ภิกฺขุนีวิภงฺควณฺณนา
๑. ปาราชิกกณฺฑวณฺณนา
คนฺถารมฺภวณฺณนา
วิภงฺเค วิย ภิกฺขูนํ, วิตฺถารมภิสงฺขตํ;
อกตฺวา ภิกฺขุนีนมฺปิ, วกฺเข คณฺฐิปทกฺกมํ.
โย ภิกฺขุนีนํ วิภงฺโค อสฺส, ตสฺส สํวณฺณนากฺกโม ปตฺโตติ อตฺโถ.
คนฺถารมฺภวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑. ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๕๖-๗. ตตฺถ ตตฺถ ฐานุปฺปตฺติกปญฺญา วีมํสา. ปทปฏิปาฏิยา เอวาติ มาติกาปทปฏิปาฏิยา เอว. ‘‘วุตฺตนฺติ สงฺคีติกานํ อุปสงฺกปฺปนานํ วิภาชนํ วุตฺต’’นฺติ ลิขิตํ.
๖๕๘. ‘‘เอหิภิกฺขุนีติ ภิกฺขุนี, ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺนาติ ภิกฺขุนี’’ติ อิทํ ปน เทสนาวิลาสวเสน วุตฺตนฺติ เอเก. อญฺญพุทฺธกาเล อตฺถีติ เอเก, ตํ น ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ อมฺหากมฺปิ พุทฺธกาเล สมฺภวปฺปสงฺคโต, เอหิภิกฺขุนิยา ปฏิเสธฉายาทิสฺสนโต จ. ยถาห ธมฺมปเท วิสาขาวตฺถุสฺมึ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑. วิสาขาวตฺถุ) ‘‘ตสฺส จีวรทานสฺส นิสฺสนฺเทน อิมํ มหาลตาปสาธนํ ลภิ. อิตฺถีนญฺหิ จีวรทานํ มหาลตาปสาธนภณฺเฑน มตฺถกํ ปปฺโปติ, ปุริสานํ อิทฺธิมยปตฺตจีวเรนา’’ติ. ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺนาย ปน ภิกฺขุนิยา สมฺภโว อญฺญพุทฺธกาเล กทาจิ สิยา, นตฺเถว อมฺหากํ พุทฺธกาเล. เทสนาวิลาเสน ปน ภิกฺขุเทสนากฺกเมเนว ภิกฺขุนินิทฺเทโส วุตฺโต, เตเนว ภิกฺขุสงฺฆวเสน เอกโตอุปสมฺปนฺนา ภิกฺขุนิโย วิชฺชมานาปิ ตตฺถ น วุตฺตา. ตาสํ อตฺถิตา อิมาย ปริวารกถาย เวทิตพฺพา –
‘‘อุโภ เอกโต อุปสมฺปนฺนา,
อุภินฺนํ หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย;
สิยา อาปตฺติโย นานา,
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๗๙);
อถ วา ปุถุชฺชนกาเล เอหิภิกฺขุสรณคมเนน อุปสมฺปนฺโนว อิตฺถิลิงฺคปาตุภาเวน ภิกฺขุนิภาเว ฐิตา ปุริสูปสมฺปนฺนํ อุปาทาย ‘‘เอหิภิกฺขุนี’’ติ, ‘‘ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺนา ภิกฺขุนี’’ติ จ สงฺขฺยํ คจฺฉติ. โน เจ, ตํ วจนํ วิรุชฺเฌยฺยาติ เอเก, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. ‘‘วิญฺญู ปฏิพโล’’ติ ทฺวินฺนํ อวสฺสวภาวสฺส อิชฺฌนโต วุตฺตํ. เอตฺถ ยสฺมา ยํ กิญฺจิ อามิสํ ปฏิคฺคณฺหนฺตีนํ อคฺคหตฺถา ปุริสานํ หตฺเถหิ กทาจิ มิสฺสีภาวํ คจฺฉนฺติ, วนฺทนฺตานํ วา ปุริสานํ สิรานิ อคฺคปาเทหิ มิสฺสิตานิ กทาจิ โหนฺติ, เกสจฺเฉทนกาเล วา สิรํ ปุริสานํ หตฺเถหิ มิสฺสิตํ โหติ, จิตฺตํ นาเมตํ อติรทฺธคเวสิ, ทุรกฺขิยํ วา, ตสฺมา ‘‘มา อติลหุํ ปาราชิกาปตฺติ ภิกฺขุนีนํ โหตู’’ติ พุทฺธา ภควนฺโต การุญฺเญน ปาราชิกกฺเขตฺตปริจฺเฉทํ, ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺตปริจฺเฉทญฺจ วิสุํ วิสุํ เทเสสุนฺติ เวทิตพฺพํ.
๖๕๙. ตพฺพหุลนเยน สา วุตฺตาติ เอตฺถ อยมนุคณฺฐิปทกฺกโม – เยภุยฺเยน กิริยสมุฏฺฐานตฺตา ‘‘กิริยสมุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ อวตฺวา ปน ‘‘สาทิเยยฺยา’’ติ วุตฺตตฺตา อกิริยโตปิ สมุฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ. ยถา เจตฺถ, เอวํ เหฏฺฐา ‘‘มนุสฺสิตฺถิยา ตโย มคฺเค เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติอาทินา นเยน กิริยสมุฏฺฐานตํ วตฺวา ตทนนฺตรํ ‘‘ภิกฺขุปจฺจตฺถิกา…เป… โส เจ ปเวสนํ สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติอาทินา (ปารา. ๕๖) นเยน อกิริยสมุฏฺฐานตายปิ วุตฺตตฺตา ปฐมปาราชิกสฺสาปิ ตพฺพหุลนเยเนว กิริยสมุฏฺฐานตา เวทิตพฺพา. น หิ ปเวสนสาทิยนาทิมฺหิ กิริยสมุฏฺฐานตา ทิสฺสติ. องฺคชาตจลนญฺเจตฺถ น สารโต ทฏฺฐพฺพํ ‘‘โส เจ ปเวสนํ น สาทิยติ, ปวิฏฺฐํ น สาทิยติ, ฐิตํ น สาทิยติ, อุทฺธรณํ สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๕๘) เอตฺถ ฐิต น สาทิยเน ปกติยาปิ ปริปุณฺณจลนตฺตา. สาทิยนปจฺจยา หิ เสวนจลนญฺเจตฺถ น ทิสฺสเตวาติ ตพฺพหุลนเยเนว กิริยสมุฏฺฐานตา คเหตพฺพา. ตตฺถ ตตฺถ อฏฺฐกถาสุ กสฺมา ตพฺพหุลนโย อวุตฺโตติ เจ? ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ (ปารา. ๓๙, ๔๒) มาติกายํ กิริยสมุฏฺฐานสฺส สรูเปน วุตฺตตฺตา ตทนุรูปวเสน วิภงฺคนยมโนโลเกตฺวา ‘‘กิริยสมุฏฺฐาน’’มิจฺเจว วุตฺตํ. ยถา เจเตสุ ตพฺพหุลนเยน กิริยสมุฏฺฐานตา วุตฺตา, ตถา สุราทีนํ อกุสเลเนว ปาตพฺพตา, น อิตรถา ‘‘ยํ อกุสเลเนว อาปชฺชติ, อยํ โลกวชฺชา, เสสา ปณฺณตฺติวชฺชา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) วุตฺเต โลกวชฺชปณฺณตฺติวชฺชานํ นิยมนลกฺขณสิทฺธิ โหติ, ตถา ตํ อวตฺวา ‘‘ยสฺสา สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, อยํ โลกวชฺชา. เสสา ปณฺณตฺติวชฺชา’’ติ วุตฺเต โลกวชฺชวจนํ นิรตฺถกํ สิยา วตฺถุอชานนปกฺเขปิ อกุสเลเนว ปาตพฺพตฺตา. ยสฺมา ตตฺถ สุราปานวีติกฺกมสฺส อกุสลจิตฺตุปฺปาโท นตฺถิ, ตสฺมา ขนฺธกฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๐๘) ‘‘มชฺชปาเน ปน ภิกฺขุโน อชานิตฺวาปิ พีชโต ปฏฺฐาย มชฺชํ ปิวนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ, สามเณโร ชานิตฺวา ปิวนฺโต สีลเภทํ อาปชฺชติ, น อชานิตฺวา’’ติ วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘วตฺถุอชานนปกฺเข ปาณาติปาตาทีนํ สิทฺธิกรอกุสลจิตฺตุปฺปาทสทิเส จิตฺตุปฺปาเท สติปิ สามเณโร สีลเภทํ นาปชฺชตี’’ติ. อภินิเวสวจนํ ปาณาติปาตาทีหิ สมานชาติกตฺตา สามเณรานํ สุราปานสฺส. ‘‘สุราทโย ปนิเม’’ติ วตฺถุํ ชานิตฺวา ปาตพฺพตาทิวเสน วีติกฺกมนฺตสฺส อกุสลสฺส อสมฺภโว นตฺถิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยสฺส สจิตฺตกปกฺเข’’ติอาทิ.
กิญฺเจตฺถ ยุตฺติวจเนน อรหนฺตานํ อปฺปวิสนโต สจิตฺตกาจิตฺตกปกฺเขสุ อกุสลนิยโมติ เจ? น, ธมฺมตาวเสน เสกฺขานมฺปิ อปฺปวิสนโต. อจิตฺตกปกฺเข อกุสลนิยมาภาวทสฺสนตฺถํ สุปนฺตสฺส มุเข ปกฺขิตฺตชลพินฺทุมิว สุราพินฺทุอาทโย อุทาหริตพฺพาติ. ตพฺพหุลนเยน หิ อตฺเถ คหิเต ปุพฺเพนาปรํ อฏฺฐกถาย สเมติ. ‘‘สทฺธึ ปาฬิยา อวิเสสตฺโถ ปรโต อาวิ ภวิสฺสตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. อิทเมตฺถ วิจาเรตพฺพํ. ยทิ วตฺถุชานนปกฺเข วินา อกุสเลน มชฺชปานํ สิยา, กสฺมา นาฬิมชฺฌํ นาติกฺกมติ อริยานํ ปานกาทิสญฺญีนนฺติ? สีลเภทวตฺถุวีติกฺกโม วินาปิ จิตฺเตน อริยานํ ธมฺมตาวเสเนว น สมฺภวตีติ เจ, น, จกฺขุปาลตฺเถรวตฺถุ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๑) อาทิวิโรธโตติ. อปิจ ภิกฺขุโนปิ สามเณรสฺส วิย สุราปานํ สจิตฺตกเมว กสฺมา น ชาตนฺติ? อปฺปติรูปตฺตาติ เจ, สามเณรานมฺปิ อปฺปติรูปเมว. สหธมฺมิกา เอว หิ เต. มหาสาวชฺชตฺตาติ เจ? สามเณรานมฺปิ ตาทิสเมว. สามเณรานํ สจิตฺตกเมว ปาราชิกํ, อิตรํ ทณฺฑกมฺมวตฺถูติ เจ? ภิกฺขูนมฺปิ มชฺชปาเน นตฺถิ. เอตฺถ ติกปาจิตฺติเยน น ภวิตพฺพํ. มชฺเช อมชฺชสญฺญิสฺส ทุกฺกฏาปตฺติ ปญฺญาเปตพฺพา สิยา. ภิกฺขุสฺส ปาจิตฺติยวตฺถุ สามเณรานํ ปาราชิกํ โหติ ติรจฺฉานคตสามเณรานํ วิยาติ เจ? อจิตฺตกมฺปิ มชฺชปานาทีนํ สามเณรานํ ปาราชิกํ ปญฺญาเปตพฺพํ สิยา. นาจิตฺตกํ ปาราชิกํ สมฺภวตีติ เจ? น, ปณฺณตฺติวชฺชมฺปิ ปาราชิกํ สมฺภวตีติ. นิกายนฺตรปกฺเข อยเมว โทโส. อมฺหากญฺหิ โลกวชฺชเมว มชฺชปานนฺติ. กสฺมา ปเนตฺถ สุราปานเมว ธมฺมตาวเสน อริยา น กโรนฺตีติ? น เกวลํ สุราปานเมว ธมฺมตาวเสน อริยา น กโรนฺติ, ปาเณสุปิ โกธวเสน ปาณสญฺญิตาย สีสจฺเฉทนาทีนิ น กโรนฺติ, สทารสญฺญาย ปรทารํ น วีติกฺกมนฺติ, อนตฺถภญฺชกสญฺญาย อตฺถภญฺชกมุสา น วทนฺติ, สมฺมาทิฏฺฐิสญฺญาย มิจฺฉาทิฏฺฐึ น ปฏิปชฺชนฺตีติ เวทิตพฺพา. อาจริยาปิ สุราปาเน อกุสลนิยมาภาวเมว วทนฺติ, ตสฺมา เอว มาติกาฏฺฐกถาย คณฺฐิปเท โลกวชฺชปณฺณตฺติวชฺชาธิกาเร ‘‘สจิตฺตกปกฺเขอกุสลนฺติ สุราปานาทิสงฺคหตฺถํ, อิตรถา ยสฺส อกุสลเมวาติ วเทยฺยา’’ติ ลิขิตํ. กิริยสมุฏฺฐานตา ปนสฺส ตพฺพหุลนยเมว, น ปฐมปาราชิเก. กถํ? กายสํสคฺคสิกฺขาปทํ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ. เอตฺถ ภิกฺขุสฺส จ ภิกฺขุนิยา จ กายสํสคฺคภาเว สติ ภิกฺขุนี กายงฺคมโจปยมานาปิ จิตฺเตเนว อธิวาเสนฺตี อาปชฺชติ, น เอวํ ภิกฺขุ. ภิกฺขุ ปน โจปยมาโนว อาปชฺชติ, เอวเมว ปฐมปาราชิเกปิ โจปเน สติ เอว อาปชฺชติ, นาสติ. ปเวสนํ สาทิยตีติ เอตฺถ ปเวสนสาทิยนํ นาม เสวนจิตฺตสฺสุปฺปาทนนฺติ, เอวํ สนฺเตปิ ‘‘วีมํสิตฺวา คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.
ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ทุติยปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘กิสฺส ปน ตฺวํ อยฺเย ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺน’’นฺติ วจนโต, ‘‘อฏฺฐนฺนํ ปาราชิกานํ อญฺญตรํ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺน’’นฺติ (ปาจิ. ๖๖๖) วจนโต, อนฺเต ‘‘อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมา’’ติอาทิวจนโต (ปาจิ. ๖๗๗), ปริวาเร ‘‘สาธารณปญฺญตฺติ อุภโตปญฺญตฺตี’’ติ (ปริ. ๒๐๑) วจนโต จ ภิกฺขุนิวิภงฺคํ ปตฺวา ภควา สาธารณานิ สิกฺขาปทานิ ภิกฺขูนํ อุปฺปนฺนวตฺถุสฺมึเยว ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี ฉนฺทโส เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย อนฺตมโส ติรจฺฉานคเตนปิ ปาราชิกา โหติ อสํวาสา’’ติอาทินา นเยน สวิเสสมฺปิ อวิเสสมฺปิ มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา อนุกฺกเมน ปทภาชนํ, อาปตฺติเภทํ, ติกจฺเฉทํ, อนาปตฺติวารญฺจ อนวเสสํ วตฺวา วิตฺถาเรสิ. สงฺคีติการเกหิ ปน อสาธารณปญฺญตฺติโยเยว อิธ วิตฺถาริตาติ เวทิตพฺพา.
๖๖๖. ตตฺถ ‘‘อฏฺฐนฺนํ ปาราชิกาน’’นฺติ อิทํ เกวลํ สงฺคีติการกานํเยว นยโต นิกฺขิตฺตวจนํ อิโต ปุพฺเพ ฉฏฺฐสตฺตมฏฺฐมานํ ปาราชิกานํ อปญฺญตฺตตฺตา. ภควตา ปน อิทํ ปญฺญาปิตมาทิสิกฺขาปทมฺปิ อุปาทาย ‘‘ฉนฺนํ ปาราชิกาน’’นฺติ วุตฺตํ สิยา. อิโต อุทฺธํ ปญฺญตฺตานิปิ อุปาทาย ‘‘อฏฺฐนฺนํ ปาราชิกาน’’นฺติ วจนํ อปรภาเค อุปฺปนฺนนฺติ เอกจฺเจ อาจริยา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อิทญฺจ ปาราชิกํ ปจฺฉา ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ‘อฏฺฐนฺน’นฺติ วิภงฺเค วุตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺมา อฏฺฐกถาจริยานํ มเตน สิทฺธเมตํ ยถาปญฺญตฺตานุกฺกมวเสเนว สงฺคีตานีติ. ‘‘อญฺญาสิ’’นฺติ ปาโฐ. อญฺญาสีติ น คเหตพฺโพ. ‘‘ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนวา’’ติ วจนโต วชฺชปฏิจฺฉาทิกํ ยา ปฏิจฺฉาเทติ, สาปิ วชฺชปฏิจฺฉาทิกอาเยวาติ สิทฺธํ. กิญฺจาปิ วชฺชปฏิจฺฉาทนํ เปมวเสน โหติ, ตถาปิ สิกฺขาปทวีติกฺกมจิตฺตํ โทมนสฺสิกเมว โหตีติ กตฺวา ‘‘ทุกฺขเวทน’’นฺติ วุตฺตํ.
ทุติยปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตติยปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๖๙. อิมํ อธิปฺปายมตฺตนฺติ ‘‘โจเทตฺวา สาเรตฺวา’’ติ เอตํ. เอตฺถายํ วิจารณา – โย ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตกภิกฺขุนา สมานทิฏฺฐิโก ลทฺธินานาสํวาสโก โหติ, โส อวนฺทนีโย, กมฺมากมฺเม อุกฺขิตฺตโก วิย น คณปูรโณ, สหเสยฺยมฺปิ น ลภติ, น ตถา ภิกฺขุนี. สา หิ ยาว น สมนุภฏฺฐา, ตาว คณปูรกา จ โหติ, สํวาสญฺจ ลภติ. ลทฺธินานาสํวาสิกานุวตฺติกาปิ อุกฺขิตฺตานุวตฺติกาว โหติ. อุกฺขิตฺโต เจ กาลงฺกโต, ตทนุวตฺตโก ภิกฺขุ ลทฺธินานาสํวาสโก โหติเยว. ตถา วิพฺภนฺเตปิ ตสฺมึ ติตฺถิยปกฺกนฺตเกปิ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย สามเณรภูมิยํ ฐิเตปีติ เอเก. เตสํ มเตน อุกฺขิตฺตเก ตถาภูเตปิ ภิกฺขุนี ตทนุวตฺติกา สมนุภาสิตพฺพาวาติ อาปชฺชติ. สมนุภาสนกมฺมํ สงฺฆายตฺตํ, สงฺเฆน สญฺจิจฺจ ปุริมกาปตฺตึ อปเนตุํ น ยุตฺตํ วิย ขายติ. อุกฺเขปนียกมฺมญฺจ อาปตฺติอทสฺสนมตฺเต, อปฺปฏิกมฺมมตฺเต, กุทิฏฺฐิอปฺปฏินิสฺสชฺชนมตฺเต จ กริยติ, ตสฺส อนุวตฺตนมตฺเตน สมนุภาสิตฺวา สาสนโต จาเวตพฺพานีติ น ยุตฺตนฺติ เจ? น วตฺตพฺพเมว, อิทํ อปาราชิกวตฺถูสุปิ ตปฺปสงฺคโต, อนญฺญวิสยตฺตา จ วินยสฺส.
ตติยปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. จตุตฺถปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๗๕. ‘‘โลกสฺสาทสงฺขาตสฺส มิตฺตสนฺถวสฺส วเสน ตํ ทสฺเสตุํ กายสํสคฺคราเคนาติ วุตฺต’’นฺติ ลิขิตํ. ติสฺสิตฺถิโยติ ตีสุ อิตฺถีสุ, ติสฺโส วา อิตฺถิโย. ตํ น เสเวติ ตาสุ น เสวติ. อนริยาติ อุภโตพฺยญฺชนา. พฺยญฺชนสฺมินฺติ อตฺตโน พฺยญฺชเน. น เสเวติ น เสวติ. น จาจเรติ นาจรติ. วณฺณาวณฺโณติ ทฺวีหิปิ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ. คมนุปฺปาทนนฺติ สญฺจริตฺตํ.
๖๗๖. ‘‘นิวตฺถํ วา ปารุตํ วา’’ติ เอตฺถ นิวตฺถสฺส วา ปารุตสฺส วา วตฺถสฺส คหณํ สาทิยตีติ อตฺโถ.
จตุตฺถปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปาราชิกกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สงฺฆาทิเสสกณฺฑวณฺณนา
๑. ปฐมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๘๑. อาหตโกติ อานีโต, นิยตโกติ อธิปฺปาโย. อกปฺปิยอฑฺโฑ นาม สงฺฆสฺส วา อารามิกปุคฺคลสฺส วา วตฺถุสฺส การณา สงฺฆสฺส วาริกภาเวน สยเมว วา อธิกรณฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘อมฺหากํ เอโส ทาโส, ทาสี, วาปี, เขตฺตํ, อาราโม, อารามวตฺถุ, คาโว, คาวี, มหึสี, อชา, กุกฺกุฏา’’ติอาทินา โวหรติ, อกปฺปิยํ. ‘‘อยํ อมฺหากํ อารามิโก อารามิกา, อยํ วาปี อิตฺถนฺนาเมน สงฺฆสฺส หตฺเถ โทหนตฺถาย ทินฺนา. อิโต เขตฺตโต อารามโต อุปฺปชฺชนกจตุปจฺจยา อิโต คาวิโต มหึสิโต อชาโต อุปฺปชฺชนกโครสา อิตฺถนฺนาเมน สงฺฆสฺส ทินฺนา’’ติ ปุจฺฉิเต วา อปุจฺฉิเต วา วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘กต’’นฺติ อวตฺวา ‘‘กโรนฺตี’’ติ วจเนน กิร อเนนกตํ อารพฺภ อาจิกฺขิตา นาม โหติ. คีวาติ เกวลํ คีวา เอว โหติ, น ปาราชิกํ. การาเปตฺวา ทาตพฺพาติ เอตฺถ สเจ อาวุธภณฺฑํ โหติ, ตสฺส ธารา น กาเรตพฺพา, อญฺเญน ปน อากาเรน สญฺญาเปตพฺพํ. ‘‘ติจิตฺตํ ติเวทน’’นฺติ วุตฺตตฺตา ‘‘มานุสฺสยวเสน โกธุสฺสยวเสนา’’ติ ตพฺพหุลนเยน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปฐมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ทุติยสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๘๓. ภฏิปุตฺตกานํ กุมารภฏิกานํ คณา ภฏิปุตฺตคณา. กปฺปนฺติ กปฺปิยํ. กปฺปคติกนฺติ กปฺปิยสภาวํ. ปกฺกนฺตาสุปีติ อตฺตโน ปริสํ ฐเปตฺวา อิตราสุ ปกฺกนฺตาสุ. ปณฺณตฺตึ อชานนฺตา อริยาปิ วุฏฺฐาเปนฺตีติ กตฺวา วา กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติกฺขเณ วิปากาพฺยากตสมงฺคิตาวเสน วา ‘‘ติจิตฺต’’นฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ปพฺพาชเน น ทุกฺกฏ’’นฺติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ.
ทุติยสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตติยสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๘๗. ภทฺทากาปิลานี มหากสฺสปสฺส ปุราณทุติยา กิร. ญาตีนํ กุลํ ยสฺมึ คามเก, ตเทตํ คามกํ ญาติกุลํ, กุลสนฺนิหิตํ คามกํ อคมาสีติ อตฺโถ. ‘‘อชํ คามํ เนตี’’ติอาทีสุ วิย วา ทฺวิกมฺมิกํ กตฺวา คามกํ อคมาสิ ญาติกุลํ อคมาสีติปิ ยุชฺชติ.
๖๙๒. ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกาเมนฺติยา’’ติ วจเนนปิ เอวํ เวทิตพฺพํ – วิกาลคามปฺปเวสเน ทฺวินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํเยว วเสน อุปจาโร ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ, อิตรถา ยถา เอตฺถ ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ ปริกฺเขปํ วิย กตฺวา ‘‘อติกฺกาเมนฺติยา’’ติ วุตฺตํ, เอวํ ตตฺถาปิ ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกมนฺตสฺสา’’ติ วเทยฺย. ยสฺมา ปน ตตฺถ ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต อุตฺตริ เอโก เลฑฺฑุปาโต อุปจาโรติ อธิปฺเปโต, ตสฺมา ตทตฺถทีปนตฺถํ ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ โอกฺกมนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปน อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘ปริกฺเขปารหฏฺฐานํเยว ‘อุปจาร’นฺติ สลฺลกฺเขตฺวา ปริกฺเขปปริกฺเขปารหฏฺฐานานํ นินฺนานาการณทีปนตฺถํ ‘อุปจารํ โอกฺกมนฺตสฺสา’ติ วุตฺตํ ปาฬิวิเสสมสลฺลกฺเขตฺวาว อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ อติกฺกมนฺตสฺส อิธ อุปจาโร ปริกฺเขโป ยถา ภเวยฺย, ตํ อุปจารํ ปฐมํ ปาทํ อติกฺกมนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ทุติยํ ปาทํ อติกฺกมนฺตสฺส อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ตํ น คเหตพฺพเมว ปาฬิยา วิเสสสพฺภาวโตติ. ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ โอกฺกมนฺติยาติปิ เอกจฺเจสุ ทิสฺสติ, ตํ น คเหตพฺพนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘ปาฬิวิเสสมสลฺลกฺเขตฺวา’’ติ ทุวุตฺตํ, กสฺมา? วิกาลคามปฺปเวสนสิกฺขาปเทปิ กตฺถจิ ‘‘อุปจารํ อติกฺกมนฺตสฺสา’’ติ ปาโฐ ทิสฺสตีติ, โส อนฺธกฏฺฐกถาปาฐโต คหิโตติ อาจริโย. อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโรกฺกมนเมว ปาโฐ ยุชฺชติ, น อติกฺกมนํ. กสฺมา? พหูสุ ฐาเนสุ ปาฬิยา อฏฺฐกถาหิ วิรุชฺฌนโต, อิมสฺมึ วาปิ สิกฺขาปเท วิรุชฺฌติ. กถํ? คณมฺหา โอหียมานาย อรญฺเญ อาปตฺติ โหติ, น คาเม. อถ จ ปน นิทสฺสนมฺปิ ‘‘สิกฺขาปทา พุทฺธวเรนา’’ติ (ปริ. ๔๗๙) คาถา ทสฺสิตา, ตสฺมา อุปจาโรกฺกมนปริยาปนฺนนทึ อติกฺกาเมนฺติยา โหติ. กิญฺจ ภิยฺโย ‘‘คจฺฉนฺตสฺส จตสฺโส อาปตฺติโย, ฐิตสฺส จาปิ ตตฺตกาติอาทีนํ (ปริ. ๔๗๕) ปริวารคาถานํ อฏฺฐกถาหิ อุปจาโรกฺกมนเมว ปาโฐติ นิฏฺฐํ คนฺตพฺพ’’นฺติ จ วุตฺตํ, สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขตฺวา กเถตพฺพํ.
‘‘ปทสา คมนเมว หิ อิธาธิปฺเปตํ, เตเนว ปฐมํ ปาทํ อติกฺกาเมนฺติยาติอาทิมาหา’’ติ เอตฺถ วิกาลคามปฺปเวสนสิกฺขาปทาทีสุ ตทภาวา ยาเนน วา อิทฺธิยา วา ปวิสโต, อทฺธานํ คจฺฉโต จ อาปตฺตีติ ทีเปติ. ตตฺถ อสารุปฺปตฺตา อาปตฺติโมกฺโข นตฺถีติ เอเก, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. ภิกฺขุนีวิหารภูมิ ‘‘คามนฺตร’’นฺติ น วุจฺจติ คามนฺตรปริยาปนฺนายปิ กปฺปิยภูมิตฺตา. ‘‘ปรโต ‘สเจ ภิกฺขุนีสุ มหาโพธิยงฺคณํ ปวิสนฺตีสุ เอกา พหิ ติฏฺฐติ, ตสฺสา อาปตฺตี’ติอาทิวจนโต ภิกฺขุวิหาโร น กปฺปิยภูมีติ สิทฺธํ, ตสฺมา กญฺจินคเร ขนฺธธมฺมวิหาโร วิย, กาวีรปฏฺฏเน สารีธมฺมวิหาโร วิย จ อญฺโญปิ โส วิหาโร, ตสฺมา สีมพทฺธสุขตฺถํ คามนฺตรภาเว นิรนฺตรา อธิฏฺฐานตฺถํ ปวิสนฺติยา, นิกฺขมนฺติยาปิ คามนฺตราปตฺติ โหตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. จตุคามสาธารณตฺตาติ เอตฺถ เอวํวิเธ วิหาเร สีมํ พนฺธนฺเตหิ จตฺตาโรปิ เต คามา โสเธตพฺพาติ เวทิตพฺพา. สํวิทหิตฺวา ภิกฺขุนิยา วา มาตุคาเมน วา เถยฺยสตฺเถน วา สทฺธึ ตํ วิหารํ โอกฺกมนฺติยา จตสฺโส อาปตฺติโย เอกโตว โหนฺติ. ‘‘คามนฺตเร คามนฺตเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ วุตฺตาติ เอเก.
ทุติยปาทุทฺธาเร สงฺฆาทิเสโสติ เอตฺถ สเจ ทุติโย ปาทุทฺธาโร กปฺปิยภูมิยํ โหติ, น สงฺฆาทิเสโส, อกปฺปิยภูมิยํ เอว สงฺฆาทิเสโส. ‘‘อุภยตีเรสุ วิจรนฺติ, วฏฺฏตีติ ทสฺสนูปจารสฺเสตฺถ สมฺภวา’’ติ ลิขิตํ, ตํ ยุตฺตํ. สวนูปจาโร เหตฺถ นทีปาเร, คามนฺตเร วา อปฺปมาณนฺติ. อนฺธกฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ปรตีรโต นทึ โอตริตฺวา ทสฺสนูปจารโต ทารูนิ, ปณฺณานิวา มคฺคิตฺวา อาเนติ, อนาปตฺติ. ติจีวรานิ ปรตีเร โอตาเปติ, อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘โอริมตีรเมว อาคจฺฉติ, อาปตฺตี’’ติ อติกฺกมิตุกามตาย ปวิฏฺฐตฺตา วุตฺตํ. ‘‘นฺหายนาทิกิจฺเจน ปวิฏฺฐานํ กตฺเถวาลยสมฺภวา วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. คามนฺตเร ปมาณนฺติ อฏฺฐกถายํ ปรตีรโต นทึ โอตริตฺวา ทสฺสนูปจารโต ทารูนิ ปณฺณานิ สกคามโต โถกมฺปิ ตรณวาเรน น วฏฺฏติ กิร นิกฺขมิตฺวา ปวิสิตุํ.
อคามเก อรญฺเญติ อคามลกฺขเณ อรญฺเญติ อตฺโถ. อิมินา อาปตฺติเขตฺตํ ทสฺสิตํ. ยสฺมา อิทํ อาปตฺติเขตฺตํ, ตสฺมา ยา ภิกฺขุนุปสฺสยโต คามสฺส อินฺทขีลํ อติกฺกมติ, สา อสนฺเต คาเม คณมฺหา โอหียนาปตฺตึ อาปชฺชติ. ทสฺสนสวนูปจาราภาเวปิ ปเคว คาเม อินฺทขีลาติกฺกมนกฺขเณเยว อาปชฺชติ. สเจ ตตฺถ เอกา ภิกฺขุนี อตฺถิ, ตสฺสา ทสฺสนสวนูปจาราติกฺกมนกฺขเณ อาปชฺชติ, อรญฺญมคฺคคมนกาเล เอวายํ วิธีติ น คเหตพฺพํ. คามโต ปน นิกฺขมนฺตี อิโต ปฏฺฐาย อาปชฺชตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อคามกํ อรญฺญ’’นฺติ วุตฺตํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อาราธิกา จ โหนฺติ สงฺคาหิกา ลชฺชินิโย, ตา โกเปตฺวา อญฺญตฺถ น คนฺตพฺพํ. คจฺฉติ เจ, คามนฺตรนทีปารรตฺติวิปฺปวาสคณมฺหา โอหียนาปตฺตีหิ น มุจฺจตี’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘คณมฺหา โอหียนาปตฺติ สกึเยวาปชฺชติ. อิตรา คาเม คาเม ปาเร ปาเร อรุเณ อรุเณ จาติ เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทีนิ อสาธกานิ ยถาสมฺภวํ คเหตพฺพตฺตา. ‘‘มหาโพธิยงฺคณนฺติอาทิ เอวํ คามสฺส อาสนฺนฏฺฐาเนปิ อิมํ อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ ลิขิตํ.
ตติยสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. จตุตฺถสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๙๔. ปฏิวตฺตาติ ปฏิวจนํ เทนฺติ. กมฺมโทสนฺติ ‘‘อนญฺญาย คณสฺส ฉนฺทนฺติ เอวมาที’’ติ ลิขิตํ. กตฺตพฺพฏฺฐานโทสนฺติ โปราณา. การกคณสฺสาติ การกสงฺฆสฺส. ‘‘ภิกฺขุนิสงฺฆํ สนฺนิปาเตตฺวา’ติ วุตฺตตฺตา การกสงฺโฆปิ อยเมวาติ เจ? ปฐมเมว การกสงฺฆํ น อามนฺเตตฺวา พลกฺกาเรนายํ ถุลฺลนนฺทา ตํ ภิกฺขุนึ โอสาเรสี’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตสฺมา การกภิกฺขูนํ สมฺมุขาปิ เตสํ อนุมตึ ปฐมํ อคฺคเหตฺวา ตํ กมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพนฺติ สิทฺธํ โหติ, ปฏิปฺปสฺสทฺธํ พลกฺกาเรน น กาตพฺพเมวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘ภิกฺขุนีปิ ทิฏฺฐาวิกมฺมํ กาตุํ ลภตี’’ติ จ ตตฺถ วุตฺตํ.
๖๙๘. อสนฺเต กมฺมการกสงฺเฆ โอสาเรติ, อนาปตฺตีติ เอตฺถ กิตฺตาวตา อสนฺโต นาม โหตีติ? อิทํ สพฺพตฺถ น วิจาริตํ. การกานํ กาลกิริยายาติ เอเก. เอกสฺสปิ อภาเวนาติ เอเก. เอกสฺมึ รชฺเชติ เอเก. เอกรฏฺเฐติ เอเก. เอกคาเมติ เอเก. เอกสฺมึ อาวาเสติ เอเก. ยตฺถ สกฺกา อปโลเกตุนฺติ เอเก. อนฺโตอทฺธโยชเนติ เอเก. ตตฺถ ตสฺมึ อาวาเส อสนฺเต การกสงฺเฆ โอสาเรติ, อนาปตฺตีติ อิทํ ปสํสนฺติ อาจริยา. ยตฺถ สกฺกา อปโลเกตุนฺติ สามีจิ.
จตุตฺถสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปญฺจมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๐๑. เอตํ น วุตฺตนฺติ ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตภาโว ทฏฺฐพฺโพติ เอตํ นิยมนํ น วุตฺตํ. ตํ อวจนํ ปาฬิยา สเมติ. กตรปาฬิยาติ? ‘‘อนวสฺสุโตติ ชานนฺตี ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ อิมาย. ยทิ หิ ปุคฺคลสฺส อวสฺสุตภาโว น ปมาณํ, กึ อิมาย ปาฬิยา ปโยชนํ, ‘‘อนาปตฺติ อุโภ อนวสฺสุตา โหนฺติ, อนวสฺสุตา ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ สิยา. อตฺตโน หิ อนวสฺสุตภาโวเยว ปมาณนฺติ. อิมสฺส ปน อนาปตฺติวารสฺส อยมตฺโถ – อุโภ เจ อนวสฺสุตา, สพฺพถาปิ อนาปตฺติ. อถ ภิกฺขุนี อนวสฺสุตา สมานา อวสฺสุตมฺปิ ‘‘อนวสฺสุโต’’ติ สญฺญาย ตสฺส หตฺถโต ปฏิคฺคณฺหาติ, เอวมฺปิ อนาปตฺตีติ. อถ สา อนวสฺสุตาปิ อญฺญํ อนวสฺสุตํ วา อวสฺสุตํ วา ‘‘อวสฺสุโต’’ติ ชานาติ, ทุกฺกฏเมว. วุตฺตเญฺหตํ อนนฺตรสิกฺขาปเท ‘‘กิสฺส ตฺวํ อยฺเย น ปฏิคฺคณฺหาสีติ. อวสฺสุโต อยฺเยติ…เป… นาหํ อวสฺสุตา’’ติ.
ปญฺจมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ฉฏฺฐสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๐๕. เตนาติ ตสฺมา. ยสฺมา อุยฺโยชิกา น เทติ น ปฏิคฺคณฺหาติ, ตสฺมา ปฏิคฺคโห น วิชฺชตีติ อตฺโถ. อิตริสฺสา ปริโภคปจฺจยา. ‘‘อกุสลจิตฺต’’นฺติ พาหุลฺเลน วุตฺตํ. ‘‘วฏฺฏตีติ สญฺญาย วทนฺติยาปิ อาปตฺตี’’ติ วทนฺติ.
ฉฏฺฐสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สตฺตมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๑๒-๔. กมฺมวาจโต ปุพฺเพ อาปนฺนาปตฺติโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ. ญตฺติยา ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยา ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ สงฺฆาทิเสเส ปตฺเตติ โปราณา. ตํ ‘‘อชฺฌาปชฺชนฺติยา’’ติ ปาฬิยา สเมติ. ‘‘สุตฺวา น วทนฺตี’’ติ เอตฺถ สเจ ชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตรายภยา น วทนฺติ, อนาปตฺติ. ‘‘อธมฺมกมฺเม อธมฺมกมฺมสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘อนาปตฺติ อสมนุภาสนฺติยา’’ติ สงฺฆาทิเสสํ สนฺธาย วุตฺตํ.
สตฺตมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อฏฺฐมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๑๕. ปจฺจากตาติ ปราชิตา. กุลทูสกสิกฺขาปทสฺส, อิมสฺส จ นิทานมตฺตเมว นานากรณํ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘ตสฺส วจนสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย เอว วจนีโย, น กุลทูสนนิวารณตฺถายา’’ติ. เอวํ สนฺเต อุโภเปตา อาปตฺติโย อญฺญมญฺญํ สภาคตฺถา, ตสฺมา อิทํ ตสฺส อนุปญฺญตฺติสทิสํ อาปชฺชติ, ตโต อิทํ นิรตฺถกเมว อาปชฺชตีติ? น เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. วตฺถุวิเสสโต, กมฺมวาจาวิเสสโต จ อุภินฺนํ นานากรณํ.
อฏฺฐมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. นวมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๒๓. ‘‘กายิกวาจสิเกน สํสคฺเคนา’’ติ ปาฐเสโส.
นวมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สงฺฆาทิเสสกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. นิสฺสคฺคิยกณฺฑวณฺณนา
๑. ปฐมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๓๓. ปฐมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทํ อุตฺตานเมว.
๒. ทุติยนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๔๐. วตฺถุสมฺปตฺตตฺตา วา น ตสฺสา อนาปนฺนกามตาย วา อนาณตฺติกตาย วา อกาลจีวรมทํสุ. ยถาทาเน เอว อุปเนตพฺพํ, น ภาเชตพฺพํ ปุคฺคลิกตฺตาติ อธิปฺปาโย. อตฺถโต หิ อิตรมฺปิ ยถาทาเน เอว อุปเนตพฺพเมว. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อยฺยาย ทมฺมีติ เอวํ ปฏิลทฺธนฺติ นิสฺสฏฺฐปฏิลทฺธํ. ยถาทาเนติ ทายเกหิ ปริจฺจตฺตวิธาเนน. อุปเนตพฺพนฺติ อกาลจีวรภาเวน ภาเชตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. อิธ ภาชาปิตาย ลทฺธจีวรเมว นิสฺสคฺคิยํ โหติ, ตํ วินยกมฺมํ กตฺวาปิ อตฺตนา น ลภตี’’ติ ลิขิตํ. ยทิ นิสฺสฏฺฐปฏิลทฺธํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ สิยา, ‘‘นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ทเทยฺย, ทเทยฺยุํ, อยฺยาย ทมฺมี’’ติ วุตฺตตฺตา ตีณิเปตานิ ปทานิ วตฺตพฺพานิ สิยุํ, ตสฺมา น เกวลํ นิสฺสฏฺฐปฏิลทฺธเมว ยถาทาเน อุปเนตพฺพํ, อญฺญาหิ ภิกฺขุนีหิ ลทฺธโกฏฺฐาสมฺปิ ยถาทาเนเยว อุปเนตพฺพํ.
๗๔๑. ‘‘อกาลจีวเร กาลจีวรสญฺญาย อนาปตฺตี’’ติ ปน ภาชนปจฺจยา อาปชฺชิตพฺพาปตฺตึ นาปชฺชตีติ เอตฺตกเมว ทีเปติ, น ปฏิลทฺธํ, น ยถาทาเน ทาตพฺพนฺติ อิมมตฺถํ ทีเปติ. เลเสน ปน คณฺหาติ เจ, ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺพา.
ทุติยนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตติยนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๔๔. สกสญฺญาย คหิตตฺตา ปาจิตฺติยํ, ทุกฺกฏญฺจ วุตฺตํ. อิตรถา ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺพํ.
ตติยนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. จตุตฺถนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๕๒. เลเสน คเหตุกามตา, อญฺญสฺส วิญฺญุสฺส วิญฺญาปนํ, ปฏิลาโภติ ตีณิ องฺคานิ, ตสฺมา ปฐมํ วิญฺญตฺตํ อลภิตฺวา อญฺญํ ตโต อูนตรมฺปิ ลเภยฺย, นิสฺสคฺคิยเมว องฺคสมฺปตฺติโต. เอส นโย อญฺญตฺถาปิ.
จตุตฺถนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปญฺจมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๕๓. ‘‘เตลํ โคเปตฺวา สปฺปิมฺปิ เม อตฺตโน กุลฆรา’’ติ กิร ปาโฐ.
ปญฺจมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ฉฏฺฐนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๕๘-๗๖๒. ปาวาริกสฺสาติ ทุสฺสวาณิชกสฺส. ยาย เจตาปิตํ, ตสฺสา นิสฺสคฺคิยํ, นิสฺสฏฺฐปฏิลาโภ จ. ‘‘อิตราสํ ปน ชานิตฺวา วสฺสคฺเคน ปตฺตโกฏฺฐาสํ สาทิยนฺตีนมฺปิ น นิสฺสคฺคิยํ, เกวลํ ยถาทาเน เอว ตาหิปิ อุปเนตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘นิสฺสฏฺฐํ ปฏิลภิตฺวาปิ ยถาทาเน อุปเนตพฺพ’นฺติ วุตฺตตฺตา เสสาหิ คหิตํ สุคฺคหิต’’นฺติ วทนฺติ. เอตฺถ คิลานายปิ น โมกฺโข.
ฉฏฺฐนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สตฺตมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๖๔. สตฺตเม ‘‘สยํ ยาจิตเกนา’’ติ กิญฺจาปิ อวิเสเสน วุตฺตํ. ตถาปิ อญฺญทตฺถิเกน อตฺตุทฺเทสิเกน สญฺญาจิเกนาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยมตฺโถ ‘‘ภิกฺขุนิโย เตน จ ปริกฺขาเรน สยมฺปิ ยาจิตฺวา เภสชฺชํ เจตาเปตฺวา ปริภุญฺชึสู’’ติ อิมิสฺสา ปาฬิยา อตฺเถน สํสนฺทิตฺวา เวทิตพฺโพ. ตสฺสายมตฺโถ – เตน ปริกฺขาเรน เภสชฺชํ เจตาเปตฺวา จ-สทฺเทน สญฺญาจิเกน จ เภสชฺชํ เจตาเปตฺวาติ อิมมตฺถํ ทีเปนฺโต ‘‘สยมฺปิ ยาจิตฺวา เภสชฺชํ เจตาเปตฺวา’’ติ อาห. อญฺญถา ‘‘เตน ปริกฺขาเรน เภสชฺชํ เจตาเปตฺวา สยมฺปิ ยาจิตฺวา ปริภุญฺชึสู’’ติ อิมินา อนุกฺกเมน ปาฬิ วตฺตพฺพา สิยา.
ปทภาชเน ปน ‘‘สํยาจิเกนาติ สยํ ยาจิตฺวา’’ติ ตสฺเสว ปทสฺส อธิปฺปายมตฺตํ วุตฺตํ. สา หิ ปทภาชนธมฺมตา. ‘‘สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณต’’นฺติอาทิปทานํ ภาชเน ปน สา ปากฏา. อญฺญถา สํยาจิกปเทน โก อญฺโญ อติเรกตฺโถ สงฺคหิโต สิยา, โส น ทิสฺสตีติ ตเทว ปทํ นิปฺปโยชนํ, อิทญฺจ สิกฺขาปทํ ปุริเมน นินฺนานากรณํ สิยา. อตฺตโน หิ สนฺตกํ ยถากามํ กรณียนฺติ. เอตฺถ จ สงฺฆสฺส ยาจนาย วเสน เอกโต หุตฺวา ยาจนาย ลทฺธํ สํยาจิกนฺติ เวทิตพฺพํ. อญฺญถา อิโต ปเรน สํยาจิก-สทฺเทน อิทํ นิพฺพิเสสํ อาปชฺชตีติ ‘‘ปุคฺคลิเกน สํยาจิเกนา’’ติ อิทญฺจ สิกฺขาปทํ วิสุํ น วตฺตพฺพํ สิยา อิเธว เตน อาปชฺชิตพฺพาปตฺติยา สงฺคหิตตฺตา, น จ สงฺคหิตา อาปตฺติทฺวยภาวโต. มิสฺเสตฺวา เจตาปิตตฺตา หิ เอกเมว อาปตฺตีติ เจ? น, สํยาจิกปทสฺส นิปฺปโยชนภาวปฺปสงฺคโต, เอวํ สงฺฆิกมหาชนิกปุคฺคลิกานิ มิสฺสิตฺวา เจตาปเน เอกาปตฺติภาวปฺปสงฺคโต จ.
สตฺตมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อฏฺฐมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๖๙. คณสฺสาติ อาภิธมฺมิกาทิคณสฺส, อูนจตุวคฺคสฺส จ.
อฏฺฐมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. นวมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๗๔. สญฺญาจิเกนาติ คณยาจนาย ลทฺเธเนว, น อญฺเญน.
นวมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ทสมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๗๙. ทสเม ปน ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี อญฺญทตฺถิเกน ปริกฺขาเรน อญฺญุทฺทิสิเกน ปุคฺคลิเกน อญฺญํ เจตาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ เอวํวิเธน ภวิตพฺพํ, ‘‘ปุคฺคลิเกน สํยาจิเกนา’’ติ อิมินา เอกาทสเมน ภวิตพฺพํ สิยา ยถากฺกเมน สมฺภวโต. กามเมว เจตํ อฏฺฐุปฺปตฺติยา อภาวโต น วุตฺตํ, อตฺถโต ปน คเหตพฺพเมว. เอตฺถ ปน สงฺฆคณปุคฺคลานํ ปวาริตฏฺฐาเน, ปุคฺคลสฺเสว ญาตกฏฺฐาเน จ อนาปตฺติฉายา ทิสฺสติ, อิทํ สพฺพํ อมฺหากํ ตกฺกานุสารวเสเนว วุตฺตนฺติ กตฺวา น สารโต ทฏฺฐพฺพํ. วิจาเรตฺวา ยถา นิจฺจลการณํ ทิสฺวา ยํ วา วินยกฺกมโกวิทา อนุชานนฺติ, ตํ ตเทว คเหตพฺพํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘อาปทาสุปิ อญฺญํ ครุภณฺฑเมว เจตาเปตพฺพํ, อิตรํ น วฏฺฏติ, ภิกฺขุสฺส ปน วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ.
ทสมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๑. เอกาทสมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๘๔. ‘‘ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม’’ติ อวตฺวา ‘‘เอกาทสเม’’ติ อิธ วุตฺตํ. กสฺมา? ภิกฺขุนิวิภงฺเค ตึสกกณฺฑํ ปตฺวา วคฺคกฺกมสฺส อวุตฺตตฺตา. ยสฺมา ปวาริตฏฺฐาเน วิญฺญตฺติ นาม น ปฏิเสเธตพฺพา, ตสฺมา ภควา อญฺญาติกอปฺปวาริตฏฺฐาเน ธมฺมนิมนฺตนวเสน วเทยฺย ‘‘เยนตฺโถ’’ติ วุตฺตาย ‘‘จตุกฺกํสปรมํ วิญฺญาเปตพฺพ’’นฺติ ปริจฺเฉทํ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ. อญฺญถา ‘‘นิทาเนน สิกฺขาปทํ น สเมติ, สิกฺขาปเทน จ อนาปตฺติวาโร’’ติ จ ‘‘อกตวิญฺญตฺติยา จตุกฺกํสปรมํ วิญฺญาเปตพฺพ’’นฺติ จ อนิฏฺฐํ อาปชฺชติ, ตสฺมา มาติกาฏฺฐกถายํ เจตาเปตพฺพนฺติ ฐเปตฺวา สหธมฺมิเก จ ญาตกปวาริเต จ อญฺเญน กิสฺมิญฺจิเทว คุเณน, ปริตุฏฺเฐน จ วเทยฺย ‘‘เยนตฺโถ’’ติ วุตฺตสฺส ‘‘วิญฺญาเปตพฺพ’’นฺติ วุตฺตนเยน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘อิทํ ปริจฺฉินฺนปวารณํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนาปตฺติ ญาตกานํ ปวาริตานนฺติ ปน สพฺพปฺปกาเรน ปวตฺตํ นิจฺจปวารณํ สนฺธาย วุตฺตํ. นิจฺจปวารณา นาม ยทา เยนตฺโถ, ตทา ตํ วเทยฺยาถาติ เอวํ ปวตฺตา. ‘หนฺท สีตปาวุรณ’นฺติ เทนฺตานํ ปน อติเรกจตุกฺกํสมฺปิ คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อยเมว นโย ทสเมปีติ.
เอกาทสมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ภิกฺขุนีวิภงฺเค ตึสกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิสฺสคฺคิยกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปาจิตฺติยกณฺฑวณฺณนา
๑. ลสุณวคฺโค
๑. ปฐมลสุณสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๙๓-๗. อหํ ลสุเณนาติ เอตฺถ ‘‘ปวาเรมี’’ติ ปาฐเสโส. พทรสาฬวํ กิร พทรผลานิ สุกฺขาเปตฺวา จุณฺเณตฺวา กตฺตพฺพา ขาทนียวิกติ.
ปฐมลสุณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ทุติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๐๐. สํหราเปยฺยาติ ‘‘สํหรติ วา สํหราเปติ วา’’ติ ปทภาชนํ เวทิตพฺพํ. กิญฺจาปิ เอตฺถ อาปตฺติเภโท น ทสฺสิโต, ตถาปิ ขุรสณฺฑาสกตฺตริอาทิปริเยสนฆํสนาทีสุ ปุพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ ยุชฺชติ, ยถา เจตฺถ, เอวํ ตลฆาตกาทิมฺหิ จ อาปตฺติเภโท ปาฬิยํ น วุตฺโต. ยถาสมฺภวํ ปน ปุพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ สมฺภวติ. เอวํ ภิกฺขุสฺส เอตฺถ จ ลสุเณ จ ทุกฺกฏํ. อิทํ กิริยากิริยนฺติ โปราณา. ตตฺถ ‘‘กิริยากิริย’’นฺติ น วุตฺตํ.
ทุติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘๐๒-๖. ตติยจตุตฺถสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๕. ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๑๒. ปญฺจเม อุทกสุทฺธิปจฺจเย สติปิ ผสฺสสาทิยเน ยถาวุตฺตปริจฺเฉเท อนาปตฺติ. ตตฺถ ทฺวินฺนํ ปพฺพานนฺติ ‘‘ทฺวินฺนํ องฺคุลานํ สหปเวสเน เอเกกองฺคุลสฺส เอเกกํ ปพฺพํ กตฺวา เทฺว ปพฺพา, เอกงฺคุลปฺปเวสเน ทฺวินฺนํ ปพฺพานํ อุปริ น วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ. มหาปจฺจริยมฺปิ อยเมว นโย ทสฺสิโต’’ติ ลิขิตํ.
ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘๑๕. ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๗. สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๒๐-๘๒๒. ‘‘นครํ อติหรนฺตี’’ติ ปาโฐ. ‘‘นครทฺวาเร อติหรนฺตี’’ติ กตฺถจิ, ตตฺถ ทฺวาเรนาติ อตฺโถ. อยเมว วา ปาโฐ. ตํ ปุพฺพาปรวิรุทฺธนฺติ ‘‘ปุนปิ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ วาทํ สนฺธาย, น ตโต ปุพฺเพ ตตฺถ วุตฺตํ วาทํ. เอตฺถ ‘‘มาตรมฺปิ วิญฺญาเปตฺวาติ วจเนน วิรุชฺฌตี’’ติ ลิขิตํ, ตํ ทุลฺลิขิตํ, น หิ เตน วิโรธํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตนฺติ. กรเณ เจ ปาจิตฺติยํ, การาปเนปิ ปาจิตฺติเยเนว ภวิตพฺพํ. อถ การาปเน ทุกฺกฏํ, กรเณปิ ทุกฺกเฏเนว ภวิตพฺพํ. น หิ กรเณ วา การาปเน วา วิเสโส อตฺถิ อาปชฺชเน สตีติ อธิปฺปาโย.
๘๒๓. สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตีติ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘สาธู’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย. น หิ ปฏิคฺคเหตุํ วฏฺฏติ. อนามาสตฺตา ‘‘อามกธญฺญํ ปน ญาตกปวาริตฏฺฐาเนปิ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘กปฺปิเยน ลทฺธํ ธญฺญํ ภชฺชิตฺวา ภุญฺชนฺติยา ทุกฺกฏํ. อปรณฺเณปิ เอเสว นโย’’ติ จ ‘‘อนาปตฺติ อาพาธปจฺจยาติ วจนโต สตฺต ธญฺญานิปิ อนามาสานีติ สิทฺธํ, เตเนว เหฏฺฐา อฏฺฐกถายํ ทุกฺกฏวตฺถุมฺหิ สตฺต ธญฺญานิปิ คหิตานิ อนามาสานี’’ติ จ วุตฺตานิ. อามาสานิ กปฺปิยวตฺถูนิ จ ยทิ ภเวยฺยุํ, ยถา ญาตกปวาริเต สนฺธาย ‘‘อปรณฺณํ วิญฺญาเปตี’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ, เอวํ ‘‘อนาปตฺติ ญาตกานํ ปวาริตานํ อญฺญสฺส อตฺถาย วิญฺญาเปติ, อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายา’’ติ วตฺตพฺพํ. ยสฺมา ทุกฺกฏวตฺถุตฺตา จ อนามาสตฺตา จ มาตรมฺปิ สตฺตวิธํ ธญฺญํ วิญฺญาเปตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา ตทตฺถทีปนตฺถํ สตฺตวิธํ ธญฺญํ สนฺธาย ‘‘อนาปตฺติ อาพาธปจฺจยา’’ติ วุตฺตํ, ยถา ภิกฺขุนิยา อาพาธปจฺจยา วฏฺฏติ, ตถา ภิกฺขุสฺสาปีติ จ. ยถา วา ปน ภิกฺขุนิยา ภชฺชนาทีนิ การาเปตุํ น วฏฺฏติ, เอวํ ภิกฺขุสฺสาปิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘อญฺญตโร พาลภิกฺขุ กปฺปิยํ อชานนฺโต เอตทโวจ ‘อามกธญฺญํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ ภิกฺขูนํ น วฏฺฏติ. เอตํ ธญฺญํ ภชฺชิตฺวา โกฏฺเฏตฺวา ปจิตฺวา ยาคุขชฺชกํ ภตฺตญฺจ เทถา’ติ, อาณาปกสฺเสว ภิกฺขุสฺส อาปตฺติ, สพฺเพสํ อนาปตฺตี’’ติ. ตสฺมา ‘‘สงฺฆวาริกานํ ธญฺญํ โกฏฺเฏถา’’ติ อารามิกานํ วตฺตุญฺจ น วฏฺฏติ. ‘‘ทิวสํ ปริพฺพยํ คณฺหถ, ตณฺฑุเล สมฺปาเทถ, ตฺวํ เอตฺตเก คณฺห, ตฺวํ เอตฺตเก’’ติ เอวมาทีนิ ปน วตฺตุํ วฏฺฏตีติ จ. ยํ ปน ‘‘อวิญฺญตฺติยา ลพฺภมานํ ปน นวกมฺมตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ เหฏฺฐา ‘‘อิมํ ตฬากํ เขตฺตํ วตฺถุํ วิหารสฺส เทมา’ติ วุตฺเต ‘สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ นยํ สนฺธาย วุตฺตตฺตา สุวุตฺตเมว. ‘‘นวกมฺมตฺถาย ธญฺญํ เทมา’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธู’’ติ วตฺตพฺพํ. ยํ ปน เหฏฺฐา ‘‘ตตฺถ นิสฺสคฺคิยวตฺถุํ อตฺตโน วา สงฺฆคณปุคฺคลเจติยานํ วา อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ…เป… ทุกฺกฏวตฺถุํ สพฺเพสมฺปิ อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉโต ทุกฺกฏเมวา’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ สุวุตฺตเมว. กสฺมา? ‘‘เจติยสฺส อตฺถาย ธญฺญํ ทาตุกาโมมฺหิ, ตุเมฺห ภนฺเต ตทตฺถาย สมฺปฏิจฺฉถา’’ติ วุตฺเต ปฏิคฺคเหตุํ อกปฺปิยตฺตา. ‘‘อิทํ ปน ตาทิสํ น โหตี’’ติ จ วุตฺตํ. สพฺโพปายํ อุปติสฺสตฺเถรวาโท กิร. ธมฺมสิริตฺเถโร ปเนวมาห ‘‘ปุพฺเพปิ นวกมฺมตฺถาย ปฏิคฺคโห น วาริโต, สงฺฆสฺสตฺถาย ปฏิคฺคหิตมฺปิ ปฏิคฺคาหกสฺเสว อกปฺปิย’’นฺติ.
สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๒๔. โปราณา ‘‘นิพฺพิฏฺฐราชภโฏ’’ติ ปฐนฺติ. ตสฺสตฺโถ วาริตภตฺตเวตโน ราชภโฏติ. ‘‘ตญฺเญว ภฏปถนฺติ ตํเยว ภตฺตเวตน’’นฺติ อตฺถํ วทนฺติ. อุมฺมุกนฺติ อลาตํ.
๘๒๖. เอตฺถ ฉฑฺฑิตํ กิริยา. อโนโลกนํ อกิริยา.
อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. นวมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๓๒. ‘‘สามิเก อปโลเกตฺวา ฉฑฺเฑตี’’ติ กตฺถจิ โปตฺถเก นตฺถิ, กตฺถจิ อตฺถิ, อตฺถิภาโวว เสยฺโย กิริยากิริยตฺตา สิกฺขาปทสฺส. อิธ เขตฺตปาลกา, อารามาทิโคปกา จ สามิกา เอว. ‘‘สงฺฆสฺส เขตฺเต, อาราเม จ ตตฺถ กจวรํ น ฉฑฺเฑตพฺพนฺติ กติกา เจ นตฺถิ, ภิกฺขุสฺส ฉฑฺเฑตุํ วฏฺฏติ สงฺฆปริยาปนฺนตฺตา, น ภิกฺขุนีนํ. ตาสมฺปิ ภิกฺขุนิสงฺฆสนฺตเก วุตฺตนเยน วฏฺฏติ, น ตตฺถ ภิกฺขุสฺส, เอวํ สนฺเตปิ สารุปฺปวเสเนว กาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.
นวมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๓๓. สาธุกีฬิตคีตํ วาติ เอตฺถ ปาจิณฺณคีตมฺปิ โสตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘คีตุปสญฺหิตํ ปน ธมฺมํ โสตุํ วฏฺฏตีติ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘ธมฺมคีตมฺปิ น วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา ‘‘พุทฺธสฺส คายาม วาเทมาติ วุตฺเต สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ, ทุกฺกฏํ โหตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ปูชํ กโรม, ชาตกํ วา วตฺถุํ วา เทเสมาติ วุตฺเต ‘สาธู’ติ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จ วุตฺตํ.
๘๓๖. เอกปโยโค นาม เอกทิวสาวโลกนํ. เตสํเยวาติ เยสํ นจฺจํ ปสฺสติ. ‘‘ภิกฺขุนี สยมฺปิ นจฺจิตุํ วา คายิตุํ วา วาทิตุํ วา น ลภตี’’ติอาทิ อิธ สิกฺขาปเท นตฺถิ. กสฺมา? เอฬกโลมสมุฏฺฐานตฺตา. ยทิ เอวํ กสฺมา วุตฺตนฺติ เจ? สุตฺตานุโลมมหาปเทสโต. ยทิ นจฺจาทีนิ ปสฺสิตุํ วา โสตุํ วา น ลภติ, ปเคว อตฺตนา กาตุนฺติ นยโต ลพฺภมานตฺตา วุตฺตํ. อิตรถา มหาปเทสา นิรตฺถกา สิยุํ. เอวมญฺญตฺถาปิ นโย เนตพฺโพ. ‘‘สมุฏฺฐานมฺปิ อิธ วุตฺตเมว อคฺคเหตฺวา ฉสมุฏฺฐานวเสน คเหตพฺพ’’นฺติ ลิขิตํ. ตํ ‘‘อญฺเญ นจฺจ, คาย, วาเทหี’’ติ วตฺตุํ น ลพฺภตีติอาทิวจีกมฺมํ สนฺธาย ลิขิตญฺเจ, ตํ สุลิขิตํ เอฬกโลมสมุฏฺฐาเน วาจาย อภาวโต. ‘‘สยมฺปิ นจฺจิตุ’’นฺติอาทิกายกมฺมญฺเจ สนฺธาย ลิขิตํ, ทุลฺลิขิตํ. เอฬกโลมสมุฏฺฐานญฺหิ เอกนฺตโต กายกมฺมํ โหติ, ตสฺมา อุทฺธฏํ อคฺคเหตฺวา อาทิสทฺเทน สงฺคหิตเมว อิธ คเหตพฺพนฺติ. เอตํ เอฬกโลมสมุฏฺฐานตฺตาติ เอตฺถ การณวจเน สุตฺตานุโลมมหาปเทสโตติ เอตฺถ ปน อุทฺธฏํ คเหตพฺพํ, เอวํ ยถาลาภวเสน ตํ ลิขิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘อาหจฺจภาสิตสิกฺขาปทวเสน เอฬกโลมสมุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตนฺติ อุปติสฺสตฺเถโร. ‘‘เอฬกโลมสมุฏฺฐานญฺเจ อิทํ สิกฺขาปทํ, อาณาปโก มุจฺเจยฺย, น จ มุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ. ตํ ‘‘กสฺมา’’ติ วุตฺเต ‘‘สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺต’’นฺติ อฏฺฐกถาจริโย อาหาติ ธมฺมสิริตฺเถโร.
๘๓๗. อาราเม ฐตฺวาติ น เกวลํ ฐตฺวา, ตโต คนฺตฺวา ปน สพฺพิริยาปเถหิปิ ลภติ. ‘‘อาราเม ฐิตาติ ปน อารามปริยาปนฺนาติ อตฺโถ, อิตรถา นิสินฺนาปิ น ลเภยฺยา’’ติ ลิขิตํ, ตํ สุลิขิตเมว.
ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ลสุณวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อนฺธการวคฺควณฺณนา
๑. ปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๓๙. ‘‘ทิวาปิ อนฺธการํ อตฺถิ, ตปฺปฏิเสธนตฺถํ ‘รตฺตนฺธกาเร’ติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ โปราณา. สนฺติฏฺเฐยฺยาติ เอตฺถ ฐานาปเทเสน จตุพฺพิโธปิ อิริยาปโถ สงฺคหิโต, ตสฺมา ปุริสสฺส หตฺถปาเส เตน สทฺธึ จงฺกมนาทึ กโรนฺติยา ปาจิตฺติยเมว. ‘‘สลฺลเปยฺย วา’’ติ เกวลํ นิทานวเสน วุตฺตํ วิเสสาภาวโต. ‘‘สลฺลเปยฺยวาติ ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิตา สลฺลปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ หิ วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตนฺติ เอเก. กสฺมา? ยสฺมา ตสฺส ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิเตเนว เอกํ ปาจิตฺติยํ. สลฺลปเนนปิ อปรมฺปิ เอกํ อาปชฺชตีติ นาปชฺชติ, กถํ ปญฺญายตีติ? องฺควเสน. อิมสฺส หิ รตฺตนฺธการตา, ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐานํ วา สลฺลปนํ วา, สหายาภาโว, รโหเปกฺขตาติ อิมานิ จตฺตาริ องฺคานิ วุตฺตานิ. ตตฺถ ยทิ ฐานปจฺจยา เอกา อาปตฺติ วิสุํ สิยา, ตสฺสา จตฺตาริ องฺคานิ สิยุํ. ยทิ สลฺลปนปจฺจยา เอกา, ตสฺสาปิ ปญฺจ องฺคานิ สิยุํ. ตสฺมา มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘จตฺตาริ วา ปญฺจ วา องฺคานี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, น จ วุตฺตํ, ตสฺมา สลฺลปนปจฺจยา วิสุํ นตฺถีติ. อตฺถิเยว, มาติกาฏฺฐกถาวจนญฺจ ตทตฺถเมวาติ เอเก. กถํ? สหุปฺปตฺติโต ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ. กึ วุตฺตํ โหติ? สลฺลปเน สติ ฐานปจฺจยา อาปชฺชิตพฺพํ จตุรงฺคิกํ, สลฺลปนปจฺจยา อาปชฺชิตพฺพํ จตุรงฺคิกนฺติ เทฺว ปาจิตฺติยานิ สหุปฺปนฺนานิ เอกโต อาปชฺชนฺตีติ. อิทํ อยุตฺตํ ปาฬิวิโรธโต. ปาฬิยญฺหิ ‘‘สลฺลเปยฺย วาติ ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิตา สลฺลปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เทฺว สิยุํ, ‘‘อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ปาจิตฺติยาน’’นฺติ น วตฺตพฺพตา สิยาติ. อยํ นโย ทุติยาทีสุปิ ยถาโยคํ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ ทุติเยนาปิ สทฺธึ ยทิ ภิกฺขุนิยา รโหเปกฺขตา อตฺถิ, โส เจ ปุริโส, น ทุติโย, ปุริสคณนาย อาปตฺติโย. อถ ทุติยา ภิกฺขุนี โหติ, ตสฺสา จ เตน ปุริเสน สทฺธึ รโหเปกฺขตา อตฺถิ, สา จ ภิกฺขุนี น ทุติยา โหติ. อุภินฺนมฺปิ อาปชฺชตีติ เอเก, วิจาเรตฺวา ปน คเหตพฺพํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน วุตฺตํ ‘‘หตฺถปาเส ฐาเนน ทุกฺกฏ’’นฺติ, ตํ ปาฬิยา วิรุชฺฌติ. ‘‘ปุริสสฺส หตฺถปาเส ติฏฺฐติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ หิ ปาฬิ, กึพหุนา. จตุตฺถสิกฺขาปเท มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุติยิกอุยฺโยชนสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘สนฺติฏฺฐนาทีสุ ตีณิ ปาจิตฺติยานี’’ติอาทิวจนโต วตฺถุคณนาย อาปตฺติ เวทิตพฺพา. ‘‘องฺคานิ เจตฺถ จตฺตาริ ปญฺจ วา’’ติ วตฺตพฺพนฺติ สนฺนิฏฺฐานํ.
ปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒-๓-๔. ทุติยตติยจตุตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๔๒-๖. ทุติยตติยจตุตฺถานิ อุตฺตานานิ. สพฺพตฺถ ‘‘สลฺลปตีติ ยํ กิญฺจิ ติรจฺฉานกถํ กเถตี’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ.
๘๕๒. จตุตฺเถ ปนายํ วิเสโส – ‘‘เอเกเนกา’’ติ ปฐมํ วุตฺตตฺตา ทุติยิกํ วา ภิกฺขุนีนํ อุยฺโยเชยฺย, ปาจิตฺติยํ น สมฺภวตีติ เจ? สมฺภวติ. กสฺมา? สนฺติฏฺฐนาทิตฺตยมตฺตาเปกฺขตฺตา, ตสฺส วจนสฺสาปิ วา อญฺญายปิ รโหเปกฺขนสฺสาทสมฺภเว สติ อุภินฺนํ เอกตฺถสมฺภวโต จ สาธิตเมตํ. ‘‘หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา สนฺติฏฺฐติ วา สลฺลปติ วา’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ. กสฺมา ‘‘นิกณฺณิกํ วา ชปฺเปตี’’ติ น วุตฺตํ? หตฺถปาสาติกฺกเม อสมฺภวโต. ตสฺส ตติยสฺส ปทสฺส ปจฺฉินฺนตฺตา สมฺภวนฺตมฺปิ ‘‘ทุติยิกํ วา อุยฺโยเชตี’’ติ น วุตฺตํ, ตสฺมา อตฺถโต หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา สนฺติฏฺฐติ วา สลฺลปติ วา ทุติยิกํ วา อุยฺโยเชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย ยกฺเขน วาติอาทีสุปิ. ตตฺถ ‘‘หตฺถปาเส’’ติ วา ‘‘หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา’’ติ วา น วุตฺตํ อุภยตฺถ ทุกฺกฏตฺตา. อนาปตฺติวาเรปิ อสมฺภวโต ‘‘นิกณฺณิกํ วา ชปฺเปตี’’ติ น วุตฺตนฺติ เจ? สมฺภวติ สติ กรณีเย นิกณฺณิกํ วา ชปฺเปตีติ สมฺภวโต. อถ กสฺมา เอวํ น วุตฺตนฺติ เจ? อนวชฺชกถายํ นิกณฺณิกชปฺปเน ปโยชนาภาวา, ธมฺมกถายมฺปิ อุทายึ อารพฺภ ปฏิสิทฺธตฺตา จ.
ทุติยตติยจตุตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๕๖. ‘‘กุลํ นาม จตฺตาริ กุลานี’’ติ วุตฺตตฺตา ติตฺถิยาราเม กปฺปติ ตสฺส กุลโวหาราภาวโตติ เอเก. ติตฺถิยานํ ขตฺติยาทิปริยาปนฺนตฺตา น กปฺปตีติ เอเก. ตสฺส กปฺปิยภูมิตฺตา น ยุตฺตนฺติ เจ? น, ยถาวุตฺตขตฺติยาทีนํ สมฺภวโต. ตถาปิ โคจรกุลํ อิธาธิปฺเปตํ. ‘‘อุปจาโร ทฺวาทสหตฺโถ’’ติ ลิขิตํ.
ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ฉฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๖๐. ‘‘นิสีทนฺติยา เอกา, นิปชฺชนฺติยา เอกา’’ติ อวตฺวา ‘‘นิสีทิตฺวา คจฺฉนฺติยา’’ติอาทิ น วตฺตพฺพํ. น หิ คมนปจฺจยา เอสา อาปตฺตีติ? น, ปริโยสานาธิปฺปายวเสน วุตฺตตฺตา. ‘‘นิสีทิตฺวา นิปชฺชนฺติยา เทฺว’’ติ วจเนนปิ คมนํ อิธ นาธิปฺเปตนฺติ ทสฺสิตํ โหติ, ตถา ‘‘นิปชฺชิตฺวา นิสีทนฺติยา เทฺว’’ติปิ วตฺตพฺพํ. ยทิ เอวํ ‘‘ตสฺมึ อภินิปชฺชติ, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ปาจิตฺติยาน’’นฺติ กสฺมา น วุตฺตนฺติ เจ? อนิสีทิตฺวาปิ นิปชฺชนสมฺภวโต. นิปชฺชนตฺถาย นิสีทิตฺวา นิปชฺชนฺติยา นิปชฺชนกปโยคตฺตา เอกา อาปตฺตีติ เกจิ.
ฉฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๖๗. อนาปตฺติวาเร ‘‘ธุวปญฺญตฺเต’’ติ น วุตฺตํ ‘‘สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา’’ติ วุตฺตตฺตา. อิธ ฉฏฺเฐ วุตฺตนเยน ปกติยา ปญฺญตฺเต อภินิสีทติ วา อภินิปชฺชติ วา, ปาจิตฺติยเมว. อญฺญตฺถ ธุวปญฺญตฺตํ. อิธ วุตฺตนเยน สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา อภินิสีทติ วา อภินิปชฺชติ วา, ปาจิตฺติยเมว. อุภยตฺถาปิ ปญฺจเม วุตฺตนเยน อนาปุจฺฉา ปกฺกเมยฺย, ปาจิตฺติยเมว, อนาปตฺติวาเร มาติกายํ วุตฺตกาลโต อญฺญกาลสฺส อปรามฏฺฐตฺตาติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. อปิจ อตฺถาปตฺติกาเล อาปชฺชติ, โน วิกาเลติอาทิตฺติเก, อตฺถาปตฺติ รตฺตึ อาปชฺชติ, โน ทิวาติอาทิตฺติเก จ อฏฺฐกถายํ อิธ ปญฺจมฉฏฺฐสตฺตมสิกฺขาปเทหิ สงฺคหิตาปตฺตีนํ อปรามฏฺฐตฺตา ยถาสมฺภวํ ติวิธกาเล ติวิธเมตํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ วฏฺฏติ เอว มหาปเทสนยานุโลมโต.
สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๖๙. อฏฺฐเม ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ สมฺภวติ.