๔. จตุตฺถวคฺโค
๑. มิคสิรตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยโต อหํ ปพฺพชิโตติ อายสฺมโต มิคสิรตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต กุสฏฺฐกํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสลรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา มิคสิรนกฺขตฺเตน ชาตตฺตา มิคสิโรติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต พฺราหฺมณานํ วิชฺชาสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต ฉวสีสมนฺตํ นาม สิกฺขิ, ยํ ปริชปฺเปตฺวา ติวสฺสมตฺถเก มตานมฺปิ สีสํ นเขน อาโกเฏตฺวา ‘‘อยํ สตฺโต อสุกฏฺฐาเน นิพฺพตฺโต’’ติ ชานาติ.
โส ฆราวาสํ อนิจฺฉนฺโต ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตํ วิชฺชํ นิสฺสาย โลเกน สกฺกโต ครุกโต ลาภี หุตฺวา วิจรนฺโต สาวตฺถึ อุปคโต สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา อตฺตโน อานุภาวํ ปกาเสนฺโต – ‘‘อหํ, โภ โคตม, มตานํ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ชานามี’’ติ วตฺวา, ‘‘กถํ ปน ตฺวํ ชานาสี’’ติ วุตฺเต, ‘‘ฉวสีสานิ อาหราเปตฺวา มนฺตํ ปริชปฺเปตฺวา นเขน สีสํ อาโกเฏนฺโต นิรยาทิกํ เตหิ เตหิ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ชานามี’’ติ กเถสิ. อถสฺส ภควา ปรินิพฺพุตสฺส ภิกฺขุโน สีสกปาลํ อาหราเปตฺวา, ‘‘กเถหิ ตาว ตสฺส คตึ, ยสฺสิทํ สีสกปาล’’นฺติ อาห. โส ตํ กปาลํ มนฺตํ ปริชปฺเปตฺวา นเขน อาโกเฏตฺวา เนว อนฺตํ น โกฏึ ปสฺสติ. อถ สตฺถารา, ‘‘น สกฺโกสิ ปริพฺพาชกา’’ติ วุตฺเต, ‘‘อุปปริกฺขิสฺสามิ ตาวา’’ติ วตฺวา ปุนปฺปุนํ ปริวตฺเตนฺโตปิ น ปสฺสเตว. พาหิรกมนฺเตน หิ ขีณาสวสฺส คตึ กถํ ชานิสฺสติ, อถสฺส มตฺถกโต กจฺเฉหิ จ เสโท มุจฺจิ. โส ลชฺชิตฺวา ตุณฺหีภูโต อฏฺฐาสิ. สตฺถา ‘‘กิลมสิ ปริพฺพาชกา’’ติ อาห. โส ‘‘อาม, กิลมามิ, น อิมสฺส คตึ ชานามิ, ตุเมฺห ปน ชานาถา’’ติ. ‘‘อหํ เอตํ ชานามิ, อิโต อุตฺตริตรมฺปิ ชานามี’’ติ วตฺวา ‘‘นิพฺพานํ คโต โส’’ติ อาห. ปริพฺพาชโก ‘‘อิมํ วิชฺชํ มยฺหํ เทถา’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ ปพฺพชา’’ติ วตฺวา ตํ ปพฺพาเชตฺวา ปฐมํ สมถกมฺมฏฺฐาเน นิโยเชตฺวา ฌานาภิญฺญาสุ ปติฏฺฐิตสฺส วิปสฺสนาย กมฺมํ อุปทิสิ. โส วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๘.๕๖-๖๐) –
‘‘กสฺสปสฺส ภควโต, พฺราหฺมณสฺส วุสีมโต;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, กุสฏฺฐกมทาสหํ.
‘‘อิมสฺมึเยว กปฺปสฺมึ, กุสฏฺฐกมทาสหํ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, กุสฏฺฐกสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๑๘๑. ‘‘ยโต อหํ ปพฺพชิโต, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน;
วิมุจฺจมาโน อุคฺคจฺฉึ, กามธาตุํ อุปจฺจคํ.
๑๘๒. ‘‘พฺรหฺมุโน เปกฺขมานสฺส, ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม;
อกุปฺปา เม วิมุตฺตีติ, สพฺพสํโยชนกฺขยา’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ ยโต อหํ ปพฺพชิโต, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเนติ ยโต ปภุติ อหํ ปพฺพชิโต พุทฺธสฺส ภควโต สาสเน, ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย. วิมุจฺจมาโน อุคฺคจฺฉินฺติ สํกิเลสปกฺขโต ปฐมํ ตาว สมถวิปสฺสนาหิ วิมุจฺจมาโน โวทานธมฺมสวเนน อุฏฺฐหึ. เอวํ อุคฺคจฺฉนฺโต กามธาตุํ อุปจฺจคํ อนาคามิมคฺเคน อจฺจนฺตเมว กามธาตุํ อติกฺกมึ.
พฺรหฺมุโน เปกฺขมานสฺส, ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เมติ สเทวกสฺส โลกสฺส อคฺคภูตตฺตา เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมุโน พุทฺธสฺส ภควโต มหากรุณาโยเคน ‘‘อยํ กุลปุตฺโต มม สาสเน ปพฺพชิตฺวา กถํ นุ โข ปฏิปชฺชตี’’ติ เปกฺขนฺตสฺส ตโต อนาคามิมคฺคาธิคมโต ปจฺฉา อคฺคมคฺคาธิคเมน มม จิตฺตํ สพฺพสํกิเลสโต อจฺจนฺตเมว มุจฺจิ. อกุปฺปา เม วิมุตฺตีติ, สพฺพสํโยชนกฺขยาติ ตถาวิมุตฺตจิตฺตตฺตา เอว สพฺเพสํ สํโยชนานํ ขยา ปริกฺขยา อิติ เอวํ อกุปฺปา เม วิมุตฺตีติ อญฺญํ พฺยากาสิ.
มิคสิรตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สิวกตฺเถรคาถาวณฺณนา
อนิจฺจานิ คหกานีติ อายสฺมโต สิวกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ภควนฺตํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนมานโส ปตฺตํ อาทาย กุมฺมาสสฺส ปูเรตฺวา อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, สิวโกติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต วิชฺชาสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต เนกฺขมฺมชฺฌาสยตาย กาเม ปหาย ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา วิจรนฺโต สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๖.๑๑๗-๑๒๑) –
‘‘เอสนาย จรนฺตสฺส, วิปสฺสิสฺส มเหสิโน;
ริตฺตกํ ปตฺตํ ทิสฺวาน, กุมฺมาสํ ปูรยึ อหํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ภิกฺขมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, กุมฺมาสสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๑๘๓. ‘‘อนิจฺจานิ คหกานิ, ตตฺถ ตตฺถ ปุนปฺปุนํ;
คหการํ คเวสนฺโต, ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ.
๑๘๔. ‘‘คหการก ทิฏฺโฐสิ, ปุน เคหํ น กาหสิ;
สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา, ถูณิกา จ วิทาลิตา;
วิมริยาทิกตํ จิตฺตํ, อิเธว วิธมิสฺสตี’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ อนิจฺจานิ คหกานิ, ตตฺถ ตตฺถ ปุนปฺปุนนฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว ปุนปฺปุนํ นิพฺพตฺตมานานิ คหกานิ อตฺตภาวเคหานิ น นิพฺพานิ อนวฏฺฐิตานิ อิตฺตรานิ ปริตฺตกาลานิ. คหการํ คเวสนฺโตติ อิมสฺส อตฺตภาวเคหสฺส การกํ ตณฺหาวฑฺฒกึ ปริเยสนฺโต เอตฺตกํ กาลํ อนุวิจรินฺติ อธิปฺปาโย. ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนนฺติ อิทํ คหการกคเวสนสฺส การณวจนํ. ยสฺมา ชราพฺยาธิมรณมิสฺสตาย ชาติ นาเมสา ปุนปฺปุนํ อุปคนฺตุํ ทุกฺขา, น จ สา ตสฺมึ อทิฏฺเฐ นิวตฺตติ, ตสฺมา ตํ คเวสนฺโต วิจรินฺติ อตฺโถ.
คหการก ทิฏฺโฐสีติ อิทานิ ปน เยน โส สกฺกา ทฏฺฐุํ, เตน อริยมคฺคญาณจกฺขุนา คหการก ทิฏฺโฐ อสิ. ปุน เคหนฺติ ปุน อิมสฺมึ สํสารวฏฺเฏ อตฺตภาวสงฺขาตํ มม เคหํ น กาหสิ น กริสฺสสิ. สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคาติ ตว สพฺพา อนวเสสกิเลสผาสุกา มยา ภคฺคา. ถูณิกา จ วิทาลิตาติ อิทานิ ตยา กาตพฺพสฺส อตฺตภาวเคหสฺส อวิชฺชาสงฺขาตา กณฺณิกา จ ภินฺนา. วิมริยาทิกตํ จิตฺตนฺติ มม จิตฺตํ วิคตนฺตํ กตํ, อายตึ อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาทิตํ. ตโต เอว อิเธว วิธมิสฺสติ อิมสฺมึเยว ภเว วิทฺธํสิสฺสติ, จริมกจิตฺตนิโรเธน นิรุชฺฌิสฺสตีติ อตฺโถ.
สิวกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อุปวาณตฺเถรคาถาวณฺณนา
อรหํ สุคโตติ อายสฺมโต อุปวาณตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ภควติ ปรินิพฺพุเต ตสฺส ธาตุํ คเหตฺวา มนุสฺสเทวนาคครุฬกุมฺภณฺฑยกฺขคนฺธพฺเพหิ สตฺตรตนมเย สตฺตโยชนิเก ถูเป กเต ตตฺถ สุโธตํ อตฺตโน อุตฺตราสงฺคํ เวฬคฺเค อาพนฺธิตฺวา ธชํ กตฺวา ปูชํ อกาสิ. ตํ คเหตฺวา อภิสมฺมตโก นาม ยกฺขเสนาปติ เทเวหิ เจติยปูชารกฺขณตฺถํ ฐปิโต อทิสฺสมานกาโย อากาเส ธาเรนฺโต เจติยํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ อกาสิ. โส ตํ ทิสฺวา ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสนฺนมานโส อโหสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุปวาโณติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต เชตวนปฏิคฺคหเณ พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๖.๑๒๒-๑๗๘) –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺมาน ปารคู;
ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว, สมฺพุทฺโธ ปรินิพฺพุโต.
‘‘มหาชนา สมาคมฺม, ปูชยิตฺวา ตถาคตํ;
จิตฺตํ กตฺวาน สุคตํ, สรีรํ อภิโรปยุํ.
‘‘สรีรกิจฺจํ กตฺวาน, ธาตุํ ตตฺถ สมานยุํ;
สเทวมนุสฺสา สพฺเพ, พุทฺธถูปํ อกํสุ เต.
‘‘ปฐมา กญฺจนมยา, ทุติยา จ มณิมยา;
ตติยา รูปิยมยา, จตุตฺถี ผลิกามยา.
‘‘ตตฺถ ปญฺจมิกา เจว, โลหิตงฺกมยา อหุ;
ฉฏฺฐา มสารคลฺลสฺส, สพฺพํ รตนมยูปริ.
‘‘ชงฺฆา มณิมยา อาสิ, เวทิกา รตนามยา;
สพฺพโสณฺณมโย ถูโป, อุทฺธํ โยชนมุคฺคโต.
‘‘เทวา ตตฺถ สมาคนฺตฺวา, เอกโต มนฺตยุํ ตทา;
มยมฺปิ ถูปํ กสฺสาม, โลกนาถสฺส ตาทิโน.
‘‘ธาตุ อาเวณิกา นตฺถิ, สรีรํ เอกปิณฺฑิตํ;
อิมมฺหิ พุทฺธถูปมฺหิ, กสฺสาม กญฺจุกํ มยํ.
‘‘เทวา สตฺตหิ รเตฺนหิ, อญฺญํ วฑฺเฒสุํ โยชนํ;
ถูโป ทฺวิโยชนุพฺเพโธ, ติมิรํ พฺยปหนฺติ โส.
‘‘นาคา ตตฺถ สมาคนฺตฺวา, เอกโต มนฺตยุํ ตทา;
มนุสฺสา เจว เทวา จ, พุทฺธถูปํ อกํสุ เต.
‘‘มา โน ปมตฺตา อสฺสุมฺห, อปฺปมตฺตา สเทวกา;
มยมฺปิ ถูปํ กสฺสาม, โลกนาถสฺส ตาทิโน.
‘‘อินฺทนีลํ มหานีลํ, อโถ โชติรสํ มณึ;
เอกโต สนฺนิปาเตตฺวา, พุทฺธถูปํ อฉาทยุํ.
‘‘สพฺพํ มณิมยํ อาสิ, ยาวตา พุทฺธเจติยํ;
ติโยชนสมุพฺเพธํ, อาโลกกรณํ ตทา.
‘‘ครุฬา จ สมาคนฺตฺวา, เอกโต มนฺตยุํ ตทา;
มนุสฺสา เทวนาคา จ, พุทฺธปูชํ อกํสุ เต.
‘‘มา โน ปมตฺตา อสฺสุมฺห, อปฺปมตฺตา สเทวกา;
มยมฺปิ ถูปํ กสฺสาม, โลกนาถสฺส ตาทิโน.
‘‘สพฺพํ มณิมยํ ถูปํ, อกรุํ เต จ กญฺจุกํ;
โยชนํ เตปิ วฑฺเฒสุํ, อายตํ พุทฺธเจติยํ.
‘‘จตุโยชนมุพฺเพโธ, พุทฺธถูโป วิโรจติ;
โอภาเสติ ทิสา สพฺพา, สตรํสีว อุคฺคโต.
‘‘กุมฺภณฺฑา จ สมาคนฺตฺวา, เอกโต มนฺตยุํ ตทา;
มนุสฺสา เจว เทวา จ, นาคา จ ครุฬา ตถา.
‘‘ปจฺเจกํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส, อกํสุ ถูปมุตฺตมํ;
มา โน ปมตฺตา อสฺสุมฺห, อปฺปมตฺตา สเทวกา.
‘‘มยมฺปิ ถูปํ กสฺสาม, โลกนาถสฺส ตาทิโน;
รตเนหิ ฉาเทสฺสาม, อายตํ พุทฺธเจติยํ.
‘‘โยชนํ เตปิ วฑฺเฒสุํ, อายตํ พุทฺธเจติยํ;
ปญฺจโยชนมุพฺเพโธ, ถูโป โอภาสเต ตทา.
‘‘ยกฺขา ตตฺถ สมาคนฺตฺวา, เอกโต มนฺตยุํ ตทา;
มนุสฺสา เทวนาคา จ, ครุฬา จ กุมฺภณฺฑกา.
‘‘ปจฺเจกํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส, อกํสุ ถูปมุตฺตมํ;
มา โน ปมตฺตา อสฺสุมฺห, อปฺปมตฺตา สเทวกา.
‘‘มยมฺปิ ถูปํ กสฺสาม, โลกนาถสฺส ตาทิโน;
ผลิกา ฉาทยิสฺสาม, อายตํ พุทฺธเจติยํ.
‘‘โยชนํ เตปิ วฑฺเฒสุํ, อายตํ พุทฺธเจติยํ;
ฉโยชนิกมุพฺเพโธ, ถูโป โอภาสเต ตทา.
‘‘คนฺธพฺพา จ สมาคนฺตฺวา, เอกโต มนฺตยุํ ตทา;
มนุชา เทวตา นาคา, กุมฺภณฺฑา ครุฬา ตถา.
‘‘สพฺเพ อกํสุ พุทฺธถูปํ, มยเมตฺถ อการกา;
มยมฺปิ ถูปํ กสฺสาม, โลกนาถสฺส ตาทิโน.
‘‘เวทิโย สตฺต กตฺวาน, ธชํ ฉตฺตํ อกํสุ เต;
สพฺพโสณฺณมยํ ถูปํ, คนฺธพฺพา การยุํ ตทา.
‘‘สตฺตโยชนมุพฺเพโธ, ถูโป โอภาสเต ตทา;
รตฺตินฺทิวา น ญายนฺติ, อาโลโก โหติ สพฺพทา.
‘‘อภิโภนฺติ น ตสฺสาภา, จนฺทสูรา สตารกา;
สมนฺตา โยชนสเต, ปทีโปปิ น ปชฺชลิ.
‘‘เตน กาเลน เย เกจิ, ถูปํ ปูเชนฺติ มานุสา;
น เต ถูปํ อารุหนฺติ, อมฺพเร อุกฺขิปนฺติ เต.
‘‘เทเวหิ ฐปิโต ยกฺโข, อภิสมฺมตนามโก;
ธชํ วา ปุปฺผทามํ วา, อภิโรเปติ อุตฺตรึ.
‘‘น เต ปสฺสนฺติ ตํ ยกฺขํ, ทามํ ปสฺสนฺติ คจฺฉโต;
เอวํ ปสฺสิตฺวา คจฺฉนฺตา, สพฺเพ คจฺฉนฺติ สุคฺคตึ.
‘‘วิรุทฺธา เย ปาวจเน, ปสนฺนา เย จ สาสเน;
ปาฏิหีรํ ทฏฺฐุกามา, ถูปํ ปูเชนฺติ มานุสา.
‘‘นคเร หํสวติยา, อโหสึ ภตโก ตทา;
อาโมทิตํ ชนํ ทิสฺวา, เอวํ จินฺเตสหํ ตทา.
‘‘อุฬาโร ภควา เนโส, ยสฺส ธาตุฆเร ทิสํ;
อิมา จ ชนตา ตุฏฺฐา, การํ กุพฺพํ น ตปฺปเร.
‘‘อหมฺปิ การํ กสฺสามิ, โลกนาถสฺส ตาทิโน;
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท, ภวิสฺสามิ อนาคเต.
‘‘สุโธตํ รชเกนาหํ, อุตฺตเรยฺยํ ปฏํ มม;
เวฬคฺเค อาลคฺเคตฺวาน, ธชํ อุกฺขิปิมมฺพเร.
‘‘อภิสมฺมตโก คยฺห, อมฺพเร หาสิ เม ธชํ;
วาเตริตํ ธชํ ทิสฺวา, ภิยฺโย หาสํ ชเนสหํ.
‘‘ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, สมณํ อุปสงฺกมึ;
ตํ ภิกฺขุํ อภิวาเทตฺวา, วิปากํ ปุจฺฉหํ ธเช.
‘‘โส เม กเถสิ อานนฺที, ปีติสญฺชนนํ มม;
ตสฺส ธชสฺส วิปากํ, อนุโภสฺสสิ สพฺพทา.
‘‘หตฺถิอสฺสรถาปตฺตี, เสนา จ จตุรงฺคินี;
ปริวาเรสฺสนฺติ ตํ นิจฺจํ, ธชทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘สฏฺฐิตูริยสหสฺสานิ, เภริโย สมลงฺกตา;
ปริวาเรสฺสนฺติ ตํ นิจฺจํ, ธชทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ฉฬสีติ สหสฺสานิ, นาริโย สมลงฺกตา;
วิจิตฺตวตฺถาภรณา, อามุกฺกมณิกุณฺฑลา.
‘‘อฬารปมฺหา หสุลา, สุสญฺญา ตนุมชฺฌิมา;
ปริวาเรสฺสนฺติ ตํ นิจฺจํ, ธชทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ตึสกปฺปสหสฺสานิ, เทวโลเก รมิสฺสสิ;
อสีติกฺขตฺตุํ เทวินฺโท, เทวรชฺชํ กริสฺสสิ.
‘‘สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ;
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ.
‘‘กปฺปสตสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘เทวโลกา จวิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
ปุญฺญกมฺเมน สญฺญุตฺโต, พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสสิ.
‘‘อสีติโกฏึ ฉฑฺเฑตฺวา, ทาเส กมฺมกเร พหู;
โคตมสฺส ภควโต, สาสเน ปพฺพชิสฺสสิ.
‘‘อาราธยิตฺวา สมฺพุทฺธํ, โคตมํ สกฺยปุงฺควํ;
อุปวาโณติ นาเมน, เหสฺสสิ สตฺถุ สาวโก.
‘‘สตสหสฺเส กตํ กมฺมํ, ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ;
สุมุตฺโต สรเวโคว, กิเลเส ฌาปยึ มม.
‘‘จกฺกวตฺติสฺส สนฺตสฺส, จาตุทฺทีปิสฺสรสฺส เม;
ตีณิ โยชนานิ สามนฺตา, อุสฺสียนฺติ ธชา สทา.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ธชทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อถายสฺมา อุปวาโณ ภควโต อุปฏฺฐาโก อโหสิ. เตน จ สมเยน ภควโต วาตาพาโธ อุปฺปชฺชิ. เถรสฺส จ คิหิสหาโย เทวหิโต นาม พฺราหฺมโณ สาวตฺถิยํ ปฏิวสติ. โส เถรํ จตูหิ ปจฺจเยหิ ปเวเทสิ. อถายสฺมา อุปวาโณ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ตสฺส พฺราหฺมณสฺส นิเวสนํ อุปคจฺฉิ. พฺราหฺมโณ ‘‘เกนจิ อญฺเญน ปโยชเนน เถโร อาคโต’’ติ ญตฺวา, ‘‘วเทยฺยาถ, ภนฺเต, เกนตฺโถ’’ติ อาห. เถโร ตสฺส พฺราหฺมณสฺส ปโยชนํ อาจิกฺขนฺโต –
๑๘๕. ‘‘อรหํ สุคโต โลเก, วาเตหาพาธิโก มุนิ;
สเจ อุโณฺหทกํ อตฺถิ, มุนิโน เทหิ พฺราหฺมณ.
๑๘๖. ‘‘ปูชิโต ปูชเนยฺยานํ, สกฺกเรยฺยาน สกฺกโต;
อปจิโตปเจยฺยานํ, ตสฺส อิจฺฉามิ หาตเว’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตสฺสตฺโถ – โย อิมสฺมึ โลเก ปูชเนยฺยานํ ปูเชตพฺเพหิ สกฺกาทีหิ เทเวหิ มหาพฺรหฺมาทีหิ จ พฺรเหฺมหิ ปูชิโต, สกฺกเรยฺยานํ สกฺกาตพฺเพหิ พิมฺพิสารโกสลราชาทีหิ สกฺกโต, อปเจยฺยานํ อปจายิตพฺเพหิ มเหสีหิ ขีณาสเวหิ อปจิโต, กิเลเสหิ อารกตฺตาทินา อรหํ, โสภนคมนาทินา สุคโต สพฺพญฺญู มุนิ มยฺหํ สตฺถา เทวเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา, โส ทานิ วาเตหิ วาตเหตุ วาตกฺโขภนิมิตฺตํ อาพาธิโก ชาโต. สเจ, พฺราหฺมณ, อุโณฺหทกํ อตฺถิ, ตสฺส วาตาพาธวูปสมนตฺถํ ตํ หาตเว อุปเนตุํ อิจฺฉามีติ. ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ อุโณฺหทกํ ตทนุรูปํ วาตารหญฺจ เภสชฺชํ ภควโต อุปนาเมสิ. เตน จ สตฺถุ โรโค วูปสมิ. ตสฺส ภควา อนุโมทนํ อกาสีติ.