๓. ติกนิปาโต
๑. องฺคณิกภารทฺวาชตฺเถรคาถาวณฺณนา
ติกนิปาเต อโยนิ สุทฺธิมเนฺวสนฺติ อายสฺมโต องฺคณิกภารทฺวาชตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต เอกตึเส กปฺเป สิขิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคณฺหิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท หิมวนฺตสมีเป อุกฺกฏฺเฐ นาม นคเร วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส เคเห นิพฺพตฺติตฺวา องฺคณิกภารทฺวาโชติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต วิชฺชาสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต เนกฺขมฺมชฺฌาสยตาย ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อมรํ ตปํ จรนฺโต ตตฺถ ตตฺถ วิจรนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธํ ชนปทจาริกํ จรนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ตํ มิจฺฉาตปํ ปหาย สาสเน ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๒๓.๔๘-๕๑) –
‘‘อุสภํ ปวรํ วีรํ, เวสฺสภุํ วิชิตาวินํ;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, พุทฺธเสฏฺฐมวนฺทหํ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, วนฺทนาย อิทํ ผลํ.
‘‘จตุวีสติกปฺปมฺหิ, วิกตานนฺทนามโก;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา วิมุตฺติสุเขน วิหรนฺโต ญาตีนํ อนุกมฺปาย อตฺตโน ชาติภูมึ คนฺตฺวา พหู ญาตเก สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาเปตฺวา ตโต นิวตฺติตฺวา กุรุรฏฺเฐ กุณฺฑิยสฺส นาม นิคมสฺส อวิทูเร อรญฺเญ วสนฺโต เกนจิเทว กรณีเยน อุคฺคารามํ คโต อุตฺตราปถโต อาคเตหิ สนฺทิฏฺเฐหิ พฺราหฺมเณหิ สมาคโต เตหิ, ‘‘โภ ภารทฺวาช, กึ ทิสฺวา พฺราหฺมณานํ สมยํ ปหาย อิมํ สมยํ คณฺหี’’ติ ปุจฺฉิโต เตสํ อิโต พุทฺธสาสนโต พหิทฺธา สุทฺธิ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต –
๒๑๙. ‘‘อโยนิ สุทฺธิมเนฺวสํ, อคฺคึ ปริจรึ วเน;
สุทฺธิมคฺคํ อชานนฺโต, อกาสึ อมรํ ตป’’นฺติ. – ปฐมํ คาถมาห;
ตตฺถ อโยนีติ อโยนิโส อนุปาเยน. สุทฺธินฺติ สํสารสุทฺธึ ภวนิสฺสรณํ. อเนฺวสนฺติ คเวสนฺโต. อคฺคึ ปริจรึ วเนติ ‘‘อยํ สุทฺธิมคฺโค’’ติ อธิปฺปาเยน อรญฺญายตเน อคฺคิหุตสาลายํ อคฺยาคารํ กตฺวา อาหุตึ ปคฺคณฺหนฺโต อคฺคิเทวํ ปริจรึ เวเท วุตฺตวิธินา ปูเชสึ. สุทฺธิมคฺคํ อชานนฺโต, อกาสึ อมรํ ตปนฺติ สุทฺธิยา นิพฺพานสฺส มคฺคํ อชานนฺโต อคฺคิปริจรณํ วิย ปญฺจตปตปฺปนาทิอตฺตกิลมถานุโยคํ ‘‘สุทฺธิมคฺโค’’ติ มญฺญาย อกาสึ อจรึ ปฏิปชฺชึ.
เอวํ เถโร อสฺสมโต อสฺสมํ คจฺฉนฺโต วิย เวเท วุตฺตวิธินา อคฺคิปริจรณาทินา อนุฏฺฐาย สุทฺธิยา อปฺปตฺตภาเวน พหิทฺธา สุทฺธิยา อภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อิมสฺมึเยว สาสเน สุทฺธิ จ มยา อธิคตาติ ทสฺเสนฺโต –
๒๒๐. ‘‘ตํ สุเขน สุขํ ลทฺธํ, ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. – ทุติยคาถมาห;
ตตฺถ ตนฺติ ยสฺสตฺถาย สุทฺธึ อเนฺวสนฺโต ตสฺส มคฺคํ อชานนฺโต อคฺคึ ปริจรึ อมรํ ตปํ อจรึ, ตํ นิพฺพานสุขํ สุเขน สมถวิปสฺสนาย สุขาย ปฏิปทาย อตฺตกิลมถานุโยคํ อนุปคมฺม มยา ลทฺธํ ปตฺตํ อธิคตํ. ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตนฺติ สตฺถุ สาสนธมฺมสฺส สุธมฺมตํ อวิปรีตนิยฺยานิกธมฺมสภาวํ ปสฺส ชานาหีติ ธมฺมาลปนวเสน วทติ, อตฺตานํ วา อาลปติ. ตสฺส ลทฺธภาวํ ปน ทสฺเสนฺโต –
‘‘ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –
อาห, ตํ วุตฺตตฺถเมว. เอวํ สุทฺธิยา อธิคตตฺตา ‘‘อิโต ปฏฺฐายาหํ ปรมตฺถโต พฺราหฺมโณ’’ติ ทสฺเสนฺโต –
๒๒๑. ‘‘พฺรหฺมพนฺธุ ปุเร อาสึ, อิทานิ โขมฺหิ พฺราหฺมโณ;
เตวิชฺโช นฺหาตโกจมฺหิ, โสตฺติโย จมฺหิ เวทคู’’ติ. – ตติยํ คาถมาห;
ตสฺสตฺโถ – อิโต ปุพฺเพ ชาติมตฺเตน พฺราหฺมณภาวโต พฺราหฺมณานํ สมญฺญาย พฺรหฺมพนฺธุ นาม อาสึ. พาหิตปาปตฺตา ปน อิทานิ โข อรหตฺตาธิคเมน ปรมตฺถโต พฺราหฺมโณ จ อมฺหิ. อิโต ปุพฺเพ ภวสญฺจยกรานํ ติสฺสนฺนํ เวทสงฺขาตานํ วิชฺชานํ อชฺฌยเนน สมญฺญามตฺเตน เตวิชฺโช นาม หุตฺวา อิทานิ ภวกฺขยกราย วิชฺชาย วเสน ติสฺสนฺนํ วิชฺชานํ อธิคตตฺตา ปรมตฺถโต เตวิชฺโช จ อมฺหิ. ตถา อิโต ปุพฺเพ ภวสฺสาทคธิตาย นฺหาตกวตนิปฺผตฺติยา สมญฺญามตฺเตน นฺหาตโก นาม หุตฺวา อิทานิ อฏฺฐงฺคิกมคฺคชเลน สุวิกฺขาลิตกิเลสมลตาย ปรมตฺถโต นฺหาตโก จมฺหิ. อิโต ปุพฺเพ อวิมุตฺตภวสฺสาทมนฺตชฺฌาเนน โวหารมตฺตโต โสตฺติโย นาม หุตฺวา อิทานิ สุวิมุตฺตภวสฺสาทธมฺมชฺฌาเนน ปรมตฺถโต โสตฺติโย จมฺหิ. อิโต ปุพฺเพ อปฺปฏินิสฺสฏฺฐปาปธมฺมานํ เวทานํ คตมตฺเตน เวทคู นาม หุตฺวา อิทานิ เวทสงฺขาเตน มคฺคญาเณน สํสารมโหฆสฺส เวทสฺส จตุสจฺจสฺส จ ปารํ คตตฺตา อธิคตตฺตา ญาตตฺตา ปรมตฺถโต เวทคู ชาโตติ. ตํ สุตฺวา พฺราหฺมณา สาสเน อุฬารํ ปสาทํ ปเวเทสุํ.
องฺคณิกภารทฺวาชตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ปจฺจยตฺเถรคาถาวณฺณนา
ปญฺจาหาหํ ปพฺพชิโตติ อายสฺมโต ปจฺจยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ วินตาย นาม นทิยา ตีเร คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส มนุญฺญทสฺสนานิ มหนฺตานิ อุทุมฺพรผลานิ โอจินิตฺวา อุปนาเมสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ ภทฺทกปฺเป กสฺสเป ภควติ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺตวรธมฺมจกฺเก เวเนยฺยชนานุคฺคหํ กโรนฺเต ตสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ภาวนมนุยุญฺชนฺโต เอกทิวสํ สํสารทุกฺขํ จินฺเตตฺวา
อติวิย สญฺชาตสํเวโค วิหาเร นิสินฺโน ‘‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา อิโต น นิกฺขมิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อธิฏฺฐาย วายมนฺโต ญาณสฺส อปริปกฺกตฺตา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตุํ นาสกฺขิ. โส กาลงฺกตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โรหิตนคเร ขตฺติยกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ปจฺจโยติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐิโต เอกทิวสํ มหาราชพลึ กาตุํ อารภิ. ตตฺถ มหาชโน สนฺนิปติ. ตสฺมึ สมาคเม ตสฺส ปสาทญฺชนนตฺถํ สตฺถา มหาชนสฺส เปกฺขนฺตสฺเสว อากาเส เวสฺสวเณน นิมฺมิเต รตนมยกูฏาคาเร รตนมยสีหาสเน นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. มหโต ชนกายสฺส ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. ตํ ธมฺมํ สุตฺวา ปจฺจยราชาปิ รชฺชํ ปหาย ปุริมเหตุสญฺโจทิโต ปพฺพชิ. โส ยถา กสฺสปสฺส ภควโต กาเล ปฏิญฺญํ อกาสิ, เอวํ ปฏิญฺญํ กตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา ตาวเทว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๙.๑๕-๒๐) –
‘‘วินตานทิยา ตีเร, วิหาสิ ปุริสุตฺตโม;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ.
‘‘ตสฺมึ ปสนฺนมานโส, กิเลสมลโธวเน;
อุทุมฺพรผลํ คยฺห, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ผลมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป, สํวิคฺคมานมานโส;
กสฺสปสฺส ภควโต, สาสเน ปพฺพชึ อหํ.
‘‘ตถา ปพฺพชิโต สนฺโต, ภาวนํ อนุยุญฺชิสํ;
น วิหารา นิกฺขมิสฺสํ, อิติ กตฺวาน มานสํ.
‘‘อุตฺตมตฺถํ อสมฺปตฺโต, น จ ปตฺโตมฺหิ ตาวเท;
อิทานิ ปน ญาณสฺส, ปริปาเกน นิพฺพุโต;
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ, ผุสิตฺวา อจฺจุตํ ปทํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺติกิตฺตนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๒๒๒. ‘‘ปญฺจาหาหํ ปพฺพชิโต, เสโข อปฺปตฺตมานโส;
วิหารํ เม ปวิฏฺฐสฺส, เจตโส ปณิธี อหุ.
๒๒๓. ‘‘นาสิสฺสํ น ปิวิสฺสามิ, วิหารโต น นิกฺขเม;
นปิ ปสฺสํ นิปาเตสฺสํ, ตณฺหาสลฺเล อนูหเต.
๒๒๔. ‘‘ตสฺส เมวํ วิหรโต, ปสฺส วีริยปรกฺกมํ;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –
อิมา ติสฺโส คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ปญฺจาหาหํ ปพฺพชิโตติ ปญฺจาโห อหํ, ปพฺพชิโต หุตฺวา ปญฺจาโห, ปพฺพชิตทิวสโต ปญฺจโม อโห นิฏฺฐิโตติ อตฺโถ. เสโข อปฺปตฺตมานโสติ อธิสีลสิกฺขาทีนํ สิกฺขนโต เสโข. อนวเสสโต มานํ สิยติ สมุจฺฉินฺทตีติ มานโส, อคฺคมคฺโค, ตํนิพฺพตฺติโต มานสโต อาคตํ มานสํ, อรหตฺตํ, ตํ, โส วา อปฺปตฺโต เอเตนาติ อปฺปตฺตมานโส. วิหารํ เม ปวิฏฺฐสฺส, เจตโส ปณิธี อหูติ เอวํ เสขสฺส เม วสนกวิหารํ โอวรกํ ปวิฏฺฐสฺส สโต เอวรูโป อิทานิ วุจฺจมานากาโร เจโตปณิธิ อโหสิ, เอวํ มยา จิตฺตํ ปณิหิตนฺติ อตฺโถ.
นาสิสฺสนฺติอาทินา จิตฺตปณิธึ ทสฺเสติ. ตตฺถ นาสิสฺสนฺติ ยํกิญฺจิ โภชนํ น ภุญฺชิสฺสํ น ภุญฺชิสฺสามิ ตณฺหาสลฺเล มม หทยคเต อนูหเต อนุทฺธเตติ เอวํ สพฺพปเทสุ โยเชตพฺพํ. น ปิวิสฺสามีติ ยํกิญฺจิ ปาตพฺพํ น ปิวิสฺสามิ. วิหารโต น นิกฺขเมติ อิมสฺมา อิทานิ มยา นิสินฺนคพฺภโต น นิกฺขเมยฺยํ. นปิ ปสฺสํ นิปาเตสฺสนฺติ มม สรีรสฺส ทฺวีสุ ปสฺเสสุ เอกมฺปิ ปสฺสํ กายกิลมถวิโนทนตฺถํ น นิปาเตสฺสํ, เอกปสฺเสนปิ น นิปชฺชิสฺสามีติ อตฺโถ.
ตสฺส เมวํ วิหรโตติ ตสฺส เม เอวํ จิตฺตํ ปณิธาย ทฬฺหวีริยาธิฏฺฐานํ กตฺวา วิปสฺสนานุโยควเสน วิหรโต. ปสฺส วีริยปรกฺกมนฺติ วิธินา อีรยิตพฺพโต ‘‘วีริยํ’’ ปรํ ฐานํ อกฺกมนโต ‘‘ปรกฺกโม’’ติ จ ลทฺธนามํ อุสฺโสฬฺหีภูตํ วายามํ ปสฺส ชานาหิ. ยสฺส ปนานุภาเวน มยา ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ วุตฺตตฺถเมว.
ปจฺจยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. พากุลตฺเถรคาถาวณฺณนา
โย ปุพฺเพ กรณียานีติ อายสฺมโต พากุลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ กิร อตีเต อิโต กปฺปสตสหสฺสาธิกสฺส อสงฺเขฺยยฺยสฺส มตฺถเก อโนมทสฺสิสฺส ภควโต อุปฺปตฺติโต ปุเรตรเมว พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคเหตฺวา ตตฺถ สารํ อปสฺสนฺโต ‘‘สมฺปรายิกตฺถํ คเวสิสฺสามี’’ติ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ปพฺพตปาเท วิหรนฺโต ปญฺจาภิญฺญาอฏฺฐสมาปตฺติลาภี หุตฺวา วิหรนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา สรเณสุ ปติฏฺฐิโต สตฺถุ อุทราพาเธ อุปฺปนฺเน อรญฺญโต เภสชฺชานิ อาหริตฺวา ตํ วูปสเมตฺวา ตตฺถ ปุญฺญํ อาโรคฺยตฺถาย ปริณาเมตฺวา ตโต จุโต พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ อปฺปาพาธานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สยํ ตํ ฐานนฺตรํ อากงฺขนฺโต ปณิธานํ กตฺวา ยาวชีวํ กุสลํ อุปจินิตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต นิพฺพตฺติโต ปุเรตรเมว พนฺธุมตีนคเร พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺโต ปุริมนเยเนว อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ฌานาภิญฺญาลาภี หุตฺวา ปพฺพตปาเท วสนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา สรเณสุ ปติฏฺฐิโต ภิกฺขูนํ ติณปุปฺผกโรเค อุปฺปนฺเน ตํ วูปสเมตฺวา ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จุโต พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เอกนวุติกปฺเป เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล พาราณสิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา ฆราวาสํ วสนฺโต เอกํ ชิณฺณํ วินสฺสมานํ มหาวิหารํ ทิสฺวา ตตฺถ อุโปสถาคาราทิกํ สพฺพํ อาวสถํ กาเรตฺวา ตตฺถ ภิกฺขุสงฺฆสฺส สพฺพํ เภสชฺชํ ปฏิยาเทตฺวา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อมฺหากํ ภควโต อุปฺปตฺติโต ปุเรตรเมว โกสมฺพิยํ เสฏฺฐิเคเห นิพฺพตฺติ. โส อโรคภาวาย มหายมุนาย นฺหาปิยมาโน ธาติยา หตฺถโต มจฺเฉน คิลิโต มจฺเฉ เกวฏฺฏหตฺถคเต พาราณสิเสฏฺฐิภริยาย วิกฺกิณิตฺวา คหิเต ผาลิยมาเนปิ ปุญฺญพเลน อโรโคเยว หุตฺวา ตาย ปุตฺโตติ คเหตฺวา โปสิยมาโน ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ชนเกหิ มาตาปิตูหิ ‘‘อยํ อมฺหากํ ปุตฺโต, เทถ โน ปุตฺต’’นฺติ อนุโยเค กเต รญฺญา ‘‘อุภเยสมฺปิ สาธารโณ โหตู’’ติ ทฺวินฺนํ กุลานํ ทายาทภาเวน วินิจฺฉยํ กตฺวา ฐปิตตฺตา พากุโลติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต หุตฺวา มหตึ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต อาสีติโก หุตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สตฺตาหเมว ปุถุชฺชโน อโหสิ, อฏฺฐเม อรุเณ สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔๐.๓๘๖-๔๑๑) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, โสภิโต นาม ปพฺพโต;
อสฺสโม สุกโต มยฺหํ, สกสิสฺเสหิ มาปิโต.
‘‘มณฺฑปา จ พหู ตตฺถ, ปุปฺผิตา สินฺธุวารกา;
กปิตฺถา จ พหู ตตฺถ, ปุปฺผิตา ชีวชีวกา.
‘‘นิคฺคุณฺฑิโย พหู ตตฺถ, พทรามลกานิ จ;
ผารุสกา อลาพู จ, ปุณฺฑรีกา จ ปุปฺผิตา.
‘‘อาฬกา เพลุวา ตตฺถ, กทลี มาตุลุงฺคกา;
มหานามา พหู ตตฺถ, อชฺชุนา จ ปิยงฺคุกา.
‘‘โกสมฺพา สฬลา นิมฺพา, นิโคฺรธา จ กปิตฺถนา;
เอทิโส อสฺสโม มยฺหํ, สสิสฺโสหํ ตหึ วสึ.
‘‘อโนมทสฺสี ภควา, สยมฺภู โลกนายโก;
คเวสํ ปฏิสลฺลานํ, มมสฺสมมุปาคมิ.
‘‘อุเปตมฺหิ มหาวีเร, อโนมทสฺสิมหายเส;
ขเณน โลกนาถสฺส, วาตาพาโธ สมุฏฺฐหิ.
‘‘วิจรนฺโต อรญฺญมฺหิ, อทฺทสํ โลกนายกํ;
อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ, จกฺขุมนฺตํ มหายสํ.
‘‘อิริยญฺจาปิ ทิสฺวาน, อุปลกฺเขสหํ ตทา;
อสํสยญฺหิ พุทฺธสฺส, พฺยาธิ โน อุทปชฺชถ.
‘‘ขิปฺปํ อสฺสมมาคญฺฉึ, มม สิสฺสาน สนฺติเก;
เภสชฺชํ กตฺตุกาโมหํ, สิสฺเส อามนฺตยึ ตทา.
‘‘ปฏิสฺสุณิตฺวาน เม วากฺยํ, สิสฺสา สพฺเพ สคารวา;
เอกชฺฌํ สนฺนิปตึสุ, สตฺถุคารวตา มม.
‘‘ขิปฺปํ ปพฺพตมารุยฺห, สพฺโพสธมหาสหํ;
ปานียโยคํ กตฺวาน, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ.
‘‘ปริภุตฺเต มหาวีเร, สพฺพญฺญุโลกนายเก;
ขิปฺปํ วาโต วูปสมิ, สุคตสฺส มเหสิโน.
‘‘ปสฺสทฺธํ ทรถํ ทิสฺวา, อโนมทสฺสี มหายโส;
สกาสเน นิสีทิตฺวา, อิมา คาถา อภาสถ.
‘‘โย เม ปาทาสิ เภสชฺชํ, พฺยาธิญฺจ สมยี มม;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.
‘‘กปฺปสตสหสฺสานิ, เทวโลเก รมิสฺสติ;
วาทิเต ตูริเย ตตฺถ, โมทิสฺสติ สทา อยํ.
‘‘มนุสฺสโลกมาคนฺตฺวา, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ.
‘‘ปญฺจปญฺญาสกปฺปมฺหิ, อโนโม นาม ขตฺติโย;
จาตุรนฺโต วิชิตาวี, ชมฺพุมณฺฑสฺส อิสฺสโร.
‘‘สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล;
ตาวตึเสปิ โขเภตฺวา, อิสฺสรํ การยิสฺสติ.
‘‘เทวภูโต มนุสฺโส วา, อปฺปาพาโธ ภวิสฺสติ;
ปริคฺคหํ วิวชฺเชตฺวา, พฺยาธึ โลเก ตริสฺสติ.
‘‘อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.
‘‘กิเลเส ฌาปยิตฺวาน, ตณฺหาโสตํ ตริสฺสติ;
พากุโล นาม นาเมน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก.
‘‘อิทํ สพฺพํ อภิญฺญาย, โคตโม สกฺยปุงฺคโว;
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ.
‘‘อโนมทสฺสี ภควา, สยมฺภู โลกนายโก;
วิเวกานุวิโลเกนฺโต, มมสฺสมมุปาคมิ.
‘‘อุปาคตํ มหาวีรํ, สพฺพญฺญุํ โลกนายกํ;
สพฺโพสเธน ตปฺเปสึ, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.
‘‘ตสฺส เม สุกตํ กมฺมํ, สุเขตฺเต พีชสมฺปทา;
เขเปตุํ เนว สกฺโกมิ, ตทา หิ สุกตํ มม.
‘‘ลาภา มม สุลทฺธํ เม, โยหํ อทฺทกฺขิ นายกํ;
เตน กมฺมาวเสเสน, ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ.
‘‘สพฺพเมตํ อภิญฺญาย, โคตโม สกฺยปุงฺคโว;
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ.
‘‘อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, เภสชฺชสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เอกทิวสํ สตฺถารา อตฺตโน สาวเก ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺเตน อปฺปาพาธานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐปิโต โส ปรินิพฺพานสมเย สงฺฆมชฺเฌ ภิกฺขูนํ โอวาทมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๒๒๕. ‘‘โย ปุพฺเพ กรณียานิ, ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ;
สุขา โส ธํสเต ฐานา, ปจฺฉา จ มนุตปฺปติ.
๒๒๖. ‘‘ยญฺหิ กยิรา ตญฺหิ วเท, ยํ น กยิรา น ตํ วเท;
อกโรนฺตํ ภาสมานํ, ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา.
๒๒๗. ‘‘สุสุขํ วต นิพฺพานํ, สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ;
อโสกํ วิรชํ เขมํ, ยตฺถ ทุกฺขํ นิรุชฺฌตี’’ติ. – คาถาตฺตยมภาสิ;
ตตฺถ โย ปุพฺเพ กรณียานิ, ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉตีติ โย ปุคฺคโล ปุพฺเพ ปุเรตรํ ชราโรคาทีหิ อนภิภูตกาเลเยว กาตพฺพานิ อตฺตโน หิตสุขาวหานิ กมฺมานิ ปมาทวเสน อกตฺวา ปจฺฉา โส กาตพฺพกาลํ อติกฺกมิตฺวา กาตุํ อิจฺฉติ. โสติ จ นิปาตมตฺตํ. ตทา ปน ชราโรคาทีหิ อภิภูตตฺตา กาตุํ น สกฺโกติ, อสกฺโกนฺโต จ สุขา โส ธํสเต ฐานา, ปจฺฉา จ มนุตปฺปตีติ โส ปุคฺคโล สุขา ฐานา สคฺคโต นิพฺพานโต จ ตทุปายสฺส อนุปฺปาทิตตฺตา ปริหายนฺโต ‘‘อกตํ เม กลฺยาณ’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๔๘; เนตฺติ. ๑๒๐) ปจฺฉา จ อนุตปฺปติ วิปฺปฏิสารํ อาปชฺชติ. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. อหํ ปน กรณียํ กตฺวา เอว ตุเมฺห เอวํ วทามีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยญฺหิ กยิรา’’ติ ทุติยํ คาถมาห.
ตตฺถ ปริชานนฺตีติ ‘‘เอตฺตโก อย’’นฺติ ปริจฺฉิชฺช ชานนฺติ น พหุํ มญฺญนฺตีติ อตฺโถ. สมฺมาปฏิปตฺติวเสน หิ ยถาวาที ตถาการี เอว โสภติ, น ตโต อญฺญถา. กรณียปริยาเยน สาธารณโต วุตฺตมตฺถํ อิทานิ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘สุสุขํ วตา’’ติอาทินา ตติยํ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – สมฺมา สามํ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน ภควตา เทสิตํ สพฺพโส โสกเหตูนํ อภาวโต อโสกํ วิคตราคาทิรชตฺตา วิรชํ จตูหิ โยเคหิ อนุปทฺทุตตฺตา เขมํ นิพฺพานํ สุฏฺฐุ สุขํ วต, กสฺมา? ยตฺถ ยสฺมึ นิพฺพาเน สกลํ วฏฺฏทุกฺขํ นิรุชฺฌติ อจฺจนฺตเมว วูปสมตีติ.
พากุลตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ธนิยตฺเถรคาถาวณฺณนา
สุขญฺเจ ชีวิตุํ อิจฺเฉติ อายสฺมโต ธนิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สิขิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส นฬมาลาย ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห กุมฺภการกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ธนิโยติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต กุมฺภการกมฺเมน ชีวติ. เตน จ สมเยน สตฺถา ธนิยสฺส กุมฺภการสฺส สาลายํ นิสีทิตฺวา ปุกฺกุสาติสฺส กุลปุตฺตสฺส ฉธาตุวิภงฺคสุตฺตํ (ม. นิ. ๓.๓๔๒ อาทโย) เทเสสิ. โส ตํ สุตฺวา กตกิจฺโจ อโหสิ. ธนิโย ตสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ สุตฺวา ‘‘นิยฺยานิกํ วต พุทฺธสาสนํ, ยตฺถ เอกรตฺติปริจเยนาปิ วฏฺฏทุกฺขโต มุญฺจิตุํ สกฺกา’’ติ ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กุฏิมณฺฑนานุยุตฺโต วิหรนฺโต กุฏิกรณํ ปฏิจฺจ ภควตา ครหิโต สงฺฆิเก เสนาสเน วสนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๘.๑-๗) –
‘‘สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ, อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ;
วิปินคฺเคน คจฺฉนฺตํ, อทฺทสํ โลกนายกํ.
‘‘นฬมาลํ คเหตฺวาน, นิกฺขมนฺโต จ ตาวเท;
ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, โอฆติณฺณมนาสวํ.
‘‘ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, นฬมาลมปูชยึ;
ทกฺขิเณยฺยํ มหาวีรํ, สพฺพโลกานุกมฺปกํ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ มาลมภิโรปยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เย ภิกฺขู ธุตงฺคสมาธาเนน อตฺตานํ อุกฺกํเสตฺวา สงฺฆภตฺตาทึ สาทิยนฺเต อญฺเญ ภิกฺขู อวชานนฺติ, เตสํ โอวาททานมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๒๒๘. ‘‘สุขญฺเจ ชีวิตุํ อิจฺเฉ, สามญฺญสฺมึ อเปกฺขวา;
สงฺฆิกํ นาติมญฺเญยฺย, จีวรํ ปานโภชนํ.
๒๒๙. สุขญฺเจ ชีวิตุํ อิจฺเฉ, สามญฺญสฺมึ อเปกฺขวา;
อหิ มูสิกโสพฺภํว, เสเวถ สยนาสนํ.
๒๓๐. สุขญฺเจ ชีวิตุํ อิจฺเฉ, สามญฺญสฺมึ อเปกฺขวา;
อิตรีตเรน ตุสฺเสยฺย, เอกธมฺมญฺจ ภาวเย’’ติ. – ติสฺโส คาถา อภาสิ;
ตตฺถ สุขญฺเจ ชีวิตุํ อิจฺเฉ, สามญฺญสฺมึ อเปกฺขวาติ สามญฺญสฺมึ สมณภาเว อเปกฺขวา สิกฺขาย ติพฺพคารโว หุตฺวา สุขํ ชีวิตุํ อิจฺเฉยฺย เจ, อเนสนํ ปหาย สามญฺญสุเขน สเจ ชีวิตุกาโมติ อตฺโถ. สงฺฆิกํ นาติมญฺเญยฺย, จีวรํ ปานโภชนนฺติ สงฺฆโต อาภตํ จีวรํ อาหารํ น อวมญฺเญยฺย, สงฺฆสฺส อุปฺปชฺชนกลาโภ นาม ปริสุทฺธุปฺปาโท โหตีติ ตํ ปริภุญฺชนฺตสฺส อาชีวปาริสุทฺธิสมฺภเวน สามญฺญสุขํ หตฺถคตเมวาติ อธิปฺปาโย. อหิ มูสิกโสพฺภํวาติ อหิ วิย มูสิกาย ขตพิลํ เสเวถ เสเวยฺย เสนาสนํ. ยถา นาม สปฺโป สยมตฺตโน อาสยํ อกตฺวา มูสิกาย อญฺเญน วา กเต อาสเย วสิตฺวา เยน กามํ ปกฺกมติ, เอวเมวํ ภิกฺขุ สยํ เสนาสนกรณา สํกิเลสํ อนาปชฺชิตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ วสิตฺวา ปกฺกเมยฺยาติ อตฺโถ.
อิทานิ วุตฺเต อวุตฺเต จ ปจฺจเย ยถาลาภสนฺโตเสเนว สามญฺญสุขํ โหติ, น อญฺญถาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิตรีตเรน ตุสฺเสยฺยา’’ติ, เยน เกนจิ หีเนน วา ปณีเตน วา ยถาลทฺเธน ปจฺจเยน สนฺโตสํ อาปชฺเชยฺยาติ อตฺโถ. เอกธมฺมนฺติ อปฺปมาทภาวํ, ตญฺหิ อนุยุญฺชนฺตสฺส อนวชฺชํ สพฺพํ โลกิยสุขํ โลกุตฺตรสุขญฺจ หตฺถคตเมว โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต, ปปฺโปติ วิปุลํ สุข’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๓๕๒; ธ. ป. ๒๗).
ธนิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มาตงฺคปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา
อติสีตนฺติ อายสฺมโต มาตงฺคปุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หิมวนฺตสมีเป มหโต ชาตสฺสรสฺส เหฏฺฐา มหติ นาคภวเน มหานุภาโว นาคราชา หุตฺวา นิพฺพตฺโต เอกทิวสํ นาคภวนโต นิกฺขมิตฺวา วิจรนฺโต สตฺถารํ อากาเสน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อตฺตโน สีสมณินา ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสลรฏฺเฐ มาตงฺคสฺส นาม กุฏุมฺพิกสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺโต มาตงฺคปุตฺโตเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต อลสชาติโก หุตฺวา กิญฺจิ กมฺมํ อกโรนฺโต ญาตเกหิ อญฺเญหิ จ ครหิโต ‘‘สุขชีวิโน อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา’’ติ สุขชีวิตํ อากงฺขนฺโต ภิกฺขูหิ กตปริจโย หุตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา อญฺเญ ภิกฺขู อิทฺธิมนฺเต ทิสฺวา อิทฺธิพลํ ปตฺเถตฺวา สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ภาวนํ อนุยุญฺชนฺโต ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๘.๘-๒๙) –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺมาน ปารคู;