๕. ปญฺจมวคฺโค

๑. กุมารกสฺสปตฺเถรคาถาวณฺณนา

อโห พุทฺธา อโห ธมฺมาติ อายสฺมโต กุมารกสฺสปตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปาปุณิ. ‘‘กุลเคเห’’ติ ปน องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๑๗) วุตฺตํ. โส สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ จิตฺตกถิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สยมฺปิ ตํ ฐานนฺตรํ อากงฺขนฺโต ปณิธานํ กตฺวา ตทนุรูปานิ ปุญฺญานิ กโรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล สมณธมฺมํ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห เสฏฺฐิธีตาย กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา กิร กุมาริกากาเลเยว ปพฺพชิตุกามา หุตฺวา มาตาปิตโร ยาจิตฺวา ปพฺพชฺชํ อลภมานา กุลฆรํ คตาปิ คพฺภสณฺฐิตมฺปิ อชานนฺตี สามิกํ อาราเธตฺวา เตน อนุญฺญาตา ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตา. ตสฺสา คพฺภินิภาวํ ทิสฺวา ภิกฺขุนิโย เทวทตฺตํ ปุจฺฉึสุ. โส ‘‘อสฺสมณี’’ติ อาห. ปุน ทสพลํ ปุจฺฉึสุ. สตฺถา อุปาลิตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสิ. เถโร สาวตฺถินครวาสีนิ กุลานิ วิสาขญฺจ อุปาสิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา สราชิกาย ปริสาย วินิจฺฉินนฺโต ‘‘ปุเร ลทฺโธ คพฺโภ, ปพฺพชฺชา อโรคา’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘สุวินิจฺฉิตํ อธิกรณ’’นฺติ เถรสฺส สาธุการํ อทาสิ.

สา ภิกฺขุนี สุวณฺณพิมฺพสทิสํ ปุตฺตํ วิชายิ. ตํ ราชา ปเสนทิโกสโล โปเสสิ. ‘‘กสฺสโป’’ติ จสฺส นามํ อกํสุ. อปรภาเค อลงฺกริตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. กุมารกาเล ปพฺพชิตตฺตา ภควตา ‘‘กสฺสปํ ปกฺโกสถ, อิทํ ผลํ วา ขาทนียํ วา กสฺสปสฺส เทถา’’ติ วุตฺเต ‘‘กตรกสฺสปสฺสา’’ติ. ‘‘กุมารกสฺสปสฺสา’’ติ. เอวํ คหิตนามตฺตา รญฺโญ โปสาวนิกปุตฺตตฺตา จ วุฑฺฒกาเลปิ กุมารกสฺสโปเตฺวว ปญฺญายิตฺถ.

โส ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย วิปสฺสนาย เจว กมฺมํ กโรติ, พุทฺธวจนญฺจ อุคฺคณฺหาติ. อถ เตน สทฺธึ ปพฺพตมตฺถเก สมณธมฺมํ กตฺวา อนาคามี หุตฺวา สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺโต มหาพฺรหฺมา ‘‘วิปสฺสนาย มุขํ ทสฺเสตฺวา มคฺคผลปฺปตฺติยา อุปายํ กริสฺสามี’’ติ ปญฺจทส ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา อนฺธวเน วสนฺตสฺส เถรสฺส ‘‘อิเม ปเญฺห สตฺถารํ ปุจฺเฉยฺยาสี’’ติ อาจิกฺขิตฺวา คโต. โส เต ปเญฺห ภควนฺตํ ปุจฺฉิ. ภควาปิสฺส พฺยากาสิ. เถโร สตฺถารา กถิตนิยาเมเนว เต อุคฺคณฺหิตฺวา วิปสฺสนํ คพฺภํ คณฺหาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๔.๑๕๐-๑๗๗) –

‘‘อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก;

สพฺพโลกหิโต วีโร, ปทุมุตฺตรนามโก.

‘‘ตทาหํ พฺราหฺมโณ หุตฺวา, วิสฺสุโต เวทปารคู;

ทิวาวิหารํ วิจรํ, อทฺทสํ โลกนายกํ.

‘‘จตุสจฺจํ ปกาเสนฺตํ, โพธยนฺตํ สเทวกํ;

วิจิตฺตกถิกานคฺคํ, วณฺณยนฺตํ มหาชเน.

‘‘ตทา มุทิตจิตฺโตหํ, นิมนฺเตตฺวา ตถาคตํ;

นานารตฺเตหิ วตฺเถหิ, อลงฺกริตฺวาน มณฺฑปํ.

‘‘นานารตนปชฺโชตํ, สสงฺฆํ โภชยึ ตหึ;

โภชยิตฺวาน สตฺตาหํ, นานคฺครสโภชนํ.

‘‘นานาจิตฺเตหิ ปุปฺเผหิ, ปูชยิตฺวา สสาวกํ;

นิปจฺจ ปาทมูลมฺหิ, ตํ ฐาน ปตฺถยึ อหํ.

‘‘ตทา มุนิวโร อาห, กรุเณกรสาสโย;

ปสฺสเถตํ ทิชวรํ, ปทุมานนโลจนํ.

‘‘ปีติปาโมชฺชพหุลํ, สมุคฺคตตนูรุหํ;

หาสมฺหิตวิสาลกฺขํ, มม สาสนลาลสํ.

‘‘ปติตํ ปาทมูเล เม, เอกาวตฺถสุมานสํ;

เอส ปตฺเถติ ตํ ฐานํ, วิจิตฺตกถิกตฺตนํ.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;

โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;

กุมารกสฺสโป นาม, เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก.

‘‘วิจิตฺตปุปฺผทุสฺสานํ, รตนานญฺจ วาหสา;

วิจิตฺตกถิกานํ โส, อคฺคตํ ปาปุณิสฺสติ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ปริพฺภมํ ภวาภเว, รงฺคมชฺเฌ ยถา นโฏ;

สาขมิคตฺรโช หุตฺวา, มิคิยา กุจฺฉิโมกฺกมึ.

‘‘ตทา มยิ กุจฺฉิคเต, วชฺฌวาโร อุปฏฺฐิโต;

สาเขน จตฺตา เม มาตา, นิโคฺรธํ สรณํ คตา.

‘‘เตน สา มิคราเชน, มรณา ปริโมจิตา;

ปริจฺจชิตฺวา สปาณํ, มเมวํ โอวที ตทา.

‘‘นิโคฺรธเมว เสเวยฺย, น สาขมุปสํวเส;

นิโคฺรธสฺมึ มตํ เสยฺโย, ยญฺเจ สาขมฺหิ ชีวิตํ.

‘‘เตนานุสิฏฺฐา มิคยูถเปน, อหญฺจ มาตา จ ตเถตเร จ;

อาคมฺม รมฺมํ ตุสิตาธิวาสํ, คตา ปวาสํ สฆรํ ยเถว.

‘‘ปุโน กสฺสปวีรสฺส, อตฺถเมนฺตมฺหิ สาสเน;

อารุยฺห เสลสิขรํ, ยุญฺชิตฺวา ชินสาสนํ.

‘‘อิทานาหํ ราชคเห, ชาโต เสฏฺฐิกุเล อหุํ;

อาปนฺนสตฺตา เม มาตา, ปพฺพชิ อนคาริยํ.

‘‘สคพฺภํ ตํ วิทิตฺวาน, เทวทตฺตมุปานยุํ;

โส อโวจ วินาเสถ, ปาปิกํ ภิกฺขุนึ อิมํ.

‘‘อิทานิปิ มุนินฺเทน, ชิเนน อนุกมฺปิตา;

สุขินี อชนี มยฺหํ, มาตา ภิกฺขุนุปสฺสเย.

‘‘ตํ วิทิตฺวา มหีปาโล, โกสโล มํ อโปสยิ;

กุมารปริหาเนน, นาเมนาหญฺจ กสฺสโป.

‘‘มหากสฺสปมาคมฺม, อหํ กุมารกสฺสโป;

วมฺมิกสทิสํ กายํ, สุตฺวา พุทฺเธน เทสิตํ.

‘‘ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม, อนุปาทาย สพฺพโส;

ปายาสึ ทมยิตฺวาหํ, เอตทคฺคมปาปุณึ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา จิตฺตกถิกภาเวน สตฺถารา เอตทคฺเค ฐปิโต อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา รตนตฺตยคุณวิภาวนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –

๒๐๑. ‘‘อโห พุทฺธา อโห ธมฺมา, อโห โน สตฺถุ สมฺปทา;

ยตฺถ เอตาทิสํ ธมฺมํ, สาวโก สจฺฉิกาหิติ.

๒๐๒. ‘‘อสงฺเขยฺเยสุ กปฺเปสุ, สกฺกายาธิคตา อหู;

เตสมยํ ปจฺฉิมโก, จริโมยํ สมุสฺสโย;

ชาติมรณสํสาโร, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;

ตตฺถ อโหติ อจฺฉริยตฺเถ นิปาโต. พุทฺธาติ สพฺพญฺญุพุทฺธา, คารววเสน พหุวจนํ, อโห อจฺฉริยา สมฺพุทฺธาติ อตฺโถ. ธมฺมาติ ปริยตฺติธมฺเมน สทฺธึ นว โลกุตฺตรธมฺมา. อโห โน สตฺถุ สมฺปทาติ อมฺหากํ สตฺถุ ทสพลสฺส อโห สมฺปตฺติโย. ยตฺถาติ ยสฺมึ สตฺถริ พฺรหฺมจริยวาเสน. เอตาทิสํ ธมฺมํ, สาวโก สจฺฉิกาหิตีติ เอตาทิสํ เอวรูปํ สุวิสุทฺธชฺฌานาภิญฺญาปริวารํ อนวเสสกิเลสกฺขยาวหํ สนฺตํ ปณีตํ อนุตฺตรํ ธมฺมํ สาวโกปิ นาม สจฺฉิกริสฺสติ, ตสฺมา เอวํวิธคุณวิเสสาธิคมเหตุภูตา อโห อจฺฉริยา พุทฺธา ภควนฺโต, อจฺฉริยา ธมฺมคุณา, อจฺฉริยา อมฺหากํ สตฺถุ สมฺปตฺติโยติ รตนตฺตยสฺส คุณาธิมุตฺตึ ปเวเทสีติ. ธมฺมสมฺปตฺติกิตฺตเนเนว หิ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติ กิตฺติตา โหตีติ.

เอวํ สาธารณวเสน ทสฺสิตํ ธมฺมสฺส สจฺฉิกิริยํ อิทานิ อตฺตุปนายิกํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อสงฺเขยฺเยสู’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อสงฺเขยฺเยสูติ คณนปถํ วีติวตฺเตสุ มหากปฺเปสุ. สกฺกายาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. เต หิ ปรมตฺถโต วิชฺชมานธมฺมสมูหตาย ‘‘สกฺกายา’’ติ วุจฺจนฺติ. อหูติ นิวตฺตนูปายสฺส อนธิคตตฺตา อนปคตา อเหสุํ. เตสมยํ ปจฺฉิมโก จริโมยํ สมุสฺสโยติ ยสฺมา อยํ สพฺพปจฺฉิมโก, ตโต เอว จริโม, ตสฺมา ชาติมรณสหิโต ขนฺธาทิปฏิปาฏิสญฺญิโต สํสาโร อิทานิ อายตึ ปุนพฺภวาภาวโต ปุนพฺภโว นตฺถิ, อยมนฺติมา ชาตีติ อตฺโถ.

กุมารกสฺสปตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ธมฺมปาลตฺเถรคาถาวณฺณนา

โย หเว ทหโร ภิกฺขูติ อายสฺมโต ธมฺมปาลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อตฺถทสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน วนนฺตํ อุปคโต สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปิลกฺขผลมทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อวนฺติรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ธมฺมปาโลติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สิปฺปํ อุคฺคเหตฺวา ปฏินิวตฺเตนฺโต อนฺตรามคฺเค เอกสฺมึ วิหาเร อญฺญตรํ เถรํ ทิสฺวา ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๙.๒๑-๒๕) –

‘‘วนนฺตเร พุทฺธํ ทิสฺวา, อตฺถทสฺสึ มหายสํ;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, ปิลกฺขสฺสาททึ ผลํ.

‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, ยํ ผลมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา สมาปตฺติสุเขน วีตินาเมนฺโต เอกทิวสํ ตสฺมึ วิหาเร เทฺว สามเณเร รุกฺขคฺเค ปุปฺผานิ โอจินนฺเต อารูฬฺหสาขาย ภคฺคาย ปตนฺเต ทิสฺวา เถโร อิทฺธานุภาเวน หตฺเถน คเหตฺวา อโรเคเยว ภูมิยํ ฐเปตฺวา เตสํ สามเณรานํ ธมฺมํ เทเสนฺโต –

๒๐๓. ‘‘โย หเว ทหโร ภิกฺขุ, ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน;

ชาคโร ส หิ สุตฺเตสุ, อโมฆํ ตสฺส ชีวิตํ.

๒๐๔. ‘‘ตสฺมา สทฺธญฺจ สีลญฺจ, ปสาทํ ธมฺมทสฺสนํ;

อนุยุญฺเชถ เมธาวี, สรํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ. – อิมา เทฺว คาถา อภาสิ;

ตตฺถ โยติ อนิยมวจนํ. หเวติ ทฬฺหตฺเถ นิปาโต. ทหโรติ ตรุโณ. ภิกฺขตีติ ภิกฺขุ. ยุญฺชตีติ ฆฏติ วายมติ. ชาคโรติ ชาครณธมฺมสมนฺนาคโต. สุตฺเตสูติ สุปนฺเตสุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ โย ภิกฺขุ ทหโรว สมาโน ตรุโณ ‘‘ตถาหํ ปจฺฉา วุฑฺฒกาเล ชานิสฺสามี’’ติ อจินฺเตตฺวา พุทฺธานํ สาสเน อปฺปมาทปฏิปตฺติยํ ยุญฺชติ สมถวิปสฺสนาภาวนาย โยคํ กโรติ, โส สุตฺเตสุ อวิชฺชานิทฺทาย สุตฺเตสุ ปมตฺเตสุ สทฺธาทิชาครธมฺมสมนฺนาคเมน ชาคโร, ตโต เอว อตฺตหิตปรหิตปาริปูริยา อโมฆํ อวญฺฌํ ตสฺส ชีวิตํ, ยสฺมา จ เอตเทวํ, ตสฺมา สทฺธญฺจ ‘‘อตฺถิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ กมฺมผลสทฺธญฺจ, สทฺธูปนิพนฺธตฺตา สีลสฺส ตทุปนิสฺสยํ จตุปาริสุทฺธิสีลญฺจ, ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวาขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ เอวํ ปวตฺตรตนตฺตยปฺปสาทญฺจ, วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ปริญฺญาทิวเสน จตุสจฺจธมฺมทสฺสนญฺจ เมธาวี ธมฺโมชปญฺญาย สมนฺนาคโต ภิกฺขุ พุทฺธานํ สาสนํ โอวาทํ อนุสิฏฺฐึ อนุสฺสรนฺโต อาทิตฺตมฺปิ อตฺตโน สีสํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา อนุยุญฺเชถ, ตตฺถ อนุโยคํ อาตปฺปํ กเรยฺยาติ อตฺโถ.

ธมฺมปาลตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. พฺรหฺมาลิตฺเถรคาถาวณฺณนา

กสฺสินฺทฺริยานิ สมถงฺคตานีติ อายสฺมโต พฺรหฺมาลิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วนฺทิตฺวา ปาทผลํ อทาสิ. สตฺถา อนุโมทนํ วตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสลรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา พฺรหฺมาลีติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺโต เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน สํสาเร สญฺชาตสํเวโค ตาทิเสน กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสเยน พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตฺวา ปติรูปกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต ญาณสฺส ปริปากคตตฺตา นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๑.๖๓-๖๗) –

‘‘สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ, อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ;

รถิยํ ปฏิปชฺชนฺตํ, ปาทผลํ อทาสหํ.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา มคฺคสุเขน ผลสุเขน วีตินาเมนฺโต เอกทิวสํ ปธานปริคฺคาหเกน เถเรน ตสฺมึ อรญฺญายตเน ภิกฺขู อุทฺทิสฺส วุตฺตํ ปธานานุโยคํ ปริคฺคณฺหนฺโต –

๒๐๕. ‘‘กสฺสินฺทฺริยานิ สมถงฺคตานิ, อสฺสา ยถา สารถินา สุทนฺตา;

ปหีนมานสฺส อนาสวสฺส, เทวาปิ กสฺส ปิหยนฺติ ตาทิโน.

๒๐๖. ‘‘มยฺหินฺทฺริยานิ สมถงฺคตานิ, อสฺสา ยถา สารถินา สุทนฺตา;

ปหีนมานสฺส อนาสวสฺส, เทวาปิ มยฺหํ ปิหยนฺติ ตาทิโน’’ติ. –

คาถาทฺวยํ อภาสิ.

ตสฺสตฺโถ – อิมสฺมึ อรญฺญายตเน วสนฺเตสุ ภิกฺขูสุ กสฺส ภิกฺขุโน เถรสฺส วา นวสฺส วา มชฺฌิมสฺส วา เฉเกน สารถินา สุทนฺตา อสฺสา วิย มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ สมถํ ทนฺตภาวํ นิพฺพิเสวนภาวํ คตานิ. กสฺส นววิธมฺปิ มานํ ปหาย ฐิตตฺตา ปหีนมานสฺส จตุนฺนมฺปิ อาสวานํ อภาเวน อนาสวสฺส อิฏฺฐาทีสุ ตาทิลกฺขณปฺปตฺติยา ตาทิโน เทวาปิ ปิหยนฺติ มนุสฺสาปิ สมฺมาปฏิปตฺติทสฺสนาทินา จ อาทเรน ปตฺเถนฺตีติ.

ตตฺถ จ คาถายํ ปุริมฑฺเฒน อนาคามิมคฺคาธิคโม ปุฏฺโฐ, อนาคามิโนปิ หิ อินฺทฺริยานิ ปหีนกามราคพฺยาปาทตาย สมถํ นิพฺพิเสวนตํ คตานิ โหนฺติ. อิตเรน อรหตฺตมคฺคปฏิลาโภ, อรหา หิ ‘‘ปหีนมาโน อนาสโว ตาที’’ติ จ วุจฺจติ.

อถายสฺมา พฺรหฺมาลิ ปธานปริคฺคาหเกน วุตฺตํ ‘‘กสฺสินฺทฺริยานี’’ติ คาถํ ปจฺจนุภาสิ. ตทตฺถํ อตฺตูปนายิกวเสน วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘มยฺหินฺทฺริยานี’’ติอาทิกาย ทุติยคาถาย อญฺญํ พฺยากาสิ, ตตฺถ มยฺหินฺทฺริยานีติ มม จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

พฺรหฺมาลิตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. โมฆราชตฺเถรคาถาวณฺณนา

ฉวิปาปก จิตฺตภทฺทกาติ อายสฺมโต โมฆราชตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ลูขจีวรธรานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ตํ ฐานนฺตรํ อากงฺขนฺโต ปณิธานํ กตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ กโรนฺโต อตฺถทสฺสิสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา พฺราหฺมณานํ วิชฺชาสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต พฺราหฺมณมาณเว วิชฺชาสิปฺปานิ สิกฺขาเปนฺโต เอกทิวสํ อตฺถทสฺสึ ภควนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุตํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา สิรสิ อญฺชลึ กตฺวา ‘‘ยาวตา รูปิโน สตฺตา’’ติอาทินา ฉหิ คาถาหิ อภิตฺถวิตฺวา ภาชนํ ปูเรตฺวา มธุํ อุปนาเมสิ. สตฺถา มธุํ ปฏิคฺคเหตฺวา อนุโมทนํ อกาสิ.

โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล กฏฺฐวาหนสฺส นาม รญฺโญ อมจฺโจ หุตฺวา เตน สตฺถุ อานยนตฺถํ ปุริสสหสฺเสน เปสิโต สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วีสติวสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺมํ กตฺวา ตโต จุโต เอกํ พุทฺธนฺตรํ สุคตีสุเยว ปริวตฺเตนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา โมฆราชาติ ลทฺธนาโม พาวรีพฺราหฺมณสฺส สนฺติเก อุคฺคหิตสิปฺโป สํเวคชาโต ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตาปสสหสฺสปริวาโร อชิตาทีหิ สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ เปสิโต เตสํ ปนฺนรสโม หุตฺวา ปเญฺห ปุจฺฉิตฺวา ปญฺหวิสฺสชฺชนปริโยสาเน อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔.๖๔-๘๓) –

‘‘อตฺถทสฺสี ตุ ภควา, สยมฺภู อปราชิโต;

ภิกฺขุสงฺฆปริพฺยูโฬฺห, รถิยํ ปฏิปชฺชถ.

‘‘สิสฺเสหิ สมฺปริวุโต, ฆรมฺหา อภินิกฺขมึ;

นิกฺขมิตฺวานหํ ตตฺถ, อทฺทสํ โลกนายกํ.

‘‘อภิวาทิย สมฺพุทฺธํ, สิเร กตฺวาน อญฺชลึ;

สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, สนฺถวึ โลกนายกํ.

‘‘ยาวตา รูปิโน สตฺตา, อรูปี วา อสญฺญิโน;

สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ, อนฺโต โหนฺติ สโมคธา.

‘‘สุขุมจฺฉิกชาเลน, อุทกํ โย ปริกฺขิเป;

เย เกจิ อุทเก ปาณา, อนฺโตชาเล ภวนฺติ เต.

‘‘เยสญฺจ เจตนา อตฺถิ, รูปิโน จ อรูปิโน;

สพฺเพ เต ตว ญาณมฺหิ, อนฺโต โหนฺติ สโมคธา.

‘‘สมุทฺธรสิมํ โลกํ, อนฺธการสมากุลํ;

ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน, กงฺขาโสตํ ตรนฺติ เต.

‘‘อวิชฺชานิวุเต โลเก, อนฺธกาเรน โอตฺถเฏ;

ตว ญาณมฺหิ โชตนฺเต, อนฺธการา ปธํสิตา.

‘‘ตุวํ จกฺขูสิ สพฺเพสํ, มหาตมปนูทโน;

ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน, นิพฺพายติ พหุชฺชโน.

‘‘ปุฏกํ ปูรยิตฺวาน, มธุขุทฺทมเนฬกํ;

อุโภ หตฺเถหิ ปคฺคยฺห, อุปเนสึ มเหสิโน.

‘‘ปฏิคฺคณฺหิ มหาวีโร, สหตฺเถน มหา อิสิ;

ภุญฺชิตฺวา ตญฺจ สพฺพญฺญู, เวหาสํ นภมุคฺคมิ.

‘‘อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา, อตฺถทสฺสี นราสโภ;

มม จิตฺตํ ปสาเทนฺโต, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘เยนิทํ ถวิตํ ญาณํ, พุทฺธเสฏฺโฐ จ โถมิโต;

เตน จิตฺตปฺปสาเทน, ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ.

‘‘จตุทฺทสญฺจ ขตฺตุํ โส, เทวรชฺชํ กริสฺสติ;

ปถพฺยา รชฺชํ อฏฺฐสตํ, วสุธํ อาวสิสฺสติ.

‘‘ปญฺเจว สตกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ;

ปเทสรชฺชํ อสงฺเขยฺยํ, มหิยา การยิสฺสติ.

‘‘อชฺฌายโก มนฺตธโร, ติณฺณํ เวทาน ปารคู;

โคตมสฺส ภควโต, สาสเน ปพฺพชิสฺสติ.

‘‘คมฺภีรํ นิปุณํ อตฺถํ, ญาเณน วิจินิสฺสติ;

โมฆราชาติ นาเมน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก.

‘‘ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺนํ, กตกิจฺจมนาสวํ;

โคตโม สตฺถวาหคฺโค, เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ.

‘‘หิตฺวา มานุสกํ โยคํ, เฉตฺวาน ภวพนฺธนํ;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สตฺถลูขํ สุตฺตลูขํ รชนลูขนฺติ วิเสเสน ติวิเธนปิ ลูเขน สมนฺนาคตํ ปํสุกูลํ ธาเรสิ. เตน นํ สตฺถา ลูขจีวรธรานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. อปรภาเค ปุริมกมฺมปฺปจฺจยา ปริหารสฺส อกรณโต เถรสฺส สรีเร ททฺทุปีฬกาทีนิ อุปฺปชฺชิตฺวา วฑฺฒึสุ. โส ‘‘เสนาสนํ ทุสฺสตี’’ติ เหมนฺเตปิ มคธกฺเขตฺเตสุ ปลาลสนฺถารานิ อตฺถริตฺวา เสติ. ตํ เอกทิวสํ อุปฏฺฐานํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺนํ สตฺถา ปฏิสนฺถารวเสน ‘‘ฉวิปาปกา’’ติอาทินา ปฐมคาถาย ปุจฺฉิ.

๒๐๗. ตตฺถ ฉวิปาปกาติ ททฺทุกจฺฉุปีฬกาหิ ภินฺนจฺฉวิภาวโต หีนจฺฉวิก ทุฏฺฐจฺฉวิก. จิตฺตภทฺทกาติ อนวเสสกิเลสปฺปหาเนน พฺรหฺมวิหารเสวนาย จ ภทฺทจิตฺต สุนฺทรจิตฺต. โมฆราชาติ ตสฺส อาลปนํ. สตตํ สมาหิโตติ อคฺคผลสมาธินา นิจฺจกาลํ อภิณฺหํ สมาหิตมานโส. เหมนฺติกสีตกาลรตฺติโยติ เหมนฺตสมเย สีตกาลรตฺติโย. อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ. ‘‘เหมนฺติกา สีตกาลรตฺติโย’’ติปิ ปาฬิ. ตตฺถ เหมนฺติกาติ เหมนฺโตคธา เหมนฺตปริยาปนฺนาติ อตฺโถ. ภิกฺขุ ตฺวํ สีติ ภิกฺขุ โก ตฺวํ อสิ, เอวํภูโต ปเรสุ ตว เสนาสนํ กตฺวา อเทนฺเตสุ สงฺฆิกญฺจ เสนาสนํ อปวิสนฺโต. กถํ กริสฺสสีติ ยถาวุตฺเต สีตกาเล กถํ อตฺตภาวํ ปวตฺเตสีติ สตฺถา ปุจฺฉิ. เอวํ ปน ปุฏฺโฐ เถโร สตฺถุ ตมตฺถํ กเถนฺโต –

๒๐๘. ‘‘สมฺปนฺนสสฺสา มคธา, เกวลา อิติ เม สุตํ;

ปลาลจฺฉนฺนโก เสยฺยํ, ยถญฺเญ สุขชีวิโน’’ติ. – คาถมาห;

ตตฺถ สมฺปนฺนสสฺสาติ นิปฺผนฺนสสฺสา. มคธาติ มคธรฏฺฐํ วทติ. มคธา นาม ชานปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีวเสน ‘‘มคธา’’เตฺวว พหุวจเนน วุจฺจติ. เกวลาติ อนวเสสา. อิติ เม สุตนฺติ เอวํ มยา สุตํ. ตตฺถ โย อทิฏฺโฐ ปเทโส, ตสฺส วเสน สุตนฺติ วุตฺตํ. เตน เอทิเส กาเล มคเธสุ ยตฺถ กตฺถจิ มยา วสิตุํ สกฺกาติ ทสฺเสติ. ปลาลจฺฉนฺนโก เสยฺยํ, ยถญฺเญ สุขชีวิโนติ ยถา อญฺเญ สุขชีวิโน ภิกฺขู เสนาสนสปฺปายํ ลทฺธา สุนฺทเรหิ อตฺถรณปาวุรเณหิ สุเขน สยนฺติ, เอวํ อหมฺปิ ปลาลสนฺถารเมว เหฏฺฐา สนฺถริตฺวา อุปริ ติริยญฺจ ปลาลจฺฉทเนเนว ฉาทิตสรีรตาย ปลาลจฺฉนฺนโก เสยฺยํ สยึ, เสยฺยํ กปฺเปสินฺติ อตฺตโน ยถาลาภสนฺโตสํ วิภาเวติ.

โมฆราชตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. วิสาขปญฺจาลปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

น อุกฺขิเป โน จ ปริกฺขิเป ปเรติ อายสฺมโต วิสาขสฺส ปญฺจาลปุตฺตสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต จุทฺทเส กปฺเป ปจฺจนฺตคาเม ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ผลปริเยสนํ จรนฺเตหิ ตสฺมึ คาเม มนุสฺเสหิ สทฺธึ อรญฺญํ คโต ตตฺถ เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วลฺลิผลํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ มณฺฑลิกราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิสาโขติ ลทฺธนาโม ปญฺจาลราชธีตุยา ปุตฺตภาวโต ปจฺฉา ปญฺจาลปุตฺโตติ ปญฺญายิตฺถ. โส ปิตริ มเต รชฺชํ กาเรนฺโต สตฺถริ อตฺตโน คามสมีปคเต สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สตฺถารา สทฺธึ สาวตฺถึ คโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๙.๓๑-๓๖) –

‘‘สพฺเพ ชนา สมาคมฺม, อคมึสุ วนํ ตทา;

ผลมเนฺวสมานา เต, อลภึสุ ผลํ ตทา.

‘‘ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, สยมฺภุํ อปราชิตํ;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, วลฺลิผลมทาสหํ.