๒. กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๖๙. ทุติเย เยสุ วิวเฏสุ อนฺธกาโร โหติ, ตานิ วิวรนฺโตติ พฺราหฺมณิยา สทฺธึ กายสํสคฺคํ สมาปชฺชิตุกาโม เอวมกาสิ. เตน กตสฺสปิ วิปฺปการสฺส อตฺตนิ กตตฺตา ‘‘อตฺตโน วิปฺปการ’’นฺติ วุตฺตํ. อุฬารตฺตตาติ อุฬารจิตฺตตา, ปณีตาธิมุตฺตตาติ วุตฺตํ โหติ.
๒๗๐. โอติณฺโณติ อิทํ กมฺมสาธนํ กตฺตุสาธนํ วา โหตีติ ตทุภยวเสน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยกฺขาทีหิ วิย สตฺตา’’ติอาทิมาห. อสมเปกฺขิตฺวาติ ยถาสภาวํ อนุปปริกฺขิตฺวา, ยถา เต รติชนกา รูปาทโย วิสยา อนิจฺจทุกฺขาสุภานตฺตากาเรน อวตฺถิตา, ตถา อปสฺสิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ.
๒๗๑. สญฺญมเวลนฺติ สีลมริยาทํ. อาจาโรติ อาจรณํ หตฺถคหณาทิกิริยา. อสฺสาติ ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ ปทสฺส.
๒๗๓. เอเตสํ ปทานํ วเสนาติ อามสนาทิปทานํ วเสน. อิโต จิโต จ…เป… สญฺโจเปตีติ อตฺตโน หตฺถํ วา กายํ วา ติริยํ อิโต จิโต จ สญฺจาเรติ. ‘‘กายโต อโมเจตฺวาวาติ วจนโต มตฺถกโต ปฏฺฐาย หตฺถํ โอตาเรนฺตสฺส กายโต โมเจตฺวา นิวตฺถสาฏกูปริ โอมสนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ, สาฏกโต โอตาเรตฺวา ชงฺฆโต ปฏฺฐาย กายํ โอมสนฺตสฺส ปุน สงฺฆาทิเสโส’’ติ วทนฺติ.
ทฺวาทสสุปิ อามสนาทิปฺปโยเคสุ เอเกกสฺมึ ปโยเค กายโต อโมจิเต เอเกกาว อาปตฺติ โหตีติ อาห ‘‘มูลคฺคหณเมว ปมาณ’’นฺติ. อิทญฺจ เอเกน หตฺเถน กายํ คเหตฺวา อิตเรน หตฺเถน กายปรามสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอเกน ปน หตฺเถน กายปฏิพทฺธํ คเหตฺวา อิตเรน ตตฺถ ตตฺถ กายํ ปรามสโต ปโยคคณนาย อาปตฺติ. อยํ ปน สงฺฆาทิเสโส น เกวลํ วตฺถุวเสเนว, อปิจ สญฺญาวเสนปีติ อาห ‘‘อิตฺถิยา อิตฺถิสญฺญิสฺส สงฺฆาทิเสโส’’ติ. ปาฬิยํ ติรจฺฉานคโต จ โหตีติ เอตฺถ ติรจฺฉานคติตฺถิยา ติรจฺฉานคตปุริสสฺส จ คหณํ เวทิตพฺพํ.
สมสาราโคติ กายสํสคฺคราเคน เอกสทิสราโค. ปุริมนเยเนวาติ รชฺชุวตฺถาทีหิ ปริกฺขิปิตฺวา คหเณ วุตฺตนเยน. ปุน ปุริมนเยเนวาติ สมสาราโค วุตฺโต. อนนฺตรนเยเนวาติ กายปฏิพทฺธอามสนนเยน. เวณิคฺคหเณน โลมานมฺปิ สงฺคหิตตฺตา โลมานํ ผุสเนปิ สงฺฆาทิเสโส วุตฺโต. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ปกาเสตุกาโม ‘‘อุปาทินฺนเกน หี’’ติอาทิมาห.
ยถานิทฺทิฏฺฐนิทฺเทเสติ ยถาวุตฺตกายสํสคฺคนิทฺเทเส. เตนาติ เตน ยถาวุตฺตการเณน. สญฺญาย วิราคิตมฺหีติ สญฺญาย วิรทฺธาย. ลิงฺคพฺยตฺตเยน ‘‘วิราคิตมฺหี’’ติ วุตฺตํ. อิมํ นาม วตฺถุนฺติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อาคตํ สนฺธาย วทติ. อญฺญมฺปิ ยํ กิญฺจิ วตฺถุํ สนฺธาย วทตีติปิ เกจิ. สารตฺตนฺติ กายสํสคฺคราเคน สารตฺตํ. วิรตฺตนฺติ กายสํสคฺคราครหิตํ มาตุภคินีอาทึ สนฺธาย วทติ. ‘‘วิรตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วิรตฺตํ คณฺหิ, ทุกฺกฏนฺติ มาตุเปมาทิวเสน คหเณ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ.
อิมาย ปาฬิยา สเมตีติ สมฺพนฺโธ. กถํ สเมตีติ เจ? ยทิ หิ ‘‘อิตฺถิยา กายปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺเน อิตฺถิสญฺญา วิราคิตา ภเวยฺย, กายปฏิพทฺธคฺคหเณ ถุลฺลจฺจยํ วทนฺเตน ภควตา ‘‘อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี จา’’ติ น วตฺตพฺพํ สิยา, วุตฺตญฺจ, ตสฺมา ‘‘อิตฺถิยา กายปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามี’’ติ กายํ คณฺหนฺตสฺส อิตฺถิสญฺญา วิราคิตา นาม น โหตีติ ‘‘กายปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามีติ กายํ คณฺหนฺโต ยถาวตฺถุกเมว อาปชฺชตี’’ติ มหาสุมตฺเถเรน วุตฺตวาโท อิมาย ปาฬิยา สเมติ. โย ปเนตฺถ ‘‘สติปิ อิตฺถิสญฺญาย กายปฏิพทฺธํ คณฺหนฺตสฺส คหณสมเย ‘กายปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามี’ติ สญฺญํ ฐเปตฺวา ‘อิตฺถึ คณฺหามี’ติ สญฺญาย อภาวโต วตฺถุสญฺญานํ ภินฺนตฺตา อยุตฺต’’นฺติ วเทยฺย, โส ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘กึ กายปฏิพทฺธํ วตฺถาทึ คณฺหนฺโต อิตฺถิยา ราเคน คณฺหาติ, อุทาหุ วตฺถาทีสุ ราเคนา’’ติ. ยทิ ‘‘วตฺถาทีสุ ราเคน คณฺหาตี’’ติ วเทยฺย, อิตฺถิยา กายปฏิพทฺธํ อหุตฺวา อญฺญตฺถ ฐิตํ วตฺถาทึ คณฺหนฺตสฺสปิ ถุลฺลจฺจยํ สิยา, ตสฺมา อิตฺถี อิตฺถิสญฺญา สารตฺตภาโว คหณญฺจาติ องฺคปาริปูริสพฺภาวโต มหาสุมตฺเถรวาโทว ยุตฺตวาโท. อฏฺฐกถาวินิจฺฉเยหิ จ สเมตีติ เอตฺถาปิ อยมธิปฺปาโย – ยทิ สญฺญาวิราเคน วิราคิตํ นาม สิยา, ‘‘สมฺพหุลา อิตฺถิโย พาหาหิ ปริกฺขิปิตฺวา คณฺหามี’’ติ เอวํสญฺญิสฺส ‘‘มชฺฌคติตฺถิโย กายปฏิพทฺเธน คณฺหามี’’ติ เอวรูปาย สญฺญาย อภาวโต มชฺฌคตานํ วเสน ถุลฺลจฺจยํ น สิยา, เอวํ สนฺเตปิ อฏฺฐกถาย ถุลฺลจฺจยสฺส วุตฺตตฺตา สญฺญาวิราเคน วิราคิตํ นาม น โหตีติ อยมตฺโถ สิทฺโธเยวาติ. นีเลน ทุวิญฺเญยฺยสภาวโต กาฬิตฺถี วุตฺตา.
๒๗๙. เสวนาธิปฺปาโยติ ผสฺสสุขเสวนาธิปฺปาโย. อิตฺถิยา กาเยน ภิกฺขุสฺส กายปฏิพทฺธามสนวาเรปิ ผสฺสํ ปฏิวิชานาตีติ อิทํ อตฺตโน กายปฏิพทฺธามสเนปิ กายสมฺพนฺธสภาวโต วุตฺตํ. เอตฺถาติ นิสฺสคฺคิเยน นิสฺสคฺคิยวาเร. โมกฺขาธิปฺปาโยติ เอตฺถ ปฐมํ กายสํสคฺคราเค สติปิ ปจฺฉา โมกฺขาธิปฺปายสฺส อนาปตฺติ.
๒๘๑. ปาริปนฺถิกาติ วิลุมฺปนิกา, อนฺตรายิกาติ วุตฺตํ โหติ. นทีโสเตน วุยฺหมานํ มาตรนฺติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, อญฺญาสุปิ ปน อิตฺถีสุ การุญฺญาธิปฺปาเยน มาตริ วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชนฺตสฺส เนวตฺถิ โทโสติ วทนฺติ. ‘‘มาตร’’นฺติ วุตฺตตฺตา อญฺญาสํ น วฏฺฏตีติ วทนฺตาปิ อตฺถิ. ติณณฺฑุปกนฺติ หิรีเวราทิมูเลหิ กตจุมฺพฏกํ. ตาลปณฺณมุทฺทิกนฺติ ตาลปณฺเณหิ กตองฺคุลิมุทฺทิกํ. ปริวตฺเตตฺวาติ อตฺตโน นิวาสนปารุปนภาวโต อปเนตฺวา, จีวรตฺถาย อปนาเมตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. จีวรตฺถาย ปาทมูเล ฐเปติ, วฏฺฏตีติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ, ปจฺจตฺถรณวิตานาทิอตฺถมฺปิ วฏฺฏติเยว, ปูชาทิอตฺถํ ตาวกาลิกมฺปิ คเหตุํ วฏฺฏติ.
อิตฺถิสณฺฐาเนน กตนฺติ เอตฺถ เหฏฺฐิมปริจฺเฉทโต ปาราชิกวตฺถุภูตติรจฺฉานคติตฺถีนมฺปิ อนามาสภาวโต ตาทิสํ อิตฺถิสณฺฐาเนน กตํ ติรจฺฉานคตรูปมฺปิ อนามาสนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ภิกฺขุนีหิ ปฏิมารูปํ อามสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ อาจริยา. อิตฺถิรูปานิ ทสฺเสตฺวา กตํ วตฺถญฺจ ปจฺจตฺถรณญฺจ ภิตฺติญฺจ อิตฺถิรูปํ อนามสิตฺวา คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. ภินฺทิตฺวาติ เอตฺถ หตฺเถน อคฺคเหตฺวาว เกนจิเทว ทณฺฑาทินา ภินฺทิตพฺพํ. เอตฺถ จ ‘‘อนามาสมฺปิ หตฺเถน อปรามสิตฺวา ทณฺฑาทินา เกนจิ ภินฺทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิธ วุตฺตตฺตา ‘‘ปํสุกูลํ คณฺหนฺเตน มาตุคามสรีเรปิ สตฺถาทีหิ วณํ กตฺวา คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตตฺตา จ คหิตมณฺฑูกสปฺปินึ ทณฺฑาทีหิ นิปฺปีเฬตฺวา มณฺฑูกํ วิสฺสชฺชาเปตุํ วฏฺฏติ.
มคฺคํ อธิฏฺฐายาติ มคฺเค คจฺฉามีติ เอวํ มคฺคสญฺญี หุตฺวาติ อตฺโถ. กีฬนฺเตนาติ อิทํ คิหิสนฺตกํ สนฺธาย วุตฺตํ, ภิกฺขุสนฺตกํ ปน เยน เกนจิ อธิปฺปาเยน อนามสิตพฺพเมว ทุรุปจิณฺณภาวโต. ตาลปนสาทีนีติ เจตฺถ อาทิ-สทฺเทน นาฬิเกรลพุชติปุสอลาพุกุมฺภณฺฑปุสฺสผลเอฬาลุกผลานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ยถาวุตฺตผลานํเยว เจตฺถ กีฬาธิปฺปาเยน อามสนํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา ปาสาณสกฺขราทีนิ กีฬาธิปฺปาเยนปิ อามสิตุํ วฏฺฏติ.
มุตฺตาติ หตฺถิกุมฺภชาทิกา อฏฺฐวิธา มุตฺตา. ตถา หิ หตฺถิกุมฺภํ, วราหทาฐํ, ภุชงฺคสีสํ, วลาหกํ, เวฬุ, มจฺฉสิโร, สงฺโข, สิปฺปีติ อฏฺฐ มุตฺตาโยนิโย. ตตฺถ หตฺถิกุมฺภชา ปีตวณฺณา ปภาวิหีนา. วราหทาฐชา วราหทาฐวณฺณาว. ภุชงฺคสีสชา นีลาทิวณฺณา สุวิสุทฺธา วฏฺฏลา. วลาหกชา อาภาสูรา ทุพฺพิภาครูปา รตฺติภาเค อนฺธการํ วิทฺธมนฺติโย ติฏฺฐนฺติ, เทวูปโภคา เอว จ โหนฺติ. เวฬุชา กรกผลสมานวณฺณา น อาภาสูรา, เต จ เวฬู อมนุสฺสโคจเร เอว ปเทเส ชายนฺติ. มจฺฉสิรชา ปาฐีนปิฏฺฐิสมอานวณฺณา วฏฺฏลา ลฆโว จ โหนฺติ ปภาวิหีนา จ, เต จ มจฺฉา สมุทฺทมชฺเฌเยว ชายนฺติ. สงฺขชา สงฺขอุทรจฺฉวิวณฺณา โกลผลปฺปมาณาปิ โหนฺติ ปภาวิหีนาว. สิปฺปิชา ปภาวิเสสยุตฺตา โหนฺติ นานาสณฺฐานา. เอวํ ชาติโต อฏฺฐวิธาสุ มุตฺตาสุ ยา มจฺฉสงฺขสิปฺปิชา, ตา สามุทฺทิกา. ภุชงฺคชาปิ กาจิ สามุทฺทิกา โหนฺติ, อิตรา อสามุทฺทิกา. ยสฺมา พหุลํ สามุทฺทิกาว มุตฺตา โลเก ทิสฺสนฺติ, ตตฺถาปิ สปฺปิชาว, อิตรา กทาจิ กาจิ, ตสฺมา สมฺโมหวิโนทนิยํ ‘‘มุตฺตาติ สามุทฺทิกา มุตฺตา’’ติ วุตฺตํ.
มณีติ ฐเปตฺวา เวฬุริยาทิเก เสโส โชติรสาทิเภโท สพฺโพปิ มณิ. เวฬุริโยติ วํสวณฺณมณิ. สงฺโขติ สามุทฺทิกสงฺโข. สิลาติ กาฬสิลาปณฺฑุสิลาเสตสิลาทิเภทา สพฺพาปิ สิลา. รชตนฺติ กหาปณาทิกํ วุตฺตาวเสสํ รตนสมฺมตํ. ชาตรูปนฺติ สุวณฺณํ. โลหิตงฺโกติ รตฺตมณิ. มสารคลฺลนฺติ กพรมณิ. ภณฺฑมูลตฺถายาติ ปตฺตจีวราทิภณฺฑมูลตฺถาย. กุฏฺฐโรคสฺสาติ นิทสฺสนมตฺตํ, ตาย วูปสเมตพฺพสฺส ยสฺส กสฺสจิ โรคสฺสตฺถายปิ วฏฺฏติเยว. ‘‘เภสชฺชตฺถญฺจ อธิฏฺฐาเยว มุตฺตา วฏฺฏตี’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อากรมุตฺโตติ อากรโต มุตฺตมตฺโต. ‘‘ภณฺฑมูลตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิมินา จ อามสิตุมฺปิ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ปจิตฺวา กโตติ กาจกาเรหิ ปจิตฺวา กโต.
โธตวิทฺโธ จ รตนมิสฺโสติ อลงฺการตฺถํ กญฺจนลตาทึ ทสฺเสตฺวา กโต รตนขจิโต โธตวิทฺโธ อนามาโส. โธตวิทฺโธ จ รตนมิสฺโส จาติ วิสุํ วา ปทํ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ปานียสงฺโขติ อิมินา จ สงฺเขน กตปานียภาชนปิธานาทิสมณปริกฺขาโรปิ อามสิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. เสสนฺติ รตนมิสฺสํ ฐเปตฺวา อวเสสํ. มุคฺควณฺณํเยว รตนสมฺมิสฺสํ กโรนฺติ, น อญฺญนฺติ อาห ‘‘มุคฺควณฺณาวา’’ติ, มุคฺควณฺณา รตนมิสฺสาว น วฏฺฏตีติ วุตฺตํ โหติ. เสสาติ รตนสมฺมิสฺสํ ฐเปตฺวา อวเสสา มุคฺควณฺณา นีลสิลา.
พีชโต ปฏฺฐายาติ ธาตุปาสาณโต ปฏฺฐาย. สุวณฺณเจติยนฺติ ธาตุกรณฺฑกํ. ปฏิกฺขิปีติ ‘‘ธาตุฏฺฐปนตฺถาย คณฺหถา’’ติ อวตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ คณฺหถา’’ติ เปสิตตฺตา ปฏิกฺขิปิ. สุวณฺณพุพฺพุฬกนฺติ สุวณฺณตารกํ. ‘‘เกฬาปยิตุนฺติ อิโต จิโต จ สญฺจารนฺเตหิ อามสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. กจวรเมว หริตุํ วฏฺฏตีติ เจติยโคปกา วา ภิกฺขู โหนฺตุ อญฺเญ วา, หตฺเถนปิ ปุญฺฉิตฺวา กจวรํ อปเนตุํ วฏฺฏติ, มลมฺปิ ปมชฺชิตุํ วฏฺฏติเยว.
อารกูฏโลหนฺติ กิตฺติมโลหํ. ตีณิ หิ กิตฺติมโลหานิ กํสโลหํ, วฏฺฏโลหํ, อารกูฏนฺติ. ตตฺถ ติปุตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ กํสโลหํ, สีสตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ วฏฺฏโลหํ, ปกติรสตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ อารกูฏํ. เตเนว ตํกรเณน นิพฺพตฺตตฺตา ‘‘กิตฺติมโลห’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘ชาตรูปคติกเมวาติ วุตฺตตฺตา อารกูฏํ สุวณฺณสทิสเมว อามสิตุํ น วฏฺฏติ, อญฺญํ ปน วฏฺฏตี’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘อารกูฏํ อนามสิตพฺพโต ชาตรูปคติกเมวาติ วุตฺตํ, ตสฺมา อุภยมฺปิ ชาตรูปํ วิย อามสิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ปฐมํ วุตฺโตเยว จ อตฺโถ คณฺฐิปทกาเรหิ อธิปฺเปโต. ปฏิชคฺคิตุํ วฏฺฏตีติ เสนาสนปฏิพทฺธตฺตา วุตฺตํ.
สามิกานํ เปเสตพฺพนฺติ สามิกานํ สาสนํ เปเสตพฺพํ. ภินฺทิตฺวาติ หตฺเถน อคฺคเหตฺวา อญฺเญน เยน เกนจิ ภินฺทิตฺวา. เภริสงฺฆาโฏติ สงฺฆฏิตจมฺมเภรี. วีณาสงฺฆาโฏติ สงฺฆฏิตจมฺมวีณา. จมฺมวินทฺธานํ เภริวีณานเมตํ อธิวจนํ. ตุจฺฉโปกฺขรนฺติ อวินทฺธจมฺมํ เภริโปกฺขรํ วีณาโปกฺขรญฺจ. อาโรปิตจมฺมนฺติ เภริอาทีนํ วินทฺธนตฺถาย มุขวฏฺฏิยํ อาโรปิตจมฺมํ ตโต อุทฺธริตฺวา วิสุํ ฐปิตจมฺมญฺจ. โอนหิตุํ วาติ เภริโปกฺขราทีนิ จมฺมํ อาโรเปตฺวา วินนฺธิตุํ. โอนหาเปตุํ วาติ ตเถว อญฺเญหิ วินนฺธาเปตุํ. ปาราชิกปฺปโหนกกาเลติ อกุถิตกาเล.
๒๘๒. สงฺกมาทิ ภูมิคติกตฺตา น กายปฏิพทฺธฏฺฐานิยนฺติ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. เอกปทิกสงฺกโมติ ขุทฺทกเสตุ. สกฏมคฺคสงฺกโมติ สกฏมคฺคภูโต มหาเสตุ. ฐานา จาเลตุนฺติ รชฺชุํ ฐานา จาเลตุํ. ปฏิจฺฉาเทตพฺพาติ อปเนตพฺพา. มนุสฺสิตฺถี, อิตฺถิสญฺญิตา, กายสํสคฺคราโค, เตน ราเคน วายาโม, หตฺถคฺคาหาทิสมาปชฺชนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.