๑๑. สุนิกฺขิตฺตวิมานวณฺณนา

อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานนฺติ สุนิกฺขิตฺตวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เทวจาริกํ จรนฺโต ตาวตึสภวนํ อุปคโต. ตสฺมิญฺจ ขเณ อญฺญตโร เทวปุตฺโต อตฺตโน วิมานทฺวาเร ฐิโต อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ ทิสฺวา สญฺชาตคารวพหุมาโน อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ.

โส กิร อตีเต กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ตสฺส สรีรธาตุโย ปกฺขิปิตฺวา โยชนิเก กนกถูเป จ กเต จตสฺโส ปริสา กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา คนฺธปุปฺผธูปาทีหิ เจติเย ปูชํ กโรนฺติ, ตตฺถ อญฺญตโร อุปาสโก อญฺเญสุ ปุปฺผปูชํ กตฺวา คเตสุ เตหิ ปูชิตฏฺฐาเน ทุนฺนิกฺขิตฺตานิ ปุปฺผานิ ทิสฺวา ตตฺเถว ตานิ สมฺมเทว ฐเปนฺโต สนฺนิเวสวเสน ทสฺสนียํ ปาสาทิกํ วิภตฺติวิเสสยุตฺตํ ปุปฺผปูชํ อกาสิ. กตฺวา จ ปน เอตํ อารมฺมณํ คณฺหนฺโต สตฺถุ คุเณ อนุสฺสริตฺวา ปสนฺนจิตฺโต ตํ ปุญฺญํ หทเย ฐเปสิ.

โส อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตสฺเสว กมฺมสฺส อานุภาเวน ตาวตึสภวเน ทฺวาทสโยชนิเก กนกวิมาเน นิพฺพตฺติ, มหานุภาโว มหา จสฺส ปริวาโร อโหสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ตสฺมิญฺจ ขเณ อญฺญตโร เทวปุตฺโต…เป… อฏฺฐาสี’’ติ. อถ นํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ยถาลทฺธสมฺปตฺติกิตฺตนมุเขน กตสุจริตกมฺมํ อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ –

๑๒๘๒. ‘‘อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ, สมนฺตโต ทฺวาทสโยชนานิ;

กูฏาคารา สตฺตสตา อุฬารา, เวฬุริยถมฺภา รุจกตฺถตา สุภา.

๑๒๘๓. ‘‘ตตฺถจฺฉสิ ปิวสิ ขาทสิ จ, ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคุํ;

ทิพฺพา รสา กามคุเณตฺถ ปญฺจ, นาริโย จ นจฺจนฺติ สุวณฺณฉนฺนา.

๑๒๘๔. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๒๘๕. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทว มหานุภาว, มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาโว, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

โสปิ ตสฺส อตฺตโน กตกมฺมํ อิมาหิ คาถาหิ กเถสิ. ตํ ทสฺเสนฺตา สงฺคีติการา อาหํสุ –

๑๒๘๖. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต;

ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๒๘๗. ‘‘ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มาลํ สุนิกฺขิปิตฺวา, ปติฏฺฐเปตฺวา สุคตสฺส ถูเป;

มหิทฺธิโก จมฺหิ มหานุภาโว, ทิพฺเพหิ กาเมหิ สมงฺคิภูโต.

๑๒๘๘. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๑๒๘๙. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูโต ยมหํ อกาสึ;

เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาโว, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๒๘๗. ตตฺถ ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มาลนฺติ เจติเย ปูชากรณฏฺฐาเน นิรนฺตรฏฺฐปนาทินา รจนาวิเสเสน อฏฺฐเปตฺวา ยถานิกฺขิตฺตตาย น สุฏฺฐุ นิกฺขิตฺตํ, วาเตน วา ปหริตฺวา ทุนฺนิกฺขิตฺตํ ปุปฺผํ. สุนิกฺขิปิตฺวาติ สุฏฺฐุ นิกฺขิปิตฺวา รจนาวิเสเสน ทสฺสนียํ ปาสาทิกํ กตฺวา นิกฺขิปิย. ปติฏฺฐเปตฺวาติ วิภตฺติวิเสสาทิวเสน ปุปฺผํ ปติฏฺฐาเปตฺวา. ตํ วา ปุปฺผํ นิกฺขิปนฺโต สตฺถุ เจติยํ อุทฺทิสฺส มม สนฺตาเน กุสลธมฺมํ ปติฏฺฐาเปตฺวาติ เอวํ เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

เอวํ เทวปุตฺเตน อตฺตโน สุจริตกมฺเม ปกาสิเต เถโร ตสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา อาคนฺตฺวา ภควโต ตมตฺถํ นิเวเทสิ. ภควา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตมหาชนสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

สุนิกฺขิตฺตวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ ปรมตฺถทีปนิยา ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย วิมานวตฺถุสฺมึ

เอกาทสวตฺถุปฏิมณฺฑิตสฺส สตฺตมสฺส

สุนิกฺขิตฺตวคฺคสฺส อตฺถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิตา จ ปุริสวิมานวณฺณนา.

นิคมนกถา

เอตฺตาวตา จ –

เทวตานํ วิมานาทิ-สมฺปตฺตึ ตสฺส การณํ;

ปกาสยนฺตี สตฺตานํ, สพฺพโลกหิตาวหา.

อปฺปกานมฺปิ การานํ, ยา วิภาเวติ เทสนา;

อุฬารผลตํ จิตฺต-เขตฺตสมฺปตฺติโยคโต.

ยํ กถาวตฺถุกุสลา, สุปริญฺญาตวตฺถุกา;

วิมานวตฺถุอิจฺเจว, สงฺคายึสุ มเหสโย.

ตสฺส อตฺถํ ปกาเสตุํ, โปราณฏฺฐกถานยํ;

สนฺนิสฺสาย สมารทฺธา, อตฺถสํวณฺณนา มยา.

ยา ตตฺถ ปรมตฺถานํ, ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ;

ปกาสนา ปรมตฺถ-ทีปนี นาม นามโต.

สมฺปตฺตา ปรินิฏฺฐานํ, อนากุลวินิจฺฉยา;

สา สตฺตรสมตฺตาย, ปาฬิยา ภาณวารโต.

อิติ ตํ สงฺขโรนฺเตน, ยํ ตํ อธิคตํ มยา;

ปุญฺญํ ตสฺสานุภาเวน, โลกนาถสฺส สาสนํ.

โอคาเหตฺวา วิสุทฺธาย, สีลาทิปฏิปตฺติยา;

สพฺเพปิ เทหิโน โหนฺตุ, วิมุตฺติรสภาคิโน.

จิรํ ติฏฺฐตุ โลกสฺมึ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ;

ตสฺมึ สคารวา นิจฺจํ, โหนฺตุ สพฺเพปิ ปาณิโน.

สมฺมา วสฺสตุ กาเลน, เทโวปิ ชคตีปติ;

สทฺธมฺมนิรโต โลกํ, ธมฺเมเนว ปสาสตูติ.

อิติ พทรติตฺถวิหารวาสินา อาจริยธมฺมปาเลน

กตาย

ปรมตฺถทีปนิยา ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

วิมานวตฺถุอตฺถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วิมานวตฺถุ-อฏฺฐกถา สมตฺตา.