เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา
๑. เสยฺยถิทนฺติ ตํ กตมํ, ตํ กถนฺติ วา อตฺโถ. อนิยมนิทฺเทสวจนนฺติ นตฺถิ เอตสฺส นิยโมติ อนิยโม, นิทฺทิสียติ อตฺโถ เอเตนาติ นิทฺเทโส, วุจฺจติ เอเตนาติ วจนํ, นิทฺเทโสเยว วจนํ นิทฺเทสวจนํ, อนิยมสฺส นิทฺเทสวจนํ อนิยมนิทฺเทสวจนํ, ปฐมํ อนิยมิตสฺส สมยสฺส นิทฺเทสวจนนฺติ อตฺโถ. ‘‘เยนาติ อวตฺวา เตนาติ วุตฺตตฺตา อนิยมํ กตฺวา นิทฺทิฏฺฐวจนํ อนิยมนิทฺเทสวจน’’นฺติปิ วทนฺติ. ยํตํสทฺทานํ นิจฺจสมฺพนฺธภาวโต อาห ‘‘ตสฺส สรูเปน อวุตฺเตนปี’’ติอาทิ. ตตฺถ ตสฺสาติ ‘‘เตนา’’ติ เอตสฺส. สรูเปน อวุตฺเตนปีติ ‘‘เยนา’’ติ เอวํ สรูปโต ปาฬิยํ อวุตฺเตนปิ. อตฺถโต สิทฺเธนาติ ปรภาเค สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อุปฺปชฺชนกปริวิตกฺกสงฺขาตอตฺถโต สิทฺเธน. ปริวิตกฺเก หิ สิทฺเธ เยน สมเยน ปริวิตกฺโก อุทปาทีติ อิทํ อตฺถโต สิทฺธเมว โหติ. เตเนวาห ‘‘อปรภาเค หิ วินยปญฺญตฺติยาจนเหตุภูโต อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ปริวิตกฺโก สิทฺโธ’’ติอาทิ. ‘‘เตนา’’ติ วตฺวา ตโต ตทตฺถเมว ‘‘เยนา’’ติ อตฺถโต วุจฺจมานตฺตา ‘‘เยนา’’ติ อยํ ‘‘เตนา’’ติ เอตสฺส ปฏินิทฺเทโส นาม ชาโต. ปฏินิทฺเทโสติ จ วิตฺถารนิทฺเทโสติ อตฺโถ.
อปรภาเค หีติ เอตฺถ หิ-สทฺโท เหตุมฺหิ, ยสฺมาติ อตฺโถ. วินยปญฺญตฺติยาจนเหตุภูโตติ ‘‘เอตสฺส ภควา กาโล, เอตสฺส สุคต กาโล, ยํ ภควา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปยฺย, อุทฺทิเสยฺย ปาติโมกฺขํ. ยถยิทํ พฺรหฺมจริยํ อทฺธนิยํ อสฺส จิรฏฺฐิติก’’นฺติ เอวํ ปวตฺตสฺส วินยปญฺญตฺติยาจนสฺส การณภูโตติ อตฺโถ. ปริวิตกฺโกติ ‘‘กตเมสานํ โข พุทฺธานํ ภควนฺตานํ พฺรหฺมจริยํ น จิรฏฺฐิติกํ อโหสิ, กตเมสานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ พฺรหฺมจริยํ จิรฏฺฐิติกํ อโหสี’’ติ เอวํ ปวตฺโต ปริวิตกฺโก. ยํตํสทฺทานํ นิจฺจสมฺพนฺโธติ อาห ‘‘ตสฺมา เยน สมเยนา’’ติอาทิ. ปุพฺเพ วา ปจฺฉา วา อตฺถโต สิทฺเธนาติ ปุพฺเพ วา ปจฺฉา วา อุปฺปนฺนอตฺถโต สิทฺเธน. ปฏินิทฺเทโส กตฺตพฺโพติ เอตสฺส ‘‘ยทิท’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ‘‘ปฏินิทฺเทโส กตฺตพฺโพ’’ติ ยทิทํ ยํ อิทํ วิธานํ, อยํ สพฺพสฺมึ วินเย ยุตฺตีติ อตฺโถ. อถ วา ‘‘ปฏินิทฺเทโส กตฺตพฺโพ’’ติ ยทิทํ ยา อยํ ยุตฺติ, อยํ สพฺพสฺมึ วินเย ยุตฺตีติ อตฺโถ.
ตตฺริทํ มุขมตฺตนิทสฺสนนฺติ ตสฺสา ยถาวุตฺตยุตฺติยา ปริทีปเน อิทํ มุขมตฺตนิทสฺสนํ, อุปายมตฺตนิทสฺสนนฺติ อตฺโถ. มุขํ ทฺวารํ อุปาโยติ หิ อตฺถโต เอกํ. ‘‘เตน หิ ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ ปาฬึ ทสฺเสตฺวา ตตฺถ ปฏินิทฺเทสมาห ‘‘เยน สุทินฺโน’’ติอาทินา. เตนาติ เหตุอตฺเถ กรณวจนตฺตา ตสฺส ปฏินิทฺเทโสปิ ตาทิโสเยวาติ อาห ‘‘ยสฺมา ปฏิเสวี’’ติ. ปุพฺเพ อตฺถโต สิทฺเธนาติ ปุพฺเพ อุปฺปนฺนเมถุนธมฺมปฏิเสวนสงฺขาตอตฺถโต สิทฺเธน. ปจฺฉา อตฺถโต สิทฺเธนาติ รญฺญา อทินฺนํ ทารูนํ อาทิยนสงฺขาตปจฺฉาอุปฺปนฺนอตฺถโต สิทฺเธน. สมยสทฺโทติ เอตสฺส ‘‘ทิสฺสตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ.
สมวาเยติ ปจฺจยสามคฺคิยํ, การณสมวาเยติ อตฺโถ. ขเณติ โอกาเส. อสฺสาติ อสฺส สมยสทฺทสฺส สมวาโย อตฺโถติ สมฺพนฺโธ. อปฺเปว นาม เสฺวปิ อุปสงฺกเมยฺยาม กาลญฺจ สมยญฺจ อุปาทายาติ เอตฺถ กาโล นาม อุปสงฺกมนสฺส ยุตฺตปยุตฺตกาโล. สมโย นาม ตสฺเสว ปจฺจยสามคฺคี, อตฺถโต ตทนุรูปํ สรีรพลญฺเจว ตปฺปจฺจยปริสฺสยาภาโว จ. อุปาทานํ นาม ญาเณน เตสํ คหณํ สลฺลกฺขณํ, ตสฺมา กาลญฺจ สมยญฺจ ปญฺญาย คเหตฺวา อุปธาเรตฺวาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ อมฺหากํ เสฺว คมนสฺส ยุตฺตกาโล ภวิสฺสติ, กาเย พลมตฺตา เจว ผริสฺสติ, คมนปจฺจยา จ อญฺโญ อผาสุวิหาโร น ภวิสฺสติ, อเถตํ กาลญฺจ คมนการณสมวายสงฺขาตํ สมยญฺจ อุปธาเรตฺวา อปิ เอว นาม เสฺว อาคจฺเฉยฺยามาติ.
ขโณติ โอกาโส. ตถาคตุปฺปาทาทิโก หิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอกาโส ตปฺปจฺจยปฏิลาภเหตุตฺตา, ขโณ เอว จ สมโย. โย ขโณติ จ สมโยติ จ วุจฺจติ, โส เอโกวาติ หิ อตฺโถ. มหาสมโยติ มหาสมูโห. ปวุทฺธํ วนํ ปวนํ, ตสฺมึ ปวนสฺมึ, วนสณฺเฑติ อตฺโถ. สมโยปิ โข เต ภทฺทาลิ อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสีติ เอตฺถ สมโยติ สิกฺขาปทปูรณสฺส เหตุ. ภทฺทาลีติ ตสฺส ภิกฺขุโน นามํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภทฺทาลิ ตยา ปฏิวิชฺฌิตพฺพยุตฺตกํ เอตํ การณํ อตฺถิ, ตมฺปิ เต น ปฏิวิทฺธํ น สลฺลกฺขิตนฺติ. กึ ตํ การณนฺติ อาห ‘‘ภควา โข’’ติอาทิ.
อุคฺคาหมาโน ติอาทีสุ มาโนติ ตสฺส ปริพฺพาชกสฺส ปกตินามํ, กิญฺจิ กิญฺจิ ปน อุคฺคเหตุํ สมตฺถตาย ‘‘อุคฺคาหมาโน’’ติ นํ สญฺชานนฺติ, ตสฺมา ‘‘อุคฺคาหมาโน’’ติ วุจฺจติ. สมณมุณฺฑิกาย ปุตฺโต สมณมุณฺฑิกาปุตฺโต. โส กิร เทวทตฺตสฺส อุปฏฺฐาโก. สมยํ ทิฏฺฐึ ปวทนฺติ เอตฺถาติ สมยปฺปวาทโก, ตสฺมึ สมยปฺปวาทเก, ทิฏฺฐิปฺปวาทเกติ อตฺโถ. ตสฺมึ กิร ฐาเน จงฺกีตารุกฺขโปกฺขรสาติปภุตโย พฺราหฺมณา นิคณฺฐาเจลกปริพฺพาชกาทโย จ ปริพฺพาชกา สนฺนิปติตฺวา อตฺตโน อตฺตโน สมยํ ทิฏฺฐึ ปวทนฺติ กเถนฺติ ทีเปนฺติ, ตสฺมา โส อาราโม ‘‘สมยปฺปวาทโก’’ติ วุจฺจติ, เสฺวว ตินฺทุกาจีรสงฺขาตาย ติมฺพรุรุกฺขปนฺติยา ปริกฺขิตฺตตฺตา ‘‘ตินฺทุกาจีร’’นฺติ วุจฺจติ. เอกา สาลา เอตฺถาติ เอกสาลโก. ยสฺมา ปเนตฺถ ปฐมํ เอกา สาลา กตา อโหสิ, ปจฺฉา มหาปุญฺญํ โปฏฺฐปาทปริพฺพาชกํ นิสฺสาย พหู สาลา กตา, ตสฺมา ตเมว เอกํ สาลมุปาทาย ลทฺธนามวเสน ‘‘เอกสาลโก’’ติ วุจฺจติ. มลฺลิกาย ปน ปเสนทิรญฺโญ เทวิยา อุยฺยานภูโต โส ปุปฺผผลสญฺฉนฺโน อาราโมติ กตฺวา ‘‘มลฺลิกาย อาราโม’’ติ สงฺขฺยํ คโต. ตสฺมึ สมยปฺปวาทเก ตินฺทุกาจีเร เอกสาลเก มลฺลิกาย อาราเม. ปฏิวสตีติ ตสฺมึ วาสผาสุตาย วสติ.
ทิฏฺเฐ ธมฺเมติ ปจฺจกฺเข อตฺตภาเว. อตฺโถติ วุฑฺฒิ. สมฺปรายิโกติ กมฺมกิเลสวเสน สมฺปเรตพฺพโต สมฺปาปุณิตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโก. ตตฺถ นิยุตฺโต สมฺปรายิโก, ปรโลกตฺโถ. อตฺถาภิสมยาติ ยถาวุตฺตอุภยตฺถสงฺขาตหิตปฏิลาภา. สมฺปรายิโกปิ หิ อตฺโถ การณสฺส นิปฺผนฺนตฺตา ปฏิลทฺโธ นาม โหตีติ ตมตฺถทฺวยํ เอกโต กตฺวา ‘‘อตฺถาภิสมยา’’ติ วุตฺตํ. ธิยา ปญฺญาย ราติ คณฺหาตีติ ธีโร. อถ วา ธี ปญฺญา เอตสฺส อตฺถีติ ธีโร.
สมฺมา มานาภิสมยาติ มานสฺส สมฺมา ปหาเนน. สมฺมาติ อิมินา มานสฺส อคฺคมคฺคญาเณน สมุจฺเฉทปฺปหานํ วุตฺตํ. ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐติอาทีสุ ทุกฺขสจฺจสฺส ปีฬนํ ตํสมงฺคิโน หึสนํ อวิปฺผาริกตากรณํ, ปีฬนเมว อตฺโถ ปีฬนฏฺโฐ, ตฺถการสฺส ฏฺฐการํ กตฺวา วุตฺตํ. เอวํ เสเสสุปิ. สเมจฺจ ปจฺจเยหิ กตภาโว สงฺขตฏฺโฐ. สนฺตาโป ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตาปนํ ปริทหนํ. วิปริณาโม ชราย มรเณน จาติ ทฺวิธา วิปริณาเมตพฺพตา. อภิสเมตพฺโพ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพติ อภิสมโย, อภิสมโยว อตฺโถ อภิสมยฏฺโฐ, ปีฬนาทีนิ. ตานิ หิ อภิสเมตพฺพภาเวน เอกีภาวํ อุปเนตฺวา ‘‘อภิสมยฏฺโฐ’’ติ วุตฺตานิ, อภิสมยสฺส วา ปฏิเวธสฺส วิสยภูโต อตฺโถ อภิสมยฏฺโฐติ ตาเนว ปีฬนาทีนิ อภิสมยสฺส วิสยภาวูปคมนสามญฺญโต เอกตฺเตน วุตฺตานิ.
เอตฺถ จ อุปสคฺคานํ โชตกมตฺตตฺตา ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส วาจโก สมยสทฺโท เอวาติ สมยสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเรปิ สอุปสคฺโค อภิสมยสทฺโท วุตฺโต. ตตฺถ สหการีการณสนฺนิชฺฌํ สเมติ สมเวตีติ สมโย, สมวาโย. สเมติ สมาคจฺฉติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ เอตฺถ ตทาธารปุคฺคเลหีติ สมโย, ขโณ. สเมนฺติ เอตฺถ, เอเตน วา สํคจฺฉนฺติ ธมฺมา สหชาตธมฺเมหิ อุปฺปาทาทีหิ วาติ สมโย, กาโล. ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย อตฺถโต อภูโตปิ หิ กาโล ธมฺมปฺปวตฺติยา อธิกรณํ การณํ วิย จ ปริกปฺปนามตฺตสิทฺเธน รูเปน โวหรียติ. สมํ, สห วา อวยวานํ อยนํ ปวตฺติ อวฏฺฐานนฺติ สมโย, สมูโห ยถา ‘‘สมุทาโย’’ติ. อวยเวน สหาวฏฺฐานเมว หิ สมูโห. ปจฺจยนฺตรสมาคเม เอติ ผลํ เอตสฺมา อุปฺปชฺชติ ปวตฺตติ จาติ สมโย, เหตุ ยถา ‘‘สมุทโย’’ติ. สเมติ สํโยชนภาวโต สมฺพนฺโธ เอติ อตฺตโน วิสเย ปวตฺตติ, ทฬฺหคฺคหณภาวโต วา ตํสํยุตฺตา อยนฺติ ปวตฺตนฺติ สตฺตา ยถาภินิเวสํ เอเตนาติ สมโย, ทิฏฺฐิ. ทิฏฺฐิสํโยชเนน หิ สตฺตา อติวิย พชฺฌนฺติ. สมิติ สงฺคติ สโมธานนฺติ สมโย, ปฏิลาโภ. สมสฺส นิโรธสฺส ยานํ, สมฺมา วา ยานํ อปคโม อปฺปวตฺตีติ สมโย, ปหานํ. ญาเณน อภิมุขํ สมฺมา เอตพฺโพ อธิคนฺตพฺโพติ อภิสมโย, ธมฺมานํ อวิปรีโต สภาโว. อภิมุขภาเวน สมฺมา เอติ คจฺฉติ พุชฺฌตีติ อภิสมโย, ธมฺมานํ ยถาภูตสภาวาวโพโธ. เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ สมยสทฺทสฺส ปวตฺติ เวทิตพฺพา.
นนุ จ อตฺถมตฺตํ ปฏิจฺจ สทฺทา อภินิวิสนฺติ, น เอเกน สทฺเทน อเนเก อตฺถา อภิธียนฺตีติ? สจฺจเมตํ สทฺทวิเสเส อเปกฺขิเต. สทฺทวิเสเส หิ อเปกฺขิยมาเน เอเกน สทฺเทน อเนกตฺถาภิธานํ น สมฺภวติ. น หิ โย กาลตฺโถ สมยสทฺโท, โสเยว สมูหาทิอตฺถํ วทติ. เอตฺถ ปน เตสํ เตสํ อตฺถานํ สมยสทฺทวจนียตาสามญฺญมุปาทาย อเนกตฺถตา สมยสทฺทสฺส วุตฺตา. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺถุทฺธาเร อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อิธ ปนสฺส กาโล อตฺโถติ อสฺส สมยสทฺทสฺส อิธ กาโล อตฺโถ สมวายาทีนํ อตฺถานํ อิธ อสมฺภวโต เทสเทสกาทีนํ วิย นิทานภาเวน กาลสฺส อปทิสิตพฺพโต จ.
อุปโยควจเนน ภุมฺมวจเนน จ นิทฺเทสมกตฺวา อิธ กรณวจเนน นิทฺเทเส ปโยชนํ นิทฺธาเรตุกาโม ปรมฺมุเขน โจทนํ สมุฏฺฐาเปติ ‘‘เอตฺถาหา’’ติอาทิ. เอตฺถ ‘‘เตน สมเยนา’’ติ อิมสฺมึ ฐาเน วิตณฺฑวาที อาหาติ อตฺโถ. อถาติ โจทนาย กตฺตุกามตํ ทีเปติ, นนูติ อิมินา สมานตฺโถ. กสฺมา กรณวจเนน นิทฺเทโส กโตติ สมฺพนฺโธ. ภุมฺมวจเนน นิทฺเทโส กโตติ โยเชตพฺพํ. เอตฺถาปิ ‘‘ยถา’’ติ อิทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตตฺถาติ เตสุ สุตฺตาภิธมฺเมสุ. ตถาติ อุปโยคภุมฺมวจเนหิ. อิธาติ อิมสฺมึ วินเย. อญฺญถาติ กรณวจเนน. อจฺจนฺตเมวาติ อารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว เทสนานิฏฺฐานํ, ตาว อจฺจนฺตเมว, นิรนฺตรเมวาติ อตฺโถ. กรุณาวิหาเรนาติ ปรหิตปฏิปตฺติสงฺขาเตน กรุณาวิหาเรน. ตถา หิ กรุณานิทานตฺตา เทสนาย อิธ ปรหิตปฏิปตฺติ ‘‘กรุณาวิหาโร’’ติ วุตฺตา, น ปน กรุณาสมอาปตฺติวิหาโร. น หิ เทสนากาเล เทเสตพฺพธมฺมวิสยสฺส เทสนาญาณสฺส สตฺตวิสยาย มหากรุณาย สหุปฺปตฺติ สมฺภวติ ภินฺนวิสยตฺตา, ตสฺมา กรุณาวเสน ปวตฺโต ปรหิตปอปตฺติสงฺขาโต วิหาโร อิธ กรุณาวิหาโรติ เวทิตพฺโพ. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺถทีปนตฺถํ อุปโยคนิทฺเทโส กโต ยถา ‘‘มาสํ อชฺเฌตี’’ติ.
อธิกรณตฺโถติ อาธารตฺโถ. ภาโว นาม กิริยา, กิริยาย กิริยนฺตรลกฺขณํ ภาเวนภาวลกฺขณํ, โสเยวตฺโถ ภาเวนภาวลกฺขณตฺโถ. กถํ ปน อภิธมฺเม ยถาวุตฺตอตฺถทฺวยสมฺภโวติ อาห ‘‘อธิกรณญฺหี’’ติอาทิ. ตตฺถ กาลสงฺขาโต อตฺโถ กาลตฺโถ, สมูหสงฺขาโต อตฺโถ สมูหตฺโถ. อถ วา กาลสทฺทสฺส อตฺโถ กาลตฺโถ, สมูหสทฺทสฺส อตฺโถ สมูหตฺโถ. โก โส? สมโย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กาลตฺโถ สมูหตฺโถ จ สมโย ตตฺถ อภิธมฺเม วุตฺตานํ ผสฺสาทิธมฺมานํ อธิกรณํ อาธาโรติ ยสฺมึ กาเล ธมฺมปุญฺเช วา กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว กาเล ปุญฺเช จ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ.
นนุ จายํ อุปาทาย ปญฺญตฺโต กาโล สมูโห จ โวหารมตฺตโก, โส กถํ อาธาโร ตตฺถ วุตฺตธมฺมานนฺติ? นายํ โทโส. ยถา หิ กาโล สภาวธมฺมปริจฺฉินฺโน สยํ ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ อาธารภาเวน ปญฺญตฺโต ตงฺขณปฺปวตฺตานํ ตโต ปุพฺเพ ปรโต จ อภาวโต ‘‘ปุพฺพเณฺห ชาโต สายเนฺห คจฺฉตี’’ติอาทีสุ, สมูโห จ อวยววินิมุตฺโต อวิชฺชมาโนปิ กปฺปนามตฺตสิทฺโธ อวยวานํ อาธารภาเวน ปญฺญปียติ ‘‘รุกฺเข สาขา, ยวราสิมฺหิ สมฺภูโต’’ติอาทีสุ, เอวมิธาปีติ ทฏฺฐพฺพํ.
อภิธมฺเม อาธารตฺถสมฺภวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ภาเวนภาวลกฺขณตฺถสมฺภวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ขณสมวายเหตุสงฺขาตสฺสา’’ติอาทิ. ตตฺถ ขโณ นาม อฏฺฐกฺขณวินิมุตฺโต นวโม พุทฺธุปฺปาทสงฺขาโต ขโณ, ยานิ วา ปเนตานิ ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ ปวตฺตตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๑) เอตฺถ ปติรูปเทสวาโส, สปฺปุริสูปนิสฺสโย, อตฺตสมฺมาปณิธิ, ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตาติ จตฺตาริ จกฺกานิ วุตฺตานิ, ตานิ เอกชฺฌํ กตฺวา โอกาสฏฺเฐน ขโณติ เวทิตพฺโพ. ตานิ หิ กุสลุปฺปตฺติยา โอกาสภูตานิ. สมวาโย นาม ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔; ๓.๔๒๑; สํ. นิ. ๔.๖๐) เอวมาทินา นิทฺทิฏฺฐา จกฺขุวิญฺญาณาทิสงฺขาตสาธารณผลนิปฺผาทกตฺเตน สณฺฐิตา จกฺขุรูปาทิปจฺจยสามคฺคี. จกฺขุรูปาทีนญฺหิ จกฺขุวิญฺญาณาทิสาธารณผลํ. เหตูติ ชนกเหตุ. ยถาวุตฺตขณสงฺขอาตสฺส สมวายสงฺขาตสฺส เหตุสงฺขาตสฺส จ สมยสฺส ภาเวน สตฺตาย เตสํ ผสฺสาทิธมฺมานํ ภาโว สตฺตา ลกฺขียติ วิญฺญายตีติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ‘‘คาวีสุ ทุยฺหมานาสุ คโต, ทุทฺธาสุ อาคโต’’ติ โทหนกิริยาย คมนกิริยา ลกฺขียติ, เอวมิธาปิ ‘‘ยสฺมึ สมเย, ตสฺมึ สมเย’’ติ จ วุตฺเต ‘‘สตี’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายมาโน เอว โหติ อญฺญกิริยาย สมฺพนฺธาภาเว ปทตฺถสฺส สตฺตาวิรหาภาวโตติ สมยสฺส สตฺตากิริยาย จิตฺตสฺส อุปฺปาทกิริยา ผสฺสาทิภวนกิริยา จ ลกฺขียตีติ. อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ ยสฺมึ ยถาวุตฺเต ขเณ ปจฺจยสมวาเย เหตุมฺหิ จ สติ กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว ขเณ ปจฺจยสมวาเย เหตุมฺหิ จ สติ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ อธิกรณตฺถสฺส ภาเวนภาวลกฺขณตฺถสฺส จ ทีปนตฺถํ.
อิธ ปนาติ อิมสฺมึ วินเย. เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวตีติ ‘‘อนฺเนน วสติ, วิชฺชาย วสตี’’ติอาทีสุ วิย เหตุอตฺโถ ‘‘ผรสุนา ฉินฺทติ, กุทาเลน ขณตี’’ติอาทีสุ วิย กรณตฺโถ จ สมฺภวติ. กถํ สมฺภวตีติ อาห ‘‘โย หิ โส’’ติอาทิ. เตน สมเยน เหตุภูเตน กรณภูเตนาติ เอตฺถ ปน ตํตํวตฺถุวีติกฺกโมว สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา เหตุ เจว กรณญฺจ. ตถา หิ ยทา ภควา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา ปฐมเมว เตสํ เตสํ ตตฺถ ตตฺถ ตํตํสิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุภูตํ วีติกฺกมํ อเปกฺขมาโน วิหรติ, ตทา ตํ ตํ วีติกฺกมํ อเปกฺขิตฺวา ตทตฺถํ วสตีติ สิทฺโธ วตฺถุวีติกฺกมสฺส เหตุภาโว ‘‘อนฺเนน วสติ, อนฺนํ อเปกฺขิตฺวา ตทตฺถาย วสตี’’ติอาทีสุ วิย. สิกฺขาปทปญฺญตฺติกาเล ปน เตเนว ปุพฺพสิทฺเธน วีติกฺกเมน สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตีติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา สาธกตมตฺตา กรณภาโวปิ วีติกฺกมสฺเสว สิทฺโธ ‘‘อสินา ฉินฺทตี’’ติอาทีสุ วิย. วีติกฺกมํ ปน อเปกฺขมาโน เตเนว สทฺธึ ตนฺนิสฺสยกาลมฺปิ อเปกฺขิตฺวา วิหรตีติ กาลสฺสปิ อิธ เหตุภาโว วุตฺโต, สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺโต จ ตํ ตํ วีติกฺกมกาลํ อนติกฺกมิตฺวา เตเนว กาเลน สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตีติ วีติกฺกมนิสฺสยสฺส กาลสฺสปิ กรณภาโว วุตฺโต, ตสฺมา อิมินา ปริยาเยน กาลสฺสปิ เหตุภาโว กรณภาโว จ ลพฺภตีติ วุตฺตํ ‘‘เตน สมเยน เหตุภูเตน กรณภูเตนา’’ติ. นิปฺปริยายโต ปน วีติกฺกโมเยว เหตุภูโต กรณภูโต จ. โส หิ วีติกฺกมกฺขเณ เหตุ หุตฺวา ปจฺฉา สิกฺขาปทปญฺญาปเน กรณมฺปิ โหตีติ.
สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโตติ วีติกฺกมํ ปุจฺฉิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา โอติณฺณวตฺถุกํ ปุคฺคลํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา วิครหิตฺวา จ ตํ ตํ วตฺถุํ โอติณฺณกาลํ อนติกฺกมิตฺวา เตเนว กาเลน กรณภูเตน สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต. สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโนติ ตติยปาราชิกาทีสุ วิย สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา เหตุภูตํ ตํ ตํ วตฺถุํ วีติกฺกมสมยํ อเปกฺขมาโน เตน สมเยน เหตุภูเตน ภควา ตตฺถ ตตฺถ วิหาสีติ อตฺโถ. ‘‘สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน’’ติ วจนโต ‘‘เตน สมเยน กรณภูเตน เหตุภูเตนา’’ติ เอวํ วตฺตพฺเพปิ ปฐมํ ‘‘เหตุภูเตนา’’ติ วจนํ อิธ เหตุอตฺถสฺส อธิปฺเปตตฺตา วุตฺตํ. ภควา หิ เวรญฺชายํ วิหรนฺโต เถรสฺส สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนเหตุภูตํ ปริวิตกฺกสมยํ อเปกฺขมาโน เตน สมเยน เหตุภูเตน วิหาสีติ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. กึ ปเนตฺถ ยุตฺติจินฺตาย, อาจริยสฺส อิธ กมวจนิจฺฉา นตฺถีติ เอวเมตํ คเหตพฺพํ. เตเนว ทีฆนิกายฏฺฐกถายมฺปิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปริพฺพาชกกถาวณฺณนา) ‘‘เตน สมเยน เหตุภูเตน กรณภูเตนา’’ติอาทินา อยเมว อนุกฺกโม วุตฺโต. น หิ ตตฺถ ปฐมํ ‘‘เหตุภูเตนา’’ติ วจนํ อิธ ‘‘เตน สมเยน เวรญฺชายํ วิหรตี’’ติ เอตฺถ เหตุอตฺถสฺส อธิปฺเปตภาวทีปนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต เหตุภูเตน กรณภูเตน สมเยน วิหาสิ, สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน เหตุภูเตน สมเยน วิหาสีติ เอวเมตฺถ สมฺพนฺโธ กาตพฺโพ’’ติปิ วทนฺติ. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ เหตุอตฺถสฺส กรณตฺถสฺส วา ทีปนตฺถํ. อิธาติ อิมสฺมึ วินเย. โหติ เจตฺถาติ เอตฺถ อิมสฺมึ ปเทเส ยถาวุตฺตตฺถสงฺคหวเสน อยํ คาถา โหติ. อญฺญตฺราติ สุตฺตาภิธมฺเมสุ.
โปราณาติ อฏฺฐกถาจริยา. อภิลาปมตฺตเภโทติ วจนมตฺเตน วิเสโส. เตน สุตฺตวินเยสุ วิภตฺติวิปริณาโม กโตติ ทสฺเสติ. ปรโต อตฺถํ วณฺณยิสฺสามาติ ปรโต ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา อาคตฏฺฐาเน วณฺณยิสฺสาม. เวรญฺชายนฺติ เอตฺถ ‘‘พลิกรคฺคหเณน ชนสฺส ปีฬาภาวโต นิทฺโทสตฺตา วิคโต รโช อสฺสาติ เวรญฺชา, เสริวาณิชชาตเก เทวทตฺตสฺส เวรุปฺปนฺนปเทเส กตตฺตา เวรํ เอตฺถ ชาตนฺติ เวรญฺชา, ปวิฏฺฐปวิฏฺเฐ นฏสมชฺชาทีหิ ขาทนียโภชนียาลงฺการาทีหิ จ วิวิเธหิ อุปกรเณหิ รญฺชนโต วิวิเธหิ รญฺชยตีติ เวรญฺชา, ปฏิปกฺเข อภิภวิตฺวา กตภาวโต เวรํ อภิภวิตฺวา ชาตาติ เวรญฺชา, เวรญฺชสฺส นาม อิสิโน อสฺสมฏฺฐาเน กตตฺตา เวรญฺชา’’ติ เอวมาทินา เกจิ วณฺณยนฺติ. กึ อิมินา, นามมตฺตเมตํ ตสฺส นครสฺสาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เวรญฺชาติ อญฺญตรสฺส นครสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. สมีปตฺเถ ภุมฺมวจนนฺติ ‘‘คงฺคายํ คาโว จรนฺติ, กูเป คคฺคกุล’’นฺติอาทีสุ วิย. อวิเสเสนาติ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ. ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ. สพฺพนิมิตฺตานํ อมนสิการา อนิมิตฺตํ เจโตสมาธึ สมาปชฺชิตฺวา วิหรตี’’ติอาทีสุ วิย สทฺทนฺตรสนฺนิธานสิทฺเธน วิเสสปรามสเนน วินา. อถ วา อวิเสเสนาติ น วิเสเสน, วิหารภาวสามญฺเญนาติ อตฺโถ.
อิริยาปถ…เป… วิหาเรสูติ อิริยาปถวิหาโร ทิพฺพวิหาโร พฺรหฺมวิหาโร อริยวิหาโรติ เอเตสุ จตูสุ วิหาเรสุ. ตตฺถ อิริยนํ ปวตฺตนํ อิริยา, กายปฺปโยโค กายิกกิริยา. ตสฺสา ปวตฺตนุปายภาวโต อิริยาย ปโถติ อิริยาปโถ, ฐานนิสชฺชาทิ. น หิ ฐานนิสชฺชาทีหิ อวตฺถาหิ วินา กญฺจิ กายิกกิริยํ ปวตฺเตตุํ สกฺกา. ฐานสมงฺคี วา หิ กาเยน กิญฺจิ กเรยฺย คมนาทีสุ อญฺญตรสมงฺคี วาติ. วิหรณํ, วิหรติ เอเตนาติ วา วิหาโร, อิริยาปโถว วิหาโร อิริยาปถวิหาโร, โส จ อตฺถโต ฐานนิสชฺชาทิอาการปฺปวตฺโต จตุสนฺตติรูปปฺปพนฺโธว. ทิวิ ภโว ทิพฺโพ, ตตฺถ พหุลปฺปวตฺติยา พฺรหฺมปาริสชฺชาทิเทวโลกภโวติ อตฺโถ. ตตฺถ โย ทิพฺพานุภาโว ตทตฺถาย สํวตฺตตีติ วา ทิพฺโพ, อภิญฺญาภินีหารวเสน มหาคติกตฺตา วา ทิพฺโพ, ทิพฺโพ จ โส วิหาโร จาติ ทิพฺพวิหาโร, ทิพฺพภาวาวโห วา วิหาโร ทิพฺพวิหาโร, มหคฺคตชฺฌานานิ. อารุปฺปสมาปตฺติโยปิ หิ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. เนตฺติยํ ปน ‘‘จตสฺโส อารุปฺปสมาปตฺติโย อาเนญฺชวิหาโร’’ติ วุตฺตํ, ตํ เมตฺตาฌานาทีนํ พฺรหฺมวิหารตา วิย ตาสํ ภาวนาวิเสสภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. อฏฺฐกถาสุ ปน ทิพฺพภาวาวหสามญฺญโต ตาปิ ‘‘ทิพฺพวิหารา’’เตฺวว วุตฺตา. พฺรหฺมานํ วิหารา พฺรหฺมวิหารา, พฺรหฺมาโน วา วิหารา พฺรหฺมวิหารา, หิตูปสํหราทิวเสน ปวตฺติยา พฺรหฺมภูตา เสฏฺฐภูตา วิหาราติ อตฺโถ, เมตฺตาฌานาทิกา จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย. อริยา อุตฺตมา วิหาราติ อริยวิหารา, อนญฺญสาธารณตฺตา อริยานํ วา วิหารา อริยวิหารา, จตสฺโส ผลสมาปตฺติโย. วิเสสโต ปน รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติ จ ภควโต ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหารา.
อญฺญตรวิหารสมงฺคีปริทีปนนฺติ ยถาวุตฺตวิหาเรสุ อญฺญตรวิหารสมงฺคีภาวปริทีปนํ. ภควา หิ โลภโทสโมหุสฺสนฺนกาเล โลเก ตสฺส สกาย ปฏิปตฺติยา วินยนตฺถํ ทิพฺพพฺรหฺมออยวิหาเร อุปสมฺปชฺช วิหรติ. ตถา หิ ยทา สตฺตา กาเมสุ วิปฺปฏิปชฺชนฺติ, ตทา กิร ภควา ทิพฺเพน วิหาเรน วิหรติ เตสํ อโลภกุสลมูลุปฺปาทนตฺถํ ‘‘อปฺเปว นาม อิมํ ปฏิปตฺตึ ทิสฺวา เอตฺถ รุจึ อุปฺปาเทนฺตา กาเมสุ วิรชฺเชยฺยุ’’นฺติ. ยทา ปน อิสฺสริยตฺถํ สตฺเตสุ วิปฺปฏิปชฺชนฺติ, ตทา ปน พฺรหฺมวิหาเรน วิหรติ เตสํ อโทสกุสลมูลุปฺปาทนตฺถํ ‘‘อปฺเปว นาม อิมํ ปฏิปตฺตึ ทิสฺวา เอตฺถ รุจึ อุปฺปาเทตฺวา อโทเสน โทสํ วูปสเมยฺยุ’’นฺติ. ยทา ปน ปพฺพชิตา ธมฺมาธิกรณํ วิวทนฺติ, ตทา อริยวิหาเรน วิหรติ เตสํ อโมหกุสลมูลุปฺปาทนตฺถํ ‘‘อปฺเปว นาม อิมํ ปฏิปตฺตึ ทิสฺวา ตตฺถ รุจึ อุปฺปาเทตฺวา อโมเหน โมหํ วูปสเมยฺยุ’’นฺติ. เอวญฺจ กตฺวา อิเมหิ ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรหิ สตฺตานํ วิวิธํ หิตสุขํ หรติ อุปหรติ อุปเนติ ชเนติ อุปฺปาเทตีติ ‘‘วิหรตี’’ติ วุจฺจติ.
อิริยาปถวิหาเรน ปน น กทาจิ น วิหรติ ตํ วินา อตฺตภาวปริหรณาภาวโต, ตโตเยว จ ทิพฺพวิหาราทีนมฺปิ สาธารโณ อิริยาปถวิหาโรติ อาห ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิ. อิริยาปถสมาโยคปริทีปนนฺติ อิตรวิหารสมาโยคปริทีปนสฺส วิเสสวจนสฺส อภาวโต อิริยาปถสมาโยคปริทีปนสฺส จ อตฺถสิทฺธตฺตา วุตฺตํ. อสฺมึ ปน ปกฺเข วิหรตีติ เอตฺถ วิ-สทฺโท วิจฺเฉทตฺถโชตโน, หรตีติ เนติ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ, วิจฺฉินฺทิตฺวา หรตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ กสฺส เกน วิจฺฉินฺทนํ, กถํ กสฺส ปวตฺตนนฺติ อนฺโตลีนโจทนํ สนฺธายาห ‘‘โส หี’’ติอาทิ. โสติ ภควา. ยทิปิ ภควา เอเกนปิ อิริยาปเถน จิรตรํ กาลํ อตฺตภาวํ ปวตฺเตตุํ สกฺโกติ, ตถาปิ อุปาทินฺนกสรีรสฺส นาม อยํ สภาโวติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกํ อิริยาปถพาธน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อปริปตนฺตนฺติ อปตนฺตํ. ยสฺมา ปน ภควา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโต วิเนยฺยานํ ธมฺมํ เทเสนฺโต นานาสมาปตฺตีหิ จ กาลํ วีตินาเมนฺโต วสตีติ สตฺตานํ อตฺตโน จ วิวิธํ หิตสุขํ หรติ อุปเนติ, ตสฺมา วิวิธํ หรตีติ วิหรตีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
นเฬรุปุจิมนฺทมูเลติ เอตฺถ วณฺณยนฺติ – นเฬรูติ ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถยกฺขสฺเสตํ อธิวจนํ, ตสฺมา เตน อธิวตฺโถ ปุจิมนฺโท ‘‘นเฬรุสฺส ปุจิมนฺโท นเฬรุปุจิมนฺโท’’ติ วุจฺจติ. อถ วา นเฬ รุหตฺตา ชาตตฺตา นเฬรุ. สุสิรเมตฺถ นฬสทฺเทน วุจฺจติ, ตสฺมา รุกฺขสุสิเร ชาตตฺตา นเฬรุ จ โส ปุจิมนฺโท จาติ นเฬรุปุจิมนฺโทติ วุจฺจติ. นฬวเน รุหตฺตา ชาตตฺตา วา นเฬรุ. นฬวเน กิร โส ปุจิมนฺทรุกฺโข ชาโต. อุรุนโฬ ปุจิมนฺโท นเฬรุปุจิมนฺโท. อุรุสทฺโท เจตฺถ มหนฺตปริยาโย, นฬสทฺโท สุสิรปริยาโย, ตสฺมา มหนฺเตน สุสิเรน สมนฺนาคโต ปุจิมนฺโท นเฬรุปุจิมนฺโทติ วุจฺจตีติ. อาจริโย ปน กิเมตฺถ พหุภาสิเตนาติ เอกเมวตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘นเฬรุ นาม ยกฺโข’’ติอาทิมาห.
มูล-สทฺโท เอตฺถ สมีปวจโน อธิปฺเปโต, น มูลมูลาทีสุ วตฺตมาโนติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มูลนฺติ สมีป’’นฺติอาทิ. นิปฺปริยาเยน สาขาทิมโต สงฺฆาตสฺส สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธเน อวยววิเสเส ปวตฺตมาโน มูลสทฺโท ยสฺมา ตํสทิเสสุ ตนฺนิสฺสเย ปเทเส จ รุฬฺหีวเสน ปริยายโต ปวตฺตติ, ตสฺมา ‘‘มูลานิ อุทฺธเรยฺยา’’ติ เอตฺถ นิปฺปริยายโต มูลํ อธิปฺเปตนฺติ เอเกน มูลสทฺเทน วิเสเสตฺวา อาห ‘‘มูลมูเล ทิสฺสตี’’ติ ยถา ‘‘ทุกฺขทุกฺขํ, รูปรูป’’นฺติ จ. อสาธารณเหตุมฺหีติ อสาธารณการเณ. โลโภ หิ โลภสหคตอกุสลจิตฺตุปฺปาทสฺเสว เหตุตฺตา อสาธารโณ, ตสฺมา โลภสหคตจิตฺตุปฺปาทานเมว อาเวณิเก เนสํ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธนโต มูลฏฺเฐน อุปการเก ปจฺจยธมฺมวิเสเสติ อตฺโถ. อถ วา ยถา อโลภาทโย กุสลาพฺยากตสาธารณา, โลภาทโย ปน ตถา น โหนฺติ อกุสลสฺเสว สาธารณตฺตาติ อสาธารณการณํ. อถ วา อาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อโลภาทีนมฺปิ กุสลาพฺยากตมูลานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เตสุปิ หิ อโลภาทิกุสลมูลํ อกุสลาพฺยากเตหิ อสาธารณตฺตา อสาธารณการณํ, ตถา อโลภาทิอพฺยากตมูลมฺปิ อิตรทฺวเยหิ อสาธารณตฺตาติ. นิวาเตติ วาตรหิเต ปเทเส, วาตสฺส อภาเว วา. ปตนฺตีติ นิปตนฺติ, อยเมว วา ปาโฐ. รมณีโยติ มนุญฺโญ. ปาสาทิโกติ ปสาทาวโห, ปสาทชนโกติ อตฺโถ. อาธิปจฺจํ กุรุมาโน วิยาติ สมฺพนฺโธ.
ตตฺถาติ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวรญฺชายํ วิหรติ นเฬรุปุจิมนฺทมูเล’’ติ ยํ วุตฺตํ, ตตฺถ. สิยาติ กสฺสจิ เอวํ ปริวิตกฺโก สิยา, วกฺขมานากาเรน กทาจิ โจเทยฺย วาติ อตฺโถ. ยทิ ตาว ภควาติอาทีสุ โจทกสฺสายมธิปฺปาโย – ‘‘ปาฏลิปุตฺเต ปาสาเท วสตี’’ติอาทีสุ วิย อธิกรณาธิกรณํ ยทิ ภเวยฺย, ตทา ‘‘เวรญฺชายํ วิหรติ นเฬรุปุจิมนฺทมูเล’’ติ อธิกรณทฺวยนิทฺเทโส ยุตฺโต สิยา, อิเมสํ ปน ภินฺนเทสตฺตา น ยุตฺโต อุภยนิทฺเทโสติ. อถ ตตฺถ วิหรตีติ ยทิ นเฬรุปุจิมนฺทมูเล วิหรติ. น วตฺตพฺพนฺติ นานาฐานภูตตฺตา เวรญฺชานเฬรุปุจิมนฺทมูลานํ ‘‘เตน สมเยนา’’ติ จ วุตฺตตฺตาติ อธิปฺปาโย. อิทานิ โจทโก ตเมว อตฺตโน อธิปฺปายํ ‘‘น หิ สกฺกา’’ติอาทินา วิวรติ. เวรญฺชานเฬรุปุจิมนฺทมูลานํ ภูมิภาควเสน ภินฺนตฺตาเยว หิ น สกฺกา อุภยตฺถ เตเนว สมเยน วิหริตุํ, ‘‘อุภยตฺถ เตเนว สมเยนา’’ติ จ วุตฺตตฺตา นานาสมเย วิหาโร อวาริโตติ เวทิตพฺโพ.
อิตโร สพฺพเมตํ อวิปรีตมตฺถํ อชานนฺเตน ตยา วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอตนฺติ ‘‘เวรญฺชายํ วิหรติ นเฬรุปุจิมนฺทมูเล’’ติ เอตํ วจนํ. เอวนฺติ ‘‘ยทิ ตาว ภควา’’ติอาทินา ยํ ตํ ภวตา โจทิตํ, ตํ อตฺถโต เอวํ น โข ปน ทฏฺฐพฺพํ, น อุภยตฺถ อปุพฺพํ อจริมํ วิหารทสฺสนตฺถนฺติ อตฺโถ. อิทานิ อตฺตนา ยถาธิปฺเปตํ อวิปรีตมตฺถํ ตสฺส จ ปฏิกจฺเจว วุตฺตภาวํ เตน จ อปฺปฏิวิทฺธตํ ปกาเสนฺโต ‘‘นนุ อโวจุมฺห สมีปตฺเถ ภุมฺมวจน’’นฺติอาทิมาห. โคยูถานีติ โคมณฺฑลานิ. เอวมฺปิ นเฬรุปุจิมนฺทมูเล วิหรติจฺเจว วตฺตพฺพํ, น เวรญฺชายนฺติ, ตสฺมา สมีปาธิกรณตฺถวเสน อุภยถา นิทานกิตฺตเน กึ ปโยชนนฺติ โจทนํ มนสิ นิธายาห ‘‘โคจรคามนิทสฺสนตฺถ’’นฺติอาทิ. อสฺสาติ ภควโต.
อวสฺสญฺเจตฺถ โคจรคามกิตฺตนํ กตฺตพฺพํ. ยถา หิ นเฬรุปุจิมนฺทมูลกิตฺตนํ ปพฺพชิตานุคฺคหกรณาทิอเนกปฺปโยชนํ, เอวํ โคจรคามกิตฺตนมฺปิ คหฏฺฐานุคฺคหกรณาทิวิวิธปฺปโยชนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เวรญฺชากิตฺตเนนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ คหฏฺฐานุคฺคหกรณนฺติ เตสํ ตตฺถ ปจฺจยคฺคหเณน อุปสงฺกมนปยิรุปาสนาทีนํ โอกาสทาเนน ธมฺมเทสนาย สรเณสุ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาปเนน ยถูปนิสฺสยํ อุปริวิเสสาธิคมาวหเนน จ คหฏฺฐานํ อนุคฺคหกรณํ. ปพฺพชิตานุคฺคหกรณนฺติ อุคฺคหปริปุจฺฉานํ กมฺมฏฺฐานานุโยคสฺส จ อนุรูปวสนฏฺฐานปริคฺคเหเนตฺถ ปพฺพชิตานํ อนุคฺคหกรณํ.
ปจฺจยคฺคหเณเนว ปจฺจยปริโภคสิทฺธิโต อาห ‘‘ตถา ปุริเมน…เป… วิวชฺชนนฺติ. ตตฺถ ปุริเมนาติ เวรญฺชาวจเนน. อาหิโต อหํมาโน เอตฺถาติ อตฺตา, อตฺตภาโว. ตสฺส กิลมโถ กิลนฺตภาโว อตฺตกิลมโถ, อตฺตปีฬา อตฺตทุกฺขนฺติ วุตฺตํ โหติ, ตสฺส อนุโยโค กรณํ อตฺตกิลมถานุโยโค, อุปวาสกณฺฏกาปสฺสยเสยฺยาทินา อตฺตโน ทุกฺขุปฺปาทนนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส วิวชฺชนํ อตฺตกิลมถานุโยควิวชฺชนํ. อนฺโตคาเม วสนฺตานํ อนิจฺฉนฺตานมฺปิ วิสภาครูปาทิอารมฺมณทสฺสนาทิสมฺภวโต พหิคาเม ปติรูปฏฺฐาเน วสนฺตานํ ตทภาวโต อาห ‘‘ปจฺฉิเมน วตฺถุกามปฺปหานโต’’ติอาทิ. ตตฺถ ปจฺฉิเมนาติ นเฬรุปุจิมนฺทมูลวจเนน. กิเลสกามสฺส วตฺถุภูตตฺตา รูปาทโย ปญฺจ กามคุณา วตฺถุกาโม, ตสฺส ปหานํ วตฺถุกามปฺปหานํ. กามสุขลฺลิกานุโยควิวชฺชนุปายทสฺสนนฺติ วตฺถุกาเมสุ กิเลสกามสํยุตฺตสฺส สุขสฺส โยโค อนุโยโค อนุภโว, ตสฺส ปริวชฺชเน อุปายทสฺสนํ.
สยเมว โคจรคามํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตโน ธมฺมสฺสวนานุรูปภพฺพปุคฺคลานํ ทสฺสนโต ธมฺมเทสนาย กาโล สมฺปตฺโต นาม โหตีติ ธมฺมเทสนาย อภิโยโค วิญฺญายตีติ อาห ‘‘ปุริเมน จ ธมฺมเทสนาภิโยค’’นฺติ. ธมฺมเทสนาย สอุสฺสาหภาโว ธมฺมเทสนาภิโยโค. พหิคาเม วิวิตฺโตกาเส วสนฺตสฺส อากิณฺณวิหาราภาวโต กายวิเวกาทีสุ อธิมุตฺติ ตปฺโปณตา วิญฺญายตีติ อาห ‘‘ปจฺฉิเมน วิเวกาธิมุตฺติ’’นฺติ.
ธมฺมเทสนาภิโยควิเวกาธิมุตฺตีนํ เหตุภูตา เอว กรุณาปญฺญา ธมฺมเทสนาย อุปคมนสฺส ตโต อปคมนสฺส การณภูตา โหนฺตีติ อาห ‘‘ปุริเมน กรุณาย อุปคมน’’นฺติอาทิ. กรุณาปญฺญาเยว หิ อนนฺตรทุกสฺส เหตู โหนฺติ. เอเตน จ กรุณาย อุปคมนํ น ลาภาทินิมิตฺตํ, ปญฺญาย อปคมนํ น วิโรธาทินิมิตฺตนฺติ อุปคมนาปคมนานํ นิรุปกฺกิเลสตํ วิภาวิภนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อธิมุตฺตตนฺติ ตนฺนินฺนภาวํ. นิรุปเลปนนฺติ อนุปเลปนํ อนลฺลียนํ.
ธมฺมิกสุขาปริจฺจาคนิมิตฺตนฺติ เอตฺถ ธมฺมิกสุขํ นาม อนวชฺชสุขํ. ตญฺหิ ธมฺมิกํ ลาภํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนตฺตา ‘‘ธมฺมิกสุข’’นฺติ วุจฺจติ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาภิโยคนิมิตฺตํ ผาสุวิหารนฺติ สมฺพนฺโธ. มนุสฺสานํ อุปการพหุลตนฺติ ปจฺจยปฏิคฺคหณธมฺมเทสนาทิวเสน อุปการพหุลตํ. เทวตานํ อุปการพหุลตํ ชนวิวิตฺตตาย. ปจุรชนวิวิตฺตญฺหิ ฐานํ เทวา อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺญนฺติ. โลเก สํวฑฺฒภาวนฺติ อามิโสปโภเคน สํวฑฺฒิตภาวํ.
เอกปุคฺคโลติ เอตฺถ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๗๐) เอโกติ ทุติยาทิปฏิกฺเขปตฺโถ คณนปริจฺเฉโท. ปุคฺคโลติ สมฺมุติกถา, น ปรมตฺถกถา. พุทฺธสฺส หิ ภควโต ทุวิธา เทสนา สมฺมุติเทสนา ปรมตฺถเทสนา จาติ. อยมตฺโถ ปน เหฏฺฐา วิตฺถาริโตวาติ อิธ น วุจฺจติ. เอโก จ โส ปุคฺคโล จาติ เอกปุคฺคโล. เกนฏฺเฐน เอกปุคฺคโล? อสทิสฏฺเฐน คุณวิสิฏฺฐฏฺเฐน อสมสมฏฺเฐน. โส หิ ทสนฺนํ ปารมีนํ ปฏิปาฏิยา อาวชฺชนํ อาทึ กตฺวา โพธิสมฺภารคุเณหิ เจว พุทฺธคุเณหิ จ เสสมหาชเนน อสทิโสติ อสทิสฏฺเฐนปิ เอกปุคฺคโล. เย จสฺส เต คุณา, เตปิ อญฺญสตฺตานํ คุเณหิ วิสิฏฺฐาติ คุณวิสิฏฺฐฏฺเฐนปิ เอกปุคฺคโล. ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา สพฺพสตฺเตหิ อสมา, เตหิ สทฺธึ อยเมว เอโก รูปกายคุเณหิ เจว นามกายคุเณหิ จ สโมติ อสมสมฏฺเฐนปิ เอกปุคฺคโล. โลเกติ สตฺตโลเก.
อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชตีติ อิทํ ปน อุภยมฺปิ วิปฺปกตวจนเมว. อุปฺปชฺชนฺโต พหุชนหิตตฺถาย อุปฺปชฺชติ, น อญฺเญน การเณนาติ เอวํ ปเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวรูปญฺเจตฺถ ลกฺขณํ น สกฺกา เอตํ อญฺเญน สทฺทลกฺขเณน ปฏิพาหิตุํ. อปิจ อุปฺปชฺชมาโน นาม, อุปฺปชฺชติ นาม, อุปฺปนฺโน นามาติ อยเมตฺถ เภโท เวทิตพฺโพ. เอส หิ ทีปงฺกรปาทมูลโต ลทฺธพฺยากรโณ พุทฺธการกธมฺเม ปริเยสนฺโต ทส ปารมิโย ทิสฺวา ‘‘อิเม ธมฺมา มยา ปูเรตพฺพา’’ติ กตสนฺนิฏฺฐาโน ทานปารมึ ปูเรนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. สีลปารมึ…เป… อุเปกฺขาปารมินฺติ อิมา ทส ปารมิโย ปูเรนฺโตปิ, ทส อุปปารมิโย ปูเรนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. ทส ปรมตฺถปารมิโย ปูเรนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. ญาตตฺถจริยํ โลกตฺถจริยํ พุทฺธตฺถจริยํ ปูรยมาโนปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ พุทฺธการเก ธมฺเม มตฺถกํ ปาเปนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. เวสฺสนฺตรตฺตภาวํ ปหาย ตุสิตปุเร ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา สฏฺฐิวสฺสสตสหสฺสาธิกา สตฺตปณฺณาส วสฺสโกฏิโย ติฏฺฐนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. เทวตาหิ ยาจิโต ปญฺจ มหาวิโลกนานิ วิโลเกตฺวา มายาเทวิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺโตปิ, อนูนาธิเก ทส มาเส คพฺภวาสํ วสนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. เอกูนตึส วสฺสานิ อคารมชฺเฌ ติฏฺฐนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ทิสฺวา ราหุลภทฺทสฺส ชาตทิวเส ฉนฺนสหาโย กณฺฑกํ อสฺสวรมารุยฺห นิกฺขมนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. ตีณิ รชฺชานิ อติกฺกมนฺโต อโนมนทิตีเร ปพฺพชนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. ฉพฺพสฺสานิ มหาปธานํ กโรนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. ปริปากคเต ญาเณ โอฬาริกํ อาหารํ อาหรนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. สายนฺหสมเย วิสาขปุณฺณมายํ มหาโพธิมณฺฑํ อารุยฺห มารพลํ วิธเมตฺวา ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสริตฺวา มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ ปริโสเธตฺวา ปจฺฉิมยามสมนนฺตเร ทฺวาทสงฺคํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ อนุโลมปฏิโลมโต สมฺมสิตฺวา โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิวิชฺฌนฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. โสตาปตฺติผลกฺขเณปิ สกทาคามิผลกฺขเณปิ อนาคามิผลกฺขเณปิ อุปฺปชฺชมาโน นาม. อรหตฺตมคฺคกฺขเณ ปน อุปฺปชฺชติ นาม. อรหตฺตผลกฺขเณ อุปฺปนฺโน นาม. พุทฺธานญฺหิ สาวกานํ วิย น ปฏิปาฏิยา อิทฺธิวิธญาณาทีนิ อุปฺปชฺชนฺติ, สเหว ปน อรหตฺตมคฺเคน สกโลปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณาทิ คุณราสิ อาคโตว นาม โหติ, ตสฺมา นิพฺพตฺตสพฺพกิจฺจตฺตา อรหตฺตผลกฺขเณ อุปฺปนฺโน นาม โหติ. อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต อรหตฺตผลกฺขณํเยว สนฺธาย ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. อุปฺปนฺโน โหตีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ.
พหุชนหิตายาติ มหาชนสฺส หิตตฺถาย อุปฺปชฺชติ. พหุชนสุขายาติ มหาชนสฺส สุขตฺถาย อุปฺปชฺชติ. โลกานุกมฺปายาติ สตฺตโลกสฺส อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ. กตรสตฺตโลกสฺสาติ? โย ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อมตปานํ ปิวิ, ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิ, ตสฺส. ภควตา หิ มหาโพธิมณฺเฑ สตฺตสตฺตาหํ วีตินาเมตฺวา โพธิมณฺฑา อิสิปตนํ อาคมฺม ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อนฺตา ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา’’ติ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺเต (สํ. นิ. ๓.๕; มหาว. ๑๓) เทสิเต อายสฺมตา อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถเรน สทฺธึ อฏฺฐารสโกฏิสงฺขา พฺรหฺมาโน อมตปานํ ปิวึสุ, เอตสฺส สตฺตโลกสฺส อนุกมฺปาย อุปฺปนฺโน. ปญฺจมทิวเส อนตฺตลกฺขณสุตฺตนฺตปริโยสาเน ปญฺจวคฺคิยตฺเถรา อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ, เอตสฺสปิ สตฺตโลกสฺส อนุกมฺปาย อุปฺปนฺโน. ตโต ยสทารกปฺปมุเข ปญฺจปณฺณาส ปุริเส อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ, ตโต กปฺปาสิกวนสณฺเฑ ตึส ภทฺทวคฺคิเย ตโย มคฺเค จ ผลานิ จ สมฺปาเปสิ, เอตสฺสปิ สตฺตโลกสฺส อนุกมฺปาย อุปฺปนฺโน. คยาสีเส อาทิตฺตปริยายปริโยสาเน (สํ. นิ. ๔.๒๘; มหาว. ๕๔) ชฏิลสหสฺสํ อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ, ตโต ลฏฺฐิวเน พิมฺพิสารปฺปมุขา เอกาทส นหุตา พฺราหฺมณคหปติกา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ, เอกํ นหุตํ สรเณสุ ปติฏฺฐิตํ. ติโรกุฏฺฏอนุโมทนาวสาเน (ขุ. ปา. ๗. ๑ อาทโย) จตุราสีติยา ปาณสหสฺเสหิ อมตปานํ ปีตํ. สุมนมาลาการสมาคเม จตุราสีติยา, ธนปาลสมาคเม ทสหิ ปาณสหสฺเสหิ, ขทิรงฺคารชาตกสมาคเม จตุราสีติยา ปาณสหสฺเสหิ, ชมฺพุกอาชีวกสมาคเม จตุราสีติยาว, อานนฺทเสฏฺฐิสมาคเม จตุราสีติยาว ปาณสหสฺเสหิ อมตปานํ ปีตํ. ปาสาณกเจติเย ปารายนสุตฺตกถาทิวเส (สุ. นิ. ๙๘๒ อาทโย) จุทฺทส โกฏิโย อมตปานํ ปิวึสุ. ยมกปาฏิหาริยทิวเส วีสติ ปาณโกฏิโย, ตาวตึสภวเน ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ นิสีทิตฺวา มาตรํ กายสกฺขึ กตฺวา สตฺตปฺปกรณํ อภิธมฺมํ เทเสนฺตสฺส อสีติ ปาณโกฏิโย, เทโวโรหเณ ตึส ปาณโกฏิโย, สกฺกปญฺหสุตฺตนฺเต (ที. นิ. ๒.๓๔๔ อาทโย) อสีติ เทวสหสฺสานิ อมตปานํ ปิวึสุ. มหาสมยสุตฺตนฺเต (ที. นิ. ๒.๓๓๑ อาทโย) มงฺคลสุตฺเต (ขุ. ปา. ๕.๑ อาทโย; สุ. นิ. มงฺคลสุตฺต) จูฬราหุโลวาเท (ม. นิ. ๓.๔๑๖ อาทโย) สมจิตฺตปฏิปทายาติ (อ. นิ. ๒.๓๓) อิเมสุ จตูสุ ฐาเนสุ อภิสมยปฺปตฺตสตฺตานํ ปริจฺเฉโท นตฺถิ, เอตสฺสปิ สตฺตโลกสฺส อนุกมฺปาย อุปฺปนฺโนติ. ยาวชฺชทิวสา อิโต ปรมฺปิ อนาคเต อิมํ สาสนํ นิสฺสาย สคฺคโมกฺขมคฺเค ปติฏฺฐหนฺตานํ วเสนปิ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เทวมนุสฺสานนฺติ น เกวลํ เทวมนุสฺสานํเยว, อวเสสานํ นาคสุปณฺณาทีนมฺปิ อตฺถาย หิตาย สุขาเยว อุปฺปนฺโน. สเหตุกปฏิสนฺธิเก ปน มคฺคผลสจฺฉิกิริยาย ภพฺเพ ปุคฺคเล ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺตํ. ตสฺมา เอเตสมฺปิ อตฺถตฺถาย หิตตฺถาย สุขตฺถาเยว อุปฺปนฺโนติ เวทิตพฺโพ.
กตโม เอกปุคฺคโลติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. อิทานิ ตาย ปุจฺฉาย ปุฏฺฐํ เอกปุคฺคลํ วิภาเวนฺโต ‘‘ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ อาห. ตทตฺถปรินิปฺผาทนนฺติ โลกตฺถนิปฺผาทนํ, พุทฺธกิจฺจสมฺปาทนนฺติ อตฺโถ. ปฐมํ ลุมฺพินีวเน ทุติยํ โพธิมณฺเฑติ ลุมฺพินีวเน รูปกาเยน ชาโต, โพธิมณฺเฑ ธมฺมกาเยน. เอวมาทินาติ อาทิ-สทฺเทน เวรญฺชากิตฺตนโต รูปกายสฺส อนุคฺคณฺหนํ ทสฺเสติ, นเฬรุปุจิมนฺทมูลกิตฺตนโต ธมฺมกายสฺส. ตถา ปุริเมน ปราธีนกิริยากรณํ, ทุติเยน อตฺตาธีนกิริยากรณํ. ปุริเมน วา กรุณากิจฺจํ, อิตเรน ปญฺญากิจฺจํ, ปุริเมน จสฺส ปรมาย อนุกมฺปาย สมนฺนาคมํ, ปจฺฉิเมน ปรมาย อุเปกฺขาย สมนฺนาคมนฺติ เอวมาทึ สงฺคณฺหาติ.
ปจฺฉิมโกติ คุเณน ปจฺฉิมโก. อานนฺทตฺเถรํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สงฺขฺยายปีติ คณนโตปิ. ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตตฺตา สงฺโฆติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘ทิฏฺฐิสีลสามญฺญสงฺขาตสงฺฆาเตน สมณคเณนา’’ติ. เอตฺถ ปน ‘‘ยายํ ทิฏฺฐิ อริยา นิยฺยานิกา นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖, ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔) เอวํ วุตฺตาย ทิฏฺฐิยา, ‘‘ยานิ ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ อจฺฉิทฺทานิ อสพลานิ อกมฺมาสานิ ภุชิสฺสานิ วิญฺญุปฺปสตฺถานิ อปรามฏฺฐานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ, ตถารูเปสุ สีเลสุ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔; ๓๕๖; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔) เอวํ วุตฺตานญฺจ สีลานํ สามญฺญสงฺขาเตน สงฺฆโต สงฺฆฏิโต สเมโตติ ทิฏฺฐิสีลสามญฺญสงฺขาตสงฺฆาโต, สมณคโณ. ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหโตติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ อาทิวจนโต ทิฏฺฐิสีลานํ นิยตสภาวตฺตา โสตาปนฺนาปิ อญฺญมญฺญํ ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตา, ปเคว สกทาคามิอาทโย. อริยปุคฺคลา หิ ยตฺถ กตฺถจิ ทูเร ฐิตาปิ อตฺตโน คุณสามคฺคิยา สํหตาเยว. ‘‘ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔), ตถารูเปสุ สีเลสุ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔) วจนโต ปุถุชฺชนานมฺปิ ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตภาโว ลพฺภติเยว, อิธ ปน อริยสงฺโฆเยว อธิปฺเปโต ‘‘โย ตตฺถ ปจฺฉิมโก, โส โสตาปนฺโน’’ติ วจนโต. เอเตนาติ ‘‘ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหี’’ติ เอเตน วจเนน. อสฺสาติ ปญฺจมตฺตสฺส ภิกฺขุสตสฺส. นิรพฺพุโทติอาทีนํ วจนตฺโถ ปรโต เอว อาวิ ภวิสฺสติ.
อสฺโสสีติ เอตฺถ สวนมุปลพฺโภติ อาห ‘‘อสฺโสสีติ สุณิ อุปลภี’’ติ, อญฺญาสีติ อตฺโถ. โส จายมุปลพฺโภ สวนวเสเนวาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โสตทฺวารสมฺปตฺตวจนนิคฺโฆสานุสาเรน อญฺญาสี’’ติ. อวธารณผลตฺตา สทฺทปฺปโยคสฺส สพฺพมฺปิ วากฺยํ อนฺโตคธาวธารณนฺติ อาห ‘‘โขติ ปทปูรณมตฺเต นิปาโต’’ติ. อวธารณตฺเถติ ปน อิมินา อนฺโตคธาวธารเณปิ สพฺพสฺมึ วาเกฺย อิฏฺฐโตวธารณตฺถํ โขสทฺทคฺคหณนฺติ ทสฺเสติ. ตเมว อิฏฺฐโตวธารณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตตฺถ อวธารณตฺเถนา’’ติอาทิ. อถ ปทปูรณตฺเถน โขสทฺเทน กึปโยชนนฺติ อาห ‘‘ปทปูรเณน ปน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตามตฺตเมวา’’ติ. ‘‘อสฺโสสี’’ติ หิ ปทํ โขสทฺเท คหิเต เตน ผุลฺลิตมณฺฑิตวิภูสิตํ วิย โหนฺตํ ปูริตํ นาม โหติ, เตน จ ปุริมปจฺฉิมปทานิ สิลิฏฺฐานิ โหนฺติ, น ตสฺมึ อคฺคหิเต, ตสฺมา ปทปูรเณน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตามตฺตเมว ปโยชนํ. มตฺต-สทฺโท เจตฺถ วิเสสนิวตฺติอตฺโถ, เตนสฺส อนตฺถนฺตรทีปนตํ ทสฺเสติ, เอว-สทฺเทน ปน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาย เอกนฺติกตํ.
เวรญฺโชติ เอตฺถ สทฺทลกฺขณานุสาเรน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เวรญฺชายํ ชาโต’’ติอาทิ. พฺรหฺมํ อณตีติ เอตฺถ พฺรหฺมนฺติ เวโท วุจฺจติ, โส ปน มนฺตพฺรหฺมกปฺปวเสน ติวิโธ. ตตฺถ มนฺตา ปธานมูลภาวโตเยว อฏฺฐกาทีหิ ปวุตฺตา, อิตเร ปน ตนฺนิสฺสเยน ชาตา, เตน ปธานสฺเสว คหณํ. มนฺเต สชฺฌายตีติ อิรุเวทาทิเก มนฺตสตฺเถ สชฺฌายตีติ อตฺโถ. อิรุเวทาทโย หิ คุตฺตภาสิตพฺพตาย ‘‘มนฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ. อิทเมว หีติ อวธารเณน พฺรหฺมโต ชาโตติอาทิกํ นิรุตฺตึ ปฏิกฺขิปติ. ชาติพฺราหฺมณานนฺติ อิมินา อญฺเญปิ พฺราหฺมณา อตฺถีติ ทสฺเสติ. ทุวิธา หิ พฺราหฺมณา ชาติพฺราหฺมณา วิสุทฺธิพฺราหฺมณา จาติ. อิทานิ ตตฺถ วิสุทฺธิพฺราหฺมณานํ นิรุตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อริยา ปนา’’ติอาทิ.
สมิตปาปตฺตาติ อจฺจนฺตํ อนวเสสโต สวาสนํ สมิตปาปตฺตา. เอวญฺหิ พาหิรกอวีตราคเสกฺขาเสกฺขปาปสมณโต ภควโต ปาปสมณํ วิเสสิตํ โหติ. วุตฺตเมวตฺถํ อุทาหรเณน วิภาเวนฺโต อาห ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ. เอตฺถ ปน ‘‘พาหิตปาโปติ พฺราหฺมโณ, สมิตปาปตฺตา สมโณติ วุจฺจตีติ อิทํ ภินฺนคาถาสนฺนิสฺสิตปททฺวยํ เอกโต คเหตฺวา วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ ตีสุปิ คณฺฐิปเทสุ ‘‘สมิตตฺตา หิ ปาปานํ, สมโณติ ปวุจฺจตีติ อิทํ วจนํ คเหตฺวา ‘สมิตตฺตา สมโณติ วุจฺจตี’ติ วุตฺตํ. พาหิตปาโปติ พฺราหฺมโณติ อิทํ ปน อญฺญสฺมึ คาถาพนฺเธ วุตฺตวจน’’นฺติ. อเนกตฺถตฺตา นิปาตานํ อิธ อนุสฺสวนตฺเถ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ขลูติ อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต’’ติ. ชาติสมุทาคตนฺติ ชาติยา อาคตํ, ชาติสิทฺธนฺติ วุตฺตํ โหติ. อาลปนมตฺตนฺติ ปิยาลาปวจนมตฺตํ. ปิยสมุทาหารา เหเต โภติ วา อาวุโสติ วา เทวานมฺปิยาติ วา. โภวาที นาม โส โหตีติ โย อามนฺตนาทีสุ ‘‘โภ โภ’’ติ วทนฺโต วิจรติ, โส โภวาที นาม โหตีติ อตฺโถ. สกิญฺจโนติ ราคาทีหิ กิญฺจเนหิ สกิญฺจโน. ราคาทโย หิ สตฺเต กิญฺเจนฺติ มทฺทนฺติ ปลิพุนฺธนฺตีติ ‘‘กิญฺจนานี’’ติ วุจฺจนฺติ. มนุสฺสา กิร โคเณหิ ขลํ มทฺทาเปนฺตา ‘‘กิญฺเจหิ กปิล, กิญฺเจหิ กาฬกา’’ติ วทนฺติ, ตสฺมา มทฺทนฏฺโฐ กิญฺจนฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ.
โคตฺตวเสนาติ เอตฺถ คํ ตายตีติ โคตฺตํ. โคสทฺเทน เจตฺถ อภิธานํ พุทฺธิ จ วุจฺจติ, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. โคตโมติ ปวตฺตมานํ อภิธานํ พุทฺธิญฺจ เอกํสิกวิสยตาย ตายติ รกฺขตีติ โคตฺตํ. ยถา หิ พุทฺธิ อารมฺมณภูเตน อตฺเถน วินา น วตฺตติ, เอวํ อภิธานํ อภิเธยฺยภูเตน, ตสฺมา โส โคตฺตสงฺขาโต อตฺโถ ตานิ พุทฺธิอภิธานานิ ตายติ รกฺขตีติ วุจฺจติ. โส ปน อญฺญกุลปรมฺปราย อสาธารณํ ตสฺส กุลสฺส อาทิปุริสสมุทาคตํ ตํกุลปริยาปนฺนสาธารณํ สามญฺญรูปนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ สมโณติ อิมินา สริกฺขกชเนหิ ภควโต พหุมตภาโว ทสฺสิโต สมิตปาปตากิตฺตนโต, โคตโมติ อิมินา โลกิยชเนหิ อุฬารกุลสมฺภูตตาทีปนโต. สกฺยสฺส สุทฺโธทนมหาราชสฺส ปุตฺโต สกฺยปุตฺโต. อิมินา จ อุทิโตทิตวิปุลขตฺติยกุลวิภาวนโต วุตฺตํ ‘‘อิทํ ปน ภควโต อุจฺจากุลปอทีปน’’นฺติ. สพฺพขตฺติยานญฺหิ อาทิภูตมหาสมฺมตมหาราชโต ปฏฺฐาย อสมฺภินฺนํ อุฬารตมํ สกฺยราชกุลํ. เกนจิ ปาริชุญฺเญน อนภิภูโตติ ญาติปาริชุญฺญโภคปาริชุญฺญาทินา เกนจิ ปาริชุญฺเญน ปริหานิยา อนภิภูโต อนชฺโฌตฺถโฏ. ตถา หิ โลกนาถสฺส อภิชาติยํ ตสฺส กุลสฺส น กิญฺจิ ปาริชุญฺญํ, อถ โข วฑฺฒิเยว. อภินิกฺขมเน จ ตโต สมิทฺธตมภาโว โลเก ปากโฏ ปญฺญาโต. เตน ‘‘สกฺยกุลา ปพฺพชิโต’’ติ อิทํ วจนํ ภควโต สทฺธาปพฺพชิตภาวปริทีปนตฺถํ วุตฺตํ มหนฺตํ ญาติปริวฏฺฏํ มหนฺตญฺจ โภคกฺขนฺธํ ปหาย ปพฺพชิตภาวสิทฺธิโต. ตโต ปรนฺติ ‘‘เวรญฺชายํ วิหรตี’’ติอาทิ.
อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อิตฺถํ อิมํ ปการํ ภูโต อาปนฺโนติ อิตฺตมฺภูโต, ตสฺส อาขฺยานํ อิตฺถมฺภูตาขฺยานํ, โสเยว อตฺโถ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺโถ. อถ วา อิตฺถํ เอวํ ปกาโร ภูโต ชาโตติ เอวํ กถนตฺโถ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺโถ, ตสฺมึ อุปโยควจนนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ อพฺภุคฺคโตติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถโชตโก อภิภวิตฺวา อุคฺคมนปฺปการสฺส ทีปนโต. เตน โยคโต ‘‘ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตม’’นฺติ อิทํ อุปโยควจนํ สามิอตฺเถปิ สมานํ อิตฺถมฺภูตาขฺยานทีปนโต ‘‘อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ’’ติ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตสฺส โข ปน โภโต โคตมสฺสาติ อตฺโถ’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ‘‘สาธุ เทวทตฺโต มาตรมภี’’ติ เอตฺถ อภิสทฺทโยคโต อิตฺถมฺภูตาขฺยาเน อุปโยควจนํ กตํ, เอวมิธาปิ ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ อภิ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อุคฺคโตติ อภิสทฺทโยคโต อิตฺถมฺภูตาขฺยาเน อุปโยควจนนฺติ. ‘‘สาธุ เทวทตฺโต มาตรมภี’’ติ เอตฺถ หิ ‘‘เทวทตฺโต มาตรมภิ มาตริ วิสเย มาตุยา วา สาธู’’ติ เอวํ อธิกรณตฺเถ สามิอตฺเถ วา ภุมฺมวจนสฺส วา สามิวจนสฺส วา ปสงฺเค อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถโชตเกน อภิสทฺเทน โยเค อุปโยควจนํ กตํ. ยถา เจตฺถ ‘‘เทวทตฺโต มาตุ วิสเย มาตุสมฺพนฺธี วา สาธุตฺตปฺปการปฺปตฺโต’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ, เอวมิธาปิ ‘‘โภโต โคตมสฺส สมฺพนฺธี กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต อภิภวิตฺวา อุคฺคมนปฺปการปฺปตฺโต’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. ตตฺถ หิ เทวทตฺตคฺคหณํ วิย อิธ กิตฺติสทฺทคฺคหณํ, ตถา ตตฺถ ‘‘มาตร’’นฺติ วจนํ วิย อิธ ‘‘ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตม’’นฺติ วจนํ, ตตฺถ สาธุสทฺทคฺคหณํ วิย อิธ อุคฺคตสทฺทคฺคหณํ เวทิตพฺพํ.
กลฺยาโณติ ภทฺทโก. กลฺยาณภาโว จสฺส กลฺยาณคุณวิสยตายาติ อาห ‘‘กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต’’ติ, กลฺยาเณหิ คุเณหิ สมนฺนาคโต ตํวิสยตาย ยุตฺโตติ อตฺโถ. ตํวิสยตา เหตฺถ สมนฺนาคโม กลฺยาณคุณวิสยตาย ตนฺนิสฺสิโตติ อธิปฺปาโย. เสฏฺโฐติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เสฏฺฐคุณวิสยตาย เอว หิ กิตฺติสทฺทสฺส เสฏฺฐตา ‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐ’’นฺติอาทีสุ วิย. ‘‘ภควา อรห’’นฺติอาทินา คุณานํ สํกิตฺตนโต สทฺทนียโต จ กิตฺติสทฺโท วณฺโณติ อาห ‘‘กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติ เอวา’’ติ. วณฺโณเยว หิ กิตฺเตตพฺพโต กิตฺติสทฺทนียโต สทฺโทติ จ วุจฺจติ. กิตฺติปริยาโย หิ สทฺทสทฺโท ยถา ‘‘อุฬารสทฺทา อิสโย, คุณวนฺโต ตปสฺสิโน’’ติ. อภิตฺถวนวเสน ปวตฺโต สทฺโท ถุติโฆโส, อภิตฺถวุทาหาโร.
‘‘อพฺภุคฺคโต’’ติ ปน เอตสฺส อตฺโถ อฏฺฐกถายํ น ทสฺสิโต, ตสฺมา ตสฺสตฺโถ เอวํ เวทิตพฺโพ – อพฺภุคฺคโตติ อภิภวิตฺวา อุคฺคโต, อนญฺญสาธารณคุเณ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา สเทวกํ โลกํ อชฺโฌตฺถริตฺวา ปวตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. กินฺติ สทฺโท อพฺภุคฺคโตติ อาห ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทิ. อิโต ปรํ ปน อีทิเสสุ ฐาเนสุ ยตฺถ ยตฺถ ปาฬิปาฐสฺส อตฺโถ วตฺตพฺโพ สิยา, ตตฺถ ตตฺถ ‘‘ปาฬิยํ ปนา’’ติ วตฺวา อตฺถํ ทสฺสยิสฺสาม, อิทานิ ตตฺถ ปทโยชนาปุพฺพกํ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิติปิ โส ภควาติอาทีสุ ปน อยํ ตาว โยชนา’’ติอาทิ. โส ภควาติ โย โส สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ เทวานํ อติเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา โลกนาโถ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควาติ ลทฺธนาโม, โส ภควา. ภควาติ หิ อิทํ สตฺถุ นามกิตฺตนํ. เตนาห อายสฺมา ธมฺมเสนาปติ ‘‘ภควาติ เนตํ นามํ มาตรา กต’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๘๔). ปรโต ปน ภควาติ คุณกิตฺตนเมว. ยถา กมฺมฏฺฐานิเกน ‘‘อรห’’นฺติอาทีสุ นวสุ ฐาเนสุ ปจฺเจกํ อิติปิสทฺทํ โยเชตฺวา พุทฺธคุณา อนุสฺสรียนฺติ, เอวํ พุทฺธคุณสํกิตฺตเกนปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติปิ อรหํ อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… อิติปิ ภควา’’ติ อาห. เอวญฺหิ สติ ‘‘อรห’’นฺติอาทีหิ นวหิ ปเทหิ เย สเทวเก โลเก อติวิย ปากฏา ปญฺญาตา พุทฺธคุณา, เต นานปฺปการโต วิภาวิตา โหนฺติ. ‘‘อิติเปตํ ภูตํ, อิติเปตํ ตจฺฉ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๖) วิย หิ อิธ อิติ-สทฺโท อาสนฺนปจฺจกฺขการณตฺโถ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน จ เตสํ คุณานํ พหุภาโว ทีปิโต, ตานิ จ คุณสลฺลกฺขณการณานิ สทฺธาสมฺปนฺนานํ วิญฺญุชาติกานํ ปจฺจกฺขานิ โหนฺตีติ ตานิ สํกิตฺเตนฺเตน วิญฺญุนา จิตฺตสฺส สมฺมุขีภูตาเนว กตฺวา สํกิตฺเตตพฺพานีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห.
‘‘สุตฺตนฺติกานํ วจนานมตฺถํ, สุตฺตานุรูปํ ปริทีปยนฺตี’’ติ เหฏฺฐา วุตฺตตฺตา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๕-๑๒๘) สพฺพาการโต สํวณฺณิตมฺปิ อตฺถํ อิธาปิ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุกาโม ตตฺถ ปโยชนมาห ‘‘อิทานิ วินยธราน’’นฺติอาทิ. ตตฺถ จิตฺตสมฺปหํสนตฺถนฺติ จิตฺตสนฺโตสนตฺถํ, จิตฺตปฺปสาทชนนตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อารกตฺตา’’ติอาทีสุ อารกตฺตาติ สุวิทูรตฺตา. อรีนนฺติ กิเลสารีนํ. อรานนฺติ สํสารจกฺกสฺส อรานํ. หตตฺตาติ วิทฺธํสิตตฺตา. ปจฺจยาทีนนฺติ จีวราทิปจฺจยานญฺเจว ปูชาวิเสสานญฺจ.
อิทานิ ยถาวุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘อารกา หิ โส’’ติอาทิ. ทูรตา นาม อาสนฺนตา วิย อุปาทายุปาทาย วุจฺจตีติ ปรมุกฺกํสคตํ ทูรภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุวิทูรวิทูเร ฐิโต’’ติ อาห, สุฏฺฐุ วิทูรภาเวเนว วิทูเร ฐิโตติ อตฺโถ. โส ปนสฺส กิเลเสหิ ทูเร ฐิตภาโว, น ปเทสวเสน, อถ โข เตสํ สพฺพโส ปหีนตฺตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มคฺเคน กิเลสานํ วิทฺธํสิตตฺตา’’ติ. นนุ อญฺเญสมฺปิ ขีณาสวานํ เต ปหีนา เอวาติ อนุโยคํ มนสิ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘สวาสนาน’’นฺติ. น หิ ฐเปตฺวา ภควนฺตํ อญฺเญ สห วาสนาย กิเลเส ปหาตุํ สกฺโกนฺติ. เอเตน อญฺเญหิ อสาธารณํ ภควโต อรหตฺตนฺติ ทสฺสิตํ โหติ. กา ปนายํ วาสนา นาม? ปหีนกิเลสสฺสปิ อปฺปหีนกิเลสสฺส ปโยคสทิสปโยคเหตุภูโต กิเลสนิสฺสิโต สามตฺถิยวิเสโส อายสฺมโต ปิลินฺทวจฺฉสฺส วสลสมุทาจารนิมิตฺตํ วิย. กถํ ปน ‘‘อารกา’’ติ วุตฺเต ‘‘กิเลเสหี’’ติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ สามญฺญโจทนาย วิเสเส อวฏฺฐานโต วิเสสตฺถินา จ วิเสสสฺส อนุปยุชฺชิตพฺพโต ‘‘อารกาสฺส โหนฺติ ปาปกา อกุสลา ธมฺมา’’ติอาทีนิ (ม. นิ. ๑.๔๓๔) สุตฺตปทาเนตฺถ อุทาหริตพฺพานิ. อารกาติ เจตฺถ อา-การสฺส รสฺสตฺตํ, ก-การสฺส จ หการํ สานุสารํ กตฺวา นิรุตฺตินเยน ‘‘อรห’’นฺติ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ยถาวุตฺตสฺเสวตฺถสฺส สุขคฺคหณตฺถํ อิทเมตฺถ วุจฺจติ –
‘‘โส ตโต อารกา นาม, ยสฺส เยนาสมงฺคิตา;
อสมงฺคี จ โทเสหิ, นาโถ เตนารหํ มโต’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๕);
อนตฺถจรเณน กิเลสา เอว อรโยติ กิเลสารโย. อรีนํ หตตฺตา อริหาติ วตฺตพฺเพ นิรุตฺตินเยน ‘‘อรห’’นฺติ วุตฺตํ. เอตฺถาปิ ยถาวุตฺตสฺสตฺถสฺส สุขคฺคหณตฺถํ อิทํ เวทิตพฺพํ –
‘‘ยสฺมา ราคาทิสงฺขาตา, สพฺเพปิ อรโย หตา;
ปญฺญาสตฺเถน นาเถน, ตสฺมาปิ อรหํ มโต’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๖);
ยญฺเจตํ สํสารจกฺกนฺติ สมฺพนฺโธ. รถจกฺกสฺส นาภิ วิย มูลาวยวภูตํ อนฺโต พหิ จ สมวฏฺฐิตํ อวิชฺชาภวตณฺหาทฺวยนฺติ วุตฺตํ ‘‘อวิชฺชาภวตณฺหามยนาภี’’ติ. นาภิยา เนมิยา จ สมฺพทฺธอรสทิสา ปจฺจยผลภูเตหิ อวิชฺชาตณฺหาชรามรเณหิ สมฺพทฺธา ปุญฺญาภิสงฺขารอปุญฺญาภิสงฺขารอาเนญฺชาภิสงฺขาราติ วุตฺตํ ‘‘ปุญฺญาทิอภิสงฺขาราร’’นฺติ. ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปริยนฺตภาเวน ปากฏํ ชรามรณนฺติ ตํ เนมิฏฺฐานิยํ กตฺวา อาห ‘‘ชรามรณเนมี’’ติ. ยถา รถจกฺกปฺปวตฺติยา ปธานการณํ อกฺโข, เอวํ สํสารจกฺกปฺปวตฺติยา อาสวสมุทโยติ อาห ‘‘อาสวสมุทยมเยน อกฺเขน วิชฺฌิตฺวา’’ติ. อาสวา เอว อวิชฺชาทีนํ การณตฺตา อาสวสมุทโย. ยถาห ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓). วิปากกฏตฺตารูปปฺปเภโท กามภวาทิโก ติภโว เอว รโถ, ตสฺมึ ติภวรเถ. อตฺตโน ปจฺจเยหิ สมํ, สพฺพโส วา อาทิโต ปฏฺฐาย โยชิตนฺติ สมาโยชิตํ. อาทิรหิตํ กาลํ ปวตฺตตีติ กตฺวา อนาทิกาลปฺปวตฺตํ.
‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;
อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, สํสาโรติ ปวุจฺจตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๖๑๙; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๕ อปสาทนาวณฺณนา; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๖๐; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๑๙๙) –
เอวํ วุตฺตสํสาโรว สํสารจกฺกํ. อเนนาติ ภควตา. โพธิมณฺเฑติ โพธิสงฺขาตสฺส ญาณสฺส มณฺฑภาวปฺปตฺเต ฐาเน กาเล วา. โพธีติ ปญฺญา, สา เอตฺถ มณฺฑา ปสนฺนา ชาตาติ โพธิมณฺโฑ. วีริยปาเทหีติ สํกิเลสโวทานปกฺขิเยสุ สนฺนิรุมฺภนสนฺนิกฺขิปนกิจฺจตาย ทฺวิธา ปวตฺเตติ อตฺตโน วีริยสงฺขาเตหิ ปาเทหิ. สีลปถวิยนฺติ ปติฏฺฐานฏฺเฐน สีลเมว ปถวี, ตสฺสํ. ปติฏฺฐายาติ สมฺปาทนวเสน ปติฏฺฐหิตฺวา. สทฺธาหตฺเถนาติ อนวชฺชธมฺมาทานสาธนโต สทฺธาว หตฺโถ, เตน. กมฺมกฺขยกรนฺติ กายกมฺมาทิเภทสฺส สพฺพสฺสปิ กมฺมสฺส ขยกรณโต กมฺมกฺขยกรํ. ญาณผรสุนฺติ สมาธิสิลายํ สุนิสิตํ มคฺคญาณผรสุํ คเหตฺวา.
เอวํ ‘‘อรานํ หตตฺตา’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ อรสงฺขาตํ สํสารํ จกฺกํ วิย จกฺกนฺติ คเหตฺวา อตฺถโยชนํ กตฺวา อิทานิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนากฺกเมนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนมตคฺคสํสารวฏฺฏนฺติ อนุ อนุ อมตคฺคํ อวิญฺญาตปุพฺพโกฏิกํ สํสารมณฺฑลํ. เสสา ทส ธมฺมาติ สงฺขาราทโย ชาติปริโยสานา ทส ธมฺมา. กถํ เตสํ สงฺขาราทีนํ อรภาโวติ อาห ‘‘อวิชฺชามูลกตฺตา ชรามรณปริยนฺตตฺตา จา’’ติ. ตตฺถ อวิชฺชา มูลํ ปธานการณํ เยสํ สงฺขาราทีนํ เต อวิชฺชามูลกา, เตสํ ภาโว อวิชฺชามูลกตฺตํ. ชรามรณํ ปริยนฺตํ ปริโยสานภูตํ เอเตสนฺติ ชรามรณปริยนฺตา, สงฺขาราทโย ทส ธมฺมา. เตสํ ภาโว ชรามรณปริยนฺตตฺตํ. สงฺขาราทิชาติปริโยสานานํ ทสธมฺมานํ อวิชฺชามูลกตฺตา ชรามรณปริโยสานตฺตา จาติ อตฺโถ, นาภิภูตาย อวิชฺชาย มูลโต เนมิภูเตน ชรามรเณน อนฺตโต สงฺขาราทีนํ สมฺพนฺธตฺตาติ อธิปฺปาโย.
ทุกฺขาทีสูติ ทุกฺขสมุทยนิโรธมคฺเคสุ. อญฺญาณนฺติ ญาณปฺปฏิปกฺขตฺตา โมโห อญฺญาณํ, น ปน ญาณโต อญฺญํ, นปิ ญาณสฺส อภาวมตฺตํ. ตตฺถ ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณํ ยถาสภาวปฺปฏิเวธาปฺปทานโต ตปฺปฏิจฺฉาทนวเสเนว. เอตฺถ หิ กิญฺจาปิ ฐเปตฺวา โลกุตฺตรสจฺจทฺวยํ เสสฏฺฐาเนสุ อารมฺมณวเสนปิ อวิชฺชา อุปฺปชฺชติ, เอวํ สนฺเตปิ ปฏิจฺฉาทนวเสเนว อิธ อธิปฺเปตา. สา หิ อุปฺปนฺนา ทุกฺขสจฺจํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ติฏฺฐติ, ยาถาวสรสลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทติ, ตถา สมุทยํ นิโรธํ มคฺคนฺติ.
ทุกฺขนฺติ เจตฺถ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ อธิปฺเปตนฺติ ตํ กามภวาทิวเสน ติธา ภินฺทิตฺวา ตถา ตปฺปฏิจฺฉาทิกญฺจ อวิชฺชํ ติธา กตฺวา อวิชฺชาทิปจฺจเย ตีสุ ภเวสุ สงฺขาราทิเก ปฏิปาฏิยา ทสฺเสนฺโต ‘‘กามภเว จ อวิชฺชา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กามภเว จ อวิชฺชาติ กามภเว อาทีนวปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. รูปภเว อวิชฺชา อรูปภเว อวิชฺชาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กามภเว สงฺขารานนฺติ กามภูมิปริยาปนฺนานํ ปุญฺญาปุญฺญสงฺขารานํ, กามภเว วา นิปฺผาเทตพฺพา เย ปุญฺญาปุญฺญสงฺขารา, เตสํ กามภวูปปตฺตินิพฺพตฺตกสงฺขารานนฺติ อตฺโถ. สงฺขาราติ เจตฺถ โลกิยกุสลากุสลเจตนา เวทิตพฺพา. ปจฺจโย โหตีติ ปุญฺญาภิสงฺขารานํ ตาว อารมฺมณปจฺจเยน เจว อุปนิสฺสยปจฺจเยน จาติ ทฺวิธา ปจฺจโย โหติ, อปุญฺญาภิสงฺขาเรสุ สหชาตสฺส สหชาตาทิวเสน, อสหชาตสฺส อนนฺตรสมนนฺตราทิวเสน, อนานนฺตรสฺส ปน อารมฺมณวเสน เจว อุปนิสฺสยวเสน จ ปจฺจโย โหติ. อรูปภเว สงฺขารานนฺติ อาเนญฺชาภิสงฺขารานํ. ปจฺจโย โหตีติ อุปนิสฺสยปจฺจยวเสเนว. อิมสฺมิญฺจ ปนตฺเถ เอตฺถ วิตฺถาริยมาเน อติปฺปปญฺโจ โหติ, ตสฺมา ตํ นยิธ วิตฺถารยิสฺสาม. อิตเรสูติ รูปารูปภเวสุ.
ติณฺณํ อายตนานนฺติ จกฺขุโสตมนายตนานํ ฆานาทิตฺตยสฺส ตตฺถ อสมฺภวโต. เอกสฺสาติ มนายตนสฺส อิตเรสํ ตตฺถ อสมฺภวโต. อิมินา นเยน ติณฺณํ ผสฺสานนฺติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ฉพฺพิธสฺส ผสฺสสฺสาติ จกฺขุสมฺผสฺสโสตสมฺผสฺสฆานสมฺผสฺสชิวฺหาสมฺผสฺสกายสมฺผสฺสมโนสมฺผสฺสานํ วเสน ฉพฺพิธสฺส ผสฺสสฺส. ฉนฺนํ เวทนานนฺติ จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา, ตถา โสตสมฺผสฺสชา ฆานสมฺผสฺสชา ชิวฺหาสมฺผสฺสชา กายสมฺผสฺสชา มโนสมฺผสฺสชา เวทนาติ อิมาสํ ฉนฺนํ เวทนานํ. ฉนฺนํ ตณฺหากายานนฺติ รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหาติ อิเมสํ ฉนฺนํ ตณฺหากายานํ. ตตฺถ ตตฺถ สา สา ตณฺหาติ รูปตณฺหาทิเภทา ตตฺถ ตตฺถ กามภวาทีสุ อุปฺปชฺชนกตณฺหา.
สา ตณฺหาทิมูลิกา กถา อติสํขิตฺตาติ ตํ อุปาทานภเว จ วิภชิตฺวา วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กาเม ปริภุญฺชิสฺสามีติ อิมินา กามตณฺหาปวตฺติมาห, ตถา สคฺคสมฺปตฺตึ อนุภวิสฺสามีติอาทีหิ. สา ปน ตณฺหา ยสฺมา ภุสมาทานวเสน ปวตฺตมานา กามุปาทานํ นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘กามุปาทานปจฺจยา’’ติ. ตเถวาติ กามุปาทานปจฺจยา เอว. พฺรหฺมโลกสมฺปตฺตินฺติ รูปีพฺรหฺมโลเก สมฺปตฺตึ. ‘‘สพฺเพปิ เตภูมกา ธมฺมา กามนียฏฺเฐน กามา’’ติ วจนโต ภวราโคปิ กามุปาทานเมวาติ กตฺวา ‘‘กามุปาทานปจฺจยา เอว เมตฺตํ ภาเวตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เมตฺตํ ภาเวตีติ มิชฺชติ สินิยฺหตีติ เมตฺตา, ตํ ภาเวติ วฑฺเฒตีติ อตฺโถ. อถ วา เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, จิตฺตํ, ตํสมฺปยุตฺตํ ฌานํ วา, ตํ ภาเวติ วฑฺเฒติ อุปฺปาเทติ วาติ อตฺโถ. กรุณํ ภาเวตีติอาทีสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เสสุปาทานมูลิกาสุปีติ ทิฏฺฐุปาทานสีลพฺพตุปาทานอตฺตวาทุปาทานมูลิกาสุปิ โยชนาสุ เอเสว นโยติ อตฺโถ. ตตฺถายํ โยชนา – อิเธกจฺโจ ‘‘นตฺถิ ปรโลโก’’ติ นตฺถิกทิฏฺฐึ คณฺหาติ, โส ทิฏฺฐุปาทานปจฺจยา กาเยน ทุจฺจริตํ จรตีติอาทิ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ. อปโร ‘‘อสุกสฺมึ สมฺปตฺติภเว อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ, โส ตตฺรูปปตฺติยา กาเยน สุจริตํ จรตีติอาทิ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. อปโร ‘‘รูปี มโนมโย หุตฺวา อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ ภาวนาปาริปูริยาติ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อปโรปิ ‘‘อรูปภเว อุปฺปชฺชิตฺวา อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ อรูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ ภาวนาปาริปูริยาติ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เอตาหิเยว อตฺตวาทุปาทานมูลิกาปิ โยชนา สํวณฺณิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทวเสนปิ โยชนา เวทิตพฺพา. อปโร ‘‘สีเลน สุทฺธิ, วเตน สุทฺธี’’ติ อสุทฺธิมคฺคํ ‘‘สุทฺธิมคฺโค’’ติ ปรามสนฺโต สีลพฺพตุปาทานปจฺจยา กาเยน ทุจฺจริตํ จรตีติอาทิ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ.
อิทานิ ยฺวายํ สํสารจกฺกํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘กามภเว อวิชฺชา กามภเว สงฺขารานํ ปจฺจโย โหตี’’ติอาทินา อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยภาโว สงฺขาราทีนํ ปจฺจยุปฺปนฺนภาโว จ ทสฺสิโต, ตเมว ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬึ อาเนตฺวา นิคมนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวมย’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา สงฺขารา เหตุนิพฺพตฺตา, เอวํ อวิชฺชาปิ กามาสวาทินา สเหตุกา เอวาติ อาห ‘‘อุโภเปเต เหตุสมุปฺปนฺนา’’ติ. ปจฺจยปริคฺคเหติ นามรูปสฺส ปจฺจยานํ อวิชฺชาทีนํ ปริจฺฉิชฺช คหเณ. นิปฺผาเทตพฺเพ ภุมฺมํ. ปญฺญาติ กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิสงฺขาตา ปการโต ชานนา. ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ ติฏฺฐนฺติ เอตฺถ ผลธมฺมา ตทายตฺตวุตฺติตายาติ ฐิติ, การณํ, ธมฺมานํ ฐิติ ธมฺมฏฺฐิติ, ธมฺมฏฺฐิติยา ญาณํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ปจฺจยญาณนฺติ อตฺโถ, ปฏิจฺจสมุปฺปาทาวโพโธติ วุตฺตํ โหติ. กามญฺเจตฺถ ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญาเยว ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, สงฺขาเรสุ ปน อทิฏฺเฐสุ อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยภาโว น สกฺกา ทฏฺฐุนฺติ ‘‘สงฺขารา เหตุสมุปฺปนฺนา’’ติ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานมฺปิ คหณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. อุโภเปเต เหตุสมุปฺปนฺนาติ อิทํ ปน อุภินฺนมฺปิ ปจฺจยุปฺปนฺนภาวํ ทสฺเสตุกามตาย วุตฺตํ. อิทญฺจ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ ยสฺมา อทฺธตฺตเย กงฺขามลวิตรณวเสน ปวตฺตติ, ตสฺมา ‘‘อตีตมฺปิ อทฺธาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เอเตน นเยน สพฺพปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานีติ เอเตน นเยน ‘‘อวิชฺชา เหตู’’ติอาทินา อวิชฺชายํ วุตฺตนเยน ‘‘สงฺขารา เหตุ, วิญฺญาณํ เหตุสมุปฺปนฺน’’นฺติอาทินา สพฺพปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ.
สํขิปฺปนฺติ เอตฺถ อวิชฺชาทโย วิญฺญาณาทโย จาติ สงฺเขโป, เหตุ วิปาโก จ. อถ วา เหตุวิปาโกติ สํขิปฺปตีติ สงฺเขโป, อวิชฺชาทโย วิญฺญาณาทโย จ. สงฺเขปภาวสามญฺเญน ปน เอกวจนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เต ปน สงฺเขปา อตีเต เหตุ, เอตรหิ วิปาโก, เอตรหิ เหตุ, อายตึ วิปาโกติ เอวํ กาลวิภาเคน จตฺตาโร ชาตา, เตนาห ‘‘ปุริมสงฺเขโป เจตฺถ อตีโต อทฺธา’’ติอาทิ. ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ สมฺพนฺโธ. ตณฺหุปาทานภวา คหิตาว โหนฺตีติ เอตฺถ อวิชฺชาคหเณน กิเลสภาวสามญฺญโต ตณฺหุปาทานา คหิตา, สงฺขารคฺคหเณน กมฺมภาวสามญฺญโต ภโว คหิโต, อวิชฺชาสงฺขารานํ เตหิ วินา สกิจฺจากรณโต จ ตณฺหุปาทานภวา คหิตาว โหนฺติ. อถ วา อวิทฺวา ปริตสฺสติ, ปริตสิโต อุปาทิยติ, ตสฺสุปาทานปจฺจยา ภโว, ตสฺมา ตณฺหุปาทานภวาปิ คหิตา โหนฺติ. ตถา จ วุตฺตํ –
‘‘ปุริมกมฺมภวสฺมึ โมโห อวิชฺชา, อายูหนา สงฺขารา. นิกนฺติ ตณฺหา, อุปคมนํ อุปาทานํ, เจตนา ภโว, อิติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา ปุริมกมฺมภวสฺมึ อิธ ปฏิสนฺธิยา ปจฺจยา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๔๗).
ตตฺถ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๔๒; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๔๗) ปุริมกมฺมภวสฺมินฺติ ปุริเม กมฺมภเว, อตีตชาติยํ กมฺมภเว กริยมาเนติ อตฺโถ. โมโห อวิชฺชาติ โย ตทา ทุกฺขาทีสุ โมโห เยน มูโฬฺห กมฺมํ กโรติ, สา อวิชฺชา. อายูหนา สงฺขาราติ ตํ กมฺมํ กโรโต ยา ปุริมเจตนาโย, ยถา ‘‘ทานํ ทสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา มาสมฺปิ สํวจฺฉรมฺปิ ทานูปกรณานิ สชฺเชนฺตสฺส อุปฺปนฺนา ปุริมเจตนาโย, ปฏิคฺคาหกานํ ปน หตฺเถ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาปยโต เจตนา ภโวติ วุจฺจติ. เอกาวชฺชเนสุ วา ฉสุ ชวเนสุ เจตนา อายูหนสงฺขารา นาม, สตฺตมา ภโว. ยา กาจิ วา ปน เจตนา ภโว, สมฺปยุตฺตา อายูหนสงฺขารา นาม. นิกนฺติ ตณฺหาติ ยา กมฺมํ กโรนฺตสฺส ตสฺส ผเล อุปปตฺติภเว นิกามนา ปตฺถนา, สา ตณฺหา นาม. อุปคมนํ อุปาทานนฺติ ยํ กมฺมภวสฺส ปจฺจยภูตํ ‘‘อิทํ กตฺวา อสุกสฺมึ นาม ฐาเน กาเม เสวิสฺสามิ อุจฺฉิชฺชิสฺสามี’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตํ อุปคมนํ คหณํ ปรามสนํ, อิทํ อุปาทานํ นาม. เจตนา ภโวติ ‘‘ตํ กมฺมํ กโรโต ยา ปุริมา เจตนาโย’’ติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺเตสุ ตีสุ อตฺถวิกปฺเปสุ ยา เจตนา ภโวติ วุตฺตา, สา เจตนา ภโวติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อิทานิ สพฺเพเปเต อวิชฺชาทโย ธมฺเม ทฺวีหิ วฏฺเฏหิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุกาโม อาห ‘‘อิเม ปญฺจ ธมฺมา อตีเต กมฺมวฏฺฏ’’นฺติ. เอตฺถ จ นิปฺปริยายโต สงฺขารา ภโว จ กมฺมํ, อวิชฺชาทโย ปน กมฺมสหายตาย กมฺมสริกฺขกา ตทุปการกา จาติ กมฺมนฺติ วุตฺตา. อวิชฺชาทโย หิ วิปากธมฺมธมฺมตาย กมฺมสริกฺขกา สหชาตโกฏิยา อุปนิสฺสยโกฏิยา จ กมฺมสฺส จ อุปการกา. กมฺมเมว จ อญฺญมญฺญสมฺพนฺธํ หุตฺวา ปุนปฺปุนํ ปริวตฺตนฏฺเฐน กมฺมวฏฺฏํ. วิญฺญาณาทโย ปญฺจาติ วิญฺญาณาทโย เวทนาปริยนฺตา ปญฺจ เอตรหิ อิทานิ อิมสฺมึ อตฺตภาเวติ วุตฺตํ โหติ. อวิชฺชาสงฺขารา คหิตาว โหนฺตีติ เอตฺถาปิ ปุพฺเพ วิย กิเลสกมฺมภาวสามญฺญโต ตณฺหุปาทานคฺคหเณน อวิชฺชา คหิตา, ภวคฺคหเณน สงฺขารา คหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา ภเว คหิเต ตสฺส ปุพฺพภาคา ตํสมฺปยุตฺตา วา สงฺขารา คหิตาว โหนฺติ, ตณฺหุปาทานคฺคหเณน จ ตํสมฺปยุตฺตา ยาย วา มูโฬฺห กมฺมํ กโรติ, สา อวิชฺชาว โหตีติ ตณฺหุปาทานภวคฺคหเณน อวิชฺชาสงฺขารา คหิตาว โหนฺติ. เตเนว วุตฺตํ –
‘‘อิธ ปริปกฺกตฺตา อายตนานํ โมโห อวิชฺชา, อายูหนา สงฺขารา, นิกนฺติ ตณฺหา, อุปคมนํ อุปาทานํ, เจตนา ภโว, อิติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา อิธ กมฺมภวสฺมึ อายตึ ปฏิสนฺธิยา ปจฺจยา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๔๗).
ตตฺถ อิธ ปริปกฺกตฺตา อายตนานนฺติ ปริปกฺกายตนสฺส กมฺมกรณกาเล สมฺโมโห ทสฺสิโต. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
วิญฺญาณนามรูปสฬายตนผสฺสเวทนานํ ชาติชราภงฺคาวตฺถา ชาติชรามรณนฺติ วุตฺตาติ อวตฺถานํ คหเณน อวตฺถาวนฺตา คหิตาว โหนฺติ ตทวินาภาวโตติ อาห ‘‘ชาติชรามรณาปเทเสน วิญฺญาณาทีนํ นิทฺทิฏฺฐตฺตา’’ติ. อปเทเสนาติ ชาติชรามรณานํ กถเนน. อิเมติ วิญฺญาณาทโย. อายตึ วิปากวฏฺฏนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนเหตุโต ภาวีนํ อนาคตานํ คหิตตฺตา. เตติ อวิชฺชาทโย. อาการโตติ สรูปโต อวุตฺตาปิ ตสฺมึ ตสฺมึ สงฺคเห อากิรียนฺติ อวิชฺชาสงฺขาราทิคฺคหเณหิ ปกาสียนฺตีติ อาการา, อตีตเหตุอาทีนํ วา ปการา อาการา. ตโต อาการโต. วีสติวิธา โหนฺตีติ อตีเต เหตุปญฺจกาทิเภทโต วีสติวิธา โหนฺติ.
สงฺขารวิญฺญาณานญฺเจตฺถ อนฺตรา เอโก สนฺธีติ เหตุโต ผลสฺส อวิจฺเฉทปฺปวตฺติภาวโต เหตุผลสฺส สมฺพนฺธภูโต เอโก สนฺธิ, ตถา ภวชาตีนมนฺตรา. เวทนาตณฺหานมนฺตรา ปน ผลโต เหตุโน อวิจฺเฉทปฺปวตฺติภาวโต ผลเหตุสมฺพนฺธภูโต เอโก สนฺธิ. ผลภูโตปิ หิ ธมฺโม อญฺญสฺส เหตุสภาวสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโย โหตีติ.
อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. เตนาห ‘‘จตุสงฺเขป’’นฺติอาทิ. สพฺพาการโตติ อิธ วุตฺเตหิ จ อวุตฺเตหิ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺเค อนนฺตนยสมนฺตปฏฺฐานาทีสุ จ อาคเตหิ สพฺเพหิ อากาเรหิ. ชานาตีติ อวพุชฺฌติ. ปสฺสตีติ ทสฺสนภูเตน ญาณจกฺขุนา ปจฺจกฺขโต ปสฺสติ. อญฺญาติ ปฏิวิชฺฌตีติ เตสํเยว เววจนํ. ตนฺติ ตํ ชานนํ. ญาตฏฺเฐนาติ ยถาสภาวโต ชานนฏฺเฐน. ปชานนฏฺเฐนาติ อนิจฺจาทีหิ ปกาเรหิ ปฏิวิชฺฌนฏฺเฐน.
อิทานิ ยทตฺถมิทํ ภวจกฺกํ อิธานีตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมินา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เต ธมฺเมติ เต อวิชฺชาทิเก ธมฺเม. ยถาภูตํ ญตฺวาติ มหาวชิรญาเณน ยาถาวโต ชานิตฺวา. นิพฺพินฺทนฺโตติ พลววิปสฺสนาย นิพฺพินฺทนฺโต. วิรชฺชนฺโต วิมุจฺจนฺโตติ อริยมคฺเคหิ วิรชฺชนฺโต วิมุจฺจนฺโต. อเร หนีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ยทา ภควา วิรชฺชติ วิมุจฺจติ, ตทา อเร หนติ นาม. ตโต ปรํ ปน อภิสมฺพุทฺธกฺขณํ คเหตฺวา วุตฺตํ ‘‘หนิ วิหนิ วิทฺธํเสสี’’ติ. เอวมฺปิ อรานํ หตตฺตา อรหนฺติ เอวํ อิมินาปิ ปกาเรน ยถาวุตฺตสํสารจกฺกสฺส สงฺขาราทิอรานํ หตตฺตา อรหํ. เอตฺเถทํ วุจฺจติ –
‘‘อรา สํสารจกฺกสฺส, หตา ญาณาสินา ยโต;
โลกนาเถน เตเนส, อรหนฺติ ปวุจฺจตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๘);
อคฺคทกฺขิเณยฺยตฺตาติ อุตฺตมทกฺขิเณยฺยภาวโต. จกฺกวตฺติโน อเจตเน จกฺกรตเน อุปฺปนฺเน ตตฺเถว โลโก ปูชํ กโรติ, อญฺญตฺถ ปูชาวิเสสา ปจฺฉิชฺชนฺติ, กิมงฺคํ ปน สมฺมาสมฺพุทฺเธ อุปฺปนฺเนติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปฺปนฺเน ตถาคเต’’ติอาทิมาห. ‘‘เอเกกํ ธมฺมกฺขนฺธํ เอเกกวิหาเรน ปูเชสฺสามี’’ติ วุตฺเตปิ สตฺถารํเยว อุทฺทิสฺส กตตฺตา ‘‘ภควนฺตํ อุทฺทิสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โก ปน วาโท อญฺเญสํ ปูชาวิเสสานนฺติ ยถาวุตฺตโต อญฺเญสํ อมเหสกฺเขหิ เทวมนุสฺเสหิ กริยมานานํ นาติอุฬารานํ ปูชาวิเสสานํ อรหภาเว กา นาม กถา. ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตาปิ อรหนฺติ ยถาวุตฺตจีวราทิปจฺจยานํ ปูชาวิเสสสฺส จ อคฺคทกฺขิเณยฺยภาเวน อนุจฺฉวิกตฺตาปิ อรหํ. อิมสฺสปิ อตฺถสฺส สุขคฺคหณตฺถํ อิทํ วุจฺจติ –
‘‘ปูชาวิเสสํ สห ปจฺจเยหิ,
ยสฺมา อยํ อรหติ โลกนาโถ;
อตฺถานุรูปํ อรหนฺติ โลเก,
ตสฺมา ชิโน อรหติ นามเมต’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๙);
อสิโลกภเยนาติ อกิตฺติภเยน, อยสภเยน ครหาภเยนาติ วุตฺตํ โหติ. รโห ปาปํ กโรนฺตีติ ‘‘มา นํ โกจิ ชญฺญา’’ติ รหสิ ปาปํ กโรนฺติ. เอวเมส น กทาจิ กโรตีติ เอส ภควา ปาปเหตูนํ โพธิมณฺเฑเยว สุปฺปหีนตฺตา กทาจิปิ เอวํ น กโรติ. โหติ เจตฺถ –
‘‘ยสฺมา นตฺถิ รโห นาม, ปาปกมฺเมสุ ตาทิโน;
รหาภาเวน เตเนส, อรหํ อิติ วิสฺสุโต’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๐);
อิทานิ สุขคฺคหณตฺถํ ยถาวุตฺตมตฺถํ สพฺพมฺปิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โหติ เจตฺถา’’ติอาทิ. กิเลสารีน โส มุนีติ เอตฺถ คาถาพนฺธสุขตฺถํ นิคฺคหีตโลโป ทฏฺฐพฺโพ, กิเลสารีนํ หตตฺตาติ อตฺโถ. ปจฺจยาทีน จารโหติ เอตฺถาปิ นิคฺคหีตโลโป วุตฺตนเยเนว ทฏฺฐพฺโพ.
อรหนฺติ เอตฺถ อยมปโรปิ นโย ทฏฺฐพฺโพ – อารกาติ อรหํ, สุวิทูรภาวโต อิจฺเจว อตฺโถ. กุโต ปน สุวิทูรภาวโตติ? เย อภาวิตกายา อภาวิตสีลา อภาวิตจิตฺตา อภาวิตปญฺญา, ตโต เอว อปฺปหีนราคโทสโมหา อริยธมฺมสฺส อโกวิทา อริยธมฺเม อวินีตา อริยธมฺมสฺส อทสฺสาวิโน อปฺปฏิปนฺนา มิจฺฉาปฏิปนฺนา จ, ตโต สุวิทูรภาวโต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘สงฺฆาฏิกณฺเณ เจปิ เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺโธ อสฺส ปาเท ปาทํ นิกฺขิปนฺโต, โส จ โหติ อภิชฺฌาลุ กาเมสุ ติพฺพสาราโค พฺยาปนฺนจิตฺโต ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป มุฏฺฐสฺสติ อสมฺปชาโน อสมาหิโต วิพฺภนฺตจิตฺโต ปากตินฺทฺริโย, อถ โข โส อารกาว มยฺหํ, อหญฺจ ตสฺส. ตํ กิสฺส เหตุ? ธมฺมญฺหิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น ปสฺสติ, ธมฺมํ อปสฺสนฺโต น มํ ปสฺสตี’’ติ (อิติวุ. ๙๒).
ยถาวุตฺตปุคฺคลา หิ สเจปิ สายํปาตํ สตฺถุ สนฺติกาวจราว สิยุํ, น เต ตาวตา ‘‘สตฺถุ สนฺติกา’’ติ วตฺตพฺพา, ตถา สตฺถาปิ เนสํ. อิติ อสปฺปุริสานํ อารกา ทูเรติ อรหํ. เตเนทํ วุจฺจติ –
‘‘สมฺมา น ปฏิปชฺชนฺติ, เย นิหีนาสยา นรา;
อารกา เตหิ ภควา, ทูเร เตนารหํ มโต’’ติ.
ตถา อารกาติ อรหํ, อาสนฺนภาวโตติ อตฺโถ. กุโต ปน อาสนฺนภาวโตติ? เย ภาวิตกายา ภาวิตสีลา ภาวิตจิตฺตา ภาวิตปญฺญา, ตโต เอว ปหีนราคโทสโมหา อริยธมฺมสฺส โกวิทา อริยธมฺเม สุวินีตา อริยธมฺมสฺส ทสฺสาวิโน สมฺมาปฏิปนฺนา, ตโต อาสนฺนภาวโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา –
‘‘โยชนสเต เจปิ เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิหเรยฺย, โส จ โหติ อนภิชฺฌาลุ กาเมสุ น ติพฺพสาราโค อพฺยาปนฺนจิตฺโต อปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป อุปฏฺฐิตสฺสติ สมฺปชาโน สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต สํวุตินฺทฺริโย, อถ โข โส สนฺติเกว มยฺหํ, อหญฺจ ตสฺส. ตํ กิสฺส เหตุ? ธมฺมญฺหิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปสฺสติ, ธมฺมํ ปสฺสนฺโต มํ ปสฺสตี’’ติ (อิติวุ. ๙๒).
ตถารูปา หิ ปุคฺคลา สตฺถุ โยชนสตนฺตริกาปิ โหนฺติ, น ตาวตา เต ‘‘สตฺถุ ทูรจาริโน’’ติ วตฺตพฺพา, ตถา สตฺถาปิ เนสํ. อิติ สปฺปุริสานํ อารกา อาสนฺเนติ อรหํ. เตเนทํ วุจฺจติ –
‘‘เย สมฺมา ปฏิปชฺชนฺติ, สุปฺปณีตาธิมุตฺติกา;
อารกา เตหิ อาสนฺเน, เตนาปิ อรหํ ชิโน’’ติ.
เย อิเม ราคาทโย ปาปธมฺมา ยสฺมึ สนฺตาเน อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺส ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ สมฺปรายิกมฺปิ อนตฺถํ อาวหนฺติ, นิพฺพานคามินิยา ปฏิปทาย เอกํเสเนว อุชุวิปจฺจนีกภูตา จ, เต อตฺตหิตํ ปรหิตญฺจ ปริปูเรตุํ สมฺมา ปฏิปชฺชนฺเตหิ สาธูหิ ทูรโต รหิตพฺพา ปริจฺจชิตพฺพา ปหาตพฺพาติ รหา นาม, เต จ ยสฺมา ภควโต โพธิมูเลเยว อริยมคฺเคน สพฺพโส ปหีนา สุสมุจฺฉินฺนา. ยถาห –
‘‘ตถาคตสฺส โข, พฺราหฺมณ, ราโค ปหีโน โทโส โมโห, สพฺเพปิ ปาปกา อกุสลา ธมฺมา ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา’’ติ (ปารา. ๙).
ตสฺมา สพฺพโส น สนฺติ เอตสฺส รหาติ อรโหติ วตฺตพฺเพ โอการสฺส สานุสารํ อการาเทสํ กตฺวา ‘‘อรห’’นฺติ วุตฺตํ. เตเนทํ วุจฺจติ –
‘‘ปาปธมฺมา รหา นาม, สาธูหิ รหิตพฺพโต;
เตสํ สุฏฺฐุ ปหีนตฺตา, ภควา อรหํ มโต’’ติ.
เย เต สพฺพโส ปริญฺญาตกฺขนฺธา ปหีนกิเลสา ภาวิตมคฺคา สจฺฉิกตนิโรธา อรหนฺโต ขีณาสวา, เย จ เสขา อปฺปตฺตมานสา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ ปตฺถยมานา วิหรนฺติ, เย จ ปริสุทฺธปฺปโยคา กลฺยาณชฺฌาสยา สทฺธาสีลสุตาทิคุณสมฺปนฺนา ปุคฺคลา, เตหิ น รหิตพฺโพ น ปริจฺจชิตพฺโพ, เต จ ภควตาติ อรหํ. ตถา หิ อริยปุคฺคลา สตฺถารา ทิฏฺฐธมฺมสฺส ปจฺจกฺขกรณโต สตฺถุ ธมฺมสรีเรน อวิรหิตาว โหนฺติ. ยถาห อายสฺมา ปิงฺคิโย –
‘‘ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาว,
รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโต;
นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตึ,
เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาสํ.
‘‘สทฺธา จ ปีติ จ มโน สติ จ,
นาเปนฺติเม โคตมสาสนมฺหา;
ยํ ยํ ทิสํ วชติ ภูริปญฺโญ,
ส เตน เตเนว นโตหมสฺมี’’ติ. (สุ. นิ. ๑๑๔๘-๑๑๔๙);
เตเนว จ เต อญฺญํ สตฺถารํ น อุทฺทิสนฺติ. ยถาห –
‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิเสยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๘; อ. นิ. ๑.๒๗๖).
กลฺยาณปุถุชฺชนาปิ เยภุยฺเยน สตฺถริ นิจฺจลสทฺธา เอว โหนฺติ. อิติ สุปฺปฏิปนฺเนหิ ปุริสวิเสเสหิ อวิรหิตพฺพโต เตสญฺจ อวิรหนโต น สนฺติ เอตสฺส รหา ปริจฺจชนกา, นตฺถิ วา เอตสฺส รหา สาธูหิ ปริจฺจชิตพฺพตาติ อรหํ. เตเนทํ วุจฺจติ –
‘‘เย สจฺฉิกตสทฺธมฺมา, อริยา สุทฺธโคจรา;
น เตหิ รหิโต โหติ, นาโถ เตนารหํ มโต’’ติ.
รโหติ จ คมนํ วุจฺจติ, ภควโต จ นานาคตีสุ ปริพฺภมนสงฺขาตํ สํสาเร คมนํ นตฺถิ กมฺมกฺขยกเรน อริยมคฺเคน โพธิมูเลเยว สพฺพโส สสมฺภารสฺส กมฺมวฏฺฏสฺส วิทฺธํสิตตฺตา. ยถาห –
‘‘เยน เทวูปปตฺยสฺส, คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม;
ยกฺขตฺตํ เยน คจฺเฉยฺยํ, มนุสฺสตฺตญฺจ อพฺพเช;
เต มยฺหํ อาสวา ขีณา, วิทฺธสฺตา วินฬีกตา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๖);
เอวํ นตฺถิ เอตสฺส รโห คมนํ คตีสุ ปจฺจาชาตีติปิ อรหํ. เตเนทํ วุจฺจติ –
‘‘รโห วา คมนํ ยสฺส, สํสาเร นตฺถิ สพฺพโส;
ปหีนชาติมรโณ, อรหํ สุคโต มโต’’ติ.
ปาสํสตฺตา วา ภควา อรหํ. อกฺขรจินฺตกา หิ ปสํสายํ อรหสทฺทํ วณฺเณนฺติ. ปาสํสภาโว จ ภควโต อนญฺญสาธารณโต ยถาภุจฺจคุณาธิคโต สเทวเก โลเก สุปฺปติฏฺฐิโต. ตถา เหส อนุตฺตเรน สีเลน อนุตฺตเรน สมาธินา อนุตฺตราย ปญฺญาย อนุตฺตราย วิมุตฺติยา อสโม อสมสโม อปฺปฏิโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโลติ เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ คุเณ วิภชิตฺวา วุจฺจมาเน ปณฺฑิตปุริเสหิ เทเวหิ พฺรเหฺมหิ ภควตา วา ปน ปริโยสาเปตุํ อสกฺกุเณยฺยรูโป. อิติ ปาสํสตฺตาปิ ภควา อรหํ. เตเนทํ วุจฺจติ –
‘‘คุเณหิ สทิโส นตฺถิ, ยสฺมา โลเก สเทวเก;
ตสฺมา ปาสํสิยตฺตาปิ, อรหํ ทฺวิปทุตฺตโม’’ติ.
สพฺพสงฺคหวเสน ปน –
อารกา มนฺทพุทฺธีนํ, อารกา จ วิชานตํ;
รหานํ สุปฺปหีนตฺตา, วิทูนมรเหยฺยโต;
ภเวสุ จ รหาภาวา, ปาสํสา อรหํ ชิโนติ.
เอตฺตาวตา จ ‘‘อรห’’นฺติ ปทสฺส สพฺพโส อตฺโถ วิภตฺโต โหติ.
อิทานิ สมฺมาสมฺพุทฺโธติ อิมสฺส อตฺถํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สมฺมา สามญฺจา’’ติอาทิ. ตตฺถ สมฺมาติ อวิปรีตํ. สามนฺติ สยเมว, อปรเนยฺโย หุตฺวาติ อตฺโถ. สมฺพุทฺโธติ หิ เอตฺถ สํ-สทฺโท สยนฺติ เอตสฺส อตฺถสฺส โพธโกติ ทฏฺฐพฺโพ. สพฺพธมฺมานนฺติ อนวเสสานํ เนยฺยธมฺมานํ. กถํ ปเนตฺถ สพฺพธมฺมานนฺติ อยํ วิเสโส ลพฺภตีติ? เอกเทสสฺส อคฺคหณโต. ปเทสคฺคหเณ หิ อสติ คเหตพฺพสฺส นิปฺปเทสตาว วิญฺญายติ ยถา ‘‘ทิกฺขิโต น ททาตี’’ติ. เอวญฺจ กตฺวา อตฺถวิเสสนเปกฺขา กตฺตริ เอว พุทฺธสทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา กมฺมวจนิจฺฉาย อภาวโต. ‘‘สมฺมา สามญฺจ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ เอตฺตกเมว หิ อิธ สทฺทโต ลพฺภติ, ‘‘สพฺพธมฺมาน’’นฺติ อิทํ ปน อตฺถโต ลพฺภมานํ คเหตฺวา วุตฺตํ. น หิ พุชฺฌนกิริยา อวิสยา ยุชฺชติ.
อิทานิ ตสฺสา วิสยํ ‘‘สพฺพธมฺเม’’ติ สามญฺญโต วุตฺตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อภิญฺเญยฺเย ธมฺเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อภิญฺเญยฺเยติ อนิจฺจาทิโต ลกฺขณรสาทิโต จ อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานิตพฺเพ จตุสจฺจธมฺเม. อภิญฺเญยฺยโต พุทฺโธติ อภิญฺเญยฺยภาวโต พุชฺฌิ, ปุพฺพภาเค วิปสฺสนาปญฺญาทีหิ อธิคมกฺขเณ มคฺคปญฺญาย อปรภาเค สพฺพญฺญุตญฺญาณาทีหิ อญฺญาสีติ อตฺโถ. อิโต ปเรสุปิ เอเสว นโย. ปริญฺเญยฺเย ธมฺเมติ อนิจฺจาทิวเสน ปริชานิตพฺพํ ทุกฺขํ อริยสจฺจมาห. ปหาตพฺเพติ สมุทยปกฺขิเย. สจฺฉิกาตพฺเพติ นิพฺพานํ สนฺธายาห. พหุวจนนิทฺเทโส ปเนตฺถ โสปาทิเสสาทิกํ ปริยายสิทฺธํ เภทมเปกฺขิตฺวา กโต, อุทฺเทโส วา อยํ จตุสจฺจธมฺมานมฺปิ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘จกฺขุ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติอาทิ. อุทฺเทโส จ อวินิจฺฉิตตฺถปริจฺเฉทสฺส ธมฺมสฺส วเสน กรียติ. อุทฺเทเสน หิ อุทฺทิสิยมานานํ อตฺถิตามตฺตํ วุจฺจติ, น ปริจฺเฉโทติ อปริจฺเฉเทน พหุวจเนน วุตฺตํ ยถา ‘‘อปฺปจฺจยา ธมฺมา, อสงฺขตา ธมฺมา’’ติ. สจฺฉิกาตพฺเพติ วา ผลวิมุตฺตีนมฺปิ คหณํ, น นิพฺพานสฺเสวาติ พหุวจนนิทฺเทโส กโต. เอวญฺจ ภาเวตพฺเพติ เอตฺถ ฌานานมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนว จาหาติ เสลพฺราหฺมณสฺส อตฺตโน พุทฺธภาวํ สาเธนฺโต เอวมาห.
กึ ปน ภควา สยเมว อตฺตโน สมฺมาสมฺพุทฺธภาวํ สาเธตีติ? สาเธติ มหากรุณาย อญฺเญสํ อวิสยโต. ตตฺถ ‘‘เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สพฺพาภิภู สพฺพวิทูหมสฺมี’’ติอาทีนิ (ม. นิ. ๒.๓๔๑; มหาว. ๑๑) สุตฺตปทานิ, อิทเมว จ ‘‘อภิญฺเญยฺย’’นฺติอาทิ สุตฺตปทํ เอตสฺส อตฺถสฺส สาธกํ. ตตฺถ อภิญฺเญยฺยนฺติ อิมินา ทุกฺขสจฺจมาห, ภาเวตพฺพนฺติ มคฺคสจฺจํ. จ-สทฺโท ปเนตฺถ อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถ, เตน สจฺฉิกาตพฺพสฺส คหณํ เวทิตพฺพํ. อถ วา อภิญฺเญยฺยนฺติ อิมินาว ปาริเสสญาเยน ปริญฺเญยฺยธมฺเม สจฺฉิกาตพฺพธมฺเม จ ทสฺเสติ. ตสฺมา พุทฺโธสฺมีติ ยสฺมา จตฺตาริ สจฺจานิ มยา พุทฺธานิ, สจฺจวินิมุตฺตญฺจ กิญฺจิ เญยฺยํ นตฺถิ, ตสฺมา สพฺพมฺปิ เญยฺยํ พุทฺโธสฺมิ, อพฺภญฺญาสินฺติ อตฺโถ. เสลสุตฺตฏฺฐกถายํ ปน อิทํ วุตฺตํ –
‘‘อภิญฺเญยฺยนฺติ วิชฺชา จ วิมุตฺติ จ. ภาเวตพฺพํ มคฺคสจฺจํ. ปหาตพฺพํ สมุทยสจฺจํ. เหตุวจเนน ปน ผลสิทฺธิโต เตสํ ผลานิ นิโรธสจฺจทุกฺขสจฺจานิปิ วุตฺตาเนว โหนฺติ. เอวํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ, ปริญฺญาตพฺพํ ปริญฺญาตนฺติ อิทมฺเปตฺถ สงฺคหิตเมวาติ จตุสจฺจภาวนํ จตุสจฺจภาวนาผลญฺจ วิมุตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘พุชฺฌิตพฺพํ พุชฺฌิตฺวา พุทฺโธ ชาโตสฺมี’ติ ยุตฺตเหตุนา พุทฺธภาวํ สาเธตี’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๙๙).
ตตฺถ วิชฺชาติ มคฺควิชฺชา วุตฺตา อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน. วิมุตฺตีติ ผลวิมุตฺติ. กามญฺเจตฺถ มคฺควิชฺชาปิ ภาเวตพฺพภาเวน คหิตา, สพฺเพปิ ปน สภาวธมฺมา อภิญฺเญยฺยาติ วิชฺชาย อภิญฺเญยฺยภาโว วุตฺโต. อิมินาว นเยน สพฺเพสมฺปิ อภิญฺเญยฺยภาโว วุตฺโต เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ผเลน วินา เหตุภาวสฺเสว อภาวโต เหตุวจเนน ผลสิทฺธิ วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. นิโรธสฺส หิ สมฺปาปเนน มคฺคสฺส เหตุภาโว, ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺตเนน ตณฺหาย สมุทยภาโวติ.
เอวํ สจฺจวเสน สามญฺญโต วุตฺตมตฺถํ ทฺวารารมฺมเณหิ สทฺธึ ทฺวารปฺปวตฺตธมฺเมหิ เจว ขนฺธาทีหิ จ สจฺจวเสเนว วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. มูลการณภาเวนาติ สนฺเตสุปิ อวิชฺชาทีสุ อญฺเญสุ การเณสุ เตสมฺปิ มูลภูตการณภาเวน. ตณฺหา หิ กมฺมสฺส วิจิตฺตภาวเหตุโต สหายภาวูปคมนโต จ ทุกฺขวิจิตฺตตาย ปธานการณํ. สมุฏฺฐาปิกาติ อุปฺปาทิกา. ปุริมตณฺหาติ ปุริมภวสิทฺธา ตณฺหา. อุภินฺนนฺติ จกฺขุสฺส ตํสมุทยสฺส จ. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ. นิโรธปฺปชานนาติ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน นิโรธสฺส ปฏิวิชฺฌนา. เอเกกปทุทฺธาเรนาติ ‘‘จกฺขุํ จกฺขุสมุทโย จกฺขุนิโรโธ’’ติอาทินา เอเกกโกฏฺฐาสนิทฺธารเณน. ตณฺหายปิ ปริญฺเญยฺยภาวสพฺภาวโต อุปาทานกฺขนฺโธคธตฺตา สงฺขารทุกฺขภาวโต จ ทุกฺขสจฺจสงฺคหํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปตณฺหาทโย ฉ ตณฺหากายา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา วตฺตมานภเว ตณฺหา ขนฺธปริยาปนฺนตฺตา สงฺขารทุกฺขภาวโต จ ทุกฺขสจฺจํ. ยสฺมึ ปน อตฺตภาเว สา อุปฺปชฺชติ, ตสฺส อตฺตภาวสฺส มูลการณภาเวน สมุฏฺฐาปิกา ปุริมภวสิทฺธา ตณฺหา สมุทยสจฺจนฺติ คเหตพฺพา.
กสิณานีติ กสิณารมฺมณิกชฺฌานานิ. ทฺวตฺตึสาการาติ ทฺวตฺตึส โกฏฺฐาสา ตทารมฺมณชฺฌานานิ จ. นว ภวาติ กามภโว รูปภโว อรูปภโว สญฺญีภโว อสญฺญีภโว เนวสญฺญีนาสญฺญีภโว เอกโวการภโว จตุโวการภโว ปญฺจโวการภโวติ นว ภวา. ตตฺถ ภวตีติ ภโว, กามราคสงฺขาเตน กาเมน ยุตฺโต ภโว, กามสงฺขาโต วา ภโว กามภโว, เอกาทส กามาวจรภูมิโย. กาเม ปหาย รูปราคสงฺขาเตน รูเปน ยุตฺโต ภโว, รูปสงฺขาโต วา ภโว รูปภโว, โสฬส รูปาวจรภูมิโย. กามญฺจ รูปญฺจ ปหาย อรูปราคสงฺขาเตน อรูเปน ยุตฺโต ภโว, อรูปสงฺขาโต วา ภโว อรูปภโว, จตสฺโส อารุปฺปภูมิโย. สญฺญาวตํ ภโว สญฺญีภโว, สญฺญา วา เอตฺถ ภเว อตฺถีติ สญฺญีภโว, โส กามภโว จ อสญฺญีภวมุตฺโต รูปภโว จ เนวสญฺญีนาสญฺญีภวมุตฺโต อรูปภโว จ โหติ. น สญฺญีภโว อสญฺญีภโว, โส รูปภเวกเทโส. โอฬาริกตฺตาภาวโต เนวสญฺญา, สุขุมตฺตสฺส สพฺภาวโต นาสญฺญาติ เนวสญฺญานาสญฺญา, ตาย ยุตฺโต ภโว เนวสญฺญานาสญฺญาภโว. อถ วา โอฬาริกาย สญฺญาย อภาวา สุขุมาย จ ภาวา เนวสญฺญา นาสญฺญา อสฺมึ ภเวติ เนวสญฺญานาสญฺญาภโว, โส อรูปภเวกเทโส. เอเกน รูปกฺขนฺเธน โวกิณฺโณ ภโว, เอเกน วา โวกาโร อสฺส ภวสฺสาติ เอกโวการภโว, โส อสญฺญีภโว. จตูหิ อรูปกฺขนฺเธหิ โวกิณฺโณ ภโว, จตูหิ วา โวกาโร อสฺส ภวสฺสาติ จตุโวการภโว, โส อรูปภโว เอว. ปญฺจหิ ขนฺเธหิ โวกิณฺโณ ภโว, ปญฺจหิ วา โวกาโร อสฺส ภวสฺสาติ ปญฺจโวการภโว, โส กามภโว จ รูปภเวกเทโส จ โหติ. โวกาโรติ วา ขนฺธานเมตมธิวจนํ, ตสฺมา เอโก โวกาโร อสฺส ภวสฺสาติ เอกโวการภโวติ เอวมาทินาเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. จตฺตาริ ฌานานีติ อคฺคหิตารมฺมณวิเสสานิ จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานิ. วิปากชฺฌานานํ วา เอตํ คหณํ. เอตฺถ จ กุสลธมฺมานํ อุปนิสฺสยภูตา ตณฺหาสมุฏฺฐาปิกา ปุริมตณฺหาติ เวทิตพฺพา. กิริยธมฺมานํ ปน ยตฺถ เต กิริยธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺส อตฺตภาวสฺส การณภูตา ตณฺหา. อนุโลมโตติ เอตฺถ ‘‘สงฺขารา ทุกฺขสจฺจํ, อวิชฺชา สมุทยสจฺจ’’นฺติ อิมินา อนุกฺกเมน โยเชตพฺพํ.
อนุพุทฺโธติ พุชฺฌิตพฺพธมฺมสฺส อนุรูปโต พุทฺโธ. เตนาติ ยสฺมา สามญฺญโต วิเสสโต จ เอเกกปทุทฺธาเรน สพฺพธมฺเม พุทฺโธ, ตสฺมา วุตฺตํ. กึ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘สมฺมา สามญฺจ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา’’ติ, สพฺพสฺสปิ เญยฺยสฺส สพฺพาการโต อวิปรีตํ สยเมว อภิสมฺพุทฺธตฺตาติ อตฺโถ. อิมินาสฺส ปโรปเทสรหิตสฺส สพฺพากาเรน สพฺพธมฺมาวโพธนสมตฺถสฺส อากงฺขปฺปฏิพทฺธวุตฺติโน อนาวรณญาณสงฺขาตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อธิคโม ทสฺสิโต.
นนุ จ สพฺพญฺญุตญฺญาณโต อญฺญํ อนาวรณญาณํ, อญฺญถา ‘‘ฉ อสาธารณญาณานิ พุทฺธญาณานี’’ติ วจนํ วิรุชฺเฌยฺยาติ? น วิรุชฺฌติ วิสยปฺปวตฺติเภทวเสน อญฺเญหิ อสาธารณภาวทสฺสนตฺถํ เอกสฺเสว ญาณสฺส ทฺวิธา วุตฺตตฺตา. เอกเมว หิ ตํ ญาณํ อนวเสสสงฺขตาสงฺขตสมฺมุติธมฺมวิสยตาย สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ จ อาวรณาภาวโต นิสฺสงฺคจารมุปาทาย อนาวรณญาณนฺติ วุตฺตํ. ยถาห ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๙) ‘‘สพฺพํ สงฺขตมสงฺขตํ อนวเสสํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณญาณ’’นฺติอาทิ. ตสฺมา นตฺถิ เนสํ อตฺถโต เภโท, เอกนฺเตน เจตํ เอวมิจฺฉิตพฺพํ. อญฺญถา สพฺพญฺญุตานาวรณญาณานํ สาธารณตา อสพฺพธมฺมารมฺมณตา จ อาปชฺเชยฺย. น หิ ภควโต ญาณสฺส อณุมตฺตมฺปิ อาวรณํ อตฺถิ, อนาวรณญาณสฺส อสพฺพธมฺมารมฺมณภาเว ยตฺถ ตํ น ปวตฺตติ, ตตฺถาวรณสพฺภาวโต อนาวรณภาโวเยว น สิยา. อถ วา ปน โหตุ อญฺญเมว อนาวรณญาณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณโต, อิธ ปน สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตวุตฺติตาย อนาวรณญาณนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว อธิปฺเปตํ, ตสฺส จาธิคมเนน ภควา สพฺพญฺญู สพฺพวิทู สมฺมาสมฺพุทฺโธติ จ วุจฺจติ น สกึเยว สพฺพธมฺมาวโพธนโต. ตถา จ วุตฺตํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒) ‘‘วิโมกฺขนฺติกเมตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ โพธิยา มูเล สห สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปฏิลาภา สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ พุทฺโธ’’ติ. สพฺพธมฺมาวโพธนสมตฺถญาณสมธิคเมน หิ ภควโต สนฺตาเน อนวเสสธมฺเม ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถตา อโหสีติ.
เอตฺถาห – กึ ปนิทํ ญาณํ ปวตฺตมานํ สกึเยว สพฺพสฺมึ วิสเย ปวตฺตติ, อุทาหุ กเมนาติ. กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว สกึเยว สพฺพสฺมึ วิสเย ปวตฺตติ, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนอชฺฌตฺตพหิทฺธาทิเภทภินฺนานํ สงฺขตธมฺมานํ อสงฺขตสมฺมุติธมฺมานญฺจ เอกชฺฌํ อุปฏฺฐาเน ทูรโต จิตฺตปฏํ เปกฺขนฺตสฺส วิย ปฏิวิภาเคนาวโพโธ น สิยา, ตถา สติ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ วิปสฺสนฺตานํ อนตฺตากาเรน วิย สพฺพธมฺมา อนิรูปิตรูเปน ภควโต ญาณสฺส วิสยา โหนฺตีติ อาปชฺชติ. เยปิ ‘‘สพฺพเญยฺยธมฺมานํ ฐิตลกฺขณวิสยํ วิกปฺปรหิตํ สพฺพกาลํ พุทฺธานํ ญาณํ ปวตฺตติ, เตน เต สพฺพวิทูติ วุจฺจนฺติ, เอวญฺจ กตฺวา ‘จรํ สมาหิโต นาโค, ติฏฺฐนฺโตปิ สมาหิโต’ติ อิทมฺปิ วจนํ สุวุตฺตํ โหตี’’ติ วทนฺติ, เตสมฺปิ วุตฺตโทสา นาติวตฺติ, ฐิตลกฺขณารมฺมณตาย จ อตีตานาคตสมฺมุติธมฺมานํ ตทภาวโต เอกเทสวิสยเมว ภควโต ญาณํ สิยา, ตสฺมา สกึเยว ญาณํ ปวตฺตตีติ น ยุชฺชติ.
อถ กเมน สพฺพสฺมึ วิสเย ญาณํ ปวตฺตตีติ. เอวมฺปิ น ยุชฺชติ. น หิ ชาติภูมิสภาวาทิวเสน ทิสาเทสกาลาทิวเสน จ อเนกเภทภินฺเน เญยฺเย กเมน คยฺหมาเน ตสฺส อนวเสสปฺปฏิเวโธ สมฺภวติ อปริยนฺตภาวโต เญยฺยสฺส. เย ปน ‘‘อตฺถสฺส อวิสํวาทนโต เญยฺยสฺส เอกเทสํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา เสเสปิ เอวนฺติ อธิมุจฺจิตฺวา ววตฺถาปเนน สพฺพญฺญู ภควา, ตญฺจ ญาณํ น อนุมานญาณํ สํสยาภาวโต. สํสยานุพทฺธญฺหิ โลเก อนุมานญาณ’’นฺติ วทนฺติ, เตสมฺปิ ตํ น ยุตฺตํ. สพฺพสฺส หิ อปฺปจฺจกฺขภาเว อตฺถาวิสํวาทเนน เญยฺยสฺส เอกเทสํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา เสเสปิ เอวนฺติ อธิมุจฺจิตฺวา ววตฺถาปนสฺส อสมฺภวโต. ยญฺหิ ตํ เสสํ, ตํ อปฺปจฺจกฺขนฺติ.
อถ ตมฺปิ ปจฺจกฺขํ ตสฺส เสสภาโว เอว น สิยาติ? สพฺพเมตํ อการณํ. กสฺมา? อวิสยวิจารณภาวโต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘พุทฺธวิสโย, ภิกฺขเว, อจินฺเตยฺโย น จินฺเตตพฺโพ, โย จินฺเตยฺย, อุมฺมาทสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสา’’ติ (อ. นิ. ๔.๗๗). อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ – ยํ กิญฺจิ ภควตา ญาตุํ อิจฺฉิตํ สกลํ เอกเทโส วา, ตตฺถ ตตฺถ อปฺปฏิหตวุตฺติตาย ปจฺจกฺขโต ญาณํ ปวตฺตติ นิจฺจสมาธานญฺจ วิกฺเขปาภาวโต. ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส จ สกลสฺส อวิสยภาเว ตสฺส อากงฺขปฺปฏิพทฺธวุตฺติตา น สิยา, เอกนฺเตเนวสฺสา อิจฺฉิตพฺพา ‘‘สพฺเพ ธมฺมา พุทฺธสฺส ภควโต อาวชฺชนปฺปฏิพทฺธา อากงฺขปฺปฏิพทฺธา มนสิการปฺปฏิพทฺธา จิตฺตุปฺปาทปฺปฏิพทฺธา’’ติ (มหานิ. ๖๙; ปฏิ. ม. ๓.๕) วจนโต. อตีตานาคตวิสยมฺปิ ภควโต ญาณํ อนุมานาคมตกฺกคหณวิรหิตตฺตา ปจฺจกฺขเมว.
นนุ จ เอตสฺมิมฺปิ ปกฺเข ยทา สกลํ ญาตุํ อิจฺฉิตํ, ตทา สกึเยว สกลวิสยตาย อนิรูปิตรูเปน ภควโต ญาณํ ปวตฺเตยฺยาติ วุตฺตโทสา นาติวตฺติเยวาติ? น, ตสฺส วิโสธิตตฺตา. วิโสธิโต หิ โส พุทฺธวิสโย อจินฺเตยฺโยติ. อญฺญถา ปจุรชนญาณสมานวุตฺติตาย พุทฺธานํ ภควนฺตานํ ญาณสฺส อจินฺเตยฺยตา น สิยา, ตสฺมา สกลธมฺมารมฺมณมฺปิ ตํ เอกธมฺมารมฺมณํ วิย สุววตฺถาปิเตเยว เต ธมฺเม กตฺวา ปวตฺตตีติ อิทเมตฺถ อจินฺเตยฺยํ, ‘‘ยาวตกํ เญยฺยํ, ตาวตกํ ญาณํ. ยาวตกํ ญาณํ, ตาวตกํ เญยฺยํ. เญยฺยปริยนฺติกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เญยฺย’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๓.๕) เอวเมกชฺฌํ วิสุํ สกึ กเมน วา อิจฺฉานุรูปํ สมฺมา สามํ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ.
วิชฺชาหีติ เอตฺถ วินฺทิยํ วินฺทตีติ วิชฺชา, ยาถาวโต อุปลพฺภตีติ อตฺโถ. อตฺตโน วา ปฏิปกฺขสฺส วิชฺฌนฏฺเฐน วิชฺชา, ตโมกฺขนฺธาทิกสฺส ปทาลนฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ตโต เอว อตฺตโน วิสยสฺส วิทิตกรณฏฺเฐนปิ วิชฺชา. สมฺปนฺนตฺตาติ สมนฺนาคตตฺตา ปริปุณฺณตฺตา วา, อวิกลตฺตาติ อตฺโถ. ตตฺราติ อมฺพฏฺฐสุตฺเต. มโนมยิทฺธิยาติ เอตฺถ ‘‘อิธ ภิกฺขุ อิมมฺหา กายา อญฺญํ กายํ อภินิมฺมินาติ รูปึ มโนมยํ สพฺพงฺคปจฺจงฺคํ อหีนินฺทฺริย’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๓๖) อิมินา นเยน อาคตา อิทฺธิ สรีรพฺภนฺตเร อญฺญสฺเสว ฌานมเนน นิพฺพตฺตตฺตา มโนมยสฺส สรีรสฺส นิพฺพตฺติวเสน ปวตฺตา มโนมยิทฺธิ นาม. ฉ อภิญฺญาติ อาสวกฺขยญาเณน สทฺธึ อิทฺธิวิธาทิกา ปญฺจาภิญฺญาโย. ติสฺสนฺนํ อฏฺฐนฺนญฺจ วิชฺชานํ ตตฺถ ตตฺถ สุตฺเต คหณํ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. สตฺต สทฺธมฺมา นาม สทฺธา หิรี โอตฺตปฺปํ พาหุสจฺจํ วีริยํ สติ ปญฺญา จ. เย สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อิธ ภิกฺขุ สทฺโธ โหติ, หิริมา, โอตฺตปฺปี, พหุสฺสุโต, อารทฺธวีริโย, อุปฏฺฐิตสฺสติ, ปญฺญวา โหตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๓๐). จตฺตาริ ฌานานีติ ยานิ กานิจิ จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานิ.
กสฺมา ปเนตฺถ สีลาทโยเยว ปนฺนรส ‘‘จรณ’’นฺติ วุตฺตาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘อิเมเยว หี’’ติอาทิ. เตน เตสํ สิกฺขตฺตยสงฺคหโต นิพฺพานุปคมเน เอกํสโต สาธนภาวมาห. อิทานิ ตทตฺถสาธนาย อาคมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาหา’’ติอาทิมาห. ภควาติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส นิคมนวเสน วุตฺตํ. นนุ จายํ วิชฺชาจรณสมฺปทา สาวเกสุปิ ลพฺภตีติ? กิญฺจาปิ ลพฺภติ, น ปน ตถา, ยถา ภควโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ วิชฺชาสมฺปทา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาสวกฺขยวิชฺชาย สพฺพญฺญุภาวสิทฺธิโต อาห ‘‘วิชฺชาสมฺปทา ภควโต สพฺพญฺญุตํ ปูเรตฺวา ฐิตา’’ติ. จตูสุ ฌาเนสุ อนฺโตคธภาเวน จรณธมฺมปริยาปนฺนตฺตา กรุณาพฺรหฺมวิหารสฺส ยถารหํ ตสฺส จ มหากรุณาสมาปตฺติวเสน อสาธารณสภาวสฺส ภควติ อุปลพฺภนโต อาห ‘‘จรณสมฺปทา มหาการุณิกตํ ปูเรตฺวา ฐิตา’’ติ. ยถา สตฺตานํ อนตฺถํ ปริวชฺเชตฺวา อตฺเถ นิโยชนํ ปญฺญาย วินา น โหติ, เอวํ เนสํ อตฺถานตฺถชานนํ สตฺถุ กรุณาย วินา น โหตีติ อุภยมฺปิ อุภยตฺถ สกิจฺจกเมว สิยา. ยตฺถ ปน ยสฺสา ปธานภาโว, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส สพฺพญฺญุตายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา ตํ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโนติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถา อญฺโญปิ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน นิโยเชติ, ตถา อยนฺติ อตฺโถ. เตน วิชฺชาจรณสมฺปนฺนสฺเสวายํ อาเวณิกา ปฏิปตฺตีติ ทสฺเสติ. สา ปนายํ สตฺถุ วิชฺชาจรณสมฺปทา สาสนสฺส นิยฺยานิกตาย สาวกานํ สมฺมาปฏิปตฺติยา เอกนฺตการณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เตนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อตฺตนฺตปาทโยติ อาทิ-สทฺเทน ปรนฺตปอุภยนฺตปา คหิตา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
เอตฺถ จ วิชฺชาสมฺปทาย สตฺถุ ปญฺญามหตฺตํ ปกาสิตํ โหติ, จรณสมฺปทาย กรุณามหตฺตํ. เตสุ ปญฺญาย ภควโต ธมฺมรชฺชปฺปตฺติ, กรุณาย ธมฺมสํวิภาโค. ปญฺญาย สํสารทุกฺขนิพฺพิทา, กรุณาย สํสารทุกฺขสหนํ. ปญฺญาย ปรทุกฺขปริชานนํ, กรุณาย ปรทุกฺขปติการารมฺโภ. ปญฺญาย ปรินิพฺพานาภิมุขภาโว, กรุณาย ตทธิคโม. ปญฺญาย สยํ ตรณํ, กรุณาย ปเรสํ ตารณํ. ปญฺญาย พุทฺธภาวสิทฺธิ, กรุณาย พุทฺธกิจฺจสิทฺธิ. กรุณาย วา โพธิสตฺตภูมิยํ สํสาราภิมุขภาโว, ปญฺญาย ตตฺถ อนภิรติ, ตถา กรุณาย ปเรสํ อภึสาปนํ, ปญฺญาย สยํ ปเรหิ อภายนํ. กรุณาย ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขติ, ปญฺญาย อตฺตานํ รกฺขนฺโต ปรํ รกฺขติ. ตถา กรุณาย อปรนฺตโป, ปญฺญาย อนตฺตนฺตโป, เตน อตฺตหิตาย ปฏิปนฺนาทีสุ จตูสุ ปุคฺคเลสุ จตุตฺถปุคฺคลภาโว สิทฺโธ โหติ. ตถา กรุณาย โลกนาถตา, ปญฺญาย อตฺตนาถตา. กรุณาย จสฺส นินฺนตาภาโว, ปญฺญาย อุนฺนมาภาโว. ตถา กรุณาย สพฺพสตฺเตสุ ชนิตานุคฺคโห, ปญฺญานุคตตฺตา น จ น สพฺพตฺถ วิรตฺตจิตฺโต, ปญฺญาย สพฺพธมฺเมสุ วิรตฺตจิตฺโต, กรุณานุคตตฺตา น จ น สพฺพสตฺตานุคฺคหาย ปวตฺโต. ยถา หิ กรุณา ภควโต สิเนหโสกวิรหิตา, เอวํ ปญฺญา อหํการมมํการวินิมุตฺตาติ อญฺญมญฺญวิโสธิตา ปรมวิสุทฺธา คุณวิเสสา วิชฺชาจรณสมฺปทาหิ ปกาสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
อิทานิ สุคโตติ อิมสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โสภนคมนตฺตา’’ติอาทิ. ‘‘คเต ฐิเต’’ติอาทีสุ คมนมฺปิ คตนฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘คมนมฺปิ หิ คตนฺติ วุจฺจตี’’ติ. โสภนนฺติ สุภํ, สุภภาโว วิสุทฺธตาย, วิสุทฺธตา โทสวิคเมนาติ อาห ‘‘ปริสุทฺธมนวชฺช’’นฺติ. คมนญฺจ นาม พหุวิธนฺติ อิธาธิปฺเปตํ คมนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อริยมคฺโค’’ติ อาห. โส หิ นิพฺพานสฺส คติ อธิคโมติ จ กตฺวา คตํ คมนนฺติ จ วุจฺจติ. อิทานิ ตสฺเสว คมเน การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตน เหสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เขมํ ทิสนฺติ นิพฺพานํ. อสชฺชมาโนติ ปริปนฺถาภาเวน สุคติคมเนปิ อสชฺชนฺโต สงฺคํ อกโรนฺโต, ปเคว อิตรตฺถ. อถ วา เอกาสเน นิสีทิตฺวา ขิปฺปาภิญฺญาวเสเนว จตุนฺนมฺปิ มคฺคานํ ปฏิลทฺธภาวโต อสชฺชมาโน อพชฺฌนฺโต คโต. ยํ คมนํ คจฺฉนฺโต สพฺพคมนตฺถํ อาวหติ, สพฺพญฺจ อนุตฺตรํ สมฺปตฺตึ อาวหติ, ตเทว โสภนํ นาม, เตน จ ภควา คโตติ อาห ‘‘อิติ โสภนคมนตฺตา สุคโต’’ติ โสภนตฺโถ สุสทฺโทติ กตฺวา.
อสุนฺทรานํ ทุกฺขานํ สงฺขารปฺปวตฺตีนํ อภาวโต อจฺจนฺตสุขตฺตา เอกนฺตโต สุนฺทรํ นาม อสงฺขตา ธาตูติ อาห ‘‘สุนฺทรญฺเจส ฐานํ คโต อมตํ นิพฺพาน’’นฺติ. เตนาห ภควา ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๑๕; ธ. ป. ๒๐๓-๒๐๔). สมฺมาติ สุฏฺฐุ. สุฏฺฐุ คมนญฺจ นาม ปฏิปกฺเขน อนภิภูตสฺส คมนนฺติ อาห ‘‘ปหีเน กิเลเส ปุน อปจฺจาคจฺฉนฺโต’’ติ, ปหีนานํ ปุน อสมุทาจารวเสน อปจฺจาคจฺฉนฺโต. วุตฺตเมวตฺถํ อาคมํ ทสฺเสตฺวา วิภาเวนฺโต อาห ‘‘วุตฺตญฺเจต’’นฺติอาทิ. เอตนฺติ เตน เตน มคฺเคน ปหีนกิเลสานํ ปุน อปจฺจาคมนํ, อิทญฺจ สิขาปฺปตฺตํ สมฺมาคมนํ, ยาย อาคมนียปฏิปทาย สิทฺธํ, สาปิ สมฺมาคมนเมวาติ เอวมฺปิ ภควา สุคโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺมา วา อาคโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมฺมาปฏิปตฺติยาติ สมฺมาสมฺโพธิยา สมฺปาปเน อวิปรีตปฏิปตฺติยา. สพฺพโลกสฺส หิตสุขเมว กโรนฺตาติ เอเตน มหาโพธิยา ปฏิปทา อวิภาเคน สพฺพสตฺตานํ สพฺพทา หิตสุขาวหภาเวเนว ปวตฺตตีติ ทสฺเสติ. สสฺสตํ อุจฺเฉทนฺติ อิเม อนฺเต อนุปคจฺฉนฺโต คโตติ เอเตน ปฏิจฺจสมุปฺปาทคตึ ทสฺเสติ. กามสุขํ อตฺตกิลมถนฺติ อิเม อนุปคจฺฉนฺโต คโตติ เอเตน อริยมคฺคคตึ ทสฺเสติ.
ตตฺราติ ยุตฺตฏฺฐาเน ยุตฺตสฺเสว ภาสเน. นิปฺผาเทตพฺเพ สาเธตพฺเพ เจตํ ภุมฺมํ. อภูตนฺติ อภูตตฺถํ. อตฺถมุเขน หิ วาจาย อภูตตา ภูตตา วา. อตจฺฉนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อนตฺถสํหิตนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิเกน สมฺปรายิเกน วา อนตฺเถน สํหิตํ อนตฺถสํหิตํ, อนตฺถาวหํ. น อตฺโถติ อนตฺโถ, อตฺถสฺส ปฏิปกฺโข อภาโว จ, เตน สํหิตํ, ปิสุณวาจํ สมฺผปฺปลาปญฺจาติ อตฺโถ. เอวเมตฺถ จตุพฺพิธสฺสปิ วจีทุจฺจริตสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺถ จ ปฐมา วาจา สีลวนฺตํ ‘‘ทุสฺสีโล’’ติ, อจณฺฑาลาทึ ‘‘จณฺฑาโล’’ติอาทินา ภาสมานสฺส ทฏฺฐพฺพา. ทุติยา ทุสฺสีลํ ‘‘ทุสฺสีโล’’ติ, จณฺฑาลาทิเมว ‘‘จณฺฑาโล’’ติอาทินา อวินเยน ภาสมานสฺส. ตติยา เนรยิกาทิกสฺส เนรยิกาทิภาววิภาวนีกถา ยถา ‘‘อาปายิโก เทวทตฺโต เนรยิโก’’ติอาทิกา. จตุตฺถี ‘‘เวทวิหิเตน ยญฺญวิธินา ปาณาติปาตาทิกตํ สุคตึ อาวหตี’’ติ โลกสฺส พฺยาโมหนกถา. ปญฺจมี ภูเตน เปสุญฺญุปสํหารา กถา. ฉฏฺฐา ยุตฺตปตฺตฏฺฐาเน ปวตฺติตา ทานสีลาทิกถา เวทิตพฺพา. เอวํ สมฺมา คทตฺตาติ ยถาวุตฺตํ อภูตาทึ วชฺเชตฺวา ภูตํ ตจฺฉํ อตฺถสํหิตํ ปิยํ มนาปํ ตโต เอว สมฺมา สุฏฺฐุ คทนโต สุคโต. อาปาถคมนมตฺเตน กสฺสจิ อปฺปิยมฺปิ หิ ภควโต วจนํ ปิยํ มนาปเมว อตฺถสิทฺธิยา โลกสฺส หิตสุขาวหตฺตา. เอตฺถ ปน ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา ‘‘สุคโต’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อปโร นโย – โสภนํ คตํ คมนํ เอตสฺสาติ สุคโต. ภควโต หิ เวเนยฺยชนุปสงฺกมนํ เอกนฺเตน เตสํ หิตสุขนิปฺผาทนโต โสภนํ ภทฺทกํ. ตถา ลกฺขณานุพฺยญฺชนปฺปฏิมณฺฑิตรูปกายตาย ทุตวิลมฺพิตขลิตานุกฑฺฒนนิปฺปีฬนุกฺกุฏิกกุฏิลากุลตาทิโทสวิรหิตํ วิลาสิตราชหํสวสภวารณมิคราชคมนํ กายคมนํ ญาณคมนญฺจ วิปุลนิมฺมลกรุณาสติวีริยาทิคุณวิเสสหิตมภินีหารโต ยาว มหาโพธิ อนวชฺชตาย สตฺตานํ หิตสุขาวหตาย จ โสภนเมว. อถ วา สยมฺภูญาเณน สกลมฺปิ โลกํ ปริญฺญาภิสมยวเสน ปริชานนฺโต สมฺมา คโต อวคโตติ สุคโต. ตถา โลกสมุทยํ ปหานาภิสมยวเสน ปชหนฺโต อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทนฺโต สมฺมา คโต อตีโตติ สุคโต. โลกนิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน สมฺมา คโต อธิคโตติ สุคโต. โลกนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ภาวนาภิสมยวเสน สมฺมา คโต ปฏิปนฺโนติ สุคโต. ตถา ยํ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ ญาตํ อนุวิจริตํ มนสา, สพฺพํ ตํ หตฺถตเล อามลกํ วิย สมฺมา ปจฺจกฺขโต คโต อพฺภญฺญาสีติ สุคโต.
อิทานิ โลกวิทูติ อิมสฺส อตฺถํ ปกาเสนฺโต อาห ‘‘สพฺพถา วิทิตโลกตฺตา’’ติอาทิ. ตตฺถ สพฺพถาติ สพฺพปฺปกาเรน, โย โย โลโก เยน เยน ปกาเรน เวทิตพฺโพ, เตน เตน ปกาเรนาติ อตฺโถ. เต ปน ปกาเร ทสฺเสตุํ ‘‘สภาวโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สภาวโตติ ทุกฺขสภาวโต. สพฺโพ หิ โลโก ทุกฺขสภาโว. ยถาห ‘‘สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา’’ติ. สมุทยโตติ ยโต สมุเทติ, ตโต ตณฺหาทิโต. นิโรธโตติ ยตฺถ โส นิรุชฺฌติ, ตโต วิสงฺขารโต. นิโรธูปายโตติ เยน วิธินา โส นิโรโธ ปตฺตพฺโพ, ตโต อริยมคฺคโต อิโต อญฺญสฺส ปการสฺส อภาวา. อิติ ‘‘สพฺพถา โลกํ อเวที’’ติ วตฺวา ตทตฺถสาธกํ สุตฺตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยตฺถ โข, อาวุโส’’ติอาทิมาห. อิทญฺจ สุตฺตํ ‘‘ยตฺถ โข, ภนฺเต, น ชายติ…เป… น อุปปชฺชติ, สกฺกา นุ โข โส, ภนฺเต, คมเนน โลกสฺส อนฺโต ญาตุํ วา ทฏฺฐุํ วา ปาปุณิตุํ วา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๐๗; อ. นิ. ๔.๔๕) โอกาสโลกสฺส คตึ สนฺธาย โรหิตเทวปุตฺเตน ปุฏฺโฐ ภควา อภาสิ. ตตฺถ น ชายตีติอาทินา อุชุกํ ชาติอาทีนิ ปฏิกฺขิปิตฺวา น จวติ น อุปปชฺชตีติ ปททฺวเยน อปราปรํ จวนุปปตนานิ ปฏิกฺขิปติ. เกจิ ปน ‘‘น ชายตีติอาทิ คพฺภเสยฺยกาทิวเสน วุตฺตํ, อิตรํ โอปปาติกวเสนา’’ติ วทนฺติ. ตนฺติ ชาติอาทิรหิตํ. คมเนนาติ ปทสา คมเนน. โลกสฺสนฺตนฺติ สงฺขารโลกสฺส อนฺตภูตํ นิพฺพานํ. ญาเตยฺยนฺติ ชานิตพฺพํ. ทฏฺเฐยฺยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปตฺเตยฺยนฺติ ปตฺตพฺพํ. ‘‘ญาตายํ ทิฏฺฐายํ ปตฺตาย’’นฺติ วา ปาโฐ, ตตฺถ คมเนน โลกสฺสนฺตํ ญาตา อยํ ทิฏฺฐา อยํ ปตฺตา อยนฺติ น วทามีติ อตฺโถ. อยนฺติ นิพฺพานตฺถิโก.
กามํ ปทสา คมเนน คนฺตฺวา โลกสฺสนฺตํ ญาตุํ ทฏฺฐุํ ปตฺตุํ วา น สกฺกา, อปิ จ ปริมิตปริจฺฉินฺนฏฺฐาเน ตํ ปญฺญาเปตฺวา ทสฺเสมีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ พฺยามมตฺเต กเฬวเรติ พฺยามปฺปมาเณ อตฺตภาเว. อิมินา รูปกฺขนฺธํ ทสฺเสติ. สสญฺญิมฺหีติ สญฺญาย สหิเต. อิมินา สญฺญาสีเสน เวทนาทโย ตโย ขนฺเธ ทสฺเสติ สญฺญาสหิตตฺตา เอว. สมนเกติ สวิญฺญาณเกติ อตฺโถ. อิมินา วิญฺญาณกฺขนฺธํ ทสฺเสติ, อวิญฺญาณเก ปน อุตุสมุฏฺฐานรูปสมุทายมตฺเต ปญฺญาเปตุํ น สกฺกาติ อธิปฺปาโย. โลกนฺติ ขนฺธาทิโลกํ. โลกนิโรธนฺติ ตสฺส โลกสฺส นิรุชฺฌนํ นิพฺพานเมว วา. นิพฺพานมฺปิ หิ ขนฺเธ ปฏิจฺจ ปญฺญาปนโต สรีรสฺมึเยว ปญฺญาเปติ. อเทสมฺปิ หิ ตํ เยสํ นิโรโธ, เตสํ วเสน เทสโตปิ อุปจารวเสน นิทฺทิสียติ ยถา ‘‘จกฺขุํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา ปหียมานา ปหียติ, เอตฺถ นิรุชฺฌมานา นิรุชฺฌตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐๑; ม. นิ. ๑.๑๓๔; วิภ. ๒๐๔).
คมเนนาติ ปากติกคมเนน. โลกสฺสนฺโตติ สงฺขารโลกสฺส อนฺโต อนฺตกิริยาย เหตุภูตํ นิพฺพานํ. กุทาจนนฺติ กทาจิปิ. อปฺปตฺวาติ อคฺคมคฺเคน อนธิคนฺตฺวา. ปโมจนนฺติ ปมุตฺติ นิสฺสรณํ. ตสฺมาติ ยสฺมา โลกนฺตํ อปฺปตฺวา วฏฺฏทุกฺขโต มุตฺติ นตฺถิ, ตสฺมา. หเวติ นิปาตมตฺตํ. โลกวิทูติ สภาวาทิโต สพฺพํ โลกํ วิชานนฺโต. สุเมโธติ สุนฺทรปญฺโญ. โลกนฺตคูติ ปริญฺญาภิสมเยน โลกํ วิทิตฺวา ปหานาภิสมเยน โลกนฺตคู. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส ปรินิฏฺฐิตตฺตา วุสิตพฺรหฺมจริโย. สพฺเพสํ กิเลสานํ สมิตตฺตา จตุสจฺจธมฺมานํ วา อภิสมิตตฺตา สมิตาวี. นาสีสตีติ น ปตฺเถติ, ยถา อิมํ โลกํ, เอวํ ปรญฺจ โลกํ นาสีสติ อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา.
เอวํ ยทิปิ โลกวิทุตา อนวเสสโต ทสฺสิตา สภาวาทิโต ทสฺสิตตฺตา, โลโก ปน เอกเทเสเนว วุตฺโตติ ตํ อนวเสสโต ทสฺเสตุํ ‘‘อปิ จ ตโย โลกา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อินฺทฺริยพทฺธานํ ขนฺธานํ สมูโห สนฺตาโน จ สตฺตโลโก. รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย สตฺโต, โลกียติ เอตฺถ กุสลากุสลํ ตพฺพิปาโก จาติ โลโก. อนินฺทฺริยพทฺธานํ รูปาทีนํ สมูโห สนฺตาโน จ โอกาสโลโก โลกียนฺติ เอตฺถ ชงฺคมา ถาวรา จ เตสญฺจ โอกาสภูโตติ กตฺวา. ตทาธารตาย เหส ‘‘ภาชนโลโก’’ติปิ วุจฺจติ. อุภเยปิ ขนฺธา สงฺขารโลโก ปจฺจเยหิ สงฺขรียนฺติ ลุชฺชนฺติ ปลุชฺชนฺติ จาติ. อาหารฏฺฐิติกาติ ปจฺจยฏฺฐิติกา, ปจฺจยายตฺตวุตฺติกาติ อตฺโถ. ปจฺจยตฺโถ เหตฺถ อาหารสทฺโท ‘‘อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาทายา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒) วิย. เอวญฺหิ ‘‘สพฺเพ สตฺตา’’ติ อิมินา อสญฺญสตฺตาปิ ปริคฺคหิตา โหนฺติ. สา ปนายํ อาหารฏฺฐิติกตา นิปฺปริยายโต สงฺขารธมฺโม, น สตฺตธมฺโมติ อาห ‘‘อาหารฏฺฐิติกาติ อาคตฏฺฐาเน สงฺขารโลโก เวทิตพฺโพ’’ติ.