๒. สงฺฆาทิเสสกณฺฑํ
๑. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา
อิทานิ ปาราชิกสํวณฺณนาสมนนฺตรา ยา เตรสกาทิสํวณฺณนา สมารทฺธา, ตสฺสาปิ –
อนากุลา อสนฺเทหา, ปริปุณฺณวินิจฺฉยา;
อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนา, โหติ สารตฺถทีปนี.
เตรสกสฺสาติ เตรส สิกฺขาปทานิ ปริมาณานิ อสฺส กณฺฑสฺสาติ เตรสกํ, ตสฺส เตรสกสฺส กณฺฑสฺสาติ อตฺโถ.
๒๓๔. อนภิรโตติ อญฺญตฺถ คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน วุจฺจติ, อิธ ปน กามราควเสน อุกฺกณฺฐิตตาย วิกฺขิตฺตจิตฺตตาย สมนฺนาคโต อธิปฺเปโตติ อาห วิกฺขิตฺตจิตฺโตติอาทิ.
๒๓๖-๒๓๗. สญฺเจตนิกาติ เอตฺถ สํ-สทฺโท วิชฺชมานตฺถตาย สาตฺถโกติ ทสฺเสนฺโต อาห สํวิชฺชติ เจตนา อสฺสาติ. ตตฺถ เจตนาติ วีติกฺกมวสปฺปวตฺตา ปุพฺพภาคเจตนา. อสฺสาติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา. อิมสฺมึ วิกปฺเป อิก-สทฺทสฺส วิสุํ อตฺโถ นตฺถีติ อาห สญฺเจตนาว สญฺเจตนิกาติ. อิทานิ สํ-สทฺทสฺส อตฺถํ อนเปกฺขิตฺวา อิก-สทฺโทว อสฺสตฺถิอตฺถํ ปกาเสตีติ ทสฺเสนฺโต สญฺเจตนา วา อสฺสา อตฺถีติ สญฺเจตนิกาติ ทุติยวิกปฺปมาห. สํวิชฺชติ เจตนา อสฺสาติ ปทภาชเน วตฺตพฺเพ พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวา ชานนฺโตติอาทิ วุตฺตํ. อุปกฺกมามีติ ชานนฺโตติ โมจนตฺถํ อุปกฺกมามีติ ชานนฺโต.
อาสยเภทโตติ ปิตฺตาทิอาสยเภทโต. พุทฺธปจฺเจกพุทฺธานมฺปิ หิ รญฺโญปิ จกฺกวตฺติสฺส ปิตฺตเสมฺหปุพฺพโลหิตาสเยสุ จตูสุ อญฺญตโร อาสโย โหติเยว, มนฺทปญฺญานํ ปน จตฺตาโรปิ อาสยา โหนฺติ. ธาตุนานตฺตโตติ ปถวีธาตุอาทีนํ จตุนฺนํ ธาตูนํ, จกฺขาทีนํ วา อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ, รสโสณิตาทีนํ วา ธาตูนํ นานตฺตโต.
วตฺถิสีสนฺติ วตฺถิปุฏสฺส อพฺภนฺตเร มตฺถกปสฺสํ. ‘‘ราค…เป… อสกฺโกนฺโต’’ติ ราคปริยุฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ. ราชา ปน ‘‘สมฺภวสฺส สกลกาโย ฐาน’’นฺติ สุตปุพฺพตฺตา วีมํสนตฺถํ เอวมกาสีติ วทนฺติ. ทกโสตนฺติ มุตฺตมคฺคํ, องฺคชาตปฺปเทสนฺติ วุตฺตํ โหติ. ทกโสโตโรหณโต ปฏฺฐาย ปน อุปาทินฺนโต วินิมุตฺตตาย สมฺภเว อุตุสมุฏฺฐานเมว รูปํ อวสิสฺสติ, เสสํ ติสมุฏฺฐานํ นตฺถีติ เวทิตพฺพํ. อาโปธาตุยา สนฺตานวเสน ปวตฺตมานาย อวตฺถาวิเสโส สมฺภโว, โส จตุสมุฏฺฐานิโก อฏฺฐกถายํ จตุสมุฏฺฐานิเกสุ สมฺภวสฺส วุตฺตตฺตา. โส ปน โสฬสวสฺสกาเล อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ราควเสน ฐานาจาวนํ โหตีติ วทนฺติ, ตสฺมา ยํ วุตฺตํ กถาวตฺถุอฏฺฐกถายํ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ นาม ราคสมุฏฺฐานา โหตี’’ติ, ตํ สมฺภวสฺส ฐานาจาวนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, น ปน สมฺภโว จิตฺตสมุฏฺฐาโนเยวาติ ทีเปตุํ, เตเนว ตตฺถ วิสฺสฏฺฐิคฺคหณํ กตํ. ‘‘ขีณาสวานํ ปน พฺรหฺมานญฺจ สมฺภโว นตฺถี’’ติ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ, ตสฺมา ยํ วุตฺตํ กถาวตฺถุอฏฺฐกถายํ (กถา. อฏฺฐ. ๓๐๗) ‘‘ตาสํ เทวตานํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ นาม นตฺถี’’ติ, ตมฺปิ ฐานาจาวนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ, น ปน เทวตานํ สพฺพโส สมฺภวสฺส อภาวํ สนฺธาย. ฉนฺนมฺปิ ปน กามาวจรเทวตานํ กามา ปากติกาเยว. มนุสฺสา วิย หิ เต ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติวเสเนว เมถุนํ ปฏิเสวนฺติ, เกวลํ ปน นิสฺสนฺทาภาโว เตสํ วตฺตพฺโพ. ตงฺขณิกปริฬาหวูปสมาวหํ สมฺผสฺสสุขเมว หิ เตสํ กามกิจฺจํ. เกจิ ปน ‘‘จาตุมหาราชิกตาวตึสานํเยว ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติยา กามกิจฺจํ อิชฺฌติ, ยามานํ อญฺญมญฺญํ อาลิงฺคนมตฺเตน, ตุสิตานํ หตฺถามสนมตฺเตน, นิมฺมานรตีนํ หสิตมตฺเตน, ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ โอโลกิตมตฺเตน กามกิจฺจํ อิชฺฌตี’’ติ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถายํ ปฏิกฺขิตฺตํ ตาทิสสฺส กาเมสุ วิรชฺชนสฺส เตสุ อภาวโต กามานญฺจ อุตฺตรุตฺตริ ปณีตตรปณีตตมภาวโต.
ตเถวาติ ‘‘โมจนสฺสาเทน นิมิตฺเต อุปกฺกมโต’’ติอาทึ อติทิสติ. ‘‘วิสฺสฏฺฐีติ ฐานโต จาวนา วุจฺจตี’’ติ วุตฺตตฺตา ทกโสตํ โอติณฺณมตฺเตติ กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ทกโสโตโรหณญฺเจตฺถาติอาทิ. เอตฺถาติ ตีสุปิ วาเทสุ. อธิวาเสตฺวาติ นิมิตฺเต อุปกฺกมิตฺวา ปุน วิปฺปฏิสาเร อุปฺปนฺเน อธิวาเสตฺวา. อนฺตรา นิวาเรตุนฺติ ฐานโต จุตํ ทกโสตํ โอตริตุํ อทตฺวา อนฺตรา นิวาเรตุํ. เตนาห – ฐานา จุตญฺหิ อวสฺสํ ทกโสตํ โอตรตีติ. ฐานาจาวนมตฺเตเนวาติ ทกโสตํ อโนติณฺเณปีติ อธิปฺปาโย. เอตฺถ จ ‘‘สกโล กาโย ฐาน’’นฺติ วาเท ฐานาจาวนํ วทนฺเตน สกลสรีรโต จุตสฺสปิ ทกโสโตโรหณโต ปุพฺเพ อปฺปมตฺตกสฺส อนฺตราฬสฺส สมฺภวโต วุตฺตํ. สกลสรีเร วา ตสฺมึ ตสฺมึ ปเทเส ฐิตสฺส ฐานา จุตํ สนฺธาย ‘‘ฐานาจาวนมตฺเตเนวา’’ติ วุตฺตํ. นิมิตฺเต อุปกฺกมนฺตสฺเสวาติ โมจนสฺสาเทน อุปกฺกมนฺตสฺส. หตฺถปริกมฺมาทีสุ สติปิ โมจนสฺสาเท นิมิตฺเต อุปกฺกมาภาวโต นตฺถิ อาปตฺตีติ อาห ‘‘หตฺตปริกมฺม…เป… อนาปตฺตี’’ติ. อยํ สพฺพาจริยสาธารณวินิจฺฉโยติ ‘‘ทกโสโตโรหณญฺเจตฺถา’’ติอาทินา วุตฺโต ติณฺณมฺปิ อาจริยานํ สาธารโณ วินิจฺฉโย.
โขภกรณปจฺจโย นาม วิสภาคเภสชฺชเสนาสนาหาราทิปจฺจโย. อตฺถกามตาย วา อนตฺถกามตาย วาติ ปสนฺนา อตฺถกามตาย, กุทฺธา อนตฺถกามตาย. อตฺถาย วา อนตฺถาย วาติ สภาวโต ภวิตพฺพาย อตฺถาย วา อนตฺถาย วา. อุปสํหรนฺตีติ อตฺตโน เทวานุภาเวน อุปเนนฺติ. โพธิสตฺตมาตา วิย ปุตฺตปฏิลาภนิมิตฺตนฺติ ตทา กิร ปุเร ปุณฺณมาย สตฺตมทิวสโต ปฏฺฐาย วิคตสุราปานํ มาลาคนฺธาทิวิภูติสมฺปนฺนํ นกฺขตฺตกีฬํ อนุภวมานา โพธิสตฺตมาตา สตฺตเม ทิวเส ปาโตว อุฏฺฐาย คนฺโธทเกน นฺหายิตฺวา สพฺพาลงฺการวิภูสิตา วรโภชนํ ภุญฺชิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา สิริสยเน นิปนฺนา นิทฺทํ โอกฺกมมานา อิมํ สุปินํ อทฺทส – จตฺตาโร กิร นํ มหาราชาโน สยเนเนว สทฺธึ อุกฺขิปิตฺวา อโนตตฺตทหํ เนตฺวา นฺหาเปตฺวา ทิพฺพวตฺถํ นิวาเสตฺวา ทิพฺพคนฺเธหิ วิลิมฺเปตฺวา ทิพฺพปุปฺผานิ ปิฬนฺธิตฺวา ตโต อวิทูเร รชตปพฺพโต, ตสฺส อนฺโต กนกวิมานํ อตฺถิ, ตสฺมึ ปาจีนโต สีสํ กตฺวา นิปชฺชาเปสุํ. อถ โพธิสตฺโต เสตวรวารโณ หุตฺวา ตโต อวิทูเร เอโก สุวณฺณปพฺพโต, ตตฺถ จริตฺวา ตโต โอรุยฺห รชตปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา กนกวิมานํ ปวิสิตฺวา มาตรํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ทกฺขิณปสฺสํ ผาเลตฺวา กุจฺฉึ ปวิฏฺฐสทิโส อโหสิ. อิมํ สุปินํ สนฺธาย เอตํ วุตฺตํ ‘‘โพธิสตฺตมาตา วิย ปุตฺตปฏิลาภนิมิตฺต’’นฺติ.
ปญฺจ มหาสุปิเนติ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๑๙๖) มหนฺเตหิ ปุริเสหิ ปสฺสิตพฺพโต มหนฺตานญฺจ อตฺถานํ นิมิตฺตภาวโต มหาสุปิเน. เต ปน ปญฺจ มหาสุปิเน เนว โลกิยมหาชโน ปสฺสติ, น มหาราชาโน, น จกฺกวตฺติราชาโน, น อคฺคสาวกา, น ปจฺเจกพุทฺธา, น สมฺมาสมฺพุทฺธา, เอโก สพฺพญฺญุโพธิสตฺโตเยว ปสฺสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘โพธิสตฺโต วิย ปญฺจ มหาสุปิเน’’ติ. อมฺหากญฺจ ปน โพธิสตฺโต กทา เต สุปิเน ปสฺสีติ? ‘‘เสฺว พุทฺโธ ภวิสฺสามี’’ติ จาตุทฺทสิยํ ปกฺขสฺส รตฺติวิภายนกาเล ปสฺสิ. กาลวเสน หิ ทิวา ทิฏฺโฐ สุปิโน น สเมติ, ตถา ปฐมยาเม มชฺฌิมยาเม จ. ปจฺฉิมยาเม พลวปจฺจูเส ปน อสิตปีตสายิเต สมฺมาปริณามคเต กายสฺมึ โอชาย ปติฏฺฐิตาย อรุเณ อุคฺคจฺฉมาเน ทิฏฺฐสุปิโน สเมติ. อิฏฺฐนิมิตฺตํ สุปินํ ปสฺสนฺโต อิฏฺฐํ ปฏิลภติ, อนิฏฺฐนิมิตฺตํ ปสฺสนฺโต อนิฏฺฐํ, ตสฺมา โพธิสตฺโตปิ สุปินํ ปสฺสนฺโต รตฺติวิภายนกาเล ปสฺสิ.
เก ปน เต ปญฺจ มหาสุปินาติ? ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปุพฺเพว สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต ปญฺจ มหาสุปินา ปาตุรเหสุํ (อ. นิ. ๕.๑๙๖) – อยํ มหาปถวี มหาสยนํ อโหสิ, หิมวา ปพฺพตราชา พิมฺโพหนํ อโหสิ, ปุรตฺถิเม สมุทฺเท วามหตฺโถ โอหิโต อโหสิ, ปจฺฉิเม สมุทฺเท ทกฺขิณหตฺโถ โอหิโต อโหสิ, ทกฺขิณสมุทฺเท อุโภ ปาทา โอหิตา อเหสุํ, อยํ ปฐโม มหาสุปิโน ปาตุรโหสิ.
ปุน จปรํ ทพฺพติณสงฺขาตา ติริยา นาม ติณชาติ นงฺคลมตฺเตน รตฺตทณฺเฑน นาภิโต อุคฺคนฺตฺวา ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว วิทตฺถิมตฺตํ รตนมตฺตํ พฺยามมตฺตํ ยฏฺฐิมตฺตํ คาวุตมตฺตํ อฑฺฒโยชนมตฺตํ โยชนมตฺตนฺติ เอวํ อุคฺคนฺตฺวา อเนกโยชนสหสฺสํ นภํ อาหจฺจ ฐิตา อโหสิ, อยํ ทุติโย มหาสุปิโน ปาตุรโหสิ.
ปุน จปรํ เสตา กิมี กณฺหสีสา ปาเทหิ อุสฺสกฺกิตฺวา ยาว ชาณุมณฺฑลา ปฏิจฺฉาเทสุํ, อยํ ตติโย มหาสุปิโน ปาตุรโหสิ.
ปุน จปรํ จตฺตาโร สกุณา นานาวณฺณา จตูหิ ทิสาหิ อาคนฺตฺวา ปาทมูเล นิปติตฺวา สพฺพเสตา สมฺปชฺชึสุ, อยํ จตุตฺโถ มหาสุปิโน ปาตุรโหสิ.
ปุน จปรํ โพธิสตฺโต มหโต มีฬฺหปพฺพตสฺส อุปรูปริ จงฺกมติ อลิปฺปมาโน มีเฬฺหน, อยํ ปญฺจโม มหาสุปิโน ปาตุรโหสิ. อิเม ปญฺจ มหาสุปินา.
ตตฺถ ปฐโม อนุตฺตราย สมฺมาสมฺโพธิยา ปุพฺพนิมิตฺตํ, ทุติโย อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส เทวมนุสฺเสสุ สุปฺปกาสิตภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, ตติโย พหูนํ โอทาตวสนานํ คิหีนํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา สรณคมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, จตุตฺโถ ขตฺติยาทีนํ จตุนฺนํ วณฺณานํ ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตฺวา อนุตฺตรวิมุตฺติสจฺฉิกิริยาย ปุพฺพนิมิตฺตํ, ปญฺจโม จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ลาภิตาย เตสุ จ อนุปลิตฺตภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ.
อปิจ ยํ โส จกฺกวาฬมหาปถวึ สิริสยนภูตํ อทฺทส, ตํ พุทฺธภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ หิมวนฺตํ ปพฺพตราชานํ พิมฺโพหนํ อทฺทส, ตํ สพฺพญฺญุตญฺญาณพิมฺโพหนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ จตฺตาโร หตฺถปาเท สมุทฺทสฺส อุปรูปริภาเคน คนฺตฺวา จกฺกวาฬมตฺถเก ฐิเต อทฺทส, ตํ ธมฺมจกฺกสฺส อปฺปฏิวตฺติยภาเว ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ อตฺตานํ อุตฺตานกํ นิปนฺนํ อทฺทส, ตํ ตีสุ ภเวสุ อวกุชฺชานํ สตฺตานํ อุตฺตานมุขภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา ปสฺสนฺโต วิย อโหสิ, ตํ ทิพฺพจกฺขุปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ ยาว ภวคฺคา เอกาโลกํ อโหสิ, ตํ อนาวรณญาณสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อิติ ตํตํวิเสสาธิคมนิมิตฺตภูเต ปญฺจ มหาสุปิเน ปสฺสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘โพธิสตฺโต วิย ปญฺจ มหาสุปิเน’’ติ.
โกสลราชา วิย โสฬส สุปิเนติ –
‘‘อุสภา รุกฺขา คาวิโย ควา จ,
อสฺโส กํโส สิงฺคาลี จ กุมฺโภ;
โปกฺขรณี จ อปากจนฺทนํ,
ลาพูนิ สีทนฺติ สิลา ปฺลวนฺติ.
‘‘มณฺฑูกิโย กณฺหสปฺเป คิลนฺติ,
กากํ สุวณฺณา ปริวารยนฺติ;
ตสา วกา เอฬกานํ ภยา หี’’ติ. (ชา. ๑.๑.๗๗) –
อิเม โสฬส สุปิเน ปสฺสนฺโต โกสลราชา วิย.
๑. เอกทิวสํ กิร โกสลราชา รตฺตึ นิทฺทูปคโต ปจฺฉิมยาเม โสฬส สุปิเน ปสฺสิ (ชา. อฏฺฐ. ๑.๑.มหาสุปินชาตกวณฺณนา). ตตฺถ จตฺตาโร อญฺชนวณฺณา กาฬอุสภา ‘‘ยุชฺฌิสฺสามา’’ติ จตูหิ ทิสาหิ ราชงฺคณํ อาคนฺตฺวา ‘‘อุสภยุทฺธํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ มหาชเน สนฺนิปติเต ยุชฺฌนาการํ ทสฺเสตฺวา นทิตฺวา คชฺชิตฺวา อยุชฺฌิตฺวาว ปฏิกฺกนฺตา. อิมํ ปฐมํ สุปินํ อทฺทส.
๒. ขุทฺทกา รุกฺขา เจว คจฺฉา จ ปถวึ ภินฺทิตฺวา วิทตฺถิมตฺตมฺปิ รตนมตฺตมฺปิ อนุคฺคนฺตฺวาว ปุปฺผนฺติ เจว ผลนฺติ จ. อิมํ ทุติยํ อทฺทส.
๓. คาวิโย ตทหุชาตานํ วจฺฉานํ ขีรํ ปิวนฺติโย อทฺทส. อยํ ตติโย สุปิโน.
๔. ธุรวาเห อาโรหปริณาหสมฺปนฺเน มหาโคเณ ยุคปรมฺปราย อโยเชตฺวา ตรุเณ โคทมฺเม ธุเร โยเชนฺเต อทฺทส, เต ธุรํ วหิตุํ อสกฺโกนฺตา ฉฑฺเฑตฺวา อฏฺฐํสุ, สกฏานิ นปฺปวตฺตึสุ. อยํ จตุตฺโถ สุปิโน.
๕. เอกํ อุภโตมุขํ อสฺสํ อทฺทส, ตสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ ยวสีสํ เทนฺติ, โส ทฺวีหิปิ มุเขหิ ขาทติ. อยํ ปญฺจโม สุปิโน.
๖. มหาชโน สตสหสฺสคฺฆนกํ สุวณฺณปาตึ สมฺมชฺชิตฺวา ‘‘อิธ ปสฺสาวํ กโรหี’’ติ เอกสฺส ชรสิงฺคาลสฺส อุปนาเมสิ, ตํ ตตฺถ ปสฺสาวํ กโรนฺตํ อทฺทส. อยํ ฉฏฺโฐ สุปิโน.
๗. เอโก ปุริโส รชฺชุํ วฏฺเฏตฺวา ปาทมูเล นิกฺขิปติ, เตน นิสินฺนปีฐสฺส เหฏฺฐา สยิตา ฉาตสิงฺคาลี ตสฺส อชานนฺตสฺเสว ตํ ขาทติ. อิมํ สตฺตมํ สุปินํ อทฺทส.
๘. ราชทฺวาเร พหูหิ ตุจฺฉกุมฺเภหิ ปริวาเรตฺวา ฐปิตํ เอกํ มหนฺตํ ปูริตกุมฺภํ อทฺทส, จตฺตาโรปิ ปน วณฺณา จตูหิ ทิสาหิ จตูหิ อนุทิสาหิ จ ฆเฏหิ อุทกํ อาหริตฺวา ปูริตกุมฺภเมว ปูเรนฺติ, ปูริตปูริตํ อุทกํ อุตฺตริตฺวา ปลายติ, เตปิ ปุนปฺปุนํ ตตฺเถว อุทกํ อาสิญฺจนฺติ, ตุจฺฉกุมฺเภ โอโลเกนฺตาปิ นตฺถิ. อยํ อฏฺฐโม สุปิโน.
๙. เอกํ ปญฺจปทุมสญฺฉนฺนํ คมฺภีรํ สพฺพโตติตฺถํ โปกฺขรณึ อทฺทส, สมนฺตโต ทฺวิปทจตุปฺปทา โอตริตฺวา ตตฺถ ปานียํ ปิวนฺติ, ตสฺสา มชฺเฌ คมฺภีรฏฺฐาเน อุทกํ อาวิลํ, ตีรปฺปเทเส ทฺวิปทจตุปฺปทานํ อกฺกมนฏฺฐาเน อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ. อยํ นวโม สุปิโน.
๑๐. เอกิสฺสาเยว จ กุมฺภิยา ปจฺจมานํ โอทนํ อปากํ อทฺทส, ‘‘อปาก’’นฺติ วิจาเรตฺวา วิภชิตฺวา ฐปิตํ วิย ตีหากาเรหิ ปจฺจมานํ เอกสฺมึ ปสฺเส อติกิลินฺโน โหติ, เอกสฺมึ อุตฺตณฺฑุโล, เอกสฺมึ สุปกฺโกติ. อยํ ทสโม สุปิโน.
๑๑. สตสหสฺสคฺฆนกํ จนฺทนสารํ ปูติตกฺเกน วิกฺกิณนฺเต อทฺทส. อยํ เอกาทสโม สุปิโน.
๑๒. ตุจฺฉลาพูนิ อุทเก สีทนฺตานิ อทฺทส. อยํ ทฺวาทสโม สุปิโน.
๑๓. มหนฺตมหนฺตา กูฏาคารปฺปมาณา ฆนสิลา นาวา วิย อุทเก ปฺลวมานา อทฺทส. อยํ เตรสโม สุปิโน.
๑๔. ขุทฺทกมธุกปุปฺผปฺปมาณา มณฺฑูกิโย มหนฺเต กณฺหสปฺเป เวเคน อนุพนฺธิตฺวา อุปฺปลนาเฬ วิย ฉินฺทิตฺวา มํสํ ขาทิตฺวา คิลนฺติโย อทฺทส. อยํ จุทฺทสโม สุปิโน.
๑๕. ทสหิ อสทฺธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ คามโคจรํ กากํ กญฺจนวณฺณวณฺณตาย ‘‘สุวณฺณา’’ติ ลทฺธนาเม สุวณฺณราชหํเส ปริวาเรนฺเต อทฺทส. อยํ ปนฺนรสโม สุปิโน.
๑๖. ปุพฺเพ ทีปิโน เอฬเก ขาทนฺติ, เต ปน เอฬเก ทีปิโน อนุพนฺธิตฺวา มุรามุราติ ขาทนฺเต อทฺทส, อถญฺเญ ตสา วกา เอฬเก ทูรโตว ทิสฺวา ตสิตา ตาสปฺปตฺตา หุตฺวา เอฬกานํ ภยา ปลายิตฺวา คุมฺพคหนานิ ปวิสิตฺวา นิลียึสุ. อยํ โสฬสโม สุปิโน.
๑. ตตฺถ อธมฺมิกานํ ราชูนํ อธมฺมิกานญฺจ มนุสฺสานํ กาเล โลเก วิปริวตฺตมาเน กุสเล โอสนฺเน อกุสเล อุสฺสนฺเน โลกสฺส ปริหีนกาเล เทโว น สมฺมา วสฺสิสฺสติ, เมฆปาทา ฉิชฺชิสฺสนฺติ, สสฺสานิ มิลายิสฺสนฺติ, ทุพฺภิกฺขํ ภวิสฺสติ, วสฺสิตุกามา วิย จตูหิ ทิสาหิ เมฆา อุฏฺฐหิตฺวา อิตฺถิกาหิ อาตเป ปตฺถฏานํ วีหิอาทีนํ เตมนภเยน อนฺโต ปเวสิตกาเล ปุริเสสุ กุทาลปิฏเก อาทาย อาฬิพนฺธนตฺถาย นิกฺขนฺเตสุ วสฺสนาการํ ทสฺเสตฺวา คชฺชิตฺวา วิชฺชุลตา นิจฺฉาเรตฺวา อุสภา วิย อยุชฺฌิตฺวา อวสฺสิตฺวาว ปลายิสฺสนฺติ. อยํ ปฐมสฺส วิปาโก.
๒. โลกสฺส ปริหีนกาเล มนุสฺสานํ ปริตฺตายุกกาเล สตฺตา ติพฺพราคา ภวิสฺสนฺติ, อสมฺปตฺตวยาว กุมาริโย ปุริสนฺตรํ คนฺตฺวา อุตุนิโย เจว คพฺภินิโย จ หุตฺวา ปุตฺตธีตาหิ วฑฺฒิสฺสนฺติ. ขุทฺทกรุกฺขานํ ปุปฺผํ วิย หิ ตาสํ อุตุนิภาโว, ผลํ วิย จ ปุตฺตธีตโร ภวิสฺสนฺติ. อยํ ทุติยสฺส วิปาโก.
๓. มนุสฺสานํ เชฏฺฐาปจายิกกมฺมสฺส นฏฺฐกาเล สตฺตา มาตาปิตูสุ วา สสฺสุสสุเรสุ วา ลชฺชํ อนุปฏฺฐเปตฺวา สยเมว กุฏุมฺพํ สํวิทหนฺตาว ฆาสจฺฉาทนมตฺตมฺปิ มหลฺลกานํ ทาตุกามา ทสฺสนฺติ, อทาตุกามา น ทสฺสนฺติ, มหลฺลกา อนาถา หุตฺวา อสยํวสี ทารเก อาราเธตฺวา ชีวิสฺสนฺติ ตทหุชาตานํ วจฺฉานํ ขีรํ ปิวนฺติโย มหาคาวิโย วิย. อยํ ตติยสฺส วิปาโก.
๔. อธมฺมิกราชูนํ กาเล อธมฺมิกราชาโน ปณฺฑิตานํ ปเวณิกุสลานํ กมฺมนิตฺถรณสมตฺถานํ มหามตฺตานํ ยสํ น ทสฺสนฺติ, ธมฺมสภายํ วินิจฺฉยฏฺฐาเนปิ ปณฺฑิเต โวหารกุสเล มหลฺลเก อมจฺเจ น ฐเปสฺสนฺติ. ตพฺพิปรีตานํ ปน ตรุณตรุณานํ ยสํ ทสฺสนฺติ, ตถารูเป เอว จ วินิจฺฉยฏฺฐาเน ฐเปสฺสนฺติ, เต ราชกมฺมานิ เจว ยุตฺตายุตฺตญฺจ อชานนฺตา เนว ตํ ยสํ อุกฺขิปิตุํ สกฺขิสฺสนฺติ, น ราชกมฺมานิ นิตฺถริตุํ, เต อสกฺโกนฺตา กมฺมธุรํ ฉฑฺเฑสฺสนฺติ, มหลฺลกาปิ ปณฺฑิตา อมจฺจา ยสํ อลภนฺตา กิจฺจานิ นิตฺถริตุํ สมตฺถาปิ ‘‘กึ อมฺหากํ เอเตหิ, มยํ พาหิรกา ชาตา, อพฺภนฺตริกา ตรุณทารกา ชานิสฺสนฺตี’’ติ อุปฺปนฺนานิ กมฺมานิ น กริสฺสนฺติ, เอวํ สพฺพถาปิ เตสํ ราชูนํ หานิเยว ภวิสฺสติ, ธุรํ วหิตุํ อสมตฺถานํ วจฺฉทมฺมานํ ธุเร โยชิตกาโล วิย, ธุรวาหานญฺจ มหาโคณานํ ยุคปรมฺปราย อโยชิตกาโล วิย ภวิสฺสติ. อยํ จตุตฺถสฺส วิปาโก.
๕. อธมฺมิกราชกาเลเยว อธมฺมิกพาลราชาโน อธมฺมิเก โลลมนุสฺเส วินิจฺฉเย ฐเปสฺสนฺติ, เต ปาปปุญฺเญสุ อนาทรา พาลา สภายํ นิสีทิตฺวา วินิจฺฉยํ เทนฺตา อุภินฺนมฺปิ อตฺถปจฺจตฺถิกานํ หตฺถโต ลญฺชํ คเหตฺวา ขาทิสฺสนฺติ อสฺโส วิย ทฺวีหิ มุเขหิ ยวสีสํ. อยํ ปญฺจมสฺส วิปาโก.
๖. อธมฺมิกาเยว วิชาติราชาโน ชาติสมฺปนฺนานํ กุลปุตฺตานํ อาสงฺกาย ยสํ น ทสฺสนฺติ, อกุลีเน วฑฺเฒสฺสนฺติ, เอวํ มหากุลานิ ทุคฺคตานิ ภวิสฺสนฺติ, ลามกกุลานิ อิสฺสรานิ. เต จ กุลีนา ปุริสา ชีวิตุํ อสกฺโกนฺตา ‘‘อิเม นิสฺสาย ชีวิสฺสามา’’ติ อกุลีนานํ ธีตโร ทสฺสนฺติ, อิติ ตาสํ กุลธีตานํ อกุลีเนหิ สทฺธึ สํวาโส ชรสิงฺคาลสฺส สุวณฺณปาติยํ ปสฺสาวกรณสทิโส ภวิสฺสติ. อยํ ฉฏฺฐสฺส วิปาโก.
๗. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล อิตฺถิโย ปุริสโลลา สุราโลลา อลงฺการโลลา วิสิขาโลลา อามิสโลลา ภวิสฺสนฺติ ทุสฺสีลา ทุราจารา. ตา สามิเกหิ กสิโครกฺขาทีนิ กมฺมานิ กตฺวา กิจฺเฉน กสิเรน สมฺภตํ ธนํ ชาเรหิ สทฺธึ สุรํ ปิวนฺติโย มาลาคนฺธวิเลปนํ ธารยมานา อนฺโตเคเห อจฺจายิกมฺปิ กิจฺจํ อโนโลเกตฺวา เคหปริกฺเขปสฺส อุปริภาเคนปิ ฉิทฺทฏฺฐาเนหิปิ ชาเร อุปธารยมานา เสฺว วปิตพฺพยุตฺตกํ พีชมฺปิ โกฏฺเฏตฺวา ยาคุภตฺตขชฺชกานิ สชฺเชตฺวา ขาทมานา วิลุมฺปิสฺสนฺติ เหฏฺฐาปีฐกนิปนฺนกฉาตกสิงฺคาลี วิย วฏฺเฏตฺวา วฏฺเฏตฺวา ปาทมูเล นิกฺขิตฺตรชฺชุํ. อยํ สตฺตมสฺส วิปาโก.
๘. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล โลโก ปริหายิสฺสติ, รฏฺฐํ นิโรชํ ภวิสฺสติ, ราชาโน ทุคฺคตา กปณา ภวิสฺสนฺติ. โย อิสฺสโร ภวิสฺสติ, ตสฺส ภณฺฑาคาเร สตสหสฺสมตฺตา กหาปณา ภวิสฺสนฺติ, เต เอวํ ทุคฺคตา สพฺเพ ชนปเท อตฺตโน กมฺมํ การยิสฺสนฺติ, อุปทฺทุตา มนุสฺสา สเก กมฺมนฺเต ฉฑฺเฑตฺวา ราชูนํเยว อตฺถาย ปุพฺพณฺณาปรณฺณานิ วปนฺตา รกฺขนฺตา ลายนฺตา มทฺทนฺตา ปเวเสนฺตา อุจฺฉุเขตฺตานิ กโรนฺตา ยนฺตานิ วาเหนฺตา ผาณิตาทีนิ ปจนฺตา ปุปฺผาราเม ผลาราเม จ กโรนฺตา ตตฺถ ตตฺถ นิปฺผนฺนานิ ปุปฺผผลาทีนิ อาหริตฺวา รญฺโญ โกฏฺฐาคารเมว ปูเรสฺสนฺติ, อตฺตโน เคเหสุ ตุจฺฉโกฏฺเฐ โอโลเกนฺตาปิ น ภวิสฺสนฺติ, ตุจฺฉตุจฺฉกุมฺเภ อโนโลเกตฺวา ปูริตกุมฺภปูรณสทิสเมว ภวิสฺสติ. อยํ อฏฺฐมสฺส วิปาโก.
๙. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล ราชาโน อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ, ฉนฺทาทิวเสน อคตึ คจฺฉนฺตา รชฺชํ กาเรสฺสนฺติ, ธมฺเมน วินิจฺฉยํ นาม น ทสฺสนฺติ, ลญฺชวิตฺตกา ภวิสฺสนฺติ ธนโลลา, รฏฺฐวาสิเกสุ เตสํ ขนฺติเมตฺตานุทฺทยํ นาม น ภวิสฺสติ, กกฺขฬา ผรุสา อุจฺฉุยนฺเต อุจฺฉุคณฺฐิกา วิย มนุสฺเส ปีเฬนฺตา นานปฺปการํ พลึ อุปฺปาเทตฺวา ธนํ คณฺหิสฺสนฺติ, มนุสฺสา พลิปีฬิตา กิญฺจิ ทาตุํ อสกฺโกนฺตา คามนิคมาทโย ฉฑฺเฑตฺวา ปจฺจนฺตํ คนฺตฺวา วาสํ กปฺเปสฺสนฺติ, มชฺฌิมชนปโท สุญฺโญ ภวิสฺสติ, ปจฺจนฺโต ฆนวาโส เสยฺยถาปิ โปกฺขรณิยา มชฺเฌ อุทกํ อาวิลํ ปริยนฺเต วิปฺปสนฺนํ. อยํ นวมสฺส วิปาโก.
๑๐. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล ราชาโน อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ, เตสุ อธมฺมิเกสุ ราชยุตฺตาปิ พฺราหฺมณคหปติกาปิ เนคมชานปทาปีติ สมณพฺราหฺมเณ อุปาทาย สพฺเพ มนุสฺสา อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ, ตโต เตสํ อารกฺขเทวตา พลิปฏิคฺคาหิกเทวตา รุกฺขเทวตา อากาสฏฺฐกเทวตาติ เอวํ เทวตาปิ อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ, อธมฺมิกราชูนํ รชฺเช วาตา วิสมา ขรา วายิสฺสนฺติ, เต อากาสฏฺฐกวิมานานิ กมฺเปสฺสนฺติ, เตสุ กมฺปิเตสุ เทวตา กุปิตา เทวํ วสฺสิตุํ น ทสฺสนฺติ, วสฺสมาโนปิ สกลรฏฺเฐ เอกปฺปหาเรเนว น วสฺสิสฺสติ, วสฺสมาโนปิ สพฺพตฺถ กสิกมฺมสฺส วา วปฺปกมฺมสฺส วา อุปกาโร หุตฺวา น วสฺสิสฺสติ. ยถา จ รฏฺเฐ, เอวํ ชนปเทปิ คาเมปิ เอกตฬากสฺสเรปิ เอกปฺปหาเรเนว น วสฺสิสฺสติ, ตฬากสฺส อุปริภาเค วสฺสนฺโต เหฏฺฐาภาเค น วสฺสิสฺสติ, เหฏฺฐา วสฺสนฺโต อุปริ น วสฺสิสฺสติ, เอกสฺมึ ภาเค สสฺสํ อติวสฺเสน นสฺสิสฺสติ, เอกสฺมึ อวสฺสนฺโต มิลายิสฺสติ, เอกสฺมึ สมฺมา วสฺสมาโน สมฺปาเทสฺสติ, เอวํ เอกสฺส รญฺโญ รชฺเช วุตฺตา สสฺสา ติปฺปการา ภวิสฺสนฺติ เอกกุมฺภิยา โอทโน วิย. อยํ ทสมสฺส วิปาโก.
๑๑. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล สาสเน ปริหายนฺเต ปจฺจยโลลา อลชฺชิกา พหู ภิกฺขู ภวิสฺสนฺติ, เต ภควตา ปจฺจยโลลุปฺปํ นิมฺมเถตฺวา กถิตธมฺมเทสนํ จีวราทิจตุปจฺจยเหตุ ปเรสํ เทเสสฺสนฺติ, ปจฺจเยหิ มุจฺฉิตฺวา นิรตฺถกปกฺเข ฐิตา นิพฺพานาภิมุขํ กตฺวา เทเสตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ, เกวลํ ‘‘ปทพฺยญฺชนสมฺปตฺติญฺเจว มธุรสทฺทญฺจ สุตฺวา มหคฺฆานิ จีวรานิ ทสฺสนฺติ’’อิจฺเจวํ เทเสสฺสนฺติ. อปเร อนฺตรวีถิจตุกฺกราชทฺวาราทีสุ นิสีทิตฺวา กหาปณอฑฺฒกหาปณปาทมาสกรูปาทีนิปิ นิสฺสาย เทเสสฺสนฺติ. อิติ ภควตา นิพฺพานคฺฆนกํ กตฺวา เทสิตํ ธมฺมํ จตุปจฺจยตฺถาย เจว กหาปณอฑฺฒกหาปณาทิอตฺถาย จ วิกฺกิณิตฺวา เทเสนฺตา สตสหสฺสคฺฆนกํ จนฺทนสารํ ปูติตกฺเกน วิกฺกิณนฺตา วิย ภวิสฺสนฺติ. อยํ เอกาทสมสฺส วิปาโก.
๑๒. อธมฺมิกราชกาเล โลเก วิปริวตฺตนฺเตเยว ราชาโน ชาติสมฺปนฺนานํ กุลปุตฺตานํ ยสํ น ทสฺสนฺติ, อกุลีนานญฺเญว ทสฺสนฺติ, เต อิสฺสรา ภวิสฺสนฺติ, อิตเร ทลิทฺทา. ราชสมฺมุเขปิ ราชทฺวาเรปิ อมจฺจสมฺมุเขปิ วินิจฺฉยฏฺฐาเนปิ ตุจฺฉลาพุสทิสานํ อกุลีนานํเยว กถา โอสีทิตฺวา ฐิตา วิย นิจฺจลา สุปฺปติฏฺฐิตา ภวิสฺสติ, สงฺฆสนฺนิปาเตปิ สงฺฆกมฺมคณกมฺมฏฺฐาเนสุ เจว ปตฺตจีวรปริเวณาทิวินิจฺฉยฏฺฐาเนสุ จ ทุสฺสีลานํ ปาปปุคฺคลานํเยว กถา นิยฺยานิกา ภวิสฺสติ, น ลชฺชิภิกฺขูนนฺติ เอวํ สพฺพถาปิ ตุจฺฉลาพูนํ สีทนกาโล วิย ภวิสฺสติ. อยํ ทฺวาทสมสฺส วิปาโก.
๑๓. ตาทิเสเยว กาเล อธมฺมิกราชาโน อกุลีนานํ ยสํ ทสฺสนฺติ, เต อิสฺสรา ภวิสฺสนฺติ, กุลีนา ทุคฺคตา. เตสุ น เกจิ คารวํ กริสฺสนฺติ, อิตเรสุเยว กริสฺสนฺติ, ราชสมฺมุเข วา อมจฺจสมฺมุเข วา วินิจฺฉยฏฺฐาเน วา วินิจฺฉยกุสลานํ ฆนสิลาสทิสานํ กุลปุตฺตานํ กถา น โอคาหิตฺวา ปติฏฺฐหิสฺสติ. เตสุ กเถนฺเตสุ ‘‘กึ อิเม กเถนฺตี’’ติ อิตเร ปริหาสเมว กริสฺสนฺติ, ภิกฺขุสนฺนิปาเตปิ วุตฺตปฺปกาเรสุ ฐาเนสุ เนว เปสเล ภิกฺขู ครุกาตพฺเพ มญฺญิสฺสนฺติ, นาปิ เนสํ กถา ปริโยคาหิตฺวา ปติฏฺฐหิสฺสติ, สิลานํ ปฺลวกาโล วิย ภวิสฺสติ. อยํ เตรสมสฺส วิปาโก.
๑๔. โลเก ปริหายนฺเตเยว มนุสฺสา ติพฺพราคาทิชาติกา กิเลสานุวตฺตกา หุตฺวา ตรุณตรุณานํ อตฺตโน ภริยานํ วเส วตฺติสฺสนฺติ, เคเห ทาสกมฺมกราทโยปิ โคมหึสาทโยปิ หิรญฺญสุวณฺณมฺปิ สพฺพํ ตาสํเยว อายตฺตํ ภวิสฺสติ, ‘‘อสุกหิรญฺญสุวณฺณํ วา ปริจฺเฉทาทิชาตํ วา กห’’นฺติ วุตฺเต ‘‘ยตฺถ วา ตตฺถ วา โหตุ, กึ ตุยฺหิมินา พฺยาปาเรน, ตฺวํ มยฺหํ ฆเร สนฺตํ วา อสนฺตํ วา ชานิตุกาโม ชาโต’’ติ วตฺวา นานปฺปกาเรหิ อกฺโกสิตฺวา มุขสตฺตีหิ โกฏฺเฏตฺวา ทาสเจฏกํ วิย วเส กตฺวา อตฺตโน อิสฺสริยํ ปวตฺเตสฺสนฺติ, เอวํ มธุกปุปฺผปฺปมาณมณฺฑูกโปติกานํ อาสีวิเส กณฺหสปฺเป คิลนกาโล วิย ภวิสฺสติ. อยํ จุทฺทสมสฺส วิปาโก.
๑๕. ทุพฺพลราชกาเล ราชาโน หตฺถิสิปฺปาทีสุ อกุสลา ยุทฺเธสุ อวิสารทา ภวิสฺสนฺติ, เต อตฺตโน ราชาธิปจฺจํ อาสงฺกมานา สมานชาติกานํ กุลปุตฺตานํ อิสฺสริยํ อทตฺวา อตฺตโน ปาทมูลิกนฺหาปกกปฺปกาทีนํ ทสฺสนฺติ, ชาติโคตฺตสมฺปนฺนา กุลปุตฺตา ราชกุเล ปติฏฺฐํ อลภมานา ชีวิกํ กปฺเปตุํ อสมตฺถา หุตฺวา อิสฺสริยฏฺฐาเน ชาติโคตฺตหีเน อกุลีเน อุปฏฺฐหนฺตา วิจริสฺสนฺติ, สุวณฺณราชหํเสหิ กากสฺส ปริวาริตกาโล วิย ภวิสฺสติ. อยํ ปนฺนรสมสฺส วิปาโก.
๑๖. อธมฺมิกราชกาเลเยว จ อกุลีนาว ราชวลฺลภา อิสฺสรา ภวิสฺสนฺติ, กุลีนา อปฺปญฺญาตา ทุคฺคตา. เต ราชวลฺลภา ราชานํ อตฺตโน กถํ คาหาเปตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานาทีสุ พลวนฺโต หุตฺวา ทุพฺพลานํ ปเวณิอาคตานิ เขตฺตวตฺถุอาทีนิ ‘‘อมฺหากํ สนฺตกานิ เอตานี’’ติ อภิยุญฺชิตฺวา เต ‘‘น ตุมฺหากํ, อมฺหาก’’นฺติ อาคนฺตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานาทีสุ วิวทนฺเต เวตฺตลตาทีหิ ปหาราเปตฺวา คีวายํ คเหตฺวา อปกฑฺฒาเปตฺวา ‘‘อตฺตโน ปมาณํ น ชานาถ, อเมฺหหิ สทฺธึ วิวทถ, อิทานิ โว รญฺโญ กเถตฺวา หตฺถปาทจฺเฉทาทีนิ กาเรสฺสามา’’ติ สนฺตชฺเชสฺสนฺติ, เต เตสํ ภเยน อตฺตโน สนฺตกานิ เขตฺตวตฺถูนิ ‘‘ตุมฺหากํเยว ตานิ, คณฺหถา’’ติ นิยฺยาเตตฺวา อตฺตโน เคหานิ ปวิสิตฺวา ภีตา นิปชฺชิสฺสนฺติ. ปาปภิกฺขูปิ เปสเล ภิกฺขู ยถารุจิ วิเหเฐสฺสนฺติ, เปสลา ภิกฺขู ปฏิสรณํ อลภมานา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คหนฏฺฐาเนสุ นิลียิสฺสนฺติ, เอวํ หีนชจฺเจหิ เจว ปาปภิกฺขูหิ จ อุปทฺทุตานํ ชาติมนฺตกุลปุตฺตานญฺเจว เปสลภิกฺขูนญฺจ เอฬกานํ ภเยน ตสวกานํ ปลายนกาโล วิย ภวิสฺสติ. อยํ โสฬสมสฺส วิปาโก. เอวํ ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส ปุพฺพนิมิตฺตภูเต โสฬส สุปิเน ปสฺสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โกสลราชา วิย โสฬส สุปิเน’’ติ. เอตฺถ จ ปุพฺพนิมิตฺตโต อตฺตโน อตฺถานตฺถนิมิตฺตํ สุปินํ ปสฺสนฺโต อตฺตโน กมฺมานุภาเวน ปสฺสติ, โกสลราชา วิย โลกสฺส อตฺถานตฺถนิมิตฺตํ สุปินํ ปสฺสนฺโต ปน สพฺพสตฺตสาธารณกมฺมานุภาเวน ปสฺสตีติ เวทิตพฺพํ.
กุทฺธา หิ เทวตาติ นาคมหาวิหาเร มหาเถรสฺส กุทฺธา เทวตา วิย. โรหเณ กิร นาคมหาวิหาเร มหาเถโร ภิกฺขุสงฺฆํ อนปโลเกตฺวาว เอกํ นาครุกฺขํ ฉินฺทาเปสิ. รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา เถรสฺส กุทฺธา ปฐมเมว นํ สจฺจสุปิเนน ปโลเภตฺวา ปจฺฉา ‘‘อิโต เต สตฺตทิวสมตฺถเก อุปฏฺฐาโก ราชา มริสฺสตี’’ติ สุปิเน อาโรเจสิ. เถโร ตํ กถํ อาหริตฺวา ราโชโรธานํ อาจิกฺขิ. ตา เอกปฺปหาเรเนว มหาวิรวํ วิรวึสุ. ราชา ‘‘กึ เอต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ตา ‘เอวํ เถเรน วุตฺต’’นฺติ อาโรจยึสุ. ราชา ทิวเส คณาเปตฺวา สตฺตาเห วีติวตฺเต เถรสฺส หตฺถปาเท ฉินฺทาเปสิ. เอกนฺตสจฺจเมว โหตีติ ผลสฺส สจฺจภาวโต วุตฺตํ, ทสฺสนํ ปน วิปลฺลตฺถเมว. เตเนว ปหีนวิปลฺลาสา ปุพฺพนิมิตฺตภูตมฺปิ สุปินํ น ปสฺสนฺติ, ทฺวีหิ ตีหิ วา การเณหิ กทาจิ สุปินํ ปสฺสนฺตีติ อาห ‘‘สํสคฺคเภทโต’’ติ. ‘‘อเสกฺขา น ปสฺสนฺติ ปหีนวิปลฺลาสตฺตา’’ติ วจนโต จตุนฺนมฺปิ การณานํ วิปลฺลาโส เอว มูลการณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตนฺติ สุปินกาเล ปวตฺตํ ภวงฺคจิตฺตํ. รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณนฺติ กมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตโต อญฺญํ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณํ น โหติ. อีทิสานีติ ปจฺจกฺขโต อนุภูตปุพฺพปริกปฺปิตรูปาทิอารมฺมณานิ เจว ราคาทิสมฺปยุตฺตานิ จ. สพฺโพหาริกจิตฺเตนาติ ปกติจิตฺเตน. ทฺวีหิ อนฺเตหิ มุตฺโตติ กุสลากุสลสงฺขาเตหิ ทฺวีหิ อนฺเตหิ มุตฺโต. อาวชฺชนตทารมฺมณกฺขเณติ อิทํ ยาว ตทารมฺมณุปฺปตฺติ, ตาว ปวตฺตํ จิตฺตวารํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘สุปิเนเนว ทิฏฺฐํ วิย เม, สุตํ วิย เมติ กถนกาเล ปน อพฺยากโตเยว อาวชฺชนมตฺตสฺเสว อุปฺปชฺชนโต’’ติ วทนฺติ. เอวํ วทนฺเตหิ ปญฺจทฺวาเร ทุติยโมฆวาเร วิย มโนทฺวาเรปิ อาวชฺชนํ ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา ชวนฏฺฐาเน ฐตฺวา ภวงฺคํ โอตรตีติ อธิปฺเปตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ เอกจิตฺตกฺขณิกสฺส อาวชฺชนสฺส อุปฺปตฺติยํ ‘‘ทิฏฺฐํ วิย เม, สุตํ วิย เม’’ติ กปฺปนาย อสมฺภวโต.
เอตฺถ จ ‘‘สุปินนฺเตปิ ตทารมฺมณวจนโต ปจฺจุปฺปนฺนวเสน วา อตีตวเสน วา สภาวธมฺมาปิ สุปินนฺเต อารมฺมณํ โหนฺตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘ยทิปิ สุปินนฺเต วิภูตํ หุตฺวา อุปฏฺฐิเต รูปาทิวตฺถุมฺหิ ตทารมฺมณํ วุตฺตํ, ตถาปิ สุปินนฺเต อุปฏฺฐิตนิมิตฺตสฺส ปริกปฺปวเสน คเหตพฺพตาย ทุพฺพลภาวโต ทุพฺพลวตฺถุกตฺตาติ วุตฺต’’นฺติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘กรชกายสฺส นิรุสฺสาหสนฺตภาวปฺปตฺติโต ตนฺนิสฺสิตํ หทยวตฺถุ น สุปฺปสนฺนํ โหติ, ตโต ตนฺนิสฺสิตาปิ จิตฺตุปฺปตฺติ น สุปฺปสนฺนา อสุปฺปสนฺนวฏฺฏินิสฺสิตทีปปฺปภา วิย, ตสฺมา ทุพฺพลวตฺถุกตฺตาติ เอตฺถ ทุพฺพลหทยวตฺถุกตฺตา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ, วีมํสิตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ.
สุปินนฺตเจตนาติ มโนทฺวาริกชวนวเสน ปวตฺตา สุปินนฺเต เจตนา. สุปินญฺหิ ปสฺสนฺโต มโนทฺวาริเกเนว ชวเนน ปสฺสติ, น ปญฺจทฺวาริเกน. ปฏิพุชฺฌนฺโต จ มโนทฺวาริเกเนว ปฏิพุชฺฌติ, น ปญฺจทฺวาริเกน. นิทฺทายนฺตสฺส หิ มหาวฏฺฏึ ชาเลตฺวา ทีเป จกฺขุสมีปํ อุปนีเต ปฐมํ จกฺขุทฺวาริกํ อาวชฺชนํ ภวงฺคํ น อาวฏฺเฏติ, มโนทฺวาริกเมว อาวฏฺเฏติ, อถ ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. ทุติยวาเร จกฺขุทฺวาริกํ อาวชฺชนํ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏติ, ตโต จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ ชวนปริโยสานานิ ปวตฺตนฺติ, ตทนนฺตรํ ภวงฺคํ ปวตฺตติ. ตติยวาเร มโนทฺวาริกอาวชฺชเนน ภวงฺเค อาวฏฺฏิเต มโนทฺวาริกชวนํ ชวติ, เตน จิตฺเตน ‘‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน อาโลโก’’ติ ชานาติ. ตถา นิทฺทายนฺตสฺส กณฺณสมีเป ตูริเยสุ ปคฺคหิเตสุ ฆานสมีเป สุคนฺเธสุ วา ทุคฺคนฺเธสุ วา ปุปฺเผสุ อุปนีเตสุ มุเข สปฺปิมฺหิ วา ผาณิเต วา ปกฺขิตฺเต ปิฏฺฐิยํ ปาณินา ปหาเร ทินฺเน ปฐมํ โสตทฺวาริกาทีนิ อาวชฺชนานิ ภวงฺคํ น อาวฏฺเฏนฺติ, มโนทฺวาริกเมว อาวฏฺเฏติ, อถ ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. ทุติยวาเร โสตทฺวาริกาทีนิ อาวชฺชนานิ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏนฺติ, ตโต โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณาทีนิ ชวนปริโยสานานิ ปวตฺตนฺติ, ตทนนฺตรํ ภวงฺคํ ปวตฺตติ. ตติยวาเร มโนทฺวาริกอาวชฺชเนน ภวงฺเค อาวฏฺฏิเต มโนทฺวาริกชวนํ ชวติ, เตน จิตฺเตน ญตฺวา ‘‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน สทฺโท, สงฺขสทฺโท เภริสทฺโท’’ติ วา ‘‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน คนฺโธ, มูลคนฺโธ สารคนฺโธ’’ติ วา ‘‘กึ อิทํ มยฺหํ มุเข ปกฺขิตฺตํ, สปฺปิ ผาณิต’’นฺติ วา ‘‘เกนมฺหิ ปิฏฺฐิยํ ปหโฏ, อติถทฺโธ เม ปหาโร’’ติ วา วตฺตา โหติ, เอวํ มโนทฺวาริกชวเนเนว ปฏิพุชฺฌติ, น ปญฺจทฺวาริเกน. สุปินมฺปิ เตเนว ปสฺสติ, น ปญฺจทฺวาริเกน.
อสฺสาติ อสฺส อาปตฺตินิกายสฺส. นนุ จ อยุตฺโตยํ นิทฺเทโส ‘‘สงฺโฆ อาทิมฺหิ เจว เสเส จ อิจฺฉิตพฺโพ อสฺสา’’ติ. น หิ อาปตฺตินิกายสฺส อาทิมฺหิ เจว เสเส จ สงฺโฆ อิจฺฉิโต, กิญฺจรหิ วุฏฺฐานสฺสาติ อิมํ โจทนํ มนสิ สนฺนิธาย ยถา น วิรุชฺฌติ, ตถา อธิปฺปายํ วิวรนฺโต ‘‘กึ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิมาห. อาปตฺติโต วุฏฺฐานสฺส อาทิมฺหิ เจว เสเส จ อิจฺฉิโต สงฺโฆ อาปตฺติยาว อิจฺฉิโต นาม โหตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. อาปตฺติวุฏฺฐานนฺติ อาปตฺติโต วุฏฺฐานํ, อนาปตฺติกภาวูปคมนนฺติ อตฺโถ. วจนการณนฺติ ‘‘สงฺฆาทิเสโส’’ติ เอวํ วจเน การณํ. สมุทาเย นิรุโฬฺห นิกาย-สทฺโท ตเทกเทเส ปวตฺตมาโนปิ ตาย เอว รุฬฺหิยา ปวตฺตตีติ อาห รุฬีสทฺเทนาติ. อถ วา กิญฺจิ นิมิตฺตํ คเหตฺวา สติปิ อญฺญสฺมึ ตํนิมิตฺตยุตฺเต กิสฺมิญฺจิเทว วิสเย สมฺมุติยา จิรกาลตาวเสน นิมิตฺตวิรเหปิ ปวตฺตนิรุโฬฺห รุฬฺหี นาม. ยถา มหิยํ เสตีติ มหึโส, คจฺฉตีติ โคติ, เอวํ นิกาย-สทฺทสฺสปิ รุฬฺหิภาโว เวทิตพฺโพ. เอกสฺมิมฺปิ วิสิฏฺเฐ สติปิ สามญฺญา วิย สมุทาเย ปวตฺตโวหาโร อวยเวปิ ปวตฺตตีติ อาห อวยเว สมูหโวหาเรน วาติ. นวมสฺส อธิปฺปายสฺสาติ วีมํสาธิปฺปายสฺส.
๒๓๘-๒๓๙. โลมา เอเตสํ สนฺตีติ โลมสา, พหุโลมาติ วุตฺตํ โหติ. อโรโค ภวิสฺสามีติ ราคปริฬาหวูปสมโต นิโรโค ภวิสฺสามิ. โมจเนนาติ โมจนตฺถาย อุปกฺกมกรเณน. อุปกฺกมกรณเญฺหตฺถ โมจนนฺติ อธิปฺเปตํ โมเจติ เอเตนาติ กตฺวา. พีชํ ภวิสฺสตีติ โจฬคฺคหณาทิกมฺมํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๒๔๐. เทฺว อาปตฺติสหสฺสานีติ ขณฺฑจกฺกาทิเภทํ อนามสิตฺวา วุตฺตํ, อิจฺฉนฺเตน ปน ขณฺฑจกฺกาทิเภเทนปิ อาปตฺติคณนา กาตพฺพา. มิสฺสกจกฺกนฺติ อุภโตวฑฺฒนกํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอตฺถ จ นีลญฺจ ปีตกญฺจาติอาทินา เอกกฺขเณ อเนกวณฺณานํ โมจนาธิปฺปายวจนํ ยถาธิปฺปาเยน โมจนํ ภวตุ วา มา วา, อิมินาปิ อธิปฺปาเยน อุปกฺกมิตฺวา โมเจนฺตสฺส อาปตฺติ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ. น หิ เอกสฺมึ ขเณ นีลาทีนํ สพฺเพสมฺปิ มุตฺติ สมฺภวติ. อญฺญํ วทตีติ อตฺตโน โทสํ อุชุํ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต ปุน ปุฏฺโฐ อญฺญํ ภณติ.
โมจนสฺสาโทติ โมจนสฺส ปุพฺพภาเค ปวตฺตอสฺสาโท. เตเนว ‘‘โมเจตุํ อสฺสาโท โมจนสฺสาโท’’ติ วุตฺตํ. เคหสฺสิตเปมนฺติ เอตฺถ เคห-สทฺเทน เคเห ฐิตา มาตุภคินีอาทโย อชฺฌตฺติกญาตกา คหิตา. เตสุ มาตุเปมาทิวเสน อุปฺปนฺโน สิเนโห เคหสฺสิตเปมํ, อญฺญตฺถ ปน เคหสฺสิตเปมนฺติ ปญฺจกามคุณิกราโค วุจฺจติ. สมฺปยุตฺตอสฺสาทสีเสนาติ ราคสมฺปยุตฺตสุขเวทนามุเขน. เอเกน ปเทนาติ เคหสฺสิตเปม-ปเทน.
ตเถวาติ โมจนสฺสาทเจตนาย เอว. ปุพฺพภาเค โมจนสฺสาทวเสน กตปฺปโยคํ อวิชหิตฺวาว สยิตตฺตา ‘‘สเจ ปน…เป… สงฺฆาทิเสโส’’ติ วุตฺตํ. ปุน สุทฺธจิตฺเต อุปฺปนฺเน ตสฺส ปโยคสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตา ‘‘สุทฺธจิตฺโต…เป… อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ชคฺคนตฺถายาติ โธวนตฺถาย. อโนกาสนฺติ องฺคชาตปฺปเทสํ.
๒๖๓-๒๖๔. เคหสฺสิตกามวิตกฺกนฺติ ปญฺจกามคุณสนฺนิสฺสิตํ กามวิตกฺกํ. วตฺถึ ทฬฺหํ คเหตฺวาติ องฺคชาตสฺส อคฺเค ปสฺสาวนิคฺคมนฏฺฐาเน จมฺมํ ทฬฺหํ คเหตฺวา. นิมิตฺเต อุปกฺกมาภาวโต ‘‘โมจนสฺสาทาธิปฺปายสฺสปิ มุตฺเต อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ.
๒๖๕. ‘‘เอหิ เม ตฺวํ, อาวุโส, สามเณราติ อาณตฺติยา อญฺเญน กโตปิ ปโยโค อตฺตนาว กโต นาม โหตีติ กตฺวา อาปตฺติ วุตฺตา. ยทิ ปน อนาณตฺโต สยเมว กโรติ, องฺคปาริปูริยา อภาวโต อนาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. สุตฺตสามเณรวตฺถุสฺมึ อสุจิมฺหิ มุตฺเตปิ องฺคชาตสฺส คหณปจฺจยา ทุกฺกฏํ วุตฺตํ, น ปน มุตฺตปจฺจยา.
๒๖๖. กายตฺถมฺภนวตฺถุสฺมึ จลนวเสน ยถา องฺคชาเตปิ อุปกฺกโม สมฺภวติ, ตถาปิ วิชมฺภิตตฺตา อาปตฺติ วุตฺตา. ‘‘ปจฺฉโต วา’’ติ วจนโต อุโภสุ ปสฺเสสุ กฏิยํ อูรุปฺปเทโสปิ คหิโตเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ, ตสฺมา อุโภสุปิ ปสฺเสสุ ฐตฺวา อิมสฺมึ โอกาเส นิมิตฺตนฺติ อุปนิชฺฌายนฺตสฺสปิ อาปตฺติเยว. ‘‘องฺคชาต’’นฺติ วจนโต นิมิตฺตนฺติ ปสฺสาวมคฺโคว วุตฺโต. อุมฺมีลนนิมีลนวเสน ปน น กาเรตพฺโพติ อุมฺมีลนนิมีลนปฺปโยควสเอน อาปตฺติเภโท น กาเรตพฺโพติ อตฺโถ. อเนกกฺขตฺตุมฺปิ อุมฺมีเลตฺวา นิมีเลตฺวา อุปนิชฺฌายนฺตสฺส เอกเมว ทุกฺกฏนฺติ วุตฺตํ โหติ. อกฺขีนิ อวิปฺผนฺเทตฺวา อภิมุขํ สมฺปตฺตสฺส มาตุคามสฺส นิมิตฺโตโลกเนปิ อาปตฺติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ทารุธีตลิกเลปจิตฺตานํ องฺคชาตุปนิชฺฌาเนปิ ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ.
๒๖๗. ปุปฺผาวลีติ กีฬาวิเสสสฺสาธิวจนํ. ตํ กีฬนฺตา นทีอาทีสุ ฉินฺนตฏํ อุทเกน จิกฺขลฺลํ กตฺวา ตตฺถ อุโภ ปาเท ปสาเรตฺวา นิสินฺนา ปปตนฺติ. ‘‘ปุปฺผาวลิย’’นฺติปิ ปาโฐ. ปเวเสนฺตสฺสาติ ทฺวิกมฺมกตฺตา วาลิกํ องฺคชาตนฺติ อุภยตฺถาปิ อุปโยควจนํ กตํ. วาลิกนฺติ วาลิกายาติ อตฺโถ. เจตนา, อุปกฺกโม, มุจฺจนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ เวทิตพฺพานิ.
สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๖๙. ทุติเย เยสุ วิวเฏสุ อนฺธกาโร โหติ, ตานิ วิวรนฺโตติ พฺราหฺมณิยา สทฺธึ กายสํสคฺคํ สมาปชฺชิตุกาโม เอวมกาสิ. เตน กตสฺสปิ วิปฺปการสฺส อตฺตนิ กตตฺตา ‘‘อตฺตโน วิปฺปการ’’นฺติ วุตฺตํ. อุฬารตฺตตาติ อุฬารจิตฺตตา, ปณีตาธิมุตฺตตาติ วุตฺตํ โหติ.
๒๗๐. โอติณฺโณติ อิทํ กมฺมสาธนํ กตฺตุสาธนํ วา โหตีติ ตทุภยวเสน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยกฺขาทีหิ วิย สตฺตา’’ติอาทิมาห. อสมเปกฺขิตฺวาติ ยถาสภาวํ อนุปปริกฺขิตฺวา, ยถา เต รติชนกา รูปาทโย วิสยา อนิจฺจทุกฺขาสุภานตฺตากาเรน อวตฺถิตา, ตถา อปสฺสิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ.
๒๗๑. สญฺญมเวลนฺติ สีลมริยาทํ. อาจาโรติ อาจรณํ หตฺถคหณาทิกิริยา. อสฺสาติ ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ ปทสฺส.
๒๗๓. เอเตสํ ปทานํ วเสนาติ อามสนาทิปทานํ วเสน. อิโต จิโต จ…เป… สญฺโจเปตีติ อตฺตโน หตฺถํ วา กายํ วา ติริยํ อิโต จิโต จ สญฺจาเรติ. ‘‘กายโต อโมเจตฺวาวาติ วจนโต มตฺถกโต ปฏฺฐาย หตฺถํ โอตาเรนฺตสฺส กายโต โมเจตฺวา นิวตฺถสาฏกูปริ โอมสนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ, สาฏกโต โอตาเรตฺวา ชงฺฆโต ปฏฺฐาย กายํ โอมสนฺตสฺส ปุน สงฺฆาทิเสโส’’ติ วทนฺติ.
ทฺวาทสสุปิ อามสนาทิปฺปโยเคสุ เอเกกสฺมึ ปโยเค กายโต อโมจิเต เอเกกาว อาปตฺติ โหตีติ อาห ‘‘มูลคฺคหณเมว ปมาณ’’นฺติ. อิทญฺจ เอเกน หตฺเถน กายํ คเหตฺวา อิตเรน หตฺเถน กายปรามสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอเกน ปน หตฺเถน กายปฏิพทฺธํ คเหตฺวา อิตเรน ตตฺถ ตตฺถ กายํ ปรามสโต ปโยคคณนาย อาปตฺติ. อยํ ปน สงฺฆาทิเสโส น เกวลํ วตฺถุวเสเนว, อปิจ สญฺญาวเสนปีติ อาห ‘‘อิตฺถิยา อิตฺถิสญฺญิสฺส สงฺฆาทิเสโส’’ติ. ปาฬิยํ ติรจฺฉานคโต จ โหตีติ เอตฺถ ติรจฺฉานคติตฺถิยา ติรจฺฉานคตปุริสสฺส จ คหณํ เวทิตพฺพํ.
สมสาราโคติ กายสํสคฺคราเคน เอกสทิสราโค. ปุริมนเยเนวาติ รชฺชุวตฺถาทีหิ ปริกฺขิปิตฺวา คหเณ วุตฺตนเยน. ปุน ปุริมนเยเนวาติ สมสาราโค วุตฺโต. อนนฺตรนเยเนวาติ กายปฏิพทฺธอามสนนเยน. เวณิคฺคหเณน โลมานมฺปิ สงฺคหิตตฺตา โลมานํ ผุสเนปิ สงฺฆาทิเสโส วุตฺโต. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ปกาเสตุกาโม ‘‘อุปาทินฺนเกน หี’’ติอาทิมาห.
ยถานิทฺทิฏฺฐนิทฺเทเสติ ยถาวุตฺตกายสํสคฺคนิทฺเทเส. เตนาติ เตน ยถาวุตฺตการเณน. สญฺญาย วิราคิตมฺหีติ สญฺญาย วิรทฺธาย. ลิงฺคพฺยตฺตเยน ‘‘วิราคิตมฺหี’’ติ วุตฺตํ. อิมํ นาม วตฺถุนฺติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อาคตํ สนฺธาย วทติ. อญฺญมฺปิ ยํ กิญฺจิ วตฺถุํ สนฺธาย วทตีติปิ เกจิ. สารตฺตนฺติ กายสํสคฺคราเคน สารตฺตํ. วิรตฺตนฺติ กายสํสคฺคราครหิตํ มาตุภคินีอาทึ สนฺธาย วทติ. ‘‘วิรตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วิรตฺตํ คณฺหิ, ทุกฺกฏนฺติ มาตุเปมาทิวเสน คหเณ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ.
อิมาย ปาฬิยา สเมตีติ สมฺพนฺโธ. กถํ สเมตีติ เจ? ยทิ หิ ‘‘อิตฺถิยา กายปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺเน อิตฺถิสญฺญา วิราคิตา ภเวยฺย, กายปฏิพทฺธคฺคหเณ ถุลฺลจฺจยํ วทนฺเตน ภควตา ‘‘อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี จา’’ติ น วตฺตพฺพํ สิยา, วุตฺตญฺจ, ตสฺมา ‘‘อิตฺถิยา กายปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามี’’ติ กายํ คณฺหนฺตสฺส อิตฺถิสญฺญา วิราคิตา นาม น โหตีติ ‘‘กายปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามีติ กายํ คณฺหนฺโต ยถาวตฺถุกเมว อาปชฺชตี’’ติ มหาสุมตฺเถเรน วุตฺตวาโท อิมาย ปาฬิยา สเมติ. โย ปเนตฺถ ‘‘สติปิ อิตฺถิสญฺญาย กายปฏิพทฺธํ คณฺหนฺตสฺส คหณสมเย ‘กายปฏิพทฺธํ คณฺหิสฺสามี’ติ สญฺญํ ฐเปตฺวา ‘อิตฺถึ คณฺหามี’ติ สญฺญาย อภาวโต วตฺถุสญฺญานํ ภินฺนตฺตา อยุตฺต’’นฺติ วเทยฺย, โส ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘กึ กายปฏิพทฺธํ วตฺถาทึ คณฺหนฺโต อิตฺถิยา ราเคน คณฺหาติ, อุทาหุ วตฺถาทีสุ ราเคนา’’ติ. ยทิ ‘‘วตฺถาทีสุ ราเคน คณฺหาตี’’ติ วเทยฺย, อิตฺถิยา กายปฏิพทฺธํ อหุตฺวา อญฺญตฺถ ฐิตํ วตฺถาทึ คณฺหนฺตสฺสปิ ถุลฺลจฺจยํ สิยา, ตสฺมา อิตฺถี อิตฺถิสญฺญา สารตฺตภาโว คหณญฺจาติ องฺคปาริปูริสพฺภาวโต มหาสุมตฺเถรวาโทว ยุตฺตวาโท. อฏฺฐกถาวินิจฺฉเยหิ จ สเมตีติ เอตฺถาปิ อยมธิปฺปาโย – ยทิ สญฺญาวิราเคน วิราคิตํ นาม สิยา, ‘‘สมฺพหุลา อิตฺถิโย พาหาหิ ปริกฺขิปิตฺวา คณฺหามี’’ติ เอวํสญฺญิสฺส ‘‘มชฺฌคติตฺถิโย กายปฏิพทฺเธน คณฺหามี’’ติ เอวรูปาย สญฺญาย อภาวโต มชฺฌคตานํ วเสน ถุลฺลจฺจยํ น สิยา, เอวํ สนฺเตปิ อฏฺฐกถาย ถุลฺลจฺจยสฺส วุตฺตตฺตา สญฺญาวิราเคน วิราคิตํ นาม น โหตีติ อยมตฺโถ สิทฺโธเยวาติ. นีเลน ทุวิญฺเญยฺยสภาวโต กาฬิตฺถี วุตฺตา.
๒๗๙. เสวนาธิปฺปาโยติ ผสฺสสุขเสวนาธิปฺปาโย. อิตฺถิยา กาเยน ภิกฺขุสฺส กายปฏิพทฺธามสนวาเรปิ ผสฺสํ ปฏิวิชานาตีติ อิทํ อตฺตโน กายปฏิพทฺธามสเนปิ กายสมฺพนฺธสภาวโต วุตฺตํ. เอตฺถาติ นิสฺสคฺคิเยน นิสฺสคฺคิยวาเร. โมกฺขาธิปฺปาโยติ เอตฺถ ปฐมํ กายสํสคฺคราเค สติปิ ปจฺฉา โมกฺขาธิปฺปายสฺส อนาปตฺติ.
๒๘๑. ปาริปนฺถิกาติ วิลุมฺปนิกา, อนฺตรายิกาติ วุตฺตํ โหติ. นทีโสเตน วุยฺหมานํ มาตรนฺติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, อญฺญาสุปิ ปน อิตฺถีสุ การุญฺญาธิปฺปาเยน มาตริ วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชนฺตสฺส เนวตฺถิ โทโสติ วทนฺติ. ‘‘มาตร’’นฺติ วุตฺตตฺตา อญฺญาสํ น วฏฺฏตีติ วทนฺตาปิ อตฺถิ. ติณณฺฑุปกนฺติ หิรีเวราทิมูเลหิ กตจุมฺพฏกํ. ตาลปณฺณมุทฺทิกนฺติ ตาลปณฺเณหิ กตองฺคุลิมุทฺทิกํ. ปริวตฺเตตฺวาติ อตฺตโน นิวาสนปารุปนภาวโต อปเนตฺวา, จีวรตฺถาย อปนาเมตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. จีวรตฺถาย ปาทมูเล ฐเปติ, วฏฺฏตีติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ, ปจฺจตฺถรณวิตานาทิอตฺถมฺปิ วฏฺฏติเยว, ปูชาทิอตฺถํ ตาวกาลิกมฺปิ คเหตุํ วฏฺฏติ.
อิตฺถิสณฺฐาเนน กตนฺติ เอตฺถ เหฏฺฐิมปริจฺเฉทโต ปาราชิกวตฺถุภูตติรจฺฉานคติตฺถีนมฺปิ อนามาสภาวโต ตาทิสํ อิตฺถิสณฺฐาเนน กตํ ติรจฺฉานคตรูปมฺปิ อนามาสนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ภิกฺขุนีหิ ปฏิมารูปํ อามสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ อาจริยา. อิตฺถิรูปานิ ทสฺเสตฺวา กตํ วตฺถญฺจ ปจฺจตฺถรณญฺจ ภิตฺติญฺจ อิตฺถิรูปํ อนามสิตฺวา คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. ภินฺทิตฺวาติ เอตฺถ หตฺเถน อคฺคเหตฺวาว เกนจิเทว ทณฺฑาทินา ภินฺทิตพฺพํ. เอตฺถ จ ‘‘อนามาสมฺปิ หตฺเถน อปรามสิตฺวา ทณฺฑาทินา เกนจิ ภินฺทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิธ วุตฺตตฺตา ‘‘ปํสุกูลํ คณฺหนฺเตน มาตุคามสรีเรปิ สตฺถาทีหิ วณํ กตฺวา คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตตฺตา จ คหิตมณฺฑูกสปฺปินึ ทณฺฑาทีหิ นิปฺปีเฬตฺวา มณฺฑูกํ วิสฺสชฺชาเปตุํ วฏฺฏติ.
มคฺคํ อธิฏฺฐายาติ มคฺเค คจฺฉามีติ เอวํ มคฺคสญฺญี หุตฺวาติ อตฺโถ. กีฬนฺเตนาติ อิทํ คิหิสนฺตกํ สนฺธาย วุตฺตํ, ภิกฺขุสนฺตกํ ปน เยน เกนจิ อธิปฺปาเยน อนามสิตพฺพเมว ทุรุปจิณฺณภาวโต. ตาลปนสาทีนีติ เจตฺถ อาทิ-สทฺเทน นาฬิเกรลพุชติปุสอลาพุกุมฺภณฺฑปุสฺสผลเอฬาลุกผลานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ยถาวุตฺตผลานํเยว เจตฺถ กีฬาธิปฺปาเยน อามสนํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา ปาสาณสกฺขราทีนิ กีฬาธิปฺปาเยนปิ อามสิตุํ วฏฺฏติ.
มุตฺตาติ หตฺถิกุมฺภชาทิกา อฏฺฐวิธา มุตฺตา. ตถา หิ หตฺถิกุมฺภํ, วราหทาฐํ, ภุชงฺคสีสํ, วลาหกํ, เวฬุ, มจฺฉสิโร, สงฺโข, สิปฺปีติ อฏฺฐ มุตฺตาโยนิโย. ตตฺถ หตฺถิกุมฺภชา ปีตวณฺณา ปภาวิหีนา. วราหทาฐชา วราหทาฐวณฺณาว. ภุชงฺคสีสชา นีลาทิวณฺณา สุวิสุทฺธา วฏฺฏลา. วลาหกชา อาภาสูรา ทุพฺพิภาครูปา รตฺติภาเค อนฺธการํ วิทฺธมนฺติโย ติฏฺฐนฺติ, เทวูปโภคา เอว จ โหนฺติ. เวฬุชา กรกผลสมานวณฺณา น อาภาสูรา, เต จ เวฬู อมนุสฺสโคจเร เอว ปเทเส ชายนฺติ. มจฺฉสิรชา ปาฐีนปิฏฺฐิสมอานวณฺณา วฏฺฏลา ลฆโว จ โหนฺติ ปภาวิหีนา จ, เต จ มจฺฉา สมุทฺทมชฺเฌเยว ชายนฺติ. สงฺขชา สงฺขอุทรจฺฉวิวณฺณา โกลผลปฺปมาณาปิ โหนฺติ ปภาวิหีนาว. สิปฺปิชา ปภาวิเสสยุตฺตา โหนฺติ นานาสณฺฐานา. เอวํ ชาติโต อฏฺฐวิธาสุ มุตฺตาสุ ยา มจฺฉสงฺขสิปฺปิชา, ตา สามุทฺทิกา. ภุชงฺคชาปิ กาจิ สามุทฺทิกา โหนฺติ, อิตรา อสามุทฺทิกา. ยสฺมา พหุลํ สามุทฺทิกาว มุตฺตา โลเก ทิสฺสนฺติ, ตตฺถาปิ สปฺปิชาว, อิตรา กทาจิ กาจิ, ตสฺมา สมฺโมหวิโนทนิยํ ‘‘มุตฺตาติ สามุทฺทิกา มุตฺตา’’ติ วุตฺตํ.
มณีติ ฐเปตฺวา เวฬุริยาทิเก เสโส โชติรสาทิเภโท สพฺโพปิ มณิ. เวฬุริโยติ วํสวณฺณมณิ. สงฺโขติ สามุทฺทิกสงฺโข. สิลาติ กาฬสิลาปณฺฑุสิลาเสตสิลาทิเภทา สพฺพาปิ สิลา. รชตนฺติ กหาปณาทิกํ วุตฺตาวเสสํ รตนสมฺมตํ. ชาตรูปนฺติ สุวณฺณํ. โลหิตงฺโกติ รตฺตมณิ. มสารคลฺลนฺติ กพรมณิ. ภณฺฑมูลตฺถายาติ ปตฺตจีวราทิภณฺฑมูลตฺถาย. กุฏฺฐโรคสฺสาติ นิทสฺสนมตฺตํ, ตาย วูปสเมตพฺพสฺส ยสฺส กสฺสจิ โรคสฺสตฺถายปิ วฏฺฏติเยว. ‘‘เภสชฺชตฺถญฺจ อธิฏฺฐาเยว มุตฺตา วฏฺฏตี’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อากรมุตฺโตติ อากรโต มุตฺตมตฺโต. ‘‘ภณฺฑมูลตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิมินา จ อามสิตุมฺปิ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ปจิตฺวา กโตติ กาจกาเรหิ ปจิตฺวา กโต.
โธตวิทฺโธ จ รตนมิสฺโสติ อลงฺการตฺถํ กญฺจนลตาทึ ทสฺเสตฺวา กโต รตนขจิโต โธตวิทฺโธ อนามาโส. โธตวิทฺโธ จ รตนมิสฺโส จาติ วิสุํ วา ปทํ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ปานียสงฺโขติ อิมินา จ สงฺเขน กตปานียภาชนปิธานาทิสมณปริกฺขาโรปิ อามสิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. เสสนฺติ รตนมิสฺสํ ฐเปตฺวา อวเสสํ. มุคฺควณฺณํเยว รตนสมฺมิสฺสํ กโรนฺติ, น อญฺญนฺติ อาห ‘‘มุคฺควณฺณาวา’’ติ, มุคฺควณฺณา รตนมิสฺสาว น วฏฺฏตีติ วุตฺตํ โหติ. เสสาติ รตนสมฺมิสฺสํ ฐเปตฺวา อวเสสา มุคฺควณฺณา นีลสิลา.
พีชโต ปฏฺฐายาติ ธาตุปาสาณโต ปฏฺฐาย. สุวณฺณเจติยนฺติ ธาตุกรณฺฑกํ. ปฏิกฺขิปีติ ‘‘ธาตุฏฺฐปนตฺถาย คณฺหถา’’ติ อวตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ คณฺหถา’’ติ เปสิตตฺตา ปฏิกฺขิปิ. สุวณฺณพุพฺพุฬกนฺติ สุวณฺณตารกํ. ‘‘เกฬาปยิตุนฺติ อิโต จิโต จ สญฺจารนฺเตหิ อามสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. กจวรเมว หริตุํ วฏฺฏตีติ เจติยโคปกา วา ภิกฺขู โหนฺตุ อญฺเญ วา, หตฺเถนปิ ปุญฺฉิตฺวา กจวรํ อปเนตุํ วฏฺฏติ, มลมฺปิ ปมชฺชิตุํ วฏฺฏติเยว.
อารกูฏโลหนฺติ กิตฺติมโลหํ. ตีณิ หิ กิตฺติมโลหานิ กํสโลหํ, วฏฺฏโลหํ, อารกูฏนฺติ. ตตฺถ ติปุตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ กํสโลหํ, สีสตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ วฏฺฏโลหํ, ปกติรสตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ อารกูฏํ. เตเนว ตํกรเณน นิพฺพตฺตตฺตา ‘‘กิตฺติมโลห’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘ชาตรูปคติกเมวาติ วุตฺตตฺตา อารกูฏํ สุวณฺณสทิสเมว อามสิตุํ น วฏฺฏติ, อญฺญํ ปน วฏฺฏตี’’ติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘อารกูฏํ อนามสิตพฺพโต ชาตรูปคติกเมวาติ วุตฺตํ, ตสฺมา อุภยมฺปิ ชาตรูปํ วิย อามสิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ปฐมํ วุตฺโตเยว จ อตฺโถ คณฺฐิปทกาเรหิ อธิปฺเปโต. ปฏิชคฺคิตุํ วฏฺฏตีติ เสนาสนปฏิพทฺธตฺตา วุตฺตํ.
สามิกานํ เปเสตพฺพนฺติ สามิกานํ สาสนํ เปเสตพฺพํ. ภินฺทิตฺวาติ หตฺเถน อคฺคเหตฺวา อญฺเญน เยน เกนจิ ภินฺทิตฺวา. เภริสงฺฆาโฏติ สงฺฆฏิตจมฺมเภรี. วีณาสงฺฆาโฏติ สงฺฆฏิตจมฺมวีณา. จมฺมวินทฺธานํ เภริวีณานเมตํ อธิวจนํ. ตุจฺฉโปกฺขรนฺติ อวินทฺธจมฺมํ เภริโปกฺขรํ วีณาโปกฺขรญฺจ. อาโรปิตจมฺมนฺติ เภริอาทีนํ วินทฺธนตฺถาย มุขวฏฺฏิยํ อาโรปิตจมฺมํ ตโต อุทฺธริตฺวา วิสุํ ฐปิตจมฺมญฺจ. โอนหิตุํ วาติ เภริโปกฺขราทีนิ จมฺมํ อาโรเปตฺวา วินนฺธิตุํ. โอนหาเปตุํ วาติ ตเถว อญฺเญหิ วินนฺธาเปตุํ. ปาราชิกปฺปโหนกกาเลติ อกุถิตกาเล.
๒๘๒. สงฺกมาทิ ภูมิคติกตฺตา น กายปฏิพทฺธฏฺฐานิยนฺติ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. เอกปทิกสงฺกโมติ ขุทฺทกเสตุ. สกฏมคฺคสงฺกโมติ สกฏมคฺคภูโต มหาเสตุ. ฐานา จาเลตุนฺติ รชฺชุํ ฐานา จาเลตุํ. ปฏิจฺฉาเทตพฺพาติ อปเนตพฺพา. มนุสฺสิตฺถี, อิตฺถิสญฺญิตา, กายสํสคฺคราโค, เตน ราเคน วายาโม, หตฺถคฺคาหาทิสมาปชฺชนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๘๓. ตติเย อุตฺตรปทโลเปน ฉินฺนโอตฺตปฺปา ‘‘ฉินฺนิกา’’ติ วุตฺตาติ อาห ‘‘ฉินฺนิกาติ ฉินฺนโอตปฺปา’’ติ.
๒๘๕. ยถา ยุวา ยุวตินฺติ เอเตน โอภาสเน นิราสงฺกภาวํ ทสฺเสติ. เมถุนุปสญฺหิตาหีติ อิทํ ทุฏฺฐุลฺลวาจาย สิขาปฺปตฺตลกฺขณทสฺสนํ. อิตฺถิลกฺขเณนาติ วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘สุภลกฺขเณนา’’ติ วุตฺตํ. น ตาว สีสํ เอตีติ ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติอาทินา วณฺณภณนํ สงฺฆาทิเสสาปตฺติชนกํ หุตฺวา มตฺถกํ น ปาปุณาติ. วณฺณภณนญฺหิ เยนากาเรน ภณนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส โหติ, เตนากาเรน ภณนฺตสฺส สิขาปฺปตฺตํ นาม โหติ. ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สมนฺนาคตาสีติอาทิกํ ปน ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราควเสน ภณนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ.
เอกาทสหิ ปเทหิ อฆฏิเต สีสํ น เอตีติ ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทีหิ เอกาทสหิ ปเทหิ อฆฏิเต อวณฺณภณนํ สีสํ น เอติ, อวณฺณภณนํ นาม น โหตีติ วุตฺตํ โหติ. ฆฏิเตปีติ เอกาทสหิ ปเทหิ อวณฺณภณเน ฆฏิเตปิ. อิเมหิ ตีหิ ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโสติ ‘‘สิขรณี’’ติอาทีหิ ตีหิเยว ปเทหิ อวณฺณภณเน ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส ปสฺสาวมคฺคสฺส นิยตวจนตฺตา อจฺโจฬาริกตฺตา จ. อนิมิตฺตาสีติอาทีหิ ปน อฏฺฐหิ ปเทหิ ฆฏิเต เกวลํ อวณฺณภณนเมว สมฺปชฺชติ, น สงฺฆาทิเสโส, ตสฺมา ตานิ ถุลฺลจฺจยวตฺถูนีติ เกจิ. อกฺโกสนมตฺตตฺตา ทุกฺกฏวตฺถูนีติ อปเร. ปริพฺพาชิกาวตฺถุสฺมึ วิย ถุลฺลจฺจยเมเวตฺถ ยุตฺตตรํ ทิสฺสติ. กุญฺจิกปณาลิมตฺตนฺติ กุญฺจิกาฉิทฺทมตฺตํ.
๒๘๖-๒๘๗. ครุกาปตฺตินฺติ ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺเค ปาราชิกาปตฺตึ สนฺธาย วทติ. หสนฺโต หสนฺโตติ สภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อหสนฺโตปิ วาจสฺสาทราเคน ปุนปฺปุนํ วทติ, อาปตฺติเยว. กายจิตฺตโตติ หตฺถมุทฺทาย โอภาสนฺตสฺส กายจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ.
๒๘๘. ตสฺมา ทุกฺกฏนฺติ อปฺปฏิวิชานนเหตุ ทุกฺกฏํ, ปฏิวิชานนฺติยา ปน อเขตฺตปทตฺตา ถุลฺลจฺจเยน ภวิตพฺพํ. เตเนว ปริพฺพาชิกาวตฺถุสฺมึ ปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ วกฺขติ.
๒๘๙. อสทฺธมฺมํ สนฺธายาหาติ ‘‘วาปิต’’นฺติ อิมสฺส พีชนิกฺเขปวจนตฺตา วุตฺตํ. สํสีทตีติ วหติ ปวตฺตติ. อถ วา สํสีทตีติ สํสีทิสฺสติ. มนุสฺสิตฺถี, อิตฺถิสญฺญิตา, ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราโค, เตน ราเคน โอภาสนํ, ตงฺขณวิชานนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๙๐. จตุตฺเถ จีวรนฺติ นิวาสนาทิ ยํ กิญฺจิ จีวรํ. ปิณฺฑปาตนฺติ โย โกจิ อาหาโร. โส หิ ปิณฺโฑเลฺยน ภิกฺขุโน ปตฺเต ปตนโต ตตฺถ ตตฺถ ลทฺธภิกฺขานํ ปิณฺฑานํ ปาโต สนฺนิปาโตติ วา ปิณฺฑปาโตติ วุจฺจติ. เสนาสนนฺติ สยนญฺจ อาสนญฺจ. ยตฺถ หิ วิหาราทิเก เสติ นิปชฺชติ อาสติ นิสีทติ, ตํ เสนาสนํ. ปติ เอติ เอตสฺมาติ ปจฺจโยติ อาห ‘‘ปติกรณฏฺเฐน ปจฺจโย’’ติ. โรคสฺส ปติอยนฏฺเฐน วา ปจฺจโย, ปจฺจนีกคมนฏฺเฐนาติ อตฺโถ, วูปสมนตฺเถนาติ วุตฺตํ โหติ. ธาตุกฺโขภลกฺขณสฺส หิ ตํเหตุกทุกฺขเวทนาลกฺขณสฺส วา โรคสฺส ปฏิปกฺขภาโว ปติอยนฏฺโฐ. ยสฺส กสฺสจีติ สปฺปิอาทีสุ ยสฺส กสฺสจิ. สปฺปายสฺสาติ หิตสฺส วิการวูปสเมนาติ อธิปฺปาโย. ภิสกฺกสฺส กมฺมํ เตน วิธาตพฺพโต, เตนาห ‘‘อนุญฺญาตตฺตา’’ติ. นครปริกฺขาเรหีติ นครํ ปริวาเรตฺวา รกฺขณเกหิ. อาวาฏปริกฺเขโป ปริขา อุทฺทาโป ปากาโร เอสิกา ปลิโฆ ปาการมตฺถกมณฺฑลนฺติ สตฺต นครปริกฺขาราติ วทนฺติ. เสตปริกฺขาโรติ สุวิสุทฺธสีลาลงฺกาโร. อริยมคฺโค หิ อิธ ‘‘รโถ’’ติ อธิปฺเปโต. ตสฺส จ สมฺมาวาจาทโย อลงฺการฏฺเฐน ‘‘ปริกฺขาโร’’ติ วุตฺตา. จกฺกวีริโยติ วีริยจกฺโก. ชีวิตปริกฺขาราติ ชีวิตสฺส ปวตฺติการณานิ. สมุทาเนตพฺพาติ สมฺมา อุทฺธํ อุทฺธํ อาเนตพฺพา ปริเยสิตพฺพา. ปริวาโรปิ โหติ อนฺตรายานํ ปริโต วารณโต, เตนาห – ‘‘ชีวิต…เป… รกฺขณโต’’ติ. ตตฺถ อนฺตรนฺติ วิวรํ, โอกาโสติ อตฺโถ. รกฺขณโตติ เวริกานํ อนฺตรํ อทตฺวา อตฺตโน สามีนํ ปริวาเรตฺวา ฐิตเสวกา วิย รกฺขณโต. อสฺสาติ ชีวิตสฺส. การณภาวโตติ จิรปฺปวตฺติยา การณภาวโต. รสายนภูตญฺหิ เภสชฺชํ สุจิรมฺปิ กาลํ ชีวิตํ ปวตฺเตติเยว.
๒๙๑. อุปจาเรติ ยตฺถ ฐิโต วิญฺญาเปตุํ สกฺโกติ, ตาทิเส. กาโม เจว เหตุ จ ปาริจริยา จ อตฺโถ. เสสํ พฺยญฺชนนฺติอาทีสุ ปาฬิยํ ‘‘อตฺตกาม’’นฺติ ปทํ อุทฺธริตฺวา อตฺตโน กามํ, อตฺตโน เหตุํ, อตฺตโน อธิปฺปายํ, อตฺตโน ปาริจริยนฺติ จตฺตาโร อตฺถา ปทภาชเน วุตฺตา. เตสุ ปฐเม อตฺถวิกปฺเป กาโม จ เหตุ จ ปาริจริยา จ อตฺโถ, เสสํ อธิปฺปายปทเมกํ พฺยญฺชนํ ปฐมวิคฺคเห ตทตฺถสฺส อสมฺภวภาวโต นิรตฺถกตฺตา. ทุติเย ปน อตฺถวิกปฺเป อธิปฺปาโย จ ปาริจริยา จ อตฺโถ, กาโม จ เหตุ จาติ เสสํ ปททฺวยํ พฺยญฺชนํ เตสํ ตตฺถ อตฺถาภาวโตติ เอวํ จตฺตาริ ปทานิ ทฺวินฺนํ วิคฺคหานํ วเสน โยชิตานีติ เกจิ วทนฺติ. คณฺฐิปเท จ อยเมวตฺโถ วุตฺโต. จูฬมชฺฌิมมหาคณฺฐิปเทสุ ปน ‘‘ปฐมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป กาโม จ เหตุ จ ปาริจริยา จ อธิปฺปายตฺโถ, เสสํ เมถุนธมฺมสงฺขาเตน กาเมนาติอาทิ วิคฺคหวากฺยํ อกฺขรวิวรณมตฺตโต พฺยญฺชนมตฺตํ. ทุติเย อตฺถวิกปฺเป อธิปฺปาโย จ ปาริจริยา จ อธิปฺปายตฺโถ, เสสํ อตฺตนา กามิตา อิจฺฉิตาติอาทิ วิคฺคหวากฺยํ อกฺขรวิวรณมตฺตโต พฺยญฺชนมตฺต’’นฺติ เอวมตฺโถ วุตฺโต. ‘‘พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวา’’ติ วจนโต อยเมวตฺโถ อิธ ยุตฺตตโรติ วิญฺญายติ. พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวาติ อิมินา หิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตวิคฺคหวเสน พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวาติ อยมตฺโถ ทีปิโต.
อิทานิ ยถาวุตฺตเมวตฺถํ ปทภาชเนน สํสนฺทิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺตโน กามํ อตฺตโน เหตุํ อตฺตโน ปาริจริยนฺติ หิ วุตฺเต ชานิสฺสนฺติ ปณฺฑิตา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อตฺตโน เหตุ’’นฺติ วุตฺเต อตฺตโน อตฺถายาติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. ‘‘อตฺตโน กามํ อตฺตโน ปาริจริย’’นฺติ จ วุตฺเต กาเมน ปาริจริยาติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. ตสฺมา อตฺตโน กามํ อตฺตโน เหตุํ อตฺตโน ปาริจริยนฺติ อิเมหิ ตีหิ ปเทหิ อตฺตโน อตฺถาย กาเมน ปาริจริยา อตฺตกามปาริจริยาติ อยมตฺถวิกปฺโป วุตฺโตติ วิญฺญู ชานิสฺสนฺติ. ‘‘อตฺตโน อธิปฺปาย’’นฺติ วุตฺเต ปน อธิปฺปายสทฺทสฺส กามิตสทฺเทน สมานตฺถภาวโต อตฺตโน ปาริจริยนฺติ อิมสฺส จ อุภยวิคฺคหสามญฺญโต อตฺตโน อิจฺฉิตกามิตฏฺเฐน อตฺตกามปาริจริยาติ อยมตฺถวิกปฺโป ทฺวีหิ ปเทหิ ทสฺสิโตติ วิญฺญู ชานิสฺสนฺตีติ.
เอตทคฺคนฺติ เอสา อคฺคา. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปเท กิญฺจาปิ เมถุนยาจนํ อาคตํ, ตถาปิ ตํ ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราควเสน วุตฺตํ, อิธ ปน อตฺตโน เมถุนสฺสาทราควเสนาติ อยํ วิเสโส. วินีตวตฺถูสุ ‘‘เตน หิ ภคินิ อคฺคทานํ เทหี’’ติ อิทํ อตฺตโน อตฺถาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. มนุสฺสิตฺถี, อิตฺถิสญฺญิตา, อตฺตกามปาริจริยาย ราโค, เตน ราเคน วณฺณภณนํ, ตงฺขณวิชานนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๙๖. ปญฺจเม ปณฺฑิตสฺส ภาโว ปณฺฑิจฺจํ, ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. คติมนฺตาติ ญาณคติยา สมนฺนาคตา. ปณฺฑิตาติ อิมินา สภาวญาเณน สมนฺนาคตตา วุตฺตา, พฺยตฺตาติ อิมินา อิตฺถิกตฺตพฺเพสุ วิสารทปญฺญาย. เตนาห ‘‘อุปายญฺญู วิสารทา’’ติ. เมธาวินีติ ฐานุปฺปตฺติปญฺญาสงฺขาตาย ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺถกิจฺเจ อุปฏฺฐิเต ฐานโส ตงฺขเณ เอว อุปฺปชฺชนปญฺญาย สมนฺนาคตา. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ กโรตี’’ติ. เฉกาติ ยาคุภตฺตสมฺปาทนาทีสุ นิปุณา. อุฏฺฐานวีริยสมฺปนฺนาติ กายิเกน วีริเยน สมนฺนาคตา, ยถา อญฺญา กุสีตา นิสินฺนฏฺฐาเน นิสินฺนาว โหนฺติ, ฐิตฏฺฐาเน ฐิตาว, เอวํ อหุตฺวา วิปฺผาริเกน จิตฺเตน สพฺพกิจฺจํ นิปฺผาเทตีติ วุตฺตํ โหติ. กุมาริกายาติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ, เหตุมฺหิ วา กรณวจนํ. เตนาห ‘‘กุมาริกาย การณา’’ติ. อาวหนํ อาวาโห, ปริคฺคหภาเวน ทาริกาย คณฺหาปนํ, ตถา ทาปนํ วิวาโห. เตนาห ‘‘ทารกสฺสา’’ติอาทิ.
๒๙๗-๒๙๘. ภตฺตปาจนํ สนฺธาย รนฺธาปนํ วุตฺตํ, ยสฺส กสฺสจิ ปาจนํ สนฺธาย ปจาปนํ วุตฺตํ. ทุฏฺฐุํ กุลํ คตา ทุคฺคตาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยตฺถ วา คตา’’ติอาทิมาห. อาหรณํ อาหาโร. น อุปาหฏนฺติ น ทินฺนํ. กโย คหณํ, วิกฺกโย ทานํ. ตทุภยํ สงฺคณฺหิตฺวา ‘‘โวหาโร’’ติ วุตฺตํ. มณฺฑิตปสาธิโตติ เอตฺถ พาหิรุปกรเณน อลงฺกรณํ มณฺฑนํ, อชฺฌตฺติกานํ เกสาทีนํเยว สณฺฐปนํ ปสาธนํ.
๓๐๐. ‘‘อพฺภุตํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิมินา ทุกฺกฏํ โหตีติ ทีเปติ. ‘‘ปราชิเตน ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตตฺตา อเทนฺโต ธุรนิกฺเขเปน กาเรตพฺโพ. อจิรกาเล อธิกาโร เอตสฺส อตฺถีติ อจิรกาลาธิการิกํ, สญฺจริตฺตํ. ‘‘อจิรกาลาจาริก’’นฺติ วา ปาโฐ, อจิรกาเล อาจาโร อชฺฌาจาโร เอตสฺสาติ อจิรกาลาจาริกํ.
กิญฺจาปิ เอหิภิกฺขูปสมฺปนฺนา เจว สรณคมนูปสมฺปนฺนา จ สญฺจริตฺตาทิปณฺณตฺติวชฺชํ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ, เตสํ ปน น สพฺพกาลิกตฺตา เต วชฺเชตฺวา สพฺพกาลานุรูปํ ตนฺตึ ฐเปนฺโต ภควา อิธาปิ ญตฺติจตุตฺเถเนว กมฺเมน อุปสมฺปนฺนํ ภิกฺขุํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺร ยฺวายํ ภิกฺขุ…เป… อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขู’’ติ ปทภาชนํ อาห, น ปน เนสํ สญฺจริตฺตาทิอาปชฺชเน อภพฺพภาวโต. ขีณาสวาปิ หิ อปฺปสฺสุตา กิญฺจาปิ โลกวชฺชํ นาปชฺชนฺติ, ปณฺณตฺติยํ ปน อโกวิทตฺตา วิหารการํ กุฏิการํ สหาคารํ สหเสยฺยนฺติ เอวรูปา กายทฺวาเร อาปตฺติโย อาปชฺชนฺติ, สญฺจริตฺตํ ปทโสธมฺมํ อุตฺตริฉปฺปญฺจวาจํ ภูตาโรจนนฺติ เอวรูปา วจีทฺวาเร อาปตฺติโย อาปชฺชนฺติ, อุปนิกฺขิตฺตสาทิยนวเสน มโนทฺวาเร รูปิยปฏิคฺคหณาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ.
๓๐๑. สญฺจรณํ สญฺจโร, โส เอตสฺส อตฺถีติ สญฺจรี, ตสฺส ภาโว สญฺจริตฺตํ. เตนาห ‘‘สญฺจรณภาว’’นฺติ, อิตฺถิปุริสานํ อนฺตเร สญฺจรณภาวนฺติ อตฺโถ. ชายตฺตเน ชารตฺตเนติ จ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ, ชายภาวตฺถํ ชารภาวตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. ชายภาเวติ ภริยภาวาย. ชารภาเวติ สามิกภาวาย. กิญฺจาปิ อิมสฺส ปทภาชเน ‘‘ชารี ภวิสฺสสี’’ติ อิตฺถิลิงฺควเสน ปทภาชนํ วุตฺตํ, ชารตฺตเนติ ปน นิทฺเทสสฺส อุภยลิงฺคสาธารณตฺตา ปุริสลิงฺควเสนปิ โยเชตฺวา อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิตฺถิยา มตึ ปุริสสฺส อาโรเจนฺโต ชารตฺตเน อาโรเจตี’’ติอาทิมาห. เอตฺถ หิ ‘‘ชาโร ภวิสฺสสี’’ติ อิตฺถิยา มตึ ปุริสสฺส อาโรเจนฺโต ชารตฺตเน อาโรเจติ นาม. ปาฬิยํ ปน อิตฺถิลิงฺควเสเนว โยชนา กตา, ตทนุสาเรน ปุริสลิงฺควเสนปิ สกฺกา โยเชตุนฺติ.
อิทานิ ปาฬิยํ วุตฺตนเยนปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ปติ ภวิสฺสสีติ วุตฺตเมวตฺถํ ‘‘สามิโก ภวิสฺสสี’’ติ ปริยายวจเนน วิเสเสตฺวา ทสฺเสติ. อิทญฺจ ชารตฺตเนติ นิทฺเทสสฺส อุภยลิงฺคสาธารณตฺตา วุตฺตํ. มุหุตฺติกา ภวิสฺสสีติ อสามิกํ สนฺธาย วุตฺตํ, ชารี ภวิสฺสสีติ สสามิกํ สนฺธาย. อนฺตมโส ตงฺขณิกายปีติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตนฺติ อาห ‘‘เอเตเนวุปาเยนา’’ติอาทิ.
๓๐๓. เสริวิหารนฺติ สจฺฉนฺทจารํ. อตฺตโน วสนฺติ อตฺตโน อาณํ. โคตฺตนฺติ โคตมโคตฺตาทิกํ โคตฺตํ. ธมฺโมติ ปณฺฑรงฺคปริพฺพาชกาทีนํ, เตสํ เตสํ วา กุลานํ ธมฺโม. โคตฺตวนฺเตสุ โคตฺตสทฺโท, ธมฺมจารีสุ จ ธมฺมสทฺโท วตฺตตีติ อาห ‘‘สโคตฺเตหี’’ติอาทิ. ตตฺถ สโคตฺเตหีติ สมานโคตฺเตหิ, เอกวํสชาเตหีติ อตฺโถ. สหธมฺมิเกหีติ เอกสฺส สตฺถุสาสเน สหจริตพฺพธมฺเมหิ, สมานกุลธมฺเมหิ วา. เตเนวาห ‘‘เอกํ สตฺถาร’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ‘‘เอกํ สตฺถารํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิเตหี’’ติ อิมินา ปณฺฑรงฺคปริพฺพาชกาทโย วุตฺตา, เอกคณปริยาปนฺเนหีติ มาลาการาทิเอกคณปริยาปนฺเนหิ.
สสามิกา สารกฺขา. ยสฺสา คมเน รญฺญา ทณฺโฑ ฐปิโต, สา สปริทณฺฑา. ปจฺฉิมานํ ทฺวินฺนนฺติ สารกฺขสปริทณฺฑานํ มิจฺฉาจาโร โหติ ตาสํ สสามิกภาวโต. น อิตราสนฺติ อิตราสํ มาตุรกฺขิตาทีนํ อฏฺฐนฺนํ ปุริสนฺตรคมเน นตฺถิ มิจฺฉาจาโร ตาสํ อสามิกภาวโต. ยา หิ สามิกสฺส สนฺตกํ ผสฺสํ เถเนตฺวา ปเรสํ อภิรตึ อุปฺปาเทนฺติ, ตาสํ มิจฺฉาจาโร, น จ มาตาทโย ตาสํ ผสฺเส อิสฺสรา. มาตาทโย หิ น อตฺตนา ผสฺสานุภวนตฺถํ ตา รกฺขนฺติ, เกวลํ อนาจารํ นิเสเธนฺตา ปุริสนฺตรคมนํ ตาสํ วาเรนฺติ. ปุริสสฺส ปน เอตาสุ อฏฺฐสุปิ โหติเยว มิจฺฉาจาโร มาตาทีหิ ยถา ปุริเสน สทฺธึ สํวาสํ น กปฺเปติ, ตถา รกฺขิตตฺตา ปเรสํ รกฺขิตโคปิตํ ผสฺสํ เถเนตฺวา ผุฏฺฐภาวโต.
ธเนน กีตาติ ภริยภาวตฺถํ ธเนน กีตา. เตนาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. โภเคนาติ โภคเหตุ. โภคตฺถญฺหิ วสนฺตี ‘‘โภควาสินี’’ติ วุจฺจติ. ลภิตฺวาติ โย นํ วาเสติ, ตสฺส หตฺถโต ลภิตฺวา. อุทกปตฺตํ อามสิตฺวา คหิตา โอทปตฺตกินี. เตนาห ‘‘อุภินฺน’’นฺติอาทิ. ธเชน อาหฏาติ เอตฺถ ธชโยคโต เสนาว ธชสทฺเทน วุตฺตา, อุสฺสิตทฺธชาย เสนาย อาหฏาติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘อุสฺสิตทฺธชายา’’ติอาทิ.
๓๐๕. พหิทฺธา วิมฏฺฐํ นาม โหตีติ อญฺญตฺถ อาโรจิตํ นาม โหติ. ตํ กิริยํ สมฺปาเทสฺสตีติ ตสฺสา อาโรเจตฺวา ตํ กิจฺจํ สมฺปาเทตุ วา มา วา, ตํกิริยาสมฺปาทเน โยคฺยตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ทารกํ ทาริกญฺจ อชานาเปตฺวา เตสํ มาตาปิตุอาทีหิ มาตาปิตุอาทีนํเยว สนฺติกํ สาสเน เปสิเตปิ หรณวีมํสนปจฺจาหรณสงฺขาตาย ติวงฺคสมฺปตฺติยา สงฺฆาทิเสโส โหติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ อุทฺทิสฺส สาสนํ เปสิตํ, ตํเยว สนฺธาย ตสฺสา มาตุอาทีนํ อาโรจิเต วตฺถุโน เอกตฺตา มาตุอาทโยปิ เขตฺตเมวาติ เขตฺตเมว โอติณฺณภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทิ อุทาหฏํ. อิมินา สเมตีติ เอตฺถายมธิปฺปาโย – ยถา สยํ อนาโรเจตฺวา อญฺเญน อนฺเตวาสิอาทินา อาโรจาเปนฺตสฺส วิสงฺเกโต นตฺถิ, เอวํ ตสฺสา สยํ อนาโรเจตฺวา อาโรจนตฺถํ มาตุอาทีนํ วทนฺตสฺสปิ นตฺถิ วิสงฺเกโตติ. ฆรํ นยตีติ ฆรณี. มูลฏฺฐานญฺจ วเสนาติ เอตฺถ ปุริสสฺส มาตุอาทโย สาสนเปสเน มูลภูตตฺตา ‘‘มูลฏฺฐา’’ติ วุจฺจนฺติ. มาตุรกฺขิตาย มาตา ภิกฺขุํ ปหิณตีติ เอตฺถ อตฺตโน วา ธีตุ สนฺติกํ ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา โหตู’’ติ ภิกฺขุํ ปหิณติ, ปุริสสฺส วา สนฺติกํ ‘‘มม ธีตา อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา โหตู’’ติ ปหิณตีติ คเหตพฺพํ. เอส นโย เสเสสุปิ. ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตาติ ปฐมสงฺฆาทิเสเส วุตฺตนยตฺตา.
๓๓๘. เอตฺโตว ปกฺกมตีติ ปุน อาคนฺตฺวา อาณาปกสฺส อนาโรเจตฺวา ตโตเยว ปกฺกมติ. อญฺเญน กรณีเยนาติ คมนเหตุวิสุทฺธิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เตเนว ปน กรณีเยน คนฺตฺวาปิ กิญฺจิ อนาโรเจนฺโต น วีมํสติ นาม. อนภินนฺทิตฺวาติ อิทํ ตถา ปฏิปชฺชมานํ สนฺธาย วุตฺตํ, สติปิ อภินนฺทเน สาสนํ อนาโรเจนฺโต ปน น วีมํสติ นาม. ตติยปเท วุตฺตนเยนาติ ‘‘โส ตสฺสา วจนํ อนภินนฺทิตฺวา’’ติอาทินา วุตฺตนเยน. วตฺถุคณนายาติ สมฺพหุลานํ อิตฺถิปุริสานํ สมภาเว สติ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ อิตฺถิปุริสวตฺถูนํ คณนาย. สเจ ปน เอกโต อธิกา โหนฺติ, อธิกานํ คณนาย อาปตฺติเภโท เวทิตพฺโพ.
๓๓๙-๓๔๐. ปาฬิยํ จตุตฺถวาเร อสติปิ ‘‘คจฺฉนฺโต น สมฺปาเทติ, อาคจฺฉนฺโต วิสํวาเทติ, อนาปตฺตี’’ติ อิทํ อตฺถโต อาปนฺนเมวาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘จตุตฺเถ อนาปตฺตี’’ติ. การุกานนฺติ วฑฺฒกีอาทีนํ. ตจฺฉกอโยการตนฺตวายรชกนฺหาปิตกา ปญฺจ การโว ‘‘การุกา’’ติ วุจฺจนฺติ. เอวรูเปน…เป… อนาปตฺตีติ ตาทิสํ คิหิเวยฺยาวจฺจมฺปิ น โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ.
กายโต สมุฏฺฐาตีติ ปณฺณตฺตึ วา อลํวจนียภาวํ วา อชานนฺตสฺส กายโต สมุฏฺฐาติ. วาจโต สมุฏฺฐาตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กายวาจโต สมุฏฺฐาตีติ ปณฺณตฺตึ ชานิตฺวา อลํวจนียภาวํ อชานนฺตสฺสปิ กายวาจโต สมุฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ. อลํวจนียา โหนฺตีติ เทสจาริตฺตวเสน ปณฺณทานาทินา ปริจฺจตฺตา โหนฺติ. ปณฺณตฺตึ ปน ชานิตฺวาติ เอตฺถ อลํวจนียภาวํ วาติ จ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ตทุภยํ ปน ชานิตฺวา เอเตเหว ตีหิ นเยหิ สมาปชฺชนฺตสฺส ตาเนว ตีณิ ตทุภยชานนจิตฺเตน สจิตฺตกานิ โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา ปณฺณตฺติชานนจิตฺเตนาติ เอตฺถาปิ ตทุภยชานนํ วตฺตพฺพํ. ภิกฺขุํ อชานาเปตฺวา อตฺตโน อธิปฺปายํ ปณฺเณ ลิขิตฺวา ทินฺนํ หรนฺตสฺสปิ อาปตฺติ โหติ, อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส อจิตฺตกตฺตาติ น คเหตพฺพํ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อาโรเจตี’’ติ วุตฺตตฺตา อฏฺฐกถายญฺจ ตตฺถ ตตฺถ อาโรจนสฺเสว ทสฺสิตตฺตา กาเยน วา วาจาย วา อาโรเจนฺตสฺเสว อาปตฺติ โหตีติ คเหตพฺพํ.
๓๔๑. ทุฏฺฐุลฺลาทีสุปีติ อาทิ-สทฺเทน สญฺจริตฺตมฺปิ สงฺคณฺหาติ. เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ อิตฺถี นาม มนุสฺสิตฺถี, น ยกฺขี, น เปตี, น ติรจฺฉานคตา, ปุริโส นาม มนุสฺสปุริโส, น ยกฺโขติอาทิ น วุตฺตํ, ตถาปิ มนุสฺสชาติกาว อิตฺถิปุริสา อิธ อธิปฺเปตา. ตสฺมา เยสุ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ, เตสํ มนุสฺสชาติกตา, น นาลํวจนียตา, ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปจฺจาหรณานีติ อิมาเนตฺถ ปญฺจงฺคานิ.
สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๔๒. ฉฏฺเฐ เอตฺตเกนาติ เอตฺตเกน ทารุอาทินา. อปริจฺฉินฺนปฺปมาณาโยติ อปริจฺฉินฺนทารุอาทิปฺปมาณาโย. มูลจฺเฉชฺชาย ปุริสํ ยาจิตุํ น วฏฺฏตีติ ปรสนฺตกภาวโต โมเจตฺวา อตฺตโนเยว สนฺตกํ กตฺวา ยาจิตุํ น วฏฺฏติ. เอวํ มูลจฺเฉชฺชาย อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐานโต ยาจนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติยา ทุกฺกฏํ. ทาสํ อตฺตโน อตฺถาย สาทิยนฺตสฺสปิ ทุกฺกฏเมว ‘‘ทาสิทาสปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) วจนโต. ญาตกปวาริตฏฺฐานโต ปน ทาสํ มูลจฺเฉชฺชาย ยาจนฺตสฺส สาทิยนวเสน ทุกฺกฏํ. สกกมฺมํ น ยาจิตพฺพาติ ปาณาติปาตสิกฺขาปทรกฺขณตฺถํ วุตฺตํ. อนิยเมตฺวาปิ น ยาจิตพฺพาติ มนุสฺสานํ อญฺญถา คาหสฺสปิ สมฺภวโต วุตฺตํ, สุทฺธจิตฺเตน ปน หตฺถกมฺมํ ยาจนฺตสฺส อาปตฺติ นาม นตฺถิ.
สพฺพกปฺปิยภาวทีปนตฺถนฺติ สพฺพโส กปฺปิยภาวทีปนตฺถํ. มูลํ เทถาติ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ ยสฺมา มูลํ ทสฺสามาติ เตหิ ปฐมํ วุตฺตตฺตา วิญฺญตฺติ น โหติ, ยสฺมา จ มูลนฺติ ภณิตํ สามญฺญวจนโต อกปฺปิยวจนํ น โหติ, ตสฺมา มูลํ เทถาติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อนชฺฌาวุตฺถกนฺติ อปริคฺคหิตํ. อกปฺปิยกหาปณาทิ น ทาตพฺพนฺติ กิญฺจาปิ อกปฺปิยกหาปณาทึ อสาทิยนฺเตน กปฺปิยโวหารโต ทาตุํ วฏฺฏติ, ตถาปิ สารุปฺปํ น โหติ. มนุสฺสา จ เอตสฺส สนฺตกํ กิญฺจิ อตฺถีติ วิเหเฐตพฺพํ มญฺญนฺตีติ อกปฺปิยกหาปณาทิทานํ ปฏิกฺขิตฺตํ. ตเถว ปาเจตฺวาติ หตฺถกมฺมวเสเนว ปาเจตฺวา. ‘‘กึ, ภนฺเต’’ติ เอตฺตเกปิ ปุจฺฉิเต ยทตฺถาย ปวิฏฺโฐ, ตํ กเถตุํ วฏฺฏติ ปุจฺฉิตปญฺหตฺตา.
วตฺตนฺติ จาริตฺตํ, อาปตฺติ ปน น โหตีติ อธิปฺปาโย. กปฺปิยํ การาเปตฺวา ปฏิคฺคเหตพฺพานีติ สาขาย ลคฺครชสฺมึ ปตฺเต ปติเตปิ สาขํ ฉินฺทิตฺวา ขาทิตุกามตายปิ สติ สุขปริโภคตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘นทึ วา…เป… อาหรา’’ติ วตฺถุํ วฏฺฏตีติ อปริคฺคหิตตฺตา วุตฺตํ. เคหโต…เป… ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ ปริคฺคหิตอุทกตฺตา วิญฺญตฺติยา ทุกฺกฏํ โหตีติ อธิปฺปาโย. อลชฺชีหิ…เป… น กาเรตพฺพนฺติ อิทํ อุตฺตริภงฺคาธิการตฺตา อชฺโฌหรณียํ สนฺธาย วุตฺตํ. พาหิรปริโภเคสุ ปน อลชฺชีหิปิ หตฺถกมฺมํ กาเรตุํ วฏฺฏตีติ.
โคณํ ปน…เป… อาหราเปตุํ น วฏฺฏตีติ อตฺตโน อตฺถาย มูลจฺเฉชฺชวเสน อาหราเปตุํ น วฏฺฏติ. อาหราเปนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อญฺญาตกวิญฺญตฺติยา ทุกฺกฏํ. อตฺตโน อตฺถาย สาทิยเนปิ ทุกฺกฏเมว ‘‘หตฺถิควาสฺสวฬวปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) วุตฺตตฺตา. เตเนวาห ‘‘ญาตกปวาริตฏฺฐานโตปิ มูลจฺเฉชฺชาย ยาจิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ. รกฺขิตฺวาติ ยถา โจรา น หรนฺติ, เอวํ รกฺขิตฺวา. ชคฺคิตฺวาติ ติณทานาทีหิ ชคฺคิตฺวา. น สมฺปฏิจฺฉิตพฺพนฺติ อตฺตโน อตฺถาย โคเณ สาทิยนสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา วุตฺตํ.
สกฏํ เทถาติ…เป… วฏฺฏตีติ มูลจฺเฉชฺชวเสน สกฏํ เทถาติ วตฺตุํ น วฏฺฏติ. ตาวกาลิกํ วฏฺฏตีติ ตาวกาลิกํ กตฺวา สพฺพตฺถ ยาจิตุํ วฏฺฏติ. วลฺลิอาทีสุ จ ปรปริคฺคหิเตสุ เอเสว นโยติ โยเชตพฺพํ. ครุภณฺฑปฺปโหนเกสุเยว จ วลฺลิอาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน เวฬุมุญฺชปพฺพชติณมตฺติกานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ยํ ปน วตฺถุวเสน อปฺปํ หุตฺวา อคฺฆวเสน มหนฺตํ หริตาลหิงฺคุลกาทิ, ตํ ครุภณฺฑํ อปฺปโหนฺตมฺปิ ยาจิตุํ น วฏฺฏตีติ วทนฺติ.
สาติ วิญฺญตฺตึ ปรามสติ. สา จ อิธ ปริกถาทินา เยน เกนจิ อธิปฺปายวิญฺญาปนํ วิญฺญตฺตีติ คเหตพฺพา. เตนาห ‘‘สพฺเพน สพฺพ’’นฺติ, สพฺพปฺปกาเรนาติ อตฺโถ. เตน ‘‘ปริกถาทิวเสนปิ วิญฺญาปนํ น วฏฺฏตี’’ติ ทีเปติ. ปริกโถภาสนิมิตฺตกมฺมมฺปิ หิ จีวรปิณฺฑปาเตสุ ทฺวีสุ ปจฺจเยสุ น วฏฺฏติ. อิทานิ เสนาสนปจฺจเย อธิปฺเปตํ วิญฺญตฺตึ ปริกถาทีหิ วิเสเสตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อาหร เทหีติ วิญฺญตฺติมตฺตเมว น วฏฺฏตี’’ติ อาห. ปริกโถภาสนิมิตฺตกมฺมานิ วฏฺฏนฺตีติ เอตฺถ ปริกถา นาม ปริยาเยน กถนํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เสนาสนํ สมฺพาธนฺติอาทิวจนํ. โอภาโส นาม อุชุกเมว อกเถตฺวา ยถา อธิปฺปาโย วิภูโต โหติ, เอวํ โอภาสนํ, อุปาสกา, ตุเมฺห กุหึ วสถาติ? ปาสาเท, ภนฺเตติ. ภิกฺขูนํ ปน, อุปาสกา, ปาสาโท น วฏฺฏตีติอาทิวจนํ. นิมิตฺตกมฺมํ นาม ปจฺจเย อุทฺทิสฺส ยถา อธิปฺปาโย วิญฺญายติ, เอวํ นิมิตฺตกมฺมํ, เสนาสนตฺถํ ภูมิปริกมฺมาทีนิ กโรนฺตสฺส ‘‘กึ, ภนฺเต, กโรสิ, โก การาเปตี’’ติ วุตฺเต ‘‘น โกจี’’ติอาทิวจนํ.
อิทานิ คิลานปจฺจเย วิญฺญตฺติอาทิกํ สพฺพมฺปิ วฏฺฏตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘คิลานปจฺจเย ปนา’’ติอาทิ. ตถา อุปฺปนฺนํ ปน เภสชฺชํ โรเค วูปสนฺเต ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, น วฏฺฏตีติ? ตตฺถ วินยธรา ‘‘ภควตา โรคสีเสน ปริโภคสฺส ทฺวารํ ทินฺนํ, ตสฺมา อโรคกาเลปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, อาปตฺติ น โหตี’’ติ วทนฺติ. สุตฺตนฺติกา ปน ‘‘กิญฺจาปิ อาปตฺติ น โหติ, อาชีวํ ปน โกเปติ, ตสฺมา สลฺเลขปฺปฏิปตฺติยํ ฐิตสฺส น วฏฺฏติ, สลฺเลขํ โกเปตี’’ติ วทนฺติ. อุกฺกมนฺตีติ อปคจฺฉนฺติ.
๓๔๔. มณิ กณฺเฐ อสฺสาติ มณิกณฺโฐ, มณินา อุปลกฺขิโต วา กณฺโฐ อสฺสาติ มณิกณฺโฐติ มชฺฌปทโลปีสมาโส ทฏฺฐพฺโพ. เทววณฺณนฺติ เทวตฺตภาวํ. ปสนฺนาการนฺติ ปสนฺเนหิ กาตพฺพกิจฺจํ, กายเวยฺยาวจฺจสงฺขาตํ อุปฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ โหติ. มณิยาจนาย ตสฺส อนาคมเนน อตฺตโน วฑฺฒิ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘มณินา เม อตฺโถ’’ติ, มนฺตปทนีหาเรน วา ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๓๔๕. วตฺตมานสมีเปติ วตฺตมานสฺส สมีเป อตีเต. เอวํ วตฺตุํ ลพฺภตีติ ‘‘อาคโตสี’’ติ วตฺตพฺเพ วตฺตมานสมีปตฺตา ‘‘อาคจฺฉสี’’ติ เอวํ วตฺตมานโวหาเรน วตฺตุํ ลพฺภติ. ลกฺขณํ ปเนตฺถ สทฺทสตฺถานุสารโต เวทิตพฺพํ. โส เอว นโยติ ‘‘อาคโตมฺหี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘อาคจฺฉามี’’ติ อยมฺปิ วตฺตมานสมีเป วตฺตมานโวหาโรติ ทสฺเสติ.
๓๔๘-๓๔๙. ยสฺมา ปน น สกฺกา เกวลํ ยาจนาย กิญฺจิ กาตุํ, ตสฺมา ‘‘สยํ ยาจิตเกหิ อุปกรเณหี’’ติ อธิปฺปายตฺโถ วุตฺโต. อุทฺธํมุขํ ลิตฺตา อุลฺลิตฺตา, อโธมุขํ ลิตฺตา อวลิตฺตา. ยสฺมา ปน อุทฺธํมุขํ ลิมฺปนฺตา เยภุยฺเยน อนฺโต ลิมฺปนฺติ, อโธมุขํ ลิมฺปนฺตา จ พหิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุลฺลิตฺตาติ อนฺโตลิตฺตา, อวลิตฺตาติ พหิลิตฺตา’’ติ. ตตฺถ อุลฺลิตฺตา นาม ฐเปตฺวา ตุลาปิฏฺฐสงฺฆาตวาตปานธูมฉิทฺทาทิเภทํ อเลโปกาสํ อวเสเส เลโปกาเส กุฏฺเฏหิ สทฺธึ ฆเฏตฺวา ฉทนสฺส อนฺโต สุธาย วา มตฺติกาย วา ลิตฺตา. อวลิตฺตา นาม วุตฺตนเยเนว ฉทนสฺส พหิ ลิตฺตา. อุลฺลิตฺตาวลิตฺตา นาม ตเถว ฉทนสฺส อนฺโต จ พหิ จ ลิตฺตา.
พฺยญฺชนํ สเมตีติ ‘‘การยมาเนนา’’ติ เหตุกตฺตุวเสน อุทฺทิฏฺฐปทสฺส ‘‘การาเปนฺเตนา’’ติ เหตุกตฺตุวเสเนว นิทฺเทสสฺส กตตฺตา พฺยญฺชนํ สเมติ. ยทิ เอวํ ‘‘กโรนฺโต วา การาเปนฺโต วา’’ติ กสฺมา ตสฺส ปทภาชนํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. ‘‘อตฺตนา วิปฺปกตํ ปเรหิ ปริโยสาเปตี’’ติอาทิวจนโต ‘‘กโรนฺเตนปิ อิธ วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อิธ วุตฺตนเยเนวาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว. อุโภเปเตติ การกการาปกา. การยมาเนนาติ อิมินาว ปเทน สงฺคหิตาติ กถํ สงฺคหิตา. น หิ การยมาโน กโรนฺโต นาม โหติ, เอวํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ – ยสฺมา กโรนฺเตนปิ การยมาเนนปิ อิธ วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ, ตสฺมา การยมาเนน เอวํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ วุตฺเต ปเคว กโรนฺเตนาติ อิทํ อตฺถโต อาคตเมวาติ ‘‘การยมาเนนา’’ติ ภควตา วุตฺตํ. ตโต ‘‘การยมาเนนา’’ติ วุตฺเต สามตฺถิยโต ลพฺภมาโนปิ อตฺโถ เตเนว สงฺคหิโต นาม โหตีติ. พฺยญฺชนํ วิโลมิตํ ภเวยฺยาติ ยสฺมา ‘‘การยมาเนนา’’ติ อิมสฺส ‘‘กโรนฺเตนา’’ติ อิทํ ปริยายวจนํ น โหติ, ตสฺมา กโรนฺเตน วา การาเปนฺเตน วาติ ปทตฺถวเสน นิทฺเทเส กเต พฺยญฺชนํ วิรุทฺธํ ภเวยฺยาติ อธิปฺปาโย. อตฺถมตฺตเมวาติ ปทตฺถโต สามตฺถิยโต จ ลพฺภมานํ อตฺถมตฺตเมว.
อุทฺเทโสติ อุทฺทิสิตพฺโพ. อพฺโพหาริกนฺติ อปฺปมาณํ. ‘‘อายามโต จ วิตฺถารโต จา’’ติ อวตฺวา วิกปฺปตฺถสฺส วา-สทฺทสฺส วุตฺตตฺตา เอกโตภาเคน วฑฺฒิเตปิ อาปตฺติเยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย ปนา’’ติอาทิมาห. ติหตฺถาติ วฑฺฒกีหตฺเถน ติหตฺถา. ปมาณยุตฺโต มญฺโจติ ปกติวิทตฺถิยา นววิทตฺถิปฺปมาโณ มญฺโจ. ปมาณิกา กาเรตพฺพาติ อุกฺกฏฺฐปฺปมาณํ สนฺธาย วุตฺตตฺตา อุกฺกฏฺฐปฺปมาณยุตฺตาว กุฏิ อเทสิตวตฺถุกา น วฏฺฏติ, ปมาณโต ปน อูนตรา อเทสิตวตฺถุกาปิ วฏฺฏตีติ กสฺสจิ สนฺเทโห สิยาติ ตํนิวตฺตนตฺถํ ‘‘ปมาณโต อูนตรมฺปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปมาณโต อูนตรนฺติ ปาฬิยํ วุตฺตปฺปมาณโต อูนตรํ. ปจฺฉิเมน ปมาเณน จตุหตฺถโต อูนตรา กุฏิ นาม น โหตีติ จตุหตฺถโต ปฏฺฐาย กุฏิลกฺขณปฺปตฺตํ กุฏึ ทสฺเสตุํ ‘‘จตุหตฺถํ ปญฺจหตฺถมฺปี’’ติ วุตฺตํ. กลลเลโปติ เกนจิ สิเลเสน กตเลโป, ตมฺพมตฺติกาทิกลลเลโป วา. อเลโป เอวาติ อพฺโพหาริกาเยวาติ อธิปฺปาโย. ปิฏฺฐสงฺฆาโฏ ทฺวารพาหา. โอโลเกตฺวาปีติ อปโลเกตฺวาปิ, อปโลกนกมฺมวเสนปิ กาตุํ วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย.
๓๕๓. ยถา สีหาทีนํ โคจราย ปกฺกมนฺตานํ นิพทฺธคมนมคฺโค น วฏฺฏติ, เอวํ หตฺถีนมฺปิ นิพทฺธคมนมคฺโค น วฏฺฏติ. เอเตสนฺติ สีหาทีนํ. จาริภูมีติ โคจรภูมิ. น คหิตาติ น วาริตาติ อธิปฺปาโย. อาโรคฺยตฺถายาติ นิรุปทฺทวตฺถาย. เสสานีติ ปุพฺพณฺณนิสฺสิตาทีนิ. ปุพฺพณฺณนิสฺสิตนฺติ เอตฺถ ปุพฺพณฺณวิรุหนฏฺฐานํ ปุพฺพณฺณ-สทฺเทน คหิตํ. เตนาห – ‘‘สตฺตนฺนํ ธญฺญานํ…เป… ฐิต’’นฺติ. อภิหนนฺติ เอตฺถาติ อพฺภาฆาตํ. ‘‘เวริฆร’’นฺติ วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘โจรานํ มารณตฺถาย กต’’นฺติ วุตฺตํ. ธมฺมคนฺธิกาติ หตฺถปาทาทิฉินฺทนคนฺธิกา.
อาวิชฺชิตุํ น สกฺกา โหตีติ ฉินฺทตฏาทิสมฺภวโต น สกฺกา โหติ อาวิชฺชิตุํ. ปาจินนฺติ กุฏิวตฺถุสามนฺตา จินิตพฺพอธิฏฺฐานํ. กิญฺจาปิ อิธ ปุพฺพปโยคสหปโยคานํ อทินฺนาทาเน วิย วิเสโส นตฺถิ, ตถาปิ เตสํ วิภาเคน ทสฺสนํ ฉินฺทิตฺวา ปุน กาตพฺพาติ เอตฺถ กุฏิยา เภทนปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ กตํ. ตทตฺถายาติ ตจฺฉนตฺถาย. เอวํ กตนฺติ อเทสิตวตฺถุํ ปมาณาติกฺกนฺตํ วา กตํ. ทารุนา กตํ กุฏฺฏํ เอตฺถาติ ทารุกุฏฺฏิกา, กุฏิ. สิลากุฏฺฏิกนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ปณฺณสาลนฺติ พหิ ปณฺเณหิ ฉาเทตพฺพํ อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กุฏิเมว วทติ. เตเนวาห ‘‘สภิตฺติจฺฉทนํ ลิมฺปิสฺสามี’’ติ.
อนฺโตเลเปเนว นิฏฺฐาเปตุกามํ สนฺธาย ‘‘อนฺโตเลเป วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. พหิเลเป วาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตสฺมึ ทฺวารพทฺเธ วา วาตปาเน วา ฐปิเตติ โยเชตพฺพํ. ตสฺโสกาสนฺติ ตสฺส ทฺวารพทฺธสฺส วา วาตปานสฺส วา โอกาสํ. ปุน วฑฺเฒตฺวา วาติ ปุพฺเพว ฐปิโตกาสํ ขุทฺทกํ เจ, เภทเนน ปุน วฑฺเฒตฺวา. เลโป น ฆฏิยตีติ ปุพฺเพ ทินฺนเลโป ทฺวารพทฺเธน วา วาตปาเนน วา สทฺธึ น ฆฏิยติ, เอกาพทฺธํ หุตฺวา น ติฏฺฐตีติ วุตฺตํ โหติ. ตนฺติ ทฺวารพทฺธํ วา วาตปานํ วา. ปฐมเมว สงฺฆาทิเสโสติ เลปกิจฺจสฺส นิฏฺฐิตตฺตา ทฺวารพทฺธํ วา วาตปานํ วา ฐปนโต ปุพฺเพเยว สงฺฆาทิเสโส. อฏฺฐงฺคุลมตฺเตน อปฺปตฺตจฺฉทนํ กตฺวาติ เอตฺถ เอวํ เม อาปตฺติ น สิยาติ ภิตฺติยํ วา ฉทเน วา เอกงฺคุลมตฺตมฺปิ โอกาสํ เลเปน อฆเฏตฺวา ฐเปติ, วฏฺฏตีติ วทนฺติ. มตฺติกากุฏฺฏเมว มตฺติกาเลปสงฺขฺยํ คจฺฉตีติ อาห – ‘‘สเจ มตฺติกาย กุฏฺฏํ กโรติ, ฉทนเลเปน สทฺธึ ฆฏเน อาปตฺตี’’ติ. อุภินฺนํ อนาปตฺตีติ ปุริมสฺส เลปสฺส อฆฏิตตฺตา ทุติยสฺส อตฺตุทฺเทสิกตาสมฺภวโต อุภินฺนํ อนาปตฺติ, ตสฺมา วินาปิ วตฺตสีเสน เตน อนาณตฺโต ตสฺส กโรมีติ กโรติ, อุภินฺนํ อนาปตฺติเยว. สเจ เตน อาณตฺโต กโรติ, มูลฏฺฐสฺเสว อาปตฺติ.
๓๕๔. ฉตฺตึส จตุกฺกานิ นาม ‘‘ภิกฺขุ กุฏึ กโรตี’’ติอาทิมฺหิ ปฐมวาเร อเทสิตวตฺถุกจตุกฺกํ เทสิตวตฺถุกจตุกฺกํ ปมาณาติกฺกนฺตจตุกฺกํ ปมาณิกจตุกฺกํ อเทสิตวตฺถุกปฺปมาณาติกฺกนฺตจตุกฺกํ เทสิตวตฺถุกปฺปมาณิกจตุกฺกนฺติ ฉ จตุกฺกานิ, เอวํ สมาทิสติวาราทีสุปิ ปญฺจสูติ ฉตฺตึส. อาปตฺติเภททสฺสนตฺถํ วุตฺตานีติ ‘‘สารมฺเภ เจ ภิกฺขุ วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน’’ติ อวิเสเสน มาติกาย วุตฺตตฺตา สารมฺภอปริกฺกมเนสุปิ สงฺฆาทิเสโสว สิยาติ มิจฺฉาคาหนิวตฺตนตฺถํ สารมฺเภ อปริกฺกมเน จ ทุกฺกฏํ, อเทสิตวตฺถุกตาย ปมาณาติกฺกนฺตตาย จ สงฺฆาทิเสโสติ เอวํ อาปตฺติเภททสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ.
๓๕๕-๓๖๑. ‘‘ทฺวีหิ สงฺฆาทิเสเสหี’’ติ วตฺตพฺเพ วิภตฺติพฺยตฺตเยน จ วจนพฺยตฺตเยน จ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสนาติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทฺวีหิ สงฺฆาทิเสเสหิ…เป… อตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ. ‘‘อญฺญสฺส วา ทาตพฺพา’’ติ วุตฺตตฺตา วิปฺปกตํ กุฏึ ลภิตฺวา อตฺตโน อตฺถาย กโรนฺตสฺสปิ อาทิโต ปฏฺฐาย อกตตฺตา อนาปตฺติเยวาติ วทนฺติ. อปจินิตพฺพาติ วิทฺธํเสตพฺพา. ภูมิสมํ กตฺวาติ กุฏิวตฺถุสมํ กตฺวา.
๓๖๔. น เหตฺถ เลโป ฆฏิยตีติ ฉทนเลปสฺส อภาวโต วุตฺตํ, วิสุํเยว อนุญฺญาตตฺตา ปน สเจปิ เลณสฺส อนฺโต อุปริภาเค จิตฺตกมฺมาทิกรณตฺถํ เลปํ เทนฺติ, วฏฺฏติเยว. เลปทานวเสน อกตา อิฏฺฐกาทิคุหา คุหา นามาติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ติเณหิ วา ปณฺเณหิ วา ฉาทิตกุฏิกาว วุตฺตาติ ‘‘กุกฺกุฏจฺฉิกเคหํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา ‘‘ฉทนํ ทณฺฑเกหี’’ติอาทินา ปุน ตํ ทสฺเสนฺเตหิ ติณปณฺณจฺฉทนา กุฏิกาว วุตฺตา. ฉทนํ ทณฺฑเกหิ ชาลพนฺธํ กตฺวาติ ฉทนํ ทีฆโต ติริยโต จ ฐปิตทณฺฑเกหิ ชาลํ วิย พนฺธิตฺวา. โอคุมฺเผตฺวาติ ติณาทึ วิทฺธํเสตฺวา. ภิตฺติเลเปน สทฺธึ เลเป ฆฏิเตติ เอตฺถ อุลฺลิตฺตาวลิตฺตภาวสฺส ฉทนํ สนฺธาย วุตฺตตฺตา สเจปิ ภิตฺติเลเปน อนตฺถิโก โหติ, ฉทนเลเป สมนฺตโต ภิตฺติยา อปฺปมตฺตเกนปิ ฆฏิเต ภิตฺติเลเปน วินาปิ อาปตฺติเยวาติ วทนฺติ. อุปจิกาโมจนตฺถเมว เหฏฺฐา ปาสาณกุฏฺฏํ กตฺวา ตํ อลิมฺปิตฺวา อุปริ ลิมฺปติ, เลโป น ฆฏิยติ นาม, อนาปตฺติเยวาติ อิมินา อฏฺฐกถาวจเนน ตํ น สเมติ. ตตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘ภิตฺตึ อลิมฺปิตุกามตาย อภาวโต ฉทนเลเป ปาสาณกุฏฺเฏน สทฺธึ ฆฏิเตปิ ตตฺถ อนาปตฺติ วุตฺตา’’ติ, ตมฺปิ น ยุตฺตํ. ‘‘อุปจิกาโมจนตฺถเมวา’’ติ หิ วุตฺตตฺตา ปาสาณกุฏฺเฏ ปุน ลิมฺปิตุกามตาย อภาโวเยว วิญฺญายติ, เตเนว ‘‘ตํ อลิมฺปิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘อุลฺลิตฺตาทิภาโว…เป… ฉทนเมว สนฺธาย วุตฺโต’’ติ อิทํ สติปิ ภิตฺติเลเป ฉทนเลเปน วินา อาปตฺติ น โหตีติ ฉทนเลปสฺส ปธานภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน ภิตฺติเลเปน วินาปิ อาปตฺติ โหตีติ ทสฺสนตฺถนฺติ วทนฺติ, อิทเมว เจตฺถ ยุตฺตตรนฺติ อมฺหากํ ขนฺติ. เอตฺถาติ ติณกุฏิกาย.
เอตฺถ จ ติณกุฏิกาย เอว สพฺพถา อนาปตฺติภาวสฺส ทสฺสนํ ปริวารปาฬึ อาเนตฺวา ติณกุฏิกาย สารมฺภาทิปจฺจยาปิ อนาปตฺติภาโว สุเขน สกฺกา สาเธตุนฺติ กตํ. ติณกุฏิกาย จ สพฺพถา อนาปตฺติภาเว สาธิเต เตเนว นเยน เลณคุหาทีสุปิ สารมฺภาทิปจฺจยาปิ อนาปตฺติภาโว สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ. เตเนว ‘‘ยํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ ติณกุฏิกาย สารมฺภาทิปจฺจยาปิ อนาปตฺติภาเว สาธิเต เตเนว นเยน อญฺญสฺสตฺถาย กโรนฺตสฺสปิ สารมฺภาทิปจฺจยาปิ อนาปตฺติภาโว อตฺถโต ทสฺสิโตเยว โหติ. เอวญฺจ สติ ภิกฺขุ สมาทิสิตฺวา ปกฺกมติ ‘‘กุฏึ เม กโรถา’’ติ, สมาทิสติ จ เทสิตวตฺถุกา จ โหตุ อนารมฺภา จ สปริกฺกมนา จาติ, ตสฺส กุฏึ กโรนฺติ อเทสิตวตฺถุกํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ. ‘‘อาปตฺติ การุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏาน’’นฺติ ปาฬิยํ อญฺญสฺสตฺถาย กโรนฺตสฺสปิ สารมฺภาทิปจฺจยาปิ ทุกฺกฏํ กสฺมา วุตฺตนฺติ อิมํ โจทนํ มนสิ นิธาย ‘‘ยํ ปน…เป… อกรณปจฺจยา วุตฺต’’นฺติ อิทํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อญฺญสฺสตฺถาย กโรนฺตสฺสปิ สารมฺภาทิปจฺจยาปิ อนาปตฺติเยว. ‘‘อาปตฺติ การุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏาน’’นฺติ อิทํ ปน อญฺญสฺสตฺถาย กโรนฺตสฺส น สารมฺภาทิปจฺจยา อาปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, กิญฺจรหิ ยถาสมาทิฏฺฐาย อกรณปจฺจยา อาปตฺติทสฺสนตฺถนฺติ. ยสฺมา พหูสุ โปตฺถเกสุ สตโสธิตสมฺมเต จ ปุราณโปตฺถเก อยเมว ปาฐกฺกโม ทิสฺสติ, ตสฺมา ยถาทิฏฺฐปาฐานุกฺกเมเนเวตฺถ อตฺโถ ปกาสิโต. กตฺถจิ โปตฺถเก ปน ‘‘กุฏิลกฺขณปฺปตฺตมฺปิ กุฏึ…เป… อนาปตฺตี’’ติ อิมสฺสานนฺตรํ ‘‘ยํ ปนา’’ติอาทิปาฐํ ลิขนฺติ, เอวญฺจ สติ ตตฺถ อธิปฺปาโย ปากโฏเยว. อนาปตฺตีติ วตฺวาติ อุโปสถาคารญฺจ ภวิสฺสติ, อหญฺจ วสิสฺสามีติอาทีสุ วาสาคารตฺถาย เอว อนิยมิตตฺตา อนาปตฺตีติ วตฺวา.
ปมาณาติกฺกนฺตกุฏิกรณลกฺขณา กิริยาเยว, อเทสิตวตฺถุมูลิกายปิ อาปตฺติยา องฺคํ โหติ ปมาณาติกฺกนฺตมูลิกายปิ, ตทุภยํ เอกโต กตฺวา ‘‘กิริยากิริยโต’’ติ วุตฺตํ. วตฺถุํ อเทสาเปตฺวา ปมาณยุตฺตํ กุฏึ กโรนฺตสฺสปิ วตฺถุํ เทสาเปตฺวา อกิริยาย กุฏิกรณกิริยาย จ สมุฏฺฐานโต กิริยากิริยโตว สมุฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ. อจิตฺตกนฺติ ปณฺณตฺติอชานนจิตฺเตน อจิตฺตกํ. อุลฺลิตฺตาทีนํ อญฺญตรตา, เหฏฺฐิมปฺปมาณสมฺภโว, อเทสิตวตฺถุตา, ปมาณาติกฺกนฺตตา, อตฺตุทฺเทสิกตา, วาสาคารตา, เลปฆฏฺฏนาติ อิมาเนตฺถ ฉ วา สตฺต วา องฺคานิ.
กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖๕. สตฺตเม เอวํนามเก นคเรติ โกสมฺพีนามเก. ตสฺส กิร นครสฺส อารามโปกฺขรณีอาทีสุ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ โกสมฺพรุกฺขาว อุสฺสนฺนา อเหสุํ, ตสฺมา โกสมฺพีติ สงฺขฺยํ อคมาสิ. กุสุมฺพสฺส นาม อิสิโน อสฺสมโต อวิทูเร มาปิตตฺตาติ เอเก. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กุสุมฺพสฺส อิสิโน นิวาสภูมิ โกสมฺพี, ตสฺส จ อวิทูเร ภวตฺตา นครํ โกสมฺพีติ สงฺขฺยํ คตนฺติ. โฆสิตนามเกน กิร เสฏฺฐินา โส การิโตติ เอตฺถ โก โฆสิตเสฏฺฐิ, กถญฺจาเนน โส อาราโม การิโตติ? ปุพฺเพ กิร อทฺทิลรฏฺฐํ นาม อโหสิ. ตโต โกตูหลโก นาม ทลิทฺโท ฉาตกภเยน สปุตฺตทาโร สุภิกฺขํ รฏฺฐํ คจฺฉนฺโต ปุตฺตํ วหิตุํ อสกฺโกนฺโต ฉฑฺเฑตฺวา อคมาสิ. มาตา นิวตฺติตฺวา ตํ คเหตฺวา คตา. เต เอกํ โคปาลกคามํ ปวิสึสุ. โคปาลกานญฺจ ตทา พหุปายาโส ปฏิยตฺโต โหติ, ตโต ปายาสํ ลภิตฺวา ภุญฺชึสุ. อถ โส ปุริโส พหุตรํ ปายาสํ ภุตฺโต ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺโต รตฺติภาเค กาลํ กตฺวา ตตฺเถว สุนขิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา กุกฺกุโร ชาโต, โส โคปาลกสฺส ปิโย อโหสิ. โคปาลโก จ ปจฺเจกพุทฺธํ อุปฏฺฐาติ. ปจฺเจกพุทฺโธปิ ภตฺตกิจฺจกาเล กุกฺกุรสฺส เอกํ ปิณฺฑํ เทติ. โส ปจฺเจกพุทฺเธ สิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา โคปาลเกน สทฺธึ ปณฺณสาลมฺปิ คจฺฉติ, โคปาลเก อสนฺนิหิเต ภตฺตเวลายํ สยเมว คนฺตฺวา กาลาโรจนตฺถํ ปณฺณสาลทฺวาเร ภุสฺสติ, อนฺตรามคฺเคปิ จณฺฑมิเค ทิสฺวา ภุสฺสิตฺวา ปลาเปติ. โส ปจฺเจกพุทฺเธ มุทุเกน จิตฺเตน กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติ. ตตฺราสฺส ‘‘โฆสกเทวปุตฺโต’’เตฺวว นามํ อโหสิ.