ปาจิตฺติยวณฺณนา
๕. ปาจิตฺติยกณฺโฑ
๑. มุสาวาทวคฺโค
๑. มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑. วาทกฺขิตฺโตติ เอตฺถ อวิเสเสน วาทชปฺปวิตณฺฑสงฺขาโต ติวิโธปิ กถามคฺโค ‘‘วาโท’’ อิจฺเจว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. เตสุ ‘‘ติตฺถิเยหิ สทฺธิ’’นฺติ วจนโต ฐเปตฺวา วาทํ ‘‘เสสา’’ติ วทนฺติ. ฉลชาตินิคฺคหฏฺฐานกุสลตาย กทาจิ กตฺถจิ อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ, ตถา ปุพฺเพ กิญฺจิ วจนํ ปฏิชานิตฺวา ปจฺฉา อวชานาติ. เอวํ วา อญฺญถา วา อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรติ. เอวํ ปวตฺโต สมฺปชานมุสา ภาสํ ปฏิสฺสุณิตฺวา อสจฺจายนฺโต สงฺเกตํ กตฺวา วิสํวาเทนฺโต เอวํ โส วาทกฺขิตฺโต สมาโน ปาจิตฺติยวตฺถุญฺจ ปริปูเรนฺโต วิจรตีติ เอวมธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อตฺตโน วาเทติ เอตฺถ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๙; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๗; เนตฺติ. ๕; มหานิ. ๒๗) ปฐมมารทฺเธ อตฺตโน วาเท. ‘‘ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) โน สมโย. ‘‘สพฺเพ ธมฺมา’’ติ วุตฺเต นิพฺพานมฺปิ สงฺคหํ คจฺฉติ. ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติ (ธ. ป. ๒๐๓-๒๐๔; ม. นิ. ๒.๒๑๕) วุตฺตตฺตา ปน ตํ น ทุกฺขํ. โน ฐานเมตํ วิชฺชติ. อยํ ปรวาที ‘‘ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ สุตฺตํ ทสฺเสตฺวา สิทฺธนฺตํ สมฺภเมตฺวา ‘‘วิโรธิ วิรุทฺโธ’’ติ วุตฺตํ โทสํ อาโรเปสฺสตีติ ตสฺมึ ปฐมวาเท กญฺจิ โทสํ สลฺลกฺเขนฺโต อาโรปิเต วา โทเส อนาโรปิเต วา ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ ตํ อวชานิตฺวา ‘‘นิพฺพานนฺเตฺวว สสฺสต’’นฺติ, ‘‘อนตฺตา อิติ นิจฺฉยา’’ติ จ สุตฺตํ ทิสฺวา ตสฺส ปฐมวาทสฺส นิทฺโทสตํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘มเมว อยํ วาโท’’ติ ตเมว ปจฺฉา ปฏิชานาติ. เอวํ ตตฺถ ยถาวุตฺตมานิสํสํ สลฺลกฺเขนฺโต ตํ ปฏิชานิตฺวา ยทิ อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา, ธมฺมา เอว น เต ภวนฺติ. สภาวํ ธาเรนฺตีติ หิ ‘‘ธมฺมา’’ติ วุจฺจนฺติ.
อยญฺจ อตฺต-สทฺโท สภาววาจีติ เอวํ อาโรปิเต วา โทเส อนาโรปิเต วา โทโสติ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ ตเมว ปฐมวาทํ ปจฺฉา อวชานาติ. อถ โส ปรวาที สปกฺขํ ปฏิเสเธ ปฏิชานนตฺตาปนยนํ. ปฏิชานาติ ปตฺยาสฺส อิติ วจนโต ‘‘ปฏิญฺญา อญฺญา โส นาม เต นิคฺคโห’’ติ วุตฺโต. สภาวาติริตฺตํ อตฺถํ ปฏิเสธาธิปฺปายโต สภาวโต อติริตฺตํ พาลปริกปฺปิตมตฺตานํ สนฺธาย ‘‘อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา’’ติ เม ปฏิญฺญาตกถา, สา จ ตทวตฺถาเยวาติ น เม ตํ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ อตฺถิ, ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ อวชานนํ ปน สภาวสงฺขาตํ อตฺตานํ สนฺธาย ‘‘อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา’’ติ น วทามีติ อธิปฺปาเยน กตนฺติ อิมินา อญฺเญน การเณน ตํ ปุพฺเพ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ การณํ ปฏิจฺฉาเทติ. ‘‘อนตฺตา สพฺเพว ธมฺมา’’ติ น วตฺตพฺพํ ‘‘อตฺต-สทฺทสฺส สภาววาจิตฺตา’’ติ อิทํ การณํ ปฏิจฺจ เตน ปุพฺเพ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ กตํ. ตมญฺญการณํ ปจฺฉา ทสฺสิเตน อญฺเญน การเณน ปฏิจฺฉาเทตีติ อธิปฺปาโย.
ยสฺมา น เกวลํ ยถาทสฺสิตนเยน โส อตฺถเมว อวชานาติ, ปฏิชานาติ จ, กินฺตุ วจนมฺปิ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑) ‘‘ชานิตพฺพโต’’ติ ปฐมํ การณํ วตฺวา ปรวาทินา ‘‘ยทิ ชานิตพฺพโต อนิจฺจํ, นิพฺพานํ เต อนิจฺจํ สิยา’’ติ วุตฺเต ‘‘น มยา ‘ชานิตพฺพโต’ติ การณํ วุตฺตํ, ‘ชาติธมฺมโต’ติ มยา วุตฺตํ, ตํ ตยา พธิรตาย อญฺเญน สลฺลกฺขิตนฺติอาทีนิ วทตีติ อธิปฺปาโย. ‘ชานิตพฺพโต’ติ วตฺวา ปุน ‘ชาติธมฺมโต’ติอาทีนิ วทตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อวชานิตฺวา ปุน ปฏิชานนฺโต ตํ อวชานนํ อิมินา ปฏิจฺฉาเทติ นามา’’ติ ลิขิตํ.
๒. ชานิตฺวา ชานนฺตสฺส จาติ ชานิตฺวา วา ชานนฺตสฺส วาติ อตฺถทฺวยํ ทีเปตีติ.
๓. อปิจ มิจฺฉาวาจาปริยาปนฺนาติ จตุพฺพิธมิจฺฉาวาจาปริยาปนฺนา. สีหฬาทินามเภทคตาติ เกจิ, ตสฺมา เอวํ วทโต วจนํ, ตํสมุฏฺฐาปิกา เจตนาติ อุภยํ วุตฺตนฺติ มาติกายํ อุภินฺนํ สงฺคหิตตฺตา. วิภงฺเค ตํ วจนํ ยสฺมา วินา วิญฺญตฺติยา นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘วาจสิกา วิญฺญตฺตี’’ติ วิญฺญตฺติ จ ทสฺสิตา. ‘‘เอวํ วทโต วจน’’นฺติ โลกโวหาเรน วตฺวา ปรมตฺถโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ตํสมุฏฺฐาปิกา วา เจตนาติ วุตฺต’’นฺติ จ วทติ. โอฬาริเกเนวาติ เจตนาสมุฏฺฐานวาจานํ สุขุมตฺตา วิสยวเสเนว กตาติ.
๙. ทิฏฺฐสฺส โหตีติ ทิฏฺโฐ อสฺส, อเนน วา อุปจารชฺฌานวเสน น มยา อพฺยาวโฏ มโต, ‘‘น มยา ปวนฺโต ปโฏ ทิฏฺโฐ’’ติอาทึ ภณนฺตสฺส จ ปรมตฺถสุญฺญตํ อุปาทาย เอว ‘‘อิตฺถึ น ปสฺสามิ, น จ ปุริส’’นฺติ ภณนฺตสฺส จ น มุสาวาโท.
๑๑. อาปตฺตึ อาปชฺชติเยวาติ เอตฺถ ‘‘ทุพฺภาสิตาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. กสฺมา? ‘‘เกฬึ กุรุมาโน’’ติ วุตฺตตฺตา. ‘‘วาจา คิรา…เป… วาจสิกา วิญฺญตฺตี’’ติ อุชุกํ สนฺธาย, กาโย น อุชุโก.
มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๓. ‘‘ปุน อเร ปตฺเตติ ปุน ตํ ฐานํ ปริวฏฺเฏตฺวา อาคเต อญฺญสฺมึ อเร’’ติ ลิขิตํ. ปติฏฺฐิตารปฺปเทสนฺติ ภูมึ. ปุน อเรติ ปุน ตสฺมึเยว อเร ภูมึ ปตฺเตติ อตฺโถติ เกจิ, ตํ น สุนฺทรํ วิย. ชาปิโตติ ปราชิโต, ‘‘ปราชิโต’’ติ วา ปาโฐ. ปาเปสีติ อภิภวสิ. มนาปํ ภาสมานสฺส พฺราหฺมณสฺส ครุํ ภารํ. อุทพฺพหีติ อากฑฺฒีติ อตฺโถ, อนาทรตฺเถ วา สามิวจนํ. ธนญฺจ นํ อลาเภสีติ ยถา โส ธนํ อลภิ, ตถา อกาสีติ อธิปฺปาโย.
๑๕. ปุพฺเพติ นิทาเน. อวกณฺณกนฺติ ฉินฺนกณฺณกนามํ. ชวกณฺณกนฺติ วงฺกกณฺณกนามํ. ธนิฏฺฐกํ ธนวฑฺฒกนามํ, สิริวฑฺฒกนามํ กุลวฑฺฒกสฺเสว นามํ. ตจฺฉกกมฺมนฺติ ขณนกมฺมการา โกฏฺฐกา, ปาสาณกมฺมการาติ เกจิ. ‘‘มุทฺทาติ ปพฺพคณนา. คณนาติ มหาคณนา’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘มธุเมหํ โอเมห’’นฺติ ลิขิตํ. ถูลกายสฺส มํสูปจโยติ เอเก. ยภ เมถุเน. วีตราคตาทีหิ อกฺโกสนฺโตปิ กิเลเสเหว กิร อกฺโกสติ นาม, ตถา ‘‘โสตาปนฺโน’’ติ อกฺโกสนฺโต อาปตฺติยา อกฺโกสติ นามาติ เอเก. ลิงฺคายตฺตตฺตา อจฺโจทาตาทิปิ ลิงฺคเมว ชาตํ.
๑๖. สพฺพตฺถ วเทตีติ อุทฺเทโส. ภณตีติ วิตฺถาโร. วเทตีติ วา อิมินา ปรวิญฺญาปนํ ทีเปติ.
๒๖. อญฺญาปเทสวาเรสุ ปน ‘‘เอวํ วเทตี’’ติ วุตฺตํ. กสฺมา? ปุพฺเพ ทสฺสิตอุทฺเทสกฺกมนิทสฺสนตฺถํ. ปุพฺเพปิ ‘‘หีเนน หีนํ, หีเนน อุกฺกฏฺฐํ, อุกฺกฏฺเฐน หีนํ, อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐ’’นฺติ ชาตฺยาทีสุ เอเกกสฺมึ จตุธา จตุธา ทสฺสิตอุทฺเทสกฺกมสฺส นิทสฺสนํ ‘‘เอว’’นฺติ อิมินา กโรติ. ‘‘หีเนน หีนํ วเทตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเนเยว หิ ‘‘เอวํ วเทตี’’ติ วุตฺเต โส อากาโร นิทสฺสิโต โหตีติ อธิปฺปาโย. อญฺญถา อญฺญาปเทเสน โส อากาโร น สมฺภวตีติ อาปชฺชติ. น สมฺภวติ เอวาติ เจ? น, วิเสสการณาภาวา, ตตฺถ อนาปตฺติปฺปสงฺคโต, อนิยมนิทฺเทเสน อนิยมตฺถสมฺภวโต จ. ‘‘สนฺติ อิเธกจฺเจ จณฺฑาลา’’ติอาทินา หิ อนิยมนิทฺเทเสน จณฺฑาลํ วา อจณฺฑาลํ วา สนฺธาย ภณนฺตสฺส อาปตฺตีติ อนิยมตฺโถ สมฺภวตีติ อธิปฺปาโย. ยทิ เอวํ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ ตาวตา ปุพฺเพ ทสฺสิตอุทฺเทสกฺกมนิทสฺสนสิทฺธิโตติ? น, ‘‘วเทตี’’ติ อิมินา อโยชิเต ‘‘เอว’’นฺติ ปเท อิมํ นาม อาการํ ทสฺเสตีติ อนวโพธโต. อญฺญาปเทสนเยปิ ปรวิญฺญาปเนเยว ทุกฺกฏปาจิตฺติยํ วิยาติ นิยมนปโยชนํ วา ‘‘วเทตี’’ติ ปทนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา อตฺตโน สมีเป ฐตฺวา อญฺญํ ภิกฺขุํ อาณาเปนฺโต หีเนน หีนํ วเทติ ภณติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. สเจ สยํ หีโน หีเนน หีนํ จณฺฑาลํ…เป… ปุกฺกุสํ ‘‘ปุกฺกุโส’’ติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส, เอส นโย อญฺญาปเทสวาเรสุปีติ โยชนา เวทิตพฺพา. อยมตฺโถ ทุฏฺฐโทเสสุ ปริเยสิตพฺโพ. อญฺญถา ‘‘วเทติ ภณตี’’ติ เอเตสํ อญฺญตรํ อุภยตฺถ อนญฺญาปเทสวารอญฺญาปเทสวาเรสุ, วิเสเสน วา อญฺญาปเทสวาเรสุ นิรตฺถกํ อาปชฺชติ วินาเยว เตน วจนสิลิฏฺฐตาสมฺภวโต. อตฺตโต ปาฬิยํ อวุตฺตตฺตา ปเนตฺถ ‘‘สาณตฺติก’’นฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺรายํ ปทสนฺธิ วเทตีติ วท อิตีติ. อสมฺมุขา วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ‘‘สมฺมุขา ปน สตฺตหิปิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ วทนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา. ทวกมฺยตา นาม เกฬิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘หสาธิปฺปายตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อสมฺมุขาปิ ทวกมฺยตาย วทนฺตสฺส ทุพฺภาสิตเมวา’’ติ อาจริยา วทนฺติ. ปาปครหิตาย กุชฺฌิตฺวาปิ วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, อสมฺมุขา อนาปตฺตีติ.
โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖-๗. ‘‘อิมสฺส สุตฺวา อมุสฺสา’’ติ ปาโฐ. ‘‘อิเมสํ สุตฺวา’’ติ น สุนฺทรํ. เภทายปีติ เภทาย. ติณฺณมฺปิ ภิกฺขุภาวโตเยว นิปชฺชนโต ‘‘ภิกฺขูนํ เปสุญฺเญ’’ติ พหุวจนํ กตํ.
๓๘-๙. ‘‘อิตฺถนฺนาโม อายสฺมา จณฺฑาโล…เป… ปุกฺกุโสติ ภณตี’’ติ วตฺวา เปสุญฺญํ อุปสํหรตีติ โยชนา. อญฺญถา ‘‘ปุกฺกุโสติ ภณตี’’ติ วตฺตพฺพตา อาปชฺชติ. เอตฺถ อนุปสมฺปนฺนวาโร ลพฺภมาโนปิ น อุทฺธโฏ โอมสวาเท ทสฺสิตนยตฺตา, สงฺเขปโต อนฺเต ทสฺเสตุกามตาย วา. ตถา หิ อนฺเต ตีณิ ทุกฺกฏานิ ทสฺสิตานิ. ตานิ ปน ทสฺเสนฺโต ภควา ยสฺมา ‘‘อุปสมฺปนฺนสฺส สุตฺวา อุปสมฺปนฺนสฺส เปสุญฺญํ อุปสํหรตี’’ติ วุตฺตานํ ทฺวินฺนํ ปทานํ อญฺญตรวิปลฺลาสวเสน วา อุภยวิปลฺลาสวเสน วา ปาจิตฺติยนฺติ กตฺวา เทฺวปิ ตานิ เอกโต วุตฺตานีติ ทสฺเสตุกาโม, ตสฺมา สพฺพปฐมํเยว ‘‘อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนสฺส สุตฺวา อุปสมฺปนฺนสฺส เปสุญฺญํ อุปสํหรติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อาห. ‘‘ทฺวีสุ ปเนเตสุ ยสฺมา ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนปิ อุปสมฺปนฺโน ตาทิสํเยว อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม โอมสติ, ตาทิสสฺส สุตฺวา ตาทิสสฺส เปสุญฺญํ อุปสํหรติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส, ตสฺมา ‘อุปสมฺปนฺโน’ติ อิทํ อาทิปทํ สพฺพตฺถ วุตฺต’’นฺติ เกจิ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ, อนวเสสอาปตฺตึ อาปนฺนสฺส ปุน อาปตฺติยา อสมฺภวโต, ตสฺมา เกวลํ มาติกายํ ภิกฺขุปทาภาวโตเยว ‘‘ภณติ อุปสํหรตี’’ติ ปทานํ การกนิทฺเทสาภาเว อสมฺภวโต เอว ตํ อาทิปทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทํ ปาฬิเลสาภาวโต อนาณตฺติกเมว. ‘‘น ปิยกมฺยสฺส, น เภทาธิปฺปายสฺสา’’ติ อุปสํหรณาเปกฺขํ สามิวจนํ ตุณฺหีภูตสฺส วจนปฺปโยชนาภาวโต, เตน วุตฺตํ ‘‘ปาปครหิตาย ภณนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ.
เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕-๖. สพฺพเมตํ ปทโส ธมฺโม นามาติ เอตฺถ ธมฺโม นาม พุทฺธภาสิโตติ เอวํ สมฺพนฺโธ. อกฺขรสมูโหติ อสมตฺตปเท. ปจฺเจกพุทฺธภาสิตํ พุทฺธภาสิเต เอว. อนุปาสกคหฏฺเฐหิ ภาสิโต อิสิภาสิตาทิสงฺคหํ คจฺฉตีติ เวทิตพฺพํ. กตฺถจิ โปตฺถเก ‘‘เทวตาภาสิโต’’ติ ปทํ นตฺถิ, ยตฺถ อตฺถิ, สา ปาฬิ. คาถาพนฺเธปิ จ เอส นโยติ เอกเมว อกฺขรํ วตฺวา ฐานํ ลพฺภติ เอว. ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิสุตฺตํ ภณาปิยมาโน เอการํ วตฺวา ติฏฺฐติ เจ, อนฺวกฺขเรน ปาจิตฺติยํ, อปริปุณฺณปทํ วตฺวา ฐิเต อนุพฺยญฺชเนน. ปเทสุ เอกํ ปฐมปทํ วิรุชฺฌติ เจ, อนุปเทน ปาจิตฺติยํ. อฏฺฐกถานิสฺสิโตติ อฏฺฐกถานิสฺสิตวเสน ฐิโต. ปุพฺเพ ปกติภาสาย วุตฺตํ อฏฺฐกถํ สนฺธาย. ปาฬินิสฺสิโตติ ปาฬิยํ เอวาคโต. มคฺคกถาทีนิปิ ปกรณานิ.
๔๘. อุปจารนฺติ ทฺวาทสหตฺถํ. ‘‘โอปาเตตีติ เอกโต ภณติ สมาคจฺฉตี’’ติ ลิขิตํ. กิญฺจาปิ อปลาลทมนมฺปิ สีลุปเทโสปิ ภควโต กาเล อุปฺปนฺโน, อถ โข เตสุ ยํ ยํ พุทฺธวจนโต อาหริตฺวา วุตฺตํ, ตํ ตเทว อาปตฺติวตฺถุ โหตีติ วิญฺญาปนตฺถํ มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘วทนฺตี’’ติ วจเนหิ สิถิลํ กตํ. พุทฺธวจนโต อาหริตฺวา วุตฺตสฺส พหุลตาย ตพฺพหุลนเยน เตสุ อาปตฺติ วุตฺตา, ตสฺมา มหาปจฺจริยํ ตสฺสาธิปฺปาโย ปกาสิโตติ อตฺโถ. ‘‘สพฺเพสเมว วจนนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. สเจ อาจริโย ฐิโต นิสินฺนานํ ปาฐํ เทติ, ‘‘น ฐิโต นิสินฺนสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ วุตฺตาปตฺตึ นาปชฺชตีติ เอเก. เตสมฺปิ ปาฐทานํ ธมฺมเทสนโต น อญฺญนฺติ ตํ น ยุตฺตํ, ฉตฺตปาณิกาทีนํ ปาฐทาเนน อนาปตฺติปฺปสงฺคโต, อาปตฺติภาโว จ สิทฺโธ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อุโภ อตฺถํ น ชานนฺติ, อุโภ ธมฺมํ น ปสฺสเร;
โย จายํ มนฺตํ วาเจติ, โย จาธมฺเมนธียตี’’ติ. (ปาจิ. ๖๔๗);
เอตฺถ อธียตีติ อตฺโถ, ตสฺมา ปาฐทานมฺปิ ธมฺมเทสนาว. เสขิยฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๓๔) ‘‘ธมฺมปริจฺเฉโท ปเนตฺถ ปทโสธมฺเม วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา อยเมว ธมฺโม สพฺพตฺถ ธมฺมปฏิสํยุตฺตสิกฺขาปเทสุ เวทิตพฺโพ. ยทิ เอวํ สงฺขารภาสาทิวเสน จิตฺตธมฺมํ เทเสนฺตสฺส เสขิยวเสน อนาปตฺติ สิยา, ตโต ฉปกชาตกวิโรโธ. ตตฺถ มนฺตานํ พาหิรคนฺถตฺตาติ เจ? น, ตทธิปฺปายาชานนโต. อยญฺหิ ตตฺถ อธิปฺปาโย ‘‘พาหิรกคนฺถสงฺขาตมฺปิ มนฺตํ อุจฺเจ อาสเน นิสินฺนสฺส วาเจตุํ เม ภิกฺขเว อมนาปํ, ปเคว ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ. ‘‘ตทาปิ เม, ภิกฺขเว, อมนาปํ นีเจ อาสเน นิสีทิตฺวา อุจฺเจ อาสเน นิสินฺนสฺส มนฺตํ วาเจตุํ, กิมงฺคํ ปน เอตรหิ…เป… ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ (ปาจิ. ๖๔๗) หิ อยํ ปาฬิ ยถาวุตฺตเมว อธิปฺปายํ ทีเปติ, น อญฺญํ. เตเนว ‘‘มนฺตํ วาเจตุํ ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ วจนเภโท กโต. อญฺญถา อุภยตฺถ ‘‘ธมฺมํ เทเสตุ’’มิจฺเจว วตฺตพฺพนฺติ.
มยา สทฺธึ มา วทาติอาทิมฺหิ ปน อนุคณฺฐิปเท เอวํ วุตฺโต ‘‘สเจ ภิกฺขุ สามเณเรน สทฺธึ วตฺตุกาโม, ตถา สามเณโรปิ ภิกฺขุนา สทฺธึ วตฺตุกาโม สหสา โอปาเตติ, ‘เยภุยฺเยน ปคุณํ คนฺถํ ภณนฺตํ โอปาเตตี’’ติอาทีสุ วิย อนาปตฺติ, น หิ เอตฺตาวตา ภิกฺขุ สามเณรสฺส อุทฺทิสติ นาม โหติ. ยสฺมา มหาอฏฺฐกถายํ นตฺถิ, ตสฺมาปิ ยุตฺตเมเวตํ. สเจ ตตฺถ วิจาเรตฺวา ปฏิกฺขิตฺตํ สิยา อาปตฺติ, กิริยากิริยญฺจ นาปชฺชติ. กสฺมา? ยสฺมา จิตฺเตน เอกโต วตฺตุกาโม, อถ โข นํ ‘เอกโต มา วทา’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวาปิ เอกโต วทนฺโต อาปชฺชติ. อวตฺตุกามสฺส สหสา วิรชฺฌิตฺวา เอกโต วทนฺตสฺส อนาปตฺติ, เตน วุตฺตํ ‘มยา สทฺธึ มา วทาติ วุตฺโต ยทิ วทติ, อนาปตฺตี’ติ. ตถาปิ อาจริยานํ มติมนุวตฺตนฺเตน เอวรูเปสุ ฐาเนสุ ยถาวุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ. กสฺมา? ยสฺมา มหาอฏฺฐกถายํ นตฺถิ, นตฺถิภาวโตเยว อาปตฺติ. สเจ ตตฺถ อนาปตฺติอวจนํ น สมฺภวติ อยมฏฺฐานตฺตา’’ติ.
ตตฺรายํ วิจารณา – ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺโต ยทิ วทติ, ภิกฺขุโน อนาปตฺตีติ ยุตฺตเมตํ ภิกฺขุโน วตฺตุกามตายาภาวโต, ภาเวปิ สชฺฌายกรณาทีสุ ตีสุ อนาปตฺติโต จ. อถ สามเณเรน พฺยตฺตตาย ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺโต ภิกฺขุ อพฺยตฺตตาย วทติ, อาปตฺติ เอว วตฺตุกามตาสพฺภาวโต. สหสา เจ วทติ, อนาปตฺติ ตทภาวโต. สเจ ภิกฺขุ เอวํ ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วตฺวา เตน สทฺธึ สยํ วทติ, อาปตฺติ เอว. น หิ เอตํ สิกฺขาปทํ กิริยากิริยํ. ยทิ เอตํ สิกฺขาปทํ กิริยากิริยํ ภเวยฺย, ยุตฺตํ. ตตฺถ อนาปตฺตีติ อธิปฺปาโย. มหาปจฺจริยํ อิมินาว อธิปฺปาเยน ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺตํ สิยา. น หิ สามเณรสฺส กิริยา อิธ ปมาณนฺติ, อิมสฺมึ ปน อธิปฺปาเย วุตฺเต อติยุตฺตํวาติ อตฺโถ. อกฺขรตฺโถ พฺยญฺชนตฺโถ. กิญฺจาปิ ‘‘ยญฺจ ปทํ ยญฺจ อนุปทํ ยญฺจ อนฺวกฺขรํ ยญฺจ อนุพฺยญฺชนํ, สพฺพเมตํ ปทโสธมฺโม นามา’’ติ วุตฺตํ, ตถาปิ ‘‘ปเทน วาเจติ, ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส, อกฺขราย วาเจติ, อกฺขรกฺขราย อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิทเมว ทฺวยํ โยชิตํ, ตํ กสฺมาติ เจ? ปเทน อนุปทอนุพฺยญฺชนานํ สงฺคหิตตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อนุปทนฺติ ทุติยปาโท. อนุพฺยญฺชนนฺติ ปุริมพฺยญฺชเนน สทิสํ ปจฺฉาพฺยญฺชน’’นฺติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๕), ตสฺมา อนุปเทกเทสมตฺตเมว อนุพฺยญฺชนนฺติ สิทฺธํ. ‘‘อกฺขรานุพฺยญฺชนสมูโห ปท’’นฺติ จ วุตฺตตฺตา ปทมตฺตเมว วตฺตพฺพํ เตน อนุปทาทิตฺตยคฺคหณโตติ เจ? น วตฺตพฺพํ วจนวิเสสโต. ปเทน วาเจนฺโต หิ ปเท วา อนุปเท วา อนุพฺยญฺชเน วา อาปตฺตึ อาปชฺชติ. น อกฺขเรน. อกฺขเรน วาเจนฺโต ปน ปทาทีสุ อญฺญตรสฺมึ อาปชฺชติ. น หิ ‘‘วโร วรญฺญู วรโท วราหโร’’ติอาทิมฺหิ ปฐมํ ว-การํ วาเจนฺโต ทุติยาทิว-กาเร โอปาเตติ, ปฐมํ โร-การํ วาเจนฺโต ทุติยโร-กาเร โอปาเตติ, ปฐมํ ร-การํ วาเจนฺโต ทุติยร-กาเร โอปาเตติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ สมฺภวติ. อนุพฺยญฺชนานุโลมโต สมฺภวติ เอวาติ เจ? น, ‘‘ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิมินา วิรุทฺธตฺตา. อิทญฺหิ วจนํ เอกสฺมึ ปเท เอกา อาปตฺตีติ ทีเปติ. ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจมาโน รูติ โอปาเตตี’’ติ วจนโต สกลํ ปาทํ วาเจนฺตสฺส ปฐมอกฺขรมตฺเต เอกโต วุตฺเต อาปตฺตีติ สิทฺธนฺติ เจ? น, ‘‘อกฺขรกฺขราย อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิมินา วิรุทฺธตฺตา, ตสฺมา รูติ โอปาเตตีติ วตฺตุํ อสมฺภวโต รู-การสฺส ยถาวุตฺตธมฺมปริยาปนฺนภาวสิทฺธิโต ตํ อวตฺวา เกวลํ อกฺขราย วาเจนฺตสฺส ยถาวุตฺตธมฺมปริยาปนฺนอกฺขรภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจมาโน’’ติ วุตฺตํ, วจนสิลิฏฺฐตาวเสน วา อนุพฺยญฺชเน เวทนาวจนํ วิยาติ เวทิตพฺพํ.
ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปฐมสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐. ‘‘น สหเสยฺยํ กปฺเปตพฺพ’’นฺติ ภาววเสน วุตฺตํ, เกสุจิ ‘‘น สหเสยฺยา กปฺเปตพฺพา’’ติ ปาโฐ, น กปฺเปตพฺพา ภิกฺขุนาติ ปญฺญตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘อปสฺเสนํ วาติ วายิมมญฺจกเมว โหตี’’ติ ลิขิตํ. ยํ เอเตสํ น กปฺปติ, ตํ เตสมฺปีติ อุปชฺฌายาทีนํ สนฺติกํ อคนฺตฺวา สหเสยฺยํ กปฺเปยฺยาติ ปาฐเสโส.
๕๒. ‘‘อนุปสมฺปนฺโน นาม ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสโส’ติ วุตฺตตฺตา มาตุคาโม อนุปสมฺปนฺโนติ จตุตฺถรตฺติยํ มาตุคาโม เทฺวปิ สหเสยฺยาปตฺติโย ชเนตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา…เป… ปนฺโนติ ปาราชิกวตฺถุภูโต ติรจฺฉานปุริโส อธิปฺเปโต’’ติ จ, อุภยมฺปิ วีมํสิตพฺพํ. ทุติยสิกฺขาปเท มาตุคาโม นามาติ มนุสฺสิตฺถึเยว คเหตฺวา ยกฺขี เปตี ติรจฺฉานคตา ปาราชิกวตฺถุภูตา น คหิตา เตสุ ทุกฺกฏตฺตา. ‘‘สเจ ปน อตฺตโนปิ สิกฺขาปเท ทุกฺกฏํ ภเวยฺย, อถ กสฺมา ปฐมสิกฺขาปเท ปาจิตฺติย’’นฺติ จ วุตฺตํ. ‘‘อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺตี’’ติ สีหฬฏฺฐกถาวจนํ, ตสฺสตฺถํ ทีเปตุํ อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘ภูมิยํ วินา ชคติยา ปมุขํ สนฺธาย กถิต’’นฺติ วุตฺตํ. ปุน วสตีติ จตุตฺถทิวเส วสติ. ภิกฺขุนิปนฺเนติ ภิกฺขุมฺหิ นิปนฺเน. สนฺนิปติตมณฺฑปํ นาม มหาวิหาเร สนฺนิปาตฏฺฐานํ. ‘‘ตีณิ จ ทิวสานิ ทุกฺกฏเขตฺเต วสิตฺวา จตุตฺเถ ทิวเส สหเสยฺยาปตฺติปโหนเก สยติ, ปาจิตฺติเยวา’’ติ เอกจฺเจ วทนฺติ กิร, ตํ น ยุตฺตํ.
ปฐมสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๕. ‘‘อถ โข เต มนุสฺสา’’ติ จ ‘‘เต อทฺธิกา’’ติ จ ปาโฐ. ‘‘เอกรตฺต’’นฺติปิ อตฺถิ, โส น สุนฺทโร. ปณฺฑเก ปาฬิยํ ทุกฺกฏสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘อุภโตพฺยญฺชเนหิ มูลาปตฺตีติ ทิสฺสตี’’ติ, ‘‘อนิมิตฺตาทโย อิตฺถิโยวา’’ติ จ วทนฺติ อุภโตพฺยญฺชนเก วุตฺตํ วิย. กิญฺจาปิ มติตฺถี ปาราชิกวตฺถุ โหติ, อนุปาทินฺนปกฺเข ฐิตตฺตา ปน อิธ อาปตฺตึ น กโรติ. ปาราชิกาปตฺติฏฺฐานญฺเจตฺถ น โอโลเกตพฺพํ.
ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๖. ‘‘วิญฺญู ปฏิพลา’’ติ วจนโต อวิญฺญู อิตฺถิยาปิ เทเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อิธ ยกฺขีอาทโย มนุสฺสิตฺถี วิย อโนฬาริกตฺตา ทุกฺกฏวตฺถุกา ชาตา. ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถิยา ปฏิพลตาย วุตฺตตฺตา อิตราปิ ทุกฺกฏวตฺถุเยวาติ เอเก. ‘‘มาตุคามายา’’ติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ. ‘‘อฏฺฐกถาทิปาฐํ ฐเปตฺวา ทมิฬาทินา ยถารุจิ กเถตุํ ลภติ กิรา’’ติ ลิขิตํ, ยถา ยกฺขีอาทโย ทุกฺกฏวตฺถุกา ชาตา, ตถา ปุริสวิคฺคหํ คเหตฺวา ฐิเตน ยกฺขาทินา สทฺธึ ฐิตสฺส มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต ทุกฺกฏํ อนาปชฺชิตฺวา กสฺมา ปาจิตฺติยมาปชฺชตีติ เจ? อีสกมฺปิ ทุติยปกฺขํ อภชนโต. มนุสฺสมาตุคาโมปิ น ทุติโย, ปเคว ยกฺขาทโยติ. น ทุติยานิยเต ตสฺส ทุติยตฺตาติ เจ? น ตตฺถ ทุฏฺฐุลฺลวาจาเปกฺขา ทุติยตา, กินฺตุ นิสชฺชาเปกฺขา, อิธ จ น นิสชฺชมตฺตํ, กินฺตุ เทสนา อิธาธิปฺเปตา. สา จ นิปชฺชนโต โอฬาริกา, ตสฺมา อสมตฺถนิทสฺสนํ.
ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๗. ‘‘จตุตฺถปาราชิกวตฺถุ จ อิทญฺจ เอกเมวา’’ติ วุตฺตํ, น ยุตฺตํ. กสฺมา? ตตฺถ ‘‘โมฆปุริสา’’ติ วุตฺตตฺตา. เต อริยมิสฺสกา น โหนฺตีติ เทฺวปิ เอกสทิสานีติ มม ตกฺโก. ‘‘อริยาปิ ปฏิชานึสุ, เตสมฺปิ อพฺภนฺตเร วิชฺชมานตฺตา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺสา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘สพฺเพปิ ภูตํ ภควาติ ปุถุชฺชนอริยานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส อาโรจิตตฺตา ‘ภูต’นฺติ วุตฺตํ, น อตฺตโน อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ สนฺธายาติ อปเร’’ติ วุตฺตํ.
๗๗. ปุพฺเพ อวุตฺเตหีติ จตุตฺถปาราชิเก อวุตฺเตหีติ.
ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๘-๘๐. ‘‘เตเนว หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจสี’’ติ ปาโฐ สมฺปติปาโฐ สุนฺทโร. อปโลเกตฺวาว กาตพฺพา. โน เจ, ปาฬิยํเยว วุตฺตํ สิยา. ‘‘โอตฺตปฺเปนา’’ติ วตฺตพฺเพ รุฬฺหีวเสน ปเรสุ ‘‘หิโรตฺตปฺเปนา’’ติ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ อุตฺตานตฺตา น วุตฺตํ, ปาจิตฺติยาสมฺภวทสฺสเนเนว หิ ทุกฺกฏนฺติ สิทฺธํ.
๘๓. ตตฺถ ‘‘กมฺม’’นฺติ วุตฺตอชฺฌาจาเรปิ ปริยาปนฺนตฺตา ตํ ตสฺส ทณฺฑกมฺมวตฺถุ. ‘‘ตตฺถ กมฺมํ อาปนฺโน’’ติ ปุพฺเพปิ ลิขิตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘อตฺตกามํ อาปนฺโน’’ติ ปาโฐ, ‘‘อยเมว คเหตพฺโพ’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ.
ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๖. กฏสกฺขรา เสตมตฺติกา วิย มุทุกา สกฺขรชาติ. ‘‘อกตปพฺภาเรติ อวลญฺชิตพฺพฏฺฐานทสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘อโนวสฺสกฏฺฐานทสฺสนตฺถ’’นฺติ วตฺตพฺพํ. มูสิกุกฺกุรนฺติ มูสิกาหิ อุทฺธฏปํสุ. สุทฺธจิตฺตาติ กิญฺจาปิ ‘‘เอวํ ปวฏฺฏิเต ปถวี ภิชฺชิสฺสตี’’ติ ชานนฺติ, โน ปน เจ ปถวีเภทตฺถิกา, สุทฺธจิตฺตา นาม โหนฺติ. ปํสุอาทโย เทฺว โกฏฺฐาสา อาปตฺติกรา. เกจิ ‘‘สพฺพจฺฉนฺนาทีสุ อุปฑฺเฒ ทุกฺกฏสฺส วุตฺตตฺตา สเจ ทุกฺกฏํ, ยุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ตตฺถ ยุตฺตํ ตาทิสสฺส วตฺถุโน สมฺภวา, อิธ ปน ชาตปถวี จ อชาตปถวี จาติ เทฺวเยว วตฺถูนิ, ตสฺมา ทฺวินฺนํ เอเกน ภวิตพฺพนฺติ น ยุตฺตํ. เอตฺถาปิ ทุกฺกฏวจนํ อตฺถีติ เจ? ตํ ปน สญฺญาวเสน, น วตฺถุวเสนาติ น ยุตฺตเมว.
๘๗. อคฺคึ กาตุํ วฏฺฏตีติ เอตฺถ เอตฺตาวตา อุสุมํ คณฺหาติ, ตสฺมา วฏฺฏตีติ เกจิ. เอวํ สติ ปถวิยา อคฺคิมฺหิ กเต ทูรโตปิ ภูมิ อุณฺหา โหติ, ตตฺตกํ โกเปตพฺพํ สิยา, น จ กปฺปติ, ตสฺมา ยสฺมึ ฐาเน ปตติ, ตํ โส อคฺคิ ฑหติ, ตสฺมา วฏฺฏตีติ เอเก. อฑหิเตปิ ‘‘อทฑฺฒาย ปถวิยา อคฺคึ ฐเปตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา อตฺตนา ปาตนาเยว โทโส ปติเต อุปทาเหติ เวทิตพฺพํ.
ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน มุสาวาทวคฺโค ปฐโม.
๒. ภูตคามวคฺโค
๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๙. ผรสุํ นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโตติ ทสฺสิตภาวํ ชานาเปติ. กสฺมา อยํ ผรสุํ อุคฺคิรีติ เจ? มนุสฺสานนฺติอาทิ ตสฺส ปริหาโร. ‘‘อาโกเฏสิ ฉินฺทีติ จ วจนโต รุกฺขเทวตานํ หตฺถานิ ฉิชฺชนฺติ, น จาตุมหาราชิกาทีนํ วิย อจฺเฉชฺชานี’’ติ วทนฺติ.
๙๐-๙๒. ภวนฺติ อหุวุญฺจาติ ทฺวิกาลิโก ภูตสทฺโท. ยทิ พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิตํ, ตเทว สนฺตกํ ยทิทํ. โสว กุกฺกุโฏ มํสิมกฺขิโตติ อยเมว หิ ปริหาโร. อฏฺฐกถาสุปิ หิ ‘‘พีเช พีชสญฺญี’’ติ ลิขิตํ. ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหติ, ตสฺมึ พีเช ภูตคามพีเชติ โยเชตฺวา. อมูลกตฺตา กิร สมฺปุณฺณภูตคาโม น โหติ, ‘‘สมูลปตฺโต เอว หิ ภูตคาโม นามา’’ติ การณํ วทนฺติ. ‘‘อภูตคามมูลตฺตาติ ภูตคามโต อนุปฺปนฺนตฺตา อภูตคามมูลํ, ภูตคามสฺส อมูลกตฺตา วา. น หิ ตโต อญฺโญ ภูตคาโม อุปฺปชฺชตี’’ติ ทฺวิธาปิ ลิขิตํ. ปิยงฺคุ อสนรุกฺโข วฑฺฒนตฺตโจ ขชฺชผโล, ‘‘ปีตสาโล’’ติปิ วุจฺจติ. อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉตีติ นาฬิเกรสฺเสวายํ. ฆฏปิฏฺฐิชาตตฺตา, พีชคามานุโลมตฺตา จ ทุกฺกฏวตฺถุ. น วาเสตพฺพํ ‘‘ทุรูปจิณฺณตฺตา’’ติ ลิขิตํ, ‘‘เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหตีติ วจนโต เยสํ น รุหติ, เตสํ สาขาย กปฺปิยกรณกิจฺจํ นตฺถีติ สิทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ. มุทฺทติณนฺติ ตสฺส นามํ. ‘‘มุญฺชติณนฺติ ปาโฐ’’ติ ลิขิตํ.
สมณกปฺเปหีติ สมณโวหาเรหิ, ตสฺมา วตฺตพฺพํ ภิกฺขุนา ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ. ตสฺส อาณตฺติยา กโรนฺเตนาปิ สามเณราทินา ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว อคฺคิปริชิตํ กาตพฺพนฺติ สิทฺธํ. อคฺคิปริชิตาทีนิ วิย กปฺปิยตฺตา อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิปิ ‘‘ปญฺจหิ สมณกปฺเปหี’’ติ (จูฬว. ๒๕๐) เอตฺถ ปวิฏฺฐานิ, ยถาลาภโต วา สมณกปฺปวจนํ คเหตพฺพํ. ‘‘กปฺปิย’นฺติ วตฺตุกาโม ‘กปฺป’นฺติ เจ วทติ, ‘วฏฺฏตี’ติ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กปฺปิย’นฺติ วจนํ สกสกภาสายปิ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘กปฺปิยนฺติ วตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา ภิกฺขุนา ‘กปฺปิยํ’อิจฺเจว วตฺตพฺพํ, ‘‘อิตเรน ปน ยาย กายจิ ภาสายา’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. ‘‘อุจฺฉุํ กปฺปิยํ กริสฺสามีติ ทารุํ วิชฺฌตี’’ติ วจนโต กปฺปิยํ กาตพฺพํ สนฺธาย วิรทฺเธติ วุตฺตํ โหติ, อาจริยา ปน ‘‘กปฺปิยํ กาเรตพฺพํ สนฺธาย กปฺปิยนฺติ สิตฺถาทึ กาเรติ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตสฺส การณํ วทนฺตา กาตุํ วฏฺฏนภาเวเนว วิรชฺฌิตฺวา กเตปิ กปฺปิยํ ชาตํ. ยทิ น วฏฺเฏยฺย, สิตฺถาทิมฺหิ กเต น วฏฺเฏยฺยาติ, อุปปริกฺขิตพฺพํ. อุฏฺฐิตเสวาลฆฏํ อาตเป นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ, วิโกเปตุกามตาย สติ ทุกฺกฏํ ยุตฺตํ วิย. ‘‘ปุปฺผรชฺชุภาชนคติกา, ตสฺมา น วฏฺฏติ. นาเฬ วา พทฺธปุปฺผกลาเป นาฬสฺมึ กเตปิ วฏฺฏติ ตสฺมึ ปุปฺผสฺส อตฺถิตายา’’ติ วทนฺติ. โปราณคณฺฐิปเท ‘‘พีชคาเมน ภูตคาโม ทสฺสิโต อนวเสสปริยาทานตฺถ’’นฺติ วุตฺตํ.
ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๘-๙. อญฺญํ วทตีติ อญฺญวาทกํ, ‘‘วจนํ กเรยฺยา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ตุณฺหีภูตสฺเสตํ นาม’’นฺติ ปาโฐ. อุคฺฆาเตตุกาโมติ สโมหนิตุกาโม, อนฺตรายํ กตฺตุกาโมติ โปราณา.
๑๐๐. ‘‘สุทิฏฺโฐ ภนฺเต, น ปเนโส กหาปโณติอาทีสุ อนาโรปิเต ทุกฺกเฏน มุสาวาทปาจิตฺติยํ, อโรปิเต ปาจิตฺติยทฺวยํ โหตี’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ.
๑๐๒. อธมฺเมน วา วคฺเคน วา น กมฺมารหสฺส วาติ เอตฺถ ‘‘มยิ วุตฺเต มํ วา อญฺญํ วา สงฺโฆ อธมฺเมน วา กมฺมํ, วคฺเคน วา กมฺมํ กริสฺสติ, น กมฺมารหสฺส วา เม, อญฺญสฺส วา กมฺมํ กริสฺสตี’’ติ น กเถตีติ โยเชตพฺพํ.
อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๐๓. ‘‘ฉนฺทายา’’ติ อกฺขรกฺขรายาติอาทิ วิย ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, ฉนฺทตฺถนฺติ วา อตฺโถ. เยสํ เสนาสนานิ ปญฺญเปติ, เตสํ อตฺตนิ ฉนฺทตฺถนฺติ อธิปฺปาโย.
๑๐๖. อนุปสมฺปนฺนนฺติอาทีสุ กรณตฺโถ คเหตพฺโพ. อญฺญํ อนุปสมฺปนฺนนฺติ อญฺเญน อนุปสมฺปนฺเนน. ตสฺส วาติ อนุปสมฺปนฺนสฺส. ‘‘สมฺมุติกาเล ปญฺจงฺควิรหาทโย อสมฺมตา นามา’’ติ, ‘‘อุปสมฺปนฺเนน ลทฺธสมฺมุติ สิกฺขาปจฺจกฺขาเนน วินสฺสตี’’ติ จ วุตฺตํ. สงฺเฆนาติ สพฺเพน สงฺเฆน กมฺมวาจาย อสฺสาเวตฺวา ‘‘ตเวโส ภาโร’’ติ เกวลํ อาโรปิตภาโร. เกวล-สทฺโท เหตฺถ กมฺมวาจาย อสฺสาวิตภาวมตฺตเมว ทีเปติ. สยเมวาติ อิตเรสํ ภิกฺขูนํ อนุมติยา. อภูเตน ขียนกสฺส อาทิกมฺมิกสฺส กถํ อนาปตฺตีติ เจ? อิมินา สิกฺขาปเทน. มุสาวาเท อาปตฺติเยว เทฺว ปาจิตฺติโย วุตฺตา วิย ทิสฺสนฺติ ปุพฺพปโยเค รุกฺขาทิฉินฺทนาทีสุ วิย, วิจาเรตพฺพํ.
อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๑๐. ‘‘เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหตี’’ติ วจนโต, ปริวาเร ‘‘เอกา ปญฺญตฺติ, เอกา อนุปญฺญตฺตี’’ติ (ปริ. ๒๒๖) วจนโต จ อิธ อตฺถิ อนุปญฺญตฺตีติ สิทฺธํ. กิญฺจาปิ สิทฺธํ, ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติอาทินา ปน ปญฺญตฺติฏฺฐานํ น ปญฺญายติ, เกวลํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อฏฺฐมาเส…เป… นิกฺขิปิตุ’’นฺติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, ตํ กสฺมาติ เจ? ปฐมปญฺญตฺติยํ วุตฺตนเยเนว วตฺตพฺพโต อวิเสสตฺตา น วุตฺตํ. ยทิ เอวํ กา เอตฺถ อนุปญฺญตฺตีติ? อชฺโฌกาเสติ. อยมนุปญฺญตฺติ ปญฺญตฺติยมฺปิ อตฺถีติ เจ? อตฺถิ, ตํ ปน โอกาสมตฺตทีปนํ, ทุติยํ จาตุวสฺสิกมาสสงฺขาตกาลทีปนํ. ยสฺมา อุภยมฺปิ เอกํ กาโลกาสํ เอกโต กตฺวา ‘‘อชฺโฌกาเส’’ติ วุตฺตนฺติ ทีเปนฺโต ภควา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว…เป… นิกฺขิปิตุ’’นฺติ อาหาติ เวทิตพฺพํ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ ‘‘ยตฺถ จ ยทา จ สนฺถริตุํ น วฏฺฏติ, ตํ สพฺพมิธ อชฺโฌกาสสงฺขฺยเมว คตนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ. เหมนฺตกาลสฺส อนาปตฺติสมยตฺตา อิทํ สิกฺขาปทํ นิทานานเปกฺขนฺติ สิทฺธํ, ตถา หิ อชฺโฌกาสปทสามตฺถิเยน อยํ วิเสโส – วสฺสานกาเล โอวสฺสกฏฺฐาเน อชฺโฌกาเส, มณฺฑปาทิมฺหิ จ น วฏฺฏติ. เหมนฺตกาเล ปกติอชฺโฌกาเส น วฏฺฏติ, สพฺพมิธ โอวสฺสเกปิ มณฺฑปาทิมฺหิ วฏฺฏติ, ตญฺจ โข ยตฺถ หิมวสฺเสน เสนาสนํ น เตเมติ, คิมฺหกาเล ปกติอชฺโฌกาเสปิ วฏฺฏติ, ตญฺจ โข อกาลเมฆาทสฺสเนเยวาติ อยํ วิเสโส ‘‘อฏฺฐ มาเส’’ติ จ ‘‘อวสฺสิกสงฺเกเต’’ติ จ เอเตสํ ทฺวินฺนํ ปทานํ สามตฺถิยโตปิ สิทฺโธ.
กิญฺจ ภิยฺโย – อฏฺฐกถายํ สนฺทสฺสิตวิเสโสว. จมฺมาทินา โอนทฺธโก วา นววายิโม วา น สีฆํ วินสฺสติ. กายานุคติกตฺตาติ กาเย ยตฺถ, ตตฺถ คตตฺตา. สงฺฆิกมญฺจาทิมฺหิ กายํ ผุสาเปตฺวา วิหริตุํ น วฏฺฏตีติ ธมฺมสิริตฺเถโร. ‘‘สงฺฆิกํ ปน ‘อชฺโฌกาสปริโภเคน ปริภุญฺชถ, ภนฺเต, ยถาสุข’นฺติ ทายกา เทนฺติ เสนาสนํ, เอวรูเป อนาปตฺตี’’ติ อนฺธกฏฺฐกถายํ วจนโต, อิธ จ ปฏิกฺเขปาภาวโต วฏฺฏติ. ‘‘อญฺญญฺจ เอวรูปนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ปาทฏฺฐานาภิมุขาติ นิสีทนฺตสฺส ปาทปตนฏฺฐานาภิมุขา’’ติ ลิขิตํ. สมฺมชฺชนฺตสฺส ปาทฏฺฐานาภิมุขนฺติ อาจริยสฺส ตกฺโก.
๑๑๑. ‘‘ปาทุทฺธาเรนาติ พหิอุปจาเร ฐิตตฺตา’’ติ ลิขิตํ. คจฺฉนฺติ, ทุกฺกฏํ ธมฺมกถิกสฺส วิย. กสฺมา น ปาจิตฺติยํ? ปจฺฉา อาคเตหิ วุฑฺฒตเรหิ อุฏฺฐาเปตฺวา คเหตพฺพโต. ธมฺมกถิกสฺส ปน อนุฏฺฐเปตพฺพตฺตา. ‘‘อนาณตฺติยา ปญฺญตฺติยมฺปิ ตสฺส ภาโร’’ติ วุตฺตํ.
๑๑๒. ปริหรเณเยวาติ เอตฺถ คเหตฺวา วิจารเณติ ธมฺมสิริตฺเถโร. อตฺตโน สนฺตกกรเณติ อุปติสฺสตฺเถโร. พีชนีปตฺตกํ จตุรสฺสพีชนี.
๑๑๓. ‘‘โย ภิกฺขุ วา สามเณโร วา…เป… ลชฺชี โหตี’ติ วุตฺตตฺตา อลชฺชึ อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ปาเฐ ‘‘เกนจิ ปลิพุทฺธํ โหตี’’ติ จ อฏฺฐกถายํ ‘‘ปลิพุทฺธ’’นฺติ จ เสนาสนํเยว สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺมา ตถาปิ อตฺถีติ คเหตพฺพํ. ‘‘อนาปุจฺฉํ วา’’ติ ปาโฐ.
ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๑๖-๗. เอตฺตกเมว วุตฺตมฏฺฐกถาสุ, ตถาปิ ปทฏฺฐาทโยปิ ลพฺภนฺติ เอว. อนุคณฺฐิปเท ‘‘อญฺญํ อตฺถรณาทิ อกปฺปิยตฺตา น วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘มญฺจํ วา ปีฐํ วา วิหาเร วา วิหารูปจาเร วา’ติ อิมินาปิ สํสนฺทนตฺถํ ‘กิญฺจาปิ วุตฺโต, อถ โข’ติอาทิ อารทฺธ’’นฺติ จ วุตฺตํ. อุปจารมตฺตญฺเจตํ ‘‘รุกฺขมูเล’’ติ, ตตฺถ วตฺตพฺพํ นตฺถิ.
๑๑๘. อนาปุจฺฉิตฺวาปิ คนฺตุํ วฏฺฏตีติ อสติยา คจฺฉโตปิ อนาปตฺติ, อาปุจฺฉนํ ปน วตฺตํ สญฺจิจฺจ อนาปุจฺฉโต วตฺตเภททุกฺกฏตฺตา. ปุคฺคลิกเสนาสเน สงฺฆิกเสยฺยํ, สงฺฆิกเสนาสเน วา ปุคฺคลิกเสยฺยํ อตฺถริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ยุตฺตํ วิย. กสฺมา? ‘‘เสยฺยามตฺตเมว นสฺเสยฺยา’’ติ วุตฺตตฺตา. อิธ ปน ‘‘ปลิพุทฺธํ ปลิพุทฺโธ’’ติ ทุวิธมฺปิ อตฺถิ.
ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๒๑. ฉพฺพคฺคิเยสุเยว เถรา ภิกฺขูติ เกจิ. ปาเท โธวิตฺวาติอาทิมฺหิ ปวิสนฺตสฺส วา ปาทโธวนปาสาณโต ยาว มญฺจปีฐํ ปสฺสาวตฺถาย นิกฺขมนฺตสฺส วา ยาว ปสฺสาวฏฺฐานนฺติ โยชนา กาตพฺพา. เอวํ สนฺเต ‘‘ปสฺสาวตฺถาย นิกฺขมนฺตสฺส วา’’ติ น วตฺตพฺพํ, ‘‘ปสฺสาวฏฺฐานโต นิกฺขมนฺตสฺส วา’’ติ วตฺตพฺพํ. ปสฺสาวฏฺฐานนฺติ กตฺถจิ โปตฺถเก. ตถา หิ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ปวิสนฺตสฺส ปาทโธวนปาสาณโต ยาว มญฺจปีฐํ นิกฺขมนฺตสฺส มญฺจปีฐโต ยาว ปสฺสาวฏฺฐานํ, ตาว อุปจาโร’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ปาเท โธวิตฺวา ปวิสนฺตสฺส, ปสฺสาวตฺถาย นิกฺขมนฺตสฺส จ ทฺวาเร นิกฺขิตฺตปาทโธวนปาสาณโต, ปสฺสาวฏฺฐานโต จ มญฺจปีฐ’’นฺติ กตฺถจิ โปตฺถเก ปาโฐ, โส อปาโฐ. กสฺมา? มญฺจปีฐานํ อุปจารสฺส วุตฺตตฺตา. ปวิสนฺตสฺส ยาว มญฺจปีฐานํ อุปจาโร, นิกฺขมนฺตสฺส ตโต ปฏฺฐาย ยาว ปสฺสาวฏฺฐานํ วจฺจกุฏิจงฺกมฏฺฐานนฺติ อิมินา อตฺเถน ยถา สํสนฺทติ, ตถาวิโธ ปาโฐติ อาจริโย.
๑๒๒. อุปจารํ ฐเปตฺวาติ อิธ วุตฺตอุปจารํ ฐเปตฺวา. ‘‘ทสฺสนสวนูปจาเรปิ สนฺถรนฺตสฺสา’’ติ ลิขิตํ.
อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๒๖-๗. ฉสตฺตโกฏฺฐกานิ วาติ เอตฺถ ทฺวารโกฏฺฐกํ อธิปฺเปตํ. ‘‘นิกฺขมา’’ติ วจนํ สุตฺวาปิ อตฺตโน รุจิยา นิกฺขมติ, อนาปตฺติ; อิธ อคฺคิสาลาทิ เอว อุปจาโรติ.
นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๒๙. ‘‘ปมาณมชฺฌิมสฺส คลปฺปมาเณ ทินฺนตุลาปิ เวหาสกุฏิเยวา’’ติ ลิขิตํ, ‘‘น สา อิธ อธิปฺเปตา’’ติ วุตฺตํ.
เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๓๕. ยาว ทฺวารโกสาติ ทฺวารสมีปา, ยาว ภิตฺตีติ อตฺโถ, ตํ สุวุตฺตํ. กวาฏวิตฺถารปฺปมาโณติ หตฺถปาสสฺสาธิปฺเปตตฺตา, สมนฺตา กวาฏวิตฺถารปฺปมาณอุปจารสฺส คหิตตฺตา อปริปูรอุปจาราปิ โหติ. อาโลกํ กโรตีติ อาโลกํ สนฺเธติ ปิเธตีติ สนฺธิ เอว อาโลกสนฺธินามกา โหนฺติ. วาตปานกวาฏเลปกมฺเม อปฺปหริตฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ.
๑๓๖. อิฏฺฐกาติ ฉทนกปาลาสิลาทิอิฏฺฐกา. ฉทนูปรีติ เอตฺถ ปฐมํ ตาว เอกวารํ อปริเสสํ ฉาเทตฺวา ปุน ฉาทนทณฺฑเก พนฺธิตฺวา ทุติยวารํ ตเถว ฉาเทตพฺพํ. ‘‘ตติยวารจตุตฺถวาเร สมฺปตฺเต เทฺว มคฺเค อธิฏฺฐหิตฺวา ตติยมคฺคํ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ ฉาทาเปตี’’ติ อิมินา ยุชฺชติ.
โปราณา ปน ‘‘ปฐมวาเรเยว ตโย มคฺเค อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ, จตุตฺถโต ปฏฺฐาย อาปตฺติ ปาจิตฺติยํ, จตุตฺถเลปโต ปฏฺฐาย อาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. ตตฺถ ฉทเน วุตฺตวิธินิทาเนน สเมติ, เลเป วุตฺตวิธิติกจฺเฉเทน สเมติ. ตถาปิ โส น ยุตฺโตว. นิทาเน, อฏฺฐกถายญฺจ สิทฺธเลปตฺตา สพฺพโสวาปิ อจฺฉนฺเน, ฉนฺเนวาปิ อเนกโส ปริยายสฺส ตติยสฺเสว อธิฏฺฐานนฺติ โน สเมตีติ อาจริโย. ‘‘เทฺว มคฺเค’’ติ, ‘‘เทฺว ฉทเน’’ติ จ ‘‘ตติยวารโต ปฏฺฐาย เอวํ ฉาทาเปหี’ติ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพ’’นฺติ จ อุปติสฺสตฺเถโร วทติ กิร.
มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๔๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน ภูตคามวคฺโค ทุติโย.
๓. โอวาทวคฺโค
๑. โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๔๔. กถานุสาเรนาติ โย ภิกฺขุโนวาทกตฺถิโก กึสีโล กึสมาจาโร กตรกุลา ปพฺพชิโตติอาทิ กถานุสาเรนาติ อตฺโถ. สคฺคมคฺคคมเนปีติ อปิ-สทฺเทน โมกฺขคมเนปิ. ‘‘ลกฺขณปฺปฏิเวธปฏิสํยุตฺโต’’ติ อฏฺฐครุธมฺมานุสาเรน วตฺตพฺพํ ธมฺมกถํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๑๔๕-๑๔๗. นิสฺสีมนฺติ วิหาเร พทฺธสีมโต อญฺญํ อพทฺธสีมํ, คามสีมาทินฺติ อตฺโถ. ‘‘สุปินนฺเตนปี’’ติ น สพฺเพสนฺติ อิธ พาหุลฺลนเยน วุตฺตํ. ฉพฺพคฺคิยา หิ เกจิ วีสติวสฺสาปิ อตฺถิ อติเรกวีสติวสฺสาปีติ อิมินา อิมํ มชฺฌิมโพธิกาเล ปญฺญตฺตนฺติ วิญฺญายติ. ‘‘สีลวา โหตี’’ติ วตฺวา ตสฺส จตุพฺพิธตฺตา อิธ อธิปฺเปตสีลเมว ทสฺเสตุํ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. คณฺฐานุคณฺฐิปเทสุ ‘‘สติสํวราทโย อิธ นาธิปฺเปตา, เตน วิภงฺคปาฐํ ทสฺเสติ อฏฺฐกถาจริโย’’ติ วุตฺตํ. อตฺถโตติ ปาฬิอตฺถโต. การณโตติ การณูปปตฺติโต, อฏฺฐกถาโตติ อธิปฺปาโย. อถ วา การณโตติ ธมฺมโต, เตน อตฺถโต ธมฺมโตติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา อตฺถโตติ ผลโต. ‘‘การณโตติ เหตุโต. ธมฺมปทมฺปิ ชาตเกน สหา’’ติ ลิขิตํ. ปญฺหํ กเถตุนฺติ ‘‘ปญฺหํ ปุฏฺโฐ กเถตี’’ติ เอตฺถ ภิกฺขุนิยา ปุฏฺเฐน ‘‘น ชานามี’’ติ น สกฺกา กเถตุํ. ‘‘น โข ปน ตํ ภควนฺต’’นฺติ ปาโฐ. ‘‘น โข ปเนต’’นฺติ จ ลิขนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. ‘‘กาสายวตฺถวสนายา’’ติ วจนโต ปาราชิกายปิ น วฏฺฏติ. ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺคเมว วุตฺตํ. เมถุเนน หิ ภิกฺขุนีทูสโก โหติ.
๑๔๘-๙. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม ปริวตฺตลิงฺคา, ปญฺจสตา สากิยานิโย วา. ‘‘ธมฺมเทสนาปตฺติโมจนตฺถํ ปนา’’ติ วจนโต มาตุคามคฺคหเณน สพฺพตฺถ ภิกฺขุนีสงฺคหํ คจฺฉตีติ สิทฺธํ. ภิกฺขุนิคฺคหเณน ปน มาตุคาโม ติริยํ ตรณสิกฺขาปเท (ปาจิ. ๑๘๗-๑๙๐) สงฺคหิโต, น อญฺญตฺถ. ‘‘โอสาเรตพฺพา’’ติ ปาฬิปาโฐ, ปาฬิ โอสาเรตพฺพาติ อตฺโถ. ‘‘โอสาเรตพฺพ’’นฺติ อฏฺฐกถาปาฬิ. เอกสฺมึ ฐาเน วนฺทิเต โทสาภาวโต พหูสุ เอกาย วนฺทิเต วฏฺฏตีติ เจ? ภิกฺขูหิ กตฺตพฺพํ นตฺถิ, ภิกฺขุนิยาเยว กตฺตพฺพํ, ตสฺมา น วฏฺฏติ. ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ นิสินฺนายาติ อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ นิสินฺนายา’’ติ วทนฺติ. น นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามาติ นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามา ภิกฺขู อิธ นาธิปฺเปตา, วสฺสํ อุปคนฺตุกามาว อธิปฺเปตาติ อตฺโถ. ยโต ปนาติ ภิกฺขุนีวิหารโต. ตตฺถาติ ภิกฺขุนีวิหาเร. กิญฺจาปิ ‘‘โอวาททายกา ภิกฺขู’’ติ วจนโต โอวาททายเกเหว สภิกฺขุโก อาวาโส โหติ, น สพฺเพหีติ อาปนฺโน, ตถาปิ อสติ ภิกฺขุโนวาทเก โอวาทสํวาสานํ อตฺถาย ยาจนตฺถาย อวสฺสํ คนฺตพฺพตฺตา อญฺเญหิปิ ภิกฺขูหิ สภิกฺขุโกปิ สภิกฺขุโก เอวาติ เวทิตพฺโพ. สา รกฺขิตพฺพาติ วสฺสจฺเฉทาปตฺติ รกฺขิตพฺพา. กสฺมา? อาปทาสุ หีติอาทิ. ‘‘อยํ อุโปสโถ จาตุทฺทสิโกติ ปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ เตรสิยํเยว, เอตรหิ ปน ภิกฺขุนิโย จาตุทฺทสิยํเยว คนฺตฺวา ‘‘กทา อยฺย อุโปสโถ’’ติ ปุจฺฉนฺติ. ‘‘ชายาโย วา ชาริโย วา’’ติ อธิปฺปาเยน วุตฺตํ กิร. ‘‘คจฺเฉยฺย เจ, อาปตฺตี’’ติ ปาโฐ. เทฺว ติสฺโสติ ทฺวีหิ ตีหิ. เอกโต อาคตานํ วเสน ‘‘ตาหี’’ติ พหุวจนํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอกา ภิกฺขุนี วา พหู ภิกฺขุนี วา พหูหิ ภิกฺขุนุปสฺสเยหิ โอวาทตฺถาย เปสิตา’’ติ วจนสฺส วิตฺถาโร ‘‘ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อยฺย ภิกฺขุนิโย จา’’ติอาทินา วุตฺโต. ‘‘ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อยฺย ภิกฺขุนิโย จา’ติอาทิ นานาอุปสฺสเยหิ เปสิตาย วจน’’นฺติ จ ‘‘อปริปุณฺณสงฺฆปุคฺคลนานาวาสทุติยวจนวเสน ปญฺจกฺขตฺตุํ อุปสงฺกมนํ วุตฺต’’นฺติ จ ลิขิตํ. ยสฺมึ อาวาเส ปาติโมกฺขุทฺเทโส น ปวตฺตติ, ตตฺถาปิ ยาจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปุนทิวเส เยน ปฏิคฺคหิตํ, เตน ‘‘นตฺถิ โกจิ ภิกฺขุ ภิกฺขุโนวาทโก สมฺมโต’’ติอาทิ วตฺตพฺพํ. อตฺถิ เจ สมฺมโต, นิทฺทิสิตพฺโพ. ‘‘สยเมว เจ สมฺมโต, อห’นฺติ วตฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. สเจ สมฺมโต วา โอวาทปฏิคฺคาหโก วา ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ, อญฺเญน อาโรจาเปตพฺพนฺติ เอเก, ‘‘อตฺตนาปิ อาโรเจตุํ วฏฺฏตี’’ติ จ วทนฺติ. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ‘‘อยฺยานํ ปวาเรตี’’ติ ลิขิตํ, เอวํ สติ ‘‘อยฺยสฺส ปวาเรมี’’ติ วตฺตพฺพํ, โปตฺถเก นตฺถิ.
โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อตฺถงฺคตสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๕๓. มุนาตีติ ชานาติ. อนฺตรธายติปีติ เอตฺถ ตทุตฺตมํ เจ อตฺถิ, ตํ ปสฺสามิ, ยํ วิจิตฺตํ วา, ตทตฺถญฺจ. ตคฺฆ การณํ. สห อุปฺปาทมนนฺตรา กิริยา. ยมา จ เต มนสา กตตฺร เนตฺวาติ. ยถา ปาโต สิยา ปาโต ภวํ ปาโตว อุทกโต อุคฺคนฺตฺวา ฐิตํ, ตถา วิโรจมานํ องฺคีรสํ พุทฺธํ ปสฺส, น เกวลํ ปทุมํ วิย, วิโรจมานํ ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเขติ สมฺพนฺโธ. อถ วา องฺคีรสํ พุทฺธํ ปทุมํว วิโรจมานํ สูริยํว ตปนฺตํ ปสฺส พุทฺธํ. ยถา ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ โกกนุทสงฺขาตํ ปทุมํ ปสฺสสิ, ตถา วิโรจมานํ องฺคีรสํ พุทฺธํ ปสฺส. อุภเยเนว หิ ภควโต กนฺติ ทีปิตาติ กตฺวา ทีปิตคุณสุภํ พุทฺธํ สกฺกตฺวา ตํ กนฺตึ ปูเชยฺย. ปูชเนยฺยโตปิ วีตินาเมยฺย อิติ ลกฺขเย. ‘‘เอกโต อุปสมฺปนฺนายา’’ติ ปาฬิ.
๑๕๖. ‘‘เอกโต อุปสมฺปนฺนาน’’นฺติ อฏฺฐกถาปาโฐ. ‘‘อภพฺโพ ตฺว’’นฺติอาทิวจนโต อนุกมฺปาวเสน สทฺธิวิหาริกาทึ สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒาเปนฺตสฺส อนาปตฺติ วิย ทิสฺสติ. อภพฺโพ หิ เถโร สญฺจิจฺจ ตํ กาตุํ, คเวสิตพฺพาว เอตฺถ ยุตฺตีติ เกจิ. เถเรน สิกฺขาปทปญฺญตฺติโต ปุพฺเพ กตนฺติ มม ตกฺโก.
อตฺถงฺคตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ภิกฺขุนุปสฺสยสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๖๒. ‘‘เอกรตฺตมฺปิ วสนฺตี’’ติ (ปาจิ. ๑๖๑) วจนโต ยตฺถ รตฺติยํ น วสนฺติ, ตตฺถ คนฺตฺวา โอวทิตุํ วฏฺฏตีติ เอเก. ยทิ เอวํ สงฺเกตฏฺฐานํ คนฺตฺวา โอวทิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. ‘‘ตโต อทฺธโยชเนเยว สภิกฺขุโก อาวาโส อิจฺฉิตพฺโพ’’ติ น วตฺตพฺพํ. ภิกฺขุโนวาทโก เจ อทฺธโยชนํ คนฺตฺวา โอวทิตุกาโม โหติ, ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อทฺธโยชนํ คนฺตฺวา โสตุกาโม, ‘‘วฏฺฏตี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, ตญฺจ น วุตฺตํ, ตสฺมา น วฏฺฏติ. เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ปน ‘‘เอกรตฺตมฺปี’’ติ วุตฺตํ. ตโต ปฏฺฐาย อุปสฺสยํ โหติ, น อุปสฺสยสงฺเขเปน กตมตฺเตนาติ วุตฺตํ โหติ. ยตฺถ วาสูปคตา ภิกฺขุนิโย, โส อุปสฺสยสงฺขฺยํ คจฺฉติ, ตตฺถ น คนฺตฺวา โอวาโท ทาตพฺโพ. เอกาวาเส ทิวา วฏฺฏตีติ เอเก, วิจาเรตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ.
ภิกฺขุนุปสฺสยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อามิสสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๖๔. ‘‘อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน อสมฺมต’’นฺติ ปาฬิวจนโต, ‘‘สมฺมเตน วา สงฺเฆน วา ภารํ กตฺวา ฐปิโต’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต จ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สมฺมเตน วา วิปฺปวสิตุกาเมน ‘‘ยาวาหํ อาคมิสฺสามิ, ตาว เต ภาโร โหตู’’ติ ยาจิตฺวา ฐปิโต, ตสฺสาภาวโต สงฺเฆน วา ตเถว ภารํ กตฺวา ฐปิโต อฏฺฐหิ ครุธมฺเมหิ โอวทิตุํ ลภติ, ปเคว อญฺเญน ธมฺเมนาติ สิทฺธํ. ‘‘โย ปน ภิกฺขุ อสมฺมโต ภิกฺขุนิโย โอวเทยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ ปเคว ภารํ กตฺวา อฏฺฐปิตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อภยคิริวาสีนมฺปิ อิทเมว มตํ, อนุคณฺฐิปเท ปน อิมํ นยํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘นตฺถิ โกจี’’ติอาทินา ‘‘เอตรหิ โอวาทโก อสมฺมโต ภิกฺขุโนวาทโก นามา’’ติ วตฺวา ‘‘ยํ ปน อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน กมฺมวาจาย อสมฺมตํ, ภิกฺขุสงฺเฆน ปน ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส อนุคฺคหํ กโรถ, ภิกฺขุนิโย โอวทถ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ กโรถ ผาสุวิหารนฺติ เอวํ ยาจิตฺวา ฐปิโต ภิกฺขุสงฺฆํ อาปุจฺฉิตฺวา, ตโต โส เถโร ภิกฺขุนิโย โอวทติ, เอวรูปํ ภิกฺขุสงฺเฆน อสมฺมตนฺติ, ตตฺร วุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘อสมฺมโต คามํ โอวาทตฺถาย อาคตานํ ภิกฺขุนีนํ วจนํ สุตฺวา ปฏิวจนํ เทนฺโต สงฺฆานุมติยา, น ญตฺติจตุตฺเถนา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อนุคณฺฐิปทมเตน สเมติ, อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตวจนํ เตน สเมติ, ตญฺจ ปาฬิวจนํ, น หิ โอวาทปฏิคฺคาหโก, ปาติโมกฺขุทฺเทสโก วา ‘‘ปาสาทิเกน สมฺปาเทตู’’ติ วจนมตฺเตน ภิกฺขุโนวาทโก นาม โหติ. โหตีติ เจ, อนุปสมฺปนฺโนปิ ตตฺตเกน วจเนน ‘‘ภิกฺขุโนวาทโก โหตู’’ติ วตฺตพฺโพ. โหตีติ เจ, ยํ วุตฺตํ คณฺฐานุคณฺฐิปเทสุ ‘‘อสมฺมโต นาม อสมฺมตภาเวน ‘พหุสฺสุโต ตฺวํ โอวทาหี’ติ สงฺเฆน ภารํ กตฺวา ฐปิโต’’ติ. เอตฺถ พาหุสจฺเจน กึ ปโยชนํ. อนุคณฺฐิปเทเยว ‘‘อภยคิริวาสี วทตีติ สุตฺวา สมฺมเตน วา อาณตฺโต โอวทิตุํ ลภตีติ ธมฺมสิริตฺเถโร ปจฺฉา อนุชานาตี’’ติ วุตฺตํ. กึ พหุกาย. ‘‘ปาสาทิเกน สมฺปาเทตู’’ติ เอตฺตกมตฺเตน ภิกฺขุโนวาทโก โหติ. อฏฺฐกถายํ ‘‘ภารํ กตฺวา’’ติ อิมินา กึ ปโยชนํ, ตตฺตกมฺปิ วตฺตุํ อญฺโญ น ลภติ, เตน จ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฐเปตฺวา พาลํ คิลานํ คมิกํ อวเสเสหิ โอวาทํ คเหตุ’’นฺติ (จูฬว. ๔๑๔) อยํ ปาฬิ วิรุชฺเฌยฺย. กถํ? ตสฺส หิ ‘‘น, ภิกฺขเว, โอวาโท น ปจฺจาหริตพฺโพ’’ติ (จูฬว. ๔๑๕) จนโต สมฺมตาสมฺมตภาเวน นตฺถิ โกจีติ ‘‘ปาสาทิเกน สมฺปาเทตู’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, วทนฺโต จ อิธ ปฐเมน อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ โหตีติ. โหตุ อสมฺมตตฺตา, อกตภารตฺตา จ. อิมสฺส จ ภิกฺขุโนวาทกตฺเต อิมสฺส ขียเนน ทุกฺกฏํ สิยา, สพฺพเมตํ อนิฏฺฐํ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘อยเมตฺถ ภิกฺขุโนวาทโก นามา’’ติ อวุตฺตตฺตา ตถา ภารํ กตฺวา ฐปิโต โอวทิตุํ ลภติเยว, นาญฺโญติ อาจริโย.
อามิสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. จีวรทานสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๖๙. สาทิยิสฺสสีติ ปุจฺฉา.
จีวรทานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. จีวรสิพฺพนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๗๖. วญฺเจตฺวาติ ‘‘ตว ญาติกายา’’ติ อวตฺวา ‘‘เอกิสฺสา ภิกฺขุนิยา’’ติ เอตฺตกเมว วตฺวา, เต หิ ‘‘เอกิสฺสา’’ติ วจนํ สุตฺวา อญฺญาติกาย สนฺตกสญฺญิโน สิพฺเพสุํ. อิมสฺมึ สิกฺขาปเท ‘‘จีวรํ นาม ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวร’’นฺติ เอตฺตกเมว ปาฬิ, เตน วุตฺตํ ‘‘จีวรนฺติ ยํ นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา’’ติอาทิ. ‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ จ ลิขิตํ, โส ปมาทเลโข.
จีวรสิพฺพนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๘๑. ตา ภิกฺขุนิโย ทูสยึสูติ วิปริณาโม กาตพฺโพ.
๑๘๒-๔. สมฺปทนฺตีติ ปทสา คจฺฉนฺติ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘สมฺปตนฺติ เอตฺถาติ สมฺปาโต’’ติอาทินา. ปทคเต อุปจาโร น ลพฺภติ, อจฺจาสนฺนตฺตา มิสฺสํ วิย โหตีติ. กุกฺกุฏวสฺสิตปริจฺฉินฺโน มหาอฏฺฐกถายํ. ‘‘ตมฺปิ โวหาเรนา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘เยภุยฺเยน ตถา สนฺนิเวโส โหตีติ กตฺวา อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, ตสฺมา น ปมาทเลโข’’ติ จ, ‘‘อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ, ตโต อุทฺธํ อทฺธโยชนลกฺขณสมฺปตฺตํ นาม โหตีติ คเหตพฺพ’’นฺติ จ วุตฺตํ. ‘‘กปฺปิยภูมิ กิรายํ…เป… น วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ทุทฺทสเญฺหตฺถ การณํ. กตรํ ปน ตนฺติ? ‘‘คจฺฉามาติ สํวิทหติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘คจฺฉามา’’ติ วตฺตมานวจนนฺตญฺจ, อมคฺเค ภิกฺขุนุปสฺสยาทิมฺหิ น สมฺภวติเยว มนุสฺสานํ อนฺตรฆราทิมฺหิ มคฺคสงฺเขปคมนโต, อุจฺจาสยนาทิอุปฺปตฺติฏฺฐานตฺตา จ. น ติตฺถิยเสยฺยาย วา ปพฺพชิตาวาสตฺตา. ทฺวาเรติ สมีปตฺเถ ภุมฺมํ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘รถิกายา’’ติ อาห. เสสอฏฺฐกถายํ ‘‘เอตฺถนฺตเร สํวิทหิเตปิ ภิกฺขุโน ทุกฺกฏ’’นฺติ อาคตตฺตา น สเมติ. ‘‘คามนฺตเร’’ติ วจนโต อญฺญคามสฺส อุปจาโรกฺกมเน เอว อาปตฺติ. ‘‘อทฺธโยชเน’’ติ วจนโต อติกฺกมเนเยว ยุตฺตํ.
๑๘๕. รฏฺฐเภเทติ วิโลเป. โปราณคณฺฐิปเท ‘‘ตโยปิ สงฺเกตา กาลทิวสมคฺควเสน, ตตฺถ ปจฺฉิเมเนว อาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อิมินา มคฺเคนา’’ติ วิสฺสชฺเชตฺวา อญฺเญน คจฺฉนฺติ เจ, อาปตฺติเยวาติ อตฺโถ.
สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. นาวาภิรุหนสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๘๙. นทิยา กุโต คามนฺตรนฺติ เจ? ‘‘ยสฺสา นทิยา’’ติอาทิมาห. คามนฺตรคณนายาติ ยสฺมึ คามติตฺเถ อารุโฬฺห, ตํ ฐเปตฺวา อญฺญคามคณนาย. ‘‘มาตุคาโมปิ อิธ สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ อาจริยสฺส ตกฺโก, เตเนว ‘‘อุภยตฺถ เอกโต อุปสมฺปนฺนาย ทุกฺกฏํ, สิกฺขมานาย สามเณริยา อนาปตฺตี’’ติ จ น วุตฺตํ. เอเสว นโย อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ.
๑๙๑. ‘‘โลกสฺสาทมิตฺตสนฺถววเสน เกฬิปุเรกฺขารา สํวิทหิตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา อกุสลจิตฺตํ โลกวชฺชนฺติ วตฺตพฺพนฺติ? น วตฺตพฺพํ, ‘‘เกฬิปุเรกฺขารา’’ติ วจนํ เยภุยฺยตาย วุตฺตํ. โปราณคณฺฐิปเท จ ‘‘ตีณิ จิตฺตานิ ติสฺโส เวทนา’’ติ วุตฺตํ, สํวิทหนกาเล วา เกฬิปุเรกฺขาโร ภิกฺขุ สํวิทหติ, อาปตฺติ ภิกฺขุโน คามนฺตโรกฺกมเน, อทฺธโยชนาติกฺกเม วา. กุสลจิตฺโต วา โหติ ปจฺจเวกฺขนฺโต, เจติยาทีนิ วา ปสฺสนฺโต, อพฺยากตจิตฺโต วา โหติ กิลมถวเสน นิทฺทายนฺโตติ ติจิตฺตานิ คหิตานีติ เวทิตพฺพา.
นาวาภิรุหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ปริปาจิตสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๙๒. เจฏเกติ ทารเก. ตรุณโปตเกติ โปราณา. ‘‘ปาปภิกฺขูนํ ปกฺขุปจฺเฉทาย อิทํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ปญฺจ โภชเนเยวาปตฺติ วุตฺตา’’ติ ลิขิตํ.
๑๙๔-๗. นิปฺผาทิตนฺติ วิญฺญตฺติยา น โหติ, กินฺตุ ปริกถาทีหิ, ตสฺมา อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติ, ตํ สนฺธาย ‘‘สพฺพตฺถ อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กถานุสาเรน ตตฺถ ปสีทิตฺวา เทนฺติ, อิทํ ปริปาจิตํ น โหติ, วฏฺฏนฺตี’’ติ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตตฺตาติ ธมฺมสิริตฺเถโร, อุปติสฺสตฺเถโร ปน ‘‘อิตรมฺปิ วฏฺฏติเยวา’’ติ อาห. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘ยสฺมา เทวทตฺโต ปกติยา ตตฺถ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ภุญฺชติ, ตสฺมา อิมํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ นิทานํ กตฺวา อิทํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.
ปริปาจิตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. รโหนิสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๙๘. ‘‘อุปนนฺทสฺส จตุตฺถสิกฺขาปเทน จา’’ติ ปาโฐ.
รโหนิสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน โอวาทวคฺโค ตติโย.
๔. โภชนวคฺโค
๑. อาวสถปิณฺฑสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๐๓-๔. ปูคสฺสาติ ปูเคน. กุกฺกุจฺจายนฺโตติ นิสฺสรเณเนตฺถ ภวิตพฺพํ, ตํ มยํ น ชานามาติ สนฺนิฏฺฐานสฺส กรณวเสน ‘‘กุกฺกุจฺจายนฺโต’’ติ วุจฺจติ. ยถา หิ อายสฺมา อุปาลิ นยคฺคาเหน ‘‘อนาปตฺติ อาวุโส สุปินนฺเตนา’’ติ (ปารา. ๗๘) อาห, ตถา เถโรปิ ‘‘อนาปตฺติ คิลานสฺสา’’ติ กสฺมา น ปริจฺฉินฺทตีติ? อนตฺตาธิการตฺตา วินยปญฺญตฺติยา, ‘‘นายํ อตฺตโน โอกาโส’’ติ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา, สิกฺขาปทสฺส อปริปุณฺณตฺตา. ปฐมปาราชิกสิกฺขาปเท ปริปุณฺณํ กตฺวา ปญฺญตฺเตเยว หิ โส เถโร ‘‘อนาปตฺติ สุปินนฺเตนา’’ติ อาห ‘‘อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติ วุตฺตปทานุสาเรนาติ. ยสฺมา โอทิสฺส อยาวทตฺเถว ทายกานํ ปีฬา นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘อโนทิสฺส ยาวทตฺโถ’’ติ วุตฺตํ.
๒๐๘. ‘‘อนฺตรามคฺเค เอกทิวส’นฺติ เอกํเยว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ จ ‘‘เอเสว นโยติ วุตฺตนยเมว ทสฺเสตุํ คนฺตฺวา ปจฺจาคจฺฉนฺโต หีติอาทิมาหา’’ติ จ ‘‘สุทฺธจิตฺโต หุตฺวา ปกติคมเนว ภุญฺชิตุํ ลภตี’’ติ จ ‘‘อคิลานสฺส คิลานสญฺญิโน กาเยน สมุฏฺฐาตี’’ติ จ ลิขิตํ.
อาวสถปิณฺฑสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. คณโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๐๙-๒๑๘. คุฬฺหปฏิจฺฉนฺโนติ อปากโฏว. เอโก ปุตฺเตนาติ เอกสฺเสกํ ภตฺตํ ‘‘อหํ อญฺเญน นิมนฺติโต’’ติ น วุจฺจติ. ‘‘สเจ เอกโต คณฺหนฺติ , คณโภชนํ โหตี’’ติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๑๗-๒๑๘) วุตฺตตฺตา จตฺตาโร อุปาสกา จตฺตาโร ภิกฺขู วิสุํ วิสุํ นิมนฺเตตฺวา หตฺถปาเส ฐิตานํ เจ เทนฺติ, คณโภชนํ โหติ เอวาติ เอเก, ตํ น ยุตฺตํ วิย. ‘‘วิญฺญตฺติโต ปสวเน คณสฺส เอกโต คหเณ อิมินา สิกฺขาปเทน อาปตฺติ, วิสุํ คหเณ ปณีตโภชนสูโปทนวิญฺญตฺตีหี’’ติ ลิขิตํ. ‘‘วิญฺญตฺติโต ปสวนํ อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน อฏฺฐกถายํ อนุญฺญาตํ. สูโปทนาทิวเสน ตตฺถ อาปตฺติ เอวา’’ติ วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตํ. กสฺมา? ปริวาเร (ปริ. ๑๖๘) เอว ทฺวินฺนํ อาการานํ อาคตตฺตา, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘อนุญฺญาต’’นฺติ ทุวุตฺตํ. อฏฺฐุปฺปตฺติยํเยว ปากฏนฺติ ‘‘ปทภาชเน น วุตฺต’’นฺติ วตฺตพฺพํ. เอกโต คณฺหนฺตีติ คหิตภตฺตาปิ อญฺเญ ยาว คณฺหนฺติ, ตาว เจ ติฏฺฐนฺติ, เอกโต คณฺหนฺติเยว นาม. ‘‘คจฺฉติ เจ, อนาปตฺตี’’ติ วทนฺติ.
เอตฺถาห – ‘‘ปฏิคฺคหณเมว เหตฺถ ปมาณ’’นฺติ วุตฺตํ, อถ กสฺมา ปาฬิยํ ‘‘คณโภชนํ นาม ยตฺถ จตฺตาโร…เป… ภุญฺชนฺติ, เอตํ คณโภชนํ นามา’’ติ (ปาจิ. ๒๑๘) วุตฺตนฺติ? วุจฺจติ – ยตฺถาติ อุปโยคตฺเถ ภุมฺมวจนํ. จตฺตาโรติ คณสฺส เหฏฺฐิมปริจฺเฉทนิทสฺสนํ. ปญฺจนฺนํ โภชนานนฺติ อาปตฺติปฺปโหนกโภชนนิทสฺสนํ. อญฺญตเรน โภชเนน นิมนฺติตาติ อกปฺปิยนิมนฺตนนิทสฺสนํ. นิมนฺตนวเสเนว ปน คณโภชนสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘นิมนฺติตา ภุญฺชนฺตีติ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อญฺญตรํ โภชนํ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺตี’’ติ ปน น วุตฺตํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํเยว ปากฏตฺตา. ยํ ภุญฺชนฺตีติ เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ภุญฺชนฺตีติ ปฏิคฺคาหกนิยมวจนํ. น หิ อปฺปฏิคฺคหิตกํ ภิกฺขู ภุญฺชนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘คณสฺส ยโต ปฏิคฺคหิตาหารโภชนเหตุ ปาจิตฺติย’’นฺติ. อาคนฺตุกปฏฺฏํ โมฆสุตฺเตน สิพฺพิตฺวา ฐเปนฺติ, ตตฺถ อนุวาเต ยถา เอกตลํ โหติ, ตถา หตฺเถหิ ฆฏฺเฏติ. วเลตีติ อาวฏฺเฏติ. ปริวตฺตนนฺติ สุตฺตํ คณฺหนฺตานํ สุขคฺคหณตฺถํ สุตฺตปริวตฺตนํ กโรติ, ปฏฺฏํ สิพฺพนฺตานํ สุขสิพฺพนตฺถํ ปฏฺฏปริวตฺตนญฺจ. นวจีวรการโก อิธาธิปฺเปโต, น อิตโรติ. ‘‘พิมฺพิสารํ อาปุจฺฉิตฺวา สมฺภาเร กยิรมาเนเยว กาลา อติกฺกนฺตา, ปจฺฉา คณโภชนสิกฺขาปเท ปญฺญตฺเต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉี’’ติ วทนฺติ, อญฺญถา อฏฺฐกถาย วิรุชฺฌนโต.
๒๒๐. ‘‘เทฺว ตโย เอกโตติ เยปิ อกปฺปิยนิมนฺตนํ สาทิยิตฺวา’’ติอาทิวจเนน อกปฺปิยนิมนฺตนปจฺจยา เอว อนาปตฺติ, วิญฺญตฺติโต อาปตฺติเยวาติ ทีเปติ. อนิมนฺติโต จตุตฺโถ ยสฺส ตเทตํ อนิมนฺติตจตุตฺถํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ปเวเสตฺวาติ นิสีทาเปตฺวา. จีวรทานสมยลทฺธกจตุกฺกํ จีวรการสมยลทฺธกจตุกฺกนฺติ เอวมาทีนิ. ตานิ จาติ เยหิ โภชเนหิ วิสงฺเกโต นตฺถิ, ตานิ. มหาเถเรติ อุปสมฺปนฺเน. อฏฺฐตฺวาติ ฐิเตน นิมิตฺตํ ทสฺสิตํ โหติ. ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวาติ รถิกาทีสุ ภิกฺขุสมีเป คนฺตฺวา. อิมสฺมึ ปน สิกฺขาปเท กตฺถจิ โปตฺถเก ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, จีวรทานสมเย คณโภชนํ ภุญฺชิตุํ. เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูน’’นฺติ ปาโฐ ทิสฺสติ. กตฺถจิ ‘‘ภุญฺชิตุ’’นฺติ วตฺวา ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ ปาโฐ, อยํ โสภโน.
คณโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๒๑. อธิฏฺฐิตาติ นิจฺจปฺปวตฺตา. พทรจุณฺณสกฺกราทีหิ โยชิตํ พทรสาฬวํ. กิรกมฺมกาเรนาติ กิรสฺส กมฺมกาเรน.
๒๒๖. ‘‘วิกปฺเปตฺวา คณฺหาหี’’ติ เอตฺถาหุ โปราณตฺเถรา ‘‘ภควโต สมฺมุขา อวิกปฺเปตฺวา เคหโต นิกฺขมิตฺวา รถิกาย อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน สนฺติเก วิกปฺเปสิ, วิกปฺเปนฺเตน ปน ‘มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’ติ วตฺตพฺพํ, อิตเรน วตฺตพฺพํ ‘ตสฺส สนฺตกํ ปริภุญฺช วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’’ติ. ปญฺจสุสหธมฺมิเกสูติ สมฺมุขา ฐิตสฺส สหธมฺมิกสฺส ยสฺส วิกปฺเปตุกาโม, ตํ สหธมฺมิกํ อทิสฺวา คหฏฺฐสฺส วา สนฺติเก, สยเมว วา ‘‘ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อิตฺถนฺนามสฺส วิกปฺเปมี’’ติ วตฺวา ภุญฺชิตพฺพนฺติ เอเก, เอวํ สติ เถโร ตสฺมึเยว นิสินฺโนว ตถา วาจํ นิจฺฉาเรตฺวา ปฏิคฺคณฺหาตีติ ตกฺโก ทิสฺสติ. มหาปจฺจริยาทีสุ ปน ปรมฺมุขา วิกปฺปนาว วุตฺตา, สา ‘‘เตน หานนฺท, วิกปฺเปตฺวา คณฺหาหี’’ติ อิมินา สเมติ, ตถาปิ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ตสฺมา โย ภิกฺขุ ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อญฺญตรสฺส ‘มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ ตุยฺหํ ทมฺมี’ติ วา ‘วิกปฺเปมี’ติ วา เอวํ สมฺมุขา วา ‘อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’ติ วา ‘วิกปฺเปมี’ติ วา เอวํ ปรมฺมุขา วา’’ติ วจนโต สหธมฺมิกสฺส สนฺติเก เอว วตฺตพฺพํ, น สยเมวาติ ทิสฺสติ. ยสฺมา อยํ ปจฺฉิมนโย โปราณคณฺฐิปเทนปิ สเมติ, ตสฺมา อิธ มาติกาฏฺฐกถานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ กิญฺจาปิ ‘‘เต มนุสฺสา…เป… โภชนมทํสู’’ติ วจนโต อกปฺปิยนิมนฺตนํ ปญฺญายติ, ตถาปิ เถรสฺส กุกฺกุจฺจุปฺปตฺติการเณน ภตฺเตน โส นิมนฺติโตติ เวทิตพฺโพ. อญฺญถา ปรโต ‘‘เทฺว ตโย นิมนฺตเน เอกโต ภุญฺชตี’’ติ วจเนน, อนาปตฺติวาเรน จ วิรุชฺฌติ.