลวิตฺถตํ ปจฺฉิมํ จีวรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘).
ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ตํ ยถาวุตฺตชาติปฺปมาณํ จีวรํ ทสาหปรมํ กาลํ อติกฺกามยโต, เอตฺถนฺตเร ยถา อติเรกจีวรํ น โหติ ตถา อกุพฺพโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ, ตญฺจ จีวรํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ, ปาจิตฺติยาปตฺติ จสฺส โหตีติ อตฺโถ. อถ วา นิสฺสชฺชนํ นิสฺสคฺคิยํ, ปุพฺพภาเค กตฺตพฺพสฺส วินยกมฺมสฺเสตํ นามํ. นิสฺสคฺคิยมสฺส อตฺถีติ นิสฺสคฺคิยมิจฺเจว. กินฺตํ? ปาจิตฺติยํ. ตํ อติกฺกามยโต สนิสฺสคฺคิยวินยกมฺมํ ปาจิตฺติยํ โหตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ปทภาชเน ปน ปฐมํ ตาว อตฺถวิกปฺปํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ โหตี’’ติ มาติกํ ฐเปตฺวา ‘‘เอกาทเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ โหติ, นิสฺสชฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ปุน ยสฺส จ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ยถา จ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺฆสฺส วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอกาทเส อรุณุคฺคมเนติ เอตฺถ ยํ ทิวสํ จีวรํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส โย อรุโณ, โส อุปฺปนฺนทิวสนิสฺสิโต, ตสฺมา จีวรุปฺปาททิวสเอน สทฺธึ เอกาทเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. สเจปิ พหูนิ เอกชฺฌํ พนฺธิตฺวา วา เวเฐตฺวา วา ฐปิตานิ เอกาว อาปตฺติ. อพทฺธาเวฐิเตสุ วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย.
นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพาติ กถํ เทเสตพฺพา? ยถา ขนฺธเก วุตฺตํ, กถญฺจ ตตฺถ วุตฺตํ? เอวํ วุตฺตํ – ‘‘เตน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตํ ปฏิเทเสมี’’’ติ (จูฬว. ๒๓๙). อิธ ปน สเจ เอกํ จีวรํ โหติ ‘‘เอกํ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ วตฺตพฺพํ. สเจ เทฺว, ‘‘เทฺว’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ พหูนิ ‘‘สมฺพหุลานี’’ติ วตฺตพฺพํ. นิสฺสชฺชเนปิ สเจ เอกํ ยถาปาฬิเมว ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, จีวร’’นฺติ วตฺตพฺพํ. สเจ เทฺว วา พหูนิ วา, ‘‘อิมานิ เม, ภนฺเต, จีวรานิ ทสาหาติกฺกนฺตานิ นิสฺสคฺคิยานิ, อิมานาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามี’’ติ วตฺตพฺพํ. ปาฬึ วตฺตุํ อสกฺโกนฺเตน อญฺญถาปิ วตฺตพฺพํ.
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพาติ ขนฺธเก วุตฺตนเยเนว ปฏิคฺคเหตพฺพา. เอวญฺหิ ตตฺถ วุตฺตํ – ‘‘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ อาปตฺตึ สรติ วิวรติ อุตฺตานึ กโรติ เทเสติ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, อหํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺตึ ปฏิคฺคเณฺหยฺย’นฺติ.
เตน วตฺตพฺโพ ‘ปสฺสสี’ติ? ‘อาม, ปสฺสามี’ติ. อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ (จูฬว. ๒๓๙). ทฺวีสุ ปน สมฺพหุลาสุ วา ปุริมนเยเนว วจนเภโท ญาตพฺโพ.
จีวรทาเนปิ ‘‘สงฺโฆ อิมํ จีวรํ อิมานิ จีวรานี’’ติ วตฺถุวเสน วจนเภโท เวทิตพฺโพ. คณสฺส จ ปุคฺคลสฺส จ นิสฺสชฺชเนปิ เอเสว นโย.
อาปตฺติเทสนาปฏิคฺคหเณสุ ปเนตฺถ อยํ ปาฬิ – ‘‘เตน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา สมฺพหุเล ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺสุ วจนียา – ‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน ตํ ปฏิเทเสมี’ติ. พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน เต ภิกฺขู ญาเปตพฺพา –
‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ อาปตฺตึ สรติ วิวรติ อุตฺตานึ กโรติ เทเสติ. ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, อหํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺตึ ปฏิคฺคเณฺหยฺย’นฺติ.
เตน วตฺตพฺโพ ‘ปสฺสสี’ติ? ‘อาม, ปสฺสามี’ติ. ‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’ติ.
เตน ภิกฺขุนา เอกํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อหํ, อาวุโส, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน ตํ ปฏิเทเสมี’ติ. เตน วตฺตพฺโพ ‘ปสฺสสี’ติ, อาม ปสฺสามีติ อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ (จูฬว. ๒๓๙). ตตฺถ ปุริมนเยเนว อาปตฺติยา นามคฺคหณํ วจนเภโท จ เวทิตพฺโพ.
ยถา จ คณสฺส นิสฺสชฺชเน เอวํ ทฺวินฺนํ นิสฺสชฺชเนปิ ปาฬิ เวทิตพฺพา. ยทิ หิ วิเสโส ภเวยฺย, ยเถว ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติณฺณนฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ, เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กาตพฺโพ. พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน เต ภิกฺขู ญาเปตพฺพา’’ติอาทินา นเยน ‘‘ติณฺณนฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุ’’นฺติ วตฺวา ปุน ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ, เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กาตพฺโพ. เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺค’’นฺติอาทินา (มหาว. ๑๖๘) นเยน วิสุํเยว ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ วุตฺโต, เอวมิธาปิ วิสุํ ปาฬึ วเทยฺย, ยสฺมา ปน นตฺถิ, ตสฺมา อวตฺวา คโตติ, คณสฺส วุตฺตา ปาฬิเยเวตฺถ ปาฬิ.
อาปตฺติปฏิคฺคหเณ ปน อยํ วิเสโส, ยถา คณสฺส นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติยา เทสิยมานาย อาปตฺติปฏิคฺคาหโก ภิกฺขุ ญตฺตึ ฐเปติ, เอวํ อฏฺฐเปตฺวา ทฺวีสุ อญฺญตเรน ยถา เอกปุคฺคโล ปฏิคฺคณฺหาติ, เอวํ อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา. ทฺวินฺนญฺหิ ญตฺติฏฺฐปนา นาม นตฺถิ, ยทิ สิยา ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ วิสุํ น วเทยฺย.
นิสฺสฏฺฐจีวรทาเนปิ ยถา ‘‘อิมํ จีวรํ อายสฺมโต ทมฺมี’’ติ เอโก วทติ, เอวํ ‘‘อิมํ มยํ จีวรํ อายสฺมโต เทมา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อิโต ครุกตรานิ หิ ญตฺติทุติยกมฺมานิปิ ‘‘อปโลเกตฺวา กาตพฺพานี’’ติ วุตฺตานิ อตฺถิ, เตสํ เอตํ อนุโลมํ นิสฺสฏฺฐจีวรํ ปน ทาตพฺพเมว อทาตุํ น ลพฺภติ, วินยกมฺมมตฺตเญฺหตํ. น ตํ เตน สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ทินฺนเมว โหตีติ.
๔๖๘. ทสาหาติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญีติ ทสาหํ อติกฺกนฺเต จีวเร ‘‘อติกฺกนฺตํ อิท’’นฺติ เอวํสญฺญี, ทสาเห วา อติกฺกนฺเต ‘‘อติกฺกนฺโต ทสาโห’’ติ เอวํสญฺญี. นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ น อิธ สญฺญา รกฺขติ. โยปิ เอวํสญฺญี, ตสฺสปิ ตํ จีวรํ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยาปตฺติ จ. สนิสฺสคฺคิยวินยกมฺมํ วา ปาจิตฺติยนฺติ อุโภปิ อตฺถวิกปฺปา ยุชฺชนฺติ. เอส นโย สพฺพตฺถ.
อวิสฺสชฺชิเต วิสฺสชฺชิตสญฺญีติ กสฺสจิ อทินฺเน อปริจฺจตฺเต ‘‘ปริจฺจตฺตํ มยา’’ติ เอวํสญฺญี.
อนฏฺเฐ นฏฺฐสญฺญีติ อตฺตโน จีวเรน สทฺธึ พหูนิ อญฺเญสํ จีวรานิ เอกโต ฐปิตานิ โจรา หรนฺติ. ตเตฺรส อตฺตโน จีวเร อนฏฺเฐ นฏฺฐสญฺญี โหติ. เอส นโย อวินฏฺฐาทีสุปิ.
อวิลุตฺเตติ เอตฺถ ปน คพฺภํ ภินฺทิตฺวา ปสยฺหาวหารวเสน อวิลุตฺเตติ เวทิตพฺพํ.
อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ สกึ นิวตฺถํ วา สกึ ปารุตํ วา กายโต อโมเจตฺวา ทิวสมฺปิ วิจรติ, เอกาว อาปตฺติ. โมเจตฺวา โมเจตฺวา นิวาเสติ วา ปารุปติ วา ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ. ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา สณฺฐเปนฺตสฺส อนาปตฺติ. อญฺญสฺส ตํ ปริภุญฺชโตปิ อนาปตฺติ, ‘‘อนาปตฺติ อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติ (ปารา. ๕๗๐) อาทิวจนญฺเจตฺถ สาธกํ. อนติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญิโน เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏํ ปริโภคํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๔๖๙. ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’’ติ เอตฺถ ปน อธิฏฺฐานุปคํ วิกปฺปนุปคญฺจ เวทิตพฺพํ. ตตฺรายํ ปาฬิ – อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘ยานิ ตานิ ภควตา อนุญฺญาตานิ ‘ติจีวร’นฺติ วา ‘วสฺสิกสาฏิกา’ติ วา ‘นิสีทน’นฺติ วา ‘ปจฺจตฺถรณ’นฺติ วา ‘กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาที’ติ วา มุขปุญฺฉนโจฬกนฺติ วา ปริกฺขารโจฬนฺติ วา สพฺพานิ ตานิ อธิฏฺฐาตพฺพานีติ นุ โข อุทาหุ วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ, ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ; นิสีทนํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; ปจฺจตฺถรณํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ ยาวอาพาธา อธิฏฺฐาตุํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ; มุขปุญฺฉนโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘).
‘‘ตตฺถ ติจีวรํ’’ อธิฏฺฐหนฺเตน รชิตฺวา กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา ปมาณยุตฺตเมว อธิฏฺฐาตพฺพํ. ตสฺส ปมาณํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน สุคตจีวรโต อูนกํ วฏฺฏติ, ลามกปริจฺเฉเทน สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺคสฺส จ ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจกํ ติริยํ มุฏฺฐิตฺติกํ ปมาณํ วฏฺฏติ. อนฺตรวาสโก ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจโก ติริยํ ทฺวิหตฺโถปิ วฏฺฏติ. ปารุปเณนปิ หิ สกฺกา นาภึ ปฏิจฺฉาเทตุนฺติ. วุตฺตปฺปมาณโต ปน อติเรกํ อูนกญฺจ ปริกฺขารโจฬนฺติ อธิฏฺฐาตพฺพํ.
ตตฺถ ยสฺมา ‘‘เทฺว จีวรสฺส อธิฏฺฐานา – กาเยน วา อธิฏฺเฐติ, วาจาย วา อธิฏฺเฐตี’’ติ (ปริ. ๓๒๒) วุตฺตํ, ตสฺมา ปุราณสงฺฆาฏึ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปจฺจุทฺธริตฺวา นวํ สงฺฆาฏึ หตฺเถน คเหตฺวา ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ จิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา กายวิการํ กโรนฺเตน กาเยน อธิฏฺฐาตพฺพา. อิทํ กาเยน อธิฏฺฐานํ, ตํ เยน เกนจิ สรีราวยเวน อผุสนฺตสฺส น วฏฺฏติ. วาจาย อธิฏฺฐาเน ปน วจีเภทํ กตฺวา วาจาย อธิฏฺฐาตพฺพา. ตตฺร ทุวิธํ อธิฏฺฐานํ – สเจ หตฺถปาเส โหติ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. อถ อนฺโตคพฺเภ วา อุปริปาสาเท วา สามนฺตวิหาเร วา โหติ ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอตํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. เอส นโย อุตฺตราสงฺเค อนฺตรวาสเก จ. นามมตฺตเมว หิ วิเสโส. ตสฺมา สพฺพานิ สงฺฆาฏึ อุตฺตราสงฺคํ อนฺตรวาสกนฺติ เอวํ อตฺตโน นาเมเนว อธิฏฺฐาตพฺพานิ. สเจ อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตวตฺเถหิ สงฺฆาฏิอาทีนิ กโรติ, นิฏฺฐิเต รชเน จ กปฺเป จ อิมํ ‘‘ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปจฺจุทฺธริตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพานิ. อธิฏฺฐิเตน ปน สทฺธึ มหนฺตตรเมว ทุติยปฏฺฏํ วา ขณฺฑํ วา สํสิพฺพนฺเตน ปุน อธิฏฺฐาตพฺพเมว. สเม วา ขุทฺทเก วา อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ.
ติจีวรํ ปน ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ น วฏฺฏตีติ? มหาปทุมตฺเถโร กิราห – ‘‘ติจีวรํ ติจีวรเมว อธิฏฺฐาตพฺพํ. สเจ ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานํ ลเภยฺย อุโทสิตสิกฺขาปเท ปริหาโร นิรตฺถโก ภเวยฺยา’’ติ. เอวํ วุตฺเต กิร อวเสสา ภิกฺขู อาหํสุ – ‘‘ปริกฺขารโจฬมฺปิ ภควตาว อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา วฏฺฏตี’’ติ. มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘ปริกฺขารโจฬํ นาม ปาเฏกฺกํ นิธานมุขเมตนฺติ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬนฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อุโทสิตสิกฺขาปเท ปน ติจีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริหรนฺตสฺส ปริหาโร วุตฺโต’’ติ. อุภโตวิภงฺคภาณโก ปุณฺณวาลิกวาสี มหาติสฺสตฺเถโรปิ กิร อาห – ‘‘มยํ ปุพฺเพ มหาเถรานํ อสฺสุมฺห, อรญฺญวาสิโน ภิกฺขู รุกฺขสุสิราทีสุ จีวรํ ฐเปตฺวา ปธานํ ปทหนตฺถาย คจฺฉนฺติ. สามนฺตวิหาเร ธมฺมสวนตฺถาย คตานญฺจ เนสํ สูริเย อุฏฺฐิเต สามเณรา วา ทหรภิกฺขู วา ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, ตสฺมา สุขปริโภคตฺถํ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬนฺติ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ ปุพฺเพ อารญฺญิกา ภิกฺขู อพทฺธสีมายํ ทุปฺปริหารนฺติ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬเมว อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชึสู’’ติ.
‘‘วสฺสิกสาฏิกา’’ อนติริตฺตปฺปมาณา นามํ คเหตฺวา วุตฺตนเยเนว จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส อธิฏฺฐาตพฺพา, ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา. วณฺณเภทมตฺตรตฺตาปิ เจสา วฏฺฏติ. เทฺว ปน น วฏฺฏนฺติ. ‘‘นิสีทนํ’’ วุตฺตนเยน อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ตญฺจ โข ปมาณยุตฺตํ เอกเมว, เทฺว น วฏฺฏนฺติ. ‘‘ปจฺจตฺถรณ’’มฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ตํ ปน มหนฺตมฺปิ วฏฺฏติ, เอกมฺปิ วฏฺฏติ, พหูนิปิ วฏฺฏนฺติ. นีลมฺปิ ปีตกมฺปิ สทสมฺปิ ปุปฺผทสมฺปีติ สพฺพปฺปการํ วฏฺฏติ. สกึ อธิฏฺฐิตํ อธิฏฺฐิตเมว โหติ. ‘‘กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ’’ ยาว อาพาโธ อตฺถิ, ตาว ปมาณิกา อธิฏฺฐาตพฺพา. อาพาเธ วูปสนฺเต ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา, เอกาว วฏฺฏติ. ‘‘มุขปุญฺฉนโจฬํ’’ อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ยาว เอกํ โธวิยติ, ตาว อญฺญํ ปริโภคตฺถาย อิจฺฉิตพฺพนฺติ เทฺว วฏฺฏนฺติ. อปเร ปน เถรา ‘‘นิธานมุขเมตํ พหูนิปิ วฏฺฏนฺตี’’ติ วทนฺติ. ปริกฺขารโจเฬ คณนา นตฺถิ, ยตฺตกํ อิจฺฉติ ตตฺตกํ อธิฏฺฐาตพฺพเมว. ถวิกาปิ ปริสฺสาวนมฺปิ วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิมจีวรปฺปมาณํ ‘‘ปริกฺขารโจฬก’’นฺติ อธิฏฺฐาตพฺพเมว. พหูนิ เอกโต กตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ ปริกฺขารโจฬานิ อธิฏฺฐามี’’ติ อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติเยว. เภสชฺชนวกมฺมมาตาปิตุอาทีนํ อตฺถาย ฐเปนฺเตนปิ อธิฏฺฐาตพฺพเมว. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. มญฺจภิสิ ปีฐกภิสิ พิมฺโพหนํ ปาวาโร โกชโวติ เอเตสุ ปน เสนาสนปริกฺขารตฺถาย ทินฺนปจฺจตฺถรเณ จ อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิเยว.
อธิฏฺฐิตจีวรํ ปน ปริภุญฺชโต กถํ อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ? อญฺญสฺส ทาเนน, อจฺฉินฺทิตฺวา คหเณน, วิสฺสาสคฺคาเหน, หีนายาวตฺตเนน, สิกฺขาปจฺจกฺขาเนน, กาลํกิริยาย, ลิงฺคปริวตฺตเนน, ปจฺจุทฺธรเณน, ฉิทฺทภาเวนาติ อิเมหิ นวหิ การเณหิ วิชหติ. ตตฺถ ปุริเมหิ อฏฺฐหิ สพฺพจีวรานิ อธิฏฺฐานํ วิชหนฺติ, ฉิทฺทภาเวน ปน ติจีวรสฺเสว สพฺพอฏฺฐกถาสุ อธิฏฺฐานวิชหนํ วุตฺตํ, ตญฺจ นขปิฏฺฐิปฺปมาเณน ฉิทฺเทน. ตตฺถ นขปิฏฺฐิปฺปมาณํ กนิฏฺฐงฺคุลินขวเสน เวทิตพฺพํ, ฉิทฺทญฺจ วินิพฺพิทฺธฉิทฺทเมว. ฉิทฺทสฺส หิ อพฺภนฺตเร เอกตนฺตุ เจปิ อจฺฉินฺโน โหติ, รกฺขติ. ตตฺถ สงฺฆาฏิยา จ อุตฺตราสงฺคสฺส จ ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺส ติริยนฺตโต อฏฺฐงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, ปรโต น ภินฺทติ. อนฺตรวาสกสฺส ปน ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺเสว ติริยนฺตโต จตุรงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, ปรโต น ภินฺทติ. ตสฺมา ชาเต ฉิทฺเท ตํ จีวรํ อติเรกจีวรฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, สูจิกมฺมํ กตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. มหาสุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘ปมาณจีวรสฺส ยตฺถ กตฺถจิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, มหนฺตสฺส ปน ปมาณโต พหิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺทติ, อนฺโตชาตํ ภินฺทตี’’ติ. กรวีกติสฺสตฺเถโร อาห – ‘‘ขุทฺทกํ มหนฺตํ น ปมาณํ, เทฺว จีวรานิ ปารุปนฺตสฺส วามหตฺเถ สงฺฆริตฺวา ฐปิตฏฺฐาเน ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺทติ, โอรภาเค ภินฺทติ. อนฺตรวาสกสฺสปิ โอวฏฺฏิกํ กโรนฺเตน สงฺฆริตฏฺฐาเน ฉิทฺทํ น ภินฺทติ, ตโต โอรํ ภินฺทตี’’ติ. อนฺธกฏฺฐกถายํ ปน ติจีวเร มหาสุมตฺเถรวาทํ ปมาณํ กตฺวา อุตฺตริมฺปิ อิทํ วุตฺตํ ‘‘ปจฺฉิมปฺปมาณํ อธิฏฺฐานํ รกฺขตี’’ติ. ปริกฺขารโจเฬ ทีฆโส อฏฺฐงฺคุเล สุคตงฺคุเลน ติริยํ จตุรงฺคุเล ยตฺถ กตฺถจิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ วิชหติ. มหนฺเต โจเฬ ตโต ปเรน ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น วิชหติ. เอส นโย สพฺเพสุ อธิฏฺฐาตพฺพเกสุ จีวเรสู’’ติ.
ตตฺถ ยสฺมา สพฺเพสมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพกจีวรานํ วิกปฺปนุปคปจฺฉิมปฺปมาณโต อญฺญํ ปจฺฉิมปฺปมาณํ นาม นตฺถิ, ยญฺหิ นิสีทน-กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ-วสฺสิกสาฏิกานํ ปมาณํ วุตฺตํ, ตํ อุกฺกฏฺฐํ, ตโต อุตฺตริ ปฏิสิทฺธตฺตา น ปจฺฉิมํ ตโต เหฏฺฐา อปฺปฏิสิทฺธตฺตา. ติจีวรสฺสาปิ สุคตจีวรปฺปมาณโต อูนกตฺตํ อุกฺกฏฺฐปฺปมาณเมว. ปจฺฉิมํ ปน วิสุํ สุตฺเต วุตฺตํ นตฺถิ. มุขปุญฺฉนปจฺจตฺถรณปริกฺขารโจฬานํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท นตฺถิเยว. วิกปฺปนุปคปจฺฉิเมน ปน ปจฺฉิมปริจฺเฉโท วุตฺโต. ตสฺมา ยํ ตาว อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘ปจฺฉิมปฺปมาณํ อธิฏฺฐานํ รกฺขตี’’ติ วตฺวา ตตฺถ ปริกฺขารโจฬสฺเสว สุคตงฺคุเลน อฏฺฐงฺคุลจตุรงฺคุลปจฺฉิมปฺปมาณํ ทสฺเสตฺวา อิตเรสํ ติจีวราทีนํ มุฏฺฐิปญฺจกาทิปเภทํ ปจฺฉิมปฺปมาณํ สนฺธาย ‘‘เอส นโย สพฺเพสุ อธิฏฺฐาตพฺพเกสุจีวเรสู’’ติ วุตฺตํ, ตํ น สเมติ.
กรวีกติสฺสตฺเถรวาเทปิ ทีฆนฺตโตเยว ฉิทฺทํ ทสฺสิตํ, ติริยนฺตโต น ทสฺสิตํ, ตสฺมา โส อปริจฺฉินฺโน. มหาสุมตฺเถรวาเท ‘‘ปมาณจีวรสฺส ยตฺถ กตฺถจิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, มหนฺตสฺส ปน ปมาณโต พหิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺทตี’’ติ วุตฺตํ. อิทํ ปน น วุตฺตํ – ‘‘อิทํ นาม ปมาณจีวรํ อิโต อุตฺตริ มหนฺตํ จีวร’’นฺติ. อปิเจตฺถ ติจีวราทีนํ มุฏฺฐิปญฺจกาทิเภทํ ปจฺฉิมปฺปมาณนฺติ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ ยทิ ปจฺฉิมปฺปมาณโต พหิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺเทยฺย, อุกฺกฏฺฐปตฺตสฺสาปิ มชฺฌิมปตฺตสฺส วา โอมกปฺปมาณโต พหิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺเทยฺย, น จ น ภินฺทติ. ตสฺมา อยมฺปิ วาโท อปริจฺฉินฺโน.
โย ปนายํ สพฺพปฐโม อฏฺฐกถาวาโท, อยเมเวตฺถ ปมาณํ. กสฺมา? ปริจฺเฉทสพฺภาวโต. ติจีวรสฺส หิ ปจฺฉิมปฺปมาณญฺจ ฉิทฺทปฺปมาณญฺจ ฉิทฺทุปฺปตฺติเทสปฺปมาณญฺจ สพฺพอฏฺฐกถาสุเยว ปริจฺฉินฺทิตฺวา วุตฺตํ, ตสฺมา เสฺวว วาโท ปมาณํ. อทฺธา หิ โส ภควโต อธิปฺปายํ อนุคนฺตฺวา วุตฺโต. อิตเรสุ ปน เนว ปริจฺเฉโท อตฺถิ, น ปุพฺพาปรํ สเมตีติ.
โย ปน ทุพฺพลฏฺฐาเน ปฐมํ อคฺคฬํ ทตฺวา ปจฺฉา ทุพฺพลฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา อปเนติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. มณฺฑลปริวตฺตเนปิ เอเสว นโย. ทุปฏฺฏสฺส เอกสฺมึ ปฏเล ฉิทฺเท วา ชาเต คฬิเต วา อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ, ขุทฺทกํ จีวรํ มหนฺตํ กโรติ, มหนฺตํ วา ขุทฺทกํ กโรติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. อุโภ โกฏิโย มชฺเฌ กโรนฺโต สเจ ปฐมํ ฉินฺทิตฺวา ปจฺฉา ฆเฏติ, อธิฏฺฐานํ ภิชฺชติ. อถ ฆเฏตฺวา ฉินฺทติ, น ภิชฺชติ, รชเกหิ โธวาเปตฺวา เสตํ การาเปนฺตสฺสาปิ อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานเมวาติ. อยํ ตาว ‘‘อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ วิกปฺเปตี’’ติ เอตฺถ อธิฏฺฐาเน วินิจฺฉโย.
วิกปฺปเน ปน เทฺว วิกปฺปนา – สมฺมุขาวิกปฺปนา จ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา จ. กถํ สมฺมุขาวิกปฺปนา โหตีติ? จีวรานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘‘อิมํ จีวร’นฺติ วา ‘อิมานิ จีวรานี’ติ วา ‘เอตํ จีวร’นฺติ วา ‘เอตานิ จีวรานี’’’ติ วา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วตฺตพฺพํ, อยเมกา สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน วิสฺสชฺเชตุํ วา อธิฏฺฐาตุํ วา น วฏฺฏติ. ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ, มยฺหํ สนฺตกานิ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ เอวํ ปน วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ. ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
อปโรปิ นโย – ตเถว จีวรานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ตสฺเสว ภิกฺขุโน สนฺติเก ‘‘‘อิมํ จีวร’นฺติ วา ‘อิมานิ จีวรานี’ติ วา ‘เอตํ จีวร’นฺติ วา ‘เอตานิ จีวรานี’’’ติ วา วตฺวา ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อญฺญตรสฺส อตฺตนา อภิรุจิตสฺส ยสฺส กสฺสจิ นามํ คเหตฺวา ‘‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน วิกปฺเปมี’ติ วา ‘ติสฺสาย ภิกฺขุนิยา, สิกฺขมานาย, ติสฺสสฺส สามเณรสฺส, ติสฺสาย สามเณริยา วิกปฺเปมี’’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ อปราปิ สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน สนฺตกํ…เป… ติสฺสาย สามเณริยา สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ. ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
กถํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา โหตีติ? จีวรานํ ตเถว เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘‘อิมํ จีวร’นฺติ วา ‘อิมานิ จีวรานี’ติ วา ‘เอตํ จีวร’นฺติ วา ‘เอตานิ จีวรานี’’’ติ วา วตฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺปนตฺถาย ทมฺมี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตน วตฺตพฺโพ – ‘‘โก เต มิตฺโต วา สนฺทิฏฺโฐ วา’’ติ? ตโต อิตเรน ปุริมนเยเนว ‘‘ติสฺโส ภิกฺขูติ วา…เป… ติสฺสา สามเณรี’’ติ วา วตฺตพฺพํ. ปุน เตน ภิกฺขุนา ‘‘อหํ ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน ทมฺมีติ วา…เป… ติสฺสาย สามเณริยา ทมฺมี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ทุติยสมฺมุขาวิกปฺปนายํ วุตฺตนเยเนว ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ. ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
ทฺวินฺนํ วิกปฺปนานํ กึ นานากรณํ? สมฺมุขาวิกปฺปนายํ สยํ วิกปฺเปตฺวา ปเรน ปจฺจุทฺธราเปติ. ปรมฺมุขาวิกปฺปนาย ปเรเนว วิกปฺปาเปตฺวา ปเรเนว ปจฺจุทฺธราเปติ, อิทเมตฺถ นานากรณํ. สเจ ปน ยสฺส วิกปฺเปติ, โส ปญฺญตฺติโกวิโท น โหติ, น ชานาติ ปจฺจุทฺธริตุํ, ตํ จีวรํ คเหตฺวา อญฺญสฺส พฺยตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุน วิกปฺเปตฺวา ปจฺจุทฺธราเปตพฺพํ. วิกปฺปิตวิกปฺปนา นาเมสา วฏฺฏติ. อยํ ‘‘วิกปฺเปตี’’ติ อิมสฺมึ ปเท วินิจฺฉโย.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติอาทิวจนโต จ อิทํ ‘‘วิกปฺเปตี’’ติ อวิเสเสน วุตฺตวจนํ วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ, น จ วิรุทฺธํ ตถาคตา ภาสนฺติ. ตสฺมา เอวมสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ติจีวรํ ติจีวรสงฺเขเปเนว ปริหรโต อธิฏฺฐาตุเมว อนุชานามิ, น วิกปฺเปตุํ. วสฺสิกสาฏิกํ ปน จาตุมาสโต ปรํ วิกปฺเปตุเมว น อธิฏฺฐาตุํ. เอวญฺจ สติ โย ติจีวเร เอเกน จีวเรน วิปฺปวสิตุกาโม โหติ, ตสฺส ติจีวราธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิปฺปวาสสุขตฺถํ วิกปฺปนาย โอกาโส ทินฺโน โหติ. ทสาหาติกฺกเม จ อนาปตฺตีติ เอเตนุปาเยน สพฺพตฺถ วิกปฺปนาย อปฺปฏิสิทฺธภาโว เวทิตพฺโพ.
วิสฺสชฺเชตีติ อญฺญสฺส เทติ. กถํ ปน ทินฺนํ โหติ, กถํ คหิตํ? ‘‘อิมํ ตุยฺหํ เทมิ ททามิ ทชฺชามิ โอโณเชมิ ปริจฺจชามิ นิสฺสชฺชามิ วิสฺสชฺชามีติ วา ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส เทมิ…เป… นิสฺสชฺชามี’’ติ วา วทติ, สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ ทินฺนํเยว โหติ. ‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วทติ, สุทินฺนํ สุคฺคหิตญฺจ. ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหิ, ตว สนฺตกํ โหตุ, ตว สนฺตกํ กริสฺสสี’’ติ วุตฺเต ‘‘มม สนฺตกํ กโรมิ, มม สนฺตกํ โหตุ, มม สนฺตกํ กริสฺสามี’’ติ วทติ, ทุทฺทินฺนํ ทุคฺคหิตญฺจ. เนว ทาตา ทาตุํ ชานาติ, น อิตโร คเหตุํ. สเจ ปน ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหี’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, ภนฺเต, มยฺหํ คณฺหามี’’ติ คณฺหาติ, สุคฺคหิตํ. สเจ ปน ‘‘เอโก คณฺหาหี’’ติ วทติ, อิตโร ‘‘น คณฺหามี’’ติ ปุน โส ‘‘ทินฺนํ มยา ตุยฺหํ, คณฺหาหี’’ติ วทติ, อิตโรปิ ‘‘น มยฺหํ อิมินา อตฺโถ’’ติ วทติ. ตโต ปุริโมปิ ‘‘มยา ทินฺน’’นฺติ ทสาหํ อติกฺกาเมติ, ปจฺฉิโมปิ ‘‘มยา ปฏิกฺขิตฺต’’นฺติ. กสฺส อาปตฺตีติ? น กสฺสจิ อาปตฺติ. ยสฺส ปน รุจฺจติ, เตน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ.
โย ปน อธิฏฺฐาเน เวมติโก, เตน กึ กาตพฺพํ? เวมติกภาวํ อาโรเจตฺวา สเจ อนธิฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ, เอวํ เม กปฺปิยํ โหตีติ วตฺวา วุตฺตนเยเนว นิสฺสชฺชิตพฺพํ. น หิ เอวํ ชานาเปตฺวา วินยกมฺมํ กโรนฺตสฺส มุสาวาโท โหติ. เกจิ ปน ‘‘เอเกน ภิกฺขุนา วิสฺสาสํ คเหตฺวา ปุน ทินฺนํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ. น หิ ตสฺเสตํ วินยกมฺมํ, นาปิ ตํ เอตฺตเกน อญฺญํ วตฺถุํ โหติ.
นสฺสตีติอาทิ อุตฺตานตฺถเมว. โย น ทเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ ‘‘มยฺหํ ทินฺนํ อิมินา’’ติ อิมาย สญฺญาย น เทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ตสฺส สนฺตกภาวํ ปน ญตฺวา เลเสน อจฺฉินฺทนฺโต ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา กาเรตพฺโพติ.
สมุฏฺฐานาทีสุ อิทํ สิกฺขาปทํ กถินสมุฏฺฐานํ นาม กายวาจาโต จ กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, อนธิฏฺฐาเนน จ อวิกปฺปเนน จ อาปชฺชนโต อกิริยํ, สญฺญาย อภาเวปิ น มุจฺจติ, อชานนฺโตปิ อาปชฺชตีติ โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๗๑. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควาติ อุโทสิตสิกฺขาปทํ. ตตฺถ สนฺตรุตฺตเรนาติ อนฺตรนฺติ อนฺตรวาสโก วุจฺจติ, อุตฺตรนฺติ อุตฺตราสงฺโค, สห อนฺตเรน อุตฺตรํ สนฺตรุตฺตรํ, เตน สนฺตรุตฺตเรน, สห อนฺตรวาสเกน อุตฺตราสงฺเคนาติ อตฺโถ. กณฺณกิตานีติ เสเทน ผุฏฺโฐกาเสสุ สญฺชาตกาฬเสตมณฺฑลานิ. อทฺทส โข อายสฺมา อานนฺโท เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโตติ เถโร กิร ภควติ ทิวา ปฏิสลฺลานตฺถาย คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ ตํ โอกาสํ ลภิตฺวา ทุนฺนิกฺขิตฺตานิ ทารุภณฺฑมตฺติกาภณฺฑานิ ปฏิสาเมนฺโต อสมฺมฏฺฐฏฺฐานํ สมฺมชฺชนฺโต คิลาเนหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต เตสํ ภิกฺขูนํ เสนาสนฏฺฐานํ สมฺปตฺโต อทฺทส. เตน วุตฺตํ – ‘‘อทฺทส โข อายสฺมา อานนฺโท เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต’’ติ.
๔๗๓. อวิปฺปวาสสมฺมุตึ ทาตุนฺติ อวิปฺปวาเส สมฺมุติ อวิปฺปวาสสมฺมุติ, อวิปฺปวาสาย วา สมฺมุติ อวิปฺปวาสสมฺมุติ. โก ปเนตฺถ อานิสํโส? เยน จีวเรน วิปฺปวสติ, ตํ นิสฺสคฺคิยํ น โหติ, อาปตฺติญฺจ นาปชฺชติ. กิตฺตกํ กาลํ? มหาสุมตฺเถโร ตาว อาห – ‘‘ยาว โรโค น วูปสมติ, วูปสนฺเต ปน โรเค สีฆํ จีวรฏฺฐานํ อาคนฺตพฺพ’’นฺติ. มหาปทุมตฺเถโร อาห – ‘‘สีฆํ อาคจฺฉโต โรโค ปฏิกุปฺเปยฺย, ตสฺมา สณิกํ อาคนฺตพฺพํ. ยโต ปฏฺฐาย หิ สตฺถํ วา ปริเยสติ, ‘คจฺฉามี’ติ อาโภคํ วา กโรติ, ตโต ปฏฺฐาย วฏฺฏติ. ‘น ทานิ คมิสฺสามี’ติ เอวํ ปน ธุรนิกฺเขปํ กโรนฺเตน ปจฺจุทฺธริตพฺพํ, อติเรกจีวรฏฺฐาเน ฐสฺสตี’’ติ. สเจ ปนสฺส โรโค ปฏิกุปฺปติ, กึ กาตพฺพนฺติ? ผุสฺสเทวตฺเถโร ตาว อาห – ‘‘สเจ โสเยว โรโค ปฏิกุปฺปติ, สา เอว สมฺมุติ, ปุน สมฺมุติทานกิจฺจํ นตฺถิ. อถญฺโญ กุปฺปติ, ปุน ทาตพฺพา สมฺมุตี’’ติ. อุปติสฺสตฺเถโร อาห – ‘‘โส วา โรโค โหตุ, อญฺโญ วา ปุน สมฺมุติทานกิจฺจํ นตฺถี’’ติ.
๔๗๕-๖. นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนาติ อิธ ปน ปุริมสิกฺขาปเท วิย อตฺถํ อคฺคเหตฺวา นิฏฺฐิเต จีวรสฺมึ ภิกฺขุโนติ เอวํ สามิวเสน กรณวจนสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กรณวเสน หิ ภิกฺขุนา อิทํ นาม กาตพฺพนฺติ นตฺถิ. สามิวเสน ปน ภิกฺขุโน จีวรสฺมึ นิฏฺฐิเต กถิเน จ อุพฺภเต เอวํ ฉินฺนปลิโพโธ เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺยาติ เอวํ อตฺโถ ยุชฺชติ. ตตฺถ ติจีวเรนาติ อธิฏฺฐิเตสุ ตีสุ จีวเรสุ เยน เกนจิ. เอเกน วิปฺปวุตฺโถปิ หิ ติจีวเรน วิปฺปวุตฺโถ โหติ, ปฏิสิทฺธปริยาปนฺเนน วิปฺปวุตฺถตฺตา. เตเนวสฺส ปทภาชเน ‘‘สงฺฆาฏิยา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิปฺปวเสยฺยาติ วิปฺปยุตฺโต วเสยฺย.
๔๗๗-๘. คาโม เอกูปจาโรติอาทิ อวิปฺปวาสลกฺขณววตฺถาปนตฺถํ วุตฺตํ. ตโต ปรํ ยถากฺกเมน ตาเนว ปนฺนรส มาติกาปทานิ วิตฺถาเรนฺโต ‘‘คาโม เอกูปจาโร นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เอกกุลสฺส คาโมติ เอกสฺส รญฺโญ วา โภชกสฺส วา คาโม. ปริกฺขิตฺโตติ เยน เกนจิ ปากาเรน วา วติยา วา ปริกฺขาย วา ปริกฺขิตฺโต. เอตฺตาวตา เอกกุลคามสฺส เอกูปจารตา ทสฺสิตา. อนฺโตคาเม วตฺถพฺพนฺติ เอวรูเป คาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา คามพฺภนฺตเร ยถารุจิเต ฐาเน อรุณํ อุฏฺฐาเปตุํ วฏฺฏติ. อปริกฺขิตฺโตติ อิมินา ตสฺเสว คามสฺส นานูปจารตา ทสฺสิตา. เอวรูเป คาเม ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตตฺถ วตฺถพฺพํ. หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพนฺติ อถ วา ตํ ฆรํ สมนฺตโต หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ, อฑฺฒเตยฺยรตนปฺปมาณปฺปเทสา อุทฺธํ น วิชหิตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. อฑฺฒเตยฺยรตนพฺภนฺตเร ปน วตฺถุํ วฏฺฏติ. ตํ ปมาณํ อติกฺกมิตฺวา สเจปิ อิทฺธิมา ภิกฺขู อากาเส อรุณํ อุฏฺฐาเปติ, นิสฺสคฺคิยเมว โหติ. เอตฺถ จ ยสฺมึ ฆเรติ ฆรปริจฺเฉโท ‘‘เอกกุลสฺส นิเวสนํ โหตี’’ติอาทินา (ปารา. ๔๘๐) ลกฺขเณน เวทิตพฺโพ.
๔๗๙. นานากุลสฺส คาโมติ นานาราชูนํ วา โภชกานํ วา คาโม, เวสาลิกุสินาราทิสทิโส. ปริกฺขิตฺโตติ อิมินา นานากุลคามสฺส เอกูปจารตา ทสฺสิตา. สภาเย วา ทฺวารมูเล วาติ เอตฺถ สภายนฺติ ลิงฺคพฺยตฺตเยน สภา วุตฺตา. ทฺวารมูเลติ นครทฺวารสฺส สมีเป. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอวรูเป คาเม ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตตฺถ วา วตฺถพฺพํ. ตตฺถ สทฺทสงฺฆฏฺฏเนน วา ชนสมฺพาเธน วา วสิตุํ อสกฺโกนฺเตน สภาเย วา วตฺถพฺพํ นครทฺวารมูเล วา. ตตฺรปิ วสิตุํ อสกฺโกนฺเตน ยตฺถ กตฺถจิ ผาสุกฏฺฐาเน วสิตฺวา อนฺโตอรุเณ อาคมฺม เตสํเยว สภายทฺวารมูลานํ หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. ฆรสฺส ปน จีวรสฺส วา หตฺถปาเส วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.
สภายํ คจฺฉนฺเตน หตฺถปาเส จีวรํ นิกฺขิปิตฺวาติ สเจ ฆเร อฏฺฐเปตฺวา สภาเย ฐเปสฺสามีติ สภายํ คจฺฉติ, เตน สภายํ คจฺฉนฺเตน หตฺถปาเสติ หตฺถํ ปสาเรตฺวา ‘‘หนฺทิมํ จีวรํ ฐเปมี’’ติ เอวํ นิกฺเขปสุเข หตฺถปาสคเต กิสฺมิญฺจิ อาปเณ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ปุริมนเยเนว สภาเย วา วตฺถพฺพํ ทฺวารมูเล วา, หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ.
ตตฺรายํ วินิจฺฉโย – ผุสฺสเทวตฺเถโร ตาว อาห – ‘‘จีวรหตฺถปาเส วสิตพฺพํ นตฺถิ, ยตฺถ กตฺถจิ วีถิหตฺถปาเสปิ สภายหตฺถปาเสปิ ทฺวารหตฺถปาเสปิ วสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. อุปติสฺสตฺเถโร ปนาห – ‘‘นครสฺส พหูนิปิ ทฺวารานิ โหนฺติ พหูนิปิ สภายานิ, ตสฺมา สพฺพตฺถ น วฏฺฏติ. ยสฺสา ปน วีถิยา จีวรํ ฐปิตํ ยํ ตสฺสา สมฺมุขฏฺฐาเน สภายญฺจ ทฺวารญฺจ ตสฺส สภายสฺส จ ทฺวารสฺส จ หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ. เอวญฺหิ สติ สกฺกา จีวรสฺส ปวตฺติ ชานิตุ’’นฺติ. สภายํ ปน คจฺฉนฺเตน ยสฺส อาปณิกสฺส หตฺเถ นิกฺขิตฺตํ, สเจ โส ตํ จีวรํ อติหริตฺวา ฆเร นิกฺขิปติ, วีถิหตฺถปาโส น รกฺขติ, ฆรสฺส หตฺถปาเส วตฺถพฺพํ. สเจ มหนฺตํ ฆรํ โหติ, เทฺว วีถิโย ผริตฺวา ฐิตํ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา หตฺถปาเสเยว อรุณํ อุฏฺฐาเปตพฺพํ. สภาเย นิกฺขิปิตฺวา ปน สภาเย วา ตสฺส สมฺมุเข นครทฺวารมูเล วา เตสํเยว หตฺถปาเส วา อรุณํ อุฏฺฐาเปตพฺพํ.
อปริกฺขิตฺโตติอิมินา ตสฺเสว คามสฺส นานูปจารตา ทสฺสิตา. เอเตเนวุปาเยน สพฺพตฺถ เอกูปจารตา จ นานูปจารตา จ เวทิตพฺพา. ปาฬิยํ ปน ‘‘คาโม เอกูปจาโร นามา’’ติ เอวํ อาทิมฺหิ ‘‘อชฺโฌกาโส เอกูปจาโร นามา’’ติ เอวํ อนฺเต จ เอกเมว มาติกาปทํ อุทฺธริตฺวา ปทภาชนํ วิตฺถาริตํ. ตสฺมา ตสฺเสว ปทสฺสานุสาเรน สพฺพตฺถ ปริกฺเขปาทิวเสน เอกูปจารตา จ นานูปจารตา จ เวทิตพฺพา.
๔๘๐-๑. นิเวสนาทีสุ โอวรกาติ คพฺภานํเยเวตํ ปริยายวจนํ. หตฺถปาสา วาติ คพฺภสฺส หตฺถปาสา. ทฺวารมูเล วาติ สพฺเพสํ สาธารเณ ฆรทฺวารมูเล. หตฺถปาสา วาติ คพฺภสฺส วา ฆรทฺวารมูลสฺส วา หตฺถปาสา.
๔๘๒-๗. อุโทสิโตติ ยานาทีนํ ภณฺฑานํ สาลา. อิโต ปฏฺฐาย จ นิเวสเน วุตฺตนเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อฏฺโฏติ ปฏิราชาทิปฏิพาหนตฺถํ อิฏฺฐกาหิ กโต พหลภิตฺติโก จตุปญฺจภูมิโก ปติสฺสยวิเสโส. มาโฬติ เอกกูฏสงฺคหิโต จตุรสฺสปาสาโท. ปาสาโทติ ทีฆปาสาโท. หมฺมิยนฺติ มุณฺฑจฺฉทนปาสาโท.
๔๘๙. สตฺตพฺภนฺตราติเอตฺถ เอกํ อพฺภนฺตรํ อฏฺฐวีสติหตฺถํ โหติ. สเจ สตฺโถ คจฺฉนฺโต คามํ วา นทึ วา ปริยาทิยิตฺวา ติฏฺฐติ อนฺโตปวิฏฺเฐน สทฺธึ เอกาพทฺโธ หุตฺวา โอรญฺจ ปารญฺจ ผริตฺวา ฐิโต โหติ, สตฺถปริหาโรว ลพฺภติ. อถ คาเม วา นทิยา วา ปริยาปนฺโน โหติ อนฺโตปวิฏฺโฐ, คามปริหาโร เจว นทีปริหาโร จ ลพฺภติ. สเจ วิหารสีมํ อติกฺกมิตฺวา ติฏฺฐติ, อนฺโตสีมาย จ จีวรํ โหติ, วิหารํ คนฺตฺวา วสิตพฺพํ. สเจ พหิสีมาย จีวรํ โหติ สตฺถสมีเปเยว วสิตพฺพํ. สเจ คจฺฉนฺโต สกเฏ วา ภคฺเค โคเณ วา นฏฺเฐ อนฺตรา ฉิชฺชติ, ยสฺมึ โกฏฺฐาเส จีวรํ ตตฺถ วสิตพฺพํ.
๔๙๐. เอกกุลสฺส เขตฺเต หตฺถปาโส นาม จีวรหตฺถปาโสเยว, นานากุลสฺส เขตฺเต หตฺถปาโส นาม เขตฺตทฺวารสฺส หตฺถปาโส. อปริกฺขิตฺเต จีวรสฺเสว หตฺถปาโส.
๔๙๑-๔. ธญฺญกรณนฺติ ขลํ วุจฺจติ. อาราโมติ ปุปฺผาราโม วา ผลาราโม วา. ทฺวีสุปิ เขตฺเต วุตฺตสทิโสว วินิจฺฉโย. วิหาโร นิเวสนสทิโส. รุกฺขมูเล อนฺโตฉายายนฺติ ฉายาย ผุฏฺโฐกาสสฺส อนฺโต เอว. วิรฬสาขสฺส ปน รุกฺขสฺส อาตเปน ผุฏฺโฐกาเส ฐปิตํ นิสฺสคฺคิยเมว โหติ, ตสฺมา ตาทิสสฺส สาขาจฺฉายาย วา ขนฺธจฺฉายาย วา ฐเปตพฺพํ. สเจ สาขาย วา วิฏเป วา ฐเปติ, อุปริ อญฺญสาขาจฺฉายาย ผุฏฺโฐกาเสเยว ฐเปตพฺพํ. ขุชฺชรุกฺขสฺส ฉายา ทูรํ คจฺฉติ, ฉายาย คตฏฺฐาเน ฐเปตุํ วฏฺฏติเยว. อิธาปิ หตฺถปาโส จีวรหตฺถปาโสเยว.
อคามเก อรญฺเญติ อคามกํ นาม อรญฺญํ วิญฺฌาฏวีอาทีสุ วา สมุทฺทมชฺเฌ วา มจฺฉพนฺธานํ อคมนปเถ ทีปเกสุ ลพฺภติ. สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตราติ มชฺเฌ ฐิตสฺส สมตฺตา สพฺพทิสาสุ สตฺตพฺภนฺตรา, วินิพฺเพเธน จุทฺทส โหนฺติ. มชฺเฌ นิสินฺโน ปุรตฺถิมาย วา ปจฺฉิมาย วา ทิสาย ปริยนฺเต ฐปิตจีวรํ รกฺขติ. สเจ ปน อรุณุคฺคมนสมเย เกสคฺคมตฺตมฺปิ ปุรตฺถิมํ ทิสํ คจฺฉติ, ปจฺฉิมาย ทิสาย จีวรํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ. เอส นโย อิตรสฺมึ. อุโปสถกาเล ปน ปริสปริยนฺเต นิสินฺนภิกฺขุโต ปฏฺฐาย สตฺตพฺภนฺตรสีมา โสเธตพฺพา. ยตฺตกํ ภิกฺขุสงฺโฆ วฑฺฒติ, สีมาปิ ตตฺตกํ วฑฺฒติ.
๔๙๕. อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ สเจ ปธานิโก ภิกฺขุ สพฺพรตฺตึ ปธานมนุยุญฺชิตฺวา ปจฺจุสสมเย ‘‘นฺหายิสฺสามี’’ติ ตีณิปิ จีวรานิ ตีเร ฐเปตฺวา นทึ โอตรติ, นฺหายนฺตสฺเสว จสฺส อรุณํ อุฏฺฐหติ, กึ กาตพฺพํ. โส หิ ยทิ อุตฺตริตฺวา จีวรํ นิวาเสติ, นิสฺสคฺคิยจีวรํ อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชนปจฺจยา ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. อถ นคฺโค คจฺฉติ, เอวมฺปิ ทุกฺกฏํ อาปชฺชตีติ? น อาปชฺชติ. โส หิ ยาว อญฺญํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา วินยกมฺมํ น กโรติ, ตาว เตสํ จีวรานํ อปริโภคารหตฺตา นฏฺฐจีวรฏฺฐาเน ฐิโต โหติ. นฏฺฐจีวรสฺส จ อกปฺปิยํ นาม นตฺถิ. ตสฺมา เอกํ นิวาเสตฺวา เทฺว หตฺเถน คเหตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา วินยกมฺมํ กาตพฺพํ. สเจ ทูเร วิหาโร โหติ, อนฺตรามคฺเค มนุสฺสา สญฺจรนฺติ. เอกํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา เอกํ อํสกูเฏ ฐเปตฺวา คนฺตพฺพํ. สเจ วิหาเร สภาคภิกฺขู น ปสฺสติ, ภิกฺขาจารํ คตา โหนฺติ, สงฺฆาฏึ พหิคาเม ฐเปตฺวา สนฺตรุตฺตเรน อาสนสาลํ คนฺตฺวา วินยกมฺมํ กาตพฺพํ. สเจ พหิคาเม โจรภยํ โหติ, ปารุปิตฺวา คนฺตพฺพํ. สเจ อาสนสาลา สมฺพาธา โหติ ชนากิณฺณา, น สกฺกา เอกมนฺเต จีวรํ อปเนตฺวา วินยกมฺมํ กาตุํ, เอกํ ภิกฺขุํ อาทาย พหิคามํ คนฺตฺวา วินยกมฺมํ กตฺวา จีวรานิ ปริภุญฺชิตพฺพานิ.
สเจ ภิกฺขู ทหรานํ หตฺเถ ปตฺตจีวรํ ทตฺวา มคฺคํ คจฺฉนฺตา ปจฺฉิเม ยาเม สยิตุกามา โหนฺติ, อตฺตโน อตฺตโน จีวรํ หตฺถปาเส กตฺวาว สยิตพฺพํ. สเจ คจฺฉนฺตานํเยว อสมฺปตฺเตสุ ทหเรสุ อรุณํ อุคฺคจฺฉติ, จีวรํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ, นิสฺสโย ปน น ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, ทหรานมฺปิ ปุรโต คจฺฉนฺตานํ เถเรสุ อสมฺปตฺเตสุ เอเสว นโย. มคฺคํ วิรชฺฌิตฺวา อรญฺเญ อญฺญมญฺญํ อปสฺสนฺเตสุปิ เอเสว นโย. สเจ ปน ทหรา ‘‘มยํ, ภนฺเต, มุหุตฺตํ สยิตฺวา อสุกสฺมึ นาม โอกาเส ตุเมฺห สมฺปาปุณิสฺสามา’’ติ วตฺวา ยาว อรุณุคฺคมนา สยนฺติ, จีวรญฺจ นิสฺสคฺคิยํ โหติ, นิสฺสโย จ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, ทหเร อุยฺโยเชตฺวา เถเรสุ สยนฺเตสุปิ เอเสว นโย. เทฺวธาปถํ ทิสฺวา เถรา ‘‘อยํ มคฺโค’’ ทหรา ‘‘อยํ มคฺโค’’ติ วตฺวา อญฺญมญฺญสฺส วจนํ อคฺคเหตฺวา คตา, สห อรุณุคฺคมนา จีวรานิ จ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ, นิสฺสโย จ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. สเจ ทหรา มคฺคโต โอกฺกมฺม ‘‘อนฺโตอรุเณเยว นิวตฺติสฺสามา’’ติ เภสชฺชตฺถาย คามํ ปวิสิตฺวา อาคจฺฉนฺติ. อสมฺปตฺตานํเยว จ เตสํ อรุโณ อุคฺคจฺฉติ, จีวรานิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ, นิสฺสโย ปน น ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. สเจ ปน เธนุภเยน วา สุนขภเยน วา ‘‘มุหุตฺตํ ฐตฺวา คมิสฺสามา’’ติ ฐตฺวา วา นิสีทิตฺวา วา คจฺฉนฺติ, อนฺตรา อรุเณ อุคฺคเต จีวรานิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ, นิสฺสโย จ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. สเจ ‘‘อนฺโตอรุเณเยว อาคมิสฺสามา’’ติ อนฺโตสีมายํ คามํ ปวิฏฺฐานํ อนฺตรา อรุโณ อุคฺคจฺฉติ, เนว จีวรานิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ, น นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. สเจ ปน ‘‘วิภายตุ ตาวา’’ติ นิสีทนฺติ, อรุเณ อุคฺคเตปิ น จีวรานิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ, นิสฺสโย ปน ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. เยปิ ‘‘อนฺโตอรุเณเยว อาคมิสฺสามา’’ติ สามนฺตวิหารํ ธมฺมสวนตฺถาย สอุสฺสาหา คจฺฉนฺติ, อนฺตรามคฺเคเยว จ เนสํ อรุโณ อุคฺคจฺฉติ, จีวรานิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ, นิสฺสโย ปน น ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. สเจ ธมฺมคารเวน ‘‘ยาว ปริโยสานํ สุตฺวาว คมิสฺสามา’’ติ นิสีทนฺติ, สห อรุณสฺสุคฺคมนา จีวรานิปิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ, นิสฺสโยปิ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. เถเรน ทหรํ จีวรโธวนตฺถาย คามกํ เปเสนฺเตน อตฺตโน จีวรํ ปจฺจุทฺธริตฺวาว ทาตพฺพํ. ทหรสฺสาปิ จีวรํ ปจฺจุทฺธราเปตฺวา ฐเปตพฺพํ. สเจ อสฺสติยา คจฺฉติ, อตฺตโน จีวรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา ทหรสฺส จีวรํ วิสฺสาเสน คเหตฺวา ฐเปตพฺพํ. สเจ เถโร นสฺสรติ, ทหโร เอว สรติ, ทหเรน อตฺตโน จีวรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา เถรสฺส จีวรํ วิสฺสาเสน คเหตฺวา คนฺตฺวา วตฺตพฺโพ ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ จีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชถา’’ติ อตฺตโนปิ จีวรํ อธิฏฺฐาตพฺพํ. เอวํ เอกสฺส สติยาปิ อาปตฺติโมกฺโข โหตีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีสุ ปฐมกถินสิกฺขาปเท อนธิฏฺฐานํ อวิกปฺปนญฺจ อกิริยํ, อิธ อปจฺจุทฺธรณํ อยเมว วิเสโส. เสสํ สพฺพตฺถ วุตฺตนยเมวาติ.
อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตติยกถินสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๙๗. เตน สมเยนาติ ตติยกถินสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อุสฺสาเปตฺวา ปุนปฺปุนํ วิมชฺชตีติ ‘‘วลีสุ นฏฺฐาสุ อิทํ มหนฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน อุทเกน สิญฺจิตฺวา ปาเทหิ อกฺกมิตฺวา หตฺเถหิ อุสฺสาเปตฺวา อุกฺขิปิตฺวา ปิฏฺฐิยํ ฆํสติ, ตํ อาตเป สุกฺขํ ปฐมปฺปมาณเมว โหติ. โส ปุนปิ ตถา กโรติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘อุสฺสาเปตฺวา ปุนปฺปุนํ วิมชฺชตี’’ติ. ตํ เอวํ กิลมนฺตํ ภควา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว ทิสฺวา นิกฺขมิตฺวา เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต วิย ตตฺถ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อทฺทส โข ภควา’’ติอาทิ.
๔๙๙-๕๐๐. เอกาทสมาเสติ เอกํ ปจฺฉิมกตฺติกมาสํ ฐเปตฺวา เสเส เอกาทสมาเส. สตฺตมาเสติ กตฺติกมาสํ เหมนฺติเก จ จตฺตาโรติ ปญฺจมาเส ฐเปตฺวา เสเส สตฺตมาเส. กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนนฺติ สงฺฆสฺส วา ‘‘อิทํ อกาลจีวร’’นฺติ อุทฺทิสิตฺวา ทินฺนํ, เอกปุคฺคลสฺส วา ‘‘อิทํ ตุยฺหํ ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ.
สงฺฆโต วาติ อตฺตโน ปตฺตภาควเสน สงฺฆโต วา อุปฺปชฺเชยฺย. คณโต วาติ อิทํ สุตฺตนฺติกคณสฺส เทม, อิทํ อาภิธมฺมิกคณสฺสาติ เอวํ คณสฺส เทนฺติ. ตโต อตฺตโน ปตฺตภาควเสน คณโต วา อุปฺปชฺเชยฺย.
โน จสฺส ปาริปูรีติ โน เจ ปาริปูรี ภเวยฺย, ยตฺตเกน กยิรมานํ อธิฏฺฐานจีวรํ ปโหติ, ตญฺเจ จีวรํ ตตฺตกํ น ภเวยฺย, อูนกํ ภเวยฺยาติ อตฺโถ.
ปจฺจาสา โหติ สงฺฆโต วาติอาทีสุ อสุกทิวสํ นาม สงฺโฆ จีวรานิ ลภิสฺสติ, คโณ ลภิสฺสติ, ตโต เม จีวรํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ เอวํ สงฺฆโต วา คณโต วา ปจฺจาสา โหติ. ญาตเกหิ เม จีวรตฺถาย เปสิตํ, มิตฺเตหิ เปสิตํ, เต อาคตา จีวเร ทสฺสนฺตีติ เอวํ ญาติโต วา มิตฺตโต วา ปจฺจาสา โหติ. ปํสุกูลํ วาติ เอตฺถ ปน ปํสุกูลํ วา ลจฺฉามีติ เอวํ ปจฺจาสา โหตีติ โยเชตพฺพํ. อตฺตโน วา ธเนนาติ อตฺตโน กปฺปาสสุตฺตาทินา ธเนน, อสุกทิวสํ นาม ลจฺฉามีติ เอวํ วา ปจฺจาสา โหตีติ อตฺโถ.
ตโต เจ อุตฺตริ นิกฺขิเปยฺย สติยาปิ ปจฺจาสายาติ มาสปรมโต เจ อุตฺตริ นิกฺขิเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ อตฺโถ. เอวํ ปน อวตฺวา ยสฺมา อนฺตรา อุปฺปชฺชมาเน ปจฺจาสาจีวเร มูลจีวรสฺส อุปฺปนฺนทิวสโต ยาว วีสติโม ทิวโส ตาว อุปฺปนฺนํ ปจฺจาสาจีวรํ มูลจีวรํ อตฺตโน คติกํ กโรติ, ตโต อุทฺธํ มูลจีวรํ ปจฺจาสาจีวรํ อตฺตโน คติกํ กโรติ. ตสฺมา ตํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตทหุปฺปนฺเน มูลจีวเร’’ติอาทินา นเยน ปทภาชนํ วุตฺตํ, ตํ อุตฺตานตฺถเมว.
วิสภาเค อุปฺปนฺเน มูลจีวเรติ ยทิ มูลจีวรํ สณฺหํ, ปจฺจาสาจีวรํ ถูลํ, น สกฺกา โยเชตุํ. รตฺติโย จ เสสา โหนฺติ, น ตาว มาโส ปูรติ, น อกามา นิคฺคเหน จีวรํ กาเรตพฺพํ. อญฺญํ ปจฺจาสาจีวรํ ลภิตฺวาเยว กาลพฺภนฺตเร กาเรตพฺพํ. ปจฺจาสาจีวรมฺปิ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตพฺพํ. อถ มูลจีวรํ ถูลํ โหติ, ปจฺจาสาจีวรํ สณฺหํ, มูลจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปจฺจาสาจีวรเมว มูลจีวรํ กตฺวา ฐเปตพฺพํ. ตํ ปุน มาสปริหารํ ลภติ, เอเตนุปาเยน ยาว อิจฺฉติ ตาว อญฺญมญฺญํ มูลจีวรํ กตฺวา ฐเปตุํ วฏฺฏตีติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมกถินสทิสาเนวาติ.
ตติยกถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปุราณจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐๓-๕. เตน สมเยนาติ ปุราณจีวรสิกฺขาปทํ. ตตฺถ ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคาติ ปิตุปิตา ปิตามโห, ปิตามหสฺส ยุคํ ปิตามหยุคํ. ยุคนฺติ อายุปฺปมาณํ วุจฺจติ. อภิลาป มตฺตเมว เจตํ. อตฺถโต ปน ปิตามโหเยว ปิตามหยุคํ. ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา. เอวํ ยาว สตฺตโม ปุริโส ตาว ยา อสมฺพทฺธา สา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อสมฺพทฺธาติ วุจฺจติ. เทสนามุขเมว เจตํ. ‘‘มาติโต วา ปิติโต วา’’ติวจนโต ปน ปิตามหยุคมฺปิ ปิตามหิยุคมฺปิ มาตามหยุคมฺปิ มาตามหิยุคมฺปิ เตสํ ภาตุภคินีภาคิเนยฺยปุตฺตปปุตฺตาทโยปิ สพฺเพ อิธ สงฺคหิตา เอวาติ เวทิตพฺพา.
ตตฺรายํ วิตฺถารนโย – ปิตา ปิตุปิตา ตสฺส ปิตา ตสฺสาปิ ปิตาติ เอวํ ยาว สตฺตมา ยุคา, ปิตา ปิตุมาตา ตสฺสา ปิตา จ มาตา จ ภาตา จ ภคินี จ ปุตฺตา จ ธีตโร จาติ เอวมฺปิ อุทฺธญฺจ อโธ จ ยาว สตฺตมา ยุคา, ปิตา ปิตุภาตา ปิตุภคินี ปิตุปุตฺตา ปิตุธีตโร เตสมฺปิ ปุตฺตธีตุปรมฺปราติ เอวมฺปิ ยาว สตฺตมา ยุคา, มาตา มาตุมาตา ตสฺสา มาตา ตสฺสาปิ มาตาติ เอวมฺปิ ยาว สตฺตมา ยุคา, มาตา มาตุปิตา ตสฺส มาตา จ ปิตา จ ภาตา จ ภคินี จ ปุตฺตา จ ธีตโร จาติ, เอวมฺปิ อุทฺธญฺจ อโธ จ ยาว สตฺตมา ยุคา, มาตา มาตุภาตา มาตุภคินี มาตุปุตฺตา มาตุธีตโร เตสมฺปิ ปุตฺตธีตุปรมฺปราติ เอวมฺปิ ยาว สตฺตมา ยุคา, เนว มาตุสมฺพนฺเธน น ปิตุสมฺพนฺเธน สมฺพทฺธา, อยํ อญฺญาติกา นาม.
อุภโต สงฺเฆติ ภิกฺขุนิสงฺเฆ ญตฺติจตุตฺเถน ภิกฺขุสงฺเฆ ญตฺติจตุตฺเถนาติ อฏฺฐวาจิกวินยกมฺเมน อุปสมฺปนฺนา.
สกึ นิวตฺถมฺปิ สกึ ปารุตมฺปีติ รชิตฺวา กปฺปํ กตฺวา เอกวารมฺปิ นิวตฺถํ วา ปารุตํ วา. อนฺตมโส ปริโภคสีเสน อํเส วา มตฺถเก วา กตฺวา มคฺคํ คโต โหติ, อุสฺสีสกํ วา กตฺวา นิปนฺโน โหติ, เอตมฺปิ ปุราณจีวรเมว. สเจ ปน ปจฺจตฺถรณสฺส เหฏฺฐา กตฺวา นิปชฺชติ, หตฺเถหิ วา อุกฺขิปิตฺวา อากาเส วิตานํ กตฺวา สีเสน อผุสนฺโต คจฺฉติ, อยํ ปริโภโค นาม น โหตีติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ.
โธตํ นิสฺสคฺคิยนฺติ เอตฺถ เอวํ อาณตฺตา ภิกฺขุนี โธวนตฺถาย อุทฺธนํ สชฺเชติ, ทารูนิ สํหรติ, อคฺคึ กโรติ, อุทกํ อาหรติ ยาว นํ โธวิตฺวา อุกฺขิปติ, ตาว ภิกฺขุนิยา ปโยเค ปโยเค ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ. โธวิตฺวา อุกฺขิตฺตมตฺเต นิสฺสคฺคิยํ โหติ. สเจ ทุทฺโธตนฺติ มญฺญมานา ปุน สิญฺจติ วา โธวติ วา ยาว นิฏฺฐานํ น คจฺฉติ ตาว ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ. เอส นโย รชนาโกฏเนสุ. รชนโทณิยญฺหิ รชนํ อากิริตฺวา ยาว สกึ จีวรํ รชติ, ตโต ปุพฺเพ ยํกิญฺจิ รชนตฺถาย กโรติ, ปจฺฉา วา ปฏิรชติ, สพฺพตฺถ ปโยเค ปโยเค ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ. เอวํ อาโกฏเนปิ ปโยโค เวทิตพฺโพ.
๕๐๖. อญฺญาติกาย อญฺญาติกสญฺญี ปุราณจีวรํ โธวาเปตีติ โน เจปิ ‘‘อิมํ โธวา’’ติ วทติ, อถ โข โธวนตฺถาย กายวิการํ กตฺวา หตฺเถน วา หตฺเถ เทติ, ปาทมูเล วา ฐเปติ, อุปริ วา ขิปติ, สิกฺขมานาสามเณรีสามเณรอุปาสกติตฺถิยาทีนํ วา หตฺเถ เปเสติ, นทีติตฺเถ โธวนฺติยา อุปจาเร วา ขิปติ, อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ โอกาเส ฐตฺวา, โธวาปิตํเยว โหติ. สเจ ปน อุปจารํ มุญฺจิตฺวา โอรโต ฐเปติ สา เจ โธวิตฺวา อาเนติ, อนาปตฺติ. สิกฺขมานาย วา สามเณริยา วา อุปาสิกาย วา หตฺเถ โธวนตฺถาย เทติ, สา เจ อุปสมฺปชฺชิตฺวา โธวติ, อาปตฺติเยว. อุปาสกสฺส หตฺเถ เทติ, โส เจ ลิงฺเค ปริวตฺเต ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปชฺชิตฺวา โธวติ, อาปตฺติเยว. สามเณรสฺส วา ภิกฺขุสฺส วา หตฺเถ ทินฺเนปิ ลิงฺคปริวตฺตเน เอเสว นโย.
โธวาเปติ รชาเปตีติอาทีสุ เอเกน วตฺถุนา นิสฺสคฺคิยํ, ทุติเยน ทุกฺกฏํ. ตีณิปิ การาเปนฺตสฺส เอเกน นิสฺสคฺคิยํ, เสเสหิ เทฺว ทุกฺกฏานิ. ยสฺมา ปเนตานิ โธวนาทีนิ ปฏิปาฏิยา วา อุปฺปฏิปาฏิยา วา กาเรนฺตสฺส โมกฺโข นตฺถิ, ตสฺมา เอตฺถ ตีณิ จตุกฺกานิ วุตฺตานิ. สเจปิ หิ ‘‘อิมํ จีวรํ รชิตฺวา โธวิตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺเต สา ภิกฺขุนี ปฐมํ โธวิตฺวา ปจฺฉา รชติ, นิสฺสคฺคิเยน ทุกฺกฏเมว. เอวํ สพฺเพสุ วิปรีตวจเนสุ นโย เนตพฺโพ. สเจ ปน ‘‘โธวิตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺตา โธวติ เจว รชติ จ, โธวาปนปจฺจยา เอว อาปตฺติ, รชเน อนาปตฺติ. เอวํ สพฺพตฺถ วุตฺตาธิกกรเณ ‘‘อวุตฺตา โธวตี’’ติ อิมินา ลกฺขเณน อนาปตฺติ เวทิตพฺพา. ‘‘อิมสฺมึ จีวเร ยํ กาตพฺพํ, สพฺพํ ตํ ตุยฺหํ ภาโร’’ติ วทนฺโต ปน เอกวาจาย สมฺพหุลา อาปตฺติโย อาปชฺชตีติ.
อญฺญาติกาย เวมติโก อญฺญาติกาย ญาติกสญฺญีติ อิมานิปิ ปทานิ วุตฺตานํเยว ติณฺณํ จตุกฺกานํ วเสน วิตฺถารโต เวทิตพฺพานิ.
เอกโต อุปสมฺปนฺนายาติ ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย โธวาเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย ปน ยถาวตฺถุกเมว, ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม ปญฺจสตา สากิยานิโย.
๕๐๗. อวุตฺตา โธวตีติ อุทฺเทสาย วา โอวาทาย วา อาคตา กิลินฺนํ จีวรํ ทิสฺวา ฐปิตฏฺฐานโต คเหตฺวา วา ‘‘เทถ, อยฺย, โธวิสฺสามี’’ติ อาหราเปตฺวา วา โธวติ เจว รชติ จ อาโกเฏติ จ, อยํ อวุตฺตา โธวติ นาม. ยาปิ ‘‘อิมํ จีวรํ โธวา’’ติ ทหรํ วา สามเณรํ วา อาณาเปนฺตสฺส ภิกฺขุโน สุตฺวา ‘‘อาหรถยฺย อหํ โธวิสฺสามี’’ติ โธวติ, ตาวกาลิกํ วา คเหตฺวา โธวิตฺวา รชิตฺวา เทติ, อยมฺปิ อวุตฺตา โธวติ นาม.
อญฺญํ ปริกฺขารนฺติ อุปาหนตฺถวิกปตฺตตฺถวิกอํสพทฺธกกายพนฺธนมญฺจปีฐภิสิตฏฺฏิกาทึ ยํกิญฺจิ โธวาเปติ, อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีสุ ปน อิทํ สิกฺขาปทํ ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปุราณจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. จีวรปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐๘. เตน สมเยนาติ จีวรปฏิคฺคหณสิกฺขาปทํ. ตตฺถ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตาติ ปิณฺฑปาตโต ปฏิกฺกนฺตา. เยน อนฺธวนํ เตนุปสงฺกมีติ อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท เยน อนฺธวนํ เตนุปสงฺกมิ. กตกมฺมาติ กตโจริกกมฺมา, สนฺธิจฺเฉทนาทีหิ ปรภณฺฑํ หริตาติ วุตฺตํ โหติ. โจรคามณิโกติ โจรเชฏฺฐโก. โส กิร ปุพฺเพ เถรึ ชานาติ, ตสฺมา โจรานํ ปุรโต คจฺฉนฺโต ทิสฺวา ‘‘อิโต มา คจฺฉถ, สพฺเพ อิโต เอถา’’ติ เต คเหตฺวา อญฺเญน มคฺเคน อคมาสิ. สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวาติ เถรี กิร ปริจฺฉินฺนเวลายํเยว สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิ. โสปิ ตสฺมึเยว ขเณ เอวํ อวจ, ตสฺมา สา อสฺโสสิ, สุตฺวา จ ‘‘นตฺถิ ทานิ อญฺโญ เอตฺถ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อญฺญตฺร มยา’’ติ ตํ มํสํ อคฺคเหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี’’ติอาทิ.
โอหิยฺยโกติ อวหียโก อวเสโส, วิหารวารํ ปตฺวา เอโกว วิหาเร ฐิโตติ อตฺโถ. สเจ เม ตฺวํ อนฺตรวาสกํ ทเทยฺยาสีติ กสฺมา อาห? สณฺหํ ฆนมฏฺฐํ อนฺตรวาสกํ ทิสฺวา โลเภน, อปิจ อปฺปโก ตสฺสา อนฺตรวาสเก โลโภ, เถริยา ปน สิขาปฺปตฺตา โกฏฺฐาสสมฺปตฺติ เตนสฺสา สรีรปาริปูรึ ปสฺสิสฺสามีติ วิสมโลภํ อุปฺปาเทตฺวา เอวมาห. อนฺติมนฺติ ปญฺจนฺนํ จีวรานํ สพฺพปริยนฺตํ หุตฺวา อนฺติมํ, อนฺติมนฺติ ปจฺฉิมํ. อญฺญํ เลเสนาปิ วิกปฺเปตฺวา วา ปจฺจุทฺธริตฺวา วา ฐปิตํ จีวรํ นตฺถีติ เอวํ ยถาอนุญฺญาตานํ ปญฺจนฺนํ จีวรานํ ธารณวเสเนว อาห, น โลเภน, น หิ ขีณาสวานํ โลโภ อตฺถิ. นิปฺปีฬิยมานาติ อุปมํ ทสฺเสตฺวา คาฬฺหํ ปีฬยมานา.
อนฺตรวาสกํ ทตฺวา อุปสฺสยํ อคมาสีติ สงฺกจฺจิกํ นิวาเสตฺวา ยถา ตสฺส มโนรโถ น ปูรติ, เอวํ หตฺถตเลเยว ทสฺเสตฺวา อคมาสิ.
๕๑๐. กสฺมา ปาริวตฺตกจีวรํ อปฺปฏิคณฺหนฺเต อุชฺฌายึสุ? ‘‘สเจ เอตฺตโกปิ อเมฺหสุ อยฺยานํ วิสฺสาโส นตฺถิ, กถํ มยํ ยาเปสฺสามา’’ติ วิหตฺถตาย สมภิตุนฺนตฺตา.
อนุชานามิ ภิกฺขเว อิเมสํ ปญฺจนฺนนฺติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ สหธมฺมิกานํ สมสทฺธานํ สมสีลานํ สมทิฏฺฐีนํ ปาริวตฺตกํ คเหตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ.
๕๑๒. ปโยเค ทุกฺกฏนฺติ คหณตฺถาย หตฺถปฺปสารณาทีสุ ทุกฺกฏํ. ปฏิลาเภนาติ ปฏิคฺคหเณน. ตตฺถ จ หตฺเถน วา หตฺเถ เทตุ, ปาทมูเล วา ฐเปตุ, อุปริ วา ขิปตุ, โส เจ สาทิยติ, คหิตเมว โหติ. สเจ ปน สิกฺขมานาสามเณรสามเณรีอุปาสกอุปาสิกาทีนํ หตฺเถ เปสิตํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อนาปตฺติ. ธมฺมกถํ กเถนฺตสฺส จตสฺโสปิ ปริสา จีวรานิ จ นานาวิราควตฺถานิ จ อาเนตฺวา ปาทมูเล ฐเปนฺติ, อุปจาเร วา ฐตฺวา อุปจารํ วา มุญฺจิตฺวา ขิปนฺติ, ยํ ตตฺถ ภิกฺขุนีนํ สนฺตกํ, ตํ อญฺญตฺร ปาริวตฺตกา คณฺหนฺตสฺส อาปตฺติเยว. อถ ปน รตฺติภาเค ขิตฺตานิ โหนฺติ, ‘‘อิทํ ภิกฺขุนิยา, อิทํ อญฺเญส’’นฺติ ญาตุํ น สกฺกา, ปาริวตฺตกกิจฺจํ นตฺถีติ มหาปจฺจริยํ กุรุนฺทิยญฺจ วุตฺตํ, ตํ อจิตฺตกภาเวน น สเมติ. สเจ ภิกฺขุนี วสฺสาวาสิกํ เทติ, ปาริวตฺตกเมว กาตพฺพํ. สเจ ปน สงฺการกูฏาทีสุ ฐเปติ, ‘‘ปํสุกูลํ คณฺหิสฺสนฺตี’’ติ ปํสุกูลํ อธิฏฺฐหิตฺวา คเหตุํ วฏฺฏติ.
๕๑๓. อญฺญาติกาย อญฺญาติกสญฺญีติ ติกปาจิตฺติยํ. เอกโต อุปสมฺปนฺนายาติ ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย หตฺถโต คณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย ปน ปาจิตฺติยเมว.
๕๑๔. ปริตฺเตน วา วิปุลนฺติ อปฺปคฺฆจีวเรน วา อุปาหนตฺถวิกปตฺตตฺถวิกอํสพทฺธกกายพนฺธนาทินา วา มหคฺฆํ เจตาเปตฺวา สเจปิ จีวรํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อนาปตฺติ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘อนฺตมโส หรีตกีขณฺเฑนาปี’’ติ วุตฺตํ. วิปุเลน วา ปริตฺตนฺติ อิทํ วุตฺตวิปลฺลาเสน เวทิตพฺพํ. อญฺญํ ปริกฺขารนฺติ ปตฺตตฺถวิกาทึ ยํ กิญฺจิ วิกปฺปนุปคปจฺฉิมจีวรปฺปมาณํ ปน ปฏปริสฺสาวนมฺปิ น วฏฺฏติ. ยํ เนว อธิฏฺฐานุปคํ น วิกปฺปนุปคํ ตํ สพฺพํ วฏฺฏติ. สเจปิ มญฺจปฺปมาณา ภิสิจฺฉวิ โหติ, วฏฺฏติเยว; โก ปน วาโท ปตฺตตฺถวิกาทีสุ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีสุ อิทํ ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
จีวรปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๑๕. เตน สมเยนาติ อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโตติ อสีติสหสฺสมตฺตานํ สกฺยกุลา ปพฺพชิตานํ ภิกฺขูนํ ปติกิฏฺโฐ โลลชาติโก. ปฏฺโฏติ เฉโก สมตฺโถ ปฏิพโล สรสมฺปนฺโน กณฺฐมาธุริเยน สมนฺนาคโต. กิสฺมึ วิยาติ กึสุ วิย กิเลโส วิย, หิโรตฺตปฺปวเสน กมฺปนํ วิย สงฺกมฺปนํ วิย โหตีติ อตฺโถ.
อทฺธานมคฺคนฺติ อทฺธานสงฺขาตํ ทีฆมคฺคํ, น นครวีถิมคฺคนฺติ อตฺโถ. เต ภิกฺขู อจฺฉินฺทึสูติ มุสึสุ, ปตฺตจีวรานิ เนสํ หรึสูติ อตฺโถ. อนุยุญฺชาหีติ ภิกฺขุภาวชานนตฺถาย ปุจฺฉ. อนุยุญฺชิยมานาติ ปพฺพชฺชาอุปสมฺปทาปตฺตจีวราธิฏฺฐานาทีนิ ปุจฺฉิยมานา. เอตมตฺถํ อาโรเจสุนฺติ ภิกฺขุภาวํ ชานาเปตฺวา โย ‘‘สาเกตา สาวตฺถึ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต, เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ.
๕๑๗. อญฺญาตกํ คหปตึ วาติอาทีสุ ยํ ปรโต ‘‘ติเณน วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทตฺวา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อาทึ กตฺวา เอวํ อนุปุพฺพกถา เวทิตพฺพา. สเจ โจเร ปสฺสิตฺวา ทหรา ปตฺตจีวรานิ คเหตฺวา ปลาตา, โจรา เถรานํ นิวาสนปารุปนมตฺตํเยว หริตฺวา คจฺฉนฺติ, เถเรหิ เนว ตาว จีวรํ วิญฺญาเปตพฺพํ, น สาขาปลาสํ ภญฺชิตพฺพํ. อถ ทหรา สพฺพํ ภณฺฑกํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลาตา, โจรา เถรานํ นิวาสนปารุปนํ ตญฺจ ภณฺฑกํ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, ทหเรหิ อาคนฺตฺวา อตฺตโน นิวาสนปารุปนานิ น ตาว เถรานํ ทาตพฺพานิ, น หิ อนจฺฉินฺนจีวรา อตฺตโน อตฺถาย สาขาปลาสํ ภญฺชิตุํ ลภนฺติ, อจฺฉินฺนจีวรานํ ปน อตฺถาย ลภนฺติ, อจฺฉินฺนจีวราว อตฺตโนปิ ปเรสมฺปิ อตฺถาย ลภนฺติ. ตสฺมา เถเรหิ วา สาขาปลาสํ ภญฺชิตฺวา วากาทีหิ คนฺเถตฺวา ทหรานํ ทาตพฺพํ, ทหเรหิ วา เถรานํ อตฺถาย ภญฺชิตฺวา คนฺเถตฺวา เตสํ หตฺเถ ทตฺวา วา อทตฺวา วา อตฺตนา นิวาเสตฺวา อตฺตโน นิวาสนปารุปนานิ เถรานํ ทาตพฺพานิ, เนว ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ โหติ, น เตสํ ธารเณ ทุกฺกฏํ.
สเจ อนฺตรามคฺเค รชกตฺถรณํ วา โหติ, อญฺเญ วา ตาทิเส มนุสฺเส ปสฺสนฺติ, จีวรํ วิญฺญาเปตพฺพํ. ยานิ จ เนสํ เต วา วิญฺญตฺตมนุสฺสา อญฺเญ วา สาขาปลาสนิวาสเน ภิกฺขู ทิสฺวา อุสฺสาหชาตา วตฺถานิ เทนฺติ, ตานิ สทสานิ วา โหนฺตุ อทสานิ วา นีลาทินานาวณฺณานิ วา กปฺปิยานิปิ อกปฺปิยานิปิ สพฺพานิ อจฺฉินฺนจีวรฏฺฐาเน ฐิตตฺตา เตสํ นิวาเสตุญฺจ ปารุปิตุญฺจ วฏฺฏนฺติ. วุตฺตมฺปิเหตํ ปริวาเร –
‘‘อกปฺปกตํ นาปิ รชนาย รตฺตํ;
เตน นิวตฺโถ เยน กามํ วเชยฺย;
น จสฺส โหติ อาปตฺติ;
โส จ ธมฺโม สุคเตน เทสิโต;
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);
อยญฺหิ ปโญฺห อจฺฉินฺนจีวรกํ ภิกฺขุํ สนฺธาย วุตฺโต. อถ ปน ติตฺถิเยหิ สหคจฺฉนฺติ, เต จ เนสํ กุสจีรวากจีรผลกจีรานิ เทนฺติ, ตานิปิ ลทฺธึ อคฺคเหตฺวา นิวาเสตุํ วฏฺฏนฺติ, นิวาเสตฺวาปิ ลทฺธิ น คเหตพฺพา.
อิทานิ ‘‘ยํ อาวาสํ ปฐมํ อุปคจฺฉติ, สเจ ตตฺถ โหติ สงฺฆสฺส วิหารจีวรํ วา’’ติอาทีสุ วิหารจีวรํ นาม มนุสฺสา อาวาสํ กาเรตฺวา ‘‘จตฺตาโรปิ ปจฺจยา อมฺหากํเยว สนฺตกา ปริโภคํ คจฺฉนฺตู’’ติ ติจีวรํ สชฺเชตฺวา อตฺตนา การาปิเต อาวาเส ฐเปนฺติ, เอตํ วิหารจีวรํ นาม. อุตฺตรตฺถรณนฺติ มญฺจกสฺส อุปริ อตฺถรณกํ วุจฺจติ. ภุมตฺถรณนฺติ ปริกมฺมกตาย ภูมิยา รกฺขณตฺถํ จิมิลิกาหิ กตอตฺถรณํ ตสฺส อุปริ ตฏฺฏิกํ ปตฺถริตฺวา จงฺกมนฺติ. ภิสิจฺฉวีติ มญฺจภิสิยา วา ปีฐภิสิยา วา ฉวิ, สเจ ปูริตา โหติ วิธุนิตฺวาปิ คเหตุํ วฏฺฏติ. เอวเมเตสุ วิหารจีวราทีสุ ยํ ตตฺถ อาวาเส โหติ, ตํ อนาปุจฺฉาปิ คเหตฺวา นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา อจฺฉินฺนจีวรกานํ ภิกฺขูนํ ลพฺภตีติ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ลภิตฺวา โอทหิสฺสามิ ปุน ฐเปสฺสามีติ อธิปฺปาเยน น มูลจฺเฉชฺชาย. ลภิตฺวา จ ปน ญาติโต วา อุปฏฺฐากโต วา อญฺญโต วา กุโตจิ ปากติกเมว กาตพฺพํ. วิเทสคเตน เอกสฺมึ สงฺฆิเก อาวาเส สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชนตฺถาย ฐเปตพฺพํ. สจสฺส ปริโภเคเนว ตํ ชีรติ วา นสฺสติ วา คีวา น โหติ. สเจ ปน เอเตสํ วุตฺตปฺปการานํ คิหิวตฺถาทีนํ ภิสิจฺฉวิปริยนฺตานํ กิญฺจิ น ลพฺภติ, เตน ติเณน วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทตฺวา อาคนฺตพฺพนฺติ.
๕๑๙. เยหิ เกหิจิ วา อจฺฉินฺนนฺติ เอตฺถ ยมฺปิ อจฺฉินฺนจีวรา อาจริยุปชฺฌายา อญฺเญ ‘‘อาหรถ, อาวุโส, จีวร’’นฺติ ยาจิตฺวา วา วิสฺสาเสน วา คณฺหนฺติ, ตมฺปิ สงฺคหํ คจฺฉตีติ วตฺตุํ ยุชฺชติ.
ปริโภคชิณฺณํ วาติ เอตฺถ จ อจฺฉินฺนจีวรานํ อาจริยุปชฺฌายาทีนํ อตฺตนา ติณปณฺเณหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ทินฺนจีวรมฺปิ สงฺคหํ คจฺฉตีติ วตฺตุํ ยุชฺชติ. เอวญฺหิ เต อจฺฉินฺนจีวรฏฺฐาเน นฏฺฐจีวรฏฺฐาเน จ ฐิตา ภวิสฺสนฺติ, เตน เนสํ วิญฺญตฺติยํ อกปฺปิยจีวรปริโภเค จ อนาปตฺติ อนุรูปา ภวิสฺสติ.
๕๒๑. ญาตกานํ ปวาริตานนฺติ เอตฺถ ‘‘เอเตสํ สนฺตกํ เทถา’’ติ วิญฺญาเปนฺตสฺส ยาจนฺตสฺส อนาปตฺตีติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. น หิ ญาตกปวาริตานํ อาปตฺติ วา อนาปตฺติ วา โหติ. อตฺตโน ธเนนาติ เอตฺถาปิ อตฺตโน กปฺปิยภณฺเฑน กปฺปิยโวหาเรเนว จีวรํ วิญฺญาเปนฺตสฺส เจตาเปนฺตสฺส ปริวตฺตาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ปวาริตานนฺติ เอตฺถ จ สงฺฆวเสน ปวาริเตสุ ปมาณเมว วฏฺฏติ. ปุคฺคลิกปวารณาย ยํ ยํ ปวาเรติ, ตํ ตํเยว วิญฺญาเปตพฺพํ. โย จตูหิ ปจฺจเยหิ ปวาเรตฺวา สยเมว สลฺลกฺเขตฺวา กาลานุกาลํ จีวรานิ ทิวเส ทิวเส ยาคุภตฺตาทีนีติ เอวํ เยน เยนตฺโถ ตํ ตํ เทติ, ตสฺส วิญฺญาปนกิจฺจํ นตฺถิ. โย ปน ปวาเรตฺวา พาลตาย วา สติสมฺโมเสน วา น เทติ, โส วิญฺญาเปตพฺโพ. โย ‘‘มยฺหํ เคหํ ปวาเรมี’’ติ วทติ, ตสฺส เคหํ คนฺตฺวา ยถาสุขํ นิสีทิตพฺพํ นิปชฺชิตพฺพํ, น กิญฺจิ คเหตพฺพํ. โย ปน ‘‘ยํ มยฺหํ เคเห อตฺถิ, ตํ ปวาเรมี’’ติ วทติ. ยํ ตตฺถ กปฺปิยํ, ตํ วิญฺญาเปตพฺพํ, เคเห ปน นิสีทิตุํ วา นิปชฺชิตุํ วา น ลพฺภตีติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ.
อญฺญสฺสตฺถายาติ เอตฺถ อตฺตโน ญาตกปวาริเต น เกวลํ อตฺตโน อตฺถาย, อถ โข อญฺญสฺสตฺถาย วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อยเมโก อตฺโถ. อยํ ปน ทุติโย อญฺญสฺสาติ เย อญฺญสฺส ญาตกปวาริตา, เต ตสฺเสว ‘‘อญฺญสฺสา’’ติ ลทฺธโวหารสฺส พุทฺธรกฺขิตสฺส วา ธมฺมรกฺขิตสฺส วา อตฺถาย วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีสุ อิทมฺปิ ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๒๒-๔. เตน สมเยนาติ ตตุตฺตริสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อภิหฏฺฐุนฺติ อภีติ อุปสคฺโค, หริตุนฺติ อตฺโถ, คณฺหิตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปวาเรยฺยาติ อิจฺฉาเปยฺย, อิจฺฉํ รุจึ อุปฺปาเทยฺย, วเทยฺย นิมนฺเตยฺยาติ อตฺโถ. อภิหฏฺฐุํ ปวาเรนฺเตน ปน ยถา วตฺตพฺพํ, ตํ อาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาวตกํ อิจฺฉสิ ตาวตกํ คณฺหาหี’’ติ เอวมสฺส ปทภาชนํ วุตฺตํ. อถ วา ยถา ‘‘เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต’’ติ (สุ. นิ. ๔๒๖, ๑๑๐๔; จูฬนิ. ชตุกณฺณิมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๖๗) เอตฺถ ทิสฺวาติ อตฺโถ, เอวมิธาปิ ‘‘อภิอฏฺฐุํ ปวาเรยฺยา’’ติ อภิหริตฺวา ปวาเรยฺยาติ อตฺโถ. ตตฺถ กายาภิหาโร วาจาภิหาโรติ ทุวิโธ อภิหาโร, กาเยน วา หิ วตฺถานิ อภิหริตฺวา ปาทมูเล ฐเปตฺวา ‘‘ยตฺตกํ อิจฺฉสิ ตตฺตกํ คณฺหาหี’’ติ วทนฺโต ปวาเรยฺย, วาจาย วา ‘‘อมฺหากํ ทุสฺสโกฏฺฐาคารํ ปริปุณฺณํ, ยตฺตกํ อิจฺฉสิ ตตฺตกํ คณฺหาหี’’ติ วทนฺโต ปวาเรยฺย, ตทุภยมฺปิ เอกชฺฌํ กตฺวา ‘‘อภิหฏฺฐุํ ปวาเรยฺยา’’ติ วุตฺตํ.
สนฺตรุตฺตรปรมนฺติ สอนฺตรํ อุตฺตรํ ปรมํ อสฺส จีวรสฺสาติ สนฺตรุตฺตรปรมํ, นิวาสเนน สทฺธึ ปารุปนํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท อสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. ตโต จีวรํ สาทิตพฺพนฺติ ตโต อภิหฏจีวรโต เอตฺตกํ จีวรํ คเหตพฺพํ, น อิโต ปรนฺติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน อจฺฉินฺนสพฺพจีวเรน ติจีวริเกเนว ภิกฺขุนา เอวํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ, อญฺเญน อญฺญถาปิ, ตสฺมา ตํ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ ตีณิ นฏฺฐานิ โหนฺตี’’ติอาทินา นเยนสฺส ปทภาชนํ วุตฺตํ.
ตตฺรายํ วินิจฺฉโย – ยสฺส ตีณิ นฏฺฐานิ, เตน เทฺว สาทิตพฺพานิ, เอกํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา อญฺญํ สภาคฏฺฐานโต ปริเยสิสฺสติ. ยสฺส เทฺว นฏฺฐานิ, เตน เอกํ สาทิตพฺพํ. สเจ ปกติยาว สนฺตรุตฺตเรน จรติ, เทฺว สาทิตพฺพานิ. เอวํ เอกํ สาทิยนฺเตเนว สโม ภวิสฺสติ. ยสฺส ตีสุ เอกํ นฏฺฐํ, น สาทิตพฺพํ. ยสฺส ปน ทฺวีสุ เอกํ นฏฺฐํ, เอกํ สาทิตพฺพํ. ยสฺส เอกํเยว โหติ, ตญฺจ นฏฺฐํ, เทฺว สาทิตพฺพานิ. ภิกฺขุนิยา ปน ปญฺจสุปิ นฏฺเฐสุ เทฺว สาทิตพฺพานิ. จตูสุ นฏฺเฐสุ เอกํ สาทิตพฺพํ, ตีสุ นฏฺเฐสุ กิญฺจิ น สาทิตพฺพํ, โก ปน วาโท ทฺวีสุ วา เอกสฺมึ วา. เยน เกนจิ หิ สนฺตรุตฺตรปรมตาย ฐาตพฺพํ, ตโต อุตฺตริ น ลพฺภตีติ อิทเมตฺถ ลกฺขณํ.
๕๒๖. เสสกํ อาหริสฺสามีติ เทฺว จีวรานิ กตฺวา เสสํ ปุน อาหริสฺสามีติ อตฺโถ. น อจฺฉินฺนการณาติ พาหุสจฺจาทิคุณวเสน เทนฺติ. ญาตกานนฺติอาทีสุ ญาตกานํ เทนฺตานํ สาทิยนฺตสฺส ปวาริตานํ เทนฺตานํ สาทิยนฺตสฺส อตฺตโน ธเนน สาทิยนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺโถ. อฏฺฐกถาสุ ปน ‘‘ญาตกปวาริตฏฺฐาเน ปกติยา พหุมฺปิ วฏฺฏติ, อจฺฉินฺนการณา ปมาณเมว วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ตํ ปาฬิยา น สเมติ. ยสฺมา ปนิทํ สิกฺขาปทํ อญฺญสฺสตฺถาย วิญฺญาปนวตฺถุสฺมึเยว ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา อิธ ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติ น วุตฺตํ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีสุ อิทมฺปิ ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ปฐมอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๒๗. เตน สมเยนาติ อุปกฺขฏสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อตฺถาวุโส มํ โส อุปฏฺฐาโกติ อาวุโส, ยํ ตฺวํ ภณสิ, อตฺถิ เอวรูโป โส มม อุปฏฺฐาโกติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อปิ เมยฺย เอวํ โหตีติ อปิ เม อยฺย เอวํ โหติ, อปิ มยฺยา เอวนฺติปิ ปาโฐ.
๕๒๘-๙. ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺสาติ เอตฺถ อุทฺทิสฺสาติ อปทิสฺส อารพฺภ. ยสฺมา ปน ยํ อุทฺทิสฺส อุปกฺขฏํ โหติ, ตํ ตสฺสตฺถาย อุปกฺขฏํ นาม โหติ. ตสฺมาสฺส ปทภาชเน ‘‘ภิกฺขุสฺสตฺถายา’’ติ วุตฺตํ.
ภิกฺขุํ อารมฺมณํ กริตฺวาติ ภิกฺขุํ ปจฺจยํ กตฺวา, ยญฺหิ ภิกฺขุํ อุทฺทิสฺส อุปกฺขฏํ, ตํ นิยเมเนว ภิกฺขุํ ปจฺจยํ กตฺวา อุปกฺขฏํ โหติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘ภิกฺขุํ อารมฺมณํ กริตฺวา’’ติ. ปจฺจโยปิ หิ ‘‘ลภติ มาโร อารมฺมณ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๔๓) อารมฺมณนฺติ อาคโต. อิทานิ ‘‘อุทฺทิสฺสา’’ติ เอตฺถ โย กตฺตา, ตสฺส อาการทสฺสนตฺถํ ‘‘ภิกฺขุํ อจฺฉาเทตุกาโม’’ติ วุตฺตํ. ภิกฺขุํ อจฺฉาเทตุกาเมน หิ เตน ตํ อุทฺทิสฺส อุปกฺขฏํ, น อญฺเญน การเณน. อิติ โส อจฺฉาเทตุกาโม โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ภิกฺขุํ อจฺฉาเทตุกาโม’’ติ.
อญฺญาตกสฺส คหปติสฺส วาติ อญฺญาตเกน คหปตินา วาติ อตฺโถ. กรณตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. ปทภาชเน ปน พฺยญฺชนํ อวิจาเรตฺวา อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ‘‘อญฺญาตโก นาม…เป… คหปติ นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
จีวรเจตาปนฺนนฺติ จีวรมูลํ, ตํ ปน ยสฺมา หิรญฺญาทีสุ อญฺญตรํ โหติ, ตสฺมา ปทภาชเน ‘‘หิรญฺญํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปกฺขฏํ โหตีติ สชฺชิตํ โหติ, สํหริตฺวา ฐปิตํ, ยสฺมา ปน ‘‘หิรญฺญํ วา’’ติอาทินา วจเนนสฺส อุปกฺขฏภาโว ทสฺสิโต โหติ, ตสฺมา ‘‘อุปกฺขฏํ นามา’’ติ ปทํ อุทฺธริตฺวา วิสุํ ปทภาชนํ น วุตฺตํ. อิมินาติ อุปกฺขฏํ สนฺธายาห, เตเนวสฺส ปทภาชเน ‘‘ปจฺจุปฏฺฐิเตนา’’ติ วุตฺตํ. ยญฺหิ อุปกฺขฏํ สํหริตฺวา ฐปิตํ, ตํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหตีติ. อจฺฉาเทสฺสามีติ โวหารวจนเมตํ ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทสฺสามี’’ติ อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ. เตเนวสฺส ปทภาชเนปิ ‘‘ทสฺสามี’’ติ วุตฺตํ.
ตตฺร เจ โส ภิกฺขูติ ยตฺร โส คหปติ วา คหปตานี วา ตตฺร โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺย เจติ อยเมตฺถ ปทสมฺพนฺโธ. ตตฺถ อุปสงฺกมิตฺวาติ อิมสฺส คนฺตฺวาติ อิมินาว อตฺเถ สิทฺเธ ปจุรโวหารวเสน ‘‘ฆร’’นฺติ วุตฺตํ. ยตฺร ปน โส ทายโก ตตฺร คนฺตฺวาติ อยเมเวตฺถ อตฺโถ, ตสฺมา ปุนปิ วุตฺตํ ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ อุปสงฺกมิตฺวา’’ติ. วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺยาติ วิสิฏฺฐกปฺปํ อธิกวิธานํ อาปชฺเชยฺย, ปทภาชเน ปน เยนากาเรน วิกปฺปํ อาปนฺโน โหติ ตเมว ทสฺเสตุํ ‘‘อายตํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สาธูติ อายาจเน นิปาโต. วตาติ ปริวิตกฺเก. มนฺติ อตฺตานํ นิทฺทิสติ. อายสฺมาติ ปรํ อาลปติ อามนฺเตติ. ยสฺมา ปนิทํ สพฺพํ พฺยญฺชนมตฺตเมว, อุตฺตานตฺถเมว, ตสฺมาสฺส ปทภาชเน อตฺโถ น วุตฺโต. กลฺยาณกมฺยตํ อุปาทายาติ สุนฺทรกามตํ วิสิฏฺฐกามตํ จิตฺเตน คเหตฺวา, ตสฺส ‘‘อาปชฺเชยฺย เจ’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ยสฺมา ปน โย กลฺยาณกมฺยตํ อุปาทาย อาปชฺชติ, โส สาธตฺถิโก มหคฺฆตฺถิโก โหติ, ตสฺมาสฺส ปทภาชเน พฺยญฺชนํ ปหาย อธิปฺเปตตฺถเมว ทสฺเสตุํ ตเทว วจนํ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน น อิมสฺส อาปชฺชนมตฺเตเนว อาปตฺติ สีสํ เอติ, ตสฺมา ‘‘ตสฺส วจเนนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๕๓๑. อนาปตฺติ ญาตกานนฺติอาทีสุ ญาตกานํ จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชนฺตสฺส อนาปตฺตีติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มหคฺฆํ เจตาเปตุกามสฺส อปฺปคฺฆํ เจตาเปตีติ คหปติสฺส วีสติอคฺฆนกํ จีวรํ เจตาเปตุกามสฺส ‘‘อลํ มยฺหํ เอเตน, ทสคฺฆนกํ วา อฏฺฐคฺฆนกํ วา เทหี’’ติ วทติ อนาปตฺติ. อปฺปคฺฆนฺติ อิทญฺจ อติเรกนิวารณตฺถเมว วุตฺตํ, สมเกปิ ปน อนาปตฺติ, ตญฺจ โข อคฺฆวเสเนว น ปมาณวเสน, อคฺฆวฑฺฒนกญฺหิ อิทํ สิกฺขาปทํ. ตสฺมา โย วีสติอคฺฆนกํ อนฺตรวาสกํ เจตาเปตุกาโม, ‘‘ตํ เอตฺตกเมว เม อคฺฆนกํ จีวรํ เทหี’’ติ วตฺตุมฺปิ วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีนิปิ ตตุตฺตริสิกฺขาปทสทิสาเนวาติ.
ปฐมอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ทุติยอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๓๒. ทุติยอุปกฺขเฏปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตญฺหิ อิมสฺส อนุปญฺญตฺติสทิสํ. เกวลํ ปฐมสิกฺขาปเท เอกสฺส ปีฬา กตา, ทุติเย ทฺวินฺนํ, อยเมเวตฺถ วิเสโส. เสสํ สพฺพํ ปฐมสทิสเมว. ยถา จ ทฺวินฺนํ, เอวํ พหูนํ ปีฬํ กตฺวา คณฺหโตปิ อาปตฺติ เวทิตพฺพาติ.
ทุติยอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ราชสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๓๗. เตน สมเยนาติ ราชสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อุปาสกํ สญฺญาเปตฺวาติ ชานาเปตฺวา, ‘‘อิมินา มูเลน จีวรํ กิณิตฺวา เถรสฺส เทหี’’ติ เอวํ วตฺวาติ อธิปฺปาโย. ปญฺญาสพนฺโธติ ปญฺญาสกหาปณทณฺโฑติ วุตฺตํ โหติ. ปญฺญาสํ พทฺโธติปิ ปาโฐ, ปญฺญาสํ ชิโต ปญฺญาสํ ทาเปตพฺโพติ อธิปฺปาโย. อชฺชโณฺห, ภนฺเต, อาคเมหีติ ภนฺเต, อชฺช เอกทิวสํ อมฺหากํ ติฏฺฐ, อธิวาเสหีติ อตฺโถ. ปรามสีติ คณฺหิ. ชีโนสีติ ชิโตสิ.
๕๓๘-๙. ราชโภคฺโคติ ราชโต โภคฺคํ ภุญฺชิตพฺพํ อสฺสตฺถีติ ราชโภคฺโค, ราชโภโคติปิ ปาโฐ, ราชโต โภโค อสฺส อตฺถีติ อตฺโถ.
ปหิเณยฺยาติ เปเสยฺย, อุตฺตานตฺถตฺตา ปนสฺส ปทภาชนํ น วุตฺตํ. ยถา จ เอตสฺส, เอวํ ‘‘จีวรํ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุ’’นฺติอาทีนมฺปิ ปทานํ อุตฺตานตฺถตฺตาเยว ปทภาชนํ น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อาภตนฺติ อานีตํ. กาเลนกปฺปิยนฺติ ยุตฺตปตฺตกาเลน, ยทา โน อตฺโถ โหติ, ตทา กปฺปิยํ จีวรํ คณฺหามาติ อตฺโถ.
เวยฺยาวจฺจกโรติ กิจฺจกโร, กปฺปิยการโกติ อตฺโถ. สญฺญตฺโต โส มยาติ อาณตฺโต โส มยา, ยถา ตุมฺหากํ จีวเรน อตฺเถ สติ จีวรํ ทสฺสติ, เอวํ วุตฺโตติ อตฺโถ. อตฺโถ เม อาวุโส จีวเรนาติ โจทนาลกฺขณนิทสฺสนเมตํ, อิทญฺหิ วจนํ วตฺตพฺพํ, อสฺส วา อตฺโถ ยาย กายจิ ภาสาย; อิทํ โจทนาลกฺขณํ. ‘‘เทหิ เม จีวร’’นฺติอาทีนิ ปน นวตฺตพฺพาการทสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ, เอตานิ หิ วจนานิ เอเตสํ วา อตฺโถ ยาย กายจิ ภาสาย น วตฺตพฺโพ.