นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
วินยปิฏเก
สารตฺถทีปนี-ฏีกา (ปฐโม ภาโค)
คนฺถารมฺภกถา
มหาการุณิกํ พุทฺธํ, ธมฺมญฺจ วิมลํ วรํ;
วนฺเท อริยสงฺฆญฺจ, ทกฺขิเณยฺยํ นิรงฺคณํ.
อุฬารปุญฺญเตเชน, กตฺวา สตฺตุวิมทฺทนํ;
ปตฺตรชฺชาภิเสเกน, สาสนุชฺโชตนตฺถินา.
นิสฺสาย สีหฬินฺเทน, ยํ ปรกฺกมพาหุนา;
กตฺวา นิกายสามคฺคึ, สาสนํ สุวิโสธิตํ.
กสฺสปํ ตํ มหาเถรํ, สงฺฆสฺส ปริณายกํ;
ทีปสฺมึ ตมฺพปณฺณิมฺหิ, สาสโนทยการกํ.
ปฏิปตฺติปราธีนํ, สทารญฺญนิวาสินํ;
ปากฏํ คคเน จนฺท-มณฺฑลํ วิย สาสเน.
สงฺฆสฺส ปิตรํ วนฺเท, วินเย สุวิสารทํ;
ยํ นิสฺสาย วสนฺโตหํ, วุทฺธิปฺปตฺโตสฺมิ สาสเน.
อนุเถรํ มหาปุญฺญํ, สุเมธํ สุติวิสฺสุตํ;
อวิขณฺฑิตสีลาทิ-ปริสุทฺธคุโณทยํ.
พหุสฺสุตํ สติมนฺตํ, ทนฺตํ สนฺตํ สมาหิตํ;
นมามิ สิรสา ธีรํ, ครุํ เม คณวาจกํ.
อาคตาคมตกฺเกสุ, สทฺทสตฺถนยญฺญุสุ;
ยสฺสนฺเตวาสิภิกฺขูสุ, สาสนํ สุปฺปติฏฺฐิตํ.
วินยฏฺฐกถายาหํ, ลีนสารตฺถทีปนึ;
กริสฺสามิ สุวิญฺเญยฺยํ, ปริปุณฺณมนากุลํ.
โปราเณหิ กตํ ยํ ตุ, ลีนตฺถสฺส ปกาสนํ;
น ตํ สพฺพตฺถ ภิกฺขูนํ, อตฺถํ สาเธติ สพฺพโส.
ทุวิญฺเญยฺยสภาวาย, สีหฬาย นิรุตฺติยา;
คณฺฐิปเทสฺวเนเกสุ, ลิขิตํ กิญฺจิ กตฺถจิ.
มาคธิกาย ภาสาย, อารภิตฺวาปิ เกนจิ;
ภาสนฺตเรหิ สมฺมิสฺสํ, ลิขิตํ กิญฺจิเทว จ.
อสารคนฺถภาโรปิ, ตตฺเถว พหุ ทิสฺสติ;
อากุลญฺจ กตํ ยตฺถ, สุวิญฺเญยฺยมฺปิ อตฺถโต.
ตโต อปริปุณฺเณน, ตาทิเสเนตฺถ สพฺพโส;
กถมตฺถํ วิชานนฺติ, นานาเทสนิวาสิโน.
ภาสนฺตรํ ตโต หิตฺวา, สารมาทาย สพฺพโส;
อนากุลํ กริสฺสามิ, ปริปุณฺณวินิจฺฉยนฺติ.
คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา
วินยสํวณฺณนารมฺเภ รตนตฺตยํ นมสฺสิตุกาโม ตสฺส วิสิฏฺฐคุณโยคสนฺทสฺสนตฺถํ ‘‘โย กปฺปโกฏีหิปี’’ติอาทิมาห. วิสิฏฺฐคุณโยเคน หิ วนฺทนารหภาโว, วนฺทนารเห จ กตา วนฺทนา ยถาธิปฺเปตมตฺถํ สาเธติ. เอตฺถ จ สํวณฺณนารมฺเภ รตนตฺตยปณามกรณปฺปโยชนํ ตตฺถ ตตฺถ พหุธา ปปญฺเจนฺติ อาจริยา. ตถา หิ วณฺณยนฺติ –
‘‘สํวณฺณนารมฺเภ รตนตฺตยวนฺทนา สํวณฺเณตพฺพสฺส ธมฺมสฺส ปภวนิสฺสยวิสุทฺธิปฏิเวทนตฺถํ, ตํ ปน ธมฺมสํวณฺณนาสุ วิญฺญูนํ พหุมานุปฺปาทนตฺถํ, ตํ สมฺมเทว เตสํ อุคฺคหณธารณาทิกฺกมลทฺธพฺพาย สมฺมาปฏิปตฺติยา สพฺพหิตสุขนิปฺผาทนตฺถํ. อถ วา มงฺคลภาวโต, สพฺพกิริยาสุ ปุพฺพกิจฺจภาวโต, ปณฺฑิเตหิ สมาจริตภาวโต, อายตึ ปเรสํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชนโต จ สํวณฺณนายํ รตนตฺตยปณามกิริยา’’ติ.
มยํ ปน อิธาธิปฺเปตเมว ปโยชนํ ทสฺสยิสฺสาม. ตสฺมา สํวณฺณนารมฺเภ รตนตฺตยปณามกรณํ ยถาปฏิญฺญาตสํวณฺณนาย อนนฺตราเยน ปริสมาปนตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทเมว หิ ปโยชนํ อาจริเยน อิธาธิปฺเปตํ. ตถา หิ วกฺขติ –
‘‘อิจฺเจวมจฺจนฺตนมสฺสเนยฺยํ,
นมสฺสมาโน รตนตฺตยํ ยํ;
ปุญฺญาภิสนฺทํ วิปุลํ อลตฺถํ,
ตสฺสานุภาเวน หตนฺตราโย’’ติ.
รตนตฺตยปณามกรเณน เจตฺถ ยถาปฏิญฺญาตสํวณฺณนาย อนนฺตราเยน ปริสมาปนํ รตนตฺตยปูชาย ปญฺญาปาฏวภาวโต, ตาย ปญฺญาปาฏวญฺจ ราคาทิมลวิธมนโต. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยสฺมึ, มหานาม, สมเย อริยสาวโก ตถาคตํ อนุสฺสรติ, เนวสฺส ตสฺมึ สมเย ราคปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, น โทสปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, น โมหปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, อุชุคตเมวสฺส ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ โหตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๑.๑๑).
ตสฺมา รตนตฺตยปูชเนน วิกฺขาลิตมลาย ปญฺญาย ปาฏวสิทฺธิ.
อถ วา รตนตฺตยปูชนสฺส ปญฺญาปทฏฺฐานสมาธิเหตุตฺตา ปญฺญาปาฏวํ. วุตฺตญฺหิ ตสฺส สมาธิเหตุตฺตํ –
‘‘เอวํ อุชุคตจิตฺโต โข, มหานาม, อริยสาวโก ลภติ อตฺถเวทํ, ลภติ ธมฺมเวทํ, ลภติ ธมฺมูปสํหิตํ ปาโมชฺชํ, ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ, ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ, ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวทิยติ, สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยตี’’ติ (อ. นิ. ๑๑.๑๑.).
สมาธิสฺส จ ปญฺญาย ปทฏฺฐานภาโว วุตฺโตเยว ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๙; มิ. ป. ๒.๑.๑๔). ตโต เอวํ ปฏุภูตาย ปญฺญาย ปฏิญฺญามหตฺตกตํ เขทมภิภุยฺย อนนฺตราเยน สํวณฺณนํ สมาปยิสฺสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อนนฺตราเยน ปริสมาปนตฺถ’’นฺติ.
อถ วา รตนตฺตยปูชาย อายุวณฺณสุขพลวฑฺฒนโต อนนฺตราเยน ปริสมาปนํ เวทิตพฺพํ. รตนตฺตยปณาเมน หิ อายุวณฺณสุขพลานิ วฑฺฒนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อภิวาทนสีลิสฺส, นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน;
จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ, อายุ วณฺโณ สุขํ พล’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๐๙);
ตโต อายุวณฺณสุขพลวุฑฺฒิยา โหเตว การิยนิฏฺฐานมิติ วุตฺตํ ‘‘อนนฺตราเยน ปริสมาปนตฺถ’’นฺติ.
อถ วา รตนตฺตยคารวสฺส ปฏิภานาปริหานาวหตฺตา. อปริหานาวหญฺหิ ตีสุปิ รตเนสุ คารวํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สตฺติเม, ภิกฺขเว, อปริหานิยา ธมฺมา. กตเม สตฺต? สตฺถุคารวตา ธมฺมคารวตา สงฺฆคารวตา สิกฺขาคารวตา สมาธิคารวตา กลฺยาณมิตฺตตา โสวจสฺสตา’’ติ (อ. นิ. ๗.๓๔).
โหเตว จ ตโต ปฏิภานาปริหาเนน ยถาปฏิญฺญาตปริสมาปนํ.
อถ วา ปสาทวตฺถูสุ ปูชาย ปุญฺญาติสยภาวโต. วุตฺตญฺหิ ตสฺส ปุญฺญาติสยตฺตํ –
‘‘ปูชารเห ปูชยโต, พุทฺเธ ยทิว สาวเก;
ปปญฺจสมติกฺกนฺเต, ติณฺณโสกปริทฺทเว.
‘‘เต ตาทิเส ปูชยโต, นิพฺพุเต อกุโตภเย;
น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุํ, อิเมตฺตมปิ เกนจี’’ติ. (ธ. ป. ๑๙๕-๑๙๖; อป. เถร ๑.๑๐.๑-๒);
ปุญฺญาติสโย จ ยถาธิปฺเปตปริสมาปนุปาโย. ยถาห –
‘‘เอส เทวมนุสฺสานํ, สพฺพกามทโท นิธิ;
ยํ ยเทวาภิปตฺเถนฺติ, สพฺพเมเตน ลพฺภตี’’ติ. (ขุ. ปา. ๘.๑๐);
อุปาเยสุ จ ปฏิปนฺนสฺส โหเตว การิยนิฏฺฐานํ. รตนตฺตยปูชา หิ นิรติสยปุญฺญกฺเขตฺตสํพุทฺธิยา อปริเมยฺยปฺปภโว ปุญฺญาติสโยติ พหุวิธนฺตราเยปิ โลกสนฺนิวาเส อนฺตรายนิพนฺธนสกลสํกิเลสวิทฺธํสนาย ปโหติ, ภยาทิอุปทฺทวญฺจ นิวาเรติ. ตสฺมา สุวุตฺตํ ‘‘สํวณฺณนารมฺเภ รตนตฺตยปณามกรณํ ยถาปฏิญฺญาตสํวณฺณนาย อนนฺตราเยน ปริสมาปนตฺถนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ.
เอวํ ปน สปฺปโยชนํ รตนตฺตยวนฺทนํ กตฺตุกาโม ปฐมํ ตาว ภควโต วนฺทนํ กาตุํ ตมฺมูลกตฺตา เสสรตนานํ ‘‘โย กปฺป…เป… มหาการุณิกสฺส ตสฺสา’’ติ อาห. เอตฺถ ปน ยสฺสา เทสนาย สํวณฺณนํ กตฺตุกาโม, สา ยสฺมา กรุณาปฺปธานา, น สุตฺตนฺตเทสนา วิย กรุณาปญฺญาปฺปธานา, นาปิ อภิธมฺมเทสนา วิย ปญฺญาปฺปธานา, ตสฺมา กรุณาปฺปธานเมว ภควโต โถมนํ อารทฺธํ. เอสา หิ อาจริยสฺส ปกติ, ยทิทํ อารมฺภานุรูปโถมนา. เตเนว สุตฺตนฺตเทสนาย สํวณฺณนารมฺเภ ‘‘กรุณาสีตลหทยํ, ปญฺญาปชฺโชตวิหตโมหตม’’นฺติ กรุณาปญฺญาปฺปธานํ, อภิธมฺมเทสนาย สํวณฺณนารมฺเภ ‘‘กรุณา วิย สตฺเตสุ, ปญฺญา ยสฺส มเหสิโน’’ติ ปญฺญาปฺปธานญฺจ โถมนํ อารทฺธํ. กรุณาปญฺญาปฺปธานา หิ สุตฺตนฺตเทสนา เตสํ เตสํ สตฺตานํ อาสยานุสยาธิมุตฺติจริยาทิเภทปริจฺฉินฺทนสมตฺถาย ปญฺญาย สตฺเตสุ จ มหากรุณาย ตตฺถ สาติสยปฺปวตฺติโต. สุตฺตนฺตเทสนาย หิ มหากรุณาสมาปตฺติพหุโล เวเนยฺยสนฺตาเนสุ ตทชฺฌาสยานุโลเมน คมฺภีรมตฺถปทํ ปติฏฺฐาเปสิ. อภิธมฺมเทสนา จ เกวลํ ปญฺญาปฺปธานา ปรมตฺถธมฺมานํ ยถาสภาวปฏิเวธสมตฺถาย ปญฺญาย ตตฺถ สาติสยปฺปวตฺติโต.
วินยเทสนา ปน อาสยาทินิรเปกฺขํ เกวลํ กรุณาย ปากติกสตฺเตนปิ อโสตพฺพารหํ สุณนฺโต อปุจฺฉิตพฺพารหํ ปุจฺฉนฺโต อวตฺตพฺพารหญฺจ วทนฺโต ภควา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสีติ กรุณาปฺปธานา. ตถา หิ อุกฺกํสปริยนฺตคตหิโรตฺตปฺโปปิ ภควา โลกิยสาธุชเนหิปิ ปริหริตพฺพานิ ‘‘สิขรณีสี’’ติอาทีนิ วจนานิ ยถาปราธญฺจ ครหวจนานิ วินยปิฏกเทสนาย มหากรุณาสญฺโจทิตมานโส มหาปริสมชฺเฌ อภาสิ, ตํตํสิกฺขาปทปญฺญตฺติการณาเปกฺขาย เวรญฺชาทีสุ สารีริกญฺจ เขทมนุโภสิ. ตสฺมา กิญฺจาปิ ภูมนฺตรปจฺจยาการสมยนฺตรกถานํ วิย วินยปญฺญตฺติยาปิ สมุฏฺฐาปิกา ปญฺญา อนญฺญสาธารณตาย อติสยกิจฺจวตี, กรุณาย กิจฺจํ ปน ตโตปิ อธิกนฺติ กรุณาปฺปธานา วินยเทสนา. กรุณาพฺยาปาราธิกตาย หิ เทสนาย กรุณาปฺปธานตา. ตสฺมา อารมฺภานุรูปํ กรุณาปฺปธานเมว เอตฺถ โถมนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.
กรุณาคฺคหเณน จ อปริเมยฺยปฺปภาวา สพฺเพปิ พุทฺธคุณา สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา ตํมูลกตฺตา เสสพุทฺธคุณานํ. มหากรุณาย วา ฉสุ อสาธารณญาเณสุ อญฺญตรตฺตา ตํสหจริตเสสาสาธารณญาณานมฺปิ คหณสพฺภาวโต สพฺเพปิ พุทฺธคุณา นยโต ทสฺสิตาว โหนฺติ. เอโสเยว หิ นิรวเสสโต พุทฺธคุณานํ ทสฺสนุปาโย ยทิทํ นยคฺคาโห. อญฺญถา โก นาม สมตฺโถ ภควโต คุเณ อนุปทํ นิรวเสสโต ทสฺเสตุํ. เตเนวาห –
‘‘พุทฺโธปิ พุทฺธสฺส ภเณยฺย วณฺณํ,
กปฺปมฺปิ เจ อญฺญมภาสมาโน;
ขีเยถ กปฺโป จิรทีฆมนฺตเร,
วณฺโณ น ขีเยถ ตถาคตสฺสา’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๐๔; ๓.๑๔๑; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔๒๕);
เตเนว จ อายสฺมตา สาริปุตฺตตฺเถเรนปิ พุทฺธคุณปริจฺเฉทนํ ปติอนุยุตฺเตน ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘อปิจ เม, ภนฺเต, ธมฺมนฺวโย วิทิโต’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๔๖) วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘โย กปฺปโกฏีหิปี’’ติอาทินา กรุณามุเขน สงฺเขปโต สกลสพฺพญฺญุคุเณหิ ภควนฺตํ อภิตฺถวีติ ทฏฺฐพฺพํ. อยเมตฺถ สมุทายตฺโถ.
อยํ ปน อวยวตฺโถ – โยติ อนิยมวจนํ. ตสฺส ‘‘นาโถ’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ‘‘กปฺปโกฏีหิปี’’ติอาทินา ปน ยาย กรุณาย โส ‘‘มหาการุณิโก’’ติ วุจฺจติ, ตสฺสา วเสน กปฺปโกฏิคณนายปิ อปฺปเมยฺยํ กาลํ โลกหิตตฺถาย อติทุกฺกรํ กโรนฺตสฺส ภควโต ทุกฺขานุภวนํ ทสฺเสติ. กรุณาย พเลเนว หิ โส ภควา หตฺถคตมฺปิ นิพฺพานํ ปหาย สํสารปงฺเก นิมุคฺคํ สตฺตนิกายํ ตโต สมุทฺธรณตฺถํ จินฺเตตุมฺปิ อสกฺกุเณยฺยํ นยนชีวิตปุตฺตภริยทานาทิกํ อติทุกฺกรมกาสิ. กปฺปโกฏีหิปิ อปฺปเมยฺยํ กาลนฺติ กปฺปโกฏิคณนายปิ ‘‘เอตฺตกา กปฺปโกฏิโย’’ติ ปเมตุํ อสกฺกุเณยฺยํ กาลํ, กปฺปโกฏิคณนวเสนปิ ปริจฺฉินฺทิตุมสกฺกุเณยฺยตฺตา อปริจฺฉินฺนานิ กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานีติ วุตฺตํ โหติ. กปฺปโกฏิวเสเนว หิ โส กาโล อปฺปเมยฺโย, อสงฺเขฺยยฺยวเสน ปน ปริจฺฉินฺโนเยว. ‘‘กปฺปโกฏีหิปี’’ติ อปิสทฺโท กปฺปโกฏิวเสนปิ ตาว ปเมตุํ น สกฺกา, ปเคว วสฺสคณนายาติ ทสฺเสติ. ‘‘อปฺปเมยฺยํ กาล’’นฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ ‘‘มาสมธีเต, ทิวสํ จรตี’’ติอาทีสุ วิย. กโรนฺโต อติทุกฺกรานีติ ปญฺจมหาปริจฺจาคาทีนิ อติทุกฺกรานิ กโรนฺโต. เอวมติทุกฺกรานิ กโรนฺโต กึ วินฺทีติ เจ? เขทํ คโต, กายิกํ เขทมุปคโต, ปริสฺสมํ ปตฺโตติ อตฺโถ, ทุกฺขมนุภวีติ วุตฺตํ โหติ. ทุกฺขญฺหิ ขิชฺชติ สหิตุมสกฺกุเณยฺยนฺติ ‘‘เขโท’’ติ วุจฺจติ. โลกหิตายาติ ‘‘อนมตคฺเค สํสาเร วฏฺฏทุกฺเขน อจฺจนฺตปีฬิตํ สตฺตโลกํ ตมฺหา ทุกฺขโต โมเจตฺวา นิพฺพานสุขภาคิยํ กริสฺสามี’’ติ เอวํ สตฺตโลกสฺส หิตกรณตฺถายาติ อตฺโถ. อสฺส จ ‘‘อติทุกฺกรานิ กโรนฺโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. โลกหิตาย เขทํ คโตติ โยชนายปิ นตฺถิ โทโส. มหาคณฺฐิปเทปิ หิ ‘‘อติทุกฺกรานิ กโรนฺโต เขทํ คโต, กิมตฺถนฺติ เจ? โลกหิตายา’’ติ วุตฺตํ.
ยํ ปน เอวํ โยชนํ อสมฺภาเวนฺเตน เกนจิ วุตฺตํ ‘‘น หิ ภควา โลกหิตาย สํสารทุกฺขมนุภวติ. น หิ กสฺสจิ ทุกฺขานุภวนํ โลกสฺส อุปการํ อาวหตี’’ติ, ตํ ตสฺส มติมตฺตํ. เอวํ โยชนายปิ อติทุกฺกรานิ กโรนฺตสฺส ภควโต ทุกฺขานุภวนํ โลกหิตกรณตฺถายาติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ, น ตุ ทุกฺขานุภวเนเนว โลกหิตสิทฺธีติ. ปฐมํ วุตฺตโยชนายปิ หิ น ทุกฺกรกรณมตฺเตน โลกหิตสิทฺธิ. น หิ ทุกฺกรํ กโรนฺโต กญฺจิ สตฺตํ มคฺคผลาทีสุ ปติฏฺฐาเปติ, อถ โข ตาทิสํ อติทุกฺกรํ กตฺวา สพฺพญฺญุภาวํ สจฺฉิกตฺวา นิยฺยานิกธมฺมเทสนาย มคฺคผลาทีสุ สตฺเต ปติฏฺฐาเปนฺโต โลกสฺส หิตํ สาเธติ.
กามญฺเจตฺถ สตฺตสงฺขารภาชนวเสน ติวิโธ โลโก, หิตกรณสฺส ปน อธิปฺเปตตฺตา ตํวิสยสฺเสว สตฺตโลกสฺส วเสน อตฺโถ คเหตพฺโพ. โส หิ โลกียนฺติ เอตฺถ ปุญฺญปาปานิ ตํวิปาโก จาติ ‘‘โลโก’’ติ วุจฺจติ. กตฺถจิ ปน ‘‘สนรามรโลกครุ’’นฺติอาทีสุ สมูหตฺโถปิ โลกสทฺโท สมุทายวเสน โลกียติ ปญฺญาปียตีติ. ยํ ปเนตฺถ เกนจิ วุตฺตํ ‘‘อิมินา สตฺตโลกญฺจ ชาติโลกญฺจ สงฺคณฺหาติ, ตสฺมา ตสฺส สตฺตโลกสฺส อิธโลกปรโลกหิตํ, อติกฺกนฺตปรโลกานํ วา อุจฺฉินฺนโลกสมุทยานํ อิธ ชาติโลเก โอกาสโลเก วา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสงฺขาตญฺจ หิตํ สมฺปิณฺเฑตฺวา โลกสฺส, โลกานํ, โลเก วา หิตนฺติ สรูเปกเสสํ กตฺวา โลกหิตมิจฺเจวาหา’’ติ, น ตํ สารโต ปจฺเจตพฺพํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสงฺขอาตหิตสฺสปิ สตฺตโลกวิสยตฺตา, สตฺตโลกคฺคหเณเนว อุจฺฉินฺนมูลานํ ขีณาสวานมฺปิ สงฺคหิตตฺตา.
สพฺพตฺถ ‘‘เกนจี’’ติ วุตฺเต ‘‘วชิรพุทฺธิฏีกากาเรนา’’ติ คเหตพฺพํ. ‘‘มหาคณฺฐิปเท’’ติ วา ‘‘มชฺฌิมคณฺฐิปเท’’ติ วา ‘‘จูฬคณฺฐิปเท’’ติ วา วุตฺเต ‘‘สีหฬคณฺฐิปเทสู’’ติ คเหตพฺพํ. เกวลํ ‘‘คณฺฐิปเท’’ติ วุตฺเต ‘‘มาคธภาสาย ลิขิเต คณฺฐิปเท’’ติ คเหตพฺพํ.
นาโถติ โลกปฏิสรโณ, โลกสามี โลกนายโกติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ สพฺพานตฺถปอหารปุพฺพงฺคมาย นิรวเสสหิตสุขวิธานตปฺปราย นิรติสยาย ปโยคสมฺปตฺติยา สเทวมนุสฺสาย ปชาย อจฺจนฺตุปการิตาย อปริมิตนิรุปมปฺปภาวคุณวิเสสสมงฺคิตาย จ สพฺพสตฺตุตฺตโม ภควา อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ เอกปฏิสรโณ ปติฏฺฐา. อถ วา นาถตีติ นาโถ, เวเนยฺยานํ หิตสุขํ เมตฺตายนวเสน อาสีสติ ปตฺเถตีติ อตฺโถ. อถ วา นาถติ เวเนยฺยคเต กิเลเส อุปตาเปตีติ อตฺโถ, นาถตีติ วา ยาจตีติ อตฺโถ. ภควา หิ ‘‘สาธุ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กาเลน กาลํ อตฺตสมฺปตฺตึ ปจฺจเวกฺเขยฺยา’’ติอาทินา (อ. นิ. ๘.๗) สตฺตานํ ตํ ตํ หิตปฏิปตฺตึ ยาจิตฺวาปิ กรุณาย สมุสฺสาหิโต เต ตตฺถ นิโยเชติ. ปรเมน วา จิตฺติสฺสริเยน สมนฺนาคโต สพฺพสตฺเต อีสติ อภิภวตีติ ปรมิสฺสโร ภควา ‘‘นาโถ’’ติ วุจฺจติ. สพฺโพปิ จายมตฺโถ สทฺทสตฺถานุสารโต เวทิตพฺโพ.
มหาการุณิกสฺสาติ โย กรุณาย กมฺปิตหทยตฺตา โลกหิตตฺถํ อติทุกฺกรกิริยาย อเนกปฺปการํ ตาทิสํ สํสารทุกฺขมนุภวิตฺวา อาคโต, ตสฺส มหาการุณิกสฺสาติ อตฺโถ. ตตฺถ กิรตีติ กรุณา, ปรทุกฺขํ วิกฺขิปติ อปเนตีติ อตฺโถ. ทุกฺขิเตสุ วา กิรียติ ปสารียตีติ กรุณา. อถ วา กิณาตีติ กรุณา, ปรทุกฺเข สติ การุณิกํ หึสติ วิพาเธติ, วินาเสติ วา ปรสฺส ทุกฺขนฺติ อตฺโถ. ปรทุกฺเข สติ สาธูนํ กมฺปนํ หทยเขทํ กโรตีติ วา กรุณา. อถ วา กมิติ สุขํ, ตํ รุนฺธตีติ กรุณา. เอสา หิ ปรทุกฺขาปนยนกามตาลกฺขณา อตฺตสุขนิรเปกฺขตาย การุณิกานํ สุขํ รุนฺธติ วิพาเธตีติ. กรุณาย นิยุตฺโตติ การุณิโก ยถา ‘‘โทวาริโก’’ติ. ยถา หิ ทฺวารฏฺฐานโต อญฺญตฺถ วตฺตมาโนปิ ทฺวารปฏิพทฺธชีวิโก ปุริโส ทฺวารานติวตฺตวุตฺติตาย ทฺวาเร นิยุตฺโตติ ‘‘โทวาริโก’’ติ วุจฺจติ, เอวํ ภควา เมตฺตาทิวเสน กรุณาวิหารโต อญฺญตฺถ วตฺตมาโนปิ กรุณานติวตฺตวุตฺติตาย กรุณาย นิยุตฺโตติ ‘‘การุณิโก’’ติ วุจฺจติ. มหาภินีหารโต ปฏฺฐาย หิ ยาว มหาปรินิพฺพานา โลกหิตตฺถเมว โลกนาถา ติฏฺฐนฺติ. มหนฺโต การุณิโกติ มหาการุณิโก. สติปิ ภควโต ตทญฺญคุณานมฺปิ วเสน มหนฺตภาเว การุณิกสทฺทสนฺนิธาเนน วุตฺตตฺตา กรุณาวเสเนตฺถ มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ ยถา ‘‘มหาเวยฺยากรโณ’’ติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘มหาการุณิกสฺสา’’ติ อิมินา ปเทน ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน สตฺถุ มหากรุณา วุตฺตา โหติ.
อถ วา กรุณา กรุณายนํ สีลํ ปกติ เอตสฺสาติ การุณิโก, ปถวีผสฺสาทโย วิย กกฺขฬผุสนาทิสภาวา กรุณายนสภาโว สภาวภูตกรุโณติ อตฺโถ. เสสํ ปุริมสทิสเมว. อถ วา มหาวิสยตาย มหานุภาวตาย มหาพลตาย จ มหตี กรุณาติ มหากรุณา. ภควโต หิ กรุณา นิรวเสเสสุ สตฺเตสุ ปวตฺตติ, ปวตฺตมานา จ อนญฺญสาธารณา ปวตฺตติ, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิเภทญฺจ มหนฺตเมว สตฺตานํ หิตสุขํ เอกนฺตโต นิปฺผาเทติ, มหากรุณาย นิยุตฺโตติ มหาการุณิโกติ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อถ วา มหตี ปสตฺถา กรุณา อสฺส อตฺถีติ มหาการุณิโก. ปูชาวจโน เหตฺถ มหนฺตสทฺโท ‘‘มหาปุริโส’’ติอาทีสุ วิย. ปสตฺถา จ ภควโต กรุณา มหากรุณาสมาปตฺติวเสนปิ ปวตฺติโต อนญฺญสาธารณตฺตาติ.
เอวํ กรุณามุเขน สงฺเขปโต สกลสพฺพญฺญุคุเณหิ ภควนฺตํ โถเมตฺวา อิทานิ สทฺธมฺมํ โถเมตุํ ‘‘อสมฺพุธ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อสมฺพุธนฺติ ปุพฺพกาลกิริยานิทฺเทโส, ตสฺส อสมฺพุชฺฌนฺโต อปฺปฏิวิชฺฌนฺโตติ อตฺโถ, ยถาสภาวํ อปฺปฏิวิชฺฌนโตติ วุตฺตํ โหติ. เหตุอตฺโถ เหตฺถ อนฺตสทฺโท ‘‘ปฐนฺโต นิสีทตี’’ติอาทีสุ วิย. ยนฺติ ปุพฺพกาลกิริยาย อนิยมโต กมฺมนิทฺเทโส. พุทฺธนิเสวิตนฺติ ตสฺส วิเสสนํ. ตตฺถ พุทฺธสทฺทสฺส ตาว ‘‘พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ’’ติอาทินา (มหานิ. ๑๙๒) นิทฺเทสนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อถ วา สวาสนาย อญฺญาณนิทฺทาย อจฺจนฺตวิคมโต, พุทฺธิยา วา วิกสิตภาวโต พุทฺธวาติ พุทฺโธ ชาครณวิกสนตฺถวเสน. อถ วา กสฺสจิปิ เญยฺยธมฺมสฺส อนวพุทฺธสฺส อภาเวน เญยฺยวิเสสสฺส กมฺมภาเวน อคฺคหณโต กมฺมวจนิจฺฉาย อภาเวน อวคมนตฺถวเสเนว กตฺตุนิทฺเทโส ลพฺภตีติ พุทฺธวาติ พุทฺโธ. อตฺถโต ปน ปารมิตาปริภาวิโต สยมฺภูญาเณน สห วาสนาย วิหตวิทฺธํสิตนิรวเสสกิเลโส มหากรุณาสพฺพญฺญุตญฺญาณาทิอปริเมยฺยคุณคณาธาโร ขนฺธสนฺตาโน พุทฺโธ. ยถาห ‘‘พุทฺโธติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต พเลสุ จ วสีภาว’’นฺติ (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๑). เตน เอวํ นิรุปมปฺปภาเวน พุทฺเธน นิเสวิตํ โคจราเสวนาภาวนาเสวนาหิ ยถารหํ นิเสวิตํ อนุภูตนฺติ อตฺโถ.
ตตฺถ นิพฺพานํ โคจราเสวนาวเสเนว นิเสวิตํ, มคฺโค ปน อตฺตนา ภาวิโต จ ภาวนาเสวนาวเสน เสวิโต, ปเรหิ อุปฺปาทิตานิ ปน มคฺคผลานิ เจโตปริยญาณาทินา ยทา ปริชานาติ, อตฺตนา อุปฺปาทิตานิ วา ปจฺจเวกฺขณญาเณน ปริจฺฉินฺทติ, ตทา โคจราเสวนาวเสนปิ เสวิตานิ โหนฺติเยว. เอตฺถ จ ปริยตฺติธมฺมสฺสปิ ปริยายโต ธมฺมคฺคหเณน คหเณ สติ โสปิ เทสนาสมฺมสนญาณโคจรตาย โคจราเสวนาย เสวิโตติ สกฺกา คเหตุํ. ‘‘อภิธมฺมนยสมุทฺทํ อธิคจฺฉติ, ตีณิ ปิฏกานิ สมฺมสี’’ติ จ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา ปริยตฺติธมฺมสฺสปิ สจฺฉิกิริยาย สมฺมสนปริยาโย ลพฺภตีติ ยํ อสมฺพุธํ อสมฺพุชฺฌนฺโต อสจฺฉิกโรนฺโตติ อตฺถสมฺภวโต โสปิ อิธ วุตฺโต เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตมฺปิ จ อปฺปฏิวิชฺฌนฺโต ภวาภวํ คจฺฉติ, ปริญฺญาตธมฺมวินโย ปน ตทตฺถปฏิปตฺติยา สมฺมาปฏิปนฺโน น จิรสฺเสว ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘โย อิมสฺมึ ธมฺมวินเย, อปฺปมตฺโต วิหสฺสติ;
ปหาย ชาติสํสารํ, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสตี’’ติ. (ที. นิ. ๒.๑๘๕; สํ. นิ. ๑.๑๘๕);
เอตฺถ จ กิญฺจาปิ มคฺคผลนิพฺพานานิ ปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวเกหิปิ โคจราเสวนาทินา เสวิตานิ โหนฺติ, ตถาปิ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน ‘‘พุทฺธนิเสวิต’’นฺติ วุตฺตํ. เกนจิ ปน พุทฺธสทฺทสฺส สามญฺญโต พุทฺธานุพุทฺธปจฺเจกพุทฺธานมฺปิ เอตฺเถว สงฺคโห วุตฺโต.
ภวาภวนฺติ อปรกาลกิริยาย กมฺมนิทฺเทโส, ภวโต ภวนฺติ อตฺโถ. อถ วา ภวาภวนฺติ สุคติทุคฺคติวเสน หีนปณีตวเสน จ ขุทฺทกํ มหนฺตญฺจ ภวนฺติ อตฺโถ. วุทฺธตฺโถปิ หิ อ-กาโร ทิสฺสติ ‘‘อเสกฺขา ธมฺมา’’ติอาทีสุ วิย. ตสฺมา อภโวติ มหาภโว วุจฺจติ. อถ วา ภโวติ วุทฺธิ, อภโวติ หานิ. ภโวติ วา สสฺสตทิฏฺฐิ, อภโวติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ. วุตฺตปฺปกาโร ภโว จ อภโว จ ภวาภโว. ตํ ภวาภวํ. คจฺฉตีติ อปรกาลกิริยานิทฺเทโส. ชีวโลโกติ สตฺตโลโก. ชีวคฺคหเณน หิ สงฺขารภาชนโลกํ นิวตฺเตติ ตสฺส ภวาภวคมนาสมฺภวโต. นโม อตฺถูติ ปาฐเสโส ทฏฺฐพฺโพ.
อวิชฺชาทิกิเลสชาลวิทฺธํสิโนติ ธมฺมวิเสสนํ. ตตฺถ อวินฺทิยํ วินฺทตีติ อวิชฺชา. ปูเรตุํ อยุตฺตฏฺเฐน กายทุจฺจริตาทิ อวินฺทิยํ นาม, อลทฺธพฺพนฺติ อตฺโถ. ตพฺพิปรีตโต กายสุจริตาทิ วินฺทิยํ นาม, ตํ วินฺทิยํ น วินฺทตีติ วา อวิชฺชา, ขนฺธานํ ราสฏฺฐํ, อายตนานํ อายตนฏฺฐํ, ธาตูนํ สุญฺญตฏฺฐํ, อินฺทฺริยานํ อธิปติยฏฺฐํ, สจฺจานํ ตถฏฺฐํ อวิทิตํ กโรตีติ วา อวิชฺชา, ทุกฺขาทีนํ ปีฬนาทิวเสน วุตฺตํ จตุพฺพิธํ อตฺถํ อวิทิตํ กโรตีติปิ อวิชฺชา, อนฺตวิรหิเต สํสาเร สพฺพโยนิคติภววิญฺญาณฏฺฐิติสตฺตาวาเสสุ สตฺเต ชวาเปตีติ วา อวิชฺชา, ปรมตฺถโต อวิชฺชมาเนสุปิ อิตฺถิปุริสาทีสุ ชวติ, วิชฺชมาเนสุปิ ขนฺธาทีสุ น ชวตีติ วา อวิชฺชา. สา อาทิ เยสํ ตณฺหาทีนํ เต อวิชฺชาทโย, เตเยว กิลิสฺสนฺติ เอเตหิ สตฺตาติ กิเลสา, เตเยว จ สตฺตานํ พนฺธนฏฺเฐน ชาลสทิสาติ ชาลํ, ตํ วิทฺธํเสติ สพฺพโส วินาเสติ สีเลนาติ อวิชฺชาทิกิเลสชาลวิทฺธํสี. นนุ เจตฺถ สปริยตฺติโก นวโลกุตฺตรธมฺโม อธิปฺเปโต, ตตฺถ จ มคฺโคเยว กิเลเส วิทฺธํเสติ, เนตเรติ เจ? วุจฺจเต. มคฺคสฺสปิ นิพฺพานมาคมฺม กิเลสวิทฺธํสนโต นิพฺพานมฺปิ กิเลเส วิทฺธํเสติ นาม, มคฺคสฺส กิเลสวิทฺธํสนกิจฺจํ ผเลน นิปฺผนฺนนฺติ ผลมฺปิ ‘‘กิเลสวิทฺธํสี’’ติ วุจฺจติ. ปริยตฺติธมฺโมปิ กิเลสวิทฺธํสนสฺส ปจฺจยตฺตา ‘‘กิเลสวิทฺธํสี’’ติ วตฺตุมรหตีติ น โกจิ โทโส.
ธมฺมวรสฺส ตสฺสาติ ปุพฺเพ อนิยมิตสฺส นิยมวจนํ. ตตฺถ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จตูสุ อปาเยสุ อปตมาเน ธาเรตีติ ธมฺโม.
‘‘เย เกจิ ธมฺมํ สรณํ คตาเส, น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ;
ปหาย มานุสํ เทหํ, เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺตี’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗) –
หิ วุตฺตํ. สํสารทุกฺเข วา อปตมาเน กตฺวา ธาเรตีติ ธมฺโม มคฺคผลุปฺปตฺติยา สตฺตกฺขตฺตุปรมตาทิวเสน สํสารสฺส ปริจฺฉินฺนตฺตา. อปายาทินิพฺพตฺตกกิเลสวิทฺธํสนญฺเจตฺถ ธารณํ. เอวญฺจ กตฺวา อริยมคฺโค ตสฺส ตทตฺถสิทฺธิเหตุตาย นิพฺพานญฺจาติ อุภยเมว นิปฺปริยายโต ธาเรติ, อริยผลํ ปน ตํสมุจฺฉินฺนกิเลสปฏิปฺปสฺสมฺภเนน ตทนุคุณตาย, ปริยตฺติธมฺโม ตทธิคมเหตุตายาติ อุภยํ ปริยายโต ธาเรตีติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตปฺปกาโร ธมฺโมเยว อตฺตโน อุตฺตริตราภาเวน วโร ปวโร อนุตฺตโรติ ธมฺมวโร, ตสฺส ธมฺมวรสฺส นโม อตฺถูติ สมฺพนฺโธ. เอตฺตาวตา เจตฺถ อเมฺหหิ สารตฺโถ ปกาสิโต. ยํ ปเนตฺถ เกนจิ ปปญฺจิตํ, อเมฺหหิ จ อิธ น ทสฺสิตํ, น ตํ สารโต ปจฺเจตพฺพํ. อิโต ปเรสุปิ เอวเมว ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺมา อิโต ปฏฺฐาย เอตฺตกมฺปิ อวตฺวา สารตฺถเมว ทสฺสยิสฺสาม. ยตฺถ ปน เกนจิ อจฺจนฺตวิรุทฺธํ ลิขิตํ, ตมฺปิ กตฺถจิ ทสฺสยิสฺสาม. เอตฺถ จ ‘‘อวิชฺชาทิกิเลสชาลวิทฺธํสิโน’’ติ เอเตน สฺวากฺขาตตาทีหิ ธมฺมํ โถเมติ, ‘‘ธมฺมวรสฺสา’’ติ เอเตน อญฺญสฺส วิสิฏฺฐสฺส อภาวทีปนโต ปริปุณฺณตาย. ปฐเมน วา ปหานสมฺปทํ ธมฺมสฺส ทสฺเสติ, ทุติเยน ปภาวสมฺปทํ.
เอวํ สงฺเขเปเนว สพฺพธมฺมคุเณหิ สทฺธมฺมํ โถเมตฺวา อิทานิ อริยสงฺฆํ โถเมตุํ ‘‘คุเณหี’’ติอาทิมาห. ‘‘คุเณหี’’ติ ปทสฺส ‘‘ยุตฺโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อิทานิ เยหิ คุเณหิ ยุตฺโต, เต ทสฺเสนฺโต ‘‘สีลสมาธี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จตุปาริสุทฺธิสีลาทิ ‘‘สีล’’นฺติ วุจฺจติ. สมาธีติ ปฐมชฺฌานาทิ. สมาธิสีเสน หิ ปฐมชฺฌานาทโย วุตฺตา. ปญฺญาติ มคฺคปญฺญา. วิมุตฺติ จ วิมุตฺติญาณญฺจ วิมุตฺติวิมุตฺติญาณนฺติ วตฺตพฺเพ เอกเทสสรูเปกเสสนเยน ‘‘วิมุตฺติญาณ’’นฺติ วุตฺตํ. อาทิสทฺทปริยาเยน ปภุติสทฺเทน วา วิมุตฺติคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ วิมุตฺตีติ ผลํ. วิมุตฺติญาณนฺติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. ปภุติ-สทฺเทน ฉฬภิญฺญาจตุปฏิสมฺภิทาทโย คุณา สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ สีลาทโย คุณา โลกิยา โลกุตฺตรา จ ยถาสมฺภวํ นิทฺทิฏฺฐาติ เวทิตพฺพา. ยํ ปเนตฺถ เกนจิ วุตฺตํ ‘‘สีลาทโย กิญฺจาปิ โลกิยโลกุตฺตรา ยถาสมฺภวํ ลพฺภนฺติ, ตถาปิ อนฺเต ‘อริยสงฺฆ’นฺติ วจนโต สีลาทโย จตฺตาโร ธมฺมกฺขนฺธา โลกุตฺตราวา’’ติ, ตํ ตสฺส มติมตฺตํ. น หิ อริยสงฺฆสฺส โลกิยคุเณหิปิ โถมนาย โกจิ โทโส ทิสฺสติ, สพฺพญฺญุพุทฺธสฺสปิ ตาว โลกิยโลกุตฺตรคุเณหิ โถมนา โหติ, กิมงฺคํ ปน อริยสงฺฆสฺสาติ.
กุสลตฺถิกานํ ชนานํ ปุญฺญสฺส วุทฺธิยา เขตฺตสทิสตฺตา เขตฺตนฺติ อาห ‘‘เขตฺตํ ชนานํ กุสลตฺถิกาน’’นฺติ. ขิตฺตํ พีชํ มหปฺผลภาวกรเณน ตายตีติ หิ เขตฺตํ, ปุพฺพณฺณาปรณฺณวิรุหนภูมิ, ตํสทิสตฺตา อริยสงฺโฆปิ ‘‘เขตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. อิมินา อริยสงฺฆสฺส อนุตฺตรปุญฺญกฺเขตฺตภาวํ ทีเปติ. ‘‘อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’’ติ หิ วุตฺตํ. ตนฺติ ปุพฺเพ ‘‘โย’’ติ อนิยเมน วุตฺตสฺส นิยมวจนํ. อริยสงฺฆนฺติ เอตฺถ อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย น อิริยนโต, อเย จ อิริยนโต อริยา นิรุตฺตินเยน. อถ วา สเทวเกน โลเกน สรณนฺติ อรณียโต อุปคนฺตพฺพโต อุปคตานญฺจ ตทตฺถสิทฺธิโต อริยา. อริยานํ สงฺโฆ สมูโหติ อริยสงฺโฆ. อถ วา อริโย จ โส ยถาวุตฺตนเยน สงฺโฆ จ ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตภาวโตติ อริยสงฺโฆ, อฏฺฐ อริยปุคฺคลา. ตํ อริยสงฺฆํ. ภควโต อปรภาเค พุทฺธธมฺมรตนานมฺปิ สมธิคโม สงฺฆรตนาธีโนติ อริยสงฺฆสฺส พหูปการตํ ทสฺเสตุํ อิเธว ‘‘สิรสา นมามี’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอวํ คาถาตฺตเยน สงฺเขปโต สกลคุณสํกิตฺตนมุเขน รตนตฺตยสฺส ปณามํ กตฺวา อิทานิ ตํ นิปจฺจการํ ยถาธิปฺเปเต ปโยชเน ปริณาเมนฺโต อาห ‘‘อิจฺเจว’’มิจฺจาทิ. อิจฺเจวํ ยถาวุตฺตนเยน อจฺจนฺตํ เอกนฺเตน นมสฺสเนยฺยํ นมสฺสิตพฺพํ รตนตฺตยํ นมสฺสมาโน กายวาจาจิตฺเตหิ วนฺทมาโน อหํ วิปุลํ ยํ ปุญฺญาภิสนฺทํ อลตฺถนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ พุทฺธาทโย รติชนนฏฺเฐน รตนํ. เตสญฺหิ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา ยถาภูตคุเณ อาวชฺเชนฺตสฺส อมตาธิคมเหตุภูตํ อนปฺปกํ ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชติ. ยถาห –
‘‘ยสฺมึ, มหานาม, สมเย อริยสาวโก ตถาคตํ อนุสฺสรติ, เนวสฺส ตสฺมึ สมเย ราคปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, น โทสปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, น โมหปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, อุชุคตเมวสฺส ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ โหติ, อุชุคตจิตฺโต โข ปน, มหานาม, อริยสาวโก ลภติ อตฺถเวทํ, ลภติ ธมฺมเวทํ, ลภติ ธมฺมูปสํหิตํ ปาโมชฺชํ, ปมุทิตสฺส ปีติ ชายตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๑.๑๑).
จิตฺตีกตาทิภาโว วา รตนฏฺโฐ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘จิตฺตีกตํ มหคฺฆญฺจ, อตุลํ ทุลฺลภทสฺสนํ;
อโนมสตฺตปริโภคํ, รตนํ เตน วุจฺจตี’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๓);
จิตฺตีกตภาวาทโย จ อนญฺญสาธารณา พุทฺธาทีสุเยว ลพฺภนฺตีติ.
‘‘ปุญฺญาภิสนฺทนฺติ ปุญฺญราสึ ปุญฺญปฺปวตฺตํ วา’’ติ มหาคณฺฐิปเท วุตฺตํ. มชฺฌิมคณฺฐิปเท ปน จูฬคณฺฐิปเท จ ‘‘ปุญฺญาภิสนฺทนฺติ ปุญฺญาภินิสํส’’นฺติปิ อตฺโถ วุตฺโต. ปุญฺญาภิสนฺทนฺติ ปุญฺญนทึ, ปุญฺญปฺปวาหนฺติ เอวํ ปเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อวิจฺเฉเทน ปวตฺติยมานญฺหิ ปุญฺญํ อภิสนฺทนฏฺเฐน ‘‘ปุญฺญาภิสนฺโท’’ติ วุจฺจติ. เตเนว สารตฺถปกาสินิยา สํยุตฺตนิกายฏฺฐกถาย (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๑๐๒๗) –
‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุญฺญาภิสนฺทา กุสลาภิสนฺทา สุขสฺสาหารา. กตเม จตฺตาโร? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ ‘อิติปิ โส ภควา…เป… พุทฺโธ ภควา’ติ, อยํ ปฐโม ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท สุขสฺสาหาโร’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๒๗) –
เอวมาทิกาย ปาฬิยา อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุญฺญาภิสนฺทา กุสลาภิสนฺทาติ ปุญฺญนทิโย กุสลนทิโย’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปน คณฺฐิปเท วุตฺตํ ‘‘ปุญฺญาภิสนฺทนฺติ ปุญฺญผล’’นฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. น หิ รตนตฺตยํ นมสฺสมาโน ตสฺมึ ขเณ ปุญฺญผลํ อลตฺถ, กินฺตุ อนปฺปกํ ปุญฺญราสึ ตทา อลภิ, ตสฺส จ ผลํ ปรโลกภาคี, ทิฏฺฐธมฺเม ตุ อนฺตรายวิฆาโต ตสฺส จ ปุญฺญสฺส อานิสํสมตฺตกํ, ‘‘ตสฺสานุภาเวน หตนฺตราโย’’ติ จ วุตฺตํ, น จ ปุญฺญผเล อนุปฺปนฺเน ตสฺสานุภาเวน หตนฺตรายภาโว น สิชฺฌติ, น เจตํ ตสฺมึเยว ขเณ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ อโหสิ. ตสฺมา ตสฺส มหโต ปุญฺญปฺปวาหสฺส อานุภาเวน หตนฺตราโยติ อยเมว อตฺโถ ยุชฺชติ. อถาปิ ปณามกิริยาย ชนิตตฺตา ปุญฺญเมว ปุญฺญผลนฺติ ตสฺสาธิปฺปาโย สิยา, เอวํ สติ ยุชฺเชยฺย. โส จ ปุญฺญปฺปวาโห น อปฺปมตฺตโก, อถ โข มหนฺโตเยวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วิปุล’’นฺติ, มหนฺตํ อนปฺปกนฺติ วุตฺตํ โหติ. อลตฺถนฺติ อลภึ, ปาปุณินฺติ อตฺโถ.
ตสฺสานุภาเวนาติ ตสฺส ยถาวุตฺตสฺส ปุญฺญปฺปวาหสฺส อานุภาเวน พเลน. หตนฺตราโยติ ตํตํสมฺปตฺติยา วิพนฺธนวเสน สตฺตสนฺตานสฺส อนฺตเร เวมชฺเฌ เอติ อาคจฺฉตีติ อนฺตราโย, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอนตฺโถ. ปณามปโยชเน วุตฺตวิธินา หโต วิทฺธสฺโต อนฺตราโย อุปทฺทโว อสฺสาติ หตนฺตราโย. อสฺส ‘‘วณฺณยิสฺสํ วินย’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ, หตนฺตราโย หุตฺวา วินยํ วณฺณยิสฺสนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน ตสฺส ปุญฺญปฺปวาหสฺส อตฺตโน ปสาทสมฺปตฺติยา รตนตฺตยสฺส จ เขตฺตภาวสมฺปตฺติยา อตฺถสํวณฺณนาย อุปฆาตกอุปทฺทวานํ หนเน สมตฺถตํ ทีเปติ.
เอวํ รตนตฺตยสฺส นิปจฺจการกรเณ ปโยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยสฺส วินยปิฏกสฺส อตฺถํ สํวณฺเณตุกาโม, ตสฺส ตาว ภควโต สาสนสฺส มูลปติฏฺฐานภาวํ ทสฺเสตฺวา ตมฺปิ โถเมนฺโต อาห ‘‘ยสฺมึ ฐิเต’’ติอาทิ. อฏฺฐิตสฺส สุสณฺฐิตสฺส ภควโต สาสนํ ยสฺมึ ฐิเต ปติฏฺฐิตํ โหตีติ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ยสฺมินฺติ ยสฺมึ วินยปิฏเก. ฐิเตติ ปาฬิโต จ อตฺถโต จ อนูนํ หุตฺวา ลชฺชีปุคฺคเลสุ ปวตฺตนฏฺเฐน ฐิเตติ อตฺโถ. สาสนนฺติ อธิสีลอธิจิตฺตอธิปญฺญาสงฺขาตสิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ สาสนํ. อฏฺฐิตสฺสาติ กามสุขลฺลิกตฺตกิลมถานุโยคสงฺขาเต อนฺตทฺวเย อฏฺฐิตสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘อปฺปติฏฺฐํ ขฺวาหํ, อาวุโส, อนายูหํ โอฆมตริ’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑) หิ วุตฺตํ. อยญฺจตฺโถ ตีสุปิ สีหฬคณฺฐิปเทสุ วุตฺโตเยว. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อฏฺฐิตสฺสาติ ปรินิพฺพุตสฺสปิ ภควโต’’ติ วุตฺตํ.
ปติฏฺฐิตํ โหตีติ เตสุเยว ลชฺชีปุคฺคเลสุ ปวตฺตนฏฺเฐน ปติฏฺฐิตํ โหติ. สุสณฺฐิตสฺสาติ เอตฺถ ตาว ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ อิทํ วุตฺตํ ‘‘ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณอสีติอนุพฺยญฺชเนหิ สมนฺนาคมนวเสน สุสณฺฐานสฺสาติ อตฺโถ. อเนน อสฺส รูปกายสมฺปตฺตึ นิทสฺเสตี’’ติ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘ยถาฐาเน ปติฏฺฐิเตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคตตฺตา รูปกาเยน สุสณฺฐิโต, กายวงฺกาทิรหิตตฺตา ตาทิลกฺขณสมนฺนาคตตฺตา จ นามกาเยนปี’’ติ วุตฺตํ. เกนจิ ปน ‘‘จตุพฺรหฺมวิหารวเสน สตฺเตสุ สุฏฺฐุ สมฺมา จ ฐิตสฺสาติ อตฺถวเสน วา สุสณฺฐิตสฺส. สุสณฺฐิตตฺตา เหส เกวลํ สตฺตานํ ทุกฺขํ อปเนตุกาโม หิตํ อุปสํหริตุกาโม สมฺปตฺติยา จ ปมุทิโต อปกฺขปติโต จ หุตฺวา วินยํ เทเสติ. ตสฺมา อิมสฺมึ วินยสํวณฺณนาธิกาเร สารุปฺปาย ถุติยา โถเมนฺโต อาห ‘สุสณฺฐิตสฺสา’’’ติ วตฺวา ‘‘คณฺฐิปเทสุ วุตฺตตฺโถ อธิปฺเปตาธิการานุรูโป น โหตี’’ติ วุตฺตํ. อยํ ปเนตฺถ อมฺหากํ ขนฺติ – ยถาวุตฺตกามสุขลฺลิกาทิอนฺตทฺวเย อฏฺฐิตตฺตาเยว มชฺฌิมาย ปฏิปทาย สมฺมา ฐิตตฺตา สุสณฺฐิตสฺสาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพติ. เอวญฺหิ สติ อารมฺภานุรูปโถมนา กตา โหติ ยถาวุตฺตอนฺตทฺวยํ วิวชฺเชตฺวา มชฺฌิมาย ปฏิปทาย วินยปญฺญตฺติยาเยว เยภุยฺเยน ปกาสนโต.
ตนฺติ ปุพฺเพ ‘‘ยสฺมิ’’นฺติ อนิยเมตฺวา วุตฺตสฺส นิยมวจนํ, ตสฺส ‘‘วินย’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อสมฺมิสฺสนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, นิกายนฺตรลทฺธีหิ อสมฺมิสฺสํ กตฺวา อนากุลํ กตฺวา วณฺณยิสฺสนฺติ วุตฺตํ โหติ. สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อนุรูปสฺส กาลมตฺตสฺสปิ ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถรสทิเสนปิ ทุวิญฺเญยฺยภาวโต เกวลํ พุทฺธวิสยํ วินยปิฏกํ อตฺตโน พเลน วณฺณยิสฺสามีติ วจนมตฺตมฺปิ อญฺเญหิ วตฺตุมสกฺกุเณยฺยตฺตา ‘‘นิสฺสาย ปุพฺพาจริยานุภาว’’นฺติ อาห. ปุพฺพาจริยานุภาโว นาม อตฺถโต ปุพฺพาจริเยหิ สํวณฺณิตา อฏฺฐกถา, ตโตเยว จ ‘‘ปุพฺพาจริยานุภาโว อฏฺฐกถา’’ติ สพฺพตฺถ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ตสฺมา ปุพฺพาจริเยหิ สํวณฺณิตํ อฏฺฐกถํ นิสฺสาย วณฺณยิสฺสํ, น อตฺตโนเยว พลํ นิสฺสายาติ วุตฺตํ โหติ.
อถ ‘‘โปราณฏฺฐกถาสุ วิชฺชมานาสุ ปุน วินยสํวณฺณนาย กึ ปโยชน’’นฺติ โย วเทยฺย, ตสฺส โปราณฏฺฐกถาย อนูนภาวํ อตฺตโน จ สํวณฺณนาย ปโยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามญฺจา’’ติอาทิมาห. กามนฺติ เอกนฺเตน, ยถิจฺฉกํ วา, สพฺพโสติ วุตฺตํ โหติ, ตสฺส ‘‘สํวณฺณิโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. กามํ สํวณฺณิโตเยว, โน น สํวณฺณิโตติ อตฺโถ. เกหิ ปน โส วินโย สํวณฺณิโตติ อาห ‘‘ปุพฺพาจริยาสเภหี’’ติ. มหากสฺสปตฺเถราทโย ปุพฺพาจริยา เอว อกมฺปิยฏฺเฐน อุตฺตมฏฺเฐน จ อาสภา, เตหิ ปุพฺพาจริยาสเภหีติ วุตฺตํ โหติ. กีทิสา ปเนเต ปุพฺพาจริยาติ อาห ‘‘ญาณมฺพู’’ติอาทิ. อคฺคมคฺคญาณสงฺขาเตน อมฺพุนา สลิเลน นิทฺโธตานิ นิสฺเสสโต อายตึ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนน โธตานิ วิกฺขาลิตานิ วิโสธิตานิ ราคาทีนิ ตีณิ มลานิ กามาสวาทโย จ จตฺตาโร อาสวา เยหิ เต ญาณมฺพุนิทฺธาตมลาสวา, เตหีติ อตฺโถ. อิมินา จ น เกวลํ เอเตสุ อาจริยภาโวเยว, อถ โข ราคาทิมลรหิตา ขีณาสวา วิสุทฺธสตฺตา เอเตติ ทสฺเสติ.
ขีณาสวภาเวปิ น เอเต สุกฺขวิปสฺสกา, อถ โข เอวรูเปหิปิ อานุภาเวหิ สมนฺนาคตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วิสุทฺธวิชฺชาปฏิสมฺภิเทหี’’ติ. วิสุทฺธา อจฺจนฺตปริสุทฺธา วิชฺชา จตสฺโส จ ปฏิสมฺภิทา เยสํ เต วิสุทฺธวิชฺชาปฏิสมฺภิทา, เตหิ. เอกเทเสน ปฏิสมฺภิทํ อปฺปตฺตานํ อริยานเมว อภาวโต เอเตหิ อธิคตปฏิสมฺภิทา ปฏุตรลทฺธปฺปเภทาติ ทสฺเสตุํ วิสุทฺธคฺคหณํ กตํ. วิชฺชาติ ติสฺโส วิชฺชา, อฏฺฐ วิชฺชา วา. ตตฺถ ทิพฺพจกฺขุญาณํ ปุพฺเพนิวาสญาณํ อาสวกฺขยญาณญฺจาติ อิมา ติสฺโส วิชฺชา. อฏฺฐ วิชฺชา ปน –
‘‘วิปสฺสนาญาณมโนมยิทฺธิ,
อิทฺธิปฺปเภโทปิ จ ทิพฺพโสตํ;
ปรสฺส เจโตปริยายญาณํ,
ปุพฺเพนิวาสานุคตญฺจ ญาณํ;
ทิพฺพญฺจ จกฺขาสวสงฺขโย จ,
เอตานิ ญาณานิ อิธฏฺฐ วิชฺชา’’ติ. –
เอวํ วิปสฺสนาญาณมโนมยิทฺธีหิ สทฺธึ ปริคฺคหิตา ฉ อภิญฺญาเยว. อตฺถปฏิสมฺภิทา ธมฺมปฏิสมฺภิทา นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา ปฏิภานปฏิสมฺภิทาติ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา. ตตฺถ สงฺเขปโต เหตุผเล ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา, เหตุเหตุผลานุรูปํ โวหาเรสุ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา, อิทํ ญาณํ อิมมตฺถํ โชตยตีติ อิมินา อากาเรน เหฏฺฐา วุตฺเตสุ ตีสุ ญาเณสุ ปวตฺตญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา. เอตาสํ ปน วิตฺถารกถา อติปปญฺจภาวโต อิธ น วุจฺจติ. ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตานํ สทฺธมฺเมสุ เฉกภาวโต อาห ‘‘สทฺธมฺมสํวณฺณนโกวิเทหี’’ติ. ‘‘ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตานมฺปิ ธมฺเมสุ อภิโยควเสน วิเสโส โหตีติ ลทฺธปฏิสมฺภิทาสุ สาติสยตํ ทสฺเสตุํ อาหา’’ติปิ วทนฺติ. สทฺธมฺมสํวณฺณนโกวิเทหีติ ปิฏกตฺตยสงฺขาตสฺส สทฺธมฺมสฺส สํวณฺณเน สพฺพโส อตฺถปฺปกาสเน โกวิเทหิ เฉเกหิ, กุสเลหีติ อตฺโถ.
กิเลสชาลํ ปริกฺขารพาหุลฺลํ วา สํลิขติ ตนุํ กโรตีติ สลฺเลโข. อิธ ปน ขีณาสวาธิการตฺตา ปริกฺขารพาหุลฺลสฺส สลฺลิขนวเสเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ, ตโตเยว จ คณฺฐิปเท ‘‘สลฺเลขิเย ปริมิตปริกฺขารวุตฺติยา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. สลฺเลขสฺส ภาโว สลฺเลขิยํ, ตสฺมึ สลฺเลขิเย, สลฺเลขปฏิปตฺติยนฺติ วุตฺตํ โหติ. โนสุลภูปเมหีติ อสุลภูปเมหิ สลฺเลขปฏิปตฺติยา อสุกสทิสาติ เตสํ อุปมาย อนุจฺฉวิกปุคฺคลานํ ทุลฺลภตฺตา นตฺถิ สุลภา อุปมา เอเตสนฺติ โนสุลภูปมา. มหาวิหารสฺสาติ จิตฺตลปพฺพตอภยคิริเสสนิกายทฺวยํ ปฏิกฺขิปติ. ธชูปเมหีติ รถสฺส สญฺชานนเหตุกํ รเถ พทฺธธชํ วิย อชานนฺตานํ ‘‘อสุเกหิ จ อสุเกหิ จ เถเรหิ นิวาสิโต มหาวิหาโร นามา’’ติ เอวํ มหาวิหารสฺส สญฺชานนเหตุตฺตา มหาวิหารสฺส ธชูปเมหิ. สํวณฺณิโตติ สมฺมา อนูนํ กตฺวา วณฺณิโต. สํวณฺณิโต อยํ วินโยติ ปทจฺเฉโท กาตพฺโพ. จิตฺเตหิ นเยหีติ อเนกปฺปเภทนยตฺตา วิจิตฺเตหิ นเยหิ. สมฺพุทฺธวรนฺวเยหีติ สพฺพญฺญุพุทฺธวรํ อนุคเตหิ, ภควโต อธิปฺปายานุคเตหิ นเยหีติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา พุทฺธวรํ อนุคเตหิ ปุพฺพาจริยาสเภหีติ สมฺพนฺโธ กาตพฺโพ.
เอวํ โปราณฏฺฐกถาย อนูนภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺตโน สํวณฺณนาย ปโยชนวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘สํวณฺณนา’’ติอาทิมาห. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กิญฺจาปิ ปุพฺพาจริยาสเภหิ ยถาวุตฺตคุณวิสิฏฺเฐหิ อยํ วินโย สพฺพโส วณฺณิโต, ตถาปิ เตสํ เอสา สํวณฺณนา สีหฬทีปวาสีนํ ภาสาย สงฺขตตฺตา รจิตตฺตา ทีปนฺตเร ภิกฺขุชนสฺส สีหฬทีปโต อญฺญทีปวาสิโน ภิกฺขุคณสฺส กิญฺจิ อตฺถํ ปโยชนํ ยสฺมา นาภิสมฺภุณาติ น สมฺปาเทติ น สาเธติ, ตสฺมา อิมํ สํวณฺณนํ ปาฬินยานุรูปํ กตฺวา พุทฺธสิริตฺเถเรน อชฺฌิฏฺโฐ อิทานิ สมารภิสฺสนฺติ. ตตฺถ สํวณฺณิยติ อตฺโถ เอตายาติ สํวณฺณนา, อฏฺฐกถา. สา ปน ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ปฐมํ ตีณิ ปิฏกานิ สงฺคายิตฺวา ตสฺส อตฺถวณฺณนานุรูเปเนว วาจนามคฺคํ อาโรปิตตฺตา ติสฺโส สงฺคีติโย อารุโฬฺหเยว พุทฺธวจนสฺส อตฺถสํวณฺณนาภูโต กถามคฺโค. โสเยว จ มหามหินฺทตฺเถเรน ตมฺพปณฺณิทีปํ อาภโต, ปจฺฉา ตมฺพปณฺณิเยหิ มหาเถเรหิ นิกายนฺตรลทฺธีหิ สงฺกรปริหรณตฺถํ สีหฬภาสาย ฐปิโต. เตนาห ‘‘สีหฬทีปเกนา’’ติอาทิ. สีหสฺส ลานโต คหณโต สีหโฬ, สีหกุมาโร. ตํวํสชาตตาย ตมฺพปณฺณิทีเป ขตฺติยานํ เตสํ นิวาสตาย ตมฺพปณฺณิทีปสฺสปิ สีหฬภาโว เวทิตพฺโพ, ตสฺมึ สีหฬทีเป ภูตตฺตา สีหฬทีปเกน วาเกฺยน วจเนน, สีหฬภาสายาติ วุตฺตํ โหติ.
ปาฬินยานุรูปนฺติ ปาฬินยสฺส อนุรูปํ กตฺวา, มาคธภาสาย ปริวตฺติตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อชฺเฌสนนฺติ ครุฏฺฐานิยํ ปยิรุปาสิตฺวา ครุตรํ ปโยชนํ อุทฺทิสฺส อภิปตฺถนา อชฺเฌสนา, ตํ อชฺเฌสนํ, อายาจนนฺติ อตฺโถ. ตสฺส ‘‘สมนุสฺสรนฺโต’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. กสฺส อชฺเฌสนนฺติ อาห ‘‘พุทฺธสิริวฺหยสฺส เถรสฺสา’’ติ. พุทฺธสิรีติ อวฺหโย นามํ ยสฺส โสยํ พุทฺธสิริวฺหโย, ตสฺส, อิตฺถนฺนามสฺส เถรสฺส อชฺเฌสนํ สมฺมา อาทเรน สมนุสฺสรนฺโต หทเย ฐเปนฺโตติ อตฺโถ.
อิทานิ อตฺตโน สํวณฺณนาย กรณปฺปการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สํวณฺณนํ ตญฺจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตญฺจ อิทานิ วุจฺจมานํ สํวณฺณนํ สมารภนฺโต สกลายปิ มหาอฏฺฐกถาย อิธ คเหตพฺพโต มหาอฏฺฐกถํ ตสฺสา อิทานิ วุจฺจมานาย สํวณฺณนาย สรีรํ กตฺวา มหาปจฺจริยํ โย วินิจฺฉโย วุตฺโต, ตเถว กุรุนฺทีนามาทีสุ วิสฺสุตาสุ อฏฺฐกถาสุ โย วินิจฺฉโย วุตฺโต, ตโตปิ วินิจฺฉยโต ยุตฺตมตฺถํ อปริจฺจชนฺโต อนฺโตคธตฺเถรวาทํ กตฺวา สํวณฺณนํ สมารภิสฺสนฺติ ปทตฺถสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ อตฺโถ กถิยติ เอตายาติ อตฺถกถา, สาเยว อฏฺฐกถา ตฺถการสฺส ฏฺฐการํ กตฺวา ‘‘ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗; ๒.๘) วิย. มหาปจฺจริยนฺติ เอตฺถ ปจฺจรีติ อุฬุมฺปํ วุจฺจติ, ตสฺมึ นิสีทิตฺวา กตตฺตา ตเมว นามํ ชาตํ. กุรุนฺทิวลฺลิวิหาโร นาม อตฺถิ, ตตฺถ กตตฺตา กุรุนฺทีติ นามํ ชาตนฺติ วทนฺติ. อาทิสทฺเทน อนฺธกฏฺฐกถํ สงฺเขปฏฺฐกถญฺจ สงฺคณฺหาติ. วิสฺสุตาสูติ สพฺพตฺถ ปตฺถฏาสุ, ปากฏาสูติ วุตฺตํ โหติ.
ยุตฺตมตฺถนฺติ เอตฺถ ตาว มชฺฌิมคณฺฐิปเท จูฬคณฺฐิปเท จ อิทํ วุตฺตํ ‘‘ยุตฺตมตฺถนฺติ สํวณฺเณตพฺพฏฺฐานสฺส ยุตฺตมตฺถํ, น ปน ตตฺถ อยุตฺตมฺปิ อตฺถีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. มหาคณฺฐิปเท ปเนตฺถ น กิญฺจิ วุตฺตํ. เกนจิ ปน ‘‘มหาอฏฺฐกถานเยน วินยยุตฺติยา วา ยุตฺตมตฺถ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ มหาปจฺจริอาทีสุปิ กตฺถจิ อยุตฺตสฺสาปิ อตฺถสฺส อุปริ วิภาวนโต. ‘‘อฏฺฐกถํเยว คเหตฺวา สํวณฺณนํ กริสฺสามี’’ติ วุตฺเต อฏฺฐกถาสุ วุตฺตตฺเถรวาทานํ พาหิรภาโว สิยาติ เตปิ อนฺโตกตฺตุกาโม ‘‘อนฺโตคธเถรวาท’’นฺติ อาห, เถรวาเทปิ อนฺโตกตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. สํวณฺณนนฺติ อปรกาลกิริยาย กมฺมนิทฺเทโส. ปุพฺเพ วุตฺตํ ตุ ‘‘สํวณฺณน’’นฺติ วจนํ ตตฺเถว ‘‘สมารภนฺโต’’ติ ปุพฺพกาลกิริยาย กมฺมภาเวน โยเชตพฺพํ. สมฺมาติ วตฺตพฺเพ คาถาพนฺธวเสน รสฺสภาโว กโตติ เวทิตพฺโพ.
เอวํ กรณปฺปการํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ โสตูหิ ปฏิปชฺชิตพฺพวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตํ เม’’ติอาทิมาห. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิทานิ วุจฺจมานํ ตํ มม สํวณฺณนํ ธมฺมปทีปสฺส ตถาคตสฺส ธมฺมํ สาสนธมฺมํ ปาฬิธมฺมํ วา สกฺกจฺจํ ปฏิมานยนฺตา ปูเชนฺตา ถิเรหิ สีลกฺขนฺธาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา เถรา, อจิรปพฺพชิตตฺตา นวา, เตสํ มชฺเฌ ภวตฺตา มชฺฌิมา จ ภิกฺขู ปสนฺนจิตฺตา ยถาวุตฺตนเยน สปฺปโยชนตฺตา อุปริ วกฺขมานวิธินา ปมาณตฺตา จ สทฺทหิตฺวา ปีติโสมนสฺสยุตฺตจิตฺตา อิสฺสาปกตา อหุตฺวา นิสาเมนฺตุ สุณนฺตูติ. ตตฺถ ธมฺมปฺปทีปสฺสาติ ธมฺโมเยว สตฺตสนฺตาเนสุ โมหนฺธการวิธมนโต ปทีปสทิสตฺตา ปทีโป อสฺสาติ ธมฺมปทีโป, ภควา. ตสฺส ธมฺมปทีปสฺส.
อิทานิ อตฺตโน สํวณฺณนาย อาคมวิสุทฺธึ ทสฺเสตฺวา ปมาณภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘พุทฺเธนา’’ติอาทิมาห. ยเถว พุทฺเธน โย ธมฺโม จ วินโย จ วุตฺโต, โส ตสฺส พุทฺธสฺส เยหิ ปุตฺเตหิ ธมฺมเสนาปติอาทีหิ ตเถว ญาโต, เตสํ พุทฺธปุตฺตานํ มติมจฺจชนฺตา สีหฬฏฺฐกถาจริยา ยสฺมา ปุเร อฏฺฐกถา อกํสูติ อยเมตฺถ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ธมฺโมติ สุตฺตาภิธมฺเม สงฺคณฺหาติ, วินโยติ สกลํ วินยปิฏกํ. เอตฺตาวตา จ สพฺพมฺปิ พุทฺธวจนํ นิทฺทิฏฺฐํ โหติ. สกลญฺหิ พุทฺธวจนํ ธมฺมวินยวเสน ทุวิธํ โหติ. วุตฺโตติ ปาฬิโต จ อตฺถโต จ พุทฺเธน ภควตา วุตฺโต. น หิ ภควตา อพฺยากตํ นาม ตนฺติปทํ อตฺถิ, สพฺเพสํเยว อตฺโถ กถิโต, ตสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺเธเนว ติณฺณํ ปิฏกานํ อตฺถวณฺณนากฺกโมปิ ภาสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ตตฺถ ภควตา ปวตฺติตา ปกิณฺณกเทสนาเยว หิ อฏฺฐกถา. ตเถว ญาโตติ ยเถว พุทฺเธน วุตฺโต, ตเถว เอกปทมฺปิ เอกกฺขรมฺปิ อวินาเสตฺวา อธิปฺปายญฺจ อวิโกเปตฺวา ญาโต วิทิโตติ อตฺโถ. เตสํ มติมจฺจชนฺตาติ เตสํ พุทฺธปุตฺตานํ อธิปฺปายํ อปริจฺจชนฺตา. อฏฺฐกถา อกํสูติ อฏฺฐกถาโย อกํสุ. กตฺถจิ ‘‘อฏฺฐกถามกํสู’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ, ตตฺถาปิ โสเยวตฺโถ, ม-กาโร ปน ปทสนฺธิวเสน อาคโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘อฏฺฐกถา’’ติ พหุวจนนิทฺเทเสน มหาปจฺจริยาทิกํ สงฺคณฺหาติ.
ตสฺมาติ ยสฺมา เตสํ พุทฺธปุตฺตานํ อธิปฺปายํ อวิโกเปตฺวา ปุเร อฏฺฐกถา อกํสุ, ตสฺมาติ อตฺโถ. หีติ นิปาตมตฺตํ เหตุอตฺถสฺส ‘‘ตสฺมา’’ติ อิมินาเยว ปกาสิตตฺตา. ยทิ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ สพฺพมฺปิ ปมาณํ, เอวํ สติ ตตฺถ ปมาทเลขาปิ ปมาณํ สิยาติ อาห ‘‘วชฺชยิตฺวาน ปมาทเลข’’นฺติ. ตตฺถ ปมาทเลขนฺติ อปรภาเค โปตฺถการุฬฺหกาเล ปมชฺชิตฺวา ลิขนวเสน ปวตฺตํ ปมาทปาฐํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปมาเทน สตึ อปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา อทินฺนาทานสฺส ปุพฺพปโยเค ‘‘สจฺเจปิ อลิเกปิ ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตวจนสทิสํ ยํ ลิขิตํ, ตํ วชฺชยิตฺวา อปเนตฺวา สพฺพํ ปมาณนฺติ. วกฺขติ หิ ตตฺถ –
‘‘มหาอฏฺฐกถายํ ปน สจฺเจปิ อลิเกปิ ทุกฺกฏเมว วุตฺตํ, ตํ ปมาทลิขิตนฺติ เวทิตพฺพํ. น หิ อทินฺนาทานสฺส ปุพฺพปโยเค ปาจิตฺติยฏฺฐาเน ทุกฺกฏํ นาม อตฺถี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๔).
เกสํ ปมาณนฺติ อาห ‘‘สิกฺขาสุ สคารวานํ อิธ ปณฺฑิตาน’’นฺติ. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. ปุน ‘‘ยสฺมา’’ติ วจนสฺส โก สมฺพนฺโธติ เจ? เอตฺถ ตาว มหาคณฺฐิปเท คณฺฐิปเท จ น กิญฺจิ วุตฺตํ, มชฺฌิมคณฺฐิปเท ปน จูฬคณฺฐิปเท จ อิทํ วุตฺตํ ‘‘ยสฺมา ปมาณํ, ตสฺมา นิสาเมนฺตุ ปสนฺนจิตฺตา’’ติ. เอวมสฺส สมฺพนฺโธ ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ปมาณํ, ตสฺมา อิธ วุตฺตมฺปิ ปมาณเมวาติ ปาฐเสสํ กตฺวา วชิรพุทฺธิตฺเถโร วทติ. ตตฺถ อิธาติ อิมิสฺสา สมนฺตปาสาทิกายาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ.
ตตฺถ ‘‘ยสฺมา’’ติ วจนสฺส ปฐมํ วุตฺตสมฺพนฺธวเสน อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ สพฺพมฺปิ ปมาณนฺติ สาธิตตฺตา อิทานิ วุจฺจมานาปิ สํวณฺณนา เกวลํ วจนมตฺเตเนว ภินฺนา, อตฺถโต ปน อฏฺฐกถาเยวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตโต จ ภาสนฺตรเมวา’’ติอาทิมาห. ปจฺฉา วุตฺตสมฺพนฺธวเสน ปน อิธ วุตฺตมฺปิ กสฺมา ปมาณนฺติ เจ? ยสฺมา วจนมตฺตํ ฐเปตฺวา เอสาปิ อฏฺฐกถาเยว, ตสฺมา ปมาณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตโต จ ภาสนฺตรเมวา’’ติอาทิมาห. เอวมากุลํ ทุพฺพิญฺเญยฺยสภาวญฺจ กตฺวา คณฺฐิปเทสุ สมฺพนฺโธ ทสฺสิโต, อนากุลวจโน จ ภทนฺตพุทฺธโฆสาจริโย. น หิ โส เอวมากุลํ กตฺวา วตฺตุมรหติ, ตสฺมา ยถาธิปฺเปตมตฺถมนากุลํ สุวิญฺเญยฺยญฺจ กตฺวา ยถาฐิตสฺส สมฺพนฺธวเสเนว ทสฺสยิสฺสาม. กถํ? ยสฺมา อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ปมาณํ, ตสฺมา สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพาติ เอวเมตฺถ สมฺพนฺโธ ทฏฺฐพฺโพ. ยทิ นาม อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ปมาณํ, อยํ ปน อิทานิ วุจฺจมานา กสฺมา สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพาติ อาห ‘‘ตโต จ ภาสนฺตรเมว หิตฺวา’’ติอาทิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ปมาณํ, ยสฺมา จ อยํ สํวณฺณนาปิ ภาสนฺตรปริจฺจาคาทิมตฺตวิสิฏฺฐา, อตฺถโต ปน อภินฺนาว, ตโตเยว จ ปมาณภูตา เหสฺสติ, ตสฺมา สกฺกจฺจํ อาทรํ กตฺวา อนุสิกฺขิตพฺพาติ. ตถา หิ โปราณฏฺฐกถานํ ปมาณภาโว, อิมิสฺสา จ สํวณฺณนาย ภาสนฺตรปริจฺจาคาทิมตฺตวิสิฏฺฐาย อตฺถโต ตโต อภินฺนภาโวติ อุภยมฺเปตํ สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพภาวเหตูติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ เกวลํ โปราณฏฺฐกถานํ สติปิ ปมาณภาเว อยํ สํวณฺณนา ตโต ภินฺนา อตฺถโต อญฺญาเยว จ สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพาติ วตฺตุมรหติ, นาปิ อิมิสฺสา สํวณฺณนาย ตโตอภินฺนภาเวปิ โปราณฏฺฐกถานํ อสติ ปมาณภาเว อยํ สํวณฺณนา สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพาติ วตฺตุํ ยุตฺตรูปา โหติ, ตสฺมา ยถาวุตฺตนเยน อุภยมฺเปตํ สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพภาวเหตูติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตโตติ อฏฺฐกถาโต. ภาสนฺตรเมว หิตฺวาติ กญฺจุกสทิสํ สีหฬภาสํ อปเนตฺวา. วิตฺถารมคฺคญฺจ สมาสยิตฺวาติ โปราณฏฺฐกถาสุ อุปริ วุจฺจมานมฺปิ อาเนตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ปปญฺจิตํ ‘‘ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน อุปสมฺปนฺโนติ ภิกฺขู’’ติ (ปารา. ๔๕) เอตฺถ อปโลกนาทีนํ จตุนฺนมฺปิ กมฺมานํ วิตฺถารกถา วิย ตาทิสํ วิตฺถารมคฺคํ สงฺขิปิตฺวา วณฺณยิสฺสามาติ อธิปฺปาโย. ตถา หิ วกฺขติ –
‘‘เอตฺถ จ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ เอกเมว อาคตํ, อิมสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา จตฺตาริ สงฺฆกมฺมานิ นีหริตฺวา วิตฺถารโต กเถตพฺพานีติ สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ, ตานิ จ ‘อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺม’นฺติ ปฏิปาฏิยา ฐเปตฺวา วิตฺถาเรน ขนฺธกโต ปริวาราวสาเน กมฺมวิภงฺคโต จ ปาฬึ อาหริตฺวา กถิตานิ. ตานิ มยํ ปริวาราวสาเน กมฺมวิภงฺเคเยว วณฺณยิสฺสาม. เอวญฺหิ สติ ปฐมปาราชิกวณฺณนา จ น ภาริยา ภวิสฺสติ, ยถาฐิตาย จ ปาฬิยา วณฺณนา สุวิญฺเญยฺยา ภวิสฺสติ, ตานิ จ ฐานานิ อสุญฺญานิ ภวิสฺสนฺติ, ตสฺมา อนุปทวณฺณนเมว กโรมา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕ ภิกฺขุปทภาชนียวณฺณนา).
วินิจฺฉยํ สพฺพมเสสยิตฺวาติ ตํตํอฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ สพฺพมฺปิ วินิจฺฉยํ อเสสยิตฺวา เสสํ อกตฺวา, กิญฺจิมตฺตมฺปิ อปริจฺจชิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. วณฺณิตุํ ยุตฺตรูปํ หุตฺวา อนุกฺกเมน อาคตํ ปาฬึ อปริจฺจชิตฺวา สํวณฺณนโต สีหฬฏฺฐกถาสุ อยุตฺตฏฺฐาเน วณฺณิตํ ยถาฐาเนเยว สํวณฺณนโต จ วุตฺตํ ‘‘ตนฺติกฺกมํ กิญฺจิ อโวกฺกมิตฺวา’’ติ, กิญฺจิ ปาฬิกฺกมํ อนติกฺกมิตฺวา อนุกฺกเมเนว วณฺณยิสฺสามาติ อธิปฺปาโย.
สุตฺตนฺติกานํ วจนานมตฺถนฺติ สุตฺตนฺตปาฬิยํ อาคตานมฺปิ วจนานมตฺถํ. สีหฬฏฺฐกถาสุ ‘‘สุตฺตนฺติกานํ ภาโร’’ติ วตฺวา อวุตฺตานมฺปิ เวรญฺชกณฺฑาทีสุ ฌานกถาอานาปานสฺสติสมอาธิอาทีนํ สุตฺตนฺตวจนานมตฺถํ ตํตํสุตฺตานุรูปํ สพฺพโส ปริทีปยิสฺสามีติ อธิปฺปาโย. เหสฺสตีติ ภวิสฺสติ, กริยิสฺสตีติ วา อตฺโถ. เอตฺถ จ ปฐมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป ภาสนฺตรปริจฺจาคาทิกํ จตุพฺพิธํ กิจฺจํ นิปฺผาเทตฺวา สุตฺตนฺติกานํ วจนานมตฺถํ ปริทีปยนฺตี อยํ วณฺณนา ภวิสฺสตีติ วณฺณนาย วเสน สมานกตฺตุกตา เวทิตพฺพา. ปจฺฉิมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป ปน เหฏฺฐาวุตฺตภาสนฺตรปริจฺจาคาทึ กตฺวา สุตฺตนฺติกานํ วจนานมตฺถํ ปริทีปยนฺตี อยํ วณฺณนา อเมฺหหิ กริยิสฺสตีติ เอวํ อาจริยวเสน สมานกตฺตุกตา เวทิตพฺพา. วณฺณนาปีติ เอตฺถ อปิสทฺทํ คเหตฺวา ‘‘ตสฺมาปิ สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพาติ โยเชตพฺพ’’นฺติ จูฬคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ตตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปโยชนวิเสสํ ปมาณภาวญฺจ สมฺปิณฺเฑตีติ อธิปฺปาโย. มชฺฌิมคณฺฐิปเท ปน ‘‘ตสฺมา สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพาปี’’ติ สมฺพนฺโธ วุตฺโต. เอตฺถ ปน น เกวลํ อยํ วณฺณนา เหสฺสติ, อถ โข อนุสิกฺขิตพฺพาปีติ อิมมตฺถํ สมฺปิณฺเฑตีติ อธิปฺปาโย. เอตฺถาปิ ยถาฐิตวเสเนว อปิสทฺทสฺส อตฺโถ คเหตพฺโพติ อมฺหากํ ขนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ปมาณํ, ยสฺมา จ อยํ วณฺณนาปิ ตโต อภินฺนตฺตา ปมาณภูตาเยว เหสฺสติ, ตสฺมา สกฺกจฺจํ อนุสิกฺขิตพฺพาติ.
คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
พาหิรนิทานกถา
อิทานิ ‘‘ตํ วณฺณยิสฺสํ วินย’’นฺติ ปฏิญฺญาตตฺตา ยถาปฏิญฺญาตวินยสํวณฺณนํ กตฺตุกาโม สํวรวินยปหานวินยาทิวเสน วินยสฺส พหุวิธตฺตา อิธ สํวณฺเณตพฺพภาเวน อธิปฺเปโต ตาว วินโย ววตฺถเปตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตาสุ คาถาสุ. ตาว-สทฺโท ปฐมนฺติ อิมสฺมึ อตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ. เตน ปฐมํ วินยํ ววตฺถเปตฺวา ปจฺฉา ตสฺส วณฺณนํ กริสฺสามีติ ทีเปติ. ววตฺถเปตพฺโพติ นิยเมตพฺโพ. เตเนตํ วุจฺจตีติ ยสฺมา ววตฺถเปตพฺโพ, เตน เหตุนา เอตํ ‘‘วินโย นามา’’ติอาทิกํ นิยามกวจนํ วุจฺจตีติ อตฺโถ. อสฺสาติ วินยสฺส. มาติกาติ อุทฺเทโส. โส หิ นิทฺเทสปทานํ ชนนีฐาเน ฐิตตฺตา มาตา วิยาติ มาติกาติ วุจฺจติ.
อิทานิ วณฺเณตพฺพมตฺถํ มาติกํ ฐเปตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วุตฺตํ เยนา’’ติอาทิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอตํ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวรญฺชายํ วิหรตี’’ติอาทินิทานวจนปฏิมณฺฑิตํ วินยปิฏกํ เยน ปุคฺคเลน วุตฺตํ, ยสฺมึ กาเล วุตฺตํ, ยสฺมา การณา วุตฺตํ, เยน ธาริตํ, เยน จ อาภตํ, เยสุ ปติฏฺฐิตํ, เอตํ ยถาวุตฺตวิธานํ วตฺวา ตโต ‘‘เตน สมเยนา’’ติอาทิปาฐสฺส อตฺถํ อเนกปฺปการโต ทสฺสยนฺโต วินยสฺส อตฺถวณฺณนํ กริสฺสามีติ. เอตฺถ จ ‘‘วุตฺตํ เยน ยทา ยสฺมา’’ติ อิทํ วจนํ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา’’ติอาทินิทานวจนมตฺตํ อเปกฺขิตฺวา วตฺตุกาโมปิ วิสุํ อวตฺวา ‘‘นิทาเนน อาทิกลฺยาณํ, ‘อิทมโวจา’ติ นิคมเนน ปริโยสานกลฺยาณ’’นฺติ จ วจนโต นิทานนิคมนานิปิ สตฺถุเทสนาย อนุวิธานตฺตา ตทนฺโตคธาเนวาติ นิทานสฺสปิ วินยปาฬิยํเยว อนฺโตคธตฺตา ‘‘วุตฺตํ เยน ยทา ยสฺมา’’ติ อิทมฺปิ วินยปิฏกสมฺพนฺธํเยว กตฺวา มาติกํ ฐเปสิ. มาติกาย หิ ‘‘เอต’’นฺติ วุตฺตํ วินยปิฏกํเยว สามญฺญโต สพฺพตฺถ สมฺพนฺธมุปคจฺฉติ.
อิทานิ ปน ตํ วิสุํ นีหริตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ วุตฺตํ เยนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ มาติกาปเทสุ. อถ กสฺมา อิทเมว วจนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อิทญฺหี’’ติอาทิ. อิทนฺติ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา’’ติอาทิวจนํ. หิ-สทฺโท ยสฺมาติ อตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ, ยสฺมา พุทฺธสฺส ภควโต อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหติ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ. อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหตีติ อตฺตโน ปจฺจกฺขํ กตฺวา วุตฺตวจนํ น โหติ, ภควตา วุตฺตวจนํ น โหตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหตีติ อาหจฺจ ภาสิตํ น โหตีติ อธิปฺปาโย’’ติ เกนจิ วุตฺตํ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหตีติ อตฺตโน ธรมานกาเล วุตฺตวจนํ น โหตี’’ติ ลิขิตํ. ตทุภยมฺปิ อตฺถโต สมานเมว. อิทานิ ปญฺหกรณํ วตฺวา อนุกฺกเมน ยถาวุตฺตปญฺหวิสฺสชฺชนํ กโรนฺโต ‘‘อายสฺมตา’’ติอาทิมาห. อิมินา ปุคฺคลํ นิยเมติ, ‘‘ตญฺจา’’ติอาทินา กาลํ นิยเมติ. ตญฺจ อุปาลิตฺเถเรน วุตฺตวจนํ กาลโต ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตนฺติ อตฺโถ.
ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา
อิทานิ ตํ ปฐมมหาสงฺคีตึ ทสฺเสตุกาโม ตสฺสา ตนฺติอารุฬฺหาย อิธ วจเน การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฐมมหาสงฺคีติ นาม เจสา…เป… เวทิตพฺพา’’ติ อาห. ปฐมมหาสงฺคีติ นาม เจสาติ จ-สทฺโท อีทิเสสุ ฐาเนสุ วตฺตพฺพสมฺปิณฺฑนตฺโถ, ตญฺจ ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตํ, เอสา จ ปฐมมหาสงฺคีติ เอวํ เวทิตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ. อุปญฺญาสตฺโถ วา จ-สทฺโท. อุปญฺญาโสติ จ วากฺยารมฺโภ วุจฺจติ. เอสา หิ คนฺถการานํ ปกติ, ยทิทํ กิญฺจิ วตฺวา ปุน ปรํ วตฺตุมารภนฺตานํ จสทฺทปฺปโยโค. ยํ ปน เกนจิ วุตฺตํ ‘‘ปฐมมหาสงฺคีติ นาม จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท อติเรกตฺโถ, เตน อญฺญาปิ อตฺถีติ ทีเปตี’’ติ. ตเทว ตสฺส คนฺถกฺกเม อโกวิทตํ ทสฺเสติ. น เหตฺถ จสทฺเทน อติเรกตฺโถ วิญฺญายติ. ยทิ เจตฺถ เอตทตฺโถเยว จ-กาโร อธิปฺเปโต สิยา, เอวํ สติ น กตฺตพฺโพเยว ปฐมสทฺเทเนว อญฺญาสํ ทุติยาทิสงฺคีตีนมฺปิ อตฺถิภาวสฺส ทีปิตตฺตา. ทุติยาทึ อุปาทาย หิ ปฐมสทฺทปฺปโยโค ทีฆาทึ อุปาทาย รสฺสาทิสทฺทปฺปโยโค วิย. ยถาปจฺจยํ ตตฺถ ตตฺถ เทสิตตฺตา ปญฺญตฺตตฺตา จ วิปฺปกิณฺณานํ ธมฺมวินยานํ สงฺคเหตฺวา คายนํ กถนํ สงฺคีติ. เอเตน ตํตํสิกฺขาปทานํ สุตฺตานญฺจ อาทิปริโยสาเนสุ อนฺตรนฺตรา จ สมฺพนฺธวเสน ฐปิตํ สงฺคีติการวจนํ สงฺคหิตํ โหติ. มหาวิสยตฺตา ปูชนียตฺตา จ มหตี สงฺคีติ มหาสงฺคีติ, ปฐมา มหาสงฺคีติ ปฐมมหาสงฺคีติ. นิทานโกสลฺลตฺถนฺติ นิททาติ เทสนํ เทสกาลาทิวเสน อวิทิตํ วิทิตํ กตฺวา นิทสฺเสตีติ นิทานํ, ตตฺถ โกสลฺลํ นิทานโกสลฺลํ, ตทตฺถนฺติ อตฺโถ.
สตฺตานํ ทสฺสนานุตฺตริยสรณาทิปฏิลาภเหตุภูตาสุ วิชฺชมานาสุปิ อญฺญาสุ ภควโต กิริยาสุ ‘‘พุทฺโธ โพเธยฺย’’นฺติ ปฏิญฺญาย อนุโลมนโต เวเนยฺยานํ มคฺคผลุปฺปตฺติเหตุภูตา กิริยา นิปฺปริยาเยน พุทฺธกิจฺจนฺติ อาห ‘‘ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนญฺหิ อาทึ กตฺวา’’ติ. ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยาทิธมฺโมเยว ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ. อถ วา จกฺกนฺติ อาณา, ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมญฺจ ตํ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺเมน ญาเยน จกฺกนฺติปิ ธมฺมจกฺกํ. ยถาห –
‘‘ธมฺมญฺจ ปวตฺเตติ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, จกฺกญฺจ ปวตฺเตติ ธมฺมญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺเมน ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺมจริยาย ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺก’’นฺติอาทิ (ปฏิ. ม. ๒.๔๐).
กตพุทฺธกิจฺเจติ กตํ ปรินิฏฺฐาปิตํ พุทฺธกิจฺจํ เยน, ตสฺมึ กตพุทฺธกิจฺเจ ภควติ โลกนาเถติ สมฺพนฺโธ. เอเตน พุทฺธกตฺตพฺพสฺส กสฺสจิปิ อเสสิตภาวํ ทสฺเสติ. ตโตเยว หิ โส ภควา ปรินิพฺพุโตติ. นนุ จ สาวเกหิ วินีตาปิ วิเนยฺยา ภควตาเยว วินีตา โหนฺติ, ตถา หิ สาวกภาสิตํ สุตฺตํ พุทฺธวจนนฺติ วุจฺจติ, สาวกวิเนยฺยา จ น ตาว วินีตาติ? นายํ โทโส เตสํ วินยนูปายสฺส สาวเกสุ ฐปิตตฺตา. เตเนวาห –
‘‘น ตาวาหํ ปาปิม ปรินิพฺพายิสฺสามิ, ยาว น ภิกฺขู วิยตฺตา วินีตา วิสารทา พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา อุปฺปนฺนํ ปรปฺปวาทํ สหธมฺเมน สุนิคฺคหิตํ นิคฺคเหตฺวา สปฺปาฏิหาริยํ ธมฺมํ เทเสสฺสนฺตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๖๘).
‘‘กุสินาราย’’นฺติอาทินา ภควโต ปรินิพฺพุตเทสกาลวิเสสทสฺสนํ, ‘‘อปรินิพฺพุโต ภควา’’ติ คาหสฺส มิจฺฉาภาวทสฺสนตฺถํ โลเก ชาตสํวฑฺฒภาวทสฺสนตฺถญฺจ. ตถา หิ มนุสฺสภาวสฺส สุปากฏกรณตฺถํ มหาโพธิสตฺตา จริมภเว ทารปริคฺคหาทีนิปิ กโรนฺตีติ. กุสินารายนฺติ เอวํนามเก นคเร. สมีปตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจนํ. อุปวตฺตเน มลฺลานํ สาลวเนติ ตสฺส นครสฺส อุปวตฺตนภูตํ มลฺลราชูนํ สาลวนุยฺยานํ ทสฺเสติ. ตตฺถ นครํ ปวิสิตุกามา อุยฺยานโต อุเปจฺจ วตฺตนฺติ คจฺฉนฺติ เอเตนาติ อุปวตฺตนนฺติ สาลวนํ วุจฺจติ. ยถา หิ อนุราธปุรสฺส ถูปาราโม ทกฺขิณปจฺฉิมทิสายํ, เอวํ ตํ อุยฺยานํ กุสินาราย ทกฺขิณปจฺฉิมทิสาย โหติ. ยถา จ ถูปารามโต ทกฺขิณทฺวาเรน นครํ ปวิสนมคฺโค ปาจีนมุโข คนฺตฺวา อุตฺตเรน นิวตฺตติ, เอวํ อุยฺยานโต สาลปนฺติ ปาจีนมุขา คนฺตฺวา อุตฺตเรน นิวตฺตา, ตสฺมา ตํ ‘‘อุปวตฺตน’’นฺติ วุจฺจติ. ยมกสาลานมนฺตเรติ ยมกสาลานํ เวมชฺเฌ. ตตฺถ กิร ภควโต ปญฺญตฺตสฺส ปรินิพฺพานมญฺจสฺส เอกา สาลปนฺติ สีสภาเค โหติ, เอกา ปาทภาเค, ตตฺราปิ เอโก ตรุณสาโล สีสภาคสฺส อาสนฺโน โหติ, เอโก ปาทภาคสฺส, ตสฺมา ‘‘ยมกสาลานมนฺตเร’’ติ วุตฺตํ. อปิ จ ‘‘ยมกสาลา นาม มูลกฺขนฺธวิฏปปตฺเตหิ อญฺญมญฺญํ สํสิพฺเพตฺวา ฐิตสาลา’’ติปิ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.
อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยาติ อุปาทียเต กมฺมกิเลเสหีติ อุปาทิ, วิปากกฺขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. โส ปน อุปาทิ กิเลสาภิสงฺขารมารนิมฺมถเนน นิพฺพานปฺปตฺติยํ อโนสฺสฏฺโฐ, อิธ ขนฺธมจฺจุมารนิมฺมถเนน โอสฺสฏฺโฐ นิเสสิโตติ อยํ อนุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ นตฺถิ เอติสฺสา อุปาทิเสโสติ กตฺวา. นิพฺพานธาตูติ เจตฺถ นิพฺพุติมตฺตํ อธิปฺเปตํ, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ จายํ กรณนิทฺเทโส. ปรินิพฺพาเนติ ปรินิพฺพานฏฺฐาเน, นิมิตฺตตฺเถ วา ภุมฺมวจนํ, ปรินิพฺพานเหตุ สนฺนิปติตานนฺติ อตฺโถ. สงฺฆสฺส เถโร สงฺฆตฺเถโร. โส ปน สงฺโฆ กึปริมาโณติ อาห ‘‘สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสาน’’นฺติ. นิจฺจสาเปกฺขตฺตา หิ อีทิเสสุ สมาโส โหติเยว ยถา ‘‘เทวทตฺตสฺส ครุกุล’’นฺติ. สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสานนฺติ จ สงฺฆตฺเถรานํเยว สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสานํ. ตทา หิ ‘‘สนฺนิปติตา ภิกฺขู เอตฺตกา’’ติ ปมาณรหิตา. ตถา หิ เวฬุวคาเม เวทนาวิกฺขมฺภนโต ปฏฺฐาย ‘‘น จิเรน ภควา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ตโต ตโต อาคเตสุ ภิกฺขูสุ เอกภิกฺขุปิ ปกฺกนฺโต นาม นตฺถิ, ตสฺมา คณนํ วีติวตฺโต สงฺโฆ อโหสิ. อายสฺมา มหากสฺสโป ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสีติ สมฺพนฺโธ.
ตตฺถ มหากสฺสโปติ มหนฺเตหิ สีลกฺขนฺธาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา มหนฺโต กสฺสโปติ มหากสฺสโป, อปิจ กุมารกสฺสปตฺเถรํ อุปาทาย อยํ มหาเถโร ‘‘มหากสฺสโป’’ติ วุจฺจติ. อถ กิมตฺถํ อายสฺมา มหากสฺสโป ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ อุสฺสาหํ ชเนสีติ อาห ‘‘สตฺตาหปรินิพฺพุเต’’ติอาทิ. สตฺต อหานิ สมาหฏานิ สตฺตาหํ, สตฺตาหํ ปรินิพฺพุตสฺส อสฺสาติ สตฺตาหปรินิพฺพุโต, ภควา, ตสฺมึ สตฺตาหปรินิพฺพุเต ภควติ, ภควโต ปรินิพฺพานทิวสโต ปฏฺฐาย สตฺตาเห วีติวตฺเตติ วุตฺตํ โหติ. สุภทฺเทน วุฑฺฒปพฺพชิเตน วุตฺตวจนํ สมนุสฺสรนฺโตติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ สุภทฺโทติ ตสฺส นามํ, วุฑฺฒกาเล ปน ปพฺพชิตตฺตา วุฑฺฒปพฺพชิโตติ วุจฺจติ. ‘‘อลํ อาวุโส’’ติอาทินา เตน วุตฺตวจนํ นิทสฺเสติ. โส หิ สตฺตาหปรินิพฺพุเต ภควติ อายสฺมตา มหากสฺสปตฺเถเรน สทฺธึ ปาวาย กุสินารํ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺเนสุ ปญฺจมตฺเตสุ ภิกฺขุสเตสุ อวีตราเค ภิกฺขู อนฺตรามคฺเค ทิฏฺฐอาชีวกสฺส สนฺติกา ภควโต ปรินิพฺพานํ สุตฺวา ปตฺตจีวรานิ ฉฑฺเฑตฺวา พาหา ปคฺคยฺห นานปฺปการํ ปริเทวนฺเต ทิสฺวา เอวมาห.
กสฺมา ปน โส เอวมาห? ภควติ อาฆาเตน. อยํ กิร โส ขนฺธเก (มหาว. ๓๐๓) อาคเต อาตุมาวตฺถุสฺมึ นหาปิตปุพฺพโก วุฑฺฒปพฺพชิโต ภควติ กุสินารโต นิกฺขมิตฺวา อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ อาตุมํ คจฺฉนฺเต ‘‘ภควา อาคจฺฉตี’’ติ สุตฺวา อาคตกาเล ‘‘ยาคุทานํ กริสฺสามี’’ติ สามเณรภูมิยํ ฐิเต เทฺว ปุตฺเต เอตทโวจ ‘‘ภควา กิร ตาตา อาตุมํ อาคจฺฉติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหิ, คจฺฉถ ตุเมฺห ตาตา ขุรภณฺฑํ อาทาย นาฬิยาวาปเกน อนุฆรกํ อนุฆรกํ อาหิณฺฑถ, โลณมฺปิ เตลมฺปิ ตณฺฑุลมฺปิ ขาทนียมฺปิ สํหรถ, ภควโต อาคตสฺส ยาคุทานํ กริสฺสามี’’ติ. เต ตถา อกํสุ. อถ ภควติ อาตุมํ อาคนฺตฺวา ภุสาคารกํ ปวิฏฺเฐ สุภทฺโท สายนฺหสมยํ คามทฺวารํ คนฺตฺวา มนุสฺเส อามนฺเตตฺวา ‘‘หตฺถกมฺมมตฺตํ เม เทถา’’ติ หตฺถกมฺมํ ยาจิตฺวา ‘‘กึ ภนฺเต กโรมา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิทญฺจิทญฺจ คณฺหถา’’ติ สพฺพูปกรณานิ คาหาเปตฺวา วิหาเร อุทฺธนานิ กาเรตฺวา เอกํ กาฬกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา ตาทิสเมว ปารุปิตฺวา ‘‘อิทํ กโรถ, อิทํ กโรถา’’ติ สพฺพรตฺตึ วิจาเรนฺโต สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา โภชฺชยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจ ปฏิยาทาเปสิ. โภชฺชยาคุ นาม ภุญฺชิตฺวา ปาตพฺพยาคุ, ตตฺถ สปฺปิมธุผาณิตมจฺฉมํสปุปฺผผลรสาทิ ยํ กิญฺจิ ขาทนียํ นาม อตฺถิ, ตํ สพฺพํ ปวิสติ, กีฬิตุกามานํ สีสมกฺขนโยคฺคา โหติ สุคนฺธคนฺธา.
อถ ภควา กาลสฺเสว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ปิณฺฑาย จริตุํ อาตุมาภิมุโข ปายาสิ. มนุสฺสา ตสฺส อาโรเจสุํ ‘‘ภควา ปิณฺฑาย คามํ ปวิสติ, ตยา กสฺส ยาคุ ปฏิยาทิตา’’ติ. โส ยถานิวตฺถปารุเตเหว เตหิ กาฬกกาสาเวหิ เอเกน หตฺเถน ทพฺพิญฺจ กฏจฺฉุญฺจ คเหตฺวา พฺรหฺมา วิย ทกฺขิณชาณุมณฺฑลํ ภูมิยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ปฏิคฺคณฺหตุ เม ภนฺเต ภควา ยาคุ’’นฺติ อาห. ตโต ‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺตี’’ติ ขนฺธเก (มหาว. ๓๐๓) อาคตนเยน ภควา ปุจฺฉิตฺวา จ สุตฺวา จ ตํ วุฑฺฒปพฺพชิตํ วิครหิตฺวา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ อกปฺปิยสมาทาปนสิกฺขาปทํ ขุรภณฺฑปริหรณสิกฺขาปทญฺจาติ เทฺว สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปตฺวา ‘‘ภิกฺขเว อเนกกปฺปโกฏิโย โภชนํ ปริเยสนฺเตเหว วีตินามิตา, อิทํ ปน ตุมฺหากํ อกปฺปิยํ, อธมฺเมน อุปฺปนฺนโภชนํ อิมํ ปริภุญฺชิตฺวา อเนกานิ อตฺตภาวสหสฺสานิ อปาเยเสฺวว นิพฺพตฺติสฺสนฺติ, อเปถ มา คณฺหถา’’ติ ภิกฺขาจาราภิมุโข อคมาสิ, เอกภิกฺขุนาปิ น กิญฺจิ คหิตํ.
สุภทฺโท อนตฺตมโน หุตฺวา ‘‘อยํ ‘สพฺพํ ชานามี’ติ อาหิณฺฑติ, สเจ น คเหตุกาโม เปเสตฺวา อาโรเจตพฺพํ อสฺส, ปกฺกาหาโร นาม สพฺพจิรํ ติฏฺฐนฺโต สตฺตาหมตฺตํ ติฏฺเฐยฺย, อิทญฺจ มม ยาวชีวํ ปริยตฺตํ อสฺส, สพฺพํ เตน นาสิตํ, อหิตกาโม อยํ มยฺห’’นฺติ ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา ทสพเล ธรมาเน กิญฺจิ วตฺตุํ นาสกฺขิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อยํ อุจฺจกุลา ปพฺพชิโต มหาปุริโส, สเจ กิญฺจิ วกฺขามิ, มมํเยว สนฺตชฺเชสฺสตี’’ติ. สฺวายํ อชฺช มหากสฺสปตฺเถเรน สทฺธึ อาคจฺฉนฺโต ‘‘ปรินิพฺพุโต ภควา’’ติ สุตฺวา ลทฺธสฺสาโส วิย หฏฺฐตุฏฺโฐ เอวมาห. เถโร ปน ตํ สุตฺวา หทเย ปหารํ วิย มตฺถเก ปติตสุกฺกาสนึ วิย มญฺญิ, ธมฺมสํเวโค จสฺส อุปฺปชฺชิ ‘‘สตฺตาหมตฺตปรินิพฺพุโต ภควา, อชฺชาปิสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ธรติเยว, ทุกฺเขน ภควตา อาราธิตสาสเน นาม เอวํ ลหุํ มหนฺตํ ปาปกสฏํ กณฺฏโก อุปฺปนฺโน, อลํ โข ปเนส ปาโป วฑฺฒมาโน อญฺเญปิ เอวรูเป สหาเย ลภิตฺวา สาสนํ โอสกฺกาเปตุ’’นฺติ.
ตโต เถโร จินฺเตสิ ‘‘สเจ โข ปนาหํ อิมํ มหลฺลกํ อิเธว ปิโลติกํ นิวาเสตฺวา ฉาริกาย โอกิราเปตฺวา นีหราเปสฺสามิ, มนุสฺสา ‘สมณสฺส โคตมสฺส สรีเร ธรมาเนเยว สาวกา วิวทนฺตี’ติ อมฺหากํ โทสํ ทสฺเสสฺสนฺติ, อธิวาเสมิ ตาว. ภควตา หิ เทสิตธมฺโม อสงฺคหิตปุปฺผราสิสทิโส, ตตฺถ ยถา วาเตน ปหฏปุปฺผานิ ยโต วา ตโต วา คจฺฉนฺติ, เอวเมว เอวรูปานํ วเสน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล วินเย เอกํ เทฺว สิกฺขาปทานิ นสฺสิสฺสนฺติ วินสฺสิสฺสนฺติ, สุตฺเต เอโก เทฺว ปญฺหวารา นสฺสิสฺสนฺติ, อภิธมฺเม เอกํ เทฺว ภูมนฺตรานิ นสฺสิสฺสนฺติ, เอวํ อนุกฺกเมน มูเล นฏฺเฐ ปิสาจสทิสา ภวิสฺสาม, ตสฺมา ธมฺมวินยสงฺคหํ กริสฺสามิ, เอวํ สติ ทฬฺหสุตฺเตน สงฺคหิตปุปฺผานิ วิย อยํ ธมฺมวินโย นิจฺจโล ภวิสฺสติ. เอตทตฺถญฺหิ ภควา มยฺหํ ตีณิ คาวุตานิ ปจฺจุคฺคมนํ อกาสิ, ตีหิ โอวาเทหิ อุปสมฺปทํ อกาสิ, กายโต จีวรปริวตฺตนํ อกาสิ, อากาเส ปาณึ จาเลตฺวา จนฺโทปมปฏิปทํ กเถนฺโต มญฺเญว สกฺขึ กตฺวา กเถสิ, ติกฺขตฺตุํ สกลสาสนรตนํ ปฏิจฺฉาเปสิ, มาทิเส ภิกฺขุมฺหิ ติฏฺฐมาเน อยํ ปาโป สาสเน วฑฺฒึ มา อลตฺถุ, ยาว อธมฺโม น ทิปฺปติ, ธมฺโม น ปฏิพาหียติ, อวินโย น ทิปฺปติ, วินโย น ปฏิพาหียติ, อธมฺมวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, ธมฺมวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ, อวินยวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, วินยวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ, ตาว ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิสฺสามิ, ตโต ภิกฺขู อตฺตโน อตฺตโน ปโหนกํ คเหตฺวา กปฺปิยากปฺปิเย กเถสฺสนฺติ, อถายํ ปาโป สยเมว นิคฺคหํ ปาปุณิสฺสติ, ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺขิสฺสติ, สาสนํ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ ภวิสฺสตี’’ติ. จินฺเตตฺวา โส ‘‘เอวํ นาม มยฺหํ จิตฺตํ อุปฺปนฺน’’นฺติ กสฺสจิ อนาโรเจตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สมสฺสาเสตฺวา อถ ปจฺฉา ธาตุภาชนทิวเส ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อายสฺมา มหากสฺสโป สตฺตาหปรินิพฺพุเต…เป… ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสี’’ติ.
ตตฺถ อลนฺติ ปฏิกฺเขปวจนํ. อาวุโสติ ปริเทวนฺเต ภิกฺขู อาลปติ. มา โสจิตฺถาติ จิตฺเต อุปฺปนฺนพลวโสเกน มา โสจิตฺถ. มา ปริเทวิตฺถาติ วาจาย มา ปริเทวิตฺถ ‘‘ปริเทวนํ วิลาโป’’ติ วจนโต. อิทานิ อโสจนาทีสุ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุมุตฺตา มย’’นฺติอาทิมาห. เตน มหาสมเณนาติ นิสฺสกฺเก กรณวจนํ, ตโต มหาสมณโต สุฏฺฐุ มุตฺตา มยนฺติ อตฺโถ, อุปทฺทุตา จ โหม ตทาติ อธิปฺปาโย. โหมาติ วา อตีตตฺเถ วตฺตมานวจนํ, อหุมฺหาติ อตฺโถ, อนุสฺสรนฺโต ธมฺมสํเวควเสนาติ อธิปฺปาโย. ธมฺมสภาวจินฺตาวเสน ปวตฺตํ สโหตฺตปฺปญาณํ ธมฺมสํเวโค. วุตฺตเญฺหตํ –