๔. จตุตฺถปาราชิกํ
วคฺคุมุทาตีริยภิกฺขุวตฺถุวณฺณนา
๑๙๓. จตุตฺเถ วคฺคุ จ สา โมทยติ จ สตฺเตติ วคฺคุมุทา. ‘‘วคฺคุมทา’’ติปิ ปาโฐ, ตสฺส วคฺคุ จ สา ปสนฺนสุทฺธตรงฺคสมิทฺธตฺตา สุขุมา จาติ อตฺโถ ชีวิตวคฺคุตฺถนิตา ชีวิตตฺถนฺติ นีลุปฺปลนฺติอาทีสุ วิย. มทสฺสาติ จ พหุขชฺชโภชฺชปานาทิสมิทฺธา นที ฉณทิวเสสูติ นิรุตฺติ เวทิตพฺพา. วคฺคุ ปริสุทฺธาติ โลเกน สมฺมตาติ กิร อตฺโถ. ภาสิโต ภวิสฺสตีติ ปาฐเสโส.
๑๙๔-๕. วณฺณวา วณฺณวนฺโต วณฺณวนฺตานีติปิ สิชฺฌติ กิร พหุวจเนน. ยสฺมา อินฺทฺริยานํ อูนตฺตํ, ปูรตฺตํ วา นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘อภินิวิฏฺโฐกาสสฺส ปริปุณฺณตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ฉฏฺฐสฺส อภินิวิฏฺโฐกาโส หทยวตฺถุ. จตุอิริยาปถจกฺเก ปากตินฺทฺริเย. อตฺตโน ทหตีติ อตฺตนา ทหติ, อตฺตนา ปฏิวิทฺธํ กตฺวา ปเวเทตีติ อธิปฺปาโย. สนฺตนฺติ วตฺตมานํ. โคตฺรภุโนติ โคตฺตมตฺตํ อนุภวตฺตา นามมตฺตกเมวาติ อตฺโถ.
สวิภงฺคสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๙๗. ปทภาชเน ‘‘ติสฺโส วิชฺชา’’ติ วุตฺตตฺตา อรูปาวจรชฺฌานานิ ปฏิกฺขิตฺตานีติ เจ? น, ตตฺเถว ‘‘ยํ ญาณํ, ตํ ทสฺสนํ, ยํ ทสฺสนํ, ตํ ญาณ’’นฺติ ทสฺสนปเทน วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา, ตสฺมา เอว อฏฺฐกถายํ ‘‘วิชฺชาสีเสน ปทภาชนํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ธุรํ กตฺวาติ ปุริมํ กตฺวา.
ปทภาชนียวณฺณนา
๑๙๙. อนาคเต อุปฺปชฺชนกราคาทีนํ การณตฺตา ราคาทโยว นิมิตฺตํ นาม. ติสฺสนฺนญฺจ วิชฺชานํ อญฺญตรํ สนฺธาย ‘‘วิชฺชานํ ลาภีมฺหี’’ติ ภณติ, ปาราชิกํ, น วตฺถุวิชฺชาทีนํ กิเลสนหานเมว วุตฺตํ, ตํขณตฺตา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปฺปวตฺติ น โหตีติ เจ? น, มคฺคกิจฺจทีปนโต. เตเนว ‘‘มคฺเคน วินา นตฺถี’’ติอาทิ วุตฺตํ. จิตฺตนฺติ จิตฺตสฺส วิคตนีวรณตาติ อตฺโถ. ‘‘ยาวญฺจ วิชฺชา อนาคตา, ตาว วิปสฺสนาญาณสฺส ลาภีมฺหี’ติ วทนฺโต ยทิ โลกุตฺตรํ สนฺธาย วทติ, โสปิ จ ตถา ชานาติ, ปาราชิกเมว โลกุตฺตรสฺสปิ ตํนามตฺตา’’ติ วทนฺติ. ‘‘อวิเสเสนาปิ วทโต ปาราชิกํ วุตฺตนฺติ โลกุตฺตรํ สนฺธาย วทโต ‘ปาราชิก’นฺติ วตฺตุํ ยุชฺชติ. ยถา กึ ‘วิชฺชานํ ลาภีมฺหี’ติ ภณนฺโตปิ ปาราชิกเมวา’ติ วุตฺตฏฺฐาเน วตฺถุวิชฺชาทีนํ สมฺภเวปิ ตาสํ อนธิปฺเปตตฺตา ปาราชิกํ โหติ, เอวมิธาปิ. น สกฺกา อญฺญํ ปมาณํ กาตุนฺติ อตฺตโน คุณมาโรเจตุกาโม โลกิเยน สมฺมิสฺสํ อตฺถปฏิสมฺภิทํ วทโต ปาราชิกนฺติ ปมาณํ กาตุํ น สกฺกา, อิตรถา โหตี’’ติ อปเรหิ วุตฺตํ, ‘‘ตํ ปุพฺพาปรวิรุทฺธํ, ตสฺมา วิชฺชานิทสฺสนํ อิธ อนิทสฺสนํ สาสเน วตฺถุวิชฺชาทีนํ วิชฺชาวิธานาภาวา. ภควตา วิภตฺตเขตฺตปเท วา เตสํ ปริยายวจนานํ อนามฏฺฐตฺตา น สกฺกา อญฺญํ ปมาณํ กาตุ’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘ปฏิสมฺภิทานํ ลาภีมฺหี’ติ วุตฺเต ปริยาเยน วุตฺตตฺตา ถุลฺลจฺจยํ ยุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, วิจาเรตพฺพํ. วีมํสิตฺวา คเหตพฺพนฺติ ‘‘โย เต วิหาเร วสตี’’ติอาทีหิ สํสนฺทนโต ปริยายวจนตฺตา ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ. ‘‘นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชามี’ติ วา ‘ลาภีมฺหาหํ ตสฺสา’ติ วา วทโตปี’’ติ วุตฺตวจนมฺปิ ‘‘สเจ ปนสฺเสวํ โหตี’’ติอาทิวจนมฺปิ อตฺถโต เอกเมว, โสปิ หิ อตฺตโน วิเสสํ อาโรเจตุเมว วทติ. ‘‘โย เต วิหาเร วสตี’ติอาทีสุ อหํ-วจนาภาวา ปริยาโย ยุชฺชติ, อิธ ปน ‘ลาภีมฺหาหํ ตสฺสา’ติ อตฺตานํ นิทฺทิสติ, ตสฺมา ปาราชิกํ อาปชฺชิตุํ ยุตฺตํ วิยา’’ติ วทนฺติ. ‘‘มหาปจฺจริยาทิวจนํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺเมสุ เอโกปิ น โหติ, ตสฺมา ปริยาเยน วุตฺตตฺตา น โหตี’’ติ วทนฺติ, สุฏฺฐุ อุปปริกฺขิตพฺพํ. ผลสจฺฉิกิริยา-ปทโต ปฏฺฐาย เอว ปาโฐ คเหตพฺโพ, ผลสจฺฉิกิริยายปิ เอเกกมฺปิ เอเกกผลวเสน ปาราชิกํ เวทิตพฺพํ.
ราคสฺส ปหานนฺติอาทิตฺติเก กิเลสปฺปหานเมว วุตฺตํ, ตํ ปน ยสฺมา มคฺเคน วินา นตฺถิ. ตติยมคฺเคน หิ ราคโทสานํ ปหานํ, จตุตฺเถน โมหสฺส, ตสฺมา ‘‘ราโค เม ปหีโน’’ติอาทีนิ วทโตปิ ปาราชิกํ. ราคา จิตฺตํ วินีวรณตาติอาทิตฺติเก โลกุตฺตรเมว วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ราคา เม จิตฺตํ วินีวรณ’’นฺติอาทีนิ วทโต ปาราชิกเมวาติ. อกุปฺปธมฺมตฺตาติ เกจิ อุตฺตรวิหารวาสิโน. กสฺมา น โหตีติ เจ? ‘‘อิติ ชานามิ, อิติ ปสฺสามี’’ติ วตฺตมานวจเนเนว มาติกายํ วุตฺตตฺตา. ยทิ เอวํ ปทภาชเน ‘‘สมาปชฺชึ, สมาปนฺโน’’ติอาทินา วุตฺตตฺตา ‘‘อตีตตฺตภาเว โสตาปนฺโนมฺหี’’ติ วทโตปิ โหตูติ เจ? น, อญฺญถา อตฺถสมฺภวโต. กถํ? อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนวเสน วตฺตมานตา คเหตพฺพาติ ญาปนตฺถํ วุตฺตํ, น อตีตตฺตภาวํ. อตีตตฺตภาโว หิ ปริยาเยน วุตฺตตฺตา ‘‘ถุลฺลจฺจย’’นฺติ วุตฺตนฺติ อาจริยา.
๒๐๐. ‘‘สเจปิ น โหติ, ปาราชิกเมวา’’ติ อฏฺฐานปริกปฺปวเสน วุตฺตํ กิร. ‘‘อิติ วาจา ติวงฺคิกา’’ติ วกฺขติ. นตฺเถตนฺติ ปุริเม สติ ปจฺฉิมสฺสาภาวา สมาปชฺชึ, สมาปนฺโนติ อิเมสํ กิญฺจาปิ อตฺถโต กาลวิเสโส นตฺถิ, วจนวิเสโส ปน อตฺถิ เอว.
๒๐๗. อุกฺเขฏิโตติ อุตฺตาสิโต. ขิฏ อุตฺราสเน.
สุทฺธิกวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วตฺตุกามวารกถาวณฺณนา
วิญฺญตฺติปเถติ วิชานนฏฺฐาเน, เตน ‘‘วิญฺญตฺติปถมติกฺกมิตฺวา ฐิโต ภิกฺขุ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สุตฺวา ชานาติ, น ปาราชิกนฺติ ทีเปตี’’ติ วุตฺตํ. ฌานํ กิร สมาปชฺชินฺติ เอตฺถ โส เจ ‘‘เอส ภิกฺขุ อตฺตโน คุณทีปนาธิปฺปาเยน เอวํ วทตี’’ติ ชานาติ, ปาราชิกเมว. อญฺญถา ชานาตีติ เจ? ปาราชิกจฺฉายา น ทิสฺสตีติ อาจริโย.
วตฺตุกามวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อนาปตฺติเภทกถาวณฺณนา
อนุลฺลปนาธิปฺปาโยติ ยทิ อุลฺลปนาธิปฺปาโย ภเวยฺย, ทุกฺกฏเมวาติ อปเร. ‘‘ตํ ปรโต ‘นาวุโส, สกฺกา ปุถุชฺชเนน อธิวาเสตุ’นฺติ วตฺถุนา สํสนฺทิตฺวา คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.
ปทภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วินีตวตฺถุวณฺณนา
๒๒๕-๖. ทุกฺกร อาคาร อาวฏกาม อภิรติวตฺถูสุ ‘‘ยทิ อุลฺลปนาธิปฺปาโย ภเวยฺย, ปาราชิก’’นฺติ วทนฺติ, การณํ ปน ทุทฺทสํ, ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ วิย, วีมํสิตพฺพํ. ยาเนน วา อิทฺธิยา วา คจฺฉนฺโตปิ ปาราชิกํ นาปชฺชตีติ ปทสา คมนวเสเนว กติกาย กตาย ยุชฺชติ. ‘‘อปุพฺพํอจริมํ คจฺฉนฺโตติ หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา อญฺญมญฺญสฺส หตฺถํ คณฺหนฺโต วิย คจฺฉนฺโต’’ติ วุตฺตํ. อุฏฺเฐถ เอถ คจฺฉามาติ เอวํ สหคมเน ปุพฺพาปรา คจฺฉนฺโตปิ นาปชฺชตีติ อาจริยสฺส ตกฺโก. วสนฺตสฺสาติ ตถา วสนฺโต เจ อุปาสเกน ทิสฺสติ, ปาราชิโก โหติ. ‘‘รตฺตึ วสิตฺวา คจฺฉนฺโต น ปาราชิโก’’ติ วุตฺตํ. นานาเวรชฺชกาติ นานาชนปทวาสิโน. สงฺฆลาโภติ ยถาวุฑฺฒํ อตฺตโน ปาปุณนโกฏฺฐาโส.
๒๒๘. อิธาติ ‘‘โก นุ โข’’ติอาทินา วุตฺเต ปญฺหากมฺเม. ธมฺมธาตุ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ.
๒๓๒. น อุปฺปฏิปาฏิยาติ น สีโหกฺกนฺตวเสน อนุสฺสริ. ตสฺมา อนฺตราภวภูตา เอกา เอว ชาตีติ ปฏิวิชฺฌตีติ อตฺโถ.
นิคมนวณฺณนา
๒๓๓. จตุวีสตีติ เอตฺถ มาตุฆาตกปิตุฆาตกอรหนฺตฆาตกา ตติยปาราชิกํ อาปนฺนา. ภิกฺขุนิทูสโก, ลมฺพิอาทโย จ จตฺตาโร ปฐมปาราชิกํ อาปนฺนา เอวาติ กตฺวา กุโต จตุวีสตีติ เจ? น, อธิปฺปายาชานนโต. มาตุฆาตกาทโย หิ จตฺตาโร อิธานุปสมฺปนฺนา เอว อธิปฺเปตา, ลมฺพิอาทโย จตฺตาโร กิญฺจาปิ ปฐมปาราชิเกน สงฺคหิตา, ยสฺมา เอเกน ปริยาเยน เมถุนธมฺมปฏิเสวิโน น โหนฺติ, ตสฺมา วิสุํ วุตฺตา. ‘‘เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขตา’’ติ เอวํ วุตฺตสํวาสสฺส อภพฺพตามตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา’’ติ. อญฺญถา เนสํ สมญฺญายปฏิญฺญายภิกฺขุภาโวปิ นตฺถีติ อาปชฺชติ.
จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปาราชิกกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สงฺฆาทิเสสกณฺโฑ
๑. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๓๕. ‘‘โอกฺกมนฺตาน’’นฺติ ปาโฐ. เอตฺถาห – ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ การโก อิธ กสฺมา น นิทฺทิฏฺโฐติ? อภิ-นิทฺเทเสน อิมสฺส สาเปกฺขาภาวทสฺสนตฺถํ. กถํ? กณฺฑุวนาทิอธิปฺปายเจตนาวเสน เจเตนฺตสฺส กณฺฑุวนาทิอุปกฺกเมน อุปกฺกมนฺตสฺส, เมถุนราควเสน อูรุอาทีสุ ทุกฺกฏวตฺถูสุ, วณาทีสุ ถุลฺลจฺจยวตฺถูสุ จ อุปกฺกมนฺตสฺส สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา สติปิ น สงฺฆาทิเสโส. โมจนสฺสาทสงฺขาตาธิปฺปายาเปกฺขาว สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ สติ อุปกฺกเม, น อญฺญถา ‘‘อนาปตฺติ น โมจนาธิปฺปายสฺสา’’ติ วจนโต. ตสฺมา ตทตฺถทสฺสนตฺถํ อิธ การโก น นิทฺทิฏฺโฐ, อญฺญถา ‘‘โย ปน ภิกฺขุ สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ อาปชฺเชยฺยา’’ติ การเก นิทฺทิฏฺเฐ ‘‘เจเตติ น อุปกฺกมติ มุจฺจติ, อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตวจนวิโรโธ. ‘‘สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติ ภุมฺเม นิทฺทิฏฺเฐปิ โสว วิโรโธ อาปชฺชติ, ตสฺมา ตทุภยวจนกฺกมํ อวตฺวา ‘‘สญฺเจตนิกา สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนาภาวโต เหตุตฺถนิยโม น กโต โหติ. ตสฺมึ อกเต สญฺเจตนิกา สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ อญฺญตฺร สุปินนฺตา สงฺฆาทิเสสาปตฺติ, อุปกฺกเม อสติ อนาปตฺตีติ อยมตฺโถ ทีปิโตติ เวทิตพฺพํ.
๒๓๖-๗. สญฺเจตนิกาติ เอตฺถ ปฐมวิคฺคเหน อุปสคฺคสฺส สาตฺถกตา ทสฺสิตา, ทุติเยน อิกปจฺจยสฺส. วาตปิตฺตเสมฺหรุหิราทิอาสยเภทโตติ อตฺโถ. ธาตูติ เอตฺถ ‘‘ปถวีธาตุอาทโย จตสฺโส, จกฺขุธาตุอาทโย วา อฏฺฐารสา’’ติ คณฺฐิปเท ลิขิตํ. วตฺถิสีสนฺติ วตฺถิปุฏสฺส สีสํ. ‘‘องฺคชาตสฺส มูลํ อธิปฺเปตํ, น อคฺคสีส’’นฺติ วทนฺติ. ตเถวาติ ‘‘นิมิตฺเต อุปกฺกมโต’’ติอาทึ คณฺหาติ. ตโต มุจฺจิตฺวาติ ‘‘น สกลกายโต, ตสฺมา ปน ฐานา จุตมตฺเต โหตู’’ติ คณฺฐิปเท ลิขิตํ. ‘‘ทกโสตํ โอติณฺณมตฺเต’’ติ อิมินา น สเมตีติ เจ? ตโต ทกโสโตโรหณญฺเจตฺถาติอาทิ วุจฺจติ. ตสฺสตฺโถ – นิมิตฺเต อุปกฺกมํ กตฺวา สุกฺกํ ฐานา จาเวตฺวา ปุน วิปฺปฏิสารวเสน ทกโสโตโรหณํ นิวาเรตุํ อธิวาเสมีติ. ตโต พหิ นิกฺขมนฺเต อธิวาเสตุํ น สกฺกา, ตถาปิ อธิวาสนาธิปฺปาเยน อธิวาเสตฺวา อนฺตรา ทกโสตโต อุทฺธํ นิวาเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ‘‘อนิกฺขนฺเต วา’’ติ วุตฺตํ. กสฺมา? ฐานา จุตญฺหิ อวสฺสํ ทกโสตํ โอตรตีติ อฏฺฐกถาธิปฺปาโย คณฺฐิปทาธิปฺปาเยน สเมติ. ตโต มุจฺจิตฺวาติ สกฏฺฐานโต. สกสรีรโต หิ พหิ นิกฺขนฺตเมว โหติ, ตโต ‘‘พหิ นิกฺขนฺเต วา อนิกฺขนฺเต วา’’ติ วจนํ วิรุชฺเฌยฺย. ยสฺมา ปน ตมฺหา ตมฺหา สรีรปเทสา จุตํ อวสฺสํ ทกโสตํ โอตรติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ทกโสตํ โอติณฺณมตฺเต’’ติ, อิมินา จ อาปตฺติยา ปากฏกาลํ ทสฺเสติ, กึ วุตฺตํ โหติ? โมจนสฺสาเทน นิมิตฺเต อุปกฺกมโต สุกฺกํ พหุตรมฺปิ สรีรปเทสา จุตํ ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคาวเสสํ ยตฺตกํ เอกา ขุทฺทกมกฺขิกา ปิเวยฺย, ตตฺตเก ทกโสตํ โอติณฺณมตฺเต สงฺฆาทิเสสาปตฺติ. วุตฺตญฺหิ กงฺขาวิตรณิยํ (กงฺขา. อฏฺฐ. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ทกโสตํ อโนติณฺเณปิ สงฺฆาทิเสโส’’ติอาทิ. ตตฺตกสฺส พหิ นิกฺขมนํ อสลฺลกฺเขนฺโต ‘‘เจเตติ อุปกฺกมติ น มุจฺจติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วจนโต ถุลฺลจฺจยนฺติ สญฺญาย เทเสนฺโตปิ น มุจฺจติ, ปสฺสาวมฺปิ วณฺณตํ ปสฺสิตฺวา วตฺถิโกสคตสฺส ปิจฺฉิลตาย วา ญตฺวา สงฺฆาทิเสสโต วุฏฺฐาตพฺพํ. อยเมตฺถ ตติยตฺเถรวาเท ยุตฺติ. สพฺพาจริยา อิเม เอว ตโย เถรา, เตสมฺปิ ทกโสโตโรหณํ นิมิตฺเต อุปกฺกมนนฺติ อยํ ทุติโย วินิจฺฉโย สาธารณโต เอตฺถ, เอวํ อุปติสฺสตฺเถโร วทติ กิร.
ฐานา จุตญฺหิ อวสฺสํ ทกโสตํ โอตรตีติ กตฺวา ‘‘ฐานา จาวนมตฺเตเนเวตฺถ อาปตฺติ เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. ทกโสตํ โอติณฺเณ เอว อาปตฺติ. สุกฺกสฺส หิ สกลํ สรีรํ ฐานํ, อโนติณฺเณ ฐานา จุตํ นาม น โหตีติ วีมํสิตพฺพํ. อาภิธมฺมิกตฺตา เถรสฺส ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ นาม ราคสมุฏฺฐานา โหตี’’ติ (กถา. อฏฺฐ. ๓๐๗) กถาวตฺถุฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา สมฺภโว จิตฺตสมุฏฺฐาโน, ‘‘ตํ อสุจึ เอกเทสํ มุเขน อคฺคเหสิ, เอกเทสํ องฺคชาเต ปกฺขิปี’’ติ (ปารา. ๕๐๓) วจนโต อุตุสมุฏฺฐาโน จ ทิสฺสติ, โส จ โข อวีตราคสฺเสว ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส ยํ อรหโต อสุจิ มุจฺเจยฺยา’’ติ (มหาว. ๓๕๓; กถา. ๓๑๓) วจนโต. ปรูปาหารฏฺฐกถายํ ‘‘อตฺถิ ตสฺส อาสโยติ ตสฺส สุกฺกสฺส อุจฺจารปสฺสาวานํ วิย ปติฏฺฐาโนกาโส อตฺถี’’ติ (กถา. อฏฺฐ. ๓๐๙) จนโต ตสฺส อาสโยติ สิทฺธํ. ปากติกจิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ วิย อสํสฏฺฐตฺตา, นิกฺขมนโต จ ‘‘วตฺถิสีสํ, กฏิ, กาโย’’ติ ติธา สุกฺกสฺส ฐานํ ปกปฺเปนฺติ อาจริยา. สปฺปวิสํ วิย ตํ ทฏฺฐพฺพํ, น จ วิสสฺส ฐานนิยโม, โกธวเสน ผุสนฺตสฺส โหติ, เอวมสฺส น จ ฐานนิยโม, ราควเสน อุปกฺกมนฺตสฺส โหตีติ ตกฺโก.
โขภกรณปจฺจโย นาม เภสชฺชเสนาสนาหาราทิปจฺจโย. สํสคฺคเภทโตปีติ เอเตสุ ทฺวีหิปิ ตีหิปิ. ปหีนวิปลฺลาสตฺตาติ เอตฺถ ยํ กิญฺจิ สุปินนฺเตน เสกฺขปุถุชฺชนา ปสฺสนฺติ, ตํ สพฺพํ วิปลฺลตฺถํ อภูตเมวาติ อาปชฺชติ. ตโต ‘‘ยํ ปน ปุพฺพนิมิตฺตโต ปสฺสติ. ตํ เอกนฺตสจฺจเมว โหตี’’ติ อิทํ วิรุชฺฌติ, ตสฺมา น วิสยํ สนฺธาย วุตฺตํ. โส หิ สจฺโจ วา โหติ, อลิโก วาติ กตฺวา ตญฺเจ สนฺธาย วุตฺตํ สิยา, ‘‘อเสกฺขา ปหีนวิปลฺลาสตฺตา สจฺจเมว ปสฺสนฺติ, นาสจฺจ’’นฺติ วตฺตพฺพํ สิยา. กินฺตุ ทสฺสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ อภูตํ, อปสฺสนฺโตปิ หิ ปสฺสนฺโต วิย อสุณนฺโตปิ สุณนฺโต วิย อมุนนฺโตปิ มุนนฺโต วิย โหติ. สจฺจมฺปิ วิปสฺสตีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ตํ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณํ น โหติ, อาคนฺตุกปจฺจุปฺปนฺนํ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณํ สนฺธาย วุตฺตํ. กมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตภูตานิ หิ รูปนิมิตฺตาทีนิ ภวงฺคสฺส อารมฺมณานิ โหนฺติ เอว. ตตฺถ กมฺมนิมิตฺตมตีตเมว, คตินิมิตฺตํ โถกํ กาลํ ปจฺจุปฺปนฺนํ สิยา.
อีทิสานีติ ปจฺจกฺขโต อนุภูตปุพฺพปริกปฺปิตาคนฺตุกปจฺจุปฺปนฺนรูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณานิ, ราคาทิสมฺปยุตฺตานิ จาติ อตฺโถ. มกฺกฏสฺส นิทฺทา ลหุปริวตฺตา โหติ. โส หิ รุกฺขสาขโต ปตนภยา อภิกฺขณํ อุมฺมีลติ จ สุปติ จ. มนุสฺสา กิญฺจาปิ ปุนปฺปุนํ อุมฺมีลนฺติ สุพฺยตฺตตรํ ปฏิพุทฺธา วิย ปสฺสนฺติ, อถ โข ปฏิพุทฺธานํ ปุนปฺปุนํ ภวงฺโคตรณํ วิย สุปินกาเลปิ เตสํ ภวงฺโคตรณํ โหติ, เยน ‘‘สุปตี’’ติ วุจฺจติ. ‘‘ภวงฺคจิตฺเตน หิ สุปตี’’ติ วจนโต ภวงฺโคตรณํ กรชกายสฺส นิรุสฺสาหสนฺตภาวูปนิสฺสยตฺตา ‘‘นิทฺทา’’ติ วุจฺจติ. สา กรชกายสฺส ทุพฺพลภาเวน สุปินทสฺสนกาเล ภวงฺคโต อุตฺตรเณ สติปิ นิรุสฺสาหสนฺตภาวปฺปตฺติยา ‘‘ปวตฺตตี’’ติ จ วุจฺจติ, ยโต สตฺตา ‘‘ปฏิพุทฺธา’’ติ น วุจฺจนฺติ, กรชกายสฺส นิรุสฺสาหสนฺตสภาวปฺปตฺติโต จ ตนฺนิสฺสิตํ หทยวตฺถุ น สุปฺปสนฺนํ โหติ, ตโต ตนฺนิสฺสิตาปิ จิตฺตปฺปวตฺติ อสุปฺปสนฺนวฏฺฏินิสฺสิตทีปปฺปภา วิย. เตเนว อฏฺฐกถายํ ‘‘สฺวายํ ทุพฺพลวตฺถุกตฺตา เจตนาย ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ อสมตฺโถ’’ติอาทิ วุตฺตํ.
คณฺฐิปเท ปน ‘‘ทุพฺพลวตฺถุกตฺตาติ สุปิเน อุปฏฺฐิตํ นิมิตฺตมฺปิ ทุพฺพล’’นฺติ ลิขิตํ. ตํ อเนกตฺถํ สพฺพมฺปิ นิมิตฺตํ โหติ, น จ ทุพฺพลารมฺมณวตฺถุกตฺตา เจตนา, ตาย จิตฺตปฺปวตฺติ ทุพฺพลา อตีตานาคตารมฺมณาย, ปญฺญตฺตารมฺมณาย วา อทุพฺพลตฺตา, อวตฺถุกาย ทุพฺพลภาโว น ยุชฺชติ เจตนาย อวตฺถุกาย ภาวนาปภาวายาติเรกพลสพฺภาวโต. ภาวนาพลสมปฺปิตญฺหิ จิตฺตํ อรูปมฺปิ สมานํ อติภาริยมฺปิ กรชกายํ คเหตฺวา เอกจิตฺตกฺขเณเนว พฺรหฺมโลกํ ปาเปตฺวา ฐเปติ. ตปฺปฏิภาคํ อนปฺปิตมฺปิ กามาวจรจิตฺตํ กรชกายํ อากาเส ลงฺฆนสมตฺถํ กโรติ, ปเคเวตรํ. กึ ปเนตฺถ ตํ อนุมานการณํ, เยน จิตฺตสฺเสว อานุภาโวติ ปญฺญาเยยฺย จิตฺตานุภาเวน วา ลทฺธาเสวนาทิกิริยาวิเสสนิพฺพตฺติทสฺสนโต, ตสฺมา ทุพฺพลวตฺถุกตฺตาติ ทุพฺพลหทยวตฺถุกตฺตาติ อาจริยสฺส ตกฺโก. อตฺตโน มนฺทติกฺขากาเรน ตนฺนิสฺสิตสฺส จิตฺตสฺส มนฺทติกฺขภาวนิปฺผาทนสมตฺถญฺเจ, หทยวตฺถุ จกฺขุโสตาทิวตฺถุ วิย อินฺทฺริยํ ภเวยฺย, น เจตํ อินฺทฺริยํ. ยโต ธมฺมสงฺคเห อุปาทายรูปปาฬิยํ อุทฺเทสารหํ น ชาตํ. อนินฺทฺริยตฺตา หิ ตํ กายินฺทฺริยสฺส อนนฺตรํ น อุทฺทิฏฺฐํ, วตฺถุรูปตฺตา จ อวตฺถุรูปสฺส ชีวิตินฺทฺริยสฺส อนนฺตรมฺปิ น อุทฺทิฏฺฐํ, ตสฺมา ยํ วุตฺตํ ‘‘ตสฺส อสุปฺปสนฺนตฺตา ตนฺนิสฺสิตา จ จิตฺตปฺปวตฺติ อสุปฺปสนฺนา โหตี’’ติ, ตํ น สิทฺธนฺติ เจ? สิทฺธเมว อนินฺทฺริยานมฺปิ สปฺปายาสปฺปายอุตุอาหาราทีนํ ปจฺจยานํ สมาโยคโต, จิตฺตปฺปวตฺติยา วิการทสฺสนโต, ปจฺจกฺขตฺตา จ. ยสฺมา อปฺปฏิพุทฺโธปิ ปฏิพุทฺธํ วิย อตฺตานํ มญฺญตีติ. เอตฺตาวตา กรชกายสฺส นิรุสฺสาหสนฺตภาวาการวิเสโส นิทฺทา นาม. สา จิตฺตสฺส ภวงฺโคตรณาการวิเสเสน โหติ, ตาย สมนฺนาคโต สตฺโต ภวงฺคโต อุตฺติณฺโณ สุปินํ ปสฺสติ, โส ‘‘กปิมิทฺธปเรโต’’ติ วุจฺจติ, โส สุตฺโต อปฺปฏิพุทฺโธ โหตีติ อยมตฺโถ สาธิโต โหติ.
ยสฺมา ภวงฺควารนิรนฺตรตาย อจฺจนฺตสุตฺโต นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘ยทิ ตาว สุตฺโต ปสฺสติ, อภิธมฺมวิโรโธ อาปชฺชตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน นิทฺทากฺขเณ น ปฏิพุทฺโธ นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘อถ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, วินยวิโรโธ’’ติอาทิ วุตฺตํ, ยสฺมา จ อขีณนิทฺโท, อโนติณฺณภวงฺโค จ อตฺถิ, ตสฺมา ‘‘กปิมิทฺธปเรโต ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. อญฺญถา อยํ เนว สุตฺโต น ปฏิพุทฺโธ, อตฺตนา ตํ นิทฺทํ อโนกฺกนฺโต อาปชฺเชยฺย. เอตฺตาวตา จ อภิธมฺโม, วินโย, นาคเสนตฺเถรวจนํ ยุตฺติ จาติ สพฺพํ อญฺญมญฺญสํสนฺทิตํ โหติ. ตตฺถ กปิมิทฺธปเรโตติ ภวงฺคโต อุตฺติณฺณนิทฺทาปเรโต. สา หิ อิธ กปิมิทฺธํ นาม. ‘‘ตตฺถ กตมํ มิทฺธํ? ยา กายสฺส อกลฺยตา อกมฺมญฺญตา…เป… สุปนํ, อิทํ วุจฺจติ มิทฺธ’’นฺติ (ธ. ส. ๑๑๖๓) เอวมาคตํ. อิทญฺหิ อรูปํ, อิมสฺส ผลภูโต กรชกายสฺส อกลฺยตา’ปจลายิกาสุปิ นิทฺทาวิเสโส การโณปจาเรน ‘‘กปิมิทฺธ’’นฺติ ปวุจฺจติ. ยญฺเจว ‘‘กปิมิทฺธปเรโต โข, มหาราช, สุปินํ ปสฺสตี’’ติ (มิ. ป. ๕.๓.๕ โถกํ วิสทิสํ) วุตฺตนฺติ.
ยํ ตํ อาปตฺติวุฏฺฐานนฺติ เอตฺถ เยน วินยกมฺเมน ตโต วุฏฺฐานํ โหติ, ตํ อิธ อาปตฺติวุฏฺฐานํ นาม. อวยเว สมูหโวหาเรน วาติ เอตฺถ สาขจฺเฉทโก รุกฺขจฺเฉทโกติ วุจฺจตีติอาทิ นิทสฺสนํ, เวทนากฺขนฺธาทิ รุฬฺหีสทฺทสฺส นิทสฺสนํ. น จ มยาติ วีมํสนปทสฺส ตสฺส กิริยํ สนฺธาย, โมจเน จ สนฺนิฏฺฐานํ สนฺธาย มุจฺจนปกติยา จาติ วุตฺตํ.
๒๔๐. เคหนฺติ ปญฺจกามคุณา. วนภงฺคิยนฺติ ปาภติกํ. สมฺปยุตฺตสุขเวทนามุเขน ราโคว ‘‘อสฺสาโท’’ติ วุตฺโต. สุปนฺตสฺส จาติ อิทํ กปิมิทฺธปเรโต วิย ภวงฺคสนฺตตึ อวิจฺฉินฺทิตฺวา สุปนฺตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. ชคฺคนตฺถายาติ โสธนตฺถาย.
๒๖๖. ‘‘ทารุธีตลิกเลปจิตฺตานํ องฺคชาตปฏินิชฺฌาเนปิ ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘อุปฺปนฺเน ปริฬาเห โมจนราคโช’’ติ ลิขนฺติ. วาลิกาย วา ‘‘หตฺถิกามํ นสฺสตี’’ติ เอตฺถ วิย ‘‘อาปตฺติ ตฺว’’นฺติ สพฺพตฺถ ปาโฐ. ‘‘เอหิ เม ตฺวํ, อาวุโส สามเณร, องฺคชาตํ คณฺหาหี’’ติ อาคตตฺตา ‘‘วจีกมฺม’’นฺติปิ วตฺตุํ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ. เอวํ สนฺเต อญฺญํ ‘‘เอวํ กโรหี’’ติ อาณตฺติยาปิ อาปตฺติ สิยาติ สงฺกรํ โหติ. ตสฺมา น วุตฺตนฺติ คเหตพฺพนฺติ เกจิ.
๒๖๗. ‘‘ปุปฺผาวลิยํ สาสวฬิย’’นฺติ ทุวิโธ กิร.
สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๗๐. ‘‘โอติณฺโณ’’ติ อิมินาสฺส เสวนาธิปฺปายตา ทสฺสิตา. ‘‘วิปริณเตน จิตฺเตน มาตุคาเมน สทฺธิ’’นฺติ อิมินาสฺส วายาโม ทสฺสิโต. ‘‘สทฺธิ’’นฺติ หิ ปทํ สํโยคํ ทีเปติ, โส จ ปโยโค สมาคโม อลฺลียนํ. เกน จิตฺเตน? วิปริณเตน จิตฺเตน, น ปตฺตปฏิคฺคหณาธิปฺปายาทินาติ อธิปฺปาโย. ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ อิมินาสฺส วายมโต ผสฺสปฏิวิชานนา ทสฺสิตา โหติ. วายมิตฺวา ผสฺสํ ปฏิวิชานนฺโต หิ สมาปชฺชติ นาม. เอวมสฺส ติวงฺคสมฺปตฺติ ทสฺสิตา โหติ. อถ วา โอติณฺโณ. เกน? วิปริณเตน จิตฺเตน ยกฺขาทินา สตฺโต วิย. อุปโยคตฺเถ วา เอตํ กรณวจนํ. โอติณฺโณ วิปริณตํ จิตฺตํ กูปาทึ วิย สตฺโต. อถ วา ‘‘ราคโต อุตฺติณฺโณ ภวิสฺสามี’’ติ ภิกฺขุภาวํ อุปคโต, ตโต อุตฺติณฺณาธิปฺปายโต วิปริณเตน จิตฺเตน เหตุภูเตน ตเมว ราคํ โอติณฺโณ. มาตุคาเมน อตฺตโน สมีปํ อาคเตน, อตฺตนา อุปคเตน วา. เอเตน มาตุคามสฺส สารตฺตตา วา โหตุ วิรตฺตตา วา, สา อิธ อปฺปมาณา, น ภิกฺขุนีนํ กายสํสคฺเค วิย อุภินฺนํ สารตฺตตาย ปโยชนํ อตฺถิ.
กายสํสคฺคนฺติ อุภินฺนํ กายานํ สมฺปโยคํ. ปทภาชเน ปน ‘‘สมาปชฺเชยฺยาติ อชฺฌาจาโร วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ สมาปชฺชนํ สนฺธาย, น กายสํสคฺคํ. กายสํสคฺคสฺส สมาปชฺชนา หิ ‘‘อชฺฌาจาโร’’ติ วุจฺจติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘โย โส กายสํสคฺโค นาม, โส อตฺถโต อชฺฌาจาโร โหตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปรโต ปาฬิยํ ‘‘เสวนาธิปฺปาโย, น จ กาเยน วายมติ, ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๒๗๙) วุตฺตลกฺขเณน วิรุชฺฌตีติ. ผสฺสปฏิวิชานนาย หิ สํสคฺโค ทีปิโต. โส เจ อชฺฌาจาโร โหติ, กถํ อนาปตฺติ โหตีติ. สุวุตฺตเมตํ, กินฺตุ ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ ปทํ อุทฺธริตฺวา ‘‘อชฺฌาจาโร วุจฺจตี’’ติ อุภินฺนมฺปิ ปทานํ สามญฺญภาชนียตฺตา, สมาปชฺชิตพฺพาภาเว สมาปชฺชนาภาเวน ‘‘โส อตฺถโต อชฺฌาจาโร โหตี’’ติ วุตฺตํ สิยา.
‘‘หตฺถคฺคาหํ วา’’ติ เอตฺถ หตฺเถน สพฺโพปิ อุปาทินฺนโก กาโย สงฺคหิโต, น ภินฺนสนฺตาโน ตปฺปฏิพทฺโธ หตฺถาลงฺการาทิ. เวณิคฺคหเณน อนุปาทินฺนโก อภินฺนสนฺตาโน เกสโลมนขทนฺตาทิโก กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาโน คหิโตติ เวทิตพฺพํ. เตเนวาห อฏฺฐกถายํ ‘‘อนุปาทินฺนเกนปิ เกนจิ เกสาทินา อุปาทินฺนกํ วา อนุปาทินฺนกํ วา ผุสนฺโตปิ สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชติเยวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๗๔). เตน อนุปาทินฺนกานมฺปิ เกสโลมาทีนํ องฺคภาโว เวทิตพฺโพ. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ผสฺสํ ปฏิชานาตีติ ติวงฺคสมฺปตฺติยา สงฺฆาทิเสโส. ผสฺสสฺส อปฺปฏิวิชานนโต ทุวงฺคสมฺปตฺติยา ทุกฺกฏ’’นฺติ อิมินา ปาฬิอฏฺฐกถานเยน วิรุชฺฌตีติ เจ? น, ตทตฺถชานนโต. ผุฏฺฐภาวญฺหิ ปฏิวิชานนฺโตปิ ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, อยเมโก อตฺโถ, ตสฺมา มาตุคามสฺส, อตฺตโน จ กายปริยาปนฺนานํ เกสาทีนํ อญฺญมญฺญํ ผุฏฺฐภาวํ ผุสิตฺวา ตํ สาทิยนํ ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, น กายวิญฺญาณุปฺปตฺติยา เอว. อเนกนฺติกเญฺหตฺถ กายวิญฺญาณํ. มาตุคามสฺส อุปาทินฺนเกน กาเยน, อนุปาทินฺนเกน วา กาเยน ภิกฺขุโน อุปาทินฺนกกาเย ผุฏฺเฐ ปสนฺนกายินฺทฺริโย เจ โหติ, ตสฺส กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, เตเนว ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม โส โหติ. อนุปาทินฺนกกาโย, โลลุปฺโป อปฺปสนฺนกายินฺทฺริโย วา โหติ, ติมิรวาเตน อุปหตกาโย วา ตสฺส กายวิญฺญาณํ นุปฺปชฺชติ. น จ เตน ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, เกวลํ เสวนาธิปฺปาเยน วายมิตฺวา กายสํสคฺคํ สมาปชฺชนฺโต ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม มโนวิญฺญาเณน, เตน วุตฺตํ ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยาติ อิมินาสฺส วายมโต ผสฺสปฏิวิชานนา ทสฺสิตา’’ติ. อปโรปิ ภิกฺขุ มาตุคามสฺส กายปฏิพทฺเธน วา นิสฺสคฺคิเยน วา ผุฏฺโฐ กายวิญฺญาณํ อุปฺปาเทนฺเตน ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อเนกนฺติกเญฺหตฺถ กายวิญฺญาณ’’นฺติ. อปโร วตฺถํ ปารุปิตฺวา นิทฺทายนฺตํ มาตุคามํ กายสํสคฺคราเคน วตฺถสฺส อุปริภาเค สณิกํ ผุสนฺโต วตฺถนฺตเรน นิกฺขนฺตโลมสมฺผสฺสํ อปฺปฏิวิชานนฺโตปิ เสวนาธิปฺปาโย กาเยน วายมิตฺวา ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชติ. ‘‘นีลํ ฆฏฺเฏสฺสามีติ กายํ ฆฏฺเฏติ, สงฺฆาทิเสโส’’ติ หิ วุตฺตํ. อยํ ทุติโย อตฺโถ. เอวํ อเนกตฺถตฺตา, เอวํ ทุวิญฺเญยฺยาธิปฺปายโต จ มาติกาฏฺฐกถายํ ผสฺสปฏิวิชานนํ องฺคนฺเตฺวว น วุตฺตํ. ตสฺมิญฺหิ วุตฺเต ฐานเมตํ วิชฺชติ, ยํ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชิตฺวาปิ นเขน โลเมน สํสคฺโค ทิฏฺโฐ, น จ เม โลมฆฏฺฏเนน กายวิญฺญาณํ อุปฺปนฺนํ, ติมิรวาตถทฺธคตฺโต จาหํ น ผสฺสํ ปฏิวิชานามีติ อนาปนฺนสญฺญี สิยาติ น วุตฺตํ, อปิจ ‘‘ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ, น จ ผสฺสํ ปฏิวิชานาตี’’ติ จ เอเตสํ ปทานํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนยํ ทสฺเสตฺวา โส ปญฺญาเปตพฺโพ. เอตฺตาวตา น ตทตฺถชานนโตติ การณํ วิตฺถาริตํ โหติ.
ปทภาชนียวณฺณนา
๒๗๑. ‘‘รตฺตํ จิตฺตํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตํ วิปริณต’’นฺติ กิญฺจาปิ สามญฺเญน วุตฺตํ, วินีตวตฺถูสุ ‘‘มาตุยา มาตุเปเมน อามสติ…เป… อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา กายสํสคฺคราเคเนว รตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา ‘‘มาตุคาโม นาม มนุสฺสิตฺถี’’ติ กิญฺจาปิ อวิเสเสน วุตฺตํ, อถ โข อวินฏฺฐินฺทฺริยาว มนุสฺสิตฺถี อิธาธิปฺเปตา ‘‘มติตฺถิยา กายสํสคฺคํ สมาปชฺชิ…เป… อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา. ‘‘มนุสฺสิตฺถี’’ติ เอตฺตาวตา สิทฺเธ ‘‘น ยกฺขี น เปตี น ติรจฺฉานคตา’’ติ วจนํ อวินฏฺฐินฺทฺริยาปิ น สพฺพา มนุสฺสวิคฺคหา อิตฺถี อิธ มนุสฺสิตฺถี นาม. ยกฺขิอาทโย หิ อตฺตโน ชาติสิทฺเธน อิทฺธิวิเสเสน อิชฺฌนฺติโย มนุสฺสวิคฺคหาปิ โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตาสุ ยกฺขี ถุลฺลจฺจยวตฺถุ โหติ วินีตวตฺถูสุ ยกฺขิยา กายสํสคฺเคน ถุลฺลจฺจยสฺส วุตฺตตฺตา. ตทนุโลมตฺตา เปติตฺถี, เทวิตฺถี จ ถุลฺลจฺจยวตฺถุ. ติรจฺฉานคติตฺถี ทุกฺกฏวตฺถุ. ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถี จ ถุลฺลจฺจยวตฺถุเมวาติ เอเก. วิภงฺเค ปน ‘‘มนุสฺสิตฺถี จ โหติ มนุสฺสิตฺถิสญฺญี’’ติ ปาฬิยา อภาเวน ‘‘อิตฺถี จ โหติ ยกฺขิสญฺญี’’ติอาทิวจเน สติ ยกฺขิอาทีนํ อนิตฺถิตาปสงฺคโต, ‘‘อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี’’ติอาทิมฺหิ ยกฺขิอาทีนํ อนฺโตกรเณ สติ ตาสํ สงฺฆาทิเสสวตฺถุภาวปฺปสงฺคโต จ ยกฺขิอาทโย น วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. เอเก ปน ‘‘วินีตวตฺถุมฺหิ ‘อญฺญตโร ภิกฺขุ ติรจฺฉานคติตฺถิยา กาย…เป… ทุกฺกฏสฺสา’ติ เอตฺถ อมนุสฺสวิคฺคหา ปากติกติรจฺฉานคติตฺถี อธิปฺเปตา, ตสฺมา ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. ‘อิตฺถี จ โหติ ติรจฺฉานคตสญฺญีติ ติรจฺฉานคตา จ โหติ อิตฺถิสญฺญี’ติอาทิวาเรสุปิ ปากติกติรจฺฉานคโตว อธิปฺเปโต, โส จ ติรจฺฉานคตปุริโสว. เตเนว ทุฏฺฐุลฺลวาจาอตฺตกอามปาริจริยสิกฺขาปเทสุ มนุสฺสปุริสปฏิสํยุตฺตวารา วิย ติรจฺฉานปฏิสํยุตฺตวาราปิ นาคตา’’ติ วทนฺติ. ตถา ปณฺฑโกติ อิธ มนุสฺสปณฺฑโกว, ปุริโสติ จ อิธ มนุสฺสปุริโสว อาคโต, ตสฺมา อมนุสฺสิตฺถี อมนุสฺสปณฺฑโก อมนุสฺสปุริโส ติรจฺฉานคติตฺถี ติรจฺฉานคตปณฺฑโก มนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกา จาติ อฏฺฐ ชนา อิธ นาคตา, เตสํ วเสน วตฺถุสญฺญาวิมติเภทวเสน อาปตฺติเภทาเภทวินิจฺฉโย, อนาคตวารคณนา จ อสมฺมุยฺหนฺเตน เวทิตพฺพา, ตถา เตสํ ทุกมิสฺสกาทิวารา, อาปตฺติอนาปตฺติเภทวินิจฺฉโย จ. ‘‘ตตฺถ อมนุสฺสปณฺฑกอมนุสฺสปุริสติรจฺฉานคติตฺถิติรจฺฉานคตปณฺฑกาติ จตฺตาโร ทุกฺกฏวตฺถุกา, อมนุสฺสิตฺถิมนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนกา ถุลฺลจฺจยวตฺถุกา, อมนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนกา ติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกา ทุกฺกฏวตฺถุกา, ปาฬิยํ ปน อมนุสฺสิตฺถิยา อนาคตตฺตา อมนุสฺสปณฺฑกา, อุภโตพฺยญฺชนกา ปุริสา จ นาคตา. ติรจฺฉานคติตฺถิปณฺฑกอุภโตพฺยญฺชนกา ติรจฺฉานคตปุริเสน สมานคติกตฺตา นาคตา, มนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนโก มนุสฺสปณฺฑเกน สมานคติกตฺตา อนาคโต’’ติ วทนฺติ. อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๑) ปน ‘‘นาคมาณวิกายปิ สุปณฺณมาณวิกายปิ กินฺนริยาปิ คาวิยาปิ ทุกฺกฏเมวา’’ติ วุตฺตตฺตา ตเทว ปมาณโต คเหตพฺพํ.
ตตฺรายํ วิจารณา – ‘‘น, ภิกฺขเว, ติรจฺฉานคตสฺส นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพ’’นฺติ (มหาว. ๑๘๓) เอตฺถ ‘‘ติรจฺฉานคโตติ ยสฺส อุปสมฺปทา ปฏิกฺขิตฺตา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคโห ปากติกติรจฺฉานคตโต วิสิฏฺโฐ, ตถา ยกฺขเปตติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหานํ ‘‘ติรจฺฉานคตสฺส จ ทุกฺขุปฺปตฺติยํ อปิจ ทุกฺกฏเมวา’’ติ เอตฺถ วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา จ ‘‘ปตนรูปํ ปมาณํ, น มรณรูป’’นฺติ เอตฺถ อาปตฺติวิเสสวจนโต จ ‘‘อุภโต อวสฺสุเต ยกฺขสฺส วา เปตสฺส วา ปณฺฑกสฺส วา ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหสฺส วา อธกฺขกํ อุพฺภชาณุมณฺฑลํ กาเยน กายํ อามสติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๖๖๑) สามญฺเญน วจนโต จ โส วิสิฏฺโฐติ สิทฺธํ. วิสิฏฺฐตฺตา จ ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถิยา กายสํสคฺคํ สมาปชฺชนฺตสฺสาติ วิเสโส โหติ, ตสฺมา ตตฺถ อาปตฺติวิเสเสน ภวิตพฺพํ. ยทิ กายสํสคฺคสิกฺขาปเท ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถีปิ อธิปฺเปตา, รูปสามญฺเญน สญฺญาวิราคตฺตาสมฺภวโต ทุฏฺฐุลฺลวาจาอตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปเทสุปิ สา วตฺตพฺพา ภเวยฺย, สา จานาคตา. สรูเปน สํขิตฺตวารตฺตา นาคตาติ เจ? อิตฺถี จ โหติ ติรจฺฉานคโต จ อุภินฺนํ อิตฺถิสญฺญีติ อิธ อาคตตฺตา ปุริสลิงฺคนิทฺเทโส น ยุชฺชติ, ตสฺมา ติรจฺฉานคตปุริโส จ อิธ อาคโต, ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถิยา ปาฬิยํ อนาคตายปิ ทุกฺกฏเมว อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตาติ อิมสฺส วจนสฺส การณจฺฉายา ปริเยสิตพฺพาติ อธิปฺปาโย. อิทํ น ยุชฺชติ. กสฺมา? อิตฺถีนํ, ปุริสานญฺจ เอกโต วจเน ปุริสลิงฺคสพฺภาวโต. อิธ ติรจฺฉานคตปุริสปณฺฑกิตฺถิโย ติสฺโสปิ เอกโต สมฺปิณฺเฑตฺวา ‘‘ติรจฺฉานคโต’’ติ วุตฺตํ.
ตตฺถ จ มนุสฺสวิคฺคหามนุสฺสวิคฺคเหสุ อิตฺถิปณฺฑกปุริสสญฺญิตา ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺพา. ทุฏฺฐุลฺลวาจาทิสิกฺขาปททฺวเย วารานํ สํขิตฺตตฺตา ปุริสติรจฺฉานคตาทโย นาคตา. ยถาวุตฺเตสุ อาปตฺติ, ตถา ตตฺถาปิ. อญฺญถา ปุริสํ โอภาสนฺตสฺส จ อนาปตฺตีติ ปณฺฑกํ โอภาสนฺตสฺส จ ถุลฺลจฺจยนฺติ มาติกาฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ตสฺมา เต วารา สํขิตฺตาติ ปญฺญายนฺตีติ. วิเสโส จ ปณฺฑเก, ปุริเส, ติรจฺฉานคเต จ อิตฺถิสญฺญิสฺส อตฺถิ, ตถาปิ ตตฺถ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ วุตฺตเมว ปมาณนฺติ ทฺวินฺนเมเตสํ วาทานํ ยตฺถ ยุตฺติ วา การณํ วา อติเรกํ ทิสฺสติ, ตํ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพนฺติ อาริจโย. เอวรูเปสุ ฐาเนสุ สุฏฺฐุ วิจาเรตฺวา กเถตพฺพํ.
ตตฺถ ปาฬิยํ อาคตวารคณนา ตาว เอวํ สงฺเขปโต เวทิตพฺพา – อิตฺถิมูลกา ปญฺจ วารา ปณฺฑกปุริสติรจฺฉานคตมูลกา จ ปญฺจ ปญฺจาติ วีสติ วารา เอกมูลกา, ตถา ทุมูลกา วีสติ, มิสฺสกมูลกา วีสตีติ สฏฺฐิ วารา, ตานิ ตีณิ วีสติกานิ โหนฺติ. เอเกกสฺมึ วีสติเก เอเกกมูลวารํ คเหตฺวา กาเยน กายปฏิพทฺธวารา ตโย วุตฺตา. เสสา สตฺตปญฺญาส วารา สํขิตฺตา, ตถา กายปฏิพทฺเธน กายวารา ตโย วุตฺตา, เสสา สํขิตฺตา, เอวํ กายปฏิพทฺเธน กายปฏิพทฺธวาเรปิ นิสฺสคฺคิเยน กายวาเรปิ นิสฺสคฺคิเยน กายปฏิพทฺธวาเรปิ นิสฺสคฺคิเยน นิสฺสคฺคิยวาเรปิ ตโย ตโย วารา วุตฺตา, เสสา สํขิตฺตา. เอวํ ฉนฺนํ ติกานํ วเสน อฏฺฐารส วารา อาคตาติ สรูปโต วุตฺตา, เสสา เทฺวจตฺตาลีสาธิกานิ ตีณิ วารสตานิ สํขิตฺตานิ. ตโต ปรํ มาตุคามสฺส สารตฺตปกฺเข กาเยน กายนฺติ เอกเมกํ วฑฺเฒตฺวา ปุพฺเพ วุตฺตา อฏฺฐารส วารา อาคตาติ เอกวีสติ วารา สรูเปน อาคตา, นวนวุตาธิกานิ ตีณิ วารสตานิ สํขิตฺตานิ. ตโต ปรํ อาปตฺตานาปตฺติทีปกา จตฺตาโร เสวนาธิปฺปายมูลกา จตฺตาโร โมกฺขาธิปฺปายมูลกาติ เทฺว จตุกฺกา อาคตา.
ตตฺถายํ วิเสโส – ยทิทํ มาติกาย ปรามสนปทํ, เตน ยสฺมา อามสนาทีนิ ฉุปนปริโยสานานิ ทฺวาทสปิ ปทานิ คหิตานิ, ตสฺมา ปทุทฺธารํ อกตฺวา ‘‘อามสนา ปรามสนํ ฉุปน’’นฺติ อาห. ปรามสนํ นาม อามสนา. ‘‘ฉุปน’’นฺติ หิ วุตฺเต ปรามสนมฺปิ วิสุํ เอกตฺตํ ภเวยฺยาติ เวทิตพฺพํ. อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี จาติ อิมสฺมึ ปฐมวาเร เอว ทฺวาทสปิ อามสนาทีนิ โยเชตฺวา ทสฺสิตานิ. ตโต ปรํ อาทิมฺหิ เทฺว ปทานีติ จตฺตาริ ปทานิ อาคตานิ, อิตรานิ สํขิตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. นิสฺสคฺคิเยน กายวาราทีสุ ปน สพฺพากาเรน อลาภโต อามสนเมเวกํ อาคตํ, เนตรานิ. ‘‘สญฺโจเปติ หรตี’’ติ ปาโฐ, สญฺโจเปติ จ. คณฺฐิปเทสุ ปน ‘‘ปุริมนเยเนวาติ รชฺชุวตฺถาทีหิ ปริกฺขิปเน’’ติ จ ปจฺฉา ‘‘ปุริมนเยเนวาติ สมฺมสนา โหตี’’ติ จ ‘‘เวณิคฺคาเห อาปตฺติยา ปญฺญตฺตตฺตา โลมผุสเนปิ สงฺฆาทิเสโส’’ติ จ ‘‘ตํ ปกาเสตุํ อุปาทินฺนเกน หีติอาทิ วุตฺต’’นฺติ จ ลิขิตํ.
ยถานิทฺทิฏฺฐนิทฺเทเสติ อิมสฺมึเยว ยถานิทฺทิฏฺเฐ นิทฺเทเส. ‘‘สทิสํ อคฺคเหสี’’ติ วุตฺเต ตาทิสํ อคฺคเหสีติ ครุกํ ตตฺถ การเยติ อตฺโถ, กายสํสคฺควิภงฺเค วาติ อตฺโถ. อิตโรปิ กายปฏิพทฺธฉุปนโก. คหเณ จาติ คหณํ วา. วิราคิเตติ วิรทฺเธ. สารตฺตนฺติ กายสํสคฺคราเคน รตฺตํ, อตฺตนา อธิปฺเปตนฺติ อตฺโถ. ‘‘มาตุภคินิอาทิวิรตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วิรตฺตํ ญาติเปมวเสน คณฺหิ, เอตฺถ ทุกฺกฏํ ยุตฺตํ. ‘‘กายสํสคฺคราคํ วา สารตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วิรตฺตํ มาตรํ คณฺหิ, อนธิปฺเปตํ คณฺหิ. เอตฺถ มหาสุมตฺเถรวาเทน ถุลฺลจฺจยํ ‘‘กายํ คณฺหิสฺสามี’’ติ กายปฺปฏิพทฺธํ คณฺหาติ, ถุลฺลจฺจยนฺติ ลทฺธิกตฺตา. ‘‘อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี สารตฺโต จ, ภิกฺขุ จ นํ อิตฺถิยา กาเยน กายํ อามสติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๗๓) วจนโต สงฺฆาทิเสโสปิ ขายติ. ‘‘วิรตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ สารตฺตํ คณฺหาติ, เอตฺถปิ สงฺฆาทิเสโสว ขายติ ‘‘นีลํ ฆฏฺเฏสฺสามี’ติ กายํ ฆฏฺเฏติ, สงฺฆาทิเสโส’’ติ วจนโต. เอตฺถ ปน ‘‘น ปุพฺพภาเค กายสํสคฺคราคตฺตา’’ติ อนุคณฺฐิปเท การณํ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ครุกาปตฺติภเยน ‘นีลเมว ฆฏฺเฏสฺสามี’ติ วายามนฺโต กายํ ฆฏฺเฏติ, ปุพฺพภาเค ตสฺส ‘กายปฏิพทฺธํ ฆฏฺเฏสฺสามี’ติ ปวตฺตตฺตา ทุกฺกเฏน ภวิตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. ธมฺมสิริตฺเถโร ‘‘เอวรูเป สงฺฆาทิเสโส’’ติ วทติ กิร. ‘‘อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนกอิตฺถิยา ปุริสอุภโตพฺยญฺชนกปุริเส วุตฺตนเยน อาปตฺติเภโท, อิตฺถิลิงฺคสฺส ปฏิจฺฉนฺนกาเลปิ อิตฺถิวเสเนว อาปตฺตี’’ติ วทนฺติ.
วินีตวตฺถุวณฺณนา
๒๘๑. ติณณฺฑุปกนฺติ หิริเวราทิมูลานิ คเหตฺวา กตฺตพฺพํ. ตาลปณฺณมุทฺทิกนฺติ ตาลปณฺณมยํ องฺคุลิมุทฺทิกํ, เตน ตาลปณฺณมยํ กฏํ, กฏิสุตฺตกํ, กณฺณปิฬนฺธนาทิ สพฺพํ น วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. ตมฺพปณฺณิวาสิโน อิตฺถิรูปํ ลิขิตํ, กฏิกปฏญฺจ น ฉุปนฺติ กิร. อากรโต มุตฺตมตฺโต. รตนมิสฺโสติ อลงฺการตฺถํ กโต กญฺจนลตาทิวินทฺโธ. สุวณฺเณน สทฺธึ โยเชตฺวา ปจิตฺวาติ สุวณฺณรสํ ปกฺขิปิตฺวา ปจิตฺวา. พีชโต ธาตุปาสาณโต ปฏฺฐาย. เถโร น กปฺปตีติ ‘‘ตุมฺหากํ เปสิต’’นฺติ วุตฺตตฺตา. ‘‘เจติยสฺส ปูชํ กโรถา’’ติ วุตฺเต วฏฺฏติ กิร. พุพฺพุฬกํ ตารกํ. อารกูฏโลหมฺปิ ชาตรูปคติกเมว.
วุตฺตเญฺหตํ อนฺธกฏฺฐกถายํ –
‘‘อารกูฏโลหํ สุวณฺณสทิสเมว, สุวณฺณํ อนุโลเมติ, อนามาส’’นฺติ.
‘‘เภสชฺชตฺถาย ปน วฏฺฏตี’’ติ วจนโต มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยกเทโสปิ อนุญฺญาโต โหตีติ ตตฺถ ตตฺถ อธิปฺปายํ ญตฺวา วิภาเวตพฺพํ.
กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๘๓. ตติเย ตโย สงฺฆาทิเสสวารา ตโย ถุลฺลจฺจยวารา ตโย ทุกฺกฏวารา ตโย กายปฏิพทฺธวาราติ ทฺวาทส วารา สรูเปน อาคตา. ตตฺถ ตโย สงฺฆาทิเสสวารา ทุติยสิกฺขาปเท วุตฺตาติ ติณฺณํ วีสติกานํ เอเกกมูลา วาราติ เวทิตพฺพา, ตสฺมา อิธ วิเสสาติ ปณฺณาส วารา สํขิตฺตา โหนฺติ, อญฺญถา อิตฺถี จ โหติ เวมติโก สารตฺโต จ, ภิกฺขุ จ นํ อิตฺถิยา วจฺจมคฺคํ ปสฺสาวมคฺคํ อาทิสฺส วณฺณมฺปิ ภณติ…เป… อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. อิตฺถี จ โหติ ปณฺฑกปุริสสญฺญี ติรจฺฉานคตสญฺญี สารตฺโต จ, ภิกฺขุ จ นํ อิตฺถิยา วจฺจมคฺคํ ปสฺสาวมคฺคํ อาทิสฺส วณฺณมฺปิ ภณติ อกฺโกสติปิ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. ปณฺฑโก จ โหติ ปณฺฑกสญฺญี สารตฺโต จ, ภิกฺขุ จ นํ ปณฺฑกสฺส วจฺจมคฺคํ อาทิสฺส วณฺณมฺปิ ภณติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสาติ เอวมาทีนํ อาปตฺติฏฺฐานานํ อนาปตฺติฏฺฐานตา อาปชฺเชยฺย, น จาปชฺชติ, ปณฺฑเก อิตฺถิสญฺญิสฺส ทุกฺกฏนฺติ ทีเปตุํ ‘‘อิตฺถี จ ปณฺฑโก จ อุภินฺนํ อิตฺถิสญฺญี อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ปณฺฑเก ปณฺฑกสญฺญิสฺส ถุลฺลจฺจย’’นฺติ วุตฺตเมว โหติ, ตสฺมา สพฺพตฺถ สํขิตฺตวาเรสุ ถุลฺลจฺจยฏฺฐาเน ถุลฺลจฺจยํ, ทุกฺกฏฏฺฐาเน ทุกฺกฏมฺปิ วุตฺตเมว โหตีติ เวทิตพฺพํ. ตถา ‘‘อิตฺถี จ โหติ เวมติโก สารตฺโต จ, ภิกฺขุ จ นํ อิตฺถิยา วจฺจมคฺคํ ปสฺสาวมคฺคํ ฐเปตฺวา อธกฺขกํ อุพฺภชาณุมณฺฑลํ อาทิสฺส วณฺณมฺปิ ภณติ…เป… ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติอาทินา นเยน ถุลฺลจฺจยเขตฺเตปิ ยถาสมฺภวํ อุทฺธริตพฺพา. ตถา ‘‘อิตฺถี จ โหติ เวมติโก สารตฺโต จ, ภิกฺขุ จ นํ อิตฺถิยา กายปฏิพทฺธํ อาทิสฺส วณฺณมฺปิ ภณติ…เป… ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทินา นเยน กายปฏิพทฺธวาราปิ ยถาสมฺภวํ อุทฺธริตพฺพา. กายปฺปฏิพทฺธวารตฺติกํ วิย นิสฺสคฺคิยวารตฺติกํ ลพฺภมานมฺปิ อาปตฺติวิเสสาภาวโต น อุทฺธฏํ. กายปฺปฏิพทฺธวารตฺติเก ปน ทินฺนนยตฺตา ตมฺปิ ตทนุโลมา วารา จ อุทฺธริตพฺพา. สพฺพตฺถ น-วิญฺญู ตรุณทาริกา, มหลฺลิกา อุมฺมตฺติกาทิกา จ อนธิปฺเปตา, ปเคว ปากติกา ติรจฺฉานคติตฺถีนํ, ตถา ปณฺฑกาทโยปีติ เวทิตพฺพา. เสสํ ทุติเย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ปทภาชนียวณฺณนา
๒๘๕. วุตฺตนยเมวาติ ‘‘กายสํสคฺเค อิตฺถิลกฺขเณนา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘อิตฺถิลกฺขเณนา’’ติ กิร มหาอฏฺฐกถาปาโฐ. สีสํ น เอตีติ อกฺโกสนํ น โหติ, ฆฏิเต ปน โหติ. ตตฺรายํ วิเสโส – อิเมหิ ตีหิ ฆฏิเต เอว สงฺฆาทิเสโส วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคานํ นิยตวจนตฺตา, อจฺโจฬาริกตฺตา วา, น อญฺเญหิ อนิมิตฺตาสีติอาทีหิ อฏฺฐหิ. ตตฺถ อโลหิตาสิ, ธุวโลหิตาสิ, ธุวโจฬาสิ, ปคฺฆรณีสิ, อิตฺถิปณฺฑกาสิ, เวปุริสิกาสีติ เอตานิ ฉ มคฺคานํ อนิยตวจนานิ, อนิมิตฺตาสิ, นิมิตฺตมตฺตาสีติ เทฺว ปทานิ อนจฺโจฬาริกานิ จ, ยโต อฏฺฐปทานิ ‘‘สงฺฆาทิเสสํ น ชเนนฺตี’’ติ วุตฺตานิ, ตสฺมา ตานิ ถุลฺลจฺจยวตฺถูนิ. ปริพฺพาชกวตฺถุมฺหิ วิย อกฺโกสมตฺตตฺตา ทุกฺกฏวตฺถูนีติ เอเก. อิตฺถิปณฺฑกาสิ, เวปุริสิกาสีติ เอตาเนว ปทานิ สกลสรีรสณฺฐานเภททีปกานิ สุทฺธานิ สงฺฆาทิเสสํ น ชเนนฺติ สกลสรีรสามญฺญตฺตา, อิตรานิ ชเนนฺติ อสามญฺญตฺตา. ตานิ หิ ปสฺสาวมคฺคเมว ทีเปนฺติ สิขรณี-ปทํ วิย. อุภโตพฺยญฺชนาสีติ วจนํ ปน ปุริสนิมิตฺเตน อสงฺฆาทิเสสวตฺถุนา มิสฺสวจนํ. ปุริสอุภโตพฺยญฺชนกสฺส จ อิตฺถินิมิตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนํ, ปุริสนิมิตฺตํ ปากฏํ โหติ. ยทิ ตมฺปิ ชเนติ, กถํ อนิมิตฺตาสีติอาทิปทานิ น สงฺฆาทิเสสํ ชเนนฺตีติ เอเก, ตํ น ยุตฺตํ. ปุริสสฺสปิ นิมิตฺตาธิวจนโต, ‘‘เมถุนุปสํหิตาหิ สงฺฆาทิเสโส’’ติ มาติกาย ลกฺขณสฺส วุตฺตตฺตา จ เมถุนุปสํหิตาหิปิ โอภาสเน ปฏิวิชานนฺติยา สงฺฆาทิเสโส, อปฺปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ, อิตเรหิ โอภาสเน ปฏิวิชานนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ, อปฺปฏิวิชานนฺติยา ทุกฺกฏนฺติ เอเก, สพฺพํ สุฏฺฐุ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.
๒๘๗. หสนฺโตติ ยํ อุทฺทิสฺส ภณติ, สา เจ ปฏิวิชานาติ, สงฺฆาทิเสโส.
วินีตวตฺถุวณฺณนา
๒๘๙. ‘‘ปฏิวุตฺตํ นามา’’ติ ปาโฐ. โน-สทฺโท อธิโก. ‘‘อกฺขรลิขเนนปิ โหตี’’ติ วทนฺติ, ตํ อาวชฺชนสมนนฺตรวิธินา สเมติ เจ, คเหตพฺพํ.
ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๙๐. จตุตฺเถ ตโย สงฺฆาทิเสสวารา อาคตา, เสสา สตฺตปญฺญาส วารา ถุลฺลจฺจยทุกฺกฏาปตฺติกาย สํขิตฺตาติ เวทิตพฺพา, ตโต อญฺญตโร อสมฺภวโต อิธ น อุทฺธโฏ. เสสโยชนกฺกโม วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. นครปริกฺขาเรหีติ ปาการปริขาทีหิ นครปริวาเรหิ. เสตปริกฺขาโรติ เสตาลงฺกาโร, สีลาลงฺกาโรติ อตฺโถ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๔). จกฺกวีริโยติ วีริยจกฺโก. วสลํ ทุคฺคนฺธนฺติ นิมิตฺตํ สนฺธายาห, ตเทว สนฺธาย ‘‘กึ เม ปาปกํ, กึ เม ทุคฺคนฺธ’’นฺติ วุตฺตํ.
๒๙๑. สนฺติเกติ ยตฺถ ฐิโต วิญฺญาเปติ. ‘‘ปฐมวิคฺคเห สเจ ปาฬิวเสน โยเชตีติ กามเหตุปาริจริยาอตฺโถ. เสสนฺติ ‘อธิปฺปาโย’ติ ปทํ พฺยญฺชนํ อตฺถาภาวโต. ทุติเย ปาฬิวเสน กามเหตุ-ปทานิ พฺยญฺชนานิ เตสํ ตตฺถ อตฺถาภาวโต. เอวํ จตฺตาริ ปทานิ ทฺวินฺนํ วิคฺคหานํ วเสน โยชิตานีติ อปเร วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ.
๒๙๕. เอเตสุ สิกฺขาปเทสุ เมถุนราเคน วีติกฺกเม สติ สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ. ตสฺมา ‘‘กึ ภนฺเต อคฺคทานนฺติ. เมถุนธมฺม’’นฺติ อิทํ เกวลํ เมถุนธมฺมสฺส วณฺณภณนตฺถํ วุตฺตํ, น เมถุนธมฺมาธิปฺปาเยน ตทตฺถิยา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, ปรสฺส ภิกฺขุโน กามปาริจริยาย วณฺณภณเน ทุกฺกฏํ. ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, ตสฺส อคฺคทานํ เทหี’’ติ ปริยายวจเนนปิ ทุกฺกฏํ. ‘‘อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาเสยฺย. ยา มาทิสํ สีลวนฺต’’นฺติ จ วุตฺตตฺตาติ เอเก. ปญฺจสุ องฺเคสุ สพฺภาวา สงฺฆาทิเสโสวาติ เอเก. วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อิมสฺมึ สิกฺขาปททฺวเย กายสํสคฺเค วิย ยกฺขิเปตีสุ ทุฏฺฐุลฺลตฺตกามวจเน ถุลฺลจฺจย’นฺติ วทนฺติ. อฏฺฐกถาสุ ปน นาคต’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘อุภโตพฺยญฺชนโก ปน ปณฺฑกคติโกวา’’ติ วทนฺติ.
อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๙๗. อหมฺหิ ทุคฺคตาติ อหํ อมฺหิ ทุคฺคตา. อหํ ขฺวยฺโยติ เอตฺถ อยฺโยติ พหุวจนํ โหติ.
๒๙๘. โอยาจนฺตีติ นีจํ กตฺวา เทเว ยาจนฺติ. อายาจนฺตีติ อุจฺจํ กตฺวา อาทเรน ยาจนฺติ. อลงฺการาทีหิ มณฺฑิโต เกสสํวิธานาทีหิ ปสาธิโต. ‘‘มณฺฑิตกรเณ ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ.
ปทภาชนียวณฺณนา
๓๐๓. สห ปริทณฺเฑน วตฺตมานาติ อตฺโถ. ฉนฺทวาสินี นาม ‘‘ปิยา ปิยํ วเสตี’’ติ ปาฬิ, ปุริสํ วาเสตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘ปิโย ปิยํ วาเสตี’’ติ อฏฺฐกถา.
ตํ กิริยํ สมฺปาเทสฺสตีติ อวสฺสํ อาโรเจนฺติยา เจ อาโรเจตีติ อตฺโถ. ทฺวินฺนํ มาตาปิตูนํ เจ อาโรเจติ, สงฺฆาทิเสโสติ วินยวินิจฺฉเย ‘‘วตฺถุ โอโลเกตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. วตฺถุมฺหิ จ ‘‘อุทายิตฺเถโร คณิกาย อาโรเจสี’’ติ วุตฺตํ. ตํ ‘‘มาตาทีนมฺปิ วทโต วิสงฺเกโต นตฺถี’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต นิปฺปโยชนํ. ตํ ปเนตนฺติ อาจริยสฺส วจนํ. มาตุรกฺขิตํ พฺรูหีติ เปสิตสฺส คนฺตฺวา มาตาปิตุรกฺขิตํ วทโต ตสฺส ตสฺสา มาตุรกฺขิตภาเวปิ สติ วิสงฺเกตเมว, กสฺมา? ‘‘ปิตุรกฺขิตาทีสุ อญฺญตรํ วทนฺตสฺส วิสงฺเกต’’นฺติ วุตฺตตฺตา อิตรถา อาทิ-สทฺโท นิรตฺถโก สิยา. เอกํ ทสกํ อิตเรน ทสเกน โยเชตฺวา ปุพฺเพ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยํ วุตฺตนยตฺตา มาตุรกฺขิตาย มาตา อตฺตโน ธีตุสนฺติกํ ปหิณตีติ คเหตพฺพํ.
๓๓๘. อนภินนฺทิตฺวาติ วจนมตฺตเมว, ยทิปิ อภินนฺทติ, ยาว สาสนํ นาโรเจติ, ตาว ‘‘วีมํสิโต’’ติ น วุจฺจติ. สาสนาโรจนกาเลติ อาณาปกสฺส สาสนวจนกฺขเณ. ตติยปเท วุตฺตนเยนาติ เอกงฺคสมฺปตฺติยา ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ. วตฺถุคณนาย สงฺฆาทิเสโสติ อุภยวตฺถุคณนาย กิร.
๓๓๙. จตุตฺเถ อนาปตฺตีติ เอตฺถ ปน ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ น วีมํสติ น ปจฺจาหรติ, อนาปตฺตีติ เอตฺถ วิย ‘คจฺฉนฺโต น สมฺปาเทติ, อาคจฺฉนฺโต วิสํวาเทตี’ติ อนาปตฺติปาฬิยาปิ ภวิตพฺพนฺติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, เอกจฺเจสุ โปตฺถเกสุ ‘‘อตฺถี’’ติปิ.
วินีตวตฺถุวณฺณนา
๓๔๑. อลํวจนียาติ น วจนียา, นิวารเณ อลํ-สทฺโท. เถรปิตา วทตีติ ชิณฺณปิตา วทตีติ อตฺโถ. กิญฺจาปิ เอตฺถ ‘‘อิตฺถี นาม มนุสฺสิตฺถี น ยกฺขี น เปตี น ติรจฺฉานคตา, ปุริโส นาม มนุสฺสปุริโส น ยกฺโข’’ติอาทิ นตฺถิ, ตถาปิ กายสํสคฺคาทีสุ ‘‘มนุสฺสิตฺถี’’ติ อิตฺถีววตฺถานสฺส กตตฺตา อิธาปิ มนุสฺสิตฺถี เอวาติ ปญฺญายติ. เมถุนปุพฺพภาคตฺตา มนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนโก จ ถุลฺลจฺจยวตฺถุโกว โหติ, เสสา มนุสฺสปณฺฑกอุภโตพฺยญฺชนกติรจฺฉานคตปุริสาทโย ทุกฺกฏวตฺถุกาว มิจฺฉาจารสาสนงฺคสมฺภวโตติ เวทิตพฺพํ. ยถาสมฺภวํ ปน วารา อุทฺธริตพฺพา. ปญฺญตฺติอชานเน วิย อลํวจนียภาวาชานเนปิ อจิตฺตกตา เวทิตพฺพา. ทุฏฺฐุลฺลาทีสุปีติ ‘‘อิมสฺมิมฺปี’’ติ วุตฺตเมว โหติ. ‘‘เลขํ เนตฺวา ปฏิเลขํ อาโรจิตสฺสาปิ สญฺจริตฺตํ นตฺถิ สญฺจริตฺตภาวมชานนฺตสฺสา’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.
สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๔๒. ยาจนาติ ‘‘เทถ เทถา’’ติ โจทนา. วิญฺญตฺตีติ อิมินา โน อตฺโถติ วิญฺญาปนา. ‘‘หตฺถกมฺมํ ยาจิโต อุปกรณํ, มูลํ วา ทสฺสตี’’ติ ยาจติ, น วฏฺฏตีติ. วฏฺฏติ เสนาสเน โอภาสปริกถาทีนํ ลทฺธตฺตาติ เอเก. อนชฺฌาวุตฺถกนฺติ อสฺสามิกํ. น อาหฏํ ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ ‘‘สูโปทนวิญฺญตฺติทุกฺกฏํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กิญฺจาปิ ครุภณฺฑปฺปโหนเกสูติ วุตฺตํ, ตถาปิ ยํ วตฺถุวเสน อปฺปํ หุตฺวา อคฺฆวเสน มหา หริตาลหิงฺคุลิกาทิ, ตํ ยาจิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ.
๓๔๔. โส กิราติ อิสิ. ตทา อชฺฌคมา ตทชฺฌคมา.
๓๔๘-๙. น หิ สกฺกา ยาจนาย กาตุํ, ตสฺมา สยํ ยาจิตเกหิ อุปกรเณหีติ อธิปฺปาโย. พฺยญฺชนํ สเมติ, น อตฺโถ. กสฺมา? อิธ อุภเยสํ อธิปฺเปตตฺตา, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิมาห. อิธ วุตฺตนเยนาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปทวิภงฺเค วุตฺตนเยน. ‘‘สญฺญาจิกายา’’ติ วจนโต กโรนฺเตนาปิ, ‘‘ปเรหิ ปริโยสาเปตี’’ติ วจนโต การาเปนฺเตนาปิ ปฏิปชฺชิตพฺพํ. อุโภเปเต การกการาปกา. พฺยญฺชนํ วิโลมิตํ ภเวยฺย, ‘‘การยมาเนนา’’ติ หิ พฺยญฺชนํ ‘‘กโรนฺเตนา’’ติ วุตฺเต วิโลมิตํ โหติ อตทตฺถตฺตา. น หิ การาเปนฺโต นาม โหติ. ‘‘อิธ วุตฺตนเยนาติ เทสิตวตฺถุกปมาณิกนเยน. เอวํ สนฺเต ‘กโรนฺเตน วา การาเปนฺเตน วา’ติ วจนโต กโรนฺเตนาปิ ปเรหิ วิปฺปกตํ วตฺตพฺพนฺติ เจ, ตทตฺถวิสฺสชฺชนตฺถํ ‘ยทิ ปนาติอาทิมาหา’’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรนฺโต’’ติ วจนวเสน วุตฺตํ. ‘‘อายามโต จ วิตฺถารโต จา’’ติ อวตฺวา วิกปฺปตฺถสฺส วา-สทฺทสฺส คหิตตฺตา เอกโตภาเคปิ วฑฺฒิเต อาปตฺติ เอว. ปมาณยุตฺตมญฺโจ กิร นววิทตฺถิ. ‘‘‘จตุหตฺถวิตฺถารา’ติ วจเนน ‘ติริยํ ติหตฺถา วา’ติ วจนมฺปิ สเมติ ‘ยตฺถ ปมาณยุตฺโต’ติอาทิสนฺนิฏฺฐานวจนาสมฺภวโต’’ติ วุตฺตํ. ปมาณโต อูนตรมฺปีติ วิตฺถารโต จตุปญฺจหตฺถมฺปิ ทีฆโต อนติกฺกมิตฺวา วุตฺตปมาณเมว เทสิตวตฺถุ. อเทสิตวตฺถุญฺหิ กโรโต อาปตฺติ. ปมาณาติกฺกนฺตา กุฏิ เอว ปมาณาติกฺกนฺตํ กุฏึ กเรยฺยาติ วุตฺตตฺตา. ‘‘ถมฺภตุลา’’ติ ปาโฐ. อนุสฺสาวนานเยนาติ เอตฺถ ‘‘ทมิฬภาสายปิ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ.
๓๕๓. จารภูมิ โคจรภูมิ. น คหิตาติ น วาริตา. อฏฺฐกถายํ ‘‘การณาย คุตฺติพนฺธนาคารํ, อกรณฏฺฐานํ วา ธมฺมคนฺธิกา หตฺถปาทจฺฉินฺทนกา คนฺธิกา’’ติ ลิขิตํ. ทฺวีหิ พลิพทฺเทหีติ เหฏฺฐิมโกฏิยา กิร วุตฺตโต อาวิชฺชิตุํ น สกฺกา ฉินฺนาวฏตฺตา, นิคมนสฺสาปิ อตฺถปฺปกาสนตฺถํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปาจินนฺติ วตฺถุ อธิฏฺฐานํ. ตทตฺถายาติ ตจฺฉนตฺถาย. ปณฺณสาลมฺปีติ อุลฺลิตฺตาวลิตฺตกุฏิเมว ปณฺณจฺฉทนํ. เตเนว ‘‘สภิตฺติจฺฉทน’’นฺติ วุตฺตํ, อลิตฺตํ กิร สพฺพํ วฏฺฏติ. ปุพฺเพ โถกํ ฐปิตํ ปุน วฑฺเฒตฺวา. ตสฺมินฺติ ทฺวารพนฺธเน วา วาตปาเน วา ฐปิเต. ปฐมเมวาติ เอตฺถ ปตฺตกาเล เอวาติ กิร ธมฺมสิริตฺเถโร. อุปติสฺสตฺเถโร ฐปิตกาเลวาติ กิร. ปุริเมน เลปสฺส อฆฏิตตฺตา ทุติเยน วตฺตสีเสน กตตฺตา อุภินฺนมฺปิ อนาปตฺติ. สเจ อาณตฺเตน กตํ, ‘‘กโรติ วา การาเปติ วา’’ติ วจนโต อาปตฺติ อุภินฺนํ สติ อตฺตุทฺเทสิกตาย, อสติ มูลฏฺฐสฺเสว. เหฏฺฐิมปฺปมาณสมฺภเว สติ สพฺพมตฺติกามยํ กุฏึ กโรโต อาปตฺติ ทุกฺกเฏน สงฺฆาทิเสโสติ อาจริยสฺส ตกฺโก.
๓๕๔. ฉตฺตึส จตุกฺกานิ นาม อเทสิตวตฺถุกจตุกฺกํ เทสิตวตฺถุกจตุกฺกํ ปมาณาติกฺกนฺตจตุกฺกํ ปมาณิกจตุกฺกํ อเทสิตวตฺถุกปมาณาติกฺกนฺตจตุกฺกํ เทสิตวตฺถุกปมาณิกจตุกฺกนฺติ ฉ จตุกฺกานิ, เอวํ สมาทิสติวาราทีสุปิ ปญฺจสูติ ฉตฺตึส. อาปตฺติเภททสฺสนตฺถนฺติ เอตฺถ ยสฺมา ‘‘สารมฺเภ เจ, ภิกฺขุ, วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน…เป… สงฺฆาทิเสโส’’ติ มาติกายํ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา สารมฺภอปริกฺกมเนปิ สงฺฆาทิเสโสวาติ มิจฺฉาคาหวิวชฺชนตฺถํ อาปตฺติเภโท ทสฺสิโต, ตสฺมา วุตฺตานีติ อธิปฺปาโย. วิภงฺเค เอวํ อวตฺวา กิมตฺถํ มาติกายํ ทุกฺกฏวตฺถุ วุตฺตนฺติ เจ? ภิกฺขู อภิเนตพฺพา วตฺถุเทสนาย, เตหิ ภิกฺขูหิ วตฺถุ เทเสตพฺพํ. กีทิสํ? อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ, เนตรํ, อิตรสฺมึ ‘‘สารมฺเภ เจ ภิกฺขุ วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน’’ติ เอวํ อานิสํสวเสน อาคตตฺตา วุตฺตํ. ยสฺมา วตฺถุ นาม อตฺถิ สารมฺภํ, อตฺถิ อนารมฺภํ, อตฺถิ สปริกฺกมนํ, อตฺถิ อปริกฺกมนํ, อตฺถิ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ, อตฺถิ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ, อตฺถิ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ, อตฺถิ อนารมฺภํ อปริกฺกมนนฺติ พหุวิธตฺตา วตฺถุ เทเสตพฺพํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ, เนตรนฺติ วุตฺตํ โหติ. กิมตฺถิกา ปเนสา เทสนาติ เจ? ครุกาปตฺติปญฺญาปนเหตุปริวชฺชนุปายตฺถา. วตฺถุเทสนาย หิ ครุกาปตฺติปญฺญาปนเหตุตฺตา อกตวิญฺญตฺติ คิหีนํ ปีฬาชนเนน อตฺตทุกฺขปรทุกฺขเหตุภูโต จ สารมฺภภาโวติ เอเต วตฺถุเทสนาปเทเสน อุปาเยน ปริวชฺชิตา โหนฺติ. น หิ ภิกฺขุ อกปฺปิยกุฏิกรณตฺถํ คิหีนํ วา ปีฬานิมิตฺตํ สารมฺภวตฺถุ. กุฏิกรณตฺถํ วา วตฺถุํ เทเสนฺตีติ ปฐมเมว สาธิตเมตํ. โวมิสฺสกาปตฺติโยติ ทุกฺกฏสงฺฆาทิเสสมิสฺสกาปตฺติโย.
๓๕๕. ตตฺถ ‘‘ทฺวีหิ สงฺฆาทิเสเสหี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสนา’’ติ วิภตฺติพฺยตฺตเยน, วจนพฺยตฺตเยน จ วุตฺตํ. ‘‘อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสสาน’’นฺติปิ ปาโฐ.
๓๖๔. น ฆฏยติ ฉทนเลปาภาวโต, อนาปตฺติ, ตํ ปรโต สาธิยติ. ฉทนเมว สนฺธาย อุลฺลิตฺตาวลิตฺตตา วุตฺตาติ. ‘‘กุกฺกุฏจฺฉิกเคหํ วฏฺฏตีติ วตฺวา ปุน ฉทนํ ทณฺฑเกหีติอาทินา นเยน ตํ ทสฺเสนฺเตหิ ติณปณฺณจฺฉทนากุฏิกาว วุตฺตา. ตตฺถ ฉทนํ ทณฺฑเกหิ ทีฆโต ติริยญฺจ ชาลํ วิย พนฺธิตฺวา ติเณหิ วา ปณฺเณหิ วา ฉาเทตุํ อุลฺลิตฺตาทิภาโว ฉทนเมว สนฺธาย วุตฺโตติ ยุตฺตมิทํ. ตสฺมา มตฺติกามยํ ภิตฺตึ วฑฺฒาเปตฺวา อุปริ อุลฺลิตฺตํ วา อวลิตฺตํ วา อุภยํ วา ภิตฺติยา ฆฏิตํ กโรนฺตสฺส อาปตฺติ เอว วินาปิ ภิตฺติเลเปนา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘‘โส จ ฉทนเมว สนฺธายา’ติ ปธานวเสน วุตฺตํ, น เหฏฺฐาภาคํ ปฏิกฺขิตฺต’’นฺติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. เอตฺถาติ ติณกุฏิกาย. ยถาสมาทิฏฺฐายาติ ยถาวุตฺตปฺปการนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘อาปตฺติ การุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏาน’’นฺติอาทิมฺหิ โส สุณาติฉกฺกมฺปิ ลพฺภติ. อุภยตฺถ สมาทิฏฺฐตฺตา อาณาปกสฺส อนาปตฺติ. อาณตฺตสฺส ยถา สมาทิฏฺฐํ อาณาปเกน, ตถา อกรณปจฺจยา ทุกฺกฏํ. สเจ ‘‘อหมฺเปตฺถ วสามี’’ติ อตฺตุทฺเทสมฺปิ กโรติ, สงฺฆาทิเสโสว. ‘‘กุฏึ กโรถา’’ติ อวิเสเสน วุตฺตฏฺฐาเน ปน อาณาปกสฺสาปิ สงฺฆาทิเสโส อจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส.
อหญฺจ วสิสฺสามีติ เอตฺถ ปรสฺส ยสฺส กสฺสจิ อุทฺทิฏฺฐสฺส อภาวา อาปตฺติ เอว ‘‘กโรนฺตสฺส วา’’ติ นิยมิตตฺตา, อนาปตฺติ อวิภตฺตตฺตา. ‘‘อิธ ปญฺญตฺติชานนมตฺตเมว จิตฺต’’นฺติ จ ลิขิตํ. อนุคณฺฐิปเท ปน อหญฺจ วสิสฺสามีติ เอตฺถ โย ‘‘มยฺหํ วาสาคารญฺจ ภวิสฺสตี’’ติ อิจฺฉติ, ตสฺสาปตฺติ. โย ปน อุโปสถาคารํ อิจฺฉติ, ตสฺส อนาปตฺติ, ตสฺมา ‘‘อุภยํ สเมตี’’ติ วตฺวา จ ‘‘วินยวินิจฺฉเย อาคเต ครุเก ฐาตพฺพ’’นฺติ วจนโต มหาปจฺจริวาทโต อิตโร ปจฺฉา วตฺตพฺโพติ เจ? น, พลวตฺตา. ‘‘วาสาคารํ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ, อนาปตฺตี’’ติ วจนโต, โภชนสาลาทีนมฺปิ อตฺถาย อิมินา กตตฺตา สงฺกรา ชาตา. ยถา – เทฺว ตโย ‘‘เอกโต วสิสฺสามา’’ติ กโรนฺติ, รกฺขติ ตาวาติ เอตฺถ วิย. ‘‘อิทํ ฐานํ วาสาคารํ ภวิสฺสติ, อิทํ อุโปสถาคาร’’นฺติ วิภชิตฺวา กเตปิ อาปตฺติ เอว. ทฺวีสุ มหาปจฺจริวาโท พลวา, ตสฺมา ‘‘ปจฺฉา วุตฺโต’’ติอาทินา อตีว ปปญฺจิตํ. กึ เตน. ‘‘อตฺตนา วิปฺปกตํ อตฺตนา จ ปเรหิ จ ปริโยสาเปตี’’ติอาทินา นเยน อปรานิปิ จตุกฺกานิ ยถาสมฺภวํ โยเชตฺวา ทสฺเสตพฺพานิ, เลณาทีสุ กิญฺจาปิ สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ, อกตวิญฺญตฺติยา สติ ตปฺปจฺจยา อาปตฺติ เอว.
กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖๖. สตฺตเม วา-สทฺโท อวธารณตฺโถติ เวทิตพฺโพ.
วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ปฐมทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๘๐. สาวเกน ปตฺตพฺพนฺติ ปกติสาวกํ สนฺธาย วุตฺตํ, น อคฺคสาวกํ. ยถูปนิสฺสยยถาปุคฺคลวเสน ‘‘ติสฺโส วิชฺชา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เกนจิ สาวเกน ติสฺโส วิชฺชา, เกนจิ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา, เกนจิ ฉ อภิญฺญา, เกนจิ เกวโล นวโลกุตฺตรธมฺโมติ เอวํ วิสุํ วิสุํ ยถาสมฺภวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๓๘๒. ‘‘เย เต ภิกฺขู สุตฺตนฺติกา’’ติอาทิวจนโต ธรมาเนปิ ภควติ ปิฏกตฺตยปริจฺเฉโท อตฺถีติ สิทฺธํ. ธมฺมกถิกาติ อาภิธมฺมิกา รติยา อจฺฉิสฺสนฺตีติอาทิ อายสฺมโต ทพฺพสฺส เนสํ ติรจฺฉานกถาย รตินิโยชนํ วิย ทิสฺสติ, น ตถา ทฏฺฐพฺพํ. สุตฺตนฺติกาทิสํสคฺคโต เตสํ สุตฺตนฺติกาทีนํ ผาสุวิหารนฺตรายํ, เตสมฺปิ ติรจฺฉานกถารติยา อภาเวน อนภิรติวาสํ, ตโต เนสํ สามญฺญา จาวนญฺจ ปริวชฺชนฺโต เอวํ จินฺเตสีติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘นิมฺมิตานํ ธมฺมตาติ สาวเกหิ นิมฺมิตานํเยว, น พุทฺเธหี’’ติ วทนฺติ. ‘‘สาธกตมํ กรณ’’นฺติ เอวํ วุตฺเต กรณตฺเถเยว ตติยาวิภตฺตีติ อตฺโถ.
๓๘๓-๔. ยนฺติ เยน. ‘‘กตฺตาติ กตฺตา, น กตฺตา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ภริยํ วิย มํ อชฺฌาจรตี’’ติ วทนฺติยา พลวตี โจทนา. เตน หีติ เอตฺถ ยถา ฉุปนมตฺเต วิปฺปฏิสารีวตฺถุสฺมึ กายสํสคฺคราคสมฺภวา อปุจฺฉิตฺวา เอว สงฺฆาทิเสสํ ปญฺญาเปสิ, ตเถว ปุพฺเพวสฺสา ทุสฺสีลภาวํ ญตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยทิ ตาว ภูตาย ปฏิญฺญาย นาสิตา, เถโร การโก โหติ. อถ อภูตาย, ภควตา ‘‘นาเสถา’’ติ น วตฺตพฺพํ, วุตฺตญฺจ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ยทิ ตาว ปฏิญฺญาย นาสิตา, เถโร การโก โหตี’’ติ.
อถ อปฺปฏิญฺญายาติ ‘‘อยฺเยนมฺหิ ทูสิตา’’ติ อิมํ ปฏิญฺญํ วินา เอว ตสฺสา ปกติทุสฺสีลภาวํ สนฺธาย นาสิตา, เถโร อการโก โหติ. อภยคิริวาสิโนปิ อตฺตโน สุตฺตํ วตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ วาเท เถโร การโก’’ติ วทนฺติ, กสฺมา? ทุกฺกฏํ มุสาวาทปจฺจยา ลิงฺคนาสนาย อนาเสตพฺพตฺตา. ปาราชิกสฺเสว หิ ลิงฺคนาสนาย นาเสตพฺพา. ‘‘นาเสถา’’ติ จ วุตฺตตฺตา ปาราชิกาว ชาตา, สา กึ สนฺธาย, ตโต เถโร การโก อาปชฺชติ. ‘‘สกาย ปฏิญฺญาย นาเสถา’’ติ วุตฺเต ปน อปาราชิกาปิ อตฺตโน วจเนน นาเสตพฺพา ชาตาติ อธิปฺปาโย. มหาวิหารวาสิโนปิ อตฺตโน สุตฺตํ วตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ วาเท เถโร การโก’’ติ จ วทนฺติ. กสฺมา? ‘‘สกาย ปฏิญฺญาย นาเสถา’’ติ หิ วุตฺเต ปฏิญฺญาย ภูตตา อาปชฺชติ ‘‘นาเสถา’’ติ วจนโต. ภูตาเยว หิ ปฏิญฺญาย นาเสตพฺพา โหติ, นาภูตายาติ อธิปฺปาโย. ปุริมนเยติ ทุกฺกฏวาเท. ปุริโม ยุตฺติวเสน ปวตฺโต, ปจฺฉิโม ปาฬิวจนวเสน ปวตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
๓๘๕-๖. ปีติสุเขหีติ เอตฺถ ‘‘สุเขนา’’ติ วตฺตพฺเพ ปีติคฺคหณํ ตติยชฺฌานสุขํ, กายิกญฺจ อปเนตุํ สมฺปยุตฺตปีติยา วุตฺตํ. สเจ จุทิตกวเสน กตํ อมูลกํ นาม, ‘‘อนชฺฌาปนฺนํ อกต’’นฺติ วเทยฺย, อิเม กริสฺสนฺติ, ตสฺมา ‘‘ตาทิสํ ทิฏฺฐสญฺญี หุตฺวา โจเทตี’’ติ ปาโฐ. ‘‘เอเตน นเยน สุตมุตปริสงฺกิตานิปิ วิตฺถารโต เวทิตพฺพานี’’ติ ปาโฐ. ‘‘จตุนฺนํ อญฺญตเรนา’’ติ ปาติโมกฺขุทฺเทเส เอว อาคเต คเหตฺวา วุตฺตํ, อิตเรสํ อญฺญตเรนาปิ อนุทฺธํเสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโสวาติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ภิกฺขุภาวา หิ จาวนสมตฺถโต. ‘‘สมีเป ฐตฺวา’’ติ วจนโต ปรมฺมุขา โจเทนฺตสฺส, โจทาเปนฺตสฺส วา สีสํ น เอติ. ทิฏฺฐญฺเจ สุเตน ปริสงฺกิเตน โจเทติ โจทาเปติ, สุตปริสงฺกิตํ วา ทิฏฺฐาทีหิ โจทิเต วา โจทาปิเต วา สีสํ เอติ เอว อมูลเกน โจทิตตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ทิฏฺฐสฺส โหติ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต, ตญฺเจ โจเทติ ‘สุโต มยา…เป… สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๗). ‘‘อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ อสุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน อโนกาสํ การาเปตฺวา จาวนาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. โอกาสํ การาเปตฺวา จาวนาธิปฺปาโย วเทติ, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๓๘๙) อิมินา น-สเมนฺตํ วิย ขายติ, กถํ? ทิฏฺฐสฺส โหติ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต นาม อสุทฺโธ ปุคฺคโล โหติ, ‘‘อญฺญตรสฺมึ อสุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน ตญฺเจ โจเทติ ‘สุโต มยา ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสี’ติ, อาปตฺติ วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ วจนโต ปุริมนเยนาปตฺติ. ‘‘จาวนาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วจนโต ปจฺฉิมนเยน สงฺฆาทิเสเสน อาปตฺตีติ เทฺว ปาฬินยา อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธา วิย ทิสฺสนฺติ, น จ วิรุทฺธํ พุทฺธา กถยนฺติ, ตสฺมา เอตฺถ ยุตฺติ ปริเยสิตพฺพา. อฏฺฐกถาจริยา ตาวาหุ ‘‘สมูลเกน วา สญฺญาสมูลเกน วา โจเทนฺตสฺส อนาปตฺติ, อมูลเกน วา ปน สญฺญาอมูลเกน วา โจเทนฺตสฺส อาปตฺตี’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ทสฺสนสวนปริสงฺกนมูเลน สมูลเกน วา ตทภาเวน อมูลเกนาปิ สญฺญาสมูลเกน วา โจเทนฺตสฺส อนาปตฺติ, ทสฺสนาทิมูลาภาเวน อมูลเกน วา ตพฺภาเวน สมูลเกนาปิ สญฺญาอมูลเกน วา โจเทนฺตสฺส อาปตฺติ, ตสฺมา ทิฏฺฐสฺส โหติ.
ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโตติอาทิมฺหิ ทสฺสนมูเลน สมูลเกนาปิ ‘‘สุโต มยา’’ติ วจนโต สญฺญาอมูลเกน วา โจเทติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส. ตทตฺถสฺส อาวิภาวตฺถํ ‘‘ทิฏฺเฐ เวมติโก’’ติอาทิ วารา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.
อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโลภิอาทิมฺหิ ปน สมูลเกน, สญฺญาสมูลเกน วา โจทิตตฺตา อนาปตฺตีติ. เอวเมวํ ปน ตทตฺถทีปนตฺถํ เต วารา วุตฺตา. ตตฺถ หิ ‘‘อทิฏฺฐสฺส โหตี’’ติอาทิวารา อมูลเกน โจเทนฺตสฺส อาปตฺติ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ‘‘ทิฏฺเฐ เวมติโก’’ติอาทินา สญฺญาอมูลเกน โจเทนฺตสฺส อาปตฺติ โหตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. อญฺญถา ‘‘ทิฏฺฐสฺส โหติ, ทิฏฺเฐ เวมติโก’’ติอาทิวารา นิพฺพิเสสา ภเวยฺยุํ. อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ-ยถา อสุทฺธํ ปุคฺคลํ อโนกาสํ การาเปตฺวา โจเทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, อกฺโกสาธิปฺปายสฺส จ โอมสวาเทน ทุกฺกฏสฺส, ตถา อสุทฺธทิฏฺฐิโกปิ อสุทฺธํ อสุทฺธทิฏฺฐิ อมูลเกน โจเทติ, อาปตฺติ. สมูลเกน วา โจเทติ, อนาปตฺตีติ ตํ สนฺนิฏฺฐานํ ยถา ‘‘อนาปตฺติ สุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิสฺส อสุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิสฺสา’’ติ อิมินา สํสนฺทติ, ตถา คเหตพฺพํ. อญฺญถา ยุตฺติ ปริเยสิตพฺพา.
สีลสมฺปนฺโนติ เอตฺถ ‘‘ทุสฺสีลสฺส วจนํ อปฺปมาณํ. ภิกฺขุนี หิ ภิกฺขุมฺหิ อนิสฺสรา, ตสฺมา อุกฺกฏฺฐนเย วิธึ สนฺธาย เถเรน วุตฺตํ. ทุติยตฺเถเรน ภิกฺขุนี อชานิตฺวาปิ โจเทติ, สิกฺขมานาทโย วา โจเทนฺติ, เตสํ สุตฺวา ภิกฺขู เอว วิจาเรตฺวา ตสฺส ปฏิญฺญาย กาเรนฺติ. โก เอตฺถ โทโสติ อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตติเยน ติตฺถิยานํ วจนํ สุตฺวาปิ ภิกฺขู เอว วิจาเรนฺติ, ตสฺมา น โกจิ น ลภตีติ เอวํ สพฺพํ สเมตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. ตึสานิ ตึสวนฺตานิ. อนุโยโคติ ปฏิวจนํ. เอหิตีติ อาคมิสฺสติ. ทิฏฺฐสนฺตาเนนาติ ทิฏฺฐนเยน, ทิฏฺฐวิธาเนนาติ อธิปฺปาโย. ปติฏฺฐายาติ ปติฏฺฐํ ลภิตฺวา. ฐาเนติ ลชฺชิฏฺฐาเน.
คาหนฺติ ‘‘อหํ โจเทสฺสามี’’ติ อตฺตาทานคฺคหณํ. เจตนาติ อตฺตาทานคฺคหณเจตนา. โวหาโรติ อิโต, เอตฺโต จ ญตฺวา ปกาสนํ. ปณฺณตฺตีติ นามปญฺญตฺติ. ยา วจีโฆสารมฺมณสฺส โสตทฺวารปฺปวตฺตวิญฺญาณสนฺตานสฺส อนนฺตรํ อุปฺปนฺเนน อุปลทฺธปุพฺพสงฺเกเตน มโนทฺวารวิญฺญาเณน วิญฺญายติ, ยสฺสา วิญฺญาตตฺตา ตทตฺโถ ปรมตฺโถ วา อปรมตฺโถ วา ตติยวารํ อุปฺปนฺเนน มโนวิญฺญาเณน วิญฺญายตีติ นามาทีหิ ฉหิ พฺยญฺชเนหิ ปาฬิยา ปกาสิตา, สา ‘‘วิชฺชมานปญฺญตฺติ อวิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติอาทินา ฉธา อาจริเยหิ ทสฺสิตา. ตพฺภาคิยภาโว อตพฺภาคิยภาโว จ นิปฺผนฺนธมฺมสฺเสว ยุชฺชติ, น ปญฺญตฺติยา อธิกรณียวตฺถุตฺตา, อธิกรเณ ปวตฺตตฺตา จ อธิกรโณ มญฺจฏฺเฐ มญฺโจปจาโร วิยาติ จ. ‘‘ปริยาเยนาติ อมูลกา นามปญฺญตฺติ นตฺถิ. ปริยายมตฺตํ, สภาวโต นตฺถิ. อภิธานมตฺตเมว, อภิเธยฺยํ นตฺถี’’ติ จ ลิขิตํ. อิเธวาติ อิมสฺมึ เอว สิกฺขาปเท. น สพฺพตฺถาติ วิวาทาธิกรณาทีสุ. กสฺมา? น หีติอาทิ. วิวาทาธิกรณาทีนมตฺถิตา วิย อมูลกํ อธิกรณํ นตฺถีติ. ปุพฺเพ วุตฺตสมเถหีติ ‘‘ยํ อธิกิจฺจ สมถา วตฺตนฺตี’’ติ วุตฺตสมเถหีติ อธิปฺปาโย. อปิจ สภาวโต นตฺถีติ อปฺปฏิลทฺธสภาวตฺตา วุตฺตํ. อนุปฺปนฺนํ วิย วิญฺญาณาทิ. น หิ วิวาทาทีนํ ปณฺณตฺติ อธิกรณฏฺโฐติ ปณฺณตฺตึ อธิกิจฺจ สมถา น ปวตฺตนฺติ, ตสฺมา น ตสฺสา อธิกรณียตาติ น วิวาทาทีนํ ปณฺณตฺติ อธิกรณฏฺโฐติ อธิปฺปาโย. โหติ เจตฺถ –
‘‘ปาราชิกาปตฺติ อมูลิกา เจ,
ปณฺณตฺติมตฺตา ผลมคฺคธมฺมา;
จตุตฺถปาราชิกวตฺถุภูตา,
ปณฺณตฺติมตฺตาว สิยุํ ตเถว.
‘‘ตโต ทฺวิธา มคฺคผลาทิธมฺมา,
สิยุํ ตถาตีตมนาคตญฺจ;
ปณฺณตฺติฉกฺกํ น สิยา ตโต วา,
ปริยายโต สมฺมุติวาทมาหา’’ติ.
อนุวทนฺตีติ อกฺโกสนฺติ. กิจฺจยตาติ กรณียตา. ตํ กตมนฺติ เจ? อปโลกนกมฺมนฺติอาทิ. กิจฺจนฺติ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกจิตฺตํ กิร อธิปฺเปตํ.
๓๘๗. สุตาทีนํ อภาเวน อมูลกตฺตนฺติ เอตฺถ โย ทิสฺวาปิ ‘‘ทิฏฺโฐสิ มยา’’ติ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต อตฺตโน ทิฏฺฐนิยาเมเนว ‘‘สุโตสิ มยา’’ติ วทติ. ตสฺส ตสฺมึ อสุทฺธทิฏฺฐิตฺตา อาปตฺติ, อิธ ปน โย ปุพฺเพ สุตฺวา อนาปตฺติ, ปจฺฉา ตํ วิสฺสริตฺวา สุทฺธทิฏฺฐิ เอว สมาโน วทติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘เอส นโย สพฺพตฺถาติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. เชฏฺฐพฺพติโก กาเกกปฺปฏิวตฺตา. ยทคฺเคนาติ ยาวตา, ยทา วา. โน กปฺเปตีติอาทิ เวมติกาภาวทีปนตฺถเมว วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. เตน เวมติโกว นสฺสรติ สมฺมุฏฺโฐ นามาติ อาปชฺชติ, ตํ น ยุตฺตํ ตทนนฺตรภาวโต, ตสฺมา ทุติยตฺเถรวาโท ปจฺฉา วุตฺโต.
๓๘๙. สพฺพตฺถาติ สพฺพอฏฺฐกถาสุ. โอกาสกมฺมนฺติ โอกาสกรณํ. ‘‘โอกาเสน กมฺมํ โอกาสกมฺม’’นฺติ ลิขิตํ. อสูริยํ ปสฺสติ กญฺญาติ เอตฺถ ยถา กญฺญา สูริยํ น ปสฺสตีติ ภวติ, เอวํ ‘‘อโนกาสํ กาเรตฺวา’’ติ วุตฺเต โอกาสํ น กาเรตฺวาติ โหติ.
ปฐมทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ทุติยทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๙๑. เวฬุวเนเยวาติ อิทํ เตหิ วุตฺตเวลํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘ปุพฺเพ มยํ อาวุโส สุเตน อโวจุมฺหา’’ติ ‘‘อเมฺหหิ สา อุสฺสาหิตา กุปิเตหิ อนตฺตมเนหี’’ติอาทิวจนํ สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺญภาคสฺส อิทนฺติ มนุสฺสภิกฺขุภาวโต อญฺญภาคสฺส ติรจฺฉานฉคลกภาคสฺส อิทํ ฉคลกชาตํ อธิกรณํ. อญฺญภาโค วา อสฺส อตฺถีติ โส ติรจฺฉานฉคลกภาวสงฺขาโต อญฺญภาโค อสฺส ฉคลกสฺส อตฺถีติ สฺวายํ ฉคลโก อญฺญภาคิยํ อธิกรณํ นาม.
ตตฺถ ปฏิมาย สรีรํ, สิลาปุตฺตกสฺส สรีรนฺติ นิทสฺสนํ, ปฐมํ ปเนตฺถ นิพฺพจนํ ชาติปทตฺโถติวาทีนํ มเตน วุตฺตํ. สา หิ สามิภาเวน, นิจฺจภาเวน จ ปธานตฺตา สตฺติสภาเว ฐิตา. ตพฺพิปรีตกตฺตา พฺยตฺตากติ ชาติโย ตุ ปทตฺโถ อิติ อิมสฺส สุตฺตสฺส วเสน ทุติยํ นิพฺพจนํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. นามกรณสญฺญาย อาธาโรติ เอตฺถ นามเมว นามกรณํ. นามํ กโรนฺตานํ สญฺญา นามกรณสญฺญา, ตสฺสา. มนุสฺสชาติโก ฉคลกชาติอาธาโร นาม. น หิ ตํ นามํ กจฺฉปโลมํ วิย อนาธารนฺติ อธิปฺปาโย. ตํ ปน ฉคลกสฺส ทพฺโพติ ทินฺนนามํ ‘‘เทโส’’ติ วุจฺจติ. ตสฺมา เถรํ อมูลเกนาติอาทินา อญฺญมฺปิ วตฺถุํ เถรสฺส ลิสฺสติ สิลิสฺสติ โวหารมตฺเตเนว, น อตฺถโต, อีสกํ อลฺลียตีติ เลโสติ อธิปฺปาโย. ยสฺมา เทสเลสา อตฺถโต นินฺนานากรณา, ตสฺมา ‘‘กญฺจิเทสํ เลสมตฺตํ อุปาทายา’’ติ อุทฺธริตฺวา ‘‘ทส เลสา ชาติเลโส’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา นิทาเน, เอวํ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยมฺปิ มาติกายมฺปิ อยเมวตฺโถ. ยสฺมา อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺสาติ ฉคลกสฺส. กญฺจิเทสํ เลสมตฺตํ อุปาทายาติ ทพฺโพติ นามํ อุปาทายาติ อยมตฺโถ อฏฺฐุปฺปตฺติวเสเนว อาวิภูโต, ตสฺมา น วิภตฺโต. กิญฺจ ภิยฺโย อนิยมตฺตา. น หิ เมตฺติยภูมชกานํ วิย สพฺเพสมฺปิ ฉคลกเมว อญฺญภาคิยํ อธิกรณํ โหติ. อญฺญํ โคมหึ สาทิกมฺปิ โหติ, น จ เมตฺติยภูมชกา วิย สพฺเพปิ นามเลสมตฺตเมว อุปาทิยนฺติ. อญฺญมฺปิ ชาติเลสาทึ อุปาทิยนฺติ, ตสฺมา อนิยมตฺตา จ ยถาวุตฺตนเยน น วิภตฺตํ. กิญฺจ ภิยฺโย ตถา วุตฺเต ฉคลกสฺเสว อญฺญภาคิยตา สมฺภวติ, น อญฺญสฺส, เยน โสว ทสฺสิโต. เลโส จ นาม เลโสว, น ชาติอาทิ, เยน โสว ทสฺสิโตติ เอวํ มิจฺฉาคาหปฺปสงฺคโต จ ตถา น วิภตฺโต.
๓๙๓. อญฺญภาคิยสฺสาติ จุทิตกโต อญฺญสฺส. อธิกรณสฺสาติ มนุสฺสสฺส วา อมนุสฺสสฺส วา ติรจฺฉานคตสฺส วาติ เอวํ วตฺตพฺพํ. เอวญฺหิ วุตฺเต มนุสฺสาทีนํเยว ชาติเลสาทโย วุตฺตา โหนฺติ, อญฺญถา จตุนฺนํ อธิกรณานํ เต อาปชฺชนฺติ ‘‘อธิกรณสฺส กญฺจิ เทสํ เลสมตฺต’’นฺติ สามิวจนํ ปุพฺพงฺคมํ อุทฺทิฏฺฐตฺตาติ เจ? น, นามสฺส วิย ชาติอาทีนํ มนุสฺสาทีนํ อาธารภาวนิยมสมฺภวโต, อธิกรณภาวานิยมโตติ วุตฺตํ โหติ. นิยเม จ สติ ชาติยา อาธาโร ชาติ, ลิงฺคสฺส จ ลิงฺคํ, อาปตฺติยา จ อาปนฺโน อาธาโร, วิรุทฺธานมฺปิ อสมาทินฺนานมฺปิ ปตฺตจีวรานํ สามิโก อาธาโร, เยน อธิกรณสงฺขฺยํ คจฺเฉยฺยาติ อาปชฺชตีติ อธิกรณสฺสาติ ปทํ อภาเชตพฺพเมว ภเวยฺยาติ น อุทฺธริตพฺพํ สิยา, อุทฺธริตพฺพํ. ตสฺมา ‘‘อธิกรณนฺติ วจนสามญฺญโต’’ติอาทิ สพฺพํ วตฺตพฺพํ. อปากฏา อิโต อญฺญตฺร ทสฺสิตฏฺฐานาภาวโต. ชานิตพฺพา จ วินยธเรหิ ยสฺมา อญฺญถา ปริวาเร ‘‘วิวาทาธิกรณํ จตุนฺนํ อธิกรณานํ วิวาทาธิกรณํ ภชตี’’ติอาทินา นเยน อนาคตฏฺฐาเน ‘‘กสฺมา’’ติ วุตฺเต การณํ น ปญฺญาเยยฺย, ตสฺมา เตสํ ตพฺภาคิยตา จ อญฺญภาคิยตา จ ชานิตพฺพา วินยธเรหิ. ตาสุ หิ วิญฺญาตาสุ วิวาทาธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ ภชติ. กสฺมา? ตพฺภาคิยตฺตา. อิตรํ น ภชติ อญฺญภาคิยตฺตาติ สุขการณโต ปญฺญายนฺติ, ตสฺมา วจนสามญฺญโต ลทฺธํ อธิกรณํ นิสฺสายาติอาทิ. ตตฺถ ยสฺมา อาปตฺตญฺญภาคิยํ มหาวิสยํ, อิตเรหิ อสทิสนิทฺเทสญฺจ, ตสฺมา ตํ อธิกรณปริยาปนฺนมฺปิ สมานํ วิสุํ วุตฺตํ ‘‘อาปตฺตญฺญภาคิยํ วา โหตี’’ติ. อธิกรณปริยาปนฺนตฺตา จ ‘‘อธิกรณญฺญภาคิยํ วา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถาปิ มหาวิสยตฺตา, มาติกายํ อาคตตฺตา จ ปฐมํ อญฺญภาคิยตา วุตฺตา, ปจฺฉา ตพฺภาคิยตาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ ยสฺมา อธิกรณญฺญภาคิยวจเนน อตฺถาปตฺตินเยน สิทฺธํ. อธิกรณํ ตพฺภาคิยํ, ตสฺมา ‘‘อธิกรณํ ตพฺภาคิยํ โหตี’’ติ เอวํ อุทฺเทสํ อกตฺวา ‘‘กถํ อธิกรณํ อธิกรณสฺส ตพฺภาคิยํ โหตี’’ติ ปุจฺฉาปุพฺพงฺคมนิทฺเทโส กโต. ตตฺถาปิ อาปตฺตาธิกรณสฺส อญฺญภาคิยตา กิญฺจาปิ ปาราชิเกน อนุทฺธํสิภาธิการตฺตา ปาราชิกานํเยว วเสน วุตฺตา, อถ โข เสสาปตฺติกฺขนฺธวเสนาปิ เวทิตพฺพา. ยา จ สา โจทนา ‘‘อสุโก นาม ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหตี’’ติอาทิกา, ตตฺถ ‘‘สงฺฆาทิเสเส ถุลฺลจฺจยทิฏฺฐิ โหติ, ทุพฺภาสิเต สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิ โหตี’’ติ เอวมาทิกา วินเย อปกตญฺญุตาย, ตํตํวตฺถุสริกฺขตาย วา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. สพฺพตฺถาปิ ‘‘ปาราชิกทิฏฺฐิ โหตี’’ติ น วุตฺตํ. ตถาสญฺญิโน อนาปตฺติโต. ‘‘ตพฺภาคิยวิจารณาย’’นฺติ ตพฺภาคิยปทนิทฺเทเส อญฺญภาคิยตายปิ นิทฺทิฏฺฐตฺตา วุตฺตํ.
วตฺถุสภาคตายาติ อนุวาทวตฺถุสภาคตายาติ อตฺโถ. อญฺญถา ‘‘จตสฺโส วิปตฺติโย’’ติ วจนํ วิรุชฺเฌยฺย. สภาวสริกฺขาสริกฺขโต จาติ สภาเวน สทิสาสทิสโต. ตตฺถ ฌานาทิวตฺถุวิสภาคตายปิ สภาวสริกฺขตาย อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปาราชิกาปตฺติ ตสฺเสว ตพฺภาคิยาว โหติ. ตถา วตฺถุวเสน อนุวาทาธิกรณํ, กิจฺจาธิกรณญฺจ ปาเฏกฺกํ จตุพฺพิธมฺปิ วุตฺตญฺญภาคิยํ น ชาตํ, ตสฺมา ตทญฺญภาคิยตาย วิทิตาย ตพฺภาคิยตา ปาริเยสยุตฺติยา อวุตฺตาปิ สิชฺฌตีติ กตฺวา ‘‘อญฺญภาคิยเมว ปฐมํ นิทฺทิฏฺฐ’’นฺติปิ วตฺตุํ ยุชฺชติ. เอกํเสน ตพฺภาคิยํ น โหตีติ สริกฺขวเสน อรหตฺตํ อาปตฺติ อนาปตฺตีติ วิวาทสพฺภาวโต อพฺยากตภาเวน วิวาทาธิกรณสฺสปิ อญฺญภาคิยํ สิยา, ปาฬิยํ อาปตฺตาธิกรณสฺส วุตฺตตฺตา เอวํ วุตฺตํ, อาทิโต ปฏฺฐายาติ ‘‘อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺสา’’ติ อิโต ปฏฺฐาย. ‘‘เมถุนราเคน มนุสฺสวิคฺคโห โทเสนาติอาทินา สริกฺขโต จา’’ติ ลิขิตํ. ตํ วตฺถุวิสภาคตาย เอว สิทฺธํ. อยํ ปน วตฺถุสภาคตายปิ สติ อาปตฺติสภาคตา สริกฺขโตติ โน ตกฺโกติ จ, เอกสฺมิมฺปิ หิ วตฺถุสฺมึ อาปตฺติเภโท โหตีติ อาจริโย. ปรโต วุตฺตนเยน เวทิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ.
‘‘กิจฺจเมว กิจฺจาธิกรณ’’นฺติ วุตฺตตฺตา สงฺฆกมฺมานเมตํ อธิวจนํ. กมฺมลกฺขณนฺติ กมฺมานํ สภาวํ. ตํ นิสฺสายาติ ปุพฺเพว หิ สํวิธาย สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ. อถ วา ปุริมํ ปุริมนฺติ ปริวาสอุกฺเขปนิยาทีนิ สงฺฆกมฺมานิ นิสฺสาย อพฺภานโอสารณาทิ อุปฺปนฺนนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. ตสฺมา กิญฺจาปิ สงฺฆกมฺมเมว กิจฺจาธิกรณํ, ตถาปิ เสสวิเสโส ลพฺภตีติ ทสฺเสติ.
๓๙๔. อตฺถโต เอกํ, ตสฺมา เทสสฺส อตฺถมวตฺวา ‘‘เลโส’’ติอาทิ วุตฺตํ กิร.
๓๙๕. สวตฺถุกํ กตฺวาติ ปุคฺคลสฺส อุปริ อาโรเปตฺวา ขตฺติยาทิภาเวน เอกชาติโกปิ ทีฆรสฺสกาฬโกทาตาทีนํ ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตานํ วเสน อญฺญภาคิยตา, ทีฆํ ขตฺติยํ อชฺฌาจรนฺตํ ทิสฺวา รสฺสาทิขตฺติยปญฺญตฺติยา อาธารภาวโต ชาติเลเสน โจเทติ, เอกํ วา ขตฺติยํ อชฺฌาจรนฺตํ ทิสฺวา ตโต วิสิฏฺฐญฺญภาคภูตํ ขตฺติยํ ชาติเลสํ คเหตฺวา ‘‘ขตฺติโย ทิฏฺโฐ ตฺวํ ขตฺติโยสี’’ติ โจเทติ ทิฏฺฐาทิอญฺญภาเคน. เอตฺถ จ ‘‘ทีฆาทโย, ทิฏฺฐาทโย จ ชาตินามาทีนํ วตฺถุภูตตฺตา อธิกรณ’’นฺติ ลิขิตํ. ตํ ‘‘อธิกรณภาวานิยมโต’’ติ วุตฺตโทสํ นาติกฺกมติ, อฏฺฐกถายํ ‘‘ขตฺติยชาติปญฺญตฺติยา อาธารวเสน อธิกรณตา จ เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. ตมฺปิ นามโคตฺตโต อญฺญิสฺสา นามโคตฺตปญฺญตฺติยา นาม กสฺสจิ อภาวโต น สพฺพสาธารณํ, ตสฺมา ‘‘อธิกรณสฺสา’’ติ ปทุทฺธารณํ อธิกรณจตุกฺกทสฺสนตฺถํ, ตํ สมานวจนทสฺสนตฺถนฺติ โน ตกฺโกติ. ตตฺถ ทีฆาทิโน วา ทิฏฺฐาทิโน วาติ เอตฺถ ทีฆาทิตา, ทิฏฺฐาทิตา จ อญฺญภาโค, โย จุทิตโก อิตรสฺส วิเสโส ยโต อญฺโญติ วุจฺจติ.
๓๙๙. ลหุกํ อาปตฺตินฺติ ปาราชิกโต ลหุกาปตฺติ สงฺฆาทิเสสาทิ. เตเนว อนฺเต ตํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาปตฺติเลโสปิ กิมตฺถํ ชาติเลสาทโย วิย น วิตฺถาริโตติ เจ? ตถา อสมฺภวโตติ เวทิตพฺพํ.
๔๐๐. สาฏกปตฺโต สรีรฏฺฐปตฺโต. อาปตฺติยาติ ปาราชิกาปตฺติยา อญฺญภาคิยํ สงฺฆาทิเสสาทิ, อธิกรณญฺจ อาปตฺติปญฺญตฺติยา. ‘‘เลโส นาม อาปตฺติภาโค’’ติ วุตฺตตฺตา อาปตฺติภาวเลโส วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ, ตสฺมา ปาราชิกาปตฺติโต อญฺญภาคิยสฺส อาปตฺติปญฺญตฺติยา อาธารณฏฺเฐน ‘‘อธิกรณ’’นฺติ สงฺขฺยํ คตสฺส สงฺฆาทิเสสาทิโน อาปตฺตินิกายสฺส อาปตฺติภาวเลสํ คเหตฺวา โจทนา อาปตฺติเลสโจทนาติ เวทิตพฺพา.
๔๐๘. อนาปตฺติ ตถาสญฺญี โจเทติ วา โจทาเปติ วาติ อาปตฺตญฺญภาคิยโจทนายเมว, น อญฺญตฺถ. เอตฺตาวตา ปฐมทุฏฺฐโทเส วุตฺตวิจรณาย สํสนฺทิตํ โหติ, ตํ อิธ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? กงฺขาวิตรณิยา วจนโต. วุตฺตญฺหิ ‘‘ตตฺถ อิธ จ อาปตฺตญฺญภาคิยโจทนาย ตถาสญฺญิโนปิ อนาปตฺตี’’ติ.
อญฺญาภาคิยสิกฺขํ โย, เนว สิกฺขติ ยุตฺติโต. คจฺเฉ วินยวิญฺญูหิ, อญฺญภาคิยตญฺจ
โสติ.
ทุติยทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ปฐมสงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๐๙. ‘‘วชฺชํ น ผุเสยฺยา’’ติ จ ปาโฐ.
๔๑๐. เตสํ อนุรูปาชานนโต อสพฺพญฺญู อสฺส. ‘‘น, ภิกฺขเว, อเสนาสนิเกน วสฺสํ อุปคนฺตพฺพ’’นฺติ (มหาว. ๒๐๔) วุตฺตตฺตา ปฏิกฺขิตฺตเมว. ติโกฏิปริสุทฺธนฺติ ปรสฺส ปาปปสงฺคนิวารณตฺถํ วุตฺตํ, น ปฏิจฺจกมฺมนิวารณตฺถํ โกฏีหีติ อากาเรหิ. ปริสุทฺธนฺติ วิมุตฺตํ. ทสหิ เลเสหิ อุทฺทิสฺส กตํ สมณา ปริภุญฺชนฺติ, อสฺสมณา อิเมติ สาสนสฺส ครหภาโว อาคจฺเฉยฺย, ครหปจฺจยา โลโก วา อปุญฺญํ อริยูปวาทํ ปสเวยฺย, เตหิ วิมุตฺตนฺติ อตฺโถ. วาคุรนฺติ มิคชาลํ. อตฺตโน อตฺถาย วาติอาทินา ปเรสํ อตฺถาย กเต กปฺปิยภาวํ ทสฺเสตฺวา ภิกฺขูนญฺจ อญฺเญสญฺจ อตฺถาย กเต ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มตานํ เปตกิจฺจตฺถายา’’ติอาทิมาห.
ยํ ยํ หีติอาทิ ตสฺส การณสฺส ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปุน ปญฺจนฺนํ สหธมฺมิกานํ อตฺถาย กตํ น กปฺปตีติ วุตฺตนฺติ กิร ธมฺมสิริตฺเถโร. คณฺฐิปเท ‘‘ภิกฺขูนเมว สุทฺธานํ อตฺถาย กตํ น วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ. อปเรหิ ปน ‘‘มตานํ เปตกิจฺจตฺถายาติอาทินา วุตฺเตปิ กปฺปติ, ภิกฺขูนํเยว อตฺถายาติ อิมินา ‘ภิกฺขูนมฺปิ ทตฺวา มยํ ภุญฺชิสฺสามา’ติ กตมฺปิ วุตฺตํ. ปุน ‘ปญฺจสุ เอกํ อุทฺทิสฺสกตํ อิตเรสํ น กปฺปตี’ติ ทสฺสนตฺถํ ‘ปญฺจสุ หิ สหธมฺมิเกสูติอาทิ วุตฺต’นฺติ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. อญฺญตรสฺมึ ปน คณฺฐิปเท ‘‘อมฺหากนฺติ จ ราชยุตฺตาทีนนฺติ จ วุตฺเต วฏฺฏตีติ วตฺวา ‘ตุมฺหาก’นฺติ อวตฺวา ‘เปตกิจฺจตฺถายาติ วุตฺเตปิ วฏฺฏตี’ติ จ ทสฺเสตฺวา สพฺพตฺถ วุตฺตานํ, อาทิสทฺเทน สงฺคหิตานญฺจ ลกฺขณํ ฐเปนฺเตน ‘ภิกฺขูนํเยวา’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘ภิกฺขูนํ อุทฺทิฏฺเฐ เอวาติ อธิปฺปาเยนา’ติ วุตฺตํ. น ‘ตุมฺหากํ, อมฺหากญฺจาติ วุตฺเต อนาปตฺตี’ติ ทสฺสนตฺถํ. กสฺมา? มิสฺสกวารสฺส อภาวา. ลกฺขณํ นาม วุตฺตานํ, วุตฺตสทิสานญฺจ โหติ. ‘สเจ เปตกิจฺจตฺถายาติ วุตฺตฏฺฐาเน ภิกฺขูนํ โภชนํ สนฺธาย กโรนฺตี’ติ วทนฺติ มหาอฏฺฐกถายญฺจ ‘ตสฺมึ วาเร จ น ตุมฺหากนฺติ วุตฺเต วฏฺฏตี’ติ วุตฺตตฺตา. เตเนว อิธาปิ ‘เปตกิจฺจตฺถาย, มงฺคลาทีนํ วา อตฺถาย กเตปิ เอเสว นโย’ติ ปุพฺเพ วุตฺตตฺถวเสน วุตฺตํ. ‘อวธารณตฺเถน มิสฺสเก วฏฺฏตี’ติ เจ? ‘กปฺปิยมํสสฺส หิ ปฏิคฺคหเณ อาปตฺติ นตฺถี’ติ วจเนน อกปฺปิยปฏิคฺคหเณ อาปตฺตีติ อาปนฺนํ, ‘ตญฺจ คเหตพฺพํ สิยา’ติ ปฏิกฺขิปิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ, ตํ สุนฺทรํ วิย ทิสฺสติ, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. ยตฺถ จาติ ภิกฺขูนํ อตฺถาย กเตปิ. ตมตฺถํ อาวิ กาตุํ ‘‘สเจ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ ปน ‘‘ภิกฺขุนีนํ ทุกฺกฏํ, อิตเรสํ ทณฺฑกมฺมวตฺถู’’ติ วทนฺติ. กปฺปํ นิรยมฺหีติ อสงฺเขฺยยฺยกปฺปํ. วิวฏฺฏฏฺฐายิกาเลเยว สงฺฆเภโท โหตีติ. กปฺปนฺติ อายุกปฺปํ.
๔๑๑. กุสลนฺติ เขมํ. อาปตฺติภยา กตา ลชฺชีหีติ เอตฺถ อาปตฺติภเยน อวสฺสํ อาโรเจนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ลชฺชี รกฺขิสฺสตี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๔๒; ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕) โปราณวจนสฺสานุรูปโต ‘‘อญฺเญหิ ลชฺชีหี’’ติ วุตฺตํ. อลชฺชิสฺสปิ อนาโรเจนฺตสฺส อาปตฺติเยว ‘‘เย ปสฺสนฺติ เย สุณนฺตี’’ติ วจนโต.
๔๑๖. อสมนุภาสนฺตสฺสาติ กมฺมการเก กตฺตุนิทฺเทโส, สมนุภาสนกมฺมํ อกริยมานสฺสาติ อตฺโถ. โอทิสฺส อนุญฺญาโต นาม อุมฺมตฺตกขิตฺตจิตฺตเวทนฏฺฏาทิโก ‘‘อนาปตฺติ อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ อริฏฺฐสิกฺขาปเท อาคตตฺตา อตฺถีติ เจ? ยมฺปีติอาทิ. สา ปเนสา อนาปตฺติ. โส วุจฺจตีติ ตตฺถ อาคโตปิ สกมฺมพฺยาวโฏปิ เอวํ วุจฺจติ. เอเตนุปาเยนาติ อสมนุภาสนฺตสฺส จ อาทิกมฺมิกสฺส จ วุตฺตตฺถวเสน. ฐเปตฺวา อริฏฺฐสิกฺขาปทนฺติ ตตฺถ อาทิกมฺมิกปทาภาวา.
ติวงฺคิกนฺติ เอตฺถ วาจาย เอว ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส โอฏฺฐจลนาทิกายวิญฺญตฺติ โหติ, ตสฺมา ทุวิธมฺปิ วิญฺญตฺตึ กเถนฺตสฺส โหติ. วจีเภทํ กาตุํ อสกฺโกนฺตสฺส กายวิการํ กโรนฺตสฺส อนาปตฺติยา ภวิตพฺพํ. กสฺมา? ติวงฺเคสุ เอกสฺส ปริหีนตฺตา, ตสฺมา ติวงฺคภาโว อาปตฺติยา, องฺคหานิภาโว อนาปตฺติยาติ คเหตพฺพํ. เอตฺถ สิยา – ยทิ องฺคหานิภาเวน อนาปตฺติ, เอวํ สนฺเตปิ วิการํ อกตฺวา จิตฺเตเนว วิสฺสชฺเชนฺตสฺส อนาปตฺติยา ภวิตพฺพนฺติ? ตํ น, กสฺมา? อฏฺฐกถายํ ‘‘กายวิการํ วา วจีเภทํ วา อกโรนฺตสฺเสว ปน อาปชฺชนโต อกิริย’’นฺติ หิ วุตฺตํ, ‘‘จิตฺตํ วา อนุปฺปาเทนฺตสฺส วา’’ติ น วุตฺตํ, ตสฺมา จิตฺตญฺจ นาม วิญฺญตฺติปฏิพทฺธํ เอวาติ วิสุํ องฺคภาเวเนว วุตฺตตฺตา ชานิตพฺพนฺติ เจ? ตํ น, ทฺวินฺนํเยว อกิริยาติ, ตสฺมา จิตฺเตน วิสฺสชฺเชนฺตสฺสาปิ อาปตฺติ วิย ทิสฺสติ, อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ. ตตฺถ ‘‘อกุสลจิตฺต’’นฺติ วุตฺตนฺติ เจ? ‘‘จิตฺตพาหุลฺลโต วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. เตปิ กิร พาหุลฺลโต วทนฺติ.
ปฐมสงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๑. ทุติยสงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๒๒. สญฺญีติ สญฺญิโน.
ทุติยสงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๒. ทุพฺพจสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๒๔. ปตํ ปติตํ วิวริ วิวฏฺฏยิ. เอกโต อุสฺสาเรติ จ คิฬิตโต ฐเปติ จ. เอกปํสุถุปกนทีสงฺขํ ทีฆมูลกปณฺณเสวาลํ เสวาลํ ทณฺฑิสิปิปฺปรึ ปณกํ เปสิฏฺฐึ นิสฺสาเรติ. ติลพีชกนฺติ สุขุมมูลปณฺณกํ หุตฺวา อุทกปิฏฺเฐ ปตฺถริกํ อุทกปปฺปฏกํ นิสฺสาเรติ.
๔๒๕-๖. ‘‘ทุพฺพจฺจชาติโก’’ติปิ ปฐนฺติ. อปทาเนนาติ ปุราณกมฺเมน. ‘‘กึ ปุพฺเพปิ มยํ เอวรูปํ กโรมาติอาทินา เอกูนวีสตี’’ติ มหาปจฺจริยํ กิร วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายญฺจ อนุมานสุตฺตฏฺฐกถายญฺจ ‘‘โสฬสวตฺถุกา’’ติ วุตฺตํ, ตํ สเมติ.
ทุพฺพจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๓. กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๓๑. น เกวลํ วิหาโร เอว กีฏาคิริ, โสปิ คาโม ‘‘กีฏาคิริ’’จฺเจว วุจฺจติ. คามญฺหิ สนฺธาย ปรโต ‘‘น อสฺสชิปุนพฺพสุเกหิ ภิกฺขูหิ กีฏาคิริสฺมึ วตฺถพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. เอกสํวจฺฉเร ทฺวิกฺขตฺตุํ วสฺสติ กิร, ตํ สนฺธาย ‘‘ทฺวีหิ เมเฆหี’’ติ วุตฺตํ. สมธิกนฺติ ฉ ชเน สนฺธาย. อกตวตฺถุนฺติ นวํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ. ‘‘ชาภิสุมนาทิคจฺฉํ อลฺลานํ หริตานํ เอวา’’ติ ลิขิตํ. ภูตคามพีชคามเภทโต ปเนส เภโท. วตตฺถายาติ วติอตฺถาย. ยํกิญฺจีติ โสทกํ วา นิรุทกํ วา. อารามาทิอตฺถายาติ วนราชิกาทิอตฺถาย. มาลาวจฺฉโรปนํ กุลทูสกํเยว สนฺธาย, คนฺถนาทิสพฺพํ น สนฺธาย วุตฺตนฺติ. กถํ ปญฺญายตีติ เจ? ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺเธน ธมฺโม’’ติอาทิ. ‘‘อาเวฬํ อาพิฬ’’นฺติปิ ปาโฐ.
โคปฺผนนฺติ คนฺถนํ. เวฐิมนฺติ ตคฺคติกเมว. เวธิมํ อญฺเญน เกนจิ ปุปฺผํ เวเธตฺวา กตํ. กณฺฏกมฺปิ พนฺธิตุนฺติ เอตฺถ ‘‘สยํ วิชฺฌนตฺถํ น วฏฺฏติ. อญฺญสฺสตฺถาย วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ชาลมยํ วิตานํ ชาลวิตานํ. ปุปฺผปฏิจฺฉกํ ควกฺขํ วิย สฉิทฺทํ กโรนฺติ. ตาลปณฺณคุฬกนฺติ ตาลปณฺณมยํ ปุน กตมฺปิ ปฏิฉิชฺชกเมว. ธมฺมรชฺชุ เจติยํ วา โพธึ วา ปุปฺผปฺปเวสนตฺถํ อาวิชฺฌิตฺวา พทฺธรชฺชุ. ‘‘กาสาเวน พทฺธมฺปิ สุตฺตวากาทีหิ พทฺธํ ภณฺฑิตสทิส’’นฺติ ลิขิตํ. อํสภณฺฑิกํ ปสิพฺพเก ปกฺขิตฺตสทิสตฺตา เวธิมํ น ชาตํ, ตสฺมา ‘‘สิถิลพทฺธสฺส อนฺตรนฺตรา ปกฺขิปิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘อญฺญมญฺญํ อผุสาเปตฺวา อเนกกฺขตฺตุมฺปิ ปริกฺขิปิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ปูริตนฺติ ทีฆโต ปสาเรตฺวา ปูริตํ. ฆฏิกทามโอลมฺพโกติ ‘‘ยมกทามโอลมฺพโก’’ติ ลิขิตํ. ‘‘เคณฺฑุขรปตฺตทามานํ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา เจลาทีหิ กตทามมฺปิ น วฏฺฏติ อกปฺปิยานุโลมตฺตา’’ติ วทนฺติ.
‘‘เรจกํ นาม ตถาลาสิยนาฏนฏานํ นจฺจ’’นฺติ ลิขิตํ. ตํ ‘‘ปริวตฺตนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สาริโย นาม รุตสุนขา สิงฺคาลกมฺมกุรุงฺคเกฬิปเน ฐิตา’’ติ กิร ปาโฐ. ‘‘นิพุชฺฌนฺตี’’ติ ปาฬิ.
๔๓๒. อพลพลาทิ-ปทานํ อุปฺปฏิปาฏิยา. ยถา ปาโมกฺขานํ วเสน สพฺเพปิ ‘‘อสฺสชิปุนพฺพสุกา’’ติ วุตฺตา, ตถา ปาโมกฺขปฺปตฺตสาวกสฺส วเสน ตทายตฺตวุตฺติเน สพฺเพปิ ‘‘สาริปุตฺตา’’ติ. เตน วุตฺตํ ‘‘คจฺฉถ ตุเมฺห สาริปุตฺตา’’ติ.