ปาราชิกวณฺณนา

เวรญฺชกณฺโฑ

เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา

‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเร กลนฺทคาโม นาม โหตี’’ติ วินยนิทาเน อารภิตพฺเพ เวรญฺชกณฺฑสฺส อารมฺโภ กิมตฺโถติ เจ? วุจฺจเต – มูลโต ปภุติ วินยนิทานํ ทสฺเสตุํ. ยทิ เอวํ ‘‘ปฐมํ อาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ, เวสาลิย’’นฺติ วจเนน วิรุชฺฌตีติ เจ? น วิรุชฺฌติ. กสฺมา? กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ หิ นิทานปุจฺฉา. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ปฐมสฺส ปาราชิกสฺส กึนิทาน’’นฺติ ปุจฺฉิเต สาธารณมหานิทานวิสฺสชฺชนํ อยุตฺตํ วิยาติ? นายุตฺตํ, สพฺเพสํ สิกฺขาปทานํ ปาเฏกฺกํ นิทานสฺส ปุฏฺฐตฺตา ตสฺส วิสฺสชฺเชตพฺพตฺตา จ สพฺพสาธารณมหานิทานํ ปฐมมาห. เอกนฺเตน ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนกฺกเมน ปาราชิกาทีนิ สงฺคหํ อาโรปิตานิ. กถํ อาโรปิตานีติ เจ? อายสฺมตา มหากสฺสเปน อนุกฺกเมน สพฺโพปิ วินโย ปุจฺฉิโต, ปุฏฺเฐน จ อายสฺมตา อุปาลิตฺเถเรน ยถาสมฺภวํ นิรนฺตรํ วิสฺสชฺชิตเมว. อปุจฺฉิตานิปิ วินีตวตฺถุอาทีนิ ยุชฺชมานานิ วตฺถูนิ อนฺโตกตฺวา วิสฺสชฺชนกฺกเมเนว คณสชฺฌายมกํสูติ เวทิตพฺพํ. อญฺญถา เวรญฺชกณฺฑํ ปฐมปาราชิกสฺเสว นิทานนฺติ วา อนธิการิกํ วา นิปฺปโยชนํ วา ปาเฏกฺกํ สิกฺขาปทนิทานปุจฺฉานนฺตรํ ตเทว วิสฺสชฺเชตพฺพนฺติ วา อาปชฺชติ, ตสฺมา อาทิโต ปภุติ วินยนิทานํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตน สมเยนา’’ติอาทิ อารทฺธํ.

อิทานิ นิทานภณเน ปโยชนํ วกฺขาม – วินยสฺสอาณาเทสนตฺตา ภควโต ตาว อาณารหภาวทีปนํ, อาณาภูตสฺส จ วินยสฺส อนญฺญวิสยภาวทีปนํ, อาณาย ฐิตานํ สาวกานํ มหานุภาวทีปนญฺจาติ ติวิธมสฺส ปโยชนํ. กถํ? อาณาสาสนารโห หิ ภควา ปหีนกิเลสตฺตา, อธิคตคุณวิเสสตฺตา, โลกเชฏฺฐเสฏฺฐตฺตา, ตาทิภาวปฺปตฺตตฺตา จ, อรสรูปตาทีหิ อฏฺฐหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกมฺปนโต ภควโต ตาทิภาวปฺปตฺติ เวทิตพฺพา, อฏฺฐนฺนมฺปิ เตสํ อกฺโกสวตฺถูนํ อตฺตนิ สมฺภวปริยายทีปนปาฬิยา ปหีนกิเลสตา เวทิตพฺพา. จตุนฺนํ ฌานานํ ติสฺสนฺนญฺจ วิชฺชานํ อธิคมปริทีปเนน อธิคตคุณวิเสสตา เวทิตพฺพา. ‘‘นาหํ ตํ พฺราหฺมณ ปสฺสามิ สเทวเก…เป… มุทฺธาปิ ตสฺส วิปเตยฺยา’’ติ จ ‘‘เชฏฺโฐ เสฏฺโฐ โลกสฺสา’’ติ จ วจเนน เชฏฺฐเสฏฺฐตา เวทิตพฺพา, อิทญฺจ ภควโต อาณารหภาวทีปนปฺปโยชนํ. ‘‘อาคเมหิ ตฺวํ สาริปุตฺต, อาคเมหิ ตฺวํ สาริปุตฺต, ตถาคโตว ตตฺถ กาลํ ชานิสฺสตี’’ติ วจนํ อนญฺญวิสยภาวทีปนํ. ‘‘สาธาหํ, ภนฺเต, ปถวึ ปริวตฺเตยฺย’’นฺติ จ ‘‘เอกาหํ, ภนฺเต, ปาณึ อภินิมฺมินิสฺสามี’’ติ จ ‘‘สาธุ, ภนฺเต, สพฺโพ ภิกฺขุสงฺโฆ อุตฺตรกุรุํ ปิณฺฑาย คจฺเฉยฺยา’’ติ จ อิเมหิ เถรสฺส ตีหิ สีหนาเทหิ อาณาย ฐิตานํ สาวกานํ มหานุภาวตาทีปนํ เวทิตพฺพํ. สาวตฺถิยาทีสุ อวิหริตฺวา กิมตฺถํ ภควา เวรญฺชายเมว ตทา วิหาสีติ เจ? นเฬรุยกฺขสฺส ปีติสญฺชนนตฺถํ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส ภิกฺขาวเสน อกิลมนตฺถํ, เวรญฺชพฺราหฺมณสฺส ปสาทสญฺชนนตฺถํ, มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส อานุภาวทีปนฏฺฐานภูตตฺตา, สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วินยปญฺญตฺติยาจนเหตุภูตปริวิตกฺกนฏฺฐานภูตตฺตา จ. เตสุ ปจฺฉิมํ พลวการณํ, เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘เตน สมเยนาติ เยน กาเลน อายสฺมโต…เป… เตน กาเลนา’’ติ. ปุริเมสุ จตูสุ อสงฺคหการเณสุ ปฐเมน ภควา เมตฺตาภาวนาทินา อมนุสฺสานํ จิตฺตสํรกฺขเณน ภิกฺขูนํ อาทรํ ชเนติ. ทุติเยน ปริสาวจเรน ภิกฺขุนา เอวํ ปริสา สงฺคเหตพฺพา, เอวํ อปฺปิจฺเฉน สนฺตุฏฺเฐน จ ภวิตพฺพนฺติ วา ทสฺเสติ. ตติเยน ปจฺจเย นิรเปกฺเขน กุลานุคฺคโห กาตพฺโพติ. จตุตฺเถน เอวํ มหานุภาเวนาปิ ปจฺจยตฺถํ น โลลุปฺปํ กาตพฺพํ, เกวลํ ปรทตฺตุปชีวินา ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘เตนาติอาทิปาฐสฺส…เป… วินยสฺสตฺถวณฺณน’’นฺติ วจนโต อญฺโญ เตนาติอาทิปาโฐ, อญฺโญ วินโย อาปชฺชติ.

‘‘เตนาติอาทิปาฐมฺหา, โก อญฺโญ วินโย อิธ;

ตสฺสตฺถํ ทสฺสยนฺโตว, กเร วินยวณฺณน’’นฺติ. –

เจ? นนุ วุตฺตํ ปุพฺเพว ‘‘อิทญฺหิ พุทฺธสฺส ภควโต อตฺตปจฺจกฺขวจนํ น โหตี’’ติอาทิ, ตสฺมา อุปาลิตฺเถเรน วุตฺตสฺส เตนาติอาทิปาฐสฺส อตฺถํ นานปฺปการโต ทสฺสยนฺโต กริสฺสามิ วินยสฺส ภควโต อตฺตปจฺจกฺขวจนภูตสฺส อตฺถวณฺณนนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยทิ เอวํ ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวรญฺชายํ วิหรตีติ เอวมาทิวจนปฏิมณฺฑิตนิทานํ วินยปิฏกํ เกน ธาริต’’นฺติอาทิวจนํ วิรุชฺฌติ ‘‘เตน สมเยนา’’ติอาทิวจนสฺส วินยปิฏกปริยาปนฺนภาวทีปนโตติ เจ? น, อญฺญตฺเถปิ ตพฺโพหารสิทฺธิโต ‘‘นานาวิธภิตฺติกมฺมปฏิมณฺฑิตวสโน ปุริโส’’ติอาทีสุ วิย. วินยสฺสาทิภาเวน สงฺคีติการเกหิ อนุญฺญาตตฺตา วินยปริยาปนฺนตาปิ ยุชฺชติ ตสฺส วจนสฺส. เอตฺถาห – ยถา สุตฺตนฺเต ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ จ, อภิธมฺเม จ ‘‘ยสฺมึ สมเย’’ติ อนิยมโต วุตฺตํ, ตถา อวตฺวา อิธ ‘‘เตน สมเยนา’’ติ ปฐมํ ตํนิทฺเทโสว กสฺมา วุตฺโตติ? วุจฺจเต – ตสฺส ตสฺส สิกฺขาปทปญฺญตฺติสมยสฺส, ยสฺส วา สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุภูตสฺส สมยสฺส เหตุ ภควา ตตฺถ ตตฺถ วิหาสิ, ตสฺส จ สมยสฺส อตีตสฺส เตสํ สงฺคีติการกานํ วสีนํ สุวิทิตตฺตา. กถํ? ‘‘เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา เต อุชฺฌายนฺตี’’ติอาทิวจนโต, ‘‘อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุ’’นฺติ จ ‘‘อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน สนฺนิปาตาเปตฺวา’’ติ จ ‘‘ภิกฺขูนํ ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุ…เป… ทส อตฺถวเส ปฏิจฺจ สงฺฆสุฏฺฐุตายา’’ติ จ ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ จ ขนฺธเกสุ จ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺช’’นฺติอาทิวินยกฺกมสฺส วจนโต โย โส สิกฺขาปทปญฺญตฺติสมโย, ตสฺส ตสฺส วินยกฺกมสฺส โส ปญฺญตฺติสมโย จ สุวิทิโต เตสํ ปญฺจสตานํ ธมฺมธรานํ ภิกฺขูนํ, นายํ นโย สุตฺตนฺตาภิธมฺเมสุ สมฺภวติ. ตสฺมา สุวิทิตตฺตา เตน สมเยน เหตุภูเตน วิหรตีติ วิหรติปเทน เอกสมฺพนฺธตฺตา จ ปฐมํ ยํนิทฺเทสาทิโน อสมฺภวโต จ วินยปิฏเก ตํนิทฺเทโสว ปฐมํ วุตฺโต. กถํ? เอตฺถ ‘‘เยน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเร กลนฺทคาโม นาม โหตี’’ติ วา ‘‘เยน โข ปน สมเยน เวสาลี…เป… โหตี’’ติ วา อสมฺภวโต ยํนิทฺเทเสน อวตฺวา ตํนิทฺเทสสฺเสว สมฺภวโต ‘‘เตน โข ปน สมเยน…เป… กลนฺทคาโม นาม โหตี’’ติ วุตฺตนฺติ, เกวลํ สุวิทิตตฺตา วา. อนิยมนิทฺเทสวจนนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ยถาวุตฺตนเยน นิยมนิทฺเทสวจนเมเวตํ ตํนิทฺเทสตฺตา, ตถาปิ สมฺปติกาลวเสน ตทิตเรสํ ภิกฺขูนํ อวิทิตตฺตา ‘‘อนิยมนิทฺเทสวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘อยญฺหิ สพฺพสฺมิมฺปิ วินเย ยุตฺตี’’ติ, ตํ ตพฺพหุเลน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ยทิ สพฺพํ เตนาติ ปทํ อนิยมนิทฺเทสวจนํ ภเวยฺย, เตน หิ ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทนฺติ เอตฺถ อิทมฺปิ ปุพฺเพ สิทฺธตฺถํ เตนาติ ปทํ อนิยมนิทฺเทสวจนํ ภเวยฺย. ‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา อุรุเวลายํ วิหรตี’’ติอาทีสุ วุตฺตํ เตนาติ ปทญฺจ อนิยมนิทฺเทสวจนํ ภเวยฺย, น จ โหติ, ตสฺมา เยสํ เตน ตํนิทฺเทเสน นิทฺทิฏฺฐตฺโถ อวิทิโต, เตสํ วเสนาห ‘‘อนิยมนิทฺเทสวจนเมต’’นฺติ. อถ วา ตโต ปฐมํ ตทตฺถาทสฺสนโต ปจฺฉาปิ ตํสมฺพนฺเธน ยํนิทฺเทสทสฺสนโต จ ‘‘อนิยมนิทฺเทสวจนเมต’’นฺติ วุตฺตํ. อถ วา ปุพฺพณฺหาทีสุ อยํ นามาติ อนิยเมตฺวา กาลปริทีปนสฺส สมยสทฺทสฺส อุปปทภาเวนปิ เอวํ วตฺตุมรหติ ‘‘ยทิทํ อนิยมนิทฺเทสวจน’’นฺติ. อถ วา ‘‘เตนา’’ติ วุตฺเต เตน ฆเฏน ปเฏนาติ สพฺพตฺถปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ นิยมํ กโรติ ‘‘สมเยนา’’ติ. เกน ปน สมเยน? ปรภาเค อตฺถโต สิทฺเธน สาริปุตฺตสฺส ปริวิตกฺกสมเยน. เอตฺถาห – วิตกฺกสมโย เจ อิธาธิปฺเปโต, ‘‘ปรโต อิธ ปน เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวติ. โย หิ โส สิกฺขาปทปญฺญตฺติสมโย สาริปุตฺตาทีหิปิ ทุพฺพิญฺเญยฺโย, เตน สมเยน เหตุภูเตน กรณภูเตน จา’’ติอาทิวจนํ วิรุชฺฌตีติ? น, พาหุลฺเลน วุตฺตตฺตา. สุตฺตนฺตาภิธมฺเมสุ วิย อวตฺวา อิธ วินยปิฏเก กรณวจเนน กสฺมา นิทฺเทโสติ หิ โจทนา. ตสฺมา ตสฺสา วิสฺสชฺชเน พาหุลฺเลน กรณวจนปฺปโยชนํ วตฺตุกาโม อาจริโย อาห ‘‘โย โส สิกฺขาปทปญฺญตฺติสมโย’’ติอาทิ. น สมฺปติ วุจฺจมานสฺเสว กรณวจนสฺส ปโยชนํ วตฺตุกาโม, อิมสฺส ปน เหตุอตฺโถว สมฺภวติ, น กรณตฺโถ, ตสฺมา อาห ‘‘อปรภาเค อตฺถโต สิทฺเธนา’’ติอาทิ. สมยญฺจาติ อาคมนปจฺจยสมวายํ ตทนุรูปกาลญฺจ อุปาทายาติ อตฺโถ. ปจฺจยสามคฺคิญฺจ อาคมนกาลญฺจ ลภิตฺวา ชานิสฺสามาติ อธิปฺปาโย.

เอตฺถาห – ยถา ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ สมโย จา’’ติ เอตฺถ ขณสมยานํ เอโก อตฺโถ, ตถา กาลญฺจ สมยญฺจ อุปาทายาติ กาลสมยานํ เอโก อตฺโถ สิยา, อปิจ อาคมนปจฺจยสมวาโย เจตฺถ สมโย กาลสฺสาปิ อาคมนปจฺจยตฺตา สมยคฺคหเณเนว โส คหิโตติ วิสุํ กาโล กิมตฺถํ คหิโตติ จ? วุจฺจเต – อปฺเปว นาม เสฺวปีติ กาลสฺส ปฐมํ นิยมิตตฺตา น สมโย กาลตฺโถ. ตสฺมึ เสฺวติ นิยมิตกาเล อิตเรสํ อาคมนปจฺจยานํ สมวายํ ปฏิจฺจ อุปสงฺกเมยฺยาม ยถานิยมิตกาเลปิ ปุพฺพณฺหาทิปฺปเภทํ ยถาวุตฺตสมวายานุรูปํ กาลญฺจ อุปาทายาติ เสฺวติ ปริจฺฉินฺนทิวเส ปุพฺพณฺหาทิกาลนิยตภาวํ ทสฺเสติ, ตสฺมา กาลสมยานํ น เอกตฺถตฺตา กาลสฺส วิสุํ คหณมฺปิ สาตฺถกนฺติ เวทิตพฺพํ. ยสฺมา ขเณ ขเณ ตฺวํ ภิกฺขุ ชายสิ จ ชียสิ จ มียสิ เจติ ภิกฺขุนิยา สนฺติเก อภิกฺขณํ คจฺฉตีติ (ปาจิ. ๑๙๘) จ ขเณ ขเณ ภาสติ สตฺถุสาสนนฺติ จ ขณสทฺโท อเนกตฺโถ, ตถา สมยสทฺโท จ, ตสฺมา เอกเมเกน นิยเมนฺโต ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จา’’ติ อาห. ขณสมยานํ อตฺโถ เอกตฺโถ ยุชฺชติ ขโณ โอกาสลาโภ, อฏฺฐกฺขณวชฺชิโต นวโม ขโณติ อตฺโถ. อตฺตโน อตฺตโน อุจฺเฉทาทโย ทิฏฺฐิคตสงฺขาเต สมเย เอตฺถ ปวทนฺตีติ สมยปฺปวาทโก. เสฺวว ตินฺทุกาจีรสงฺขาตาย ติมฺพรุรุกฺขปนฺติยา ปริกฺขิตฺตตฺตา ตินฺทุกาจีรํ. เอกสาลเกติ เอโก สาลรุกฺโข. ‘‘กุฏิกา’’ติปิ วทนฺติ. อตฺถาภิสมยาติ อตฺตโน หิตปฏิลาภา. ธีโรติ จ ปณฺฑิโต วุจฺจติ, นาญฺโญ. สมฺมา มานาภิสมยาติ สุฏฺฐุ มานสฺส ปหาเนน, สมุจฺเฉทวเสน สุฏฺฐุ มานปฺปหาเนนาติ อตฺโถ. ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐติอาทีสุ ‘‘จตุนฺนํ สจฺจานํ จตูหิ อากาเรหิ ปฏิเวโธ’’ติอาทีสุ ขนฺธปญฺจกสงฺขาตสฺส ทุกฺขสฺส ทุกฺขาการตายฏฺโฐ. สงฺขตฏฺโฐ การณุปฺปตฺติอตฺโถ, ทุกฺขาย เวทนาย สนฺตาปฏฺโฐ. สุขาย เวทนาย วิปริณามฏฺโฐ. ปีฬนฏฺฐาทิโกว อภิสมยฏฺโฐติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. คพฺโภกฺกนฺติสมโยติอาทีสุปิ ปถวีกมฺปนอาโลกปาตุภาวาทีหิ เทวมนุสฺเสสุ ปากโฏ. ทุกฺกรการิกสมโยปิ กาโฬ สมโณ โคตโม น กาโฬติอาทินา ปากโฏ. สตฺตสตฺตาหานิ จ อญฺญานิ จ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย.

อจฺจนฺตเมว ตํ สมยนฺติ อารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว ปตฺตสนฺนิฏฺฐานา, ตาว อจฺจนฺตสมฺปโยเคน ตสฺมึ สมเย. กรุณาวิหาเรน วิหาสีติ กรุณากิจฺจวิหาเรน ตสฺมึ สมเย วิหาสีติ อตฺโถ. ตํ สมยญฺหิ กรุณากิจฺจสมยํ. ญาณกิจฺจํ กรุณากิจฺจนฺติ เทฺว ภควโต กิจฺจานิ, อภิสมฺโพธิ ญาณกิจฺจํ, มหากรุณาสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา เวเนยฺยสตฺตาวโลกนํ กตฺวา ตทนุรูปกรณํ กรุณากิจฺจํ. ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณีย’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๗๓; อุทา. ๑๒, ๒๘) หิ วุตฺตํ, ตํ ภควาปิ กโรติเยว. อถ วา อาคนฺตุเกหิ ภิกฺขูหิ อาทิสมาโยคญฺจ. ตตฺถ กรุณากิจฺจํ วิหารํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กรุณาวิหาเรน วิหาสี’’ติ อาห. อธิกรณญฺหิ กาลตฺโถติ เอตฺถ หิ-กาโร การณตฺโถ. ตตฺถ หิ อภิธมฺเม กาลสมูหขณสมวายเหตุสงฺขาตวเสน ปญฺจวิโธ สมยฏฺโฐ ทฏฺฐพฺโพ. กาลสมูหฏฺโฐ สมโย กถํ อธิกรณํ โหติ? อธิกรณมุปฺปตฺติฏฺฐานํ ปุพฺพเณฺห ชาโตติ ยถา, เอวํ กาลฏฺโฐ สมยสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. กถํ ราสฏฺโฐ? ยวราสิมฺหิ ชาโตติ ยถา. ตสฺมา ยสฺมึ กาเล ปุญฺเช วา จิตฺตํ สมุปฺปนฺนํ, ตสฺมึ กาเล ปุญฺเช วา ผสฺสาทโย อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. อธิกรณญฺหีติ เอตฺถ อภิธมฺเม นิทฺทิฏฺฐํ อธิกรณํ กาลฏฺโฐ สมูหฏฺโฐ จ โหติ, ‘‘ยสฺมึ สมเย’’ติ วุตฺตํ อธิกรณํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อิทานิ ภาเวนภาวลกฺขณญฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ วุตฺตาน’’มิจฺจาทิมาห. ตตฺถ อภิธมฺเม วุตฺตานํ ภาโว นาม กินฺติ? อุปฺปตฺติ วิชฺชมานตา, สา เตสํ ตตฺถ วุตฺตานํ ผสฺสาทิธมฺมานํ, สา ปน สมยสฺส ภาเวน ภาโว ลกฺขียติ ญายติ, ตสฺมา ตตฺถ ภุมฺมวจนนิทฺเทโส กโตติ วุตฺตํ โหติ.

ตตฺถ ขโณ นาม อฏฺฐกฺขณวินิมุตฺโต นวโม ขโณ, ตสฺมึ สติ อุปฺปชฺชติ. สมวาโย นาม จกฺขุนฺทฺริยาทิการณสามคฺคี, ตสฺมึ สติ อุปฺปชฺชติ. เหตุ นาม รูปาทิอารมฺมณํ. ตสฺมา ตสฺมึ ขณการณสมวายเหตุมฺหิ สติ เตสํ ผสฺสาทีนํ ภาโว วิชฺชมานตา โหตีติ วุตฺตํ โหติ. อิธ ปน เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวตีติ เอตฺถ อตฺถทฺวยเมกสฺส สมฺภวตีติ อิธ วินเย วุตฺตสฺส สมยสทฺทสฺส กตฺตุกรณตฺเถ ตติยา เหตุมฺหิ จ อิตฺยุตฺตตฺตา. โส ทุพฺพิญฺเญยฺโยติ ‘‘ตถาคโตว ตตฺถ กาลํ ชานิสฺสตี’’ติ วุตฺตตฺตาติ วุตฺตํ โหติ. เตน สมเยนาติ ตสฺส สมยสฺส การณา ‘‘อนฺเนน วสติ วิชฺชาย วสตี’’ติ ยถา, อนฺนํ วา วิชฺชํ วา ลภามีติ ตทตฺถํ วสตีตฺยตฺโถ. เอวํ ‘‘เตน สมเยน วิหรตี’’ติ วุตฺเต เหตฺวตฺเถ ตติยา ทฏฺฐพฺพา, ตสฺมา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา สมยญฺจ วีติกฺกมญฺจ โอโลกยมาโน ตตฺถ ตตฺถ วิหาสีติ วุตฺตํ โหติ. ตติยปาราชิกาทีสุ ‘‘อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเว, อทฺธมาสํ, ปฏิสลฺลียิตุ’’นฺติ (ปารา. ๑๖๒) เอวมาทีสุ ทฏฺฐพฺพา, ตสฺมา ทุติยา กาลทฺธาเน อจฺจนฺตสํโยเคติ ทุติยาตฺร สมฺภวติ ‘‘มาสมธีเต ทิวสมธีเต’’ติ ยถา. อิธ ปน เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวตีติ เอตฺถ ยสฺส กรณวจนสฺส เหตุอตฺโถ สมฺภวติ, เตน สมเยน เหตุภูเตน ตํ ตํ วตฺถุวีติกฺกมสงฺขาตํ วีติกฺกมสมยสงฺขาตํ วา สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน ภควา ตตฺถ ตตฺถ วิหาสิ. ยสฺส กรณตฺโถ สมฺภวติ, เตน กรณภูเตน สมเยน สมฺปตฺเตน สิกฺขาปทานิ ปญฺญาปยนฺโต ภควา ตตฺถ ตตฺถ วิหาสีติ อธิปฺปาโย.

คณฺฐิปเท ปน ‘‘สุทินฺนาทีนํ วีติกฺกโมว การณํ นาม, ตสฺส นิยมภูโต กาโล ปน กรณเมว ตํ กาลํ อนติกฺกมิตฺวาว สิกฺขาปทสฺส ปญฺญเปตพฺพตฺตา’’ติ วุตฺตํ, ตํ นิทฺโทสํ. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘อิทํ กรณํ ปุพฺพภาคตฺตา ปฐมํ วตฺตพฺพมฺปิ ปจฺฉา วุตฺต’’นฺติ, ตํ ทุวุตฺตํ. เหตุอตฺถโต หิ ยถา ปจฺฉา กรณตฺโถ โยชิยมาโน อนุกฺกเมเนว โยคํ คจฺฉติ, ตถา จ โยชิโต. ยํ ปน อฏฺฐกถาจริโย ปจฺฉา วุตฺตํ อิทํ กรณตฺถํ ปฐมํ โยเชตฺวา ปฐมํ วุตฺตํ เหตุอตฺถํ ปจฺฉา โยเชสิ, ตํ โยชนาสุขตฺตาติ เวทิตพฺพนฺติ อาจริเยน ลิขิตํ. อิโต ปฏฺฐาย ยตฺถ ยตฺถ ‘‘อาจริเยน ลิขิต’’นฺติ วา ‘‘อาจริยสฺส ตกฺโก’’ติ วา วุจฺจติ, ตตฺถ ตตฺถ อาจริโย นาม อานนฺทาจริโย กลสปุรวาสีติ คเหตพฺโพ. เอตฺถาห – ยถา สุตฺตนฺเต ‘‘เอกํ สมยํ ภควา’’ติ วุจฺจติ, ตถา ‘‘เตน สมเยน ภควา เวรญฺชาย’’นฺติ วตฺตพฺพํ, อถ สเววจนํ วตฺตุกาโม เถโร, ตถาคโต สุคโตติอาทีนิปิ วตฺตพฺพานิ, อถ อิมสฺเสว ปททฺวยสฺส คหเณ กิญฺจิ ปโยชนํ อตฺถิ, ตํ วตฺตพฺพนฺติ? วุจฺจเต – เกสญฺจิ พุทฺธสฺส ภควโต ปรมคมฺภีรํ อชฺฌาสยกฺกมํ อชานตํ ‘‘อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท อนาทีนวทสฺโส…เป… อภิวิญฺญาเปสี’’ติอาทิกํ (ปารา. ๓๖) ‘‘อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ สุทินฺนํ ปฏิปุจฺฉี’’ติอาทิกญฺจ (ปารา. ๓๙) ‘‘สาทิยิ ตฺวํ ภิกฺขูติ. นาหํ ภควา สาทิยิ’’นฺติอาทิกญฺจ (ปารา. ๗๒) ตถา ปุราณโวหาริกํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉิตฺวา เตน วุตฺตปริจฺเฉเทน ทุติยปาราชิกปญฺญาปนญฺจ เทวทตฺตสฺส ปพฺพชฺชานุชานนญฺจาติ เอวมาทิกํ วินยปริยตฺตึ ทิสฺวา พุทฺธสุพุทฺธตํ ปฏิจฺจ สงฺกา สมฺภเวยฺย, ‘‘ตถา กึ ปน ตุยฺหํ ฉวสฺส เขฬาสกสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๓๖) เอวมาทิกํ ผรุสวจนปฏิสํยุตฺตํ วินยปริยตฺตึ นิสฺสาย ขีณาสวตฺตํ ปฏิจฺจ สงฺกา สมฺภเวยฺย, ตทุภยสงฺกาวิโนทนตฺถํ อายสฺมตา อุปาลิตฺเถเรน อิทเมว ปททฺวยคฺคหณํ สพฺพตฺถ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. เตเนตํ ทีเปติ – กามํ สพฺพเญยฺยพุทฺธตฺตา พุทฺโธเยว, ภคฺคสพฺพโทสตฺตา ภควาว, โส สตฺถาติ. ปรโตปิ วุตฺตํ ‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺติ…เป… อนตฺถสํหิเต เสตุฆาโต ตถาคตาน’’นฺติ (ปารา. ๑๖). สุตฺตนฺเต จ วุตฺตํ ‘‘สเณฺหนปิ เกสิ วิเนมิ ผรุเสนปี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๔.๑๑๑).

อสาธารณเหตุมฺหีติ เอตฺถ กุสลมูลานิ น อกุสลานํ กทาจิ มูลานิ โหนฺติ, ตถา อกุสลมูลานิ กุสลานํ, อพฺยากตมูลานิ น กทาจิ กุสลานนฺติ อยเมว นโย ลพฺภติ, ยสฺมา กุสลา เหตู ตํสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๑ อาทโย), ตสฺมา กุสลานิ กุสลานํเยวาติอาทินโย น ลพฺภติ. ปุจิ วุจฺจเต กุฏฺฐา, เต มนฺทยติ นาสยตีติ ปุจิมนฺโท. สตฺตานํ หิตสุขนิปฺผาทนาธิมุตฺตตนฺติ เอตฺถ สามญฺญโต วุตฺตสตฺเต ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘มนุสฺสานํ อุปการพหุลต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. พหุชนหิตายาติ พหุโน ชนสฺส หิตตฺถาย. ปญฺญาสมฺปตฺติยา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกหิตูปเทสโก หิ ภควา. สุขายาติ สุขตฺถาย. จาคสมฺปตฺติยา อุปการกสุขสมฺปทายโก หิ เอส. เมตฺตากรุณาสมฺปตฺติยา โลกานุกมฺปาย มาตาปิตโร วิย. โลกสฺส รกฺขิตโคปิตา หิ เอส. เทวมนุสฺสานนฺติ เอตฺถ ภพฺพปุคฺคเล เวเนยฺยสตฺเตเยว คเหตฺวา เตสํ นิพฺพานมคฺคผลาธิคมาย อตฺตโน อุปฺปตฺตึ ทสฺเสติ. ‘‘อตฺถายา’’ติ หิ วุตฺเต ปรมตฺถตฺถาย นิพฺพานาย, ‘‘หิตายา’’ติ วุตฺเต ตํสมฺปาปกมคฺคตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ, มคฺคโต อุตฺตริ หิตํ นาม นตฺถีติ. สุขายาติ ผลสมาปตฺติสุขตฺถาย ตโต อุตฺตริ สุขาภาวโต. ทิฏฺฐิสีลสงฺฆาเตนาติ เอตฺถ สมาธึ ปญฺญญฺจ อคฺคเหตฺวา ทิฏฺฐิสีลมตฺตคฺคหณํ สพฺพเสกฺขาเสกฺขสามญฺญตฺตา. โกสมฺพกสุตฺเตปิ (ม. นิ. ๑.๔๙๒) ‘‘สีลสามญฺญคโต วิหรติ, ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิคฺคหเณน ปญฺญาปิ คหิตาติ เจ? น, โสตาปนฺนาทีนมฺปิ ปญฺญาย ปริปูรการิภาวปฺปสงฺคโต, ตสฺมา เอกลกฺขณานมฺปิ ตาสํ ปญฺญาทิฏฺฐีนํ อวตฺถนฺตรเภโท อตฺถิ ธิติสมาธินฺทฺริยสมฺมาสมาธีนํ วิย. อญฺญาสีติ เอตฺถ โสตทฺวารานุสาเรน ญาตา, อตฺถา สุตาติ หิ วุจฺจนฺติ ‘‘สุตเมตํ, โภ โคตม, ปาปกา สมาจารา ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จา’’ติอาทีสุ วิย. ‘‘ภิกฺขุ โข, อุปาลิ, สงฺฆํ ภินฺทตี’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๓๕๔) วิย อวธารณตฺเถ วา. เวรญฺชายํ ภโว วิชฺชมาโน. อิตฺถมฺภูตสฺส เอวํ ภูตสฺส. กถํ ภูตสฺส? สกฺยปุตฺตสฺส สกฺยกุลา ปพฺพชิตสฺส, เอวํ หุตฺวา ฐิตสฺส กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโตติ อภิสทฺเทน โยเค อุปโยควจนานิ โหนฺตีติ อตฺโถ.

กามุปาทานปจฺจยา เอว เมตฺตํ ภาเวติ, พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตตีติ อิมินา กามุปาทานเหตุ กมฺมํ กตฺวา กามภเว เอว นิพฺพตฺตตีติวาทีนํ วาโท ปฏิกฺขิตฺโตติ วทนฺติ, ‘‘พฺรหฺมโลเก ปณีตา กามา’’ติ สุตฺวา, กปฺเปตฺวา วา ปจฺฉา ‘‘ตตฺถ สมฺปตฺตึ อนุภวิสฺสามี’’ติ กามุปาทานปจฺจยา ตทุปคํ กโรตีติ พฺรหฺมโลเกปิ กามนียฏฺเฐน กามา, ‘‘ตทารมฺมณตฺตา ตณฺหา กามุปาทานนฺติ วุตฺตา’’ติ จ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. กมฺมญฺจ จกฺขุสฺส ชนกการณํ, กมฺมสฺส มูลการณํ ตณฺหา, ตสฺมา น มูลการณํ โหติ ชนกํ. รูปตณฺหาทโย ทุกฺขสจฺจํ ขนฺธปริยาปนฺนตฺตา, ‘‘ยมฺปิจฺฉํ น ลภติ, ตมฺปิ ทุกฺข’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๓๘๗; ม. นิ. ๑.๑๓๑; วิภ. ๑๙๐) วจนโต จ. ตสฺส มูลการณภาเวน สมุฏฺฐาปิกาติ ตสฺส การณภูตสฺส อิมสฺส ขนฺธปญฺจกสฺส สมุฏฺฐาปิกาติ โยเชตพฺพํ. ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓) วจนโต ตสฺส เอว การณนฺติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อปิจ ‘‘รูปาทิ วิย ตณฺหาปิ ตณฺหาย อุปฺปตฺติปฺปหานฏฺฐาน’’นฺติ วจนโต รูปาทิ วิย ตณฺหาปิ ทุกฺขสจฺจํ กตํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘รูปตณฺหา โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; วิภ. ๒๐๓) จ ‘‘เอตฺเถสา ตณฺหา ปหียมานา ปหียตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐๑; ม. นิ. ๑.๑๓๔) จ. วิสุทฺธิมคฺเค ‘‘สพฺพากาเรน ปน อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ ทุกฺขญฺเจว อริยสจฺจญฺจ อญฺญตฺร ตณฺหายา’’ติ วจนโต อิธ รูปตณฺหาทโย ทุกฺขสจฺจนฺติ วจนํ วิรุชฺฌตีติ เจ? น, อญฺญมญฺญาสงฺกรภาเวน ทสฺเสตุํ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตตฺตา. ยทิ ตณฺหา อุปาทานกฺขนฺธปริยาปนฺนา น ภเวยฺย, สจฺจวิภงฺเค ‘‘ตตฺถ กตเม สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา. เสยฺยถิทํ, รูปุปาทานกฺขนฺโธ ..เป… วิญฺญาณุปาทานกฺขนฺโธ’’ติ (วิภ. ๒๐๒) เอตฺถ ‘‘ฐเปตฺวา ตณฺหํ สงฺขารุปาทานกฺขนฺโธ’’ติ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, น จ วุตฺตํ, ตสฺมา ทุกฺขสจฺจปริยาปนฺนา ตณฺหาติ เจ? น, เหตุผลสงฺกรโทสปฺปสงฺคโต. น สงฺกรโทโสติ เจ? สจฺจวิภงฺคปาฬิยญฺหิ ปญฺจหิ โกฏฺฐาเสหิ สมุทยสจฺจํ นิทฺทิฏฺฐํ.

กถํ? ตณฺหาติ เอโก วาโร, ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสาติ ทุติโย, ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมาติ ตติโย, ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานีติ จตุตฺโถ, ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานิ อวเสสา จ สาสวา กุสลา ธมฺมาติ ปญฺจโม วาโรติ. อาม นิทฺทิฏฺฐํ, ตถาปิ อภิธมฺมภาชนิเยเยว, น อญฺญสฺมึ, โส จ นโย อริยสจฺจนิทฺเทเส น ลพฺภติ. ตถา หิ ตตฺถ ‘‘จตฺตาริ สจฺจานิ’’จฺเจวาห, สุตฺตนฺตภาชนิยปญฺหปุจฺฉเกสุ วิย ‘‘จตฺตาริ อริยสจฺจานี’’ติ น วุตฺตํ, ตสฺมา สุตฺตนฺตภาชนิโยว ปมาณํ ตตฺถ จ ตณฺหาย วุตฺตตฺตา. ยถาห ‘‘ตตฺถ กตมํ ทุกฺขสมุทยํ อริยสจฺจํ, ยายํ ตณฺหา โปโนภวิกา…เป… เสยฺยถิทํ, กามตณฺหา’’ติอาทิ (วิภ. ๒๐๓). ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺข’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) อิมินา ปริยาเยน วุตฺตตฺตา ตตฺถ วุตฺตมฺปิ ปมาณเมว. ‘‘ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ปถวีกสิณ’’นฺติ (ธ. ส. ๑๘๖ อาทโย) วจนโต ‘‘กสิณานี’’ติ ฌานานิ วุตฺตานิ. เกจิ ‘‘อุคฺคหนิมิตฺตปฏิภาคนิมิตฺเต สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. ‘‘ทฺวตฺตึสาการาปิ ปณฺณตฺตึ วิสฺสชฺเชตฺวา ปฏิกูลาติ สติ ปฏฺฐเปตพฺพา’’ติ วจนโต สติโคจรา รูปาทโย จ เวทิตพฺพา.

สทฺธาหิโรตฺตปฺปพาหุสจฺจวีริยารมฺโภปฏฺฐิตสติสมฺปชญฺญตาติ อิเม สตฺต สทฺธมฺมา นาม. สภาวโตติ ทุกฺขโต. น จวตีติ เทเว สนฺธาย. ญาเตยฺยนฺติ ญาตพฺพํ. ทฏฺเฐยฺยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา ปน ‘‘นาหํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺย’’นฺติ วทามีติ อตฺโถ. โลกนฺติ ขนฺธโลกํ. คมเนน น ปตฺตพฺโพติ สรีรคมเนน, อคติคมเนน วา น ปตฺตพฺโพ, อริยคมเนน โลกนฺตํ ปตฺวาว ทุกฺขา อตฺถิ ปโมจนนฺติ วุตฺตํ โหติ. สมิตาวีติ สมิตกิเลโส. อาหารฏฺฐิติกาติ ปจฺจยฏฺฐิติกา. เย เกจิ ปจฺจยฏฺฐิติกา, สพฺเพ เต ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน เอโก โลโกติ อธิปฺปาโย. สงฺขารา หิ สกสกปจฺจยายตฺตตาย สตฺตา วิสตฺตา สตฺตา นาม. ปริหรนฺติ ปริจรนฺติ. ทิสาติ อุปโยคพหุวจนํ. ภนฺติ ปฏิภนฺติ. เก เต? เตเยว วิโรจมานา ปภสฺสรา จนฺทิมสูริยา. อฏฺฐ โลกธมฺมา สงฺขาราว. ‘‘สิเนรุสฺส สมนฺตโต’’ติ วจนโต ยุคนฺธราทโย สิเนรุํ ปริกฺขิปิตฺวา ปริมณฺฑลากาเรน ฐิตาติ วทนฺติ. ปริกฺขิปิตฺวา อจฺจุคฺคโต โลกธาตุ อยํ. ‘‘ม-กาโร ปทสนฺธิกโร’’ติ วทนฺติ. อญฺญถาปิ ลกฺขณาทิเภทโต สงฺขารโลกํ, อาสยานุสยเภทโต สตฺตโลกํ, จกฺกวาฬาทิปริมาณโต โอกาสโลกญฺจ สพฺพถาปิ วิทิตตฺตา โลกวิทู.

วิมุตฺติญาณทสฺสนํ กามาวจรํ ปริตฺตํ โลกิยํ, เตน สพฺพํ โลกํ กถํ อภิวติ? อสทิสานุภาวตฺตา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ วิย. ตญฺหิ อตฺตโน วิสเย ภควโต สพฺพญฺญุตญฺญาณคติกํ, ลหุตรปฺปวตฺติ จ ภวงฺคจิตฺตทฺวยานนฺตรํ อุปฺปตฺติโต. น กสฺสจิ เอวํลหุตรํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, อปิ อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส, ตสฺส กิเรส จิตฺตวาโร ปญฺจทสภวงฺคานนฺตรนฺติ. อคฺคิสิขธูมสิขา จ นาคา กิร สีหฬทีเป. อตฺถสฺส ทีปกํ ปทํ อตฺถปทํ. เอกตฺถทีปกํ ปทํ, สพฺพเมตํ วากฺยนฺติ อตฺโถ. อฏฺฐ ทิสา นาม อฏฺฐ วิโมกฺขา, สมาปตฺติโย วา. สตฺถวาโห สตฺถาติ นิปาติโต ยถา ปิสิตาโส ปิสาโจ. อุทเก มณฺฑูโก อหํ อาสึ, น ถเล มณฺฑูโก, วาริมตฺตเมว โคจโร, ตสฺส เม ตว ธมฺมํ สุณนฺตสฺส สีสํ ทณฺเฑน สนฺนิรุมฺภิตฺวาติ ปาฐเสโส. อนาทรตฺเถ วา สามิวจนํ. ‘‘เอตฺตเกนปิ เอวรูปา อิทฺธิ ภวิสฺสตี’’ติ สิตํ กตฺวา. วิโมกฺโขติ เจตฺถ มคฺโค, ตทนนฺตริกํ ญาณํ นาม ผลญาณํ, ตสฺมึ ขเณ พุทฺโธ นาม. สพฺพสฺส พุทฺธตฺตาติ กตฺตริ. โพเธตาติ เหตุกตฺตริ. เสฏฺฐตฺถทีปกํ วจนํ เสฏฺฐํ นาม, ตถา อุตฺตมํ. สจฺฉิกาปญฺญตฺตีติ สพฺพธมฺมานํ สจฺฉิกรณวเสน สยมฺภุตา ปญฺญตฺติ, อตฺตนา เอว วา ญาตา สจฺฉิกตาติปิ สจฺฉิกาปญฺญตฺติ. ภคี ภควา จีวรปิณฺฑปาตาทีนํ. ภชี อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ. ภาคี อตฺถธมฺมวิมุตฺติรสสฺส. ราคาทิกิเลสคณภคฺคมกาสิ. ภาวิตตฺตโน ภาวิตกาโย. ภวสฺส อนฺตํ นิพฺพานํ มคฺคาธิคเมน ตํ คโตติ ภวนฺตโค.

‘‘โลภํ, ภิกฺขเว, เอกํ ธมฺมํ ปชหถา’’ติอาทินา (อิติวุ. ๑) นเยน เอกกาทิวเสนาคเต คเหตฺวา วทติ. สํกิเลสตณฺหาทิฏฺฐิทุจฺจริตสํกิเลสวเสน อนิจฺจทุกฺขมนตฺตาสุเภสุ นิจฺจนฺติอาทิวิปริเยสา. จีวรเหตุ วา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ, ปิณฺฑปาต เสนาสนอิติภวาภวเหตุ วา (อ. นิ. ๔.๙). เจโตขิลา สตฺถริ กงฺขติ, ธมฺเม, สงฺเฆ, สิกฺขาย, สพฺรหฺมจารีสุ กุปิโตติ (ที. นิ. ๓.๓๑๙; วิภ. ๙๔๑) อาคตา ปญฺจ. กาเม อวีตราโค โหติ…เป… กาเย, รูเป, ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา, อญฺญตรํ เทวนิกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยํ จรตีติ (ที. นิ. ๓.๓๒๐; วิภ. ๙๔๑) อาคตา ปญฺจ วินิพนฺธา. วิวาทมูลานิ โกโธ อุปนาโห มกฺโข ปฬาโส อิสฺสา มจฺฉริยํ มายา สาเฐยฺยํ ถมฺโภ สารมฺโภ สนฺทิฏฺฐิปรามาสิตา อาธานคฺคาหี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคิตา (อ. นิ. ๖.๓๖; ที. นิ. ๓.๓๒๕). วิภงฺเค ปน ‘‘โกโธ มกฺโข อิสฺสา สาเฐยฺยํ ปาปิจฺฉตา สนฺทิฏฺฐิปรามาสิตา’’ติ (วิภ. ๙๔๔) อาคตํ. ตณฺหํ ปฏิจฺจ ปริเยสนา, ปริเยสนํ ปฏิจฺจ ลาโภ, ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโย, เอวํ ฉนฺทราโค, อชฺโฌสานํ, ปริคฺคโห, มจฺฉริยํ, อารกฺโข, อารกฺขาธิกรณํ, ทณฺฑาทานสตฺถาทาน…เป… อกุสลา ธมฺมา สมฺภวนฺตีติ (ที. นิ. ๒.๑๐๔; ๓.๓๕๙; อ. นิ. ๙.๒๓; วิภ. ๙๖๓) วุตฺตานํ. รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพธมฺมตณฺหาติ ฉ, ตา กามภววิภวตณฺหาวเสเนว อฏฺฐารส, ตา เอว อชฺฌตฺติกสฺสุปาทาย อฏฺฐารส, พาหิรสฺสุปาทาย อฏฺฐารสาติ ฉตฺตึส, ตา อตีเต ฉตฺตึส, อนาคเต ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺเน ฉตฺตึสาติ เอวํ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตานีติ. มาเรตีติ มาโร, ปมาโท ‘‘ปมาโท มจฺจุโน ปท’’นฺติ (ธ. ป. ๒๑) วจนโต. สมฺมาอาชีววินาสนโต วา กิเลสา วุจฺจนฺติ ‘‘มาโร’’ติ, วธกูปมตฺตา ขนฺธาว มารา. อภิสงฺขารา ชาติทุกฺขาภินิพฺพตฺตาปนโต, ชาตสฺส ชราทิสมฺภวโต จ มารา. เอกภวปริยาปนฺนชีวิตมารณโต มจฺจุ มาโร. อณิมตา นาม ปรมาณุ วิย อทสฺสนูปคมนํ. ลฆิมตา สรีเรน, จิตฺเตน วา สีฆคมนํ. มหิมตา จนฺทิมสูริยาทีนมฺปิปาณินา ปรามสนาทิ. ปตฺติ นาม ยถิจฺฉิตเทสปฺปตฺติ. ปกาสนตา, ลาภกสฺสตฺถสาธนํ วา ปากมฺมํ. อีสตฺตํ นาม สยํวสิตา. วสิตฺตํ นาม อปรวสิตา. ยตฺถกามาวสายิตํ นาม ยตฺถิจฺฉติ ยทิจฺฉติ ยาวทิจฺฉติ, ตตฺถ ตาว ตทตฺถสาธนํ. ปีฬนสงฺขตสนฺตาปวิปริณามฏฺเฐน วา ทุกฺขมริยสจฺจนฺติอาทิมฺหิ อิทํ โจทนาปุพฺพงฺคมํ อตฺถวิสฺสชฺชนํ – ทุกฺขาทีนํ อญฺเญปิ รูปตณฺหาทโย อตฺถา อตฺถิ, อถ กสฺมา จตฺตาโร เอว วุตฺตาติ เจ? อญฺญสจฺจทสฺสนวเสน อาวิภาวโต.

‘‘ตตฺถ กตมํ ทุกฺเขญาณํ, ทุกฺขํ อารพฺภ ยา อุปฺปชฺชติ ปญฺญา’’ติอาทินาปิ (วิภ. ๗๙๔) นเยน เอเกกสจฺจารมฺมณวเสนาปิ สจฺจญาณํ วุตฺตํ. ‘‘โย, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ ปสฺสติ, ทุกฺขสมุทยมฺปิ โส ปสฺสตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๕.๑๑๐๐) นเยน เอกํ สจฺจํ อารมฺมณํ กตฺวา เสเสสุ กิจฺจนิปฺผตฺติวเสนาปิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยทา เอเกกํ สจฺจํ อารมฺมณํ กโรติ, ตทา สมุทยทสฺสเนน ตาว สภาวโต ปีฬนลกฺขณสฺสาปิ ทุกฺขสฺส ยสฺมา ตํ อายูหนลกฺขเณน สมุทเยน อายูหิตํ สงฺขตํ, ตสฺมาสฺส โส สงฺขตฏฺโฐ อาวิ ภวติ. ยสฺมา ปน มคฺโค กิเลสสนฺตาปหโร สุสีตโล, ตสฺมาสฺส มคฺคทสฺสเนน สนฺตาปฏฺโฐ อาวิ ภวติ นนฺทสฺส อจฺฉราทสฺสเนน สุนฺทริยา อนภิรูปภาโว วิย. อวิปริณามธมฺมสฺส ปน นิโรธสฺส ทสฺสเนน ตสฺส วิปริณามฏฺโฐ อาวิ ภวตีติ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. สภาวโต อายูหนลกฺขณสฺสปิ สมุทยสฺส ทุกฺขทสฺสเนน นิทานฏฺโฐ อาวิ ภวติ อสปฺปายโภชนโต อุปฺปนฺนพฺยาธิทสฺสเนน โภชนสฺส พฺยาธินิทานภาโว วิย. วิสํโยคภูตสฺส นิโรธสฺส ทสฺสเนน สํโยคฏฺโฐ. นิยฺยานภูตสฺส จ มคฺคสฺส ทสฺสเนน ปลิโพธฏฺโฐติ. ตถา นิสฺสรณสฺสาปิ นิโรธสฺส อวิเวกภูตสฺส สมุทยสฺส ทสฺสเนน วิเวกฏฺโฐ อาวิ ภวติ. มคฺคทสฺสเนน อสงฺขตฏฺโฐ. อิมินา หิ อนมตคฺเค สํสาเร มคฺโค น ทิฏฺฐปุพฺโพ, โสปิ จ สปฺปจฺจยตฺตา สงฺขโต เอวาติ อปฺปจฺจยธมฺมสฺส อสงฺขตภาโว อติวิย ปากโฏ โหติ. ทุกฺขทสฺสเนน ปนสฺส อมตฏฺโฐ อาวิ ภวติ. ทุกฺขญฺหิ วิสํ, อมตํ นิพฺพานนฺติ. ตถา นิยฺยานลกฺขณสฺสาปิ มคฺคสฺส สมุทยทสฺสเนน ‘‘นายํ เหตุ นิพฺพานสฺส ปตฺติยา, อยํ เหตู’’ติ เหตฺวตฺโถ อาวิ ภวติ. นิโรธทสฺสเนน ทสฺสนฏฺโฐ ปรมสุขุมรูปานิ ปสฺสโต ‘‘วิปฺปสนฺนํ วต เม จกฺขู’’ติ จกฺขุสฺส วิปฺปสนฺนภาโว วิย. ทุกฺขทสฺสเนน อธิปเตยฺยฏฺโฐ อเนกโรคาตุรกปณชนทสฺสเนน อิสฺสรชนสฺส อุฬารภาโว วิยาติ เอวเมตฺถ ลกฺขณวเสน, เอกสฺส อญฺญสจฺจทสฺสนวเสน จ อิตเรสํ ติณฺณํ อาวิภาวโต เอเกกสฺส จตฺตาโร อตฺถา วุตฺตา. อุปธิวิเวโก นิกฺกิเลสตา.

ปฏิปกฺขํ อตฺถยนฺตีติ ปจฺจตฺถิกา. ปติ วิรุทฺธา อมิตฺตา ปจฺจามิตฺตา. สจฺฉิกตฺวา ปเวเทตีติ เอตฺตาวตา ภควโต สพฺพญฺญุตํ ทีเปติ. เตน ญาณสมฺปตฺตึ ทีเปตฺวา อิทานิ กรุณาสมฺปตฺตึ ทีเปตุํ ‘‘โส ธมฺมํ เทเสสี’’ติอาทิมาห. อถ วา กึ โส ปเวเทสีติ? ญาณํ, ตํ สพฺพํ ติโลกหิตภูตเมว. โส ธมฺมํ เทเสสีติ กีทิสํ? ‘‘อาทิกลฺยาณ’’นฺติอาทิ. อเนน วจเนน วตฺตุํ อรหภาวํ ทีเปติ. สาสนธมฺโมติ โอวาทปริยตฺติ. กิจฺจสุทฺธิยาติ กิเลสปฺปหานนิพฺพานารมฺมณกิจฺจสุทฺธิยา. สาสนพฺรหฺมจริยํ นาม สิกฺขตฺตยํ, นวโกฏิสหสฺสานีติอาทิกํ วา. มคฺคเมว พฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. ตสฺส ปกาสกํ ปิฏกตฺตยํ อิธ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ นาม. ฉสุ อตฺถปเทสุ สงฺเขปโต กาสนํ สงฺกาสนํ. อาทิโต กาสนํ ปกาสนํ. อุภยมฺปิ วิตฺถาเรตฺวา เทสนํ วิวรณํ. ปุน วิภาคกรณํ วิภชนํ. โอปมฺมาทินา ปากฏกรณํ อุตฺตานีกรณํ. โสตูนํ จิตฺตปริโตสชนเนน, จิตฺตนิสาเนน จ ปญฺญาปนํ เวทิตพฺพํ. พฺยญฺชนปเทสุ อกฺขรณโต อกฺขรํ, ‘‘เอกกฺขรปทมกฺขร’’นฺติ เอเก. วิภตฺติอนฺตํ ปทํ. พฺยญฺชยตีติ พฺยญฺชนํ, วากฺยํ. ปทสมุทาโย วา วากฺยํ. วิภาคปกาโส อากาโร นาม. ผุสตีติ ผสฺโสติอาทิ นิพฺพจนํ นิรุตฺติ, นิรุตฺติยา นิทฺทิฏฺฐสฺส อปเทโส นิทฺเทโส นาม. ผุสตีติ ผสฺโส, โส ติวิโธ – สุขเวทนีโย ทุกฺขเวทนีโย อทุกฺขมสุขเวทนีโยติ. เอเตสุ อยํ โยชนา – อกฺขเรหิ สงฺกาสยติ, ปเทหิ ปกาสยติ, พฺยญฺชเนหิ วิวรติ, อากาเรหิ วิภชติ, นิรุตฺตีหิ อุตฺตานึ กโรติ, นิทฺเทเสหิ ปญฺญาเปติ. อกฺขเรหิ วา สงฺกาสยิตฺวา ปเทหิ ปกาเสติ, พฺยญฺชเนหิ วิวริตฺวา อากาเรหิ วิภชติ, นิรุตฺตีหิ อุตฺตานึ กตฺวา นิทฺเทเสหิ ปญฺญาเปติ. อกฺขเรหิ วา อุคฺฆาเฏตฺวา ปเทหิ วิเนติ อุคฺฆฏิตญฺญุํ, พฺยญฺชเนหิ วิวริตฺวา อากาเรหิ วิเนติ วิปญฺจิตญฺญุํ, นิรุตฺตีหิ เนตฺวา นิทฺเทเสหิ วิเนติ เนยฺยนฺติ เวทิตพฺพํ. อตฺโถติ ภาสิตตฺโถ. ตสฺเสวตฺถสฺส ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ สโก สโก ภาโว ปฏิเวโธ นาม. ตํ อุภยมฺปิ อตฺโถ นาม. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺถคมฺภีรตาปฏิเวธคมฺภีรตาหิ สาตฺถ’’นฺติ. ธมฺโมติ วา เทสนาติ วา พฺยญฺชนเมว. นิทฺโทสภาเวน ปริสุทฺธํ สาสนพฺรหฺมจริยํ, สิกฺขตฺตยปริคฺคหิโต มคฺโค จ, อุภยมฺปิ พฺรหฺมจริยปเทน สงฺคหิตํ. ปฏิปตฺติยาติ ปฏิปตฺติเหตุ. อาคมพฺยตฺติโตติ ปุนปฺปุนํ อธียมานา ขนฺธาทโย ปากฏา โหนฺติ. ทุรุตฺตสตฺถานิ อธียมานานิ สมฺโมหเมวาวาหนฺติ.

๒-๓. กจฺจิ ขมนียํ สีตุณฺหาทิ. กจฺจิ ยาปนียํ ยถาลทฺเธหิ ชีวิตสาธเนหิ ชีวิตํ. อปฺปาพาธนฺติ อปฺโปปสคฺคํ, อปฺปาตงฺกนฺติ อปฺปโรคํ. กจฺจิ ลหุฏฺฐานํ สรีรกิจฺเจ. กจฺจิ พลํ สมณกิจฺเจ. กจฺจิ ผาสุวิหาโร ยถาวุตฺตนเยน อปฺปาพาธตาย, อนุกฺกณฺฐนาทิวเสน วา. สตฺตสฏฺฐิโต ปฏฺฐาย ปจฺฉิมวโย, อุตฺตรามุโขติ วุตฺตํ โหติ. โลกวิวรเณ ชาเต อิธ กึ โอโลเกสิ, นตฺเถตฺถ ตยา สทิโสปีติ อาห ‘‘ตฺวํ สเทวกสฺส โลกสฺส อคฺโค’’ติอาทิ. อาสภึ อุตฺตมํ. อุปปตฺติวเสน เทวา. รูปานํ ปริโภควเสน, ปตฺถนาวเสน วา อุปฺปนฺนา ราคสมฺปยุตฺตา โสมนสฺสเวทนานุรูปโต อุปฺปชฺชิตฺวา หทยตปฺปนโต อมฺพรสาทโย วิย ‘‘รูปรสา’’ติ วุจฺจนฺติ. ตถาคตสฺส ปหีนาติ อธิการวเสนาห. ตถาคตสฺสปิ หิ กสฺสจิ เต ปหีนาติ มตฺถกจฺฉินฺนตาโล วิย กตา. กถํ? รูปรสาทิวจเนน วิปากธมฺมธมฺมา คหิตา, เต วิชฺชมานาปิ มตฺถกสทิสานํ ตณฺหาวิชฺชานํ มคฺคสตฺเถน ฉินฺนตฺตา อายตึ ตาลปนฺติสทิเส วิปากกฺขนฺเธ นิพฺพตฺเตตุํ อสมตฺถา ชาตา. ตสฺมา ตาลาวตฺถุ วิย กตา. ‘‘กุสลโสมนสฺสาปิ เอตฺถ สงฺคหิตา’’ติ วทนฺติ. ปฐมมคฺเคน ปหีนา กมฺมปถฏฺฐานิยา, ทุติเยน อุจฺฉินฺนมูลา โอฬาริกา, ตติเยน ตาลาวตฺถุกตา กามราคฏฺฐานิยา. จตุตฺเถน อนภาวํกตา รูปราคารูปราคฏฺฐานิยา. อปริหานธมฺมตํ ปน ทีเปนฺโต ‘‘อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา’’ติ อาห. ตทงฺคปฺปหาเนน วา ปหีนา วิปสฺสนากฺขเณ, ฌานสฺส ปุพฺพภาคกฺขเณ วา, วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน อุจฺฉินฺนมูลา ฌานกฺขเณ. ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ (ปารา. ๑๑) หิ วุตฺตํ. สมุจฺเฉทปฺปหาเนน ตาลาวตฺถุกตา ตติยวิชฺชาธิคมกฺขเณ. อิตฺถมฺภูตา ปน เต รูปรสาทโย อนภาวํกตา อายติมนุปฺปาทธมฺมาติ เอกเมวิทํ อตฺถปทํ. ปฐมาย วา อภินิพฺภิทาย ปหีนา, ทุติยาย อุจฺฉินฺนมูลา, ตติยาย ตาลาวตฺถุกตา. อิตฺถมฺภูตา ยสฺมา อนภาวํกตา นาม โหนฺติ, ตสฺมา อายตึอนอุปฺปาทธมฺมาติ เวทิตพฺพา. อถ วา ทุกฺขญาเณน ปหีนา, สมุทยญาเณน อุจฺฉินฺนมูลา, นิโรธญาเณน ตาลาวตฺถุกตา, มคฺคญาเณน อนภาวํกตา, ปจฺจเวกฺขณญาเณน อายตึ อนุปฺปาทธมฺมาติ เวทิตพฺพา. โลกิยมคฺเคน วา ปหีนา, ทสฺสนมคฺเคน อุจฺฉินฺนมูลา, ติวิเธน ภาวนามคฺเคน ตาลาวตฺถุกตาติอาทิ. พฺราหฺมณสฺส อวิสยตฺตา ธมฺมรสา น อุทฺธฏา.

๑๑. ธมฺมธาตุนฺติ เอตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ธมฺมธาตุ นาม. อนุกมฺปวจนานุรูปํ ‘‘ปุณฺณจนฺโท วิยา’’ติ วุตฺตํ, สูริยวจนํ ‘‘สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา’’ติวจนานุรูปํ, ปถวีสมจิตฺตตาย การณํ ‘‘กรุณาวิปฺผาร’’นฺติ วทนฺติ. ปฏิจฺฉาเทตพฺเพ หิ อตฺตโน คุเณ ‘‘อารทฺธํ โข ปน เม วีริย’’นฺติอาทินา ปกาเสนฺโต อตฺตโน กรุณาวิปฺผารํ ปกาเสตีติ คเหตพฺโพ. วรภูริเมธโส วรปุถุลญาโณ, ภูรีติ วา ภูมิ, ภูมิ วิย ปตฺถฏวรปญฺโญติ อตฺโถ. อพุชฺฌิ เอตฺถาติปิ อธิกรเณน รุกฺโข โพธิ. สยํ พุชฺฌติ, พุชฺฌนฺติ วา เตน ตํสมงฺคิโนติ มคฺโค โพธิ, เอวํ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ. พุชฺฌียตีติ นิพฺพานํ โพธิ. ติสฺสนฺนํ วิชฺชานํ อุปนิสฺสยวโต ยถาสมฺภวํ ติสฺโส วิชฺชา เวทิตพฺพา. เอกคฺคตาวเสน ติกฺขภาโว. ติกฺโขปิ เอกจฺโจ สโร ลกฺขํ ปตฺวา กุณฺโฐ โหติ, น ตถา อิทํ. สตินฺทฺริยวเสนสฺส ขรภาโว, สทฺธินฺทฺริยวเสน วิปฺปสนฺนภาโว, อนฺตรา อโนสกฺกิตฺวา กิเลสปจฺจตฺถิกานํ สุฏฺฐุ อภิภวนโต วีริยินฺทฺริยวเสนสฺส สูรภาโว จ เวทิตพฺโพ. มคฺควิชายนตฺถํ คพฺภคฺคหณกาโล สงฺขารุเปกฺขานนฺตรมนุโลมตฺตา.

ฉนฺโทติ จ สงฺกปฺโปติ จ อวตฺถนฺตรเภทภินฺโน ราโคว –

‘‘เสนหาตฺถฺยงฺคมุเปติ,

รตฺตหทโย ราเคน;

สมฺมคเต รตฺตกามมุเปติ,

กามปติตํ โลกสฺส มาตฺราลมตี’’ติ –

อาทีสุ วิย –

วิภงฺเคเยว กิญฺจาปิ อตฺโถ วุตฺโตติ เอตฺถ อยมธิปฺปาโย – วิภงฺคปาฬึ อาเนตฺวา อิธ วุตฺโตปิ สพฺเพสํ อุปการาย น โหติ, ตสฺมา ตํ อฏฺฐกถานเยเนว ปกาสยิสฺสามีติ. อิโตติ กาเมหิ. กายวิเวกาทีสุ อุปธิวิเวโก ตติโย, ตสฺมา ตติยํ ฉฑฺเฑตฺวา เทฺว คเหตฺวา ตทงฺคาทีสุ วิกฺขมฺภนวิเวกํ คเหตฺวา ‘‘ตโย เอวา’’ติ วุตฺตา. เอวํ สติ จิตฺตวิกฺขมฺภนา เอกตฺถา เอวาติ วิเสโส น สิยาติ เจ? อปฺปนาวารตฺตา น ปเนวํ ทฏฺฐพฺพํ. กายวิเวกคฺคหเณน ปุพฺพภาคคฺคหณํ ญายติ, ตสฺมา จิตฺตวิเวโกติ ตทงฺควิเวโก วุตฺโต, วิกฺขมฺภเนน อปฺปนากาเลติ คเหตพฺพํ อสงฺกรโต. อถ วา จิตฺตวิเวเกน ตทงฺควิกฺขมฺภนา คหิตา, อิตเรน วิกฺขมฺภนวิเวโก เอวาติปิ ยุตฺตํ, กิเลสกามตฺตา วา ทฺวีสุ กมฺเมสุ ปริยาปนฺโน ปุริโส วิย. ยถา อวิชฺชมาเนน อวิชฺชมานปญฺญตฺติวเสน โลเก ‘‘สผโล รุกฺโข’’ติ วุจฺจติ, ตเถว วิชฺชมาเนน วิชฺชมานปญฺญตฺติวเสน สาสเน ‘‘สวิตกฺกํ สวิจารํ ฌาน’’นฺติ วุจฺจตีติ อธิปฺปาโย.

วูปสมาติ เอตฺถ เกสํ วูปสมาติ, กึ ปฐมชฺฌานิกานํ, อุทาหุ ทุติยชฺฌานิกานนฺติ? เอตฺถ ยทิ ปฐมชฺฌานิกานํ, นตฺถิ เตสํ วูปสโม. น หิ ปฐมชฺฌานํ วิตกฺกวิจารรหิตํ อตฺถิ. ยทิ ทุติยชฺฌานิกานํ, นตฺเถว วูปสโม ตตฺถ ตทภาวาติ เจ? เตเนตํ วุจฺจติ ‘‘สมติกฺกมา’’ติ, สมติกฺกโมปิ น เตสํเยว. กินฺตุ สกลสฺสปิ ปฐมชฺฌานธมฺมราสิสฺสาติ เจ? เตเนตํ วุจฺจติ ‘‘โอฬาริกสฺส ปน สมติกฺกมา’’ติอาทิ. สพฺเพปิ ปฐมชฺฌานธมฺมา โอฬาริกาว ทุติยชฺฌานโต, น เกวลํ วิตกฺกวิจารทฺวยเมวาติ เจ? น วิตกฺกวิจาราเยว เตหิ สมฺปยุตฺตานํ โอฬาริกภาวโตติ เตเสฺวว อาทีนวทสฺสเนน ทุติยชฺฌานกฺขเณ เตสํ อภาโว โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทุติยชฺฌานกฺขเณ อปาตุภาวา’’ติ, ยสฺส ธมฺมสฺสานุภาเวน, โยเคน วา อิทํ ฌานํ ‘‘สมฺปสาทน’’นฺติ วุจฺจติ ‘‘เอโกทิภาว’’นฺติ จ, ตสฺส ทสฺสนตฺถํ สทฺธาสมาธโย วิภงฺเค วุตฺตา. ปณีตโภชนสิกฺขาปเท (ปาจิ. ๒๕๗ อาทโย) สปฺปิอาทโย วิยาติ วุตฺเต อยํ อตฺถวณฺณนา น วิรุชฺฌติ. สมํ ปสฺสตีติ ลีนุทฺธจฺจํ ปหาย ขีณาสวสฺส ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐานิฏฺฐฉฬารมฺมณาปาเถ ปริสุทฺธปกติภาวาวิชหนาการภูตา อุเปกฺขา ฉฬงฺคุเปกฺขา. นีวรณาทิปฏิสงฺขาสนฺติฏฺฐนาคหเณ มชฺฌตฺตภูตา อุเปกฺขา, อยํ สงฺขารุเปกฺขา นาม. วิจินเน มชฺฌตฺตภูตา อุเปกฺขา วิปสฺสนุเปกฺขา นาม. ตตฺถ ฉฬงฺคุเปกฺขา พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา โพชฺฌงฺคุเปกฺขา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา ฌานุเปกฺขา ปาริสุทฺธุเปกฺขา จ อตฺถโต เอกา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาว, อวตฺถาเภเทน เภโท เนสํ. สงฺขารุเปกฺขาวิปสฺสนุเปกฺขานมฺปิ เอกตา ปญฺญาวเสน, กิจฺจวเสน ปน ทุวิธตา เวทิตพฺพา.

ฉฬงฺคุเปกฺขา กามาวจรา, พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา รูปาวจราติอาทินา ภูมิวเสน. ฉฬงฺคุเปกฺขา ขีณาสวสฺเสว, พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา ติณฺณมฺปิ ปุถุชฺชนเสกฺขาเสกฺขานนฺติ เอวํ ปุคฺคลวเสน. ฉฬงฺคุเปกฺขา โสมนสฺสุเปกฺขาสหคตจิตฺตสมฺปยุตฺตา, พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา อุเปกฺขาสหคตจิตฺตสมฺปยุตฺตา เอวาติ เอวํ จิตฺตวเสน. ฉฬงฺคุเปกฺขา ฉฬารมฺมณา, พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา ธมฺมารมฺมณาวาติ อารมฺมณวเสน. เวทนุเปกฺขา เวทนากฺขนฺเธน สงฺคหิตา, อิตรา นว สงฺขารกฺขนฺเธนาติ ขนฺธสงฺคหวเสน. ฉฬงฺคุเปกฺขา พฺรหฺมวิหารโพชฺฌงฺคฌานุเปกฺขา ปาริสุทฺธิตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา จ อตฺถโต เอกา, ตสฺมา เอกกฺขเณ เอกาว สิยา, น อิตรา, ตถา สงฺขารุเปกฺขาวิปสฺสนุเปกฺขาปิ. เวทนาวีริยุเปกฺขานํ เอกกฺขเณ สิยา อุปฺปตฺตีติ. ฉฬงฺคุเปกฺขา อพฺยากตา, พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา กุสลาพฺยากตา, ตถา เสสา. เวทนุเปกฺขา ปน สิยา อกุสลาปิ. เอวํ กุสลตฺติกวเสน. ทสเปตา สงฺเขเปน จตฺตาโรว ธมฺมา วีริยเวทนาตตฺรมชฺฌตฺตญาณวเสน. ‘‘ทุกฺขโทมนสฺสสุขโสมนสฺสาน’’นฺติ เอวํ ปหานกฺกเมน อวตฺวา วิภงฺเค วุตฺตนเยน กสฺมา วุตฺตานีติ เจ? สุตฺตานุรกฺขณตฺถํ. อิฏฺฐานิฏฺฐวิปรีตนฺติ เอตฺถ ‘‘อารมฺมณวเสน อคฺคเหตฺวา อิฏฺฐานิฏฺฐวิปรีตากาเรน อนุภวตีติ คเหตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. กสฺมา? เอกํเยว กสิณํ อารพฺภ สพฺเพสํ ปวตฺติโต. ตติยชฺฌานโต ปฏฺฐาย อุปการา หุตฺวา อาคตาติ สติสีเสน เทสนา กตา, วิคตวลาหกาทินา โสมฺมตาย รตฺติยา วลาหกาทินา กาลุสฺสิเย สติปิ ทิวา วิย อนุปการิกา น โหติ รตฺตึ, ตสฺมา ‘‘อตฺตโน อุปการกตฺเตน วา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สูริยปฺปภาภิภวา, รตฺติยา อลาภาติ อิเม เทฺว เหตู อปริสุทฺธตาย การณํ. โสมฺมภาเวน, อตฺตโน อุปการกตฺเตน จาติ อิเม เทฺว สภาคตาย การณ’’นฺติ วทนฺติ, ตสฺสา อปริสุทฺธาย ชาติยาติ วุตฺตํ โหติ, ตสฺมา การณวจนนฺติ เอเก.

ฌานกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปุพฺเพนิวาสกถาวณฺณนา

๑๒. จิตฺเตกคฺคตาสภาคตฺตา ฌานานํ ‘‘เกสญฺจิ จิตฺเตกคฺคตตฺถานี’’ติ อาห. กุสลานํ ภโวกฺกมนสภาคตฺตา ‘‘เกสญฺจิ ภโวกฺกมนตฺถานี’’ติ. อสภาคตฺตา เสสฏฺฐาเนสุ ‘‘ปาทกตฺถานี’’ติ อวตฺวา ‘‘ปาทกานี’’ติ อาห. เตน ปาทกภูตานมฺปิ ยถาสมฺภวํ จิตฺเตกคฺคตา ภโวกฺกมนตาวหตํ, อิตเรสํ ยถาสมฺภวํ ปาทกตาวหตญฺจ ทีเปติ. อสภาคตฺตา ชวนวิปสฺสนาปาทกานิ สมานานิ อภิญฺญาปาทกานิ จ โหนฺติ, อภิญฺญาปาทกานิ จ วิปสฺสนาปาทกานิ โหนฺตีติปิ ทีเปติ, ตถา ปาทกาภาวํ ทีเปติ. อภิญฺญาย หิ จตุตฺถเมว ปาทกํ, น อิตรานิ. เตสุ จตุตฺถสฺส ตติยํ ปาทกํ, ตติยสฺส ทุติยํ, ทุติยสฺส ปฐมนฺติ. อถ วา ‘‘จตฺตาริ ฌานานี’’ติ ยถาลาภโต วุตฺตํ.

วินยนิทานนิมิตฺตํ, เวรญฺชนิวาสกปฺปนํ;

สตฺถุ ยสฺมา ตสฺมา ภควา, วิชฺชตฺตยมาห เวรญฺเช.

วุตฺตเญฺหตํ ‘‘วินเย สุปฺปฏิปนฺโน ภิกฺขุ สีลสมฺปตฺตึ นิสฺสายา’’ติอาทิ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา). สีลวโต หิ สีลปจฺจเวกฺขณตฺถํ รตฺติฏฺฐานทิวาฐาเนสุ นิสินฺนสฺส นิสชฺชนโต ปฏฺฐาย อตฺตโน อตีตกิริยานุสฺสรณพหุลตาย ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติวิชฺชา อปฺปกสิเรน สมิชฺฌติ. ตถา อตฺตานํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ จุติปริคฺคหณสีลตาย จุตูปปาตญาณํ อปฺปกสิเรน สมิชฺฌติ, อุทกาทีสุ สุขุมตฺต ทสฺสนสีลตาย ทิพฺพจกฺขุญาณํ สมิชฺฌติ. ยสฺมา สตฺตวิธเมถุนสํโยคปริวชฺชเนน, กามาสวาทิปริวชฺชเนน วา พฺรหฺมจริยํ อขณฺฑาทิภาวํ ปาปุณาติ, ตสฺมาสฺส อาสวกฺขยญาณํ อปฺปกสิเรน สมิชฺฌตีติ เอตฺถ วินยนิทาเน วิชฺชตฺตยเมว ทสฺสิตํ, ตสฺมา อาห ‘‘เยสญฺจ คุณานํ ทายกํ อโหสิ, เตสํ เอกเทสํ ทสฺเสนฺโต’’ติ, อญฺญถา วิชฺชตฺตยปฏิลาภมตฺตปฺปสงฺโค สิยาติ.

โส เอวนฺติ อิมินา กิญฺจาปิ จตุนฺนํ ฌานานํ ปุพฺพภาคปฏิปทาปิ สงฺคหํ คจฺฉติ, น เกวลํ ปุริมชฺฌานตฺติกเมว, ตถาปิ เกวลํ ปุริมชฺฌานตฺติกเมว คณฺหนฺโต ‘‘เอวนฺติ จตุตฺถชฺฌานกฺกมนิทสฺสนเมตํ, อิมินา ปฐมชฺฌานาธิคมาทินา กเมน จตุตฺถชฺฌานํ ปฏิลภิตฺวาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห, ตํ กสฺมาติ เจ? สมฺภารภูมิตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๓๘๑) ‘‘เอตฺถ จ ปุริมานิ ตีณิ ฌานานิ ยสฺมา ปีติผรเณน จ สุขผรเณน จ สุขสญฺญญฺจ ลหุสญฺญญฺจ โอกฺกมิตฺวา ลหุมุทุกมฺมญฺญกาโย หุตฺวา อิทฺธึ ปาปุณาติ, ตสฺมา อิมินา ปริยาเยน อิทฺธิลาภาย สํวตฺตนโต สมฺภารภูมิโยติ เวทิตพฺพานิ. จตุตฺถชฺฌานํ ปน อิทฺธิลาภาย ปกติภูมิ เอวา’’ติ. อิทเมว วา อตฺถํ สนฺธายาห ‘‘ปุพฺเพ อิมานิ จตฺตาริ ฌานานิ เกสญฺจิ อภิญฺญาปาทกานี’’ติ. ยทิ เอวํ จตุตฺถชฺฌานมฺปิ อนฺโตกตฺวา เอวนฺติ กิมตฺถํ น วุตฺตํ. ตญฺหิ ปกติภูมีติ เจ? น วตฺตพฺพํ, จตุตฺถชฺฌานโต ปรสฺส สมาหิตาทิภาวปฺปตฺตสฺส จิตฺตสฺส อตฺถิภาวปฺปสงฺคโต. ยสฺมา ยสฺมึ สติ ‘‘ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณาย จิตฺตํ อภินินฺนาเมสิ’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตสฺมึ จตุตฺถชฺฌานจิตฺเต ปกติภูมิภาวปฺปตฺเต อภิญฺญาปาทเก ชาเต ปริกมฺมจิตฺตํ ‘‘ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณาย อภินินฺนาเมสิ’’นฺติ อาห. อภินีหารกฺขมํ โหตีติ เอตฺถ ตํ อิทฺธิวิธาธิคมตฺถาย ปริกมฺมจิตฺตํ อภินีหรติ. กสิณารมฺมณโต อปเนตฺวา อิทฺธิวิธาภิมุขํ เปเสสิ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อภิญฺญาปาทกชฺฌานโต อิทฺธิวิธญาณาทีนํ นีหรณตฺถ’’นฺติ วุตฺตตฺตา อภินีหารกฺขมนฺติ อตฺโถ ปกปฺปิโต.

โส เอวํ สมาหิเต เอวํ อาเนญฺชปฺปตฺเตติ โยชนา เวทิตพฺพา ทุติยวิกปฺเป, นีวรณทูรีภาเวน วิตกฺกาทิสมติกฺกเมนาติ ปฐมชฺฌานาทีนํ กิจฺจสงฺคณฺหนโต. อยํ โยชนา ปฐมวิกปฺเป น สมฺภวติ ‘‘ปริสุทฺเธติอาทีสุ ปนา’’ติ วจเนน ‘‘เอว’’นฺติ ปทสฺส อนุปฺปพนฺธนิวารณโต. เตเนว ‘‘อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธิภาเวน ปริสุทฺเธ’’ติอาทิมาห. อิจฺฉาวจรานนฺติ ‘‘อโห วตาหํ อาปตฺติญฺเจว อาปนฺโน อสฺสํ, น จ มํ ภิกฺขู ชาเนยฺยุ’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๖๐) นเยน อุปฺปนฺนอิจฺฉาวเสน ปวตฺตานํ โกปอปจฺจยานํ อภาเวน อนงฺคเณติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ปน ยถาวุตฺตปฺปการา อิจฺฉาปิ ปฐมชฺฌานาทีนํ อธิคมาย อนฺตรายิกา ‘‘สมฺปชานมุสาวาโท โข ปนายสฺมนฺโต อนฺตรายิโก ธมฺโม’’ติ (มหาว. ๑๓๔) วุตฺตตฺตา, ปเคว อิจฺฉาวจรา โกปอปจฺจยา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ฌานปฏิลาภปจฺจนีกานํ ปาปกานํ อิจฺฉาวจราน’’นฺติอาทิ. กตฺถจิ ปน ‘‘ฌานปฏิลาภปจฺจยานํ อิจฺฉาวจราน’’นฺติ โปตฺถเกสุ ปาโฐ ทิสฺสติ, โส ปมาทเลโข, คณฺฐิปเท จ ‘‘อโห วต สตฺถา มมญฺเญว ปฏิปุจฺฉิตฺวา ธมฺมํ เทเสยฺยา’’ติ โย ตทตฺโถ ลิขิโต, โส ทุลฺลิขิโต. น หิ ฌานปฏิลาภปจฺจยา โกปาทโย อนงฺคณสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๕๗ อาทโย) วุตฺตา, ‘‘น จ ยุตฺติโต สมฺภวนฺติ ฌานลาภิโน ตทภาวา’’ติ อาจริโย วทติ, ตํ วีมํสิตพฺพํ. เอตฺถ วิชฺชตฺตยสฺส อุตฺตรุตฺตรวิเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต’’ติอาทินา ปุนปฺปุนํ อฏฺฐงฺคนิทสฺสนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. อุตฺตรุตฺตรวิเสสา เจภาสํ อตฺตทุกฺขปรทุกฺขทสฺสนตทุปสมตฺตทีปนโต เวทิตพฺพา. ภควา หิ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน อตฺตโน อนนฺตสํสารทุกฺขํ ปสฺสิตฺวา, จุตูปปาตญาเณน ปรสฺส จ โลกสฺส อาสวกฺขยญาเณน ตทุภยวูปสมตฺตญฺจ ปสฺสิตฺวา ตํ เทเสติ, ปฐเมน วา อตฺตทุกฺขทสฺสนโต อตฺตสิเนหปริจฺจาคํ ทีเปติ. ทุติเยน ปรทุกฺขทสฺสนโต ปเรสุ โกปปริจฺจาคํ, ตติเยน อริยมคฺคทสฺสนโต โมหปริจฺจาคญฺจ ทีเปติ. เอวํ นานาคุณวิเสสทีปนโต อิมสฺเสว โลกิยาภิญฺญาทฺวยสฺส อิธ คหณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ยสฺมา อตีตชาติ เอว นิวาโส, ตสฺมา ‘‘อตีตชาตีสู’’ติ น วตฺตพฺพนฺติ เจ? น, ชาติยา เอกเทเสปิ นิวาสโวหารสิทฺธิทสฺสนโต. ปาฬิยํ กิญฺจาปิ ‘‘เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย’’ติอาทิวจเนน สกลชาติยา อนุสฺสรณเมว ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ วิย ทิสฺสติ, น เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. ตเทกเทสานุสฺสรณมฺปิ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ เอวาติ ทสฺสนตฺถํ, ภุมฺมวจนํ กตํ โอกาสาทิสงฺคหตฺถญฺจ. ‘‘ฉินฺนวฏุมกานุสฺสรณาทีสู’’ติ อาทิ-สทฺเทน อนิวุตฺถโลกธาตุทีปรฏฺฐนครคามาทิคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘เตสํ ฉินฺนวฏุมกานํ โลกุตฺตรสีลาทีนิ น ภควตา โพธิสตฺตกาเล วิญฺญาตานี’’ติ วุตฺตํ. อตฺถาปตฺติโต โลกิยานิ วิญฺญาตานีติ อาปชฺชติ, ตํ ทิพฺพจกฺขุญาณาธิกาเร ‘‘อริยานํ อุปวาทกา’’ติ วจเนน สเมนฺตํ วิย ทิสฺสติ. น หิ อริเย อปสฺสนฺตสฺส เอวํ โหติ. กิมตฺถํ ปเนตฺถ อนุสฺสติ วุตฺตา, นนุ เอส วิชฺชาธิกาโรติ เจ? อาทิกมฺมิกสฺส สติวเสน นิพฺพตฺติโต, อตีตธมฺมานํ สติยา วิเสสาธิการตฺตา จ. วุตฺตญฺหิ ‘‘อนุสฺสรามี’’ติ.

‘‘วตฺตมาเนสุ วิชฺชาน-มตีเตสฺวสฺส สรติ;

อนาคเตสุ ธมฺเมสุ, สรติ วิชฺชาน ปณิธี’’ติ.

อาจริยกุมาริเตน สิโลโกปิ วุตฺโต.

ตตฺถ ราเค อุสฺสนฺนตเร เตโชสํวฏฺโฏ. โทเส อาโปสํวฏฺโฏ. โมเห วาโยสํวฏฺโฏ. เกจิ ‘‘โทเส เตโชสํวฏฺโฏ, ราเค อาโปสํวฏฺโฏ, โมเห วาโยสํวฏฺโฏ’’ติ วทนฺติ. ยสฺมา อมุตฺราติ จิตฺตํ, วจนํ วา ภวาทินิยเมน โหติ, ตสฺมา ‘‘ภเว วา’’ติอาทิ. เอวํนาโม เอวํโคตฺโตติ ปททฺวเยน อชฺฌตฺตพหิทฺธามูลกํ ปญฺญตฺติสงฺขาตํ โคจรนิวาสํ ทีเปติ. ปวตฺตผลโภชโน สยํปติตผลาหาโร. จตุราสีติกปฺปสหสฺสปรมายุปริยนฺโต วาติ ปณิธานโต ปุพฺเพ. ปฏินิวตฺตนฺตสฺส ปจฺจเวกฺขณํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ น โหติ. ‘‘ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณลาภีนํ ปเนตํ อานุภาวปริทีปน’’นฺติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. อมุตฺราติ เอตฺถ ปฐมโยชนายํ สีโหกฺกนฺตวเสน อนุสฺสรณํ วุตฺตํ, ตญฺจ โข อนุโลมวเสน. ‘‘ปฏิโลมวเสนา’’ติปิ ลิขนฺติ, ตํ ทุวิญฺเญยฺยํ. สีโหกฺกนฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อเนกาสุ กปฺปโกฏีสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา ตนฺติ นิทสฺสเนน ปฏิปตฺติสาธารเณน ผลสาธารณตํ ทสฺเสนฺโต พฺราหฺมณสฺส อาทรํ ชเนติ, อตฺตานเมเวกํ อุกฺกํเสตีติ วจนํ นิวาเรติ. ‘‘สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’ติ ตสฺส ปุพฺเพ อุปฺปนฺนจิตฺเต เอว นิโยเชติ. ปฐมา อภินิพฺภิทาติ วจเนน อวิชฺชณฺฑโกสสฺส พหุปฏลภาวํ ทสฺเสติ, เตน อฏฺฐคุณิสฺสริยาทินา อนภินิพฺภิทํ ทีเปติ.

ปุพฺเพนิวาสกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทิพฺพจกฺขุญาณกถาวณฺณนา

๑๓. ‘‘จุตูปปาตญาณายา’’ติ ผลูปจาเรน วุตฺตํ. อิทญฺหิ ทิพฺพจกฺขุญาณํ รูปารมฺมณตฺตา ปริตฺตปจฺจุปฺปนฺนอชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณํ โหติ. น จุตึ วา ปฏิสนฺธึ วา อารมฺมณํ กโรติ. ตสฺมา ‘‘ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานามี’’ติ (ปารา. ๑๓) วจนํ วิย ผลูปจาเรเนว วุตฺตมิทนฺติ เวทิตพฺพํ. ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตา การโณปจาเรน ทิพฺพํ. อิมินา ปน เกจิ อาจริยา ‘‘กุสลากุสลา จกฺขู ทิพฺพจกฺขุ กามาวจร’’นฺติ วทนฺติ, เต ปฏิเสธิตา โหนฺติ. จตุตฺถชฺฌานปญฺญา หิ เอตฺถ อธิปฺเปตา. มหาชุติกตฺตา มหาคติกตฺตาติ เอเตสุ ‘‘สทฺทสตฺถานุสาเรนา’’ติ วุตฺตํ. เอกาทสนฺนํ อุปกฺกิเลสานํ เอวํ อุปฺปตฺติกฺกโม อุปกฺกิเลสภาโว จ เวทิตพฺโพ, มหาสตฺตสฺส อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺพจกฺขุนา นานาวิธานิ รูปานิ ทิสฺวา ‘‘อิทํ นุ โข กิ’’นฺติ วิจิกิจฺฉา อุทปาทิ, โส อุปกฺกิเลโส อุปกฺกิเลสสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๒๓๖ อาทโย) ‘‘วิจิกิจฺฉาธิกรณญฺจ ปน เม สมาธิมฺหิ จวิ, สมาธิมฺหิ จุเต โอภาโส อนฺตรธายติ ทสฺสนญฺจ รูปาน’’นฺติ วจนโต. ตโต ‘‘รูปานิ เม ปสฺสโต วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, อิทานิ น กิญฺจิ มนสิ กริสฺสามี’’ติ จินฺตยโต อมนสิกาโร, ตโต กิญฺจิ อมนสิกโรนฺตสฺส ถินมิทฺธํ อุทปาทิ, ตโต ตสฺส ปหานตฺถํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา รูปานิ ปสฺสโต หิมวนฺตาทีสุ ทานวรกฺขสาทโย ปสฺสนฺตสฺส ฉมฺภิตตฺตํ อุทปาทิ, ตโต ตสฺส ปหานตฺถํ ‘‘มยา ทิฏฺฐภยํ ปกติยา โอโลกิยมานํ นตฺถิ, อทิฏฺเฐ กึ นาม ภย’’นฺติ จินฺตยโต อุปฺปิลาวิตตฺตํ อุทปาทิ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อุปฺปิลํ ทิพฺพรูปทสฺเสเนนา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ตํ ทุวุตฺตํ ปรโต อภิชปฺปาวจเนน ตทตฺถสิทฺธิโต’’ติ อาจริโย วทติ. ตโต ฉมฺภิตตฺตปฺปหานตฺถํ ‘‘มยา วีริยํ ทฬฺหํ ปคฺคหิตํ, เตน เม อิทํ อุปฺปิลํ อุปฺปนฺน’’นฺติ วีริยํ สิถิลํ กโรนฺตสฺส กายทุฏฺฐุลฺลํ กายทรโถ กายาลสิยํ อุทปาทิ, ตโต ตํ จชนฺตสฺส อจฺจารทฺธวีริยํ อุทปาทิ, ตตฺถ โทสํ ปสฺสโต อติลีนวีริยํ อุปทาทิ, ตโต ตํ ปหาย สมปฺปวตฺเตน วีริเยน ฉมฺภิตตฺตภยา หิมวนฺตาทิฏฺฐานํ ปหาย เทวโลกาภิมุขํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา เทวสงฺฆํ ปสฺสโต ตณฺหาสงฺขาตา อภิชปฺปา อุทปาทิ, ตโต ‘‘มยฺหํ เอกชาติกรูปํ มนสิ กโรนฺตสฺส อภิชปฺปา อุปฺปนฺนา, ตสฺมา ทานิ นานาวิธํ รูปํ มนสิ กริสฺสามี’’ติ กาเลน เทวโลกาภิมุขํ, กาเลน มนุสฺสโลกาภิมุขํ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา นานาวิธานิ รูปานิ มนสิ กโรโต นานตฺตสญฺญา อุทปาทิ, ตโต ‘‘นานาวิธรูปานิ เม มนสิ กโรนฺตสฺส นานตฺตสญฺญา อุทปาทิ, ตสฺมา ทานิ อภิชปฺปาทิภยา อิฏฺฐาทินิมิตฺตคฺคาหํ ปหาย เอกชาติกเมว รูปํ มนสิ กริสฺสามี’’ติ ตถา กโรโต อภินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานํ อุทปาทิ เอวํ ปหีนอุปกฺกิเลสสฺสาปิ อนธิฏฺฐิตตฺตา. โอภาสญฺหิ โข ชานามิ, น จ รูปานิ ปสฺสามีติอาทิ ชาตํ.

ตสฺสตฺโถ – ยทา ปริกมฺโมภาสเมว มนสิ กโรมิ, ตทา โอภาสํ สญฺชานามิ, ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปานิ น จ ปสฺสามิ, รูปทสฺสนกาเล จ โอภาสํ น ชานามีติ. กิมตฺถมิทํ วุตฺตํ, น หิ เอตํ อุปกฺกิเสสคตนฺติ? น เกวลํ อุปกฺกิเลสปฺปชหนเมเวตฺถ กตฺตพฺพํ, เยน อิทํ วิสุทฺธํ โหติ, อญฺญมฺปิ ตทุตฺตริ กตฺตพฺพํ อตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ. วิจิกิจฺฉา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโสติอาทีสุ ‘‘อิเม ธมฺมา อุปกฺกิเลสาติ อาทีนวทสฺสเนน ปชหึ, น มยฺหํ ตทา อุปฺปนฺนตฺตา’’ติ เกจิ วทนฺติ. มานุสกํ วาติ อิมินา สภาวาติกฺกมํ ทสฺเสติ. มํสจกฺขุนา วิยาติ อิมินา ปริยตฺติคฺคหณํ, วณฺณมตฺตารมฺมณตญฺจ อุปเมติ. วณฺณมตฺเต เหตฺถ สตฺต-สทฺโท, น ‘‘สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๒๗) เอตฺถ วิย สพฺพสงฺขเตสุ, หีนชาติอาทโย โมหสฺส นิสฺสนฺโท วิปาโก. กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา ปุพฺเพ อตีตภเว อเหสุํ, สมฺปติ นิรยํ อุปปนฺนาติ เอวํ ปาฐเสเสน สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ‘‘ยถากมฺมูปคญาณญฺหิ เอกนฺตมตีตารมฺมณํ, ทิพฺพจกฺขุ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณ’’นฺติ อุภินฺนํ กิจฺจวเสน วุตฺตํ. มหลฺลโกติ สมณานํ สารุปฺปมสารุปฺปํ, โลกาจารํ วา น ชานาตีติ อธิปฺปาเยน วุตฺตตฺตา คุณปริธํสเนน ครหตีติ เวทิตพฺพํ. ‘‘นิยโต สมฺโพธิปรายโน’’ติ (สํ. นิ. ๒.๔๑; ๕.๙๙๘, ๑๐๐๔) วุตฺโต อริยปุคฺคโล มคฺคาวรณํ กาตุํ สมตฺถํ ผรุสวจนํ ยทิ กเถยฺย, อปายคมนียมฺปิ กเรยฺย, เตน โส อปายุปโคปิ ภเวยฺย, ตสฺมา อุปปริกฺขิตพฺพนฺติ เอเก. ‘‘วายามํ มา อกาสีติ เถเรน วุตฺตตฺตา มคฺคาวรณํ กโรตี’’ติ วทนฺติ. ปุพฺเพว โสตาปนฺเนน อปายทฺวาโร ปิหิโต, ตสฺมาสฺส สคฺคาวรณํ นตฺถิ. ‘‘ปากติกนฺติ ปวตฺติวิปากํ อโหสี’’ติ วทนฺติ. ‘‘วุทฺธิ เหสา, ภิกฺขเว, อริยสฺส วินเย, โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๗๐; ที. นิ. ๑.๒๕๑) วจนโต ปากติกํ อโหสีติ เอเก. สเจ โส น ขมตีติ โสตาปนฺนาทีนํ ขนฺติคุณสฺส มนฺทตาย วา อายตึ ตสฺส สุฏฺฐุ สํวรตฺถาย วา อกฺขมนํ สนฺธาย วุตฺตํ. สุขานํ วา อายสฺส อารมฺมณาทิโน อภาวา กาลกญฺจิกา อสุรา โหนฺติ. ‘‘อิโต โภ สุคตึ คจฺฉา’’ติ (อิติวุ. ๘๓) วจนโต มนุสฺสคติปิ. ทิพฺพจกฺขุญาณวิชฺชาติ ทิพฺพจกฺขุเมว ทสฺสนฏฺเฐน ญาณํ, ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส วินฺทนฏฺเฐน วิชฺชาติ อตฺโถ.

ทิพฺพจกฺขุญาณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อาสวกฺขยญาณกถาวณฺณนา

๑๔. โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเตติ กึ ปุริมสฺมึเยว, อุทาหุ อญฺญสฺมึเยว จตุตฺถชฺฌานจิตฺเต. อฏฺฐกถายมฺปิ ยโต วุฏฺฐาย ปุริมวิชฺชาทฺวยํ อธิคตํ, ตเทว ปุน สมาปชฺชนวเสน อภินวํ อภิณฺหํ กตนฺติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเตติ อิธ วิปสฺสนาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. เอตฺถาห – ยทิ ตเทว ปุน สมาปชฺชนวเสน อภินวํ กตํ, อถ กสฺมา ปุพฺเพ วิย ‘‘วิปสฺสนาปาทกํ อภิญฺญาปาทกํ นิโรธปาทกํ สพฺพกิจฺจสาธกํ สพฺพโลกิยโลกุตฺตรคุณทายกํ อิธ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ เวทิตพฺพ’’นฺติ อวตฺวา ‘‘อิธ วิปสฺสนาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ เวทิตพฺพ’’นฺติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, นนุ อิธ ตถาวจนฏฺฐานเมว ตํ อรหตฺตมคฺเคน สทฺธึ สพฺพคุณนิปฺผาทนโต, น ปฐมวิชฺชาทฺวยมตฺตนิปฺผาทนโตติ? วุจฺจเต – อริยมคฺคสฺส โพชฺฌงฺคมคฺคงฺคฌานงฺคปฏิปทาวิโมกฺขวิเสสนิยโม ปุพฺพภาควุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนาย สงฺขารุเปกฺขาสงฺขาตาย นิยเมน อโหสีติ ทสฺสนตฺถํ วิปสฺสนาปาทกมิธ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ปริยาปนฺนตฺตา, น ตทารมฺมณมตฺเตน. ปริยายโตติ อญฺเญนปิ ปกาเรน. ‘‘อิเม อาสวา’’ติ อยํ วาโร กิมตฺถํ อารทฺโธ? ‘‘อาสวานํ ขยญาณายา’’ติ อธิการานุโลมนตฺถํ. มคฺคกฺขเณ หิ จิตฺตํ วิมุจฺจติ, ผลกฺขเณ วิมุตฺตํ โหตีติ อิทํ เอกตฺตนเยน วุตฺตํ. ยญฺหิ วิมุจฺจมานํ, ตเทว อปรภาเค วิมุตฺตํ นาม โหติ. ยญฺจ วิมุตฺตํ, ตเทว ปุพฺพภาเค วิมุจฺจมานํ นาม โหติ. ภุญฺชมาโน เอว หิ โภชนปริโยสาเน ภุตฺตาวี นาม. ‘‘อิมินา ปจฺจเวกฺขณญาณํ ทสฺเสตี’’ติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส จ ปฏฺฐาเน ‘‘มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขติ, ผลํ, นิพฺพานํ, ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขตี’’ติ อยมุปฺปตฺติกฺกโม วุตฺโต. ปวตฺติกฺกโม ปเนตฺถ สรูปโต อตฺถโตติ ทฺวิธา วุตฺโต. ตตฺถ ‘‘วิมุตฺตมิติ ญาณํ อโหสี’’ติ สรูปโต จตุพฺพิธสฺสปิ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส ปวตฺติกฺกมนิทสฺสนํ. ‘‘ขีณา ชาตี’’ติอาทิ อตฺถโต. เตเนว อนฺเต ‘‘อพฺภญฺญาสิ’’นฺติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ เทสนํ อกาสิ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส ตถา อปฺปวตฺติโต. อปฺปฏิสนฺธิกํ โหตีติ ชานนฺโต ‘‘ขีณา ชาตี’’ติ ชานาติ นาม. ‘‘ทิพฺพจกฺขุนา ปจฺจุปฺปนฺนานาคตํสญาณ’’นฺติ อนาคตํสญาณสฺส จ ทิพฺพจกฺขุสนฺนิสฺสิตตฺตา วุตฺตํ.

อาสวกฺขยญาณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุปาสกตฺตปฏิเวทนากถาวณฺณนา

๑๕. กณฺณสุขโต หทยงฺคมโตติ วจนเมว สนฺธาย วุตฺตํ. อนตฺตุกฺกํสนโตติอาทิ ปุคฺคลวเสน, กณฺณสุขโตติ โสตินฺทฺริยํ สนฺธาย. อาปาถารมณียโตติ ญาณาปาถารมณียโต. สยเมว เหฏฺฐามุขชาตํ วา, มคฺโค ปน อโสโก โหติ. ตทา หิ โสโก ปหียมาโน. จริยาทิอนุกูลโต อปฺปฏิกูลํ. ‘‘มธุรมิม’’นฺติ วุตฺตตฺตา ‘‘ธมฺมมิม’’นฺติ วจนํ อธิกํ วิย ทิสฺสติ. ตสฺมา ‘‘ราควิราคมิม’’นฺติ เอวํ วิสุํ วิสุํ โยเชตฺวา ปุน ปิณฺเฑตฺวา ธมฺมมิมํ อุเปหีติ โยเชตพฺพํ, ‘‘ธมฺมเมว สรณตฺถมุเปหี’’ติ ปฐนฺติ กิราติ ทีเปติ. สรณคตานํ เตเนว สรณคมเนน ภยํ สนฺตาสํ ทุคฺคตึ ปริกฺกิเลสํ ทุกฺขํ หึสตีติ รตนตฺตยํ สรณํ นาม. ตปฺปสาทตคฺครุตาทีหิ วิหตกิเลโส ตปฺปรายนตาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท สรณคมนํ. ตํสมงฺคีสตฺโต สรณํ คจฺฉติ. ปเภเทน ปน ทุวิธํ สรณคมนํ โลกุตฺตรํ โลกิยนฺติ. ตตฺถ โลกุตฺตรํ ทิฏฺฐสจฺจานํ มคฺคกฺขเณ สรณคมนุปกฺกิเลสสมุจฺเฉเทน นิพฺพานารมฺมณํ หุตฺวา กิจฺจโต สกเลปิ รตนตฺตเย อิชฺฌติ. โลกิยํ ปุถุชฺชนานํ สรณคมนุปกฺกิเลสํ ตทงฺควิกฺขมฺภเนน อารมฺมณโต พุทฺธาทิคุณารมฺมณํ หุตฺวา อิชฺฌติ. ตํ อตฺถโต รตนตฺตเย สทฺธาปฏิลาโภ สทฺธามูลิกา จ สมฺมาทิฏฺฐิ. โลกุตฺตรสฺส จตฺตาริ สามญฺญผลานิ วิปากผลํ, สพฺพทุกฺขกฺขโย อานิสํสผลํ. ‘‘โย จ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ…เป… สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ (ธ. ป. ๑๙๐-๑๙๒) หิ วุตฺตํ. โลกิยสฺส ภวโภคสมฺปทา. ‘‘เย เกจิ พุทฺธํ สรณํ คตาเส’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗) หิ วุตฺตํ. โลกิยสรณคมนํ ตีสุ วตฺถูสุ อญฺญาณสํสยมิจฺฉาญาณาทีหิ สํกิลิสฺสติ, น มหาชุติกํ โหติ, น มหาวิปฺผารํ. โลกุตฺตรสฺส นตฺถิ สํกิเลโส. โลกิยสฺส สาวชฺโช อนวชฺโชติ ทุวิโธ เภโท. ตตฺถ อญฺญสตฺถาราทีสุ อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทีหิ สาวชฺโช โหติ, โส อนิฏฺฐผโล. อนวชฺโช กาลกิริยาย, โส อวิปากตฺตา อผโล. โลกุตฺตรสฺส เนวตฺถิ เภโท. ภวนฺตเรปิ หิ อริยสาวโก อญฺญํ สตฺถารํ น อุทฺทิสติ. โย โกจิ สรณคโต คหฏฺโฐ อุปาสโก. รตนตฺตยอุปาสนโต อุปาสโก. ปญฺจ เวรมณิโย สีลํ. สตฺถสตฺตมํสมชฺชวิสวาณิชฺชารหิตํ ธมฺเมน ชีวิกํ อาชีโว. วุตฺตสีลาชีววิปตฺติ วิปตฺติ นาม. วิปรีตา สมฺปตฺติ.

๑๖. ลจฺฉาม นุ โขติ ทุคฺคเต สนฺธาย วุตฺตํ. สกฺขิสฺสาม นุโข โนติ สมิทฺเธ สนฺธาย. ตตฺถ เวรญฺชายํ. ปคฺคยฺหตีติ ปตฺตํ ปคฺคโห, เตน ปคฺคเหน ปตฺเตนาติ อตฺโถ. สมาทาเยวาติ นิทสฺสนํ. น จ วฏฺฏตีติ ปุน ปากํ กิญฺจาปิ วฏฺฏติ, ตถาปิ น สุฏฺฐุ ปกฺกตฺตา วุตฺตํ, ‘‘อุตฺตณฺฑุลภตฺตํ ลภิตฺวาปิ ปิเธตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อฏฺฐกถาวจนญฺเจตฺถ สาธกํ. ‘‘สาวกานํ วา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ อิมินา วจเนน อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ สนฺธาย ‘‘ปจฺฉา สีล’’นฺติ วุตฺตํ. อุปาลิตฺเถโรปิ ตํ ตํ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ภควตา พหูนิ สิกฺขาปทานิ ปญฺญตฺตานิ อตฺถีติ ทีเปติ. ยทิ เอวํ เวรญฺชายํ ‘‘เอตสฺส ภควา กาโล’’ติ วจนํ น สเมตีติ เจ? น, ตโต ปุพฺเพ สิกฺขาปทาภาวปฺปสงฺคโต. เถโร ปน ปญฺญตฺตานิ ฐเปตฺวา อิทานิ ปญฺญเปตพฺพานิ ปาติโมกฺขุทฺเทสปฺปโหนกานิ สนฺธายาห. ภควาปิ ‘‘น ตาว สาริปุตฺต สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตี’’ติ ภทฺทาลิสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๓๔; อาทโย) วิย เอกจฺเจสุ ปญฺญตฺเตสุปิ ตโต ปรํ ปญฺญเปตพฺพานิ สนฺธายาห. อิเธว อฏฺฐกถายํ ‘‘สามมฺปิ ปจนํ สมณสารุปฺปํ น โหติ น จ วฏฺฏตี’’ติ วจนญฺจ, ตถา ‘‘รตฺติจฺเฉโท วา วสฺสจฺเฉโท วา’’ติอาทิวจนานิ จ อตฺถิ. อญฺญถา ‘‘ทฺวีหากาเรหิ พุทฺธา ภควนฺโต ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉนฺตี’’ติ อิเธเวทํ ปาฬิฐปนํ วิรุชฺฌตีติ อาจริเยน วิจาริตํ, ตํ สุนฺทรํ ปุพฺเพปิ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสมฺภวโต. กินฺตุ อิธ ปาฬิฐปนวิโรธวิจารณา ปน นิปฺปโยชนา วิย มม ทิสฺสติ. กสฺมา? อุปาลิตฺเถเรน สงฺคีติกาเล วุตฺตปาฐตฺตา. รตฺติจฺเฉโทติ สตฺตาหกิจฺจํ สนฺธาย วุตฺโต. ‘‘สตฺตาหกรณีเยน คนฺตฺวา รตฺติจฺเฉโท วา วสฺสจฺเฉโท วา เอกภิกฺขุนาปิ น กโต’’ติ วุตฺตํ กิร มหาอฏฺฐกถายํ, ตสฺมา วสฺสจฺเฉทสฺส การเณ สติ สตฺตาหกิจฺจํ กาตุํ วฏฺฏตีติ เอเก. วินยธรา ปน นิจฺฉนฺติ, ตสฺมา อฏฺฐกถาธิปฺปาโย วีมํสิตพฺโพ, อิมาย เวรญฺชายํ อปฺปิจฺฉตาทิปฏิปทาย ปสนฺนา. สาลีนํ วิกติ สาลิวิกติ.

๑๗-๘. อุปปนฺนผโลติ พหุผโล. ‘‘ขุทฺทํ มธุ’’นฺติ ปาโฐ. เถรํ สีหนาทํ นทาเปตุํ ปุจฺฉีติ อิมินา อาจริโย ยํ ปุพฺเพ อาณาย ฐิตานํ สาวกานํ มหานุภาวตาทสฺสนํ ‘‘เวรญฺชายํ นิวาสปฺปโยชน’’นฺติ อเมฺหหิ วุตฺตํ, ตํ สมฺปาเทติ, ราชคเห เวรญฺชายญฺจาติ อุภยตฺถ วิตกฺกุปฺปาเท เอกโต ปิณฺเฑตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ โข อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺสา’’ติอาทิมาห. กาลํ สนฺธาย จิรํ, ฐิตึ สนฺธาย จิราติ วิคฺคโห.

กามํ หิโนติ อตฺตโน ผลนิพฺพตฺติยา สหายํ คจฺฉตีติ กตฺตริ เหตุ, ตถาปิ อิธ เตน กรณภูเตน ตสฺส ผลํ หิโนติ ปวตฺตตีติ เหตุ. ตถา ฆฏนฺติ เตนาติ ฆโฏ. กิลาสุโนติ ปโยชนาภาเวน อวาวฏา. อพฺโพกิณฺณานิ วิสภาเคหิ. อาคามินิยา อนาคเตติ อตฺโถ. อิเมสํเยว โนติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘สพฺพพุทฺธานํ หี’’ติ วุตฺตํ. ยาวสาสนปริยนฺตาติ ยาว พุทฺธา ธรนฺติ, ตาวาติ อตฺโถ. ขตฺติยพฺราหฺมณาว อุจฺจา, ตตฺถาปิ วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุจฺจนีจอุฬารุฬารโภคา’’ติ. ‘‘มนสิ กตฺวา’’ติปิ ปาโฐ. อุปสมฺปาทฺยอุปสมฺปาทฺยอิจฺเจตํ ทฺวยํ มาคเธ ‘‘อุปสมฺปชฺชา’’ติ วุจฺจติ. อนุปาทายาติ อารมฺมณกรณวเสน อคฺคเหตฺวา. อาสเวหีติ กตฺตริ ตติยาวิภตฺติ. จิตฺตานีติ ปจฺจตฺตพหุวจนํ. วิมุจฺจึสูติ กมฺมการเก. วิโมจิตานีติ อธิปฺปาโยติ อาจริโย. อาสเวหีติ ปทญฺจ ปจฺจตฺเต กรณวจนํ กตฺวา คณฺฐิปเท อตฺโถ ปกาสิโต. ยทิ อริยมคฺเคน นิรุทฺธานํ อาสวานํ วเสน อนาสวตา, โลเก จิตฺตานิปิ อนาสวา สิยุํ. น หิ นิรุทฺธานิ จิตฺตานิ อารมฺมณานิ กโรนฺตีติ ตานิ อนิรุทฺธาสววเสน สาสวานีติ เจ. โสตาปนฺนสฺส มคฺคจิตฺตํ อุปริมคฺควชฺฌาสววเสน สาสวํ, อวสิฏฺฐาสวสมุจฺฉินฺทนานุภาวตฺตา ผลานิ สาสวานิ สิยุนฺติ? น, อาสวสมุจฺฉินฺทนานุภาวาคตผลตฺตา. ภึสนสฺส กรณํ ภึสนกตํ, ตสฺมึ ภึสนกตสฺมึ, ภึสนกิริยายาติ อตฺโถ. อิตฺถิลิงฺคํ วิปลฺลาสํ กตฺวา นปุํสกลิงฺคํ, ปุริสลิงฺคํ วา กตฺวา. นิมิตฺตตฺเถติ เอตฺถ –

‘‘จมฺมนิ ทีปินํ หนฺติ, ทนฺเตสุ หนฺติ กุญฺชรํ;

วาเลสุ จามรึ หนฺติ, สิงฺเคสุ สรโภ หโต’’ติ. –

อธิกรณํ.

๒๐-๒๑. นจิรฏฺฐิติกการเณ กถิเต จิรฏฺฐิติกการณํ อตฺถโต วุตฺตปฏิปกฺขวเสน กิญฺจาปิ สิทฺธํ, ตถาปิ ตํ เถรสฺส วินยปญฺญตฺติยาจนาย โอกาสการณาธิปฺปายโต วินยปญฺญตฺติยาจโนกาสํ ปาเปตุํ ปุน ภควนฺตํ ‘‘โก ปน, ภนฺเต, เหตู’’ติ ปุจฺฉิ. ภควาปิ ยาจนํ สมฺปฏิจฺฉิตุกาโม พฺยากาสิ. ‘‘อาสวฏฺฐานียา สงฺเฆ ปาตุภวนฺตี’’ติ ปุคฺคลสฺส สงฺฆปริยาปนฺนตฺตา วุตฺตํ. อาทรตฺถวเสเนเวตฺถ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตนฺติ ยสฺมา เถโร ปุพฺเพ ราชคเห, สมฺปติ เวรญฺชายนฺติ ทฺวิกฺขตฺตุํ กาจิ, ตสฺมา อาทเรน ปุนปฺปุนํ ยาจยมานํ ปสฺสิตฺวา สยมฺปิ ภควา อาทเรเนว ‘‘อาคเมหิ ตฺวํ สาริปุตฺตา’’ติ อาห. เตเนตํ ทีเปติ ‘‘มา ตฺวํ ปุนปฺปุนํ ยาจาหิ, สมฺปฏิจฺฉิตาว มยา เต ยาจนา, ปุพฺเพนนุ ตวยาจนํ สมฺปฏิจฺฉตาว มยา เอตฺตเก กาเล เอตฺตกานิ สิกฺขาปทานิ ปญฺญตฺตานิ, น ตาว เม สาวกานํ อาณาปาติโมกฺขุทฺเทสานุชานนกาโล สมฺปตฺโต, ตกฺกานุมานวเสน ตยา ‘เอตสฺส ภควา กาโล’ติ ปุนปฺปุนํ นิทฺทิสิยมาโนปิ เนส โส กาโล, กินฺตุ ตถาคโตว ตตฺถ กาลํ ชานิสฺสตี’’ติ. ยสฺมา ปน ‘‘สิกฺขาปทปญฺญตฺติกาลโต ปภุติ อาณาปาติโมกฺขเมว อุทฺทิสิยตี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ปาติโมกฺขุทฺเทสปฺปโหนกสิกฺขาปทเมว สนฺธายาห. ‘‘ตตฺถาติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนาเปกฺขํ ภุมฺมวจน’’นฺติ เอกเมว ปทํ วุตฺตํ ตสฺสา สิทฺธิยา อิตรสฺส สิทฺธิโต. ‘‘สาวกานํ วิสยภาวนฺติ อิมินา มหาปทุมตฺเถรวาโท ปฏิกฺขิตฺโต’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตํ สุนฺทรํ วิย. สมฺมุเข ครหา. ปรมฺมุเข อุปวาโท. ‘‘น, ภิกฺขเว, อูนทสวสฺเสน…เป… ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๗๕) อิทํ สิกฺขาปทํ ภควา พุทฺธตฺเตน ทสวสฺสิโก หุตฺวา ปญฺญเปสิ อูนทสวสฺสิกสฺส ตสฺส ตถา สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อภาวโต. น ตทา อติเรกทสวสฺสิโกว ทสวสฺสิกานํ รตฺตญฺญุมหตฺตปฺปตฺติโต, ตสฺมา ตํ สิกฺขาปทํ เวรญฺชายํ วสฺสาวาสโต ปุพฺเพ ราชคเห เอว ปญฺญตฺตนฺติ สิทฺธํ, ตสฺมึ สิทฺเธ สิทฺธเมว ‘‘ยาว น สงฺโฆ รตฺตญฺญุมหตฺตํ ปตฺโตติ วจนํ อิโต ปุพฺเพ ปฐมยาจนายปิ วุตฺต’’นฺติ. อฏฺฐกถายมฺปิ รตฺตญฺญุมหตฺตปฺปตฺตกาเล ‘‘เทฺว สิกฺขาปทานี’’ติ คณนปริจฺเฉทวจนํ ปฐมยาจนาย วุตฺตวจนํ สนฺธาย วุตฺตํ. อญฺญถา รตฺตญฺญุมหตฺตปฺปตฺตกาเล เทฺว เอว, น อญฺญนฺติ อาปชฺชติ.

‘‘อถ โข อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺสา’’ติอาทิมฺหิ อยมาทิโต ปฏฺฐาย อตฺถวิภาวนา – อยํ กิรายสฺมา อสฺสชิตฺเถรโต ปฏิลทฺธํ เอกคาถามตฺตกํ ธมฺมปริยายํ นยสตสหสฺเสหิ วิเวเจนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา สาวกปารมีญาเณ ฐิโต ‘‘อโห วต มหานุภาโวยํ สทฺธมฺโม, โย วินาปิ ธมฺมสามินา ปรมฺมุขโต สุตมตฺเตปิ มยฺหํ มหนฺตํ คุณวิเสสํ ชเนสิ, สาธุ วตายํ สทฺธมฺโม จิรํ ติฏฺเฐยฺยา’’ติ จินฺเตนฺโต ‘‘กตเมสานํ นุ โข พุทฺธานํ ภควนฺตานํ…เป… น จิรฏฺฐิติก’’นฺติ ตมตฺถํ, การณญฺจ อตฺตโน อคฺคสาวกญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา ‘‘สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติอาทิจิรฏฺฐิติการณ’’นฺติ นิฏฺฐํ กตฺวา วินยปญฺญตฺติยาจโนกาสกรณตฺถํ ภควนฺตํ ปุจฺฉิ. ตโต ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเน วินยปญฺญตฺติยาจโนกาเส สมฺปตฺเต ‘‘เอตสฺส ภควา กาโล, เอตสฺส สุคต กาโล’’ติ วินยปญฺญตฺตึ ยาจิ. ตโต ภควา ตสฺสา ยาจนาย สมฺปฏิจฺฉิตภาวํ, ‘‘เอตสฺส ภควา กาโล’’ติ วุตฺตกาลสฺส อกาลตํ, กาลสฺส จ อนญฺญวิสยตํ ทีเปนฺโต ‘‘อาคเมหิ ตฺว’’นฺติอาทิมาห, ตโต ภควา ตสฺส ยาจนํ, สตฺเตสุ การุญฺญตญฺจ ปฏิจฺจ ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อนุปชฺฌายกา อนาจริยกา อโนวทิยมานา’’ติอาทินา (มหาว. ๖๔) นเยน เวปุลฺลมหตฺตตํ ปฏิจฺจ สตฺถา สาวกานํ อุปชฺฌายวตฺตาทีนิ วินยกมฺมานิ, ตทนุรูปสิกฺขาปทานิ จ ปญฺญเปสิ. ตโต อนุกฺกเมน ทฺวาทสมวสฺสํ เวรญฺชายํ วสิ. ตทา จ อายสฺมา สาริปุตฺโต สตฺถารา นิทฺทิฏฺเฐสุ จิรฏฺฐิติเหตูสุ ชาเตสุ ‘‘นวงฺคสตฺถุสาสนมหตฺตตา จ สมฺปติ ชาตา, วินยปญฺญตฺติ จ พหุตรา ชาตา, ปาติโมกฺขุทฺเทโส เอเวโก น ตาว สาวกานํ อนุญฺญาโต, โส จ ปริสุทฺเธน สงฺเฆน กรียติ. สงฺโฆปิ เอตรหิ ปริสุทฺโธ ปจฺฉิมกสฺส โสตาปนฺนตฺตา’’ติ จินฺเตตฺวา ปาติโมกฺขุทฺเทสํ อนุชานาเปตุกาโม ยตฺตเกหิ จ สิกฺขาปเทหิ ปาติโมกฺขุทฺเทโส อนุชานียติ, ตตฺตกานํ ปญฺญตฺติยาจนปุพฺพงฺคมํ ปาติโมกฺขุทฺเทสํ ยาจนฺโต ปุพฺพุปฺปนฺนวิตกฺกสูจนปุจฺฉาวิสฺสชฺชนกฺกมวเสน ยาจโนกาเส สมฺปตฺเต ‘‘เอตสฺส ภควา กาโล’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ ‘‘ยํ ภควา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปยฺยา’’ติ ปาติโมกฺขุทฺเทสปฺปโหนกสิกฺขาปทํ สนฺธายาห, อยมตฺโถ ภทฺทาลิสุตฺเตน (ม. นิ. ๒.๑๓๔ อาทโย) ทีเปตพฺโพ. ตตฺถ หิ พหูสุ สิกฺขาปเทสุ ปญฺญตฺเตสุ, ปญฺญปิยมาเนสุ จ ‘‘น ตาว ภทฺทาลิ สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๑๔๕) วุตฺตํ อปญฺญตฺตํ อุปาทาย, ตถา อิธาปิ อปญฺญตฺตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปริสุทฺธตฺตา สงฺฆสฺส สมฺปติ สาวกานํ อาณาปาติโมกฺขุทฺเทสํ นานุชานามีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘นิรพฺพุโท’’ติอาทิมาห. น หิ ปริสุทฺเธ สงฺเฆ โอวาทปาติโมกฺขุทฺเทสสฺส อนุทฺเทสการณํ อตฺถิ, ตสฺมึ สติ อาณาปาติโมกฺขุทฺเทสานุชานนาธิปฺปายโต. ตถา จ โส ตโต อฏฺฐนฺนํวสฺสานํ อจฺจเยน อนุญฺญาโต. ยถาห ปาติโมกฺขฐปนกฺขนฺธเก (จูฬว. ๓๘๖) ‘‘น ทานาหํ, ภิกฺขเว, อิโต ปรํ อุโปสถํ กริสฺสามิ…เป… ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ. ยํ ปน อุปสมฺปทกฺขนฺธเก (มหาว. ๑๒๙) ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อุปสมฺปาเทตฺวา เอกกํ โอหาย ปกฺกมึสุ…เป… โส ตสฺสา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิตฺวา จิเรน อคมาสี’’ติ วตฺถุ อาคตํ, ตํ สุทินฺนวตฺถุโต ปรโต อุปฺปนฺนมฺปิ ตตฺถ ยถาธิการํ สโมธาเนตุํ วุตฺตํ. ตถา ตตฺเถว ‘‘อุภยานิ โข ปนสฺส ปาติโมกฺขานิ วิตฺถาเรน สฺวาคตานิ โหนฺตี’’ติอาทินา (ปาจิ. ๑๔๗; อ. นิ. ๘.๕๒; ๑๐.๓๓) องฺคานิปิ เวทิตพฺพานิ. น หิ อาทิโต เอว อุภโตปาติโมกฺขานิ สิทฺธานีติ. อปิจ อาทิโต ปฏฺฐาย อยมนุกฺกโม เวทิตพฺโพ, เสยฺยถิทํ – ราหุลกุมาเร อุปฺปนฺเน โพธิสตฺโต นิกฺขมิตฺวา ฉพฺพสฺสานิ ทุกฺกรํ กตฺวา สตฺตเม อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมึ เอว สํวจฺฉเร กปิลวตฺถุํ คนฺตฺวา ราหุลกุมารํ ปพฺพาเชสิ. อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๐๗ อาทโย) ‘‘อยญฺหิ อายสฺมา สตฺตวสฺสิกกาเล ภควนฺตํ จีวรกณฺเณ คเหตฺวา ‘ทายชฺชํ เม สมณ เทหิ, ทายชฺชํ เม สมณ เทหี’ติ ทายชฺชํ ยาจมาโน ภควตา ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถรสฺส นิยฺยาเทตฺวา ปพฺพาชิโต’’ติ จ วุตฺตํ, ตสฺมา ราหุลกุมารํ อารพฺภ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตีหิ สรณคมเนหิ สามเณรปพฺพชฺช’’นฺติ (มหาว. ๑๐๕) วุตฺตตฺตา สรณคมนูปสมฺปทา ปฐมวสฺสพฺภนฺตเร เอว ปฏิกฺขิตฺตา, ญตฺติจตุตฺถกมฺมวเสน อุปสมฺปทา อนุญฺญาตาติ ปญฺญายติ. อปิจ ราหุลวตฺถุมฺหิ ‘‘น, ภิกฺขเว, อนนุญฺญาโต มาตาปิตูหิ ปุตฺโต ปพฺพาเชตพฺโพ, โย ปพฺพาเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๑๐๕) สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา อิโต ปุพฺเพปิ สิกฺขาปทานิ ปญฺญตฺตานีติ สิทฺธํ.

สุตฺวา จ โย เหตุนิโรธมคฺคํ,

นิโรธุปายํ ปฏิวิชฺฌิ ขิปฺปํ;

ชาโตวเปกฺเขน อเสสเมตํ,

โลกํ วิปสฺสี สุคตคฺคสิสฺโส.

โส ธมฺมเสนาปติ อคฺคสิสฺโส,

สทฺธมฺมราชสฺส ตถาคตสฺส;

สยํ มุนินฺเทน ยสสฺส ปตฺโต,

อเนกโส โสฬสธา ปสตฺโถ.

ตสฺมา หิ สิกฺขาปทพนฺธกาโล,

ญาตุมฺปิ โลเก อติภาริโยว;

ปเคว สิกฺขาปทภาวเภโท,

ปเคว อญฺโญ อุภยตฺถ ตตฺถ.

ปจฺเจกพุทฺธา อปิ ตํ ทฺวยนฺตุ,

ญาตุํ น สกฺกาว ปเคว เนตุํ;

นิสฺสํสยํ ตตฺถ ตถาคโตว,

ชานิสฺสติจฺจาห ตถาคโตติ.

อิจฺเจตมตฺถํ อิธ ภิกฺขุ ญตฺวา,

สิกฺขาปทานํ กมภาวเภทํ;

ญาตุํ สยํ โน น ปเร จ เนตุํ,

ปริเยสิตพฺโพ อิธ ยุตฺติมคฺโค.

ตตฺถ กมเภโท สิกฺขาปทานํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. ภาวเภโท ตาว อุกฺขิตฺตกานุวตฺตนปจฺจยา ภิกฺขุ อนาปตฺติโก, ภิกฺขุนี ปน สมนุภฏฺฐา ปาราชิกา โหติ. ปาราชิกาปตฺติปฏิจฺฉาทเน ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ, ภิกฺขุนิยา ปาราชิกํ. ทุฏฺฐุลฺลํ อาโรเจนฺตสฺส, ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส จ ปาจิตฺติยํ. มหาสาวชฺชํ ปาราชิกํ อาโรเจนฺตสฺส, ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส จ ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ. อิจฺเจวมาทีหิ อภาวเภทสิกฺขาปทานํ อิธ ภาวเภเทน ยุตฺติปริเยสนํ สาธยมาโนปิ สิยา อนุมฺมาทวิฆาตภาคีติ. เอตฺตาวตา สกลสฺสปิ วินยปิฏกสฺส วิตกฺกยาจนกาลกาลญฺญูการณผลปโยชเนหิ สตฺตหิ องฺเคหิ ปฏิมณฺฑิตํ นิทานมายสฺมตา อุปาลิตฺเถเรน นิทสฺสิตํ โหติ. ตตฺถ เถรสฺส วินยปญฺญตฺติยาจนเหตุภูโต วิตกฺโก นาม. ตสฺเสว ‘‘เอตสฺส ภควา กาโล’’ติอาทินา ปวตฺตา ยาจนา นาม. รตฺตญฺญูเวปุลฺลลาภคฺคพาหุสจฺจมหตฺตปฺปตฺติ กาโล นาม. สพฺพญฺญู เอว กาลญฺญู นาม. อาสวฏฺฐานียานํ ธมฺมานํ ปาตุภาโว การณํ นาม. ‘‘เตสํเยว อาสวฏฺฐานียานํ ธมฺมานํ ปฏิฆาตายา’’ติ วจนโต อาสวฏฺฐานียธมฺมปฏิฆาโต ผลํ นาม. ‘‘ยถยิทํ พฺรหฺมจริยํ อทฺธนิยํ อสฺสา’’ติ วจนโต สาสนพฺรหฺมจริยสฺส จิรฏฺฐิติ ปโยชนนฺติ เวทิตพฺพํ. โหติ เจตฺถ –

‘‘วิตกฺโก ยาจนา กาโล, กาลญฺญู การณํ ผลํ;

ปโยชนนฺติ สตฺตงฺคํ, นิทานํ วินยสฺสิธา’’ติ.

๒๒. อนฺติมมณฺฑลนฺติ อพฺภนฺตรมณฺฑลํ. ตญฺหิ อิตเรสํ อนฺโต โหติ, ขุทฺทกมณฺฑลํ วา. อนุมติทานวเสน เตสํ ภิกฺขูนํ ทตฺวา. เตสํ พุทฺธานํ จาริกาย วิเนตพฺพา เวเนยฺยสตฺตา. โอจินนฺตา วิยาติ พหุปุปฺผํ คจฺฉํ มาลาการา จิรํ โอจินนฺติ, เอวํ พหุเวเนยฺเยสุ คามาทีสุ จิรํ วสนฺตา เวเนยฺยปุญฺญํ ปริหรนฺตา จรนฺติ. สนฺตํ สุขํ, น เวทนาสุขํ วิย สปริปฺผนฺทํ. ทสสหสฺสจกฺกวาเฬติ เทวานํ วเสน วุตฺตํ. มนุสฺสา ปน อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ โพธเนยฺยา อุปฺปชฺชนฺติ. มหากรุณาย ธุวํ สตฺตสมวโลกนํ. โอติณฺเณติ ปริสมชฺฌํ อาคเต, อาโรจิเต วา. เยน การเณน มยํ ตุมฺหากํ เทยฺยธมฺมํ ทเทยฺยาม, ตํ กุโต สกฺกา ลทฺธุํ. พหุกิจฺจา หิ ฆราวาสาติ. ทุติยวิกปฺเป ตนฺติ เทยฺยธมฺมํ. ‘‘ตุเมฺหหิ ตํ กุโต ลทฺธา’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ปฐมํ กิริยํ เปกฺขติ, ทุติยํ เทยฺยธมฺม’’นฺติ วทนฺติ. อาจริโย ปน ‘‘ปฐมโยชนาย ยํ ทานปุญฺญํ, ตํ กุโต ลพฺภา. ปุญฺญนฺตรายพหุลา หิ ฆราวาสาติ. ทุติยโยชนาย เตมาสพฺภนฺตเร ยมหํ ทเทยฺยํ, อติกฺกนฺตกาลตฺตา ตมหํ สมฺปติ กุโต ทเทยฺยนฺติ ทสฺเสตี’’ติ วทติ. สีลาทิกุสลธมฺมสนฺทสฺสนาทิธมฺมรตนวสฺสํ.

๒๓. ปตฺตุณฺณเทเส ปตฺตุณฺณํ ปฏวรํ. มหายาคนฺติ มหาทานํ. ปริปุณฺณสงฺกปฺปนฺติ เตมาสํ โสตพฺพํ อชฺช สุณินฺติ.

ตตฺริทนฺติ อิทํ การณํ.

อุปาลิ ทาสโกติ อาจริยปรมฺปรโต. พาหิรพฺภนฺตรนิทานํ, สิกฺขาปทานํ ปญฺญตฺติฏฺฐานสงฺขาตํ อาเวณิกนิทานญฺจ สนฺธายาห ‘‘นิทานสฺส ปเภททีปนโต’’ติ. เถรวาทาทิ วตฺถุปฺปเภโท. สกาย ปฏิญฺญาย เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถาติอาทิ ปรสมยวิวชฺชนโตติอาทิ. วิภงฺคนยเภททสฺสนโตติ ติสฺโส อิตฺถิโย ภูมฏฺฐํ ถลฏฺฐนฺติอาทิ. เอตฺถาห – กึ ภควโต มาราวฏฺฏนปฏิฆาตาย สตฺติ นตฺถีติ? อตฺถิ, ตถาปิสฺส ปจฺฉา อุปคุตฺตกาเล ปสาทเหตุตฺตา อธิวาเสติ. เอตฺถ อุปคุตฺตาธิฏฺฐานํ วตฺตพฺพํ. พุทฺธานํ อาจิณฺณนฺติ ทิชทสฺสเนน กึปโยชนนฺติ เจ? มาราวฏฺฏนเหตุ พฺราหฺมณสฺส ปุญฺญนฺตราโยติ ปโยชนํ.

ทิโชปิ โส มารมโนรถสฺส,

ภงฺคํ กโรนฺโต ชินปุงฺควสฺส;

สสฺสิสฺสสงฺฆสฺส อทาสิ ทานํ,

อเสสกํ กปฺปิยภณฺฑเภทํ.

กึ ภควา สสิสฺโส ตาว มหนฺตํ กปฺปิยภณฺฑํ อุพฺภณฺฑิกํ กตฺวา อคมาสีติ? น อคมาสิ, เตมาสิภาคิยํ ปน ปุญฺญราสิกํ เทยฺยธมฺมํ อปฺปฏิกฺขิปนฺโต พฺราหฺมณสฺส อุปายโต สตฺถา อทาสิ.

ตทญฺญถา มารมโนรโถว,

ปูโร สิยา เนว ทิชสฺส ภิยฺโย;

ปาปํ มหนฺตํ อปิ ปาปุเณยฺย,

มิจฺฉาภิมาเนน ตถาคเต โส.

ตสฺมา ภควา อสฺสาทิยนฺโต ตํ เทยฺยธมฺมํ อปฺปฏิกฺขิปนฺโต อุปาเยน พฺราหฺมณสฺส ปุญฺญพุทฺธึ กตฺวา, มารสฺส จ มโนรถวิฆาตํ กตฺวา อคมาสีติ, ‘‘อยํ นโย อฏฺฐกถํ วินาปิ ปาฬินยานุโลมโต สิทฺโธ’’ติ วทนฺติ. กถํ? –

‘‘สตฺถา สสิสฺโส ยทิ อคฺคเหสิ,

ทิชสฺส ตํ จีวรมาทิโตว;

นาถสฺส โน วีสติวสฺสกาเล,

วิรุชฺฌเต ชีวกยาจนาปิ;

ตถาปิ สพฺพํ สุวิจารยิตฺวา,

ยุตฺตํ นยํ จินฺตยิตุํว ยุตฺต’’นฺติ.

อิทานิ อายสฺมา อุปาลิตฺเถโร วินยปญฺญตฺติยา สาธารณนิทานํ ทสฺเสตฺวา สิกฺขาปทานํ ปาเฏกฺกํ ปญฺญตฺติฏฺฐานสงฺขาตํ นิทานมาทึ กตฺวา ปุคฺคลปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺติวิภาคาปตฺติเภทนฺตราปตฺติอาทิกํ นานปฺปการํ วิธึ นิชฺชฏํ นิคฺคุมฺพํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อถ โข ภควา เวรญฺชายํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา’’ติอาทิมาหาติ. อิธ ฐตฺวา –

สิกฺขาปทาน สพฺเพสํ, กมเภทํ ปกาสเย;

ตสฺมึ สิทฺเธ นิทานานํ, กมสิทฺธิ ยโต ภเว.

ตตฺถ สพฺพสิกฺขาปทานํ ยถาสมฺภวํ เทสนากฺกโม ปหานกฺกโม ปฏิปตฺติกฺกโม อุปฺปตฺติกฺกโมติ จตุพฺพิโธ กโม ลพฺภติ. ตตฺถ ภควตา ราชคเห ภิกฺขูนํ ปาติโมกฺขุทฺเทสํ อนุชานนฺเตน ปาติโมกฺขุทฺเทสสฺส โย เทสนากฺกโม อนุญฺญาโต, ตํ เทสนากฺกมมนุโลเมนฺโต อายสฺมา มหากสฺสโป ปฐมํ ปาราชิกุทฺเทสํ ปุจฺฉิ, ตทนนฺตรํ สงฺฆาทิเสสุทฺเทสํ, ตโต อนิยตุทฺเทสํ วิตฺถารุทฺเทสญฺจ ปุจฺฉิตฺวา ตทนนฺตรํ ภิกฺขุนีวิภงฺคญฺจ เตเนว อนุกฺกเมน ปุจฺฉิ, นิทานุทฺเทสนฺโตคธานญฺจ สรูเปน อนุทฺทิฏฺฐานํ ปุจฺฉนตฺถํ ขนฺธเกปิ ปุจฺฉิ. เอเตน จ ขนฺธเก ปญฺญตฺตา ถุลฺลจฺจยา สงฺคหิตา โหนฺติ. ปุจฺฉิตานุกฺกเมเนว อุปาลิตฺเถโร ตํ สพฺพํ สาปตฺติเภทาทิกํ เทเสนฺโต ถุลฺลจฺจยทุพฺภาสิตอาปตฺติสมุฏฺฐานาทิทีปกํ อนฺโตกตฺวา เทเสสิ, อยเมตฺถ เทสนากฺกโม. อุภโตวิภงฺคขนฺธกโต ปน อุจฺจินิตฺวา ตทา ปริวารปาฬิ วิสุํ กตา. อิมเมว นยํ สนฺธาย อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘เอเตเนว อุปาเยน ขนฺธกปริวาเรปิ อาโรเปสุ’’นฺติอาทิ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา). อปิจ ปาฬิยา ‘‘เอเตเนวุปาเยน อุภโตวินเย ปุจฺฉิ. ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ อายสฺมา อุปาลิ วิสฺสชฺเชสี’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, ตสฺมา มหากสฺสโป อุภโตวิภงฺเค เอว ปุจฺฉิ. วิสฺสชฺเชนฺโต ปน อายสฺมา อุปาลิ นิวรเสสํ เทเสนฺโต ขนฺธกปริวาเร อนฺโตกตฺวา เทเสสิ. ตทา จ ขนฺธกปริวารปาฬิ วิสุํ กตาติ อยํ เทสนากฺกโม. ยทิ เอวํ นิทานุทฺเทโส ปฐมํ เทเสตพฺโพติ เจ? น, ตทสมฺภวโต. โส หิ ‘‘ยสฺส สิยา อาปตฺตี’’ติอาทินา (มหาว. ๑๓๔) นเยน ปวตฺตตฺตา ปฐมํ สิกฺขาปทสงฺคหิตาสุ อาปตฺตีสุ อทสฺสิตาสุ น สมฺภวติ. ‘‘ยานิ มยา ภิกฺขูนํ ปญฺญตฺตานิ สิกฺขาปทานิ, ตานิ เนสํ ปาติโมกฺขุทฺเทสํ อนุชาเนยฺย’’นฺติ วจนโต สิกฺขาปทาเนว ปฐมํ เทเสตพฺพานีติ ปาราชิกุทฺเทสกฺกโม สมฺภวติ.

ปาราชิกุทฺเทสาทิสงฺคหิตานํ อาปตฺติอกุสลานํ ยโถฬาริกกฺกเมน ปหาตพฺพตฺตา ปหานกฺกโมเปตฺถ สมฺภวติ. อุปสมฺปนฺนสมนนฺตรํ ‘‘ตาวเทว จตฺตาริ อกรณียานิ อาจิกฺขิตพฺพานี’’ติ (มหาว. ๑๒๙) วจนโต ‘‘สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสู’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๙๓) วจนโต จ ยถา ครุกํ อาจิกฺขณํ สิกฺขเนน ปฏิปตฺติกฺกโมเปตฺถ สมฺภวติ, เอวมิเมหิ ตีหิ กเมหิ เทเสตพฺพานมฺเปเตสํ สิกฺขาปทานํ ยถาสมฺภวํ อุปฺปตฺติกฺกโม สมฺภวติ. ตถา หิ ยํ ยํ สาธารณํ, ตํ ตํ ภิกฺขุํ อารพฺภ อุปฺปนฺเน เอว วตฺถุสฺมึ ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี ฉนฺทโส เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ ภิกฺขุนีนมฺปิ ปญฺญตฺตํ. อญฺญถา ตํ ภิกฺขุนีนํ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ สิยา. ตโต ‘‘อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ ตสฺมึ นตฺถี’’ติ (ปริ. ๒๔๗) ปริวาเร เอตํ วจนํ วิรุชฺฌติ, เอตฺตาวตา ปุริเมน กมตฺตเยน ปฐมํ เทเสตพฺพตํ ปตฺเต ปาราชิกุทฺเทเส ปฐมุปฺปนฺนตฺตา เมถุนธมฺมปาราชิกํ สพฺพปฐมํ เทเสตุกาโม อุปาลิตฺเถโร ‘‘ตตฺร สุทํ ภควา เวสาลิย’’นฺติ เวสาลิเมว ปาเปตฺวา ฐเปสิ. อญฺญถา พาราณสิยํ ปญฺญตฺตานํ ‘‘น, ภิกฺขเว, มนุสฺสมํสํ ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ (มหาว. ๒๘๐) เอวมาทีนํ เทสนาธิปฺปาเย สติ พาราณสึ ปาเปตฺวา ฐเปยฺยาติ.

อพฺภนฺตรนิทานกถา นิฏฺฐิตา.

เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑. ปาราชิกกณฺโฑ

๑. ปฐมปาราชิกํ

สุทินฺนภาณวารวณฺณนา

ปฐมสฺเสตฺถ นิทาเน, ฐตฺวา ปาราชิกสฺส วิญฺเญยฺโย;

โจทนาปริหารนโย, ปุคฺคลวตฺถุปฺปกาสเนเยว.

ตตฺถ ภควา เวรญฺชายํ วุตฺถวสฺโส อนุปุพฺเพน จาริกํ จรนฺโต กตฺติกชุณฺหปกฺเข เอว เวสาลึ ปาปุณิตฺวา ยาว ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทปญฺญาปนํ, ตาว อฏฺฐ วสฺสานิ เวสาลิยํเยว วิหรนฺโต วิย ปาฬิกฺกเมน ทิสฺสติ, น จ ภควา ตาวตฺตกํ กาลํ ตตฺเถว วิหาสิ. โส หิ สุทินฺนสฺส สาวกานํ สนฺติเก ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทญฺจ อนุชานิตฺวา ยถาภิรนฺตํ ตตฺถ วิหริตฺวา จาริกํ จรนฺโต เภสกฬาวนํ ปตฺวา ตตฺถ เตรสมํ วสฺสํ วสิ, เตเนว อนุกฺกเมน สาวตฺถึ ปตฺวา จุทฺทสมํ วสฺสํ วสิ, ปนฺนรสมํ กปิลวตฺถุมฺหิ, โสฬสมํ อาฬวิยํ, ตโต วุตฺถวสฺโส จาริกํ จรนฺโต ราชคหํ ปตฺวา สตฺตรสมํ วสิ, อิมินา อนุกฺกเมน อปรานิปิ ตีณิ วสฺสานิ ตตฺเถว วสิ. เอตฺตาวตา ภควา ปริปุณฺณวีสติวสฺโส ราชคหโต อนุปุพฺเพน เวสาลึ ปาปุณิ, ตโต อุปสมฺปทาย อฏฺฐวสฺสิโก สุทินฺโน เวสาลิยํเยว เมถุนํ ธมฺมํ อภิวิญฺญาเปสิ, ตโต ภควา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปฐมํ ปาราชิกํ ปญฺญเปสีติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ยสฺมา อุปาลิตฺเถโร อิโต ปฐมตรํ ตตฺถ เวสาลิยญฺจ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ อทสฺเสตุกาโม, วินยนิทานานนฺตรํ ปฐมปาราชิกเมว ทสฺเสตุกาโม, ตสฺมา เวสาลิยํ ปฐมํ นิวาสํ, ปจฺฉา อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺติกาเล นิวาสญฺจ เอกโต กตฺวา ‘‘ตตฺร สุทํ ภควา เวสาลิย’’นฺติอาทิมาห, เตน วุตฺตํ ‘‘ปฐมสฺเสตฺถ นิทาเน, ฐตฺวา …เป… ปกาสเนเยวา’’ติ. ตสฺมา อิมสฺมึ ปฐมปาราชิกสฺส ปญฺญตฺติฏฺฐานสงฺขาเต นิทาเน ฐตฺวา ‘‘เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเร กลนฺทคาโม นาม โหติ…เป… อญฺญตรํ วชฺชิคามํ อุปนิสฺสาย วิหรตี’’ติ เอตสฺมึ อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส ปุคฺคลปฺปกาสเน, ‘‘เตน โข ปน สมเยน วชฺชี ทุพฺภิกฺขา โหติ…เป… ติกฺขตฺตุํ เมถุนํ ธมฺมํ อภิวิญฺญาเปสี’’ติ (ปารา. ๓๐) อิมสฺมึ วตฺถุปฺปกาสเน จ โจทนานโย, ปริหารนโย จ เวทิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺรายํ ปกาสนา – กิมตฺถํ เถเรน อญฺเญสํ สิกฺขาปทานํ ปุคฺคลวตฺถูนิ วิย สงฺเขปโต อวตฺวา ยตฺถ จ โส อุปฺปนฺโน, ยถา จ ธมฺเม ปสนฺโน, ยถา จ ปพฺพชิโต, ยถา จ อิมํ วตฺถุํ อุปฺปาเทติ, ตํ สพฺพํ อนวเสเสตฺวา ปุคฺคลวตฺถูนิ วิตฺถารโต วุตฺตานีติ เจ? วุจฺจเต –

เอวํ สทฺธาย กิจฺเฉน, มหนฺเต โภคญาตเก;

หิตฺวา ปพฺพชิตานมฺปิ, เปสลานมฺปิ สพฺพโส.

สพฺพลามกธมฺมายํ, เมถุโน ยทิ สมฺภเว;

น ธมฺมเทสนาเยว, สิทฺธา วิรติ สพฺพโส.

ตสฺมา นวงฺคสทฺธมฺเม, สตฺถารา เทสิเตปิ จ;

วินโย ปญฺญเปตพฺโพ, ตโต ธมฺมวิสุทฺธิหิ.

วินยาภาวโต เอวํ, อชฺฌาจาโร ภวิสฺสติ;

ตสฺมา วินยปญฺญตฺติ, สาตฺถิกา เปสลสฺสปิ.

อนาทีนวทสฺสาวี, ยสฺมา ยํ ปาปมาจริ;

วินโยเยว สทฺธานํ, อาทีนววิภาวิโน.

ตสฺมา สทฺธานุสารีนํ, วินโย สาตฺถโกว ยํ;

ธมฺโม ธมฺมานุสารีนํ, ตโต อุภยเทสนา.

อปิ จ ยทิ ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ อกโรนฺตสฺสาปิ ยาว พฺรหฺมโลกา อยโส ปตฺถโฏ, ปเควญฺเญสนฺติ ทสฺสนตฺถํ อชฺฌาจารสฺส ปากฏภาวทีปนํ. กถํ? –

อภพฺโพ อรหตฺตสฺส, สุทินฺโน ปุตฺตมาตโร;

ภพฺพานุปฺปนฺนปญฺญตฺติ, ตทตฺถํ น กตา อยํ.

นนุ มาคณฺฑิกํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา มาตาปิตูนมสฺสา หิตตฺถํ ธมฺมํ เทเสตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ พีชกพีชกมาตูนํ อรหตฺตุปฺปตฺติ เถเรน ทีปิตา. ‘‘เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเร กลนฺทคาโม นาม โหติ, เยน สมเยน สุทินฺโน ปุราณทุติยิกาย เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวี’’ติ วา ‘‘เยน สมเยน ภควา ปฐมปาราชิกํ ปญฺญเปสี’’ติ วา วจนํ อิธ น ยุชฺชติ. กสฺมา? ‘‘อิธ ปน เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวตี’’ติ วุตฺตํ อฏฺฐกถาวจนญฺหิ อิธ น ลพฺภติ. จิรนิวิฏฺโฐ หิ โส คาโม, น ตสฺมึเยว สมเยติ. ยสฺมา ปน โส จิรนิวิฏฺโฐปิ จ คาโม อตฺตโน นิวิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพกาลมตฺถีติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, เตน ปริยาเยน ‘‘เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเร กลนฺทคาโม นาม โหตี’’ติ วุตฺตํ.

๒๕-๖. อนุญฺญาโตสิ ปน ตฺวนฺติ สมณวตฺตทสฺสนตฺถํ ภควา ปุจฺฉติ. มาตาปิตูหิ อนนุญฺญาตนฺติ เอตฺถ ชนเกเหว อนนุญฺญาตทสฺสนตฺถํ ปุจฺฉีติ วุตฺตํ. น โข สุทินฺน ตถาคตาติ ‘‘ปพฺพาเชตุ มํ ภควา’’ติ ยาจนาวเสน ปเนวมาห, น ภควา สยํ สรณานิ ทตฺวา ปพฺพาเชสิ. ทุกฺขสฺสาติ เอตฺถ ‘‘กลภาคมฺปี’’ติ ปาฐเสโส. วิกปฺปทฺวเยปีติ ทุติยตติยวิกปฺเปสุ. ปุริมปทสฺสาติ กิญฺจีติ ปทสฺส. อุตฺตรปเทนาติ ทุกฺขสฺสาติ ปเทน. สมานวิภตฺตีติ สามิวจนํ. ยถา กึ? ‘‘กสฺสจิ ทุกฺขสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘กิญฺจิ ทุกฺขสฺสา’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อกามกา วินา ภวิสฺสามาติ ตยา สทฺธึ อมริตฺวา อกามา ชีวิสฺสาม. สเจปิ น มราม, อกามกาว ตยา วิโยคํ ปาปุณิสฺสาม, ตยิ ชีวมาเน เอว โน มรณํ ภเวยฺย, มรเณนปิ โน ตยา วิโยคํ มยํ อกามกาว ปาปุณิสฺสาม.

๓๐. กติปาหํ พลํ คาเหตฺวาติ กสฺมา ปนายํ ตถา ปพฺพชฺชาย ติพฺพจฺฉนฺโท อนุญฺญาโต สมาโน กติปาหํ ฆเรเยว วิลมฺพิตฺวา กายพลญฺจ อคฺคเหสีติ? อนุมติทาเนน มาตาปิตูสุ สหายเกสุ จ ตุฏฺโฐ เตสํ จิตฺตตุฏฺฐตฺถํ. เกสุจิ อฏฺฐกถาโปตฺถเกสุ เกจิ อาจริยา ‘‘อยํ สุทินฺโน ชีวกวตฺถุโต ปจฺฉา ปํสุกูลิกธุตงฺควเสน ปํสุกูลิโก ชาโต’’ติ สญฺญาย ‘‘คหปติจีวรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปํสุกูลิกธุตงฺควเสน ปํสุกูลิโก โหตี’’ติ ลิขนฺติ, ตํ ‘‘อจิรูปสมฺปนฺโน’’ติ วจเนน วิรุชฺฌติ. ‘‘ตถา สุทินฺโน หิ ภควโต ทฺวาทสเม วสฺเส ปพฺพชิโต, วีสติเม วสฺเส ญาติกุลํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ สยํ ปพฺพชฺชาย อฏฺฐวสฺสิโก หุตฺวา’’ติ, ‘‘ภควโต หิ พุทฺธตฺตํ ปตฺตโต ปฏฺฐาย ยาว อิทํ วตฺถํ, เอตฺถนฺตเร วีสติ วสฺสานิ น โกจิ คหปติจีวรํ สาทิยิ, สพฺเพ ปํสุกูลิกาว อเหสุ’’นฺติ จ วุตฺเตน อฏฺฐกถาวจเนน วิรุชฺฌติ, ปพฺพชฺชาย อฏฺฐวสฺสิโก, น อุปสมฺปทาย. อุปสมฺปทํ ปน ชีวกวตฺถุโต (มหาว. ๓๒๖) ปจฺฉา อลตฺถ, ตสฺมา อวสฺสิโก ญาติกุลํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ สิยาติ เจ? น, ‘‘อลตฺถ โข สุทินฺโน กลนฺทปุตฺโต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, อลตฺถ อุปสมฺปท’’นฺติ เอกโต อนนฺตรํ วุตฺตตฺตา. ปพฺพชฺชานนฺตรเมว หิ โส อุปสมฺปนฺโน เตรสธุตงฺคคุเณ สมาทาย วตฺตนฺโต อฏฺฐ วสฺสานิ วชฺชิคาเม วิหริตฺวา นิสฺสยมุตฺตตฺตา สยํวสี หุตฺวา ‘‘เอตรหิ โข วชฺชี ทุพฺภิกฺขา’’ติอาทิตกฺกวเสน เยน เวสาลี ตทวสริ, ตสฺมา ‘‘ปํสุกูลิกธุตงฺควเสน ปํสุกูลิโก โหตี’’ติ เอตฺตโกเยว ปาโฐ เยสุ โปตฺถเกสุ ทิสฺสติ, โสว ปมาณโต คเหตพฺโพ. ‘‘อารญฺญิโก โหตี’’ติ อิมินา ปญฺจ เสนาสนปฏิสํยุตฺตานิ สงฺคหิตานิ เนสชฺชิกงฺคญฺจ วิหารสภาคตฺตา, ‘‘ปิณฺฑปาติโก’’ติ อิมินา ปญฺจ ปิณฺฑปาตปฏิสํยุตฺตานิ, ‘‘ปํสุกูลิโก’’ติ อิมินา เทฺว จีวรปฏิสํยุตฺตานิ สงฺคหิตานีติ. ญาติฆรูปคมนการณทีปนาธิปฺปายโต สปทานจาริกงฺคํ วิสุํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘มา อติหราเปสุ’’นฺติ กาลพฺยตฺตยวเสน วุตฺตํ. ธมฺมสฺสนฺตรายกรตรตฺตา ‘‘อิมํ นย’’นฺติ อนโยเยว.

เยภุยฺเยน หิ สตฺตานํ, วินาเส ปจฺจุปฏฺฐิเต;

อนโย นยรูเปน, พุทฺธิมาคมฺม ติฏฺฐติ.

๓๖. อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ เอตฺถ ทุวิธํ สิกฺขาปทปญฺญาปนํ. กถํ? ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ เอวํ สอุทฺเทสานุทฺเทสเภทโต ทุวิธํ. ตตฺถ ปาติโมกฺเข สรูปโต อาคตา ปญฺจ อาปตฺติกฺขนฺธา สอุทฺเทสปญฺญตฺติ นาม. สาปิ ทุวิธา สปุคฺคลาปุคฺคลนิทฺเทสเภทโต. ตตฺถ ยสฺสา ปญฺญตฺติยา อนฺโต อาปตฺติยา สห, วินา วา ปุคฺคโล ทสฺสิโต, สา สปุคฺคลนิทฺเทสา. อิตรา อปุคฺคลนิทฺเทสาติ เวทิตพฺพา. สปุคฺคลนิทฺเทสาปิ ทุวิธา ทสฺสิตาทสฺสิตาปตฺติเภทโต. ตตฺถ อทสฺสิตาปตฺติกา นาม อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมา. ‘‘ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ หิ ปุคฺคโลว ตตฺถ ทสฺสิโต, นาปตฺติ. ทสฺสิตาปตฺติกา นาม ภิกฺขุนีปาติโมกฺเข ‘‘สตฺตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา นิสฺสารณียํ สงฺฆาทิเสส’’นฺติ หิ ตตฺถ อาปตฺติ ทสฺสิตา สทฺธึ ปุคฺคเลน, ตถา อปุคฺคลนิทฺเทสาปิ ทสฺสิตาทสฺสิตาปตฺติโตว ทุวิธา. ตตฺถ อทสฺสิตาปตฺติกา นาม เสขิยา ธมฺมา. เสสา ทสฺสิตาปตฺติกาติ เวทิตพฺพา. สาปิ ทุวิธา อนิทฺทิฏฺฐการกนิทฺทิฏฺฐการกเภทโต. ตตฺถ อนิทฺทิฏฺฐการกา นาม สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ มุสาวาท โอมสวาท เปสุญฺญ ภูตคาม อญฺญวาทก อุชฺฌาปนก คณโภชน ปรมฺปรโภชน สุราเมรย องฺคุลิปโตทก หสธมฺม อนาทริย ตลฆาตกชตุมฏฺฐก สิกฺขาปทานํ วเสน ปญฺจทสวิธา โหนฺติ. เสสานํ ปุคฺคลนิทฺเทสานํ วเสน นิทฺทิฏฺฐการกา เวทิตพฺพา.

อนุทฺเทสปญฺญตฺติปิ ปทภาชนนฺตราปตฺติวินีตวตฺถุปฏิกฺเขปปญฺญตฺติอวุตฺตสิทฺธิวเสน ฉพฺพิธา โหนฺติ. ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน ขายิตํ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๖๑) เอวมาทิกา ปทภาชนิเย สนฺทิสฺสมานาปตฺติ ปทภาชนสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘น เตฺวว นคฺเคน อาคนฺตพฺพํ, โย อาคจฺเฉยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิกา (ปารา. ๕๑๗) อนฺตราปตฺติสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทิวา ปฏิสลฺลียนฺเตน ทฺวารํ สํวริตฺวา ปฏิสลฺลียิตุ’’นฺติ (ปารา. ๗๕) เอวมาทิกา วินีตวตฺถุสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘โลหิตุปฺปาทโก, ภิกฺขเว, อนุปสมฺปนฺโน น อุปสมฺปาเทตพฺโพ, อุปสมฺปนฺโน นาเสตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๑๑๔) เอวมาทิกา ปฏิกฺเขปสิกฺขาปทํ นาม. ขนฺธเกสุ ปญฺญตฺตทุกฺกฏถุลฺลจฺจยานิ ปญฺญตฺติสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี นจฺจํ วา คีตํ วา วาทิตํ วา ทสฺสนาย คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๘๓๔) อิมินา วุตฺเตน ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี นจฺเจยฺย วา คาเยยฺย วา วาเทยฺย วา ปาจิตฺติย’’นฺติ เอวมาทิกํ ยํ กิญฺจิ อฏฺฐกถาย ทิสฺสมานํ อาปตฺติชาตํ, วินยกมฺมํ วา อวุตฺตสิทฺธิสิกฺขาปทํ นาม. ฉพฺพิธมฺเปตํ ฉหิ การเณหิ อุทฺเทสารหํ น โหตีติ อนุทฺเทสสิกฺขาปทํ นามาติ เวทิตพฺพํ. เสยฺยถิทํ – ปญฺจหิ อุทฺเทเสหิ ยถาสมฺภวํ วิสภาคตฺตา ถุลฺลจฺจยทุพฺภาสิตานํ, สภาควตฺถุกมฺปิ ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยทฺวยํ อสภาคาปตฺติกตฺตา, อนฺตราปตฺติปญฺญตฺติสิกฺขาปทานํ นานาวตฺถุกาปตฺติกตฺตา, ปฏิกฺเขปสิกฺขาปทานํ เกสญฺจิ วินีตวตฺถุปญฺญตฺติสิกฺขาปทานญฺจ อทสฺสิตาปตฺติกตฺตา, อทสฺสิตวตฺถุกตฺตา เภทานุวตฺตกถุลฺลจฺจยสฺส, อทสฺสิตาปตฺติวตฺถุกตฺตา อวุตฺตสิทฺธิสิกฺขาปทานนฺติ. เอตฺตาวตา ‘‘ทุวิธํ สิกฺขาปทปญฺญาปนํ อุทฺเทสานุทฺเทสเภทโต’’ติ ยํ วุตฺตํ, ตํ สมาสโต ปกาสิตํ โหติ.

ตตฺถ อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ สอุทฺเทสสิกฺขาปทํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอกจฺเจ อาจริยา เอวํ กิร วณฺณยนฺติ ‘‘จตฺตาโร ปาราชิกา กติวสฺสาภิสมฺพุทฺเธน ภควตา ปญฺญตฺตาติอาทินา ปุจฺฉํ กตฺวา เตสุ ปฐมปาราชิโก เวสาลิยํ ปญฺญตฺโต ปญฺจวสฺสาภิสมฺพุทฺเธน เหมนฺตานํ ปฐเม มาเส ทุติเย ปกฺเข ทสเม ทิวเส อฑฺฒเตยฺยโปริสาย ฉายาย ปุรตฺถาภิมุเขน นิสินฺเนน อฑฺฒเตรสานํ ภิกฺขุสตานํ มชฺเฌ สุทินฺนํ กลนฺทปุตฺตํ อารพฺภ ปญฺญตฺโต’’ติ, ตํ น ยุชฺชติ, กสฺมา? –

ยสฺมา ทฺวาทสมํ วสฺสํ, เวรญฺชายํ วสิ ชิโน;

ตสฺมิญฺจ สุทฺโธ สงฺโฆติ, เนว ปาราชิกํ ตทา.

เถรสฺส สาริปุตฺตสฺส, สิกฺขาปญฺญตฺติยาจนา;

ตสฺมึ สิทฺธาติ สิทฺธาว, ครุกาปตฺติ โน ตทา.

โอวาทปาติโมกฺขญฺจ, กึ สตฺถา จตุวสฺสิโก;

ปฏิกฺขิปิ กิมาณญฺจ, สมตฺตํ อนุชานิ โส.

อชาตสตฺตุํ นิสฺสาย, สงฺฆเภทมกาสิ ยํ;