๑๐. กปฺปฏกุรตฺเถรคาถาวณฺณนา
อยมิติ กปฺปโฏติ อายสฺมโต กปฺปฏกุรตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ภควนฺตํ วินตาย นาม นทิยา ตีเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส เกตกปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ ทุคฺคตกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ยาว วยปฺปตฺติ, ตาว อญฺญํ อุปายํ อชานนฺโต กปฺปฏขณฺฑนิวาสโน สราวหตฺโถ ตตฺถ ตตฺถ กุรํ ปริเยสนฺโต วิจริ, เตน กปฺปฏกุโรเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. โส วยปฺปตฺโต ติณํ วิกฺกิณิตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺโต เอกทิวสํ ติณลาวนตฺถํ อรญฺญํ คโต ตตฺถ อญฺญตรํ ขีณาสวตฺเถรํ ทิสฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทิ. ตสฺส เถโร ธมฺมํ กเถสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ‘‘กึ เม อิมาย กิจฺฉชีวิกายา’’ติ ปพฺพชิตฺวา อตฺตโน นิวตฺถกปฺปฏโจฬํ เอกสฺมึ ฐาเน นิกฺขิปิ. ยทา จสฺส อนภิรติ อุปฺปชฺชติ, ตทา ตํ กปฺปฏํ โอโลเกนฺตสฺส อนภิรติ วิคจฺฉติ, สํเวคํ ปฏิลภิ. เอวํ กโรนฺโต สตฺตกฺขตฺตุํ อุปฺปพฺพชิ. ตสฺส ตํ การณํ ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ. อเถกทิวสํ กปฺปฏกุโร ภิกฺขุ ธมฺมสภายํ ปริสปริยนฺเต นิสินฺโน นิทฺทายติ, ตํ ภควา โจเทนฺโต –
๑๙๙. ‘‘อยมิติ กปฺปโฏ กปฺปฏกุโร, อจฺฉาย อติภริตาย;
อมตฆฏิกายํ ธมฺมกฏมตฺโต, กตปทํ ฌานานิ โอเจตุํ.
๒๐๐. ‘‘มา โข ตฺวํ กปฺปฏ ปจาเลสิ, มา ตฺวํ อุปกณฺณมฺหิ ตาเฬสฺสํ;
น หิ ตฺวํ กปฺปฏ มตฺตมญฺญาสิ, สงฺฆมชฺฌมฺหิ ปจลายมาโน’’ติ. –
คาถาทฺวยํ อภาสิ.
ตตฺถ อยมิติ กปฺปโฏ กปฺปฏกุโรติ กปฺปฏกุโร ภิกฺขุ ‘‘อยํ มม กปฺปโฏ, อิมํ ปริทหิตฺวา ยถา ตถา ชีวามี’’ติ เอวํ อุปฺปนฺนมิจฺฉาวิตกฺโก อจฺฉาย อติภริตาย อมตฆฏิกายํ มม อมตฆเฏ ตหํ ตหํ วสฺสนฺเต ‘‘อมตมธิคตํ อหมนุสาสามิ, อหํ ธมฺมํ เทเสมิ’’ (มหาว. ๑๒; ม. นิ. ๑.๒๘๖; ๒.๓๔๒). ‘‘อนฺธีภูตสฺมึ โลกสฺมึ, อาหญฺฉํ อมตทุนฺทุภิ’’นฺติอาทินา (มหาว. ๑๑; ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑) โฆเสตฺวา มยา ธมฺมามเต ปวสฺสิยมาเน กตปทํ ฌานานิ โอเจตุํ โลกิยโลกุตฺตรชฺฌานานิ อุปเจตุํ ภาเวตุํ กตปทํ กฏมคฺควิหิตภาวนามคฺคํ อิทํ มม สาสนํ, ตถาปิ ธมฺมกฏมตฺโต มม สาสนธมฺมโต อุกฺกณฺฐจิตฺโต อปคตมานโส กปฺปฏกุโรติ ตํ โจเทตฺวา ปุนปิสฺส สโหฑฺฒํ โจรํ คณฺหนฺโต วิย ปมาทวิหารํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มา โข ตฺวํ, กปฺปฏ, ปจาเลสี’’ติ คาถมาห.
ตตฺถ มา โข ตฺวํ, กปฺปฏ, ปจาเลสีติ ตฺวํ, กปฺปฏกุร, ‘‘มม ธมฺมํ สุณิสฺสามี’’ติ นิสีทิตฺวา มา โข ปจาเลสิ มา ปจลาหิ มา นิทฺทํ อุปคจฺฉิ. มา ตฺวํ อุปกณฺณมฺหิ ตาเฬสฺสนฺติ ตํ นิทฺทายมานํ อุปกณฺณมฺหิ กณฺณสมีเป เทสนาหตฺเถน อหํ มา ปตาเฬสฺสํ. ยถา อิโต ปรํ กิเลสปฺปหานาย อหํ ตํ น โอวเทยฺยํ, ตถา ปฏิปชฺชาหีติ อตฺโถ. น หิ ตฺวํ, กปฺปฏ, มตฺตมญฺญาสีติ ตฺวํ, กปฺปฏ, สงฺฆมชฺฌมฺหิ ปจลายมาโน มตฺตํ ปมาณํ น วา มญฺญสิ, ‘‘อยมติทุลฺลโภ ขโณ ปฏิลทฺโธ, โส มา อุปชฺฌคา’’ติ เอตฺตกมฺปิ น ชานาสิ, ปสฺส ยาว จ เต อปรทฺธนฺติ โจเทสิ.
เอวํ ภควตา ทฺวีหิ คาถาหิ คาฬฺหํ ตํ นิคฺคยฺห โจทนาย กตาย อฏฺฐิเวธวิทฺโธ วิย จณฺฑคโช มคฺคํ โอตรนฺโต วิย จ สญฺชาตสํเวโค วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๒.๑๗-๒๒) –
‘‘วินตานทิยา ตีเร, วิหาสิ ปุริสุตฺตโม;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ.
‘‘มธุคนฺธสฺส ปุปฺเผน, เกตกสฺส อหํ ตทา;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, พุทฺธเสฏฺฐมปูชยึ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สตฺถารา วุตฺตคาถาทฺวยเมว อตฺตโน อรหตฺตาธิคมนสฺส องฺกุสภูตนฺติ ปจฺจุทาหาสิ. เตนสฺส ตเทว อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.
กปฺปฏกุรตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุตฺถวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.