๗. สุนิกฺขิตฺตวิมานวคฺโค

๑. จิตฺตลตาวิมานวณฺณนา

ยถา วนํ จิตฺตลตํ ปภาสตีติ จิตฺตลตาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน สาวตฺถิยํ อญฺญตโร อุปาสโก ทลิทฺโท อปฺปโภโค ปเรสํ กมฺมํ กตฺวา ชีวติ. โส สทฺโธ ปสนฺโน ชิณฺเณ วุฑฺเฒ มาตาปิตโร โปเสนฺโต ‘‘อิตฺถิโย นาม ปติกุเล ฐิตา อิสฺสริยํ กโรนฺติ, สสฺสุสสุรานํ มนาปจารินิโย ทุลฺลภา’’ติ มาตาปิตูนํ จิตฺตทุกฺขํ ปริหรนฺโต ทารปริคฺคหํ อกตฺวา สยเมว เน อุปฏฺฐหติ, สีลานิ รกฺขติ, อุโปสถํ อุปวสติ, ยถาวิภวํ ทานานิ เทติ. โส อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ ทฺวาทสโยชนิเก วิมาเน นิพฺพตฺติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยน คนฺตฺวา กตกมฺมํ อิมาหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ –

๑๑๑๔. ‘‘ยถา วนํ จิตฺตลตํ ปภาสติ, อุยฺยานเสฏฺฐํ ติทสานมุตฺตมํ;

ตถูปมํ ตุยฺหมิทํ วิมานํ, โอภาสยํ ติฏฺฐติ อนฺตลิกฺเข.

๑๑๑๕. ‘‘เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว…เป…

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๑๑๖. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๑๑๗. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต, ทลิทฺโท อตาโณ กปโณ กมฺมกโร อโหสึ;

ชิณฺเณ จ มาตาปิตโร อภารึ, ปิยา จ เม สีลวนฺโต อเหสุํ;

อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต, สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ.

๑๑๑๘. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

โสปิ ตสฺส พฺยากาสิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

จิตฺตลตาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. นนฺทนวิมานวณฺณนา

ยถา วนํ นนฺทนํ ปภาสตีติ นนฺทนวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน สาวตฺถิยํ อญฺญตโร อุปาสโกติอาทิ สพฺพํ อนนฺตรวิมานสทิสํ. อยํ ปน ทารปริคฺคหํ กตฺวา มาตาปิตโร โปเสสีติ อยเมว วิเสโส.

๑๑๒๐. ยถา วนํ นนฺทนํ ปภาสติ, อุยฺยานเสฏฺฐํ ติทสานมุตฺตมํ;

ตถูปมํ ตุยฺหมิทํ วิมานํ, โอภาสยํ ติฏฺฐติ อนฺตลิกฺเข.

๑๑๒๑. ‘‘เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว…เป…วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ.

๑๑๒๒. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๑๒๓. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต, ทลิทฺโท อตาโณ กปโณ กมฺมกโร อโหสึ;

ชิณฺเณ จ มาตาปิตโร อภารึ, ปิยา จ เม สีลวนฺโต อเหสุํ;

อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต, สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ.

๑๑๒๔. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

คาถาหิ พฺยากาสิ. ตตฺถ คาถาสุปิ อปุพฺพํ นตฺถิ.

นนฺทนวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. มณิถูณวิมานวณฺณนา

อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานนฺติ มณิถูณวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน สมฺพหุลา เถรา ภิกฺขู อรญฺญายตเน วิหรนฺติ. เตสํ คามํ ปิณฺฑาย คมนมคฺเค เอโก อุปาสโก วิสมํ สมํ กโรติ, กณฺฏเก นีหรติ, คจฺฉคุมฺเพ อปเนติ, อุทกกาเล มาติกาสุ เสตุํ พนฺธติ, วิวนฏฺฐาเนสุ ฉายารุกฺเข โรเปติ, ชลาสเยสุ มตฺติกํ อุทฺธริตฺวา เต ปุถุลคมฺภีเร กโรติ, ติตฺเถ สมฺปาเทติ, ยถาวิภวํ ทานํ เทติ, สีลํ รกฺขติ. โส อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ ทฺวาทสโยชนิเก กนกวิมาเน นิพฺพตฺติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร อุปสงฺกมิตฺวา อิมาหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ –

๑๑๒๖. ‘‘อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ, สมนฺตโต ทฺวาทส โยชนานิ;

กูฏาคารา สตฺตสตา อุฬารา, เวฬุริยถมฺภา รุจกตฺถตา สุภา.

๑๑๒๗. ‘‘ตตฺถจฺฉสิ ปิวสิ ขาทสิ จ, ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคุํ;

ทิพฺพา รสา กามคุเณตฺถ ปญฺจ, นาริโย จ นจฺจนฺติ สุวณฺณจฺฉนฺนา.

๑๑๒๘. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ…เป…วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

โสปิ ตสฺส คาถาหิ พฺยากาสิ –

๑๑๓๐. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๑๓๑. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต, วิวเน ปเถ สงฺกมนํ อกาสึ;

อารามรุกฺขานิ จ โรปยิสฺสํ, ปิยา จ เม สีลวนฺโต อเหสุํ;

อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต, สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ.

๑๑๓๒. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๑๓๑. ตตฺถ วิวเนติ อรญฺเญ. อารามรุกฺขานิ จา อารามภูเต รุกฺเข, อารามํ กตฺวา ตตฺถ รุกฺเข โรเปสินฺติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพํ วุตฺตนยเมว.

มณิถูณวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. สุวณฺณวิมานวณฺณนา

โสวณฺณมเย ปพฺพตสฺมินฺติ สุวณฺณวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา อนฺธกวินฺเท วิหรติ. เตน สมเยน อญฺญตโร อุปาสโก สทฺโธ ปสนฺโน วิภวสมฺปนฺโน ตสฺส คามสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ มุณฺฑกปพฺพเต สพฺพาการสมฺปนฺนํ ภควโต วสนานุจฺฉวิกํ คนฺธกุฏึ กาเรตฺวา ตตฺถ ภควนฺตํ วสาเปนฺโต สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิ, สยญฺจ นิจฺจสีเล ปติฏฺฐิโต สุวิสุทฺธสีลสํวโร หุตฺวา กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติ. ตสฺส กมฺมานุภาวสํสูจกํ นานารตนรํสิชาลสมุชฺชลํ วิจิตฺตเวทิกาปริกฺขิตฺตํ วิวิธวิปุลาลงฺกาโรปโสภิตํ สุวิภตฺตภิตฺติตฺถมฺภโสปานํ อารามรมณียกํ กญฺจนปพฺพตมุทฺธนิ วิมานํ อุปฺปชฺชิ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เทวจาริกํ จรนฺโต ทิสฺวา อิมาหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ –

๑๑๓๔. ‘‘โสวณฺณมเย ปพฺพตสฺมึ, วิมานํ สพฺพโตปภํ;

เหมชาลปฏิจฺฉนฺนํ, กิงฺกิณิชาลกปฺปิตํ.

๑๑๓๕. ‘‘อฏฺฐํสา สุกตา ถมฺภา, สพฺเพ เวฬุริยามยา;

เอกเมกาย อํสิยา, รตนา สตฺต นิมฺมิตา.

๑๑๓๖. ‘‘เวฬูริยสุวณฺณสฺส, ผลิกา รูปิยสฺส จ;

มสารคลฺลมุตฺตาหิ, โลหิตงฺคมณีหิ จ.

๑๑๓๗. ‘‘จิตฺรา มโนรมา ภูมิ, น ตตฺถุทฺธํสตี รโช;

โคปานสีคณา ปีตา, กูฏํ ทาเรนฺติ นิมฺมิตา.

๑๑๓๘. ‘‘โสปานานิ จ จตฺตาริ, นิมฺมิตา จตุโร ทิสา;

นานารตนคพฺเภหิ, อาทิจฺโจว วิโรจติ.

๑๑๓๙. ‘‘เวทิยา จตสฺโส ตตฺถ, วิภตฺตา ภาคโส มิตา;

ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ, สมนฺตา จตุโร ทิสา.

๑๑๔๐. ‘‘ตสฺมึ วิมาเน ปวเร, เทวปุตฺโต มหปฺปโภ;

อติโรจสิ วณฺเณน, อุทยนฺโตว ภาณุมา.

๑๑๔๑. ‘‘ทานสฺส เต อิทํ ผลํ, อโถ สีลสฺส วา ปน;

อโถ อญฺชลิกมฺมสฺส, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.

โสปิสฺส อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –

๑๑๔๒. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๑๔๓. ‘‘อหํ อนฺธกวินฺทสฺมึ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;

วิหารํ สตฺถุ กาเรสึ, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.

๑๑๔๔. ‘‘ตตฺถ คนฺธญฺจ มาลญฺจ, ปจฺจยญฺจ วิเลปนํ;

วิหารํ สตฺถุ อทาสึ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

เตน มยฺหํ อิทํ ลทฺธํ, วสํ วตฺเตมิ นนฺทเน.

๑๑๔๕. ‘‘นนฺทเน จ วเน รมฺเม, นานาทิชคณายุเต;

รมามิ นจฺจคีเตหิ, อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต’’ติ.

๑๑๓๔. ตตฺถ สพฺพโตปภนฺติ สพฺพภาเคหิ ปภาสนฺตํ ปภามุญฺจนกํ. กิงฺกิณิชาลกปฺปิตนฺติ กปฺปิตกิงฺกิณิกชาลํ.

๑๑๓๕. สพฺเพ เวฬุริยามยาติ สพฺเพ ถมฺภา เวฬุริยมณิมยา. ตตฺถ ปน เอกเมกาย อํสิยาติ อฏฺฐํเสสุ ถมฺเภสุ เอกเมกสฺมึ อํสภาเค. รตนา สตฺต นิมฺมิตาติ สตฺตรตนกมฺมนิมฺมิตา, เอเกโก อํโส สตฺตรตนมโยติ อตฺโถ.

๑๑๓๖. ‘‘เวฬูริยสุวณฺณสฺสา’’ติอาทินา นานารตนานิ ทสฺเสติ. ตตฺถ เวฬูริยสุวณฺณสฺสาติ เวฬุริเยน จ สุวณฺเณน จ นิมฺมิตา, จิตฺราติ วา โยชนา. กรณตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. ผลิกา รูปิยสฺส จาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. มสารคลฺลมุตฺตาหีติ กพรมณีหิ. โลหิตงฺคมณีหิ จาติ รตฺตมณีหิ.

๑๑๓๗. น ตตฺถุทฺธํสตี รโชติ มณิมยภูมิกตฺตา น ตสฺมึ วิมาเน รโช อุคฺคจฺฉติ. โคปานสีคณาติ โคปานสีสมูหา. ปีตาติ ปีตวณฺณา, สุวณฺณมยา เจว ผุสฺสราคาทิมณิมยา จาติ อตฺโถ. กูฏํ ธาเรนฺตีติ สตฺตรตนมยํ กณฺณิกํ ธาเรนฺติ.

๑๑๓๘-๙. นานารตนคพฺเภหีติ นานารตนมเยหิ โอวรเกหิ. เวทิยาติ เวทิกา. จตสฺโสติ จตูสุ ทิสาสุ จตสฺโส. เตนาห ‘‘สมนฺตา จตุโร ทิสา’’ติ.

๑๑๔๐. มหปฺปโภติ มหาชุติโก. อุทยนฺโตติ อุคฺคจฺฉนฺโต. ภาณุมาติ อาทิจฺโจ.

๑๑๔๓. เสหิ ปาณิภีติ กายสารํ ปุญฺญํ ปสวนฺโต อตฺตโน ปาณีหิ ตํ ตํ กิจฺจํ กโรนฺโต วิหารํ สตฺถุ กาเรสินฺติ โยชนา. อถ วา เสหิ ปาณิภีติ ตตฺถ อนฺธกวินฺทสฺมึ คนฺธญฺจ มาลญฺจ ปจฺจยญฺจ วิเลปนญฺจ ปูชาวเสน. ยถา กถํ? วิหารญฺจ วิปฺปสนฺเนน เจตสา สตฺถุโน อทาสึ ปูเชสึ นิยฺยาเทสึ จาติ เอวเมตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.

๑๑๔๔. เตนาติ เตน ยถาวุตฺเตน ปุญฺญกมฺเมน การณภูเตน. มยฺหนฺติ มยา. อิทนฺติ อิทํ ปุญฺญผลํ, อิทํ วา ทิพฺพํ อาธิปเตยฺยํ. เตนาห ‘‘วสํ วตฺเตมี’’ติ.

๑๑๔๕. นนฺทเนติ นนฺทิยา ทิพฺพสมิทฺธิยา อุปฺปชฺชนฏฺฐาเน อิมสฺมึ เทวโลเก, ตตฺถาปิ วิเสสโต นนฺทเน วเน รมฺเม, เอวํ รมณีเย อิมสฺมึ นนฺทเน วเน รมามีติ โยชนา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

เอวํ เทวตาย อตฺตโน ปุญฺญกมฺเม อาวิกเต เถโร สปริวารสฺส ตสฺส เทวปุตฺตสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา ภควโต ตมตฺถํ นิเวเทสิ. ภควา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

สุวณฺณวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อมฺพวิมานวณฺณนา

อุจฺจมิทํ มณิถูณนฺติ อมฺพวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน. เตน สมเยน ราชคเห อญฺญตโร ทุคฺคตปุริโส ปเรสํ ภตฺตเวตนภโต หุตฺวา อมฺพวนํ รกฺขติ. โส เอกทิวสํ อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ คิมฺหสมเย สูริยาตปสนฺตตฺเต อุณฺหวาลิกานิปฺปีฬิเต วิปฺผนฺทมานมรีจิชาลวิตฺถเต ภูมิปฺปเทเส ตสฺส อมฺพารามสฺส อวิทูเรน มคฺเคน เสทาคเตน คตฺเตน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สญฺชาตคารวพหุมาโน อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห ‘‘มหา อยํ, ภนฺเต, ฆมฺมปริฬาโห, อติวิย ปริสฺสนฺตรูโป วิย ทิสฺสติ, สาธุ, ภนฺเต, อยฺโย อิมํ อมฺพารามํ ปวิสิตฺวา มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา อทฺธานปริสฺสมํ ปฏิวิโนเทตฺวา คจฺฉถ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ. เถโร วิเสสโต ตสฺส จิตฺตปฺปสาทํ ปริพฺรูเหตุกาโม ตํ อารามํ ปวิสิตฺวา อญฺญตรสฺส อมฺพรุกฺขสฺส มูเล นิสีทิ.

ปุน โส ปุริโส อาห ‘‘สเจ, ภนฺเต, นฺหายิตุกามตฺถ, อหํ อิโต กูปโต อุทกํ อุทฺธริตฺวา ตุเมฺห นฺหาเปสฺสามิ, ปานียญฺจ ทสฺสามี’’ติ. เถโรปิ อธิวาเสสิ ตุณฺหีภาเวน. โส กูปโต อุทกํ อุทฺธริตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา เถรํ นฺหาเปสิ, นฺหาเปตฺวา จ หตฺถปาเท โธวิตฺวา นิสินฺนสฺส ปานียํ อุปเนสิ. เถโร ปานียํ ปิวิตฺวา ปฏิปฺปสฺสทฺธทรโถ ตสฺส ปุริสสฺส อุทกทาเน เจว นฺหาปเน จ อนุโมทนํ วตฺวา ปกฺกามิ. อถ โส ปุริโส ‘‘ฆมฺมาภิตตฺตสฺส วต เถรสฺส ฆมฺมปริฬาหํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภสึ, พหุํ วต มยา ปุญฺญํ ปสุต’’นฺติ อุฬารปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ. โส อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ อุปฺปชฺชิ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน อุปสงฺกมิตฺวา อิมาหิ คาถาหิ กตปุญฺญํ ปุจฺฉิ.

๑๑๔๖. ‘‘อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ, สมนฺตโต ทฺวาทส โยชนานิ;

กูฏาคารา สตฺตสตา อุฬารา, เวฬุริยถมฺภา รุจกตฺถตา สุภา.

๑๑๔๗. ‘‘ตตฺถจฺฉสิ ปิวสิ ขาทสิ จ, ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคุํ;

ทิพฺพา รสา กามคุเณตฺถ ปญฺจ, นาริโย จ นจฺจนฺติ สุวณฺณฉนฺนา.

๑๑๔๘. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ…เป…

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๑๕๐. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป…

ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๑๕๑. ‘‘คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส, ปตปนฺเต ทิวงฺกเร;

ปเรสํ ภตโก โปโส, อมฺพารามมสิญฺจติ.

๑๑๕๒. ‘‘อถ เตนาคมา ภิกฺขุ, สาริปุตฺโตติ วิสฺสุโต;

กิลนฺตรูโป กาเยน, อกิลนฺโตว เจตสา.

๑๑๕๓. ‘‘ตญฺจ ทิสฺวาน อายนฺตํ, อโวจํ อมฺพสิญฺจโก;

สาธุ ตํ ภนฺเต นฺหาเปยฺยํ, ยํ มมสฺส สุขาวหํ.

๑๑๕๔. ‘‘ตสฺส เม อนุกมฺปาย, นิกฺขิปิ ปตฺตจีวรํ;

นิสีทิ รุกฺขมูลสฺมึ, ฉายาย เอกจีวโร.

๑๑๕๕. ‘‘ตญฺจ อจฺเฉน วารินา, ปสนฺนมานโส นโร;

นฺหาปยี รุกฺขมูลสฺมึ, ฉายาย เอกจีวรํ.

๑๑๕๖. ‘‘อมฺโพ จ สิตฺโต สมโณ จ นฺหาปิโต,

มยา จ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปกํ;

อิติ โส ปีติยา กายํ, สพฺพํ ผรติ อตฺตโน.

๑๑๕๗. ‘‘ตเทว เอตฺตกํ กมฺมํ, อกาสึ ตาย ชาติยา;

ปหาย มานุสํ เทหํ, อุปปนฺโนมฺหิ นนฺทนํ.

๑๑๕๘. ‘‘นนฺทเน จ วเน รมฺเม, นานาทิชคณายุเต;

รมามิ นจฺจคีเตหิ, อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต’’ติ. –

โสปิ ตสฺส อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ.

๑๑๕๑. ตตฺถ คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเสติ อาสาฬฺหิมาเส. ปตปนฺเตติ อติวิย ทิปฺปนฺเต, สพฺพโส อุณฺหํ วิสฺสชฺเชนฺเตติ อตฺโถ. ทิวงฺกเรติ ทิวากเร, อยเมว วา ปาโฐ. อสิญฺจตีติ สิญฺจติ, -กาโร นิปาตมตฺตํ, สิญฺจติ อมฺพรุกฺขมูเลสุ ธุวํ ชลเสกํ กโรตีติ อตฺโถ. ‘‘อสิญฺจถา’’ติ จ ปาโฐ, สิญฺจิตฺถาติ อตฺโถ. ‘‘อสิญฺจห’’นฺติ จ ปฐนฺติ, ปเรสํ ภตโก โปโส หุตฺวา ตทา อมฺพารามํ อสิญฺจึ อหนฺติ อตฺโถ.

๑๑๕๒. เตนาติ เยน ทิสาภาเคน โส อมฺพาราโม, เตน อคมา อคญฺฉิ. อกิลนฺโตว เจตสาติ เจโตทุกฺขสฺส มคฺเคเนว ปหีนตฺตา เจตสา อกิลนฺโตปิ สมาโน กิลนฺตุรูโป กาเยน เตน มคฺเคน อคมาติ โยชนา.

๑๑๕๓-๔. อโวจํ อหํ ตทา อมฺพสิญฺจโก หุตฺวาติ โยชนา. เอกจีวโรติ นฺหายิตุกาโมติ อธิปฺปาโย.

๑๑๕๖. อิตีติ เอวํ ‘‘อมฺโพ จ สิตฺโต, สมโณ จ นฺหาปิโต, มยา จ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปกํ, เอเกเนว ปโยเคน ติวิโธปิ อตฺโถ สาธิโต’’ติ อิมินากาเรน ปวตฺตาย ปีติยา โส ปุริโส อตฺตโน สพฺพํ กายํ ผรติ, นิรนฺตรํ ผุฏํ กโรตีติ โยชนา. อตีตตฺเถ เจตํ วตฺตมานวจนํ, ผรีติ อตฺโถ.

๑๑๕๗. ตเทว เอตฺตกํ กมฺมนฺติ ตํ เอตฺตกํ เอวํ ปานียทานมตฺตกํ กมฺมํ อกาสึ, ตาย ตสฺสํ ชาติยํ อญฺญํ นานุสฺสรามีติ อธิปฺปาโย. เตสํ วุตฺตนยเมว.

อมฺพวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. โคปาลวิมานวณฺณนา

ทิสฺวาน เทวํ ปฏิปุจฺฉิ ภิกฺขูติ โคปาลวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน. เตน สมเยน ราชคหวาสี อญฺญตโร โคปาลโก ปาตราสตฺถาย ปิโลติกาย ปุฏพทฺธํ กุมฺมาสํ คเหตฺวา นครโต นิกฺขมิตฺวา คาวีนํ จรณฏฺฐานภูตํ โคจรภูมึ สมฺปาปุณิ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ‘‘อยํ อิทาเนว กาลํ กริสฺสติ, มยฺหญฺจ กุมฺมาสํ ทตฺวา ตาวตึเสสุ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ จ ญตฺวา ตสฺส สมีปํ อคมาสิ. โส เวลํ โอโลเกตฺวา เถรสฺส กุมฺมาสํ ทาตุกาโม อโหสิ. เตน จ สมเยน คาวิโย มาสกฺเขตฺตํ ปวิสนฺติ. อถ โส โคปาโล จินฺเตสิ ‘‘กึ นุ โข เถรสฺส กุมฺมาสํ ทเทยฺยํ, อุทาหุ คาวิโย มาสกฺเขตฺตโต นีหเรยฺย’’นฺติ. อถสฺส เอตทโหสิ ‘‘มาสสามิกา มํ ยํ อิจฺฉนฺติ, ตํ กโรนฺตุ, เถเร ปน คเต กุมฺมาสทานนฺตราโย เม สิยา, หนฺทาหํ ปฐมํ อยฺยสฺส กุมฺมาสํ ทสฺสามี’’ติ ตํ เถรสฺส อุปเนสิ. ปฏิคฺคเหสิ เถโร อนุกมฺปํ อุปาทาย.

อถ นํ คาวิโย นิวตฺเตตุํ ปริสฺสยํ อโนโลเกตฺวา เวเคน อุปธาวนฺตํ ปาเทน ผุฏฺโฐ อาสีวิโส ฑํสิ. เถโรปิ ตํ อนุกมฺปมาโน ตํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชิตุํ อารภิ. โคปาลโกปิ คาวิโย นิวตฺเตตฺวา อาคโต เถรํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทนฺโต นิสีทิ. ตาวเทวสฺส สกลสรีรํ วิสํ อชฺโฌตฺถริ. มุหุตฺตเมว เวเค มุทฺธปตฺเต กาลมกาสิ, กาลกโต จ ตาวตึเสสุ ทฺวาทสโยชนิเก กนกวิมาเน นิพฺพตฺติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ทิสฺวา อิมาหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ –

๑๑๕๙. ‘‘ทิสฺวาน เทวํ ปฏิปุจฺฉิ ภิกฺขุ, อุจฺเจ วิมานมฺหิ จิรฏฺฐิติเก;

อามุตฺตหตฺถาภรณํ ยสสฺสึ, ทิพฺเพ วิมานมฺหิ ยถาปิ จนฺทิมา.

๑๑๖๐. ‘‘อลงฺกโต มลฺยธโร สุวตฺโถ, สุกุณฺฑลี กปฺปิตเกสมสฺสุ;

อามุตฺตหตฺถาภรโณ ยสสฺสี, ทิพฺเพ วิมานมฺหิ ยถาปิ จนฺทิมา.

๑๑๖๑. ‘‘ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคุํ; อฏฺฐฏฺฐกา สิกฺขิตา สาธุรูปา;

ทิพฺพา จ กญฺญา ติทสจรา อุฬารา, นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ.

๑๑๖๒. ‘‘เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว…เป…

วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

โสปิ ตสฺส พฺยากาสิ –

๑๑๖๓. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป…ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๑๖๔. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต, สงฺคมฺม รกฺขิสฺสํ ปเรสํ เธนุโย;

ตโต จ อาคา สมโณ มมนฺติเก, คาโว จ มาเส อคมํสุ ขาทิตุํ.

๑๑๖๕. ‘‘ทฺวยชฺช กิจฺจํ อุภยญฺจ การิยํ, อิจฺเจวหํ ภนฺเต ตทา วิจินฺตยึ;

ตโต จ สญฺญํ ปฏิลทฺธ โยนิโส, ‘ททามิ ภนฺเต’ติ ขิปึ อนนฺตกํ.

๑๑๖๖. ‘‘โส มาสเขตฺตํ ตุริโต อวาสรึ, ปุรา อยํ ภญฺชติ ยสฺสิทํ ธนํ;

ตโต จ กโณฺห อุรโค มหาวิโส, อฑํสิ ปาเท ตุริตสฺส เม สโต.

๑๑๖๗. ‘‘สฺวาหํ อฏฺโฏมฺหิ ทุกฺเขน ปีฬิโต, ภิกฺขุ จ ตํ สามํ มุญฺจิตฺวานนฺตกํ;

อหาสิ กุมฺมาสํ มมานุกมฺปยา, ตโต จุโต กาลกโตมฺหิ เทวตา.

๑๑๖๘. ‘‘ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา, สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา;

ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ, กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ตํ.

๑๑๖๙. ‘‘สเทวเก โลเก สมารเก จ, อญฺโญ มุนิ นตฺถิ ตยานุกมฺปโก;

ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ, กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ตํ.

๑๑๗๐. ‘‘อิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ วา ปน, อญฺโญ มุนี นตฺถิ ตยานุกมฺปโก;

ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ, กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ต’’นฺติ.

อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน อตฺตนา จ เทวตาย จ กถิตนิยาเมเนว ตํ ภควโต อาโรเจสิ. สตฺถา ตมตฺถํ ปจฺจนุภาสิตฺวา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสตุํ ‘‘ทิสฺวาน เทวํ ปฏิปุจฺฉิ ภิกฺขู’’ติอาทิมาห.

๑๑๕๙. ตตฺถ เทวนฺติ โคปาลเทวปุตฺตํ. ภิกฺขูติ อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ สนฺธาย สตฺถา วทติ. โส หิ สพฺพโส ภินฺนกิเลสตาย ภิกฺขุ. วิมานสฺส พหุกาลาวฏฺฐายิตาย กปฺปฏฺฐิติกตาย เอว วา ‘‘จิรฏฺฐิติเก’’ติ วุตฺตํ, ‘‘จิรฏฺฐิติก’’นฺติปิ เกจิ ปฐนฺติ. ตญฺหิ ‘‘เทว’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. โสปิ หิ สฏฺฐิสตสหสฺสาธิกา ติสฺโส วสฺสโกฏิโย ตตฺถ อวฏฺฐานโต ‘‘จิรฏฺฐิติเก’’ติ วตฺตพฺพตํ ลภติ. ยถาปิ จนฺทิมาติ ยถา จนฺทิมา เทวปุตฺโต กนฺตสีตลมโนหรกิรณชาลสมุชฺชเล อตฺตโน ทิพฺเพ วิมานมฺหิ วิโรจติ, เอวํ วิโรจมานนฺติ วจนเสสา.

๑๑๖๐. อลงฺกโตติอาทิ ตสฺส เทวปุตฺตสฺส เถเรน ปุจฺฉิตาการทสฺสนํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.

๑๑๖๔. สงฺคมฺมาติ สงฺคเมตฺวา, สงฺคมฺมาติ วา สงฺคเหตฺวา. เหตฺวตฺโถปิ หิ อิธ อนฺโตนีโต, พหู เอกโต หุตฺวาติ อตฺโถ. อาคาติ อาคญฺฉิ. มาเสติ มาสสสฺสานิ.

๑๑๖๕. ทฺวยชฺชาติ ทฺวยํ อชฺช เอตรหิ กิจฺจํ กาตพฺพํ. อุภยญฺจ การิยนฺติ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปริยายวจนํ. สญฺญนฺติ ธมฺมสญฺญํ. เตนาห ‘‘โยนิโส’’ติ ปฏิลทฺธาติ ปฏิลภิตฺวา. ขิปินฺติ ปนิคฺคาหาปนวเสน หตฺเถ ขิปึ. อนนฺตกนฺติ นนฺตกํ กุมฺมาสํ ปกฺขิปิตฺวา พนฺธิตฺวา ฐปิตํ ปิโลติกํ. อ-กาโร เจตฺถ นิปาตมตฺตํ.

๑๑๖๖. โสติ โส อหํ. ตุริโตติ ตุริโต สมฺภมนฺโต. อวาสรินฺติ อุปคจฺฉิ, ปาวิสึ วา. ปุรา อยํ ภญฺชติ ยสฺสิทํ ธนนฺติ ยสฺส เขตฺตสามิกสฺส อิทํ มาสสสฺสํ ธนํ, ตํ อยํ โคคโณ ภญฺชติ ปุรา ตสฺส ภญฺชนโต, อามทฺทนโต ปุเรตรเมวาติ อตฺโถ. ตโตติ ตตฺถ. ตุริตสฺส เม สโตติ สมฺภมนฺตสฺส เม สมานสฺส, สหสา คมเนน มคฺเค กณฺหสปฺปํ อโนโลเกตฺวา คตสฺสาติ อธิปฺปาโย.

๑๑๖๗. อฏฺโฏมฺหิ ทุกฺเขน ปีฬิโตติ เตน อาสีวิสฑํสเนน อฏฺโฏ อฏฺฏิโต อุปทฺทุโต มรณทุกฺเขน พาธิโต ภวามิ. อหาสีติ อชฺโฌหริ, ปริภุญฺชีติ อตฺโถ. ตโต จุโต กาลกโตมฺหิ เทวตาติ ตโต มนุสฺสตฺตภาวโต จุโต มรณกาลปฺปตฺติยา, ตตฺถ วา อายุสงฺขารสฺส เขปนสงฺขาตสฺส กาลสฺส กตตฺตา กาลกโต, ตทนนฺตรเมว จ อมฺหิ เทวตา เทวตฺตภาวปฺปตฺติยา เทวตา โหมีติ อตฺโถ.

๑๑๖๙. ตยาติ ตยา สทิโส อญฺโญ มุนิ โมเนยฺยคุณยุตฺโต อิสิ นตฺถิ. ตยาติ วา นิสฺสกฺเก อิทํ กรณวจนํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

โคปาลวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.