๑. ปาราชิกกณฺฑํ
๑. ปฐมปาราชิกํ
สุทินฺนภาณวารวณฺณนา
๒๔. อนุปทวณฺณนนฺติ ปทํ ปทํ ปฏิวณฺณนํ, ปทานุกฺกเมน วณฺณนํ วา. ภณฺฑปฺปโยชนอุทฺธารสารณาทินา กิจฺเจนาติ เอตฺถ วิกฺกายิกภณฺฑสฺส วิกฺกิณนํ ภณฺฑปฺปโยชนํ, ทาตุํ สงฺเกติเต ทิวเส คนฺตฺวา คหณํ อุทฺธาโร, ‘‘อสุกสฺมึ ทิวเส ทาตพฺพ’’นฺติ สตุปฺปาทนํ สารณํ. จตุพฺพิธายาติ ขตฺติยพฺราหฺมณคหปติสมณานํ วเสน จตุพฺพิธาย, ภิกฺขุภิกฺขุนีอุปาสกอุปาสิกานํ วเสน วา. ทิสฺวานสฺส เอตทโหสีติ เหตุอตฺโถ อยํ ทิสฺวาน-สทฺโท อสมานกตฺตุโก ยถา ‘‘ฆตํ ปิวิตฺวา พลํ โหติ, สีหํ ทิสฺวา ภยํ โหตี’’ติ. ทสฺสนการณา หิ เอวํ ปริวิตกฺกนํ อโหสิ. กิญฺจาปิ เอตฺถ ‘‘ภพฺพกุลปุตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ตถาปิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺสปิ อชาตสตฺตุโน วิย อนฺตราโย ภวิสฺสตีติ อิมสฺส เถรสฺสปิ กตปาปกมฺมมูลวิปฺปฏิสารวเสน อธิคมนฺตราโย อโหสีติ วทนฺติ.
กึ ปน เยสํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย อตฺถิ, พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเวปิ เตสํ อนฺตราโย โหตีติ? อาม โหติ, น ปน พุทฺเธ ปฏิจฺจ. พุทฺธา หิ ปเรสํ มคฺคผลาธิคมาย อุสฺสาหชาตา ตตฺถ นิรนฺตรํ ยุตฺตปยุตฺตา เอว โหนฺติ, ตสฺมา เต ปฏิจฺจ เตสํ อนฺตราโย น โหติ, อถ โข กิริยาปริหานิยา วา ปาปมิตฺตตาย วา โหติ, กิริยาปริหานิ จ เทสกสฺส ตสฺเสว วา ปุคฺคลสฺส ตชฺชปโยคาภาวโต เวทิตพฺพา, เทสกวเสน ปเนตฺถ ปริหานิ สาวกานํ วเสเนว เวทิตพฺพา, น พุทฺธานํ วเสน. ตถา หิ สเจ ธมฺมเสนาปติ ธนญฺชานิยสฺส พฺราหฺมณสฺส อาสยํ ญตฺวา ธมฺมํ เทสยิสฺส, พฺราหฺมโณ โสตาปนฺโน อภวิสฺส. เอวํ ตาว เทสกสฺส วเสน กิริยาปริหานิยา อนฺตราโย โหติ. สเจ เปสฺโส หตฺถาโรหปุตฺโต ภควโต สมฺมุขา ธมฺมํ สุณนฺโต มุหุตฺตํ นิสีเทยฺย, ยาว ตสฺส ภควา อตฺตนฺตปาทิเก จตฺตาโร ปุคฺคเล วิตฺถาเรน วิภชิตฺวา เทเสติ, โสตาปตฺติผเลน สํยุตฺโต อภวิสฺส. เอวํ ปุคฺคลสฺส วเสน กิริยาปริหานิยา อนฺตราโย โหติ นาม. อิมสฺส หิ อุปาสกสฺส กิริยาปริหานิ ชาตา อปรินิฏฺฐิตาย เทสนาย อุฏฺฐหิตฺวา ปกฺกนฺตตฺตา. สเจ อชาตสตฺตุ เทวทตฺตสฺส วจนํ คเหตฺวา ปิตุฆาตกมฺมํ นากริสฺส, สามญฺญผลสุตฺตกถิตทิวเส โสตาปนฺโน อภวิสฺส, ตสฺส วจนํ คเหตฺวา ปิตุฆาตกมฺมสฺส กตตฺตา ปน นาโหสิ. เอวํ ปาปมิตฺตตาย อนฺตราโย โหติ. สุทินฺนสฺสปิ ปาปมิตฺตวเสน อนฺตราโย อโหสีติ ทฏฺฐพฺพํ. ยทิ หิ เตน มาตาปิตูนํ วจนํ คเหตฺวา ปุราณทุติยิกาย เมถุนธมฺโม ปฏิเสวิโต นาภวิสฺส, น ตํมูลวิปฺปฏิสารวเสน อธิคมนฺตราโย อภวิสฺส.
ยนฺนูนาติ ปริวิตกฺกนตฺเถ นิปาโตติ อาห ‘‘ปริวิตกฺกทสฺสนเมต’’นฺติ. ‘‘ธมฺมํ สุเณยฺย’’นฺติ กิริยาปเทน วุจฺจมาโน เอว หิ อตฺโถ ‘‘ยนฺนูนา’’ติ นิปาตปเทน โชตียติ. อหํ ยนฺนูน ธมฺมํ สุเณยฺยนฺติ โยชนา. ยนฺนูนาติ จ ยทิ ปนาติ อตฺโถ. ยทิ ปนาติ อิทมฺปิ หิ เตน สมานตฺถเมว. ยํ ธมฺมํ สุณาตีติ สมฺพนฺโธ. อุฬารุฬารชนาติ ขตฺติยมหาสาลาทิอุฬารุฬารชนากิณฺณา. สเจ อยมฺปิ ปฐมํ อาคจฺเฉยฺย, ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา นิสีทิตุํ อรหรูโปติ อาห ‘‘ปจฺฉา อาคเตนา’’ติ. สิกฺขตฺตยูปสํหิตนฺติ อธิสีลอธิจิตฺตอธิปญฺญาสงฺขาตสิกฺขตฺตยยุตฺตํ. โถกํ ธมฺมกถํ สุตฺวา อโหสีติ สมฺพนฺโธ. อิธาปิ สุตฺวา-สทฺโท เหตุอตฺโถติ ทฏฺฐพฺโพ, สวนการณา เอตทโหสีติ วุตฺตํ โหติ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา ‘‘เอกมนฺตํ นิสินฺนสฺส…เป… เอตทโหสี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ตํ ปนสฺส ยสฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตนฺติ ปริวิตกฺกนํ.
สงฺเขปกถาติ วิสุํ วิสุํ ปทุทฺธารํ อกตฺวา สมาสโต อตฺถวณฺณนา. เยน เยน อากาเรนาติ เยน เยน ปกาเรน. เตน เตน เม อุปปริกฺขโตติ ‘‘กามา นาเมเต อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา อฏฺฐิกงฺกลูปมา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ๒.๔๒; ปาจิ. ๔๑๗; มหานิ. ๓; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๔๗) จ อาทินา เยน เยน อากาเรน กาเมสุ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสํ, ตพฺพิปริยายโต เนกฺขมฺเม อานิสํสํ คุณํ ปกาเสนฺตํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ อวพุชฺฌามิ, เตน เตน ปกาเรน อุปปริกฺขโต วีมํสนฺตสฺส มยฺหํ เอวํ โหติ เอวํ อุปฏฺฐาติ. สิกฺขตฺตยพฺรหฺมจริยนฺติ อธิสีลสิกฺขาทิสิกฺขตฺตยสงฺคหํ เสฏฺฐจริยํ. เอกมฺปิ ทิวสนฺติ เอกทิวสมตฺตมฺปิ. อขณฺฑํ กตฺวาติ ทุกฺกฏมตฺตสฺสปิ อนาปชฺชเนน อขณฺฑิตํ กตฺวา, อขณฺฑอจฺฉิทฺทาทิภาวาปาทเนน วา. อขณฺฑลกฺขณวจนเญฺหตํ. จริมกจิตฺตนฺติ จุติจิตฺตํ. กิญฺจิปิ เอกเทสํ อเสเสตฺวา เอกนฺเตเนว ปริปูเรตพฺพตาย เอกนฺตปริปุณฺณํ. กิเลสมเลน อมลีนํ กตฺวาติ ตณฺหาสํกิเลสาทินา อสํกิลิฏฺฐํ กตฺวา, จิตฺตุปฺปาทมตฺตมฺปิ สํกิเลสมลํ อนุปฺปาเทตฺวา. อจฺจนฺตเมว วิสุทฺธํ กตฺวา ปริหริตพฺพตาย เอกนฺตปริสุทฺธํ. ตโต เอว สงฺขํ วิย ลิขิตนฺติ สงฺขลิขิตํ. เตนาห ‘‘ลิขิตสงฺขสทิส’’นฺติ. ปริโยทาตฏฺเฐน นิมฺมลภาเวน สงฺขํ วิย ลิขิตํ โธตนฺติ สงฺขลิขิตนฺติ อาห ‘‘โธตสงฺขสปฺปฏิภาค’’นฺติ. ‘‘อชฺฌาวสตา’’ติ ปทปฺปโยเคน อคารนฺติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘อคารมชฺเฌ’’ติ. ทาฐิกาปิ มสฺสุคฺคหเณเนว คเหตฺวา ‘‘มสฺสุ’’เตฺวว วุตฺตํ, อุตฺตราธรมสฺสุนฺติ อตฺโถ. กสาเยน รตฺตานีติ กาสายานีติ อาห ‘‘กสายรสปีตตายา’’ติ. ปริทหิตฺวาติ นิวาเสตฺวา เจว ปารุปิตฺวา จ. อคารสฺส หิตนฺติ อคารวาโส อคารํ อุตฺตรปทโลเปน, ตสฺส วฑฺฒิอาวหํ อคารสฺส หิตํ.
๒๕. ญาติสาโลหิตาติอาทีสุ ‘‘อยํ อชฺฌตฺติโก’’ติ ชานนฺติ, ญายนฺติ วาติ ญาตี, โลหิเตน สมฺพนฺธาติ สาโลหิตา. ปิตุปกฺขิกา ญาตี, มาตุปกฺขิกา สาโลหิตา. มาตุปกฺขิกา ปิตุปกฺขิกา วา ญาตี, สสฺสุสสุรปกฺขิกา สาโลหิตา. มิตฺตายนฺตีติ มิตฺตา, มินนฺติ วา สพฺพคุเยฺหสุ อนฺโต ปกฺขิปนฺตีติ มิตฺตา. กิจฺจกรณีเยสุ สหภาวฏฺเฐน อมา โหนฺตีติ อมจฺจา. มมายตีติ มาตา, ปิยายตีติ ปิตา. สรีรกิจฺจเลเสนาติ อุจฺจารปสฺสาวาทิสรีรกิจฺจเลเสน. อนนุญฺญาตํ ปุตฺตํ น ปพฺพาเชตีติ ‘‘มาตาปิตูนํ โลกิยมหาชนสฺส จ จิตฺตญฺญถตฺตํ มา โหตู’’ติ น ปพฺพาเชติ. ตโตเยว จ สุทฺโธทนมหาราชสฺส ตถา วโร ทินฺโน.
๒๖. ธุรนิกฺเขเปนาติ ภณฺฑปฺปโยชนาทีสุ ธุรนิกฺเขเปน. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. ปิยายิตพฺโพติ ปิโยติ อาห ‘‘ปีติชนนโก’’ติ. มนสฺส อปฺปายนโต มนาโปติ อาห ‘‘มนวฑฺฒนโก’’ติ. สุเขธิโต ตรุณทารกกาเล, ตโต ปรญฺจ สปฺปิขีราทิสาทุรสมนุญฺญโภชนาทิอาหารสมฺปตฺติยา สุขปริหโต. อถ วา ทฬฺหภตฺติกธาติชนาทิปริชนสมฺปตฺติยา เจว ปริจฺเฉทสมฺปตฺติยา จ อุฬารปณีตสุขปจฺจยูปหาเรหิ จ สุเขธิโต, อกิจฺเฉเนว ทุกฺขปจฺจยวิโนทเนน สุขปริหโต. อชฺฌตฺติกงฺคสมฺปตฺติยา วา สุเขธิโต, พาหิรงฺคสมฺปตฺติยา สุขปริหโต.
กิญฺจีติ เอตสฺส วิวรณํ ‘‘อปฺปมตฺตกมฺปิ กลภาค’’นฺติ. ยทา ชานาติ-สทฺโท โพธนตฺโถ น โหติ, ตทา ตสฺส ปโยเค ‘‘สปฺปิโน ชานาติ, มธุโน ชานาตี’’ติอาทีสุ วิย กรณตฺเถ สามิวจนํ สทฺทตฺถวิทู อิจฺฉนฺตีติ อาห ‘‘กิญฺจิ ทุกฺเขน นานุโภสี’’ติ. เตนาห ‘‘กรณตฺเถ สามิวจนํ, อนุภวนตฺเถ จ ชานนา’’ติ. เอตฺถ จ กิญฺจิ ทุกฺเขน นานุโภสีติ เกนจิ ทุกฺเขน กรณภูเตน วิสยํ นานุโภสีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘กิญฺจี’’ติ เอตฺถาปิ หิ กรณตฺเถ สามิวจนสฺส โลโป กโต. เตเนว จ วกฺขติ ‘‘วิกปฺปทฺวเยปิ ปุริมปทสฺส อุตฺตรปเทน สมานวิภตฺติโลโป ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. ยทา ปน ชานาติ-สทฺโท สรณตฺโถ โหติ, ตทา สรณตฺถานํ ธาตุสทฺทานํ ปโยเค ‘‘มาตุ สรติ, ปิตุ สรติ, ภาตุ ชานาตี’’ติอาทีสุ วิย อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ สทฺทสตฺถวิทู วทนฺตีติ อาห ‘‘อถ วา กิญฺจิ ทุกฺขํ นสฺสรสีติ อตฺโถ’’ติ, กสฺสจิ ทุกฺขสฺส อนนุภูตตฺตา อตฺตนา อนุภูตํ อปฺปมตฺตกมฺปิ ทุกฺขํ ปริเยสมาโนปิ อภาวโตเยว นสฺสรสีติ อตฺโถ. วิกปฺปทฺวเยปีติ อนุภวนสรณตฺถวเสน วุตฺเต ทุติยตติยวิกปฺปทฺวเย. ปุริมปทสฺสาติ ‘‘กิญฺจี’’ติ ปทสฺส. อุตฺตรปเทนาติ ‘‘ทุกฺขสฺสา’’ติ ปเทน. สมานวิภตฺติโลโปติ อุตฺตรปเทน สมานสฺส สามิวจนสฺส โลโป. ‘‘กสฺสจิ ทุกฺขสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ วิกปฺปทฺวเยปิ ปุริมปเท สามิวจนสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘กิญฺจิ ทุกฺขสฺสา’’ติ นิทฺเทโส กโต. อนิจฺฉกาติ อนิจฺฉนฺตา. เอวํ สนฺเตติ นนุ มยํ สุทินฺน สามาทีสุ เกนจิปิ อุปาเยน อปฺปฏิสาธเนน อปฺปฏิกาเรน มรเณนปิ ตยา อกามกาปิ วินา ภวิสฺสาม, เอวํ สติ. เยนาติ เยน การเณน. กึ ปนาติ เอตฺถ กินฺติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เกน ปน การเณนา’’ติ.
๒๘. คนฺธพฺพนฏนาฏกาทีนีติ เอตฺถ คนฺธพฺพา นาม คายนกา, นฏา นาม รงฺคนฏา, นาฏกา ลงฺฆนกาทโย. ปริจาเรหีติ เอตฺถ ปริโต ตตฺถ ตตฺถ ยถาสกํ วิสเยสุ จาเรหีติ อตฺโถติ อาห ‘‘อินฺทฺริยานิ จาเรหี’’ติอาทิ. ปริจาเรหีติ วา สุขูปกรเณหิ อตฺตานํ ปริจาเรหิ อตฺตโน ปริจรณํ กาเรหิ. ตถาภูโต จ ยสฺมา ลฬนฺโต กีฬนฺโต นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘ลฬา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภุญฺชิตพฺพโต ปริภุญฺชิตพฺพโต วิเสสโต ปญฺจ กามคุณา โภคา นามาติ อาห ‘‘โภเค ภุญฺชนฺโต’’ติ. ทานปฺปทานานีติ เอตฺถ นิจฺจทานํ ทานํ นาม, อุโปสถทิวสาทีสุ ทาตพฺพํ อติเรกทานํ ปทานํ นาม. ปเวณีรกฺขณวเสน วา ทียมานํ ทานํ นาม, อตฺตนาว ปฏฺฐเปตฺวา ทียมานํ ปทานํ นาม. ปจุรชนสาธารณํ วา นาติอุฬารํ ทานํ นาม, อนญฺญสาธารณํ อติอุฬารํ ปทานํ นาม. อาทิ-สทฺเทน สีลาทีนิ สงฺคณฺหาติ. นตฺถิ เอตสฺส วจนปฺปฏิวจนสงฺขาโต อาลาปสลฺลาโปติ นิราลาปสลฺลาโป.
๓๐. พลํ คาเหตฺวาติ เอตฺถ พลคฺคหณํ นาม กายพลสฺส อุปฺปาทนเมวาติ อาห ‘‘กายพลํ ชเนตฺวา’’ติ. อสฺสุมุขนฺติ อสฺสูนิ มุเข เอตสฺสาติ อสฺสุมุโข, ตํ อสฺสุมุขํ, อสฺสุกิลินฺนมุขนฺติ อตฺโถ. คาโมเยว คามนฺตเสนาสนํ คามปริยาปนฺนตฺตา คามนฺตเสนาสนสฺส. อติเรกลาภปฏิกฺเขเปนาติ ‘‘ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ นิสฺสายา’’ติ (มหาว. ๑๒๘) เอวํ วุตฺตภิกฺขาหารลาภโต อธิกลาโภ สงฺฆภตฺตาทิอติเรกลาโภ, ตสฺส ปฏิกฺเขเปนาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘จุทฺทส ภตฺตานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา’’ติ. สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนภตฺตํ สลากภตฺตํ ปกฺขิกํ อุโปสถิกํ ปาฏิปทิกํ อาคนฺตุกภตฺตํ คมิกภตฺตํ คิลานภตฺตํ คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ วิหารภตฺตํ ธุรภตฺตํ วารภตฺตนฺติ อิมานิ จุทฺทส ภตฺตานิ. ตตฺถ สกลสฺส สงฺฆสฺส ทาตพฺพํ ภตฺตํ สงฺฆภตฺตํ. กติปเย ภิกฺขู อุทฺทิสิตฺวา ทาตพฺพํ ภตฺตํ อุทฺเทสภตฺตํ. เอกสฺมึ ปกฺเข เอกทิวสํ ทาตพฺพํ ภตฺตํ ปกฺขิกํ. อุโปสเถ ทาตพฺพํ ภตฺตํ อุโปสถิกํ. ปาฏิปททิวเส ทาตพฺพํ ภตฺตํ ปาฏิปทิกํ. วิหารํ อุทฺทิสฺส ทาตพฺพํ ภตฺตํ วิหารภตฺตํ. ธุรเคเหเยว ฐเปตฺวา ทาตพฺพํ ภตฺตํ ธุรภตฺตํ. คามวาสีอาทีหิ วาเรน ทาตพฺพํ ภตฺตํ วารภตฺตํ.
อถ ‘‘คหปติจีวรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ. คหเณ หิ สติ ปฏิกฺเขโป ยุชฺเชยฺย, น จ ปฐมโพธิยํ คหปติจีวรสฺส ปฏิคฺคหณํ อนุญฺญาตํ ปรโต ชีวกวตฺถุสฺมึ อนุญฺญาตตฺตา. เตเนว วกฺขติ ชีวกวตฺถุสฺมึ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๓๗) ‘‘ภควโต หิ พุทฺธภาวปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย ยาว อิทํ วตฺถํ, เอตฺถนฺตเร วีสติ วสฺสานิ น โกจิ คหปติจีวรํ สาทิยิ, สพฺเพ ปํสุกูลิกาว อเหสุ’’นฺติ. สุทินฺโน จ ปฐมโพธิยํเยว ปพฺพชิโต. เตเนว วกฺขติ ‘‘สุทินฺโน หิ ภควโต ทฺวาทสเม วสฺเส ปพฺพชิโต, วีสติเม วสฺเส ญาติกุลํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ, สยํ ปพฺพชฺชาย อฏฺฐวสฺสิโก หุตฺวา’’ติ. ตสฺมา ‘‘คหปติจีวรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา’’ติ กสฺมา วุตฺตนฺติ? วุจฺจเต – อนนุญฺญาเตปิ คหปติจีวเร ปํสุกูลิกงฺคสมาทานวเสน คหปติจีวรํ ปฏิกฺขิตฺตํ นาม โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘คหปติจีวรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา’’ติ.
โลลุปฺปจารํ ปฏิกฺขิปิตฺวาติ กุสลภณฺฑสฺส ภุสํ วิลุมฺปนฏฺเฐน โลลุปฺปํ วุจฺจติ ตณฺหา, โลลุปฺเปน จรณํ โลลุปฺปจาโร, ตณฺหาวเสน ฆรปฏิปาฏึ อติกฺกมิตฺวา ภิกฺขาย จรณํ, ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ฆรปฏิปาฏิยา ภิกฺขาย ปวิสตี’’ติ. เอตฺถ จ อารญฺญิกงฺคาทิปธานงฺควเสน เสสธุตงฺคานิปิ คหิตาเนว โหนฺตีติ เวทิตพฺพํ. วชฺชีนนฺติ ราชาโน อเปกฺขิตฺวา สามิวจนํ กตํ, วชฺชีราชูนนฺติ อตฺโถ. ชนปท-สทฺทสฺส ตํนิวาสีสุปิ ปวตฺตนโต ‘‘วชฺชีสู’’ติ ชนปทาเปกฺขํ ภุมฺมวจนํ, วชฺชินามเก ชนปเทติ อตฺโถ.
อุปโภคปริโภคูปกรณมหนฺตตายาติ ปญฺจกามคุณสงฺขาตานํ อุปโภคานญฺเจว หตฺถิอสฺสรถอิตฺถิยาทิอุปโภคูปกรณานญฺจ มหนฺตตาย. อุปโภคูปกรณาเนว หิ อิธ ปริโภคูปกรณสทฺเทน วุตฺตานิ. เตเนวาห ‘‘เย หิ เตสํ อุปโภคา, ยานิ จ อุปโภคูปกรณานิ, ตานิ มหนฺตานี’’ติ. ‘‘อุปโภคา หตฺถิอสฺสรถอิตฺถีอาทโย, อุปโภคูปกรณานิ เตสเมว สุวณฺณาทิอุปกรณานี’’ติปิ วทนฺติ. สารกานีติ สารภูตานิ. นิเธตฺวาติ นิทหิตฺวา, นิธานํ กตฺวาติ อตฺโถ. ทิวสปริพฺพยสงฺขาตโภคมหนฺตตายาติ ทิวเส ทิวเส ปริภุญฺชิตพฺพสงฺขาตโภคานํ มหนฺตตาย. ชาตรูปรชตสฺเสว ปหูตตายาติ ปิณฺฑปิณฺฑวเสน เจว สุวณฺณมาสกรชตมาสกาทิวเสน จ ชาตรูปรชตสฺเสว ปหูตตาย. วิตฺตีติ ตุฏฺฐิ, วิตฺติยา อุปกรณํ วิตฺตูปกรณํ, ปหูตํ นานาวิธาลงฺการภูตํ วิตฺตูปกรณเมเตสนฺติ ปหูตวิตฺตูปกรณา. เตนาห ‘‘อลงฺการภูตสฺสา’’ติอาทิ. โวหารวเสนาติ วณิชฺชาวเสน วฑฺฒิกตาทิวเสน. ธนธญฺญสฺส ปหูตตายาติ สตฺตรตนสงฺขาตสฺส ธนสฺส สพฺพปุพฺพณฺณาปรณฺณสงฺคหิตสฺส ธญฺญสฺส จ ปหูตตายาติ อตฺโถ. ตตฺถ ‘‘สุวณฺณรชตมณิมุตฺตาเวฬุริยวชิรปวาฬานิ สตฺต รตนานี’’ติ วทนฺติ. สาลิวีหิอาทิ ปุพฺพณฺณํ ปุรกฺขตํ สสฺสผลนฺติ กตฺวา, ตพฺพิปริยายโต มุคฺคมาสาทิ อปรณฺณนฺติ เวทิตพฺพํ. อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาติกตฺตาติ เสสธุตงฺคปริวาริเตน อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาตธุตงฺเคน สมนฺนาคตตฺตา. เตนาห ‘‘สปทานจารํ จริตุกาโม’’ติ.
๓๑. อนฺโตชาตตาย วา ญาติสทิสี ทาสีติ ญาติทาสี. ปูติภาเวเนว ลกฺขิตพฺพโทโส วา อาภิโทสิโก, อภิโทสํ วา ปจฺจูสกาลํ คโต ปตฺโต อติกฺกนฺโตติ อาภิโทสิโก. เตนาห ‘‘เอกรตฺตาติกฺกนฺตสฺส วา’’ติอาทิ. ปูติภูตภาเวน ปริโภคํ นารหตีติ อปริโภคารโห. ฉฑฺฑนียสภาเว นิจฺฉิเตปิ ปุจฺฉากาเล สนฺเทหโวหารวเสเนว ปุจฺฉิตุํ ยุตฺตนฺติ อาห ‘‘สเจ’’ติ. อริยโวหาเรนาติ อริยสมุทาจาเรน. อริยา หิ มาตุคามํ ภคินิวาเทน สมุทาจรนฺติ. นิสฺสฏฺฐปริคฺคหนฺติ ปริจฺจตฺตาลยํ.
‘‘อากิรา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘วิญฺญตฺติ วา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘สเจ ตํ ฉฑฺฑนียธมฺม’’นฺติ ปริยายํ อมุญฺจิตฺวา วุตฺตตฺตา ‘‘ปยุตฺตวาจา วา’’ติ วุตฺตํ, ปจฺจยปฏิสํยุตฺตา วาจา ปยุตฺตวาจา. วตฺตุํ วฏฺฏตีติ นิรเปกฺขภาวโต วุตฺตํ, อิธ ปน วิเสสโต อปริโภคารหตฺตาว วตฺถุโน. อคฺคอริยวํสิโกติ อริยวํสปฏิปตฺติปูรกานํ อคฺโค อุตฺตโม. นิมียติ สญฺญายตีติ นิมิตฺตํ, ยถาสลฺลกฺขิโต อากาโรติ อาห ‘‘คิหิกาเล สลฺลกฺขิตปุพฺพํ อาการ’’นฺติ. หตฺถปิฏฺฐิอาทีนิ โอโลกยมานา ‘‘สามิปุตฺตสฺส เม สุทินฺนสฺส วิย สุวณฺณกจฺฉปปิฏฺฐิสทิสา อิมา หตฺถปาทปิฏฺฐิโย, หริตาลวฏฺฏิโย วิย สุวฏฺฏิตา องฺคุลิโย, มธุโร สโร’’ติ คิหิกาเล สลฺลกฺขิตปุพฺพํ อาการํ อคฺคเหสิ สญฺชานิ สลฺลกฺเขสิ. กสฺมา ปน สา ญาติทาสี ทิสฺวาว น สญฺชานีติ อาห ‘‘สุทินฺโน หี’’ติอาทิ. ปพฺพชฺชุปคเตนาติ ปพฺพชฺชํ อุปคเตน, ปพฺพชิเตนาติ อตฺโถ. ฆรํ ปวิสิตฺวาติ เคหสามินิยา นิสีทิตพฺพฏฺฐานภูตํ อนฺโตเคหํ ปวิสิตฺวา. ยคฺเฆติ อิมสฺส อาโรจยามีติ อยมตฺโถติ อาห ‘‘อาโรจนตฺเถ นิปาโต’’ติ. ‘‘ยคฺเฆ ชาเนยฺยาสีติ สุฏฺฐุ ชาเนยฺยาสี’’ติปิ อตฺถํ วทนฺติ. อาลปเนติ ทาสิชนสฺส อาลปเน. เตนาห ‘‘เอวญฺหี’’ติอาทิ.
๓๒. ฆเรสุ สาลา โหนฺตีติ ฆเรสุ เอกมนฺเต โภชนสาลา โหนฺติ ปาการปริกฺขิตฺตา สุสํวิหิตทฺวารพนฺธา สุสมฺมฏฺฐวาลิกงฺคณา. อุทกกญฺชิยนฺติ อุทกญฺจ กญฺชิยญฺจ. กสฺมา ปน อีทิสายเมว สาลาย อญฺญตรํ กุฏฺฏมูลนฺติ อยมตฺโถ วุตฺโตติ อาห ‘‘น หิ ปพฺพชิตา’’ติอาทิ. อสารุปฺเป ฐาเนติ ภิกฺขูนํ อนนุจฺฉวิเก ปเทเส. อตฺถิ นุ โขติ นุ-สทฺโท ปุจฺฉนตฺเถ, โข-สทฺโท วจนสิลิฏฺฐตาย วุตฺโต. นุโขติ วา นิปาตสมุทาโย ปุจฺฉนตฺโถ. เตน นาม-สทฺทสฺส ปุจฺฉนตฺถตํ ทสฺเสติ. เยสํ โน ตฺวนฺติ เยสํ โน ปุตฺโต ตฺวํ. อีทิเส ฐาเนติ กิญฺจาปิ ตํ ฐานํ ภิกฺขูนํ อนนุรูปํ น โหติ, ตถาปิ มาทิสานํ มหาโภคกุลานํ ปุตฺตสฺส ปรกุเล อาสนสาลายํ นิสีทิตฺวา โภชนํ นาม อยุตฺตรูปนฺติ มญฺญมาโน อาห. เตเนวาห ‘‘นนุ นาม, ตาต สุทินฺน, สกํ เคหํ คนฺตพฺพ’’นฺติ. อญฺเญนปิ ปกาเรน นามสทฺทสฺส ปุจฺฉนตฺถตเมว ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตถา อตฺถิ นุ โข ตาตา’’ติอาทิ. ตถาติ สมุจฺจยตฺโถ. อิทานิ นามสทฺทสฺส มญฺญนตฺถตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตถา อตฺถิ มญฺเญ’’ติอาทิ.
ทุกฺขาภิตุนฺนตายาติ มานสิเกน ทุกฺเขน อภิปีฬิตตฺตา. เอตมตฺถนฺติ ‘‘อตฺถิ นุ โข, ตาต สุทินฺน, อมฺหากํ ธน’’นฺติอาทินา ยถาวุตฺตมตฺถํ. อโนกปฺปนามริสนตฺถวเสนาติ เอตฺถ อโนกปฺปนํ อสทฺทหนํ. อมริสนํ อสหนํ. อนาคตวจนํ อนาคตสทฺทปฺปโยโค, อตฺโถ ปน วตฺตมานกาลิโกว. เตนาห ‘‘ปจฺจกฺขมฺปี’’ติ. น มริสยามีติ น วิสหามิ. ตํ น สุนฺทรนฺติ ‘‘ตทาย’’นฺติ ปาฐํ สนฺธายาห. อลํ, คหปติ, กตํ เม อชฺช ภตฺตกิจฺจนฺติ เถโร อุกฺกฏฺฐเอกาสนิกตาย ปฏิกฺขิปนฺโต เอวมาห. อุกฺกฏฺฐเอกาสนิกตายาติ จ อิทํ ภูตกถนวเสน วุตฺตํ เถรสฺส ตถาภาวทีปนตฺถํ. มุทุกสฺสปิ หิ เอกาสนิกสฺส ยาย นิสชฺชาย กิญฺจิมตฺตมฺปิ โภชนํ ภุตฺตํ, วตฺตสีเสนปิ ตโต วุฏฺฐิตสฺส ปุน ภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. เตนาห ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโร ‘‘อาสนํ วา รกฺเขยฺย โภชนํ วา’’ติ. อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาติโกปิ สมาโนติ นิทสฺสนมตฺตมิทํ, เถโร สปทานจาริเกสุปิ อุกฺกฏฺโฐเยว. อุกฺกฏฺฐสปทานจาริโกปิ หิ ปุรโต จ ปจฺฉโต จ อาหฏภิกฺขมฺปิ อคฺคเหตฺวาว ฆรทฺวาเร ฐตฺวา ปตฺตวิสฺสชฺชนเมว กโรติ, ตสฺมา เถโร อุกฺกฏฺฐสปทานจาริกตฺตาปิ สฺวาตนาย ภิกฺขํ นาธิวาเสติ. อถ กสฺมา ‘‘อธิวาเสสี’’ติ อาห ‘‘สเจ เอกภตฺตมฺปิ น คเหสฺสามี’’ติอาทิ. ปณฺฑิตา หิ มาตาปิตูนํ อาจริยุปชฺฌายานํ วา กาตพฺพํ อนุคฺคหํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ธุตงฺควิสุทฺธิกา น ภวนฺติ.
๓๓. มชฺฌิมปฺปมาโณติ จตุหตฺโถ ปุริโส มชฺฌิมปฺปมาโณ. ‘‘ฉหตฺโถ’’ติปิ เกจิ. ติโร กโรนฺติ เอตายาติ ติโรกรณีติ สาณิปาการวจโน อยํ ติโรกรณี-สทฺโทติ อาห ‘‘ติโรกรณิยนฺติ กรณตฺเถ ภุมฺม’’นฺติ. ‘‘ติโรกรณิยา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ติโรกรณิย’’นฺติ กรณตฺเถ ภุมฺมํ วุตฺตํ. ติโรกรณีย-สทฺโท วา อยํ สาณิปาการปริยาโยติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อถ วา’’ติอาทิ. ตํ ปริกฺขิปิตฺวาติ ตํ สมนฺตโต ขิปิตฺวา, ปริโต พนฺธิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘สมนฺตโต กตฺวา’’ติ. วิภตฺติปติรูปโกปิ นิปาโต โหตีติ อาห ‘‘เตนาติ อยมฺปิ วา’’ติอาทิ.
๓๔. ‘‘อถ โข อายสฺมโต สุทินฺนสฺส ปิตา สเก นิเวสเน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา อายสฺมโต สุทินฺนสฺส กาลํ อาโรเจสิ – ‘กาโล, ตาต สุทินฺน, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’นฺติ’’ เอวํ กาลาโรจนสฺส ปาฬิยํ อนารุฬฺหตฺตา อาห – ‘‘กิญฺจาปิ ปาฬิยํ กาลาโรจนํ น วุตฺต’’นฺติ. อาโรจิเตเยว กาเลติ ‘‘กาโล, ตาต สุทินฺน, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ กาเล อาโรจิเตเยว. เทฺว ปุญฺเชติ กหาปณปุญฺชญฺจ สุวณฺณปุญฺชญฺจ.
เปตฺติกนฺติ ปิติโต อาคตํ เปตฺติกํ. นิหิตนฺติ ภูมิคตํ. ปยุตฺตนฺติ วฑฺฒิวเสน ปโยชิตํ. ตทฺธิตโลปํ กตฺวา เวทิตพฺพนฺติ ยถา อญฺญตฺถาปิ ‘‘ปิตามหํ ธนํ ลทฺธา, สุขํ ชีวติ สญฺชโย’’ติ วุตฺตํ, เอวํ ตทฺธิตโลปํ กตฺวา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปิตามหโต อาคตํ, ปิตามหสฺส วา อิทํ เปตามหํ. ปพฺพชิตลิงฺคนฺติ สมณเวสํ. น ราชภีโตติ อปราธการณา น ราชกุลา ภีโต. เยสํ สนฺตกํ ธนํ คหิตํ, เต อิณายิกา. ปลิพุทฺโธ ปีฬิโต.
วิภตฺติปติรูปโกติ ‘‘เตนา’’ติ ปทํ สนฺธายาห. ตํนิทานนฺติ ตํ ธนํ นิทานํ การณมสฺสาติ ตํนิทานํ. อสฺสาติ ปจฺจตฺตวจนสฺส, ปทสฺส วา. ภยนฺติ จิตฺตสฺส อุตฺรสฺตากาเรน ปวตฺตภยํ อธิปฺเปตํ, น ญาณภยํ, นาปิ ‘‘ภายติ เอตสฺมา’’ติ เอวํ วุตฺตํ อารมฺมณภยนฺติ อาห ‘‘จิตฺตุตฺราโสติ อตฺโถ’’ติ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ เตเนว จิตฺตุตฺราสภเยน สกลสรีรสฺส ฉมฺภิตภาโว. วิเสสโต ปน หทยมํสจลนนฺติ อาห ‘‘กายกมฺโป หทยมํสจลน’’นฺติ. โลมหํโสติ เตน ภเยน เตน ฉมฺภิตตฺเตน สกลสรีรโลมานํ หฏฺฐภาโว, โส ปน เนสํ ภิตฺติยํ นาคทนฺตานํ วิย อุทฺธํมุขตาติ อาห ‘‘โลมานํ หํสนํ อุทฺธคฺคภาโว’’ติ.
๓๕. อตฺตนาติ ปจฺจตฺเต กรณวจนํ, สยนฺติ อตฺโถ. เทวจฺฉรานนฺติ อนจฺจนฺติโย สนฺธายาห. เทวนาฏกานนฺติ นจฺจนฺติโย, ปริยายวจนํ วา เอตํ เทวกญฺญานํ. สมุปฺปนฺนพลวโสกา หุตฺวาติ อยํ โลโก นาม อตฺตานํว จินฺเตติ, ตสฺมา สาปิ ‘‘อิทานิ อหํ อนาถา ชาตา’’ติ อตฺตานํว จินฺตยมานา ‘‘อยํ อชฺช อาคมิสฺสติ, อชฺช อาคมิสฺสตี’’ติ อฏฺฐ วสฺสานิ พหิ น นิกฺขนฺตา เอตํ นิสฺสาย มยา ทารโกปิ น ลทฺโธ, ยสฺส อานุภาเวน ชีเวยฺยามิ, อิโต จามฺหิ ปริหีนา อญฺญโต จาติ สมุปฺปนฺนพลวโสกา หุตฺวา. กุลรุกฺขปติฏฺฐาปเน พีชสทิสตฺตา กุลวํสปฺปติฏฺฐาปโก ปุตฺโต อิธ พีชโกติ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘กุลวํสพีชกํ เอกํ ปุตฺต’’นฺติ. สํ นาม ธนํ, ตสฺส ปตีติ สํปติ, ธนวา วิภวสมฺปนฺโน. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกหิตาวหตฺตา ตสฺส หิตนฺติ สาปเตยฺยํ, ตเทว ธนํ วิภโวติ อาห – ‘‘อิมํ สาปเตยฺยํ เอวํ มหนฺตํ อมฺหากํ วิภว’’นฺติ.
๓๖. อิตฺถีนํ กุมารีภาวปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย ปจฺฉิมวยโต โอรํ อสติ วิพนฺเธ อฏฺฐเม อฏฺฐเม สตฺตาเห คพฺภาสยสญฺญิเต ตติเย อาวตฺเต กติปยา โลหิตปีฬกา สณฺฐหิตฺวา อคฺคหิตปุพฺพา เอว ภิชฺชนฺติ, ตโต โลหิตํ ปคฺฆรติ, ตตฺถ อุตุสมญฺญา ปุปฺผสมญฺญา จาติ อาห – ‘‘ปุปฺผนฺติ อุตุกาเล อุปฺปนฺนโลหิตสฺส นาม’’นฺติ. คพฺภปติฏฺฐานฏฺฐาเนติ ยสฺมึ โอกาเส ทารโก นิพฺพตฺตติ, ตสฺมึ ปเทเส. สณฺฐหิตฺวาติ นิพฺพตฺติตฺวา. ภิชฺชนฺตีติ อคฺคหิตปุพฺพา เอว ภิชฺชนฺติ. อยญฺหิ ตาสํ สภาโว. โทเสนาติ โลหิตมเลน. สุทฺเธ วตฺถุมฺหีติ ปคฺฆริตโลหิตตฺตา อนามยตฺตา จ นหานโต ปรํ จตุตฺถทิวสโต ปฏฺฐาย สุทฺเธ คพฺภาสเย. สุทฺเธ ปน วตฺถุมฺหิ มาตาปิตูสุ เอกวารํ สนฺนิปติเตสุ ยาว สตฺต ทิวสานิ เขตฺตเมว โหติ คพฺภสณฺฐหนสฺส ปริตฺตสฺส โลหิตเลปสฺส วิชฺชมานตฺตา. เกจิ ปน ‘‘อฑฺฒมาสมตฺตมฺปิ เขตฺตเมวา’’ติ วทนฺติ. พาหายนฺติ อธิกรเณ ภุมฺมนฺติ อาห ‘‘ปุราณทุติยิกาย ยา พาหา, ตตฺร นํ คเหตฺวา’’ติ. อุปโยคตฺเถ ภุมฺมวจนมฺปิ ยุชฺชติเยว ยถา ‘‘สุทินฺนสฺส ปาเทสุ คเหตฺวา’’ติ.
ปุพฺเพปิ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานํ สพฺภาวโต อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ ปาราชิกํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘ปฐมปาราชิกสิกฺขาปเท อฏฺฐปิเต’’ติ. วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวนฺโต อาห – ‘‘ภควโต กิร ปฐมโพธิย’’นฺติอาทิ. เอวรูปนฺติ ปาราชิกปญฺญตฺติยา อนุรูปํ. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ, สงฺฆาทิเสสปญฺญตฺติยา อนุรูปมฺปิ อชฺฌาจารํ นากํสุเยว. เตเนวาห – ‘‘อวเสเส ปญฺจ ขุทฺทกาปตฺติกฺขนฺเธ เอว ปญฺญเปสี’’ติ. อิทญฺจ ถุลฺลจฺจยาทีนํ ปญฺจนฺนํ ลหุกาปตฺติกฺขนฺธานํ สพฺภาวมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปญฺจาปตฺติกฺขนฺธานํ อนวเสสโต ปญฺญตฺตตฺตาว. ปฐมโพธิยํ ปญฺจนฺนํ ลหุกาปตฺตีนํ สพฺภาววจเนเนว ธมฺมเสนาปติสฺส สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนา วิเสสโต ครุกาปตฺติปญฺญตฺติยา ปาติโมกฺขุทฺเทสสฺส จ เหตุภูตาติ ทฏฺฐพฺพา. เกจิ ปน ‘‘ตสฺมึ ตสฺมึ ปน วตฺถุสฺมึ อวเสสปญฺจขุทฺทกาปตฺติกฺขนฺเธ เอว ปญฺญเปสีติ อิทํ ทฺวาทสเม วสฺเส เวรญฺชายํ วุตฺถวสฺเสน ภควตา ตโต ปฏฺฐาย อฏฺฐวสฺสพฺภนฺตเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ ตโต ปุพฺเพปิ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา สพฺภาวโต. เตเนว เวรญฺชกณฺเฑ ‘‘เอกภิกฺขุนาปิ รตฺติจฺเฉโท วา ปจฺฉิมิกาย ตตฺถ วสฺสํ อุปคจฺฉามาติ วสฺสจฺเฉโท วา น กโต’’ติ จ ‘‘สามมฺปิ ปจนํ สมณสารุปฺปํ น โหติ, น จ วฏฺฏตี’’ติ จ วุตฺตํ. อาราธยึสูติ จิตฺตํ คณฺหึสุ, อชฺฌาสยํ ปูรยึสุ, หทยคาหินึ ปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชึสูติ อตฺโถ. เอกํ สมยนฺติ เอกสฺมึ สมเย, ปฐมโพธิยนฺติ อตฺโถ.
ยํ อาทีนวนฺติ สมฺพนฺโธ. สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺโตติ ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺโต. อาทีนวํ ทสฺเสสฺสตีติ ‘‘วรํ เต, โมฆปุริส, อาสีวิสสฺส โฆรวิสสฺส มุเข องฺคชาตํ ปกฺขิตฺตํ, น เตฺวว มาตุคามสฺส องฺคชาเต องฺคชาตํ ปกฺขิตฺต’’นฺติอาทินา ยํ อาทีนวํ ทสฺเสสฺสติ. อภิวิญฺญาเปสีติ อิมสฺส ‘‘ปวตฺเตสี’’ติ อยมตฺโถ กถํ ลทฺโธติ อาห ‘‘ปวตฺตนาปิ หี’’ติอาทิ. กายวิญฺญตฺติโจปนโตติ กายวิญฺญตฺติวเสน ปวตฺตจลนโต. กสฺมา ปเนส เมถุนธมฺเมน อนตฺถิโกปิ สมาโน ติกฺขตฺตุํ อภิวิญฺญาเปสีติ อาห – ‘‘ติกฺขตฺตุํ อภิวิญฺญาปนญฺเจสา’’ติอาทิ. ตตฺถ ติกฺขตฺตุํ อภิวิญฺญาปนนฺติ มุตฺติปาปนวเสน ตีสุ วาเรสุ เมถุนธมฺมสฺส ปวตฺตนํ.
สพฺเพสมฺปิ ปทานํ อวธารณผลตฺตา วินาปิ เอวการํ อวธารณตฺโถ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘เตเนว อชฺฌาจาเรนา’’ติ. อฏฺฐ หิ คพฺภการณานิ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เมถุนโจฬคฺคหณํ, ตนุสํสคฺโค จ นาภิอามสนํ;
ปานํ ทสฺสนสวนํ, ฆายนมิติ คพฺภเหตโว อฏฺฐา’’ติ.
อิทานิ อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสตุกาโม อาห – ‘‘กึ ปน อญฺญถาปิ คพฺภคฺคหณํ โหตี’’ติอาทิ. นนุ จ นาภิปรามสนมฺปิ กายสํสคฺโคเยว, กสฺมา นํ วิสุํ วุตฺตนฺติ? อุภเยสํ ฉนฺทราควเสน กายสํสคฺโค วุตฺโต, อิตฺถิยา ฉนฺทราควเสน นาภิปรามสนํ, วตฺถุวเสน วา ตํ วิสุํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. กถํ ปน กายสํสคฺเคน คพฺภคฺคหณํ โหติ, กถญฺจ ตตฺถ สุกฺกโสณิตสฺส สมฺภโวติ อาห ‘‘อิตฺถิโย หี’’ติอาทิ. ฉนฺทราคุปฺปตฺติวเสน อิตฺถิยา สุกฺกโกฏฺฐาโส จลิโต โหติ, โสปิ คพฺภสณฺฐานสฺส ปจฺจโย โหตีติ อธิปฺปาโย. อิตฺถิสนฺตาเนปิ หิ รสาทิสตฺตธาตุโย ลพฺภนฺติเยว. เตนาห – ‘‘องฺคปจฺจงฺคปรามสนํ สาทิยนฺติโยปิ คพฺภํ คณฺหนฺตี’’ติ. คณฺฐิปเทสุ ปน ‘‘กายสํสคฺคาทินา สตฺตปฺปกาเรน คพฺภคฺคหเณ ปิตุ สุกฺกโกฏฺฐาสํ วินา ฉนฺทราควเสน มาตุ วิการปฺปตฺตํ โลหิตเมว คพฺภสณฺฐานสฺส ปจฺจโย โหตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ยสฺส องฺคปจฺจงฺคปรามสนํ สาทิยิตฺวา มาตา ปุตฺตํ ปฏิลภติ, สเจ โส อปเรน สมเยน ปริปุณฺณินฺทฺริโย หุตฺวา ตาทิสํ ปิตรํ มนุสฺสชาติกํ ชีวิตา โวโรเปติ, ปิตุฆาตโกว โหตี’’ติ วทนฺติ.
ตํ อสุจึ เอกเทสํ มุเขน อคฺคเหสีติ ปุราณจีวรํ โธวนฺตี ตตฺถ ยํ อสุจึ อทฺทส, ตํ อสุจึ เอกเทสํ ปิวิ. ‘‘วฏฺฏติ ตุมฺหากํ เมถุนธมฺโม’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘กปฺปตุ วา มา วา กปฺปตุ, มยํ เตน อนตฺถิกา’’ติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนตฺถิกา มยํ เอเตนา’’ติ. กิญฺจาปิ นาภิปรามสเน เมถุนราโค นตฺถิ, ตถาปิ นาภิปรามสนกาเล ผสฺสสาทิยนวเสน อสฺสาทมตฺตํ ตสฺสา อโหสีติ คเหตพฺพํ, อญฺญถา คพฺภสณฺฐหนํ น สิยา. ทิฏฺฐมงฺคลิกาย นาภิปรามสเนน มณฺฑพฺยสฺส นิพฺพตฺติ อโหสิ, จณฺฑปชฺโชตมาตุ นาภิยํ วิจฺฉิกา ผริตฺวา คตา, เตน จณฺฑปชฺโชตสฺส นิพฺพตฺติ อโหสีติ อาห ‘‘เอเตเนว นเยนา’’ติอาทิ. ปุริสํ อุปนิชฺฌายตีติ วาตปานาทินา ทิสฺวา วา ทิฏฺฐปุพฺพํ วา ปุริสํ อุปนิชฺฌายติ. ราโชโรธา วิยาติ สีหฬทีเป กิร เอกิสฺสา อิตฺถิยา ตถา อโหสิ, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ.
อิธาติ อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ. อยนฺติ สุทินฺนสฺส ปุราณทุติยิกา. ยํ สนฺธายาติ ยํ อชฺฌาจารํ สนฺธาย. สุกฺกํ สนฺธาย ‘‘มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ, มาตา จ อุตุนี โหตีติ โลหิตํ สนฺธาย. ตตฺถ สนฺนิปติตา โหนฺตีติ อสทฺธมฺมวเสน เอกสฺมึ ฐาเน สมาคตา สงฺคตา โหนฺติ. มาตา จ อุตุนี โหตีติ อิทํ อุตุสมยํ สนฺธาย วุตฺตํ, น โลกสมญฺญากรชสฺส ลคฺคนทิวสมตฺตํ. คนฺธพฺโพติ ตตฺรูปคสตฺโต, คนฺตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ต-การสฺส ธ-กาโร กโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา คนฺธนโต อุปฺปชฺชนคติยา นิมิตฺตุปฏฺฐาเนน สูจนโต ทีปนโต คนฺโธติ ลทฺธนาเมน ภวคามิกมฺมุนา อพฺพติ ปวตฺตตีติ คนฺธพฺโพ, ตตฺถ อุปฺปชฺชนกสตฺโต. ปจฺจุปฏฺฐิโต โหตีติ อุปคโต โหติ. เอตฺถ จ น มาตาปิตูนํ สนฺนิปาตํ โอโลกยมาโน สมีเป ฐิโต นาม โหติ, กมฺมยนฺตยนฺติโต ปน เอโก สตฺโต ตสฺมึ โอกาเส นิพฺพตฺตนโก ปุริมชาติยํ ฐิโตเยว คตินิมิตฺตาทิอารมฺมณกรณวเสน อุปปตฺตาภิมุโข โหตีติ อธิปฺปาโย.
สนฺนิปาตาติ สโมธาเนน สมาคเมน. คพฺภสฺสาติ คพฺเภ นิพฺพตฺตนกสตฺตสฺส. คพฺเภ นิพฺพตฺตนกสตฺโตปิ หิ คพฺโภติ วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘ยถา โข ปนานนฺท, อญฺญา อิตฺถิกา นว วา ทส วา มาเส คพฺภํ กุจฺฉินา ปริหริตฺวา วิชายนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๐๕). กตฺถจิ ปน คพฺโภติ มาตุกุจฺฉิ วุตฺโต. ยถาห –
‘‘ยเมกรตฺตึ ปฐมํ, คพฺเภ วสติ มาณโว;
อพฺภุฏฺฐิโตว โส ยาติ, ส คจฺฉํ น นิวตฺตตี’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๓๖๓); –
เอตฺถ จ คพฺภติ อตฺตภาวภาเวน ปวตฺตตีติ คพฺโภ, กลลาทิอวตฺโถ ธมฺมปฺปพนฺโธ, ตํนิสฺสิตตฺตา ปน สตฺตสนฺตาโน ‘‘คพฺโภ’’ติ วุตฺโต ยถา ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติ. ตํนิสฺสยภาวโต มาตุกุจฺฉิ ‘‘คพฺโภ’’ติ เวทิตพฺโพ. คพฺโภ วิยาติ วา. ยถา หิ นิวาสฏฺฐานตาย สตฺตานํ โอวรโก ‘‘คพฺโภ’’ติ วุจฺจติ, เอวํ คพฺภเสยฺยกานํ สตฺตานํ ยาว อภิชาติ นิวาสฏฺฐานตาย มาตุกุจฺฉิ ‘‘คพฺโภ’’ติ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. อวกฺกนฺติ โหตีติ นิพฺพตฺติ โหติ.
อารกฺขเทวตาติ ตสฺส อารกฺขตฺถาย ฐิตา เทวตา. อสฺส ตํ อชฺฌาจารนฺติ สมฺพนฺโธ. ตถา นิจฺฉาเรสุนฺติ ตถา มหนฺตํ สทฺทํ กตฺวา นิจฺฉาเรสุํ. กิญฺจาปิ อิธ ปาฬิยํ อากาสฏฺฐเทวตา วิสุํ น อาคตา, ตถาปิ สทฺทสฺส อนุสฺสาวเน อยมนุกฺกโมติ ทสฺเสตุํ จาตุมหาราชิกเทวตาโย ทฺวิธา กตฺวา อากาสฏฺฐเทวตา วิสุํ วุตฺตา. เตเนตฺถ อากาสฏฺฐกานํ วิสุํ คหิตตฺตา จาตุมหาราชิกาติ ปริภณฺฑปพฺพตฏฺฐกา เวทิตพฺพา. อิติหาติ นิปาตสมุทาโย เอวํสทฺทสฺส อตฺเถ ทฏฺฐพฺโพติ อาห ‘‘เอว’’นฺติ. ขเณน มุหุตฺเตนาติ ปททฺวยํ เววจนภาวโต สมานตฺถเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกโกลาหลมโหสีติ เทวพฺรหฺมโลเกสุ เอกโกลาหลมโหสิ. กิญฺจาปิ หิ โส สทฺโท ยาว พฺรหฺมโลกา อพฺภุคฺคจฺฉิ, ตถาปิ น โส มนุสฺสานํ วิสโย เตสํ รูปํ วิย, เตเนว ภิกฺขู ปุจฺฉึสุ – ‘‘กจฺจิ โน ตฺวํ, อาวุโส สุทินฺน, อนภิรโต’’ติ.
๓๗. ‘‘เอวํ มาตาปุตฺตานํ ปพฺพชฺชา สผลา อโหสิ, ปิตา ปน วิปฺปฏิสาราภิภูโต วิหาสี’’ติ วจนโต สุทินฺนสฺส ตสฺมึ อตฺตภาเว อรหตฺตาธิคโม นาโหสีติ วิญฺญายติ. เกจิ ปน ‘‘ปุพฺเพกตปุญฺญตาย โจทิยมานสฺส ภพฺพกุลปุตฺตสฺสาติ วุตฺตตฺตา สุทินฺโน ตํ กุกฺกุจฺจํ วิโนเทตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ, เตเนว ปพฺพชฺชา อนุญฺญาตา’’ติ วทนฺติ. ตํ ปาฬิยา อฏฺฐกถาย จ น สเมติ. ปุพฺเพกตปุญฺญตา จ อปฺปมาณํ ตาทิสสฺสปิ อนฺตรากตปาปกมฺมสฺส วเสน อชาตสตฺตุโน วิย อธิคมนฺตรายทสฺสนโต. กตากตานุโสจนลกฺขณํ กุกฺกุจฺจํ อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘อชฺฌาจารเหตุโก ปจฺฉานุตาโป’’ติ. กตํ อชฺฌาจารํ ปฏิจฺจ อนุโสจนวเสน วิรูปํ สรณํ จินฺตนํ วิปฺปฏิสาโรติ อาห ‘‘วิปฺปฏิสาโรติปิ ตสฺเสว นาม’’นฺติ. กุจฺฉิตํ กตํ กิริยาติ กุกตํ, กุกตเมว กุกฺกุจฺจนฺติ อาห ‘‘กุจฺฉิตกิริยาภาวโต กุกฺกุจฺจ’’นฺติ. ปริยาทินฺนมํสโลหิตตฺตาติ ปริกฺขีณมํสโลหิตตฺตา. อวิปฺผาริโกติ อุทฺเทสาทีสุ พฺยาปารรหิโต, อพฺยาวโฏติ อตฺโถ. วหจฺฉินฺโนติ ฉินฺนวโห, ภารวหเนน ฉินฺนกฺขนฺโธติ วุตฺตํ โหติ. ตํ ตํ จินฺตยีติ ‘‘ยทิ อหํ ตํ ปาปํ น กริสฺสํ, อิเม ภิกฺขู วิย ปริปุณฺณสีโล อสฺส’’นฺติอาทินา ตํ ตํ จินฺตยิ.
๓๘. เอวํภูตนฺติ กิสลูขาทิภาวปฺปตฺตํ. คณสงฺคณิกาปปญฺเจนาติ คเณ ชนสมาคเม สนฺนิปตนํ คณสงฺคณิกา, คณสงฺคณิกาเยว ปปญฺโจ คณสงฺคณิกาปปญฺโจ, เตน. ยสฺสาติ เย อสฺส. กถาผาสุกาติ วิสฺสาสิกภาเวเนว กถากรเณ ผาสุกา, สุเขน วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยา, สุขสมฺภาสาติ อตฺโถ. ปสาทสฺส ปมาณโต อูนาธิกตฺตํ สพฺพทา สพฺเพสํ นตฺถีติ อาห ‘‘ปสาทปติฏฺฐาโนกาสสฺส สมฺปุณฺณตฺตา’’ติ. ทานีติ อิมสฺมึ อตฺเถ เอตรหิ-สทฺโท อตฺถีติ อาห ‘‘ทานีติ นิปาโต’’ติ. โน-สทฺโทปิ นุ-สทฺโท วิย ปุจฺฉนตฺโถติ อาห ‘‘กจฺจิ นุ ตฺว’’นฺติ. ตเมว อนภิรตินฺติ เตหิ ภิกฺขูหิ ปุจฺฉิตํ ตเมว คิหิภาวปตฺถนาการํ อนภิรตึ. ‘‘ตเมวา’’ติ อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อธิกุสลาน’’นฺติอาทิ. อธิกุสลา ธมฺมา สมถวิปสฺสนาทโย. อตฺถีติ วิสยภาเวน จิตฺเต ปริวตฺตนํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปาปสฺส วตฺตมานตํ สนฺธาย, อตฺถิ วิสยภาเวน จิตฺเต ปริวตฺตตีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห – ‘‘นิจฺจกาลํ อภิมุขํ วิย เม ติฏฺฐตี’’ติ.
ยํ ตฺวนฺติ เอตฺถ ยนฺติ เหตุอตฺเถ นิปาโต, กรณตฺเถ วา ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘เยน ปาเปนา’’ติ. อเนกปริยาเยนาติ เอตฺถ ปริยาย-สทฺโท การณวจโนติ อาห ‘‘อเนกการเณนา’’ติ. วิราคตฺถายาติ ภวโภเคสุ วิรชฺชนตฺถาย. โน ราเคน รชฺชนตฺถายาติ ภวโภเคสุเยว ราเคน อรญฺชนตฺถาย. เตนาห ‘‘ภควตา หี’’ติอาทิ. เอส นโย สพฺพปเทสูติ อธิปฺปายิกมตฺตํ สพฺพปเทสุ อติทิสฺสติ. อิทํ ปเนตฺถ ปริยายวจนมตฺตนฺติ ‘‘วิสํโยคายา’’ติอาทีสุ สพฺพปเทสุ ‘‘กิเลเสหิ วิสํยุชฺชนตฺถายา’’ติอาทินา ปทตฺถวิภาวนวเสน วุตฺตปริยายวจนํ สนฺธาย วทติ. น สํยุชฺชนตฺถายาติ กิเลเสหิ น สํยุชฺชนตฺถาย. อคฺคหณตฺถายาติ กิเลเส อคฺคหณตฺถาย, ภวโภเค วา ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน อคฺคหณตฺถาย. น สงฺคหณตฺถายาติ เอตฺถาปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรนิพฺพานเมวาติ สงฺขาเรหิ นิกฺขนฺตํ วิวิตฺตํ, ตโตเยว โลกโต อุตฺติณฺณตฺตา โลกุตฺตรํ นิพฺพานํ. มทนิมฺมทนายาติ วาติ เอตฺถ อวุตฺตสมุจฺจยตฺเถน วา-สทฺเทน อาทิอตฺเถน อิติ-สทฺเทน วา ‘‘ปิปาสวินยายา’’ติอาทิ สพฺพํ สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตมาเนน อริยมคฺเคน ปหียมานา ราคมานมทาทโย ตํ ปตฺวา ปหียนฺติ นามาติ อาห ‘‘ยสฺมา ปน ตํ อาคมฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตํ อาคมฺมาติ นิพฺพานํ อาคมฺม ปฏิจฺจ อริยมคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจยภาวเหตุ. มานมทปุริสมทาทโยติ เอตฺถ ชาติอาทึ นิสฺสาย เสยฺยสฺส ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา อุปฺปชฺชนกมาโนเยว มทชนนฏฺเฐน มโทติ มานมโท. ปุริสมโท วุจฺจติ ปุริสมาโน, ‘‘อหํ ปุริโส’’ติ อุปฺปชฺชนกมาโน. ‘‘อสทฺธมฺมเสวนสมตฺถตํ นิสฺสาย ปวตฺโต มาโน, ราโค เอว วา ปุริสมโท’’ติ เกจิ. อาทิ-สทฺเทน พลมทโยพฺพนมทาทึ สงฺคณฺหาติ. มหาคณฺฐิปเท ปน มชฺฌิมคณฺฐิปเท จ ‘‘ปุริสมโท นาม สมฺภโว’’ติ วุตฺตํ, ตํ อิธ ยุตฺตํ วิย น ทิสฺสติ. น หิ ‘‘ภควตา สมฺภวสฺส วินาสาย ธมฺโม เทสิโต’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. นิมฺมทาติ วิคตมทภาวา. อิมเมว หิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อมทา’’ติ วุตฺตํ. มทา นิมฺมทียนฺติ เอตฺถ อมทภาวํ วินาสํ คจฺฉนฺตีติ มทนิมฺมทโน. เอส นโย เสสปเทสุปิ.
กามปิปาสาติ กามานํ ปาตุกมฺยตา, กามตณฺหาติ อตฺโถ. อาลียนฺติ อภิรมิตพฺพฏฺเฐน เสวียนฺตีติ อาลยา, ปญฺจ กามคุณาติ อาห ‘‘ปญฺจ กามคุณาลยา’’ติ. ปญฺจสุ หิ กามคุเณสุ ฉนฺทราคปฺปหาเนเนว ปญฺจ กามคุณาปิ ปหีนา นาม โหนฺติ, เตเนว ‘‘โย, ภิกฺขเว, รูเปสุ ฉนฺทราโค’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๓.๓๒๓) วุตฺตํ. ปญฺจกามคุเณสุ วา อาลยา ปญฺจกามคุณาลยา. อาลียนฺติ อลฺลียนฺติ อภิรมนวเสน เสวนฺตีติ อาลยาติ หิ ตณฺหาวิจริตานํ อธิวจนํ. เตภูมกวฏฺฏนฺติ ตีสุ ภูมีสุ กมฺมกิเลสวิปากา วฏฺฏนฏฺเฐน วฏฺฏํ. วิรชฺชตีติ ปลุชฺชติ. ‘‘วิรชฺชตีติ กามวินาโส วุตฺโต, นิรุชฺฌตีติ เอกปฺปหาเรน วินาโส’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. วิราโค นิโรโธติ สามญฺญโจทนายปิ ‘‘ตณฺหากฺขโย’’ติ อธิกตตฺตา ตณฺหาย เอว วิรชฺชนํ นิรุชฺฌนญฺจ วุตฺตํ.
จตสฺโส โยนิโยติ เอตฺถ โยนีติ ขนฺธโกฏฺฐาสสฺสปิ การณสฺสปิ ปสฺสาวมคฺคสฺสปิ นามํ. ‘‘จตสฺโส นาคโยนิโย (สํ. นิ. ๓.๓๔๒-๓๔๓) จตสฺโส สุปณฺณโยนิโย’’ติ เอตฺถ หิ ขนฺธโกฏฺฐาโส โยนิ นาม. ‘‘โยนิ เหสา ภูมิช ผลสฺส อธิคมายา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๒๖) เอตฺถ การณํ. ‘‘น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมิ, โยนิชํ มตฺติสมฺภว’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๔๕๗; ธ. ป. ๓๙๖) เอตฺถ ปสฺสาวมคฺโค. อิธ ปน ขนฺธโกฏฺฐาโส ‘‘โยนี’’ติ อธิปฺเปโต. ยวนฺติ ตาย สตฺตา อมิสฺสิตาปิ สมานชาติตาย มิสฺสิตา โหนฺตีติ โยนิ. สา ปน อตฺถโต อณฺฑาทิอุปฺปตฺติฏฺฐานวิสิฏฺโฐ ขนฺธานํ ภาคโส ปวตฺติวิเสโส, สา จ อณฺฑชชลาพุชสํเสทชโอปปาติกวเสน จตุพฺพิธา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘จตสฺโส โข อิมา, สาริปุตฺต, โยนิโย. กตมา จตสฺโส? อณฺฑชา โยนิ ชลาพุชา โยนิ สํเสทชา โยนิ โอปปาติกา โยนี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕๒).
ตตฺถ อณฺเฑ ชาตา อณฺฑชา. ชลาพุมฺหิ ชาตา ชลาพุชา. สํเสเท ชาตา สํเสทชา. วินา เอเตหิ การเณหิ อุปฺปติตฺวา วิย นิพฺพตฺตาติ โอปปาติกา. เอตฺถ จ เปตโลเก ติรจฺฉาเน มนุสฺเสสุ จ อณฺฑชาทโย จตสฺโสปิ โยนิโย สมฺภวนฺติ, มนุสฺเสสุ ปเนตฺถ เกจิเทว โอปปาติกา โหนฺติ มหาปทุมกุมาราทโย วิย. อณฺฑชาปิ โกนฺตปุตฺตา เทฺวภาติยเถรา วิย, สํเสทชาปิ ปทุมคพฺเภ นิพฺพตฺตโปกฺขรสาติพฺราหฺมณปทุมวตีเทวีอาทโย วิย เกจิเทว โหนฺติ, เยภุยฺเยน ปน มนุสฺสา ชลาพุชาว. เปเตสุปิ นิชฺฌามตณฺหิกเปตานํ นิจฺจทุกฺขาตุรตาย กามเสวนา นตฺถิ, ตสฺมา เต คพฺภเสยฺยกา น โหนฺติ. ชาลาวนฺตตาย น ตาสํ กุจฺฉิยํ คพฺโภ สณฺฐาติ, ตสฺมา เต โอปปาติกาเยว สํเสทชตายปิ อสมฺภวโต, อวเสสเปตา ปน จตุโยนิกาปิ โหนฺติ. ยถา จ เต, เอวํ ยกฺขาปิ สพฺพจตุปฺปทปกฺขิชาติทีฆชาติอาทโยปิ สพฺเพ จตุโยนิกาเยว. สพฺเพ เนรยิกา จ จตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย อุปริเทวา จ โอปปาติกาเยว, ภุมฺมเทวา ปน จตุโยนิกาว โหนฺติ. ตตฺถ เทวมนุสฺเสสุ สํเสทชโอปปาติกานํ อยํ วิเสโส – สํเสทชา มนฺทา ทหรา หุตฺวา นิพฺพตฺตนฺติ, โอปปาติกา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา หุตฺวา.
ปญฺจ คติโยติ เอตฺถ สุกตทุกฺกฏกมฺมวเสน คนฺตพฺพา อุปปชฺชิตพฺพาติ คติโย. ยถา หิ กมฺมภโว ปรมตฺถโต อสติปิ การเก ปจฺจยสามคฺคิยา สิทฺโธ, ตํสมงฺคินา สนฺตานลกฺขเณน สตฺเตน กโตติ โวหรียติ, เอวํ อุปปตฺติภวลกฺขณคติโย ปรมตฺถโต อสติปิ คมเก ตํตํกมฺมวเสน เยสํ ตานิ กมฺมานิ เตหิ คนฺตพฺพาติ โวหรียนฺติ. อปิจ คติคติ นิพฺพตฺติคติ อชฺฌาสยคติ วิภวคติ นิปฺผตฺติคตีติ พหุวิธา คติ นาม. ตตฺถ ‘‘ตํ คตึ เปจฺจ คจฺฉามี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๘๔) จ ‘‘ยสฺส คตึ น ชานนฺติ, เทวา คนฺธพฺพมานุสา’’ติ (ธ. ป. ๔๒๐; สุ. นิ. ๖๔๙) จ อยํ คติคติ นาม. ‘‘อิเมสํ โข ปนาหํ ภิกฺขูนํ สีลวนฺตานํ เนว ชานามิ อาคตึ วา คตึ วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๕๐๘) อยํ นิพฺพตฺติคติ นาม. ‘‘เอวมฺปิ โข เต อหํ พฺรเหฺม คติญฺจ ปชานามิ จุติญฺจ ปชานามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๕๐๓) อยํ อชฺฌาสยคติ นาม. ‘‘วิภโว คติ ธมฺมานํ, นิพฺพานํ อรหโต คตี’’ติ (ปริ. ๓๓๙) อยํ วิภวคติ นาม. ‘‘เทฺวเยว คติโย สมฺภวนฺติ อนญฺญา’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๕๘; ๒.๓๔; ๓.๒๐๐) อยํ นิปฺผตฺติคติ นาม. ตาสุ อิธ คติคติ อธิปฺเปตา, สา ปน นิรยติรจฺฉานโยนิเปตฺติวิสยมนอุสฺสเทวานํ วเสน ปญฺจวิธา โหติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปญฺจ โข อิมา, สาริปุตฺต, คติโย. กตมา ปญฺจ? นิรโย ติรจฺฉานโยนิ เปตฺติวิสโย มนุสฺสา เทวา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕๓).
ตตฺถ ยสฺส อุปฺปชฺชติ, ตํ พฺรูเหนฺโตเยว อุปฺปชฺชตีติ อโย, สุขํ. นตฺถิ เอตฺถ อโยติ นิรโย, ตโต เอว รมิตพฺพํ อสฺสาเทตพฺพํ ตตฺถ นตฺถีติ นิรติอตฺเถน นิรสฺสาทฏฺเฐน จ นิรโยติ วุจฺจติ. ติริยํ อญฺจิตาติ ติรจฺฉานา, เทวมนุสฺสาทโย วิย อุทฺธํ ทีฆา อหุตฺวา ติริยํ ทีฆาติ อตฺโถ. ปกฏฺฐโต สุขโต อยนํ อปคโม เปจฺจภาโว, ตํ เปจฺจภาวํ ปตฺตานํ วิสโยติ เปตฺติวิสโย, เปตโยนิ. มนสฺส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา, สติสูรภาวพฺรหฺมจริยโยคฺยตาทิคุณวเสน อุปจิตมานสตาย อุกฺกฏฺฐคุณจิตฺตตาย มนุสฺสาติ วุตฺตํ โหติ, อยํ ปนตฺโถ นิปฺปริยายโต ชมฺพุทีปวาสีวเสน เวทิตพฺโพ. ยถาห – ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ ชมฺพุทีปกา มนุสฺสา อุตฺตรกุรุเก จ มนุสฺเส อธิคฺคณฺหนฺติ เทเว จ ตาวตึเส. กตเมหิ ตีหิ? สูรา สติมนฺโต อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ (อ. นิ. ๙.๒๑). ตถา หิ พุทฺธา จ ภควนฺโต ปจฺเจกพุทฺธา อคฺคสาวกา มหาสาวกา จกฺกวตฺติโน อญฺเญ จ มหานุภาวา สตฺตา ตตฺเถว อุปฺปชฺชนฺติ, เตหิ สมานรูปาทิตาย ปน สทฺธึ ปริตฺตทีปวาสีหิ อิตรมหาทีปวาสิโนปิ มนุสฺสาเตฺวว ปญฺญายึสุ.
อปเร ปน ภณนฺติ ‘‘โลภาทีหิ อโลภาทีหิ จ สหิตสฺส มนสฺส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา. เย หิ สตฺตา มนุสฺสชาติกา, เตสุ วิเสสโต โลภาทโย อโลภาทโย จ อุสฺสนฺนา. เต โลภาทิอุสฺสนฺนตาย อปายมคฺคํ, อโลภาทิอุสฺสนฺนตาย สุคติมคฺคํ นิพฺพานคามิมคฺคญฺจ ปริปูเรนฺติ, ตสฺมา โลภาทีหิ อโลภาทีหิ จ สหิตสฺส มนสฺส อุสฺสนฺนตาย ปริตฺตทีปวาสีหิ สทฺธึ จตุมหาทีปวาสิโน สตฺตวิเสสา มนุสฺสาติ วุจฺจนฺตี’’ติ. โลกิยา ปน ‘‘มนุโน อปจฺจภาเวน มนุสฺสา’’ติ วทนฺติ. มนุ นาม ปฐมกปฺปิโก โลกมริยาทาย อาทิภูโต สตฺตานํ หิตาหิตวิธายโก กตฺตพฺพากตฺตพฺพตาวเสน ปิตุฏฺฐานิโย, โย สาสเน มหาสมฺมโตติ วุจฺจติ อมฺหากํ โพธิสตฺโต, ปจฺจกฺขโต ปรมฺปราย จ ตสฺส โอวาทานุสาสนิยํ ฐิตา สตฺตา ปุตฺตสทิสตาย ‘‘มนุสฺสา, มานุสา’’ติ จ วุจฺจนฺติ. ตโต เอว หิ เต ‘‘มานวา มนุชา’’ติ จ โวหรียนฺติ.
ปญฺจหิ กามคุเณหิ อตฺตโน อตฺตโน เทวานุภาวสงฺขาเตหิ อิทฺธิวิเสเสหิ จ ทิพฺพนฺติ กีฬนฺติ ลฬนฺติ โชตนฺตีติ เทวา. ตตฺถ กามเทวา กามคุเณหิ เจว อิทฺธิวิเสเสหิ จ, อิตเร อิทฺธิวิเสเสเหว ทิพฺพนฺตีติ เวทิตพฺพา. สรณนฺติ วา คมิยนฺติ อภิตฺถวียนฺตีติ วา เทวา. เอตฺถ จ นิรยคติเทวคติมนุสฺสคตีหิ สทฺธึ โอกาเสน ขนฺธา วุตฺตา. ติรจฺฉานโยนิเปตฺติวิสยคฺคหเณน ขนฺธานํ เอว คหณํ เวทิตพฺพํ เตสํ ตาทิสสฺส ปริจฺฉินฺนสฺส โอกาสสฺส อภาวโต. ยตฺถ ยตฺถ วา เต อรญฺญสมุทฺทปพฺพตปาทาทิเก นิพทฺธวาสํ วสนฺติ, ตาทิสสฺส ฐานสฺส วเสน โอกาโสปิ คเหตพฺโพ. สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย นว สตฺตาวาสา จ เหฏฺฐา สํวณฺณิตนยา เอว. อปราปรภาวายาติ อปราปรํ โยนิอาทิโต โยนิอาทิภาวาย. อาพนฺธนํ คณฺฐิกรณํ, สํสิพฺพนํ ตุนฺนกรณํ. ตณฺหาย นิกฺขนฺตํ ตตฺถ ตสฺสา สพฺพโส อภาวโต, นิกฺขมนญฺจสฺส ตณฺหาย วิสํโยโค เอวาติ อาห ‘‘วิสํยุตฺต’’นฺติ.
กามานํ ปหานนฺติ เอตฺถ กามคฺคหเณน กามียตีติ กาโม, กาเมตีติ กาโมติ ทุวิธสฺสปิ กามสฺส สงฺคโห กโตติ อาห ‘‘วตฺถุกามานํ กิเลสกามานญฺจ ปหาน’’นฺติ. วตฺถุกามปฺปหานญฺเจตฺถ เตสุ ฉนฺทราคปฺปหาเนนาติ เวทิตพฺพํ. กามสญฺญานนฺติ กาเมสุ, กามสหคตานํ วา สญฺญานํ. ปริญฺญาติ ติวิธาปิ ปริญฺญา อิธาธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ญาตตีรณปหานวเสน ติวิธา ปริญฺญา’’ติ. ตตฺถ กตมา ญาตปริญฺญา? สพฺพํ เตภูมกํ นามรูปํ ‘‘อิทํ รูปํ, เอตฺตกํ รูปํ, น อิโต ภิยฺโย, อิทํ นามํ, เอตฺตกํ นามํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ภูตุปาทายเภทํ รูปํ ผสฺสาทิเภทํ นามญฺจ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานโต ววตฺถเปติ, กมฺมาวิชฺชาทิกญฺจสฺส ปจฺจยํ ปริคฺคณฺหาติ, อยํ ญาตปริญฺญา.
กตมา ตีรณปริญฺญา? เอวํ ญาตํ กตฺวา ตํ สพฺพํ ตีเรติ อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโตติ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหิ, อยํ ตีรณปริญฺญา นาม. กตมา ปหานปริญฺญา? เอวํ ตีรยิตฺวา อคฺคมคฺเคน สพฺพสฺมึ ฉนฺทราคํ ปชหติ, อยํ ปหานปริญฺญา. ทิฏฺฐิวิสุทฺธิกงฺขาวิตรณวิสุทฺธิโย วา ญาตปริญฺญา, มคฺคามคฺคปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิอาทโย, กลาปสมฺมสนาทิอนุโลมปริโยสานา วา ปญฺญา ตีรณปริญฺญา, อริยมคฺเค ญาณํ นิปฺปริยาเยน ปหานปริญฺญา. อิธ ปน กามสญฺญานํ สภาวลกฺขณปฏิเวธวเสน อนิจฺจาทิสามญฺญลกฺขณวเสน จ ปวตฺตมานานํ ญาตตีรณปริญฺญานมฺปิ กิจฺจนิปฺผตฺติยา มคฺเคเนว อิชฺฌนโต มคฺคกฺขณํเยว สนฺธาย ติวิธาปิ ปริญฺญา วุตฺตา. เตเนว ‘‘อิเมสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ กิเลสกฺขยกโร โลกุตฺตรมคฺโคว กถิโต’’ติ วุตฺตํ.
กาเมสุ, กาเม วา ปาตุมิจฺฉา กามปิปาสาติ อาห – ‘‘กาเมสุ ปาตพฺยตานํ, กาเม วา ปาตุมิจฺฉาน’’นฺติ. อิเมสุ ปญฺจสุ ฐาเนสูติ ‘‘กามานํ ปหานํ อกฺขาต’’นฺติอาทินา วุตฺเตสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ. ตีสุ ฐาเนสูติ ‘‘วิราคาย ธมฺโม เทสิโต, โน สราคาย, วิสํโยคาย ธมฺโม เทสิโต, โน สํโยคาย, อนุปาทานาย ธมฺโม เทสิโต, โน สอุปาทานายา’’ติ เอวํ วุตฺเตสุ ฐาเนสุ. วิปฺปฏิสารํ กโรตีติ เอวํ ตํ ปาปํ วิปฺปฏิสารํ อุปฺปาเทติ. กีทิสํ วิปฺปฏิสารํ กโรตีติ อาห ‘‘อีทิเสปิ นามา’’ติอาทิ.
๓๙. เนว ปิยกมฺยตายาติ อตฺตนิ สตฺถุ เนว ปิยภาวกามตาย. น เภทปุเรกฺขารตายาติ น สตฺถุ เตน ภิกฺขุนา เภทนาธิปฺปายปุเรกฺขารตาย. น กลิสาสนาโรปนตฺถายาติ น โทสาโรปนตฺถาย. กลีติ โกธสฺเสตํ อธิวจนํ, ตสฺส สาสนํ กลิสาสนํ, โกธวเสน วุจฺจมาโน ครหโทโส. เวลนฺติ สิกฺขาปทเวลํ. มริยาทนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. สิกฺขาปทญฺหิ อนติกฺกมนียฏฺเฐน ‘‘เวลา, มริยาทา’’ติ จ วุจฺจติ.
อชฺฌาจารวีติกฺกโมติ เมถุนวเสน ปวตฺตอชฺฌาจารสงฺขาโต วีติกฺกโม. ปกรเณติ เอตฺถ ป-สทฺโท อารมฺภวจโนติ อาห ‘‘กตฺตุํ อารภตี’’ติ. กตฺถจิ อุปสคฺโค ธาตุอตฺถเมว วทติ, น วิเสสตฺถโชตโกติ อาห ‘‘กโรติเยว วา’’ติ. ชาติยาติ ขตฺติยาทิชาติยา. โคตฺเตนาติ โคตมกสฺสปาทิโคตฺเตน. โกลปุตฺติเยนาติ ขตฺติยาทิชาตีสุเยว สกฺกกุลโสตฺถิยกุลาทิวิสิฏฺฐกุลานํ ปุตฺตภาเวน. ยสสฺสีติ มหาปริวาโร. เปสลนฺติ ปิยสีลํ. อวิกมฺปมาเนนาติ ปฏิฆานุนเยหิ อกมฺปมาเนน. ยสฺส ตสฺมึ อตฺตภาเว อุปฺปชฺชนารหานํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถิ, ตํ พุทฺธา ‘‘โมฆปุริสา’’ติ วทนฺติ อริฏฺฐลาฬุทายีอาทิเก วิย. อุปนิสฺสเย สติปิ ตสฺมึ ขเณ มคฺเค วา ผเล วา อสติ ‘‘โมฆปุริสา’’ติ วทนฺติเยว ธนิยอุปเสนตฺเถราทิเก วิย. สุทินฺนสฺส ปน ตสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย สมุจฺฉินฺโนเยว, เตน นํ ‘‘โมฆปุริสา’’ติ อาห.
สมณกรณานํ ธมฺมานนฺติ หิโรตฺตปฺปาทีนํ. มคฺคผลนิพฺพานคฺคหเณน ปฏิเวธสาสนสฺส คหิตตฺตา สาสนานนฺติ ปฏิปตฺติปริยตฺติสาสนานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. ฉวินฺติ เตสํ ปภสฺสรกรณํ ฉวึ. กึ ตนฺติ อาห ‘‘ฉาย’’นฺติ, เตสํ ปกาสกํ โอภาสนฺติ อตฺโถ. กึ ตนฺติ อาห ‘‘สุนฺทรภาว’’นฺติ. ฉวิมนุคตํ อนุจฺฉวิกํ. ปติรูปนฺติอาทีสุปิ ‘‘เตส’’นฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. สมณานํ กมฺมํ สามณกํ, น สามณกํ อสฺสามณกํ. กถํ-สทฺทโยเคน ‘‘น สกฺขิสฺสสี’’ติ อนาคตวจนํ กตํ. ‘‘นาม-สทฺทโยเคนา’’ติ จ วทนฺติ.
ทยาลุเกนาติ อนุกมฺปาย สหิเตน. ปริภาสนฺโตติ ครหนฺโต. นิรุตฺตินเยน อาสีวิส-สทฺทสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อาสุ สีฆ’’นฺติอาทิ. เอตสฺสาติ อาสีวิสสฺส. อาคจฺฉตีติ โย เตน ทฏฺโฐ, ตํ ปติอาคจฺฉติ. อาสิตฺตวิโสติปิ อาสีวิโส, สกลกาเย อาสิญฺจิตฺวา วิย ฐปิตวิโส ปรสฺส จ สรีเร อาสิญฺจนวิโสติ อตฺโถ. อสิตวิโสติปิ อาสีวิโส. ยํ ยญฺหิ เอเตน อสิตํ โหติ ปริภุตฺตํ, ตํ วิสเมว สมฺปชฺชติ, ตสฺมา อสิตํ วิสํ เอตสฺสาติ อสิตวิโสติ วตฺตพฺเพ ‘‘อาสีวิโส’’ติ นิรุตฺตินเยน วุตฺตํ. อสิสทิสวิโสติปิ อาสีวิโส, อสิ วิย ติขิณํ ปรสฺส มมฺมจฺเฉทนสมตฺถํ วิสํ เอตสฺสาติ อาสีวิโสติ วุตฺตํ โหติ. อาสีติ วา ทาฐา วุจฺจติ, ตตฺถ สนฺนิหิตวิโสติ อาสีวิโส. เสสสปฺเปหิ กณฺหสปฺปสฺส มหาวิสตฺตา อาสีวิสสฺสานนฺตรํ กณฺหสปฺโป วุตฺโต. สปฺปมุขมฺปิ องฺคารกาสุ วิย ภยาวหตฺตา อกุสลุปฺปตฺติยา ฐานํ น โหตีติ อกุสลกมฺมโต นิวารณาธิปฺปาเยน สีลเภทโตปิ สุทฺธสีเล ฐิตสฺส มรณเมว วรตรนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อาสีวิสสฺส กณฺหสปฺปสฺส มุเข องฺคชาตํ ปกฺขิตฺตํ วร’’นฺติ วุตฺตํ. ปพฺพชิเตน หิ กตปาปกมฺมํ ภควโต อาณาติกฺกมนโต วตฺถุมหนฺตตาย มหาสาวชฺชํ. กาสุนฺติ อาวาโฏปิ วุจฺจติ ราสิปิ.
‘‘กินฺนุ สนฺตรมาโนว, กาสุํ ขณสิ สารถิ;
ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ, กึ กาสุยา กริสฺสสี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๓) –
เอตฺถ หิ อาวาโฏ กาสุ นาม.
‘‘องฺคารกาสุํ อปเร ผุณนฺติ, นรา รุทนฺตา ปริทฑฺฒคตฺตา’’ติ (ชา. ๒.๒๒.๔๖๒) –
เอตฺถ ราสิ. อิธ ปน อุภยมฺปิ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘องฺคารปุณฺณกูเป องฺคารราสิมฺหิ วา’’ติ. กสฺสติ ขณียตีติ กาสุ, อาวาโฏ. กสียติ จียตีติ กาสุ, ราสิ. ปทิตฺตายาติ ทิปฺปมานาย. สํ-สทฺโท เอตฺถ สมนฺตปริยาโยติ อาห ‘‘สมนฺตโต ปชฺชลิตายา’’ติ.
อิทํ มาตุคามสฺส องฺคชาเต องฺคชาตปกฺขิปนํ นิทานํ การณมสฺส นิรยุปปชฺชนสฺสาติ อิโตนิทานํ, ภาวนปุํสกญฺเจตํ. ปจฺจตฺตวจนสฺส โต-อาเทโส กโต, ตสฺส จ สมาเสปิ อโลโป. ตตฺถ นาม ตฺวนฺติ เอตฺถ ตฺวํ-สทฺโท ‘‘สมาปชฺชิสฺสสี’’ติ อิมินา สมฺพนฺธมุปคจฺฉมาโน อตฺถีติ อาห ‘‘ตฺวนฺติ ตํสทฺทสฺส เววจน’’นฺติ. ‘‘ยํ ตนฺติ ปน ปาโฐ ยุตฺตรูโป’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ยํ ตนฺติ นายํ อุทฺเทสนิทฺเทโส, ยถา โลเก ยํ วา ตํ วาติ อวญฺญาตวจนํ, เอวํ ทฏฺฐพฺพนฺติ อาห – ‘‘ยํ วา ตํ วา หีฬิตํ อวญฺญาตนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. นีจชนานนฺติ นิหีนคุณานํ สตฺตานํ. คามธมฺมนฺติ เอตฺถ คาม-สทฺเทน คามวาสิโน วุตฺตา อเภทูปจาเรนาติ อาห ‘‘คามวาสิกมนุสฺสาน’’นฺติ. กิเลสปคฺฆรณกํ ธมฺมนฺติ ราคาทิกิเลสวิสฺสนฺทนกธมฺมํ. เมถุนธมฺโม หิ ราคํ ปคฺฆรติ. เมถุนธมฺมสฺส มหาสาวชฺชตาย โอฬาริกตฺตา วุตฺตํ ‘‘อสุขุม’’นฺติ. อนิปุณนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อุทเก ภวํ โอทกํ. กึ ตํ? อุทกกิจฺจนฺติ อาห – ‘‘อุทกกิจฺจํ อนฺติกํ อวสานํ อสฺสา’’ติ. สมาปชฺชิสฺสตีติ อนาคตวจนํ นาม-สทฺทโยเคน กตนฺติ อาห – ‘‘สมาปชฺชิสฺสตีติ…เป… นาม-สทฺเทน โยเชตพฺพ’’นฺติ. โลเก เมถุนธมฺมสฺส อาทิกตฺตา โกจิ ปฐมกปฺปิโก, น ปนายนฺติ อาห – ‘‘สาสนํ สนฺธาย วทตี’’ติ. พหูนนฺติ ปุคฺคลาเปกฺขํ, น ปน อกุสลาเปกฺขนฺติ อาห ‘‘พหูนํ ปุคฺคลาน’’นฺติ.
ยํ อสํวรํ ปฏิจฺจ ทุพฺภรตาทุปฺโปสตาทิ โหติ, โส อสํวโร ทุพฺภรตาทิ-สทฺเทน วุตฺโต การเณ ผลูปจาเรนาติ อาห – ‘‘ทุพฺภรตาทีนํ วตฺถุภูตสฺส อสํวรสฺสา’’ติ. วตฺถุภูตสฺสาติ การณภูตสฺส. วสติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ หิ การณํ วตฺถุ. อตฺตาติ จิตฺตํ สรีรญฺจ, จิตฺตเมว วา. ทุพฺภรตญฺเจว ทุปฺโปสตญฺจ อาปชฺชตีติ อตฺตนา ปจฺจยทายเกหิ จ ทุกฺเขน ภริตพฺพตํ โปเสตพฺพตญฺจ อาปชฺชติ. อสํวเร ฐิโต หิ เอกจฺโจ อตฺตโนปิ ทุพฺภโร โหติ ทุปฺโปโส, เอกจฺโจ อุปฏฺฐากานมฺปิ. กถํ? โย หิ อมฺพิลาทีนิ ลทฺธา อนมฺพิลาทีนิ ปริเยสติ, อญฺญสฺส ฆเร ลทฺธํ อญฺญสฺส ฆเร ฉฑฺเฑนฺโต สพฺพํ คามํ จริตฺวา ริตฺตปตฺโตว วิหารํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชติ, อยํ อตฺตโน ทุพฺภโร. โย ปน สาลิมํโสทนาทีนํ ปตฺเต ปูเรตฺวา ทินฺเนปิ ทุมฺมุขภาวํ อนตฺตมนภาวเมว ทสฺเสติ, เตสํ วา สมฺมุขาว ตํ ปิณฺฑปาตํ ‘‘กึ ตุเมฺหหิ ทินฺน’’นฺติ อปสาเทนฺโต สามเณรคหฏฺฐาทีนํ เทติ, อยํ อุปฏฺฐากานํ ทุพฺภโร. เอตํ ทิสฺวา มนุสฺสา ทูรโตว ปริวชฺเชนฺติ ‘‘ทุพฺภโร ภิกฺขุ น สกฺกา โปเสตุ’’นฺติ.
มหิจฺฉตนฺติ เอตฺถ มหนฺตานิ วตฺถูนิ อิจฺฉติ, มหตี วา ปนสฺส อิจฺฉาติ มหิจฺโฉ, ตสฺส ภาโว มหิจฺฉตา, สนฺตคุณวิภาวนตา ปฏิคฺคหเณ อมตฺตญฺญุตา จ. มหิจฺโฉ หิ อิจฺฉาจาเร ฐตฺวา อตฺตนิ วิชฺชมานสีลธุตธมฺมาทิคุเณ วิภาเวติ, ตาทิสสฺส ปฏิคฺคหเณ อมตฺตญฺญุตาปิ โหติ. ยํ สนฺธาย วทนฺติ ‘‘สนฺตคุณสมฺภาวนตา ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตา, เอตํ มหิจฺฉตาลกฺขณ’’นฺติ. สา ปเนสา มหิจฺฉตา ‘‘อิเธกจฺโจ สทฺโธ สมาโน ‘สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตู’ติ อิจฺฉติ, สีลวา สมาโน ‘สีลวาติ มํ ชโน ชานาตู’ติ’’ อิมินา นเยน อาคตาเยว, ตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ทุสฺสนฺตปฺปิโย โหติ, วิชาตมาตาปิสฺส จิตฺตํ คเหตุํ น สกฺโกติ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘อคฺคิกฺขนฺโธ สมุทฺโท จ, มหิจฺโฉ จาปิ ปุคฺคโล;
สกเฏน ปจฺจยํ เทนฺตุ, ตโยเปเต อตปฺปิยา’’ติ. (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๕๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๖๓; วิภ. อฏฺฐ. ๘๕๐; อุทา. อฏฺฐ. ๓๑; มหานิ. อฏฺฐ. ๘๕);
สตฺเตหิ กิเลเสหิ จ สงฺคณนํ สโมธานํ สงฺคณิกาติ อาห – ‘‘คณสงฺคณิกาย เจว กิเลสสงฺคณิกาย จา’’ติ. โกสชฺชานุคโต จ โหตีติ กุสีตภาเวน อนุคโต โหติ, กุสีตสฺส ภาโว โกสชฺชํ. อฏฺฐกุสีตวตฺถุปาริปูริยาติ เอตฺถ กุจฺฉิตํ สีทตีติ กุสีโต ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา. ยสฺส ธมฺมสฺส วเสน ปุคฺคโล ‘‘กุสีโต’’ติ วุจฺจติ, โส กุสีตภาโว อิธ กุสีต-สทฺเทน วุตฺโต. วินาปิ หิ ภาวโชตนสทฺทํ ภาวตฺโถ วิญฺญายติ ยถา ‘‘ปฏสฺส สุกฺก’’นฺติ, ตสฺมา กุสีตภาววตฺถูนีติ อตฺโถ, โกสชฺชการณานีติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ –
‘‘กมฺมํ โข เม กตฺตพฺพํ ภวิสฺสติ, กมฺมํ โข ปน เม กโรนฺตสฺส กาโย กิลมิสฺสติ, หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ, น วีริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย, อิทํ ปฐมํ กุสีตวตฺถุ. อหํ โข กมฺมํ อกาสึ, กมฺมํ โข ปน เม กโรนฺตสฺส กาโย กิลนฺโต, หนฺทาหํ นิปชฺชามิ…เป… มคฺโค โข เม คนฺตพฺโพ ภวิสฺสติ, มคฺคํ โข ปน เม คจฺฉนฺตสฺส กาโย กิลมิสฺสติ, หนฺทาหํ นิปชฺชามิ…เป… อหํ โข มคฺคํ อคมาสึ, มคฺคํ โข ปน เม คจฺฉนฺตสฺส กาโย กิลนฺโต, หนฺทาหํ นิปชฺชามิ…เป… อหํ โข คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต นาลตฺถํ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ, ตสฺส เม กาโย กิลนฺโต อกมฺมญฺโญ, หนฺทาหํ นิปชฺชามิ…เป… อหํ โข คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต อลตฺถํ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ, ตสฺส เม กาโย ครุโก อกมฺมญฺโญ มาสาจิตํ มญฺเญ, หนฺทาหํ นิปชฺชามิ…เป… อุปฺปนฺโน โข เม อยํ อปฺปมตฺตโก อาพาโธ, อตฺถิ กปฺโป นิปชฺชิตุํ, หนฺทาหํ นิปชฺชามิ…เป… อหํ โข คิลานา วุฏฺฐิโต อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา, ตสฺส เม กาโย ทุพฺพโล อกมฺมญฺโญ, หนฺทาหํ นิปชฺชามีติ โส นิปชฺชติ, น วีริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. อิทํ อฏฺฐมํ กุสีตวตฺถุ’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๓๓๔; อ. นิ. ๘.๘๐) –
เอวมาคตานิ ‘‘หนฺทาหํ นิปชฺชามี’’ติ เอวํ ปวตฺตโอสีทนานิ อุปรูปริ โกสชฺชการณตฺตา อฏฺฐ กุสีตวตฺถูนิ นาม, เตสํ ปาริปูริยา สํวตฺตตีติ อตฺโถ.
สุภโร โหติ สุโปโสติ อตฺตโน อุปฏฺฐาเกหิ จ สุเขน ภริตพฺโพ โปเสตพฺโพติ อตฺโถ. สํวเร ฐิโต หิ เอกจฺโจ อตฺตโนปิ สุภโร โหติ สุโปโส, เอกจฺโจ อุปฏฺฐากานมฺปิ. กถํ? โย หิ ยํ กิญฺจิ ลูขํ วา ปณีตํ วา ลทฺธา ตุฏฺฐจิตฺโตว ภุญฺชิตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา อตฺตโน กมฺมํ กโรติ, อยํ อตฺตโน สุภโร. โย ปน ปเรสมฺปิ อปฺปํ วา พหุํ วา ลูขํ วา ปณีตํ วา ทานํ อหีเฬตฺวา อตฺตมโน วิปฺปสนฺนมุโข หุตฺวา เอเตสํ สมฺมุขาว ปริภุญฺชิตฺวา ยาติ, อยํ อุปฏฺฐากานํ สุภโร. เอตํ ทิสฺวา มนุสฺสา อติวิย วิสฺสตฺถา โหนฺติ, ‘‘อมฺหากํ ภทนฺโต สุภโร, โถกโถเกนปิ ตุสฺสติ, มยเมว นํ โปเสสฺสามา’’ติ ปฏิญฺญํ กตฺวา โปเสนฺติ. อปฺปิจฺฉตนฺติ อิจฺฉาวิรหิตตฺตํ. เอตฺถ หิ พฺยญฺชนํ สาวเสสํ วิย, อตฺโถ ปน นิรวเสโส. อปฺป-สทฺโท เหตฺถ อภาวตฺโถติ สกฺกา วิญฺญาตุํ ‘‘อปฺปาพาธตญฺจ สญฺชานามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๒๕) วิย. เตเนวาห ‘‘นิตฺตณฺหภาว’’นฺติ.
ติปฺปเภทาย สนฺตุฏฺฐิยาติ ยถาลาภาทิสนฺโตสสามญฺเญน วุตฺตํ, จตูสุ ปน ปจฺจเยสุ ตโย ตโย สนฺโตสาติ ทฺวาทสวิโธ โหติ สนฺโตโส. กถํ? จีวเร ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ ติวิโธ โหติ สนฺโตโส. เอวํ ปิณฺฑปาตาทีสุ. ตสฺสายํ ปเภทสํวณฺณนา (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๕๒; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๔๔; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๖๕) – อิธ ภิกฺขุ จีวรํ ลภติ สุนฺทรํ วา อสุนฺทรํ วา, โส เตเนว ยาเปติ อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ. อยมสฺส จีวเร ยถาลาภสนฺโตโส. อถ ปน ปกติทุพฺพโล วา โหติ อาพาธชราภิภูโต วา, ครุจีวรํ ปารุปนฺโต กิลมติ, โส สภาเคน ภิกฺขุนา สทฺธึ ตํ ปริวตฺเตตฺวา ลหุเกน ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐเยว โหติ. อยมสฺส จีวเร ยถาพลสนฺโตโส. ปกติทุพฺพลาทีนญฺหิ ครุจีวรานิ น ผาสุภาวาวหานิ สรีรเขทาวหานิ จ โหนฺตีติ ปโยชนวเสน อนตฺริจฺฉตาทิวเสน ตานิ ปริวตฺเตตฺวา ลหุกจีวรปริโภโค น สนฺโตสวิโรธีติ. อปโร ปณีตปจฺจยลาภี โหติ, โส ปฏฺฏจีวราทีนํ อญฺญตรํ มหคฺฆจีวรํ พหูนิ วา ปน จีวรานิ ลภิตฺวา ‘‘อิทํ เถรานํ จิรปพฺพชิตานํ, อิทํ พหุสฺสุตานํ อนุรูปํ, อิทํ คิลานานํ, อิทํ อปฺปลาภานํ โหตู’’ติ ทตฺวา เตสํ ปุราณจีวรํ วา สงฺการกูฏาทิโต วา นนฺตกานิ อุจฺจินิตฺวา เตหิ สงฺฆาฏึ กตฺวา ธาเรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส จีวเร ยถาสารุปฺปสนฺโตโส. มหคฺฆญฺหิ จีวรํ พหูนิ วา จีวรานิ ลภิตฺวาปิ ตานิ วิสฺสชฺเชตฺวา ตทญฺญสฺส คหณํ ยถาสารุปฺปนเย ฐิตตฺตา น สนฺโตสวิโรธีติ.
อิธ ปน ภิกฺขุ ปิณฺฑปาตํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส เตเนว ยาเปติ อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ. อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน อตฺตโน ปกติวิรุทฺธํ วา พฺยาธิวิรุทฺธํ วา ปิณฺฑปาตํ ลภติ, เยนสฺส ปริภุตฺเตน อผาสุ โหติ, โส สภาคสฺส ภิกฺขุโน ตํ ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต สปฺปายโภชนํ ภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาพลสนฺโตโส. อปโร พหุํ ปณีตํ ปิณฺฑปาตํ ลภติ, โส ตํ จีวรํ วิย จิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภคิลานานํ ทตฺวา เตสํ วา เสสกํ ปิณฺฑาย วา จริตฺวา มิสฺสกาหารํ ภุญฺชนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุ เสนาสนํ ลภติ มนาปํ วา อมนาปํ วา, โส เตน เนว โสมนสฺสํ, น ปฏิฆํ อุปฺปาเทติ, อนฺตมโส ติณสนฺถรเกนปิ ยถาลทฺเธเนว ตุสฺสติ. อยมสฺส เสนาสเน ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน อตฺตโน ปกติวิรุทฺธํ วา พฺยาธิวิรุทฺธํ วา เสนาสนํ ลภติ, ยตฺถสฺส วสโต อผาสุ โหติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส สนฺตเก สปฺปายเสนาสเน วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส เสนาสเน ยถาพลสนฺโตโส. อปโร มหาปุญฺโญ เลณมณฺฑปกูฏาคาราทีนิ พหูนิ ปณีตเสนาสนานิ ลภติ, โส ตานิ จีวราทีนิ วิย จิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภคิลานานํ ทตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส. โยปิ ‘‘อุตฺตมเสนาสนํ นาม ปมาทฏฺฐานํ, ตตฺถ นิสินฺนสฺส ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ, นิทฺทาภิภูตสฺส ปุน ปฏิพุชฺฌโต ปาปวิตกฺกา ปาตุภวนฺตี’’ติ ปฏิสญฺจิกฺขิตฺวา ตาทิสํ เสนาสนํ ปตฺตมฺปิ น สมฺปฏิจฺฉติ, โส ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อพฺโภกาสรุกฺขมูลาทีสุ วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมฺปิสฺส เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุ เภสชฺชํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส ยํ ลภติ, เตเนว ตุสฺสติ อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน เตเลน อตฺถิโก ผาณิตํ ลภติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต เตลํ คเหตฺวา อญฺญเทว วา ปริเยสิตฺวา เภสชฺชํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาพลสนฺโตโส. อปโร มหาปุญฺโญ พหุํ เตลมธุผาณิตาทิปณีตเภสชฺชํ ลภติ, โส ตํ จีวรํ วิย จิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภคิลานานํ ทตฺวา เตสํ อาภเตน เยน เกนจิ ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. โย ปน เอกสฺมึ ภาชเน มุตฺตหรีตกํ ฐเปตฺวา เอกสฺมึ จตุมธุรํ ‘‘คณฺห, ภนฺเต, ยทิจฺฉสี’’ติ วุจฺจมาโน สจสฺส เตสุ อญฺญตเรนปิ โรโค วูปสมฺมติ, อถ ‘‘มุตฺตหรีตกํ นาม พุทฺธาทีหิ วณฺณิต’’นฺติ จตุมธุรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา มุตฺตหรีตเกเนว เภสชฺชํ กโรนฺโต ปรมสนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาสารุปฺปสนฺโตโส. เอวํ ยถาลาภาทิวเสน ติปฺปเภโท สนฺโตโส จตุนฺนํ ปจฺจยานํ วเสน ทฺวาทสวิโธ โหตีติ เวทิตพฺโพ.
กามวิตกฺกพฺยาปาทวิตกฺกวิหึสาวิตกฺกานํ วเสน อกุสลวิตกฺกตฺตยํ. เนกฺขมฺมวิตกฺกอพฺยาปาทวิตกฺกอวิหึ สาวิตกฺกานํ วเสน กุสลวิตกฺกตฺตยํ. สพฺพกิเลสาปจยภูตาย วิวฏฺฏายาติ ราคาทิสพฺพกิเลสานํ อปจยเหตุภูตาย นิพฺพานธาตุยา. อฏฺฐวีริยารมฺภวตฺถุปาริปูริยาติ อฏฺฐนฺนํ วีริยารมฺภการณานํ ปาริปูริยา. ยถา ตถา ปฐมํ ปวตฺตอพฺภุสฺสหนญฺหิ อุปริ วีริยารมฺภสฺส การณํ โหติ. อนุรูปปจฺจเวกฺขณาสหิตานิ หิ อพฺภุสฺสหนานิ ตมฺมูลกานิ วา ปจฺจเวกฺขณานิ อฏฺฐ วีริยารมฺภวตฺถูนีติ เวทิตพฺพานิ. ตถา หิ –
‘‘กมฺมํ โข เม กตฺตพฺพํ ภวิสฺสติ, กมฺมํ โข ปน เม กโรนฺเตน น สุกรํ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิ กาตุํ, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. อหํ โข กมฺมํ อกาสึ, กมฺมํ โข ปนาหํ กโรนฺโต นาสกฺขึ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิ กาตุํ, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ…เป… มคฺโค โข เม คนฺตพฺโพ ภวิสฺสติ, มคฺคํ โข ปน เม คจฺฉนฺเตน น สุกรํ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิ กาตุํ, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ…เป… อหํ โข มคฺคํ อคมาสึ, มคฺคํ โข ปนาหํ คจฺฉนฺโต นาสกฺขึ พุทฺธานํ สาสนํ มนสิ กาตุํ, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ…เป… อหํ โข คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต นาลตฺถํ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ, ตสฺส เม กาโย ลหุโก กมฺมญฺโญ, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ…เป… อหํ โข คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต อลตฺถํ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ, ตสฺส เม กาโย พลวา กมฺมญฺโญ, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ…เป… อุปฺปนฺโน โข เม อยํ อปฺปมตฺตโก อาพาโธ, ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ, ยํ เม อาพาโธ ปวฑฺเฒยฺย, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ…เป… อหํ โข คิลานา วุฏฺฐิโต อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา, ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ, ยํ เม อาพาโธ ปจฺจุทาวตฺเตยฺย, หนฺทาหํ วีริยํ อารภามิ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๓๕; อ. นิ. ๘.๘๐) –
เอวํ ปวตฺตอนุรูปปจฺจเวกฺขณาสหิตานิ อพฺภุสฺสหนานิ ตมฺมูลกานิ วา ปจฺจเวกฺขณานิ อฏฺฐ วีริยารมฺภวตฺถูนิ นาม.
ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกนฺติ เอตฺถ ต-สทฺโท วกฺขมานาเปกฺโข จ อตีตาเปกฺโข จ โหตีติ อาห ‘‘ยํ อิทานิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสตี’’ติอาทิ. สพฺพนามานิ หิ วกฺขมานวจนานิปิ โหนฺติ ปกฺกนฺตวจนานิปิ. สํวรปฺปหานปฏิสํยุตฺตนฺติ ปญฺจสํวเรหิ เจว ปญฺจปหาเนหิ จ ปฏิสํยุตฺตํ. ปญฺจวิโธ หิ สํวโร สีลสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ. ปหานมฺปิ ปญฺจวิธํ ตทงฺคปฺปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นิสฺสรณปฺปหานนฺติ.
ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) เอวมาคโต ปาติโมกฺขสํวโร สีลสํวโร นาม, โส จ อตฺถโต กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม. ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๑๓; ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) เอวมาคตา อินฺทฺริยารกฺขา สติสํวโร, สา จ อตฺถโต ตถาปวตฺตา สติ เอว. ‘‘โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ (สุ. นิ. ๑๐๔๑; เนตฺติ. ๑๑) เอวมาคโต ญาณสํวโร. เอตฺถ หิ ‘‘โสตานํ สํวรํ พฺรูมี’’ติ วตฺวา ‘‘ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ วจนโต โสตสงฺขาตานํ ตณฺหาทิฏฺฐิทุจฺจริตอวิชฺชาทิกิเลสานํ สมุจฺเฉทกญาณํ ปิทหนฏฺเฐน สํวโรติ วุตฺตํ. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติเอวมาคตา (ม. นิ. ๑.๒๔; ม. นิ. ๓.๑๕๙; อ. นิ. ๔.๑๑๔) อธิวาสนา ขนฺติสํวโร, สา จ อตฺถโต ตถาปวตฺตา ขนฺธา อโทโส วา. ปญฺญาติ เอเก, ตํ น คเหตพฺพํ. ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖) เอวมาคตํ กามวิตกฺกาทีนํ วิโนทนวเสน ปวตฺตํ วีริยเมว วีริยสํวโร. สพฺโพ จายํ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ ทุสฺสีลฺยสงฺขาตานํ กายวจีทุจฺจริตานํ มุฏฺฐสฺสจฺจสงฺขาตสฺส ปมาทสฺส อภิชฺฌาทีนํ วา อกฺขนฺติ อญฺญาณโกสชฺชานญฺจ สํวรณโต ปิทหนโต ฉาทนโต ‘‘สํวโร’’ติ วุจฺจติ. สํวรตีติ สํวโร, ปิทหติ นิวาเรติ ปวตฺติตุํ น เทตีติ อตฺโถ. ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนารหานํ กายทุจฺจริตาทีนํ ตถา ตถา อนุปฺปาทนเมว หิ อิธ สํวรณํ นาม. เอวํ ตาว ปญฺจวิโธ สํวโร เวทิตพฺโพ.
เตน เตน คุณงฺเคน ตสฺส ตสฺส อคุณงฺคสฺส ปหานํ ตทงฺคปฺปหานํ. นามรูปปริจฺเฉทาทีสุ หิ วิปสฺสนาญาเณสุ ปฏิปกฺขภาวโต ทีปาโลเกเนว ตมสฺส นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเค อุปฺปนฺเนน กงฺขาวิตรเณน กถํกถีภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน ‘‘อหํ มมา’’ติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเย อภยสญฺญายาติอาทินา นเยน เตน เตน วิปสฺสนาญาเณน ตสฺส ตสฺส อคุณงฺคสฺส ปหานํ ตทงฺคปฺปหานนฺติ เวทิตพฺพํ. ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺตินิวารณโต ฆฏปฺปหาเรเนว อุทกปิฏฺเฐ เสวาลสฺส เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานํ, เอตํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ นาม. วิกฺขมฺภนเมว ปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ. ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน สนฺตาเน ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิยสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน ปหานํ, อิทํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ วูปสนฺตตา กิเลสานํ, เอตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นาม. ยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ, เอตํ นิสฺสรณปฺปหานํ นาม. สพฺพมฺปิ เจตํ จาคฏฺเฐน ปหานนฺติ วุจฺจติ. เอวมิเมหิ ยถาวุตฺตสํวเรหิ เจว ปหาเนหิ จ ปฏิสํยุตฺตา ธมฺมเทสนา ‘‘สํวรปฺปหานปฏิสํยุตฺตา’’ติ เวทิตพฺพา.
อสุตฺตนฺตวินิพทฺธนฺติ สุตฺตนฺเตสุ อนิพทฺธํ, ปาฬิอนารุฬฺหนฺติ อตฺโถ. ปกิณฺณกธมฺมเทสนา หิ สงฺคหํ น อาโรหติ. วุตฺตเมวตฺถํ ปกาเสนฺโต อาห ‘‘ปาฬิวินิมุตฺต’’นฺติ. อถ วา อสุตฺตนฺตวินิพทฺธนฺติ สุตฺตาภิธมฺมปาฬึ อนารุฬฺหภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ, ปาฬิวินิมุตฺตนฺติ วินยปาฬึ อนารุฬฺหภาวํ สนฺธาย. โอกฺกนฺติกธมฺมเทสนา นาม ญาเณน อนุปวิสิตฺวา อนฺตรา กถิยมานา ธมฺมเทสนา, ปฏิกฺขิปนาธิปฺปายา ภทฺทาลิตฺเถรสทิสา. สมฺปเรตพฺพโต เปจฺจ คนฺตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโก. ตตฺถ ภวํ สมฺปรายิกํ. วฏฺฏภเยน ตชฺเชนฺโตติ ‘‘เอวํ ทุสฺสีลา นิรยาทีสุ ทุกฺขํ ปาปุณนฺตี’’ติ ตชฺเชนฺโต. ทีฆนิกายปฺปมาณมฺปิ มชฺฌิมนิกายปฺปมาณมฺปิ ธมฺมเทสนํ กโรตีติ ‘‘เตน ขเณน เตน มุหุตฺเตน กถํ ภควา ตาวมหนฺตํ ธมฺมเทสนํ กโรตี’’ติ น วตฺตพฺพํ. ยาวตา หิ โลกิยมหาชนา เอกํ ปทํ กเถนฺติ, ตาว อานนฺทตฺเถโร อฏฺฐ ปทานิ กเถติ. อานนฺทตฺเถเร ปน เอกํ ปทํ กเถนฺเตเยว ภควา โสฬส ปทานิ กเถติ. อิมินา นเยน โลกิยชนสฺส เอกปทุจฺจารณกฺขเณ ภควา อฏฺฐวีสสตํ ปทานิ กเถติ. กสฺมา? ภควโต หิ ชิวฺหา มุทุ, ทนฺตาวรณํ สุผุสิตํ, วจนํ อคฬิตํ, ภวงฺคปริวาโส ลหุโก, ตสฺมา สเจ เอโก ภิกฺขุ กายานุปสฺสนํ ปุจฺฉติ, อญฺโญ เวทนานุปสฺสนํ, อญฺโญ จิตฺตานุปสฺสนํ, อญฺโญ ธมฺมานุปสฺสนํ, ‘‘อิมินา ปุฏฺเฐ อหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ เอโก เอกํ น โอโลเกติ, เอวํ สนฺเตปิ เตสํ ภิกฺขูนํ ‘‘อยํ ปฐมํ ปุจฺฉิ, อยํ ทุติย’’นฺติอาทินา ปุจฺฉนวาโร ตาทิสสฺส ปญฺญวโต ปญฺญายติ สุขุมสฺส อนฺตรสฺส ลพฺภนโต. พุทฺธานํ ปน เทสนาวาโร อญฺเญสํ น ปญฺญายเตว อจฺฉราสงฺฆาตมตฺเต ขเณ อเนกโกฏิสหสฺสจิตฺตปฺปวตฺติสมฺภวโต. ทฬฺหธมฺเมน ธนุคฺคเหน ขิตฺตสรสฺส วิทตฺถิจตุรงฺคุลํ ตาลจฺฉายํ อติกฺกมนโต ปุเรตรํเยว ภควา จุทฺทสวิเธน กายานุปสฺสนํ, นววิเธน เวทนานุปสฺสนํ, โสฬสวิเธน จิตฺตานุปสฺสนํ, ปญฺจวิเธน ธมฺมานุปสฺสนํ กเถติ. ติฏฺฐนฺตุ วา เอเต จตฺตาโร, สเจ หิ อญฺเญ จตฺตาโร สมฺมปฺปธาเนสุ, อญฺเญ อิทฺธิปาเทสุ, อญฺเญ ปญฺจินฺทฺริเยสุ, อญฺเญ ปญฺจพเลสุ, อญฺเญ สตฺตโพชฺฌงฺเคสุ, อญฺเญ อฏฺฐมคฺคงฺเคสุ ปเญฺห ปุจฺเฉยฺยุํ, ตมฺปิ ภควา กเถยฺย. ติฏฺฐนฺตุ วา เอเต อฏฺฐ, สเจ อญฺเญ สตฺตตึส ชนา โพธิปกฺขิเยสุ ปเญฺห ปุจฺเฉยฺยุํ, ตมฺปิ ภควา ตาวเทว กเถยฺย.
มูลํ นิสฺสโย ปติฏฺฐาติ ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ ปฐมสฺส ปฐมสฺส เววจนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ปติฏฺฐาติ สมฺปโยควเสน อุปนิสฺสยวเสน จ โอกาสภาโว. สิกฺขาสงฺขาตานญฺหิ อวเสสกุสลธมฺมานํ เมถุนวิรติสมฺปโยควเสน วา ปติฏฺฐา สิยา อุปนิสฺสยภาเวน วา. เตเนวาห ‘‘เมถุนสํวโร หี’’ติอาทิ. วุตฺตตฺถวเสนาติ ปติฏฺฐาอธิคมูปายวเสน. สิกฺขาปทวิภงฺเค นิทฺทิฏฺฐวิรติเจตนา ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา จ สิกฺขาปทนฺติ ทสฺเสตุกาโม อาห – ‘‘อยญฺจ อตฺโถ สิกฺขาปทวิภงฺเค วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ’’ติ. สิกฺขาปทวิภงฺเค หิ วิรติอาทโย ธมฺมา นิปฺปริยายโต ปริยายโต จ ‘‘สิกฺขาปท’’นฺติ วุตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ตตฺถ กตมํ กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํ? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ กาเมสุมิจฺฉาจารา วิรมนฺตสฺส, ยา ตสฺมึ สมเย กาเมสุมิจฺฉาจารา อารติ วิรติ ปฏิวิรติ เวรมณี อกิริยา อกรณํ อนชฺฌาปตฺติ เวลานติกฺกโม เสตุฆาโต, อิทํ วุจฺจติ กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํ. อวเสสา ธมฺมา เวรมณิยา สมฺปยุตฺตา.
‘‘ตตฺถ กตมํ กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํ? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ กาเมสุมิจฺฉาจารา วิรมนฺตสฺส, ยา ตสฺมึ สมเย เจตนา สญฺเจตนา เจตยิตตฺตํ, อิทํ วุจฺจติ กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํ. อวเสสา ธมฺมา เจตนาย สมฺปยุตฺตา.
‘‘ตตฺถ กตมํ กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํ? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ กาเมสุมิจฺฉาจารา วิรมนฺตสฺส, โย ตสฺมึ สมเย ผสฺโส…เป… ปคฺคาโห อวิกฺเขโป, อิทํ วุจฺจติ กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปท’’นฺติ (วิภ. ๗๐๖).
เอตฺถ หิ ยสฺมา น เกวลํ วิรติเยว สิกฺขาปทํ, เจตนาปิ สิกฺขาปทเมว, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ ทุติยนโย วุตฺโต. ยสฺมา จ น เกวลํ เอเตเยว เทฺว ธมฺมา สิกฺขาปทํ, เจตนาสมฺปยุตฺตา ปน ปโรปณฺณาส ธมฺมาปิ สิกฺขิตพฺพโกฏฺฐาสโต สิกฺขาปทเมว, ตสฺมา ตติยนโย ทสฺสิโต. ทุวิธญฺหิ สิกฺขาปทํ นิปฺปริยายสิกฺขาปทํ ปริยายสิกฺขาปทนฺติ. ตตฺถ วิรติ นิปฺปริยายสิกฺขาปทํ. สา หิ ‘‘ปาณาติปาตา เวรมณี’’ติ ปาฬิยํ อาคตา, โน เจตนา. วิรมนฺโต จ ตาย เอว ตโต ตโต วิรมติ, น เจตนาย, เจตนมฺปิ ปน อาหริตฺวา ทสฺเสติ, ตถา เสสเจตนาสมฺปยุตฺตธมฺเม. ตสฺมา เจตนา เจว อวเสสสมฺปยุตฺตธมฺมา จ ปริยายสิกฺขาปทนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิทานิ น เกวลํ อิธ วิรติอาทโย ธมฺมาว สิกฺขาปทํ, อถ โข ตทตฺถโชติกา ปญฺญตฺติปีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อปิจา’’ติอาทิ. ‘‘โย ตตฺถ นามกาโย ปทกาโยติ อิทํ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. นามกาโยติ นามสมูโห นามปณฺณตฺติเยว. ปทนิรุตฺติพฺยญฺชนานิ นามเววจนาเนว ‘‘นามํ นามกมฺมํ นามนิรุตฺตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๓๑๓-๑๓๑๕) วิย. สิกฺขาโกฏฺฐาโสติ วิรติอาทโยว วุตฺตา, ตทตฺถโชตกํ วจนมฺปิ สิกฺขาปทนฺติ อิทมฺปิ เอตฺถ ลพฺภเตว.
อตฺถวเสติ วุทฺธิวิเสเส อานิสํสวิเสเส. เตสํ ปน สิกฺขาปทปญฺญตฺติการณตฺตา อาห ‘‘ทส การณวเส’’ติ, ทส การณวิเสเสติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘หิตวิเสเส’’ติ. อตฺโถเยว วา อตฺถวโส, ทส อตฺเถ ทส การณานีติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา อตฺโถ ผลํ ตทธีนวุตฺติตาย วโส เอตสฺสาติ อตฺถวโส, เหตูติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สุฏฺฐุ เทวาติ อิทํ ราชนฺเตปุรปฺปเวสนสิกฺขาปเท (ปาจิ. ๔๙๔ อาทโย) วุตฺตํ. ‘‘เย มม โสตพฺพํ สทฺทหาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ, เตสํ ตํ อสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘โย จ ตถาคตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉติ, ตสฺส ตํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย โหตี’’ติ วุตฺตํ. อสมฺปฏิจฺฉเน อาทีนวนฺติ ภทฺทาลิสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๓๔ อาทโย) วิย อสมฺปฏิจฺฉเน อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา. สุขวิหาราภาเว สหชีวมานสฺส อภาวโต สหชีวิตาปิ สุขวิหาโรว วุตฺโต. สุขวิหาโร นาม จตุนฺนํ อิริยาปถวิหารานํ ผาสุตา.
มงฺกุตนฺติ นิตฺเตชภาวํ. ธมฺเมนาติอาทีสุ ธมฺโมติ ภูตํ วตฺถุ. วินโยติ โจทนา เจว สารณา จ. สตฺถุสาสนนฺติ ญตฺติสมฺปทา เจว อนุสฺสาวนสมฺปทา จ. ปิยสีลานนฺติ สิกฺขากามานํ. เตสญฺหิ สีลํ ปิยํ โหติ. เตเนวาห ‘‘สิกฺขตฺตยปาริปูริยา ฆฏมานา’’ติ. สนฺทิฏฺฐมานาติ สํสยํ อาปชฺชมานา. อุพฺพาฬฺหา โหนฺตีติ ปีฬิตา โหนฺติ. สงฺฆกมฺมานีติ สติปิ อุโปสถปวารณานํ สงฺฆกมฺมภาเว โคพลิพทฺทญาเยน อุโปสถํ ปวารณญฺจ ฐเปตฺวา อุปสมฺปทาทิเสสสงฺฆกมฺมานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. สมคฺคานํ ภาโว สามคฺคี.
‘‘น โว อหํ, จุนฺท, ทิฏฺฐธมฺมิกานํเยว อาสวานํ สํวราย ธมฺมํ เทเสมี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๒) เอตฺถ วิวาทมูลภูตา กิเลสา อาสวาติ อาคตา.
‘‘เยน เทวูปปตฺยสฺส, คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม;
ยกฺขตฺตํ เยน คจฺเฉยฺยํ, มนุสฺสตฺตญฺจ อพฺพเช;
เต มยฺหํ อาสวา ขีณา, วิทฺธสฺตา วินฬีกตา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๖) –
เอตฺถ เตภูมกํ กมฺมํ อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา. อิธ ปน ปรูปวาทวิปฺปฏิสารวธพนฺธาทโย เจว อปายทุกฺขภูตา จ นานปฺปการา อุปทฺทวา อาสวาติ อาห – ‘‘อสํวเร ฐิเตน ตสฺมึเยว อตฺตภาเว ปตฺตพฺพา’’ติอาทิ. ยทิ หิ ภควา สิกฺขาปทํ น ปญฺญเปยฺย, ตโต อสทฺธมฺมปฏิเสวนอทินฺนาทานปาณาติปาตาทิเหตุ เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ ปรูปวาทาทโย ทิฏฺฐธมฺมิกา นานปฺปการา อนตฺถา, เย จ ตํนิมิตฺตเมว นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตสฺส ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณาทิวเสน มหาทุกฺขานุภวนนานปฺปการา อนตฺถา, เต สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ. ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโว, ตตฺถ ภวา ทิฏฺฐธมฺมิกา. เตน วุตฺตํ ‘‘ตสฺมึเยว อตฺตภาเว ปตฺตพฺพา’’ติ. สมฺมุขา ครหณํ อกิตฺติ, ปรมฺมุขา ครหณํ อยโส. อถ วา สมฺมุขา ปรมฺมุขา จ ครหณํ อกิตฺติ, ปริวารหานิ อยโสติ เวทิตพฺพํ. อาคมนมคฺคถกนายาติ อาคมนทฺวารปิทหนตฺถาย. สมฺปเรตพฺพโต เปจฺจ คนฺตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโกติ อาห ‘‘สมฺปราเย นรกาทีสู’’ติ. เมถุนาทีนิ รชฺชนฏฺฐานานิ, ปาณาติปาตาทีนิ ทุสฺสนฏฺฐานานิ.
จุทฺทส ขนฺธกวตฺตานิ นาม วตฺตกฺขนฺธเก วุตฺตานิ อาคนฺตุกวตฺตํ อาวาสิกคมิกอนุโมทนภตฺตคฺคปิณฺฑจาริกอารญฺญิกเสนาสนชนฺตาฆรวจฺจกุฏิอุปชฺฌายสทฺธิวิหาริกอาจริยอนฺเตวาสิกวตฺตนฺติ อิมานิ จุทฺทส วตฺตานิ. ตโต อญฺญานิ ปน กทาจิ ตชฺชนียกมฺมกตาทิกาเลเยว จริตพฺพานิ เทฺวอสีติ มหาวตฺตานิ, น สพฺพาสุ อวตฺถาสุ จริตพฺพานิ, ตสฺมา จุทฺทสขนฺธกวตฺเตสุ อคณิตานิ, ตานิ ปน ‘‘ปาริวาสิกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ (จูฬว. ๗๕ อาทโย) อารภิตฺวา ‘‘น อุปสมฺปาเทตพฺพํ…เป… น ฉมายํ จงฺกมนฺเต จงฺกเม จงฺกมิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๗๖) วุตฺตาวสานานิ ฉสฏฺฐิ, ตโต ปรํ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา ปาริวาสิกวุฑฺฒตเรน ภิกฺขุนา สทฺธึ, มูลายปฏิกสฺสนารเหน, มานตฺตารเหน, มานตฺตจาริเกน, อพฺภานารเหน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วตฺถพฺพ’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๘๒) วุตฺตวตฺตานิ ปกตตฺตจริตพฺเพหิ อนญฺญตฺตา วิสุํ อคเณตฺวา ปาริวาสิกวุฑฺฒตราทีสุ ปุคฺคลนฺตเรสุ จริตพฺพตฺตา เตสํ วเสน สมฺปิณฺเฑตฺวา เอเกกํ กตฺวา คณิตานิ ปญฺจาติ เอกสตฺตติ วตฺตานิ, อุกฺเขปนียกมฺมกตวตฺเตสุ วุตฺตํ ‘‘น ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ…เป… นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ สาทิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๗๕) อิทํ อภิวาทนาทีนํ อสาทิยนํ เอกํ, ‘‘น ปกตตฺโต ภิกฺขุ สีลวิปตฺติยา อนุทฺธํเสตพฺโพ’’ติอาทีนิ (จูฬว. ๕๑) ทสาติ เอวเมตานิ ทฺวาสีติ วตฺตานิ. เอเตเสฺวว ปน กานิจิ ตชฺชนียกมฺมาทิวตฺตาอานิ, กานิจิ ปาริวาสิกาทิวตฺตานีติ อคฺคหิตคฺคหเณน ทฺวาสีติ เอว, อญฺญตฺถ ปน อฏฺฐกถาปเทเส อปฺปกํ อูนมธิกํ วา คณนูปคํ น โหตีติ ‘‘อสีติ ขนฺธกวตฺตานี’’ติ วุตฺตํ.
สํวรวินโยติ สีลสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ ปญฺจวิโธปิ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ วิเนตพฺพานญฺจ กายทุจฺจริตาทีนํ สํวรณโต สํวโร, วินยนโต วินโยติ วุจฺจติ. ปหานวินโยติ ตทงฺคปฺปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นิสฺสรณปฺปหานนฺติ ปญฺจวิธมฺปิ ปหานํ ยสฺมา จาคฏฺเฐน ปหานํ, วินยนฏฺเฐน วินโย, ตสฺมา ปหานวินโยติ วุจฺจติ. สมถวินโยติ สตฺต อธิกรณสมถา. ปญฺญตฺติวินโยติ สิกฺขาปทเมว. สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา หิ วิชฺชมานาย เอว สิกฺขาปทสมฺภวโต ปญฺญตฺติวินโยปิ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อนุคฺคหิโต โหติ.
อิทานิ –
‘‘ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสุ, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย, ยํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย, ตํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย, ยํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย, ตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, ยํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, ตํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย, ยํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย, ตํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย, ยํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย, ตํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย, ยํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย, ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา, ยํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา, ตํ วินยานุคฺคหาย.
‘‘ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสุ, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ วินยานุคฺคหาย.
‘‘ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ วินยานุคฺคหาย, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ สงฺฆสุฏฺฐุตาย.
‘‘ยํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย…เป… ยํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย…เป… ยํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย…เป… ยํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย…เป… ยํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย…เป… ยํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย…เป… ยํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา…เป… ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ สงฺฆสุฏฺฐุตาย, ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ สงฺฆผาสุตาย, ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย, ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย, ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย, ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย, ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย, ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา (ปริ. ๓๓๔).
‘‘อตฺถสตํ ธมฺมสตํ, เทฺว จ นิรุตฺติสตานิ;
จตฺตาริ ญาณสตานิ, อตฺถวเส ปกรเณ’’ติ (ปริ. ๓๓๔) –
ยํ วุตฺตํ ปริวาเร, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิเจตฺถา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ‘‘ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสุ, ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายา’’ติ อิมินา อนุกฺกเมน ยํ วุตฺตํ, ตํ สนฺธาย อาสนฺนาสนฺนปทานํ อุปรูปริปเทหิ สทฺธึ โยชิตตฺตา สงฺขลิกพนฺธนสทิสตฺตา ‘‘สงฺขลิกนย’’นฺติ วุตฺตํ. สงฺขลิกนยํ กตฺวาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสุ, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายา’’ติ เอวมาทินา ทสสุ ปเทสุ เอกเมกํ ปทํ ตทวเสเสหิ นวนวปเทหิ โยเชตฺวา ยํ วุตฺตํ, ตํ สนฺธาย ‘‘เอเกกปทมูลิกํ ทสกฺขตฺตุํ โยชนํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ.
อตฺถสตนฺติอาทีสุ สงฺขลิกนเย ตาว ปุริมปุริมปทานํ วเสน ธมฺมสตํ เวทิตพฺพํ, ปจฺฉิมปจฺฉิมานํ วเสน อตฺถสตํ ทฏฺฐพฺพํ. กถํ? กิญฺจาปิ ปริวาเร ‘‘ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสู’’ติอาทินา สงฺขลิกนเย ขณฺฑจกฺกเมว วุตฺตํ, ตถาปิ เตเนว นเยน พทฺธจกฺกสฺสปิ นโย ทินฺโน, ตสฺมา ‘‘ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสู’’ติอาทึ วตฺวา ‘‘ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ สงฺฆสุฏฺฐู’’ติ โยเชตฺวา พทฺธจกฺกํ กาตพฺพํ. เอวํ ‘‘ยํ สงฺฆผาสุ, ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายา’’ติอาทึ วตฺวาปิ ‘‘ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสู’’ติ โยเชตฺวา พทฺธจกฺกํ กาตพฺพํ. อิมินา อนุกฺกเมน เสสปเทสุปิ โยชิเตสุ สงฺขลิกนเยน ทส พทฺธจกฺกานิ โหนฺติ. เตสุ เอเกกสฺมึ จกฺเก ปุริมปุริมปทานํ วเสน ทส ทส ธมฺมา, ปจฺฉิมปจฺฉิมปทานํ วเสน ทส ทส อตฺถาติ สงฺขลิกนเย อตฺถสตํ ธมฺมสตญฺจ สมฺปชฺชติ. เอกมูลกนเย ปน ‘‘ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสุ, ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายา’’ติ เอวมาทินา เอกเมว ปทํ เสเสหิ นวหิ ปเทหิ โยชิตนฺติ ปุริมปทสฺส เอกตฺตา เอกเมว ธมฺมปทํ นเวว อตฺถปทานิ โหนฺติ, ตสฺมา เอกมูลกนเย ทสสุ ปเทสุ เอกเมกํ มูลํ กตฺวา ทสกฺขตฺตุํ โยชนาย กตาย ธมฺมปทานํ วเสน ธมฺมปทานิ ทส, อตฺถปทานิ นวุตีติ อตฺถสตํ ธมฺมสตญฺจ น สมฺปชฺชติ, ตสฺมา เอกมูลกนเย สงฺขลิกนเย วุตฺตนเยน อตฺถสตํ ธมฺมสตญฺจ อคฺคเหตฺวา ยํ ตตฺถ ทสธมฺมปทานํ นวุติอตฺถปทานญฺจ วเสน ปทสตํ วุตฺตํ, ตํ สพฺพํ ธมฺมสตนฺติ คเหตฺวา ตทตฺถโชตนวเสน อฏฺฐกถายํ วุตฺตานิ สงฺฆสุฏฺฐุภาวาทีนิ อตฺถปทานิ อตฺถสตนฺติ เอวํ คหิเต อตฺถสตํ ธมฺมสตญฺจ สมฺปชฺชติ. เอวํ ตาว อตฺถสตํ ธมฺมสตญฺจ เวทิตพฺพํ. เทฺว จ นิรุตฺติสตานีติ เอตฺถ ปน อตฺถโชติกานํ นิรุตฺตีนํ วเสน นิรุตฺติสตํ, ธมฺมภูตานํ นิรุตฺตีนํ วเสน นิรุตฺติสตนฺติ เทฺว นิรุตฺติสตานิ จ เวทิตพฺพานิ. จตฺตาริ ญาณสตานีติ อตฺถสเต ญาณสตํ, ธมฺมสเต ญาณสตํ, ทฺวีสุ นิรุตฺติสเตสุ เทฺว ญาณสตานีติ จตฺตาริ ญาณสตานิ.
เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเวติ เอตฺถ จ-สทฺโท ภินฺนกฺกเมน โยเชตพฺโพติ อาห ‘‘อุทฺทิเสยฺยาถ จา’’ติ. กถํ ปเนตฺถ ‘‘อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ วุตฺเต ปริยาปุเณยฺยาถาติอาทิ อตฺถสมฺภโวติ อาห ‘‘อติเรกานยนตฺโถ หิ เอตฺถ จ-สทฺโท’’ติ. วุตฺตตฺถโต อติเรกสฺส อตฺถสฺส อานยนํ อติเรกานยนํ, โส อตฺโถ เอตสฺสาติ อติเรกานยนตฺโถ, อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อสํวาโส’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ทฬฺหํ กตฺวา’’ติ วุตฺตํ.
อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย สารตฺถทีปนิยํ
ปฐมปญฺญตฺติกถา นิฏฺฐิตา.
สุทินฺนภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มกฺกฏิวตฺถุกถาวณฺณนา
๔๐. อนุตฺตานปทวณฺณนาติ อุตฺตานํ วุจฺจติ ปากฏํ, ตปฺปฏิปกฺเขน อนุตฺตานํ อปากฏํ อปฺปจุรํ ทุวิญฺเญยฺยญฺจ, อนุตฺตานานํ ปทานํ วณฺณนา อนุตฺตานปทวณฺณนา. อุตฺตานปทวณฺณนาย ปโยชนาภาวโต อนุตฺตานคฺคหณํ. ปจุรปฏิเสวโน โหตีติ พหุลปฏิเสวโน โหติ, ทิวเส ทิวเส นิรนฺตรํ ปฏิเสวตีติ อตฺโถ. ปจุรตฺเถ หิ วตฺตมานวจนนฺติ สพฺพทา ปฏิเสวนาภาเวปิ ‘‘อิห มลฺลา ยุชฺฌนฺตี’’ติอาทีสุ วิย พาหุลฺลวุตฺตึ อุปาทาย วตฺตมานวจนํ. อาหิณฺฑนฺตาติ วิจรนฺตา. อญฺเญสุปีติ อญฺเญสุปิ ภิกฺขูสุ.
๔๑. สโหฑฺฒคฺคหิโตติ สห ภณฺเฑน คหิโต. อตฺตโน มิจฺฉาคาเหน เลสโอฑฺฑเนน วา ปริปุณฺณตฺถมฺปิ ปฐมปญฺญตฺตึ อญฺญถา กโรนฺโต ‘‘ตญฺจ โข มนุสฺสิตฺถิยา, โน ติรจฺฉานคตายา’’ติ อาห. ทสฺสนนฺติ สานุราคทสฺสนํ. คหณนฺติ อนุราควเสเนว หตฺเถน คหณํ. อามสนํ อตฺตโน สรีเรน ตสฺสา สรีรสฺส อุปริ อามสนมตฺตํ, ผุสนํ ตโต ทฬฺหตรํ กตฺวา สํผุสนํ, ฆฏฺฏนํ ตโตปิ ทฬฺหตรํ กตฺวา สรีเรน สรีรสฺส ฆฏฺฏนํ. ตํ สพฺพมฺปีติ ทสฺสนาทิ สพฺพมฺปิ.
๔๒. ทฬฺหตรํ สิกฺขาปทมกาสีติ อิมสฺมึ อธิกาเร อนุปญฺญตฺติยา สิกฺขาปทสฺส ทฬฺหีกรณํ สิถิลกรณญฺจ ปสงฺคโต อาปนฺนํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุกาโม ‘‘ทุวิธญฺหิ สิกฺขาปท’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺส สจิตฺตกสฺส สิกฺขาปทสฺส จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺชํ. ยสฺส สจิตฺตกาจิตฺตกปกฺขสหิตสฺส อจิตฺตกสฺส จ สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตมฺปิ สุราปานาทิ โลกวชฺชนฺติ อิมมตฺถํ สมฺปิณฺเฑตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺชํ นามา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ หิ อิทํ วจนํ อจิตฺตกํ สนฺธาย วุตฺตํ. น หิ เอกํสโต สจิตฺตกสฺส ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ วิเสสเน ปโยชนํ อตฺถิ. สจิตฺตกปกฺเขติ จ วตฺถุวีติกฺกมวิชานนจิตฺเตน ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ คเหตพฺพํ, น ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺเตน. ยทิ หิ ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺเตนปิ ยสฺส สิกฺขาปทสฺส สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว, ตมฺปิ โลกวชฺชนฺติ วเทยฺย, สพฺเพสํ ปณฺณตฺติวชฺชสิกฺขาปทานมฺปิ โลกวชฺชตา อาปชฺเชยฺย ปณฺณตฺติวชฺชานมฺปิ ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ ชานิตฺวา วีติกฺกเม อกุสลจิตฺตสฺเสว สมฺภวโต. น หิ ภควโต อาณํ ชานิตฺวา มทฺทนฺตสฺส กุสลจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ อนาทริยวเสน ปฏิฆจิตฺตสฺเสว อุปฺปชฺชนโต.
อปิเจตฺถ ‘‘สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวา’’ติ วจนโต อจิตฺตกสฺส วตฺถุอชานนวเสน อจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวาติ อยํ นิยโม นตฺถีติ วิญฺญายติ. ยทิ หิ อจิตฺตกสฺส อจิตฺตกปกฺเขปิ จิตฺตํ อกุสลเมว สิยา, ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ อิทํ วิเสสนํ นิรตฺถกํ สิยา. ‘‘ยสฺส จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺช’’นฺติ เอตฺตเก วุตฺเต สุราติ อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺส คนฺธวณฺณกาทิภาวํ อชานิตฺวา ตานิ ลิมฺปนฺตีนํ ภิกฺขุนีนญฺจ วินาปิ อกุสลจิตฺเตน อาปตฺติสมฺภวโต เอกนฺตากุสลํ สจิตฺตกสิกฺขาปทํ ฐเปตฺวา สุราปานาทิอจิตฺตกสิกฺขาปทานํ โลกวชฺชตา น สิยาติ เตสมฺปิ สงฺคณฺหตฺถํ ‘‘ยสฺส สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. เตเนว จูฬคณฺฐิปเท มชฺฌิมคณฺฐิปเท จ วุตฺตํ ‘‘เอตํ สตฺตํ มาเรสฺสามีติ ตสฺมึเยว ปเทเส นิปนฺนํ อญฺญํ มาเรนฺตสฺส ปาณสามญฺญสฺส อตฺถิตาย ยถา ปาณาติปาโต โหติ, เอวํ เอตํ มชฺชํ ปิวิสฺสามีติ อญฺญํ มชฺชํ ปิวนฺตสฺส มชฺชสามญฺญสฺส อตฺถิตาย อกุสลเมว โหติ. ยถา ปน กฏฺฐสญฺญาย สปฺปํ ฆาเตนฺตสฺส ปาณาติปาโต น โหติ, เอวํ นาฬิเกรปานสญฺญาย มชฺชํ ปิวนฺตสฺส อกุสลํ น โหตี’’ติ.
เกจิ ปน วทนฺติ ‘‘สามเณรสฺส สุราติ อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺส ปาราชิโก นตฺถิ, อกุสลํ ปน โหตี’’ติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ. ‘‘ภิกฺขุโน อชานิตฺวาปิ พีชโต ปฏฺฐาย มชฺชํ ปิวนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ, สามเณโร ชานิตฺวา ปิวนฺโต สีลเภทํ อาปชฺชติ, น อชานิตฺวา’’ติ เอตฺตกเมว หิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, ‘‘อกุสลํ ปน โหตี’’ติ น วุตฺตนฺติ. อปรมฺปิ วทนฺติ ‘‘อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺสปิ โสตาปนฺนสฺส มุขํ สุรา น ปวิสติ กมฺมปถปฺปตฺตอกุสลจิตฺเตเนว ปาตพฺพโต’’ติ, ตมฺปิ น สุนฺทรํ. โพธิสตฺเต กุจฺฉิคเต โพธิสตฺตมาตุ สีลํ วิย หิ อิทมฺปิ อริยสาวกานํ ธมฺมตาสิทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. เตเนว ทีฆนิกาเย กูฏทนฺตสุตฺตฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๕๒) วุตฺตํ –
‘‘ภวนฺตเรปิ หิ อริยสาวโก ชีวิตเหตุปิ เนว ปาณํ หนติ, น สุรํ ปิวติ. สเจปิสฺส สุรญฺจ ขีรญฺจ มิสฺเสตฺวา มุเข ปกฺขิปนฺติ, ขีรเมว ปวิสติ, น สุรา. ยถา กึ? ยถา โกญฺจสกุณานํ ขีรมิสฺสเก อุทเก ขีรเมว ปวิสติ, น อุทกํ. อิทํ โยนิสิทฺธนฺติ เจ? อิทมฺปิ ธมฺมตาสิทฺธนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ.
ยทิ เอวํ สุราปานสิกฺขาปทฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๓๒๙) ‘‘วตฺถุอชานนตาย เจตฺถ อจิตฺตกตา เวทิตพฺพา, อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ? นายํ โทโส. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สจิตฺตกปกฺเข อกุสลจิตฺเตเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตาติ. อิมินาเยว หิ อธิปฺปาเยน อญฺเญสุปิ โลกวชฺเชสุ อจิตฺตกสิกฺขาปเทสุ อกุสลจิตฺตตาเยว วุตฺตา, น ปน สจิตฺตกตา. เตเนว ภิกฺขุนีวิภงฺคฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๒๒๗) วุตฺตํ –
‘‘คิรคฺคสมชฺชํ จิตฺตาคารสิกฺขาปทํ สงฺฆาณิ อิตฺถาลงฺกาโร คนฺธกวณฺณโก วาสิตกปิญฺญาโก ภิกฺขุนีอาทีหิ อุมฺมทฺทนปริมทฺทนาติ อิมานิ ทส สิกฺขาปทานิ อจิตฺตกานิ โลกวชฺชานิ อกุสลจิตฺตานี’’ติ,
อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – วินาปิ จิตฺเตน อาปชฺชิตพฺพตฺตา อจิตฺตกานิ, จิตฺเต ปน สติ อกุสเลเนว อาปชฺชิตพฺพตฺตา โลกวชฺชานิ เจว อกุสลจิตฺตานิ จาติ. ตสฺมา ภิกฺขุวิภงฺเค อาคตานิ สุราปานอุยฺยุตฺตอุยฺโยธิกสิกฺขาปทานิ ตีณิ, ภิกฺขุนีวิภงฺเค อาคตานิ คิรคฺคสมชฺชาทีนิ ทสาติ อิเมสํ เตรสนฺนํ อจิตฺตกสิกฺขาปทานํ โลกวชฺชตาทสฺสนตฺถํ ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ อิทํ วิเสสนํ กตนฺติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. ยสฺมา ปน ปณฺณตฺติวชฺชสฺส วตฺถุวีติกฺกมวิชานนจิตฺเตน สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ สิยา กุสลํ, สิยา อกุสลํ, สิยา อพฺยากตํ, ตสฺมา ตสฺส สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวาติ อยํ นิยโม นตฺถีติ เสสํ ปณฺณตฺติวชฺชนฺติ วุตฺตํ.
รุนฺธนฺตีติ วีติกฺกมํ รุนฺธนฺตี. ทฺวารํ ปิทหนฺตีติ วีติกฺกมเลสสฺส ทฺวารํ ปิทหนฺตี. โสตํ ปจฺฉินฺทมานาติ อุปรูปริ วีติกฺกมโสตํ ปจฺฉินฺทมานา. อถ วา รุนฺธนฺตีติ อนาปตฺติเลสํ รุนฺธนฺตี. ทฺวารํ ปิทหนฺตีติ อนาปตฺติเลสสฺส ทฺวารํ ปิทหนฺตี. โสตํ ปจฺฉินฺทมานาติ อนาปตฺติโสตํ ปจฺฉินฺทมานา, อาปตฺติเมว กุรุมานาติ วุตฺตํ โหติ. นนุ จ โลกวชฺเช กาจิ อนุปญฺญตฺติ อุปฺปชฺชมานา สิถิลํ กโรนฺตี อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘โลกวชฺเช อนุปญฺญตฺติ อุปฺปชฺชมานา…เป… คาฬฺหตรํ กโรนฺตี อุปฺปชฺชตี’’ติ อิทํ กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อญฺญตฺร อธิมานา อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติอาทิ. ‘‘อญฺญตฺร อธิมานา’’ติ อิมิสฺสา อนุปญฺญตฺติยา ‘‘วีติกฺกมาภาวา’’ติ การณํ วุตฺตํ, ‘‘อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติ อิมิสฺสา ‘‘อพฺโพหาริกตฺตา’’ติ การณํ วุตฺตํ. ตตฺถ วีติกฺกมาภาวาติ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโตติอาทิวีติกฺกมาภาวา. อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม หิ ‘‘ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปตี’’ติ (มหาว. ๑๒๙) วจนโต วิสํวาทนาธิปฺปาเยน มุสา ภณนฺโต ปาราชิโก โหติ. อยํ ปน อธิมาเนน อธิคตสญฺญี หุตฺวา อุลฺลปติ, น สิกฺขาปทํ วีติกฺกมิตุกาโม, ตสฺมา ‘‘อญฺญตฺร อธิมานา’’ติ อยํ อนุปญฺญตฺติ อุปฺปชฺชมานา วีติกฺกมาภาวา อนาปตฺติกรา ชาตา. อพฺโพหาริกตฺตาติ สุปินนฺเต วิชฺชมานายปิ เจตนาย วีติกฺกมิจฺฉาย จ อพฺโพหาริกตฺตา. กิญฺจาปิ หิ สุปินนฺเต โมจนสฺสาทเจตนา สํวิชฺชติ, กทาจิ อุปกฺกมนมฺปิ โหติ, ตถาปิ ถินมิทฺเธน อภิภูตตฺตา ตํ จิตฺตํ อพฺโพหาริกํ, จิตฺตสฺส อพฺโพหาริกตฺตา อุปกฺกมกิริยาสํวตฺตนิกาปิ เจตนา อพฺโพหาริกา. เตเนว ‘‘อตฺเถสา ภิกฺขเว เจตนา, สา จ โข อพฺโพหาริกา’’ติ (ปารา. ๒๓๕) ภควตา วุตฺตา, ตสฺมา ‘‘อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติ อยํ อนุปญฺญตฺติ อพฺโพหาริกตฺตา อนาปตฺติกรา ชาตา.
อกเต วีติกฺกเมติ ‘‘กุกฺกุจฺจายนฺตา น ภุญฺชึสู’’ติอาทีสุ วิย วีติกฺกเม อกเต. สิถิลํ กโรนฺตีติ ปฐมํ สามญฺญโต พทฺธสิกฺขาปทํ โมเจตฺวา อตฺตโน อตฺตโน วิสเย อนาปตฺติกรณวเสน สิถิลํ กโรนฺตี. ทฺวารํ ททมานาติ อนาปตฺติยา ทฺวารํ ททมานา. เตเนวาห ‘‘อปราปรมฺปิ อนาปตฺตึ กุรุมานา’’ติ. นนุ จ สญฺจริตฺตสิกฺขาปเท ‘‘อนฺตมโส ตงฺขณิกายปี’’ติ อนุปญฺญตฺติ อุปฺปชฺชมานา อาปตฺติเมว กโรนฺตี อุปฺปนฺนา, อถ กสฺมา ‘‘อนาปตฺตึ กุรุมานา อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อนฺตมโส ตงฺขณิกายปี’’ติอาทิ. อุทายินา ภิกฺขุนา ตงฺขณิกาย สญฺจริตฺตํ อาปนฺนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘กเต วีติกฺกเม’’ติ วุตฺตํ. ปญฺญตฺติคติกาว โหตีติ มูลปญฺญตฺติยํเยว อนฺโตคธา โหติ.
มกฺกฏิวตฺถุกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สนฺถตภาณวาโร
วชฺชิปุตฺตกวตฺถุวณฺณนา
๔๓. เวสาลี นิวาโส เอเตสนฺติ เวสาลิกาติ อาห ‘‘เวสาลิวาสิโน’’ติ. วชฺชีสุ ชนปเท วสนฺตา วชฺชิโน, วชฺชีนํ ปุตฺตกา วชฺชิปุตฺตกาติ อาห ‘‘วชฺชิรฏฺเฐ เวสาลิยํ กุลานํ ปุตฺตา’’ติ. ญาตีนํ พฺยสนนฺติ ญาตีนํ วินาโส. โส ปน ญาตีนํ วินาโส ราชทณฺฑาทิการเณน โหตีติ อาห ‘‘ราชทณฺฑพฺยาธิมรณวิปฺปวาสนิมิตฺเตนา’’ติ. โภคานํ พฺยสนํ วินาโส โภคพฺยสนํ. ตญฺจ หิรญฺญสุวณฺณทาสิทาสาทีนํ อุปโภคปริโภควตฺถูนํ ราชทณฺฑาทินา วินาโสติ อาห ‘‘เอส นโย ทุติยปเทปี’’ติ. น พุทฺธํ ครหามาติ ‘‘อสพฺพญฺญุ พุทฺโธ’’ติอาทินา พุทฺธํ น ครหาม. น ธมฺมครหิโนติ ‘‘อนิยฺยานิโก ธมฺโม’’ติอาทินา ธมฺมํ น ครหาม. น สงฺฆครหิโนติ ‘‘ทุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติอาทินา สงฺฆํ น ครหาม. อฏฺฐตึสารมฺมเณสูติ ทส กสิณา ทส อสุภา ทสานุสฺสติโย จตฺตาโร พฺรหฺมวิหารา จตฺตาโร อารุปฺปา จตุธาตุววตฺถานํ อาหาเร ปฏิกูลสญฺญาติ อิเมสุ จตฺตาลีสกมฺมฏฺฐาเนสุ ปาฬิยํ อนาคตตฺตา อาโลกากาสกสิณทฺวยํ ฐเปตฺวา อวเสสานิ คเหตฺวา วุตฺตํ. วิภตฺตา กุสลา ธมฺมาติ ‘‘อิมสฺมึ อารมฺมเณ อิทํ โหตี’’ติ เอวํ วิภตฺตา อุปจารชฺฌาเนน สทฺธึ ปฐมชฺฌานาทโย มหคฺคตกุสลา ธมฺมา. เตว ธมฺเมติ เต เอว กุสเล ธมฺเม. มชฺฌิมยาโม ภิกฺขูนํ นิทฺทากิลมถวิโนทโนกาสตฺตา น คหิโตติ อาห ‘‘ปฐมยามญฺจ ปจฺฉิมยามญฺจา’’ติ. สจฺจานิ พุชฺฌติ ปฏิวิชฺฌตีติ โพธิ, อรหตฺตมคฺคญาณํ. อุปการกตฺเตน ตสฺส ปกฺเข ภวา โพธิปกฺขิยาติ อาห ‘‘โพธิสฺส ปกฺเข ภวานํ, อรหตฺตมคฺคญาณสฺส อุปการกาน’’นฺติ. จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, ปญฺจินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ อิเม สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา. ‘‘คิหิปลิโพธํ อาวาสปลิโพธญฺจ ปหายา’’ติ อิเมสํเยว ทฺวินฺนํ ปลิโพธานํ อุปจฺเฉทสฺส สุทุกฺกรภาวโต วุตฺตํ. ยุตฺตปยุตฺตาติ สมฺมเทว ยุตฺตา.
อาสยนฺติ อชฺฌาสยํ. สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา ปฏิเสวิตเมถุนานํ เตสํ วชฺชิปุตฺตกานํ อุปสมฺปทํ อนุชานนฺโต ภควา ‘‘ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ เอวํ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ สมูหนติ นามาติ อาห – ‘‘ยทิ หิ ภควา…เป… ปญฺญตฺตํ สมูหเนยฺยา’’ติ. ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ วุตฺตตฺตา ปน สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย ปฏิเสวิตเมถุนสฺส อุปสมฺปทํ อนุชานนฺโต น สมูหนติ นาม. น หิ โส ภิกฺขุ หุตฺวา ปฏิเสวติ. ‘‘โส อาคโต น อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติ วจนโต สามเณรภูมิ อนุญฺญาตาติ อาห ‘‘สามเณรภูมิยํ ปน ฐิโต’’ติอาทิ. อุตฺตมตฺถนฺติ อรหตฺตํ นิพฺพานเมว วา.
วชฺชิปุตฺตกวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุพฺพิธวินยกถาวณฺณนา
๔๕. นีหริตฺวาติ สาสนโต นีหริตฺวา. ตถา หิ ‘‘ปญฺจหุปาลิ องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สุตฺตํ น ชานาติ, สุตฺตานุโลมํ น ชานาตี’’ติ (ปริ. ๔๔๒) เอวมาทิปริยตฺติสาสนโต สุตฺตํ สุตฺตานุโลมญฺจ นีหริตฺวา ปกาเสสุํ, ‘‘อนาปตฺติ เอวํ อมฺหากํ อาจริยานํ อุคฺคโห ปริปุจฺฉาติ คณฺหาตี’’ติ เอวมาทิปริยตฺติสาสนโต อาจริยวาทํ นีหริตฺวา ปกาเสสุํ, ภารุกจฺฉกวตฺถุสฺมึ (ปารา. ๗๘) ‘‘อายสฺมา อุปาลิ เอวมาห อนาปตฺติ อาวุโส สุปินนฺเตนา’’ติ เอวมาทิปริยตฺติสาสนโต เอว อตฺตโนมตึ นีหริตฺวา ปกาเสสุํ. ตาย หิ อตฺตโนมติยา เถโร เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ.
วุตฺตนฺติ นาคเสนตฺเถเรน วุตฺตํ. ปชฺชเต อเนน อตฺโถติ ปทํ, ภควตา กณฺฐาทิวณฺณปฺปวตฺติฏฺฐานํ อาหจฺจ วิเสเสตฺวา ภาสิตํ ปทํ อาหจฺจปทํ, ภควโตเยว วจนํ. เตนาห ‘‘อาหจฺจปทนฺติ สุตฺตํ อธิปฺเปต’’นฺติ. ‘‘อิทํ กปฺปติ, อิทํ น กปฺปตี’’ติ เอวํ อวิเสเสตฺวา ‘‘ยํ, ภิกฺขเว, มยา ‘อิทํ น กปฺปตี’ติ อปฺปฏิกฺขิตฺตํ, ตญฺเจ อกปฺปิยํ อนุโลเมติ, กปฺปิยํ ปฏิพาหติ, ตํ โว น กปฺปตี’’ติอาทินา (มหาว. ๓๐๕) วุตฺตํ สามญฺญลกฺขณํ อิธ ‘‘รโส’’ติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘รโสติ สุตฺตานุโลม’’นฺติ. ธมฺมสงฺคาหกปฺปภุติอาจริยปรมฺปรโต อานีตา อฏฺฐกถาตนฺติ อิธ ‘‘อาจริยวํโส’’ติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘อาจริยวํโสติ อาจริยวาโท’’ติ.
อิธ วินยวินิจฺฉยสฺส อธิกตตฺตา ตทนุจฺฉวิกเมว สุตฺตํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘สุตฺตํ นาม สกเล วินยปิฏเก ปาฬี’’ติ. มหาปเทสาติ มหาโอกาสา, มหนฺตานิ วินยสฺส ปติฏฺฐาปนฏฺฐานานิ เยสุ ปติฏฺฐาปิโต วินโย วินิจฺฉยติ อสนฺเทหโต. มหนฺตานิ วา การณานิ มหาปเทสา, มหนฺตานิ วินยวินิจฺฉยการณานีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อตฺถโต ปน ‘ยํ, ภิกฺขเว’ติอาทินา วุตฺตา สาธิปฺปายา ปาฬิเยว มหาปเทสา’’ติ วทนฺติ. เตเนวาห ‘‘เย ภควตา เอวํ วุตฺตา’’ติอาทิ. อิเม จ มหาปเทสา ขนฺธเก อาคตา, ตสฺมา เตสํ วินิจฺฉยกถา ตตฺเถว อาวิ ภวิสฺสตีติ อิธ น วุจฺจติ. ยทิปิ ตตฺถ ตตฺถ ภควตา ปวตฺติตา ปกิณฺณกเทสนาว อฏฺฐกถา, สา ปน ธมฺมสงฺคาหเกหิ ปฐมํ ตีณิ ปิฏกานิ สงฺคายิตฺวา ตสฺส อตฺถวณฺณนานุรูเปเนว วาจนามคฺคํ อาโรปิตตฺตา ‘‘อาจริยวาโท’’ติ วุจฺจติ อาจริยา วทนฺติ สํวณฺเณนฺติ ปาฬึ เอเตนาติ กตฺวา. เตนาห – ‘‘อาจริยวาโท นาม…เป… อฏฺฐกถาตนฺตี’’ติ. ติสฺโส สงฺคีติโย อารุโฬฺหเยว จ พุทฺธวจนสฺส อตฺถสํวณฺณนาภูโต กถามคฺโค มหามหินฺทตฺเถเรน ตมฺพปณฺณิทีปํ อาภโต, ปจฺฉา ตมฺพปณฺณิเยหิ มหาเถเรหิ สีหฬภาสาย ฐปิโต นิกายนฺตรลทฺธิสงฺกรปริหรณตฺถํ. กิญฺจาปิ อตฺตโนมติ สุตฺตาทีหิ สํสนฺทิตฺวาว ปริกปฺปียติ, ตถาปิ สา น สุตฺตาทีสุ วิเสสโต นิทฺทิฏฺฐาติ อาห ‘‘สุตฺตสุตฺตานุโลมอาจริยวาเท มุญฺจิตฺวา’’ติ. อนุพุทฺธิยาติ สุตฺตาทีนิเยว อนุคตพุทฺธิยา. นยคฺคาเหนาติ สุตฺตาทิโต ลพฺภมานนยคฺคหเณน.
อตฺตโนมตึ สามญฺญโต ปฐมํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตเมว วิเสเสตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. อิทานิ ตตฺถ ปฏิปชฺชิตพฺพาการํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ตํ ปน อตฺตโนมตึ คเหตฺวา กเถนฺเตนา’’ติอาทิ. อตฺเถนาติ อตฺตนา สลฺลกฺขิเตน อตฺเถน. อาจริยวาเท โอตาเรตพฺพาติ อาจริยวาเท ญาเณน อนุปฺปเวเสตพฺพา. สพฺพทุพฺพลาติ ปุคฺคลสฺส สยํ ปฏิภานภาวโต. ปมาทปาฐวเสน อาจริยวาทสฺส กทาจิ สุตฺตานุโลเมน อสํสนฺทนาปิ สิยา, โส น คเหตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อาจริยวาโทปิ…เป… สเมนฺโต เอว คเหตพฺโพ’’ติ. สเมนฺตเมว คเหตพฺพนฺติ ยถา สุตฺเตน สํสนฺทติ, เอวํ มหาปเทสโต อตฺถา อุทฺธริตพฺพาติ ทสฺเสติ. สุตฺตานุโลมสฺส สุตฺเตกเทสตฺเตปิ สุตฺเต วิย ‘‘อิทํ กปฺปติ, อิทํ น กปฺปตี’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อาหจฺจภาสิตํ กิญฺจิ นตฺถีติ อาห – ‘‘สุตฺตานุโลมโต หิ สุตฺตเมว พลวตร’’นฺติ. อปฺปฏิวตฺติยนฺติ อปฺปฏิพาหิยํ. การกสงฺฆสทิสนฺติ ปมาณตฺตา สงฺคีติการกสงฺฆสทิสํ. พุทฺธานํ ฐิตกาลสทิสนฺติ อิมินา พุทฺเธเหว กถิตตฺตา ธรมานพุทฺธสทิสนฺติ วุตฺตํ โหติ. สุตฺเต หิ ปฏิพาหิเต พุทฺโธว ปฏิพาหิโต โหติ. สกวาที สุตฺตํ คเหตฺวา กเถตีติ สกวาที อตฺตโน สุตฺตํ คเหตฺวา โวหรติ. ปรวาที สุตฺตานุโลมนฺติ อญฺญนิกายวาที อตฺตโน นิกาเย สุตฺตานุโลมํ คเหตฺวา กเถติ. เขปํ วา ครหํ วา อกตฺวาติ ‘‘กึ อิมินา’’ติ เขปํ วา ‘‘กิเมส พาโล วทตี’’ติ ครหํ วา อกตฺวา. สุตฺตานุโลมนฺติ ปรวาทินา วุตฺตํ อญฺญนิกาเย สุตฺตานุโลมํ. สุตฺเต โอตาเรตพฺพนฺติ สกวาทินา อตฺตโน สุตฺเต โอตาเรตพฺพํ. สุตฺตสฺมึเยว ฐาตพฺพนฺติ อตฺตโน สุตฺเตเยว ฐาตพฺพํ. เอวํ เสสวาเรสุปิ อตฺถโยชนา กาตพฺพา. อยนฺติ สกวาที. ปโรติ อญฺญนิกายวาที. เอวํ เสเสสุปิ.
นนุ จ ‘‘สุตฺตานุโลมโต สุตฺตเมว พลวตร’’นฺติ เหฏฺฐา วุตฺตํ, อิธ ปน ‘‘สุตฺตานุโลเม สุตฺตํ โอตาเรตพฺพ’’นฺติอาทิ กสฺมา วุตฺตนฺติ? นายํ วิโรโธ. ‘‘สุตฺตานุโลมโต สุตฺตเมว พลวตร’’นฺติ หิ อิทํ สกมเตเยว สุตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ หิ สกมติปริยาปนฺนเมว สุตฺตาทึ สนฺธาย ‘‘อตฺตโนมติ สพฺพทุพฺพลา, อตฺตโนมติโต อาจริยวาโท พลวตโร, อาจริยวาทโต สุตฺตานุโลมํ พลวตรํ, สุตฺตานุโลมโต สุตฺตเมว พลวตร’’นฺติ จ วุตฺตํ. อิธ ปน ปรวาทินา อานีตํ อญฺญนิกาเย สุตฺตํ สนฺธาย ‘‘สุตฺตานุโลเม สุตฺตํ โอตาเรตพฺพ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺมา ปรวาทินา อานีตํ สุตฺตาทึ อตฺตโน สุตฺตานุโลมอาจริยวาทอตฺตโนมตีสุ โอตาเรตฺวา สเมนฺตํเยว คเหตพฺพํ, อิตรํ น คเหตพฺพนฺติ อยํ นโย อิธ วุจฺจตีติ น โกจิ ปุพฺพาปรวิโรโธ.
พาหิรกสุตฺตนฺติ ติสฺโส สงฺคีติโย อนารุฬฺหคุฬฺหเวสฺสนฺตราทีนิ มหาสงฺฆิกนิกายวาสีนํ สุตฺตานิ. เวทลฺลาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน คุฬฺหอุมฺมคฺคาทิคฺคหณํ เวทิตพฺพํ, อิตรํ คารยฺหสุตฺตํ น คเหตพฺพํ. อตฺตโนมติยเมว ฐาตพฺพนฺติ อิมินา อญฺญนิกายโต อานีตสุตฺตโตปิ สกนิกาเย อตฺตโนมติเยว พลวตราติ ทสฺเสติ. สกวาที สุตฺตํ คเหตฺวา กเถติ, ปรวาทีปิ สุตฺตเมวาติเอวมาทินา สมานชาติกานํ วเสน วาโร น วุตฺโต, สุตฺตสฺส สุตฺเตเยว โอตารณํ ภินฺนํ วิย หุตฺวา น ปญฺญายติ, วุตฺตนเยเนว จ สกฺกา โยเชตุนฺติ.
อิทานิ สกวาทีปรวาทีนํ กปฺปิยากปฺปิยาทิภาวํ สนฺธาย วิวาเท อุปฺปนฺเน ตตฺถ ปฏิปชฺชิตพฺพวิธึ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อถ ปนายํ กปฺปิยนฺติ คเหตฺวา กเถตี’’ติอาทิ. ตตฺถ สุตฺเต จ สุตฺตานุโลเม จ โอตาเรตพฺพนฺติ สกวาทินา อตฺตโนเยว สุตฺเต จ สุตฺตานุโลเม จ โอตาเรตพฺพํ. ปโร การณํ น วินฺทตีติ ปรวาที การณํ น ลภติ. สุตฺตโต พหุํ การณญฺจ วินิจฺฉยญฺจ ทสฺเสตีติ ปรวาที อตฺตโน สุตฺตโต พหุํ การณํ วินิจฺฉยญฺจ อาหริตฺวา ทสฺเสติ. สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อกปฺปิเยว ฐาตพฺพนฺติ อิมินา อตฺตโน นิกาเย สุตฺตาทีนิ อลภนฺเตน สกวาทินา ปรวาทีวจเนเยว ฐาตพฺพนฺติ วทติ. ทฺวินฺนมฺปิ การณจฺฉายา ทิสฺสตีติ สกวาทีปรวาทีนํ อุภินฺนมฺปิ กปฺปิยากปฺปิยภาวสาธกํ การณปติรูปกํ ทิสฺสติ. ยทิ ทฺวินฺนมฺปิ การณจฺฉายา ทิสฺสติ, กสฺมา ‘‘อกปฺปิเยว ฐาตพฺพ’’นฺติ อาห ‘‘วินยญฺหิ ปตฺวา’’ติอาทิ. ‘‘วินยํ ปตฺวา’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กปฺปิยากปฺปิยวิจารณมาคมฺมา’’ติ. รุนฺธิตพฺพนฺติอาทีสุ ทุพฺพิญฺเญยฺยวินิจฺฉเย กปฺปิยากปฺปิยภาเว สติ กปฺปิยนฺติ คหณํ รุนฺธิตพฺพํ, อกปฺปิยนฺติ คหณํ คาฬฺหํ กาตพฺพํ. อปราปรํ ปวตฺตกปฺปิยคหณโสตํ ปจฺฉินฺทิตพฺพํ, ครุกภาวสงฺขาเต อกปฺปิยภาเวเยว ฐาตพฺพนฺติ อตฺโถ.
พหูหิ สุตฺตวินิจฺฉยการเณหีติ พหูหิ สุตฺเตหิ เจว ตโต อานีตวินิจฺฉยการเณหิ จ. อตฺตโน คหณํ น วิสฺสชฺเชตพฺพนฺติ สกวาทินา อตฺตโน อกปฺปิยนฺติ คหณํ น วิสฺสชฺเชตพฺพํ. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ นิคเมนฺโต ‘‘เอว’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ โยติ สกวาทีปรวาทีสุ โย โกจิ. เกจิ ปน ‘‘สกวาทีสุเยว โย โกจิ อิธาธิปฺเปโต’’ติ วทนฺติ, เอวํ สนฺเต ‘‘อถ ปนายํ กปฺปิยนฺติ คเหตฺวา กเถตี’’ติอาทีสุ สพฺพตฺถ อุโภปิ สกวาทิโนเยว สิยุํ เหฏฺฐา วุตฺตสฺเสว นิคมนวเสน ‘‘เอว’’นฺติอาทีนํ วุตฺตตฺตา, ตสฺมา ตํ น คเหตพฺพํ. อติเรกการณํ ลภตีติ เอตฺถ สุตฺตาทีสุ ปุริมํ ปุริมํ อติเรกการณํ นาม, โย วา สุตฺตาทีสุ จตูสุ พหุตรํ การณํ ลภติ, โส อติเรกการณํ ลภติ นาม.
สุฏฺฐุ ปวตฺติ เอตสฺสาติ สุปฺปวตฺติ, สุฏฺฐุ ปวตฺตติ สีเลนาติ วา สุปฺปวตฺติ. เตนาห ‘‘สุปฺปวตฺตีติ สุฏฺฐุ ปวตฺต’’นฺติ. วาจาย อุคฺคตํ วาจุคฺคตํ, วจสา สุคฺคหิตนฺติ วุตฺตํ โหติ. สุตฺตโตติ อิมสฺส วิวรณํ ‘‘ปาฬิโต’’ติ. เอตฺถ จ ‘‘สุตฺตํ นาม สกลํ วินยปิฏก’’นฺติ วุตฺตตฺตา ปาฬิโตติ ตทตฺถทีปิกา อญฺญาเยว ปาฬิ เวทิตพฺพา. อนุพฺยญฺชนโสติ อิมสฺส วิวรณํ ‘‘ปริปุจฺฉโต จ อฏฺฐกถาโต จา’’ติ. ปาฬึ อนุคนฺตฺวา อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต ปกาสนโต อนุพฺยญฺชนนฺติ หิ ปริปุจฺฉา อฏฺฐกถา จ วุจฺจติ. เอตฺถ จ อฏฺฐกถาย วิสุํ คหิตตฺตา ปริปุจฺฉาติ เถรวาโท วุตฺโต. สงฺฆเภทสฺส ปุพฺพภาเค ปวตฺตกลหสฺเสตํ อธิวจนํ สงฺฆราชีติ. กุกฺกุจฺจโกติ อณุมตฺเตสุปิ วชฺเชสุ ภยทสฺสนวเสน กุกฺกุจฺจํ อุปฺปาเทนฺโต. ตนฺตึ อวิสํวาเทตฺวาติ ปาฬึ อญฺญถา อกตฺวา. อโวกฺกมนฺโตติ อนติกฺกมนฺโต.
วิตฺถุนตีติ อตฺถํ อทิสฺวา นิตฺถุนติ. วิปฺผนฺทตีติ กมฺปติ. สนฺติฏฺฐิตุํ น สกฺโกตีติ เอกสฺมึเยว อตฺเถ ปติฏฺฐาตุํ น สกฺโกติ. เตนาห ‘‘ยํ ยํ ปเรน วุจฺจติ, ตํ ตํ อนุชานาตี’’ติ. ปรวาทํ คณฺหาตีติ ‘‘อุจฺฉุมฺหิ กสฏํ ยาวชีวิกํ, รโส สตฺตาหกาลิโก, ตทุภยวินิมุตฺโต จ อุจฺฉุ นาม วิสุํ นตฺถิ, ตสฺมา อุจฺฉุปิ วิกาเล วฏฺฏตี’’ติ ปรวาทินา วุตฺเต ตมฺปิ คณฺหาติ. เอเกกโลมนฺติ ปลิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยมฺหีติ ยสฺมึ ปุคฺคเล. ปริกฺขยํ ปริยาทานนฺติ อตฺถโต เอกํ.
อาจริยปรมฺปรา โข ปนสฺส สุคฺคหิตา โหตีติ เอตฺถ อาจริยปรมฺปราติ อาจริยานํ วินิจฺฉยปรมฺปรา. เตเนว วกฺขติ ‘‘ยถา อาจริโย จ อาจริยาจริโย จ ปาฬิญฺจ ปริปุจฺฉญฺจ วทนฺติ, ตถา ญาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ปุพฺพาปรานุสนฺธิโตติ ‘‘อิทํ ปุพฺพวจนํ, อิทํ ปรวจนํ, อยมนุสนฺธี’’ติ เอวํ ปุพฺพาปรานุสนฺธิโต. อาจริยปรมฺปรนฺติ อิมสฺเสว เววจนํ เถรวาทงฺคนฺติ, เถรปฏิปาฏินฺติ อตฺโถ. เทฺว ตโย ปริวฏฺฏาติ เทฺว ติสฺโส ปรมฺปรา.
อิเมหิ จ ปน ตีหิ ลกฺขเณหีติ ‘‘สุตฺตมสฺส สฺวาคตํ โหตี’’ติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺเตหิ ตีหิ ลกฺขเณหิ. เอตฺถ จ ปฐเมน ลกฺขเณน วินยสฺส สุฏฺฐุ อุคฺคหิตภาโว วุตฺโต, ทุติเยน อุคฺคหิเตน อจลตา สุปฺปติฏฺฐิตตา วุตฺตา, ตติเยน ยํ ปาฬิยา อฏฺฐกถาย จ นตฺถิ, ตมฺปิ อาจริยวจเนน วินิจฺฉินิตุํ สมตฺถตา วุตฺตา. โอติณฺเณ วตฺถุสฺมินฺติ โจทนาสงฺขาเต วีติกฺกมสงฺขาเต วา วตฺถุสฺมึ สงฺฆมชฺเฌ โอติณฺเณ, โอสเฏติ อตฺโถ. วุตฺตเมว วิภาเวนฺโต ‘‘โจทเกน จ จุทิตเกน จ วุตฺเต วตฺตพฺเพ’’ติ อาห. เกจิ ปน ‘‘โจทเกน โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ จุทิตเกน จ วุตฺเต วตฺตพฺเพ’’ติ เอวํ โยเชนฺติ. อปเร ปน ‘‘โจทเกน จ จุทิตเกน จ วุตฺเต วินยธเรน จ วตฺตพฺเพ’’ติ เอวมฺปิ โยเชนฺติ. ‘‘โจทเกน จ จุทิตเกน จ วุตฺเต วตฺตพฺเพ’’ติ อยเมว ปน โยชนา สุนฺทรตราติ เวทิตพฺพา. วตฺถุ โอโลเกตพฺพนฺติ ตสฺส ตสฺส สิกฺขาปทสฺส วตฺถุ โอโลเกตพฺพํ. ‘‘ติเณน วา ปณฺเณน วา…เป… โย อาคจฺเฉยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๕๑๗) หิ อิทํ นิสฺสคฺคิเย อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทสฺส วตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, ถุลฺลจฺจยทุพฺภาสิตาปตฺตีนํ มาติกาย อนาคตตฺตา ‘‘ปญฺจนฺนํ อาปตฺตีนํ อญฺญตร’’นฺติ วุตฺตํ. อญฺญตรํ วา อาปตฺตินฺติ ‘‘กาเล วิกาลสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส, กาเล เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ เอวมาทินา (ปาจิ. ๒๕๐) อาคตํ ทุกฺกฏํ สนฺธาย วุตฺตํ. สิกฺขาปทนฺตเรสูติ วินีตวตฺถุํ อนฺโตกตฺวา เอเกกสฺมึ สิกฺขาปทนฺตเร.
สุขุมาติ อตฺตโนปิ ทุวิญฺเญยฺยสภาวสฺส ลหุปริวตฺติโน จิตฺตสฺส สีฆปริวตฺติตาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘จิตฺตลหุกา’’ติ. จิตฺตํ ลหุ สีฆปริวตฺติ เอเตสนฺติ จิตฺตลหุกา. เตติ เต วีติกฺกเม. ตํวตฺถุกนฺติ เต อทินฺนาทานมนุสฺสวิคฺคหวีติกฺกมา วตฺถุ อธิฏฺฐานํ การณเมตสฺสาติ ตํวตฺถุกํ. สีลานิ โสเธตฺวาติ ยํวตฺถุกํ กุกฺกุจฺจํ อุปฺปนฺนํ, ตํ อมนสิกริตฺวา อวเสสสีลานิ โสเธตฺวา. ปากฏภาวโต สุขวฬญฺชนตาย จ ‘‘ทฺวตฺตึสาการํ ตาว มนสิ กโรหี’’ติ วุตฺตํ. อญฺญสฺมึ ปน กมฺมฏฺฐาเน กตปริจเยน ตเทว มนสิ กาตพฺพํ. กมฺมฏฺฐานํ ฆฏยตีติ อนฺตรนฺตรา ขณฺฑํ อทสฺเสตฺวา จิตฺเตน สทฺธึ อาลมฺพนภาเวน จิรกาลํ ฆฏยติ. สงฺขารา ปากฏา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺตีติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานิโก เจ, ตสฺส สงฺขารา ปากฏา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. สเจ กตปาราชิกวีติกฺกโม ภเวยฺย, ตสฺส สติปิ อสริตุกามตาย วิปฺปฏิสารวตฺถุวเสน ปุนปฺปุนํ ตํ อุปฏฺฐหตีติ จิตฺเตกคฺคตํ น วินฺทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กมฺมฏฺฐานํ น ฆฏยตี’’ติอาทิ. อตฺตนา ชานาตีติ สยเมว ชานาติ. ปจฺจตฺเต เจตํ กรณวจนํ, อตฺตา ชานาตีติ วุตฺตํ โหติ. อญฺญา จ เทวตา ชานนฺตีติ อารกฺขเทวตาหิ อญฺญา ปรจิตฺตวิทุนิโย เทวตา จ ชานนฺติ.
นิฏฺฐิตา จตุพฺพิธวินยกถาวณฺณนา
วินยธรสฺส จ ลกฺขณาทิกถาวณฺณนา.
ภิกฺขุปทภาชนียวณฺณนา
ตสฺมาติ ยสฺมา ปน-สทฺทํ อปเนตฺวา อนิยเมน ปุคฺคลทีปกํ โย-สทฺทเมว อาห, ตสฺมา. เอตฺถาติ อิมสฺมึ โย-สทฺเท. ปน-สทฺทสฺส นิปาตมตฺตตฺตา โย-สทฺทสฺเสว อตฺถํ ปกาเสนฺโต ‘‘โย โกจีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห. โย โกจิ นามาติ โย วา โส วา โย โกจีติ วุตฺโต. วาสธุรยุตฺโต วาติ วิปสฺสนาธุรยุตฺโต วา. สีเลสูติ ปกตีสุ.
ภิกฺขตีติ ยาจติ. ลภนฺโต วา อลภนฺโต วาติ โย โกจิ ภิกฺขติ ภิกฺขํ เอสติ คเวสติ, โส ตํ ลภตุ วา มา วา, ตถาปิ ภิกฺขตีติ ภิกฺขูติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. อริยาย ยาจนายาติ ‘‘อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยาน ยาจนา’’ติ เอวํ วุตฺตาย อริยยาจนาย, น กปณทฺธิกวณิพฺพกยาจกานํ วิย ‘‘เทหิ เทหี’’ติ เอวํ ปวตฺตยาจนาย. ภิกฺขาจริยนฺติ อุญฺฉาจริยํ. อชฺฌุปคตตฺตาติ อนุฏฺฐิตตฺตา. กาชภตฺตนฺติ กาเชหิ อานีตํ ภตฺตํ. อคฺฆผสฺสวณฺณเภเทนาติ อคฺฆาทีนํ ปุริมปกติวิชเหน. ปุริมปกติวิชหนเญฺหตฺถ เภโทติ อธิปฺเปตํ. โธวิตฺวา อปเนตุํ อสกฺกุเณยฺยสภาวํ มลํ, ตถา อปเนตุํ สกฺกุเณยฺยสภาวา ชลฺลิกา. ภินฺนปฏธโรติ นิพฺพจนํ ภินฺนปฏธเร ภิกฺขุ-สทฺทสฺส นิรุฬฺหตฺตา กตํ.
อุปนิสฺสยสมฺปนฺนนฺติ ปุพฺเพ อฏฺฐปริกฺขารทานูปนิสฺสยสมฺปนฺนํ. โย หิ จีวราทิเก อฏฺฐ ปริกฺขาเร ปตฺตจีวรเมว วา โสตาปนฺนาทิอริยสฺส ปุถุชฺชนสฺเสว วา สีลสมฺปนฺนสฺส ทตฺวา ‘‘อิทํ ปริกฺขารทานํ อนาคเต เอหิภิกฺขุภาวาย ปจฺจโย โหตู’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ, ตสฺส ตํ สติ อธิการสมฺปตฺติยํ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว อิทฺธิมยปริกฺขารลาภาย สํวตฺตตีติ เวทิตพฺพํ. พฺรหฺมโฆสนฺติ อุตฺตมโฆสํ, พฺรหฺมุโน โฆสสทิสํ วา โฆสํ. พฺรหฺมจริยนฺติ สาสนพฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ. ทุกฺขสฺส สมฺมา อนฺตกิริยายาติ โยเชตพฺพํ. ภณฺฑูติ มุณฺโฑ. วาสีติ ทนฺตกฏฺฐจฺเฉทนวาสิ. พนฺธนนฺติ กายพนฺธนํ. ยุตฺโต ภาวนานุโยโค อสฺสาติ ยุตฺตโยโค, ตสฺส ยุตฺตโยคสฺส, ภาวนานุโยคมนุยุตฺตสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. อิริยาปถสมฺปนฺนตาวิภาวนตฺถํ ‘‘สฏฺฐิวสฺสิกตฺเถโร วิยา’’ติ วุตฺตํ. พุทฺโธว ปพฺพชฺชาจริโย อุปสมฺปทาจริโย จ อสฺสาติ พุทฺธาจริยโก. ปฐมโพธิยมฺปิ ปฐมกาเลเยว เสสอุปสมฺปทานํ อภาโวติ อาห ‘‘ปฐมโพธิยํ เอกสฺมึ กาเล’’ติ. ปญฺจ ปญฺจวคฺคิยตฺเถราติ ปญฺจวคฺคิยตฺเถรา ปญฺจ. ตีณิ สตนฺติ ตีณิ สตานิ, คาถาพนฺธสุขตฺถํ วจนวิปลฺลาโส กโต. เอโก จ เถโรติ องฺคุลิมาลตฺเถรํ สนฺธาย วุตฺตํ. น วุตฺตาติ อฏฺฐกถายํ น วุตฺตา. ตตฺถาติ วินยปาฬิยํ.
เวฬุวนมหาวิหาเร คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนเยว ภควา มหากสฺสปตฺเถรสฺส อตฺตานํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตภาวํ วิทิตฺวา ตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กโรนฺโต ติคาวุตํ มคฺคํ เอกโกว คนฺตฺวา พหุปุตฺตนิโคฺรธมูเล ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสินฺโน อตฺตโน สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ปรมนิปจฺจการํ ทสฺเสตฺวา ‘‘สตฺถา เม ภนฺเต ภควา, สาวโกหมสฺมิ, สตฺถา เม ภนฺเต ภควา, สาวโกหมสฺมี’’ติ ติกฺขตฺตุํ อตฺตโน สาวกตฺตํ สาเวตฺวา ฐิตสฺส มหากสฺสปตฺเถรสฺส นิปจฺจการมหตฺตตํ อตฺตโน จ มหานุภาวตํ ทีเปตุํ ยสฺส อญฺญสฺส อชานํเยว ‘‘ชานามี’’ติ ปฏิญฺญสฺส พาหิรกสฺส สตฺถุโน เอวํ สพฺพเจตสา สมนฺนาคโต ปสนฺนจิตฺโต สาวโก เอวรูปํ ปรมนิปจฺจการํ กเรยฺย, ตสฺส วณฺฏจฺฉินฺนตาลปกฺกํ วิย คีวโต มุทฺธาปิ วิปเตยฺย, สตฺตธา วา ผเลยฺยาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย โข, กสฺสป, เอวํ สพฺพเจตสา สมนฺนาคตํ สาวกํ อชานํเยว วเทยฺย ‘ชานามี’ติ, อปสฺสํเยว วเทยฺย ‘ปสฺสามี’ติ, มุทฺธาปิ ตสฺส วิปเตยฺย, สตฺตธา วา ผเลยฺย, อหํ โข, กสฺสป, ชานํเยว วทามิ ‘ชานามี’ติ, ปสฺสํเยว วทามิ ‘ปสฺสามี’’’ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) ติ วตฺวา ชาติมทมานมทรูปมทปฺปหานตฺถํ ตีหิ โอวาเทหิ มหากสฺสปตฺเถรํ โอวทนฺโต ‘‘ตสฺมาติห เต กสฺสปา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๕๔) ตสฺมาติหาติ ตสฺมา อิจฺเจว วุตฺตํ โหติ, ยสฺมา อหํ ชานนฺโตว ‘‘ชานามี’’ติ ปสฺสนฺโต เอว จ ‘‘ปสฺสามี’’ติ วทามิ, ตสฺมาติ อตฺโถ. ติ-การ ห-การา นิปาตา. อิหาติ วา อิมสฺมึ สาสเน, ต-กาโร ปทสนฺธิวเสน อาคโต. เอวํ สิกฺขิตพฺพนฺติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน สิกฺขิตพฺพํ. ติพฺพนฺติ พหลํ มหนฺตํ. หิโรตฺตปฺปญฺจาติ หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ. ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสตีติ อุปสงฺกมนโต ปฐมตรเมว อุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ. ตถา หิ สติ เตสํ ปุรโต อสฺส สคารวสปฺปติสฺสวตา สณฺฐาติ. โย จ เถราทีสุ หิโรตฺตปฺปํ อุปฏฺฐเปตฺวา อุปสงฺกมติ, เถราทโยปิ ตํ สหิริกา สโอตฺตปฺปา จ หุตฺวา อุปสงฺกมนฺตีติ อยเมตฺถ อานิสํโส. กุสลูปสํหิตนฺติ กุสลนิสฺสิตํ, อนวชฺชธมฺมนิสฺสิตนฺติ อตฺโถ. อฏฺฐึ กตฺวาติ อตฺตานํ เตน ธมฺเมน อฏฺฐิกํ กตฺวา, ตํ วา ธมฺมํ ‘‘เอส มยฺหํ ธมฺโม’’ติ อฏฺฐึ กตฺวา. มนสิ กตฺวาติ จิตฺเต ฐเปตฺวา. สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวาติ จิตฺตสฺส โถกมฺปิ พหิ คนฺตุํ อเทนฺโต สพฺเพน สมนฺนาหารจิตฺเตน สมนฺนาหริตฺวา. โอหิตโสโตติ ฐปิตโสโต, ธมฺเม นิหิตโสโตติ อตฺโถ. เอวญฺหิ เต สิกฺขิตพฺพนฺติ ญาณโสตญฺจ ปสาทโสตญฺจ โอทหิตฺวา ‘‘มยา เทสิตํ ธมฺมํ สกฺกจฺจเมว สุณิสฺสามี’’ติ เอวญฺหิ เต สิกฺขิตพฺพํ. สาตสหคตา จ เม กายคตาสตีติ อสุเภสุ เจว อานาปาเน จ ปฐมชฺฌานวเสน สุขสมฺปยุตฺตา กายคตาสติ. โย จ ปนายํ ติวิโธ โอวาโท, เถรสฺส อยเมว ปพฺพชฺชา จ อุปสมฺปทา จ อโหสิ.