นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขุทฺทกนิกาเย
เถรคาถา-อฏฺฐกถา
(ปฐโม ภาโค)
คนฺถารมฺภกถา
มหาการุณิกํ นาถํ, เญยฺยสาครปารคุํ;
วนฺเท นิปุณคมฺภีร-วิจิตฺรนยเทสนํ.
วิชฺชาจรณสมฺปนฺนา, เยน นิยฺยนฺติ โลกโต;
วนฺเท ตมุตฺตมํ ธมฺมํ, สมฺมาสมฺพุทฺธปูชิตํ.
สีลาทิคุณสมฺปนฺโน, ฐิโต มคฺคผเลสุ โย;
วนฺเท อริยสงฺฆํ ตํ, ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ.
วนฺทนาชนิตํ ปุญฺญํ, อิติ ยํ รตนตฺตเย;
หตนฺตราโย สพฺพตฺถ, หุตฺวาหํ ตสฺส เตชสา.
ยา ตา สุภูติอาทีหิ, กตกิจฺเจหิ ตาทิหิ;
เถเรหิ ภาสิตา คาถา, เถรีหิ จ นิรามิสา.
อุทานนาทวิธินา, คมฺภีรา นิปุณา สุภา;
สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตา, อริยธมฺมปฺปกาสิกา.
เถรคาถาติ นาเมน, เถรีคาถาติ ตาทิโน;
ยา ขุทฺทกนิกายมฺหิ, สงฺคายึสุ มเหสโย.
ตาสํ คมฺภีรญาเณหิ, โอคาเหตพฺพภาวโต;
กิญฺจาปิ ทุกฺกรา กาตุํ, อตฺถสํวณฺณนา มยา.
สหสํวณฺณนํ ยสฺมา, ธรเต สตฺถุ สาสนํ;
ปุพฺพาจริยสีหานํ, ติฏฺฐเตว วินิจฺฉโย.
ตสฺมา ตํ อวลมฺพิตฺวา, โอคาเหตฺวาน ปญฺจปิ;
นิกาเย อุปนิสฺสาย, โปราณฏฺฐกถานยํ.
สุวิสุทฺธํ อสํกิณฺณํ, นิปุณตฺถวินิจฺฉยํ;
มหาวิหารวาสีนํ, สมยํ อวิโลมยํ.
ยาสํ อตฺโถ ทุวิญฺเญยฺโย, อนุปุพฺพิกถํ วินา;
ตาสํ ตญฺจ วิภาเวนฺโต, ทีปยนฺโต วินิจฺฉยํ.
ยถาพลํ กริสฺสามิ, อตฺถสํวณฺณนํ สุภํ;
สกฺกจฺจํ เถรคาถานํ, เถรีคาถานเมว จ.
อิติ อากงฺขมานสฺส, สทฺธมฺมสฺส จิรฏฺฐิตึ;
ตทตฺถํ วิภชนฺตสฺส, นิสามยถ สาธโวติ.
กา ปเนตา เถรคาถา เถรีคาถา จ, กถญฺจ ปวตฺตาติ, กามญฺจายมตฺโถ คาถาสุ วุตฺโตเยว ปากฏกรณตฺถํ ปน ปุนปิ วุจฺจเต – ตตฺถ เถรคาถา ตาว สุภูติตฺเถราทีหิ ภาสิตา. ยา หิ เต อตฺตนา ยถาธิคตํ มคฺคผลสุขํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา กาจิ อุทานวเสน, กาจิ อตฺตโน สมาปตฺติวิหารปจฺจเวกฺขณวเสน, กาจิ ปุจฺฉาวเสน, กาจิ ปรินิพฺพานสมเย สาสนสฺส นิยฺยานิกภาววิภาวนวเสน อภาสึสุ, ตา สพฺพา สงฺคีติกาเล เอกชฺฌํ กตฺวา ‘‘เถรคาถา’’อิจฺเจว ธมฺมสงฺคาหเกหิ สงฺคีตา. เถรีคาถา ปน เถริโย อุทฺทิสฺส เทสิตา.
ตา ปน วินยปิฏกํ, สุตฺตนฺตปิฏกํ อภิธมฺมปิฏกนฺติ ตีสุ ปิฏเกสุ สุตฺตนฺตปิฏกปริยาปนฺนา. ทีฆนิกาโย, มชฺฌิมนิกาโย, สํยุตฺตนิกาโย, องฺคุตฺตรนิกาโย, ขุทฺทกนิกาโยติ ปญฺจสุ นิกาเยสุ ขุทฺทกนิกายปริยาปนฺนา, สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถา, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลนฺติ นวสุ สาสนงฺเคสุ คาถงฺคสงฺคหํ คตา.
‘‘ทฺวาสีติ พุทฺธโต คณฺหึ, เทฺวสหสฺสานิ ภิกฺขุโต;
จตุราสีติสหสฺสานิ, เย เม ธมฺมา ปวตฺติโน’’ติ.
เอวํ ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ปฏิญฺญาเตสุ จตุราสีติยา ธมฺมกฺขนฺธสหสฺเสสุ กติปยธมฺมกฺขนฺธสงฺคหํ คตา.
ตตฺถ เถรคาถา ตาว นิปาตโต เอกนิปาโต เอกุตฺตรวเสน ยาว จุทฺทสนิปาตาติ จุทฺทสนิปาโต โสฬสนิปาโต วีสตินิปาโต ตึสนิปาโต จตฺตาลีสนิปาโต ปญฺญาสนิปาโต สฏฺฐินิปาโต สตฺตตินิปาโตติ เอกวีสตินิปาตสงฺคหา. นิปาตนํ นิกฺขิปนนฺติ นิปาโต. เอโก เอเกโก คาถานํ นิปาโต นิกฺเขโป เอตฺถาติ เอกนิปาโต. อิมินา นเยน เสเสสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ เอกนิปาเต ทฺวาทส วคฺคา. เอเกกสฺมึ วคฺเค ทส ทส กตฺวา วีสุตฺตรสตํ เถรา, ตตฺติกา เอว คาถา. วุตฺตญฺหิ –
‘‘วีสุตฺตรสตํ เถรา, กตกิจฺจา อนาสวา;
เอกกมฺหิ นิปาตมฺหิ, สุสงฺคีตา มเหสิภี’’ติ.
ทุกนิปาเต เอกูนปญฺญาส เถรา, อฏฺฐนวุติ คาถา; ติกนิปาเต โสฬส เถรา, อฏฺฐจตฺตาลีส คาถา; จตุกฺกนิปาเต เตรส เถรา, เทฺวปญฺญาส คาถา; ปญฺจกนิปาเต ทฺวาทส เถรา, สฏฺฐิ คาถา; ฉกฺกนิปาเต จุทฺทส เถรา, จตุราสีติ คาถา; สตฺตกนิปาเต ปญฺจ เถรา, ปญฺจตึส คาถา; อฏฺฐกนิปาเต ตโย เถรา, จตุวีสติ คาถา; นวกนิปาเต เอโก เถโร, นว คาถา; ทสนิปาเต สตฺต เถรา, สตฺตติ คาถา; เอกาทสนิปาเต เอโก เถโร, เอกาทส คาถา; ทฺวาทสนิปาเต เทฺว เถรา, จตุวีสติ คาถา; เตรสนิปาเต เอโก เถโร, เตรส คาถา; จุทฺทสนิปาเต เทฺว เถรา, อฏฺฐวีสติ คาถา; ปนฺนรสนิปาโต นตฺถิ, โสฬสนิปาเต เทฺว เถรา, ทฺวตฺตึส คาถา; วีสตินิปาเต ทส เถรา, ปญฺจจตฺตาลีสาธิกานิ เทฺว คาถาสตานิ; ตึสนิปาเต ตโย เถรา, สตํ ปญฺจ จ คาถา; จตฺตาลีสนิปาเต เอโก เถโร, เทฺวจตฺตาลีส คาถา; ปญฺญาสนิปาเต เอโก เถโร, ปญฺจปญฺญาส คาถา; สฏฺฐินิปาเต เอโก เถโร, อฏฺฐสฏฺฐิ คาถา; สตฺตตินิปาเต เอโก เถโร, เอกสตฺตติ คาถา. สมฺปิณฺเฑตฺวา ปน เทฺวสตานิ จตุสฏฺฐิ จ เถรา, สหสฺสํ ตีณิ สตานิ สฏฺฐิ จ คาถาติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘สหสฺสํ โหนฺติ ตา คาถา, ตีณิ สฏฺฐิ สตานิ จ;
เถรา จ เทฺว สตา สฏฺฐิ, จตฺตาโร จ ปกาสิตา’’ติ.
เถรีคาถา ปน เอกนิปาโต เอกุตฺตรวเสน ยาว นวนิปาตาติ นวนิปาโต เอกาทสนิปาโต, ทฺวาทสนิปาโต, โสฬสนิปาโต, วีสตินิปาโต, ตึสนิปาโต, จตฺตาลีสนิปาโต, มหานิปาโตติ โสฬสนิปาตสงฺคหา. ตตฺถ เอกนิปาเต อฏฺฐารส เถริโย, อฏฺฐารเสว คาถา; ทุกนิปาเต ทส เถริโย, วีสติ คาถา; ติกนิปาเต อฏฺฐ เถริโย, จตุวีสติ คาถา; จตุกฺกนิปาเต เอกา เถรี, จตสฺโส คาถา; ปญฺจกนิปาเต ทฺวาทส เถริโย สฏฺฐิ คาถา; ฉกฺกนิปาเต อฏฺฐ เถริโย อฏฺฐจตฺตาลีส คาถา; สตฺตนิปาเต ติสฺโส เถริโย, เอกวีสติ คาถา; อฏฺฐ นิปาตโต ปฏฺฐาย ยาว โสฬสนิปาตา เอเกกา เถริโย ตํตํนิปาตปริมาณา คาถา; วีสตินิปาเต ปญฺจ เถริโย, อฏฺฐารสสตคาถา; ตึสนิปาเต เอกา เถรี, จตุตฺตึส คาถา; จตฺตาลีสนิปาเต เอกา เถรี, อฏฺฐจตฺตาลีส คาถา; มหานิปาเตปิ เอกา เถรี, ปญฺจสตฺตติ คาถา. เอวเมตฺถ นิปาตานํ คาถาวคฺคานํ คาถานญฺจ ปริมาณํ เวทิตพฺพํ.
นิทานคาถาวณฺณนา
เอวํ ปริจฺฉินฺนปริมาณาสุ ปเนตาสุ เถรคาถา อาทิ. ตตฺถาปิ –
‘‘สีหานํว นทนฺตานํ, ทาฐีนํ คิริคพฺภเร;
สุณาถ ภาวิตตฺตานํ, คาถา อตฺถูปนายิกา’’ติ.
อยํ ปฐมมหาสงฺคีติกาเล อายสฺมตา อานนฺเทน เตสํ เถรานํ โถมนตฺถํ ภาสิตา คาถา อาทิ. ตตฺถ สีหานนฺติ สีหสทฺโท ‘‘สีโห, ภิกฺขเว, มิคราชา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๓) มิคราเช อาคโต. ‘‘อถ โข สีโห เสนาปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๓๔) ปญฺญตฺติยํ. ‘‘สีโหติ โข, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๙๙; ๑๐.๒๑) ตถาคเต. ตตฺถ ยถา ตถาคเต สทิสกปฺปนาย อาคโต, เอวํ อิธาปิ สทิสกปฺปนาวเสเนว เวทิตพฺโพ, ตสฺมา สีหานํวาติ สีหานํ อิว. สนฺธิวเสน สรโลโป ‘‘เอวํส เต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๒) วิย. ตตฺถ อิวาติ นิปาตปทํ. สุณาถาติ อาขฺยาตปทํ. อิตรานิ นามปทานิ. สีหานํวาติ จ สมฺพนฺเธ สามิวจนํ. กามญฺเจตฺถ สมฺพนฺธี สรูปโต น วุตฺโต, อตฺถโต ปน วุตฺโตว โหติ. ยถา หิ ‘‘โอฏฺฐสฺเสว มุขํ เอตสฺสา’’ติ วุตฺเต โอฏฺฐสฺส มุขํ วิย มุขํ เอตสฺสาติ อยมตฺโถ วุตฺโต เอว โหติ, เอวมิธาปิ ‘‘สีหานํวา’’ติ วุตฺเต สีหานํ นาโท วิยาติ อยมตฺโถ วุตฺโต เอว โหติ. ตตฺถ มุขสทฺทสนฺนิธานํ โหตีติ เจ, อิธาปิ ‘‘นทนฺตาน’’นฺติ ปทสนฺนิธานโต, ตสฺมา สีหานํวาติ นิทสฺสนวจนํ. นทนฺตานนฺติ ตสฺส นิทสฺสิตพฺเพน สมฺพนฺธทสฺสนํ. ทาฐีนนฺติ ตพฺพิเสสนํ. คิริคพฺภเรติ ตสฺส ปวตฺติฏฺฐานทสฺสนํ. สุณาถาติ สวเน นิโยชนํ. ภาวิตตฺตานนฺติ โสตพฺพสฺส ปภวทสฺสนํ. คาถาติ โสตพฺพวตฺถุทสฺสนํ. อตฺถุปนายิกาติ ตพฺพิเสสนํ. กามญฺเจตฺถ ‘‘สีหานํ นทนฺตานํ ทาฐีน’’นฺติ ปุลฺลิงฺควเสน อาคตํ, ลิงฺคํ ปน ปริวตฺเตตฺวา ‘‘สีหีน’’นฺติอาทินา อิตฺถิลิงฺควเสนาปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอกเสสวเสน วา สีหา จ สีหิโย จ สีหา, เตสํ สีหานนฺติอาทินา สาธารณา เหตา ติสฺโส นิทานคาถา เถรคาถานํ เถรีคาถานญฺจาติ.
ตตฺถ สหนโต หนนโต จ สีโห. ยถา หิ สีหสฺส มิครญฺโญ พลวิเสสโยคโต สรภมิคมตฺตวรวารณาทิโตปิ ปริสฺสโย นาม นตฺถิ, วาตาตปาทิปริสฺสยมฺปิ โส สหติเยว, โคจราย ปกฺกมนฺโตปิ เตชุสฺสทตาย มตฺตคนฺธหตฺถิวนมหึสาทิเก สมาคนฺตฺวา อภีรู อฉมฺภี อภิภวติ, อภิภวนฺโต จ เต อญฺญทตฺถุ หนฺตฺวา ตตฺถ มุทุมํสานิ ภกฺขยิตฺวา สุเขเนว วิหรติ, เอวเมเตปิ มหาเถรา อริยพลวิเสสโยเคน สพฺเพสมฺปิ ปริสฺสยานํ สหนโต, ราคาทิสํกิเลสพลสฺส อภิภวิตฺวา หนนโต ปชหนโต เตชุสฺสทภาเวน กุโตจิปิ อภีรู อฉมฺภี ฌานาทิสุเขน วิหรนฺตีติ สหนโต หนนโต จ สีหา วิยาติ สีหา. สทฺทตฺถโต ปน ยถา กนฺตนตฺเถน อาทิอนฺตวิปลฺลาสโต ตกฺกํ วุจฺจติ, เอวํ หึสนฏฺเฐน สีโห เวทิตพฺโพ. ตถา สหนฏฺเฐน. ปิโสทราทิปกฺเขเปน นิรุตฺตินเยน ปน วุจฺจมาเน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.
อถ วา ยถา มิคราชา เกสรสีโห อตฺตโน เตชุสฺสทตาย เอกจารี วิหรติ, น กญฺจิ สหายํ ปจฺจาสีสติ, เอวเมเตปิ เตชุสฺสทตาย วิเวกาภิรติยา จ เอกจาริโนติ เอกจริยฏฺเฐนปิ สีหา วิยาติ สีหา, เตนาห – ภควา ‘‘สีหํเวกจรํ นาค’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๓๐; สุ. นิ. ๑๖๘).
อถ วา อสนฺตาสนชวปรกฺกมาทิวิเสสโยคโต สีหา วิยาติ สีหา, เอเต มหาเถรา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อสนิยา ผลนฺติยา น สนฺตสนฺติ, กตเมว เทฺว? ภิกฺขุ จ ขีณาสโว สีโห จ มิคราชา’’ติ (อ. นิ. ๒.๖๐).
ชโวปิ สีหสฺส อญฺเญหิ อสาธารโณ, ตถา ปรกฺกโม. ตถา หิ โส อุสภสตมฺปิ ลงฺฆิตฺวา วนมหึสาทีสุ นิปตติ, โปตโกปิ สมาโน ปภินฺนมทานมฺปิ มตฺตวรวารณานํ ปฏิมานํ ภินฺทิตฺวา ทนฺตกฬีรํว ขาทติ. เอเตสํ ปน อริยมคฺคชโว อิทฺธิชโว จ อญฺเญหิ อสาธารโณ, สมฺมปฺปธานปรกฺกโม จ นิรติสโย. ตสฺมา สีหานํวาติ สีหสทิสานํ วิย. สีหสฺส เจตฺถ หีนูปมตา ทฏฺฐพฺพา, อจฺจนฺตวิสิฏฺฐสฺส สหนาทิอตฺถสฺส เถเรเสฺวว ลพฺภนโต.
นทนฺตานนฺติ คชฺชนฺตานํ. โคจรปรกฺกมตุฏฺฐิเวลาทีสุ หิ ยถา สีหา อตฺตโน อาสยโต นิกฺขมิตฺวา วิชมฺภิตฺวา สีหนาทํ อภีตนาทํ นทนฺติ, เอวํ เอเตปิ วิสยชฺฌตฺตปจฺจเวกฺขณอุทานาทิกาเลสุ อิมํ อภีตนาทํ นทึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สีหานํว นทนฺตาน’’นฺติ. ทาฐีนนฺติ ทาฐาวนฺตานํ. ปสฏฺฐทาฐีนํ, อติสยทาฐานนฺติ วา อตฺโถ. ยถา หิ สีหา อติวิย ทฬฺหานํ ติกฺขานญฺจ จตุนฺนํ ทาฐานํ พเลน ปฏิปกฺขํ อภิภวิตฺวา อตฺตโน มโนรถํ มตฺถกํ ปูเรนฺติ, เอวเมเตปิ จตุนฺนํ อริยมคฺคทาฐานํ พเลน อนาทิมติ สํสาเร อนภิภูตปุพฺพปฏิปกฺขํ อภิภวิตฺวา อตฺตโน มโนรถํ มตฺถกํ ปาเปสุํ. อิธาปิ ทาฐา วิยาติ ทาฐาติ สทิสกปฺปนาวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
คิริคพฺภเรติ ปพฺพตคุหายํ, สมีปตฺเถ ภุมฺมวจนํ. ‘‘คิริควฺหเร’’ติ เกจิ ปฐนฺติ. ปพฺพเตสุ วนคหเน วนสณฺเฑติ อตฺโถ. อิทํ ปน เนสํ วิโรจนฏฺฐานทสฺสนญฺเจว สีหนาทสฺส โยคฺยภูมิทสฺสนญฺจ. นทนฺตานํ คิริคพฺภเรติ โยชนา. ยถา หิ สีหา เยภุยฺเยน คิริคพฺภเร อญฺเญหิ ทุราสทตาย ชนวิวิตฺเต วสนฺตา อตฺตโน ทสฺสเนน อุปฺปชฺชนกสฺส ขุทฺทกมิคสนฺตาสสฺส ปริหรณตฺถํ โคจรคมเน สีหนาทํ นทนฺติ, เอวเมเตปิ อญฺเญหิ ทุราสทคิริคพฺภรสทิเสว สุญฺญาคาเรวสนฺตา คุเณหิ ขุทฺทกานํ ปุถุชฺชนานํ ตณฺหาทิฏฺฐิปริตฺตาสปริวชฺชนตฺถํ วกฺขมานคาถาสงฺขาตํ อภีตนาทํ นทึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘สีหานํว นทนฺตานํ, ทาฐีนํ คิริคพฺภเร’’ติ.
สุณาถาติ สวนาณตฺติกวจนํ, เตน วกฺขมานานํ คาถานํ สนฺนิปติตาย ปริสาย โสตุกามตํ อุปฺปาเทนฺโต สวเน อาทรํ ชเนติ, อุสฺสาหํ สมุฏฺฐาเปนฺโต คารวํ พหุมานญฺจ อุปฏฺฐเปติ. อถ วา ‘‘สีหาน’’นฺติอาทีนํ ปทานํ สทิสกปฺปนาย วินา มุขฺยวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตสฺมา ทฬฺหติกฺขภาเวน ปสฏฺฐาติสยทาฐตาย ทาฐีนํ คิริคพฺภเร นทนฺตานํ สีหคชฺชิตํ คชฺชนฺตานํ สีหานํ มิคราชูนํ วิย เตสํ อภีตนาทสทิสา คาถา สุณาถาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ยถา สีหนาทํ นทนฺตานํ สีหานํ มิคราชูนํ กุโตจิปิ ภยาภาวโต โส อภีตนาโท ตทญฺญมิคสนฺตาสกโร, เอวํ ภาวิตตฺตานํ อปฺปมตฺตานํ เถรานํ สีหนาทสทิสิโย สพฺพโส ภยเหตูนํ สุปฺปหีนตฺตา อภีตนาทภูตา, ปมตฺตชนสนฺตาสกรา คาถา สุณาถา’’ติ.
ภาวิตตฺตานนฺติ ภาวิตจิตฺตานํ. จิตฺตญฺหิ ‘‘อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม (ธ. ป. ๑๕๙) โย เว ฐิตตฺโต ตสรํว อุชฺชู’’ติ (สุ. นิ. ๒๑๗) จ ‘‘อตฺตสมฺมาปณิธี’’ติ (ขุ. ปา. ๕.๔; สุ. นิ. ๒๖๓) จ เอวมาทีสุ อตฺตาติ วุจฺจติ, ตสฺมา อธิจิตฺตานุโยเคน สมถวิปสฺสนาภิวฑฺฒิตจิตฺตานํ สมถวิปสฺสนาภาวนามตฺถกํ ปาเปตฺวา ฐิตานนฺติ อตฺโถ. อถ วา ภาวิตตฺตานนฺติ ภาวิตสภาวานํ, สภาวภูตสีลาทิภาวิตานนฺติ อตฺโถ. คียตีติ คาถา, อนุฏฺฐุภาทิวเสน อิสีหิ ปวตฺติตํ จตุปฺปทํ ฉปฺปทํ วา วจนํ. อญฺเญสมฺปิ ตํสทิสตาย ตถา วุจฺจนฺติ. อตฺตตฺถาทิเภเท อตฺเถ อุปเนนฺติ เตสุ วา อุปนิยฺยนฺตีติ อตฺถูปนายิกา.
อถ วา ภาวิตตฺตานนฺติ ภาวิตตฺตาภาวานํ, อตฺตภาโว หิ อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถาติ ‘‘อตฺตา’’ติ วุจฺจติ, โส จ เตหิ อปฺปมาทภาวนาย อนวชฺชภาวนาย ภาวิโต สมฺมเทว คุณคนฺธํ คาหาปิโต. เตน เตสํ กายภาวนา สีลภาวนา จิตฺตภาวนา ปญฺญาภาวนาติ จตุนฺนมฺปิ ภาวนานํ ปริปุณฺณภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘ภาวนา’’ติ จ สมฺโพธิปฏิปทา อิธาธิปฺเปตา. ยายํ สจฺจสมฺโพธิ อตฺถิ, สา ทุวิธา อภิสมยโต ตทตฺถโต จ. สมฺโพธิ ปน ติวิธา สมฺมาสมฺโพธิ ปจฺเจกสมฺโพธิ สาวกสมฺโพธีติ. ตตฺถ สมฺมา สามํ สพฺพธมฺมานํ พุชฺฌนโต โพธนโต จ สมฺมาสมฺโพธิ. สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานํ มคฺคญาณํ มคฺคญาณปทฏฺฐานญฺจ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ‘‘สมฺมาสมฺโพธี’’ติ วุจฺจติ. เตนาห –
‘‘พุทฺโธติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต พเลสุ จ วสีภาว’’นฺติ (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๑).
โพธเนยฺยโพธนตฺโถ หิ พเลสุ วสีภาโว. ปจฺเจกํ สยเมว โพธีติ ปจฺเจกสมฺโพธิ, อนนุพุทฺโธ สยมฺภูญาเณน สจฺจาภิสมโยติ อตฺโถ. สมฺมาสมฺพุทฺธานญฺหิ สยมฺภูญาณตาย สยเมว ปวตฺตมาโนปิ สจฺจาภิสมโย สานุพุทฺโธ อปริมาณานํ สตฺตานํ สจฺจาภิสมยสฺส เหตุภาวโต. อิเมสํ ปน โส เอกสฺสาปิ สตฺตสฺส สจฺจาภิสมยเหตุ น โหติ. สตฺถุ ธมฺมเทสนาย สวนนฺเต ชาตาติ สาวกา. สาวกานํ สจฺจาภิสมโย สาวกสมฺโพธิ. ติวิธาเปสา ติณฺณํ โพธิสตฺตานํ ยถาสกํ อาคมนียปฏิปทาย มตฺถกปฺปตฺติยา สติปฏฺฐานาทีนํ สตฺตตึสาย โพธิปกฺขิยธมฺมานํ ภาวนาปาริปูรีติ เวทิตพฺพา อิตราภิสมยานํ ตทวินาภาวโต. น หิ สจฺฉิกิริยาภิสมเยน วินา ภาวนาภิสมโย สมฺภวติ, สติ จ ภาวนาภิสมเย ปหานาภิสมโย ปริญฺญาภิสมโย จ สิทฺโธเยว โหตีติ.
ยทา หิ มหาโพธิสตฺโต ปริปูริตโพธิสมฺภาโร จริมภเว กตปุพฺพกิจฺโจ โพธิมณฺฑํ อารุยฺห – ‘‘น ตาวิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามิ, ยาว น เม อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจิสฺสตี’’ติ ปฏิญฺญํ กตฺวา อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน อสมฺปตฺตาย เอว สญฺฌาเวลาย มารพลํ วิธมิตฺวา ปุริมยาเม ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน อเนกาการโวกาเร ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺเธ อนุสฺสริตฺวา มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุวิโสธเนน จุตูปปาตญาณอนาคตํสญาณานิ อธิคนฺตฺวา ปจฺฉิมยาเม ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน ชายติ จ ชียติ จ มียติ จ จวติ จ อุปปชฺชติ จ, อถ จ ปนิมสฺส ทุกฺขสฺส นิสฺสรณํ นปฺปชานาติ ชรามรณสฺสา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๕๗) ชรามรณโต ปฏฺฐาย ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสิตฺวา มหาคหนํ ฉินฺทิตุํ นิสทสิลายํ ผรสุํ นิเสนฺโต วิย กิเลสคหนํ ฉินฺทิตุํ โลกนาโถ ญาณผรสุํ เตเชนฺโต พุทฺธภาวาย เหตุสมฺปตฺติยา ปริปากํ คตตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณาธิคมาย วิปสฺสนํ คพฺภํ คณฺหาเปนฺโต อนฺตรนฺตรา นานาสมาปตฺติโย สมาปชฺชิตฺวา ยถาววตฺถาปิเต นามรูเป ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา อนุปทธมฺมวิปสฺสนาวเสน อเนกาการโวการสงฺขาเร สมฺมสนฺโต ฉตฺตึสโกฏิสตสหสฺสมุเขน สมฺมสนวารํ วิตฺถาเรตฺวา ตตฺถ มหาวชิรญาณสงฺขาเต วิปสฺสนาญาเณ ติกฺเข สูเร ปสนฺเน วุฏฺฐานคามินิภาเวน ปวตฺตมาเน ยทา ตํ มคฺเคน ฆเฏติ, ตทา มคฺคปฏิปาฏิยา ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ เขเปนฺโต อคฺคมคฺคกฺขเณ สมฺมาสมฺโพธึ อธิคจฺฉติ นาม, อคฺคผลกฺขณโต ปฏฺฐาย อธิคโต นาม. สมฺมาสมฺพุทฺธภาวโต ทสพลจตุเวสารชฺชาทโยปิ ตสฺส ตทา หตฺถคตาเยว โหนฺตีติ อยํ ตาว อภิสมยโต สมฺมาสมฺโพธิปฏิปทา. ตทตฺถโต ปน มหาภินีหารโต ปฏฺฐาย ยาว ตุสิตภวเน นิพฺพตฺติ, เอตฺถนฺตเร ปวตฺตํ โพธิสมฺภารสมฺภรณํ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพาการสมฺปนฺนํ จริยาปิฏกวณฺณนายํ วิตฺถารโต วุตฺตเมวาติ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺพํ.
ปจฺเจกโพธิสตฺตาปิ ปจฺเจกโพธิยา กตาภินีหารา อนุปุพฺเพน สมฺภตปจฺเจกสมฺโพธิสมฺภารา ตาทิเส กาเล จริมตฺตภาเว ฐิตา ญาณสฺส ปริปากคตภาเวน อุปฏฺฐิตํ สํเวคนิมิตฺตํ คเหตฺวา สวิเสสํ ภวาทีสุ อาทีนวํ ทิสฺวา สยมฺภูญาเณน ปวตฺติ ปวตฺติเหตุํ นิวตฺติ นิวตฺติเหตุญฺจ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ โยนิโส มนสิ กโรตี’’ติอาทินา อาคตนเยน จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ปริพฺรูเหนฺตา อตฺตโน อภินีหารานุรูปํ สงฺขาเร ปริมทฺทนฺตา อนุกฺกเมน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อคฺคมคฺคํ อธิคจฺฉนฺตา ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌนฺติ นาม, อคฺคผลกฺขณโต ปฏฺฐาย ปจฺเจกสมฺพุทฺธา นาม หุตฺวา สเทวกสฺส โลกสฺส อคฺคทกฺขิเณยฺยา โหนฺติ.
สาวกา ปน สตฺถุ สพฺรหฺมจาริโน วา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานกถํ สุตฺวา ตสฺมึเยว ขเณ กาลนฺตเร วา ตชฺชํ ปฏิปตฺตึ อนุติฏฺฐนฺตา ฆเฏนฺตา วายมนฺตา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา, ยทิ วา ปฏิปทาย วฑฺฒนฺติยา, สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺตา อตฺตโน อภินีหารานุรูปสิทฺธิอคฺคสาวกภูมิยา วา เกวลํ วา อคฺคมคฺคกฺขเณ สาวกสมฺโพธึ อธิคจฺฉนฺติ นาม. ตโต ปรํ สาวกพุทฺธา นาม โหนฺติ สเทวเก โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺยา. เอวํ ตาว อภิสมยโต ปจฺเจกสมฺโพธิ สาวกสมฺโพธิ จ เวทิตพฺพา.
ตทตฺถโต ปน ยถา มหาโพธิสตฺตานํ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปานํ สตสหสฺสญฺจ โพธิสมฺภารสมฺภรณํ อิจฺฉิตพฺพํ มชฺฌิมปริจฺเฉเทน อฏฺฐ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปานํ สตสหสฺสญฺจ, อุปริมปริจฺเฉเทน โสฬส อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปานํ สตสหสฺสญฺจ เอเต จ เภทา ปญฺญาธิกสทฺธาธิกวีริยาธิกวเสน เวทิตพฺพา. ปญฺญาธิกานญฺหิ สทฺธา มนฺทา โหติ ปญฺญา ติกฺขา, ตโต จ อุปายโกสลฺลสฺส วิสทนิปุณภาเวน นจิรสฺเสว ปารมิโย ปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. สทฺธาธิกานํ ปญฺญา มชฺฌิมา โหตีติ เตสํ นาติสีฆํ นาติสณิกํ ปารมิโย ปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. วีริยาธิกานํ ปน ปญฺญา มนฺทา โหตีติ เตสํ จิเรเนว ปารมิโย ปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. น เอวํ ปจฺเจกโพธิสตฺตานํ. เตสญฺหิ สติปิ ปญฺญาธิกภาเว เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปานํ สตสหสฺสญฺจ โพธิสมฺภารสมฺภรณํ อิจฺฉิตพฺพํ, น ตโต โอรํ. สทฺธาธิกวีริยาธิกาปิ วุตฺตปริจฺเฉทโต ปรํ กติปเย เอว กปฺเป อติกฺกมิตฺวา ปจฺเจกสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌนฺติ, น ตติยํ อสงฺเขฺยยฺยนฺติ. สาวกโพธิสตฺตานํ ปน เยสํ อคฺคสาวกภาวาย อภินีหาโร, เตสํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ กปฺปานํ สตสหสฺสญฺจ สมฺภารสมฺภรณํ อิจฺฉิตพฺพํ. เยสํ มหาสาวกภาวาย, เตสํ กปฺปานํ สตสหสฺสเมว, ตถา พุทฺธสฺส มาตาปิตูนํ อุปฏฺฐากสฺส ปุตฺตสฺส จ. ตตฺถ ยถา –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;
อฏฺฐธมฺมสโมหานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙) –
เอวํ วุตฺเต อฏฺฐ ธมฺเม สโมธาเนตฺวา กตปณิธานานํ มหาโพธิสตฺตานํ มหาภินีหารโต ปภุติ สวิเสสํ ทานาทีสุ ยุตฺตปฺปยุตฺตานํ ทิวเส ทิวเส เวสฺสนฺตรทานสทิสํ มหาทานํ เทนฺตานํ ตทนุรูปสีลาทิเก สพฺพปารมิธมฺเม อาจินนฺตานมฺปิ ยถาวุตฺตกาลปริจฺเฉทํ อสมฺปตฺวา อนฺตรา เอว พุทฺธภาวปฺปตฺติ นาม นตฺถิ. กสฺมา? ญาณสฺส อปริปจฺจนโต. ปริจฺฉินฺนกาเล นิปฺผาทิตํ วิย หิ สสฺสํ พุทฺธญาณํ ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสเนว วุทฺธึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺตํ คพฺภํ คณฺหนฺตํ ปริปากํ คจฺฉตีติ เอวํ –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, วิคตาสวทสฺสนํ;
อธิกาโร ฉนฺทตา เอเต, อภินีหารการณา’’ติ. (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.ขคฺควิสาณสุตฺตวณฺณนา) –
อิเม ปญฺจ ธมฺเม สโมธาเนตฺวา กตาภินีหารานํ ปจฺเจกโพธิสตฺตานํ ‘‘อธิกาโร ฉนฺทตา’’ติ ทฺวงฺคสมนฺนาคตาย ปตฺถนาย วเสน กตปณิธานานํ สาวกโพธิสตฺตานญฺจ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตกาลปริจฺเฉทํ อสมฺปตฺวา อนฺตรา เอว ปจฺเจกสมฺโพธิยา ยถาวุตฺตสาวกสมฺโพธิยา จ อธิคโม นตฺถิ. กสฺมา? ญาณสฺส อปริปจฺจนโต. อิเมสมฺปิ หิ ยถา มหาโพธิสตฺตานํ ทานาทิปารมีหิ ปริพฺรูหิตา ปญฺญาปารมี อนุกฺกเมน คพฺภํ คณฺหนฺตี ปริปากํ คจฺฉนฺตี พุทฺธญาณํ ปริปูเรติ, เอวํ ทานาทีหิ ปริพฺรูหิตา อนุปุพฺเพน ยถารหํ คพฺภํ คณฺหนฺตี ปริปากํ คจฺฉนฺตี ปจฺเจกโพธิญาณํ สาวกโพธิญาณญฺจ ปริปูเรติ. ทานปริจเยน เหเต ตตฺถ ตตฺถ ภเว อโลภชฺฌาสยตาย สพฺพตฺถ อสงฺคมานสา อนเปกฺขจิตฺตา หุตฺวา, สีลปริจเยน สุสํวุตกายวาจตาย สุปริสุทฺธกายวจีกมฺมนฺตา ปริสุทฺธาชีวา อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารา โภชเน มตฺตญฺญุโน หุตฺวา ชาคริยานุโยเคน จิตฺตํ สมาทหนฺติ, สฺวายํ เตสํ ชาคริยานุโยโค คตปจฺจาคติกวตฺตวเสน เวทิตพฺโพ.
เอวํ ปน ปฏิปชฺชนฺตานํ อธิการสมฺปตฺติยา อปฺปกสิเรเนว อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจาภิญฺญา ฉฬภิญฺญา อธิฏฺฐานภูตา ปุพฺพภาควิปสฺสนา จ หตฺถคตาเยว โหนฺติ. วีริยาทโย ปน ตทนฺโตคธา เอว. ยญฺหิ ปจฺเจกโพธิยา สาวกโพธิยา วา อตฺถาย ทานาทิปุญฺญสมฺภรเณ อพฺภุสฺสหนํ, อิทํ วีริยํ. ยํ ตทนุปโรธสฺส สหนํ, อยํ ขนฺติ. ยํ ทานสีลาทิสมาทานาวิสํวาทนํ, อิทํ สจฺจํ. สพฺพตฺถเมว อจลสมาธานาธิฏฺฐานํ, อิทํ อธิฏฺฐานํ. ยา ทานสีลาทีนํ ปวตฺติฏฺฐานภูเตสุ สตฺเตสุ หิเตสิตา, อยํ เมตฺตา. ยํ สตฺตานํ กตวิปฺปกาเรสุ อชฺฌุเปกฺขนํ, อยํ อุเปกฺขาติ. เอวํ ทานสีลภาวนาสุ สีลสมาธิปญฺญาสุ จ สิชฺฌมานาสุ วีริยาทโย สิทฺธา เอว โหนฺติ. สาเยว ปจฺเจกโพธิอตฺถาย สาวกโพธิอตฺถาย จ ทานาทิปฏิปทา เตสํ โพธิสตฺตานํ สนฺตานสฺส ภาวนโต ปริภาวนโต ภาวนา นาม. วิเสสโต ทานสีลาทีหิ สฺวาภิสงฺขเต สนฺตาเน ปวตฺตา สมถวิปสฺสนาปฏิปทา, ยโต เต โพธิสตฺตา ปุพฺพโยคาวจรสมุทาคมสมฺปนฺนา โหนฺติ. เตนาห ภควา –
‘‘ปญฺจิเม, อานนฺท, อานิสํสา ปุพฺพโยคาวจเร. กตเม ปญฺจ? อิธานนฺท, ปุพฺพโยคาวจโร ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปฏิกจฺจ อญฺญํ อาราเธติ, โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปฏิกจฺจ อญฺญํ อาราเธติ, อถ มรณกาเล อญฺญํ อาราเธติ, อถ เทวปุตฺโต สมาโน อญฺญํ อาราเธติ, อถ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ, อถ ปจฺฉิเม กาเล ปจฺเจกสมฺพุทฺโธ โหตี’’ติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.ขคฺควิสาณสุตฺตวณฺณนา).
อิติ ปุพฺพภาคปฏิปทาภูตาย ปารมิตาปริภาวิตาย สมถวิปสฺสนาภาวนาย นิโรธคามินิปฏิปทาภูตาย อภิสมยสงฺขาตาย มคฺคภาวนาย จ ภาวิตตฺตภาวา พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกา ภาวิตตฺตา นาม. เตสุ อิธ พุทฺธสาวกา อธิปฺเปตา.
เอตฺถ จ ‘‘สีหานํวา’’ติ อิมินา เถรานํ สีหสมานวุตฺติตาทสฺสเนน อตฺตโน ปฏิปกฺเขหิ อนภิภวนียตํ, เต จ อภิภุยฺย ปวตฺตึ ทสฺเสติ. ‘‘สีหานํว นทนฺตานํ…เป… คาถา’’ติ อิมินา เถรคาถานํ สีหนาทสทิสตาทสฺสเนน ตาสํ ปรวาเทหิ อนภิภวนียตํ, เต จ อภิภวิตฺวา ปวตฺตึ ทสฺเสติ. ‘‘ภาวิตตฺตาน’’นฺติ อิมินา ตทุภยสฺส การณํ วิภาเวติ. ภาวิตตฺตภาเวน เถรา อิธ สีหสทิสา วุตฺตา, เตสญฺจ คาถา สีหนาทสทิสิโย. ‘‘อตฺถูปนายิกา’’ติ อิมินา อภิภวเน ปโยชนํ ทสฺเสติ. ตตฺถ เถรานํ ปฏิปกฺโข นาม สํกิเลสธมฺโม, ตทภิภโว ตทงฺคิวิกฺขมฺภนปฺปหาเนหิ สทฺธึ สมุจฺเฉทปฺปหานํ. ตสฺมึ สติ ปฏิปสฺสทฺธีปฺปหานํ นิสฺสรณปฺปหานญฺจ สิทฺธเมว โหติ, ยโต เต ภาวิตตฺตาติ วุจฺจนฺติ. มคฺคกฺขเณ หิ อริยา อปฺปมาทภาวนํ ภาเวนฺติ นาม, อคฺคผลกฺขณโต ปฏฺฐาย ภาวิตตฺตา นามาติ วุตฺโตวายมตฺโถ.
เตสุ ตทงฺคปฺปหาเนน เนสํ สีลสมฺปทา ทสฺสิตา, วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน สมาธิสมฺปทา, สมุจฺเฉทปฺปหาเนน ปญฺญาสมฺปทา, อิตเรน ตาสํ ผลํ ทสฺสิตํ. สีเลน จ เตสํ ปฏิปตฺติยา อาทิกลฺยาณตา ทสฺสิตา, ‘‘โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ? สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ’’ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙), ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย’’ (สํ. นิ. ๑.๒๓; วิสุทฺธิ. ๑.๑), ‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติ (ธ. ป. ๑๘๓; ที. นิ. ๒.๙๐) จ วจนโต สีลํ ปฏิปตฺติยา อาทิกลฺยาณํว อวิปฺปฏิสาราทิคุณาวหตฺตา. สมาธินา มชฺเฌกลฺยาณตา ทสฺสิตา, ‘‘จิตฺตํ ภาวยํ’’, ‘‘กุสลสฺส อุปสมฺปทา’’ติ จ วจนโต สมาธิปฏิปตฺติยา มชฺเฌกลฺยาโณว, อิทฺธิวิธาทิคุณาวหตฺตา. ปญฺญาย ปริโยสานกลฺยาณตา ทสฺสิตา, ‘‘สจิตฺตปริโยทปนํ’’ (ธ. ป. ๑๘๓; ที. นิ. ๒.๙๐), ‘‘ปญฺญํ ภาวย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๓; วิสุทฺธิ. ๑.๑) จ วจนโต ปญฺญา ปฏิปตฺติยา ปริโยสานํว, ปญฺญุตฺตรโต กุสลานํ ธมฺมานํ สาว กลฺยาณา อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ ตาทิภาวาวหตฺตา.
‘‘เสโล ยถา เอกฆโน, วาเตน น สมีรติ; (มหาว. ๒๔๔);
เอวํ นินฺทาปสํสาสุ, น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา’’ติ. (ธ. ป. ๘๑) –
หิ วุตฺตํ.
ตถา สีลสมฺปทาย เตวิชฺชภาโว ทสฺสิโต. สีลสมฺปตฺติญฺหิ นิสฺสาย ติสฺโส วิชฺชา ปาปุณนฺติ. สมาธิสมฺปทาย ฉฬภิญฺญาภาโว. สมาธิสมฺปตฺติญฺหิ นิสฺสาย ฉฬภิญฺญา ปาปุณนฺติ. ปญฺญาสมฺปทาย ปภินฺนปฏิสมฺภิทาภาโว. ปญฺญาสมฺปทญฺหิ นิสฺสาย จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา ปาปุณนฺติ. อิมินา เตสํ เถรานํ เกจิ เตวิชฺชา, เกจิ ฉฬภิญฺญา, เกจิ ปฏิสมฺภิทาปตฺตาติ อยมตฺโถ ทสฺสิโตติ เวทิตพฺพํ.
ตถา สีลสมฺปทาย เตสํ กามสุขานุโยคสงฺขาตสฺส อนฺตสฺส ปริวชฺชนํ ทสฺเสติ. สมาธิสมฺปทาย อตฺตกิลมถานุโยคสงฺขาตสฺส, ปญฺญาสมฺปทาย มชฺฌิมาย ปฏิปทาย เสวนํ ทสฺเสติ. ตถา สีลสมฺปทาย เตสํ วีติกฺกมปฺปหานํ กิเลสานํ ทสฺเสติ. สมาธิสมฺปทาย ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ, ปญฺญาสมฺปทาย อนุสยปฺปหานํ ทสฺเสติ. สีลสมฺปทาย วา ทุจฺจริตสํกิเลสวิโสธนํ, สมาธิสมฺปทาย ตณฺหาสํกิเลสวิโสธนํ, ปญฺญาสมฺปทาย ทิฏฺฐิสํกิเลสวิโสธนํ ทสฺเสติ. ตทงฺคปฺปหาเนน วา เนสํ อปายสมติกฺกโม ทสฺสิโต. วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน กามธาตุสมติกฺกโม, สมุจฺเฉทปฺปหาเนน สพฺพภวสมติกฺกโม ทสฺสิโตติ เวทิตพฺพํ.
‘‘ภาวิตตฺตาน’’นฺติ วา เอตฺถ สีลภาวนา, จิตฺตภาวนา ปญฺญาภาวนาติ ติสฺโส ภาวนา เวทิตพฺพา กายภาวนาย ตทนฺโตคธตฺตา. สีลภาวนา จ ปฏิปตฺติยา อาทีติ สพฺพํ ปุริมสทิสํ. ยถา ปน สีหนาทํ ปเร มิคคณา น สหนฺติ, กุโต อภิภเว, อญฺญทตฺถุ สีหนาโทว เต อภิภวติ เอวเมว อญฺญติตฺถิยวาทา เถรานํ วาเท น สหนฺติ, กุโต อภิภเว, อญฺญทตฺถุ เถรวาทาว เต อภิภวนฺติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา, สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา, สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๗-๒๗๙) ‘‘นิพฺพานธาตู’’ติ จ ปวตฺตนโต. น หิ ธมฺมโต สกฺกา เกนจิ อญฺญถา กาตุํ อปฺปฏิวตฺตนียโต. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิภวิสฺสติ. เอวเมตฺถ สงฺเขเปเนว ปฐมคาถาย อตฺถวิภาวนา เวทิตพฺพา.
ทุติยคาถายํ ปน อยํ สมฺพนฺธทสฺสนมุเขน อตฺถวิภาวนา. ตตฺถ เยสํ เถรานํ คาถา สาเวตุกาโม, เต สาธารณวเสน นามโต โคตฺตโต คุณโต จ กิตฺเตตุํ ‘‘ยถานามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสาธารณโต ปน ตตฺถ ตตฺถ คาถาเสฺวว อาวิภวิสฺสติ. ตตฺถ ยถานามาติ ยํยํนามา, สุภูติ มหาโกฏฺฐิโกติอาทินา นเยน นามเธยฺเยน ปญฺญาตาติ อตฺโถ. ยถาโคตฺตาติ ยํยํโคตฺตา, โคตโม กสฺสโปติอาทินา นเยน กุลปเทเสน ยาย ยาย ชาติยา ปญฺญาตาติ อตฺโถ. ยถาธมฺมวิหาริโนติ ยาทิสธมฺมวิหาริโน, ปริยตฺติปรมตายํ อฏฺฐตฺวา ยถานุรูปํ สมาปตฺติวิหาริโน หุตฺวา วิหรึสูติ อตฺโถ. อถ วา ยถาธมฺมวิหาริโนติ ยถาธมฺมา วิหาริโน จ, ยาทิสสีลาทิธมฺมา ทิพฺพวิหาราทีสุ อภิณฺหโส วิหรมานา ยาทิสวิหารา จาติ อตฺโถ. ยถาธิมุตฺตาติ ยาทิสอธิมุตฺติกา สทฺธาธิมุตฺติปญฺญาธิมุตฺตีสุ ยํยํอธิมุตฺติกา สุญฺญตมุขาทีสุ วา ยถา ยถา นิพฺพานํ อธิมุตฺตาติ ยถาธิมุตฺตา. ‘‘นิพฺพานํ อธิมุตฺตานํ, อตฺถํ คจฺฉนฺติ อาสวา’’ติ (ธ. ป. ๒๒๖) หิ วุตฺตํ. อุภยญฺเจตํ ปุพฺพภาควเสน เวทิตพฺพํ. อรหตฺตปฺปตฺติโต ปุพฺเพเยว หิ ยถาวุตฺตมธิมุจฺจนํ, น ปรโต. เตนาห ภควา –
‘‘อสฺสทฺโธ อกตญฺญู จ, สนฺธิจฺเฉโท จ โย นโร’’ติอาทิ. (ธ. ป. ๙๗).
‘‘ยถาวิมุตฺตา’’ติ วา ปาโฐ, ปญฺญาวิมุตฺติอุภโตภาควิมุตฺตีสุ ยํยํวิมุตฺติกาติ อตฺโถ. สปฺปญฺญาติ ติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญาย ปาริหาริกปญฺญาย ภาวนาปญฺญาย จาติ ติวิธายปิ ปญฺญาย ปญฺญวนฺโต. วิหรึสูติ ตาย เอว สปฺปญฺญตาย ยถาลทฺเธน ผาสุวิหาเรเนว วสึสุ. อตนฺทิตาติ อนลสา, อตฺตหิตปฏิปตฺติยํ ยถาพลํ ปรหิตปฏิปตฺติยญฺจ อุฏฺฐานวนฺโตติ อตฺโถ.
เอตฺถ จ ปน นามโคตฺตคฺคหเณน เตสํ เถรานํ ปกาสปญฺญาตภาวํ ทสฺเสติ. ธมฺมวิหารคฺคหเณน สีลสมฺปทํ สมาธิสมฺปทญฺจ ทสฺเสติ. ‘‘ยถาธิมุตฺตา สปฺปญฺญา’’ติ อิมินา ปญฺญาสมฺปทํ. ‘‘อตนฺทิตา’’ติ อิมินา สีลสมฺปทาทีนํ การณภูตํ วีริยสมฺปทํ ทสฺเสติ. ‘‘ยถานามา’’ติ อิมินา เตสํ ปกาสนนามตํ ทสฺเสติ. ‘‘ยถาโคตฺตา’’ติ อิมินา สทฺธานุสารีธมฺมานุสารีโคตฺตสมฺปตฺติสมุทาคมํ, ‘‘ยถาธมฺมวิหาริโน’’ติอาทินา สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญาณทสฺสนํ สมฺปตฺติสมุทาคมํ, ‘‘อตนฺทิตา’’ติ อิมินา เอวํ อตฺตหิตสมฺปตฺติยํ ฐิตานํ ปรหิตปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ.
อถ วา ‘‘ยถานามา’’ติ อิทํ เตสํ เถรานํ ครูหิ คหิตนามเธยฺยทสฺสนํ สมญฺญามตฺตกิตฺตนโต. ‘‘ยถาโคตฺตา’’ติ อิทํ กุลปุตฺตภาวทสฺสนํ กุลาปเทส กิตฺตนโต. เตน เนสํ สทฺธาปพฺพชิตภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘ยถาธมฺมวิหาริโน’’ติ อิทํ จรณสมฺปตฺติทสฺสนํ สีลสํวราทีหิ สมงฺคีภาวทีปนโต. ‘‘ยถาธิมุตฺตา สปฺปญฺญา’’ติ อิทํ เนสํ วิชฺชาสมฺปตฺติทสฺสนํ อาสวกฺขยปริโยสานาย ญาณสมฺปตฺติยา อธิคมปริทีปนโต. ‘‘อตนฺทิตา’’ติ อิทํ วิชฺชาจรณสมฺปตฺตีนํ อธิคมูปายทสฺสนํ. ‘‘ยถานามา’’ติ วา อิมินา เตสํ ปกาสนนามตํเยว ทสฺเสติ. ‘‘ยถาโคตฺตา’’ติ ปน อิมินา ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ. น หิ สมฺมาอปฺปณิหิตตฺตโน ปุพฺเพ จ อกตปุญฺญสฺส สทฺธานุสารีธมฺมานุสาริโน โคตฺตสมฺปตฺติสมุทาคโม สมฺภวติ. ‘‘ยถาธมฺมวิหาริโน’’ติ อิมินา เตสํ ปุริมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ. น หิ อปฺปติรูเป เทเส วสโต สปฺปุริสูปนิสฺสยรหิตสฺส จ ตาทิสา คุณวิเสสา สมฺภวนฺติ. ‘‘ยถาธิมุตฺตา’’ติ อิมินา สทฺธมฺมสวนสมฺปทาสมาโยคํ ทสฺเสติ. น หิ ปรโตโฆเสน วินา สาวกานํ สจฺจสมฺปฏิเวโธ สมฺภวติ. ‘‘สปฺปญฺญา อตนฺทิตา’’ติ อิมินา ยถาวุตฺตสฺส คุณวิเสสสฺส อพฺยภิจาริเหตุํ ทสฺเสติ ญายารมฺภทสฺสนโต.
อปโร นโย – ‘‘ยถาโคตฺตา’’ติ เอตฺถ โคตฺตกิตฺตเนน เตสํ เถรานํ โยนิโสมนสิการสมฺปทํ ทสฺเสติ ยถาวุตฺตโคตฺตสมฺปนฺนสฺส โยนิโสมนสิการสมฺภวโต. ‘‘ยถาธมฺมวิหาริโน’’ติ เอตฺถ ธมฺมวิหารคฺคหเณน สทฺธมฺมสวนสมฺปทํ ทสฺเสติ สทฺธมฺมสวเนน วินา ตทภาวโต. ‘‘ยถาธิมุตฺตา’’ติ อิมินา มตฺถกปฺปตฺตํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปทํ ทสฺเสติ. ‘‘สปฺปญฺญา’’ติ อิมินา สพฺพตฺถ สมฺปชานการิตํ. ‘‘อตนฺทิตา’’ติ อิมินา วุตฺตนเยน อตฺตหิตสมฺปตฺตึ ปริปูเรตฺวา ฐิตานํ ปเรสํ หิตสุขาวหาย ปฏิปตฺติยํ อกิลาสุภาวํ ทสฺเสติ. ตถา ‘‘ยถาโคตฺตา’’ติ อิมินา เนสํ สรณคมนสมฺปทา ทสฺสิตา สทฺธานุสารีโคตฺตกิตฺตนโต. ‘‘ยถาธมฺมวิหาริโน’’ติ อิมินา สีลกฺขนฺธปุพฺพงฺคโม สมาธิกฺขนฺโธ ทสฺสิโต. ‘‘ยถาธิมุตฺตา สปฺปญฺญา’’ติ อิมินา ปญฺญกฺขนฺธาทโย. สรณคมนญฺจ สาวกคุณานํ อาทิ, สมาธิ มชฺเฌ, ปญฺญา ปริโยสานนฺติ อาทิมชฺฌปริโยสานทสฺสเนน สพฺเพปิ สาวกคุณา ทสฺสิตา โหนฺติ.
อีทิสี ปน คุณวิภูติ ยาย สมฺมาปฏิปตฺติยา เตหิ อธิคตา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ เตสุ อรญฺญรุกฺขมูลปพฺพตาทีสุ วิวิตฺตเสนาสเนสุ. ตตฺถ ตตฺถาติ วา ตสฺมึ ตสฺมึ อุทานาทิกาเล. วิปสฺสิตฺวาติ สมฺปสฺสิตฺวา. นามรูปววตฺถาปนปจฺจยปริคฺคเหหิ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิกงฺขาวิตรณวิสุทฺธิโย สมฺปาเทตฺวา กลาปสมฺมสนาทิกฺกเมน ปญฺจมํ วิสุทฺธึ อธิคนฺตฺวา ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา มตฺถกํ ปาปนวเสน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ผุสิตฺวาติ ปตฺวา สจฺฉิกตฺวา. อจฺจุตํ ปทนฺติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ สยํ อจวนธมฺมตฺตา อธิคตานํ อจฺจุติเหตุภาวโต จ นตฺถิ เอตฺถ จุตีติ ‘‘อจฺจุตํ’’. สงฺขตธมฺเมหิ อสมฺมิสฺสภาวตาย ตทตฺถิเกหิ ปฏิปชฺชิตพฺพตาย จ ‘‘ปท’’นฺติ จ วุจฺจติ. กตนฺตนฺติ กตสฺส อนฺตํ. โย หิ เตหิ อธิคโต อริยมคฺโค, โส อตฺตโน ปจฺจเยหิ อุปฺปาทิตตฺตา กโต นาม. ตสฺส ปน ปริโยสานภูตํ ผลํ กตนฺโตติ อธิปฺเปตํ. ตํ กตนฺตํ อคฺคผลํ. อถ วา ปจฺจเยหิ กตตฺตา นิปฺผาทิตตฺตา กตา นาม สงฺขตธมฺมา, ตนฺนิสฺสรณภาวโต กตนฺโต นิพฺพานํ. ตํ กตนฺตํ. ปจฺจเวกฺขนฺตาติ ‘‘อธิคตํ วต มยา อริยมคฺคาธิคเมน อิทํ อริยผลํ, อธิคตา อสงฺขตา ธาตู’’ติ อริยผลนิพฺพานานิ วิมุตฺติญาณทสฺสเนน ปฏิปตฺตึ อเวกฺขมานา. อถ วา สจฺจสมฺปฏิเวธวเสน ยํ อริเยน กรณียํ ปริญฺญาทิโสฬสวิธํ กิจฺจํ อคฺคผเล ฐิเตน นิปฺผาทิตตฺตา ปริโยสาปิตตฺตา กตํ นาม, เอวํ กตํ ตํ ปจฺจเวกฺขนฺตา. เอเตน ปหีนกิเลสปจฺจเวกฺขณํ ทสฺสิตํ. ปุริมนเยน ปน อิตรปจฺจเวกฺขณานีติ เอกูนวีสติ ปจฺจเวกฺขณานิ ทสฺสิตานิ โหนฺติ.
อิมมตฺถนฺติ เอตฺถ อิมนฺติ สกโล เถรเถรีคาถานํ อตฺโถ อตฺตโน อิตเรสญฺจ ตตฺถ สนฺนิปติตานํ ธมฺมสงฺคาหกมหาเถรานํ พุทฺธิยํ วิปริวตฺตมานตาย อาสนฺโน ปจฺจกฺโขติ จ กตฺวา วุตฺตํ. อตฺถนฺติ ‘‘ฉนฺนา เม กุฏิกา’’ติอาทีหิ คาถาหิ วุจฺจมานํ อตฺตูปนายิกํ ปรูปนายิกํ โลกิยโลกุตฺตรปฏิสํยุตฺตํ อตฺถํ. อภาสิสุนฺติ คาถาพนฺธวเสน กเถสุํ, ตํทีปนิโย อิทานิ มยา วุจฺจมานา เตสํ ภาวิตตฺตานํ คาถา อตฺตูปนายิกา สุณาถาติ โยชนา. เต จ มหาเถรา เอวํ กเถนฺตา อตฺตโน สมฺมาปฏิปตฺติปกาสนีหิ คาถาหิ สาสนสฺส เอกนฺตนิยฺยานิกวิภาวเนน ปเรปิ ตตฺถ สมฺมาปฏิปตฺติยํ นิโยเชนฺตีติ เอตมตฺถํ ทีเปติ อายสฺมา ธมฺมภณฺฑาคาริโก, ตถา ทีเปนฺโต จ อิมาหิ คาถาหิ เตสํ โถมนํ ตาสญฺจ เตสํ วจนสฺส นิทานภาเวน ฐปนํ ฐานคตเมวาติ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
นิทานคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑. เอกกนิปาโต
๑. ปฐมวคฺโค
๑. สุภูติตฺเถรคาถาวณฺณนา
อิทานิ ฉนฺนา เม กุฏิกาติอาทินยปฺปวตฺตานํ เถรคาถานํ อตฺถวณฺณนา โหติ. สา ปนายํ อตฺถวณฺณนา ยสฺมา ตาสํ ตาสํ คาถานํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ ปกาเสตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหติ สุวิญฺเญยฺยา จ. ตสฺมา ตตฺถ ตตฺถ อฏฺฐุปฺปตฺตึ ปกาเสตฺวา อตฺถวณฺณนํ กริสฺสามาติ.
ตตฺถ ฉนฺนา เม กุฏิกาติคาถาย กา อุปฺปตฺติ? วุจฺจเต – อิโต กิร กปฺปสตสหสฺสมตฺถเก อนุปฺปนฺเนเยว ปทุมุตฺตเร ภควติ โลกนาเถ หํสวตีนามเก นคเร อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณมหาสาลสฺส เอโก ปุตฺโต อุปฺปชฺชิ. ตสฺส ‘‘นนฺทมาณโว’’ติ นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคณฺหิตฺวา ตตฺถ สารํ อปสฺสนฺโต อตฺตโน ปริวารภูเตหิ จตุจตฺตาลีสาย มาณวกสหสฺเสหิ สทฺธึ ปพฺพตปาเท อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจ จ อภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตสิ. อนฺเตวาสิกานมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. เตปิ น จิเรเนว ฌานลาภิโน อเหสุํ.
เตน จ สมเยน ปทุมุตฺตโร ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา หํสวตีนครํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺโต เอกทิวสํ ปจฺจูสสมเย โลกํ โวโลเกนฺโต นนฺทตาปสสฺส อนฺเตวาสิกชฏิลานํ อรหตฺตูปนิสฺสยํ นนฺทตาปสสฺส จ ทฺวีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส สาวกฏฺฐานนฺตรสฺส ปตฺถนํ ทิสฺวา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ปุพฺพณฺหสมเย ปตฺตจีวรมาทาย อญฺญํ กญฺจิ อนามนฺเตตฺวา สีโห วิย เอกจโร นนฺทตาปสสฺส อนฺเตวาสิเกสุ ผลาผลตฺถาย คเตสุ ‘‘พุทฺธภาวํ เม ชานาตู’’ติ ปสฺสนฺตสฺเสว นนฺทตาปสสฺส อากาสโต โอตริตฺวา ปถวิยํ ปติฏฺฐาสิ. นนฺทตาปโส พุทฺธานุภาวญฺเจว ลกฺขณปาริปูริญฺจ ทิสฺวา ลกฺขณมนฺเต สมฺมสิตฺวา ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต นาม อคารํ อชฺฌาวสนฺโต ราชา โหติ จกฺกวตฺตี, ปพฺพชนฺโต โลเก วิวฏจฺฉโท สพฺพญฺญู พุทฺโธ โหติ. อยํ ปุริสาชานีโย นิสฺสํสยํ พุทฺโธติ ญตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา, ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา, อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา, อทาสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. นนฺทตาปโสปิ อตฺตโน อนุจฺฉวิกํ อาสนํ คเหตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
ตสฺมึ สมเย จตุจตฺตาลีสสหสฺสชฏิลา ปณีตปณีตานิ โอชวนฺตานิ ผลาผลานิ คเหตฺวา อาจริยสฺส สนฺติกํ สมฺปตฺตา พุทฺธานญฺเจว อาจริยสฺส จ นิสินฺนาสนํ โอโลเกนฺตา อาหํสุ – ‘‘อาจริย, มยํ ‘อิมสฺมึ โลเก ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร นตฺถี’ติ วิจราม, อยํ ปน ปุริโส ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร มญฺเญ’’ติ. นนฺทตาปโส, ‘‘ตาตา, กึ วเทถ, สาสเปน สทฺธึ อฏฺฐสฏฺฐิสตสหสฺสโยชนุพฺเพธํ สิเนรุํ อุปเมตุํ อิจฺฉถ, สพฺพญฺญุพุทฺเธน สทฺธึ มา มํ อุปมิตฺถา’’ติ อาห. อถ เต ตาปสา ‘‘สเจ อยํ โอรโก อภวิสฺส, น อมฺหากํ อาจริโย เอวํ อุปมํ อาหเรยฺย, ยาว มหา วตายํ ปุริสาชานีโย’’ติ ปาเทสุ นิปติตฺวา สิรสา วนฺทึสุ. อถ เต อาจริโย อาห – ‘‘ตาตา, อมฺหากํ พุทฺธานํ อนุจฺฉวิโก เทยฺยธมฺโม นตฺถิ, ภควา จ ภิกฺขาจารเวลายํ อิธาคโต, ตสฺมา มยํ ยถาพลํ เทยฺยธมฺมํ ทสฺสาม, ตุเมฺห ยํ ยํ ปณีตํ ผลาผลํ อานีตํ, ตํ ตํ อาหรถา’’ติ วตฺวา อาหราเปตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา สยํ ตถาคตสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. สตฺถารา ผลาผเล ปฏิคฺคหิตมตฺเต เทวตา ทิพฺโพชํ ปกฺขิปึสุ. ตาปโส อุทกมฺปิ สยเมว ปริสฺสาเวตฺวา อทาสิ. ตโต โภชนกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา นิสินฺเน สตฺถริ สพฺเพ อนฺเตวาสิเก ปกฺโกสิตฺวา สตฺถุ สนฺติเก สารณียํ กถํ กเถนฺโต นิสีทิ. สตฺถา ‘‘ภิกฺขุสงฺโฆ อาคจฺฉตู’’ติ จินฺเตสิ. ภิกฺขู สตฺถุ จิตฺตํ ญตฺวา สตสหสฺสมตฺตา ขีณาสวา อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ.
นนฺทตาปโส อนฺเตวาสิเก อามนฺเตสิ – ‘‘ตาตา, พุทฺธานํ นิสินฺนาสนมฺปิ นีจํ, สมณสตสหสฺสสฺสปิ อาสนํ นตฺถิ, ตุเมฺหหิ อชฺช อุฬารํ ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ สกฺการํ กาตุํ วฏฺฏติ, ปพฺพตปาทโต วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ ปุปฺผานิ อาหรถา’’ติ. อจินฺเตยฺยตฺตา อิทฺธิวิสยสฺส มุหุตฺเตเนว วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ ปุปฺผานิ อาหริตฺวา พุทฺธานํ โยชนปฺปมาณํ ปุปฺผาสนํ ปญฺญาเปสุํ. อคฺคสาวกานํ ติคาวุตํ, เสสภิกฺขูนํ อฑฺฒโยชนิกาทิเภทํ, สงฺฆนวกสฺส อุสภมตฺตํ อโหสิ. เอวํ ปญฺญตฺเตสุ อาสเนสุ นนฺทตาปโส ตถาคตสฺส ปุรโต อญฺชลึ ปคฺคยฺห ฐิโต, ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อิมํ ปุปฺผาสนํ อภิรุหถา’’ติ อาห. นิสีทิ ภควา ปุปฺผาสเน. เอวํ นิสินฺเน สตฺถริ สตฺถุ อาการํ ญตฺวา ภิกฺขู อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตาสเน นิสีทึสุ. นนฺทตาปโส มหนฺตํ ปุปฺผฉตฺตํ คเหตฺวา ตถาคตสฺส มตฺถเก ธาเรนฺโต อฏฺฐาสิ. สตฺถา ‘‘ตาปสานํ อยํ สกฺกาโร มหปฺผโล โหตู’’ติ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิ. สตฺถุ สมาปนฺนภาวํ ญตฺวา ภิกฺขูปิ สมาปชฺชึสุ. ตถาคเต สตฺตาหํ นิโรธํ สมาปชฺชิตฺวา นิสินฺเน อนฺเตวาสิกา ภิกฺขาจารกาเล สมฺปตฺเต วนมูลผลาผลํ ปริภุญฺชิตฺวา เสสกาเล พุทฺธานํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห ติฏฺฐนฺติ. นนฺทตาปโส ปน ภิกฺขาจารมฺปิ อคนฺตฺวา ปุปฺผฉตฺตํ ธาเรนฺโต สตฺตาหํ ปีติสุเขเนว วีตินาเมติ.
สตฺถา นิโรธโต วุฏฺฐาย อรณวิหาริองฺเคน ทกฺขิเณยฺยงฺเคน จาติ ทฺวีหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตํ เอกํ สาวกํ ‘‘อิสิคณสฺส ปุปฺผาสนานุโมทนํ กโรหี’’ติ อาณาเปสิ. โส จกฺกวตฺติรญฺโญ สนฺติกา ปฏิลทฺธมหาลาโภ มหาโยโธ วิย ตุฏฺฐมานโส อตฺตโน วิสเย ฐตฺวา เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สมฺมสิตฺวา อนุโมทนํ อกาสิ. ตสฺส เทสนาวสาเน สตฺถา สยํ ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน สพฺเพ จตุจตฺตาลีสสหสฺสตาปสา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถา ‘‘เอถ, ภิกฺขโว’’ติ หตฺถํ ปสาเรสิ. เตสํ ตาวเทว เกสมสฺสุ อนฺตรธายิ. อฏฺฐ ปริกฺขารา กาเย ปฏิมุกฺกาว อเหสุํ สฏฺฐิวสฺสตฺเถรา วิย สตฺถารํ ปริวารยึสุ. นนฺทตาปโส ปน วิกฺขิตฺตจิตฺตตาย วิเสสํ นาธิคจฺฉิ. ตสฺส กิร อรณวิหาริตฺเถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ โสตุํ อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ‘‘อโห วตาหมฺปิ อนาคเต อุปฺปชฺชนกพุทฺธสฺส สาสเน อิมินา สาวเกน ลทฺธธุรํ ลเภยฺย’’นฺติ จิตฺตํ อุทปาทิ. โส เตน ปริวิตกฺเกน มคฺคผลปฏิเวธํ กาตุํ นาสกฺขิ. ตถาคตํ ปน วนฺทิตฺวา สมฺมุเข ฐตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, เยน ภิกฺขุนา อิสิคณสฺส ปุปฺผาสนานุโมทนา กตา, โก นามายํ ตุมฺหากํ สาสเน’’ติ. ‘‘อรณวิหาริองฺเค ทกฺขิเณยฺยองฺเค จ เอตทคฺคํ ปตฺโต เอโส ภิกฺขู’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ยฺวายํ มยา สตฺตาหํ ปุปฺผฉตฺตํ ธาเรนฺเตน สกฺกาโร กโต, เตน อธิกาเรน น อญฺญํ สมฺปตฺตึ ปตฺเถมิ, อนาคเต ปน เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อยํ เถโร วิย ทฺวีหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สาวโก ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนมกาสิ.
สตฺถา ‘‘สมิชฺฌิสฺสติ นุ, โข อิมสฺส ตาปสสฺส ปตฺถนา’’ติ อนาคตํสญาณํ เปเสตฺวา โอโลเกนฺโต กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกมิตฺวา สมิชฺฌนกภาวํ ทิสฺวา นนฺทตาปสํ อาห – ‘‘น เต อยํ ปตฺถนา โมฆา ภวิสฺสติ, อนาคเต กปฺปสตสหสฺสํ อติกฺกมิตฺวา โคตโม นาม พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺส สนฺติเก สมิชฺฌิสฺสตี’’ติ วตฺวา ธมฺมกถํ กเถตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อากาสํ ปกฺขนฺทิ. นนฺทตาปโส ยาว จกฺขุปถสมติกฺกมา สตฺถารํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุทฺทิสฺส อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. โส อปรภาเค กาเลน กาลํ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณิ. อปริหีนชฺฌาโนว กาลงฺกตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต. ตโต ปน จุโต อปรานิปิ ปญฺจ ชาติสตานิ ปพฺพชิตฺวา อารญฺญโก อโหสิ. กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเลปิ ปพฺพชิตฺวา อารญฺญโก หุตฺวา คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรสิ. เอตํ กิร วตฺตํ อปริปูเรตฺวา มหาสาวกภาวํ ปาปุณนฺตา นาม นตฺถิ. คตปจฺจาคตวตฺตํ ปน อาคมฏฺฐกถาสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. โส วีสติวสฺสสหสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรตฺวา กาลงฺกตฺวา กามาวจรเทวโลเก ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติ. วุตฺตเญฺหตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓.๑๕๑) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, นิสโภ นาม ปพฺพโต;
อสฺสโม สุกโต มยฺหํ, ปณฺณสาลา สุมาปิตา.
‘‘โกสิโย นาม นาเมน, ชฏิโล อุคฺคตาปโน;
เอกากิโย อทุติโย, วสามิ นิสเภ ตทา.
‘‘ผลํ มูลญฺจ ปณฺณญฺจ, น ภุญฺชามิ อหํ ตทา;
ปวตฺตํว สุปาตาหํ, อุปชีวามิ ตาวเท.
‘‘นาหํ โกเปมิ อาชีวํ, จชมาโนปิ ชีวิตํ;
อาราเธมิ สกํ จิตฺตํ, วิวชฺเชมิ อเนสนํ.
‘‘ราคูปสํหิตํ จิตฺตํ, ยทา อุปฺปชฺชเต มม;
สยํว ปจฺจเวกฺขามิ, เอกคฺโค ตํ ทเมมหํ.
‘‘รชฺชเส รชฺชนีเย จ, ทุสฺสนีเย จ ทุสฺสเส;
มุยฺหเส โมหนีเย จ, นิกฺขมสฺสุ วนา ตุวํ.
‘‘วิสุทฺธานํ อยํ วาโส, นิมฺมลานํ ตปสฺสินํ;
มา โข วิสุทฺธํ ทูเสสิ, นิกฺขมสฺสุ วนา ตุวํ.
‘‘อคาริโก ภวิตฺวาน, ยทา ปุตฺตํ ลภิสฺสสิ;
อุโภปิ มา วิราเธสิ, นิกฺขมสฺสุ วนา ตุวํ.
‘‘ฉวาลาตํ ยถา กฏฺฐํ, น กฺวจิ กิจฺจการกํ;
เนว คาเม อรญฺเญ วา, น หิ ตํ กฏฺฐสมฺมตํ.
‘‘ฉวาลาตูปโม ตฺวํ สิ, น คิหี นาปิ สญฺญโต;
อุภโต มุตฺตโก อชฺช, นิกฺขมสฺสุ วนา ตุวํ.
‘‘สิยา นุ โข ตว เอตํ, โก ปชานาติ เต อิทํ;
สทฺธาธุรํ วหิสิ เม, โกสชฺชพหุลาย จ.
‘‘ชิคุจฺฉิสฺสนฺติ ตํ วิญฺญู, อสุจึ นาคริโก ยถา;
อากฑฺฒิตฺวาน อิสโย, โจทยิสฺสนฺติ ตํ สทา.
‘‘ตํ วิญฺญู ปวทิสฺสนฺติ, สมติกฺกนฺตสาสนํ;
สํวาสํ อลภนฺโต หิ, กถํ ชีวิหิสิ ตุวํ.
‘‘ติธาปภินฺนํ มาตงฺคํ, กุญฺชรํ สฏฺฐิหายนํ;
พลี นาโค อุปคนฺตฺวา, ยูถา นีหรเต คชํ.
‘‘ยูถา วินิสฺสโฏ สนฺโต, สุขํ สาตํ น วินฺทติ;
ทุกฺขิโต วิมโน โหติ, ปชฺฌายนฺโต ปเวธติ.
‘‘ตเถว ชฏิลา ตมฺปิ, นีหริสฺสนฺติ ทุมฺมตึ;
เตหิ ตฺวํ นิสฺสโฏ สนฺโต, สุขํ สาตํ น ลจฺฉสิ.
‘‘ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ, โสกสลฺลสมปฺปิโต;
ทยฺหติ ปริฬาเหน, คโช ยูถาว นิสฺสโฏ.
‘‘ชาตรูปํ ยถา กูฏํ, เนว ฌายติ กตฺถจิ;
ตถา สีลวีหิโน ตฺวํ, น ฌายิสฺสสิ กตฺถจิ.
‘‘อคารํ วสมาโนปิ, กถํ ชีวิหิสิ ตุวํ;
มตฺติกํ เปตฺติกญฺจาปิ, นตฺถิ เต นิหิตํ ธนํ.
‘‘สยํ กมฺมํ กริตฺวาน, คตฺเต เสทํ ปโมจยํ;
เอวํ ชีวิหิสิ เคเห, สาธุ เต ตํ น รุจฺจติ.
‘‘เอวาหํ ตตฺถ วาเรมิ, สํกิเลสคตํ มนํ;
นานาธมฺมกถํ กตฺวา, ปาปา จิตฺตํ นิวารยึ.
‘‘เอวํ เม วิหรนฺตสฺส, อปฺปมาทวิหาริโน;
ตึสวสฺสสหสฺสานิ, วิปิเน เม อติกฺกมุํ.
‘‘อปฺปมาทรตํ ทิสฺวา, อุตฺตมตฺถํ คเวสกํ;
ปทุมุตฺตรสมฺพุทฺโธ, อาคจฺฉิ มม สนฺติกํ.