นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขุทฺทกนิกาเย
เปตวตฺถุ-อฏฺฐกถา
คนฺถารมฺภกถา
มหาการุณิกํ นาถํ, เญยฺยสาครปารคุํ;
วนฺเท นิปุณคมฺภีร-วิจิตฺรนยเทสนํ.
วิชฺชาจรณสมฺปนฺนา, เยน นิยฺยนฺติ โลกโต;
วนฺเท ตมุตฺตมํ ธมฺมํ, สมฺมาสมฺพุทฺธปูชิตํ.
สีลาทิคุณสมฺปนฺโน, ฐิโต มคฺคผเลสุ โย;
วนฺเท อริยสงฺฆํ ตํ, ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ.
วนฺทนาชนิตํ ปุญฺญํ, อิติ ยํ รตนตฺตเย;
หตนฺตราโย สพฺพตฺถ, หุตฺวาหํ ตสฺส เตชสา.
เปเตหิ จ กตํ กมฺมํ, ยํ ยํ ปุริมชาติสุ;
เปตภาวาวหํ ตํ ตํ, เตสญฺหิ ผลเภทโต.
ปกาสยนฺตี พุทฺธานํ, เทสนา ยา วิเสสโต;
สํเวคชนนี กมฺม-ผลปจฺจกฺขการินี.
เปตวตฺถูติ นาเมน, สุปริญฺญาตวตฺถุกา;
ยํ ขุทฺทกนิกายสฺมึ, สงฺคายึสุ มเหสโย.
ตสฺส สมฺมาวลมฺพิตฺวา, โปราณฏฺฐกถานยํ;
ตตฺถ ตตฺถ นิทานานิ, วิภาเวนฺโต วิเสสโต.
สุวิสุทฺธํ อสํกิณฺณํ, นิปุณตฺถวินิจฺฉยํ;
มหาวิหารวาสีนํ, สมยํ อวิโลมยํ.
ยถาพลํ กริสฺสามิ, อตฺถสํวณฺณนํ สุภํ;
สกฺกจฺจํ ภาสโต ตํ เม, นิสามยถ สาธโวติ.
ตตฺถ เปตวตฺถูติ เสฏฺฐิปุตฺตาทิกสฺส ตสฺส ตสฺส สตฺตสฺส เปตภาวเหตุภูตํ กมฺมํ, ตสฺส ปน ปกาสนวเสน ปวตฺโต ‘‘เขตฺตูปมา อรหนฺโต’’ติอาทิกา ปริยตฺติธมฺโม อิธ ‘‘เปตวตฺถู’’ติ อธิปฺเปโต.
ตยิทํ เปตวตฺถุ เกน ภาสิตํ, กตฺถ ภาสิตํ, กทา ภาสิตํ, กสฺมา จ ภาสิตนฺติ? วุจฺจเต – อิทญฺหิ เปตวตฺถุ ทุวิเธน ปวตฺตํ อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน, ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวเสน จ. ตตฺถ ยํ อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน ปวตฺตํ, ตํ ภควตา ภาสิตํ, อิตรํ นารทตฺเถราทีหิ ปุจฺฉิตํ เตหิ เตหิ เปเตหิ ภาสิตํ. สตฺถา ปน ยสฺมา นารทตฺเถราทีหิ ตสฺมึ ตสฺมึ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชเน อาโรจิเต ตํ ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ, ตสฺมา สพฺพมฺเปตํ เปตวตฺถุ สตฺถารา ภาสิตเมว นาม ชาตํ. ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก หิ สตฺถริ ตตฺถ ตตฺถ ราชคหาทีสุ วิหรนฺเต เยภุยฺเยน ตาย ตาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวเสน สตฺตานํ กมฺมผลปจฺจกฺขกรณาย ตํ ตํ เปตวตฺถุ เทสนารุฬฺหนฺติ อยํ ตาเวตฺถ ‘‘เกน ภาสิต’’นฺติอาทีนํ ปทานํ สาธารณโต วิสฺสชฺชนา. อสาธารณโต ปน ตสฺส ตสฺส วตฺถุสฺส อตฺถวณฺณนายเมว อาคมิสฺสติ.
ตํ ปเนตํ เปตวตฺถุ วินยปิฏกํ สุตฺตนฺตปิฏกํ อภิธมฺมปิฏกนฺติ ตีสุ ปิฏเกสุ สุตฺตนฺตปิฏกปริยาปนฺนํ, ทีฆนิกาโย มชฺฌิมนิกาโย สํยุตฺตนิกาโย องฺคุตฺตรนิกาโย ขุทฺทกนิกาโยติ ปญฺจสุ นิกาเยสุ ขุทฺทกนิกายปริยาปนฺนํ, สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลนฺติ นวสุ สาสนงฺเคสุ คาถาสงฺคหํ.
‘‘ทฺวาสีติ พุทฺธโต คณฺหึ, เทฺว สหสฺสานิ ภิกฺขุโต;
จตุราสีติ สหสฺสานิ, เย เม ธมฺมา ปวตฺติโน’’ติ. (เถรคา. ๑๐๒๗) –
เอวํ ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ปฏิญฺญาเตสุ จตุราสีติยา ธมฺมกฺขนฺธสหสฺเสสุ กติปยธมฺมกฺขนฺธสงฺคหํ, ภาณวารโต จตุภาณวารมตฺตํ, วคฺคโต – อุรควคฺโค อุพฺพริวคฺโค จูฬวคฺโค มหาวคฺโคติ จตุวคฺคสงฺคหํ. เตสุ ปฐมวคฺเค ทฺวาทส วตฺถูนิ, ทุติยวคฺเค เตรส วตฺถูนิ, ตติยวคฺเค ทส วตฺถูนิ, จตุตฺถวคฺเค โสฬส วตฺถูนีติ วตฺถุโต เอกปญฺญาสวตฺถุปฏิมณฺฑิตํ. ตสฺส วคฺเคสุ อุรควคฺโค อาทิ, วตฺถูสุ เขตฺตูปมเปตวตฺถุ อาทิ, ตสฺสาปิ ‘‘เขตฺตูปมา อรหนฺโต’’ติ อยํ คาถา อาทิ.
๑. อุรควคฺโค
๑. เขตฺตูปมเปตวตฺถุวณฺณนา
ตํ ปเนตํ วตฺถุํ ภควา ราชคเห วิหรนฺโต เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป อญฺญตรํ เสฏฺฐิปุตฺตเปตํ อารพฺภ กเถสิ. ราชคเห กิร อญฺญตโร อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค ปหูตวิตฺตูปกรโณ อเนกโกฏิธนสนฺนิจโย เสฏฺฐิ อโหสิ. ตสฺส มหาธนสมฺปนฺนตาย ‘‘มหาธนเสฏฺฐิ’’เตฺวว สมญฺญา อโหสิ. เอโกว ปุตฺโต อโหสิ, ปิโย มนาโป. ตสฺมึ วิญฺญุตํ ปตฺเต มาตาปิตโร เอวํ จินฺเตสุํ – ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตสฺส ทิวเส ทิวเส สหสฺสํ สหสฺสํ ปริพฺพยํ กโรนฺตสฺส วสฺสสเตนาปิ อยํ ธนสนฺนิจโย ปริกฺขยํ น คมิสฺสติ, กึ อิมสฺส สิปฺปุคฺคหณปริสฺสเมน, อกิลนฺตกายจิตฺโต ยถาสุขํ โภเค ปริภุญฺชตู’’ติ สิปฺปํ น สิกฺขาเปสุํ. วยปฺปตฺเต ปน กุลรูปโยพฺพนวิลาสสมฺปนฺนํ กามาภิมุขํ ธมฺมสญฺญาวิมุขํ กญฺญํ อาเนสุํ. โส ตาย สทฺธึ อภิรมนฺโต ธมฺเม จิตฺตมตฺตมฺปิ อนุปฺปาเทตฺวา, สมณพฺราหฺมณคุรุชเนสุ อนาทโร หุตฺวา, ธุตฺตชนปริวุโต รชฺชมาโน ปญฺจกามคุเณ รโต คิทฺโธ โมเหน อนฺโธ หุตฺวา กาลํ วีตินาเมตฺวา, มาตาปิตูสุ กาลกเตสุ นฏนาฏกคายกาทีนํ ยถิจฺฉิตํ เทนฺโต ธนํ วินาเสตฺวา นจิรสฺเสว ปาริชุญฺญปฺปตฺโต หุตฺวา, อิณํ คเหตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺโต ปุน อิณมฺปิ อลภิตฺวา อิณายิเกหิ โจทิยมาโน เตสํ อตฺตโน เขตฺตวตฺถุฆราทีนิ ทตฺวา, กปาลหตฺโถ ภิกฺขํ จริตฺวา ภุญฺชนฺโต ตสฺมึเยว นคเร อนาถสาลายํ วสติ.
อถ นํ เอกทิวสํ โจรา สมาคตา เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺโภ ปุริส, กึ ตุยฺหํ อิมินา ทุชฺชีวิเตน, ตรุโณ ตฺวมสิ ถามชวพลสมฺปนฺโน, กสฺมา หตฺถปาทวิกโล วิย อจฺฉสิ? เอหิ อเมฺหหิ สห โจริกาย ปเรสํ สนฺตกํ คเหตฺวา สุเขน ชีวิกํ กปฺเปหี’’ติ. โส ‘‘นาหํ โจริกํ กาตุํ ชานามี’’ติ อาห. โจรา ‘‘มยํ ตํ สิกฺขาเปม, เกวลํ ตฺวํ อมฺหากํ วจนํ กโรหี’’ติ อาหํสุ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เตหิ สทฺธึ อคมาสิ. อถ เต โจรา ตสฺส หตฺเถ มหนฺตํ มุคฺครํ ทตฺวา สนฺธึ ฉินฺทิตฺวา ฆรํ ปวิสนฺโต ตํ สนฺธิมุเข ฐเปตฺวา อาหํสุ – ‘‘สเจ อิธ อญฺโญ โกจิ อาคจฺฉติ, ตํ อิมินา มุคฺคเรน ปหริตฺวา เอกปฺปหาเรเนว มาเรหี’’ติ. โส อนฺธพาโล หิตาหิตํ อชานนฺโต ปเรสํ อาคมนเมว โอโลเกนฺโต ตตฺถ อฏฺฐาสิ. โจรา ปน ฆรํ ปวิสิตฺวา คยฺหูปคํ ภณฺฑํ คเหตฺวา ฆรมนุสฺเสหิ ญาตมตฺตาว อิโต จิโต จ ปลายึสุ. ฆรมนุสฺสา อุฏฺฐหิตฺวา สีฆํ สีฆํ ธาวนฺตา อิโต จิโต จ โอโลเกนฺตา ตํ ปุริสํ สนฺธิทฺวาเร ฐิตํ ทิสฺวา ‘‘หเร ทุฏฺฐโจรา’’ติ คเหตฺวา หตฺถปาเท มุคฺคราทีหิ โปเถตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ – ‘‘อยํ, เทว, โจโร สนฺธิสุเข คหิโต’’ติ. ราชา ‘‘อิมสฺส สีสํ ฉินฺทาเปหี’’ติ นครคุตฺติกํ อาณาเปสิ. ‘‘สาธุ, เทวา’’ติ นครคุตฺติโก ตํ คาหาเปตฺวา ปจฺฉาพาหํ คาฬฺหพนฺธนํ พนฺธาเปตฺวา รตฺตวณฺณวิรฬมาลาพนฺธกณฺฐํ อิฏฺฐกจุณฺณมกฺขิตสีสํ วชฺฌปหฏเภริเทสิตมคฺคํ รถิกาย รถิกํ สิงฺฆาฏเกน สิงฺฆาฏกํ วิจราเปตฺวา กสาหิ ตาเฬนฺโต อาฆาตนาภิมุขํ เนติ. ‘‘อยํ อิมสฺมึ นคเร วิลุมฺปมานกโจโร คหิโต’’ติ โกลาหลํ อโหสิ.
เตน จ สมเยน ตสฺมึ นคเร สุลสา นาม นครโสภินี ปาสาเท ฐิตา วาตปานนฺตเรน โอโลเกนฺตี ตํ ตถา นียมานํ ทิสฺวา ปุพฺเพ เตน กตปริจยา ‘‘อยํ ปุริโส อิมสฺมึเยว นคเร มหตึ สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อิทานิ เอวรูปํ อนตฺถํ อนยพฺยสนํ ปตฺโต’’ติ ตสฺส การุญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา จตฺตาโร โมทเก ปานียญฺจ เปเสสิ. นครคุตฺติกสฺส จ อาโรจาเปสิ – ‘‘ตาว อยฺโย อาคเมตุ, ยาวายํ ปุริโส อิเม โมทเก ขาทิตฺวา ปานียํ ปิวิสฺสตี’’ติ.
อเถตสฺมึ อนฺตเร อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ทิพฺเพน จกฺขุนา โอโลเกนฺโต ตสฺส พฺยสนปฺปตฺตึ ทิสฺวา กรุณาย สญฺโจทิตมานโส – ‘‘อยํ ปุริโส อกตปุญฺโญ กตปาโป, เตนายํ นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, มยิ ปน คเต โมทเก จ ปานียญฺจ ทตฺวา ภุมฺมเทเวสุ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ยํนูนาหํ อิมสฺส อวสฺสโย ภเวยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปานียโมทเกสุ อุปนียมาเนสุ ตสฺส ปุริสสฺส ปุรโต ปาตุรโหสิ. โส เถรํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ‘‘กึ เม อิทาเนว อิเมหิ มาริยมานสฺส โมทเกหิ ขาทิเตหิ, อิทํ ปน ปรโลกํ คจฺฉนฺตสฺส ปาเถยฺยํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา โมทเก จ ปานียญฺจ เถรสฺส ทาเปสิ. เถโร ตสฺส ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว ตถารูเป ฐาเน นิสีทิตฺวา โมทเก ปริภุญฺชิตฺวา ปานียญฺจ ปิวิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. โส ปน ปุริโส โจรฆาตเกหิ อาฆาตนํ เนตฺวา สีสจฺเฉทํ ปาปิโต อนุตฺตเร ปุญฺญกฺเขตฺเต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถเร กเตน ปุญฺเญน อุฬาเร เทวโลเก นิพฺพตฺตนารโหปิ ยสฺมา ‘‘สุลสํ อาคมฺม มยา อยํ เทยฺยธมฺโม ลทฺโธ’’ติ สุลสาย คเตน สิเนเหน มรณกาเล จิตฺตํ อุปกฺกิลิฏฺฐํ อโหสิ. ตสฺมา หีนกายํ อุปปชฺชนฺโต ปพฺพตคหนสมฺภูเต สนฺทจฺฉาเย มหานิโคฺรธรุกฺเข รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ.
โส กิร สเจ ปฐมวเย กุลวํสฏฺฐปเน อุสฺสุกฺกํ อกริสฺส, ตสฺมึเยว นคเร เสฏฺฐีนํ อคฺโค อภวิสฺส, มชฺฌิมวเย มชฺฌิโม, ปจฺฉิมวเย ปจฺฉิโม. สเจ ปน ปฐมวเย ปพฺพชิโต อภวิสฺส, อรหา อภวิสฺส, มชฺฌิมวเย สกทาคามี อนาคามี วา อภวิสฺส, ปจฺฉิมวเย โสตาปนฺโน อภวิสฺส. ปาปมิตฺตสํสคฺเคน ปน อิตฺถิธุตฺโต สุราธุตฺโต ทุจฺจริตนิรโต อนาทริโก หุตฺวา อนุกฺกเมน สพฺพสมฺปตฺติโต ปริหายิตฺวา มหาพฺยสนํ ปตฺโตติ วทนฺติ.
อถ โส อปเรน สมเยน สุลสํ อุยฺยานคตํ ทิสฺวา สญฺชาตกามราโค อนฺธการํ มาเปตฺวา ตํ อตฺตโน ภวนํ เนตฺวา สตฺตาหํ ตาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสิ, อตฺตานญฺจสฺสา อาโรเจสิ. ตสฺสา มาตา ตํ อปสฺสนฺตี โรทมานา อิโต จิโต จ ปริพฺภมติ. ตํ ทิสฺวา มหาชโน ‘‘อยฺโย มหาโมคฺคลฺลาโน มหิทฺธิโก มหานุภาโว ตสฺสา คตึ ชาเนยฺย, ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺเฉยฺยาสี’’ติ อาห. สา ‘‘สาธุ อยฺโย’’ติ เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. เถโร ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส เวฬุวนมหาวิหาเร ภควติ ธมฺมํ เทเสนฺเต ปริสปริยนฺเต ปสฺสิสฺสสี’’ติ อาห. อถ สุลสา ตํ เทวปุตฺตํ อโวจ – ‘‘อยุตฺตํ มยฺหํ ตว ภวเน วสนฺติยา, อชฺช สตฺตโม ทิวโส, มม มาตา มํ อปสฺสนฺตี ปริเทวโสกสมาปนฺนา ภวิสฺสติ, สาธุ มํ, เทว, ตตฺเถว เนหี’’ติ. โส ตํ เนตฺวา เวฬุวเน ภควติ ธมฺมํ เทเสนฺเต ปริสปริยนฺเต ฐเปนฺตฺวา อทิสฺสมานรูโป อฏฺฐาสิ.
ตโต มหาชโน สุลสํ ทิสฺวา เอวมาห – ‘‘อมฺม สุลเส, ตฺวํ เอตฺตกํ ทิวสํ กุหึ คตา? ตว มาตา ตฺวํ อปสฺสนฺตี ปริเทวโสกสมาปนฺนา อุมฺมาทปฺปตฺตา วิย ชาตา’’ติ. สา ตํ ปวตฺตึ มหาชนสฺส อาจิกฺขิ. มหาชเนน จ ‘‘กถํ โส ปุริโส ตถาปาปปสุโต อกตกุสโล เทวูปปตฺตึ ปฏิลภตี’’ติ วุตฺเต สุลสา ‘‘มยา ทาปิเต โมทเก ปานียญฺจ อยฺยสฺส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส ทตฺวา เตน ปุญฺเญน เทวูปปตฺตึ ปฏิลภตี’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา มหาชโน อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต อโหสิ – ‘‘อรหนฺโต นาม อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส, เยสุ อปฺปโกปิ กโต กาโร สตฺตานํ เทวูปปตฺตึ อาวหตี’’ติ อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ. ภิกฺขู ตมตฺถํ ภควโต อาโรเจสุํ. ตโต ภควา อิมิสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา –
๑. ‘‘เขตฺตูปมา อรหนฺโต, ทายกา กสฺสกูปมา;
พีชูปมํ เทยฺยธมฺมํ, เอตฺโต นิพฺพตฺตเต ผลํ.
๒. ‘‘เอตํ พีชํ กสี เขตฺตํ, เปตานํ ทายกสฺส จ;
ตํ เปตา ปริภุญฺชนฺติ, ทาตา ปุญฺเญน วฑฺฒติ.
๓. ‘‘อิเธว กุสลํ กตฺวา, เปเต จ ปฏิปูชิย;
สคฺคญฺจ กมติฏฺฐานํ, กมฺมํ กตฺวาน ภทฺทก’’นฺติ. – อิมา คาถา อภาสิ;
๑. ตตฺถ เขตฺตูปมาติ ขิตฺตํ วุตฺตํ พีชํ ตายติ มหปฺผลภาวกรเณน รกฺขตีติ เขตฺตํ, สาลิพีชาทีนํ วิรุหนฏฺฐานํ. ตํ อุปมา เอเตสนฺติ เขตฺตูปมา, เกทารสทิสาติ อตฺโถ. อรหนฺโตติ ขีณาสวา. เต หิ กิเลสารีนํ สํสารจกฺกสฺส อรานญฺจ หตตฺตา, ตโต เอว อารกตฺตา, ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวา จ ‘‘อรหนฺโต’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ ยถา เขตญฺหิ ติณาทิโทสรหิตํ สฺวาภิสงฺขตพีชมฺหิ วุตฺเต อุตุสลิลาทิปจฺจยนฺตรูเปตํ กสฺสกสฺส มหปฺผลํ โหติ, เอวํ ขีณาสวสนฺตาโน โลภาทิโทสรหิโต สฺวาภิสงฺขเต เทยฺยธมฺมพีเช วุตฺเต กาลาทิปจฺจยนฺตรสหิโต ทายกสฺส มหปฺผโล โหติ. เตนาห ภควา ‘‘เขตฺตูปมา อรหนฺโต’’ติ. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส อยํ ตสฺส เสขาทีนมฺปิ เขตฺตภาวาปฏิกฺเขปโต.
ทายกาติ จีวราทีนํ ปจฺจยานํ ทาตาโร ปริจฺจชนกา, เตสํ ปริจฺจาเคน อตฺตโน สนฺตาเน โลภาทีนํ ปริจฺจชนกา เฉทนกา, ตโต วา อตฺตโน สนฺตานสฺส โสธกา, รกฺขกา จาติ อตฺโถ. กสฺสกูปมาติ กสฺสกสทิสา. ยถา กสฺสโก สาลิเขตฺตาทีนิ กสิตฺวา ยถากาลญฺจ วุตฺตุทกทานนีหรณนิธานรกฺขณาทีหิ อปฺปมชฺชนฺโต อุฬารํ วิปุลญฺจ สสฺสผลํ ปฏิลภติ, เอวํ ทายโกปิ อรหนฺเตสุ เทยฺยธมฺมปริจฺจาเคน ปาริจริยาย จ อปฺปมชฺชนฺโต อุฬารํ วิปุลญฺจ ทานผลํ ปฏิลภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทายกา กสฺสกูปมา’’ติ.
พีชูปมํ เทยฺยธมฺมนฺติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, พีชสทิโส เทยฺยธมฺโมติ อตฺโถ. อนฺนปานาทิกสฺส หิ ทสวิธสฺส ทาตพฺพวตฺถุโน เอตํ นามํ. เอตฺโต นิพฺพตฺตเต ผลนฺติ เอตสฺมา ทายกปฏิคฺคาหกเทยฺยธมฺมปริจฺจาคโต ทานผลํ นิพฺพตฺตติ เจว อุปฺปชฺชติ จ, จิรตรปพนฺธวเสน ปวตฺตติ จาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ยสฺมา ปริจฺจาคเจตนาภิสงฺขตสฺส อนฺนปานาทิวตฺถุโน ภาโว, น อิตรสฺส, ตสฺมา ‘‘พีชูปมํ เทยฺยธมฺม’’นฺติ เทยฺยธมฺมคฺคหณํ กตํ. เตน เทยฺยธมฺมาปเทเสน เทยฺยธมฺมวตฺถุวิสยาย ปริจฺจาคเจตนายเยว พีชภาโว ทฏฺฐพฺโพ. สา หิ ปฏิสนฺธิอาทิปฺปเภทสฺส ตสฺส นิสฺสยารมฺมณปฺปเภทสฺส จ ผลสฺส นิปฺผาทิกา, น เทยฺยธมฺโมติ.
๒. เอตํ พีชํ กสี เขตฺตนฺติ ยถาวุตฺตํ พีชํ, ยถาวุตฺตญฺจ เขตฺตํ, ตสฺส พีชสฺส ตสฺมึ เขตฺเต วปนปโยคสงฺขาตา กสิ จาติ อตฺโถ. เอตํ ตยํ เกสํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ อาห ‘‘เปตานํ ทายกสฺส จา’’ติ. ยทิ ทายโก เปเต อุทฺทิสฺส ทานํ เทติ, เปตานญฺจ ทายกสฺส จ, ยทิ น เปเต อุทฺทิสฺส ทานํ เทติ, ทายกสฺเสว เอตํ พีชํ เอสา กสิ เอตํ เขตฺตํ อุปการาย โหตีติ อธิปฺปาโย. อิทานิ ตํ อุปการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ เปตา ปริภุญฺชนฺติ, ทาตา ปุญฺเญน วฑฺฒตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ตํ เปตา ปริภุญฺชนฺตีติ ทายเกน เปเต อุทฺทิสฺส ทาเน ทินฺเน ยถาวุตฺตเขตฺตกสิพีชสมฺปตฺติยา อนุโมทนาย จ ยํ เปตานํ อุปกปฺปติ, ตํ ทานผลํ เปตา ปริภุญฺชนฺติ. ทาตา ปุญฺเญน วฑฺฒตีติ ทาตา ปน อตฺตโน ทานมยปุญฺญนิมิตฺตํ เทวมนุสฺเสสุ โภคสมฺปตฺติอาทินา ปุญฺญผเลน อภิวฑฺฒติ. ปุญฺญผลมฺปิ หิ ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐) ปุญฺญนฺติ วุจฺจติ.
๓. อิเธว กุสลํ กตฺวาติ อนวชฺชสุขวิปากฏฺเฐน กุสลํ เปตานํ อุทฺทิสนวเสน ทานมยํ ปุญฺญํ อุปจินิตฺวา อิเธว อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. เปเต จ ปฏิปูชิยาติ เปเต อุทฺทิสฺส ทาเนน สมฺมาเนตฺวา อนุภุยฺยมานทุกฺขโต เต โมเจตฺวา. เปเต หิ อุทฺทิสฺส ทิยฺยมานํ ทานํ เตสํ ปูชา นาม โหติ. เตนาห – ‘‘อมฺหากญฺจ กตา ปูชา’’ติ (เป. ว. ๑๘), ‘‘เปตานํ ปูชา จ กตา อุฬารา’’ติ (เป. ว. ๒๕) จ. ‘‘เปเต จา’’ติ จ-สทฺเทน ‘‘ปิโย จ โหติ มนาโป, อภิคมนีโย จ โหติ วิสฺสาสนีโย, ภาวนีโย จ โหติ ครุกาตพฺโพ, ปาสํโส จ โหติ กิตฺตนีโย วิญฺญูน’’นฺติ เอวมาทิเก ทิฏฺฐธมฺมิเก ทานานิสํเส สงฺคณฺหาติ. สคฺคญฺจ กมติ ฐานํ, กมฺมํ กตฺวาน ภทฺทกนฺติ กลฺยาณํ กุสลกมฺมํ กตฺวา ทิพฺเพหิ อายุอาทีหิ ทสหิ ฐาเนหิ สุฏฺฐุ อคฺคตฺตา ‘‘สคฺค’’นฺติ ลทฺธนามํ กตปุญฺญานํ นิพฺพตฺตนฏฺฐานํ เทวโลกํ กมติ อุปปชฺชนวเสน อุปคจฺฉติ.
เอตฺถ จ ‘‘กุสลํ กตฺวา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘กมฺมํ กตฺวาน ภทฺทก’’นฺติ วจนํ ‘‘เทยฺยธมฺมปริจฺจาโค วิย ปตฺติทานวเสน ทานธมฺมปริจฺจาโคปิ ทานมยกุสลกมฺมเมวา’’ติ ทสฺสนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘เปตาติ อรหนฺโต อธิปฺเปตา’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ ‘‘เปตา’’ติ ขีณาสวานํ อาคตฏฺฐานสฺเสว อภาวโต, พีชาทิภาวสฺส จ ทายกสฺส วิย เตสํ อยุชฺชมานตฺตา, เปตโยนิกานํ ยุชฺชมานตฺตา จ. เทสนาปริโยสาเน เทวปุตฺตํ สุลสญฺจ อาทึ กตฺวา จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.
เขตฺตูปมเปตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สูกรมุขเปตวตฺถุวณฺณนา
กาโย เต สพฺพโสวณฺโณติ อิทํ สตฺถริ ราชคหํ อุปนิสฺสาย เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป วิหรนฺเต อญฺญตรํ สูกรมุขเปตํ อารพฺภ วุตฺตํ. อตีเต กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน เอโก ภิกฺขุ กาเยน สญฺญโต อโหสิ, วาจาย อสญฺญโต, ภิกฺขู อกฺโกสติ ปริภาสติ. โส กาลํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺโต, เอกํ พุทฺธนฺตรํ ตตฺถ ปจฺจิตฺวา ตโต จวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหสมีเป คิชฺฌกูฏปพฺพตปาเท ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน ขุปฺปิปาสาภิภูโต เปโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส กาโย สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ, มุขํ สูกรมุขสทิสํ. อถายสฺมา นารโท คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต วสนฺโต ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค ตํ เปตํ ทิสฺวา เตน กตกมฺมํ ปุจฺฉนฺโต –
๔. ‘‘กาโย เต สพฺพโสวณฺโณ, สพฺพา โอภาสเต ทิสา;
มุขํ เต สูกรสฺเสว, กึ กมฺมมกรี ปุเร’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ กาโย เต สพฺพโสวณฺโณติ ตว กาโย เทโห สพฺโพ สุวณฺณวณฺโณ อุตฺตตฺตกนกสนฺนิโภ. สพฺพา โอภาสเต ทิสาติ ตสฺส ปภาย สพฺพาปิ ทิสา สมนฺตนฺโต โอภาสติ วิชฺโชตติ. โอภาสเตติ วา อนฺโตคธโหตุอตฺถมิทํ ปทนฺติ ‘‘เต กาโย สพฺพโสวณฺโณ สพฺพา ทิสา โอภาเสติ วิชฺโชเตตี’’ติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มุขํ เต สูกรสฺเสวาติ มุขํ ปน เต สูกรสฺส วิย, สูกรมุขสทิสํ ตว มุขนฺติ อตฺโถ. กึ กมฺมมกรี ปุเรติ ‘‘ตฺวํ ปุพฺเพ อตีตชาติยํ กีทิสํ กมฺมํ อกาสี’’ติ ปุจฺฉติ.
เอวํ เถเรน โส เปโต กตกมฺมํ ปุฏฺโฐ คาถาย วิสฺสชฺเชนฺโต –
๕. ‘‘กาเยน สญฺญโต อาสึ, วาจายาสิมสญฺญโต;
เตน เมตาทิโส วณฺโณ, ยถา ปสฺสสิ นารทา’’ติ. –
อาห. ตตฺถ กาเยน สญฺญโต อาสินฺติ กายิเกน สํยเมน สํยโต กายทฺวาริเกน สํวเรน สํวุโต อโหสึ. วาจายาสิมสญฺญโตติ วาจาย อสญฺญโต วาจสิเกน อสํวเรน สมนฺนาคโต อโหสึ. เตนาติ เตน อุภเยน สํยเมน อสํยเมน จ. เมติ มยฺหํ. เอตาทิโส วณฺโณติ เอทิโส. ยถา ตฺวํ, นารท, ปจฺจกฺขโต ปสฺสสิ, เอวรูโป, กาเยน มนุสฺสสณฺฐาโน สุวณฺณวณฺโณ, มุเขน สูกรสทิโส อาสินฺติ โยชนา. วณฺณสทฺโท หิ อิธ ฉวิยํ สณฺฐาเน จ ทฏฺฐพฺโพ.
เอวํ เปโต เถเรน ปุจฺฉิโต ตมตฺถํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตเมว การณํ กตฺวา เถรสฺส โอวาทํ เทนฺโต –
๖. ‘‘ตํ ตฺยาหํ นารท พฺรูมิ, สามํ ทิฏฺฐมิทํ ตยา;
มากาสิ มุขสา ปาปํ, มา โข สูกรมุโข อหู’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ ตนฺติ ตสฺมา. ตฺยาหนฺติ เต อหํ. นารทาติ เถรํ อาลปติ. พฺรูมีติ กเถมิ. สามนฺติ สยเมว. อิทนฺติ อตฺตโน สรีรํ สนฺธาย วทติ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยสฺมา, ภนฺเต นารท, อิทํ มม สรีรํ คลโต ปฏฺฐาย เหฏฺฐา มนุสฺสสณฺฐานํ, อุปริ สูกรสณฺฐานํ, ตยา ปจฺจกฺขโตว ทิฏฺฐํ, ตสฺมา เต อหํ โอวาทวเสน วทามีติ. กินฺติ เจติ อาห ‘‘มากาสิ มุขสา ปาปํ, มา โข สูกรมุโข อหู’’ติ. ตตฺถ มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. มุขสาติ มุเขน. โขติ อวธารเณ, วาจาย ปาปกมฺมํ มากาสิ มา กโรหิ. มา โข สูกรมุโข อหูติ อหํ วิย สูกรมุโข มา อโหสิเยว. สเจ ปน ตฺวํ มุขโร หุตฺวา วาจาย ปาปํ กเรยฺยาสิ, เอกํเสน สูกรมุโข ภเวยฺยาสิ, ตสฺมา มากาสิ มุขสา ปาปนฺติ ผลปฏิเสธนมุเขนปิ เหตุเมว ปฏิเสเธติ.
อถายสฺมา นารโท ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต จตุปริสมชฺเฌ นิสินฺนสฺส สตฺถุโน ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา, ‘‘นารท, ปุพฺเพว มยา โส สตฺโถ ทิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา อเนกาการโวการํ วจีทุจฺจริตสนฺนิสฺสิตํ อาทีนวํ, วจีสุจริตปฏิสํยุตฺตญฺจ อานิสํสํ ปกาเสนฺโต ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา สมฺปตฺตปริสาย สาตฺถิกา อโหสีติ.
สูกรมุขเปตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ปูติมุขเปตวตฺถุวณฺณนา
ทิพฺพํ สุภํ ธาเรสิ วณฺณธาตุนฺติ อิทํ สตฺถริ เวฬุวเน วิหรนฺเต กลนฺทกนิวาเป อญฺญตรํ ปูติมุขเปตํ อารพฺภ วุตฺตํ. อตีเต กิร กสฺสปสฺส ภควโต กาเล เทฺว กุลปุตฺตา ตสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา สีลาจารสมฺปนฺนา สลฺเลขวุตฺติโน อญฺญตรสฺมึ คามกาวาเส สมคฺควาสํ วสึสุ. อถ อญฺญตโร ปาปชฺฌาสโย เปสุญฺญาภิรโต ภิกฺขุ เตสํ วสนฏฺฐานํ อุปคญฺฉิ. เถรา เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา วสนฏฺฐานํ ทตฺวา ทุติยทิวเส ตํ คเหตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. มนุสฺสา เต ทิสฺวา เตสุ เถเรสุ อติวิย ปรมนิปจฺจการํ กตฺวา ยาคุภตฺตาทีหิ ปฏิมาเนสุํ. โส วิหารํ ปวิสิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สุนฺทโร วตายํ โคจรคาโม, มนุสฺสา จ สทฺธา ปสนฺนา, ปณีตปณีตํ ปิณฺฑปาตํ เทนฺติ, อยญฺจ วิหาโร ฉายูทกสมฺปนฺโน, สกฺกา เม อิธ สุเขน วสิตุํ. อิเมสุ ปน ภิกฺขูสุ อิธ วสนฺเตสุ มยฺหํ ผาสุวิหาโร น ภวิสฺสติ, อนฺเตวาสิกวาโส วิย ภวิสฺสติ. หนฺทาหํ อิเม อญฺญมญฺญํ ภินฺทิตฺวา ยถา น ปุน อิธ วสิสฺสนฺติ, ตถา กริสฺสามี’’ติ.
อเถกทิวสํ มหาเถเร ทฺวินฺนมฺปิ โอวาทํ ทตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิฏฺเฐ เปสุณิโก ภิกฺขุ โถกํ กาลํ วีตินาเมตฺวา มหาเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เถเรน ‘‘กึ, อาวุโส, วิกาเล อาคโตสี’’ติ จ วุตฺเต, ‘‘อาม, ภนฺเต กิญฺจิ วตฺตพฺพํ อตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘กเถหิ, อาวุโส’’ติ เถเรน อนุญฺญาโต อาห – ‘‘เอโส, ภนฺเต, ตุมฺหากํ สหายกตฺเถโร สมฺมุขา มิตฺโต วิย อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ปรมฺมุขา สปตฺโต วิย อุปวทตี’’ติ. ‘‘กึ กเถตี’’ติ ปุจฺฉิโต ‘‘สุณาถ, ภนฺเต, ‘เอโส มหาเถโร สโฐ มายาวี กุหโก มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปตี’ติ ตุมฺหากํ อคุณํ กเถตี’’ติ อาห. ‘‘มา, อาวุโส, เอวํ ภณิ, น โส ภิกฺขุ เอวํ มํ อุปวทิสฺสติ, คิหิกาลโต ปฏฺฐาย มม สภาวํ ชานาติ ‘เปสโล กลฺยาณสีโล’’’ติ. ‘‘สเจ, ภนฺเต, ตุเมฺห อตฺตโน วิสุทฺธจิตฺตตาย เอวํ จินฺเตถ, ตํ ตุมฺหากํเยว อนุจฺฉวิกํ, มยฺหํ ปน เตน สทฺธึ เวรํ นตฺถิ, กสฺมา อหํ เตน อวุตฺตํ ‘วุตฺต’นฺติ วทามิ. โหตุ, กาลนฺตเรน สยเมว ชานิสฺสถา’’ติ อาห. เถโรปิ ปุถุชฺชนภาวโทเสน เทฺวฬฺหกจิตฺโต ‘‘เอวมฺปิ สิยา’’ติ สาสงฺกหทโย หุตฺวา โถกํ สิถิลวิสฺสาโส อโหสิ. โส พาโล ปฐมํ มหาเถรํ ปริภินฺทิตฺวา อิตรมฺปิ เถนํ วุตฺตนเยเนว ปริภินฺทิ. อถ เต อุโภปิ เถรา ทุติยทิวเส อญฺญมญฺญํ อนาลปิตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตมาทาย อตฺตโน วสนฏฺฐาเนเยว ปริภุญฺชิตฺวา สามีจิมตฺตมฺปิ อกตฺวา ตํ ทิวสํ ตตฺเถว วสิตฺวา วิภาตาย จ รตฺติยา อญฺญมญฺญํ อนาโรเจตฺวาว ยถาผาสุกฏฺฐานํ อคมํสุ.
เปสุณิกํ ปน ภิกฺขุํ ปริปุณฺณมโนรถํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ มนุสฺสา ทิสฺวา อาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, เถรา กุหึ คตา’’ติ? โส อาห – ‘‘สพฺพรตฺตึ อญฺญมญฺญํ กลหํ กตฺวา มยา ‘มา กลหํ กโรถ, สมคฺคา โหถ, กลโห นาม อนตฺถาวโห อายติทุกฺขุปฺปาทโก อกุสลสํวตฺตนิโก, ปุริมกาปิ กลเหน มหตา หิตา ปริภฏฺฐา’ติอาทีนิ วุจฺจมานาปิ มม วจนํ อนาทิยิตฺวา ปกฺกนฺตา’’ติ. ตโต มนุสฺสา ‘‘เถรา ตาว คจฺฉนฺตุ, ตุเมฺห ปน อมฺหากํ อนุกมฺปาย อิเธว อนุกฺกณฺฐิตฺวา วสถา’’ติ ยาจึสุ. โส ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ตตฺเถว วสนฺโต กติปาเหน จินฺเตสิ – ‘‘มยา สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา ภิกฺขู อาวาสโลเภน ปริภินฺนา, พหุํ วต มยา ปาปกมฺมํ ปสุต’’นฺติ พลววิปฺปฏิสาราภิภูโต โสกเวเคน คิลาโน หุตฺวา นจิเรเนว กาลํ กตฺวา อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺติ.
อิตเร เทฺว สหายกตฺเถรา ชนปทจาริกํ จรนฺตา อญฺญตรสฺมึ อาวาเส สมาคนฺตฺวา อญฺญมญฺญํ สมฺโมทิตฺวา เตน ภิกฺขุนา วุตฺตํ เภทวจนํ อญฺญมญฺญสฺส อาโรเจตฺวา ตสฺส อภูตภาวํ ญตฺวา สมคฺคา หุตฺวา อนุกฺกเมน ตเมว อาวาสํ ปจฺจาคมึสุ. มนุสฺสา เทฺว เถเร ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา สญฺชาตโสมนสฺสา หุตฺวา จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหึสุ. เถรา จ ตตฺเถว วสนฺตา สปฺปายอาหารลาเภน สมาหิตจิตฺตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา นจิเรเนว อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.
เปสุณิโก ภิกฺขุ เอกํ พุทฺธนฺตรํ นิรเย ปจฺจิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหสฺส อวิทูเร ปูติมุขเปโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส กาโย สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ, มุขโต ปน ปุฬวกา นิกฺขมิตฺวา อิโต จิโต จ มุขํ ขาทนฺติ, ตสฺส ทูรมฺปิ โอกาสํ ผริตฺวา ทุคฺคนฺธํ วายติ. อถายสฺมา นารโท คิชฺฌกูฏปพฺพตา โอโรหนฺโต ตํ ทิสฺวา –
๗. ‘‘ทิพฺพํ สุภํ ธาเรสิ วณฺณธาตุํ, เวหายสํ ติฏฺฐสิ อนฺตลิกฺเข;
มุขญฺจ เต กิมโย ปูติคนฺธํ, ขาทนฺติ กึ กมฺมมกาสิ ปุพฺเพ’’ติ. –
อิมาย คาถาย กตกมฺมํ ปุจฺฉิ. ตตฺถ ทิพฺพนฺติ ทิวิ ภวํ เทวตฺตภาวปริยาปนฺนํ. อิธ ปน ทิพฺพํ วิยาติ ทิพฺพํ. สุภนฺติ โสภนํ, สุนฺทรภาวํ วา. วณฺณธาตุนฺติ ฉวิวณฺณํ. ธาเรสีติ วหสิ. เวหายสํ ติฏฺฐสิ อนฺตลิกฺเขติ เวหายสสญฺญิเต อนฺตลิกฺเข ติฏฺฐสิ. เกจิ ปน ‘‘วิหายสํ ติฏฺฐสิ อนฺตลิกฺเข’’ติ ปาฐํ วตฺวา วิหายสํ โอภาเสนฺโต อนฺตลิกฺเข ติฏฺฐสีติ วจนเสเสน อตฺถํ วทนฺติ. ปูติคนฺธนฺติ กุณปคนฺธํ, ทุคฺคนฺธนฺติ อตฺโถ. กึ กมฺมมกาสิ ปุพฺเพติ ปรมทุคฺคนฺธํ เต มุขํ กิมโย ขาทนฺติ, กาโย จ สุวณฺณวณฺโณ, กีทิสํ นาม กมฺมํ เอวรูปสฺส อตฺตภาวสฺส การณภูตํ ปุพฺเพ ตฺวํ อกาสีติ ปุจฺฉิ.
เอวํ เถเรน โส เปโต อตฺตนา กตกมฺมํ ปุฏฺโฐ ตมตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต –
๘. ‘‘สมโณ อหํ ปาโปติทุฏฺฐวาโจ, ตปสฺสิรูโป มุขสา อสญฺญโต;
ลทฺธา จ เม ตมสา วณฺณธาตุ, มุขญฺจ เม เปสุณิเยน ปูตี’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ สมโณ อหํ ปาโปติ อหํ ลามโก สมโณ ปาปภิกฺขุ อโหสึ. อติทุฏฺฐวาโจติ อติทุฏฺฐวจโน, ปเร อติกฺกมิตฺวา ลงฺฆิตฺวา วตฺตา, ปเรสํ คุณปริธํสกวจโนติ อตฺโถ. ‘‘อติทุกฺขวาโจ’’ติ วา ปาโฐ, อติวิย ผรุสวจโน มุสาวาทเปสุญฺญาทิวจีทุจฺจริตนิรโต. ตปสฺสิรูโปติ สมณปติรูปโก. มุขสาติ มุเขน. ลทฺธาติ ปฏิลทฺธา. จ-กาโร สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เมติ มยา. ตปสาติ พฺรหฺมจริเยน. เปสุณิเยนาติ ปิสุณวาจาย. ปุตีติ ปูติคนฺธํ.
เอวํ โส เปโต อตฺตนา กตกมฺมํ อาจิกฺขิตฺวา อิทานิ เถรสฺส โอวาทํ เทนฺโต –
๙. ‘‘ตยิทํ ตยา นารท สามํ ทิฏฺฐํ,
อนุกมฺปกา เย กุสลา วเทยฺยุํ;
มา เปสุณํ มา จ มุสา อภาณิ,
ยกฺโข ตุวํ โหหิสิ กามกามี’’ติ. –
โอสานคาถมาห. ตตฺถ ตยิทนฺติ ตํ อิทํ มม รูปํ. อนุกมฺปกา เย กุสลา วเทยฺยุนฺติ เย อนุกมฺปนสีลา การุณิกา ปรหิตปฏิปตฺติยํ กุสลา นิปุณา พุทฺธาทโย ยํ วเทยฺยุํ, ตเทว วทามีติ อธิปฺปาโย. อิทานิ ตํ โอวาทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มา เปสุณํ มา จ มุสา อภาณิ, ยกฺโข ตุวํ โหหิสิ กามกามี’’ติ อาห. ตสฺสตฺโถ – เปสุณํ ปิสุณวจนํ มุสา จ มา อภาณิ มา กเถหิ. ยทิ หิ ตฺวํ มุสาวาทํ ปิสุณวาจญฺจ ปหาย วาจาย สญฺญโต ภเวยฺยาสิ, ยกฺโข วา เทโว วา เทวญฺญตโร วา ตฺวํ ภวิสฺสสิ, กามํ กามิตพฺพํ อุฬารํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ ปฏิลภิตฺวา ตตฺถ กามนสีโล ยถาสุขํ อินฺทฺริยานํ ปริจรเณน อภิรมณสีโลติ.
ตํ สุตฺวา เถโร ตโต ราชคหํ คนฺตฺวา ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต สตฺถุ ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา สมฺปตฺตปริสาย สาตฺถิกา อโหสีติ.
ปูติมุขเปตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปิฏฺฐธีตลิกเปตวตฺถุวณฺณนา
ยํ กิญฺจารมฺมณํ กตฺวาติ อิทํ สตฺถา สาวตฺถิยํ เชตวเน วิหรนฺโต อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติโน ทานํ อารพฺภ กเถสิ. อนาถปิณฺฑิกสฺส กิร คหปติโน ธีตุ ธีตาย ทาริกาย ธาติ ปิฏฺฐธีตลิกํ อทาสิ ‘‘อยํ เต ธีตา, อิมํ คเหตฺวา กีฬสฺสู’’ติ. สา ตตฺถ ธีตุสญฺญํ อุปฺปาเทสิ. อถสฺสา เอกทิวสํ ตํ คเหตฺวา กีฬนฺติยา ปมาเทน ปติตฺวา ภิชฺชิ. ตโต ทาริกา ‘‘มม ธีตา มตา’’ติ ปโรทิ. ตํ โรทนฺตึ โกจิปิ เคหชโน สญฺญาเปตุํ นาสกฺขิ. ตสฺมิญฺจ สมเย สตฺถา อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติโน เคเห ปญฺญตฺเต อาสเน นิสินฺโน โหติ, มหาเสฏฺฐิ จ ภควโต สมีเป นิสินฺโน อโหสิ. ธาติ ตํ ทาริกํ คเหตฺวา เสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. เสฏฺฐิ ตํ ทิสฺวา ‘‘กิสฺสายํ ทาริกา โรทตี’’ติ อาห. ธาติ ตํ ปวตฺตึ เสฏฺฐิสฺส อาโรเจสิ. เสฏฺฐิ ตํ ทาริกํ องฺเก นิสีทาเปตฺวา ‘‘ตว ธีตุทานํ ทสฺสามี’’ติ สญฺญาเปตฺวา สตฺถุ อาโรเจสิ – ‘‘ภนฺเต, มม นตฺตุธีตรํ ปิฏฺฐธีตลิกํ อุทฺทิสฺส ทานํ ทาตุกาโม, ตํ เม ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ สฺวาตนาย อธิวาเสถา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน.
อถ ภควา ทุติยทิวเส ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ เสฏฺฐิสฺส ฆรํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา อนุโมทนํ กโรนฺโต –
๑๐. ‘‘ยํ กิญฺจารมฺมณํ กตฺวา, ทชฺชา ทานํ อมจฺฉรี;
ปุพฺพเปเต จ อารพฺภ, อถ วา วตฺถุเทวตา.
๑๑. ‘‘จตฺตาโร จ มหาราเช, โลกปาเล ยสสฺสิเน;
กุเวรํ ธตรฏฺฐญฺจ, วิรูปกฺขํ วิรูฬฺหกํ;
เต เจว ปูชิตา โหนฺติ, ทายกา จ อนิปฺผลา.
๑๒. ‘‘น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา, ยา จญฺญา ปริเทวนา;
น ตํ เปตสฺส อตฺถาย, เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย.
๑๓. ‘‘อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา, สงฺฆมฺหิ สุปฺปติฏฺฐิตา;
ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส, ฐานโส อุปกปฺปตี’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;
๑๐. ตตฺถ ยํ กิญฺจารมฺมณํ กตฺวาติ มงฺคลาทีสุ อญฺญตรํ ยํ กิญฺจิ อารพฺภ อุทฺทิสฺส. ทชฺชาติ ทเทยฺย. อมจฺฉรีติ อตฺตโน สมฺปตฺติยา ปเรหิ สาธารณภาวาสหนลกฺขณสฺส มจฺเฉรสฺส อภาวโต อมจฺฉรี, ปริจฺจาคสีโล มจฺฉริยโลภาทิจิตฺตมลํ ทูรโต กตฺวา ทานํ ทเทยฺยาติ อธิปฺปาโย. ปุพฺพเปเต จ อารพฺภาติ ปุพฺพเกปิ เปเต อุทฺทิสฺส. วตฺถุเทวตาติ ฆรวตฺถุอาทีสุ อธิวตฺถา เทวตา อารพฺภาติ โยชนา. อถ วาติ อิมินา อญฺเญปิ เทวมนุสฺสาทิเก เย เกจิ อารพฺภ ทานํ ทเทยฺยาติ ทสฺเสติ.
๑๑. ตตฺถ เทเวสุ ตาว เอกจฺเจ ปากเฏ เทเว ทสฺเสนฺโต ‘‘จตฺตาโร จ มหาราเช’’ติ วตฺวา ปุน เต นามโต คณฺหนฺโต ‘‘กุเวร’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ กุเวรนฺติ เวสฺสวณํ. ธตรฏฺฐนฺติอาทีนิ เสสานํ ติณฺณํ โลกปาลานํ นามานิ. เต เจว ปูชิตา โหนฺตีติ เต จ มหาราชาโน ปุพฺพเปตวตฺถุเทวตาโย จ อุทฺทิสนกิริยาย ปฏิมานิกา โหนฺติ. ทายกา จ อนิปฺผลาติ เย ทานํ เทนฺติ, เต ทายกา จ ปเรสํ อุทฺทิสนมตฺเตน น นิปฺผลา, อตฺตโน ทานผลสฺส ภาคิโน เอว โหนฺติ.
๑๒. อิทานิ ‘‘เย อตฺตโน ญาตีนํ มรเณน โรทนฺติ ปริเทวนฺติ โสจนฺติ, เตสํ ตํ นิรตฺถกํ, อตฺตปริตาปนมตฺตเมวา’’ติ ทสฺเสตุํ ‘‘น หิ รุณฺณํ วา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ รุณฺณนฺติ รุทิตํ อสฺสุโมจนํ น หิ กาตพฺพนฺติ วจนเสโส. โสโกติ โสจนํ จิตฺตสนฺตาโป, อนฺโตนิชฺฌานนฺติ อตฺโถ. ยา จญฺญา ปริเทวนาติ ยา จ รุณฺณโสกโต อญฺญา ปริเทวนา, ‘‘กหํ เอกปุตฺตกา’’ติอาทิวาจาวิปฺปลาโป, โสปิ น กาตพฺโพติ อตฺโถ. สพฺพตฺถ วา-สทฺโท วิกปฺปนตฺโถ. น ตํ เปตสฺส อตฺถายาติ ยสฺมา รุณฺณํ วา โสโก วา ปริเทวนา วาติ สพฺพมฺปิ ตํ เปตสฺส กาลกตสฺส อตฺถาย อุปการาย น โหติ, ตสฺมา น หิ ตํ กาตพฺพํ, ตถาปิ เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย อวิทฺทสุโนติ อธิปฺปาโย.
๑๓. เอวํ รุณฺณาทีนํ นิรตฺถกภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยา ปุพฺพเปตาทิเก อารพฺภ ทายเกน สงฺฆสฺส ทกฺขิณา ทินฺนา, ตสฺสา สาตฺถกภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยญฺจ โข ทกฺขิณา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อยนฺติ ทายเกน ตํ ทินฺนํ ทานํ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสนฺโต วทติ. จ-สทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, เตน ยถา รุณฺณาทิ เปตสฺส น กสฺสจิ อตฺถาย โหติ, น เอวมยํ, อยํ ปน ทกฺขิณา ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส โหตีติ วกฺขมานเมว วิเสสํ โชเตติ. โขติ อวธารเณ. ทกฺขิณาติ ทานํ. สงฺฆมฺหิ สุปฺปติฏฺฐิตาติ อนุตฺตเร ปุญฺญกฺเขตฺเต สงฺเฆ สุฏฺฐุ ปติฏฺฐิตา. ทีฆรตฺตํ หิตายสฺสาติ อสฺส เปตสฺส จิรกาลํ หิตาย อตฺถาย. ฐานโส อุปกปฺปตีติ ตงฺขณญฺเญว นิปฺผชฺชติ, น กาลนฺตเรติ อตฺโถ. อยญฺหิ ตตฺถ ธมฺมตา – ยํ เปเต อุทฺทิสฺส ทาเน ทินฺเน เปตา เจ อนุโมทนฺติ, ตาวเทว ตสฺส ผเลน เปตา ปริมุจฺจนฺตีติ.
เอวํ ภควา ธมฺมํ เทเสตฺวา มหาชนํ เปเต อุทฺทิสฺส ทานาภิรตมานสํ กตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. ปุนทิวเส เสฏฺฐิภริยา อวเสสา จ ญาตกา เสฏฺฐึ อนุวตฺตนฺตา เอวํ เตมาสมตฺตํ มหาทานํ ปวตฺเตสุํ. อถ ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, ภิกฺขู มาสมตฺตํ มม ฆรํ นาคมึสู’’ติ ปุจฺฉิ. สตฺถารา ตสฺมึ การเณ กถิเต ราชาปิ เสฏฺฐึ อนุวตฺตนฺโต พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ปวตฺเตสิ, ตํ ทิสฺวา นาครา ราชานํ อนุวตฺตนฺตา มาสมตฺตํ มหาทานํ ปวตฺเตสุํ. เอวํ มาสทฺวยํ ปิฏฺฐธีตลิกมูลกํ มหาทานํ ปวตฺเตสุนฺติ.
ปิฏฺฐธีตลิกเปตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ติโรกุฏฺฏเปตวตฺถุวณฺณนา
ติโรกุฏฺเฏสุ ติฏฺฐนฺตีติ อิทํ สตฺถา ราชคเห วิหรนฺโต สมฺพหุเล เปเต อารพฺภ กเถสิ.
ตตฺรายํ วิตฺถารกถา – อิโต ทฺวานวุติกปฺเป กาสิ นาม นครํ อโหสิ. ตตฺถ ชยเสโน นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ. ตสฺส สิริมา นาม เทวี. ตสฺสา กุจฺฉิยํ ผุสฺโส นาม โพธิสตฺโต นิพฺพตฺติตฺวา อนุปุพฺเพน สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิ. ชยเสโน ราชา ‘‘มม ปุตฺโต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา พุทฺโธ ชาโต, มยฺหเมว พุทฺโธ, มยฺหํ ธมฺโม, มยฺหํ สงฺโฆ’’ติ มมตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา สพฺพกาลํ สยเมว อุปฏฺฐหติ, น อญฺเญสํ โอกาสํ เทติ.
ภควโต กนิฏฺฐภาตโร เวมาติกา ตโย ภาตโร จินฺเตสุํ – ‘‘พุทฺธา นาม สพฺพโลก หิตตฺถาย อุปฺปชฺชนฺติ, น เอกสฺเสว อตฺถาย. อมฺหากญฺจ ปิตา อญฺเญสํ โอกาสํ น เทติ. กถํ นุ โข มยํ ลเภยฺยาม ภควนฺตํ อุปฏฺฐาตุํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจา’’ติ? เตสํ เอตทโหสิ – ‘‘หนฺท มยํ กิญฺจิ อุปายํ กโรมา’’ติ. เต ปจฺจนฺตํ กุปิตํ วิย การาเปสุํ. ตโต ราชา ‘‘ปจฺจนฺโต กุปิโต’’ติ สุตฺวา ตโยปิ ปุตฺเต ปจฺจนฺตํ วูปสเมตุํ เปเสสิ. เต คนฺตฺวา วูปสเมตฺวา อาคตา. ราชา ตุฏฺโฐ วรํ อทาสิ ‘‘ยํ อิจฺฉถ, ตํ คณฺหถา’’ติ. เต ‘‘มยํ ภควนฺตํ อุปฏฺฐาตุํ อิจฺฉามา’’ติ อาหํสุ. ราชา ‘‘เอตํ ฐเปตฺวา อญฺญํ คณฺหถา’’ติ อาห. เต ‘‘มยํ อญฺเญน อนตฺถิกา’’ติ อาหํสุ. เตน หิ ปริจฺเฉทํ กตฺวา คณฺหถาติ. เต สตฺต วสฺสานิ ยาจึสุ. ราชา น อทาสิ. เอวํ ‘‘ฉ, ปญฺจ, จตฺตาริ, ตีณิ, เทฺว, เอกํ, สตฺต มาเส, ฉ, ปญฺจ, จตฺตาโร’’ติ วตฺวา ยาว เตมาสํ ยาจึสุ. ตทา ราชา ‘‘คณฺหถา’’ติ อทาสิ.
เต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา อาหํสุ – ‘‘อิจฺฉาม มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ เตมาสํ อุปฏฺฐาตุํ, อธิวาเสตุ โน, ภนฺเต, ภควา อิมํ เตมาสํ วสฺสาวาส’’นฺติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน. เต ตโย อตฺตโน ชนปเท นิยุตฺตกปุริสสฺส เลขํ เปเสสุํ ‘‘อิมํ เตมาสํ อเมฺหหิ ภควา อุปฏฺฐาตพฺโพ, วิหารํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ ภควโต อุปฏฺฐานสมฺภารํ สมฺปาเทหี’’ติ. โส สพฺพํ สมฺปาเทตฺวา ปฏิเปเสสิ. เต กาสายวตฺถนิวตฺถา หุตฺวา ปุริสสหสฺเสหิ เวยฺยาวจฺจกเรหิ ภควนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหมานา ชนปทํ เนตฺวา วิหารํ นิยฺยาเตตฺวา วสฺสํ วสาเปสุํ.
เตสํ ภณฺฑาคาริโก เอโก คหปติปุตฺโต สปชาปติโก สทฺโธ อโหสิ ปสนฺโน. โส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานวตฺตํ สกฺกจฺจํ อทาสิ. ชนปเท นิยุตฺตกปุริโส ตํ คเหตฺวา ชานปเทหิ เอกาทสมตฺเตหิ ปุริสสหสฺเสหิ สทฺธึ สกฺกจฺจเมว ทานํ ปวตฺตาเปสิ. ตตฺถ เกจิ ชานปทา ปฏิหตจิตฺตา อเหสุํ. เต ทานสฺส อนฺตรายํ กตฺวา เทยฺยธมฺมํ อตฺตนา ขาทึสุ, ภตฺตสาลญฺจ อคฺคินา ทหึสุ. ปวาริตา ราชปุตฺตา ภควโต สกฺการํ กตฺวา ภควนฺตํ ปุรกฺขตฺวา ปิตุ สนฺติกเมว ปจฺจาคมึสุ. ตตฺถ คนฺตฺวา ภควา ปรินิพฺพายิ. ราชปุตฺตา จ ชนปเท นิยุตฺตกปุริโส จ ภณฺฑาคาริโก จ อนุปุพฺเพน กาลํ กตฺวา สทฺธึ ปริสาย สคฺเค อุปฺปชฺชึสุ, ปฏิหตจิตฺตา ชนา นิรเย อุปฺปชฺชึสุ. เอวํ เตสํ อุภเยสํ ชนานํ สคฺคโต สคฺคํ นิรยโต นิรยํ อุปปชฺชนฺตานํ ทฺวานวุติกปฺปา วีติวตฺตา.
อถ อิมสฺมึ ภทฺทกปฺเป กสฺสปสฺส ภควโต กาเล เต ปฏิหตจิตฺตา ชนา เปเตสุ อุปฺปนฺนา. ตทา มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน ญาตกานํ เปตานํ อตฺถาย ทานํ ทตฺวา อุทฺทิสนฺติ ‘‘อิทํ โน ญาตีนํ โหตู’’ติ, เต สมฺปตฺตึ ลภนฺติ. อถ อิเมปิ เปตา ตํ ทิสฺวา กสฺสปํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉึสุ – ‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต, มยมฺปิ เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ลเภยฺยามา’’ติ? ภควา อาห – ‘‘อิทานิ น ลภถ, อนาคเต ปน โคตโม นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภวิสฺสติ, ตสฺส ภควโต กาเล พิมฺพิสาโร นาม ราชา ภวิสฺสติ, โส ตุมฺหากํ อิโต ทฺวานวุติกปฺเป ญาติ อโหสิ, โส พุทฺธสฺส ทานํ ทตฺวา ตุมฺหากํ อุทฺทิสิสฺสติ, ตทา ลภิสฺสถา’’ติ. เอวํ วุตฺเต กิร เตสํ เปตานํ ตํ วจนํ ‘‘เสฺว ลภิสฺสถา’’ติ วุตฺตํ วิย อโหสิ.
ตโต เอกสฺมึ พุทฺธนฺตเร วีติวตฺเต อมฺหากํ ภควา อุปฺปชฺชิ. เตปิ ตโย ราชปุตฺตา ปุริสสหสฺเสน สทฺธึ เทวโลกโต จวิตฺวา มคธรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล อุปฺปชฺชิตฺวา อนุปุพฺเพน ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา คยาสีเส ตโย ชฏิลา อเหสุํ, ชนปเท นิยุตฺตกปุริโส ราชา พิมฺพิสาโร อโหสิ, ภณฺฑาคาริโก คหปติปุตฺโต วิสาโข นาม เสฏฺฐิ อโหสิ, ตสฺส ปชาปติ ธมฺมทินฺนา นาม เสฏฺฐิธีตา อโหสิ, อวเสสา ปน ปริสา รญฺโญ เอว ปริวารา หุตฺวา นิพฺพตฺตึสุ.
อมฺหากมฺปิ ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา สตฺตสตฺตาหํ อติกฺกมิตฺวา อนุปุพฺเพน พาราณสึ อาคมฺม ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา ปญฺจวคฺคิเย อาทึ กตฺวา ยาว สหสฺสปริวาเร ตโย ชฏิเล วิเนตฺวา ราชคหํ อคมาสิ. ตตฺถ จ ตทหุปสงฺกมนฺตํเยว ราชานํ พิมฺพิสารํ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาเปสิ สทฺธึ เอกาทสนหุเตหิ องฺคมคธวาสีหิ พฺราหฺมณคหปติเกหิ. อถ รญฺญา สฺวาตนาย ภตฺเตน นิมนฺติโต อธิวาเสตฺวา ทุติยทิวเส มาณวกวณฺเณน สกฺเกน เทวานมินฺเทน ปุรโต คจฺฉนฺเตน –
‘‘ทนฺโต ทนฺเตหิ สห ปุราณชฏิเลหิ, วิปฺปมุตฺโต วิปฺปมุตฺเตหิ;
สิงฺคีนิกฺขสวณฺโณ, ราชคหํ ปาวิสิ ภควา’’ติ. (มหาว. ๕๘) –
เอวมาทีหิ คาถาหิ อภิตฺถวิยมาโน ราชคหํ ปวิสิตฺวา รญฺโญ นิเวสเน มหาทานํ สมฺปฏิจฺฉิ. เต ปน เปตา ‘‘อิทานิ ราชา ทานํ อมฺหากํ อุทฺทิสิสฺสติ, อิทานิ อุทฺทิสิสฺสตี’’ติ อาสาย สมฺปริวาเรตฺวา อฏฺฐํสุ.
ราชา ทานํ ทตฺวา ‘‘กตฺถ นุ โข ภควา วิหเรยฺยา’’ติ ภควโต วิหารฏฺฐานเมว จินฺเตสิ, น ตํ ทานํ กสฺสจิ อุทฺทิสิ. ตถา ตํ ทานํ อลภนฺตา เปตา ฉินฺนาสา หุตฺวา รตฺติยํ รญฺโญ นิเวสเน อติวิย ภึสนกํ วิสฺสรมกํสุ. ราชา ภยสนฺตาสสํเวคํ อาปชฺชิตฺวา วิภาตาย รตฺติยา ภควโต อาโรเจหิ – ‘‘เอวรูปํ สทฺทํ อสฺโสสึ, กึ นุ โข เม, ภนฺเต, ภวิสฺสตี’’ติ? ภควา ‘‘มา ภายิ, มหาราช, น เต กิญฺจิ ปาปกํ ภวิสฺสติ, อปิจ โข สนฺติ เต ปุราณญาตกา เปเตสุ อุปฺปนฺนา. เต เอกํ พุทฺธนฺตรํ ตเมว ปจฺจาสีสนฺตา ‘พุทฺธสฺส ทานํ ทตฺวา อมฺหากํ อุทฺทิสิสฺสตี’ติ วิจรนฺตา ตยา หิยฺโย ทานํ ทตฺวา น อุทฺทิสิตตฺตา ฉินฺนาสา หุตฺวา ตถารูปํ วิสฺสรมกํสู’’ติ อาห. ‘‘กึ อิทานิปิ, ภนฺเต, ทินฺเน เต ลเภยฺยุ’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, อธิวาเสตุ เม ภควา อชฺชตนาย ทานํ, เตสํ อุทฺทิสิสฺสามี’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน.
ราชา นิเวสนํ คนฺตฺวา มหาทานํ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ. ภควา ราชนฺเตปุรํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. เต เปตา ‘‘อปิ นาม อชฺช ลเภยฺยามา’’ติ คนฺตฺวา ติโรกุฏฺฏาทีสุ อฏฺฐํสุ. ภควา ตถา อกาสิ, ยถา เต สพฺเพว รญฺโญ อาปาถํ คตา อเหสุํ. ราชา ทกฺขิโณทกํ เทนฺโต ‘‘อิทํ เม ญาตีนํ โหตู’’ติ อุทฺทิสิ. ตาวเทว เปตานํ กมลกุวลยสญฺฉนฺนา โปกฺขรณิโย นิพฺพตฺตึสุ. เต ตตฺถ นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จ ปฏิปฺปสฺสทฺธทรถกิลมถปิปาสา สุวณฺณวณฺณา อเหสุํ. ราชา ยาคุขชฺชโภชฺชานิ ทตฺวา อุทฺทิสิ. เตสํ ตงฺขณญฺเญว ทิพฺพยาคุขชฺชโภชฺชานิ นิพฺพตฺตึสุ. เต ตานิ ปริภุญฺชิตฺวา ปีณินฺทฺริยา อเหสุํ. อถ วตฺถเสนาสนานิ ทตฺวา อุทฺทิสิ. เตสํ ทิพฺพวตฺถปาสาทปจฺจตฺถรณเสยฺยาทิอลงฺการวิธโย นิพฺพตฺตึสุ. สา จ เตสํ สมฺปตฺติ สพฺพาปิ ยถา รญฺโญ ปากฏา โหติ, ตถา ภควา อธิฏฺฐาสิ. ราชา ตํ ทิสฺวา อติวิย อตฺตมโน อโหสิ. ตโต ภควา ภุตฺตาวี ปวาริโต รญฺโญ พิมฺพิสารสฺส อนุโมทนตฺถํ ติโรกุฏฺฏเปตวตฺถุํ อภาสิ –
๑๔. ‘‘ติโรกุฏฺเฏสุ ติฏฺฐนฺติ, สนฺธิสิงฺฆาฏเกสุ จ;
ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺติ, อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรํ.
๑๕. ‘‘ปหูเต อนฺนปานมฺหิ, ขชฺชโภชฺเช อุปฏฺฐิเต;
น เตสํ โกจิ สรติ, สตฺตานํ กมฺมปจฺจยา.
๑๖. ‘‘เอวํ ททนฺติ ญาตีนํ, เย โหนฺติ อนุกมฺปกา;
สุจึ ปณีตํ กาเลน, กปฺปิยํ ปานโภชนํ.
๑๗. ‘‘อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ, สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย;
เต จ ตตฺถ สมาคนฺตฺวา, ญาติเปตา สมาคตา;
ปหูเต อนฺนปานมฺหิ, สกฺกจฺจํ อนุโมทเร.
๑๘. ‘‘จิรํ ชีวนฺตุ โน ญาตี, เยสํ เหตุ ลภามเส;
อมฺหากญฺจ กตา ปูชา, ทายกา จ อนิปฺผลา.
๑๙. ‘‘น หิ ตตฺถ กสิ อตฺถิ, โครกฺเขตฺถ น วิชฺชติ;
วณิชฺชา ตาทิสี นตฺถิ, หิรญฺเญน กยากยํ;
อิโต ทินฺเนน ยาเปนฺติ, เปตา กาลคตา ตหึ.
๒๐. ‘‘อุนฺนเม อุทกํ วุฏฺฐํ, ยถา นินฺนํ ปวตฺตติ;
เอวเมว อิโต ทินฺนํ, เปตานํ อุปกปฺปติ.
๒๑. ‘‘ยถา วาริวหา ปูรา, ปริปูเรนฺติ สาครํ;
เอวเมว อิโต ทินฺนํ, เปตานํ อุปกปฺปติ.
๒๒. ‘‘อทาสิ เม อกาสิ เม, ญาติมิตฺตา สขา จ เม;
เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา, ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ.
๒๓. ‘‘น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา, ยา จญฺญา ปริเทวนา;
น ตํ เปตานมตฺถาย, เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย.
๒๔. ‘‘อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา, สงฺฆมฺหิ สุปฺปติฏฺฐิตา;
ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส, ฐานโส อุปกปฺปติ.
๒๕. ‘‘โส ญาติธมฺโม จ อยํ นิทสฺสิโต, เปตาน ปูชา จ กตา อุฬารา;
พลญฺจ ภิกฺขูนมนุปฺปทินฺนํ, ตุเมฺหหิ ปุญฺญํ ปหุตํ อนปฺปก’’นฺติ.
๑๔. ตตฺถ ติโรกุฏฺเฏสูติ กุฏฺฏานํ ปรภาเคสุ. ติฏฺฐนฺตีติ นิสชฺชาทิปฏิกฺเขปโต ฐานกปฺปนวจนเมตํ, เคหปาการกุฏฺฏานํ ทฺวารโต พหิ เอว ติฏฺฐนฺตีติ อตฺโถ. สนฺธิสิงฺฆาฏเกสุ จาติ สนฺธีสุ จ สิงฺฆาฏเกสุ จ. สนฺธีติ จตุกฺโกณรจฺฉา, ฆรสนฺธิภิตฺติสนฺธิอาโลกสนฺธิโยปิ วุจฺจนฺติ. สิงฺฆาฏกาติ ติโกณรจฺฉา. ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺตีติ นครทฺวารฆรทฺวารานํ พาหา นิสฺสาย ติฏฺฐนฺติ. อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรนฺติ สกฆรํ นาม ปุพฺพญาติฆรมฺปิ อตฺตนา สามิภาเวน อชฺฌาวุตฺถฆรมฺปิ, ตทุภยมฺปิ เต ยสฺมา สกฆรสญฺญาย อาคจฺฉนฺติ, ตสฺมา ‘‘อาคนฺตฺวาน สกํ ฆร’’นฺติ อาห.
๑๕. เอวํ ภควา ปุพฺเพ อนชฺฌาวุตฺถปุพฺพมฺปิ ปุพฺพญาติฆรตฺตา พิมฺพิสารนิเวสนํ สกฆรสญฺญาย อาคนฺตฺวา ติโรกุฏฺฏาทีสุ ฐิเต อิสฺสามจฺฉริยผลํ อนุภวนฺเต อติวิย ทุทฺทสิกวิรูปภยานกทสฺสเน พหู เปเต รญฺโญ ทสฺเสนฺโต ‘‘ติโรกุฏฺเฏสุ ติฏฺฐนฺตี’’ติ คาถํ วตฺวา ปุน เตหิ กตสฺส กมฺมสฺส ทารุณภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปหูเต อนฺนปานมฺหี’’ติ ทุติยคาถมาห.
ตตฺถ ปหูเตติ อนปฺปเก พหุมฺหิ, ยาวทตฺเถติ อตฺโถ. พ-การสฺส หิ ป-กาโร ลพฺภติ ‘‘ปหุ สนฺโต น ภรตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๙๘) วิย. เกจิ ปน ‘‘พหุเก’’ติ ปฐนฺติ, โส ปน ปมาทปาโฐ. อนฺนปานมฺหีติ อนฺเน จ ปาเน จ. ขชฺชโภชฺเชติ ขชฺเช จ โภชฺเช จ. เอเตน อสิตปีตขายิตสายิตวเสน จตุพฺพิธมฺปิ อาหารํ ทสฺเสติ. อุปฏฺฐิเตติ อุปคมฺม ฐิเต สชฺชิเต, ปฏิยตฺเตติ อตฺโถ. น เตสํ โกจิ สรติ สตฺตานนฺติ เตสํ เปตฺติวิสเย อุปฺปนฺนานํ สตฺตานํ โกจิ มาตา วา ปิตา วา ปุตฺโต วา นตฺตา วา น สรติ. กึ การณา? กมฺมปจฺจยาติ, อตฺตนา กตสฺส อทานทานปฏิเสธนาทิเภทสฺส กทริยกมฺมสฺส การณภาวโต. ตญฺหิ กมฺมํ เตสํ ญาตีนํ สริตุํ น เทติ.
๑๖. เอวํ ภควา อนปฺปเกปิ อนฺนปานาทิมฺหิ วิชฺชมาเน ญาตีนํ ปจฺจาสีสนฺตานํ เปตานํ กมฺมผเลน ญาตกานํ อนุสฺสรณมตฺตสฺสาปิ อภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เปตฺติวิสยุปปนฺเน ญาตเก อุทฺทิสฺส รญฺญา ทินฺนทานํ ปสํสนฺโต ‘‘เอวํ ททนฺติ ญาตีน’’นฺติ ตติยคาถมาห.