สรณคมนสํกิเลสเภทกถา

ตตฺถ จ โลกิยสรณคมนํ ตีสุ วตฺถูสุ อญฺญาณสํสยมิจฺฉาญาณาทีหิ สํกิลิสฺสติ, น มหาชุติกํ, น อุชฺชลํ อปริสุทฺธํ อปริโยทาตํ โหติ, น มหาวิปฺผารํ อนุฬารํ. เอตฺถ จ อญฺญาณํ นาม วตฺถุตฺตยสฺส คุณานํ อชานนํ ตตฺถ สมฺโมโห. ‘‘พุทฺโธ นุ โข, น นุ โข’’ติอาทินา วิจิกิจฺฉา สํสโย. มิจฺฉาญาณํ นาม ตสฺส คุณานํ อคุณภาวปริกปฺปเนน วิปรีตคฺคาโหติ เวทิตพฺพํ. โลกุตฺตรสฺส ปน สรณคมนสฺส นตฺถิ สํกิเลโส. โลกิยสฺส จ สรณคมนสฺส ทุวิโธ เภโท สาวชฺโช อนวชฺโช จ. ตตฺถ สาวชฺโช อญฺญสตฺถาราทีสุ อตฺตนิยฺยาตนาทีหิ โหติ, โส อนิฏฺฐผโล. อนวชฺโช ปน กาลกิริยาย โหติ. โลกิยญฺหิ สรณคมนํ สิกฺขาปทสมาทานํ วิย อคฺคหิตกาลปริจฺเฉทกํ ชีวิตปริยนฺตเมว โหติ, ตสฺมา ตสฺส ขนฺธเภเทน เภโท, โส อวิปากตฺตา อผโล. โลกุตฺตรสฺส ปน เนวตฺถิ เภโท. ภวนฺตเรปิ หิ อริยสาวโก อญฺญํ สตฺถารํ น อุทฺทิสตีติ. เอวํ สรณคมนสฺส สํกิเลโส จ เภโท จ เวทิตพฺโพ.

กสฺมา ปเนตฺถ โวทานํ น คหิตํ, นนุ โวทานวิภาวนาปิ ตตฺถ โกสลฺลาย โหตีติ? สจฺจเมตํ, ตํ ปน สํกิเลสคฺคหเณน อตฺถโต ทีปิตํ โหตีติ น คหิตํ. ยานิ หิ เตสํ สํกิเลสการณานิ อญฺญาณาทีนิ, เตสํ สพฺเพน สพฺพํ อนุปฺปาทเนน อุปฺปนฺนานญฺจ ปหาเนน โวทานํ โหตีติ. เอวเมตฺถ ‘‘สรณํ สรณคมน’’นฺติอาทีนํ ปปญฺโจ เวทิตพฺโพ. อิมสฺส ปน ยถาวุตฺตปปญฺจสฺส อิธ อวจเน การณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โส ปน อิธ วุจฺจมาโน’’ติอาทิ. ตตฺถ สรณวณฺณนโตติ สามญฺญผลสุตฺเต วุตฺตสรณวณฺณนโต.

สรณคมนสํกิเลสเภทกถา นิฏฺฐิตา.