ปาราชิกกณฺฑ-อฏฺฐกถา (ทุติโย ภาโค)
๓. ตติยปาราชิกํ
ตติยํ ตีหิ สุทฺเธน, ยํ พุทฺเธน วิภาวิตํ;
ปาราชิกํ ตสฺส ทานิ, ปตฺโต สํวณฺณนากฺกโม.
ยสฺมา ตสฺมา สุวิญฺเญยฺยํ, ยํ ปุพฺเพ จ ปกาสิตํ;
ตํ วชฺชยิตฺวา อสฺสาปิ, โหติ สํวณฺณนา อยํ.
ปฐมปญฺญตฺตินิทานวณฺณนา
๑๖๒. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายนฺติ เอตฺถ เวสาลิยนฺติ เอวํนามเก อิตฺถิลิงฺควเสน ปวตฺตโวหาเร นคเร. ตญฺหิ นครํ ติกฺขตฺตุํ ปาการปริกฺเขปวฑฺฒเนน วิสาลีภูตตฺตา ‘‘เวสาลี’’ติ วุจฺจติ. อิทมฺปิ จ นครํ สพฺพญฺญุตปฺปตฺเตเยว สมฺมาสมฺพุทฺเธ สพฺพากาเรน เวปุลฺลํ ปตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวํ โคจรคามํ ทสฺเสตฺวา นิวาสฏฺฐาน มาห – ‘‘มหาวเน กูฏาคารสาลาย’’นฺติ. ตตฺถ มหาวนํ นาม สยํชาตํ อโรปิมํ สปริจฺเฉทํ มหนฺตํ วนํ. กปิลวตฺถุสามนฺตา ปน มหาวนํ หิมวนฺเตน สห เอกาพทฺธํ อปริจฺเฉทํ หุตฺวา มหาสมุทฺทํ อาหจฺจ ฐิตํ. อิทํ ตาทิสํ น โหติ, สปริจฺเฉทํ มหนฺตํ วนนฺติ มหาวนํ. กูฏาคารสาลา ปน มหาวนํ นิสฺสาย กเต อาราเม กูฏาคารํ อนฺโต กตฺวา หํสวฏฺฏกจฺฉทเนน กตา สพฺพาการสมฺปนฺนา พุทฺธสฺส ภควโต คนฺธกุฏิ เวทิตพฺพา.
อเนกปริยาเยน อสุภกถํ กเถตีติ อเนเกหิ การเณหิ อสุภาการสนฺทสฺสนปฺปวตฺตํ กายวิจฺฉนฺทนิยกถํ กเถติ. เสยฺยถิทํ – ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา โลมา…เป. … มุตฺต’’นฺติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ภิกฺขเว, อิมสฺมึ พฺยามมตฺเต กเฬวเร สพฺพากาเรนปิ วิจินนฺโต น โกจิ กิญฺจิ มุตฺตํ วา มณึ วา เวฬุริยํ วา อครุํ วา จนฺทนํ วา กุงฺกุมํ วา กปฺปูรํ วา วาสจุณฺณาทีนิ วา อณุมตฺตมฺปิ สุจิภาวํ ปสฺสติ. อถ โข ปรมทุคฺคนฺธํ เชคุจฺฉํ อสฺสิรีกทสฺสนํ เกสโลมาทินานปฺปการํ อสุจึเยว ปสฺสติ. ตสฺมา น เอตฺถ ฉนฺโท วา ราโค วา กรณีโย. เยปิ หิ อุตฺตมงฺเค สิรสฺมึ ชาตา เกสา นาม, เตปิ อสุภา เจว อสุจิโน จ ปฏิกฺกูลา จ. โส จ เนสํ อสุภาสุจิปฏิกฺกูลภาโว วณฺณโตปิ สณฺฐานโตปิ คนฺธโตปิ อาสยโตปิ โอกาสโตปีติ ปญฺจหิ การเณหิ เวทิตพฺโพ. เอวํ โลมาทีนนฺติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘๒) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. อิติ ภควา เอกเมกสฺมึ โกฏฺฐาเส ปญฺจปญฺจปฺปเภเทน อเนกปริยาเยน อสุภกถํ กเถติ.
อสุภาย วณฺณํ ภาสตีติ อุทฺธุมาตกาทิวเสน อสุภมาติกํ นิกฺขิปิตฺวา ปทภาชนีเยน ตํ วิภชนฺโต วณฺเณนฺโต สํวณฺเณนฺโต อสุภาย วณฺณํ ภาสติ. อสุภภาวนาย วณฺณํ ภาสตีติ ยา อยํ เกสาทีสุ วา อุทฺธุมาตกาทีสุ วา อชฺฌตฺตพหิทฺธาวตฺถูสุ อสุภาการํ คเหตฺวา ปวตฺตสฺส จิตฺตสฺส ภาวนา วฑฺฒนา ผาติกมฺมํ, ตสฺสา อสุภภาวนาย อานิสํสํ ทสฺเสนฺโต วณฺณํ ภาสติ, คุณํ ปริกิตฺเตติ. เสยฺยถิทํ – ‘‘อสุภภาวนาภิยุตฺโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เกสาทีสุ วา วตฺถูสุ อุทฺธุมาตกาทีสุ วา ปญฺจงฺควิปฺปหีนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ ติวิธกลฺยาณํ ทสลกฺขณสมฺปนฺนํ ปฐมํ ฌานํ ปฏิลภติ. โส ตํ ปฐมชฺฌานสงฺขาตํ จิตฺตมญฺชูสํ นิสฺสาย วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อุตฺตมตฺถํ อรหตฺตํ ปาปุณาตี’’ติ.
ตตฺริมานิ ปฐมสฺส ฌานสฺส ทส ลกฺขณานิ – ปาริปนฺถิกโต จิตฺตวิสุทฺธิ, มชฺฌิมสฺส สมาธินิมิตฺตสฺส ปฏิปตฺติ, ตตฺถ จิตฺตปกฺขนฺทนํ, วิสุทฺธสฺส จิตฺตสฺส อชฺฌุเปกฺขนํ, สมถปฺปฏิปนฺนสฺส อชฺฌุเปกฺขนํ, เอกตฺตุปฏฺฐานสฺส อชฺฌุเปกฺขนํ, ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ อนติวตฺตนฏฺเฐน สมฺปหํสนา, อินฺทฺริยานํ เอกรสฏฺเฐน ตทุปควีริยวาหนฏฺเฐน อาเสวนฏฺเฐน สมฺปหํสนาติ.
ตตฺรายํ ปาฬิ – ‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส โก อาทิ, กึ มชฺเฌ, กึ ปริโยสานํ? ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ, อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ, สมฺปหํสนา ปริโยสานํ. ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ, อาทิสฺส กติ ลกฺขณานิ? อาทิสฺส ตีณิ ลกฺขณานิ – โย ตสฺส ปริปนฺโถ ตโต จิตฺตํ วิสุชฺฌติ, วิสุทฺธตฺตา จิตฺตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ, ปฏิปนฺนตฺตา ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. ยญฺจ ปริปนฺถโต จิตฺตํ วิสุชฺฌติ, ยญฺจ วิสุทฺธตฺตา จิตฺตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ, ยญฺจ ปฏิปนฺนตฺตา ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ, อาทิสฺส อิมานิ ตีณิ ลกฺขณานิ. เตน วุจฺจติ – ‘ปฐมํ ฌานํ อาทิกลฺยาณญฺเจว โหติ ติลกฺขณสมฺปนฺนญฺจ’.
‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ, มชฺฌสฺส กติ ลกฺขณานิ? มชฺฌสฺส ตีณิ ลกฺขณานิ – วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ, สมถปฺปฏิปนฺนํ อชฺฌุเปกฺขติ, เอกตฺตุปฏฺฐานํ อชฺฌุเปกฺขติ. ยญฺจ วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ, ยญฺจ สมถปฺปฏิปนฺนํ อชฺฌุเปกฺขติ, ยญฺจ เอกตฺตุปฏฺฐานํ อชฺฌุเปกฺขติ. ปฐมสฺส ฌานสฺส อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ, มชฺฌสฺส อิมานิ ตีณิ ลกฺขณานิ. เตน วุจฺจติ – ‘ปฐมํ ฌานํ มชฺเฌกลฺยาณญฺเจว โหติ ติลกฺขณสมฺปนฺนญฺจ’.
‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส สมฺปหํสนา ปริโยสานํ, ปริโยสานสฺส กติ ลกฺขณานิ? ปริโยสานสฺส จตฺตาริ ลกฺขณานิ – ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ อนติวตฺตนฏฺเฐน สมฺปหํสนา, อินฺทฺริยานํ เอกรสฏฺเฐน สมฺปหํสนา, ตทุปควีริยวาหนฏฺเฐน สมฺปหํสนา, อาเสวนฏฺเฐน สมฺปหํสนา. ปฐมสฺส ฌานสฺส สมฺปหํสนา ปริโยสานํ, ปริโยสานสฺส อิมานิ จตฺตาริ ลกฺขณานิ. เตน วุจฺจติ – ‘ปฐมํ ฌานํ ปริโยสานกลฺยาณญฺเจว โหติ จตุลกฺขณสมฺปนฺนญฺจ. ‘‘เอวํ ติวิธตฺตคตํ จิตฺตํ ติวิธกลฺยาณกํ ทสลกฺขณสมฺปนฺนํ วิตกฺกสมฺปนฺนญฺเจว โหติ วิจารสมฺปนฺนญฺจ ปีติสมฺปนฺนญฺจ สุขสมฺปนฺนญฺจ จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานสมฺปนฺนญฺจ สทฺธาสมฺปนฺนญฺจ วีริยสมฺปนฺนญฺจ สติสมฺปนฺนญฺจ สมาธิสมฺปนฺนญฺจ ปญฺญาสมฺปนฺนญฺจา’’ติ (ปฏิ. โร. ๑.๑๕๘).
อาทิสฺส อาทิสฺส อสุภสมาปตฺติยา วณฺณํ ภาสตีติ ‘‘เอวมฺปิ อิตฺถมฺปี’’ติ ปุนปฺปุนํ ววตฺถานํ กตฺวา อาทิสนฺโต อสุภสมาปตฺติยา วณฺณํ ภาสติ, อานิสํสํ กเถติ, คุณํ ปริกิตฺเตติ. เสยฺยถิทํ – ‘‘อสุภสญฺญาปริจิเตน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน เจตสา พหุลํ วิหรโต เมถุนธมฺมสมาปตฺติยา จิตฺตํ ปฏิลียติ ปฏิกุฏติ ปฏิวฏฺฏติ, น สมฺปสารียติ, อุเปกฺขา วา ปาฏิกุลฺยตา วา สณฺฐาติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, กุกฺกุฏปตฺตํ วา นฺหารุททฺทุลํ วา อคฺคิมฺหิ ปกฺขิตฺตํ ปฏิลียติ ปฏิกุฏติ ปฏิวฏฺฏติ, น สมฺปสารียติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อสุภสญฺญาปริจิเตน ภิกฺขุโน เจตสา พหุลํ วิหรโต เมถุนธมฺมสมาปตฺติยา จิตฺตํ ปฏิลียติ ปฏิกุฏติ ปฏิวฏฺฏติ, น สมฺปสารียตี’’ติ (อ. นิ. ๗.๔๙).
อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเว, อทฺธมาสํ ปฏิสลฺลียิตุนฺติ อหํ ภิกฺขเว เอกํ อทฺธมาสํ ปฏิสลฺลียิตุํ นิลียิตุํ เอโกว หุตฺวา วิหริตุํ อิจฺฉามีติ อตฺโถ. นมฺหิ เกนจิ อุปสงฺกมิตพฺโพ อญฺญตฺร เอเกน ปิณฺฑปาตนีหารเกนาติ โย อตฺตนา ปยุตฺตวาจํ อกตฺวา มมตฺถาย สทฺเธสุ กุเลสุ ปฏิยตฺตํ ปิณฺฑปาตํ นีหริตฺวา มยฺหํ อุปนาเมติ, ตํ ปิณฺฑปาตนีหารกํ เอกํ ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา นมฺหิ อญฺเญน เกนจิ ภิกฺขุนา วา คหฏฺเฐน วา อุปสงฺกมิตพฺโพติ.
กสฺมา ปน เอวมาหาติ? อตีเต กิร ปญฺจสตา มิคลุทฺทกา มหตีหิ ทณฺฑวาคุราหิ อรญฺญํ ปริกฺขิปิตฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา เอกโตเยว ยาวชีวํ มิคปกฺขิฆาตกมฺเมน ชีวิกํ กปฺเปตฺวา นิรเย อุปปนฺนา; เต ตตฺถ ปจฺจิตฺวา ปุพฺเพ กเตน เกนจิเทว กุสลกมฺเมน มนุสฺเสสุ อุปปนฺนา กลฺยาณูปนิสฺสยวเสน สพฺเพปิ ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภึสุ; เตสํ ตโต มูลากุสลกมฺมโต อวิปกฺกวิปากา อปราปรเจตนา ตสฺมึ อทฺธมาสพฺภนฺตเร อตฺตูปกฺกเมน จ ปรูปกฺกเมน จ ชีวตุปจฺเฉทาย โอกาสมกาสิ, ตํ ภควา อทฺทส. กมฺมวิปาโก นาม น สกฺกา เกนจิ ปฏิพาหิตุํ. เตสุ จ ภิกฺขูสุ ปุถุชฺชนาปิ อตฺถิ โสตาปนฺนสกทาคามีอนาคามีขีณาสวาปิ. ตตฺถ ขีณาสวา อปฺปฏิสนฺธิกา, อิตเร อริยสาวกา นิยตคติกา สุคติปรายณา, ปุถุชฺชนานํ ปน คติ อนิยตา. อถ ภควา จินฺเตสิ – ‘‘อิเม อตฺตภาเว ฉนฺทราเคน มรณภยภีตา น สกฺขิสฺสนฺติ คตึ วิโสเธตุํ, หนฺท เนสํ ฉนฺทราคปฺปหานาย อสุภกถํ กเถมิ. ตํ สุตฺวา อตฺตภาเว วิคตจฺฉนฺทราคตาย คติวิโสธนํ กตฺวา สคฺเค ปฏิสนฺธึ คณฺหิสฺสนฺติ. เอวํ เนสํ มม สนฺติเก ปพฺพชฺชา สาตฺถิกา ภวิสฺสตี’’ติ.
ตโต เตสํ อนุคฺคหาย อสุภกถํ กเถสิ กมฺมฏฺฐานสีเสน, โน มรณวณฺณสํวณฺณนาธิปฺปาเยน. กเถตฺวา จ ปนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘สเจ มํ อิมํ อทฺธมาสํ ภิกฺขู ปสฺสิสฺสนฺติ, ‘อชฺช เอโก ภิกฺขุ มโต, อชฺช เทฺว…เป… อชฺช ทสา’ติ อาคนฺตฺวา อาคนฺตฺวา อาโรเจสฺสนฺติ. อยญฺจ กมฺมวิปาโก น สกฺกา มยา วา อญฺเญน วา ปฏิพาหิตุํ. สฺวาหํ ตํ สุตฺวาปิ กึ กริสฺสามิ? กึ เม อนตฺถเกน อนยพฺยสเนน สุเตน? หนฺทาหํ ภิกฺขูนํ อทสฺสนํ อุปคจฺฉามี’’ติ. ตสฺมา เอวมาห – ‘‘อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเว, อทฺธมาสํ ปติสลฺลียิตุํ; นมฺหิ เกนจิ อุปสงฺกมิตพฺโพ อญฺญตฺร เอเกน ปิณฺฑปาตนีหารเกนา’’ติ.
อปเร ปนาหุ – ‘‘ปรูปวาทวิวชฺชนตฺถํ เอวํ วตฺวา ปฏิสลฺลีโน’’ติ. ปเร กิร ภควนฺตํ อุปวทิสฺสนฺติ – ‘‘อยํ ‘สพฺพญฺญู, อหํ สทฺธมฺมวรจกฺกวตฺตี’ติ ปฏิชานมาโน อตฺตโนปิ สาวเก อญฺญมญฺญํ ฆาเตนฺเต นิวาเรตุํ น สกฺโกติ. กิมญฺญํ สกฺขิสฺสตี’’ติ? ตตฺถ ปณฺฑิตา วกฺขนฺติ – ‘‘ภควา ปฏิสลฺลานมนุยุตฺโต นยิมํ ปวตฺตึ ชานาติ, โกจิสฺส อาโรจยิตาปิ นตฺถิ, สเจ ชาเนยฺย อทฺธา นิวาเรยฺยา’’ติ. อิทํ ปน อิจฺฉามตฺตํ, ปฐมเมเวตฺถ การณํ. นาสฺสุธาติ เอตฺถ ‘‘อสฺสุธา’’ติ ปทปูรณมตฺเต อวธารณตฺเถ วา นิปาโต; เนว โกจิ ภควนฺตํ อุปสงฺกมตีติ อตฺโถ.
อเนเกหิ วณฺณสณฺฐานาทีหิ การเณหิ โวกาโร อสฺสาติ อเนกาการโวกาโร; อเนกาการโวกิณฺโณ อเนกการณสมฺมิสฺโสติ วุตฺตํ โหติ. โก โส? อสุภภาวนานุโยโค, ตํ อเนกาการโวการํ อสุภภาวนานุโยคํ อนุยุตฺตา วิหรนฺตีติ ยุตฺตปยุตฺตา วิหรนฺติ. อฏฺฏียนฺตีติ สเกน กาเยน อฏฺฏา ทุกฺขิตา โหนฺติ. หรายนฺตีติ ลชฺชนฺติ. ชิคุจฺฉนฺตีติ สญฺชาตชิคุจฺฉา โหนฺติ. ทหโรติ ตรุโณ. ยุวาติ โยพฺพเนน สมนฺนาคโต. มณฺฑนกชาติโกติ มณฺฑนกปกติโก. สีสํนฺหาโตติ สีเสน สทฺธึ นฺหาโต. ทหโร ยุวาติ เจตฺถ ทหรวจเนน ปฐมโยพฺพนภาวํ ทสฺเสติ. ปฐมโยพฺพเน หิ สตฺตา วิเสเสน มณฺฑนกชาติกา โหนฺติ. สีสํนฺหาโตติ อิมินา มณฺฑนานุโยคกาลํ. ยุวาปิ หิ กิญฺจิ กมฺมํ กตฺวา สํกิลิฏฺฐสรีโร น มณฺฑนานุยุตฺโต โหติ; สีสํนฺหาโต ปน โส มณฺฑนเมวานุยุญฺชติ. อหิกุณปาทีนิ ทฏฺฐุมฺปิ น อิจฺฉติ. โส ตสฺมึ ขเณ อหิกุณเปน วา กุกฺกุรกุณเปน วา มนุสฺสกุณเปน วา กณฺเฐ อาสตฺเตน เกนจิเทว ปจฺจตฺถิเกน อาเนตฺวา กณฺเฐ พทฺเธน ปฏิมุกฺเกน ยถา อฏฺฏีเยยฺย หราเยยฺย ชิคุจฺเฉยฺย; เอวเมว เต ภิกฺขู สเกน กาเยน อฏฺฏียนฺตา หรายนฺตา ชิคุจฺฉนฺตา โส วิย ปุริโส ตํ กุณปํ วิคตจฺฉนฺทราคตาย อตฺตโน กายํ ปริจฺจชิตุกามา หุตฺวา สตฺถํ อาทาย อตฺตนาปิ อตฺตานํ ชีวิตา โวโรเปนฺติ. ‘‘ตฺวํ มํ ชีวิตา โวโรเปหิ; อหํ ต’’นฺติ เอวํ อญฺญมญฺญมฺปิ ชีวิตา โวโรเปนฺติ.
มิคลณฺฑิกมฺปิ สมณกุตฺตกนฺติ มิคลณฺฑิโกติ ตสฺส นามํ; สมณกุตฺตโกติ สมณเวสธารโก. โส กิร สิขามตฺตํ ฐเปตฺวา สีสํ มุณฺเฑตฺวา เอกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา เอกํ อํเส กตฺวา วิหารํเยว อุปนิสฺสาย วิฆาสาทภาเวน ชีวติ. ตมฺปิ มิคลณฺฑิกํ สมณกุตฺตกํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทนฺติ. สาธูติ อายาจนตฺเถ นิปาโต. โนติ อุปโยคพหุวจนํ, สาธุ อาวุโส อเมฺห ชีวิตา โวโรเปหีติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถ จ อริยา เนว ปาณาติปาตํ กรึสุ น สมาทเปสุํ, น สมนุญฺญา อเหสุํ. ปุถุชฺชนา ปน สพฺพมกํสุ. โลหิตกนฺติ โลหิตมกฺขิตํ. เยน วคฺคุมุทานทีติ วคฺคุมตา โลกสฺส ปุญฺญสมฺมตา นที. โสปิ กิร ‘‘ตํ ปาปํ ตตฺถ ปวาเหสฺสามี’’ติ สญฺญาย คโต, นทิยา อานุภาเวน อปฺปมตฺตกมฺปิ ปาปํ ปหีนํ นาม นตฺถิ.
๑๖๓. อหุเทว กุกฺกุจฺจนฺติ เตสุ กิร ภิกฺขูสุ เกนจิปิ กายวิกาโร วา วจีวิกาโร วา น กโต, สพฺเพ สตา สมฺปชานา ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปชฺชึสุ. ตํ อนุสฺสรโต ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสิเยว. อหุ วิปฺปฏิสาโรติ ตสฺเสว กุกฺกุจฺจสฺส สภาวนิยมนตฺถเมตํ วุตฺตํ. วิปฺปฏิสารกุกฺกุจฺจํ อโหสิ, น วินยกุกฺกุจฺจนฺติ. อลาภา วต เมติอาทิ กุกฺกุจฺจสฺส ปวตฺติอาการทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ อลาภา วต เมติ อายตึ ทานิ มม หิตสุขลาภา นาม นตฺถีติ อนุตฺถุนาติ. ‘‘น วต เม ลาภา’’ติอิมินา ปน ตเมวตฺถํ ทฬฺหํ กโรติ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สเจปิ โกจิ ‘‘ลาภา เต’’ติ วเทยฺย, ตํ มิจฺฉา, น วต เม ลาภาติ. ทุลฺลทฺธํ วต เมติ กุสลานุภาเวน ลทฺธมฺปิ อิทํ มนุสฺสตฺตํ ทุลฺลทฺธํ วต เม. น วต เม สุลทฺธนฺติอิมินา ปน ตเมวตฺถํ ทฬฺหํ กโรติ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สเจปิ โกจิ ‘‘สุลทฺธํ เต’’ติ วเทยฺย, ตํ มิจฺฉา; น วต เม สุลทฺธนฺติ. อปุญฺญํ ปสุตนฺติ อปุญฺญํ อุปจิตํ ชนิตํ วา. กสฺมาติ เจ? โยหํ ภิกฺขู…เป… โวโรเปสินฺติ. ตสฺสตฺโถ – โย อหํ สีลวนฺเต ตาย เอว สีลวนฺตตาย กลฺยาณธมฺเม อุตฺตมธมฺเม เสฏฺฐธมฺเม ภิกฺขู ชีวิตา โวโรเปสินฺติ.
อญฺญตรา มารกายิกาติ นามวเสน อปากฏา เอกา ภุมฺมเทวตา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มารปกฺขิกา มารสฺสนุวตฺติกา ‘‘เอวมยํ มารเธยฺยํ มารวิสยํ นาติกฺกมิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา สพฺพาภรณวิภูสิตา หุตฺวา อตฺตโน อานุภาวํ ทสฺสยมานา อภิชฺชมาเน อุทเก ปถวีตเล จงฺกมมานา วิย อาคนฺตฺวา มิคลณฺฑิกํ สมณกุตฺตกํ เอตทโวจ. สาธุ สาธูติ สมฺปหํสนตฺเถ นิปาโต; ตสฺมา เอว ทฺวิวจนํ กตํ. อติณฺเณ ตาเรสีติ สํสารโต อติณฺเณ อิมินา ชีวิตาโวโรปเนน ตาเรสิ ปริโมเจสีติ. อยํ กิร เอติสฺสา เทวตาย พาลาย ทุมฺเมธาย ลทฺธิ ‘‘เย น มตา, เต สํสารโต น มุตฺตา. เย มตา, เต มุตฺตา’’ติ. ตสฺมา สํสารโมจกมิลกฺขา วิย เอวํลทฺธิกา หุตฺวา ตมฺปิ ตตฺถ นิโยเชนฺตี เอวมาห. อถ โข มิคลณฺฑิโก สมณกุตฺตโก ตาว ภุสํ อุปฺปนฺนวิปฺปฏิสาโรปิ ตํ เทวตาย อานุภาวํ ทิสฺวา ‘‘อยํ เทวตา เอวมาห – อทฺธา อิมินา อตฺเถน เอวเมว ภวิตพฺพ’’นฺติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ‘‘ลาภา กิร เม’’ติอาทีนิ ปริกิตฺตยนฺโต. วิหาเรน วิหารํ ปริเวเณน ปริเวณํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทตีติ ตํ ตํ วิหารญฺจ ปริเวณญฺจ อุปสงฺกมิตฺวา ทฺวารํ วิวริตฺวา อนฺโต ปวิสิตฺวา ภิกฺขู เอวํ วทติ – ‘‘โก อติณฺโณ, กํ ตาเรมี’’ติ?
โหติเยว ภยนฺติ มรณํ ปฏิจฺจ จิตฺตุตฺราโส โหติ. โหติ ฉมฺภิตตฺตนฺติ หทยมํสํ อาทึ กตฺวา ตสฺมา สรีรจลนํ โหติ; อติภเยน ถทฺธสรีรตฺตนฺติปิ เอเก, ถมฺภิตตฺตญฺหิ ฉมฺภิตตฺตนฺติ วุจฺจติ. โลมหํโสติ อุทฺธํฐิตโลมตา, ขีณาสวา ปน สตฺตสุญฺญตาย สุทิฏฺฐตฺตา มรณกสตฺตเมว น ปสฺสนฺติ, ตสฺมา เตสํ สพฺพมฺเปตํ นาโหสีติ เวทิตพฺพํ. เอกมฺปิ ภิกฺขุํ เทฺวปิ…เป… สฏฺฐิมฺปิ ภิกฺขู เอกาเหน ชีวิตา โวโรเปสีติ เอวํ คณนวเสน สพฺพานิปิ ตานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ชีวิตา โวโรเปสิ.
๑๖๔. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ เตสํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ชีวิตกฺขยปตฺตภาวํ ญตฺวา ตโต เอกีภาวโต วุฏฺฐิโต ชานนฺโตปิ อชานนฺโต วิย กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ. กึ นุ โข อานนฺท ตนุภูโต วิย ภิกฺขุสงฺโฆติ อานนฺท อิโต ปุพฺเพ พหู ภิกฺขู เอกโต อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺติ, อุทฺเทสํ ปริปุจฺฉํ คณฺหนฺติ สชฺฌายนฺติ, เอกปชฺโชโต วิย อาราโม ทิสฺสติ, อิทานิ ปน อทฺธมาสมตฺตสฺส อจฺจเยน ตนุภูโต วิย ตนุโก มนฺโท อปฺปโก วิรฬวิรโฬ วิย ชาโต ภิกฺขุสงฺโฆ. กินฺนุ โข การณํ, กึ ทิสาสุ ปกฺกนฺตา ภิกฺขูติ?
อถายสฺมา อานนฺโท กมฺมวิปาเกน เตสํ ชีวิตกฺขยปฺปตฺตึ อสลฺลกฺเขนฺโต อสุภกมฺมฏฺฐานานุโยคปจฺจยา ปน สลฺลกฺเขนฺโต ‘‘ตถา หิ ปน ภนฺเต ภควา’’ติอาทึ วตฺวา ภิกฺขูนํ อรหตฺตปฺปตฺติยา อญฺญํ กมฺมฏฺฐานํ ยาจนฺโต ‘‘สาธุ ภนฺเต ภควา’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – สาธุ ภนฺเต ภควา อญฺญํ การณํ อาจิกฺขตุ, เยน ภิกฺขุสงฺโฆ อรหตฺเต ปติฏฺฐเหยฺย; มหาสมุทฺทํ โอโรหณติตฺถานิ วิย หิ อญฺญานิปิ ทสานุสฺสติทสกสิณจตุธาตุววตฺถานพฺรหฺมวิหารานาปานสติปฺปเภทานิ พหูนิ นิพฺพาโนโรหณกมฺมฏฺฐานานิ สนฺติ. เตสุ ภควา ภิกฺขู สมสฺสาเสตฺวา อญฺญตรํ กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขตูติ อธิปฺปาโย.
อถ ภควา ตถา กาตุกาโม เถรํ อุยฺโยเชนฺโต ‘‘เตนหานนฺทา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เวสาลึ อุปนิสฺสายาติ เวสาลึ อุปนิสฺสาย สมนฺตา คาวุเตปิ อทฺธโยชเนปิ ยาวติกา ภิกฺขู วิหรนฺติ, เต สพฺเพ สนฺนิปาเตหีติ อตฺโถ. เต สพฺเพ อุปฏฺฐานสาลายํ สนฺนิปาเตตฺวาติ อตฺตนา คนฺตุํ ยุตฺตฏฺฐานํ สยํ คนฺตฺวา อญฺญตฺถ ทหรภิกฺขู ปหิณิตฺวา มุหุตฺเตเนว อนวเสเส ภิกฺขู อุปฏฺฐานสาลายํ สมูหํ กตฺวา. ยสฺส ทานิ ภนฺเต ภควา กาลํ มญฺญตีติ เอตฺถ อยมธิปฺปาโย – ภควา ภิกฺขุสงฺโฆ สนฺนิปติโต เอส กาโล ภิกฺขูนํ ธมฺมกถํ กาตุํ, อนุสาสนึ ทาตุํ, อิทานิ ยสฺส ตุเมฺห กาลํ ชานาถ, ตํ กตฺตพฺพนฺติ.
อานาปานสฺสติสมาธิกถา
๑๖๕. อถ โข ภควา…เป… ภิกฺขู อามนฺเตสิ – อยมฺปิ โข ภิกฺขเวติ อามนฺเตตฺวา จ ปน ภิกฺขูนํ อรหตฺตปฺปตฺติยา ปุพฺเพ อาจิกฺขิตอสุภกมฺมฏฺฐานโต อญฺญํ ปริยายํ อาจิกฺขนฺโต ‘‘อานาปานสฺสติสมาธี’’ติ อาห.
อิทานิ ยสฺมา ภควตา ภิกฺขูนํ สนฺตปณีตกมฺมฏฺฐานทสฺสนตฺถเมว อยํ ปาฬิ วุตฺตา, ตสฺมา อปริหาเปตฺวา อตฺถโยชนากฺกมํ เอตฺถ วณฺณนํ กริสฺสามิ. ตตฺร ‘‘อยมฺปิ โข ภิกฺขเว’’ติ อิมสฺส ตาว ปทสฺส อยํ โยชนา – ภิกฺขเว น เกวลํ อสุภภาวนาเยว กิเลสปฺปหานาย สํวตฺตติ, อปิจ อยมฺปิ โข อานาปานสฺสติสมาธิ…เป… วูปสเมตีติ.
อยํ ปเนตฺถ อตฺถวณฺณนา – อานาปานสฺสตีติ อสฺสาสปสฺสาสปริคฺคาหิกา สติ. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ –
‘‘อานนฺติ อสฺสาโส, โน ปสฺสาโส. อปานนฺติ ปสฺสาโส, โน อสฺสาโส. อสฺสาสวเสน อุปฏฺฐานํ สติ, ปสฺสาสวเสน อุปฏฺฐานํ สติ. โย อสฺสสติ ตสฺสุปฏฺฐาติ, โย ปสฺสสติ ตสฺสุปฏฺฐาตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๐).
สมาธีติ ตาย อานาปานปริคฺคาหิกาย สติยา สทฺธึ อุปฺปนฺนา จิตฺเตกคฺคตา; สมาธิสีเสน จายํ เทสนา, น สติสีเสน. ตสฺมา อานาปานสฺสติยา ยุตฺโต สมาธิ อานาปานสฺสติสมาธิ, อานาปานสฺสติยํ วา สมาธิ อานาปานสฺสติสมาธีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ภาวิโตติ อุปฺปาทิโต วฑฺฒิโต จ. พหุลีกโตติ ปุนปฺปุนํ กโต. สนฺโต เจว ปณีโต จาติ สนฺโต เจว ปณีโต เจว, อุภยตฺถ เอวสทฺเทน นิยโม เวทิตพฺโพ. กึ วุตฺตํ โหติ? อยญฺหิ ยถา อสุภกมฺมฏฺฐานํ เกวลํ ปฏิเวธวเสน สนฺตญฺจ ปณีตญฺจ โอฬาริการมฺมณตฺตา ปน ปฏิกูลารมฺมณตฺตา จ อารมฺมณวเสน เนว สนฺตํ น ปณีตํ, น เอวํ เกนจิ ปริยาเยน อสนฺโต วา อปฺปณีโต วา, อปิจ โข อารมฺมณสนฺตตายปิ สนฺโต วูปสนฺโต นิพฺพุโต ปฏิเวธสงฺขาตองฺคสนฺตตายปิ อารมฺมณปฺปณีตตายปิ ปณีโต อติตฺติกโร องฺคปฺปณีตตายปีติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สนฺโต เจว ปณีโต จา’’ติ.
อเสจนโก จ สุโข จ วิหาโรติ เอตฺถ ปน นาสฺส เสจนนฺติ อเสจนโก อนาสิตฺตโก อพฺโพกิณฺโณ ปาเฏกฺโก อาเวณิโก, นตฺเถตฺถ ปริกมฺเมน วา อุปจาเรน วา สนฺตตา อาทิมนสิการโต ปภุติ อตฺตโน สภาเวเนว สนฺโต จ ปณีโต จาติ อตฺโถ. เกจิ ปน อเสจนโกติ อนาสิตฺตโก โอชวนฺโต สภาเวเนว มธุโรติ วทนฺติ. เอวมยํ อเสจนโก จ อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ กายิกเจตสิกสุขปฺปฏิลาภาย สํวตฺตนโต สุโข จ วิหาโรติ เวทิตพฺโพ.
อุปฺปนฺนุปฺปนฺเนติ อวิกฺขมฺภิเต อวิกฺขมฺภิเต. ปาปเกติ ลามเก. อกุสเล ธมฺเมติ อโกสลฺลสมฺภูเต ธมฺเม. ฐานโส อนฺตรธาเปตีติ ขเณเนว อนฺตรธาเปติ วิกฺขมฺเภติ. วูปสเมตีติ สุฏฺฐุ อุปสเมติ, นิพฺเพธภาคิยตฺตา วา อนุปุพฺเพน อริยมคฺควุฑฺฒิปฺปโต สมุจฺฉินฺทติ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตีติปิ อตฺโถ.
เสยฺยถาปีติ โอปมฺมนิทสฺสนเมตํ. คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเสติ อาสาฬฺหมาเส. อูหตํ รโชชลฺลนฺติ อทฺธมาเส วาตาตปสุกฺขาย โคมหึสาทิปาทปฺปหารสมฺภินฺนาย ปถวิยา อุทฺธํ หตํ อูหตํ อากาเส สมุฏฺฐิตํ รชญฺจ เรณุญฺจ. มหา อกาลเมโฆติ สพฺพํ นภํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อุฏฺฐิโต อาสาฬฺหชุณฺหปกฺเข สกลํ อทฺธมาสํ วสฺสนกเมโฆ. โส หิ อสมฺปตฺเต วสฺสกาเล อุปฺปนฺนตฺตา อกาลเมโฆติ อิธาธิปฺเปโต. ฐานโส อนฺตรธาเปติ วูปสเมตีติ ขเณเนว อทสฺสนํ เนติ, ปถวิยํ สนฺนิสีทาเปติ. เอวเมว โขติ โอปมฺมสมฺปฏิปาทนเมตํ. ตโต ปรํ วุตฺตนยเมว.
อิทานิ กถํ ภาวิโต จ ภิกฺขเว อานาปานสฺสติสมาธีติ เอตฺถ กถนฺติ อานาปานสฺสติสมาธิภาวนํ นานปฺปการโต วิตฺถาเรตุกมฺยตาปุจฺฉา. ภาวิโต จ ภิกฺขเว อานาปานสฺสติสมาธีติ นานปฺปการโต วิตฺถาเรตุกมฺยตาย ปุฏฺฐธมฺมนิทสฺสนํ. เอส นโย ทุติยปเทปิ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ภิกฺขเว เกนปกาเรน เกนากาเรน เกน วิธินา ภาวิโต อานาปานสฺสติสมาธิ เกนปกาเรน พหุลีกโต สนฺโต เจว…เป… วูปสเมตีติ.
อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถาเรนฺโต ‘‘อิธ ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขูติ ภิกฺขเว อิมสฺมึ สาสเน ภิกฺขุ. อยเญฺหตฺถ อิธสทฺโท สพฺพปฺปการอานาปานสฺสติสมาธินิพฺพตฺตกสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺนิสฺสยภูตสาสนปริทีปโน อญฺญสาสนสฺส ตถาภาวปฏิเสธโน จ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ…เป… สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙). เตน วุตฺตํ – ‘‘อิมสฺมึ สาสเน ภิกฺขู’’ติ.
อรญฺญคโต วา…เป… สุญฺญาคารคโต วาติ อิทมสฺส อานาปานสฺสติสมาธิภาวนานุรูปเสนาสนปริคฺคหปริทีปนํ. อิมสฺส หิ ภิกฺขุโน ทีฆรตฺตํ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ อนุวิสฏํ จิตฺตํ อานาปานสฺสติสมาธิอารมฺมณํ อภิรุหิตุํ น อิจฺฉติ. กูฏโคณยุตฺตรโถ วิย อุปฺปถเมว ธาวติ. ตสฺมา เสยฺยถาปิ นาม โคโป กูฏเธนุยา สพฺพํ ขีรํ ปิวิตฺวา วฑฺฒิตํ กูฏวจฺฉํ ทเมตุกาโม เธนุโต อปเนตฺวา เอกมนฺเต มหนฺตํ ถมฺภํ นิขณิตฺวา ตตฺถ โยตฺเตน พนฺเธยฺย. อถสฺส โส วจฺโฉ อิโต จิโต จ วิปฺผนฺทิตฺวา ปลายิตุํ อสกฺโกนฺโต ตเมว ถมฺภํ อุปนิสีเทยฺย วา อุปนิปชฺเชยฺย วา; เอวเมว อิมินาปิ ภิกฺขุนา ทีฆรตฺตํ รูปารมฺมณาทิรสปานวฑฺฒิตํ ทุฏฺฐจิตฺตํ ทเมตุกาเมน รูปาทิอารมฺมณโต อปเนตฺวา อรญฺญํ วา…เป… สุญฺญาคารํ วา ปเวเสตฺวา ตตฺถ อสฺสาสปสฺสาสถมฺเภ สติโยตฺเตน พนฺธิตพฺพํ. เอวมสฺส ตํ จิตฺตํ อิโต จิโต จ วิปฺผนฺทิตฺวาปิ ปุพฺเพ อาจิณฺณารมฺมณํ อลภมานํ สติโยตฺตํ ฉินฺทิตฺวา ปลายิตุํ อสกฺโกนฺตํ ตเมวารมฺมณํ อุปจารปฺปนาวเสน อุปนิสีทติ เจว อุปนิปชฺชติ จ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ยถา ถมฺเภ นิพนฺเธยฺย, วจฺฉํ ทมฺมํ นโร อิธ;
พนฺเธยฺเยวํ สกํ จิตฺตํ, สติยารมฺมเณ ทฬฺห’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๑๗; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๔; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๗; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๖๓);
เอวมสฺเสตํ เสนาสนํ ภาวนานุรูปํ โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อิทมสฺส อานาปานสฺสติสมอาธิภาวนานุรูปเสนาสนปริคฺคหปริทีปน’’นฺติ.
อถ วา ยสฺมา อิทํ กมฺมฏฺฐานปฺปเภเท มุทฺธภูตํ สพฺพญฺญุพุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกานํ วิเสสาธิคมทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารปทฏฺฐานํ อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ อิตฺถิปุริสหตฺถิอสฺสาทิสทฺทสมากุลํ คามนฺตํ อปริจฺจชิตฺวา น สุกรํ สมฺปาเทตุํ, สทฺทกณฺฏกตฺตา ฌานสฺส. อคามเก ปน อรญฺเญ สุกรํ โยคาวจเรน อิทํ กมฺมฏฺฐานํ ปริคฺคเหตฺวา อานาปานจตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเทว จ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา อคฺคผลํ อรหตฺตํ สมฺปาปุณิตุํ, ตสฺมาสฺส อนุรูปํเสนาสนํ ทสฺเสนฺโต ภควา ‘‘อรญฺญคโต วา’’ติอาทิมาห.
วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย หิ ภควา, โส ยถา วตฺถุวิชฺชาจริโย นครภูมึ ปสฺสิตฺวา สุฏฺฐุ อุปปริกฺขิตฺวา ‘‘เอตฺถ นครํ มาเปถา’’ติ อุปทิสติ, โสตฺถินา จ นคเร นิฏฺฐิเต ราชกุลโต มหาสกฺการํ ลภติ; เอวเมว โยคาวจรสฺส อนุรูปเสนาสนํ อุปปริกฺขิตฺวา เอตฺถ กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชิตพฺพนฺติ อุปทิสติ. ตโต ตตฺถ กมฺมฏฺฐานํ อนุยุตฺเตน โยคินา กเมน อรหตฺเต ปตฺเต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา’’ติ มหนฺตํ สกฺการํ ลภติ. อยํ ปน ภิกฺขุ ‘‘ทีปิสทิโส’’ติ วุจฺจติ. ยถา หิ มหาทีปิราชา อรญฺเญ ติณคหนํ วา วนคหนํ วา ปพฺพตคหนํ วา นิสฺสาย นิลียิตฺวา วนมหึสโคกณฺณสูกราทโย มิเค คณฺหาติ; เอวเมวายํ อรญฺญาทีสุ กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺโต ภิกฺขุ ยถากฺกเมน โสตาปตฺติสกทาคามิอนาคามิอรหตฺตมคฺเค เจว อริยผลญฺจ คณฺหาตีติ เวทิตพฺโพ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ยถาปิ ทีปิโก นาม, นิลียิตฺวา คณฺหตี มิเค;
ตเถวายํ พุทฺธปุตฺโต, ยุตฺตโยโค วิปสฺสโก;
อรญฺญํ ปวิสิตฺวาน, คณฺหาติ ผลมุตฺตม’’นฺติ. (มิ. ป. ๖.๑.๕);
เตนสฺส ปรกฺกมชวโยคฺคภูมึ อรญฺญเสนาสนํ ทสฺเสนฺโต ภควา ‘‘อรญฺญคโต วา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อรญฺญคโต วาติ อรญฺญนฺติ ‘‘นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ (วิภ. ๕๒๙) จ ‘‘อารญฺญกํ นาม เสนาสนํ ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ (ปารา. ๖๕๓) จ เอวํ วุตฺตลกฺขเณสุ อรญฺเญสุ อนุรูปํ ยํกิญฺจิ ปวิเวกสุขํ อรญฺญํ คโต. รุกฺขมูลคโต วาติ รุกฺขสมีปํ คโต. สุญฺญาคารคโต วาติ สุญฺญํ วิวิตฺโตกาสํ คโต. เอตฺถ จ ฐเปตฺวา อรญฺญญฺจ รุกฺขมูลญฺจ อวเสสสตฺตวิธเสนาสนคโตปิ สุญฺญาคารคโตติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอวมสฺส อุตุตฺตยานุกูลํ ธาตุจริยานุกูลญฺจ อานาปานสฺสติภาวนานุรูปํ เสนาสนํ อุปทิสิตฺวา อลีนานุทฺธจฺจปกฺขิกํ สนฺตมิริยาปถํ อุปทิสนฺโต ‘‘นิสีทตี’’ติ อาห. อถสฺส นิสชฺชาย ทฬฺหภาวํ อสฺสาสปสฺสาสานํ ปวตฺตนสุขตํ อารมฺมณปริคฺคหูปายญฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ปลฺลงฺกนฺติ สมนฺตโต อูรุพทฺธาสนํ. อาภุชิตฺวาติ อาพนฺธิตฺวา. อุชุํ กายํ ปณิธายาติ อุปริมํ สรีรํ อุชุกํ ฐเปตฺวา, อฏฺฐารส ปิฏฺฐิกณฺฏเก โกฏิยา โกฏึ ปฏิปาเทตฺวา. เอวญฺหิ นิสินฺนสฺส จมฺมมํสนฺหารูนิ น ปณมนฺติ. อถสฺส ยา เตสํ ปณมนปฺปจฺจยา ขเณ ขเณ เวทนา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตา น อุปฺปชฺชนฺติ. ตาสุ อนุปฺปชฺชมานาสุ จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ. กมฺมฏฺฐานํ น ปริปตติ. วุฑฺฒึ ผาตึ อุปคจฺฉติ.
ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาติ กมฺมฏฺฐานาภิมุขํ สตึ ฐปยิตฺวา. อถ วา ‘‘ปรี’’ติ ปริคฺคหฏฺโฐ; ‘‘มุข’’นฺติ นิยฺยานฏฺโฐ; ‘‘สตี’’ติ อุปฏฺฐานฏฺโฐ; เตน วุจฺจติ – ‘‘ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ. เอวํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๔-๑๖๕) วุตฺตนเยนเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺรายํ สงฺเขโป – ‘‘ปริคฺคหิตนิยฺยานํ สตึ กตฺวา’’ติ. โส สโตว อสฺสสตีติ โส ภิกฺขุ เอวํ นิสีทิตฺวา เอวญฺจ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา ตํ สตึ อวิชหนฺโต สโตเอว อสฺสสติ, สโต ปสฺสสติ, สโตการี โหตีติ วุตฺตํ โหติ.
อิทานิ เยหากาเรหิ สโตการี โหติ, เต ทสฺเสนฺโต ‘‘ทีฆํ วา อสฺสสนฺโต’’ติอาทิมาห. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ – ‘‘โส สโตว อสฺสสติ, สโต ปสฺสสตี’’ติ เอตสฺเสว วิภงฺเค –
‘‘พาตฺตึสาย อากาเรหิ สโตการี โหติ. ทีฆํ อสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต สติ อุปฏฺฐิตา โหติ. ตาย สติยา เตน ญาเณน สโตการี โหติ. ทีฆํ ปสฺสาสวเสน…เป… ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี อสฺสาสวเสน ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี ปสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต สติ อุปฏฺฐิตา โหติ. ตาย สติยา เตน ญาเณน สโตการี โหตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๕).
ตตฺถ ทีฆํ วา อสฺสสนฺโตติ ทีฆํ วา อสฺสาสํ ปวตฺเตนฺโต. ‘‘อสฺสาโส’’ติ พหิ นิกฺขมนวาโต. ‘‘ปสฺสาโส’’ติ อนฺโต ปวิสนวาโต. สุตฺตนฺตฏฺฐกถาสุ ปน อุปฺปฏิปาฏิยา อาคตํ.
ตตฺถ สพฺเพสมฺปิ คพฺภเสยฺยกานํ มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมนกาเล ปฐมํ อพฺภนฺตรวาโต พหิ นิกฺขมติ. ปจฺฉา พาหิรวาโต สุขุมํ รชํ คเหตฺวา อพฺภนฺตรํ ปวิสนฺโต ตาลุํ อาหจฺจ นิพฺพายติ. เอวํ ตาว อสฺสาสปสฺสาสา เวทิตพฺพา. ยา ปน เตสํ ทีฆรสฺสตา, สา อทฺธานวเสน เวทิตพฺพา. ยถา หิ โอกาสทฺธานํ ผริตฺวา ฐิตํ อุทกํ วา วาลิกา วา ‘‘ทีฆมุทกํ ทีฆา วาลิกา, รสฺสมุทกํ รสฺสา วาลิกา’’ติ วุจฺจติ. เอวํ จุณฺณวิจุณฺณาปิ อสฺสาสปสฺสาสา หตฺถิสรีเร อหิสรีเร จ เตสํ อตฺตภาวสงฺขาตํ ทีฆํ อทฺธานํ สณิกํ ปูเรตฺวา สณิกเมว นิกฺขมนฺติ, ตสฺมา ‘‘ทีฆา’’ติ วุจฺจนฺติ. สุนขสสาทีนํ อตฺตภาวสงฺขาตํ รสฺสํ อทฺธานํ สีฆํ ปูเรตฺวา สีฆเมว นิกฺขมนฺติ, ตสฺมา ‘‘รสฺสา’’ติ วุจฺจนฺติ. มนุสฺเสสุ ปน เกจิ หตฺถิอหิอาทโย วิย กาลทฺธานวเสน ทีฆํ อสฺสสนฺติ จ ปสฺสสนฺติ จ. เกจิ สุนขสสาทโย วิย รสฺสํ. ตสฺมา เตสํ กาลวเสน ทีฆมทฺธานํ นิกฺขมนฺตา จ ปวิสนฺตา จ เต ทีฆา. อิตฺตรมทฺธานํ นิกฺขมนฺตา จ ปวิสนฺตา จ ‘‘รสฺสา’’ติ เวทิตพฺพา. ตตฺรายํ ภิกฺขุ นวหากาเรหิ ทีฆํ อสฺสสนฺโต จ ปสฺสสนฺโต จ ‘‘ทีฆํ อสฺสสามิ ปสฺสสามี’’ติ ปชานาติ. เอวํ ปชานโต จสฺส เอเกนากาเรน กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนา สมฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพา. ยถาห ปฏิสมฺภิทายํ –
‘‘กถํ ทีฆํ อสฺสสนฺโต ‘ทีฆํ อสฺสสามี’ติ ปชานาติ, ทีฆํ ปสฺสสนฺโต ‘ทีฆํ ปสฺสสามี’ติ ปชานาติ? ทีฆํ อสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสติ, ทีฆํ ปสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต ปสฺสสติ, ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสติปิ ปสฺสสติปิ. ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสโตปิ ปสฺสสโตปิ ฉนฺโท อุปฺปชฺชติ; ฉนฺทวเสน ตโต สุขุมตรํ ทีฆํ อสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสติ, ฉนฺทวเสน ตโต สุขุมตรํ ทีฆํ ปสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต ปสฺสสติ, ฉนฺทวเสน ตโต สุขุมตรํ ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสติปิ ปสฺสสติปิ. ฉนฺทวเสน ตโต สุขุมตรํ ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสโตปิ ปสฺสสโตปิ ปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชติ; ปาโมชฺชวเสน ตโต สุขุมตรํ ทีฆํ อสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสติ, ปาโมชฺชวเสน ตโต สุขุมตรํ ทีฆํ ปสฺสาสํ…เป… ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสติปิ ปสฺสสติปิ. ปาโมชฺชวเสน ตโต สุขุมตรํ ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต อสฺสสโตปิ ปสฺสสโตปิ ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสา จิตฺตํ วิวตฺตติ, อุเปกฺขา สณฺฐาติ. อิเมหิ นวหิ อากาเรหิ ทีฆํ อสฺสาสปสฺสาสา กาโย; อุปฏฺฐานํ สติ; อนุปสฺสนา ญาณํ; กาโย อุปฏฺฐานํ, โน สติ; สติ อุปฏฺฐานญฺเจว สติ จ. ตาย สติยา เตน ญาเณน ตํ กายํ อนุปสฺสติ. เตน วุจฺจติ – ‘‘กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๖).
เอเสว นโย รสฺสปเทปิ. อยํ ปน วิเสโส – ‘‘ยถา เอตฺถ ‘ทีฆํ อสฺสาสํ อทฺธานสงฺขาเต’ติ วุตฺตํ; เอวมิธ ‘รสฺสํ อสฺสาสํ อิตฺตรสงฺขาเต อสฺสสตี’’ติ อาคตํ. ตสฺมา ตสฺส วเสน ยาว ‘‘เตน วุจฺจติ กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานภาวนา’’ติ ตาว โยเชตพฺพํ. เอวมยํ อทฺธานวเสน อิตฺตรวเสน จ อิเมหากาเรหิ อสฺสาสปสฺสาเส ปชานนฺโต ทีฆํ วา อสฺสสนฺโต ‘‘ทีฆํ อสฺสสามี’’ติ ปชานาติ…เป… รสฺสํ วา ปสฺสสนฺโต ‘‘รสฺสํ ปสฺสสามี’’ติ ปชานาตีติ เวทิตพฺโพ.
เอวํ ปชานโต จสฺส –
‘‘ทีโฆ รสฺโส จ อสฺสาโส;
ปสฺสาโสปิ จ ตาทิโส;
จตฺตาโร วณฺณา วตฺตนฺติ;
นาสิกคฺเคว ภิกฺขุโน’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๑๙; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๖๓);
สพฺพกายปฺปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามิ…เป… ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตีติ สกลสฺส อสฺสาสกายสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานํ วิทิตํ กโรนฺโต ปากฏํ กโรนฺโต ‘‘อสฺสสิสฺสามี’’ติ สิกฺขติ. สกลสฺส ปสฺสาสกายสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานํ วิทิตํ กโรนฺโต ปากฏํ กโรนฺโต ‘‘ปสฺสสิสฺสามี’’ติ สิกฺขติ. เอวํ วิทิตํ กโรนฺโต ปากฏํ กโรนฺโต ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตน อสฺสสติ เจว ปสฺสสติ จ; ตสฺมา ‘‘อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามี’’ติ สิกฺขตีติ วุจฺจติ. เอกสฺส หิ ภิกฺขุโน จุณฺณวิจุณฺณวิสเฏ อสฺสาสกาเย ปสฺสาสกาเย วา อาทิ ปากโฏ โหติ, น มชฺฌปริโยสานํ. โส อาทิเมว ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, มชฺฌปริโยสาเน กิลมติ. เอกสฺส มชฺฌํ ปากฏํ โหติ, น อาทิปริโยสานํ. โส มชฺฌเมว ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, อาทิปริโยสาเน กิลมติ. เอกสฺส ปริโยสานํ ปากฏํ โหติ, น อาทิมชฺฌํ. โส ปริโยสานํเยว ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, อาทิมชฺเฌ กิลมติ. เอกสฺส สพฺพมฺปิ ปากฏํ โหติ, โส สพฺพมฺปิ ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, น กตฺถจิ กิลมติ. ตาทิเสน ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘สพฺพกายปฺปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามิ…เป… ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ.
ตตฺถ สิกฺขตีติ เอวํ ฆฏติ วายมติ. โย วา ตถาภูตสฺส สํวโร; อยเมตฺถ อธิสีลสิกฺขา. โย ตถาภูตสฺส สมาธิ; อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา. ยา ตถาภูตสฺส ปญฺญา; อยํ อธิปญฺญาสิกฺขาติ. อิมา ติสฺโส สิกฺขาโย ตสฺมึ อารมฺมเณ ตาย สติยา เตน มนสิกาเรน สิกฺขติ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ ยสฺมา ปุริมนเย เกวลํ อสฺสสิตพฺพํ ปสฺสสิตพฺพเมว จ, น อญฺญํ กิญฺจิ กาตพฺพํ; อิโต ปฏฺฐาย ปน ญาณุปฺปาทนาทีสุ โยโค กรณีโย. ตสฺมา ตตฺถ ‘‘อสฺสสามีติ ปชานาติ ปสฺสสามีติ ปชานาติ’’จฺเจว วตฺตมานกาลวเสน ปาฬึ วตฺวา อิโต ปฏฺฐาย กตฺตพฺพสฺส ญาณุปฺปาทนาทิโน อาการสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘สพฺพกายปฺปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามี’’ติอาทินา นเยน อนาคตวจนวเสน ปาฬิ อาโรปิตาติ เวทิตพฺพา.
ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ อสฺสสิสฺสามิ…เป… ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตีติ โอฬาริกํ กายสงฺขารํ ปสฺสมฺเภนฺโต ปฏิปฺปสฺสมฺเภนฺโต นิโรเธนฺโต วูปสเมนฺโต อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ.
ตเตฺรวํ โอฬาริกสุขุมตา จ ปสฺสทฺธิ จ เวทิตพฺพา. อิมสฺส หิ ภิกฺขุโน ปุพฺเพ อปริคฺคหิตกาเล กาโย จ จิตฺตญฺจ สทรถา โหนฺติ. โอฬาริกานํ กายจิตฺตานํ โอฬาริกตฺเต อวูปสนฺเต อสฺสาสปสฺสาสาปิ โอฬาริกา โหนฺติ, พลวตรา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, นาสิกา นปฺปโหติ, มุเขน อสฺสสนฺโตปิ ปสฺสสนฺโตปิ ติฏฺฐติ. ยทา ปนสฺส กาโยปิ จิตฺตมฺปิ ปริคฺคหิตา โหนฺติ, ตทา เต สนฺตา โหนฺติ วูปสนฺตา. เตสุ วูปสนฺเตสุ อสฺสาสปสฺสาสา สุขุมา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, ‘‘อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ วิเจตพฺพาการปฺปตฺตา โหนฺติ. เสยฺยถาปิ ปุริสสฺส ธาวิตฺวา ปพฺพตา วา โอโรหิตฺวา มหาภารํ วา สีสโต โอโรเปตฺวา ฐิตสฺส โอฬาริกา อสฺสาสปสฺสาสา โหนฺติ, นาสิกา นปฺปโหติ, มุเขน อสฺสสนฺโตปิ ปสฺสสนฺโตปิ ติฏฺฐติ. ยทา ปเนส ตํ ปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จ อลฺลสาฏกํ หทเย กตฺวา สีตาย ฉายาย นิปนฺโน โหติ, อถสฺส เต อสฺสาสปสฺสาสา สุขุมา โหนฺติ, ‘‘อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ วิเจตพฺพาการปฺปตฺตา. เอวเมว อิมสฺส ภิกฺขุโน ปุพฺเพ อปริคฺคหิตกาเล กาโย จ…เป… วิเจตพฺพาการปฺปตฺตา โหนฺติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตถา หิสฺส ปุพฺเพ อปริคฺคหิตกาเล ‘‘โอฬาริโกฬาริเก กายสงฺขาเร ปสฺสมฺเภมี’’ติ อาโภคสมนฺนาหารมนสิการปจฺจเวกฺขณา นตฺถิ, ปริคฺคหิตกาเล ปน อตฺถิ. เตนสฺส อปริคฺคหิตกาลโต ปริคฺคหิตกาเล กายสงฺขาโร สุขุโม โหติ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘สารทฺเธ กาเย จิตฺเต จ, อธิมตฺตํ ปวตฺตติ;
อสารทฺธมฺหิ กายมฺหิ, สุขุมํ สมฺปวตฺตตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๒๐; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๖๓);
ปริคฺคเหปิ โอฬาริโก, ปฐมชฺฌานูปจาเร สุขุโม; ตสฺมิมฺปิ โอฬาริโก ปฐมชฺฌาเน สุขุโม. ปฐมชฺฌาเน จ ทุติยชฺฌานูปจาเร จ โอฬาริโก, ทุติยชฺฌาเน สุขุโม. ทุติยชฺฌาเน จ ตติยชฺฌานูปจาเร จ โอฬาริโก, ตติยชฺฌาเน สุขุโม. ตติยชฺฌาเน จ จตุตฺถชฺฌานูปจาเร จ โอฬาริโก, จตุตฺถชฺฌาเน อติสุขุโม อปฺปวตฺติเมว ปาปุณาติ. อิทํ ตาว ทีฆภาณกสํยุตฺตภาณกานํ มตํ.
มชฺฌิมภาณกา ปน ‘‘ปฐมชฺฌาเน โอฬาริโก, ทุติยชฺฌานูปจาเร สุขุโม’’ติ เอวํ เหฏฺฐิมเหฏฺฐิมชฺฌานโต อุปรูปริชฺฌานูปจาเรปิ สุขุมตรํ อิจฺฉนฺติ. สพฺเพสํเยว ปน มเตน อปริคฺคหิตกาเล ปวตฺตกายสงฺขาโร ปริคฺคหิตกาเล ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, ปริคฺคหิตกาเล ปวตฺตกายสงฺขาโร ปฐมชฺฌานูปจาเร…เป… จตุตฺถชฺฌานูปจาเร ปวตฺตกายสงฺขาโร จตุตฺถชฺฌาเน ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. อยํ ตาว สมเถ นโย.
วิปสฺสนายํ ปน อปริคฺคเห ปวตฺโต กายสงฺขาโร โอฬาริโก, มหาภูตปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, อุปาทารูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, สกลรูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, อรูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, รูปารูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, ปจฺจยปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, สปฺปจฺจยนามรูปปริคฺคเห สุขุโม. โสปิ โอฬาริโก, ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย สุขุโม. โสปิ ทุพฺพลวิปสฺสนาย โอฬาริโก, พลววิปสฺสนาย สุขุโม. ตตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิเมน ปจฺฉิเมน ปสฺสทฺธิ เวทิตพฺพา. เอวเมตฺถ โอฬาริกสุขุมตา จ ปสฺสทฺธิ จ เวทิตพฺพา.
ปฏิสมฺภิทายํ ปนสฺส สทฺธึ โจทนาโสธนาหิ เอวมตฺโถ วุตฺโต – ‘‘กถํ ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ อสฺสสิสฺสามิ…เป… ปสฺสสิสฺสามี’’ติ สิกฺขติ? กตเม กายสงฺขารา? ทีฆํ อสฺสาสา กายิกา เอเต ธมฺมา กายปฺปฏิพทฺธา กายสงฺขารา, เต กายสงฺขาเร ปสฺสมฺเภนฺโต นิโรเธนฺโต วูปสเมนฺโต สิกฺขติ. ทีฆํ ปสฺสาสา กายิกา เอเต ธมฺมา…เป… รสฺสํ อสฺสาสา…เป… รสฺสํ ปสฺสาสา… สพฺพกายปฺปฏิสํเวที อสฺสาสา… สพฺพกายปฺปฏิสํเวที ปสฺสาสา กายิกา เอเต ธมฺมา กายปฺปฏิพทฺธา กายสงฺขารา, เต กายสงฺขาเร ปสฺสมฺเภนฺโต นิโรเธนฺโต วูปสเมนฺโต สิกฺขติ.
ยถารูเปหิ กายสงฺขาเรหิ ยา กายสฺส อานมนา วินมนา สนฺนมนา ปณมนา อิญฺชนา ผนฺทนา จลนา กมฺปนา ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ อสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ, ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ.
ยถารูเปหิ กายสงฺขาเรหิ ยา กายสฺส น อานมนา น วินมนา น สนฺนมนา น ปณมนา อนิญฺชนา อผนฺทนา อจลนา อกมฺปนา, สนฺตํ สุขุมํ ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ อสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ, ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ.
อิติ กิร ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ อสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ, ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. เอวํ สนฺเต วาตูปลทฺธิยา จ ปภาวนา น โหติ, อสฺสาสปสฺสาสานญฺจ ปภาวนา น โหติ, อานาปานสฺสติยา จ ปภาวนา น โหติ, อานาปานสฺสติสมาธิสฺส จ ปภาวนา น น โหติ, น จ นํ ตํ สมาปตฺตึ ปณฺฑิตา สมาปชฺชนฺติปิ วุฏฺฐหนฺติปิ.
อิติ กิร ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ อสฺสสิสฺสามิ…เป… ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. เอวํ สนฺเต วาตูปลทฺธิยา จ ปภาวนา โหติ, อสฺสาสปสฺสาสานญฺจ ปภาวนา โหติ, อานาปานสฺสติยา จ ปภาวนา โหติ, อานาปานสฺสติสมาธิสฺส จ ปภาวนา โหติ, ตญฺจ นํ สมาปตฺตึ ปณฺฑิตา สมาปชฺชนฺติปิ วุฏฺฐหนฺติปิ.
ยถา กถํ วิย? เสยฺยถาปิ กํเส อาโกฏิเต ปฐมํ โอฬาริกา สทฺทา ปวตฺตนฺติ, โอฬาริกานํ สทฺทานํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตตฺตา สุมนสิกตตฺตา สูปธาริตตฺตา นิรุทฺเธปิ โอฬาริเก สทฺเท อถ ปจฺฉา สุขุมกา สทฺทา ปวตฺตนฺติ, สุขุมกานํ สทฺทานํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตตฺตา สุมนสิกตตฺตา สูปธาริตตฺตา นิรุทฺเธปิ สุขุมเก สทฺเท อถ ปจฺฉา สุขุมสทฺทนิมิตฺตารมฺมณตาปิ จิตฺตํ ปวตฺตติ; เอวเมว ปฐมํ โอฬาริกา อสฺสาสปสฺสาสา ปวตฺตนฺติ, โอฬาริกานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตตฺตา สุมนสิกตตฺตา สูปธาริตตฺตา นิรุทฺเธปิ โอฬาริเก อสฺสาสปสฺสาเส อถ ปจฺฉา สุขุมกา อสฺสาสปสฺสาสา ปวตฺตนฺติ, สุขุมกานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตตฺตา สุมนสิกตตฺตา สูปธาริตตฺตา นิรุทฺเธปิ สุขุมเก อสฺสาสปสฺสาเส อถ ปจฺฉา สุขุมอสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺตารมฺมณตาปิ จิตฺตํ น วิกฺเขปํ คจฺฉติ.
เอวํ สนฺเต วาตูปลทฺธิยา จ ปภาวนา โหติ, อสฺสาสปสฺสาสานญฺจ ปภาวนา โหติ, อานาปานสฺสติยา จ ปภาวนา โหติ, อานาปานสฺสติสมาธิสฺส จ ปภาวนา โหติ, ตญฺจ นํ สมาปตฺตึ ปณฺฑิตา สมาปชฺชนฺติปิ วุฏฺฐหนฺติปิ.
ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารนฺติ อสฺสาสปสฺสาสา กาโย, อุปฏฺฐานํ สติ, อนุปสฺสนา ญาณํ. กาโย อุปฏฺฐานํ โน สติ, สติ อุปฏฺฐานญฺเจว สติ จ, ตาย สติยา เตน ญาเณน ตํ กายํ อนุปสฺสติ. เตน วุจฺจติ – ‘‘กาเย กายานุปสฺสนา สติปฏฺฐานภาวนาติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๑).
อยํ ตาเวตฺถ กายานุปสฺสนาวเสน วุตฺตสฺส ปฐมจตุกฺกสฺส อนุปุพฺพปทวณฺณนา.
ยสฺมา ปเนตฺถ อิทเมว จตุกฺกํ อาทิกมฺมิกสฺส กมฺมฏฺฐานวเสน วุตฺตํ, อิตรานิ ปน ตีณิ จตุกฺกานิ เอตฺถ ปตฺตชฺฌานสฺส เวทนาจิตฺตธมฺมานุปสฺสนาวเสน วุตฺตานิ, ตสฺมา อิทํ กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา อานาปานสฺสติจตุตฺถชฺฌานปทฏฺฐานาย วิปสฺสนาย สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิตุกาเมน พุทฺธปุตฺเตน ยํ กาตพฺพํ ตํ สพฺพํ อิเธว ตาว อาทิกมฺมิกสฺส กุลปุตฺตสฺส วเสน อาทิโต ปภุติ เอวํ เวทิตพฺพํ. จตุพฺพิธํ ตาว สีลํ วิโสเธตพฺพํ. ตตฺถ ติวิธา วิโสธนา – อนาปชฺชนํ, อาปนฺนวุฏฺฐานํ, กิเลเสหิ จ อปฺปติปีฬนํ. เอวํ วิสุทฺธสีลสฺส หิ ภาวนา สมฺปชฺชติ. ยมฺปิทํ เจติยงฺคณวตฺตํ โพธิยงฺคณวตฺตํ อุปชฺฌายวตฺตํ อาจริยวตฺตํ ชนฺตาฆรวตฺตํ อุโปสถาคารวตฺตํ เทฺวอสีติ ขนฺธกวตฺตานิ จุทฺทสวิธํ มหาวตฺตนฺติ อิเมสํ วเสน อาภิสมาจาริกสีลํ วุจฺจติ, ตมฺปิ สาธุกํ ปริปูเรตพฺพํ. โย หิ ‘‘อหํ สีลํ รกฺขามิ, กึ อาภิสมาจาริเกน กมฺม’’นฺติ วเทยฺย, ตสฺส สีลํ ปริปูเรสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. อาภิสมาจาริกวตฺเต ปน ปริปูเร สีลํ ปริปูรติ, สีเล ปริปูเร สมาธิ คพฺภํ คณฺหาติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา ‘สีลานิ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๑) วิตฺถาเรตพฺพํ. ตสฺมา เตน ยมฺปิทํ เจติยงฺคณวตฺตาทิ อาภิสมาจาริกสีลํ วุจฺจติ, ตมฺปิ สาธุกํ ปริปูเรตพฺพํ. ตโต –
‘‘อาวาโส จ กุลํ ลาโภ, คโณ กมฺมญฺจ ปญฺจมํ;
อทฺธานํ ญาติ อาพาโธ, คนฺโถ อิทฺธีติ เต ทสา’’ติ.
เอวํ วุตฺเตสุ ทสสุ ปลิโพเธสุ โย ปลิโพโธ อตฺถิ, โส อุปจฺฉินฺทิตพฺโพ.
เอวํ อุปจฺฉินฺนปลิโพเธน กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตพฺพํ. ตมฺปิ ทุวิธํ โหติ – สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานญฺจ ปาริหาริยกมฺมฏฺฐานญฺจ. ตตฺถ สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานํ นาม ภิกฺขุสงฺฆาทีสุ เมตฺตา มรณสฺสติ จ อสุภสญฺญาติปิ เอเก. กมฺมฏฺฐานิเกน หิ ภิกฺขุนา ปฐมํ ตาว ปริจฺฉินฺทิตฺวา สีมฏฺฐกภิกฺขุสงฺเฆ เมตฺตา ภาเวตพฺพา; ตโต สีมฏฺฐกเทวตาสุ, ตโต โคจรคาเม อิสฺสรชเน, ตโต ตตฺถ มนุสฺเส อุปาทาย สพฺพสตฺเตสุ. โส หิ ภิกฺขุสงฺเฆ เมตฺตาย สหวาสีนํ มุทุจิตฺตตํ ชเนติ, อถสฺส สุขสํวาสตา โหติ. สีมฏฺฐกเทวตาสุ เมตฺตาย มุทุกตจิตฺตาหิ เทวตาหิ ธมฺมิกาย รกฺขาย สุสํวิหิตารกฺโข โหติ. โคจรคาเม อิสฺสรชเน เมตฺตาย มุทุกตจิตฺตสนฺตาเนหิ อิสฺสเรหิ ธมฺมิกาย รกฺขาย สุรกฺขิตปริกฺขาโร โหติ. ตตฺถ มนุสฺเสสุ เมตฺตาย ปสาทิตจิตฺเตหิ เตหิ อปริภูโต หุตฺวา วิจรติ. สพฺพสตฺเตสุ เมตฺตาย สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตจาโร โหติ.
มรณสฺสติยา ปน ‘‘อวสฺสํ มริตพฺพ’’นฺติ จินฺเตนฺโต อเนสนํ ปหาย อุปรูปริวฑฺฒมานสํเวโค อโนลีนวุตฺติโก โหติ. อสุภสญฺญาย ทิพฺเพสุปิ อารมฺมเณสุ ตณฺหา นุปฺปชฺชติ. เตนสฺเสตํ ตยํ เอวํ พหูปการตฺตา ‘‘สพฺพตฺถ อตฺถยิตพฺพํ อิจฺฉิตพฺพ’’นฺติ กตฺวา อธิปฺเปตสฺส จ โยคานุโยคกมฺมสฺส ปทฏฺฐานตฺตา ‘‘สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ.
อฏฺฐตึสารมฺมเณสุ ปน ยํ ยสฺส จริตานุกูลํ, ตํ ตสฺส นิจฺจํ ปริหริตพฺพตฺตา ยถาวุตฺเตเนว นเยน ‘‘ปาริหาริยกมฺมฏฺฐาน’’นฺติปิ วุจฺจติ. อิธ ปน อิทเมว อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ ‘‘ปาริหาริยกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน สีลวิโสธนกถํ ปลิโพธุปจฺเฉทกถญฺจ อิจฺฉนฺเตน วิสุทฺธิมคฺคโต คเหตพฺโพ.
เอวํ วิสุทฺธสีเลน ปน อุปจฺฉินฺนปลิโพเธน จ อิทํ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคณฺหนฺเตน อิมินาว กมฺมฏฺฐาเนน จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตสฺส พุทฺธปุตฺตสฺส สนฺติเก อุคฺคเหตพฺพํ. ตํ อลภนฺเตน อนาคามิสฺส, ตมฺปิ อลภนฺเตน สกทาคามิสฺส, ตมฺปิ อลภนฺเตน โสตาปนฺนสฺส, ตมฺปิ อลภนฺเตน อานาปานจตุตฺถชฺฌานลาภิสฺส, ตมฺปิ อลภนฺเตน ปาฬิยา อฏฺฐกถาย จ อสมฺมูฬฺหสฺส วินิจฺฉยาจริยสฺส สนฺติเก อุคฺคเหตพฺพํ. อรหนฺตาทโย หิ อตฺตนา อธิคตมคฺคเมว อาจิกฺขนฺติ. อยํ ปน คหนปเทเส มหาหตฺถิปถํ นีหรนฺโต วิย สพฺพตฺถ อสมฺมูโฬฺห สปฺปายาสปฺปายํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา กเถติ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – เตน ภิกฺขุนา สลฺลหุกวุตฺตินา วินยาจารสมฺปนฺเนน วุตฺตปฺปการมาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตปฏิปตฺติยา อาราธิตจิตฺตสฺส ตสฺส สนฺติเก ปญฺจสนฺธิกํ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตพฺพํ. ตตฺริเม ปญฺจ สนฺธโย – อุคฺคโห, ปริปุจฺฉา, อุปฏฺฐานํ, อปฺปนา, ลกฺขณนฺติ. ตตฺถ ‘‘อุคฺคโห’’ นาม กมฺมฏฺฐานสฺส อุคฺคณฺหนํ, ‘‘ปริปุจฺฉา’’ นาม กมฺมฏฺฐานสฺส ปริปุจฺฉนา, ‘‘อุปฏฺฐานํ’’ นาม กมฺมฏฺฐานสฺส อุปฏฺฐานํ, ‘‘อปฺปนา’’ นาม กมฺมฏฺฐานปฺปนา, ‘‘ลกฺขณํ’’ นาม กมฺมฏฺฐานสฺส ลกฺขณํ. ‘‘เอวํลกฺขณมิทํ กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ กมฺมฏฺฐานสภาวูปธารณนฺติ วุตฺตํ โหติ.
เอวํ ปญฺจสนฺธิกํ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคณฺหนฺโต อตฺตนาปิ น กิลมติ, อาจริยมฺปิ น วิเหเฐติ; ตสฺมา โถกํ อุทฺทิสาเปตฺวา พหุกาลํ สชฺฌายิตฺวา เอวํ ปญฺจสนฺธิกํ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคเหตฺวา สเจ ตตฺถ สปฺปายํ โหติ, ตตฺเถว วสิตพฺพํ. โน เจ ตตฺถ สปฺปายํ โหติ, อาจริยํ อาปุจฺฉิตฺวา สเจ มนฺทปญฺโญ โยชนปรมํ คนฺตฺวา, สเจ ติกฺขปญฺโญ ทูรมฺปิ คนฺตฺวา อฏฺฐารสเสนาสนโทสวิวชฺชิตํ, ปญฺจเสนาสนงฺคสมนฺนาคตํ เสนาสนํ อุปคมฺม ตตฺถ วสนฺเตน อุปจฺฉินฺนขุทฺทกปลิโพเธน กตภตฺตกิจฺเจน ภตฺตสมฺมทํ ปฏิวิโนเทตฺวา รตนตฺตยคุณานุสฺสรเณน จิตฺตํ สมฺปหํเสตฺวา อาจริยุคฺคหโต เอกปทมฺปิ อสมฺมุสฺสนฺเตน อิทํ อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ มนสิกาตพฺพํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน อิมํ กถามคฺคํ อิจฺฉนฺเตน วิสุทฺธิมคฺคโต (วิสุทฺธิ. ๑.๕๕) คเหตพฺโพ.
ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘อิทํ อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ มนสิกาตพฺพ’’นฺติ ตตฺรายํ มนสิการวิธิ –
‘‘คณนา อนุพนฺธนา, ผุสนา ฐปนา สลฺลกฺขณา;
วิวฏฺฏนา ปาริสุทฺธิ, เตสญฺจ ปฏิปสฺสนา’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๒๓; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๖๓);
‘‘คณนา’’ติ คณนาเยว. ‘‘อนุพนฺธนา’’ติ อนุวหนา. ‘‘ผุสนา’’ติ ผุฏฺฐฏฺฐานํ. ‘‘ฐปนา’’ติ อปฺปนา. ‘‘สลฺลกฺขณา’’ติ วิปสฺสนา. ‘‘วิวฏฺฏนา’’ติ มคฺโค. ‘‘ปาริสุทฺธี’’ติ ผลํ. ‘‘เตสญฺจ ปฏิปสฺสนา’’ติ ปจฺจเวกฺขณา. ตตฺถ อิมินา อาทิกมฺมิกกุลปุตฺเตน ปฐมํ คณนาย อิทํ กมฏฺฐานํ มนสิกาตพฺพํ. คเณนฺเตน จ ปญฺจนฺนํ เหฏฺฐา น ฐเปตพฺพํ, ทสนฺนํ อุปริ น เนตพฺพํ, อนฺตเร ขณฺฑํ น ทสฺเสตพฺพํ. ปญฺจนฺนํ เหฏฺฐา ฐเปนฺตสฺส หิ สมฺพาเธ โอกาเส จิตฺตุปฺปาโท วิปฺผนฺทติ, สมฺพาเธ วเช สนฺนิรุทฺธโคคโณ วิย. ทสนฺนํ อุปริ เนนฺตสฺส คณนานิสฺสิโตว จิตฺตุปฺปาโท โหติ. อนฺตรา ขณฺฑํ ทสฺเสนฺตสฺส ‘‘สิขาปฺปตฺตํ นุ โข เม กมฺมฏฺฐานํ, โน’’ติ จิตฺตํ วิกมฺปติ. ตสฺมา เอเต โทเส วชฺเชตฺวา คเณตพฺพํ.
คเณนฺเตน จ ปฐมํ ทนฺธคณนาย ธญฺญมาปกคณนาย คเณตพฺพํ. ธญฺญมาปโก หิ นาฬึ ปูเรตฺวา ‘‘เอก’’นฺติ วตฺวา โอกิรติ. ปุน ปูเรนฺโต กิญฺจิ กจวรํ ทิสฺวา ตํ ฉฑฺเฑนฺโต ‘‘เอกํ เอก’’นฺติ วทติ. เอส นโย ‘‘เทฺว เทฺว’’ติอาทีสุ. เอวเมว อิมินาปิ อสฺสาสปสฺสาเสสุ โย อุปฏฺฐาติ ตํ คเหตฺวา ‘‘เอกํ เอก’’นฺติ อาทึกตฺวา ยาว ‘‘ทส ทสา’’ติ ปวตฺตมานํ ปวตฺตมานํ อุปลกฺเขตฺวาว คเณตพฺพํ. ตสฺเสวํ คณยโต นิกฺขมนฺตา จ ปวิสนฺตา จ อสฺสาสปสฺสาสา ปากฏา โหนฺติ.
อถาเนน ตํ ทนฺธคณนํ ธญฺญมาปกคณนํ ปหาย สีฆคณนาย โคปาลกคณนาย คเณตพฺพํ. เฉโก หิ โคปาลโก สกฺขราโย อุจฺฉงฺเคน คเหตฺวา รชฺชุทณฺฑหตฺโถ ปาโตว วชํ คนฺตฺวา คาโว ปิฏฺฐิยํ ปหริตฺวา ปลิฆตฺถมฺภมตฺถเก นิสินฺโน ทฺวารํ ปตฺตํ ปตฺตํเยว คาวํ ‘‘เอโก เทฺว’’ติ สกฺขรํ ขิปิตฺวา ขิปิตฺวา คเณติ. ติยามรตฺตึ สมฺพาเธ โอกาเส ทุกฺขํ วุตฺถโคคโณ นิกฺขมนฺโต อญฺญมญฺญํ อุปนิฆํสนฺโต เวเคน เวเคน ปุญฺโช ปุญฺโช หุตฺวา นิกฺขมติ. โส เวเคน เวเคน ‘‘ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ ทสา’’ติ คเณติเยว. เอวมิมสฺสาปิ ปุริมนเยน คณยโต อสฺสาสปสฺสาสา ปากฏา หุตฺวา สีฆํ สีฆํ ปุนปฺปุนํ สญฺจรนฺติ. ตโต เตน ‘‘ปุนปฺปุนํ สญฺจรนฺตี’’ติ ญตฺวา อนฺโต จ พหิ จ อคฺคเหตฺวา ทฺวารปฺปตฺตํ ทฺวารปฺปตฺตํเยว คเหตฺวา ‘‘เอโก เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ, เอโก เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ ฉ, เอโก เทฺว ตีณิ จตฺตาริ ปญฺจ ฉ สตฺต…เป… อฏฺฐ… นว… ทสา’’ติ สีฆํ สีฆํ คเณตพฺพเมว. คณนาปฏิพทฺเธ หิ กมฺมฏฺฐาเน คณนาพเลเนว จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ อริตฺตูปตฺถมฺภนวเสน จณฺฑโสเต นาวาฐปนมิว.
ตสฺเสวํ สีฆํ สีฆํ คณยโต กมฺมฏฺฐานํ นิรนฺตรปฺปวตฺตํ วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. อถ ‘‘นิรนฺตรํ ปวตฺตตี’’ติ ญตฺวา อนฺโต จ พหิ จ วาตํ อปริคฺคเหตฺวา ปุริมนเยเนว เวเคน เวเคน คเณตพฺพํ. อนฺโตปวิสนวาเตน หิ สทฺธึ จิตฺตํ ปเวสยโต อพฺภนฺตรํ วาตพฺภาหตํ เมทปูริตํ วิย โหติ, พหินิกฺขมนวาเตน สทฺธึ จิตฺตํ นีหรโต พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมเณ จิตฺตํ วิกฺขิปติ. ผุฏฺโฐกาเส ปน สตึ ฐเปตฺวา ภาเวนฺตสฺเสว ภาวนา สมฺปชฺชติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อนฺโต จ พหิ จ วาตํ อปริคฺคเหตฺวา ปุริมนเยเนว เวเคน เวเคน คเณตพฺพ’’นฺติ.
กีว จิรํ ปเนตํ คเณตพฺพนฺติ? ยาว วินา คณนาย อสฺสาสปสฺสาสารมฺมเณ สติ สนฺติฏฺฐติ. พหิ วิสฏวิตกฺกวิจฺเฉทํ กตฺวา อสฺสาสปสฺสาสารมฺมเณ สติ สณฺฐปนตฺถํเยว หิ คณนาติ.
เอวํ คณนาย มนสิกตฺวา อนุพนฺธนาย มนสิกาตพฺพํ. อนุพนฺธนา นาม คณนํ ปฏิสํหริตฺวา สติยา นิรนฺตรํ อสฺสาสปสฺสาสานํ อนุคมนํ; ตญฺจ โข น อาทิมชฺฌปริโยสานานุคมนวเสน. พหินิกฺขมนวาตสฺส หิ นาภิ อาทิ, หทยํ มชฺฌํ, นาสิกคฺคํ ปริโยสานํ. อพฺภนฺตรปวิสนวาตสฺส นาสิกคฺคํ อาทิ, หทยํ มชฺฌํ, นาภิ ปริโยสานํ. ตญฺจสฺส อนุคจฺฉโต วิกฺเขปคตํ จิตฺตํ สารทฺธาย เจว โหติ อิญฺชนาย จ. ยถาห –
‘‘อสฺสาสาทิมชฺฌปริโยสานํ สติยา อนุคจฺฉโต อชฺฌตฺตํ วิกฺเขปคเตน จิตฺเตน กาโยปิ จิตฺตมฺปิ สารทฺธา จ โหนฺติ อิญฺชิตา จ ผนฺทิตา จ. ปสฺสาสาทิมชฺฌปริโยสานํ สติยา อนุคจฺฉโต พหิทฺธา วิกฺเขปคเตน จิตฺเตน กาโยปิ จิตฺตมฺปิ สารทฺธา จ โหนฺติ อิญฺชิตา จ ผนฺทิตา จา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๗).
ตสฺมา อนุพนฺธนาย มนสิกโรนฺเตน น อาทิมชฺฌปริโยสานวเสน มนสิกาตพฺพํ. อปิจ โข ผุสนาวเสน จ ฐปนาวเสน จ มนสิกาตพฺพํ. คณนานุพนฺธนาวเสน วิย หิ ผุสนาฐปนาวเสน วิสุํ มนสิกาโร นตฺถิ. ผุฏฺฐผุฏฺฐฏฺฐาเนเยว ปน คเณนฺโต คณนาย จ ผุสนาย จ มนสิ กโรติ. ตตฺเถว คณนํ ปฏิสํหริตฺวา เต สติยา อนุพนฺธนฺโต อปฺปนาวเสน จ จิตฺตํ ฐเปนฺโต ‘‘อนุพนฺธนาย จ ผุสนาย จ ฐปนาย จ มนสิ กโรตี’’ติ วุจฺจติ. สฺวายมตฺโถ อฏฺฐกถายํ วุตฺตปงฺคุฬโทวาริโกปมาหิ ปฏิสมฺภิทายํ วุตฺตกกโจปมาย จ เวทิตพฺโพ.
ตตฺรายํ ปงฺคุโฬปมา – ‘‘เสยฺยถาปิ ปงฺคุโฬ โทลาย กีฬตํ มาตาปุตฺตานํ โทลํ ขิปิตฺวา ตตฺเถว โทลตฺถมฺภมูเล นิสินฺโน กเมน อาคจฺฉนฺตสฺส จ คจฺฉนฺตสฺส จ โทลาผลกสฺส อุโภ โกฏิโย มชฺฌญฺจ ปสฺสติ, น จ อุโภโกฏิมชฺฌานํ ทสฺสนตฺถํ พฺยาวโฏ โหติ. เอวเมวายํ ภิกฺขุ สติวเสน อุปนิพนฺธนตฺถมฺภมูเล ฐตฺวา อสฺสาสปสฺสาสโทลํ ขิปิตฺวา ตตฺเถว นิมิตฺเต สติยา นิสินฺโน กเมน อาคจฺฉนฺตานญฺจ คจฺฉนฺตานญฺจ ผุฏฺฐฏฺฐาเน อสฺสาสปสฺสาสานํ อาทิมชฺฌปริโยสานํ สติยา อนุคจฺฉนฺโต ตตฺถ จ จิตฺตํ ฐเปนฺโต ปสฺสติ, น จ เตสํ ทสฺสนตฺถํ พฺยาวโฏ โหติ. อยํ ปงฺคุโฬปมา.
อยํ ปน โทวาริโกปมา – ‘‘เสยฺยถาปิ โทวาริโก นครสฺส อนฺโต จ พหิ จ ปุริเส ‘โก ตฺวํ, กุโต วา อาคโต, กุหึ วา คจฺฉสิ, กึ วา เต หตฺเถ’ติ น วีมํสติ, น หิ ตสฺส เต ภารา. ทฺวารปฺปตฺตํ ทฺวารปฺปตฺตํเยว ปน วีมํสติ; เอวเมว อิมสฺส ภิกฺขุโน อนฺโต ปวิฏฺฐวาตา จ พหิ นิกฺขนฺตวาตา จ น ภารา โหนฺติ, ทฺวารปฺปตฺตา ทฺวารปฺปตฺตาเยว ภาราติ. อยํ โทวาริโกปมา.
กกโจปมา ปน อาทิโตปภุติ เอวํ เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘นิมิตฺตํ อสฺสาสปสฺสาสา, อนารมฺมณเมกจิตฺตสฺส;
อชานโต จ ตโย ธมฺเม, ภาวนานุปลพฺภติ.
‘‘นิมิตฺตํ อสฺสาสปสฺสาสา, อนารมฺมณเมกจิตฺตสฺส;
ชานโต จ ตโย ธมฺเม, ภาวนา อุปลพฺภตี’’ติ. (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๙);
กถํ อิเม ตโย ธมฺมา เอกจิตฺตสฺส อารมฺมณํ น โหนฺติ, น จิเม ตโย ธมฺมา อวิทิตา โหนฺติ, น จ จิตฺตํ วิกฺเขปํ คจฺฉติ, ปธานญฺจ ปญฺญายติ, ปโยคญฺจ สาเธติ, วิเสสมธิคจฺฉติ? เสยฺยถาปิ รุกฺโข สเม ภูมิภาเค นิกฺขิตฺโต, ตเมนํ ปุริโส กกเจน ฉินฺเทยฺย, รุกฺเข ผุฏฺฐกกจทนฺตานํ วเสน ปุริสสฺส สติ อุปฏฺฐิตา โหติ, น อาคเต วา คเต วา กกจทนฺเต มนสิ กโรติ, น อาคตา วา คตา วา กกจทนฺตา อวิทิตา โหนฺติ, ปธานญฺจ ปญฺญายติ, ปโยคญฺจ สาเธติ.
ยถา รุกฺโข สเม ภูมิภาเค นิกฺขิตฺโต; เอวํ อุปนิพนฺธนนิมิตฺตํ. ยถา กกจทนฺตา; เอวํ อสฺสาสปสฺสาสา. ยถา รุกฺเข ผุฏฺฐกกจทนฺตานํ วเสน ปุริสสฺส สติ อุปฏฺฐิตา โหติ, น อาคเต วา คเต วา กกจทนฺเต มนสิ กโรติ, น อาคตา วา คตา วา กกจทนฺตา อวิทิตา โหนฺติ, ปธานญฺจ ปญฺญายติ, ปโยคญฺจ สาเธติ, เอวเมว ภิกฺขุ นาสิกคฺเค วา มุขนิมิตฺเต วา สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺโน โหติ, น อาคเต วา คเต วา อสฺสาสปสฺสาเส มนสิ กโรติ, น อาคตา วา คตา วา อสฺสาสปสฺสาสา อวิทิตา โหนฺติ, ปธานญฺจ ปญฺญายติ, ปโยคญฺจ สาเธติ, วิเสสมธิคจฺฉติ.
ปธานนฺติ กตมํ ปธานํ? อารทฺธวีริยสฺส กาโยปิ จิตฺตมฺปิ กมฺมนิยํ โหติ – อิทํ ปธานํ. กตโม ปโยโค? อารทฺธวีริยสฺส อุปกฺกิเลสา ปหียนฺติ, วิตกฺกา วูปสมฺมนฺติ – อยํ ปโยโค. กตโม วิเสโส? อารทฺธวีริยสฺส สํโยชนา ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตี โหนฺติ – อยํ วิเสโส. เอวํ อิเม ตโย ธมฺมา เอกจิตฺตสฺส อารมฺมณา น โหนฺติ, น จิเม ตโย ธมฺมา อวิทิตา โหนฺติ, น จ จิตฺตํ วิกฺเขปํ คจฺฉติ, ปธานญฺจ ปญฺญายติ, ปโยคญฺจ สาเธติ, วิเสสมธิคจฺฉติ.
‘‘อานาปานสฺสตี ยสฺส, ปริปุณฺณา สุภาวิตา;
อนุปุพฺพํ ปริจิตา, ยถา พุทฺเธน เทสิตา;
โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา’’ติ. (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๐);
อยํ กกโจปมา. อิธ ปนสฺส อาคตาคตวเสน อมนสิการมตฺตเมว ปโยชนนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทํ กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรโต กสฺสจิ นจิเรเนว นิมิตฺตญฺจ อุปฺปชฺชติ, อวเสสชฺฌานงฺคปฏิมณฺฑิตา อปฺปนาสงฺขาตา ฐปนา จ สมฺปชฺชติ. กสฺสจิ ปน คณนาวเสเนว มนสิการกาลโตปภุติ อนุกฺกมโต โอฬาริกอสฺสาสปสฺสาสนิโรธวเสน กายทรเถ วูปสนฺเต กาโยปิ จิตฺตมฺปิ ลหุกํ โหติ, สรีรํ อากาเส ลงฺฆนาการปฺปตฺตํ วิย โหติ. ยถา สารทฺธกายสฺส มญฺเจ วา ปีเฐ วา นิสีทโต มญฺจปีฐํ โอนมติ, วิกูชติ, ปจฺจตฺถรณํ วลึ คณฺหาติ. อสารทฺธกายสฺส ปน นิสีทโต เนว มญฺจปีฐํ โอนมติ, น วิกูชติ, น ปจฺจตฺถรณํ วลึ คณฺหาติ, ตูลปิจุปูริตํ วิย มญฺจปีฐํ โหติ. กสฺมา? ยสฺมา อสารทฺโธ กาโย ลหุโก โหติ; เอวเมว คณนาวเสน มนสิการกาลโตปภุติ อนุกฺกมโต โอฬาริกอสฺสาสปสฺสาสนิโรธวเสน กายทรเถ วูปสนฺเต กาโยปิ จิตฺตมฺปิ ลหุกํ โหติ, สรีรํ อากาเส ลงฺฆนาการปฺปตฺตํ วิย โหติ.
ตสฺส โอฬาริเก อสฺสาสปสฺสาเส นิรุทฺเธ สุขุมอสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺตารมฺมณํ จิตฺตํ ปวตฺตติ, ตสฺมิมฺปิ นิรุทฺเธ อปราปรํ ตโต สุขุมตรสุขุมตมนิมิตฺตารมฺมณํ ปวตฺตติเยว. กถํ? ยถา ปุริโส มหติยา โลหสลากาย กํสตาฬํ อาโกเฏยฺย, เอกปฺปหาเรน มหาสทฺโท อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส โอฬาริกสทฺทารมฺมณํ จิตฺตํ ปวตฺเตยฺย, นิรุทฺเธ โอฬาริเก สทฺเท อถ ปจฺฉา สุขุมสทฺทนิมิตฺตารมฺมณํ, ตสฺมิมฺปิ นิรุทฺเธ อปราปรํ ตโต สุขุมตรสุขุมตมสทฺทนิมิตฺตารมฺมณํ จิตฺตํ ปวตฺตเตว; เอวนฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘เสยฺยถาปิ กํเส อาโกฏิเต’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๑) วิตฺถาโร.
ยถา หิ อญฺญานิ กมฺมฏฺฐานานิ อุปรูปริ วิภูตานิ โหนฺติ, น ตถา อิทํ. อิทํ ปน อุปรูปริ ภาเวนฺตสฺส ภาเวนฺตสฺส สุขุมตฺตํ คจฺฉติ, อุปฏฺฐานมฺปิ น อุปคจฺฉติ. เอวํ อนุปฏฺฐหนฺเต ปน ตสฺมึ น เตน ภิกฺขุนา อุฏฺฐายาสนา จมฺมขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา คนฺตพฺพํ. กึ กาตพฺพํ? ‘‘อาจริยํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ วา ‘‘นฏฺฐํ ทานิ เม กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วา น วุฏฺฐาตพฺพํ, อิริยาปถํ วิโกเปตฺวา คจฺฉโต หิ กมฺมฏฺฐานํ นวนวเมว โหติ. ตสฺมา ยถานิสินฺเนเนว เทสโต อาหริตพฺพํ.
ตตฺรายํ อาหรณูปาโย. เตน หิ ภิกฺขุนา กมฺมฏฺฐานสฺส อนุปฏฺฐหนภาวํ ญตฺวา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ – ‘‘อิเม อสฺสาสปสฺสาสา นาม กตฺถ อตฺถิ, กตฺถ นตฺถิ, กสฺส วา อตฺถิ, กสฺส วา นตฺถี’’ติ. อเถวํ ปฏิสญฺจิกฺขตา ‘‘อิเม อนฺโตมาตุกุจฺฉิยํ นตฺถิ, อุทเก นิมุคฺคานํ นตฺถิ, ตถา อสญฺญีภูตานํ มตานํ จตุตฺถชฺฌานสมาปนฺนานํ รูปารูปภวสมงฺคีนํ นิโรธสมาปนฺนาน’’นฺติ ญตฺวา เอวํ อตฺตนาว อตฺตา ปฏิโจเทตพฺโพ – ‘‘นนุ ตฺวํ, ปณฺฑิต, เนว มาตุกุจฺฉิคโต, น อุทเก นิมุคฺโค, น อสญฺญีภูโต, น มโต, น จตุตฺถชฺฌานสมอาปนฺโน, น รูปารูปภวสมงฺคี, น นิโรธสมาปนฺโน, อตฺถิเยว เต อสฺสาสปสฺสาสา, มนฺทปญฺญตาย ปน ปริคฺคเหตุํ น สกฺโกสี’’ติ. อถาเนน ปกติผุฏฺฐวเสเนว จิตฺตํ ฐเปตฺวา มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ. อิเม หิ ทีฆนาสิกสฺส นาสา ปุฏํ ฆฏฺเฏนฺตา ปวตฺตนฺติ, รสฺสนาสิกสฺส อุตฺตโรฏฺฐํ. ตสฺมาเนน อิมํ นาม ฐานํ ฆฏฺเฏนฺตีติ นิมิตฺตํ ปฏฺฐเปตพฺพํ. อิมเมว หิ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ภควตา – ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส อานาปานสฺสติภาวนํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๔๙; สํ. นิ. ๕.๙๙๒). กิญฺจาปิ หิ ยํกิญฺจิ กมฺมฏฺฐานํ สตสฺส สมฺปชานสฺเสว สมฺปชฺชติ, อิโต อญฺญํ ปน มนสิกโรนฺตสฺส ปากฏํ โหติ. อิทํ ปน อานาปานสฺสติกมฺมฏฺฐานํ ครุกํ ครุกภาวนํ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธปุตฺตานํ มหาปุริสานเมว มนสิการภูมิภูตํ, น เจว อิตฺตรํ, น จ อิตฺตรสตฺตสมาเสวิตํ. ยถา ยถา มนสิ กรียติ, ตถา ตถา สนฺตญฺเจว โหติ สุขุมญฺจ. ตสฺมา เอตฺถ พลวตี สติ จ ปญฺญา จ อิจฺฉิตพฺพา.
ยถา หิ มฏฺฐสาฏกสฺส ตุนฺนกรณกาเล สูจิปิ สุขุมา อิจฺฉิตพฺพา, สูจิปาสเวธนมฺปิ ตโต สุขุมตรํ; เอวเมว มฏฺฐสาฏกสทิสสฺส อิมสฺส กมฺมฏฺฐานสฺส ภาวนากาเล สูจิปฏิภาคา สติปิ สูจิปาสเวธนปฏิภาคา ตํสมฺปยุตฺตา ปญฺญาปิ พลวตี อิจฺฉิตพฺพา. ตาหิ จ ปน สติปญฺญาหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา น เต อสฺสาสปสฺสาสา อญฺญตฺร ปกติผุฏฺโฐกาสา ปริเยสิตพฺพา.
ยถา ปน กสฺสโก กสึ กสิตฺวา พลิพทฺเท มุญฺจิตฺวา โคจราภิมุเข กตฺวา ฉายาย นิสินฺโน วิสฺสเมยฺย, อถสฺส เต พลิพทฺทา เวเคน อฏวึ ปวิเสยฺยุํ. โย โหติ เฉโก กสฺสโก โส ปุน เต คเหตฺวา โยเชตุกาโม น เตสํ อนุปทํ คนฺตฺวา อฏวึ อาหิณฺฑติ. อถ โข รสฺมิญฺจ ปโตทญฺจ คเหตฺวา อุชุกเมว เตสํ นิปาตติตฺถํ คนฺตฺวา นิสีทติ วา นิปชฺชติ วา. อถ เต โคเณ ทิวสภาคํ จริตฺวา นิปาตติตฺถํ โอตริตฺวา นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จ ปจฺจุตฺตริตฺวา ฐิเต ทิสฺวา รสฺมิยา พนฺธิตฺวา ปโตเทน วิชฺฌนฺโต อาเนตฺวา โยเชตฺวา ปุน กมฺมํ กโรติ; เอวเมว เตน ภิกฺขุนา น เต อสฺสาสปสฺสาสา อญฺญตฺร ปกติผุฏฺโฐกาสา ปริเยสิตพฺพา. สติรสฺมึ ปน ปญฺญาปโตทญฺจ คเหตฺวา ปกติผุฏฺโฐกาเส จิตฺตํ ฐเปตฺวา มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ. เอวญฺหิสฺส มนสิกโรโต นจิรสฺเสว เต อุปฏฺฐหนฺติ, นิปาตติตฺเถ วิย โคณา. ตโต เตน สติรสฺมิยา พนฺธิตฺวา ตสฺมึเยว ฐาเน โยเชตฺวา ปญฺญาปโตเทน วิชฺฌนฺเตน ปุน กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชิตพฺพํ; ตสฺเสวมนุยุญฺชโต นจิรสฺเสว นิมิตฺตํ อุปฏฺฐาติ. ตํ ปเนตํ น สพฺเพสํ เอกสทิสํ โหติ; อปิจ โข กสฺสจิ สุขสมฺผสฺสํ อุปฺปาทยมาโน ตูลปิจุ วิย, กปฺปาสปิจุ วิย, วาตธารา วิย จ อุปฏฺฐาตีติ เอกจฺเจ อาหุ.
อยํ ปน อฏฺฐกถาวินิจฺฉโย – อิทญฺหิ กสฺสจิ ตารกรูปํ วิย, มณิคุฬิกา วิย, มุตฺตาคุฬิกา วิย จ กสฺสจิ ขรสมฺผสฺสํ หุตฺวา กปฺปาสฏฺฐิ วิย, สารทารุสูจิ วิย จ กสฺสจิ ทีฆปามงฺคสุตฺตํ วิย, กุสุมทามํ วิย, ธูมสิขา วิย จ กสฺสจิ วิตฺถต มกฺกฏกสุตฺตํ วิย, วลาหกปฏลํ วิย, ปทุมปุปฺผํ วิย, รถจกฺกํ วิย, จนฺทมณฺฑลํ วิย, สูริยมณฺฑลํ วิย จ อุปฏฺฐาติ. ตญฺจ ปเนตํ ยถา สมฺพหุเลสุ ภิกฺขูสุ สุตฺตนฺตํ สชฺฌายิตฺวา นิสินฺเนสุ เอเกน ภิกฺขุนา ‘‘ตุมฺหากํ กีทิสํ หุตฺวา อิทํ สุตฺตํ อุปฏฺฐาตี’’ติ วุตฺเต เอโก ‘‘มยฺหํ มหตี ปพฺพเตยฺยา นที วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาตี’’ติ อาห. อปโร ‘‘มยฺหํ เอกา วนราชิ วิย’’. อญฺโญ ‘‘มยฺหํ สีตจฺฉาโย สาขาสมฺปนฺโน ผลภารภริตรุกฺโข วิยา’’ติ. เตสญฺหิ ตํ เอกเมว สุตฺตํ สญฺญานานตาย นานโต อุปฏฺฐาติ. เอวํ เอกเมว กมฺมฏฺฐานํ สญฺญานานตาย นานโต อุปฏฺฐาติ. สญฺญชญฺหิ เอตํ สญฺญานิทานํ สญฺญาปฺปภวํ ตสฺมา สญฺญานานตาย นานโต อุปฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ.
เอตฺถ จ อญฺญเมว อสฺสาสารมฺมณํ จิตฺตํ, อญฺญํ ปสฺสาสารมฺมณํ, อญฺญํ นิมิตฺตารมฺมณํ ยสฺส หิ อิเม ตโย ธมฺมา นตฺถิ, ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ เนว อปฺปนํ น อุปจารํ ปาปุณาติ. ยสฺส ปนิเม ตโย ธมฺมา อตฺถิ, ตสฺเสว กมฺมฏฺฐานํ อปฺปนญฺจ อุปจารญฺจ ปาปุณาติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘นิมิตฺตํ อสฺสาสปสฺสาสา, อนารมฺมณเมกจิตฺตสฺส;
อชานโต จ ตโย ธมฺเม, ภาวนานุปลพฺภติ.
‘‘นิมิตฺตํ อสฺสาสปสฺสาสา, อนารมฺมณเมกจิตฺตสฺส;
ชานโต จ ตโย ธมฺเม, ภาวนา อุปลพฺภตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๓๑);
เอวํ อุปฏฺฐิเต ปน นิมิตฺเต เตน ภิกฺขุนา อาจริยสนฺติกํ คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ – ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, เอวรูปํ นาม อุปฏฺฐาตี’’ติ. อาจริเยน ปน ‘‘เอตํ นิมิตฺต’’นฺติ วา ‘‘น นิมิตฺต’’นฺติ วา น วตฺตพฺพํ. ‘‘เอวํ โหติ, อาวุโส’’ติ วตฺวา ปน ‘‘ปุนปฺปุนํ มนสิ กโรหี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ หิ วุตฺเต โวสานํ อาปชฺเชยฺย; ‘‘น นิมิตฺต’’นฺติ วุตฺเต นิราโส วิสีเทยฺย. ตสฺมา ตทุภยมฺปิ อวตฺวา มนสิกาเรเยว นิโยเชตพฺโพติ. เอวํ ตาว ทีฆภาณกา. มชฺฌิมภาณกา ปนาหุ – ‘‘นิมิตฺตมิทํ, อาวุโส, กมฺมฏฺฐานํ ปุนปฺปุนํ มนสิ กโรหิ สปฺปุริสาติ วตฺตพฺโพ’’ติ. อถาเนน นิมิตฺเตเยว จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ. เอวมสฺสายํ อิโต ปภุติ ฐปนาวเสน ภาวนา โหติ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –
‘‘นิมิตฺเต ฐปยํ จิตฺตํ, นานาการํ วิภาวยํ;
ธีโร อสฺสาสปสฺสาเส, สกํ จิตฺตํ นิพนฺธตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๓๒; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๖๓);
ตสฺเสวํ นิมิตฺตุปฏฺฐานโต ปภุติ นีวรณานิ วิกฺขมฺภิตาเนว โหนฺติ กิเลสา สนฺนิสินฺนาว สติ อุปฏฺฐิตาเยว, จิตฺตํ สมาหิตเมว. อิทญฺหิ ทฺวีหากาเรหิ จิตฺตํ สมาหิตํ นาม โหหิ – อุปจารภูมิยํ วา นีวรณปฺปหาเนน, ปฏิลาภภูมิยํ วา องฺคปาตุภาเวน. ตตฺถ ‘‘อุปจารภูมี’’ติ อุปจารสมาธิ; ‘‘ปฏิลาภภูมี’’ติ อปฺปนาสมาธิ. เตสํ กึ นานากรณํ? อุปจารสมาธิ กุสลวีถิยํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ, อปฺปนาสมาธิ ทิวสภาเค อปฺเปตฺวา นิสินฺนสฺส ทิวสภาคมฺปิ กุสลวีถิยํ ชวติ, น ภวงฺคํ โอตรติ. อิเมสุ ทฺวีสุ สมาธีสุ นิมิตฺตปาตุภาเวน อุปจารสมาธินา สมาหิตํ จิตฺตํ โหติ. อถาเนน ตํ นิมิตฺตํ เนว วณฺณโต มนสิกาตพฺพํ, น ลกฺขณโต ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ. อปิจ โข ขตฺติยมเหสิยา จกฺกวตฺติคพฺโภ วิย กสฺสเกน สาลิยวคพฺโภ วิย จ อปฺปมตฺเตน รกฺขิตพฺพํ; รกฺขิตํ หิสฺส ผลทํ โหติ.
‘‘นิมิตฺตํ รกฺขโต ลทฺธ, ปริหานิ น วิชฺชติ;
อารกฺขมฺหิ อสนฺตมฺหิ, ลทฺธํ ลทฺธํ วินสฺสตี’’ติ.
ตตฺรายํ รกฺขณูปาโย – เตน ภิกฺขุนา อาวาโส, โคจโร, ภสฺสํ, ปุคฺคโล, โภชนํ, อุตุ, อิริยาปโถติ อิมานิ สตฺต อสปฺปายานิ วชฺเชตฺวา ตาเนว สตฺต สปฺปายานิ เสวนฺเตน ปุนปฺปุนํ ตํ นิมิตฺตํ มนสิกาตพฺพํ.
เอวํ สปฺปายเสวเนน นิมิตฺตํ ถิรํ กตฺวา วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ คมยิตฺวา วตฺถุวิสทกิริยา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา, นิมิตฺตกุสลตา, ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ สปคฺคเหตพฺพ ตสฺมึ สมเย จิตฺตปคฺคณฺหนา, ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ นิคฺคเหตพฺพํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตนิคฺคณฺหนา, ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ สมฺปหํเสตพฺพํ ตสฺมึ สมเย สมฺปหํเสตพฺพํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตสมฺปหํสนา, ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตอชฺฌุเปกฺขนา, อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนา, สมาหิตปุคฺคลเสวนา, ตทธิมุตฺตตาติ อิมานิ ทส อปฺปนาโกสลฺลานิ อวิชหนฺเตน โยโค กรณีโย.
ตสฺเสวํ อนุยุตฺตสฺส วิหรโต อิทานิ อปฺปนา อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ภวงฺคํ วิจฺฉินฺทิตฺวา นิมิตฺตารมฺมณํ มโนทฺวาราวชฺชนํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺมิญฺจ นิรุทฺเธ ตเทวารมฺมณํ คเหตฺวา จตฺตาริ ปญฺจ วา ชวนานิ, เยสํ ปฐมํ ปริกมฺมํ, ทุติยํ อุปจารํ, ตติยํ อนุโลมํ, จตุตฺถํ โคตฺรภุ, ปญฺจมํ อปฺปนาจิตฺตํ. ปฐมํ วา ปริกมฺมญฺเจว อุปจารญฺจ, ทุติยํ อนุโลมํ, ตติยํ โคตฺรภุ, จตุตฺถํ อปฺปนาจิตฺตนฺติ วุจฺจติ. จตุตฺถเมว หิ ปญฺจมํ วา อปฺเปติ, น ฉฏฺฐํ สตฺตมํ วา อาสนฺนภวงฺคปาตตฺตา.
อาภิธมฺมิกโคทตฺตตฺเถโร ปนาห – ‘‘อาเสวนปจฺจเยน กุสลา ธมฺมา พลวนฺโต โหนฺติ; ตสฺมา ฉฏฺฐํ สตฺตมํ วา อปฺเปตี’’ติ. ตํ อฏฺฐกถาสุ ปฏิกฺขิตฺตํ. ตตฺถ ปุพฺพภาคจิตฺตานิ กามาวจรานิ โหนฺติ, อปฺปนาจิตฺตํ ปน รูปาวจรํ. เอวมเนน ปญฺจงฺควิปฺปหีนํ, ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ, ทสลกฺขณสมฺปนฺนํ, ติวิธกลฺยาณํ, ปฐมชฺฌานํ อธิคตํ โหติ. โส ตสฺมึเยวารมฺมเณ วิตกฺกาทโย วูปสเมตฺวา ทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานานิ ปาปุณาติ. เอตฺตาวตา จ ฐปนาวเสน ภาวนาย ปริโยสานปฺปตฺโต โหติ. อยเมตฺถ สงฺเขปกถา. วิตฺถาโร ปน อิจฺฉนฺเตน วิสุทฺธิมคฺคโต คเหตพฺโพ.
เอวํ ปตฺตจตุตฺถชฺฌาโน ปเนตฺถ ภิกฺขุ สลฺลกฺขณาวิวฏฺฏนาวเสน กมฺมฏฺฐานํ วฑฺเฒตฺวา ปาริสุทฺธึ ปตฺตุกาโม ตเทว ฌานํ อาวชฺชนสมาปชฺชนอธิฏฺฐานวุฏฺฐานปจฺจเวกฺขณสงฺขาเตหิ ปญฺจหากาเรหิ วสิปฺปตฺตํ ปคุณํ กตฺวา อรูปปุพฺพงฺคมํ วา รูปํ, รูปปุพฺพงฺคมํ วา อรูปนฺติ รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปติ. กถํ? โส หิ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานงฺคานิ ปริคฺคเหตฺวา เตสํ นิสฺสยํ หทยวตฺถุํ ตํ นิสฺสยานิ จ ภูตานิ เตสญฺจ นิสฺสยํ สกลมฺปิ กรชกายํ ปสฺสติ. ตโต ‘‘ฌานงฺคานิ อรูปํ, วตฺถาทีนิ รูป’’นฺติ รูปารูปํ ววตฺถเปติ.
อถ วา สมาปตฺติโต วุฏฺฐหิตฺวา เกสาทีสุ โกฏฺฐาเสสุ ปถวีธาตุอาทิวเสน จตฺตาริ ภูตานิ ตํนิสฺสิตรูปานิ จ ปริคฺคเหตฺวา ยถาปริคฺคหิตรูปารมฺมณํ ยถาปริคฺคหิตรูปวตฺถุทฺวารารมฺมณํ วา สสมฺปยุตฺตธมฺมํ วิญฺญาณญฺจ ปสฺสติ. ตโต ‘‘ภูตาทีนิ รูปํ สสมฺปยุตฺตธมฺมํ วิญฺญาณํ อรูป’’นฺติ ววตฺถเปติ.
อถ วา สมาปตฺติโต วุฏฺฐหิตฺวา อสฺสาสปสฺสาสานํ สมุทโย กรชกาโย จ จิตฺตญฺจาติ ปสฺสติ. ยถา หิ กมฺมารคคฺคริยา ธมมานาย ภสฺตญฺจ ปุริสสฺส จ ตชฺชํ วายามํ ปฏิจฺจ วาโต สญฺจรติ; เอวเมว กายญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ อสฺสาสปสฺสาสาติ. ตโต อสฺสาสปสฺสาเส จ กายญฺจ รูปํ, จิตฺตญฺจ ตํสมฺปยุตฺตธมฺเม จ อรูปนฺติ ววตฺถเปติ.
เอวํ นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา ตสฺส ปจฺจยํ ปริเยสติ, ปริเยสนฺโต จ ตํ ทิสฺวา ตีสุปิ อทฺธาสุ นามรูปสฺส ปวตฺตึ อารพฺภ กงฺขํ วิตรติ. วิติณฺณกงฺโข กลาปสมฺมสนวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา อุทยพฺพยานุปสฺสนาย ปุพฺพภาเค อุปฺปนฺเน โอภาสาทโย ทส วิปสฺสนุปกฺกิเลเส ปหาย อุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ ปฏิปทาญาณํ ‘‘มคฺโค’’ติ ววตฺถเปตฺวา อุทยํ ปหาย ภงฺคานุปสฺสนํ ปตฺวา นิรนฺตรํ ภงฺคานุปสฺสเนน ภยโต อุปฏฺฐิเตสุ สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทนฺโต วิรชฺชนฺโต วิมุจฺจนฺโต ยถากฺกมํ จตฺตาโร อริยมคฺเค ปาปุณิตฺวา อรหตฺตผเล ปติฏฺฐาย เอกูนวีสติเภทสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส ปริยนฺตปฺปตฺโต สเทวกสฺส โลกสฺส อคฺคทกฺขิเณยฺโย โหติ. เอตฺตาวตา จสฺส คณนํ อาทึ กตฺวา วิปสฺสนาปริโยสานา อานาปานสฺสติสมาธิภาวนา จ สมตฺตา โหตีติ.
อยํ สพฺพาการโต ปฐมจตุกฺกวณฺณนา.
อิตเรสุ ปน ตีสุ จตุกฺเกสุ ยสฺมา วิสุํ กมฺมฏฺฐานภาวนานโย นาม นตฺถิ; ตสฺมา อนุปทวณฺณนานเยเนว เนสํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปีติปฺปฏิสํเวทีติ ปีตึ ปฏิสํวิทิตํ กโรนฺโต ปากฏํ กโรนฺโต อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. ตตฺถ ทฺวีหากาเรหิ ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ – อารมฺมณโต จ อสมฺโมหโต จ.
กถํ อารมฺมณโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชติ, ตสฺส สมาปตฺติกฺขเณ ฌานปฏิลาเภน อารมฺมณโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ อารมฺมณสฺส ปฏิสํวิทิตตฺตา.
กถํ อสมฺโมหโต? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตกปีตึ ขยโต วยโต สมฺมสติ, ตสฺส วิปสฺสนากฺขเณ ลกฺขณปฏิเวเธน อสมฺโมหโต ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ –
‘‘ทีฆํ อสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต สติ อุปฏฺฐิตา โหติ. ตาย สติยา เตน ญาเณน สา ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ. ทีฆํ ปสฺสาสวเสน…เป… รสฺสํ อสฺสาสวเสน… รสฺสํ ปสฺสาสวเสน… สพฺพกายปฺปฏิสํเวที อสฺสาสวเสน… สพฺพกายปฺปฏิสํเวที ปสฺสาสวเสน… ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ อสฺสาสวเสน… ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ ปสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต สติ อุปฏฺฐิตา โหติ, ตาย สติยา เตน ญาเณน สา ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ. อาวชฺชโต สา ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ ชานโต… ปสฺสโต… ปจฺจเวกฺขโต… จิตฺตํ อธิฏฺฐหโต… สทฺธาย อธิมุจฺจโต… วีริยํ ปคฺคณฺหโต… สตึ อุปฏฺฐาปยโต… จิตฺตํ สมาทหโต… ปญฺญาย ปชานโต… อภิญฺเญยฺยํ อภิชานโต… ปริญฺเญยฺยํ ปริชานโต… ปหาตพฺพํ ปชหโต… ภาเวตพฺพํ ภาวยโต… สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกโรโต สา ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ. เอวํ สา ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๒).
เอเตเนว นเยน อวเสสปทานิปิ อตฺถโต เวทิตพฺพานิ. อิทํ ปเนตฺถ วิเสสมตฺตํ. ติณฺณํ ฌานานํ วเสน สุขปฏิสํเวทิตา จตุนฺนมฺปิ วเสน จิตฺตสงฺขารปฏิสํเวทิตา เวทิตพฺพา. ‘‘จิตฺตสงฺขาโร’’ติ เวทนาทโย เทฺว ขนฺธา. สุขปฺปฏิสํเวทิปเท เจตฺถ วิปสฺสนาภูมิทสฺสนตฺถํ ‘‘สุขนฺติ เทฺว สุขานิ – กายิกญฺจ สุขํ เจตสิกญฺจา’’ติ ปฏิสมฺภิทายํ วุตฺตํ. ปสฺสมฺภยํ จิตฺตสงฺขารนฺติ โอฬาริกํ โอฬาริกํ จิตฺตสงฺขารํ ปสฺสมฺเภนฺโต, นิโรเธนฺโตติ อตฺโถ. โส วิตฺถารโต กายสงฺขาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อปิเจตฺถ ปีติปเท ปีติสีเสน เวทนา วุตฺตา. สุขปเท สรูเปเนว เวทนา. ทฺวีสุ จิตฺตสงฺขารปเทสุ ‘‘สญฺญา จ เวทนา จ เจตสิกา เอเต ธมฺมา จิตฺตปฏิพทฺธา จิตฺตสงฺขารา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗๔; ม. นิ. ๑.๔๖๓) วจนโต สญฺญาสมฺปยุตฺตา เวทนาติ. เอวํ เวทนานุปสฺสนานเยน อิทํ จตุกฺกํ ภาสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตติยจตุกฺเกปิ จตุนฺนํ ฌานานํ วเสน จิตฺตปฏิสํเวทิตา เวทิตพฺพา. อภิปฺปโมทยํ จิตฺตนฺติ จิตฺตํ โมเทนฺโต ปโมเทนฺโต หาเสนฺโต ปหาเสนฺโต อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ. ตตฺถ ทฺวีหากาเรหิ อภิปฺปโมโท โหติ – สมาธิวเสน จ วิปสฺสนาวเสน จ.
กถํ สมาธิวเสน? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชติ, โส สมาปตฺติกฺขเณ สมฺปยุตฺตาย ปีติยา จิตฺตํ อาโมเทติ ปโมเทติ. กถํ วิปสฺสนาวเสน? สปฺปีติเก เทฺว ฌาเน สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตกปีตึ ขยโต วยโต สมฺมสติ; เอวํ วิปสฺสนากฺขเณ ฌานสมฺปยุตฺตกปีตึ อารมฺมณํ กตฺวา จิตฺตํ อาโมเทติ ปโมเทติ. เอวํ ปฏิปนฺโน ‘‘อภิปฺปโมทยํ จิตฺตํ อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ วุจฺจติ.
สมาทหํ จิตฺตนฺติ ปฐมชฺฌานาทิวเสน อารมฺมเณ จิตฺตํ สมํ อาทหนฺโต สมํ ฐเปนฺโต ตานิ วา ปน ฌานานิ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตกจิตฺตํ ขยโต วยโต สมฺมสโต วิปสฺสนากฺขเณ ลกฺขณปฏิเวเธน อุปฺปชฺชติ ขณิกจิตฺเตกคฺคตา; เอวํ อุปฺปนฺนาย ขณิกจิตฺเตกคฺคตาย วเสนปิ อารมฺมเณ จิตฺตํ สมํ อาทหนฺโต สมํ ฐเปนฺโต ‘‘สมาทหํ จิตฺตํ อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ วุจฺจติ.
วิโมจยํ จิตฺตนฺติ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณหิ จิตฺตํ โมเจนฺโต วิโมเจนฺโต, ทุติเยน วิตกฺกวิจาเรหิ, ตติเยน ปีติยา, จตุตฺเถน สุขทุกฺเขหิ จิตฺตํ โมเจนฺโต วิโมเจนฺโต. ตานิ วา ปน ฌานานิ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ฌานสมฺปยุตฺตกจิตฺตํ ขยโต วยโต สมฺมสติ. โส วิปสฺสนากฺขเณ อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญาโต จิตฺตํ โมเจนฺโต วิโมเจนฺโต, ทุกฺขานุปสฺสนาย สุขสญฺญาโต, อนตฺตานุปสฺสนาย อตฺตสญฺญาโต, นิพฺพิทานุปสฺสนาย นนฺทิโต, วิราคานุปสฺสนาย ราคโต, นิโรธานุปสฺสนาย สมุทยโต, ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาย อาทานโต จิตฺตํ โมเจนฺโต วิโมเจนฺโต อสฺสสติ เจว ปสฺสสติ จ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วิโมจยํ จิตฺตํ อสฺสสิสฺสามิ ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขตี’’ติ. เอวํ จิตฺตานุปสฺสนาวเสน อิทํ จตุกฺกํ ภาสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.