๒. ปุริสวิมานํ

๕. มหารถวคฺโค

๑. มณฺฑูกเทวปุตฺตวิมานวณฺณนา

มหารถวคฺเค โก เม วนฺทติ ปาทานีติ มณฺฑูกเทวปุตฺตวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา จมฺปายํ วิหรติ คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเร. โส ปจฺจูสเวลายํ พุทฺธาจิณฺณํ มหากรุณาสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐาย เวเนยฺยพนฺธเว สตฺเต โวโลเกนฺโต อทฺทส ‘‘อชฺช มยิ สายนฺหสมเย ธมฺมํ เทเสนฺเต เอโก มณฺฑูโก มม สเร นิมิตฺตํ คณฺหนฺโต ปรูปกฺกเมน มริตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา มหตา เทวปริวาเรน มหาชนสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อาคมิสฺสติ, ตตฺถ พหูนํ ธมฺมาภิสมโย ภวิสฺสตี’’ติ ทิสฺวา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ จมฺปานครํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา, ภิกฺขูนํ สุลภปิณฺฑปาตํ กตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ วิหารํ ปวิสิตฺวา ภิกฺขูสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา, อตฺตโน อตฺตโน ทิวาฏฺฐานํ คเตสุ คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ผลสมาปตฺติสุเขน ทิวสภาคํ เขเปตฺวา, สายนฺหสมเย จตูสุ ปริสาสุ สนฺนิปติตาสุ สุรภิคนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ตงฺขณานุรูเปน ปาฏิหาริเยน โปกฺขรณิตีเร ธมฺมสภามณฺฑปํ ปวิสิตฺวา อลงฺกตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน มโนสิลาตเล สีหนาทํ นทนฺโต อฉมฺภีตเกสรสีโห วิย อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ พฺรหฺมสฺสรํ นิจฺฉาเรนฺโต อจินฺเตยฺเยน พุทฺธานุภาเวน อนุปมาย พุทฺธลีลาย ธมฺมํ เทเสตุํ อารภิ.

ตสฺมิญฺจ ขเณ เอโก มณฺฑูโก โปกฺขรณิโต อาคนฺตฺวา ‘‘ธมฺโม เอโส วุจฺจตี’’ติ ธมฺมสญฺญาย สเร นิมิตฺตํ คณฺหนฺโต ปริสปริยนฺเต นิปชฺชิ. อเถโก วจฺฉปาโล ตํ ปเทสํ อาคโต สตฺถารํ ธมฺมํ เทเสนฺตํ ปริสญฺจ ปรเมน อุปสเมน ธมฺมํ สุณนฺตํ ทิสฺวา ตคฺคตมานโส ทณฺฑโมลุพฺภ ติฏฺฐนฺโต มณฺฑูกํ อโนโลเกตฺวา ตสฺส สีเส สนฺนิรุมฺภิตฺวา อฏฺฐาสิ. โส ธมฺมสญฺญาย ปสนฺนจิตฺโต ตาวเทว กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน ทฺวาทสโยชนิเก กนกวิมาเน นิพฺพตฺติตฺวา สุตฺตปฺปพุทฺโธ วิย ตตฺถ อจฺฉราสงฺฆปริวุตํ อตฺตานํ ทิสฺวา ‘‘กุโต นุ โข อิธ อหํ นิพฺพตฺโต’’ติ อาวชฺเชนฺโต ปุริมชาตึ ทิสฺวา ‘‘อหมฺปิ นาม อิธ อุปฺปชฺชึ, อีทิสญฺจ สมฺปตฺตึ ปฏิลภึ, กึ นุ โข กมฺมํ อกาสิ’’นฺติ อุปธาเรนฺโต อญฺญํ น อทฺทส อญฺญตฺร ภควโต สเร นิมิตฺตคฺคาหา. โส ตาวเทว สห วิมาเนน อาคนฺตฺวา วิมานโต โอตริตฺวา, มหาชนสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว มหตา ปริวาเรน มหนฺเตน ทิพฺพานุภาเวน อุปสงฺกมิตฺวา, ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. อถ นํ ภควา ชานนฺโตว มหาชนสฺส กมฺมผลํ พุทฺธานุภาวญฺจ ปจฺจกฺขํ กาตุํ –

๘๕๗. ‘‘โก เม วนฺทติ ปาทานิ, อิทฺธิยา ยสสา ชลํ;

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, สพฺพา โอภาสยํ ทิสา’’ติ. –

ปุจฺฉิ. ตตฺถ โกติ เทวนาคยกฺขมนุสฺสาทีสุ โก, กตโมติ อตฺโถ. เมติ มม. ปาทานีติ ปาเท. อิทฺธิยาติ อิมาย อีทิสาย เทวิทฺธิยา. ยสสาติ อิมินา อีทิเสน ปริวาเรน ปริจฺเฉเทน จ. ชลนฺติ วิชฺโชตมาโน. อภิกฺกนฺเตนาติ อติวิย กนฺเตน กมนีเยน สุนฺทเรน. วณฺเณนาติ ฉวิวณฺเณน, สรีรวณฺณนิภายาติ อตฺโถ.

อถ เทวปุตฺโต อตฺตโน ปุริมชาติอาทึ อาวิ กโรนฺโต อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –

๘๕๘. ‘‘มณฺฑูโกหํ ปุเร อาสึ, อุทเก วาริโคจโร;

ตว ธมฺมํ สุณนฺตสฺส, อวธี วจฺฉปาลโก.

๘๕๙. ‘‘มุหุตฺตํ จิตฺตปสาทสฺส, อิทฺธึ ปสฺส ยสญฺจ เม;

อานุภาวญฺจ เม ปสฺส, วณฺณํ ปสฺส ชุติญฺจ เม.

๘๖๐. ‘‘เย จ เต ทีฆมทฺธานํ, ธมฺมํ อสฺโสสุํ โคตม;

ปตฺตา เต อจลฏฺฐานํ, ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเร’’ติ.

๘๕๘. ตตฺถ ปุเรติ ปุริมชาติยํ. อุทเกติ อิทํ ตทา อตฺตโน อุปฺปตฺติฏฺฐานทสฺสนํ. อุทเก มณฺฑูโกติ เอเตน อุทฺธุมายิกาทิกสฺส ถเล มณฺฑูกสฺส นิวตฺตนํ กตํ โหติ. คาโว จรนฺติ เอตฺถาติ โคจโร, โคจโร วิยาติ โคจโร, ฆาเสสนฏฺฐานํ. วาริ อุทกํ โคจโร เอตสฺสาติ วาริโคจโร. อุทกจารีปิ หิ โกจิ กจฺฉปาทิ อวาริโคจโรปิ โหตีติ ‘‘วาริโคจโร’’ติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. ตว ธมฺมํ สุณนฺตสฺสาติ พฺรหฺมสฺสเรน กรวีกรุตมญฺชุนา เทเสนฺตสฺส ตว ธมฺมํ ‘‘ธมฺโม เอโส วุจฺจตี’’ติ สเร นิมิตฺตคฺคาหวเสน สุณนฺตสฺส, อนาทเร เจตํ สามิวจนํ เวทิตพฺพํ. อวธี วจฺฉปาลโกติ วจฺเฉ รกฺขนฺโต โคปาลทารโก มม สมีปํ อาคนฺตฺวา ทณฺฑโมลุพฺภิตฺวา ติฏฺฐนฺโต มม สีเส ทณฺฑํ สนฺนิรุมฺภิตฺวา มํ มาเรสิ.

๘๕๙. มุหุตฺตํ จิตฺตปสาทสฺสาติ ตว ธมฺเม มุหุตฺตมตฺตํ อุปฺปนฺนสฺส จิตฺตปสาทสฺส เหตุภูตสฺส อิทฺธินฺติ สมิทฺธึ, ทิพฺพวิภูตินฺติ อตฺโถ. ยสนฺติ ปริวารํ. อานุภาวนฺติ กามวณฺณิตาทิทิพฺพานุภาวํ. วณฺณนฺติ สรีรวณฺณสมฺปตฺตึ. ชุตินฺติ ทฺวาทสโยชนานิ ผรณสมตฺถํ ปภาวิเสสํ.

๘๖๐. เยติ เย สตฺตา. จ-สทฺโท พฺยติเรเก. เตติ ตว. ทีฆมทฺธานนฺติ พหุเวลํ. อสฺโสสุนฺติ สุณึสุ. โคตมาติ ภควนฺตํ โคตฺเตน อาลปติ. อจลฏฺฐานนฺติ นิพฺพานํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – โคตม ภควา อหํ วิย อิตฺตรเมว กาลํ อสุณิตฺวา เย ปน กตปุญฺญา จิรํ กาลํ ตว ธมฺมํ อสฺโสสุํ โสตุํ ลภึสุ, เต ทีฆรตฺตํ สํสารพฺยสนาภิภูตา อิเม สตฺตา ยตฺถ คนฺตฺวา น โสเจยฺยุํ, ตํ อโสกํ สสฺสตภาเวน อจลํ สนฺติปทํ ปตฺตา เอว, น เตสํ ตสฺส ปตฺติยา อนฺตราโยติ.

อถสฺส ภควา สมฺปตฺตปริสาย จ อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา วิตฺถาเรน ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน โส เทวปุตฺโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. เทวปุตฺโต ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อญฺชลึ กตฺวา สห ปริวาเรน เทวโลกเมว คโตติ.

มณฺฑูกเทวปุตฺตวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. เรวตีวิมานวณฺณนา

อุฏฺเฐหิ เรวเต สุปาปธมฺเมติ เรวตีวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย. เตน สมเยน พาราณสิยํ สทฺธาสมฺปนฺนสฺส กุลสฺส ปุตฺโต นนฺทิโย นาม อุปาสโก อโหสิ สทฺธาสมฺปนฺโน ทายโก ทานปติ สงฺฆุปฏฺฐาโก. อถสฺส มาตาปิตโร สมฺมุขเคหโต มาตุลธีตรํ เรวตึ นาม กญฺญํ อาเนตุกามา อเหสุํ. สา ปน อสฺสทฺธา อทานสีลา, นนฺทิโย ตํ น อิจฺฉิ. ตสฺส มาตา เรวตึ อาห ‘‘อมฺม, ตฺวํ อิมํ เคหํ อาคนฺตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิสีทนฏฺฐานํ หริเตน โคมเยน อุปลิมฺปิตฺวา อาสนานิ ปญฺญาเปหิ, อาธารเก ฐเปหิ, ภิกฺขูนํ อาคตกาเล วนฺทิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา นิสีทาเปตฺวา ธมกรเณน ปานียํ ปริสฺสาเวตฺวา ภุตฺตกาเล ปตฺตานิ โธวาหิ, เอวํ เม ปุตฺตสฺส อาราธิกา ภวิสฺสสี’’ติ. สา ตถา อกาสิ. อถ นํ ‘‘โอวาทกฺขมา ชาตา’’ติ ปุตฺตสฺส อาโรเจตฺวา เตน ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิเต ทิวสํ ฐเปตฺวา อาวาหํ กรึสุ.

อถ นํ นนฺทิโย อาห ‘‘สเจ ภิกฺขุสงฺฆํ มาตาปิตโร จ เม อุปฏฺฐหิสฺสสิ, เอวํ อิมสฺมึ เคเห วสิตุํ ลภิสฺสสิ, อปฺปมตฺตา โหหี’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา กิญฺจิ กาลํ สทฺธา วิย หุตฺวา ภตฺตารํ อนวตฺเตนฺตี เทฺว ปุตฺเต วิชายิ. นนฺทิยสฺส มาตาปิตโร กาลมกํสุ. เคเห สพฺพิสฺสริยํ ตสฺสา เอว อโหสิ. นนฺทิโยปิ มหาทานปติ หุตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ปฏฺฐเปสิ, กปณทฺธิกาทีนมฺปิ เคหทฺวาเร ปากวตฺตํ ปฏฺฐเปสิ. อิสิปตนมหาวิหาเร จตูหิ คพฺเภหิ ปฏิมณฺฑิตํ จตุสาลํ กาเรตฺวา มญฺจปีฐาทีนิ อตฺถราเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา ตถาคตสฺส หตฺเถ ทกฺขิโณทกํ ปาเตตฺวา นิยฺยาเทสิ, สห ทกฺขิโณทกทาเนน ตาวตึสภวเน อายามโต จ วิตฺถารโต จ สมนฺตา ทฺวาทสโยชนิโก โยชนสตุพฺเพโธ สตฺตรตนมโย อจฺฉราคณสหสฺสสงฺฆุฏฺโฐ ทิพฺพปาสาโท อุคฺคญฺฉิ.

อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เทวจาริกํ จรนฺโต ตํ ปาสาทํ ทิสฺวา อตฺตานํ วนฺทิตุํ อาคเต เทวปุตฺเต ปุจฺฉิ ‘‘กสฺสายํ ปาสาโท’’ติ? ‘‘อิมสฺส, ภนฺเต, ปาสาทสฺส สามิโก มนุสฺสโลเก พาราณสิยํ นนฺทิโย นาม กุฏุมฺพิยปุตฺโต สงฺฆสฺส อิสิปตนมหาวิหาเร จตุสาลํ กาเรสิ, ตสฺสายํ นิพฺพตฺโต ปาสาโท’’ติ อาหํสุ. ปาสาเท นิพฺพตฺตเทวจฺฉราโยปิ เถรํ วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, มยํ พาราณสิยํ นนฺทิยสฺส นาม อุปาสกสฺส ปริจาริกา ภวิตุํ อิธ นิพฺพตฺตา, ตสฺส เอวํ วเทถ ‘‘ตุยฺหํ ปริจาริกา ภวิตุํ นิพฺพตฺตา, เทวตาโย ตยิ จิรายนฺเต อุกฺกณฺฐิตา, เทวโลกสมฺปตฺติ นาม มตฺติกาภาชนํ ภินฺทิตฺวา สุวณฺณภาชนสฺส คหณํ วิย อติมนาป’นฺติ วตฺวา อิธาคมนตฺถาย ตสฺส วเทถา’’ติ อาหํสุ. เถโร ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา สหสา เทวโลกโต อาคนฺตฺวา จตุปริสมชฺเฌ ภควนฺตํ ปุจฺฉิ ‘‘นิพฺพตฺตติ นุ โข, ภนฺเต, กตปุญฺญานํ มนุสฺสโลเก ฐิตานํเยว ทิพฺพสมฺปตฺตี’’ติ? ‘‘นนุ เต, โมคฺคลฺลาน, นนฺทิยสฺส เทวโลเก นิพฺพตฺตา ทิพฺพสมฺปตฺติ สามํ ทิฏฺฐา, กสฺมา มํ ปุจฺฉสี’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต, นิพฺพตฺตตี’’ติ. อถสฺส สตฺถา ‘‘ยถา จิรํ วิปฺปวสิตฺวา อาคตํ ปุริสํ มิตฺตพนฺธวา อภินนฺทนฺติ สมฺปฏิจฺฉนฺติ, เอวํ กตปุญฺญํ ปุคฺคลํ อิโต ปรโลกํ คตํ สกานิ ปุญฺญานิ สมฺปตฺติหตฺเถหิ สมฺปฏิจฺฉนฺติ ปฏิคฺคณฺหนฺตี’’ติ ทสฺเสนฺโต –

๘๖๑. ‘‘จิรปฺปวาสึ ปุริสํ, ทูรโต โสตฺถิมาคตํ;

ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ, อภินนฺทนฺติ อาคตํ.

๘๖๒. ‘‘ตเถว กตปุญฺญมฺปิ, อสฺมา โลกา ปรํ คตํ;

ปุญฺญานิ ปฏิคฺคณฺหนฺติ, ปิยํ ญาตีว อาคต’’นฺติ. – คาถา อภาสิ;

นนฺทิโย ตํ สุตฺวา ภิยฺโยโสมตฺตาย ทานานิ เทติ, ปุญฺญานิ กโรติ, โส วณิชฺชาย คจฺฉนฺโต เรวตึ อาห ‘‘ภทฺเท, มยา ปฏฺฐปิตํ สงฺฆสฺส ทานํ อนาถานํ ปากวตฺตญฺจ ตฺวํ อปฺปมตฺตา ปวตฺเตยฺยาสี’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิ. โส ปวาสคโตปิ ยตฺถ ยตฺถ วาสํ กปฺเปติ, ตตฺถ ตตฺถ ภิกฺขูนํ อนาถานญฺจ ยถาวิภวํ ทานํ เทติเยว. ตสฺส อนุกมฺปาย ขีณาสวา ทูรโตปิ อาคนฺตฺวา ทานํ สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เรวตี ปน ตสฺมึ คเต กติปาหเมว ทานํ ปวตฺเตตฺวา อนาถานํ ภตฺตํ อุปจฺฉินฺทิ, ภิกฺขูนมฺปิ ภตฺตํ กณาชกํ พิลงฺคทุติยํ อทาสิ. ภิกฺขูนํ ภุตฺตฏฺฐาเน อตฺตนา ภุตฺตาวเสสานิ สิตฺถานิ มจฺฉมํสขณฺฑมิสฺสกานิ จลกฏฺฐิกานิ จ ปกิริตฺวา มนุสฺสานํ ทสฺเสติ ‘‘ปสฺสถ สมณานํ กมฺมํ, สทฺธาเทยฺยํ นาม เอวํ ฉฑฺเฑนฺตี’’ติ.

อถ นนฺทิโย โวหารกสิทฺธิ ยถาลาโภ อาคนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา เรวตึ เคหโต นีหริตฺวา เคหํ ปาวิสิ. ทุติยทิวเส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา นิจฺจภตฺตํ อนาถภตฺตญฺจ สมฺมเทว ปวตฺเตสิ, อตฺตโน สหาเยหิ อุปนีตํ เรวตึ ฆาสจฺฉาทนปรมตาย ฐเปสิ. โส อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน อตฺตโน วิมาเนเยว นิพฺพตฺติ. เรวตี ปน สพฺพํ ทานํ ปจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘อิเมสํ วเสน มยฺหํ ลาภสกฺกาโร ปริหายี’’ติ ภิกฺขุสงฺฆํ อกฺโกสนฺตี ปริภาสนฺตี วิจรติ. อถ เวสฺสวโณ เทฺว ยกฺเข อาณาเปสิ ‘‘คจฺฉถ, ภเณ, พาราณสินคเร อุคฺโฆสถ ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส เรวตี ชีวนฺตีเยว นิรเย ปกฺขิปียตี’ติ’’. ตํ สุตฺวา มหาชโน สํเวคชาโต ภีตตสิโต อโหสิ.

อถ เรวตี ปน ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา ทฺวารํ ถเกตฺวา นิสีทิ. สตฺตเม ทิวเส ตสฺสา ปาปกมฺมสญฺโจทิเตน เวสฺสวเณน รญฺญา อาณตฺตา ชลิตกปิลเกสมสฺสุกา จิปิฏวิรูปนาสิกา ปริณตทาฐา โลหิตกฺขา สชลธรสมานวณฺณา อติวิย ภยานกรูปา เทฺว ยกฺขา อุปคนฺตฺวา ‘‘อุฏฺเฐหิ, เรวเต, สุปาปธมฺเม’’ติอาทีนิ วทนฺตา นานาพาหาสุ คเหตฺวา ‘‘มหาชโน ปสฺสตู’’ติ สกลนคเร วีถิโต วีถึ ปริพฺภมาเปตฺวา อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ตาวตึสภวนํ เนตฺวา นนฺทิยสฺส วิมานํ สมฺปตฺติญฺจสฺสา ทสฺเสตฺวา ตํ วิลปนฺตึเยว อุสฺสทนิรยสมีปํ ปาเปสุํ. ตํ ยมปุริสา อุสฺสทนิรเย ขิปึสุ. เตนาห –

๘๖๓. ‘‘อุฏฺเฐหิ เรวเต สุปาปธมฺเม, อปารุตทฺวาเร อทานสีเล;

เนสฺสาม ตํ ยตฺถ ถุนนฺติ ทุคฺคตา, สมปฺปิตา เนรยิกา ทุเขนา’’ติ.

ตตฺถ อุฏฺเฐหีติ อุฏฺฐห, น ทาเนส ปาสาโท ตํ นิรยภยโต รกฺขิตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา สีฆํ อุฏฺฐหิตฺวา อาคจฺฉาหีติ อตฺโถ. เรวเตติ ตํ นาเมน อาลปติ. สุปาปธมฺเมติอาทินา อุฏฺฐานสฺส การณํ วทติ. ยสฺมา ตฺวํ อริยานํ อกฺโกสนปริภาสนาทินา สุฏฺฏุ ลามกปาปธมฺมา, ยสฺมา จ อปารุตํ ทฺวารํ นิรยสฺส ตว ปเวสนตฺถํ, ตสฺมา อุฏฺเฐหีติ. อทานสีเลติ กสฺสจิ กิญฺจิ น ทานสีเล กทริเย มจฺฉรินี, อิทมฺปิ อุฏฺฐานสฺเสว การณวจนํ. ยสฺมา ทานสีลานํ อมจฺฉรีนํ ตว สามิกสทิสานํ สุคติยํ นิวาโส, ตาทิสานํ ปน อทานสีลานํ มจฺฉรีนํ นิรเย นิวาโส, ตสฺมา อุฏฺเฐหิ, มุหุตฺตมตฺตมฺปิ ตว อิธ ฐาตุํ น ทสฺสามีติ อธิปฺปาโย. ยตฺถ ถุนนฺติ ทุคฺคตาติ ทุกฺขคตตฺตา ทุคฺคตา. เนรยิกาติ นิรยทุกฺเขน สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ยสฺมึ นิรเย ถุนนฺติ, ยาว ปาปกมฺมํ น พฺยนฺติ โหติ, ตาว นิกฺขมิตุํ อลภนฺตา นิตฺถุนนฺติ, ตตฺถ ตํ เนสฺสาม นยิสฺสาม ขิปิสฺสามาติ โยชนา.

๘๖๔. ‘‘อิจฺเจว วตฺวาน ยมสฺส ทูตา, เต เทฺว ยกฺขา โลหิตกฺขา พฺรหนฺตา;

ปจฺเจกพาหาสุ คเหตฺวา เรวตํ, ปกฺกามยุํ เทวคณสฺส สนฺติเก’’ติ. –

อิทํ สงฺคีติการวจนํ.

ตตฺถ อิจฺเจว วตฺวานาติ อิติ เอว ‘‘อุฏฺเฐหี’’ติอาทินา วตฺวา, วจนสมนนฺตรเมวาติ อตฺโถ. ยมสฺส ทูตาติ อปฺปฏิเสธนิยตสฺส ยมสฺส รญฺโญ ทูตสทิสา. เวสฺสวเณน หิ เต เปสิตา. ตถา หิ เต ตาวตึสภวนํ นยึสุ. เกจิ ‘‘น ยมสฺส ทูตา’’ติ น-การํ ‘‘ยมสฺสา’’ติ ปเทน สมฺพนฺธิตฺวา ‘‘เวสฺสวณสฺส ทูตา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ. น หิ น ยมทูตตาย เวสฺสวณสฺส ทูตาติ สิชฺฌติ. ยชนฺติ ตตฺถ พลึ อุปหรนฺตีติ ยกฺขา. โลหิตกฺขาติ รตฺตนยนา. ยกฺขานญฺหิ เนตฺตานิ อติโลหิตานิ โหนฺติ. พฺรหนฺตาติ มหนฺตา. ปจฺเจกพาหาสูติ เอโก เอกพาหายํ, อิตโร อิตรพาหายนฺติ ปจฺเจกํ พาหาสุ. เรวตนฺติ เรวตึ. เรวตาติปิ ตสฺสา นามเมว. ตถา หิ ‘‘เรวเต’’ติ วุตฺตํ. ปกฺกามยุนฺติ ปกฺกาเมสุํ, อุปเนสุนฺติ อตฺโถ. เทวคณสฺสาติ ตาวตึสภวเน เทวสงฺฆสฺส.

เอวํ เตหิ ยกฺเขหิ ตาวตึสภวนํ เนตฺวา นนฺทิยวิมานสฺส อวิทูเร ฐปิตา เรวตี ตํ สูริยมณฺฑลสทิสํ อติวิย ปภสฺสรํ ทิสฺวา –

๘๖๕. ‘‘อาทิจฺจวณฺณํ รุจิรํ ปภสฺสรํ, พฺยมฺหํ สุภํ กญฺจนชาลฉนฺนํ;

กสฺเสตมากิณฺณชนํ วิมานํ, สุริยสฺส รํสีริว โชตมานํ.

๘๖๖. ‘‘นารีคณา จนฺทนสารลิตฺตา, อุภโต วิมานํ อุปโสภยนฺติ;

ตํ ทิสฺสติ สุริยสมานวณฺณํ, โก โมทติ สคฺคปตฺโต วิมาเน’’ติ. –

เต ยกฺเข ปุจฺฉิ. เตปิ ตสฺสา –

๘๖๗. ‘‘พาราณสิยํ นนฺทิโย นามาสิ, อุปาสโก อมจฺฉรี ทานปติ วทญฺญู;

ตสฺเสตมากิณฺณชนํ วิมานํ, สูริยสฺส รํสีริว โชตมานํ.

๘๖๘. ‘‘นารีคณา จนฺทนสารลิตฺตา, อุภโต วิมานํ อุปโสภยนฺติ;

ตํ ทิสฺสติ สูริยสมานวณฺณํ, โส โมทติ สคฺคปตฺโต วิมาเน’’ติ. –

อาจิกฺขึสุ.

๘๖๘. ตตฺถ จนฺทนสารลิตฺตาติ สารภูเตน จนฺทนคนฺเธน อนุลิตฺตสรีรา. อุภโต วิมานนฺติ วิมานํ อุภโต อนฺโต เจว พหิ จ สงฺคีตาทีหิ อุเปจฺจ โสภยนฺติ.

อถ เรวตี –

๘๖๙. ‘‘นนฺทิยสฺสาหํ ภริยา, อคารินี สพฺพกุลสฺส อิสฺสรา;

ภตฺตุ วิมาเน รมิสฺสามิ ทานหํ, น ปตฺถเย นิรยํ ทสฺสนายา’’ติ. –

อาห. ตตฺถ อคารินีติ เคหสามินี. ‘‘ภริยา สคามินี’’ติปิ ปฐนฺติ, ภริยา สหคามินีติ อตฺโถ. สพฺพกุลสฺส อิสฺสรา ภตฺตูติ มม ภตฺตุ นนฺทิยสฺส สพฺพกุฏุมฺพิกสฺส อิสฺสรา สามินี อโหสึ, ตสฺมา อิทานิปิ วิมาเน อิสฺสรา ภวิสฺสามีติ อาห. วิมาเน รมิสฺสามิ ทานหนฺติ เอวํ ปโลเภตุเมว หิ ตํ เต ตตฺถ เนสุํ. น ปตฺถเย นิรยํ ทสฺสนายาติ ยํ ปน นิรยํ มํ ตุเมฺห เนตุกามา, ตํ นิรยํ ทสฺสนายปิ น ปตฺถเย, กุโต ปวิสิตุนฺติ วทติ.

เอวํ วทนฺติเมว ‘‘ตฺวํ ตํ ปตฺเถหิ วา มา วา, กึ ตว ปตฺถนายา’’ติ นิรยสมีปํ เนตฺวา –

๘๗๐. ‘‘เอโส เต นิรโย สุปาปธมฺเม, ปุญฺญํ ตยา อกตํ ชีวโลเก;

น หิ มจฺฉรี โรสโก ปาปธมฺโม, สคฺคูปคานํ ลภติ สหพฺยต’’นฺติ. –

คาถมาหํสุ. ตสฺสตฺโถ – เอโส ตว นิรโย, ตยา ทีฆรตฺตํ มหาทุกฺขํ อนุภวิตพฺพฏฺฐานภูโต. กสฺมา? ปุญฺญํ ตยา อกตํ ชีวโลเก, ยสฺมา มนุสฺสโลเก อปฺปมตฺตกมฺปิ ตยา ปุญฺญํ นาม น กตํ, เอวํ อกตปุญฺโญ ปน ตาทิโส สตฺโต มจฺฉรี อตฺตโน สมฺปตฺตินิคูหนลกฺขเณน มจฺฉเรน สมนฺนาคโต, ปเรสํ โรสุปฺปาทเนน โรสโก, โลภาทีหิ ปาปธมฺเมหิ สมงฺคีภาวโต ปาปธมฺโม สคฺคูปคานํ เทวานํ สหพฺยตํ สหภาวํ น ลภตีติ โยชนา.

เอวํ ปน วตฺวา เต เทฺว ยกฺขา ตตฺเถวนฺตรธายึสุ. ตํสทิเส ปน เทฺว นิรยปาเล สํสวเก นาม คูถนิรเย ปกฺขิปิตุํ อากฑฺฒนฺเต ปสฺสิตฺวา –

๘๗๑. ‘‘กึ นุ คูถญฺจ มุตฺตญฺจ, อสุจิ ปฏิทิสฺสติ;

ทุคฺคนฺธํ กิมิทํ มีฬฺหํ, กิเมตํ อุปวายตี’’ติ. –

ตํ นิรยํ ปุจฺฉิ.

๘๗๒. ‘‘เอส สํสวโก นาม, คมฺภีโร สตโปริโส;

ยตฺถ วสฺสสหสฺสานิ, ตุวํ ปจฺจสิ เรวเต’’ติ. –

ตสฺมึ กถิเต ตตฺถ อตฺตโน นิพฺพตฺติเหตุภูตํ กมฺมํ ปุจฺฉนฺตี –

๘๗๓. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;

เกน สํสวโก ลทฺโธ, คมฺภีโร สตโปริโส’’ติ. – อาห;

๘๗๔. ‘‘สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ, อญฺเญ วาปิ วนิพฺพเก;

มุสาวาเทน วญฺเจสิ, ตํ ปาปํ ปกตํ ตยา’’ติ. –

ตสฺสา ตํ กมฺมํ กเถตฺวา ปุน เต –

๘๗๕. ‘‘เตน สํสวโก ลทฺโธ, คมฺภีโร สตโปริโส;

ตตฺเถ วสฺสสหสฺสานิ, ตุวํ ปจฺจสิ เรวเต’’ติ. –

อาหํสุ. ตตฺถ สํสวโก นามาติ นิจฺจกาลํ คูถมุตฺตาทิอสุจิสฺส สํสวนโต ปคฺฆรณโต สํสวโก นาม.

น เกวลํ ตุยฺหํ อิธ สํสวกลาโภ เอว, อถ โข เอตฺถ อเนกานิ วสฺสสหสฺสานิ ปจฺจิตฺวา อุตฺติณฺณาย หตฺถจฺเฉทาทิลาโภปีติ ทสฺเสตุํ –

๘๗๖. ‘‘หตฺเถปิ ฉินฺทนฺติ อโถปิ ปาเท, กณฺเณปิ ฉินฺทนฺติ อโถปิ นาสํ;

อโถปิ กาโกฬคณา สเมจฺจ, สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิผนฺทมาน’’นฺติ. –

ตตฺถ ลทฺธพฺพการณํ อาหํสุ. ตตฺถ กาโกฬคณาติ กากสงฺฆา. เต กิรสฺสา ติคาวุตปฺปมาเณ สรีเร อเนกสตานิ อเนกสหสฺสานิ ปติตฺวา ตาลกฺขนฺธปริมาเณหิ สุนิสิตคฺเคหิ อโยมเยหิ มุขตุณฺเฑหิ วิชฺฌิตฺวา วิชฺฌิตฺวา ขาทนฺติ, มํสํ คหิตคหิตฏฺฐาเน กมฺมพเลน ปูรเตว. เตนาห ‘‘กาโกฬคณา สเมจฺจ, สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิผนฺทมาน’’นฺติ.

ปุน สา มนุสฺสโลกํ ปจฺจานยนาย ยาจนาทิวเสน ตํ ตํ วิปฺปลปิ. เตน วุตฺตํ –

๘๗๗. ‘‘สาธุ โข มํ ปฏิเนถ, กาหามิ กุสลํ พหุํ;

ทาเนน สมจริยาย, สํยเมน ทเมน จ;

ยํ กตฺวา สุขิตา โหนฺติ, น จ ปจฺฉานุตปฺปเร’’ติ.

ปุน นิรยปาลา –

๘๗๘. ‘‘ปุเร ตุวํ ปมชฺชิตฺวา, อิทานิ ปริเทวสิ;

สยํ กตานํ กมฺมานํ, วิปากํ อนุโภสฺสสี’’ติ. –

อาหํสุ. ปุน สา อาห –

๘๗๙. ‘‘โก เทวโลกโต มนุสฺสโลกํ, คนฺตฺวาน ปุฏฺโฐ เม เอวํ วเทยฺย;

นิกฺขิตฺตทณฺเฑสุ ททาถ ทานํ, อจฺฉาทนํ เสยฺยมถนฺนปานํ;

น หิ มจฺฉรี โรสโก ปาปธมฺโม, สคฺคูปคานํ ลภติ สหพฺยตํ.

๘๘๐. ‘‘สาหํ นูน อิโต คนฺตฺวา, โยนึ ลทฺธาน มานุสึ;

วทญฺญู สีลสมฺปนฺนา, กาหามิ กุสลํ พหุํ;

ทาเนน สมจริยาย, สํยเมน ทเมน จ.

๘๘๑. ‘‘อารามานิ จ โรปิสฺสํ, ทุคฺเค สงฺกมานิ จ;

ปปญฺจ อุทปานญฺจ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

๘๘๒. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ.

๘๘๓. ‘‘อุโปสถํ อุปวสิสฺสํ, สทา สีเลสุ สํวุตา;

น จ ทาเน ปมชฺชิสฺสํ, สามํ ทิฏฺฐมิทํ มยา’’ติ.

๘๘๔. ‘‘อิจฺเจวํ วิปฺปลปนฺตึ, ผนฺทมานํ ตโต ตโต;

ขิปึสุ นิรเย โฆเร, อุทฺธํปาทํ อวํสิร’’นฺติ. –

อิทํ สงฺคีติการวจนํ. ปุน สา –

๘๘๕. ‘‘อหํ ปุเร มจฺฉรินี อโหสึ, ปริภาสิกา สมณพฺราหฺมณานํ;

วิตเถน จ สามิกํ วญฺจยิตฺวา, ปจฺจามหํ นิรเย โฆรรูเป’’ติ. –

โอสานคาถมาห. ตตฺถ ‘‘อหํ ปุเร มจฺฉรินี’’ติ คาถา นิรเย นิพฺพตฺตาย วุตฺตา, อิตรา อนิพฺพตฺตาย เอวาติ เวทิตพฺพา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.

ภิกฺขู เรวติยา ยกฺเขหิ คเหตฺวา นีตภาวํ ภควโต อาโรเจสุํ. ตํ สุตฺวา ภควา อาทิโต ปฏฺฐาย อิมํ วตฺถุํ กเถตฺวา อุปริ วิตฺถาเรน ธมฺมํ เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสุ. กามญฺเจตํ เรวตีปฏิพทฺธาย กถาย เยภุยฺยภาวโต ‘‘เรวตีวิมาน’’นฺติ โวหรียติ, ยสฺมา ปน เรวตี วิมานเทวตา น โหติ, นนฺทิยสฺส ปน เทวปุตฺตสฺส วิมานาทิสมฺปตฺติปฏิสํยุตฺตญฺเจตํ, ตสฺมา ปุริสวิมาเนเสฺวว สงฺคหํ อาโรปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

เรวตีวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ฉตฺตมาณวกวิมานวณฺณนา

โย วทตํ ปวโร มนุเชสูติ ฉตฺตมาณวกวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน เสตพฺยายํ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส กิจฺฉาลทฺโธ ปุตฺโต ฉตฺโต นาม พฺราหฺมณมาณโว อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ปิตรา เปสิโต อุกฺกฏฺฐํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณสฺส โปกฺขรสาติสฺส สนฺติเก เมธาวิตาย อนลสตาย จ น จิเรเนว มนฺเต วิชฺชาฏฺฐานานิ จ อุคฺคเหตฺวา พฺราหฺมณสิปฺเป นิปฺผตฺตึ ปตฺโต. โส อาจริยํ อภิวาเทตฺวา ‘‘มยา ตุมฺหากํ สนฺติเก สิปฺปํ สิกฺขิตํ, กึ โว ครุทกฺขิณํ เทมี’’ติ อาห. อาจริโย ‘‘ครุทกฺขิณา นาม อนฺเตวาสิกสฺส วิภวานุรูปา, กหาปณสหสฺสมาเนหี’’ติ อาห. ฉตฺตมาณโว อาจริยํ อภิวาเทตฺวา เสตพฺยํ คนฺตฺวา มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา เตหิ อภินนฺทิยมาโน กตปฏิสนฺถาโร ตมตฺถํ ปิตุ อาโรเจตฺวา ‘‘เทถ เม ทาตพฺพยุตฺตกํ, อชฺเชว ทตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ อาห. ตํ มาตาปิตโร ‘‘ตาต, อชฺช วิกาโล, เสฺว คมิสฺสสี’’ติ วตฺวา กหาปเณ นีหริตฺวา ภณฺฑิกํ พนฺธาเปตฺวา ฐเปสุํ. โจรา ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา ฉตฺตมาณวกสฺส คมนมคฺเค อญฺญตรสฺมึ วนคหเน นิลีนา อจฺฉึสุ ‘‘มาณวํ มาเรตฺวา กหาปเณ คณฺหิสฺสามา’’ติ.

ภควา ปจฺจูสสมเย มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต ฉตฺตมาณวกสฺส สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐานํ, โจเรหิ มาริตสฺส เทวโลเก นิพฺพตฺตึ, ตโต สห วิมาเนน อาคตสฺส ตตฺถ สนฺนิปติตปริสาย จ ธมฺมาภิสมยํ ทิสฺวา ปฐมตรเมว คนฺตฺวา มาณวกสฺส คมนมคฺเค อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. มาณโว อาจริยธนํ คเหตฺวา เสตพฺยโต อุกฺกฏฺฐาภิมุโข คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค ภควนฺตํ นิสินฺนํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา อฏฺฐาสิ. ‘‘กุหึ คมิสฺสสี’’ติ ภควตา วุตฺโต ‘‘อุกฺกฏฺฐํ, โภ โคตม, คมิสฺสามิ มยฺหํ อาจริยสฺส โปกฺขรสาติสฺส ครุทกฺขิณํ ทาตุ’’นฺติ อาห. อถ ภควา ‘‘ชานาสิ ปน ตฺวํ, มาณว, ตีณิ สรณานิ, ปญฺจ สีลานี’’ติ วตฺวา เตน ‘‘นาหํ ชานามิ, กิมตฺถิยานิ ปเนตานิ กีทิสานิ จา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิทมีทิส’’นฺติ สรณคมนสฺส สีลสมาทานสฺส จ ผลานิสํสํ วิภาเวตฺวา ‘‘อุคฺคณฺหาหิ ตาว, มาณวก, สรณคมนวิธิ’’นฺติ วตฺวา ‘‘สาธุ อุคฺคณฺหิสฺสามิ, กเถถ ภนฺเต ภควา’’ติ เตน ยาจิโต ตสฺส รุจิยา อนุรูปํ คาถาพนฺธวเสน สรณคมนวิธึ ทสฺเสนฺโต –

๘๘๖. ‘‘โย วทตํ ปวโร มนุเชสุ, สกฺยมุนี ภควา กตกิจฺโจ;

ปารคโต พลวีริยสมงฺคี, ตํ สุคตํ สรณตฺถมุเปหิ.

๘๘๗. ‘‘ราควิราคมเนชมโสกํ, ธมฺมมสงฺขตมปฺปฏิกูลํ;

มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตํ, ธมฺมมิมํ สรณตฺถมุเปหิ.

๘๘๘. ‘‘ยตฺถ จ ทินฺน มหปฺผลมาหุ, จตูสุ สุจีสุ ปุริสยุเคสุ;

อฏฺฐ จ ปุคฺคล ธมฺมทสา เต, สงฺฆมิมํ สรณตฺถมุเปหี’’ติ. –

ติสฺโส คาถาโย อภาสิ.

๘๘๖. ตตฺถ โยติ อนิยมิตวจนํ, ตสฺส ‘‘ต’’นฺติ อิมินา นิยมนํ เวทิตพฺพํ. วทตนฺติ วทนฺตานํ. ปวโรติ เสฏฺโฐ, กถิกานํ อุตฺตโม วาทีวโรติ อตฺโถ. มนุเชสูติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส ยถา ‘‘สตฺถา เทวมนุสฺสาน’’นฺติ. ภควา ปน เทวมนุสฺสานมฺปิ พฺรหฺมานมฺปิ สพฺเพสมฺปิ สตฺตานํ ปวโรเยว, ภควโต จ จริมภเว มนุสฺเสสุ อุปฺปนฺนตาย วุตฺตํ ‘‘มนุเชสู’’ติ. เตเนวาห ‘‘สกฺยมุนี’’ติ. สกฺยกุลปฺปสุตตาย สโกฺย, กายโมเนยฺยาทีหิ สมนฺนาคตโต อนวเสสสฺส จ เญยฺยสฺส มุนนโต มุนิ จาติ สกฺยมุนิ. ภาคฺยวนฺตตาทีหิ จตูหิ การเณหิ ภควา. จตูหิ มคฺเคหิ กาตพฺพสฺส ปริญฺญาทิปเภทสฺส โสฬสวิธสฺส กิจฺจสฺส กตตฺตา นิปฺผาทิตตฺตา กตกิจฺโจ. ปารํ สกฺกายสฺส ปรตีรํ นิพฺพานํ คโต สยมฺภุญาเณน อธิคโตติ ปารคโต. อสทิเสน กายพเลน, อนญฺญสาธารเณน ญาณพเลน, จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริเยน จ สมนฺนาคตตฺตา พลวีริยสมงฺคี. โสภนคมนตฺตา, สุนฺทรํ ฐานํ คตตฺตา, สมฺมา คตตฺตา, สมฺมา จ คทิตตฺตา สุคโต. ตํ สุคตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ สรณตฺถํ สรณาย ปรายณาย อปายทุกฺขวฏฺฏทุกฺขปริตฺตาณาย อุเปหิ อุปคจฺฉ, อชฺช ปฏฺฐาย อหิตนิวตฺตเนน หิตสํวฑฺฒเนน ‘‘อยํ เม ภควา สรณํ ตาณํ เลณํ ปรายณํ คติ ปฏิสรณ’’นฺติ ภช เสว, เอวํ ชานาหิ วา พุชฺฌสฺสูติ อตฺโถ.

๘๘๗. ราควิราคนฺติ อริยมคฺคมาห. เตน หิ อริยา อนาทิกาลภาวิตมฺปิ ราคํ วิรชฺเชนฺติ. อเนชมโสกนฺติ อริยผลํ. ตญฺหิ เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย อวสิฏฺฐานญฺจ โสกนิมิตฺตานํ กิเลสานํ สพฺพโส ปฏิปฺปสฺสมฺภนโต ‘‘อเนชํ อโสก’’นฺติ จ วุจฺจติ. ธมฺมนฺติ สภาวธมฺมํ. สภาวโต คเหตพฺพธมฺโม เหส ยทิทํ มคฺคผลนิพฺพานานิ, น ปริยตฺติธมฺโม วิย ปญฺญตฺติธมฺมวเสน. ธมฺมนฺติ วา ปรมตฺถธมฺมํ, นิพฺพานนฺติ อตฺโถ. สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตํ สงฺขตํ, น สงฺขตนฺติ อสงฺขตํ. ตเทว นิพฺพานํ. นตฺถิ เอตฺถ กิญฺจิปิ ปฏิกูลนฺติ อปฺปฏิกูลํ. สวนเวลายํ อุปปริกฺขณเวลายํ ปฏิปชฺชนเวลายนฺติ สพฺพทาปิ อิฏฺฐเมวาติ มธุรํ. สพฺพญฺญุตญฺญาณสนฺนิสฺสยาย ปฏิภานสมฺปทาย ปวตฺติตตฺตา สุปฺปวตฺติภาวโต นิปุณภาวโต จ ปคุณํ. วิภชิตพฺพสฺส อตฺถสฺส ขนฺธาทิวเสน กุสลาทิวเสน อุทฺเทสาทิวเสน จ สุฏฺฐุ วิภชนโต สุวิภตฺตํ. ตีหิปิ ปเทหิ ปริยตฺติธมฺมเมว วทติ. เตเนว หิสฺส อาปาถกาเล วิย วิมทฺทนกาเลปิ กเถนฺตสฺส วิย สุณนฺตสฺสาปิ สมฺมุขีภาวโต อุภโตปจฺจกฺขตาย ทสฺสนตฺถํ ‘‘อิม’’นฺติ วุตฺตํ. ธมฺมนฺติ ยถาวปฏิปชฺชนฺเต อปายทุกฺขปาตโต ธารณตฺเถน ธมฺมํ, อิทํ จตุพฺพิธสฺสาปิ ธมฺมสฺส สาธารณวจนํ. ปริยตฺติธมฺโมปิ หิ สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐานมตฺตายปิ ยถาวปฏิปตฺติยา อปายทุกฺขปาตโต ธาเรติ เอว. อิมสฺส จ อตฺถสฺส อิทเมว วิมานํ สาธกนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สาธารณภาเวน ยถาวุตฺตธมฺมสฺส ปจฺจกฺขํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ปุน ‘‘อิม’’นฺติ อาห.

๘๘๘. ยตฺถาติ ยสฺมึ อริยสงฺเฆ. ทินฺนนฺติ ปริจฺจตฺตํ อนฺนาทิเทยฺยธมฺมํ. ทินฺน มหปฺผลนฺติ คาถาสุขตฺถํ อนุนาสิกโลโป กโต. อจฺจนฺตเมว กิเลสาสุจิโต วิสุชฺฌเนน สุจีสุ ‘‘โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน’’ติอาทินา (อ. นิ. ๘.๖๐) วุตฺเตสุ จตูสุ ปุริสยุเคสุ. อฏฺฐาติ มคฺคฏฺฐผลฏฺเฐสุ ยุคเฬ อกตฺวา วิสุํ วิสุํ คหเณน อฏฺฐ ปุคฺคลา. คาถาสุขตฺถเมว เจตฺถ ‘‘ปุคฺคล ธมฺมทสา’’ติ รสฺสํ กตฺวา นิทฺเทโส. ธมฺมทสาติ จตุสจฺจธมฺมสฺส นิพฺพานธมฺมสฺส จ ปจฺจกฺขโต ทสฺสนกา. ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตภาเวน สงฺฆํ.

เอวํ ภควตา ตีหิ คาถาหิ สรณคุณสนฺทสฺสเนน สทฺธึ สรณคมนวิธิมฺหิ วุตฺเต มาณโว ตํตํสรณคุณานุสฺสรณมุเขน สรณคมนวิธิโน อตฺตโน หทเย ฐปิตภาวํ วิภาเวนฺโต ตสฺสา ตสฺสา คาถาย อนนฺตรํ ‘‘โย วทตํ ปวโร’’ติอาทินา ตํ ตํ คาถํ ปจฺจนุภาสิ. เอวํ ปจฺจนุภาสิตฺวา ฐิตสฺส ปญฺจ สิกฺขาปทานิ สรูปโต ผลานิสํสโต จ วิภาเวตฺวา เตสํ สมาทานวิธึ กเถสิ. โส ตมฺปิ สุฏฺฐุ อุปธาเรตฺวา ปสนฺนมานโส ‘‘หนฺทาหํ ภควา คมิสฺสามี’’ติ วตฺวา รตนตฺตยคุณํ อนุสฺสรนฺโต ตํเยว มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ภควาปิ ‘‘อลํ อิมสฺส เอตฺตกํ กุสลํ เทวโลกูปปตฺติยา’’ติ เชตวนเมว อคมาสิ.

มาณวสฺส ปน ปสนฺนจิตฺตสฺส รตนตฺตยคุณํ สลฺลกฺขณวเสน ‘‘สรณํ อุเปมี’’ติ ปวตฺตจิตฺตุปฺปาทตาย สรเณสุ จ, ภควตา วุตฺตนเยน ปญฺจนฺนํ สีลานํ อธิฏฺฐาเนน สีเลสุ จ ปติฏฺฐิตสฺส เตเนว นเยน รตนตฺตยคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺเสว คจฺฉนฺตสฺส โจรา มคฺเค ปริยุฏฺฐึสุ. โส เต อคเณตฺวา รตนตฺตยคุเณ อนุสฺสรนฺโตเยว คจฺฉติ. ตญฺเจโก โจโร คุมฺพนฺตรํ อุปนิสฺสาย ฐิโต วิสปีเตน สเรน สหสาว วิชฺฌิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา กหาปณภณฺฑิกํ คเหตฺวา อตฺตโน สหาเยหิ สทฺธึ ปกฺกามิ. มาณโว ปน กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน ตึสโยชนิเก กนกวิมาเน สุตฺตปฺปพุทฺโธ วิย อจฺฉราสหสฺสปริวุโต สฏฺฐิสกฏภาราลงฺการปฏิมณฺฑิตตฺตภาโว นิพฺพตฺติ, ตสฺส วิมานสฺส อาภา สาติเรกานิ วีสติโยชนานิ ผริตฺวา ติฏฺฐติ.

อถ มาณวํ กาลกตํ ทิสฺวา เสตพฺยคามวาสิโน มนุสฺสา เสตพฺยํ คนฺตฺวา ตสฺส มาตาปิตูนํ อุกฺกฏฺฐคามวาสิโน จ อุกฺกฏฺฐํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณสฺส โปกฺขรสาติสฺส กเถสุํ. ตํ สุตฺวา ตสฺส มาตาปิตโร ญาติมิตฺตา พฺราหฺมโณ จ โปกฺขรสาติ สปริวารา อสฺสุมุขา โรทมานา ตํ ปเทสํ อคมํสุ, เยภุยฺเยน เสตพฺยวาสิโน จ อุกฺกฏฺฐวาสิโน จ อิจฺฉานงฺคลวาสิโน จ สนฺนิปตึสุ, มหาสมาคโม อโหสิ. อถ มาณวสฺส มาตาปิตโร มคฺคสฺส อวิทูเร จิตกํ สชฺเชตฺวา สรีรกิจฺจํ กาตุํ อารภึสุ.

อถ ภควา จินฺเตสิ ‘‘มยิ คเต ฉตฺตมาณโว มํ วนฺทิตุํ อาคมิสฺสติ, อาคตญฺจ ตํ กตกมฺมํ กถาเปนฺโต กมฺมผลํ ปจฺจกฺขํ กาเรตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, เอวํ มหาชนสฺส ธมฺมาภิสมโย ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ตํ ปเทสํ อุปคนฺตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชนฺโต. อถ ฉตฺตมาณวเทวปุตฺโตปิ อตฺตโน สมฺปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา, ตสฺสา การณํ อุปธาเรนฺโต สรณคมนญฺจ สีลสมาทานญฺจ ทิสฺวา, วิมฺหยชาโต ภควติ สญฺชาตปสาทพหุมาโน ‘‘อิทาเนวาหํ คนฺตฺวา ภควนฺตญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ วนฺทิสฺสามิ, รตนตฺตยคุเณ จ มหาชนสฺส ปากเฏ กริสฺสามี’’ติ กตญฺญุตํ นิสฺสาย สกลํ ตํ อรญฺญปเทสํ เอกาโลกํ กโรนฺโต, สห วิมาเนน อาคนฺตฺวา วิมานโต โอรุยฺห มหตา ปริวาเรน สทฺธึ ทิสฺสมานรูโป อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปตนฺโต อภิวาเทตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ตํ ทิสฺวา มหาชโน ‘‘โก นุ โข อยํ เทโว วา พฺรหฺมา วา’’ติ อจฺฉริยพฺภุตชาโต อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ ปริวาเรสิ. ภควา เตน กตปุญฺญกมฺมํ ปากฏํ กาตุํ –

๘๘๙. ‘‘น ตถา ตปติ นเภ สูริโย, จนฺโท จ น ภาสติ น ผุสฺโส;

ยถา อตุลมิทํ มหปฺปภาสํ, โก นุ ตฺวํ ติทิวา มหึ อุปาคา.

๘๙๐. ‘‘ฉินฺทติ รํสี ปภงฺกรสฺส, สาธิกวีสติโยชนานิ อาภา;

รตฺติมปิ ยถา ทิวํ กโรติ, ปริสุทฺธํ วิมลํ สุภํ วิมานํ.

๘๙๑. ‘‘พหุปทุมวิจิตฺรปุณฺฑรีกํ, โวกิณฺณํ กุสุเมหิ เนกจิตฺตํ;

อรชวิรชเหมชาลฉนฺนํ, อากาเส ตปติ ยถาปิ สูริโย.

๘๙๒. ‘‘รตฺตมฺพรปีตวาสสาหิ, อครุปิยงฺคุจนฺทนุสฺสทาหิ;

กญฺจนตนุสนฺนิภตฺตจาหิ, ปริปูรํ คคนํว ตารกาหิ.

๘๙๓. ‘‘นรนาริโย พหุเกตฺถเนกวณฺณา, กุสุมวิภูสิตาภรเณตฺถ สุมนา;

อนิลปมุญฺจิตา ปวนฺติ สุรภึ, ตปนิยวิตตา สุวณฺณฉนฺนา.

๘๙๔. ‘‘กิสฺส สํยมสฺส อยํ วิปาโก, เกนาสิ กมฺมผเลนิธูปปนฺโน;

ยถา จ เต อธิคตมิทํ วิมานํ, ตทนุปทํ อวจาสิ อิคฺฆ ปุฏฺโฐ’’ติ. –

ตํ เทวปุตฺตํ ปฏิปุจฺฉิ.

๘๘๖. ตตฺถ ตปตีติ ทิปฺปติ. นเภติ อากาเส. ผุสฺโสติ ผุสฺสตารกา. อตุลนฺติ อนุปมํ, อปฺปมาณํ วา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อิทํ ตว วิมานํ อนุปมํ อปฺปมาณํ ปภสฺสรภาเวน ตโต เอว มหปฺปภาสํ อากาเส ทิปฺปติ, น ตถา ตารกรูปานิ ทิปฺปนฺติ, น จนฺโท, ตานิ ตาว ติฏฺฐนฺตุ, นาปิ สูริโย ทิปฺปติ, เอวํภูโต โก นุ ตฺวํ เทวโลกโต อิมํ ภูมิปเทสํ อุปคโต, ตํ ปากฏํ กตฺวา อิมสฺส มหาชนสฺส กเถหีติ.

๘๙๐. ฉินฺทตีติ วิจฺฉินฺทติ, ปวตฺติตุํ อเทนฺโต ปฏิหนตีติ อตฺโถ. รํสีติ รสฺมิโย. ปภงฺกรสฺสาติ สูริยสฺส. ตสฺส จ วิมานสฺส ปภา สมนฺตโต ปญฺจวีสติ โยชนานิ ผริตฺวา ติฏฺฐติ. เตนาห ‘‘สาธิกวีสติโยชนานิ อาภา’’ติ. รตฺติมปิ ยถา ทิวํ กโรตีติ อตฺตโน ปภาย อนฺธการํ วิธมนฺตํ รตฺติภาคมฺปิ ทิวสภาคํ วิย กโรติ. ปริสมนฺตโต อนฺโต เจว พหิ จ สุทฺธตาย ปริสุทฺธํ. สพฺพโส มลาภาเวน วิมลํ. สุนฺทรตาย สุภํ.

๘๙๑. พหุปทุมวิจิตฺรปุณฺฑรีกนฺติ พหุวิธรตฺตกมลญฺเจว วิจิตฺตวณฺณเสตกมลญฺจ. เสตกมลํ ปทุมํ, รตฺตกมลํ ปุณฺฑรีกนฺติ วทนฺติ. โวกิณฺณํ กุสุเมหีติ อญฺเญหิ จ นานาวิเธหิ ปุปฺเผหิ สโมกิณฺณํ. เนกจิตฺตนฺติ มาลากมฺมลตากมฺมาทินานาวิธวิจิตฺตํ. อรชวิรชเหมชาลฉนฺนนฺติ สยํ อปคตรชํ วิรเชน นิทฺโทเสน กญฺจนชาเลน ฉาทิตํ.

๘๙๒. รตฺตมฺพรปีตวาสสาหีติ รตฺตวตฺถาหิ เจว ปีตวตฺถาหิ จ. เอกา หิ รตฺตํ ทิพฺพวตฺถํ นิวาเสตฺวา ปีตํ อุตฺตริยํ กโรติ, อปรา ปีตํ นิวาเสตฺวา รตฺตํ อุตฺตริยํ กโรติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘รตฺตมฺพรปีตวาสสาหี’’ติ. อครุปิยงฺคุจนฺทนุสฺสทาหีติ อครุคนฺเธน ปิยงฺคุมาลาหิ จนฺทนคนฺเธหิ จ อุสฺสทาหิ, อุสฺสนฺนทิพฺพาครุคนฺธาทิกาหีติ อตฺโถ. กญฺจนตนุสนฺนิภตฺตจาหีติ กนกสทิสสุขุมจฺฉวีหิ. ปริปูรนฺติ ตหํ ตหํ วิจรนฺตีหิ สงฺคีติปสุตาหิ จ ปริปุณฺณํ.

๘๙๓. พหุเกตฺถาติ พหุกา เอตฺถ. อเนกวณฺณาติ นานารูปา. กุสมวิภูสิตาภรณาติ วิเสสโต สุรภิวายนตฺถํ ทิพฺพกุสุเมหิ อลงฺกตทิพฺพาภรณา. เอตฺถาติ เอตสฺมึ วิมาเน. สุมนาติ สุนฺทรมนา ปมุทิตจิตฺตา. อนิลปมุญฺจิตา ปวนฺติ สุรภินฺติ อนิเลน ปมุญฺจิตคนฺธานํ ปุปฺผานํ วายุนา วิมุตฺตปตฺตปุฏํ วิย วิพนฺธตาย วิกสิตตาย จ สุคนฺธํ ปวายนฺติ. ‘‘อนิลปธูปิตา’’ติปิ ปฐนฺติ, วาเตน มนฺทํ อาวุยฺหมานา เหมมยปุปฺผาติ อตฺโถ. กนกจีรกาทีหิ เวณิอาทีสุ โอตตตาย ตปนิยวิตตา. เยภุยฺเยน กญฺจนาภรเณหิ อจฺฉาทิตสรีรตาย สุวณฺณฉนฺนา. นรนาริโยติ เทวปุตฺตา เทวธีตโร จ พหุกา เอตฺถ ตว วิมาเนติ ทสฺเสติ.

๘๙๔. อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต ปุฏฺโฐติ ปุจฺฉิโต อิมสฺส มหาชนสฺส กมฺมผลปจฺจกฺขภาวายาติ อธิปฺปาโย.

ตโต เทวปุตฺโต อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –

๘๙๕. ‘‘สยมิธ ปเถ สเมจฺจ มาณเวน, สตฺถานุสาสิ อนุกมฺปมาโน;

ตว รตนวรสฺส ธมฺมํ สุตฺวา, กริสฺสามีติ จ พฺรวิตฺถ ฉตฺโต.

๘๙๖. ‘‘ชินวรปวรํ อุเปหิ สรณํ, ธมฺมญฺจาปิ ตเถว ภิกฺขุสงฺฆํ;

โนติ ปฐมํ อโวจหํ ภนฺเต, ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ.

๘๙๗. ‘‘มา จ ปาณวธํ วิวิธํ จรสฺสุ อสุจึ,

น หิ ปาเณสุ อสญฺญตํ อวณฺณยึสุ สปฺปญฺญา;

โนติ ปฐมํ อโวจหํ ภนฺเต, ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ.

๘๙๘. ‘‘มา จ ปรชนสฺส รกฺขิตมฺปิ, อาทาตพฺพมมญฺญิโถ อทินฺนํ;