๒. ทุกนิปาโต
๑. ปฐมวคฺโค
๑. อุตฺตรตฺเถรคาถาวณฺณนา
ทุกนิปาเต นตฺถิ โกจิ ภโว นิจฺโจติอาทิกา อายสฺมโต อุตฺตรตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต สุเมธสฺส ภควโต กาเล วิชฺชาธโร หุตฺวา อากาเสน วิจรติ. เตน จ สมเยน สตฺถา ตสฺส อนุคฺคณฺหนตฺถํ วนนฺตเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชนฺโต. โส อนฺตลิกฺเขน คจฺฉนฺโต ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต อากาสโต โอรุยฺห สุวิสุทฺเธหิ วิปุเลหิ กณิการปุปฺเผหิ ภควนฺตํ ปูเชสิ, ปุปฺผานิ พุทฺธานุภาเวน สตฺถุ อุปริ ฉตฺตากาเรน อฏฺฐํสุ, โส เตน ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเส นิพฺพตฺติตฺวา อุฬารํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต ยาวตายุกํ ตตฺถ ฐตฺวา ตโต จุโต เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห พฺราหฺมณมหาสาลปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, อุตฺตโรติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา ชาติยา รูเปน วิชฺชาย วเยน สีลาจาเรน จ โลกสฺส สมฺภาวนีโย ชาโต. ตสฺส ตํ สมฺปตฺตึ ทิสฺวา วสฺสกาโร มคธมหามตฺโต อตฺตโน ธีตรํ ทาตุกาโม หุตฺวา อตฺตโน อธิปฺปายํ ปเวเทสิ. โส นิสฺสรณชฺฌาสยตาย ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา กาเลน กาลํ ธมฺมเสนาปตึ ปยิรุปาสนฺโต ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วตฺตสมฺปนฺโน หุตฺวา เถรํ อุปฏฺฐหติ.
เตน จ สมเยน เถรสฺส อญฺญตโร อาพาโธ อุปฺปนฺโน, ตสฺส เภสชฺชตฺถาย อุตฺตโร สามเณโร ปาโตว ปตฺตจีวรมาทาย วิหารโต นิกฺขนฺโต อนฺตรามคฺเค ตฬากสฺส ตีเร ปตฺตํ ฐเปตฺวา อุทกสมีปํ คนฺตฺวา มุขํ โธวติ. อถ อญฺญตโร อุมงฺคโจโร อารกฺขปุริเสหิ อนุพทฺโธ อคฺคทฺวาเรเนว นครโต นิกฺขมิตฺวา ปลายนฺโต อตฺตนา คหิตํ รตนภณฺฑิกํ สามเณรสฺส ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา ปลายิ. สามเณโร ปตฺตสมีปํ อุปคโต. โจรํ อนุพนฺธนฺตา ราชปุริสา สามเณรสฺส ปตฺเต ภณฺฑิกํ ทิสฺวา, ‘‘อยํ โจโร, อิมินา โจริยํ กต’’นฺติ สามเณรํ ปจฺฉาพาหํ พนฺธิตฺวา วสฺสการสฺส พฺราหฺมณสฺส ทสฺเสสุํ. วสฺสกาโร จ ตทา รญฺโญ วินิจฺฉเย นิยุตฺโต หุตฺวา เฉชฺชเภชฺชํ อนุสาสติ. โส ‘‘ปุพฺเพ มม วจนํ นาทิยิ, สุทฺธปาสณฺฑิเยสุ ปพฺพชี’’ติ จ พทฺธาฆาตตฺตา กมฺมํ อโสเธตฺวาว ชีวนฺตเมว ตํ สูเล อุตฺตาเสสิ.
อถสฺส ภควา ญาณปริปากํ โอโลเกตฺวา ตํ ฐานํ คนฺตฺวา วิปฺผุรนฺตหตฺถนขมณิมยูขสมฺภินฺนสิตาภตาย ปคฺฆรนฺตชาติหิงฺคุลกสุวณฺณรสธารํ วิย ชาลาคุณฺฐิตมุทุตลุนทีฆงฺคุลิหตฺถํ อุตฺตรสฺส สีเส ฐเปตฺวา, ‘‘อุตฺตร, อิทํ เต ปุริมกมฺมสฺส ผลํ อุปฺปนฺนํ, ตตฺถ ตยา ปจฺจเวกฺขณพเลน อธิวาสนา กาตพฺพา’’ติ วตฺวา อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมํ เทเสสิ. อุตฺตโร อมตาภิเสกสทิเสน สตฺถุ หตฺถสมฺผสฺเสน สญฺชาตปฺปสาทโสมนสฺสตาย อุฬารํ ปีติปาโมชฺชํ ปฏิลภิตฺวา ยถาปริจิตํ วิปสฺสนามคฺคํ สมารูโฬฺห ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา สตฺถุ จ เทสนาวิลาเสน ตาวเทว มคฺคปฏิปาฏิยา สพฺพกิเลเส เขเปตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๖.๕๕-๙๒) –
‘‘สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ, พาตฺตึสวรลกฺขโณ;
วิเวกกาโม ภควา, หิมวนฺตมุปาคมิ.
‘‘อชฺโฌคาเหตฺวา หิมวนฺตํ, อคฺโค การุณิโก มุนิ;
ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน, นิสีทิ ปริสุตฺตโม.
‘‘วิชฺชาธโร ตทา อาสึ, อนฺตลิกฺขจโร อหํ;
ติสูลํ สุคตํ คยฺห, คจฺฉามิ อมฺพเร ตทา.
‘‘ปพฺพตคฺเค ยถา อคฺคิ, ปุณฺณมาเยว จนฺทิมา;
วนํ โอภาสเต พุทฺโธ, สาลราชาว ผุลฺลิโต.
‘‘วนคฺคา นิกฺขมิตฺวาน, พุทฺธรํสีภิธาวเร;
นฬคฺคิวณฺณสงฺกาสา, ทิสฺวา จิตฺตํ ปสาทยึ.
‘‘วิจินํ อทฺทสํ ปุปฺผํ, กณิการํ เทวคนฺธิกํ;
ตีณิ ปุปฺผานิ อาทาย, พุทฺธเสฏฺฐมปูชยึ.
‘‘พุทฺธสฺส อานุภาเวน, ตีณิ ปุปฺผานิ เม ตทา;
อุทฺธํวณฺฏา อโธปตฺตา, ฉายํ กุพฺพนฺติ สตฺถุโน.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ, กณิการีติ ญายติ;
สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ, ตึสโยชนวิตฺถตํ.
‘‘สหสฺสกณฺฑํ สตเภณฺฑุ, ธชาลุ หริตามยํ;
สตสหสฺสนิยฺยูหา, พฺยเมฺห ปาตุภวึสุ เม.
‘‘โสณฺณมยา มณิมยา, โลหิตงฺกมยาปิ จ;
ผลิกาปิ จ ปลฺลงฺกา, เยนิจฺฉกา ยทิจฺฉกา.
‘‘มหารหญฺจ สยนํ, ตูลิกา วิกตียุตํ;
อุทฺธโลมิญฺจ เอกนฺตํ, พิมฺโพหนสมายุตํ.
‘‘ภวนา นิกฺขมิตฺวาน, จรนฺโต เทวจาริกํ;
ยถา อิจฺฉามิ คมนํ, เทวสงฺฆปุรกฺขโต.
‘‘ปุปฺผสฺส เหฏฺฐา ติฏฺฐามิ, อุปริจฺฉทนํ มม;
สมนฺตา โยชนสตํ, กณิกาเรหิ ฉาทิตํ.
‘‘สฏฺฐิตูริยสหสฺสานิ, สายํ ปาตํ อุปฏฺฐหุํ;
ปริวาเรนฺติ มํ นิจฺจํ, รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา.
‘‘ตตฺถ นจฺเจหิ คีเตหิ, ตาเฬหิ วาทิเตหิ จ;
รมามิ ขิฑฺฑา รติยา, โมทามิ กามกามหํ.
‘‘ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ, โมทามิ ติทเส ตทา;
นารีคเณหิ สหิโต, โมทามิ พฺยมฺหมุตฺตเม.
‘‘สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ, เทวรชฺชมการยึ;
สตานํ ตีณิกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ;
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ.
‘‘ภเว ภเว สํสรนฺโต, มหาโภคํ ลภามหํ;
โภเค เม อูนตา นตฺถิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ทุเว ภเว สํสรามิ, เทวตฺเต อถ มานุเส;
อญฺญํ คตึ น ชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ทุเว กุเล ปชายามิ, ขตฺติเย จาปิ พฺราหฺมเณ;
นีเจ กุเล น ชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘หตฺถิยานํ อสฺสยานํ, สิวิกํ สนฺทมานิกํ;
ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ทาสีคณํ ทาสคณํ, นาริโย สมลงฺกตา;
ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘โกเสยฺยกมฺพลิยานิ, โขมกปฺปาสิกานิ จ;
ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘นววตฺถํ นวผลํ, นวคฺครสโภชนํ;
ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘อิมํ ขาท อิมํ ภุญฺช, อิมมฺหิ สยเน สย;
ลภามิ สพฺพเมเวตํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘สพฺพตฺถ ปูชิโต โหมิ, ยโส อจฺจุคฺคโต มม;
มหาปกฺโข สทา โหมิ, อเภชฺชปริโส สทา;
ญาตีนํ อุตฺตโม โหมิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘สีตํ อุณฺหํ น ชานามิ, ปริฬาโห น วิชฺชติ;
อโถ เจตสิกํ ทุกฺขํ, หทเย เม น วิชฺชติ.
‘‘สุวณฺณวณฺโณ หุตฺวาน, สํสรามิ ภวาภเว;
เววณฺณิยํ น ชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘เทวโลกา จวิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
สาวตฺถิยํ ปุเร ชาโต, มหาสาเล สุอฑฺฒเก.
‘‘ปญฺจ กามคุเณ หิตฺวา, ปพฺพชึ อนคาริยํ;
ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ, อรหตฺตมปาปุณึ.
‘‘อุปสมฺปาทยี พุทฺโธ, คุณมญฺญาย จกฺขุมา;
ตรุโณ ปูชนีโยหํ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ทิพฺพจกฺขุ วิสุทฺธํ เม, สมาธิกุสโล อหํ;
อภิญฺญาปารมิปฺปตฺโต, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ปฏิสมฺภิทา อนุปฺปตฺโต, อิทฺธิปาเทสุ โกวิโท;
ธมฺเมสุ ปารมิปฺปตฺโต, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปุน หุตฺวา สูลโต อุฏฺฐหิตฺวา ปรานุทฺทยาย อากาเส ฐตฺวา ปาฏิหาริยํ ทสฺเสสิ. มหาชโน อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต อโหสิ. ตาวเทวสฺส วโณ สํรูฬฺหิ, โส ภิกฺขูหิ, ‘‘อาวุโส, ตาทิสํ ทุกฺขํ อนุภวนฺโต กถํ ตฺวํ วิปสฺสนํ อนุยุญฺชิตุํ อสกฺขี’’ติ ปุฏฺโฐ, ‘‘ปเคว เม, อาวุโส, สํสาเร อาทีนโว, สงฺขารานญฺจ สภาโว สุทิฏฺโฐ, เอวาหํ ตาทิสํ ทุกฺขํ อนุภวนฺโตปิ อสกฺขึ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา วิเสสํ อธิคนฺตุ’’นฺติ ทสฺเสนฺโต –
๑๒๑. ‘‘นตฺถิ โกจิ ภโว นิจฺโจ, สงฺขารา วาปิ สสฺสตา;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต ขนฺธา, จวนฺติ อปราปรํ.
๑๒๒. ‘‘เอตมาทีนวํ ญตฺวา, ภเวนมฺหิ อนตฺถิโก;
นิสฺสโฏ สพฺพกาเมหิ, ปตฺโต เม อาสวกฺขโย’’ติ. –
อิมํ คาถาทฺวยํ อภาสิ.
ตตฺถ นตฺถิ โกจิ ภโว นิจฺโจติ กมฺมภโว อุปปตฺติภโว กามภโว รูปภโว อรูปภโว สญฺญีภโว อสญฺญีภโว เนวสญฺญีนาสญฺญีภโว เอกโวการภโว จตุโวการภโว ปญฺจโวการภโวติ เอวํเภโท, ตตฺถาปิ หีโน มชฺฌิโม อุกฺกฏฺโฐ ทีฆายุโก สุขพหุโล โวมิสฺสสุขทุกฺโขติ เอวํวิภาโค โยโกจิ นิจฺโจ ธุโว ถิโร อปโลกิยธมฺโม นตฺถิ ตํ ตํ การณํ ปฏิจฺจ สมุปฺปนฺนตฺตา. ยสฺมา จ เอตเทวํ, ตสฺมา สงฺขารา วาปิ สสฺสตา นตฺถีติ โยชนา. ปจฺจเยหิ สงฺขตตฺตา ‘‘สงฺขารา’’ติ ลทฺธนาเม หิ ปญฺจกฺขนฺเธ อุปาทาย ภวสมญฺญาย สงฺขาราว หุตฺวา สมฺภูตา ชรามรเณน จ วิปริณมนฺตีติ อสสฺสตา วิปริณามธมฺมา. ตถา หิ เต ‘‘สงฺขารา’’ติ วุจฺจนฺติ. เตนาห อุปฺปชฺชนฺติ จ เต ขนฺธา, จวนฺติ อปราปรนฺติ. เต ภวปริยาเยน สงฺขารปริยาเยน จ วุตฺตา ปญฺจกฺขนฺธา ยถาปจฺจยํ อปราปรํ อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ ชราย ปริปีฬิตา หุตฺวา จวนฺติ ปริภิชฺชนฺตีติ อตฺโถ. เอเตน ‘‘ภโว, สงฺขารา’’ติ จ ลทฺธโวหารา ปญฺจกฺขนฺธา อุทยพฺพยสภาวาติ ทสฺเสติ. ยสฺมา ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส ตโยปิ ภวา อาทิตฺตํ วิย สงฺขเต อาทีนวํ โทสํ ปเคว วิปสฺสนาปญฺญาย ชานิตฺวา อนิจฺจลกฺขเณหิ ทิฏฺฐา สงฺขารา ทุกฺขานตฺตา วิภูตตรา อุปฏฺฐหนฺติ, เตนาห ภควา – ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕).
ยสฺมา ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส ตโยปิ ภวา อาทิตฺตํ วิย อคารํ สปฺปฏิภยา อุปฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา อาห ‘‘ภเวนมฺหิ อนตฺถิโก’’ติ. เอวํ ปน สพฺพโส ภเวหิ วินิวตฺติยมานสฺส กาเมสุ อเปกฺขาย เลโสปิ น สมฺภวติเยว, เตนาห ‘‘นิสฺสโฏ สพฺพกาเมหี’’ติ, อมฺหีติ โยชนา. มานุเสหิ วิย ทิพฺเพหิปิ กาเมหิ นิวตฺติตจิตฺโตสฺมีติ อตฺโถ. ปตฺโต เม อาสวกฺขโยติ ยสฺมา เอวํ สุปริมชฺชิตสงฺขาโร ภเวสุ สุปริทิฏฺฐาทีนโว กาเมสุ จ อนาสตฺตมานโส ตสฺมา สูลมตฺถเก นิสินฺเนนาปิ เม มยา ปตฺโต อธิคโต อาสวกฺขโย นิพฺพานํ อรหตฺตญฺจาติ. อญฺเญหิ จ สพฺรหฺมจารีหิ อปฺปตฺตมานเสหิ ตทธิคมาย อุสฺสาโห กรณีโยติ ภิกฺขูนํ โอวาทมทาสิ.
อุตฺตรตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ปิณฺโฑลภารทฺวาชตฺเถรคาถาวณฺณนา
นยิทํ อนเยนาติอาทิกา อายสฺมโต ปิณฺโฑลภารทฺวาชตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล สีหโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา ปพฺพตคุหายํ วิหรติ. ภควา ตสฺส อนุคฺคหํ กาตุํ โคจราย ปกฺกนฺตกาเล สยนคุหํ ปวิสิตฺวา นิโรธํ สมาปชฺชิตฺวา นิสีทิ. สีโห โคจรํ คเหตฺวา นิวตฺโต คุหาทฺวาเร ภควนฺตํ ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺโฐ ชลชถลชปุปฺเผหิ ปูชํ กตฺวา จิตฺตํ ปสาเทนฺโต ภควโต อารกฺขตฺถาย อรญฺเญ วาฬมิเค อปเนตุํ ตีสุ เวลาสุ สีหนาทํ นทนฺโต พุทฺธคตาย สติยา อฏฺฐาสิ. ยถา ปฐมทิวสํ, เอวํ สตฺตาหํ ปูเชสิ. ภควา สตฺตาหจฺจเยน นิโรธา วุฏฺฐหิตฺวา ‘‘วตฺติสฺสติ อิมสฺส เอตฺตโก อุปนิสฺสโย’’ติ ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อากาสํ ปกฺขนฺทิตฺวา วิหารเมว คโต. สีโห ปาลิเลยฺยกหตฺถี วิย พุทฺธวิโยคทุกฺขํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต กาลํ กตฺวา หํสวตีนคเร มหาโภคกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต นครวาสีหิ สทฺธึ วิหารํ คโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา ยาวชีวํ ปุญฺญานิ กตฺวา อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อมฺหากํ ภควโต กาเล โกสมฺพิยํ รญฺโญ อุเตนสฺส ปุโรหิตปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ ภารทฺวาโช นาม นาเมน. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคเหตฺวา ปญฺจ มาณวกสตานิ มนฺเต วาเจนฺโต มหคฺฆสภาเวน อนนุรูปาจารตฺตา เตหิ ปริจฺจชฺชนฺโต ราชคหํ คนฺตฺวา ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ลาภสกฺการํ ทิสฺวา สาสเน ปพฺพชิตฺวา โภชเน อมตฺตญฺญู หุตฺวา วิจรนฺโต สตฺถารา อุปาเยน มตฺตญฺญุตาย ปติฏฺฐาปิโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๑๐๔-๑๐๙) –
‘‘มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ, วิปิเน วิจรํ ตทา;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, สพฺพธมฺมาน ปารคุํ.
‘‘ปิยาลผลมาทาย, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ;
ปุญฺญกฺเขตฺตสฺส วีรสฺส, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา ‘‘ภควโต สมฺมุขา ยํ สาวเกหิ ปตฺตพฺพํ, ตํ มยา ปตฺต’’นฺติ, ภิกฺขุสงฺเฆ จ ‘‘ยสฺส มคฺเค วา ผเล วา กงฺขา อตฺถิ, โส มํ ปุจฺฉตู’’ติ สีหนาทํ นทิ. เตน ตํ ภควา, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ สีหนาทิกานํ ยทิทํ ปิณฺโฑลภารทฺวาโช’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๘, ๑๙๕) เอตทคฺเค ฐเปสิ. โส เอกทิวสํ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคตํ คิหิกาเล สหายภูตํ มจฺฉรึ มิจฺฉาทิฏฺฐิพฺราหฺมณํ อนุกมฺปมาโน ตสฺส ทานกถํ กเถตฺวา เตน จ ‘‘อยํ มม ธนํ วินาเสตุกาโม’’ติ ภกุฏึ กตฺวาปิ ‘‘ตุยฺหํ เอกภตฺตํ เทมี’’ติ วุตฺเต, ‘‘ตํ สงฺฆสฺส เทหิ มา มยฺห’’นฺติ สงฺฆสฺส ปริณาเมสิ. ปุน พฺราหฺมเณน ‘‘อยํ มํ พหูนํ ทาเปตุกาโม’’ติ อปฺปจฺจเย ปกาสิเต ทุติยทิวสํ ธมฺมเสนาปตินา สงฺฆคตาย ทกฺขิณาย มหปฺผลภาวปฺปกาสเนน ตํ ปสาเทตฺวา, ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ‘อาหารเคเธน มํ ทาเน นีโยเชสี’ติ มญฺญติ, อาหารสฺส ปน มยา สพฺพโส ปริญฺญาตภาวํ น ชานาติ, หนฺท นํ ชานาเปมี’’ติ –
๑๒๓. ‘‘นยิทํ อนเยน ชีวิตํ, นาหาโร หทยสฺส สนฺติโก;
อาหารฏฺฐิติโก สมุสฺสโย, อิติ ทิสฺวาน จรามิ เอสนํ.
๑๒๔. ‘‘ปงฺโกติ หิ นํ อเวทยุํ, ยายํ วนฺทนปูชนา กุเลสุ;
สุขุมํ สลฺลํ ทุรุพฺพหํ, สกฺกาโร กาปุริเสน ทุชฺชโห’’ติ. –
คาถาทฺวยํ อภาสิ.
ตตฺถ นยิทํ อนเยน ชีวิตนฺติ อิทํ มม ชีวิตํ อนเยน อญาเยน เวฬุทานปุปฺผทานาทิอเนสนาย น โหติ ชีวิตนิกนฺติยา อภาวโต. นาหาโร หทยสฺส สนฺติโกติ อาหาโร จ อาหริยมาโน มคฺคผลญาณํ วิย หทยสฺส จิตฺตสฺส สนฺติกโร น โหติ, เกวลํ ปน สชฺชุกํ ขุทาปฏิฆาตมตฺตํ กโรตีติ อธิปฺปาโย. อถ วา นาหาโร หทยสฺส สนฺติโกติ อาหาโร รสตณฺหาวตฺถุ เม หทยสฺส สนฺติโก อาสตฺโต น โหติ รสตณฺหาย เอว อภาวโต. ‘‘สนฺติเก’’ติปิ ปฐนฺติ. โย หิ อาหารคิทฺโธ ลาภสกฺการปฺปสุโต วิจรติ, ตสฺส อาหาโร หทยสฺส สนฺติเก นาม อภิณฺหํ มนสิกาตพฺพโต. โย ปน ปริญฺญาตาหาโร, โส ตตฺถ ปหีนจฺฉนฺทราโค, น ตสฺสาหาโร หทยสฺส สนฺติเก นาม – ‘‘กถํ นุ โข ลเภยฺย’’นฺติอาทิมนสิกรณสฺเสว อภาวโต. ยทิ หิ ชีวิตนิกนฺติ อาหารรสตณฺหา จ นตฺถิ, อถ กสฺมา ปิณฺฑาย จรสีติ อนุโยคํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘อาหารฏฺฐิติโก สมุสฺสโย, อิติ ทิสฺวาน จรามิ เอสน’’นฺติ. อาหาโร โภชนํ ฐิติ ฐานํ ปจฺจโย เอตสฺสาติ อาหารฏฺฐิติโก. ‘‘อาหารปฏิพทฺธวุตฺติโก สมุสฺสโย กาโย’’อิติ ทิสฺวาน เอวํ ญตฺวา อิมมตฺถํ พุทฺธิยํ ฐเปตฺวา จรามิ เอสนํ, ภิกฺขาปริเยสนํ กโรมีติ อตฺโถ.
ปจฺจยนิมิตฺตํ กุลานิ อุปสงฺกมนฺโต ตตฺถ วนฺทนปูชนาหิ ลาภสกฺกาเรหิ จ พชฺฌตีติ เอวํ มาทิเสสุ น จินฺเตตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปงฺโก’’ติคาถํ อภาสิ. ตสฺสตฺโถ – ยา อยํ ปจฺจยนิมิตฺตํ อุปคตานํ ปพฺพชิตานํ กุเลสุ เคหวาสีสุ ปวตฺติสฺสติ คุณสมฺภาวนา ปูชนา จ, ยสฺมา ตํ อภาวิตตฺตานํ โอสีทาปนฏฺเฐน มลีนภาวกรเณน จ ปงฺโก กทฺทโมติ พุทฺธาทโย อเวทยุํ อพฺภญฺญาสุํ ปเวเทสุํ วา, ตสฺมา สา สปฺปุริสานํ พนฺธาย น โหติ สกฺการาสาย ปเคว ปหีนตฺตา. อสปฺปุริสสฺส ปน สกฺการาสา ทุวิญฺเญยฺยสภาวตาย ปีฬาชนนโต อนฺโต ตุทนโต อุทฺธริตุํ อสกฺกุเณยฺยโต จ สุขุมํ สลฺลํ ทุรุพฺพหํ. ตโต เอว เตน สกฺกาโร กาปุริเสน ทุชฺชโห ทุรุพฺพเหยฺโย ตสฺส ปหานปฏิปตฺติยา อปฺปฏิปชฺชนโต, สกฺการาสาปหาเนน ปหีโน โหตีติ. ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ เถเร อภิปฺปสนฺโน อโหสิ.
ปิณฺโฑลภารทฺวาชตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. วลฺลิยตฺเถรคาถาวณฺณนา
มกฺกโฏ ปญฺจทฺวารายนฺติอาทิกา อายสฺมโต วลฺลิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต เอกตึเส กปฺเป กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ เกนจิเทว กรณีเยน อรญฺญํ คโต ตตฺถ นารทํ นาม ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ รุกฺขมูเล วสนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส นเฬหิ สาลํ กตฺวา ติเณหิ ฉาเทตฺวา อทาสิ. จงฺกมนฏฺฐานญฺจสฺส โสเธตฺวา วาลุกา โอกิริตฺวา อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณมหาสาลสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, วลฺลิโยติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต โยพฺพนมนุปฺปตฺโต อินฺทฺริยวสิโก หุตฺวา วิจรนฺโต กลฺยาณมิตฺตสํสคฺเคน ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๙๓-๑๐๓) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, หาริโต นาม ปพฺพโต;
สยมฺภู นารโท นาม, รุกฺขมูเล วสี ตทา.
‘‘นฬาคารํ กริตฺวาน, ติเณน ฉาทยึ อหํ;
จงฺกมํ โสธยิตฺวาน, สยมฺภุสฺส อทาสหํ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ, นฬกุฏิกนิมฺมิตํ;
สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ, ตึสโยชนวิตฺถตํ.
‘‘จตุทฺทเสสุ กปฺเปสุ, เทวโลเก รมึ อหํ;
เอกสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ, เทวรชฺชมการยึ.
‘‘จตุตฺตึสติกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ;
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ.
‘‘ธมฺมปาสาทมารุยฺห, สพฺพาการวรูปมํ;
ยทิจฺฉกาหํ วิหเร, สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, นฬกุฏิยิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ปุถุชฺชนกาเล อตฺตโน จิตฺตสฺส รูปาทิอารมฺมเณสุ ยถากามปฺปวตฺติยา, อิทานิ อริยมคฺเคน นิคฺคหิตภาวสฺส จ วิภาวเนน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๑๒๕. ‘‘มกฺกโฏ ปญฺจทฺวารายํ, กุฏิกายํ ปสกฺกิย;
ทฺวาเรน อนุปริเยติ, ฆฏฺฏยนฺโต มุหุํ มุหุํ.
๑๒๖. ‘‘ติฏฺฐ มกฺกฏ มา ธาวิ, น หิ เต ตํ ยถา ปุเร;
นิคฺคหีโตสิ ปญฺญาย, เนว ทูรํ คมิสฺสสี’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ ฆฏฺฏยนฺโตติ อตฺตโน โลลภาเวน รุกฺขสฺส อญฺญํ สาขํ มุญฺจิตฺวา อญฺญสฺส คหเณน อเนกวารํ ตตฺถ รุกฺขํ จาเลนฺโต ผลูปโภคมกฺกโฏ วิย เตน เตน จกฺขาทิทฺวาเรน รูปาทิอารมฺมเณสุ อญฺญํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหนฺโต จิตฺตสนฺตานสฺส สมาทานวเสน นิจฺจลํ ฐาตุํ อปฺปทาเนน อภิกฺขณํ ฆฏฺฏยนฺโต จาเลนฺโต ตสฺมึเยว รูปาทิอารมฺมเณ อนุปริวตฺตติ ยถากามํ วิจรติ. วตฺตมานสมีปตาย เจตฺถ วตฺตมานวจนํ. เอวํ อนุปริยนฺโต จ ติฏฺฐ, มกฺกฏ, มา ธาวิ ตฺวํ, จิตฺตมกฺกฏ, อิทานิ ติฏฺฐ มา ธาวิ, อิโต ปฏฺฐาย เต ธาวิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา น หิ เต ตํ ยถา ปูเร ยสฺมา ตํ อตฺตภาวเคหํ ปุพฺเพ วิย น เต เสวิตํ ปิหิตทฺวารภาวโต, กิญฺจ นิคฺคหีโตสิ ปญฺญาย สยญฺจ อิทานิ มคฺคปญฺญาย กิเลสาภิสงฺขารสงฺขาตานํ ปาทานํ เฉทเนน อจฺจนฺติกํ นิคฺคหํ ปตฺโตสิ, ตสฺมา เนว ทูรํ คมิสฺสสิ อิโต อตฺตภาวโต ทูรํ ทุติยาทิอตฺตภาวํ เนว คมิสฺสสิ ยาวจริมกจิตฺตํ เอว เต คมนนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘เนโต ทูร’’นฺติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ.
วลฺลิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. คงฺคาตีริยตฺเถรคาถาวณฺณนา
ติณฺณํ เม ตาลปตฺตานนฺติอาทิกา อายสฺมโต คงฺคาตีริยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สาสเน อภิปฺปสนฺโน หุตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปานียมทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส คหปติสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ‘‘ทตฺโต’’ติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ฆราวาสํ วสนฺโต อคมนียฏฺฐานภาวํ อชานิตฺวา วีติกฺกมํ กตฺวา ปุน อคมนียฏฺฐานภาวํ ญตฺวา สํเวคชาโต ปพฺพชิตฺวา ตํ กมฺมํ ชิคุจฺฉิตฺวา ลูขปฏิปตฺตึ อนุติฏฺฐนฺโต ปํสุกูลจีวรํ ฉวสิตฺตสทิสํ มตฺติกาปตฺตญฺจ คเหตฺวา คงฺคาตีเร ตีหิ ตาลปตฺเตหิ กุฏิกํ กตฺวา วิหาสิ, เตเนวสฺส คงฺคาตีริโยติ สมญฺญา อโหสิ. โส ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา น เกนจิ สลฺลปิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อธิฏฺฐาย ปฐมํ สํวจฺฉรํ ตุณฺหีภูโต วจีเภทํ อกโรนฺโตว วิหาสิ. ทุติเย สํวจฺฉเร โคจรคาเม อญฺญตราย อิตฺถิยา ‘‘มูโค นุ โข โน’’ติ วีมํสิตุกามาย ปตฺเต ขีรํ อาสิญฺจนฺติยา หตฺถวิหาเร กเตปิ โอกิริเต, ‘‘อลํ, ภคินี’’ติ วาจํ นิจฺฉริ. ตติเย ปน สํวจฺฉเร อนฺตรวสฺเสว ฆฏยนฺโต วายมนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิ, เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๕๑-๕๖) –
‘‘ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส, ภิกฺขุสงฺเฆ อนุตฺตเร;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, ปานีฆฏมปูรยึ.
‘‘ปพฺพตคฺเค ทุมคฺเค วา, อากาเส วาถ ภูมิยํ;
ยทา ปานียมิจฺฉามิ, ขิปฺปํ นิพฺพตฺตเต มม.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ทกทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหา ปน หุตฺวา อตฺตโน ปุพฺพภาคปฏิปตฺติยา วิภาวนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๑๒๗. ‘‘ติณฺณํ เม ตาลปตฺตานํ, คงฺคาตีเร กุฏี กตา;
ฉวสิตฺโตว เม ปตฺโต, ปํสุกูลญฺจ จีวรํ.
๑๒๘. ‘‘ทฺวินฺนํ อนฺตรวสฺสานํ, เอกา วาจา เม ภาสิตา;
ตติเย อนฺตรวสฺสมฺหิ, ตโมขนฺโธ ปทาลิโต’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ ติณฺณํ เม ตาลปตฺตานํ, คงฺคาตีเร กุฏี กตาติ ตาลรุกฺขโต ปหิเตหิ ตีหิ ตาลปณฺเณหิ มยฺหํ วสฺสนปริหรณตฺถํ คงฺคาย นทิยา ตีเร กุฏิกา กตา. เตน อตฺตโน เสนาสนสนฺโตสํ ทสฺเสติ. วุตฺตญฺหิ ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘ปลฺลงฺเกน นิสินฺนสฺส, ชณฺณุเก นาภิวสฺสติ;
อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๕; มิ. ป. ๖.๑.๑);
‘‘ตาลปตฺตีน’’นฺติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. ฉวสิตฺโตว เม ปตฺโตติ มยฺหํ ปตฺโต ฉวสิตฺตสทิโส, มตานํ ขีรเสจนกุณฺฑสทิโสติ อตฺโถ. ปํสุกูลญฺจ จีวรนฺติ จีวรญฺจ เม อนฺตรมคฺคสุสานาทีสุ ฉฑฺฑิตนนฺตเกหิ กตํ ปํสุกูลํ. ปททฺวเยน ปริกฺขารสนฺโตสํ ทสฺเสติ.