นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขุทฺทกนิกาเย
วิมานวตฺถุ-อฏฺฐกถา
คนฺถารมฺภกถา
มหาการุณิกํ นาถํ, เญยฺยสาครปารคุํ;
วนฺเท นิปุณคมฺภีร-วิจิตฺรนยเทสนํ.
วิชฺชาจรณสมฺปนฺนา, เยน นิยฺยนฺติ โลกโต;
วนฺเท ตมุตฺตมํ ธมฺมํ, สมฺมาสมฺพุทฺธปูชิตํ.
สีลาทิคุณสมฺปนฺโน, ฐิโต มคฺคผเลสุ โย;
วนฺเท อริยสงฺฆํ ตํ, ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ.
วนฺทนาชนิตํ ปุญฺญํ, อิติ ยํ รตนตฺตเย;
หตนฺตราโย สพฺพตฺถ, หุตฺวาหํ ตสฺส เตชสา.
เทวตาหิ กตํ ปุญฺญํ, ยํ ยํ ปุริมชาติสุ;
ตสฺส ตสฺส วิมานาทิ-ผลสมฺปตฺติเภทโต.
ปุจฺฉาวเสน ยา ตาสํ, วิสฺสชฺชนวเสน จ;
ปวตฺตา เทสนา กมฺม-ผลปจฺจกฺขการินี.
วิมานวตฺถุ อิจฺเจว, นาเมน วสิโน ปุเร;
ยํ ขุทฺทกนิกายสฺมึ, สงฺคายึสุ มเหสโย.
ตสฺสาหมวลมฺพิตฺวา, โปราณฏฺฐกถานยํ;
ตตฺถ ตตฺถ นิทานานิ, วิภาเวนฺโต วิเสสโต.
สุวิสุทฺธํ อสํกิณฺณํ, นิปุณตฺถวินิจฺฉยํ;
มหาวิหารวาสีนํ, สมยํ อวิโลมยํ.
ยถาพลํ กริสฺสามิ, อตฺถสํวณฺณนํ สุภํ;
สกฺกจฺจํ ภาสโต ตํ เม, นิสามยถ สาธโวติ.
ตตฺถ วิมานานีติ วิสิฏฺฐมานานิ เทวตานํ กีฬานิวาสฏฺฐานานิ. ตานิ หิ ตาสํ สุจริตกมฺมานุภาวนิพฺพตฺตานิ โยชนิกทฺวิโยชนิกาทิปมาณวิเสสยุตฺตตาย, นานารตนสมุชฺชลานิ วิจิตฺตวณฺณสณฺฐานานิ โสภาติสยโยเคน วิเสสโต มานนียตาย จ ‘‘วิมานานี’’ติ วุจฺจนฺติ. วิมานานํ วตฺถุ การณํ เอติสฺสาติ วิมานวตฺถุ, ‘‘ปีฐํ เต โสวณฺณมย’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตา เทสนา. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ ตาสํ เทวตานํ รูปโภคปริวาราทิสมฺปตฺติโย ตํนิพฺพตฺตกกมฺมญฺจ นิสฺสาย อิมิสฺสา เทสนาย ปวตฺตตฺตา. วิปากมุเขน วา กมฺมนฺตรมานสฺส การณภาวโต วิมานวตฺถูติ เวทิตพฺพํ.
ตยิทํ เกน ภาสิตํ, กตฺถ ภาสิตํ, กทา ภาสิตํ, กสฺมา จ ภาสิตนฺติ? วุจฺจเต – อิทญฺหิ วิมานวตฺถุ ทุวิเธน ปวตฺตํ – ปุจฺฉาวเสน วิสฺสชฺชนวเสน จ. ตตฺถ วิสฺสชฺชนคาถา ตาหิ ตาหิ เทวตาหิ ภาสิตา, ปุจฺฉาคาถา ปน กาจิ ภควตา ภาสิตา, กาจิ สกฺกาทีหิ, กาจิ สาวเกหิ เถเรหิ. ตตฺถาปิ เยภุยฺเยน โย โส กปฺปานํ สตสหสฺสาธิกํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ พุทฺธสฺส ภควโต อคฺคสาวกภาวาย ปุญฺญญาณสมฺภาเร สมฺภรนฺโต อนุกฺกเมน สาวกปารมิโย ปูเรตฺวา, ฉฬภิญฺญาจตุปฏิสมฺภิทาทิคุณวิเสสปริวารสฺส, สกลสฺส สาวกปารมิญาณสฺส มตฺถกํ ปตฺโต ทุติเย อคฺคสาวกฏฺฐาเน ฐิโต อิทฺธิมนฺเตสุ จ ภควตา เอตทคฺเค ฐปิโต อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน, เตน ภาสิตา.
ภาสนฺเตน จ ปฐมํ ตาว โลกหิตาย เทวจาริกํ จรนฺเตน เทวโลเก เทวตานํ ปุจฺฉาวเสน ปุน ตโต มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา มนุสฺสานํ ปุญฺญผลสฺส ปจฺจกฺขกรณตฺถํ ปุจฺฉํ วิสฺสชฺชนญฺจ เอกชฺฌํ กตฺวา ภควโต ปเวเทตฺวา ภิกฺขูนํ ภาสิตา, สกฺเกน ปุจฺฉาวเสน, เทวตาหิ ตสฺส วิสฺสชฺชนวเสน ภาสิตาปิ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส ภาสิตา เอว. เอวํ ภควตา เถเรหิ จ เทวตาหิ จ ปุจฺฉาวเสน, เทวตาหิ ตสฺสา วิสฺสชฺชนวเสน จ ตตฺถ ตตฺถ ภาสิตา ปจฺฉา ธมฺมวินยํ สงฺคายนฺเตหิ ธมฺมสงฺคาหเกหิ เอกโต กตฺวา ‘‘วิมานวตฺถุ’’อิจฺเจว สงฺคหํ อาโรปิตา. อยํ ตาเวตฺถ ‘‘เกน ภาสิต’’นฺติอาทีนํ ปทานํ สงฺเขปโต สาธารณโต จ วิสฺสชฺชนา.
วิตฺถารโต ปน ‘‘เกน ภาสิต’’นฺติ ปทสฺส อโนมทสฺสิสฺส ภควโต ปาทมูเล กตปณิธานโต ปฏฺฐาย มหาเถรสฺส อาคมนียปฏิปทา กเถตพฺพา, สา ปน อาคมฏฺฐกถาสุ ตตฺถ ตตฺถ วิตฺถาริตาติ ตตฺถ อาคตนเยเนว เวทิตพฺพา. อสาธารณโต ‘‘กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทีนํ ปทานํ วิสฺสชฺชนา ตสฺส ตสฺส วิมานสฺส อตฺถวณฺณนานเยเนว อาคมิสฺสติ.
อปเร ปน ภณนฺติ – เอกทิวสํ อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘เอตรหิ โข มนุสฺสา อสติปิ วตฺถุสมฺปตฺติยา เขตฺตสมฺปตฺติยา อตฺตโน จ จิตฺตปสาทสมฺปตฺติยา ตานิ ตานิ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺตา อุฬารสมฺปตฺตึ ปจฺจนุโภนฺติ, ยํนูนาหํ เทวจาริกํ จรนฺโต ตา เทวตา กายสกฺขึ กตฺวา ตาหิ ยถูปจิตํ ปุญฺญํ ยถาธิคตญฺจ ปุญฺญผลํ กถาเปตฺวา ตมตฺถํ ภควโต อาโรเจยฺยํ. เอวํ เม สตฺถา คคนตเล ปุณฺณจนฺทํ อุฏฺฐาเปนฺโต วิย มนุสฺสานํ กมฺมผลํ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสนฺโต อปฺปกานมฺปิ การานํ อายตนคตาย สทฺธาย วเสน อุฬารผลตํ วิภาเวนฺโต ตํ ตํ วิมานวตฺถุํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา มหตึ ธมฺมเทสนํ ปวตฺเตสฺสติ, สา โหติ พหุชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสาน’’นฺติ. โส อาสนา วุฏฺฐหิตฺวา รตฺตทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวา อปรํ รตฺตทุปฏฺฏํ เอกํสํ กตฺวา สมนฺตโต ชาติหิงฺคุลิกธารา วิชฺชุลตา วิย สญฺฌาปภานุรญฺชิโต วิย จ ชงฺคโม อญฺชนคิริสิขโร, ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน อตฺตโน อธิปฺปายํ อาโรเจตฺวา ภควตา อนุญฺญาโต อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา, ตโต วุฏฺฐาย อิทฺธิพเลน ตงฺขณญฺเญว ตาวตึสภวนํ คนฺตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ตาหิ ตาหิ เทวตาหิ ยถูปจิตํ ปุญฺญกมฺมํ ปุจฺฉิ, ตสฺส ตา กเถสุํ. ตโต มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา ตํ สพฺพํ ตตฺถ ปวตฺติตนิยาเมเนว ภควโต อาโรเจสิ, ตํ สมนุญฺโญ สตฺถา อโหสิ. อิจฺเจตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย วิตฺถาเรน ธมฺมํ เทเสสีติ.
ตํ ปเนตํ วิมานวตฺถุ วินยปิฏกํ สุตฺตนฺตปิฏกํ อภิธมฺมปิฏกนฺติ ตีสุ ปิฏเกสุ สุตฺตนฺตปิฏกปริยาปนฺนํ, ทีฆนิกาโย มชฺฌิมนิกาโย สํยุตฺตนิกาโย องฺคุตฺตรนิกาโย ขุทฺทกนิกาโยติ ปญฺจสุ นิกาเยสุ ขุทฺทกนิกายปริยาปนฺนํ, สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลนฺติ นวสุ สาสนงฺเคสุ คาถาสงฺคหํ.
‘‘ทฺวาสีติ พุทฺธโต คณฺหึ, เทฺว สหสฺสานิ ภิกฺขุโต;
จตุราสีติ สหสฺสานิ, เย เม ธมฺมา ปวตฺติโน’’ติ. (เถรคา. ๑๐๒๗) –
เอวํ ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ปฏิญฺญาเตสุ จตุราสีติยา ธมฺมกฺขนฺธสหสฺเสสุ กติปยธมฺมกฺขนฺธสงฺคหํ. วคฺคโต ปีฐวคฺโค จิตฺตลตาวคฺโค ปาริจฺฉตฺตกวคฺโค มญฺชิฏฺฐกวคฺโค มหารถวคฺโค ปายาสิวคฺโค สุนิกฺขิตฺตวคฺโคติ สตฺต วคฺคา. วตฺถุโต ปฐเม วคฺเค สตฺตรส วตฺถูนิ, ทุติเย เอกาทส, ตติเย ทส, จตุตฺเถ ทฺวาทส, ปญฺจเม จตุทฺทส, ฉฏฺเฐ ทส, สตฺตเม เอกาทสาติ อนฺตรวิมานานํ อคฺคหเณ ปญฺจาสีติ, คหเณ ปน เตวีสสตํ วตฺถูนิ, คาถาโต ปน ทิยฑฺฒสหสฺสคาถา. ตสฺส วคฺเคสุ ปีฐวคฺโค อาทิ, วตฺถูสุ โสวณฺณปีฐวตฺถุ อาทิ, ตสฺสาปิ ‘‘ปีฐํ เต โสวณฺณมย’’นฺติ คาถา อาทิ.
๑. อิตฺถิวิมานํ
๑. ปีฐวคฺโค
๑. ปฐมปีฐวิมานวณฺณนา
ตตฺถ ปฐมวตฺถุสฺส อยํ อฏฺฐุปฺปตฺติ – ภควติ สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส สตฺตาหํ อสทิสทาเน ปวตฺติเต ตทนุรูเปน อนาถปิณฺฑิเกน มหาเสฏฺฐินา ตโย ทิวเส, ตถา วิสาขาย มหาอุปาสิกาย มหาทาเน ทินฺเน อสทิสทานสฺส ปวตฺติ สกลชมฺพุทีเป ปากฏา อโหสิ. อถ มหาชโน ตตฺถ ตตฺถ กถํ สมุฏฺฐาเปสิ ‘‘กึ นุ โข เอวํ อุฬารวิภวปริจฺจาเคเนว ทานํ มหปฺผลตรํ ภวิสฺสติ, อุทาหุ อตฺตโน วิภวานุรูปปริจฺจาเคนาปี’’ติ. ภิกฺขู ตํ กถํ สุตฺวา ภควโต อาโรเจสุํ. ภควา ‘‘น, ภิกฺขเว, เทยฺยธมฺมสมฺปตฺติยาว ทานํ มหปฺผลตรํ ภวิสฺสติ, อถ โข จิตฺตปสาทสมฺปตฺติยา จ เขตฺตสมฺปตฺติยา จ, ตสฺมา กุณฺฑกมุฏฺฐิมตฺตมฺปิ ปิโลติกามตฺตมฺปิ ติณปณฺณสนฺถารมตฺตมฺปิ ปูติมุตฺตหรีตกมตฺตมฺปิ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ทกฺขิเณยฺยปุคฺคเล ปติฏฺฐาปิตํ, ตมฺปิ มหปฺผลตรํ ภวิสฺสติ มหาชุติกํ มหาวิปฺผาร’’นฺติ อาห. ตถา หิ วุตฺตํ สกฺเกน เทวานมินฺเทน –
‘‘นตฺถิ จิตฺเต ปสนฺนมฺหิ, อปฺปิกา นาม ทกฺขิณา;
ตถาคเต วา สมฺพุทฺเธ, อถ วา ตสฺส สาวเก’’ติ. (วิ. ว. ๘๐๔);
สา ปเนสา กถา สกลชมฺพุทีเป วิตฺถาริกา อโหสิ. มนุสฺสา สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวณิพฺพกยาจกานํ ยถาวิภวํ ทานานิ เทนฺติ, เคหงฺคเณ ปานียํ อุปฏฺฐเปนฺติ, ทฺวารโกฏฺฐเกสุ อาสนานิ ฐเปนฺติ. เตน จ สมเยน อญฺญตโร ปิณฺฑปาตจาริโก เถโร ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขุ อิริยาปถสมฺปนฺโน ปิณฺฑาย จรนฺโต อุปกฏฺเฐ กาเล อญฺญตรํ เคหํ สมฺปาปุณิ. ตตฺเถกา กุลธีตา สทฺธา ปสนฺนา เถรํ ปสฺสิตฺวา สญฺชาตคารวพหุมานา อุฬารปีติโสมนสฺสํ อุปฺปาเทตฺวา เคหํ ปเวเสตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อตฺตโน ปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา ตสฺส อุปริ ปีตกํ มฏฺฐวตฺถํ อตฺถริตฺวา อทาสิ. อถ เถเร ตตฺถ นิสินฺเน ‘‘อิทํ มยฺหํ อุตฺตมํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อุปฏฺฐิต’’นฺติ ปสนฺนจิตฺตา ยถาวิภวํ อาหาเรน ปริวิสิ, พีชนิญฺจ คเหตฺวา พีชิ. โส เถโร กตภตฺตกิจฺโจ อาสนทานโภชนทานาทิปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมึ กถํ กเถตฺวา ปกฺกามิ. สา อิตฺถี ตํ อตฺตโน ทานํ ตญฺจ ธมฺมกถํ ปจฺจเวกฺขนฺตี ปีติยา นิรนฺตรํ ผุฏฺฐสรีรา หุตฺวา ตํ ปีฐมฺปิ เถรสฺส อทาสิ.
ตโต อปเรน สมเยน อญฺญตเรน โรเคน ผุฏฺฐา กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน ทฺวาทสโยชนิเก กนกวิมาเน นิพฺพตฺติ. อจฺฉราสหสฺสํ จสฺสา ปริวาโร อโหสิ, ปีฐทานานุภาเวน จสฺสา โยชนิโก กนกปลฺลงฺโก นิพฺพตฺติ อากาสจารี สีฆชโว อุปริ กูฏาคารสณฺฐาโน, เตน ตํ ‘‘ปีฐวิมาน’’นฺติ วุจฺจติ. ตญฺหิ สุวณฺณวณฺณํ วตฺถํ อตฺถริตฺวา ทินฺนตฺตา กมฺมสริกฺขตํ วิภาเวนฺตํ สุวณฺณมยํ อโหสิ, ปีติเวคสฺส พลวภาเวน สีฆชวํ, ทกฺขิเณยฺยสฺส จิตฺตรุจิวเสน ทินฺนตฺตา ยถารุจิคามี, ปสาทสมฺปตฺติยา อุฬารตาย สพฺพโสว ปาสาทิกํ โสภาติสยยุตฺตญฺจ อโหสิ.
อเถกสฺมึ อุสฺสวทิวเส เทวตาสุ ยถาสกํ ทิพฺพานุภาเวน อุยฺยานกีฬนตฺถํ นนฺทนวนํ คจฺฉนฺตีสุ สา เทวตา ทิพฺพวตฺถนิวตฺถา ทิพฺพาภรณวิภูสิตา อจฺฉราสหสฺสปริวารา สกภวนา นิกฺขมิตฺวา ตํ ปีฐวิมานํ อภิรุยฺห มหติยา เทวิทฺธิยา มหนฺเตน สิริโสภคฺเคน สมนฺตโต จนฺโท วิย สูริโย วิย จ โอภาเสนฺตี อุยฺยานํ คจฺฉติ. เตน จ สมเยน อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เทวจาริกํ จรนฺโต ตาวตึสภวนํ อุปคโต ตสฺสา เทวตาย อวิทูเร อตฺตานํ ทสฺเสสิ. อถ สา เทวตา ตํ ทิสฺวา สมุปฺปนฺนพลวปสาทคารวา สหสา ปลฺลงฺกโต โอรุยฺห เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสมานา อฏฺฐาสิ. เถโร กิญฺจาปิ ตาย อญฺเญหิ จ สตฺเตหิ ยถูปจิตํ กุสลากุสลํ อตฺตโน ยถากมฺมูปคญาณานุภาเวน หตฺถตเล ฐปิตอามลกํ วิย ปญฺญาพลเภเทน ปจฺจกฺขโต ปสฺสติ, ตถาปิ ยสฺมา เทวตานํ อุปปตฺติสมนนฺตรเมว ‘‘กุโต นุ โข อหํ จวิตฺวา อิธูปปนฺนา, กึ นุ โข กุสลกมฺมํ กตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ ปฏิลภามี’’ติ อตีตภวํ ยถูปจิตญฺจ กมฺมํ อุทฺทิสฺส เยภุยฺเยน ธมฺมตาสิทฺธา อุปธารณา, ตสฺสา จ ยาถาวโต ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ตาย เทวตาย กตกมฺมํ กถาเปตฺวา สเทวกสฺส โลกสฺส กมฺมผลํ ปจฺจกฺขํ กาตุกาโม –
๑. ‘‘ปีฐํ เต โสวณฺณมยํ อุฬารํ, มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ;
อลงฺกเต มลฺยธเร สุวตฺเถ, โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภ กูฏํ.
๒. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๓. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว,
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา,
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. อาห –
๔. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.
๕. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, อพฺภาคตานาสนกํ อทาสึ;
อภิวาทยึ อญฺชลิกํ อกาสึ, ยถานุภาวญฺจ อทาสิ ทานํ.
๖. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๗. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ;
เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๑. ตตฺถ ปีฐนฺติ ยํกิญฺจิ ตาทิสํ ทารุกฺขนฺธมฺปิ อาปณมฺปิ พลิกรณปีฐมฺปิ เวตฺตาสนมฺปิ มสารกาทิวิเสสนามํ ทารุมยาทิอาสนมฺปิ วุจฺจติ. ตถา หิ ‘‘ปาทปีฐํ ปาทกถลิก’’นฺติ (มหาว. ๒๐๙; จูฬว. ๗๕) เอตฺถ ปาทฐปนโยคฺคํ ปีฐาทิกํ ทารุกฺขนฺธํ วุจฺจติ, ‘‘ปีฐสปฺปี’’ติ (มิ. ป. ๕.๓.๑) เอตฺถ หตฺเถน คหณโยคฺคํ. ‘‘ปีฐิกา’’ติ ปน เอกจฺเจสุ ชนปเทสุ เทสโวหาเรน อาปณํ. ‘‘ภูตปีฐิกา เทวกุลปีฐิกา’’ติ เอตฺถ เทวตานํ พลิกรณฏฺฐานภูตํ ปีฐํ. ‘‘ภทฺทปีฐ’’นฺติ เอตฺถ เวตฺตลตาทีหิ อุปริ วีตํ อาสนํ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ภทฺทปีฐํ อุปานยี’’ติ. ‘‘สุปญฺญตฺตํ มญฺจปีฐํ. มญฺจํ วา ปีฐํ วา การยมาเนนา’’ติ (ปาจิ. ๕๒๒) จ อาทีสุ มสารกาทิเภทํ ทารุมยาทิอาสนํ. อิธ ปน ปลฺลงฺกาการสณฺฐิตํ เทวตาย ปุญฺญานุภาวาภินิพฺพตฺตํ โยชนิกํ กนกวิมานํ เวทิตพฺพํ.
เตติ เต-สทฺโท ‘‘น เต สุขํ ปชานนฺติ, เย น ปสฺสนฺติ นนฺทน’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๑, ๒๒๖) ต-สทฺทสฺส วเสน ปจฺจตฺตพหุวจเน อาคโต. ‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, นโม เต ปุริสุตฺตม (ที. นิ. ๓.๒๗๘; สุ. นิ. ๕๔๙). นโม เต พุทฺธ วีรตฺถู’’ติ (สํ. นิ. ๑.๙๐) จ อาทีสุ ตุมฺห-สทฺทสฺส วเสน สมฺปทาเน, ตุยฺหนฺติ อตฺโถ. ‘‘กึ เต ทิฏฺฐํ กินฺติ เต สุตํ. อุปธี เต สมติกฺกนฺตา, อาสวา เต ปทาลิตา’’ติ (ม. นิ. ๒.๔๐๐; สุ. นิ. ๕๕๑) จ อาทีสุ กรเณ. ‘‘กึ เต วตํ กึ ปน พฺรหฺมจริย’’นฺติอาทีสุ (วิ. ว. ๑๒๕๑; ชา. ๑.๑๐.๙๒) สามิอตฺเถ. อิธาปิ สามิอตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ. ตวาติ หิ อตฺโถ.
โสวณฺณมยนฺติ เอตฺถ สุวณฺณ-สทฺโท ‘‘สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ สุคเต ทุคฺคเต’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๘) จ ‘‘สุวณฺณตา สุสรตา’’ติ (ขุ. ปา. ๘.๑๑) จ เอวมาทีสุ ฉวิสมฺปตฺติยํ อาคโต. ‘‘กากํ สุวณฺณา ปริวารยนฺตี’’ติอาทีสุ (ชา. ๑.๑.๗๗) ครุเฬ. ‘‘สุวณฺณวณฺโณ กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๒๐๐) ชาตรูเป. อิธาปิ ชาตรูเป เอว ทฏฺฐพฺโพ. ตญฺหิ พุทฺธานํ สมานวณฺณตาย โสภโน วณฺโณ เอตสฺสาติ สุวณฺณนฺติ วุจฺจติ. สุวณฺณเมว โสวณฺณํ ยถา ‘‘เวกตํ เวสม’’นฺติ จ. มย-สทฺโท จ ‘‘อนุญฺญาตปฏิญฺญาตา, เตวิชฺชา มยมสฺมุโภ’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๕๙๙; ม. นิ. ๒.๔๕๕) อสฺมทตฺเถ อาคโต. ‘‘มยํ นิสฺสาย เหมาย, ชาตมณฺโฑ ทรี สุภา’’ติ เอตฺถ ปญฺญตฺติยํ. ‘‘มโนมยา ปีติภกฺขา สยํปภา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๙; ๓.๓๘) นิพฺพตฺติอตฺเถ, พาหิเรน ปจฺจเยน วินา มนสาว นิพฺพตฺตาติ มโนมยาติ วุตฺตา. ‘‘ยํนูนาหํ สามํ จิกฺขลฺลํ มทฺทิตฺวา สพฺพมตฺติกามยํ กุฏิกํ กเรยฺย’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๘๔) วิการตฺเถ. ‘‘ทานมยํ สีลมย’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๐๕) ปทปูรณมตฺเต. อิธาปิ วิการตฺเถ, ปทปูรณมตฺเต วา ทฏฺฐพฺโพ. ยทา หิ สุวณฺเณน นิพฺพตฺตํ โสวณฺณมยนฺติ อยมตฺโถ, ตทา สุวณฺณสฺส วิกาโร โสวณฺณมยนฺติ วิการตฺเถ มย-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ, ‘‘นิพฺพตฺติอตฺเถ’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. ยทา ปน สุวณฺเณน นิพฺพตฺตํ โสวณฺณนฺติ อยมตฺโถ, ตทา โสวณฺณเมว โสวณฺณมยนฺติ ปทปูรณมตฺเต มย-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ.
อุฬารนฺติ ปณีตมฺปิ เสฏฺฐมฺปิ มหนฺตมฺปิ. อุฬาร-สทฺโท หิ ‘‘ปุพฺเพนาปรํ อุฬารํ วิเสสํ อธิคจฺฉตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๓๗๖) ปณีเต อาคโต. ‘‘อุฬาราย ขลุ ภวํ วจฺฉายโน สมณํ โคตมํ ปสํสาย ปสํสตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๘๘) เสฏฺเฐ. ‘‘อุฬารโภคา อุฬารยสา โอฬาริก’’นฺติ จ อาทีสุ (ธ. ส. ๘๙๔, ๘๙๖; ม. นิ. ๑.๒๔๔) มหนฺเต. ตมฺปิ จ วิมานํ มนุญฺญภาเวน อุปภุญฺชนฺตานํ อติตฺติกรณตฺเถน ปณีตํ, สมนฺตปาสาทิกตาทินา ปสํสิตตาย เสฏฺฐํ, ปมาณมหนฺตตาย จ มหคฺฆตาย จ มหนฺตํ, ตีหิปิ อตฺเถหิ อุฬารเมวาติ วุตฺตํ อุฬารนฺติ.
มโนชวนฺติ เอตฺถ มโนติ จิตฺตํ. ยทิปิ มโน-สทฺโท สพฺเพสมฺปิ กุสลากุสลาพฺยากตจิตฺตานํ สาธารณวาจี, ‘‘มโนชว’’นฺติ ปน วุตฺตตฺตา ยตฺถ กตฺถจิ อารมฺมเณ ปวตฺตนกสฺส กิริยมยจิตฺตสฺส วเสน เวทิตพฺพํ. ตสฺมา มนโส วิย ชโว เอตสฺสาติ มโนชวํ ยถา โอฏฺฐมุโขติ, อติวิย สีฆคมนนฺติ อตฺโถ. มโน หิ ลหุปริวตฺติตาย อติทูเรปิ วิสเย ขเณเนว นิปตติ, เตนาห ภควา – ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ ลหุปริวตฺตํ, ยถยิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๘) ‘‘ทูรงฺคมํ เอกจร’’นฺติ (ธ. ป. ๓๗) จ. คจฺฉตีติ ตสฺสา เทวตาย วสนวิมานโต อุยฺยานํ อุทฺทิสฺส อากาเสน คจฺฉติ.
เยนกามนฺติ เอตฺถ กาม-สทฺโท ‘‘กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา, วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺต’’นฺติอาทีสุ (สุ. นิ. ๕๐; เถรคา. ๗๘๗) มนาปิเย รูปาทิวิสเย อาคโต. ‘‘ฉนฺโท กาโม ราโค กาโม’’ติอาทีสุ (วิภ. ๕๖๔; มหานิ. ๑; จูฬนิ. ๘ อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส) ฉนฺทราเค. ‘‘กิเลสกาโม กามุปาทาน’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๒๑๙; มหานิ. ๒) สพฺพสฺมึ โลเภ. ‘‘อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาเสยฺยา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๙๑) คามธมฺเม. ‘‘สนฺเตตฺถ ตโย กุลปุตฺตา อตฺตกามรูปา วิหรนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๒๕; มหาว. ๔๖๖) หิตจฺฉนฺเท. ‘‘อตฺตาธีโน อปราธีโน ภุชิสฺโส เยนกามํคโม’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๒๑; ม. นิ. ๑.๔๒๖) เสริภาเว. อิธาปิ เสริภาเว เอว ทฏฺฐพฺโพ, ตสฺมา เยนกามนฺติ ยถารุจิ, เทวตาย อิจฺฉานุรูปนฺติ อตฺโถ.
อลงฺกเตติ อลงฺกตคตฺเต, นานาวิธรํสิชาลสมุชฺชลวิวิธรตนวิชฺโชติเตหิ หตฺถูปคปาทูปคาทิเภเทหิ สฏฺฐิสกฏภารปริมาเณหิ ทิพฺพาลงฺกาเรหิ วิภูสิตสรีเรติ อตฺโถ. สมฺโพธเน เจตํ เอกวจนํ. มลฺยธเรติ กปฺปรุกฺขปาริจฺฉตฺตกสนฺตานกลตาทิสมฺภเวหิ, สุวิสุทฺธจามีกรวิวิธรตนมยปตฺตกิญฺชกฺขเกสเรหิ, สมนฺตโต วิชฺโชตมานวิปฺผุรนฺตกิรณนิกรรุจิเรหิ ทิพฺพกุสุเมหิ สุมณฺฑิตเกสหตฺถาทิตาย มาลาภารินี. สุวตฺเถติ กปฺปลตานิพฺพตฺตานํ, นานาวิราควณฺณวิเสสานํ สุปริสุทฺธภาสุรปฺปภานํ นิวาสนุตฺตริยปฏิจฺฉทาทีนํ ทิพฺพวตฺถานํ วเสน สุนฺทรวตฺเถ. โอภาสสีติ วิชฺโชตสิ. วิชฺชุริวาติ วิชฺชุลตา วิย. อพฺภกูฏนฺติ วลาหกสิขเร. ภุมฺมตฺเถ หิ เอตํ อุปโยควจนํ. โอภาสสีติ วา อนฺโตคธเหตุอตฺถวจนํ, โอภาเสสีติ อตฺโถ. อิมสฺมึ ปกฺเข ‘‘อพฺภกูฏ’’นฺติ อุปโยคตฺเถ เอว อุปโยควจนํ ทฏฺฐพฺพํ.
อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยถา นาม สญฺฌาปภานุรญฺชิตํ รตฺตวลาหกสิขรํ ปกติยาปิ โอภาสมานํ สมนฺตโต วิชฺโชตมานา วิชฺชุลตา นิจฺฉรนฺตี วิเสสโต โอภาเสติ, เอวเมวํ สุปริสุทฺธตปนียมยํ นานารตนสมุชฺชลํ ปกติปภสฺสรํ อิมํ วิมานํ ตฺวํ สพฺพาลงฺกาเรหิ วิภูสิตา สพฺพโส วิชฺโชตยนฺตีหิ อตฺตโน สรีรปฺปภาหิ วตฺถาภรโณภาเสหิ จ วิเสสโต โอภาเสสีติ.
เอตฺถ หิ ‘‘ปีฐ’’นฺติ นิทสฺเสตพฺพวจนเมตํ, ‘‘อพฺภกูฏ’’นฺติ นิทสฺสนวจนํ. ตถา ‘‘เต’’ติ นิทสฺเสตพฺพวจนํ. ตญฺหิ ‘‘ปีฐ’’นฺติ อิทํ อเปกฺขิตฺวา สามิวจเนน วุตฺตมฺปิ ‘‘อลงฺกเต มลฺยธเร สุวตฺเถ โอภาสสี’’ติ อิมานิ ปทานิ อเปกฺขิตฺวา ปจฺจตฺตวเสน ปริณมติ, ตสฺมา ‘‘ตฺว’’นฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘วิชฺชุริวา’’ติ นิทสฺสนวจนํ. ‘‘โอภาสสี’’ติ อิทํ ทฺวินฺนมฺปิ อุปเมยฺยุปมานานํ สมฺพนฺธทสฺสนํ. ‘‘โอภาสสี’’ติ หิ อิทํ ‘‘ตฺว’’นฺติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา มชฺฌิมปุริสวเสน วุตฺตํ, ‘‘ปีฐ’’นฺติ อิทํ อเปกฺขิตฺวา ปฐมปุริสวเสน ปริณมติ. จ-สทฺโท เจตฺถ ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘คจฺฉติ เยนกามํ โอภาสสี’’ติ จ ‘‘วิชฺชุลโตภาสิตํ อพฺภกูฏํ วิยา’’ติ ปจฺจตฺตวเสน เจตํ อุปโยควจนํ ปริณมติ. ตถา ‘‘ปีฐ’’นฺติ วิเสสิตพฺพวจนเมตํ, ‘‘เต โสวณฺณมยํ อุฬาร’’นฺติอาทิ ตสฺส วิเสสนํ.
นนุ จ ‘‘โสวณฺณมย’’นฺติ วตฺวา สุวณฺณสฺส อคฺคโลหตาย เสฏฺฐภาวโต ทิพฺพสฺส จ อิธาธิปฺเปตตฺตา ‘‘อุฬาร’’นฺติ น วตฺตพฺพนฺติ? น, กิญฺจิ วิเสสสพฺภาวโต. ยเถว หิ มนุสฺสปริโภคสุวณฺณวิกติโต รสวิทฺธํ เสฏฺฐํ สุวิสุทฺธํ, ตโต อากรุปฺปนฺนํ, ตโต ยํกิญฺจิ ทิพฺพํ เสฏฺฐํ, เอวํ ทิพฺพสุวณฺเณปิ จามีกรํ, จามีกรโต สาตกุมฺภํ, สาตกุมฺภโต ชมฺพุนทํ, ชมฺพุนทโต สิงฺคีสุวณฺณํ. ตญฺหิ สพฺพเสฏฺฐํ. เตนาห สกฺโก เทวานมินฺโท –
‘‘มุตฺโต มุตฺเตหิ สห ปุราณชฏิเลหิ, วิปฺปมุตฺโต วิปฺปมุตฺเตหิ;
สิงฺคีนิกฺขสวณฺโณ, ราชคหํ ปาวิสิ ภควา’’ติ. (มหาว. ๕๘);
ตสฺมา ‘‘โสวณฺณมย’’นฺติ วตฺวาปิ ‘‘อุฬาร’’นฺติ วุตฺตํ. อถ วา ‘‘อุฬาร’’นฺติ อิทํ น ตสฺส เสฏฺฐปณีตภาวเมว สนฺธาย วุตฺตํ, อถ โข มหนฺตภาวมฺปีติ วุตฺโตวายมตฺโถ. เอตฺถ จ ‘‘ปีฐ’’นฺติอาทิ ผลสฺส กมฺมสริกฺขตาทสฺสนํ. ตตฺถาปิ ‘‘โสวณฺณมย’’นฺติ อิมินา ตสฺส วิมานสฺส วตฺถุสมฺปทํ ทสฺเสติ, ‘‘อุฬาร’’นฺติ อิมินา โสภาติสยสมฺปทํ, ‘‘มโนชว’’นฺติ อิมินา คมนสมฺปทํ. ‘‘คจฺฉติ เยนกาม’’นฺติ อิมินา สีฆชวตาย ปีฐสมฺปตฺติภาวสมฺปทํ ทสฺเสติ.
อถ วา ‘‘โสวณฺณมย’’นฺติ อิมินา ตสฺส ปณีตภาวํ ทสฺเสติ, ‘‘อุฬาร’’นฺติ อิมินา เวปุลฺลมหตฺตํ. ‘‘มโนชว’’นฺติ อิมินา อานุภาวมหตฺตํ. ‘‘คจฺฉติ เยนกาม’’นฺติ อิมินา วิหารสุขตฺตํ ทสฺเสติ. ‘‘โสวณฺณมย’’นฺติ วา อิมินา ตสฺส อภิรูปตํ วณฺณโปกฺขรตญฺจ ทสฺเสติ, ‘‘อุฬาร’’นฺติ อิมินา ทสฺสนียตํ ปาสาทิกตญฺจ ทสฺเสติ, ‘‘มโนชว’’นฺติ อิมินา สีฆสมฺปทํ, ‘‘คจฺฉติ เยนกาม’’นฺติ อิมินา กตฺถจิ อปฺปฏิหตจารตํ ทสฺเสติ.
อถ วา ตํ วิมานํ ยสฺส ปุญฺญกมฺมสฺส นิสฺสนฺทผลํ, ตสฺส อโลภนิสฺสนฺทตาย โสวณฺณมยํ, อโทสนิสฺสนฺทตาย อุฬารํ, อโมหนิสฺสนฺทตาย มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ. ตถา ตสฺส กมฺมสฺส สทฺธานิสฺสนฺทภาเวน โสวณฺณมยํ, ปญฺญานิสฺสนฺทภาเวน อุฬารํ, วีริยนิสฺสนฺทภาเวน มโนชวํ, สมาธินิสฺสนฺทภาเวน คจฺฉติ เยนกามํ. สทฺธาสมาธินิสฺสนฺทภาเวน วา โสวณฺณมยํ, สมาธิปญฺญานิสฺสนฺทภาเวน อุฬารํ, สมาธิวีริยนิสฺสนฺทภาเวน มโนชวํ, สมาธิสตินิสฺสนฺทภาเวน คจฺฉติ เยนกามนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ ยถา ‘‘ปีฐ’’นฺติอาทิ วิมานสมฺปตฺติทสฺสนวเสน ตสฺสา เทวตาย ปุญฺญผลวิภวสมฺปตฺติกิตฺตนํ, เอวํ ‘‘อลงฺกเต’’ติอาทิ อตฺตภาวสมฺปตฺติทสฺสนวเสน ปุญฺญผลวิภวสมฺปตฺติกิตฺตนํ. ยถา หิ สุสิกฺขิตสิปฺปาจริยวิรจิโตปิ รตฺตสุวณฺณาลงฺกาโร วิวิธรํสิชาลสมุชฺชลมณิรตนขจิโต เอว โสภติ, น เกวโล, เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺโน จตุรสฺสโสภโนปิ อตฺตภาโว สุมณฺฑิตปสาธิโตว โสภติ, น เกวโล. เตนสฺสา ‘‘อลงฺกเต’’ติอาทินา อาหริมํ โสภาวิเสสํ ทสฺเสติ, ‘‘โอภาสสี’’ติ อิมินา อนาหริมํ. ตถา ปุริเมน วตฺตมานปจฺจยนิมิตฺตํ โสภาติสยํ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน อตีตปจฺจยนิมิตฺตํ. ปุริเมน วา ตสฺสา อุปโภควตฺถุสมฺปทํ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน อุปภุญฺชนกวตฺถุสมฺปทํ.
เอตฺถาห ‘‘กึ ปน ตํ วิมานํ ยุตฺตวาหํ, อุทาหุ อยุตฺตวาห’’นฺติ? ยทิปิ เทวโลเก รถวิมานานิ ยุตฺตวาหานิปิ โหนฺติ ‘‘สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถ’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๖๔) อาทิวจนโต, เต ปน เทวปุตฺตา เอว กิจฺจกรณกาเล วาหรูเปน อตฺตานํ ทสฺเสนฺติ ยถา เอราวโณ เทวปุตฺโต กีฬนกาเล หตฺถิรูเปน. อิทํ ปน อญฺญญฺจ เอทิสํ อยุตฺตวาหํ ทฏฺฐพฺพํ.
ยทิ เอวํ กึ ตสฺส วิมานสฺส อพฺภนฺตรา วาโยธาตุ คมเน วิเสสปจฺจโย, อุทาหุ พาหิราติ? อพฺภนฺตราติ คเหตพฺพํ. ยถา หิ จนฺทวิมานสูริยวิมานาทีนํ เทสนฺตรคมเน ตทุปชีวีนํ สตฺตานํ สาธารณกมฺมนิพฺพตฺตํ อติวิย สีฆชวํ มหนฺตํ วายุมณฺฑลํ ตานิ เปเลนฺตํ ปวตฺเตติ, น เอวํ ตํ เปเลตฺวา ปวตฺเตนฺตี พาหิรา วาโยธาตุ อตฺถิ. ยถา จ ปน จกฺกรตนํ อนฺโตสมุฏฺฐิตาย วาโยธาตุยา วเสน ปวตฺตติ. น หิ ตสฺส จนฺทวิมานาทีนํ วิย พาหิรา วาโยธาตุ เปเลตฺวา ปวตฺติกา อตฺถิ รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส จิตฺตวเสน ‘‘ปวตฺตตุ ภวํ จกฺกรตน’’นฺติอาทิวจนสมนนนฺตรเมว ปวตฺตนโต, เอวํ ตสฺสา เทวตาย จิตฺตวเสน อตฺตสนฺนิสฺสิตาย วาโยธาตุยา คจฺฉตีติ เวทิตพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘มโนชวํ คจฺฉติ เยนกาม’’นฺติ.
๒. เอวํ ปฐมคาถาย ตสฺสา เทวตาย ปุญฺญผลสมฺปตฺตึ กิตฺเตตฺวา อิทานิ ตสฺสา การณภูตํ ปุญฺญสมฺปทํ วิภาเวตุํ ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ’’ติอาทิ คาถาทฺวยํ วุตฺตํ. ตตฺถ เกนาติ กึ-สทฺโท ‘‘กึ ราชา โย โลกํ น รกฺขติ, กึ นุ โข นาม ตุเมฺห มํ วตฺตพฺพํ มญฺญถา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๔๒๔) ครหเณ อาคโต. ‘‘ยํกิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๔๔; สํ. นิ. ๓.๕๙) อนิยเม. ‘‘กึ สูธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติอาทีสุ (สุ. นิ. ๑๘๓; สํ. นิ. ๑.๗๓) ปุจฺฉายํ. อิธาปิ ปุจฺฉายเมว ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘เกนา’’ติ จ เหตุอตฺเถ กรณวจนํ, เกน เหตุนาติ อตฺโถ. เตติ ตว. เอตาทิโสติ เอทิโส, เอตรหิ ยถาทิสฺสมาโนติ อตฺโถ. วณฺโณติ วณฺณ-สทฺโท ‘‘กทา สญฺญูฬฺหา ปน เต, คหปติ, อิเม สมณสฺส โคตมสฺส วณฺณา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๗๗) คุเณ อาคโต. ‘‘อเนกปริยาเยน พุทฺธสฺส วณฺณํ ภาสติ, ธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสติ, สงฺฆสฺส วณฺณํ ภาสตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔) ถุติยํ. ‘‘อถ เกน นุ วณฺเณน, คนฺธเถโนติ วุจฺจตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๓๔; ชา. ๑.๖.๑๑๖) การเณ. ‘‘ตโย ปตฺตสฺส วณฺณา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๖๐๒) ปมาเณ. ‘‘จตฺตาโรเม, โภ โคตม, วณฺณา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๑๑๕; ม. นิ. ๒.๓๗๙-๓๘๐) ชาติยํ. ‘‘มหนฺตํ หตฺถิราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา’’ติอาทีสุ สณฺฐาเน. ‘‘สุวณฺณวณฺโณสิ ภควา, สุสุกฺกทาโฐสิ วีริยวา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๓๙๙; สุ. นิ. ๕๕๓) ฉวิวณฺเณ. อิธาปิ ฉวิวณฺเณ เอว ทฏฺฐพฺโพ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – เกน กีทิเสน ปุญฺญวิเสเสน เหตุภูเตน เทวเต, ตว เอตาทิโส เอวํวิโธ ทฺวาทสโยชนานิ ผรณกปฺปโภ สรีรวณฺโณ ชาโตติ?
เกน เต อิธ มิชฺฌตีติ เกน ปุญฺญาติสเยน เต อิธ อิมสฺมึ ฐาเน อิทานิ ตยิ ลพฺภมานํ อุฬารํ สุจริตผลํ อิชฺฌติ นิปฺผชฺชติ. อุปฺปชฺชนฺตีติ นิพฺพตฺตนฺติ, อวิจฺเฉทวเสน อุปรูปริ วตฺตนฺตีติ อตฺโถ. โภคาติ ปริภุญฺชิตพฺพฏฺเฐน ‘‘โภคา’’ติ ลทฺธนามา วตฺถาภรณาทิวิตฺตูปกรณวิเสสา. เยติ สามญฺเญน อนิยมนิทฺเทโส, เกจีติ ปการเภทํ อามสิตฺวา อนิยมนิทฺเทโส, อุภเยนาปิ ปณีตปณีตตราทิเภเท ตตฺถ ลพฺภมาเน ตาทิเส โภเค อนวเสสโต พฺยาเปตฺวา สงฺคณฺหาติ. อนวเสสพฺยาปโก หิ อยํ นิทฺเทโส ยถา ‘‘เย เกจิ สงฺขารา’’ติ. มนโส ปิยาติ มนสา ปิยายิตพฺพา, มนาปิยาติ อตฺโถ.
เอตฺถ จ ‘‘เอตาทิโส วณฺโณ’’ติ อิมินา เหฏฺฐา วุตฺตวิเสสา ตสฺสา เทวตาย อตฺตภาวปริยาปนฺนา วณฺณสมฺปทา ทสฺสิตา. ‘‘โภคา’’ติ อิมินา อุปโภคปริโภควตฺถุภูตา ทิพฺพรูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพเภทา กามคุณสมฺปทา. ‘‘มนโส ปิยา’’ติ อิมินา เตสํ รูปาทีนํ อิฏฺฐกนฺตมนาปตา. ‘‘อิธ มิชฺฌตี’’ติ อิมินา ปน ทิพฺพอายุวณฺณยสสุขอาธิปเตยฺยสมฺปทา ทสฺสิตา. ‘‘เย เกจิ มนโส ปิยา’’ติ อิมินา ยานิ ‘‘โส อญฺเญ เทเว ทสหิ ฐาเนหิ อธิคฺคณฺหาติ ทิพฺเพน อายุนา ทิพฺเพน วณฺเณน ทิพฺเพน สุเขน ทิพฺเพน ยเสน ทิพฺเพน อาธิปเตยฺเยน ทิพฺเพหิ รูเปหิ ทิพฺเพหิ สทฺเทหิ ทิพฺเพหิ คนฺเธหิ ทิพฺเพหิ รเสหิ ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) สุตฺเต อาคตานิ ทส ฐานานิ. เตสํ อิธ อนวเสสโต สงฺคโห ทสฺสิโตติ เวทิตพฺโพ.
๓. ปุจฺฉามีติ ปญฺหํ กโรมิ, ญาตุมิจฺฉามีติ อตฺโถ. กามญฺเจตํ ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ. กิมกาสิ ปุญฺญํ, เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา’’ติ จ กึ-สทฺทคฺคหเณเนว อตฺถนฺตรสฺส อสมฺภวโต ปุจฺฉาวเสน คาถาตฺตยํ วุตฺตนฺติ วิญฺญายติ. ปุจฺฉาวิเสสภาวญาปนตฺถํ ปน ‘‘ปุจฺฉามี’’ติ วุตฺตํ. อยญฺหิ ปุจฺฉา อทิฏฺฐโชตนา ตาว น โหติ เอทิสสฺส อตฺถสฺส มหาเถรสฺส อทิฏฺฐภาวาภาวโต, วิมติจฺเฉทนาปิ น โหติ สพฺพโส สมุคฺฆาติตสํสยตฺตา, อนุมติปุจฺฉาปิ น โหติ ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ ราชญฺญา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๔๑๓) วิย อนุมติคหณากาเรน อปฺปวตฺตตฺตา, กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาปิ น โหติ ตสฺสา เทวตาย กเถตุกมฺยตาวเสน เถเรน อปุจฺฉิตตฺตา. วิเสเสน ปน ทิฏฺฐสํสนฺทนาติ เวทิตพฺพา. สฺวายมตฺโถ เหฏฺฐา อฏฺฐุปฺปตฺติกถายํ ‘‘เถโร กิญฺจาปี’’ติอาทินา วิภาวิโต เอว. ตนฺติ ตฺวํ. ตยิทํ ปุพฺพาปราเปกฺขํ, ปุพฺพาเปกฺขตาย อุปโยเคกวจนํ, ปราเปกฺขตาย ปน ปจฺจตฺเตกวจนํ ทฏฺฐพฺพํ.
เทวีติ เอตฺถ เทว-สทฺโท ‘‘อิมานิ เต เทว จตุราสีติ นครสหสฺสานิ กุสวตีราชธานิปมุขานิ, เอตฺถ, เทว, ฉนฺทํ กโรหิ ชีวิเต อเปกฺข’’นฺติ จ อาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๖๖) สมฺมุติเทววเสน อาคโต, ‘‘ตสฺส เทวาติเทวสฺส, สาสนํ สพฺพทสฺสิโน’’ติอาทีสุ วิสุทฺธิเทววเสน. วิสุทฺธิเทวานญฺหิ ภควโต อติเทวภาเว วุตฺเต อิตเรสํ วุตฺโต เอว โหตีติ. ‘‘จาตุมหาราชิกา เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๓๗) อุปปตฺติเทววเสน. อิธาปิ อุปปตฺติเทววเสเนว เวทิตพฺโพ. ปทตฺถโต ปน – ทิพฺพติ อตฺตโน ปุญฺญิทฺธิยา กีฬติ ลฬติ ปญฺจหิ กามคุเณหิ รมติ, อถ วา เหฏฺฐา วุตฺตนเยน โชตติ โอภาสติ, อากาเสน วิมาเนน จ คจฺฉตีติ เทวี. ‘‘ตฺวํ เทวี’’ติ สมฺโพธเน เจตํ เอกวจนํ. มหานุภาเวติ อุฬารปฺปภาเว, โส ปนสฺสานุภาโว เหฏฺฐา ทฺวีหิ คาถาหิ ทสฺสิโตเยว.
มนุสฺสภูตาติ เอตฺถ มนสฺส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา, สติสูรภาวพฺรหฺมจริยโยคฺยตาทิคุณวเสน อุปจิตมานสา อุกฺกฏฺฐคุณจิตฺตา. เก ปน เต? ชมฺพุทีปวาสิโน สตฺตวิเสสา. เตนาห ภควา –
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ ชมฺพุทีปกา มนุสฺสา อุตฺตรกุรุเก มนุสฺเส อธิคฺคณฺหนฺติ เทเว จ ตาวตึเส. กตเมหิ ตีหิ? สูรา, สติมนฺโต, อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ (อ. นิ. ๙.๒๑).
ตถา หิ พุทฺธา ภควนฺโต ปจฺเจกพุทฺธา อคฺคสาวกา มหาสาวกา จกฺกวตฺติโน อญฺเญ จ มหานุภาวา สตฺตา เอตฺเถว อุปฺปชฺชนฺติ. เตหิ สมานรูปาทิตาย ปน สทฺธึ ปริตฺตทีปวาสีหิ อิตรมหาทีปวาสิโนปิ ‘‘มนุสฺสา’’เตฺวว ปญฺญายึสูติ เอเก.
อปเร ปน ภณนฺติ – โลภาทีหิ อโลภาทีหิ จ สหิตสฺส มนสฺส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา. เย หิ สตฺตา มนุสฺสชาติกา, เตสุ วิเสสโต โลภาทโย อโลภาทโย จ อุสฺสนฺนา, เต โลภาทิอุสฺสนฺนตาย อปายมคฺคํ, อโลภาทิอุสฺสนฺนตาย สุคติมคฺคํ นิพฺพานคามิมคฺคญฺจ ปูเรนฺติ, ตสฺมา โลภาทีหิ อโลภาทีหิ จ สหิตสฺส มนสฺส อุสฺสนฺนตาย ปริตฺตทีปวาสีหิ สทฺธึ จตุมหาทีปวาสิโน สตฺตวิเสสา ‘‘มนุสฺสา’’ติ วุจฺจนฺตีติ.
โลกิยา ปน ‘‘มนุโน อปจฺจภาเวน มนุสฺสา’’ติ วทนฺติ. มนุ นาม ปฐมกปฺปิโก โลกมริยาทาย อาทิภูโต หิตาหิตวิธายโก สตฺตานํ ปิตุฏฺฐานิโย, โย สาสเน ‘‘มหาสมฺมโต’’ติ วุจฺจติ. ปจฺจกฺขโต ปรมฺปราย จ ตสฺส โอวาทานุสาสนิยํ ฐิตา สตฺตา ปุตฺตสทิสตาย ‘‘มนุสฺสา’’ติ วุจฺจนฺติ. ตโต เอว หิ เต มาณวา ‘‘มนุชา’’ติ จ โวหรียนฺติ. มนุสฺเสสุ ภูตา ชาตา, มนุสฺสภาวํ วา ปตฺตาติ มนุสฺสภูตา.
กิมกาสิ ปุญฺญนฺติ กึ ทานสีลาทิปฺปเภเทสุ กีทิสํ ปุชฺชภาวผลนิพฺพตฺตนโต, ยตฺถ สยํ อุปฺปนฺนํ, ตํ สนฺตานํ ปุนาติ วิโสเธตีติ จ ‘‘ปุญฺญ’’นฺติ ลทฺธนามํ สุจริตํ กุสลกมฺมํ อกาสิ, อุปจินิ นิพฺพตฺเตสีติ อตฺโถ. ชลิตานุภาวาติ สพฺพโส วิชฺโชตมานปุญฺญิทฺธิกา.
กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญ’’นฺติ วุตฺตํ, กึ อญฺญาสุ คตีสุ ปุญฺญกิริยา นตฺถีติ? โน นตฺถิ. ยสฺมา นิรเยปิ นาม กามาวจรกุสลจิตฺตปวตฺติ กทาจิ ลพฺภเตว, กิมงฺคํ ปนญฺญตฺถ, นนุ อโวจุมฺหา ‘‘ทิฏฺฐสํสนฺทนา ปุจฺฉา’’ติ. ตสฺมา มหาเถโร มนุสฺสตฺตภาเว ฐตฺวา ปุญฺญกมฺมํ กตฺวา อุปฺปนฺนํ ตํ ทิสฺวา ภูตตฺถวเสน ปุจฺฉนฺโต ‘‘มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญ’’นฺติ อโวจ.
อถ วา อญฺญาสุ คตีสุ เอกนฺตสุขตาย เอกนฺตทุกฺขตาย ทุกฺขพหุลตาย จ ปุญฺญกิริยาย โอกาโส น สุลภรูโป สปฺปุริสูปนิสฺสยาทิปจฺจยสมวายสฺส สุทุลฺลภภาวโต. กทาจิ อุปฺปชฺชมาโนปิ ยถาวุตฺตการเณน อุฬาโร วิปุโล น จ โหติ, มนุสฺสคติยํ ปน สุขพหุลตาย ปุญฺญกิริยาย โอกาโส สุลภรูโป สปฺปุริสูปนิสฺสยาทิปจฺจยสมวายสฺส เยภุยฺเยน สุลภภาวโต. ยญฺจ ตตฺถ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ตมฺปิ วิเสสโต ปุญฺญกิริยาย อุปนิสฺสโย โหติ. ทุกฺขูปนิสฺสยา หิ สทฺธาติ. ยถา หิ อโยฆเนน สตฺถเก นิปฺผาทิยมาเน ตสฺส เอกนฺตโต น อคฺคิมฺหิ ตาปนํ อุทเกน วา เตมนํ เฉทนกิริยาสมตฺถตาย วิเสสปจฺจโย, ตาเปตฺวา ปน ปมาณโยคโต อุทกเตมนํ ตสฺสา วิเสสปจฺจโย, เอวเมว สตฺตสนฺตานสฺส เอกนฺตทุกฺขสมงฺคิตา ทุกฺขพหุลตา เอกนฺตสุขสมงฺคิตา จ ปุญฺญกิริยาย น วิเสสปจฺจโย โหติ. สติ ปน ทุกฺขสนฺตาปเน ปมาณโยคโต สุขูปพฺรูหเน จ ลทฺธูปนิสฺสยา ปุญฺญกิริยา อุปฺปชฺชติ, อุปฺปชฺชมานา จ มหาชุติกา มหาวิปฺผารา ปฏิปกฺขเฉทนสมตฺถา จ โหติ, ตสฺมา มนุสฺสภาโว ปุญฺญกิริยาย วิเสสปจฺจโย. เตน วุตฺตํ ‘‘มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญ’’นฺติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
๔. เอวํ ปน เถเรน ปุจฺฉิตา สา เทวตา ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ. ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา’’ติ คาถา วุตฺตา. เกน ปนายํ คาถา วุตฺตา? ธมฺมสงฺคาหเกหิ. ตตฺถ สาติ ยา ปุพฺเพ ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว’’ติ วุตฺตา, สา. เทวตาติ เทวปุตฺโตปิ พฺรหฺมาปิ เทวธีตาปิ วุจฺจติ. ‘‘อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑; ขุ. ปา. ๕.๑) หิ เทวปุตฺโต ‘‘เทวตา’’ติ วุตฺโต เทโวเยว เทวตาติ กตฺวา. ตถา ‘‘ตา เทวตา สตฺตสตา อุฬารา, พฺรหฺมวิมานา อภินิกฺขมิตฺวา’’ติอาทีสุ พฺรหฺมาโน.
‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา’’ติ. (วิ. ว. ๗๕) –
อาทีสุ เทวธีตา. อิธาปิ เทวธีตา เอว ทฏฺฐพฺพา. อตฺตมนาติ ตุฏฺฐมนา ปีติโสมนสฺเสหิ คหิตมนา. ปีติโสมนสฺสสหคตญฺหิ จิตฺตํ โทมนสฺสสฺส อโนกาสโต เตหิ ตํ สกํ กตฺวา คหิตํ วิย โหติ. อตฺตมนาติ วา สกมนา. อนวชฺชปีติโสมนสฺสสมฺปยุตฺตญฺหิ จิตฺตํ สมฺปติ อายติญฺจ ตํสมงฺคิโน หิตสุขาวหโต ‘‘สก’’นฺติ วตฺตพฺพตํ ลภติ, น อิตรํ.
โมคฺคลฺลาเนนาติ โมคฺคลฺลานโคตฺตสฺส พฺราหฺมณมหาสาลสฺส ปุตฺตภาวโต โส มหาเถโร โคตฺตวเสน ‘‘โมคฺคลฺลาโน’’ติ ปญฺญาโต, เตน โมคฺคลฺลาเนน. ปุจฺฉิตาติ ทิฏฺฐสํสนฺทนวเสน ปุจฺฉิตา, อตฺตมนา สา เทวตา ปญฺหํ พฺยากาสีติ โยชนา. อตฺตมนตา จสฺสา ‘‘ตมฺปิ นาม ปริตฺตกมฺปิ กมฺมํ เอวํ มหติยา ทิพฺพสมฺปตฺติยา การณํ อโหสี’’ติ ปุพฺเพปิ สา อตฺตโน ปุญฺญผลํ ปฏิจฺจ อนฺตรนฺตรา โสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ, อิทานิ ปน ‘‘อญฺญตรสฺส เถรสฺส กโตปิ นาม กาโร เอวํ อุฬารผโล, อยํ ปน พุทฺธานํ อคฺคสาวโก อุฬารคุโณ มหานุภาโว, อิมมฺปิ ปสฺสิตุํ นิปจฺจการญฺจ กาตุํ ลภามิ, มม ปุญฺญผลปฏิสํยุตฺตเมว จ ปุจฺฉํ กโรตี’’ติ ทฺวีหิ การเณหิ อุปฺปนฺนา. เอวํ สญฺชาตพลวปีติโสมนสฺสา สา เถรสฺส วจนํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปญฺหํ ปุฏฺฐา พฺยากาสิ.
ปญฺหนฺติ ญาตุํ อิจฺฉิตํ ตํ อตฺถํ วิยากาสิ กเถสิ วิสฺสชฺเชสิ. กถํ ปน พฺยากาสิ? ปุฏฺฐาติ ปุฏฺฐาการโต, ปุจฺฉิตากาเรเนวาติ อตฺโถ. เอตฺถ หิ ‘‘ปุจฺฉิตา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ปุฏฺฐา’’ติ วจนํ วิเสสตฺถนิยมนํ ทฏฺฐพฺพํ. สิทฺเธ หิ สติ อารมฺโภ วิเสสตฺถญาปโกว โหติ. โก ปเนโส วิเสสตฺโถ? พฺยากรณสฺส ปุจฺฉานุรูปตา. ยญฺหิ กมฺมผลํ ทสฺเสตฺวา ตสฺส การณภูตํ กมฺมํ ปุจฺฉิตํ, ตทุภยสฺส อญฺญมญฺญานุรูปภาววิภาวนา. เยน จ อากาเรน ปุจฺฉา ปวตฺตา อตฺถโต จ พฺยญฺชนโต จ, ตทาการสฺส พฺยากรณสฺส ปุจฺฉานุรูปตา, ตถา เจว วิสฺสชฺชนํ ปวตฺตํ. อิติ อิมสฺส วิเสสสฺส ญาปนตฺถํ ‘‘ปุจฺฉิตา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ปุฏฺฐา’’ติ วุตฺตํ.
‘‘ปุจฺฉิตา’’ติ วา ตาย เทวตาย วิเสสนมุเขน ปุฏฺฐภาวสฺส ปญฺหพฺยากรณสฺส จ การณกิตฺตนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ’’ติอาทินา เถเรน ปุจฺฉียตีติ ปุจฺฉา, ตาย เทวตาย กตกมฺมํ, ตสฺสา ปุจฺฉาย การิตา อาจิกฺขิตา วาติ สา เทวตา ‘‘ปุจฺฉิตา’’ติ วุตฺตา. ยสฺมา ปุจฺฉิตา ปุจฺฉิยมานสฺส กมฺมสฺส การิตา, ตสฺมา ปญฺหํ ปุฏฺฐา. ยสฺมา จ ปุจฺฉิตา ปุจฺฉิยมานสฺส กมฺมสฺส อาจิกฺขนสภาวา, ตสฺมา ปญฺหํ พฺยากาสีติ. ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ อิทํ ‘‘ปญฺห’’นฺติ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส สรูปทสฺสนํ. อยํ เจตฺถ อตฺโถ – อิทํ ปุจฺฉนฺตสฺส ปุจฺฉิยมานาย จ ปจฺจกฺขภูตํ อนนฺตรํ วุตฺตปฺปการํ ปุญฺญผลํ, ยสฺส กมฺมสฺส ตํ ญาตุํ อิจฺฉิตตฺตา ปญฺหนฺติ วุตฺตํ ปุญฺญกมฺมํ พฺยากาสีติ.
๕. อหํ มนุสฺเสสูติอาทิ ปญฺหสฺส พฺยากรณากาโร. ตตฺถ อหนฺติ เทวตา อตฺตานํ นิทฺทิสติ. ‘‘มนุสฺเสสู’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘มนุสฺสภูตา’’ติ วจนํ ตทา อตฺตนิ มนุสฺสคุณานํ วิชฺชมานตาทสฺสนตฺถํ. โย หิ มนุสฺสชาติโกว สมาโน ปาณาติปาตาทึ อกตฺตพฺพํ กตฺวา ทณฺฑารโห ตตฺถ ตตฺถ ราชาทิโต หตฺถจฺเฉทาทิกมฺมการณํ ปาปุณนฺโต มหาทุกฺขํ อนุภวติ, อยํ มนุสฺสเนรยิโก นาม. อปโร มนุสฺสชาติโกว สมาโน ปุพฺเพกตกมฺมุนา ฆาสจฺฉาทนมฺปิ น ลภติ, ขุปฺปิปาสาภิภูโต ทุกฺขพหุโล กตฺถจิ ปติฏฺฐํ อลภมาโน วิจรติ, อยํ มนุสฺสเปโต นาม. อปโร มนุสฺสชาติโกว สมาโน ปราธีนวุตฺติ ปเรสํ ภารํ วหนฺโต ภินฺนมริยาโท วา อนาจารํ อาจริตฺวา ปเรหิ สนฺตชฺชิโต มรณภยภีโต คหนนิสฺสิโต ทุกฺขพหุโล วิจรติ หิตาหิตํ อชานนฺโต นิทฺทาชิฆจฺฉาทุกฺขวิโนทนาทิปโร, อยํ มนุสฺสติรจฺฉาโน นาม. โย ปน อตฺตโน หิตาหิตํ ชานนฺโต กมฺมผลํ สทฺทหนฺโต หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺโน ทยาปนฺโน สพฺพสตฺเตสุ สํเวคพหุโล อกุสลกมฺมปเถ ปริวชฺเชนฺโต กุสลกมฺมปเถ สมาจรนฺโต ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ ปริปูเรติ, อยํ มนุสฺสธมฺเม ปติฏฺฐิโต ปรมตฺถโต มนุสฺโส นาม. อยมฺปิ ตาทิสา อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา’’ติ. มนุสฺเส สตฺตนิกาเย มนุสฺสภาวํ ปตฺตา มนุสฺสธมฺมญฺจ อปฺปหาย ฐิตาติ อตฺโถ.
อพฺภาคตานนฺติ อภิอาคตานํ, สมฺปตฺตอาคนฺตุกานนฺติ อตฺโถ. ทุวิธา หิ อาคนฺตุกา อติถิ อพฺภาคโตติ. เตสุ กตปริจโย อาคนฺตุโก อติถิ, อกตปริจโย อพฺภาคโต. กตปริจโย อกตปริจโยปิ วา ปุเรตรํ อาคโต อติถิ, โภชนเวลายํ อุปฏฺฐิโต สมฺปติ อาคโต อพฺภาคโต. นิมนฺติโต วา ภตฺเตน อติถิ, อนิมนฺติโต อพฺภาคโต. อยํ ปน อกตปริจโย อนิมนฺติโต สมฺปติ อาคโต จ, ตํ สนฺธายาห ‘‘อพฺภาคตาน’’นฺติ, ครุกาเรน ปเนตฺถ พหุวจนํ วุตฺตํ. อาสติ นิสีทติ เอตฺถาติ อาสนํ. ยํกิญฺจิ นิสีทนโยคฺคํ, อิธ ปน ปีฐํ อธิปฺเปตํ, ตสฺส จ อปฺปกตฺตา อนุฬารตฺตา จ ‘‘อาสนก’’นฺติ อาห. อทาสินฺติ ‘‘อิทมสฺส เถรสฺส ทินฺนํ มยฺหํ มหปฺผลํ ภวิสฺสติ มหานิสํส’’นฺติ สญฺชาตโสมนสฺสา กมฺมํ กมฺมผลญฺจ สทฺทหิตฺวา ตสฺส เถรสฺส ปริโภคตฺถาย อทาสึ, นิรเปกฺขปริจฺจาควเสน ปริจฺจชินฺติ อตฺโถ.
อภิวาทยินฺติ อภิวาทนมกาสึ, ปญฺจปติฏฺฐิเตน ทกฺขิเณยฺยปุคฺคเล วนฺทินฺติ อนฺโต. วนฺทมานา หิ ตํ ตาเยว วนฺทนกิริยาย วนฺทิยมานํ ‘‘สุขินี โหหิ, อโรคา โหหี’’ติอาทินา อาสิวาทํ อตฺถโต วทาเปสิ นาม. อญฺชลิกํ อกาสินฺติ ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ สิรสิ ปคฺคณฺหนฺตี คุณวิสิฏฺฐานํ อปจายนํ อกาสินฺติ อตฺโถ. ยถานุภาวนฺติ ยถาพลํ, ตทา มม วิชฺชมานวิภวานุรูปนฺติ อตฺโถ. อทาสิ ทานนฺติ อนฺนปานาทิเทยฺยธมฺมปริจฺจาเคน ทกฺขิเณยฺยํ โภเชนฺตี ทานมยํ ปุญฺญํ ปสวึ.
เอตฺถ จ ‘‘อห’’นฺติ อิทํ กมฺมสฺส ผลสฺส จ เอกสนฺตติปติตตาทสฺสเนน สมฺพนฺธภาวทสฺสนํ, ‘‘มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา’’ติ อิทํ ตสฺสา ปุญฺญกิริยาย อธิฏฺฐานภูตสนฺตานวิเสสทสฺสนํ, ‘‘อพฺภาคตาน’’นฺติ อิทํ จิตฺตสมฺปตฺติทสฺสนญฺเจว เขตฺตสมฺปตฺติทสฺสนญฺจ ทานสฺส วิย ปฏิคฺคหณสฺส จ กิญฺจิ อนเปกฺขิตฺวา ปวตฺติตภาวทีปนโต. ‘‘อาสนกํ อทาสึ ยถานุภาวญฺจ อทาสิ ทาน’’นฺติ อิทํ โภคสารทานทสฺสนํ, ‘‘อภิวาทยึ อญฺชลิกํ อกาสิ’’นฺติ อิทํ กายสารทานทสฺสนํ.
๖. เตนาติ เตน ยถาวุตฺเตน ปุญฺเญน เหตุภูเตน. เมติ อยํ เม-สทฺโท ‘‘กิจฺเฉน เม อธิคตํ, หลํ ทานิ ปกาสิตุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๖๕; ม. นิ. ๑.๒๘๑; สํ. นิ. ๑.๑๗๒) กรเณ อาคโต, มยาติ อตฺโถ. ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๑๘๒; อ. นิ. ๔.๒๕๗) สมฺปทาเน, มยฺหนฺติ อตฺโถ. ‘‘ปุพฺเพว เม, ภิกฺขเว, สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๖; สํ. นิ. ๔.๑๔; อ. นิ. ๓.๑๐๔) สามิอตฺเถ อาคโต, อิธาปิ สามิอตฺเถ เอว, มมาติ อตฺโถ. สฺวายํ เม-สทฺโท เตน เม ปุญฺเญนาติ จ เม เอตาทิโสติ จ อุภยตฺถ สมฺพนฺธิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
เอวํ ตาย เทวตาย ปเญฺห พฺยากเต อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน วิตฺถาเรน ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา สปริวาราย ตสฺสา เทวตาย สาตฺถิกา อโหสิ. เถโร ตโต มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ. คาถา เอว ปน สงฺคหํ อารุฬฺหาติ.
ปฐมปีฐวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ทุติยปีฐวิมานวณฺณนา
ปีฐํ เต เวฬุริยมยนฺติ ทุติยปีฐวิมานํ. ตสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติ จ อตฺถวณฺณนา จ ปฐเม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. อยํ ปน วิเสโส – สาวตฺถิวาสินี กิร เอกา อิตฺถี อตฺตโน เคหํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ เอกํ เถรํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนจิตฺตา ตสฺส อาสนํ เทนฺตี อตฺตโน ปีฐํ อุปริ นีลวตฺเถน อตฺถริตฺวา อทาสิ. เตน ตสฺสา เทวโลเก นิพฺพตฺตาย เวฬุริยมยํ ปลฺลงฺกวิมานํ นิพฺพตฺตํ. เตน วุตฺตํ –
๘. ‘‘ปีฐํ เต เวฬุริยมยํ อุฬารํ, มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ;
อลงฺกเต มลฺยธเร สุวตฺเถ, โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภ กูฏํ.
๙. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๐. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๑๑. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.
๑๒. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, อพฺภาคตานาสนกํ อทาสึ;
อภิวาทยึ อญฺชลิกํ อกาสึ, ยถานุภาวญฺจ อทาสิ ทานํ.
๑๓. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๔. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ;
เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๘. ตตฺถ เวฬุริยมยนฺติ เวฬุริยมณิมยํ. เวฬุริยมณิ นาม วิฬูรปพฺพตสฺส วิฬูรคามสฺส จ อวิทูเร อุปฺปชฺชนกมณิ. ตสฺส กิร วิฬูรคามฏฺฐาเน อากโร, วิฬูรสฺส ปน อวิทูเร ภวตฺตา เวฬุริยนฺเตว ปญฺญายิตฺถ. ตํสทิสวณฺณนิภตาย เทวโลเกปิสฺส ตเถว นามํ ชาตํ ยถา ตํ มนุสฺสโลเก ลทฺธนามวเสเนว เทวโลเก เทวปุตฺตานํ. ตํ ปน มยูรคีววณฺณํ วา โหติ, วายสปตฺตวณฺณํ วา, สินิทฺธเวณุปตฺตวณฺณํ วา. อิธ ปน มยูรคีววณฺณํ เวทิตพฺพํ. เสสํ สพฺพํ ปฐมปีฐวิมาเน วุตฺตสทิสเมวาติ.
ทุติยปีฐวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตติยปีฐวิมานวณฺณนา
ปีฐํ เต โสวณฺณมยนฺติ ตติยปีฐวิมานํ. ตสฺส วตฺถุ ราชคเห สมุฏฺฐิตํ. อญฺญตโร กิร ขีณาสวตฺเถโร ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ภตฺตํ คเหตฺวา อุปกฏฺเฐ กาเล ภตฺตกิจฺจํ กาตุกาโม เอกํ วิวฏทฺวารเคหํ อุปสงฺกมิ. ตสฺมึ ปน เคเห เคหสามินี อิตฺถี สทฺธา ปสนฺนา เถรสฺส อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอถ, ภนฺเต, อิธ นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กโรถา’’ติ อตฺตโน ภทฺทปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา อุปริ ปีตวตฺถํ อตฺถริตฺวา นิรเปกฺขปริจฺจาควเสน อทาสิ, ‘‘อิทํ เม ปุญฺญํ อายตึ โสวณฺณปีฐปฏิลาภาย โหตู’’ติ ปตฺถนญฺจ ปฏฺฐเปสิ. อถ เถเร ตตฺถ นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปตฺตํ โธวิตฺวา อุฏฺฐาย คจฺฉนฺเต ‘‘ภนฺเต, อิทมาสนํ ตุมฺหากํเยว ปริจฺจตฺตํ, มยฺหํ อนุคฺคหตฺถํ ปริภุญฺชถา’’ติ อาห. เถโร ตสฺสา อนุกมฺปาย ตํ ปีฐํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สงฺฆสฺส ทาเปสิ. สา อปเรน สมเยน อญฺญตเรน โรเคน ผุฏฺฐา กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตีติอาทิ สพฺพํ ปฐมวิมานวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เตน วุตฺตํ –
๑๕. ‘‘ปีฐํ เต โสวณฺณมยํ อุฬารํ, มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ;
อลงฺกเต มลฺยธเร สุวตฺเถ,โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภกูฏํ.
๑๖. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๑๗. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๑๘. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.
๑๙. ‘‘อปฺปสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ, เยนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา;
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก.
๒๐. ‘‘อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ, วิปฺปสนฺนมนาวิลํ;
ตสฺส อทาสหํ ปีฐํ, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.
๒๑. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺตี จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๒๒. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ;
เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๑๙. ยญฺจ ปน ปญฺจมคาถายํ ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเกติอาทิ, เอตฺถ ชาติ-สทฺโท อตฺเถว สงฺขตลกฺขเณ ‘‘ชาติ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิตา’’ติอาทีสุ (ธาตุ. ๗๑). อตฺถิ นิกาเย ‘‘นิคณฺฐา นาม สมณชาตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๗๑). อตฺถิ ปฏิสนฺธิยํ ‘‘ยํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฐมํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, ปฐมํ วิญฺญาณํ ปาตุภูตํ, ตทุปาทาย สาวสฺส ชาตี’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๒๔). อตฺถิ กุเล ‘‘อกฺขิตฺโต อนุปกุฏฺโฐ ชาติวาเทนา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๐๓). อตฺถิ ปสุติยํ ‘‘สมฺปติชาโต, อานนฺท, โพธิสตฺโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๑; ม. นิ. ๓.๒๐๗). อตฺถิ ภเว ‘‘เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๔๔; ม. นิ. ๑.๕๓). อิธาปิ ภเว เอว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา ปุริมาย ชาติยา ปุริมสฺมึ ภเว อนนฺตราตีเต ปุริเม อตฺตภาเวติ อตฺโถ. ภุมฺมตฺเถ หิทํ กรณวจนํ. มนุสฺสโลเกติ มนุสฺสโลกภเว, ราชคหํ สนฺธาย วทติ. โอกาสโลโก หิ อิธ อธิปฺเปโต, สตฺตโลโก ปน ‘‘มนุสฺเสสู’’ติ อิมินา วุตฺโตเยว.
๒๐. อทฺทสนฺติ อทฺทกฺขึ. วิรชนฺติ วิคตราคาทิรชตฺตา วิรชํ. ภิกฺขุนฺติ ภินฺนกิเลสตฺตา ภิกฺขุํ, สพฺพโส กิเลสกาลุสฺสิยาภาเวน วิปฺปสนฺนจิตฺตตาย วิปฺปสนฺนํ, อนาวิลสงฺกปฺปตาย อนาวิลํ. ปุริมํ ปุริมญฺเจตฺถ ปทํ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส การณวจนํ, วิคตราคาทิรชตฺตา ภินฺนกิเลสตาย ภิกฺขุํ, ภินฺนกิเลสตฺตา กิเลสกาลุสฺสิยาภาเวน วิปฺปสนฺนํ, วิปฺปสนฺนมนตฺตา อนาวิลนฺติ. ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ วา ปทํ ปุริมสฺส ปุริมสฺส การณวจนํ, วิรชํ ภิกฺขุคุณโยคโต. ภินฺนกิเลโส หิ ภิกฺขุ. ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนภาวโต. กิเลสกาลุสฺสิยาภาเวน วิปฺปสนฺนมานโส หิ ภิกฺขุ. วิปฺปสนฺนํ อนาวิลสงฺกปฺปภาวโตติ. ราครชาภาเวน วา ‘‘วิรช’’นฺติ วุตฺตํ, โทสกาลุสฺสิยาภาเวน ‘‘วิปฺปสนฺน’’นฺติ, โมหพฺยากุลาภาเวน ‘‘อนาวิล’’นฺติ. เอวํภูโต ปรมตฺถโต ภิกฺขุ นาม โหตีติ ‘‘ภิกฺขุ’’นฺติ วุตฺตํ. อทาสหนฺติ อทาสึ อหํ. ปีฐนฺติ ตทา มม สนฺติเก วิชฺชมานํ ภทฺทปีฐํ. ปสนฺนาติ กมฺมผลสทฺธาย รตนตฺตยสทฺธาย จ ปสนฺนจิตฺตา. เสหิ ปาณิภีติ อญฺญํ อนาณาเปตฺวา อตฺตโน หตฺเถหิ อุปนีย ปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสินฺติ อตฺโถ.
เอตฺถ จ ‘‘วิรชํ ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนมนาวิล’’นฺติ อิมินา เขตฺตสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ, ‘‘ปสนฺนา’’ติ อิมินา จิตฺตสมฺปตฺตึ, ‘‘เสหิ ปาณิภี’’ติ อิมินา ปโยคสมฺปตฺตึ. ตถา ‘‘ปสนฺนา’’ติ อิมินา สกฺกจฺจทานํ อนุปหจฺจทานนฺติ จ อิเม เทฺว ทานคุณา ทสฺสิตา, ‘‘เสหิ ปาณิภี’’ติ อิมินา สหตฺเถน ทานํ อนุปวิทฺธทานนฺติ อิเม เทฺว ทานคุณา ทสฺสิตา, ปีตวตฺถสฺส อตฺถรเณน นิสีทนกาลญฺญุตาย จิตฺตึ กตฺวา ทานํ กาเลน ทานนฺติ อิเม เทฺว ทานคุณา ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
ตติยปีฐวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. จตุตฺถปีฐวิมานวณฺณนา
ปีฐํ เต เวฬุริยมยนฺติ จตุตฺถปีฐวิมานํ. อิมสฺสาปิ วตฺถุ ราชคเห สมุฏฺฐิตํ, ตํ ทุติยวิมาเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. นีลวตฺเถน หิ อตฺถริตฺวา ปีฐสฺส ทินฺนตฺตา อิมิสฺสาปิ วิมานํ เวฬุริยมยํ นิพฺพตฺตํ. เสสํ ปฐมวิมาเน วุตฺตสทิสํ. เตน วุตฺตํ –
๒๓. ‘‘ปีฐํ เต เวฬุริยมยํ อุฬารํ, มโนชวํ คจฺฉติ เยนกามํ;
อลงฺกเต มลฺยธเร สุวตฺเถ, โอภาสสิ วิชฺชุริวพฺภกูฏํ.
๒๔. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๒๕. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;