๘. ปฐมทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา

๓๘๐. สาวเกน ปตฺตพฺพนฺติ ปกติสาวกํ สนฺธาย วุตฺตํ, น อคฺคสาวกํ. ยถูปนิสฺสยยถาปุคฺคลวเสน ‘‘ติสฺโส วิชฺชา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เกนจิ สาวเกน ติสฺโส วิชฺชา, เกนจิ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา, เกนจิ ฉ อภิญฺญา, เกนจิ เกวโล นวโลกุตฺตรธมฺโมติ เอวํ วิสุํ วิสุํ ยถาสมฺภวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๓๘๒. ‘‘เย เต ภิกฺขู สุตฺตนฺติกา’’ติอาทิวจนโต ธรมาเนปิ ภควติ ปิฏกตฺตยปริจฺเฉโท อตฺถีติ สิทฺธํ. ธมฺมกถิกาติ อาภิธมฺมิกา รติยา อจฺฉิสฺสนฺตีติอาทิ อายสฺมโต ทพฺพสฺส เนสํ ติรจฺฉานกถาย รตินิโยชนํ วิย ทิสฺสติ, น ตถา ทฏฺฐพฺพํ. สุตฺตนฺติกาทิสํสคฺคโต เตสํ สุตฺตนฺติกาทีนํ ผาสุวิหารนฺตรายํ, เตสมฺปิ ติรจฺฉานกถารติยา อภาเวน อนภิรติวาสํ, ตโต เนสํ สามญฺญา จาวนญฺจ ปริวชฺชนฺโต เอวํ จินฺเตสีติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘นิมฺมิตานํ ธมฺมตาติ สาวเกหิ นิมฺมิตานํเยว, น พุทฺเธหี’’ติ วทนฺติ. ‘‘สาธกตมํ กรณ’’นฺติ เอวํ วุตฺเต กรณตฺเถเยว ตติยาวิภตฺตีติ อตฺโถ.

๓๘๓-๔. ยนฺติ เยน. ‘‘กตฺตาติ กตฺตา, น กตฺตา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ภริยํ วิย มํ อชฺฌาจรตี’’ติ วทนฺติยา พลวตี โจทนา. เตน หีติ เอตฺถ ยถา ฉุปนมตฺเต วิปฺปฏิสารีวตฺถุสฺมึ กายสํสคฺคราคสมฺภวา อปุจฺฉิตฺวา เอว สงฺฆาทิเสสํ ปญฺญาเปสิ, ตเถว ปุพฺเพวสฺสา ทุสฺสีลภาวํ ญตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยทิ ตาว ภูตาย ปฏิญฺญาย นาสิตา, เถโร การโก โหติ. อถ อภูตาย, ภควตา ‘‘นาเสถา’’ติ น วตฺตพฺพํ, วุตฺตญฺจ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ยทิ ตาว ปฏิญฺญาย นาสิตา, เถโร การโก โหตี’’ติ.

อถ อปฺปฏิญฺญายาติ ‘‘อยฺเยนมฺหิ ทูสิตา’’ติ อิมํ ปฏิญฺญํ วินา เอว ตสฺสา ปกติทุสฺสีลภาวํ สนฺธาย นาสิตา, เถโร อการโก โหติ. อภยคิริวาสิโนปิ อตฺตโน สุตฺตํ วตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ วาเท เถโร การโก’’ติ วทนฺติ, กสฺมา? ทุกฺกฏํ มุสาวาทปจฺจยา ลิงฺคนาสนาย อนาเสตพฺพตฺตา. ปาราชิกสฺเสว หิ ลิงฺคนาสนาย นาเสตพฺพา. ‘‘นาเสถา’’ติ จ วุตฺตตฺตา ปาราชิกาว ชาตา, สา กึ สนฺธาย, ตโต เถโร การโก อาปชฺชติ. ‘‘สกาย ปฏิญฺญาย นาเสถา’’ติ วุตฺเต ปน อปาราชิกาปิ อตฺตโน วจเนน นาเสตพฺพา ชาตาติ อธิปฺปาโย. มหาวิหารวาสิโนปิ อตฺตโน สุตฺตํ วตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ วาเท เถโร การโก’’ติ จ วทนฺติ. กสฺมา? ‘‘สกาย ปฏิญฺญาย นาเสถา’’ติ หิ วุตฺเต ปฏิญฺญาย ภูตตา อาปชฺชติ ‘‘นาเสถา’’ติ วจนโต. ภูตาเยว หิ ปฏิญฺญาย นาเสตพฺพา โหติ, นาภูตายาติ อธิปฺปาโย. ปุริมนเยติ ทุกฺกฏวาเท. ปุริโม ยุตฺติวเสน ปวตฺโต, ปจฺฉิโม ปาฬิวจนวเสน ปวตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

๓๘๕-๖. ปีติสุเขหีติ เอตฺถ ‘‘สุเขนา’’ติ วตฺตพฺเพ ปีติคฺคหณํ ตติยชฺฌานสุขํ, กายิกญฺจ อปเนตุํ สมฺปยุตฺตปีติยา วุตฺตํ. สเจ จุทิตกวเสน กตํ อมูลกํ นาม, ‘‘อนชฺฌาปนฺนํ อกต’’นฺติ วเทยฺย, อิเม กริสฺสนฺติ, ตสฺมา ‘‘ตาทิสํ ทิฏฺฐสญฺญี หุตฺวา โจเทตี’’ติ ปาโฐ. ‘‘เอเตน นเยน สุตมุตปริสงฺกิตานิปิ วิตฺถารโต เวทิตพฺพานี’’ติ ปาโฐ. ‘‘จตุนฺนํ อญฺญตเรนา’’ติ ปาติโมกฺขุทฺเทเส เอว อาคเต คเหตฺวา วุตฺตํ, อิตเรสํ อญฺญตเรนาปิ อนุทฺธํเสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโสวาติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ภิกฺขุภาวา หิ จาวนสมตฺถโต. ‘‘สมีเป ฐตฺวา’’ติ วจนโต ปรมฺมุขา โจเทนฺตสฺส, โจทาเปนฺตสฺส วา สีสํ น เอติ. ทิฏฺฐญฺเจ สุเตน ปริสงฺกิเตน โจเทติ โจทาเปติ, สุตปริสงฺกิตํ วา ทิฏฺฐาทีหิ โจทิเต วา โจทาปิเต วา สีสํ เอติ เอว อมูลเกน โจทิตตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ทิฏฺฐสฺส โหติ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต, ตญฺเจ โจเทติ ‘สุโต มยา…เป… สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๗). ‘‘อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ อสุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน อโนกาสํ การาเปตฺวา จาวนาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. โอกาสํ การาเปตฺวา จาวนาธิปฺปาโย วเทติ, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๓๘๙) อิมินา น-สเมนฺตํ วิย ขายติ, กถํ? ทิฏฺฐสฺส โหติ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต นาม อสุทฺโธ ปุคฺคโล โหติ, ‘‘อญฺญตรสฺมึ อสุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน ตญฺเจ โจเทติ ‘สุโต มยา ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสี’ติ, อาปตฺติ วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ วจนโต ปุริมนเยนาปตฺติ. ‘‘จาวนาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วจนโต ปจฺฉิมนเยน สงฺฆาทิเสเสน อาปตฺตีติ เทฺว ปาฬินยา อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธา วิย ทิสฺสนฺติ, น จ วิรุทฺธํ พุทฺธา กถยนฺติ, ตสฺมา เอตฺถ ยุตฺติ ปริเยสิตพฺพา. อฏฺฐกถาจริยา ตาวาหุ ‘‘สมูลเกน วา สญฺญาสมูลเกน วา โจเทนฺตสฺส อนาปตฺติ, อมูลเกน วา ปน สญฺญาอมูลเกน วา โจเทนฺตสฺส อาปตฺตี’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ทสฺสนสวนปริสงฺกนมูเลน สมูลเกน วา ตทภาเวน อมูลเกนาปิ สญฺญาสมูลเกน วา โจเทนฺตสฺส อนาปตฺติ, ทสฺสนาทิมูลาภาเวน อมูลเกน วา ตพฺภาเวน สมูลเกนาปิ สญฺญาอมูลเกน วา โจเทนฺตสฺส อาปตฺติ, ตสฺมา ทิฏฺฐสฺส โหติ.

ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโตติอาทิมฺหิ ทสฺสนมูเลน สมูลเกนาปิ ‘‘สุโต มยา’’ติ วจนโต สญฺญาอมูลเกน วา โจเทติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส. ตทตฺถสฺส อาวิภาวตฺถํ ‘‘ทิฏฺเฐ เวมติโก’’ติอาทิ วารา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.

อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโลภิอาทิมฺหิ ปน สมูลเกน, สญฺญาสมูลเกน วา โจทิตตฺตา อนาปตฺตีติ. เอวเมวํ ปน ตทตฺถทีปนตฺถํ เต วารา วุตฺตา. ตตฺถ หิ ‘‘อทิฏฺฐสฺส โหตี’’ติอาทิวารา อมูลเกน โจเทนฺตสฺส อาปตฺติ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ‘‘ทิฏฺเฐ เวมติโก’’ติอาทินา สญฺญาอมูลเกน โจเทนฺตสฺส อาปตฺติ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. อญฺญถา ‘‘ทิฏฺฐสฺส โหติ, ทิฏฺเฐ เวมติโก’’ติอาทิวารา นิพฺพิเสสา ภเวยฺยุํ. อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ-ยถา อสุทฺธํ ปุคฺคลํ อโนกาสํ การาเปตฺวา โจเทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, อกฺโกสาธิปฺปายสฺส จ โอมสวาเทน ทุกฺกฏสฺส, ตถา อสุทฺธทิฏฺฐิโกปิ อสุทฺธํ อสุทฺธทิฏฺฐิ อมูลเกน โจเทติ, อาปตฺติ. สมูลเกน วา โจเทติ, อนาปตฺตีติ ตํ สนฺนิฏฺฐานํ ยถา ‘‘อนาปตฺติ สุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิสฺส อสุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิสฺสา’’ติ อิมินา สํสนฺทติ, ตถา คเหตพฺพํ. อญฺญถา ยุตฺติ ปริเยสิตพฺพา.

สีลสมฺปนฺโนติ เอตฺถ ‘‘ทุสฺสีลสฺส วจนํ อปฺปมาณํ. ภิกฺขุนี หิ ภิกฺขุมฺหิ อนิสฺสรา, ตสฺมา อุกฺกฏฺฐนเย วิธึ สนฺธาย เถเรน วุตฺตํ. ทุติยตฺเถเรน ภิกฺขุนี อชานิตฺวาปิ โจเทติ, สิกฺขมานาทโย วา โจเทนฺติ, เตสํ สุตฺวา ภิกฺขู เอว วิจาเรตฺวา ตสฺส ปฏิญฺญาย กาเรนฺติ. โก เอตฺถ โทโสติ อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตติเยน ติตฺถิยานํ วจนํ สุตฺวาปิ ภิกฺขู เอว วิจาเรนฺติ, ตสฺมา น โกจิ น ลภตีติ เอวํ สพฺพํ สเมตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. ตึสานิ ตึสวนฺตานิ. อนุโยโคติ ปฏิวจนํ. เอหิตีติ อาคมิสฺสติ. ทิฏฺฐสนฺตาเนนาติ ทิฏฺฐนเยน, ทิฏฺฐวิธาเนนาติ อธิปฺปาโย. ปติฏฺฐายาติ ปติฏฺฐํ ลภิตฺวา. ฐาเนติ ลชฺชิฏฺฐาเน.

คาหนฺติ ‘‘อหํ โจเทสฺสามี’’ติ อตฺตาทานคฺคหณํ. เจตนาติ อตฺตาทานคฺคหณเจตนา. โวหาโรติ อิโต, เอตฺโต จ ญตฺวา ปกาสนํ. ปณฺณตฺตีติ นามปญฺญตฺติ. ยา วจีโฆสารมฺมณสฺส โสตทฺวารปฺปวตฺตวิญฺญาณสนฺตานสฺส อนนฺตรํ อุปฺปนฺเนน อุปลทฺธปุพฺพสงฺเกเตน มโนทฺวารวิญฺญาเณน วิญฺญายติ, ยสฺสา วิญฺญาตตฺตา ตทตฺโถ ปรมตฺโถ วา อปรมตฺโถ วา ตติยวารํ อุปฺปนฺเนน มโนวิญฺญาเณน วิญฺญายตีติ นามาทีหิ ฉหิ พฺยญฺชเนหิ ปาฬิยา ปกาสิตา, สา ‘‘วิชฺชมานปญฺญตฺติ อวิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติอาทินา ฉธา อาจริเยหิ ทสฺสิตา. ตพฺภาคิยภาโว อตพฺภาคิยภาโว จ นิปฺผนฺนธมฺมสฺเสว ยุชฺชติ, น ปญฺญตฺติยา อธิกรณียวตฺถุตฺตา, อธิกรเณ ปวตฺตตฺตา จ อธิกรโณ มญฺจฏฺเฐ มญฺโจปจาโร วิยาติ จ. ‘‘ปริยาเยนาติ อมูลกา นามปญฺญตฺติ นตฺถิ. ปริยายมตฺตํ, สภาวโต นตฺถิ. อภิธานมตฺตเมว, อภิเธยฺยํ นตฺถี’’ติ จ ลิขิตํ. อิเธวาติ อิมสฺมึ เอว สิกฺขาปเท. น สพฺพตฺถาติ วิวาทาธิกรณาทีสุ. กสฺมา? น หีติอาทิ. วิวาทาธิกรณาทีนมตฺถิตา วิย อมูลกํ อธิกรณํ นตฺถีติ. ปุพฺเพ วุตฺตสมเถหีติ ‘‘ยํ อธิกิจฺจ สมถา วตฺตนฺตี’’ติ วุตฺตสมเถหีติ อธิปฺปาโย. อปิจ สภาวโต นตฺถีติ อปฺปฏิลทฺธสภาวตฺตา วุตฺตํ. อนุปฺปนฺนํ วิย วิญฺญาณาทิ. น หิ วิวาทาทีนํ ปณฺณตฺติ อธิกรณฏฺโฐติ ปณฺณตฺตึ อธิกิจฺจ สมถา น ปวตฺตนฺติ, ตสฺมา น ตสฺสา อธิกรณียตาติ น วิวาทาทีนํ ปณฺณตฺติ อธิกรณฏฺโฐติ อธิปฺปาโย. โหติ เจตฺถ –

‘‘ปาราชิกาปตฺติ อมูลิกา เจ,

ปณฺณตฺติมตฺตา ผลมคฺคธมฺมา;

จตุตฺถปาราชิกวตฺถุภูตา,

ปณฺณตฺติมตฺตาว สิยุํ ตเถว.

‘‘ตโต ทฺวิธา มคฺคผลาทิธมฺมา,

สิยุํ ตถาตีตมนาคตญฺจ;

ปณฺณตฺติฉกฺกํ น สิยา ตโต วา,

ปริยายโต สมฺมุติวาทมาหา’’ติ.

อนุวทนฺตีติ อกฺโกสนฺติ. กิจฺจยตาติ กรณียตา. ตํ กตมนฺติ เจ? อปโลกนกมฺมนฺติอาทิ. กิจฺจนฺติ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกจิตฺตํ กิร อธิปฺเปตํ.

๓๘๗. สุตาทีนํ อภาเวน อมูลกตฺตนฺติ เอตฺถ โย ทิสฺวาปิ ‘‘ทิฏฺโฐสิ มยา’’ติ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต อตฺตโน ทิฏฺฐนิยาเมเนว ‘‘สุโตสิ มยา’’ติ วทติ. ตสฺส ตสฺมึ อสุทฺธทิฏฺฐิตฺตา อาปตฺติ, อิธ ปน โย ปุพฺเพ สุตฺวา อนาปตฺติ, ปจฺฉา ตํ วิสฺสริตฺวา สุทฺธทิฏฺฐิ เอว สมาโน วทติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘เอส นโย สพฺพตฺถาติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. เชฏฺฐพฺพติโก กาเกกปฺปฏิวตฺตา. ยทคฺเคนาติ ยาวตา, ยทา วา. โน กปฺเปตีติอาทิ เวมติกาภาวทีปนตฺถเมว วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. เตน เวมติโกว นสฺสรติ สมฺมุฏฺโฐ นามาติ อาปชฺชติ, ตํ น ยุตฺตํ ตทนนฺตรภาวโต, ตสฺมา ทุติยตฺเถรวาโท ปจฺฉา วุตฺโต.

๓๘๙. สพฺพตฺถาติ สพฺพอฏฺฐกถาสุ. โอกาสกมฺมนฺติ โอกาสกรณํ. ‘‘โอกาเสน กมฺมํ โอกาสกมฺม’’นฺติ ลิขิตํ. อสูริยํ ปสฺสติ กญฺญาติ เอตฺถ ยถา กญฺญา สูริยํ น ปสฺสตีติ ภวติ, เอวํ ‘‘อโนกาสํ กาเรตฺวา’’ติ วุตฺเต โอกาสํ น กาเรตฺวาติ โหติ.

ปฐมทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.