๓. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๘๓. ตติเย อุตฺตรปทโลเปน ฉินฺนโอตฺตปฺปา ‘‘ฉินฺนิกา’’ติ วุตฺตาติ อาห ‘‘ฉินฺนิกาติ ฉินฺนโอตปฺปา’’ติ.
๒๘๕. ยถา ยุวา ยุวตินฺติ เอเตน โอภาสเน นิราสงฺกภาวํ ทสฺเสติ. เมถุนุปสญฺหิตาหีติ อิทํ ทุฏฺฐุลฺลวาจาย สิขาปฺปตฺตลกฺขณทสฺสนํ. อิตฺถิลกฺขเณนาติ วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘สุภลกฺขเณนา’’ติ วุตฺตํ. น ตาว สีสํ เอตีติ ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติอาทินา วณฺณภณนํ สงฺฆาทิเสสาปตฺติชนกํ หุตฺวา มตฺถกํ น ปาปุณาติ. วณฺณภณนญฺหิ เยนากาเรน ภณนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส โหติ, เตนากาเรน ภณนฺตสฺส สิขาปฺปตฺตํ นาม โหติ. ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สมนฺนาคตาสีติอาทิกํ ปน ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราควเสน ภณนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ.
เอกาทสหิ ปเทหิ อฆฏิเต สีสํ น เอตีติ ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทีหิ เอกาทสหิ ปเทหิ อฆฏิเต อวณฺณภณนํ สีสํ น เอติ, อวณฺณภณนํ นาม น โหตีติ วุตฺตํ โหติ. ฆฏิเตปีติ เอกาทสหิ ปเทหิ อวณฺณภณเน ฆฏิเตปิ. อิเมหิ ตีหิ ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโสติ ‘‘สิขรณี’’ติอาทีหิ ตีหิเยว ปเทหิ อวณฺณภณเน ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส ปสฺสาวมคฺคสฺส นิยตวจนตฺตา อจฺโจฬาริกตฺตา จ. อนิมิตฺตาสีติอาทีหิ ปน อฏฺฐหิ ปเทหิ ฆฏิเต เกวลํ อวณฺณภณนเมว สมฺปชฺชติ, น สงฺฆาทิเสโส, ตสฺมา ตานิ ถุลฺลจฺจยวตฺถูนีติ เกจิ. อกฺโกสนมตฺตตฺตา ทุกฺกฏวตฺถูนีติ อปเร. ปริพฺพาชิกาวตฺถุสฺมึ วิย ถุลฺลจฺจยเมเวตฺถ ยุตฺตตรํ ทิสฺสติ. กุญฺจิกปณาลิมตฺตนฺติ กุญฺจิกาฉิทฺทมตฺตํ.
๒๘๖-๒๘๗. ครุกาปตฺตินฺติ ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺเค ปาราชิกาปตฺตึ สนฺธาย วทติ. หสนฺโต หสนฺโตติ สภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อหสนฺโตปิ วาจสฺสาทราเคน ปุนปฺปุนํ วทติ, อาปตฺติเยว. กายจิตฺตโตติ หตฺถมุทฺทาย โอภาสนฺตสฺส กายจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ.
๒๘๘. ตสฺมา ทุกฺกฏนฺติ อปฺปฏิวิชานนเหตุ ทุกฺกฏํ, ปฏิวิชานนฺติยา ปน อเขตฺตปทตฺตา ถุลฺลจฺจเยน ภวิตพฺพํ. เตเนว ปริพฺพาชิกาวตฺถุสฺมึ ปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ วกฺขติ.
๒๘๙. อสทฺธมฺมํ สนฺธายาหาติ ‘‘วาปิต’’นฺติ อิมสฺส พีชนิกฺเขปวจนตฺตา วุตฺตํ. สํสีทตีติ วหติ ปวตฺตติ. อถ วา สํสีทตีติ สํสีทิสฺสติ. มนุสฺสิตฺถี, อิตฺถิสญฺญิตา, ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราโค, เตน ราเคน โอภาสนํ, ตงฺขณวิชานนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.