๔. วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๒๖. เตน สมเยนาติ วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทํ. ตตฺถ วสฺสิกสาฏิกา อนุญฺญาตาติ จีวรกฺขนฺธเก วิสาขาวตฺถุสฺมึ (มหาว. ๓๔๙ อาทโย) อนุญฺญาตา. ปฏิกจฺเจวาติ ปุเรเยว.

๖๒๗. มาโส เสโส คิมฺหานนฺติ จตุนฺนํ คิมฺหมาสานํ เอโก ปจฺฉิมมาโส เสโส. กตฺวาติ สิพฺพนรชนกปฺปปริโยสาเนน นิฏฺฐเปตฺวา. กโรนฺเตน จ เอกเมว กตฺวา สมเย อธิฏฺฐาตพฺพํ, เทฺว อธิฏฺฐาตุํ น วฏฺฏนฺติ.

อติเรกมาเส เสเส คิมฺหาเนติ คิมฺหานนามเก อติเรกมาเส เสเส.

อติเรกทฺธมาเส เสเส คิมฺหาเน กตฺวา นิวาเสตีติ เอตฺถ ปน ฐตฺวา วสฺสิกสาฏิกาย ปริเยสนกฺเขตฺตํ กรณกฺเขตฺตํ นิวาสนกฺเขตฺตํ อธิฏฺฐานกฺเขตฺตนฺติ จตุพฺพิธํ เขตฺตํ, กุจฺฉิสมโย ปิฏฺฐิสมโยติ ทุวิโธ สมโย, ปิฏฺฐิสมยจตุกฺกํ กุจฺฉิสมยจตุกฺกนฺติ เทฺว จตุกฺกานิ จ เวทิตพฺพานิ.

ตตฺถ เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว กาฬปกฺขุโปสถา, อยเมโก อทฺธมาโส ปริเยสนกฺเขตฺตญฺเจว กรณกฺเขตฺตญฺจ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร วสฺสิกสาฏิกํ อลทฺธํ ปริเยสิตุํ ลทฺธํ กาตุญฺจ วฏฺฏติ, นิวาเสตุํ อธิฏฺฐาตุญฺจ น วฏฺฏติ. กาฬปกฺขุโปสถสฺส ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว อาสาฬฺหีปุณฺณมา, อยเมโก อทฺธมาโส ปริเยสนกรณนิวาสนานํ ติณฺณมฺปิ เขตฺตํ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร ปริเยสิตุํ กาตุํ นิวาเสตุญฺจ วฏฺฏติ, อธิฏฺฐาตุํเยว น วฏฺฏติ. อาสาฬฺหีปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว กตฺติกปุณฺณมา, อิเม จตฺตาโร มาสา ปริเยสนกรณนิวาสนาธิฏฺฐานานํ จตุนฺนํ เขตฺตํ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร อลทฺธํ ปริเยสิตุํ ลทฺธํ กาตุํ นิวาเสตุํ อธิฏฺฐาตุญฺจ วฏฺฏติ. อิทํ ตาว จตุพฺพิธํ เขตฺตํ เวทิตพฺพํ.

กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปน ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว เชฏฺฐมูลปุณฺณมา, อิเม สตฺต มาสา ปิฏฺฐิสมโย นาม. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร ‘‘กาโล วสฺสิกสาฏิกายา’’ติอาทินา นเยน สตุปฺปาทํ กตฺวา อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐานโต วสฺสิกสาฏิกจีวรํ นิปฺผาเทนฺตสฺส อิมินา สิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. ‘‘เทถ เม วสฺสิกสาฏิกจีวร’’นฺติอาทินา นเยน วิญฺญตฺตึ กตฺวา นิปฺผาเทนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. วุตฺตนเยเนว สตุปฺปาทํ กตฺวา ญาตกปวาริตฏฺฐานโต นิปฺผาเทนฺตสฺส อิมินาว สิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. วิญฺญตฺตึ กตฺวา นิปฺผาเทนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน อนาปตฺติ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร –

‘‘มาตรํ จีวรํ ยาเจ, โน จ สงฺเฆ ปริณตํ;

เกนสฺส โหติ อาปตฺติ, อนาปตฺติ จ ญาตเก;

ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);

อยญฺหิ ปโญฺห อิมมตฺถํ สนฺธาย วุตฺโตติ. เอวํ ปิฏฺฐิสมยจตุกฺกํ เวทิตพฺพํ.

เชฏฺฐมูลปุณฺณมาสิยา ปน ปจฺฉิมปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ยาว กตฺติกปุณฺณมา, อิเม ปญฺจ มาสา กุจฺฉิสมโย นาม. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร วุตฺตนเยน สตุปฺปาทํ กตฺวา อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐานโต วสฺสิกสาฏิกจีวรํ นิปฺผาเทนฺตสฺส วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ. เย มนุสฺสา ปุพฺเพปิ วสฺสิกสาฏิกจีวรํ เทนฺติ, อิเม ปน สเจปิ อตฺตโน อญฺญาตกอปฺปวาริตา โหนฺติ, วตฺตเภโท นตฺถิ, เตสุ สตุปฺปาทกรณสฺส อนุญฺญาตตฺตา. วิญฺญตึ กตฺวา นิปฺผาเทนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. อิทํ ปน ปกติยา วสฺสิกสาฏิกทายเกสุปิ โหติเยว. วุตฺตนเยเนว สตุปฺปาทํ กตฺวา ญาตกปวาริตฏฺฐานโต นิปฺผาเทนฺตสฺส อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติ. วิญฺญตฺตึ กตฺวา นิปฺผาเทนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน อนาปตฺติ. ‘‘น วตฺตพฺพา เทถ เม’’ติ อิทญฺหิ ปริเยสนกาเล อญฺญาตกอปฺปวาริเตเยว สนฺธาย วุตฺตํ. เอวํ กุจฺฉิสมยจตุกฺกํ เวทิตพฺพํ.

นคฺโค กายํ โอวสฺสาเปติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ อุทกผุสิตคณนาย อกตฺวา นฺหานปริโยสานวเสน ปโยเค ปโยเค ทุกฺกเฏน กาเรตพฺโพ. โส จ โข วิวฏงฺคเณ อากาสโต ปติตอุทเกเนว นฺหายนฺโต. นฺหานโกฏฺฐกวาปิอาทีสุ ฆเฏหิ อาสิตฺตอุทเกน วา นฺหายนฺตสฺส อนาปตฺติ.

วสฺสํ อุกฺกฑฺฒิยตีติ เอตฺถ สเจ กตปริเยสิตาย วสฺสิกสาฏิกาย คิมฺหานํ ปจฺฉิม มาสํ เขเปตฺวา ปุน วสฺสานสฺส ปฐมมาสํ อุกฺกฑฺฒิตฺวา คิมฺหานํ ปจฺฉิมมาสเมว กโรนฺติ, วสฺสิกสาฏิกา โธวิตฺวา นิกฺขิปิตพฺพา. อนธิฏฺฐิตา อวิกปฺปิตา เทฺว มาเส ปริหารํ ลภติ, วสฺสูปนายิกทิวเส อธิฏฺฐาตพฺพา. สเจ สติสมฺโมเสน วา อปฺปโหนกภาเวน วา อกตา โหติ, เต จ เทฺว มาเส วสฺสานสฺส จ จาตุมาสนฺติ ฉ มาเส ปริหารํ ลภติ. สเจ ปน กตฺติกมาเส กถินํ อตฺถรียติ, อปเรปิ จตฺตาโร มาเส ลภติ, เอวํ ทส มาสา โหนฺติ. ตโต ปรมฺปิ สติยา ปจฺจาสาย มูลจีวรํ กตฺวา ฐเปนฺตสฺส เอกมาสนฺติ เอวํ เอกาทส มาเส ปริหารํ ลภติ. สเจ ปน เอกาหทฺวีหาทิวเสน ยาว ทสาหานาคตาย วสฺสูปนายิกาย อนฺโตวสฺเส วา ลทฺธา เจว นิฏฺฐิตา จ, กทา อธิฏฺฐาตพฺพาติ เอตํ อฏฺฐกถาสุ น วิจาริตํ. ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย อนฺโตทสาเห นิฏฺฐิตา ปน ตสฺมึเยว อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตพฺพา. ทสาหาติกฺกเม นิฏฺฐิตา ตทเหว อธิฏฺฐาตพฺพา. ทสาเห อปฺปโหนฺเต จีวรกาลํ นาติกฺกเมตพฺพาติ อยํ โน อตฺตโนมติ. กสฺมา? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) หิ วุตฺตํ. ตสฺมา วสฺสูปนายิกโต ปุพฺเพ ทสาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ. ‘‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๔๖๒) จ วุตฺตํ. ตสฺมา เอกาหทฺวีหาทิวเสน ยาว ทสาหานาคตาย วสฺสูปนายิกาย อนฺโตวสฺเส วา ลทฺธา เจว นิฏฺฐิตา จ วุตฺตนเยเนว อนฺโตทสาเห วา ตทหุ วา อธิฏฺฐาตพฺพา, ทสาเห อปฺปโหนฺเต จีวรกาลํ นาติกฺกเมตพฺพา.

ตตฺถ สิยา ‘‘วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุ’’นฺติ วจนโต ‘‘จาตุมาสพฺภนฺตเร ยทา วา ตทา วา อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ยทิ เอวํ, ‘‘กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ ยาว อาพาธา อธิฏฺฐาตุ’’นฺติ วุตฺตํ สาปิ, จ ทสาหํ อติกฺกาเมตพฺพา สิยา. เอวญฺจ สติ ‘‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’’นฺติ อิทํ วิรุชฺฌติ. ตสฺมา ยถาวุตฺตเมว คเหตพฺพํ, อญฺญํ วา อจลํ การณํ ลภิตฺวา ฉฑฺเฑตพฺพํ. อปิจ กุรุนฺทิยมฺปิ นิสฺสคฺคิยาวสาเน วุตฺตํ – ‘‘กทา อธิฏฺฐาตพฺพา? ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย อนฺโตทสาเห นิฏฺฐิตา ปน ตสฺมึเยว อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตพฺพา. ยทิ นปฺปโหติ ยาว กตฺติกปุณฺณมา ปริหารํ ลภตี’’ติ.

๖๓๐. อจฺฉินฺนจีวรสฺสาติ เอตํ วสฺสิกสาฏิกเมว สนฺธาย วุตฺตํ. เตสญฺหิ นคฺคานํ กาโยวสฺสาปเน อนาปตฺติ. เอตฺถ จ มหคฺฆวสฺสิกสาฏิกํ นิวาเสตฺวา นฺหายนฺตสฺส โจรุปทฺทโว อาปทา นาม. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.