๙. ทุติยทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา

๓๙๑. เวฬุวเนเยวาติ อิทํ เตหิ วุตฺตเวลํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘ปุพฺเพ มยํ อาวุโส สุเตน อโวจุมฺหา’’ติ ‘‘อเมฺหหิ สา อุสฺสาหิตา กุปิเตหิ อนตฺตมเนหี’’ติอาทิวจนํ สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺญภาคสฺส อิทนฺติ มนุสฺสภิกฺขุภาวโต อญฺญภาคสฺส ติรจฺฉานฉคลกภาคสฺส อิทํ ฉคลกชาตํ อธิกรณํ. อญฺญภาโค วา อสฺส อตฺถีติ โส ติรจฺฉานฉคลกภาวสงฺขาโต อญฺญภาโค อสฺส ฉคลกสฺส อตฺถีติ สฺวายํ ฉคลโก อญฺญภาคิยํ อธิกรณํ นาม.

ตตฺถ ปฏิมาย สรีรํ, สิลาปุตฺตกสฺส สรีรนฺติ นิทสฺสนํ, ปฐมํ ปเนตฺถ นิพฺพจนํ ชาติปทตฺโถติวาทีนํ มเตน วุตฺตํ. สา หิ สามิภาเวน, นิจฺจภาเวน จ ปธานตฺตา สตฺติสภาเว ฐิตา. ตพฺพิปรีตกตฺตา พฺยตฺตากติ ชาติโย ตุ ปทตฺโถ อิติ อิมสฺส สุตฺตสฺส วเสน ทุติยํ นิพฺพจนํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. นามกรณสญฺญาย อาธาโรติ เอตฺถ นามเมว นามกรณํ. นามํ กโรนฺตานํ สญฺญา นามกรณสญฺญา, ตสฺสา. มนุสฺสชาติโก ฉคลกชาติอาธาโร นาม. น หิ ตํ นามํ กจฺฉปโลมํ วิย อนาธารนฺติ อธิปฺปาโย. ตํ ปน ฉคลกสฺส ทพฺโพติ ทินฺนนามํ ‘‘เทโส’’ติ วุจฺจติ. ตสฺมา เถรํ อมูลเกนาติอาทินา อญฺญมฺปิ วตฺถุํ เถรสฺส ลิสฺสติ สิลิสฺสติ โวหารมตฺเตเนว, น อตฺถโต, อีสกํ อลฺลียตีติ เลโสติ อธิปฺปาโย. ยสฺมา เทสเลสา อตฺถโต นินฺนานากรณา, ตสฺมา ‘‘กญฺจิเทสํ เลสมตฺตํ อุปาทายา’’ติ อุทฺธริตฺวา ‘‘ทส เลสา ชาติเลโส’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา นิทาเน, เอวํ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยมฺปิ มาติกายมฺปิ อยเมวตฺโถ. ยสฺมา อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺสาติ ฉคลกสฺส. กญฺจิเทสํ เลสมตฺตํ อุปาทายาติ ทพฺโพติ นามํ อุปาทายาติ อยมตฺโถ อฏฺฐุปฺปตฺติวเสเนว อาวิภูโต, ตสฺมา น วิภตฺโต. กิญฺจ ภิยฺโย อนิยมตฺตา. น หิ เมตฺติยภูมชกานํ วิย สพฺเพสมฺปิ ฉคลกเมว อญฺญภาคิยํ อธิกรณํ โหติ. อญฺญํ โคมหึ สาทิกมฺปิ โหติ, น จ เมตฺติยภูมชกา วิย สพฺเพปิ นามเลสมตฺตเมว อุปาทิยนฺติ. อญฺญมฺปิ ชาติเลสาทึ อุปาทิยนฺติ, ตสฺมา อนิยมตฺตา จ ยถาวุตฺตนเยน น วิภตฺตํ. กิญฺจ ภิยฺโย ตถา วุตฺเต ฉคลกสฺเสว อญฺญภาคิยตา สมฺภวติ, น อญฺญสฺส, เยน โสว ทสฺสิโต. เลโส จ นาม เลโสว, น ชาติอาทิ, เยน โสว ทสฺสิโตติ เอวํ มิจฺฉาคาหปฺปสงฺคโต จ ตถา น วิภตฺโต.

๓๙๓. อญฺญภาคิยสฺสาติ จุทิตกโต อญฺญสฺส. อธิกรณสฺสาติ มนุสฺสสฺส วา อมนุสฺสสฺส วา ติรจฺฉานคตสฺส วาติ เอวํ วตฺตพฺพํ. เอวญฺหิ วุตฺเต มนุสฺสาทีนํเยว ชาติเลสาทโย วุตฺตา โหนฺติ, อญฺญถา จตุนฺนํ อธิกรณานํ เต อาปชฺชนฺติ ‘‘อธิกรณสฺส กญฺจิ เทสํ เลสมตฺต’’นฺติ สามิวจนํ ปุพฺพงฺคมํ อุทฺทิฏฺฐตฺตาติ เจ? น, นามสฺส วิย ชาติอาทีนํ มนุสฺสาทีนํ อาธารภาวนิยมสมฺภวโต, อธิกรณภาวานิยมโตติ วุตฺตํ โหติ. นิยเม จ สติ ชาติยา อาธาโร ชาติ, ลิงฺคสฺส จ ลิงฺคํ, อาปตฺติยา จ อาปนฺโน อาธาโร, วิรุทฺธานมฺปิ อสมาทินฺนานมฺปิ ปตฺตจีวรานํ สามิโก อาธาโร, เยน อธิกรณสงฺขฺยํ คจฺเฉยฺยาติ อาปชฺชตีติ อธิกรณสฺสาติ ปทํ อภาเชตพฺพเมว ภเวยฺยาติ น อุทฺธริตพฺพํ สิยา, อุทฺธริตพฺพํ. ตสฺมา ‘‘อธิกรณนฺติ วจนสามญฺญโต’’ติอาทิ สพฺพํ วตฺตพฺพํ. อปากฏา อิโต อญฺญตฺร ทสฺสิตฏฺฐานาภาวโต. ชานิตพฺพา จ วินยธเรหิ ยสฺมา อญฺญถา ปริวาเร ‘‘วิวาทาธิกรณํ จตุนฺนํ อธิกรณานํ วิวาทาธิกรณํ ภชตี’’ติอาทินา นเยน อนาคตฏฺฐาเน ‘‘กสฺมา’’ติ วุตฺเต การณํ น ปญฺญาเยยฺย, ตสฺมา เตสํ ตพฺภาคิยตา จ อญฺญภาคิยตา จ ชานิตพฺพา วินยธเรหิ. ตาสุ หิ วิญฺญาตาสุ วิวาทาธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ ภชติ. กสฺมา? ตพฺภาคิยตฺตา. อิตรํ น ภชติ อญฺญภาคิยตฺตาติ สุขการณโต ปญฺญายนฺติ, ตสฺมา วจนสามญฺญโต ลทฺธํ อธิกรณํ นิสฺสายาติอาทิ. ตตฺถ ยสฺมา อาปตฺตญฺญภาคิยํ มหาวิสยํ, อิตเรหิ อสทิสนิทฺเทสญฺจ, ตสฺมา ตํ อธิกรณปริยาปนฺนมฺปิ สมานํ วิสุํ วุตฺตํ ‘‘อาปตฺตญฺญภาคิยํ วา โหตี’’ติ. อธิกรณปริยาปนฺนตฺตา จ ‘‘อธิกรณญฺญภาคิยํ วา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถาปิ มหาวิสยตฺตา, มาติกายํ อาคตตฺตา จ ปฐมํ อญฺญภาคิยตา วุตฺตา, ปจฺฉา ตพฺภาคิยตาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ ยสฺมา อธิกรณญฺญภาคิยวจเนน อตฺถาปตฺตินเยน สิทฺธํ. อธิกรณํ ตพฺภาคิยํ, ตสฺมา ‘‘อธิกรณํ ตพฺภาคิยํ โหตี’’ติ เอวํ อุทฺเทสํ อกตฺวา ‘‘กถํ อธิกรณํ อธิกรณสฺส ตพฺภาคิยํ โหตี’’ติ ปุจฺฉาปุพฺพงฺคมนิทฺเทโส กโต. ตตฺถาปิ อาปตฺตาธิกรณสฺส อญฺญภาคิยตา กิญฺจาปิ ปาราชิเกน อนุทฺธํสิภาธิการตฺตา ปาราชิกานํเยว วเสน วุตฺตา, อถ โข เสสาปตฺติกฺขนฺธวเสนาปิ เวทิตพฺพา. ยา จ สา โจทนา ‘‘อสุโก นาม ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหตี’’ติอาทิกา, ตตฺถ ‘‘สงฺฆาทิเสเส ถุลฺลจฺจยทิฏฺฐิ โหติ, ทุพฺภาสิเต สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิ โหตี’’ติ เอวมาทิกา วินเย อปกตญฺญุตาย, ตํตํวตฺถุสริกฺขตาย วา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. สพฺพตฺถาปิ ‘‘ปาราชิกทิฏฺฐิ โหตี’’ติ น วุตฺตํ. ตถาสญฺญิโน อนาปตฺติโต. ‘‘ตพฺภาคิยวิจารณาย’’นฺติ ตพฺภาคิยปทนิทฺเทเส อญฺญภาคิยตายปิ นิทฺทิฏฺฐตฺตา วุตฺตํ.

วตฺถุสภาคตายาติ อนุวาทวตฺถุสภาคตายาติ อตฺโถ. อญฺญถา ‘‘จตสฺโส วิปตฺติโย’’ติ วจนํ วิรุชฺเฌยฺย. สภาวสริกฺขาสริกฺขโต จาติ สภาเวน สทิสาสทิสโต. ตตฺถ ฌานาทิวตฺถุวิสภาคตายปิ สภาวสริกฺขตาย อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปาราชิกาปตฺติ ตสฺเสว ตพฺภาคิยาว โหติ. ตถา วตฺถุวเสน อนุวาทาธิกรณํ, กิจฺจาธิกรณญฺจ ปาเฏกฺกํ จตุพฺพิธมฺปิ วุตฺตญฺญภาคิยํ น ชาตํ, ตสฺมา ตทญฺญภาคิยตาย วิทิตาย ตพฺภาคิยตา ปาริเยสยุตฺติยา อวุตฺตาปิ สิชฺฌตีติ กตฺวา ‘‘อญฺญภาคิยเมว ปฐมํ นิทฺทิฏฺฐ’’นฺติปิ วตฺตุํ ยุชฺชติ. เอกํเสน ตพฺภาคิยํ น โหตีติ สริกฺขวเสน อรหตฺตํ อาปตฺติ อนาปตฺตีติ วิวาทสพฺภาวโต อพฺยากตภาเวน วิวาทาธิกรณสฺสปิ อญฺญภาคิยํ สิยา, ปาฬิยํ อาปตฺตาธิกรณสฺส วุตฺตตฺตา เอวํ วุตฺตํ, อาทิโต ปฏฺฐายาติ ‘‘อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺสา’’ติ อิโต ปฏฺฐาย. ‘‘เมถุนราเคน มนุสฺสวิคฺคโห โทเสนาติอาทินา สริกฺขโต จา’’ติ ลิขิตํ. ตํ วตฺถุวิสภาคตาย เอว สิทฺธํ. อยํ ปน วตฺถุสภาคตายปิ สติ อาปตฺติสภาคตา สริกฺขโตติ โน ตกฺโกติ จ, เอกสฺมิมฺปิ หิ วตฺถุสฺมึ อาปตฺติเภโท โหตีติ อาจริโย. ปรโต วุตฺตนเยน เวทิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ.

‘‘กิจฺจเมว กิจฺจาธิกรณ’’นฺติ วุตฺตตฺตา สงฺฆกมฺมานเมตํ อธิวจนํ. กมฺมลกฺขณนฺติ กมฺมานํ สภาวํ. ตํ นิสฺสายาติ ปุพฺเพว หิ สํวิธาย สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ. อถ วา ปุริมํ ปุริมนฺติ ปริวาสอุกฺเขปนิยาทีนิ สงฺฆกมฺมานิ นิสฺสาย อพฺภานโอสารณาทิ อุปฺปนฺนนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. ตสฺมา กิญฺจาปิ สงฺฆกมฺมเมว กิจฺจาธิกรณํ, ตถาปิ เสสวิเสโส ลพฺภตีติ ทสฺเสติ.

๓๙๔. อตฺถโต เอกํ, ตสฺมา เทสสฺส อตฺถมวตฺวา ‘‘เลโส’’ติอาทิ วุตฺตํ กิร.

๓๙๕. สวตฺถุกํ กตฺวาติ ปุคฺคลสฺส อุปริ อาโรเปตฺวา ขตฺติยาทิภาเวน เอกชาติโกปิ ทีฆรสฺสกาฬโกทาตาทีนํ ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตานํ วเสน อญฺญภาคิยตา, ทีฆํ ขตฺติยํ อชฺฌาจรนฺตํ ทิสฺวา รสฺสาทิขตฺติยปญฺญตฺติยา อาธารภาวโต ชาติเลเสน โจเทติ, เอกํ วา ขตฺติยํ อชฺฌาจรนฺตํ ทิสฺวา ตโต วิสิฏฺฐญฺญภาคภูตํ ขตฺติยํ ชาติเลสํ คเหตฺวา ‘‘ขตฺติโย ทิฏฺโฐ ตฺวํ ขตฺติโยสี’’ติ โจเทติ ทิฏฺฐาทิอญฺญภาเคน. เอตฺถ จ ‘‘ทีฆาทโย, ทิฏฺฐาทโย จ ชาตินามาทีนํ วตฺถุภูตตฺตา อธิกรณ’’นฺติ ลิขิตํ. ตํ ‘‘อธิกรณภาวานิยมโต’’ติ วุตฺตโทสํ นาติกฺกมติ, อฏฺฐกถายํ ‘‘ขตฺติยชาติปญฺญตฺติยา อาธารวเสน อธิกรณตา จ เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. ตมฺปิ นามโคตฺตโต อญฺญิสฺสา นามโคตฺตปญฺญตฺติยา นาม กสฺสจิ อภาวโต น สพฺพสาธารณํ, ตสฺมา ‘‘อธิกรณสฺสา’’ติ ปทุทฺธารณํ อธิกรณจตุกฺกทสฺสนตฺถํ, ตํ สมานวจนทสฺสนตฺถนฺติ โน ตกฺโกติ. ตตฺถ ทีฆาทิโน วา ทิฏฺฐาทิโน วาติ เอตฺถ ทีฆาทิตา, ทิฏฺฐาทิตา จ อญฺญภาโค, โย จุทิตโก อิตรสฺส วิเสโส ยโต อญฺโญติ วุจฺจติ.

๓๙๙. ลหุกํ อาปตฺตินฺติ ปาราชิกโต ลหุกาปตฺติ สงฺฆาทิเสสาทิ. เตเนว อนฺเต ตํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาปตฺติเลโสปิ กิมตฺถํ ชาติเลสาทโย วิย น วิตฺถาริโตติ เจ? ตถา อสมฺภวโตติ เวทิตพฺพํ.

๔๐๐. สาฏกปตฺโต สรีรฏฺฐปตฺโต. อาปตฺติยาติ ปาราชิกาปตฺติยา อญฺญภาคิยํ สงฺฆาทิเสสาทิ, อธิกรณญฺจ อาปตฺติปญฺญตฺติยา. ‘‘เลโส นาม อาปตฺติภาโค’’ติ วุตฺตตฺตา อาปตฺติภาวเลโส วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ, ตสฺมา ปาราชิกาปตฺติโต อญฺญภาคิยสฺส อาปตฺติปญฺญตฺติยา อาธารณฏฺเฐน ‘‘อธิกรณ’’นฺติ สงฺขฺยํ คตสฺส สงฺฆาทิเสสาทิโน อาปตฺตินิกายสฺส อาปตฺติภาวเลสํ คเหตฺวา โจทนา อาปตฺติเลสโจทนาติ เวทิตพฺพา.

๔๐๘. อนาปตฺติ ตถาสญฺญี โจเทติ วา โจทาเปติ วาติ อาปตฺตญฺญภาคิยโจทนายเมว, น อญฺญตฺถ. เอตฺตาวตา ปฐมทุฏฺฐโทเส วุตฺตวิจรณาย สํสนฺทิตํ โหติ, ตํ อิธ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? กงฺขาวิตรณิยา วจนโต. วุตฺตญฺหิ ‘‘ตตฺถ อิธ จ อาปตฺตญฺญภาคิยโจทนาย ตถาสญฺญิโนปิ อนาปตฺตี’’ติ.

อญฺญาภาคิยสิกฺขํ โย, เนว สิกฺขติ ยุตฺติโต. คจฺเฉ วินยวิญฺญูหิ, อญฺญภาคิยตญฺจ

โสติ.

ทุติยทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.