๑. จีวรวคฺโค
๑. ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕๙. สมิตาวินาติ สมิตา’เนน กิเลสาติ สมิตาวี, เตน สมิตาวินา. ‘‘ตีณิ จีวรานี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ติจีวร’’นฺติ วุตฺตํ. สงฺขฺยาปุพฺโพ ทิคุเนกวจนนฺติ เอตฺถ ลกฺขณํ เวทิตพฺพํ. ตํ ปน อธิฏฺฐิตสฺสปิ อนธิฏฺฐิตสฺสปิ นามํ ‘‘เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺยา’’ติอาทีสุ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตสฺส นามํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) เอตฺถ อนธิฏฺฐิตสฺส นามํ, อิธ ตทุภยมฺปิ สมฺภวติ. ‘‘ภควตา ภิกฺขูนํ ติจีวรํ อนุญฺญาตํ โหตี’’ติ เอตฺถ อธิฏฺฐิตเมว. ‘‘อญฺเญเนว ติจีวเรน คามํ ปวิสนฺตี’’ติ เอตฺถ อนธิฏฺฐิตเมว. เอกสฺมึเยว หิ จีวเร ติจีวราธิฏฺฐานํ รุหติ, น อิตรสฺมึ ปตฺตาธิฏฺฐานํ วิย, ตสฺมา อิตรํ อติเรกฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กถญฺหิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อติเรกจีวรํ ธาเรสฺสนฺตี’’ติอาทิ.
๔๖๐-๑. ปฐมปญฺญตฺติยา ปเนตฺถ เอกรตฺตมฺปิ อติเรกจีวรํ ธาเรยฺย, นิสฺสคฺคิยํ วุตฺตํ โหติ, ตโต ปรํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตุํ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ ‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพํ, ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’’นฺติ เอวํ ภควา ปริปุณฺณํ สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปสิ. อถ ปจฺฉิมโพธิยํ อชาตสตฺตุกาเล กถินํ อนุญฺญาตํ, ตโต ปฏฺฐาย ภิกฺขู อิทํ สิกฺขาปทํ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน ทสาห…เป… ปาจิตฺติย’’นฺติ อุทฺทิสนฺติ, เอส นโย ทุติยตติยกถิเนสุปิ. ตถาปิ กงฺขาวิตรณิยํ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ทสาหปรมนฺติ อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺตี’’ติ เอตฺตกํเยว วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ วจนํ น ปญฺญตฺติ, น จ อนุปญฺญตฺตีติ สิทฺธํ. น หิ ปญฺญตฺติวตฺถุสฺมึ, อนุปญฺญตฺติวตฺถุมฺหิ วา กถินาธิกาโร ทิสฺสตีติ ยถาวุตฺตนโยว สาโรติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. อถาปิ สิยา ‘‘กถินสฺสุปฺปตฺติกาลโต ปฏฺฐาย ภควโต วจนํ อนุปญฺญตฺติภาเวน วุตฺต’’นฺติ. ยทิ เอวํ เทฺว อนุปญฺญตฺติโย สิยุํ, ตโต ปริวาเร (ปริ. ๒๔) ‘‘เอกา อนุปญฺญตฺตี’’ติวจนวิโรโธ. อปิจ ยถาวุตฺตนยทีปนตฺถํ อิธ ตํ วจนํ ปฐมปญฺญตฺติกาเล อวตฺวา ปจฺฉา วุตฺตํ. เอตฺถ สาธิตตฺตา ทุติยตติเยสุ ปจฺฉา วุตฺตปฐมปญฺญตฺตีสุ เอวํ วุตฺตํ. อญฺญถา ตตฺถปิ ตํ วจนํ ปจฺฉา วตฺตพฺพํ สิยา. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘ปจฺฉา วุตฺตภาวํ สนฺธาย นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติอาทีสุ อนุปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตํ. เสกฺขปุถุชฺชนานํ เปมํ, อรหนฺตานํ คารโว. ทสมํ วา นวมํ วาติ เอตฺถ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ.
๔๖๒-๓. นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติ อิทํ เกวลํ จีวรปลิโพธาภาวมตฺตทีปนตฺถํ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘นฏฺฐํ วา วินฏฺฐํ วา ทฑฺฒํ วา จีวราสา วา อุปจฺฉินฺนา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพจีวรทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ สิยา, นฏฺฐาทิกํ โส ธาเรยฺย. ธารณญฺเจตฺถ ฐปนํ, ปริโภโค วา. ตํ ทฺวยํ กเตปิ ยุชฺชติ, อกเตปิ ยุชฺชติ, ตสฺมา ‘‘กตํ วา โหตี’’ติปิ น วตฺตพฺพํ. น หิ กตเมว อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยนฺติ, ตสฺมา ยํ จีวรํ อุปาทาย ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติ วุตฺตํ. ตมฺปิ อุพฺภตสฺมึ กถิเน ทสาหปรมํ กาลํ ธาเรตพฺพนฺติ อตฺโถ น คเหตพฺโพ. ตญฺหิ จีวรํ สนฺตญฺเจ, อุพฺภตสฺมึ กถิเน เอกทิวสมฺปิ ปริหารํ น ลพฺภติ. อปิจ ‘‘จีวรํ นาม วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ จ กตํ นาม โหติ, ตสฺมาปิ น ตํ สนฺธาย ธาเรตพฺพนฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ อสมฺภวโต.
อนุคณฺฐิปเท ปเนตํ วุตฺตํ ‘‘ตตฺถ สิยา – ตสฺส ภิกฺขุโน จีวรํ นฏฺฐาทีสุ อญฺญตรํ ยทิ ภเวยฺย, กตมํ จีวรํ ทสาหปรมํ ธาเรยฺย. ยสฺมา ธาเรตพฺพจีวรํ นตฺถิ, ตสฺมา อตฺถุทฺธารวเสน กรณปลิโพธทสฺสนตฺถํ ‘นฏฺฐํ วา’ติอาทิปทานิ วุตฺตานิ. อยํ ปนตฺโถ ‘นฏฺฐํ วา’ติอาทินา นเยน วุตฺตจีวรานํ อญฺญตรสฺมึ จีวเร อสติ คเหตพฺโพ, สติ ตํ ทสาหปรมํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ‘กตํ วา โหตี’ติ วุตฺตจีวรเมวาธิปฺเปตํ. กสฺมา ปน กตจีวรํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตนฺติ น วุตฺตนฺติ เจ? ปากฏตฺตา. กถํ? นฏฺฐวินฏฺฐจีวราทีนํ ธารณสฺส อภาวโต กตจีวรเมว อิธาธิปฺเปตนฺติ ปากฏํ. ยถา กึ? ยถา ปฐมานิยเต เมถุนกายสํสคฺครโหนิสชฺชานเมวาคตตฺตา โสตสฺส รโห อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺโตติ ปากโฏ, ตสฺมา ‘จกฺขุสฺส รโห อิตรสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต’ติ น วุตฺโต. เอวํสมฺปทมิทนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘กตํ วา โหตี’ติ อิทํ น วตฺตพฺพํ, กสฺมา? อกตํ อติกฺกามยโตปิ นิสฺสคฺคิยตฺตา, กิญฺจาปิ นิสฺสคฺคิยํ โหติ, อิธ ปน ติจีวราธิฏฺฐานมธิปฺเปตํ. ตสฺมึ ติจีวราธิฏฺฐาเน อกตํ, อรชิตํ, อกปฺปิยกตญฺจ ‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’ติอาทินา นเยน อธิฏฺฐาตุํ น วฏฺฏติ, ตทตฺถทีปนตฺถํ ‘กตํ วา โหตี’ติ วุตฺตํ. อิตรถา ‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ปฏิลทฺเธ’ติ วเทยฺย, เอวํ สนฺเต ติจีวรํ ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยนฺติ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? วจนปฺปมาณโต. ‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’นฺติ วุตฺตตฺตา อิธาปิ ‘อติเรกจีวรํ นาม อนธิฏฺฐิต’นฺติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ สิยา. ยสฺมา ‘กตํ วา โหตี’ติ วจเนน อิธาธิปฺเปตจีวเรน สทฺธึ เสสมฺปิ ทสาหปรมโต อุตฺตริ ธาเรตุํ น ลพฺภตีติ อนุชานนฺโต ‘อติเรกจีวรํ นาม อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิต’นฺติ อาห. ตตฺถ สิยา – ยถา ‘อวิกปฺปิต’นฺติ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ, ตถา ‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’นฺติปิ. กสฺมา? ยสฺมา ติจีวรเมว ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพํ ‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’นฺติอาทิอนุปญฺญตฺติวเสน. อิตรถา เอกาหาติกฺกเมปิ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ‘โย ปน, ภิกฺขุ, อติเรกจีวรํ ธาเรยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’นฺติ วจนโต. น ติจีวรโต อญฺญมฺปิ จีวรํ ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพํ, ตโต ปรํ นิสฺสคฺคิยํ ‘อนฺโตทสาห’นฺติ วุตฺตตฺตา. ยถาห ‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’ติ, อิตรถา ‘อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐตี’ติ วจนมตฺตเมว ภเวยฺย, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ. อิทํ สพฺพํ อปเร วทนฺตี’’ติ. เอตฺถ อนฺโตกถิเน อุปฺปนฺนจีวรํ กตเมว สนฺตญฺเจ, ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพนฺติ อิทญฺจิมสฺส สาธนตฺถํ วุตฺตวจนญฺจ ปรโต อิเธว วุตฺตวิจารณาย ยถาวุตฺตยุตฺติยา จ วิรุชฺฌตีติ น คเหตพฺพํ.
อิเธว วุตฺตวิจารณา นาม – ‘‘เสฺว กถินุทฺธาโร ภวิสฺสตี’’ติ อชฺช อุปฺปนฺนจีวรํ ตทเหว อนธิฏฺฐหนฺตสฺส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ. กสฺมา? ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติอาทินา สิกฺขาปทสฺส วุตฺตตฺตา. อนฺโตกถิเน อติเรกทสาหมฺปิ ปริหารํ ลภติ, กถินโต อุทฺธํ เอกทิวสมฺปิ น ลภติ. ยถา กึ? ยถา อตฺถตกถิโน สงฺโฆ อตฺถตทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว อุพฺภารา เอกทิวสาวเสเสปิ กถินุพฺภาเร อานิสํสํ ลภติ, ปุนทิวเส น ลภติ. สเจ สติสมฺโมสา ภาชนียจีวรํ น ภาชิตํ, ปุนทิวเส อนตฺถตกถินานมฺปิ สาธารณํ โหติ. ทิวสา เจ สาวเสสา, อตฺถตกถินสฺเสว สงฺฆสฺส ปาปุณาติ, เอวเมว อตฺถตทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว อุพฺภารา อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตํ วฏฺฏติ อนุญฺญาตทิวสพฺภนฺตรตฺตา. กถินทิวโส คณนุปโค โหติ, อุพฺภตทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหปรมํ กาลํ อุปฺปนฺนจีวรํ ปริหารํ ลภติ, ตโต ปรํ น ลภติ. กสฺมา? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตุ’’นฺติ วจนโต. อนฺโตกถิเนปิ เอกาทเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยปฺปสงฺคํ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ อยํ อนุปญฺญตฺติ วาเรตฺวา ฐิตา, น จ เต ทิวเส อทิวเส อกาสีติ. ตถา ตติยกถิเน จ วิจาริตํ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน ภิกฺขุโน ปเนว อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’ติ วทนฺเตน ภควตา ยํ มยา เหฏฺฐา ปฐมสิกฺขาปเท ‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’นฺติ อนุญฺญาตํ, ตมฺปิ กถินมาสโต พหิ อุปฺปนฺนเมว, น อนฺโตติ ทีปิตํ โหตี’’ติ จ, ‘‘‘กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ เอตํ อกาลจีวร’นฺติ (ปารา. ๕๐๐) วจนโต กถินุพฺภารโต อุทฺธํ ทสาหปริหารํ น ลภตีติ ทีปิตํ โหติ, เตหิ สทฺธึ ปุน กถินุพฺภารโต อุทฺธํ ปญฺจ ทิวสานิ ลภตีติ ปสงฺโคปิ ‘นิฏฺฐิตจีวร…เป… ขิปฺปเมว กาเรตพฺพ’นฺติ อกาลจีวรสฺส อุปฺปตฺติกาลํ นิยเมตฺวา วุตฺตตฺตา วาริโต โหติ. ตทุภเยน กถินพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนจีวรํ กถินุพฺภารโต อุทฺธํ เอกทิวสมฺปิ ปริหารํ น ลภตีติ สิทฺธํ โหตี’’ติ จ. ตสฺมา ทุวิธมฺเปตํ วิจารณํ สนฺธาย อเมฺหหิ ‘‘อิเธว วุตฺตวิจารณาย ยถาวุตฺตยุตฺติยา จ วิรุชฺฌตีติ น คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
เอตฺถาห – ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ อิทํ ภุมฺมํ กึ จีวรสฺส อุปฺปตฺติ นิยเมติ, อุทาหุ ธารณํ, อุทาหุ อุภยนฺติ, กิญฺเจตฺถ, ยทิ อุปฺปตฺตึ นิยเมติ, ปจฺฉิมกตฺติกมาเส เอว อุพฺภตสฺมึ กถิเน อุปฺปนฺนจีวรํ ตโต ปฏฺฐาย ทสาหํ ธาเรตพฺพํ อนิฏฺฐิเตปิ ตสฺมึ มาเสติ อาปชฺชติ. อถ ธารณํ นิยเมติ, อนฺโตกถิเน อุปฺปนฺนจีวรํ อุพฺภเตปิ ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพนฺติ อาปชฺชติ. อถ อุภยํ นิยเมติ, ตติยกถิเน วิย วิเสเสตฺวา วตฺตพฺพนฺติ? วุจฺจเต – กามํ อุภยํ นิยเมติ, น ปน วิเสสเน ปโยชนํ อตฺถิ. ยํ อนฺโตกถิเน อุปฺปนฺนจีวรํ สนฺธาย ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติ วุตฺตํ, น ตํ สนฺธาย ‘‘ธาเรตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, สาธิตเญฺหตํ. ‘‘กตํ วา โหตี’’ติอาทิวจนโต ตทตฺถสิทฺธิ, เตน ปุน วิเสสเน ปโยชนํ นตฺถิ, น หิ กตเมว นิสฺสคฺคิยํ กโรติ, น จ นฏฺฐาทิกํ ธาเรตุํ สกฺกาติ. เยน วา อธิปฺปาเยน ภควตา อิทํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, โส อธิปฺปาโย ตติยกถิเน ปกาสิโตติ เวทิตพฺโพ. กสฺมา ตตฺถ ปกาสิโตติ เจ? วิเสสวิธานทสฺสนาธิปฺปายโต. วิเสสวิธานญฺหิ ‘‘โน จสฺส ปาริปูรี’’ติอาทิ. ตตฺถาปิ ‘‘จีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ อวตฺวา ‘‘อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ วิเสสเนน อุพฺภเตปิ กถิเน กาลจีวรํ อตฺถีติ ทีเปติ. กิญฺเจตํ? ปจฺฉิมกตฺติกมาเส อุปฺปนฺนจีวรํ, เตเนว ตตฺถ ‘‘อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา อุปฺปตฺตินิยเม วุตฺตโทสาภาวสิทฺธิ. ยญฺจ ตตฺถ ‘‘กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ เอตํ อกาลจีวรํ นามา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺส เทฺว อตฺถวิกปฺปา. อาเทสวเสน ‘‘อกาลจีวร’’นฺติ ลทฺธสงฺขฺยมฺปิ กาเล อุปฺปนฺนตฺตา กาลปริหารํ ลภติ, ปเควานาเทสนฺติ อยํ ปฐโม วิกปฺโป อุปฺปตฺตินิยเม วุตฺตโทสาภาวเมว อุปตฺถมฺเภติ. ตถา อาเทสวเสน อกาลจีวรสงฺขฺยํ คตํ จีวรกาเล อุปฺปนฺนตฺตา จีวรกาลโต ปรํ ทสาหปริหารํ น ลภติ, ปเควานาเทสนฺติ อยํ ทุติโย ธารณนิยเม วุตฺตโทสาภาวเมว อุปตฺถมฺเภติ. ยทิ เอวํ อาเทสวเสน อกาลจีวรสฺส อกาลจีวรตา กิมตฺถิกาติ เจ? สงฺฆุทฺเทสิกสฺส ตสฺส อตฺถตกถินสฺสปิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส สาธารณภาวตฺถิกาติ เวทิตพฺพา.
อปิจ ปุคฺคลสฺส กถินทิวสาปิ ทิวสาว. เอวํ คณนุปคตฺตา อกาลจีวรสงฺขยาปฏิลาภานุภาเวน ‘‘อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ วจนาเปกฺขสฺส อนิสฺสคฺคิยตฺตา ตทนุโลมตฺตา ‘‘กาลจีวรสฺสปี’’ติ เอวํ สพฺพถา จตุพฺพิธํ เอตฺถ วจนนฺติ เวทิตพฺพํ. อปิจ อตฺถิ เอกจฺเจน กถินุทฺธาเรน อุพฺภเต กถิเน อุปฺปนฺนํ เอกจฺจสฺส ภิกฺขุโน กาลจีวรํ โหติ, เอกจฺจสฺส อกาลจีวรํ, ตํ สีมาติกฺกนฺตสฺส, โน อุพฺภารคตํ. ตํ ทฺวินฺนํ วเสน อุพฺภเต อุปฺปนฺนํ ฐเปตฺวา อิตเรสํ อญฺญตเรน อุพฺภเต อุปฺปนฺนนฺติ เวทิตพฺพํ. ตญฺหิ ยสฺส อุพฺภตํ, ตสฺส อกาลจีวรํ, อิตรสฺส กาลจีวรํ. ตถา อตฺถิ เอกจฺเจน กถินุทฺธาเรน อุพฺภเต กถิเน อุปฺปนฺนํ สพฺพสฺสปิ อกาลจีวรเมว โหติ. ตํ ยถาฐปิตํ เวทิตพฺพํ. ตถา อตฺถิ อุพฺภตสฺมึ กถิเน อุปฺปนฺนํ ฐเปตฺวา วสฺสานสฺส ปจฺฉิเม มาเส อุปฺปนฺนํ. ตถา อตฺถิ อุพฺภตสฺมึ กถิเน อุปฺปนฺนํ อกาลจีวรํ, ตํ เหมนฺเต, คิเมฺห วา อุปฺปนฺนนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวํ ปุคฺคลกาลเภทโต พหุวิธตฺตา อุปฺปนฺนสฺส ‘‘อุพฺภตสฺมึ กถิเน อุปฺปนฺน’’นฺติ น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อเนกํสิกตฺตา อิมมฺปิ อตฺถวิกปฺปํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุพฺภตสฺมึ กถิเนติ ภิกฺขุโน กถินํ อุพฺภตํ โหตี’’ติ. เอตฺตาวตา สิทฺเธปิ ‘‘อฏฺฐนฺนํ มาติกานํ อญฺญตรายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ธารยามี’’ติ ภิกฺขุนีวิภงฺเค อาคโตติ วตฺตพฺโพ. ‘‘เอว’’นฺติ วจเนน วจนเภโท ตตฺถ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ.
‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ อิทํ สพฺพสงฺคาหิกตฺตา วุตฺตํ. ‘‘อธิฏฺฐานุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ อสพฺพสงฺคาหิกํ. น หิ ยตฺตกํ สงฺฆาฏิ อธิฏฺฐานุปคํ ปจฺฉิมํ, ตตฺตกํ อนฺตรวาสกาทิ อธิฏฺฐานุปคํ ปจฺฉิมํ โหติ อธิฏฺฐานสฺส พหุวิธตฺตา. น เอวํ วิกปฺปนาย เภโท ตสฺสา เอกวิธตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ‘‘เอกาทเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิย’’นฺติ อนฺติมํ ฐเปตฺวา ตโต ปุริมตรสฺมินฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนฺติมํ นาม อปรกตฺติกาย ปฐมารุณุคฺคมนํ. ตญฺหิ กาลตฺตา นิสฺสคฺคิยํ น กโรติ, เตเนวาห อจฺเจกจีวรสิกฺขาปทฏฺฐกถายํ ‘‘ฉฏฺฐิโต ปฏฺฐาย ปน อุปฺปนฺนํ อนจฺเจกจีวรมฺปิ ปจฺจุทฺธริตฺวา ฐปิตจีวรมฺปิ เอตํ ปริหารํ ลภติเยวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๔๖-๙). อิมํเยว นยํ สนฺธาย ‘‘อจฺเจกจีวรสฺส อนตฺถเต กถิเน เอกาทสทิวสาธิโก มาโส, อตฺถเต กถิเน เอกาทสทิวสาธิกา ปญฺจ มาสา, ตโต ปรํ เอกทิวสมฺปิ ปริหาโร นตฺถี’’ติ ตตฺเถวาห. อิมสฺมึ นเย สิทฺเธ อนจฺเจกจีวรํ ทฺวาทสาเห น ลภตีติ สิทฺธเมว โหติ. ตโต ‘‘อนจฺเจกจีวเร อนจฺเจกจีวรสญฺญี, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๖๕๐) เอตฺถ อจฺเจกจีวรสทิเส อญฺญสฺมึ อนธิฏฺฐิเตติ สิทฺธํ โหติ. ตตฺถ ปน ‘‘ปญฺจ มาสา’’ติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวจนํ. วสฺสิกสาฏิกญฺจ อวสฺสิกสาฏิกภาวํ ปตฺวา เอกาทสมาเส ปริหารํ ลภตีติ เวทิตพฺพํ.
ทสาหาติกฺกนฺตํ นิสฺสคฺคิยนฺติ เอตฺถ อาปตฺติวุฏฺฐาเน ‘‘ทสาหปฺปฏิจฺฉนฺนํ ปกฺขอติเรกปกฺขมาสอติเรกมาสปฏิจฺฉนฺน’’นฺติอาทิวจนเภโท วิย, น อิธ วจนเภโท, ตสฺมา สํวจฺฉราติกฺกนฺตมฺปิ ทสาหาติกฺกนฺตเมว นาม, ตถา ทุติยกถิเนปิ สํวจฺฉรวิปฺปวุตฺถมฺปิ รตฺติวิปฺปวุตฺถเมว. ตติเย สํวจฺฉราติกฺกนฺตมฺปิ มาสาติกฺกนฺตเมว นามาติ เวทิตพฺพํ. ‘‘อนธิฏฺฐิเต อธิฏฺฐิตสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ อิทเมกสฺส ติกปาจิตฺติยสฺส อาทิปททีปนํ. เอส นโย อวิกปฺปิเตติอาทีสุปิ, ตสฺมา เอตฺถ อฏฺฐสุ ติกจฺเฉเทสุ เอกํ วิตฺถาเรตฺวา อิตเรสํ เอเกกมาทิปทํ วิตฺถาเรหฺวา เทฺว เทฺว ภควตาว สงฺขิตฺตตฺตาติ พหูสุปิ ติกจฺเฉเทสุ สมฺภวนฺเตสุ เอโก เอว วุจฺจติ, ‘‘อยํ วินยสฺส ธมฺมตา’’ติ วทนฺติ. ทุกฺกฏวาเรสุ ปน เอกํ ทุกฺกฏํ วิตฺถาเรตฺวา เสสานิ สตฺต ตเถว สงฺขิตฺตานิ. ตถา อนฺติมนฺติโม เอเกโก อนาปตฺติโกฏฺฐาโสติ เวทิตพฺพํ.
อนาปตฺติ อนฺโตทสาหนฺติ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ตํ ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพํ. ตํ อติเรกจีวรํ ยถาสกํ อธิฏฺฐานํ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ วา วิกปฺเปติ วา วิสฺสชฺเชติ วา อตฺตโน ธมฺมตาย นสฺสติ วา วินสฺสติ วา ฑยฺหติ วา อญฺโญ วา ตํ อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหาติ วิสฺสาสนฺโต วา คณฺหาติ ปาจิตฺติยโต อนาปตฺติ. ทุกฺกฏโต ปน สิยา อาปตฺติ สิยา อนาปตฺติ สญฺญาเภเทน. อนฺติมานํ ปเนตฺถ ทฺวินฺนํ ปทานํ วเสน อนจฺฉินฺเน อจฺฉินฺนสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. อวิสฺสาสคฺคาเห วิสฺสาสคฺคาหสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติอาทิกา เทฺว ติกปาจิตฺติยา, เทฺว จ ทุกฺกฏา สงฺขิตฺตาติ เวทิตพฺพา. เอตฺถ หิ ยทิ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, ทสาหปรมํ อรุณํ อติกฺกมิตฺวา ตสฺส ทิวสภาเค อธิฏฺฐหตีติ เวทิตพฺพํ. อยํ ตาว ปาฬิวินิจฺฉโย.
อฏฺฐกถายํ ปน อิโต ครุกตรานีติอาทิมฺหิ อยํ โจทนาปุพฺพงฺคโม วินิจฺฉโย – คณฺฐิปเท ปนสฺส อิโต นิสฺสฏฺฐจีวรทานโต ครุกมฺปิ ญตฺติทุติยกมฺมํ ยถา อปโลกเนน กโรนฺติ, เอวมิทํ ญตฺติยา กตฺตพฺพมฺปิ ปกติวจเนน วฏฺฏตีติ. ยทิ เอวํ ปริวาเร กมฺมวคฺคสฺส อฏฺฐกถายํ ‘‘ญตฺติกมฺมมฺปิ เอกํ ญตฺตึ ฐเปตฺวาว กาตพฺพํ, อปโลกนกมฺมาทิวเสน น กาตพฺพ’’นฺติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๘๒) ยํ วุตฺตํ, เตน วิรุชฺเฌยฺย. เตเนตํ วุจฺจติ ‘‘เตสํ เอตํ อนุโลม’’นฺติ, ตสฺมา อนุโลมนเยเนว ตํ วุตฺตํ. นิยมํ ปน ยถา ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ วินา ญตฺติยา โหติ, เอวํ ทฺวินฺนํ นิสฺสฏฺฐจีวรทานมฺปีติ วทาม, ตสฺมา ‘‘อายสฺมโต เทมา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. กถํ ปเนตํ ญาตพฺพนฺติ? ตทนุโลมตฺตาติ. เอกเทเวทํ ญตฺติกมฺมํ อปโลกเนนาปิ กาตุํ วฏฺฏตีติ สาธนนฺติ เวทิตพฺพนฺติ อาจริโย. อนุคณฺฐิปเท ปเนตฺถ โจทนํ กตฺวา ‘‘เอตํ สาธิตํ. ญตฺติกมฺมํ เอกํ ญตฺตึ ฐเปตฺวาว กาตพฺพ’’นฺติ ปาฬิยา อาคตํ สนฺธาย วุตฺตํ, อิทํ ปน ปาฬิยํ นาคตํ, เลสโต อาหริตฺวา วุตฺตนฺติ กตฺวา เอตํ อปโลกเนนาปิ วฏฺฏตีติ.
๔๖๘. เอส นโยติ อญฺเญสํ จีวเรสุ อุปจิกาทีหิ ขายิเตสุ มมปิ ขายิตานีติอาทิ. ‘‘อญฺเญน กตํ…เป… สาธก’’นฺติ วจนโต สมานชาติกํ, เอกตฺถชาติกญฺจ ตติยกถินํ ปฐมสมานเมวาติ สิทฺธํ โหติ.
๔๖๙. ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุนฺติ เอตฺถ ติจีวรํ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐาตพฺพยุตฺตกํ, ยํ วา ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐาตุํ อวิกปฺเปตุํ อนุชานามิ, ตสฺส อธิฏฺฐานกาลปริจฺเฉทาภาวโต สพฺพกาลํ อิจฺฉนฺตสฺส อธิฏฺฐาตุํเยว อนุชานามิ, ตํ กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา วิกปฺเปตุํ นานุชานามิ. สติ ปน ปจฺจเย ยทา ตทา วา ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตุํ วฏฺฏตีติ ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’’ติ วจนโต สิทฺธํ โหตีติ วุตฺตเมตํ. วสฺสิกสาฏิกํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํเยว นาธิฏฺฐาตุํ. วตฺถญฺหิ กตปริโยสิตํ อนฺโตจตุมาเส วสฺสานทิวสํ อาทึ กตฺวา อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตุํ อนุชานามิ, จตุมาสโต อุทฺธํ อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวา ฐปิตุกาเมน วิกปฺเปตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. สุคตจีวรโต อูนกนฺติ ติณฺณมฺปิ จีวรานํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท. ‘‘ติจีวรํ ปน ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วาเท ปน สติ ตถารูปปจฺจเย วฏฺฏติ. ยถา สติ ปจฺจเย วิกปฺเปตุํ วฏฺฏตีติ สาธิตเมตํ, ปเคว อญฺเญน อธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐาตุํ. ‘‘อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’’ติ อนิยมโต วุตฺตนฺติ สงฺฆาฏิ, อุตฺตราสงฺโค, อนฺตรวาสกนฺติ อธิฏฺฐิตานธิฏฺฐิตานํ สมานเมว นามํ. ‘‘อยํ สงฺฆาฏี’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๒๖) หิ อนธิฏฺฐิตา วุตฺตา. ‘‘ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺยา’’ติ เอตฺถ อธิฏฺฐิตา วุตฺตา. สามนฺตวิหาเร วาติ โคจรคามโต วิหาเรติ ธมฺมสิริตฺเถโร. ทูรตเรปิ ลพฺภเตวาติ อาจริโย. อนุคณฺฐิปเทปิ ‘‘สามนฺตวิหาเร วาติ เทสนาสีสมตฺตํ, ตสฺมา ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ทูเร ฐิตมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. สามนฺตวิหาโร นาม ยตฺถ ตทเหว คนฺตฺวา นิวตฺติตุํ สกฺกา. รตฺติวิปฺปวาสํ รกฺขนฺเตน ตโต ทูเร ฐิตํ อธิฏฺฐาตุํ น วฏฺฏติ, เอวํ กิร มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตนฺติ. เกจิ ‘‘จีวรวํเส ฐปิตํ อญฺโญ ปริวตฺติตฺวา นาคทนฺเต ฐเปติ, ตํ อชานิตฺวา อธิฏฺฐหนฺตสฺสปิ รุหติ จีวรสฺส สลฺลกฺขิตตฺตา’’ติ วทนฺติ. อธิฏฺฐหิตฺวาติ ปริกฺขารโจฬาทิวเสน. มหนฺตตรเมวาติอาทิ สพฺพาธิฏฺฐานสาธารณลกฺขณํ. ตตฺถ ปุน อธิฏฺฐาตพฺพเมวาติ อธิฏฺฐิตจีวรสฺส เอกเทสภูตตฺตา. อนธิฏฺฐิตญฺเจ, อธิฏฺฐิตสฺส อปฺปภาเวน เอกเทสภูตํ อธิฏฺฐิตสงฺขฺยเมว คจฺฉติ. ตถา อธิฏฺฐิตญฺเจ, อนธิฏฺฐิตสฺส เอกเทสภูตํ อนธิฏฺฐิตสงฺขฺยํ คจฺฉตีติ หิ ลกฺขณํ, น เกวลญฺเจตฺถ ทุติยปฏฺฏเมว, ตติยปฏฺฏาทิกมฺปิ. ยถาห ‘‘อนุชานามิ…เป… อุตุทฺธฏานํ ทุสฺสานํ จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ…เป… ปํสุกูเล ยาวทตฺถ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๘).
อวเสสา ภิกฺขูติ วกฺขมานกาเล นิสินฺนา ภิกฺขู. ตสฺมา วฏฺฏตีติ ยถา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ ปริกฺขารโจฬมฺปิ วุตฺตํ, น ตสฺส อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท วุตฺโต, น จ สงฺขฺยาปริจฺเฉโท, ตสฺมา ตีณิปิ จีวรานิ ปจฺจุทฺธริตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ ปริกฺขารโจฬานิ อธิฏฺฐามี’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ อตฺโถ. ‘‘นิธานมุขเมต’’นฺติ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขูนํ ปริปุณฺณํ โหติ ติจีวรํ, อตฺโถ จ โหติ ปริสฺสาวเนหิปิ ถวิกาหิปี’’ติ เอตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปริกฺขารโจฬ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) อนุญฺญาตตฺตา. ภิกฺขูนญฺจ เอกเมว ปริสฺสาวนํ, ถวิกา วา วฏฺฏติ, น เทฺว วา ตีณิ วาติ ปฏิกฺเขปาภาวโต วิกปฺปนุปคปจฺฉิมปฺปมาณานิ, อติเรกปฺปมาณานิ วา ปริสฺสาวนาทีนิ ปริกฺขารานิ กปฺปนฺตีติ สิทฺธํ. ยทิ เอวํ ‘‘ยํนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ มริยาทํ ฐเปยฺย’’นฺติ (มหาว. ๓๔๖) วจนวิโรโธติ เจ? น, อนุสนฺธิยา อชานนโต, วิโรธโต จ. กึ วุตฺตํ โหติ? จีวรกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๒๖ อาทโย) ปฐมํ คหปติจีวรํ อนุญฺญาตํ, ตโต ปาวารโกสิยโกชวกมฺพลาทิ. ตโต ‘‘เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส อุจฺจาวจานิ จีวรานิ อุปฺปนฺนานิ โหนฺติ. อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ‘กึ นุ โข ภควตา จีวรํ อนุญฺญาตํ, กึ อนนุญฺญาต’’’นฺติ เอตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉ จีวรานิ โขม’’นฺติอาทินา (มหาว. ๓๓๙) กปฺปิยจีวรชาติ อนุญฺญาตา, น ปน สงฺขฺยาปมาณํ. ตโต ‘‘อทฺทส ภควา…เป… สมฺพหุเล ภิกฺขู จีวเรหิ อุพฺภณฺฑิเต สีเสปิ จีวรภิสึ กริตฺวา ขนฺเธปิ จีวรภิสึ กริตฺวา กฏิยาปิ จีวรภิสึ กริตฺวา อาคจฺฉนฺเต, ทิสฺวาน ภควโต เอตทโหสิ…เป… เยปิ โข เต กุลปุตฺตา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สีตาลุกา สีตภีรุกา, เตปิ สกฺโกนฺติ ติจีวเรน ยาเปตุํ, ยํนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ มริยาทํ ฐเปยฺยํ ติจีวรํ อนุชาเนยฺย’’นฺติ (มหาว. ๓๔๖) จีวรํ อนุญฺญาตํ, ตญฺจ โข เอกเมว. ฉพฺพคฺคิยา ปน มิจฺฉา คเหตฺวา พหูนิ ปริหรึสุ. ตานิ เนสํ อติเรกฏฺฐาเน ฐิตานิ โหนฺติ. ตโต ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๗) อนุญฺญาตํ, เตเนตํ ปญฺญายติ. อติเรกานิ พหูนิ จีวรานิ เต ปริหรึสุ, ‘‘ตานิ ทสาหปรมเมว ธาเรตุํ อนุชานามิ, น ตเมเวก’’นฺติ วทนฺเตน ยา ปุพฺเพ ติจีวราธิฏฺฐานสงฺขาตา จีวเร สีมาพทฺธา, มริยาทา จ ฐปิตา, ตาย สติปิ ติจีวรพาหุลฺลปริหรณกฺกโม ทสฺสิโต ทิวสปริจฺเฉทวเสน. ตโต ปรํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อติเรกจีวรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๗) อนุชานนฺเตน วินาปิ ทิวสปริจฺเฉเทน อติเรกจีวรปริหรณกฺกโม ทสฺสิโตติ เทฺวปิ ตานิ นิธานมุขานีติ สิทฺธํ. ตถา ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานมฺปิ สิยา, อญฺญถา อิตรจีวราธิฏฺฐานานุชานนวิโรโธ สิยา สีมามริยาทฏฺฐปนวิโรธโต. ติจีวราธิฏฺฐานปญฺญตฺติเยว ติจีวรมริยาทา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปาเฏกฺกํ นิธานมุขเมต’’นฺติ. ‘‘ปฐมํ ติจีวรํ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐาตพฺพํ, ปุน ปริหริตุํ อสกฺโกนฺเตน ปจฺจุทฺธริตฺวา ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตพฺพํ, น เตฺวว อาทิโตว อิทํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ยถา ติจีวรํ ปริหริตุํ อสกฺโกนฺตสฺส คิลานสฺส วิปฺปวาสสมฺมุติ อนุญฺญาตา, อคิลานสฺสปิ สาสงฺกสิกฺขาปเท (ปารา. ๖๕๒) ตสฺส อนฺตรฆเร นิกฺเขโป จ, ตโตปิ สติ ปจฺจเย ฉารตฺตวิปฺปวาโส, ตโตปิ อสกฺโกนฺตสฺส ปจฺจุทฺธาโร, ปจฺจุทฺธฏมฺปิ อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตุํ, อสกฺโกนฺตสฺส วิกปฺปนา จ อนุญฺญาตา. ตเถว ทฺวินฺนมฺปิ สมฺมุขาปรมฺมุขาวิกปฺปนานํ ปรสนฺตกตฺตา วิกปฺปนปจฺจเย อสติ ‘ปริกฺขารโจฬ’นฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ ภควตา อนุญฺญาตํ สิยา, ยโต ตทธิปฺปายญฺญู เอวํ วทนฺตี’’ติ มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ. ปุพฺเพติอาทิ ‘‘ปาเฏกฺกํ นิธานมุข’’นฺติ วุตฺตสฺส ปโยคทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อพทฺธสีมายํ ทุปฺปริหารนฺติ วิกปฺปนาทิอตฺถาย อุปจารํ อติกฺกมิตฺวาปิ คมนสมฺภวโต.
วสฺสิกสาฏิกา อนติริตฺตปฺปมาณาติ ตสฺสา อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทสฺส วุตฺตตฺตา วุตฺตํ. ปจฺจตฺถรณมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพเมวาติ ‘‘อิทํ, ภนฺเต, อมฺหากํ เสนาสนสฺส อุปริ อตฺถริตพฺพ’’นฺติอาทินา ทินฺนํ นาธิฏฺฐาตพฺพํ, ‘‘อิทํ ตุมฺหาก’’นฺติ ทินฺนํ สยํ อธิปฺเปตํว อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘สกึ อธิฏฺฐิตํ อธิฏฺฐิตเมว โหติ, น ปุน ปจฺจุทฺธรียติ กาลปริจฺเฉทาภาวโต’’ติ ลิขิตํ. ‘‘เอกวจเนนปิ วฏฺฏตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. เภสชฺชนวกมฺมมาตาปิตุอาทีนํ อตฺถายาติ เอตฺถ ‘‘อิมินา เภสชฺชํ เจตาเปสฺสามิ, อิทํ มาตุยา ทสฺสามี’’ติ ฐเปนฺเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ. ‘‘‘อิทํ เภสชฺชสฺส, อิมํ มาตุยา’ติ วิภชนฺเตน อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สกภาวํ โมเจตฺวา ฐปนํ สนฺธายาหา’’ติ ลิขิตํ.
‘‘ปุน อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ อยํ สงฺคีติโต ปฏฺฐาย อาคตอฏฺฐกถาวาโท. ตโต ปรํ อาจริยานํ ตตฺถ ตตฺถ ยุตฺติวิจารณา’’ติ วุตฺตํ. ปมาณจีวรสฺสาติ ปจฺฉิมปฺปมาณสฺส. เทฺว จีวรานีติ สห อุตฺตราสงฺเคน. เอส นโยติ ปมาณยุตฺเตสุ ยตฺถ กตฺถจีติอาทินโยว. ‘‘ตํ อติกฺกามยโต เฉทนก’’นฺติ (ปาจิ. ๕๓๓) วจนโต อุตฺตริ ปฏิสิทฺธํ, ตโต เหฏฺฐา อปฺปฏิสิทฺธตฺตา วฏฺฏติ. ตตฺถ สิยา – ติจีวรสฺส ปจฺฉิมปฺปมาณํ วิสุํ สุตฺเต นตฺถีติ, น วตฺตพฺพํ, สิกฺขากรณีเยหิ สิทฺธตฺตา. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘‘ปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามิ, ปารุปิสฺสามิ, สุปฺปฏิจฺฉนฺโน อนฺตรฆเร คมิสฺสามี’ติ (ปาจิ. ๕๗๖-๕๗๙) วจนโต ยตฺตเกน ปมาเณน ปริมณฺฑลตา, สุปฺปฏิจฺฉนฺนตา จ อฏฺฐกถายํ วุตฺตกฺกเมน สมฺปชฺชตี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตสํ วเสน ปจฺฉิมปฺปมาณนฺติ สิทฺธํ, ตญฺจ โข มุฏฺฐิปญฺจกาทิ ยถาวุตฺตเมว วุจฺจเต. เตเนวาห เลสํ ฐเปตฺวา ‘‘วิสุํ สุตฺเต นตฺถี’’ติ.
อปิเจตฺถ อธิปฺเปตํ, ตถาปิ น สเมติเยวาติ อตฺโถ, ตสฺมา ‘‘ยที’’ติอาทิสมฺพนฺโธ อทฺธา วุตฺโต. ยสฺมา ปริจฺฉินฺโน สเมติ จ. อิตเรสุ ปน เอกจฺจสฺมึ อาจริยวาเท เนว ปริจฺเฉโท อตฺถิ. เอกจฺจสฺมึ น ปุพฺพาปรํ สเมตีติ สมฺพนฺโธ. อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานเมว, ปริโภคกาเล ปน อรชิตํ น วฏฺฏติ. อิทํ สพฺพํ ติจีวเร เอว. อิมสฺส ปน สิกฺขาปทสฺส อยํ สงฺเขปวินิจฺฉโย – อนตฺถเต กถิเน เหมนฺตานํ ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย อตฺถเต กถิเน คิมฺหานํ ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺนจีวรํ สนฺธาย ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ.
เอตฺถาห – ‘‘รชเกหิ โธวาเปตฺวา เสตํ การาเปนฺตสฺสาปิ อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานเมวา’’ติ วจนโต อรชิเตปิ อธิฏฺฐานํ รุหติ, เตน สูจิกมฺมํ กตฺวา รชิตฺวา กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ นิยโม น กาตพฺโพติ? วุจฺจเต, กาตพฺโพว ปตฺโต วิย อธิฏฺฐิโต. ยถา ปุน เสตภาวํ, ตมฺพภาวํ วา ปตฺโต อธิฏฺฐานํ น วิชหติ, น จ ปน ตาทิโส อธิฏฺฐานํ อุปคจฺฉติ, เอวเมตํ ทฏฺฐพฺพนฺติ. ‘‘ยโต ปฏฺฐาย ปริโภคาทโย วฏฺฏนฺติ, ตโต ปฏฺฐาย อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ.
อวิเสเสน วุตฺตวจนนฺติ อธิฏฺฐาตพฺพํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตพฺพํ วิกปฺเปตีติ เอวํ สวิเสสํ กตฺวา อวจนํ ‘‘น วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) อิมินา วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ. อิทานิ อิทํ อธิฏฺฐานวิกปฺปนนยปฏิพทฺธํ ขนฺธกํ, ปริวารญฺจ มิสฺเสตฺวา ปกิณฺณกํ วุจฺจติ – ขนฺธเก ตาว ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ, วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปริวาเร ‘‘น นว จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานิ, น นว จีวรานิ วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ (ปริ. ๓๒๙), ‘‘ทสเก ทส, เอกาทสเก เอกาทส จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานิ, น วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ (ปริ. ๓๓๑) จ อเนกกฺขตฺตุํ วจเนน สุฏฺฐุ ทฬฺหํ กตฺวา ‘‘สพฺพานิ จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานิ, น วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา อุโภปิ เต วิรุทฺธา วิย ทิสฺสนฺติ, ขนฺธเก เอว จ ‘‘วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) วุตฺตํ. ตทฏฺฐกถายํ ‘‘วสฺสิกสาฏิกา อนติริตฺตปฺปมาณา นามํ คเหตฺวา วุตฺตนเยเนว จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส อธิฏฺฐาตพฺพา, ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. อิทญฺจ วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ อญฺญมญฺญํ เหมนฺเต ปจฺจุทฺธารสมฺภวโต, วสฺสาเน วิกปฺปนาสมฺภวโต จ. ตถา อิธ ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ วิกปฺเปตี’’ติ วจนปฺปมาณโต สพฺพตฺถ วิกปฺปนาย อปฺปฏิสิทฺธภาโว เวทิตพฺโพติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) อฏฺฐกถาวจนํ ปริวารวจเนน วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ, น หิ วิรุทฺธํ ตถาคตา ภาสนฺติ, ตสฺมา อฏฺฐกถานโยเวตฺถ ปฏิสรณํ, เยน สพฺพมฺปิ ตํ เอกรสํ โหติ. ปริวารฏฺฐกถายญฺจ วุตฺตํ ‘‘น วิกปฺเปตพฺพานีติ อธิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย น วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๓๒๙). ติจีวรานิ อธิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย, วสฺสิกสาฏิกาทีนิ จ อตฺตโน อตฺตโน อธิฏฺฐานเขตฺเต น อกามา วิกปฺเปตพฺพานีติ อตฺโถ, อวเสสปาฬิ, อตฺโถ จ อิธ อฏฺฐกถายํ วุตฺโต, ตสฺมา สพฺพมฺเปตํ เอกรสนฺติ.
เอตฺถาห – ยทิ เอวํ ‘‘นว จีวรานิ นาธิฏฺฐาตพฺพานี’’ติ จ วตฺตพฺพํ. วิกปฺปิตกาลโต ปฏฺฐาย หิ นาธิฏฺฐาตพฺพานีติ? เอตฺถ วุจฺจเต – ‘‘ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ…เป… ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติ เอตฺถ สพฺพตฺถ อธิฏฺฐาเน ปฏิเสธาทสฺสนโต, วิกปฺปนาย อทสฺสนโต จ ‘‘ตโต ปร’’นฺติ ทฺวีเสฺวว ปริจฺเฉททสฺสนโต จ ‘‘นว จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานิ, น วิกปฺเปตพฺพานิ เจว วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อปโร นโย – อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ อกามา. กสฺมา? กาเล อุปฺปนฺนํ อนธิฏฺฐหนฺตสฺส กาลาติกฺกเม อาปตฺติสมฺภวโต, อกาเล อุปฺปนฺนํ อนธิฏฺฐหนฺตสฺส ทสาหาติกฺกเม อาปตฺติสมฺภวโต จ. ตตฺถ ยํ กาเล อุปฺปนฺนํ อปฺปโหนฺเตปิ ทสาเห กาลาติกฺกเม อาปตฺติกรํ, ตํ นิสฺสชฺชนกาเล ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, อติเรกจีวรํ ธาริตํ นิสฺสคฺคิยํ, อิมาหํ สงฺฆสฺสา’’ติอาทินา นิสฺสชฺชิตพฺพํ, อิตรํ ยถาปาฬิเมว. ตตฺถ ปฐมนโย ‘‘โย ปน, ภิกฺขุ, อติเรกจีวรํ ธาเรยฺย นิสฺสคฺคิย’’นฺติ อิมาย ปฐมปญฺญตฺติยา วเสน วุตฺโต, ทุติโย อนุปญฺญตฺติยา วเสน วุตฺโต.
ยถา จ นิสฺสชฺชิตพฺพวตฺถุมฺหิ อสติ ยถาปาฬึ อวตฺวา เกวลํ อาปตฺติ เอว เทเสตพฺพา, ยถา จ วสฺสิกสาฏิกนิสฺสชฺชเน เกวลํ ปริยิฏฺฐมตฺเต ยถาปาฬึ อวตฺวา ยถาสมฺภวํ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ตถา อิทมฺปีติ เวทิตพฺพํ. ยถา สํวจฺฉราติกฺกนฺตํ อติเรกจีวรํ ‘‘ทสาหาติกฺกนฺต’’มิจฺเจว วุจฺจติ. สํวจฺฉรวิปฺปวุตฺถติจีวรํ, มาสาติกฺกนฺตญฺจ ‘‘รตฺติวิปฺปวุตฺถ’’นฺติ จ ‘‘ฉารตฺตวิปฺปวุตฺถ’’นฺติ จ วุจฺจติ, ตถา อิทมฺปิ ‘‘ทสาหาติกฺกนฺต’’มิจฺเจว วุจฺจตีติ เอเก, ตสฺมา สิทฺธมิทํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ อกามา’’ติ, ตถา อกามา น วิกปฺเปตุนฺติ อตฺโถ. อิจฺฉาย หิ สติ ‘‘ปจฺจุทฺธริตฺวา วิปฺปวาสสุขตฺถํ วิกปฺปนาย โอกาโส ทินฺโน โหติ, ทสาหาติกฺกเม จ อนาปตฺตี’’ติ วจนโต วิกปฺเปตุํ อนุชานามีติ วุตฺตํ โหติ. ตถา วสฺสิกสาฏิกา อกามา อธิฏฺฐาตุํ ทสาหาติกฺกเม อาปตฺติสมฺภวโต. กิตฺตกํ กาลนฺติ เจ? วสฺสานํ จาตุมาสํ, อิจฺฉาย ปน สติ อุทฺธํเยว วิกปฺเปตพฺพํ. ‘‘สพฺพตฺถ วิกปฺปนาย อปฺปฏิสิทฺธภาโว เวทิตพฺโพ’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘อตฺถาปตฺติ เหมนฺเต อาปชฺชติ, โน คิเมฺห, โน วสฺเส’’ติ (ปริ. ๓๒๓) จ วุตฺตํ, เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’’ติ.
ตตฺรายํ วิจารณา – กทา ปจฺจุทฺธริตพฺพา, กทา วิกปฺเปตพฺพา, กิญฺเจตฺถ ยสฺมา ‘‘ตโต ปร’’นฺติ วุตฺตํ. เหมนฺตญฺจ ปตฺตมตฺเต สา อธิฏฺฐานํ วิชหติ, ตสฺมา ‘‘ปจฺจุทฺธริตฺวา’’ติ น วตฺตพฺพํ อธิฏฺฐานสฺส นตฺถิตาย, อถ ‘‘อนฺโตจาตุมาเส วิกปฺเปตพฺพา’’ติ น วตฺตพฺพํ. ‘‘ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ หิ วุตฺตนฺติ? เอตฺถ เอกจฺเจ วทนฺติ ‘‘วตฺตพฺพเมต’’นฺติ. ยถา ปริวุตฺถปริวาโส, จิณฺณมานตฺโต จ สนฺโต นิฏฺฐิเตสุปิ ปริวาสมานตฺตทิวเสสุ, ตถา นิฏฺฐิเตสุปิ อธิฏฺฐานทิวเสสุ สาธิฏฺฐานเมตนฺติ เอเก. อฏฺฐกถาจริยานํ อิทํ สนฺนิฏฺฐานํ ‘‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส ปจฺจุทฺธริตฺวา ปาฏิปททิวเส วิกปฺเปตพฺพา’’ติ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวารฏฺฐกถายํ ‘‘กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิเม ปาฏิปททิวเส วิกปฺเปตฺวา ฐปิตํ วสฺสิกสาฏิกํ นิวาเสนฺโต เหมนฺเต อาปชฺชติ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส อปจฺจุทฺธริตฺวา เหมนฺเต อาปชฺชตี’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ สุวุตฺตํ. ‘จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’นฺติ หิ วุตฺต’’นฺติ (ปริ. อฏฺฐ. ๓๒๓). ตตฺถ กุรุนฺทินโย ปจฺฉา วุตฺตตฺตา สารโต ทฏฺฐพฺโพ, น ปุริโม. นิวาเสนฺโต หิ คิเมฺหปิ โอเรนทฺธมาสํ อาปชฺชติ เอว. อิธ จ ‘‘อตฺถาปตฺติ เหมนฺเต อาปชฺชติ, โน คิเมฺหติ วุตฺต’’นฺติ กุรุนฺทิวจนสฺสายมตฺโถ ทิสฺสติ.
‘‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส อปจฺจุทฺธริตฺวา ตสฺมึเยว ทิวเส อวิกปฺเปนฺโต ปจฺฉิมปาฏิปททิวเส อปจฺจุทฺธารปจฺจยา ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, น, อวิกปฺปนปจฺจยา ทสาหปริหารสมฺภวโต’’ติ การณเมเก วทนฺติ. เอวํ สติ เหมนฺเต ปตฺตมตฺเต อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ อาปชฺชติ, ตญฺจ อยุตฺตํ. อธิฏฺฐานญฺหิ ‘‘อญฺญสฺส ทาเนน…เป… ฉิทฺทภาเวนาติ อิเมหิ นวหิ การเณหิ วิชหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) วุตฺตํ, น ‘‘อธิฏฺฐานเขตฺตาติกฺกเมน วา’’ติ. อสาธารณตฺตา น วุตฺตนฺติ เจ? น, ‘‘ฉิทฺทภาเวนา’’ติ น วตฺตพฺพปฺปสงฺคโต, ฉิทฺทภาเวน ปน ติจีวรสฺเสว สพฺพฏฺฐกถาสุ อธิฏฺฐานวิชหนสฺส วุตฺตตฺตา. ตสฺมา เหมนฺตสฺส ปฐมทิวเส อปจฺจุทฺธารปจฺจยา ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, น ปจฺจุทฺธริตฺวา อวิกปฺปนปจฺจยา. ‘‘วิกปฺเปตุ’’นฺติ วจนโต ตโต อธิฏฺฐานํ น วิชหตีติ ปญฺญายติ. น หิ กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิเม ปาฏิปททิวเส อวิกปฺเปตฺวา เหมนฺเต อาปชฺชตีติ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย, ยสฺมา ตํ อปจฺจุทฺธารปจฺจยา ทุกฺกฏํ เหมนฺตสฺส ปฐมอรุณกฺขเณ เอว อาปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส อปจฺจุทฺธริตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ปจฺจุทฺธฏํ ปน เหมนฺเต ทสาหปริหารํ ลภติ. ‘‘ทสาเห อปฺปโหนฺเต จีวรกาลํ นาติกฺกาเมตพฺพา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๓๐) หิ วุตฺตํ, ตญฺจ โข สมเย อุปฺปนฺนํ เจ, นาสมเย. ตถา จ สาธิตํ อปจฺจุทฺธฏํ น นิสฺสคฺคิยํ โหติ, โน จ ตํ ปริทหิตํ, ตสฺมา กตฺติกปุณฺณมทิวเส เอว ปจฺจุทฺธรณญฺจ วิกปฺปนญฺจ กตฺตพฺพนฺติ สิทฺธํ, เอตฺถ จ ยถา อติเรกจีวรํ ทสเม ทิวเส วิกปฺเปนฺเตน ทสาหปรมํ ธาริตํ โหติ, อนฺโตทสาเห จ วิกปฺปิตํ โหติ, ตถา กตฺติกปุณฺณมาย วิกปฺเปนฺเตน วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐิตญฺจ โหติ, ตโต ปรํ อนาปตฺติเขตฺเต เอว วิกปฺปนา จ โหตีติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา อตฺถิ วิกปฺปนาเขตฺเต อธิฏฺฐานํ, อธิฏฺฐานเขตฺเต จ วิกปฺปนาติ ทีปิตํ โหติ. อญฺญถา ‘‘อตฺถาปตฺติ อธิฏฺฐาเนน อาปชฺชติ, อนธิฏฺฐาเนน อาปชฺชติ. อตฺถาปตฺติ วิกปฺปนาย อาปชฺชติ, อวิกปฺปนาย อาปชฺชตี’’ติ ทุเกสุ เทฺว ทุกานิ วตฺตพฺพานิ สิยุํ. ตตฺถ ปฐมทุเก ปฐมปทํ สมฺภวติ. วิกปฺปนเขตฺเต หิ วสฺสิกสาฏิกาทีนํ อธิฏฺฐาเนน วินยาติสารทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. เอเตเนว ทุติยทุกฺกฏสฺส ทุติยปทํ วุตฺตํ โหติ. อนธิฏฺฐาเนน อาปชฺชตีติ นตฺถิ. อนฺโตทสาเห อนาปชฺชนโต, วิกปฺปนาทิสมฺภวโต จ วิกปฺปนาย อาปชฺชตีติ นตฺถิ สพฺพตฺถ วิกปฺปนาย อปฺปฏิสิทฺธตฺตา, ตสฺมา ตานิ ทุกานิ ‘‘น ลพฺภนฺตี’’ติ น วุตฺตานิ. เอตฺถาห – ยา สา ‘‘อตฺถาปตฺติ เหมนฺเต อาปชฺชตี’’ติ (ปริ. ๓๒๓) วจนปฺปมาณโต ทุกฺกฏาปตฺติ สาธิตา, สา สญฺจิจฺจ อปจฺจุทฺธรนฺตสฺส ยุชฺชติ, อสติยา เจ, กญฺจิ, อนาปตฺติ. กตฺติกปุณฺณมาย ปจฺจุทฺธฏํ สญฺจิจฺจ อวิกปฺปยโต ทุกฺกเฏน สห ปุนทิวเส นิสฺสคฺคิยํ, อสติยา อวิกปฺปยโต นิสฺสคฺคิยเมว อิธ ปฐมปญฺญตฺติยา. ยํ ปน วุตฺตํ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมนาปิ, กณฺฑุปฏิจฺฉาทิ อาพาธวูปสเมนาปิ อธิฏฺฐานํ วิชหติ, ตสฺมา สา ตโต ปรํ วิกปฺเปตพฺพา’’ติ, เตเนตํ วิรุชฺฌติ, น เกวลํ อิทเมว, ‘‘ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’’ติ อฏฺฐกถาวจนญฺจ วิรุชฺฌติ. ตโต ปรํ นาม หิ เหมนฺตํ, ตตฺถ เจ ปจฺจุทฺธาโร, ‘‘วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมนาปี’’ติอาทิ น ยุตฺตํ อธิฏฺฐานาภาเวน ปจฺจุทฺธาราภาวโต. อวิโรโธ จ อิจฺฉิตพฺโพ, ตสฺมา ‘‘ปจฺจุทฺธรณํ วตฺตมตฺต’’นฺติวาโท เอตฺถาปิ สมฺภวตีติ เจ? น, กุรุนฺทิ วจนวิโรธโต. ตตฺถ หิ กตฺติกปุณฺณมาย ปจฺจุทฺธาโร วุตฺโต, ตสฺมา วสฺสานทิวสตฺตา สาธิฏฺฐานาวสา ปจฺจุทฺธรียตีติ น ปจฺจุทฺธาโร วตฺตมตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ตโต ปร’’นฺติ ยาว ปุณฺณมา อธิปฺเปตา สิยา. ยถา จายํ วิกปฺโป, ตถา ‘‘วสฺสานมาสาติกฺกเมนาปิ อาพาธวูปสเมนาปี’’ติ อิทมฺปิ อวสฺสํ ปจฺจุทฺธริตพฺพตาย วุตฺตํ สิยา. เอวญฺจ สติ อิธ สมนฺตปาสาทิกาย ตทวจเนน สเมติ. อญฺญถา อิธปิ ตํ วตฺตพฺพํ สิยาติ ยถาวุตฺโตว วิธิ เอตฺถ สมฺภวติ, กิญฺจาปิ สมฺภวติ, ทุวิญฺญาปยสฺส ปน โลกสฺส สุวิญฺญาปนตฺถํ วุตฺตา. ยสฺมา ปน สา วสฺสานาติกฺกเมน อธิฏฺฐานํ วิชหติ, เหมนฺตปฐมารุเณ จ อปจฺจุทฺธารปจฺจยา ทุกฺกฏา สาธิตา, ตสฺมา กตฺติกปุณฺณมายเมว ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา, อวิกปฺปิตาย ‘‘นิสฺสคฺคิยาปชฺชนเมวา’’ติ วตฺตพฺพํ. เอตฺตาวตาปิ สนฺโตสํ อกตฺวา วินิจฺฉโย ปริเยสิตพฺโพ. โหติ เจตฺถ –
‘‘เอวํ อภาวํ วินยสฺส ปาฬิ,
ภินฺนํ อภินฺนญฺจ ตทตฺถยุตฺตึ;
วิญฺญาตุกาเมน ตทตฺถวิญฺญู,
ปริเยสิตพฺพา วินเย วิญฺญายา’’ติ.
‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต วินาปิ ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วจเนน สุทินฺนํ โหติ. อิตโร เจ อธิวาเสติ, เตนาปิ สุคฺคหิตํ โหติ, โน เจ อธิวาเสติ, เทนฺเตน สุทินฺนํ. ตํ ปน วตฺถุ น กสฺสจิ โหติ. ตถา ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วทติ, สามิโก เจ อธิวาเสติ, วินาปิ ‘‘คณฺหาหี’’ติ วจเนน สุคฺคหิตํ. โน เจ อธิวาเสติ, สามิกสฺเสว ตํ, น หิ ตสฺเสตํ วินยกมฺมนฺติ เอตฺถ วินยกมฺมสฺสตฺถาย เจ คณฺหาติ, น วฏฺฏติ. น เกวลํ อตฺตโน อตฺถาย คหิตํ, ปุน ตสฺสปิ เทติ, วฏฺฏตีติ จ. ตถา อนเปกฺโข หุตฺวา ปรสฺส วิสฺสชฺเชตฺวา ปุน เตน ทินฺนํ วา ตสฺส วิสฺสาสนฺโต วา ปริภุญฺชติ, วฏฺฏติ. ตตฺถาปิ วินยกมฺมวเสน น วฏฺฏตีติ เอเก. เต เอว ‘‘มหนฺตํ วา ขุทฺทกํ กโรตี’’ติ เอตฺถ ‘‘ติจีวเร ทีฆโต วิทตฺถิ อนติกฺกมิตฺวา ฉินฺทิตฺวา กโรติ, เอวํ เสเสสุปี’’ติ วทนฺติ. เอวรูเปสุ ฐาเนสุ โปราณาจริยานํ กถามคฺคํ สุฏฺฐุ อาจริยกุลเสวนาย สญฺชานิตฺวา เตน สํสนฺทิตฺวา สโต สมฺปชาโน หุตฺวา โสตูนญฺจ จิตฺตํ อวิโมเหตฺวา กเถตพฺพํ. เอสา อมฺหากํ อายาจนา.
ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๗๑. สนฺตรุตฺตเรน ชนปทจาริกํ ปกฺกมนฺติ. กสฺมา? กิญฺจาปิ ‘‘น, ภิกฺขเว, สนฺตรุตฺตเรน คาโม ปวิสิตพฺโพ, โย ปวิเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๖๒) ปฐมํ วุตฺตํ. ปจฺฉา ปน ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ปจฺจยา สงฺฆาฏิยา นิกฺเขปาย, อุตฺตราสงฺคสฺส, อนฺตรวาสกสฺส นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ, วสฺสิกสงฺเกตํ วา, นทีปารํ คนฺตุํ วา, อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา, อตฺถตกถินํ วา โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา, อฏฺฐกถายมฺปิสฺส ‘‘ปญฺจสุ เปเตสุ อคฺคฬคุตฺติ เอว ปมาณํ. คุตฺเต เอว หิ วิหาเร นิกฺขิปิตฺวา พหิ คนฺตุํ วฏฺฏติ, นาคุตฺเต’’ติ วุตฺตตฺตา อปญฺญตฺเตปิ กถิเน ‘‘เต ภิกฺขู อคฺคฬคุตฺติวิหาเร ฐเปถา’’ติ วตฺวา สภาคานํ หตฺเถ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา สนฺตรุตฺตเรน คามปฺปเวเส ลทฺธกปฺปิยา ชนปทจาริกํ ปกฺกามึสูติ เวทิตพฺพํ.
๔๗๓. อวิปฺปวาสสมฺมุตินฺติ อวิปฺปวาสตฺถํ, วิปฺปวาสปจฺจยา ยา อาปตฺติ, ตทภาวตฺถํ วา สมฺมุตึ ทาตุนฺติ อตฺโถ. ตโต ปฏฺฐาย วฏฺฏติ. กิตฺตกํ กาลํ วฏฺฏตีติ? มาสํ วา อติเรกํ วา ยาว คมเน สอุสฺสาโห, ตาว วฏฺฏติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ธุรนิกฺเขปํ กโรนฺเตน ปจฺจุทฺธริตพฺพ’’นฺติ. ปุน สมฺมุติทานกิจฺจํ นตฺถีติ สเจ ทฺวาทสนฺนํ วสฺสานํ อจฺจเยน อญฺโญ โรโค โหติ, วฏฺฏติ, อุปสมฺปทกมฺมํ วิย ยาวชีวํ เอกาสมฺมุติ วฏฺฏตีติ จ.
‘‘กตํ วา โหตี’’ติอาทิ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท น วตฺตพฺพํ, กสฺมา? กรณปลิโพเธ อุปจฺฉินฺเนปิ อนธิฏฺฐิตจีวรโต วิปฺปวาสปจฺจยา อาปตฺติยา อสมฺภวโต, ตสฺมา ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติ ภิกฺขุโน จีวรํ อธิฏฺฐิตํ โหตี’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพนฺติ เจ? น, ตทายตฺตตฺตา. อธิฏฺฐานญฺหิ กรณปลิโพธสฺส นิฏฺฐาปนายตฺตํ, ตสฺมา ‘‘กตํ วาติอาทิ วุตฺต’’นฺติ จ วุตฺตํ. ตตฺถ กตนฺติ ปุพฺเพ วุตฺตเมว.
๔๗๗-๘. อวิปฺปวาสลกฺขณววตฺถาปนตฺถนฺติ เอตฺถ ‘‘อนฺโตคาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตคาเม วตฺถพฺพ’’นฺติอาทิวจนโต อวิปฺปวาสลกฺขณํ ววตฺถาปิตํ, ตพฺพิปรีตนเยน วิปฺปวาสลกฺขณํ เวทิตพฺพํ. คาโม เอกูปจาโรติอาทิมฺหิ ปน ฐเปตฺวา สตฺถํ, รุกฺขมูลํ, อชฺโฌกาสญฺจ เสเสสุ ปริกฺเขปาปริกฺเขปวเสน เอกูปจารนานูปจารตา เวทิตพฺพา. ยสฺมา ปน สตฺถํ ทุวิธํ นิวิฏฺฐํ, อนิวิฏฺฐญฺจ, เตสุ อนิวิฏฺฐํ เอกกุลสฺส วา นานากุลสฺส วา อปริกฺขิตฺตเมว โหติ, นิวิฏฺฐํ สิยา ปริกฺขิตฺตํ, สิยา อปริกฺขิตฺตํ, ตสฺมา ตตฺถ ปริกฺเขปาทิวเสน อทสฺเสตฺวา อพฺภนฺตรวเสน วุตฺโต. ตถา อพฺโภกาเส. รุกฺขมูเล ฉายาวเสน. อญฺญถา ‘‘สตฺโถ เอกูปจาโร นานูปจาโร’’ติอาทิ อุทฺเทสวิโรโธ สิยา วิภงฺเค อทสฺสิตตฺตา, ตสฺมา สตฺถสฺส ปุรโต จ ปจฺฉโต จ สตฺตพฺภนฺตรา, ปสฺสโต จ เอกพฺภนฺตรนฺติ อยเมกูปจาโร, ตโต ปรํ นานูปจาโร. ตถา รุกฺขมูลสฺส ยตฺถ มชฺฌนฺหิเก กาเล ฉายา ผรติ, อยํ เอกูปจาโร. อิตโร นานูปจาโร. กสฺมา? ตตฺถ หิ ปริกฺเขโป อปฺปมาณํ. ฉายาว ปมาณํ. อชฺโฌกาสสฺส ปาฬิยํ วุตฺโตว. ‘‘สตฺถาทีนํ เอกกุลสนฺตกวเสน เอกูปจารตา’’ติ ลิขิตํ, ตสฺมา นิเวสเน, อุโทสิเต จ วุตฺตปริจฺเฉโทว อฏฺฏาทีสูติ กตฺวา สํขิตฺตํ. ตโต ปรํ เขตฺตธญฺญกรณอารามวิหาเรสุ ปน ปริกฺขิตฺตาปริกฺขิตฺต-ปทํ ปุน อุทฺธฏํ สตฺถวิภงฺเคน อธิการสฺส ปจฺฉินฺนตฺตา. ‘‘นานาคพฺภา’’ติอาทิวจนํ ปน อสมฺภวโต เขตฺตธญฺญกรณอาราเมสุ น อุทฺธฏํ. วิหาเร สมฺภวนฺตมฺปิ ตตฺถ ปจฺฉินฺนตฺตา น อุทฺธฏํ. กุลํ วุจฺจติ สามิโก, ตสฺมา ‘‘เอกกุลสฺส นานากุลสฺสา’’ติ อิมินา คามาทีนํ จุทฺทสนฺนํ จีวรนิกฺเขปฏฺฐานานํ สาธารณาสาธารณภาวํ ทีเปติ. อชฺโฌกาสสฺส ปน อสมฺภวโต น วุตฺตํ. ยสฺมา ปเนตฺถ เอกกุลสฺส, นานากุลสฺส จ อปริกฺขิตฺเตสุ คามาทีสุ ปริหารวิเสโส กิญฺจาปิ นตฺถิ, ปริกฺขิตฺเตสุ ปน อตฺถิ, ตสฺมา เอกนานากุลคฺคหณํ, เอกนานูปจารคฺคหณญฺจ สาตฺถกนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถปิ อยํ วิเสโส – สตฺเถ, รุกฺขมูเล จ กุลเภทโตว เภโท, โนปจารเภทโต. อชฺโฌกาเส อุปจารเภทโต จ, โส ปน ปาฬิยํ น ทสฺสิโตติ. ‘‘ตํ ปมาณํ อติกฺกมิตฺวาติ วจนโต อากาเสปิ อฑฺฒเตยฺยรตนปฺปมาเณ โทโส นตฺถี’’ติ วทนฺติ.
๔๗๙. ‘‘สภา’’ติ อิตฺถิลิงฺคํ. ‘‘สภาย’’นฺติ นปุํสกลิงฺคํ, เตน วุตฺตํ ‘‘ลิงฺคพฺยตฺตนเยนา’’ติ. นปุํสกลิงฺคทสฺสนตฺถํ กิร ‘‘สภาย’’นฺติ ปจฺจตฺตวเสน นิทฺทิฏฺฐํ, ตสฺส อนุปโยคตฺตา ‘‘ทฺวารมูล’’นฺติปิ. อตฺตโน นิกฺขิตฺตฏฺฐาเน อนิกฺขิตฺตตฺตา วีถิหตฺถปาโส น รกฺขติ, ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ ฆเร วตฺถพฺพํ. ‘‘สภาเย วา วตฺถพฺพํ ทฺวารมูเล วา, หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพ’’นฺติ หิ วุตฺตํ. ‘‘หตฺถปาเสเยว อรุณํ อุฏฺฐเปตพฺพ’’นฺติ นิยมิตตฺตา ชานิตุํ น สกฺกาติ เจ? อนฺโตฆเร น สกฺกา, ตถา ตถา วุตฺตตฺตา, ตสฺมา ‘‘ยุตฺติ ปมาณ’’นฺติ วุตฺตํ. อยมตฺโถ อฏฺฐกถายมฺปิ ปกาสิโต, ปุนปิ ขุทฺทกคาเม สพฺพสาธารณคามทฺวารวเสน. สเจ ตสฺส ทฺวารทฺวยํ โหติ, มชฺเฌ จ ฆรสภายํ, ยตฺถิจฺฉติ, ตตฺถ วสิตพฺพ’’นฺติ.
๔๘๐-๑. ยานิ นิเวสนาทีนิ คามสงฺขฺยํ น คจฺฉนฺติ, ตานิ นิเวสนาทีนีติ อธิปฺเปตานิ. อชฺโฌกาเส อปริสงฺกิตมฺปิ จีวรํ อติเรกสตฺตพฺภนฺตเร นิกฺขิตฺตํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ, เอตฺถ อนฺโตสีมตา น รกฺขติ, สตฺเถ ปน รกฺขติ. ‘‘นทีปริหาโร จ ลพฺภตี’’ติ วจนโต อุทกุกฺเขปสีมายํ ปริหาโร ลพฺภตีติ สิทฺธํ. สามนฺตวิหาโร เจ เอกสีโม, จีวรํ น นิสฺสคฺคิยํ.
อิทานิ –
‘‘ฉินฺนํ ธุตงฺคํ สาสงฺก-สมฺมโต สนฺตรุตฺตรํ;
อจีวรสฺสานาปตฺติ, ปจฺจุทฺธาราทิสิทฺธิโต’’ติ. –
อิทํ ปกิณฺณกํ, ตตฺถายํ โจทนาปุพฺพงฺคโม วินิจฺฉโย – เกจิ ‘‘ทิคุณํ สงฺฆาฏิ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๘) วจนโต ‘‘เอกจฺจิกา สงฺฆาฏิปิ นาธิฏฺฐาตพฺพา. สเจ อธิฏฺฐาติ น รุหตี’’ติ วตฺวา อุปสมฺปทาเปกฺขานมฺปิ ทิคุณเมว สงฺฆาฏึ ทตฺวา อุปสมฺปาเทนฺติ, เต อิมินา สุตฺตเลเสน สญฺญาเปตพฺพา. ภควตา หิ ‘‘ฉินฺนกํ สงฺฆาฏึ ฉินฺนกํ อุตฺตราสงฺคํ ฉินฺนกํ อนฺตรวาสก’’นฺติ ปฐมํ อนุญฺญาตํ. ตโต ‘‘อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน ติจีวเร กริยมาเน สพฺพํ ฉินฺนกํ นปฺปโหติ. เทฺว ฉินฺนกานิ เอกํ อจฺฉินฺนกํ นปฺปโหติ. เทฺว อจฺฉินฺนกานิ เอกํ ฉินฺนกํ นปฺปโหตี’’ติ อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อนฺวาธิกมฺปิ อาโรเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๖๐) อนุญฺญาตํ, ตสฺมา เอกจฺจิกาปิ สงฺฆาฏิ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. ยา ฉิชฺชมานา นปฺปโหติ, ตสฺสา กุโต ทิคุณตาติ. อฏฺฐกถายมฺปิสฺส วุตฺตํ ‘‘อนฺวาธิกมฺปิ อาโรเปตุนฺติ อาคนฺตุกปตฺตมฺปิ ทาตุํ. อิทํ ปน อปฺปโหนเก อาโรเปตพฺพํ. สเจ ปโหติ, อาคนฺตุกปตฺตํ น วฏฺฏติ, ฉินฺทิตพฺพเมวา’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๖๐). กถินํ ปน ฉินฺนกเมว วฏฺฏติ อาเวณิกลกฺขณตฺตา, ‘‘ฉินฺนกํ ทิคุณํ นปฺปโหตี’’ติ วจนาภาวโต จาติ สนฺนิฏฺฐานเมตฺถ คนฺตพฺพํ.
ธุตงฺคนฺติ อนุปสมฺปนฺนานํ เตจีวริกธุตงฺคาภาวโต ติจีวเรเนว เตจีวริโกติ. เตสํ อธิฏฺฐานาภาวโต ‘‘อธิฏฺฐิเตเนวา’’ติ วตฺตพฺพํ โหตูติ เจ? น, ธุตงฺคเภเทน วิโรธปฺปสงฺคโต. จตุตฺถจีวรสาทิยเนน หิ ธุตงฺคเภโท, น ติจีวรวิปฺปวาเสน, นาปิ อติเรกจีวรสาทิยเนน, นาปิ อติเรกจีวรธารเณน. ยสฺมา ปน ภิกฺขูนํเยว ภควตา อธิฏฺฐานวเสน นว จีวรานิ อนุญฺญาตานิ, ชาติวเสน จ วุตฺตานิ, น เอวํ อนุปสมฺปนฺนานํ. ตสฺมา เตสํ จีวรนิยมาภาวา น ตํ ธุตงฺคํ อนุญฺญาตํ คหฏฺฐานํ วิย, ตสฺมา ตสฺส สมาทานวิธาเน อวจนโต จ สนฺนิฏฺฐานเมตฺถ คนฺตพฺพํ.
สาสงฺกสมฺมโตติ กงฺขาวิตรณิยํ สาสงฺกสิกฺขาปเท วิสุํ องฺคานิ น วุตฺตานิ, ‘‘เสสเมตฺถ จีวรวคฺคสฺส ทุติยสิกฺขาปเท วุตฺตนเยน เวทิตพฺพ’’นฺติ (กงฺขา. อฏฺฐ. สาสงฺกสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ, น จ ปเนตํ วุตฺตํ. ตตฺถ รตฺติวิปฺปวาโส จตุตฺถํ องฺคํ, อิธ ฉารตฺตวิปฺปวาโส, อยเมตฺถ วิเสโสติ, ตสฺมา องฺคสามญฺญโต, สมฺมุติสามญฺญโต จ สาสงฺกสิกฺขาปทเมว วทนฺติ. อิทํ นิปฺปเทสํ, ตํ สปฺปเทสํ มาสปรมตฺตา. ตตฺถ พหิคาเมปิ คามสีมํ โอกฺกมิตฺวา วสิตฺวา ปกฺกมนฺตสฺส อนาปตฺติ, อิธ น ตถา, อิธ อนนฺตเร อนนฺตเร อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ, ตตฺถ สตฺตเมติ อยํ อิเมสํ ทฺวินฺนํ วิเสโส. องฺคานิ ปน จีวรนิกฺเขปงฺคสมฺปตฺติโต วิปริยาเยน, อิธ วุตฺตนเยน จ สิทฺธตฺตา น วุตฺตานิ. ตานิ กามํ น วุตฺตานิ, ตถาปิ จตุตฺถมงฺคํ วิเสสิตพฺพํ, น ปน วิเสสิตํ. กึการณา? อิธ วุตฺตนิสฺสชฺชนกฺกเมน นิสฺสชฺเชตฺวา อาปตฺติเทสนโต, ตตฺถาปนฺนาปตฺติวิโมกฺขทีปนตฺถํ. สํวจฺฉรวิปฺปวุตฺถมฺปิ รตฺติวิปฺปวุตฺถเมว, ปเคว ฉารตฺตํ วิปฺปวุตฺถํ. เอวํ สนฺเตปิ ตตฺถ ยถาวุตฺตองฺคสมฺปตฺติยา สติ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว นิสฺสชฺชิตพฺพํ. เหมนฺเต วา คิเมฺห วา นิสฺสชฺชติ เจ? อิธ วุตฺตนเยนาปิ นิสฺสชฺชิตุํ วฏฺฏตีติ ญาปนตฺถํ จตุตฺถํ องฺคํ น วิเสสิตนฺติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. มาสาติกฺกนฺตมฺปิ จีวรํ ‘‘ทสาหาติกฺกนฺต’’นฺติ วตฺวา นิสฺสฏฺฐเมว. ทฺวเยน อูนมาสํ หุตฺวา ‘‘ทสาหาติกฺกนฺต’’นฺติ วตฺวา มาสาติกฺกนฺตนฺติ เอเก. ตถาปิ สเจ ปจฺจาสาจีวรํ โหติ, นิสฺสคฺคิยํ ‘‘ทสาหาติกฺกนฺต’’นฺติ วตฺวา, มูลจีวรํ ปน ‘‘มาสาติกฺกนฺต’’นฺติ วตฺวา นิสฺสชฺชิตพฺพํ.
‘‘สนฺตรุตฺตร’’นฺติ วา ‘‘สงฺฆาฏิ’’นฺติ วา ‘‘จีวร’’นฺติ วา กึ ติจีวรํ, อุทาหุ อญฺญมฺปีติ. กิญฺเจตฺถ – ยทิ ติจีวรเมว ปฏิสิทฺธํ, ปริยาปนฺนวเสน อจฺฉินฺนจีวรจฺฉินฺทนโธวาปนวิญฺญตฺติอาทิวิโรโธ. อถ อญฺญมฺปิ, ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติ เอวมาทินา วิโรโธติ? วุจฺจเต – น นิยมโต เวทิตพฺพํ ยถาสมฺภวํ คเหตพฺพโต. ตถา หิ ‘‘จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา สนฺตรุตฺตเรน ชนปทจาริกํ ปกฺกมนฺตี’’ติ (ปารา. ๔๗๑) เอวมาทีสุ ติจีวรเมว. ‘‘น, ภิกฺขเว, สนฺตรุตฺตเรน คาโม ปวิสิตพฺโพ, สนฺตรุตฺตรปรมํ ตโต จีวรํ สาธิตพฺพ’’นฺติ เอวมาทีสุ ยํกิญฺจิ, ตถา สคุณํ กตฺวา สงฺฆาฏิโย ทาตพฺพา, นิวาสนํ ทาตพฺพํ, สงฺฆาฏิ ทาตพฺพา, หนฺท เต, อาวุโส, สงฺฆาฏิ, เทหิ เม ปฏนฺติอาทีสุ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สพฺพญฺหิ จีวรํ สงฺฆฏิตฏฺเฐน ‘สงฺฆาฏี’ติ วุจฺจตี’’ติ. ตถา ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติ เอตฺถาปีติ เอเก. อนฺโตสมเย หิ ยาวทตฺถํ จีวรํ อนุญฺญาตํ, ตํ สพฺพํ กริยมานํ กทา นิฏฺฐานํ คจฺฉิสฺสติ, ตสฺมา ติจีวรเมวาติ เอเก. อจีวรสฺสานาปตฺติ ปจฺจุทฺธาราทิสิทฺธิโตติ กึ วุตฺตํ โหติ? อุโทสิตสิกฺขาปทสฺส นิปฺปโยชนภาวปฺปสงฺคโต ติจีวรวิปฺปวาเส เตจีวรสฺส อาปตฺตีติ เอเก. ตตฺเถตํ วุจฺจติ น โหติ อาปตฺติ ปจฺจุทฺธาราทิสิทฺธิโต. ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตอรุเณ ปจฺจุทฺธรติ, วิสฺสชฺเชตี’’ติ หิ วุตฺตํ. อญฺญถา ปจฺจุทฺธรนฺตสฺส, อนฺโตอรุเณ วิสฺสชฺเชนฺตสฺส จ ยาว อญฺโญ นาธิฏฺฐาติ, ตาว อาปตฺตึ อาปชฺชติ ยถาวุตฺตนเยน. อญฺญถา สตฺตพฺภนฺตเรน วิปฺปวาสสฺสาติ วิปฺปวาสโต ยถารุตํเยว สติ วิปฺปวาเส วิปฺปวาสโต อวิปฺปวาเส สติ อวิปฺปวาสโตติ.
อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตติยกถินสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๙๗. นปฺปโหตีติ ลามกปริจฺเฉทํ น ปาปุณาติ, เตเนว ติจีวรสฺส มุฏฺฐิปญฺจกาทิลามกปริจฺเฉโทว ตาว วุตฺโต. จีวเร ปจฺจาสา จีวรปจฺจาสา. เตเนตํ ทีเปติ – ตํ จีวรํ ปจฺฉา ลพฺภตุ วา มา วา, ยาว สา ปจฺจาสา ฉิชฺชติ, ตาว อิทํ มูลจีวรํ ฐเปตุํ อนุชานามีติ. ‘‘จีวรปจฺจาสา’’ติ มริยาทตฺเถ นิสฺสกฺกวจนํ, ภุมฺมตฺเถ วา ปจฺจตฺตวจนํ กตํ.
๔๙๙-๕๐๐. นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ …เป… จีวราสา วา อุปจฺฉินฺนาติอาทิมฺหิ ตีสุ จีวเรสุ อญฺญตรํ กตํ โหติ, เสสา อตฺถิ, รกฺขติ. จีวรปลิโพธสฺส อุปจฺเฉเท, อุพฺภตสฺมิญฺจ กถิเน สมเย วา เหมนฺตสฺส สมเย วา อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺย, ขิปฺปเมว กาเรตพฺพํ. สติ ปาริปูริยา ปจฺจาสา น รกฺขติ, อสติ นตฺถิ เจ ปจฺจาสา, น รกฺขติ. ‘‘อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺน’’นฺติ วจนโต อปรกตฺติกา อตฺถเต วา อนตฺถเต วา สมโยว. เหมนฺโต สิยา สมโย อตฺถเต, สิยา อสมโย อนตฺถเต. ตโต ปรํ เอกํสโต อสมโย วาติ. ‘‘อาทิสฺส ทินฺน’’นฺติ อิทํ อิธ อลพฺภมานมฺปิ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ ภิกฺขุนีนํ ทุติยนิสฺสคฺคิเย (ปาจิ. ๗๓๘ อาทโย) เสสํ อกาลจีวรํ วิย. ตตฺถ หิ ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส ‘‘สมฺปตฺตา ภาเชนฺตู’’ติ เอวํ อาทิสฺส ทินฺนเมว ‘‘อกาลจีวรํ กาลจีวร’’นฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภาเชนฺติยา นิสฺสคฺคิยํ. ตถา หิ ตตฺถ ยถา ‘‘อกาลจีวรํ นาม อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺนํ, อตฺถเต กถิเน สตฺตมาเส อุปฺปนฺน’’นฺติ อิทํ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ, เอวํสมฺปทมิทํ. ยทิ เอวํ ‘‘เอกปุคฺคลสฺส อิทํ ตุยฺหํ ทมฺหีติ ทินฺน’’นฺติ อิทํ กิมตฺถํ วุตฺตํ, น หิ ตํ ภาชนียนฺติ เจ? อภาชนียสามญฺญโต วุตฺตํ โหติ. ยถา สงฺฆสฺส อาทิสฺส ทินฺนํ อตฺถตกถิเนหิ เอว ภิกฺขูหิ อภาชนียตฺตา อกาลจีวรํ นาม ชาตํ, เอวํ ปุคฺคลิกมฺปิ อิตเรหีติ อตฺโถ. เอวํ สนฺเตปิ กสฺสจิ สิยา ‘‘อาทิสฺส ทินฺนมฺปิ ทสาหเมว ปริหารํ ลภตี’’ติ. ตสฺเสตํ ปาฏิกงฺขํ. ปฐมกถิเน ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ อิทญฺหิ นิรตฺถกนฺติ. อนุพฺภตสฺมิมฺปิ หิ กถิเน ทสาหปรมเมว ธาเรตพฺพนฺติ วิญฺญาตตฺตา อนาทิสฺส ทินฺนเมว สนฺธาเยตํ วุตฺตํ สิยาติ เจ? เอวํ สนฺเตปิ อนาทิสฺส ทินฺนมฺปิ อนตฺถตกถินานํ อปรกตฺติกาย ทสาหเมว ปริหารํ ลภติ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ วุตฺตตฺตา. อามนฺตาติ เจ? ‘‘อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺน’’นฺติ วจเนน วิรุชฺฌติ, ตสฺมา ยถาวุตฺตนเยเนเวตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ คนฺตพฺพํ.
อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ ‘‘ปฐมสิกฺขาปเท สพฺพจีวรานํ ยาวทตฺถจีวรวเสน กถินมาสพฺภนฺตเร ทสาหาติกฺกเมปิ อนาปตฺติ ปริหารสฺส ทินฺนตฺตา. ยถา กถินมาสพฺภนฺตเร อาทิสฺส ทินฺนมกาลจีวรํ กาลจีวรปริหารเมว ลภติ, ตถา อิตรมาเสปิ ลภตีติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา เอวํ ‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน ภิกฺขุโน ปเนว จีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’ติอาทินา สิกฺขาปเท สิทฺเธปิ อนตฺถตกถินานํ ปจฺฉิมกตฺติกมาสํ อนุชานนฺเตน ‘อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’ติ วุตฺตํ. เอวญฺหิ อวุตฺเต อกาลจีวรํ นาม ‘อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺน’นฺติ น สกฺกา วตฺตุํ. เอวญฺหิ วจนโต อนตฺถตกถินานํ อตฺถตกถินานํ วิย สพฺพจีวรานํ ปจฺฉิมกตฺติกมาเส ทสาหาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ น โหตี’’ติอาทิ.
ภิยฺโยปิ เอวํ วุตฺตํ – ยํ ปน มยา ‘‘ปฐมกถิเน ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’’นฺติ อนุญฺญาตํ, ตมฺปิ กถินมาสโต พหิ อุปฺปนฺนเมว, น อนฺโตติ อยมตฺโถ ทีปิโต โหติ. กถํ? อติเรกจีวรสฺส ทสาหปริหารโต อุทฺธํ อาปชฺชิตพฺพาปตฺตึ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ อนุปญฺญตฺติยา กถินพฺภนฺตเร วาเรตฺวา ตโต อุทฺธํ อุปฺปนฺเนสุ ทสาหาติกฺกเม อาปชฺชิตพฺพาปตฺตึ อิมินา สิกฺขาปเทน วาเรตุํ ‘‘อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน ‘‘กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ, เอตํ อกาลจีวรํ นามา’’ติ วจนโต กถินุพฺภารโต อุทฺธํ ทสาหปริหารํ น ลภตีติ ทีปิตํ โหติ, เตหิ สทฺธึ ปุน กถินุพฺภารโต อุทฺธํ ปญฺจ ทิวสานิ ลภตีติ ปสงฺโคปิ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน ภิกฺขุโน ปเนว อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺย…เป… ขิปฺปเมว กาเรตพฺพ’’นฺติ อกาลจีวรสฺส อุปฺปตฺติกาลํ นิยเมตฺวา วุตฺตตฺตา นิวาริโต โหติ, ตทุภเยน กถินพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนจีวรํ กถินุพฺภารโต อุทฺธํ เอกทิวสมฺปิ ปริหารํ น ลภตีติ สิทฺธํ โหติ. เอวํ อปเร วทนฺตีติ.
ปุนปิ วุตฺตํ – อาจริยา ปน เอวํ วเทยฺยุํ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน ภิกฺขุโน ปเนว อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ เอตฺถ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ วทนฺโต เอวํ วิญฺญาเปติ ‘‘เอตฺถนฺตเร ติณฺณนฺนมฺปิ อกาลจีวรานํ อุปฺปตฺติ อภาว’’นฺติ. กสฺมา ปน ปทภาชเน วิตฺถาริตานีติ? วุจฺจเต – อิทํ สิกฺขาปทํ อธิฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ, กินฺตุ ปฐเม ทสาหํ อนุชานิตฺวา ตสฺมึ อปฺปโหนฺเต สเจ ปจฺจาสา อตฺถิ, ตเมว วฑฺเฒตฺวา มาสํ อนุชานนฺโต อิมมฺปิ อตฺถวิเสสํ ทีเปติ อกาลจีวรํ นาม สมฺมุขีภูเตน ภาเชตพฺพนฺติปิ ทีเปติ. ตํ ปน ‘‘อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพ’’นฺติ อิมินา สิกฺขาปเทน วฑฺเฒตฺวา วุตฺตนฺติ, ตสฺมา ตีณิปิ ปทภาชเน วิตฺถาริตานีติ.
‘‘ขิปฺปเมว กาเรตพฺพนฺติ ทสาหา กาเรตพฺพ’’นฺติ อิทํ ปน ปโหนกภาเว ปุริมสิกฺขาปทลกฺขเณนาติ ทีเปตุํ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘เอวํ สีฆนฺติ วา ลหุนฺติ วา’’ติอาทินา อวตฺวา ‘‘ทสาหา’’ติ วุตฺตํ. อตฺถตกถินสฺส เอวํ โหตุ, อนตฺถเต ปน กถิเน กถนฺติ วุตฺเต อนตฺถตสฺส ปฏิกฺเขปตํ ทสฺเสตีติ วุตฺโต อปสฺสนฺโต วิฆาตํ อาปชฺชตีติ. เอกตึเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยนฺติ มหนฺเตนปิ ปจฺจาสาจีวเรน สห ฆฏิตมฺปิ ตพฺภาวํ อนุปติตฺวา นิสฺสคฺคิยํ โหติ สติ ปจฺฉิมปฺปมาณสมฺภเว, อสติ น โหติ, ปุน ฆฏิเต โหติ, อญฺเญน ฆฏิเต น โหติ. ฉินฺนํ อญฺญวตฺถุ โหติ. ปุพฺพปริจฺเฉทํ อติกฺกนฺตํ ฆฏิตํ ปุน อญฺญปริจฺเฉทํ ลภตีติ เอเก, อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ. อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท ปน ‘‘สงฺฆสฺส วา อิทํ อกาลจีวรนฺติ อุทฺทิสฺส ทินฺน’นฺติ เอตฺถ สงฺฆสฺส ทินฺเน อาปตฺติ นาม นตฺถิ, ‘โสตสฺส รโห’ติอาทีสุ วิย ปทุทฺธาเรน วุตฺตํ, ตสฺส ลาภํ สนฺธายาติ เจ? สงฺฆโต วา อุปฺปชฺเชยฺยาติ อเนน สิทฺธตฺตา อธิกเมวา’’ติ จ ‘‘สงฺโฆ จีวรานิ ลภิสฺสติ คโณ วา’ติอาทินาปิ ปาโฐ อตฺถี’’ติ จ วุตฺตํ. คณฺฐิปเท โกสลฺลตฺถํ ปน มยา สพฺพํ ลิขิตํ, สุฏฺฐุ วิจาเรตฺวา กเถตพฺพํ.
ตติยกถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปุราณจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐๓-๕๐๕. ภตฺตวิสฺสคฺคนฺติ ภตฺตกิจฺจาธิฏฺฐานํ. ภตฺตกิจฺจาธิฏฺฐานวิภาคนฺติ โปราณา. ตตฺถ นาม ตฺวนฺติ ตตฺถ ตยา กตกมฺเม เอวํ อกตฺตพฺเพ สติ โธวาปิสฺสสิ นาม. อถ วา โส นาม ตฺวนฺติ อตฺโถ. อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนาติ ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปทาย ปฏิกฺขิตฺตตฺตา ตทนุปสงฺคภยา เอวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ปุราณจีวร’’นฺติ เอตฺถ ปุราณภาวทีปนตฺถเมว ‘‘สกึ นิวตฺถมฺปิ สกึ ปารุตมฺปี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘จีวรํ นาม ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ วจนสฺส โอกาโส น ชาโตติ เอเก. ยสฺมา วิกปฺปนุปคปจฺฉิมํ อิธ นาธิปฺเปตํ, นิวาสนปารุปนุปคเมวาธิปฺเปตํ, เตเนว นิสีทนปจฺจตฺถรเณ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ, ตสฺมา น วุตฺตนฺติ เอเก. ชาติปฺปมาณาวจนโต ยํ กิญฺจิ ปุราณวตฺถํ โธวาเปนฺตสฺส นิสฺสคฺคิยเมว, เตเนว ‘‘อนาปตฺติ จีวรํ ฐเปตฺวา อญฺญํ ปริกฺขารํ โธวาเปตี’’ติ วุตฺตํ. ถวิกมฺปิ หิ อสุจิมกฺขิตํ ปริภุตฺตํ โธวาเปติ, นิสฺสคฺคิยเมว โอฬาริกตฺตา, อปฺปติรูปตฺตา จ. เตเนว กงฺขาวิตรณิยํ อิมสฺมึ ฐาเน จีวรปริจฺเฉโท น วุตฺโตติ เอเก, วิจาเรตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ. ‘‘รชิตฺวา กปฺปํ กตฺวาติ กปฺปิยํ กตเมว นิวาเสตุํ, ปารุปิตุํ วา วฏฺฏติ, เนตร’’นฺติ วุตฺตํ. อิมินา จ มชฺฌิมตฺเถรวาโท อุปตฺถมฺภิโต โหติ, โนปตฺถมฺภิโต. รชิตฺวาติอาทิ ปน วินยวิธิทสฺสนตฺถํ วุตฺตนฺติ มม ตกฺโก. ยถา อญฺญาติกาย อญฺญาติกสญฺญีวาเร ตีณิ จตุกฺกานิ, เอวํ เวมติกญาติกวาเรสุ จาติ นว จตุกฺกานิ โหนฺติ. เอตฺถาห – เอกวารํ โธวิตฺวา โธวเนสุ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา ปุน ‘‘ทุทฺโธต’’นฺติ มญฺญมานา โธวติ, อนาปตฺติยา ภวิตพฺพํ, ทุติยวารํ อวุตฺตา โธวติ นาม โหตีติ? วุจฺจเต – สเจ ภิกฺขุ ‘‘อลํ เอตฺตาวตา โธเตนา’’ติ ปฏิกฺขิปติ, ปุน โธวนฺตี อวุตฺตา โธวติ นามาติ ยุชฺชติ. โน เจ, วุตฺตาว โหตีติ เวทิตพฺพํ. ภิกฺขุสฺส ลิงฺคปริวตฺตเน เอกโตอุปสมฺปนฺนาย วเสน อาปตฺติ สากิยานีนํ วิย.
๕๐๖. เอเกน วตฺถุนาติ เยน เกนจิ ปฐเมน. ‘‘ติณฺณํ จตุกฺกานํ วเสนา’’ติ ปาโฐ. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อฏฺฐวาจิกาย อุปสมฺปนฺนาย ปากฏตฺตา ตํ อวตฺวา สากิยานิโยว วุตฺตา อปากฏตฺตา.
ปุราณจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. จีวรปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐๘-๕๑๐. อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ เอตฺถ ‘‘คณมฺหา โอหียนสิกฺขาปเท’’ติ ลิขิตํ. อรญฺญวาสีนิเสธนสิกฺขาปเท อปญฺญตฺเตติ เอเก, ‘‘ตํ น สุนฺทร’’นฺติ วทนฺติ. วิหตฺถตายาติ อายาเสน.
๕๑๒. อุปจาโรติ ทฺวาทสหตฺโถ. มหาปจฺจริยํ, กุรุนฺทิยญฺจ วุตฺตนฺติ เอตฺถ รตฺติภาเค ธมฺมกถิกสฺส ภิกฺขุโน พหูสุ จีวเรสุ มหาชเนน ปสาททานวเสน ปฏิกฺขิตฺเตสุ ปุนทิวเส ‘‘อุปาสกานํ ปสาททานานิ เอตานี’’ติ สุทฺธจิตฺเตน คณฺหนฺตสฺส โทโส นตฺถิ, ‘‘ภิกฺขุนีหิปิ ทินฺนานิ อิธ สนฺตี’’ติ ญตฺวา คณฺหโต โทโส. ตํ อจิตฺตกภาเวนาติ ภิกฺขุนีหิ ทินฺนภาวํ ญตฺวา พหูสุ ตสฺสา จีวรสฺส อชานเนนาติ อตฺโถ. ปํสุกูลํ อธิฏฺฐหิตฺวาติ ‘‘ภิกฺขุนีหิ นุ โข ทินฺนํ สิยา’’ติ อวิกปฺเปตฺวา ‘‘ปํสุกูลํ คณฺหามี’’ติ คณฺหนฺตสฺส วฏฺฏติ. กุรุนฺทิอาทีสุ วุตฺโตปิ อตฺโถ อยเมว, เอกํ, ‘‘อจิตฺตกภาเวนา’’ติ วจเนน ‘‘ยถา ตถา คณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อุปฺปโถว ปฏิเสธิโตติ อปเร. เอวํ ธมฺมสิริตฺเถโร น วทติ, อุชุกเมว วทตีติ ปปญฺจิตํ. ตสฺเสว วิสโย, ตสฺสายํ อธิปฺปาโย – ยถา ‘‘ปํสุกูลํ คณฺหิสฺสตีติ ฐปิตํ กามํ ภิกฺขุนิสนฺตกมฺปิ อวิกปฺเปตฺวา ปํสุกูลํ อธิฏฺฐหิตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ, ตถา ธมฺมกถิกสฺส ภิกฺขุนิยา ทินฺนมฺปิ อปญฺญายมานํ วฏฺฏตีติ, ตสฺมา ตํ วุตฺตํ มหาปจฺจริยํ, กุรุนฺทิยญฺจ อจิตฺตกภาเวน น สเมตีติ. ปฏิกฺเขโป ปน วิกปฺปคฺคหเณ เอว รุหติ. อญฺญถา ปุพฺพาปรํ วิรุชฺฌตีติ. ตํ น ยุตฺตํ ปํสุกูเลน อสมานตฺตา. ปํสุกูลภาเวน สงฺการกูฏาทีสุ ฐปิตํ ภิกฺขุนีหิ, น ตํ ตสฺสา สนฺตกํ หุตฺวา ฐิตํ โหติ. อสฺสามิกญฺหิ ปํสุกูลํ สพฺพสาธารณญฺจ, อญฺโญปิ คเหตุํ ลภติ. อิทํ ปุพฺเพว ‘‘ภิกฺขุนีนํ จีวร’’นฺติ ชานิตฺวาปิ ปํสุกูลิโก คเหตุํ ลภติ ตทา ตสฺสา อสนฺตกตฺตา. ‘‘ปํสุกูลํ อธิฏฺฐหิตฺวา’’ติ สลฺเลขกฺกมนิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. มํสํ ททนฺเตน ตถาคเตน สลฺเลขโต กปฺปิยมฺปิ ภุตฺตํ นิสฺสคฺคิยํ จีวรมาห โย มํสํ กถนฺติ สยมาทิเสยฺยาติ.
อจิตฺตกตฺตา กถํ ปํสุกูลํ วฏฺฏตีติ เจ? ตาย ตสฺส อทินฺนตฺตา, ภิกฺขุนาปิ ตโต ภิกฺขุนิโต อคฺคหิตตฺตา จ. อสฺสามิกมฺปิ หิ ปํสุกูลํ อญฺญิสฺสา หตฺถโต คณฺหาติ, น วฏฺฏติ ‘‘อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา จีวรํ ปฏิคฺคเณฺหยฺยา’’ติ วุตฺตลกฺขณสมฺภวโต. อญฺญาติกาย สนฺตกํ ญาติกาย หตฺถโต คณฺหาติ, วฏฺฏตีติ เอเก. ยถา สิกฺขมานสามเณราทีนํ หตฺถโต ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส อนาปตฺติ, ตถา กงฺขาวิตรณิยญฺจ ‘‘อญฺญาติกาย หตฺถโต คหณ’’นฺติ (กงขา. อฏฺฐ. จีวรปฺปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา) องฺคํ วุตฺตํ. ตถา ญาติกาย สนฺตกํ สิกฺขมานาย, สามเณริยา, อุปาสกสฺส, อุปาสิกาย, ภิกฺขุสฺส, สามเณรสฺส สนฺตกํ อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต คณฺหนฺตสฺส จ อนาปตฺติ เอวํ ยถาวุตฺตลกฺขณาสมฺภวโตติ เอเก, เตเนว ‘‘เอกโตอุปสมฺปนฺนาย จีวรํ ปฏิคฺคณฺหาตี’ติ อวตฺวา ‘หตฺถโต ปฏิคฺคณฺหาติ อญฺญตฺร ปาริวตฺตกา, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’ติ (ปารา. ๕๑๓) วุตฺตํ, ตสฺมา อญฺญาติกาย สนฺตกมฺปิ เอกโตอุปสมฺปนฺนาย หตฺถโต ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ, อุโภเปเต น สารโต ทฏฺฐพฺพา, การณํ ปริเยสิตพฺพํ.
๕๑๔. โก ปน วาโท ปตฺตตฺถวิกาทีสูติ อนธิฏฺฐาตพฺเพสุ พหูสุ ปฏเลสุ. เตเนวาห มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘ปตฺตตฺถวิกาทิมฺหิ อนธิฏฺฐาตพฺพปริกฺขาเร’’ติ. อธิฏฺฐานุปเคสุ วา เตสํ ปริกฺขารตฺตา ภิสิฉวิยา วิย อนาปตฺติ. กึ ปฏปริสฺสาวนํ ปริกฺขารํ น โหตีติ? โหติ, กินฺตุ ตํ กิร นิวาสนาทิจีวรสณฺฐานตฺตา น วฏฺฏติ. ตสฺมา อิธ นิวาสนาทิจีวรสาธนํ วิกปฺปนุปคปจฺฉิมํ จีวรํ นาม. อนนฺตราตีเต นิวาสนปารุปนุปคเมวาติ สนฺนิฏฺฐานํ. เอวํ สนฺเต กงฺขาวิตรณิยํ (กงฺขา. อฏฺฐ. จีวรปฺปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา) กปฺปนุปคปจฺฉิมตา, ปาริวตฺตกาภาโว, อญฺญาติกาย หตฺถโต คหณนฺติ ตีเณว องฺคานิ อวตฺวา อปริกฺขารตาติ จตุตฺถมงฺคํ วตฺตพฺพนฺติ เจ? น วตฺตพฺพํ, อิมสฺมึ สิกฺขาปเท ปตฺตตฺถวิกาทิปริกฺขารสฺส อจีวรสงฺขฺยตฺตา. ปฐมกถินาทีสุ วิกปฺปนุปคตา ปมาณํ, อิธ กายปริโภคุปคตาติ. ‘‘อญฺญํ ปริกฺขาร’’นฺติ อุทฺธริตฺวา ‘‘ปตฺตตฺถวิกาทึ ยํกิญฺจี’’ติ วุตฺตตฺตา วิกปฺปนุปคมฺปิ ปตฺตตฺถวิกาทึ คณฺหิตุํ วฏฺฏติ, ‘‘ปฏปริสฺสาวนมฺปี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน จ ‘‘จีวรํ นาม วิกปฺปนุปคปจฺฉิม’’นฺติ วจนโต ปฏปริสฺสาวนํ จีวรเมว, น ปริกฺขารํ. ‘‘โก ปน วาโทติ นิคมนวจนมฺปิ สาธก’’นฺติ เกจิ วทนฺติ, ปณฺณตฺตึ อชานนโต อจิตฺตกํ, น วตฺถุํ, ‘‘อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา สนฺตกภาวาชานนโต, จีวรภาวาชานนโต จ อจิตฺตก’’นฺติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ.
จีวรปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๑๕. ปริกฺขารานนฺติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. เอกสาฏกนฺติ ภาวนปุํสกํ, ‘‘อญฺญาตโก โมฆปุริสา’’ติ วจเนน ปวาริโตปิ อทาตุกาโม อญฺญาตโก อปฺปวาริตฏฺฐาเน ติฏฺฐตีติ ทีปิตํ โหติ. อญฺญถา ‘‘อนาปตฺติ ปวาริตาน’’นฺติ อิมินา วิรุชฺฌติ.
๕๑๗. เนว ตาว วิญฺญาเปตพฺพํ, น ภญฺชิตพฺพนฺติ อนจฺฉินฺนานํ จีวรานํ อตฺตโน สนฺตกานํ อตฺถิตาย, ตตฺถ ปจฺจาสาสพฺภาวโต จ. ปจฺจาสา กิตฺตกํ กาลํ รกฺขตีติ? ยาว คามนฺตรา, ยาว อทฺธโยชนาติ เอเก. ยาว ทสฺสนสวนูปจาราติ เอเก. ยาว อญฺเญ น ปสฺสนฺตีติ เอเก. ยาว ปจฺจาสา ฉิชฺชตีติ เอเก. ยาว สาขาปลาสปริเยสนภญฺชนสชฺชนกาลปริจฺเฉทาติ เอเก. อิทํ สพฺพํ ยถาสมฺภวํ ยุชฺชติ. กถํ ปญฺญายตีติ เจ? ‘‘สเจ ปน เอเตสํ วุตฺตปฺปการานํ คิหิวตฺถาทีนํ ภิสิฉวิปริยนฺตานํ กิญฺจิ น ลพฺภติ, เตน ติเณน วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทตฺวา อาคนฺตพฺพ’’นฺติ อฏฺฐกถาวจนโต.
น ตาว เถรานํ ทาตพฺพานีติ น ตาว อตฺตโน รุจิยา ทาตพฺพานิ, ยทา เถรา ‘‘เทถาวุโส’’ติ วทนฺติ, ตทา ทาตพฺพานิ. ‘‘เอวํ สติ ทหราปิ อจฺฉินฺนจีวรฏฺฐาเน ติฏฺฐนฺติ, สาขาปลาสํ ภญฺชิตุํ วฏฺฏติ, น อญฺญถา. ‘เยหิ เกหิจิ วา อจฺฉินฺนํ โหตี’ติ หิ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. อาจริโย ปน เอวํ วทติ ‘‘อตฺตโน รุจิยาปิ ทาตุํ ลภนฺตี’’ติ. ตถา หิ อฏฺฐกถายํ ‘‘ปริโภคชิณฺณํ วา’ติ เอตฺถ จ ‘อจฺฉินฺนจีวรานํ อาจริยุปชฺฌายาทีนํ อตฺตนา ติณปณฺเณหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ทินฺนจีวรมฺปิ สงฺคหํ คจฺฉตี’ติ วตฺตุํ ยุชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. อถาปิ สิยา อาจริยาทีหิ ‘‘อาหราวุโส’’ติ วุตฺเตเยว, นาวุตฺเตติ, น, ‘‘เกหิจิ วา อจฺฉินฺน’’นฺติ เอตฺถ วุตฺตเลสโต ทุติยเลสสฺส อวิเสสภาวปฺปสงฺคโตติ. อถ กิมตฺถํ ‘‘น ตาว เถรานํ ทาตพฺพานี’’ติ วุตฺตนฺติ เจ? ยาว เถรานํ อตฺถาย สาขาปลาสานิ ภญฺชติ, ตาว น ทาตพฺพานิ, ตโต ตานิ เถรุทฺทิสฺสกานิ สาขาปลาสานิ สยํ ปริทหิตฺวา วินาปิ เถราณตฺติยา อตฺตโน รุจิยา ทาตพฺพานิ, ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ น โหติ สตฺถุนาปิ อนุญฺญาตตฺตา. ‘‘ติเณน วา ปณฺเณน วา’’ติ หิ วุตฺตํ, ตํ กปฺปิยเมว สนฺธาย วุตฺตนฺติ เจ? น, ‘‘ตทลาเภ น เตฺวว…เป… ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วจนวิโรธโต. เอตฺถาห – ทุกฺกฏภยา ปาจิตฺติยวตฺถุ เจ อติกฺกมิตพฺพํ, ตทลาเภ ถุลฺลจฺจยวตฺถุ สงฺฆิกํ, ตทลาเภ ปาราชิกวตฺถุปิ อติกฺกมิตพฺพํ สิยาติ? น, ปาราชิกสฺส โลกวชฺชตฺตา. อปิจ น สพฺพํ ภูตคามํ ปาจิตฺติยวตฺถุเมว, ตโต ทุกฺกฏาทิวตฺถุปิ อตฺถิ, อนาปตฺติวตฺถุปิ กาโลทิสกํ, ตสฺมา อิทํ ตทา อนาปตฺติวตฺถุกนฺติ เวทิตพฺพํ. กิตฺตาวตา ภิกฺขุ อจฺฉินฺนจีวโร นฏฺฐจีวโร โหตีติ? เอตฺตาวตา นคฺโค โหตีติ เอเก. วิกปฺปนุปคปจฺฉิมภาเวน, วิกปฺปนุปคปจฺฉิมมาทึ กตฺวา วิญฺญาเปนฺตสฺส อาปตฺตีติ เอเก. นิวาสนปารุปนุปคาภาเวนาติ เอเก. ติจีวราภาเวนาติ เอเก. สนฺตรุตฺตรปรมาภาเวนาติ เอเก. อยํ เอเกวาโท ยุตฺโต ‘‘สนฺตรุตฺตรปรมํ ตโต จีวรํ สาทิตพฺพ’’นฺติ หิ วจนโต, ตสฺมา สนฺตรุตฺตเร สติ วิกปฺปนุปคปจฺฉิมํ วิญฺญาเปนฺตสฺส ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ. ยทิ เอวํ ‘‘วิญฺญาเปตฺวา ปฏิลเภยฺย นิสฺสคฺคิย’’นฺติ สิกฺขาปเทน ภวิตพฺพนฺติ เจ? ตนฺน, ตทตฺถสิทฺธิโต นานตฺถตฺตา ธาตูนํ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา หิ ‘‘ติกฺขตฺตุํ เมถุนํ ธมฺมํ อภิวิญฺญาเปสี’’ติ (ปารา. ๓๖) วุตฺเต ปวตฺเตสีติ อตฺโถ, ตถา อิธาปิ ‘‘จีวรํ วิญฺญาเปยฺยา’’ติ วิญฺญตฺติยา ปวตฺเตยฺย อุปฺปาเทยฺยาติ อตฺโถ.
เตน นิวตฺโถติ ตํนิวตฺโถ. อญฺญสฺส อลาเภน ตเมว ปริภุญฺชโต ชิรติ, น เลเสน. อตฺตนาติ สยเมว วตฺตุํ ยุชฺชติ, ตสฺมา อยุตฺตปริโภเคน อปริภุญฺชิตฺวา ยุตฺตปริโภควเสน ปริภุญฺชโต ชิณฺณํ ปริโภคชิณฺณํ นาม. ตสฺส สภาคานํ อจฺฉินฺนกาเล ทานมฺปิ ยุตฺตปริโภเค เอว สงฺคหํ คจฺฉตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อิเม กิร เทฺว เลสา อฏฺฐกถาโย, วาเจนฺตานํ อาจริยานํ มตนฺติ ธมฺมสิริตฺเถโร อาหา’’ติ วุตฺตํ.
๕๒๑. นิสีทิตุํ วา นิปชฺชิตุํ วา น ลภตีติ ยถาสุขํ น ลภตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติ เอตฺถาปิ ‘‘ญาตกานํ ปวาริตาน’’นฺติ อนุวตฺตติ เอว. อตฺถาย กสฺส? ตสฺเสว อญฺญสฺส. ยถา อญฺญาตเก ติกปาจิตฺติยํ, ตถา อปฺปวาริเตปีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ญาตกานํ ปวาริตาน’’นฺติ วุตฺตํ. อญฺญถา ‘‘ญาตเก ญาตกสญฺญี’’ติ อิมินา สิทฺธตฺตา น นิจฺจํ เสสํ อาปชฺชติ. อปิเจตฺถ อญฺญาตกคฺคหเณน อปฺปวาริตคฺคหณํ โหติ, อปฺปวาริตคฺคหเณน อญฺญาตกคฺคหณํ, อญฺญาตกา หิ อปฺปวาริตา โหนฺติ. ตถา ญาตกคฺคหเณน ปวาริตคฺคหณํ โหติ, กตฺถจิ น โหติ. น ปวาริตคฺคหเณน ญาตกคฺคหณํ โหตีติ อิมสฺส อตฺถวิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘ญาตกานํ ปวาริตาน’’นฺติ วุตฺตํ. ตถา หิ อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา อปฺปวาริตาย จ จีวรํ อญฺญตฺร ปาริวตฺตกา ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส อาปตฺติ. ญาติกาย ปน ปวาริตาย จ วิสฺสาสํ คณฺหาติ, อนาปตฺติ. ตถา ปุราณจีวรํ ญาติกาย อนาปตฺติ, ปวาริตาย ปน ติกปาจิตฺติยเมว. ญาตกานญฺจ เอกจฺจานํ ปุราณจีวรํ นาม ทาตุํ วฏฺฏติ, น ปวาริตานํ. ติกจฺเฉโท จ มาติกาปเทเนว โหติ, น อญฺเญน. ตตฺถาปิ เอเกเนว, น ทุติยาทีหีติ อยํ วินเย ธมฺมตา เวทิตพฺพา.
อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๒๒-๔. ปคฺคาหิกสาลํ วาติ ทุสฺสปสารํ วา. หตฺเถน ปคฺคเหตฺวา ฐตฺวา สาลายํ ปสาเรตพฺพทุสฺสํ ปสาเรนฺตีติ โจทนา. ติจีวริเกเนวาติ วินยติจีวริเกน. โส หิ อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตปริกฺขารโจฬาทีสุ สนฺเตสุปิ ติจีวเร อจฺฉินฺเน สนฺตรุตฺตรปรมํ วิญฺญาเปตฺวา คเหตุํ ลภติ. อญฺญถาปีติ ‘‘ปมาณิกํ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬวเสน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชโต ตสฺมึ นฏฺเฐ พหูนิปิ คเหตุํ ลภติ, น สนฺตรุตฺตรปรม’’นฺติ จ, ตสฺมา ตํ วิภาคนฺติ ‘‘ติจีวริกสฺส ตํ วิภาคนฺติ อตฺโถ, น ปริกฺขารโจฬิกสฺสา’’ติ จ เกจิ วทนฺติ. อาจริโย ปน ‘‘อญฺเญนาติ อติจีวริเกน, อญฺญถาติ อิโต วุตฺตคฺคหณปริจฺเฉทโต อญฺเญนา’’ติ เอตฺตกเมว วทติ. อญฺญถาติ ปน สเจ ตีณิปิ นฏฺฐานิ, สนฺตรุตฺตรปรมํ คณฺหิตพฺพํ, สเจ เทฺว วา เอกํ วา นฏฺฐํ, เตน ‘‘อญฺญถาปี’’ติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตนฺติ เอเก. คณฺฐิปเทสุ วิจารณา เอว นตฺถิ, ตสฺมา อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ. ปกติยา สนฺตรุตฺตเรน จรติ, สาสงฺกสิกฺขาปทวเสน วา ตํสมฺมุติวเสน วา ตติยสฺส อลาเภน วา.
๕๒๖. ‘‘ปมาณเมว วฏฺฏตี’’ติ สลฺเลขทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตํ มิจฺฉา คเหตฺวา ญาตกาทิฏฺฐาเน ตทุตฺตริ คณฺหนฺตสฺส อาปตฺตีติ เจ? ตํ ปาฬิยา น สเมติ, ‘‘อนาปตฺติ ญาตกานํ ปวาริตาน’’นฺติ หิ ปาฬิ. เอตฺถ จ ปวาริตา นาม อจฺฉินฺนกาลโต ปุพฺเพ เอว ปวาริตา, น อจฺฉินฺนกาเล. ‘‘อภิหฏฺฐุํ ปวาเรยฺยา’’ติ หิ วุตฺตํ, ตสฺมา โย อจฺฉินฺนกาลสฺสตฺถาย ปวาเรติ, อุโภปิ อปฺปวาริตา เอวาติ เวทิตพฺพา. เต หิ อจฺฉินฺนการณา นฏฺฐการณาว เทนฺติ นาม. อปิจ ยถา ปิฏฺฐิสมเย สตุปฺปาทํ กตฺวา ญาตกปวาริตฏฺฐานโต วสฺสิกสาฏิกํ นิปฺผาเทนฺตสฺส เตน สิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ, ตถา อิธาปิ ญาตกปวาริตฏฺฐาเนปิ อจฺฉินฺนนฏฺฐการณา น วฏฺฏติ, ตสฺมา ‘‘อฏฺฐกถาสุ ปมาณเมว วฏฺฏตี’ติ วุตฺตวจนเมว ปมาณ’’นฺติ ธมฺมสิริตฺเถโร อาห, ตํ อยุตฺตํ, กสฺมา? ยสฺมา อิทํ สิกฺขาปทํ ตทุตฺตริ วิญฺญาเปนฺตสฺส ปญฺญตฺตํ, ตสฺมิญฺจ ‘‘อญฺญาตโก คหปติ วา คหปตานี วา’’ติ มาติกาย ปาฬิ, วิภงฺเค จ ‘‘อญฺญาตโก นาม มาติโต วา…เป… อสมฺพทฺโธ’’ติ ปาฬิ, อนาปตฺติวาเร จ ‘‘ญาตกานํ ปวาริตาน’’นฺติ ปาฬิ, ตสฺมา ติวิธายปิ ปาฬิยา น สเมตีติ อยุตฺตเมว, ตสฺมา เกวลํ สลฺเลขเมว สนฺธาย วุตฺตนฺติ อปเร. อุปริ กาณมาตาสิกฺขาปเท อฏฺฐกถาสุ ปน ‘‘เตสมฺปิ ปาเถยฺยปเหณกตฺถาย ปฏิยตฺตโต ปมาณเมว วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ, น ปน ‘‘ปาฬิยา น สเมตี’’ติ วุตฺตํ, น ตตฺถ จ อิธ จ นานากรณํ ปญฺญายติ, ตสฺมา เถรสฺส ลทฺธิ สุนฺทรา วิย มม ขายติ, วีมํสิตพฺพํ. ยสฺมา ปนิทํ สิกฺขาปทํ อญฺญสฺสตฺถาย วิญฺญาปนวตฺถุสฺมึเยว ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา อิธ ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติ น วุตฺตํ. ‘‘เสสํ อุตฺตานตฺถเมวา’’ติ ปาโฐ. ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติ นิทานวิโรธโต น วุตฺตํ. ตถาปิ อนนฺตเร วุตฺตนเยน ลพฺภตีติ อาจริโย. เอวรูเปสุ คหปติปฏิสํยุตฺตสิกฺขาปเทสุ กิญฺจาปิ ‘‘คหปติ นาม โย โกจิ อคารํ อชฺฌาวสตี’’ติ วุตฺตํ, ตถาปิ ปญฺจ สหธมฺมิเก ฐเปตฺวา อวเสสา จ สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก จ ติตฺถิโย จ เวทิตพฺโพ.
ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ปฐมอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๒๗-๘. อปิ โหติ จิตฺตนฺติ อตฺโถ. เมยฺยาติ ปาฐสฺส มยฺหนฺติ อตฺโถ. น อิเม สุกรา, ‘‘น อิเมสํ สุกรา’’ติ วา ปาโฐ. ‘‘ตสฺส น อิเมสํ สุกรา อจฺฉาเทตุนฺติ อตฺโถ’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ปุพฺเพ อปฺปวาริโต’’ติ วจนโต ตสฺมึ ขเณ ปวาริโตปิ อปฺปวาริโตว โหตีติ.
ปฐมอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ทุติยอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๓๒. ทุติยอุปกฺขเฏน กึปโยชนนฺติ? นตฺถิ, เกวลํ อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน ปญฺญตฺตํ ภิกฺขุนิยา รโหนิสชฺชสิกฺขาปทํ วิย. เอวํ สนฺเต ตนฺติ อนาโรเปตพฺพํ ภเวยฺย วินาปิ เตน ตทตฺถสิทฺธิโต, อนิสฺสรตฺตา, อนาโรเปตุํ อนุญฺญาตตฺตา จ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ…เป… สมูหเนยฺยา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๖). อิทํ สพฺพมการณํ. น หิ พุทฺธา อปฺปโยชนํ วาจํ นิจฺฉาเรนฺติ, ปเคว สิกฺขาปทํ, เตเนวาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ตญฺหิ อิมสฺส อนุปญฺญตฺติสทิส’’นฺติอาทิ. อนุปญฺญตฺติ จ นิปฺปโยชนา นตฺถิ, ตํสทิสญฺเจตํ, น นิปฺปโยชนนฺติ ทสฺสิตํ โหติ, เอวํ สนฺเต โก ปเนตฺถ วิเสโสติ? ตโต อาห ‘‘ปฐมสิกฺขาปเท เอกสฺส ปีฬา กตา, ทุติเย ทฺวินฺนํ, อยเมตฺถ วิเสโส’’ติ. อิมินา อตฺถวิเสเสน โก ปนญฺโญ อติเรกตฺโถ ทสฺสิโตติ? โปราณคณฺฐิปเท ตาว วุตฺตํ ‘‘เอกสฺมิมฺปิ วตฺถุสฺมึ อุภินฺนํ ปีฬา กาตุํ วฏฺฏตีติ อยมติเรกตฺโถ ทสฺสิโต’’ติ. เตเนตํ ทีเปติ ‘‘น เกวลํ ปฏิลทฺธจีวรคณนาเยว อาปตฺติคณนา, ปีฬิตปุคฺคลสงฺขาตวตฺถุคณนายปี’’ติ.
โหนฺติ เจตฺถ –
‘‘วตฺถุโต คณนายาปิ, สิยา อาปตฺติ เนกตา;
อิติ สนฺทสฺสนตฺถญฺจ, ทุติยูปกฺขฏํ อิธ.
‘‘กายสํสคฺคสิกฺขาย, วิภงฺเค วิย กินฺเตตํ;
เอกิตฺถิยาปิ เนกตา, อาปตฺตีนํ ปโยคโต’’ติ.
อปิเจตํ สิกฺขาปทํ ตํชาติเกสุ สิกฺขาปเทสุ สพฺเพสุปิ คเหตพฺพวินิจฺฉยสฺส นยทสฺสนปฺปโยชนนฺติ เวทิตพฺพํ. อาห จ –
‘‘อญฺญาติกาย พหุตาย วิมิสฺสตาย,
อาปตฺติยาปิ พหุตา จ วิมิสฺสตา จ;
อิจฺเจวมาทิวิธิสมฺภวทสฺสนตฺถํ,
สตฺถา อุปกฺขฏมิทํ ทุติยํ อโวจา’’ติ.
ตสฺสายํ สงฺเขปโต อธิปฺปายปุพฺพงฺคมา วิจารณา – ปุราณจีวรํ เอกเมว ภิกฺขุ ภิกฺขุนีหิ ทฺวีหิ, พหูหิ วา โธวาเปติ, ภิกฺขุนิคณนาย ปาจิตฺติยคณนา, ตถา ทฺวินฺนํ, พหูนํ วา สาธารณํ เอกเมว จีวรํ อญฺญตฺร ปาริวตฺตกา ปฏิคฺคณฺหาติ, อิธาปิ ตถา ทฺวินฺนํ, พหูนํ วา สาธารณเมกํ วิญฺญาเปติ, วิญฺญตฺตปุคฺคลคณนาย อาปตฺติคณนา. ตถา อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ สิกฺขาปเทสุ นโย เนตพฺโพ. อยํ ตาว พหุตาย นโย. มิสฺสตาย ปน ญาติกาย, อญฺญาติกาย จ เอกํ โธวาเปติ, เอกโต นิฏฺฐาปเน เอกํ ปาจิตฺติยํ. อถ ญาติกา ปฐมํ โถกํ โธวิตฺวา ฐิตา, ปุน อญฺญาติกา สุโธตํ กโรติ, นิสฺสคฺคิยํ. อถ อญฺญาติกา ปฐมํ โธวติ, ปจฺฉา ญาติกา สุโธตํ กโรติ, อญฺญาติกาย ปโยควเสน ภิกฺขุโน ทุกฺกฏเมว. อญฺญาติกาย จ ญาติกาย จ อญฺญาติกสญฺญี, เวมติโก, ญาติกสญฺญี วา โธวาเปติ, ยถาวุตฺตนเยน นิสฺสคฺคิยทุกฺกฏาทิอาปตฺติเภทคณนา เวทิตพฺพา. ตถา อญฺญาติกาย จ ญาติกาย จ สนฺตกํ จีวรํ อุโภหิ เอกโต ทิยฺยมานํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส, อญฺญาติกาย เอว หตฺถโต ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส จ นิสฺสคฺคิยเมว. อถ ญาติกาย อนาปตฺติ. อถ อุโภสุ อญฺญาติกาทิสญฺญี วุตฺตนเยเนว นิสฺสคฺคิยทุกฺกฏาทิอาปตฺติเภทคณนา เวทิตพฺพา. ตถา อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทสุปิ ยถาสมฺภวํ นโย เนตพฺโพ. อยํ มิสฺสตาย นโย. อาทิ-สทฺเทน ปน อเนเก อญฺญาติกา วิญฺญตฺตาวิญฺญตฺตปุคฺคลคณนาย ทุกฺกฏํ. เอโก เทติ, เอโก น เทติ, นิสฺสคฺคิยํ. อถ อวิญฺญตฺโต เทติ, น นิสฺสคฺคิยํ. อถ วิญฺญตฺตาวิญฺญตฺตานํ สาธารณํ วิญฺญตฺโต เทติ, นิสฺสคฺคิยเมว. อุโภ เทนฺติ, นิสฺสคฺคิยเมว. อวิญฺญตฺโต เทติ, นิสฺสคฺคิเยน อนาปตฺติ. วิญฺญตฺตสฺส วจเนน อวิญฺญตฺโต เทติ, อนาปตฺติ เอว. ตถา อุปกฺขฏาทีสุปิ ยถาสมฺภวํ นโย เนตพฺโพ.
ทุติยอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ราชสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๓๗. ‘‘น โข มยํ, อาวุโส, จีวรเจตาปนฺนํ ปฏิคฺคณฺหาม…เป… กาเลน กปฺปิย’’นฺติ อิโต ปุพฺเพ เอว รูปิยปฏิคฺคหณสิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺตตฺตา วุตฺตํ. อญฺญถา อายสฺมา อุปนนฺโท มํสสฺส เจตาปนฺนํ เอกมฺปิ กหาปณํ หตฺเถน ปฏิคฺคณฺหนฺโต ตโต มหนฺตตรํ จีวรเจตาปนฺนํ กถํ น ปฏิคฺคณฺหิสฺสติ, เอวํ สนฺเตปิ จีวรปฏิสํยุตฺตตฺตา จีวรวคฺเค สงฺคายึสูติ.
๕๓๘-๙. ‘‘อาคตการณํ ภญฺชตี’’ติ วุตฺตตฺตา นนุ ปุน โจเทตุํ น ลภตีติ เอเก. อาคมนสฺส สาตฺถกํ น โหติ, จีวรํ น ลภิสฺสติ ปฏิสนฺถารสฺส กตตฺตาติ เอเก. โจทนาลกฺขณํ น โหตีติ กตฺวา วุตฺตนฺติ เอเก. ‘‘ฐตฺวา โจเทมี’’ติ อาคโต ตํ ฐานํ ภญฺชติ, กโรติ เจกํ, ตีณิปิ เจ กโรติ, เอกเมว, เอกวจนตฺตาติ เอเก. ตีณิ ฐานานิ ภญฺชตีติ เอเก. อุปติสฺสตฺเถโร ‘‘น โจทนาทึ ภญฺชติ, โจเทตุกาโม อกตฺตพฺพํ อกาสิ, เตน วตฺตเภเท ทุกฺกฏ’’นฺติ วทติ. ธมฺมสิริตฺเถโร ปน ‘‘อาสเน เจ นิสีทติ, เอกาย นิสชฺชาย เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ. อามิสํ เจ ปฏิคฺคณฺหาติ, เอเกน ปฏิคฺคเหน เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ. ธมฺมํ เจ ภาสติ, ธมฺมเทสนสิกฺขาปเท วุตฺตปริจฺเฉทาย เอกาย วาจาย เทฺว ฐานานิ ภญฺชติ, ตํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วทติ. ‘‘ยตฺถา’’ติ วุตฺเต อตฺตโน เอว สนฺติกํ คนฺตพฺพนฺติ วุตฺตํ วิย โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘พฺยญฺชนํ ปน น สเมตี’’ติ. อุปาสเกหิ อาณตฺตา ตํ. มูลํ อสาทิยนฺเตนาติ มูลสฺส อกปฺปิยภาเว สติ อสาทิยนฺเตน. ตญฺจ โข จิตฺเตน, น มุเขน. สเจ เอวํ วุตฺเต อกปฺปิยํ ทสฺเสตีติ กตฺวา จิตฺเตน อกปฺปิยํ อิจฺฉนฺโตว มุเขน กปฺปิยํ นิทฺทิสติ ‘‘จีวรํ เม เทถา’’ติ, น วฏฺฏติ. ปฏิลาเภ รูปิยปฏิคฺคหณสิกฺขาปเทน อาปตฺติ.
ตตฺรายํ วิจารณา – จิตฺเตน สาทิยนฺโตปิ มุเขน กปฺปิยโวหาเรน เจ โวหรติ ‘‘กหาปณารเหน, ปาทารเหน วา กปฺปิยภณฺเฑน อิทญฺจิทญฺจ อาหรา’’ติ. กิญฺจาปิ รูปิยํ สนฺธาย วทติ, วฏฺฏติ เอว. กสฺมา? กญฺจิ สสฺสุฏฺฐานกํ ภูมิปเทสํ สนฺธาย ‘‘สีมํ เทมาติ วทนฺติ, วฏฺฏตี’’ติ วจนโต, ‘‘วิหารสฺส เทมา’’ติ วุตฺเต ‘‘ปฏิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วจนโต จ. อนุคณฺฐิปเท ปน วุตฺตํ ‘‘สงฺฆํ สนฺธาย ‘วิหารสฺส เทมา’ติ ทินฺนํ ครุภณฺฑํ น โหติ, ทกฺขิโณทกํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ, ‘สาธู’ติ จ วตฺตุํ, อนุโมเทตุญฺจ วฏฺฏติ. กสฺมา? สงฺฆสฺส ‘วิหาโร’ติ นามาภาวโต, เขตฺตสฺเสว ‘สีมา’ติ นามภาวโต จ, จิตฺเตน อารมฺมณํ กตํ อปฺปมาณํ, กปฺปิยโวหาโรว ปมาณํ. กปฺปิยเมวาจิกฺขิตตฺตา ‘น เตฺววาหํ, ภิกฺขเว, เกนจิ ปริยาเยน ชาตรูปรชตํ สาทิตพฺพํ ปริเยสิตพฺพนฺติ วทามี’ติ (มหาว. ๒๙๙) วจเนนปิ น วิรุชฺฌติ. กปฺปิยวจนปจฺจยา ทายโก สยเมว กตฺตพฺพยุตฺตกํ ชานิสฺสตีติ อธิปฺปายโต ทายเกน เอตสฺส อธิปฺปายํ ญตฺวา กปฺปิยการกสฺส หตฺเถ ฐปิตํ ภิกฺขุสฺส สนฺตกเมว โหตี’’ติ. อิทํ สพฺพมยุตฺตํ, กสฺมา? สีมาวิหารวจนสฺส ทายกวจนตฺตา. อิธ จ ภิกฺขุโน วจนํ ปมาณํ. เตเนวาห ‘‘อถาปิ ‘มม ตฬากํ วา โปกฺขรณึ วา สงฺฆสฺส ทมฺมี’ติ วุตฺเต ‘สาธุ, อุปาสก, สงฺโฆ ปานียํ ปิวิสฺสตี’ติอาทีนิ วตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ เอวา’’ติ. อญฺญถา เขตฺตํ สนฺธาย ภิกฺขุโน เขตฺตปฏิพทฺธวจนานิ สีมาวจเนน กปฺปนฺตีติ อาปชฺชติ. อวิหารสฺส จ ภิกฺขุสฺส รูปิยํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อิทํ วิหารสฺส ทมฺมี’’ติ วุตฺเต อตฺตโน อตฺถาย ทิยฺยมานํ ชานนฺเตนาปิ ตํ อปฺปฏิกฺขิปิตพฺพํ. ตถา กหาปณารหาทิโน อกปฺปิยภณฺฑภาวํ, กหาปณาทิภาวเมว วา ชานนฺตเมว สนฺธาย ตถาโวหรนฺตสฺส จ อนาปตฺตีติ อาปชฺชติ. ‘‘น เตฺววาหํ, ภิกฺขเว, เกนจิ ปริยาเยนา’’ติ นิปฺปเทสโต วุตฺตตฺตา น สกฺกา เลสํ โอฑฺเฑตุนฺติ โน ตกฺโก, วิจาเรตฺวา ปน คเหตพฺพํ. ‘‘โน เจ อิจฺฉติ, น กเถตพฺพ’’นฺติ วจนโต ยถาวุตฺตสามิจิยา อกรเณ อนาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ทสฺเสติ.
‘‘อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ วจนโต ยถาวุตฺตสามิจิมฺปิ น กตฺวา เจ นิปฺผาเทติ, อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปเทน กาเรตพฺโพติ ทสฺเสติ. กปฺปิยการกา สยเมว โจเทตฺวา เทนฺติ, วฏฺฏติ. ‘‘สยํ กรณเมว ปฏิกฺขิตฺต’’นฺติ จ วทนฺติ. ปิณฺฑปาตาทีนํ …เป… เอเสว นโยติ เอตฺถ ‘‘ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ, ททนฺเตสุปีติ อปิ-สทฺเทน สงฺคหิตตฺตา นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยเมว. ชาตรูปรชตํ ‘‘สงฺเฆ สาทิเต ทุกฺกฏ’’นฺติ จ วิกปฺเปนฺติ. ตํ วิเสเสตฺวา นวุตฺตตฺตา ปาจิตฺติยเมวาติ ทสฺเสติ. ‘‘นิสฺสคฺคิยเมวาติ เยวาปนกสิกฺขาปเทสุ สิยา’’ติ วทนฺติ, อุปปริกฺขิตพฺพํ. ‘‘ยสฺส กสฺสจิ หิ อญฺญสฺส…เป… มหาปจฺจริยํ วุตฺต’’นฺติ วจนโต อปพฺพชิตานํ อนฺตมโส มาตาปิตูนมฺปิ อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏเมวาติ ทสฺเสติ.
สพฺพตฺถ สมฺปฏิจฺฉนํ นาม ‘‘อุคฺคเณฺหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺยวา อุปนิกฺขิตฺตํ วา สาทิเยยฺยา’’ติ เอวํ วุตฺตลกฺขณเมว. เอวํ สนฺเตปิ กตฺถจิ ปฏิกฺขิปิตพฺพํ, กตฺถจิ น ปฏิกฺขิปิตพฺพํ, กตฺถจิ ปฏิกฺขิตฺตํ สาทิตุํ วฏฺฏติ, เอวํ อปฺปฏิกฺขิตฺตํ กิญฺจิ วฏฺฏติ, อิทํ สพฺพมฺปิ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ ปนา’’ติ วิตฺถาโร อารทฺโธ. ตตฺถ ‘‘เจติยสฺส…เป… น วฏฺฏตี’’ติ วจนโต อปฺปฏิกฺขิตฺตํ วิหารสฺส ทินฺนํ สาทิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. ตถา เถรสฺส ‘‘มาตุยา เทมา’’ติอาทินา วุตฺเตปิ ปฏิคฺคหเณ อาปตฺติ ปาจิตฺติยเมว. สาปตฺติโก โหตีติ เอตฺถ กาย อาปตฺติยา สาปตฺติโก โหตีติ? ทุกฺกฏาปตฺติยาติ เอเก. น ยาย กายจิ, เกวลํ อฏฺฐาเน โจเทตีติ กตฺวา ‘‘สาปตฺติโก’’ติ วุตฺตํ. ยถา กถนฺติ? ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต สทฺธิวิหาริโก ปณาเมตพฺโพ…เป… ปณาเมนฺโต อนติสาโร’’ติ (มหาว. ๖๘) เอตฺถ น สมฺมาวตฺตนฺตํเยว อปณาเมนฺตสฺส ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. ยถาห – ‘‘น จ, ภิกฺขเว, อสมฺมาวตฺตนฺโต น ปณาเมตพฺโพ, โย น ปณาเมยฺย, อาปตฺติทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๖๘), ตสฺมา อธิมตฺตเปมาทิอภาเวปิ อปณาเมนฺตสฺส อนาปตฺติ ทิสฺสติ. อปิจ ‘‘สาติสาโร โหตี’’ติ วุตฺตํ. เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. อฏฺฐกถาย ‘‘สาติสาโร โหตีติ สโทโส โหติ, อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๖๘) วุตฺตตฺตา น ยุตฺตนฺติ เจ? น, ตทนนฺตรเมว ตํมิจฺฉาคาหนิวตฺตนตฺถํ, ตสฺมา ‘‘น สมฺมาวตฺตนฺโต ปณาเมตพฺโพ’’ติ วุตฺตตฺตา อนาปตฺติกา กตาติ. ทุกฺกฏาปตฺติ โหตีติ อาจริโย, วีมํสิตพฺพํ. ‘‘กปฺปิยภณฺฑมฺปิ อกปฺปิยเมวาติ ตฬากโต นิปฺผนฺนธญฺเญน ปริวตฺเตตฺวา ลทฺธํ โครสมฺปิ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ.
กปฺปิยโวหาเรปิ วิธานํ วกฺขาม, เสยฺยถิทํ – ‘‘อุทกวเสนา’’ติอาทิ. ทุพฺพินิพฺโภคํ โหตีติ อิทํ ปรโต ‘‘ตสฺเสว อกปฺปิยํ. กสฺมา? ธญฺญสฺส วิจาริตตฺตา’’ติ อิมินา อสทิสํ, ตสฺมา สุวุตฺตํ. อิทญฺหิ ภิกฺขุสฺส ปโยควเสน อาทิโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺเนน มิสฺสนฺติ. อกตปุพฺพํ นวสสฺสํ นาม. ขเล วา ฐตฺวา รกฺขตีติ ‘‘อิทํ วา เอตฺตกํ วา มา คณฺห, อิทํ คเหตุํ ลพฺภตี’’ติ วา ‘‘อิโต อปเนหิ, อิธ ปุญฺชํ กโรหี’’ติ เอวมาทินา วา ปโยเคน เจ รกฺขติ, ตํ อกปฺปิยํ. ‘‘สเจ ‘มยิฐิเต รกฺขิตํ โหตี’ติ รกฺขติ, คณฺหนฺเต วา ปสฺสิตฺวา ‘กึ กโรถา’ติ, ภณติ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตํ. รูปิยปฏิคฺคหณสิกฺขาปเท ‘‘ทฺวารํ ปิทหิตฺวา รกฺขนฺเตน วสิตพฺพ’’นฺติ หิ วุตฺตํ. ตสฺเสว ตํ อกปฺปิยํ. กสฺมา? อปุพฺพสฺส อนุปฺปาทิตตฺตา. เหฏฺฐา ‘‘สสฺสํ กตฺวา อาหรถา’’ติ วตฺตุํ ปน น วฏฺฏตีติ. ปณฺเณปิ เอเสว นโย. ‘‘ปกติยา สยเมว กโรนฺตานํ อุสฺสาหชนนโต’’ติ วุตฺตํ. กสฺมา? ‘‘กหาปณานํ วิจาริตตฺตา’’ติ วจนโต, ปเคว อุฏฺฐาปิตตฺตาติ สิทฺธํ โหติ. สเจ ทายกา วา สงฺฆสฺส คามเขตฺตารามาทึ เกณิยา คหิตมนุสฺสา วา ตตฺถ กุฏุมฺพิโน ‘‘อิเม สงฺฆสฺส กหาปณา อาหฏา’’ติ วทนฺติ, ‘‘น กปฺปตี’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ. กปฺปิยการกาว เจ วทนฺติ, ‘‘สงฺฆสฺส กหาปณา น กปฺปนฺติ, สปฺปิอาทีนิ วฏฺฏนฺตี’’ติ วตฺตพฺพํ, ตสฺมา ‘‘สงฺฆสฺส กปฺปิยการเก วา คุตฺตฏฺฐานํ วา อาจิกฺขถา’’ติ วตฺวา เตหิ สมฺปาทิตํ เกนจิ อกตฺตพฺพตาย ‘‘อิมินา สปฺปึ อาหราหี’’ติ วิจาเรติ นิฏฺฐาเปตฺวา อิตเรสํ กปฺปิยํ ปรโต ปตฺตจตุกฺเก จตุตฺถปตฺโต วิย. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘อิเม กหาปเณ คเหตฺวา อิมํ เทหี’ติ กหาปเณ ทาเปตฺวา คหิโต, อยํ ปตฺโต เอตสฺเสว ภิกฺขุโน น วฏฺฏติ, ทุพฺพิจาริตตฺตา, อญฺเญสํ ปน วฏฺฏติ, มูลสฺส อสมฺปฏิจฺฉิตตฺตา’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ สพฺเพสํ อกปฺปิยํ. กสฺมา? กหาปณานํ วิจาริตตฺตาติ. อิทํ ทุวุตฺตนฺติ เจ? น, มูลสฺส สมฺปฏิจฺฉิตฏฺฐานํ สนฺธาย อิมสฺส วุตฺตตฺตา ปตฺตจตุกฺเก ทุติยตติยปตฺตา วิย, เตเนว วุตฺตํ สยํการิวาเร ‘‘น กปฺปตี’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพ’นฺติ. ตโต ปรํ มูลํ สมฺปฏิจฺฉติ นาม.
มหาวิสยสิกฺขตฺตา, ราชสิกฺขาปทํ อิทํ;
รญฺโญ วิย ทุวิญฺเญยฺยํ, จิตฺตาธิปฺปายโตปิ วา.
ราชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต จีวรวคฺโค ปฐโม.