๒. โกสิยวคฺโค

๑. โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๔๒. โกสิยการโกติ เอตฺถ โกสํ กโรนฺตีติ ‘‘โกสการา’’ติ ลทฺธโวหารานํ ปาณกานํ โกสโต นิพฺพตฺตํ โกสิยํ นาม. อตฺตนา กตํ เจ? นิสฺสชฺชนกาเล ‘‘สยํ กตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ วตฺตพฺพํ. อุโภหิ เจ กตํ, ยถาปาฐเมว วตฺตพฺพํ. อตฺตนา จ ปเรหิ จ วิปฺปกตํ อตฺตนา ปริโยสาเปตีติอาทิจตุกฺกมฺปิ สมฺภวนฺตํ น ทสฺสิตํ. วินยธมฺมตา เหสา, ยทิทํ เอกสฺมึ ติเก วา จตุกฺเก วา ทสฺสิเต อิตรํ สมฺภวนฺตมฺปิ น วุจฺจตีติ.

โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๔๗. สุทฺธกาฬกานนฺติ เอตฺถ ยถา ปฐเม ‘‘เอเกนปิ โกสิยํสุนา’’ติ วุตฺตํ, ตถา อิธ ‘‘เอเกนปิ อญฺเญน อมิสฺเสตฺวา’’ติ วจนาภาวโต อญฺเญหิ มิสฺสภาเว สติปิ อปญฺญายมานรูปกํ ‘‘สุทฺธกาฬก’’มิจฺเจว วุจฺจตีติ เวทิตพฺพํ.

สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๕๒. ‘‘ธารยิตฺวา เทฺว ตุลา อาทาตพฺพา’’ติ วจนโต ยถา ตุลาธารณาย กาฬกา อธิกา น โหนฺติ, ตถา กาฬกานํ เทฺว ภาวา คเหตพฺพา อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน. กถํ ปญฺญายตีติ? สุทฺธกาฬกปฏิเสธนนิทาเนน. ตติยํ โอทาตานํ จตุตฺถํ โคจริยานนฺติ เหฏฺฐิมปริจฺเฉโท. มาติกาฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอกสฺสปิ กาฬกโลมสฺส อติเรกภาเว นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (กงฺขา. อฏฺฐ. เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ, ตํ ตุลาธารณาย กิญฺจาปิ น สเมติ, อจิตฺตกตฺตา ปน สิกฺขาปทสฺส ปุพฺเพ ตุลาย ธารยิตฺวา ฐปิเตสุ เอกมฺปิ โลมํ ตตฺถ ปเตยฺย นิสฺสคฺคิยนฺติ อธิปฺปาโยติ โน ตกฺโก. อญฺญถา เทฺว ตุลา นาทาตพฺพา, อูนกตรา อาทาตพฺพา สิยุํ. น หิ โลมํ คเณตฺวา ตุลาธารณา กรียติ. อถ คเณตฺวาว กาตพฺพํ. กึ ตุลาธารณาย ปโยชนนฺติ เกจิ. ‘‘โคจริยโอทาเตสุ เอกเมว ทิคุณํ กตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, อฏฺฐกถายํ อวิจาริตตฺตา วีมํสิตพฺพํ.

เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๖๒. นวํ นาม กรณํ อุปาทายาติ อิทํ อาทิกรณโต ปฏฺฐาย วสฺสคณนํ ทีเปติ. กริตฺวา วาติ วจนํ นิฏฺฐานทิวสโต ปฏฺฐายาติ ทีเปติ. ธาเรตพฺพนฺติ วจนํ ปน ปริโภคโต ปฏฺฐายาติ ทีเปติ, ยสฺมา ลทฺธสมฺมุติกสฺส คตคตฏฺฐาเน ฉนฺนํ ฉนฺนํ วสฺสานํ โอรโตว กตานิ พหูนิปิ โหนฺติ, ตสฺมา อญฺญํ นวนฺติ กึ กตโต อญฺญํ, อุทาหุ ธาริตโต อญฺญนฺติ? กิญฺเจตฺถ ยทิ กตโต อญฺญํ, เตสุ อญฺญตรํ ทุกฺกตํ วา ปริโภคชิณฺณํ วา ปุน กาตุํ วฏฺฏติ, ตญฺจ โข วินาปิ ปุราณสนฺถตสฺส สุคตวิทตฺถึ อปฺปฏิสิทฺธปริยาปนฺนตฺตา. กตโต หิ อญฺญํ ปฏิสิทฺธํ, อิทญฺจ ปุพฺพกตนฺติ ตโต อนนฺตรสิกฺขาปทวิโรโธ โหติ. อถ ธาริตโต อญฺญํ นาม, สมฺมุติ นิรตฺถิกา อาปชฺชติ, ปฐมกตํ เจ อปริภุตฺตํ, สติยาปิ สมฺมุติยา อญฺญํ นวํ น วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย? ตตฺริทํ สนฺนิฏฺฐานนิทสฺสนํ – นิฏฺฐานทิวสโต ปฏฺฐาย ฉนฺนํ ฉนฺนํ วสฺสานํ ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ. ตตฺถ จ สตฺตเม วสฺเส สมฺปตฺเต ฉพฺพสฺสานิ ปริปุณฺณานิ โหนฺติ. ตญฺจ โข มาสปริจฺเฉทวเสน, น วสฺสปริจฺเฉทวเสน. สตฺตเม ปริปุณฺณญฺจ อูนกญฺจ วสฺสํ นาม, ตสฺมา วิปฺปกตสฺเสว สเจ ฉพฺพสฺสานิ ปูเรนฺติ, ปุน นิฏฺฐานทิวสโต ปฏฺฐาย ฉพฺพสฺสานิ ลภนฺติ. ตญฺจ โข ปริภุตฺตํ วา โหตุ อปริภุตฺตํ วา, ธาริตเมว นาม. ยสฺมา ‘‘นวํ นาม กรณํ อุปาทาย วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ฉนฺนํ วสฺสานํ ปรโต ตเมว ปุพฺพกตํ ทุกฺกตภาเวน, ปริโภคชิณฺณตาย วา วิชเฏตฺวา ปุน กโรติ, นิฏฺฐานทิวสโต ปฏฺฐาย ฉพฺพสฺสปรมตา ธาเรตพฺพํ, อติเรกํ วา. อนฺโต เจ กโรติ, ตเทว อญฺญํ นวํ นาม โหติ กรณํ อุปาทาย, ตสฺมา นิสฺสคฺคิยํ. อญฺญถา ‘‘นวํ นาม กรณํ อุปาทายา’’ติ อิมินา น โกจิ วิเสโส อตฺถิ. เอวํ สนฺเต กึ โหติ? อฏฺฐุปฺปตฺตีติ. ‘‘ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหรนฺตี’’ติ หิ ตตฺถ วุตฺตํ, ตญฺจ อญฺญสฺส กรณํ ทีเปติ. ยทิ เอวํ ตํ นิพฺพิเสสเมว อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ. อยํ ปนสฺส วิเสโส, ยสฺมา ‘‘อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชติ, อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตตฺโถ วิเสโสติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘นวํ นาม กรณํ อุปาทาย วุจฺจตี’’ติ วุตฺเต อติเรกจีวรสฺส อุปฺปตฺติ วิย ปฏิลาเภนสฺส อุปฺปตฺติ นวตา อาปชฺชติ. ตโต ปฏิลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย ฉพฺพสฺสปรมตา ธาเรตพฺพํ. โอเรน เจ ฉนฺนํ วสฺสานํ…เป… การาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยนฺติ อาปชฺชติ, ตสฺมา นวํ นาม กรณเมว อุปาทาย วุจฺจติ, น ปฏิลาภํ. โอเรน ฉนฺนํ วสฺสานํ อตฺตโน อนุปฺปนฺนตฺตา ‘‘นว’’นฺติ สงฺขฺยํ คตํ, อปฺปฏิลทฺธํ เจ การาเปยฺย, ยถา ลาโภ, ตถา กเรยฺย วา การาเปยฺย วาติ จ น โหติ. กสฺมา? ยสฺมา อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชติ, อนาปตฺตีติ วิเสโสติ.

ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๖๕. นาสฺสุธ โกจีติ เอตฺถ อสฺสุธ-อิติ อวธารณตฺเถ นิปาโต. ตตฺถ กิญฺจาปิ ‘‘เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู’’ติ พหุวจนํ วุตฺตํ, ตถาปิ เต ภิกฺขู ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา อิธ เตสุ ภิกฺขูสุ โกจิ ภควนฺตํ นาสฺสุธ อุปสงฺกมติ อญฺญตฺร เอเกนาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ตํ สุคฺคาหํ เอกาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ วรนฺติอาทีสุ (มหาว. ๓๓๗) วิย, อนุชานามิ…เป… ยถาสุขํ มํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมนฺตูติ ทสฺสนตฺถาย อุปสงฺกมนฺตุ.

๕๖๖-๗. ‘‘มยํ อายสฺมนฺตํ อุปเสน’’นฺติ ตสฺส คณปาโมกฺขตฺตา วุตฺตํ. อารญฺญิกปิณฺฑปาติกปํสุกูลิกวเสน สพฺพานิ วุตฺตานิ. เตเนวาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สนฺถเต จตุตฺถจีวรสญฺญิตายา’’ติ. กึ สพฺเพปิ เต จีวรํ น พุชฺฌนฺตีติ เจ? ยถา โหตุ. กตมํ จีวรํ นามาติ? ฉนฺนํ อญฺญตรํ วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิมนฺติ. กิญฺจ วายิมํ อวายิมนฺติ? วายิมเมวาติ. กตรสุตฺเตนาติ? อทฺธา โส สุตฺตเมว น ปสฺสติ, สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ, อิทฺธิมยิกญฺจ เทวทตฺติยญฺจ อจีวรํ กโรติ. ยทิ เอวํ อวายิมมฺปีติ วทามีติ. เอวํ สนฺเต สิทฺธา สนฺถเต จีวรสญฺญิตา กมฺพลสีเสน อุณฺณามยสามญฺญโต. กึ ปน เต สนฺถตํ อธิฏฺฐหึสูติ? ทุฏฺฐุ อธิฏฺฐหึสุ อจีวรตฺตา, น อธิฏฺฐานุปคตฺตา จ สนฺถตสฺส. อถ นาธิฏฺฐหึสุ, ปุพฺเพว ตตฺถ อจีวรสญฺญิโน เอเตติ กตฺวา ตตฺถ จีวรสญฺญิตาย ตทุภยํ น ยุชฺชตีติ. กึ ปเนตํ อธิฏฺฐานุปคํ นตฺถีติ? ตตฺเถวาคตํ, อปิเจตํ อวิกปฺปนุปคํ เจ, จีวรํ น โหติ, อญฺญถา ‘‘จีวรํ นาม ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตร’’นฺติ เอตฺตาวตา สิทฺธํ ‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ น วตฺตพฺพํ. อถ น วิกปฺปนุปคมฺปิ จีวรเมว สิทฺธํ, อนธิฏฺฐานุปคํ, อวิกปฺปนุปคญฺจ เอกชฺฌํ ‘‘จีวร’’นฺติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ. เตเนวาห ‘‘เตจีวริกสฺส จตุตฺถจีวรํ วตฺตมานํ อํสกาสาวเมว วฏฺฏตี’’ติ.

อปิจ สนฺถเต จีวรสญฺญิตา น เกวลํ เตสํเยว, อญฺเญสมฺปิ อนุพนฺธติ เอว ‘‘ปุราณสนฺถตํ นาม สกึ นิวตฺถมฺปิ สกึ ปารุตมฺปี’’ติ วจนโต. อฏฺฐกถาจริโย ปนสฺส อจีวรตํ สนฺธายภาสิตตฺถทีปเนน ทีเปติ. นิวตฺถปารุตนฺติ เอเตสํ นิสินฺนญฺเจว นิปนฺนญฺจาติ อตฺโถ. อปิจ เอวํ สนฺเตปิ สนฺถเต จีวรสญฺญิตา อนุพนฺธติ เอว. ขนฺธเก (มหาว. ๓๕๘) หิ ‘‘นิสีทนํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติ จ, ปริวาเร (ปริ. ๓๒๙) ‘‘นว จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานี’’ติ จ นิสีทนสิกฺขาปเท ‘‘ทสา วิทตฺถี’’ติ จ อิธ ‘‘นิสีทนํ นาม สทสํ วุจฺจตี’’ติ จ วุตฺตํ, อฏฺฐกถายญฺจสฺส ‘‘สนฺถตสทิสํ สนฺถริตฺวา เอกสฺมึ อนฺเต สุคตวิทตฺถิยา วิทตฺถิมตฺตปเทเส ทฺวีสุ ฐาเนสุ ผาเลตฺวา ติสฺโส ทสา กรียนฺติ, ตาหิ ทสาหิ สทสํ นาม วุจฺจตี’’ติ จ ‘‘นิสีทนํ วุตฺตนเยน อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ตญฺจ โข ปมาณยุตฺตํ เอกเมว, เทฺว น วฏฺฏนฺตี’’ติ จ วุตฺตํ, ตสฺมา นิสีทนํ นาม นวนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ อธิฏฺฐาตพฺพํ, ตญฺจ สนฺถตสทิสํ เอฬกโลมมยสนฺถตวิเสสนฺติ สิทฺธํ, ตถา นิสีทนเมว นิสีทนสนฺถตญฺจ สิทฺธํ. โปราณคณฺฐิปเท จ ‘‘เอกเมวา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมึ สิทฺเธ สิทฺธา สนฺถเต จีวรสญฺญิตาติ อตฺโถ. กสฺมา? สนฺถตสามญฺญโต.

เอตฺถาห – กถํ อทสเมว สนฺถตํ จีวรสงฺขฺยํ น คจฺฉติ. อเนกมฺปิ อนธิฏฺฐิตมฺปิ มหนฺตมฺปิ วฏฺฏติ, ยโต สทสเมว สนฺถตํ จีวรสงฺขฺยํ คจฺฉติ, ตโต อธิฏฺฐานญฺจ อุปคจฺฉตีติ. อสนฺถตปริยาปนฺนตฺตา โอเรน จ ฉนฺนํ วสฺสานํ วินาปิ สมฺมุตึ, ตญฺจ โปราณํ วิสฺสชฺเชตฺวา เอว, น อวิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘ตญฺจ โข ปมาณยุตฺตํ เอกเมว, เทฺว น วฏฺฏนฺตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) วจนโตติ. อถาปิ สิยา สนฺถตํ สยนตฺถเมว กรียติ, นิสีทนํ อสนฺถตเมวาติ. ตญฺจ น นิยมโต ‘‘ปุราณสนฺถตํ นาม สกึ นิวตฺถํ สกึ ปารุตมฺปี’’ติ วุตฺตตฺตาติ. เอตฺถ วุจฺจติ, น เอตฺถ การณํ ปริเยสิตพฺพํ วินยปญฺญตฺติยา อนญฺญวิสยตฺตา.

สนฺถตสฺส ปน อจีวรภาเว อยํ ยุตฺติ – อาทิโต ‘‘ตีณิ สนฺถตานิ ปน วินยกมฺมํ กตฺวา ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺตี’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต ตานิ อกปฺปิยานีติ สิทฺธํ, ภควตา จ โขมาทีนิ ฉ อนุญฺญาตานีติ โกเสยฺยํ กปฺปิยนฺติ สิทฺธํ. เอวํ สนฺเต สุทฺธโกเสยฺยมฺปิ จีวรํ กปฺปิยํ ชาตํ, ปเคว โกสิยมิสฺสกสนฺถตจีวรนฺติ อาปชฺชติ. ตถา กมฺพลญฺจ อนุญฺญาตํ, ตญฺจ สุทฺธิกมฺปิ โหติ ชาติกาฬกภาเวน, ปเคว โอทาตโคจริยมิสฺสกสนฺถตจีวรนฺติ อาปชฺชติ. ตโต จ อญฺญมญฺญวิโรโธ, ตสฺมา น สนฺถตํ จีวรํ นาม โหติ, นิสีทนํ ปน โหติ ตสฺส ปมาณสณฺฐานปริจฺเฉทสมฺภวโต. เอตฺถาหุ เกจิ อาจริยา ‘‘ทุวิธํ นิสีทนํ สนฺถตํ, อสนฺถตญฺจ. ตตฺถ สนฺถตํ สนฺถตเมว. อสนฺถตํ โขมาทิฉพฺพิธํ, ตทนุโลมํ วา โหติ, อยเมเตสํ วิเสโส’’ติ.

เอตฺถาห – กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘สนฺถตํ ปน ภิกฺขุนา’’ติ สิกฺขาปทํ อปญฺญาเปตฺวา ‘‘นิสีทนสนฺถต’’นฺติ ปญฺญตฺตนฺติ? จีวรสญฺญิตาย สนฺถตานํ อุชฺฌิตตฺตา เตสํ อจีวรภาวทสฺสนตฺถํ ตถา ปญฺญตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ, ตสฺมา เต ภิกฺขู ธุตงฺคเภทภยา ตานิ อุชฺฌิตฺวา เตรสาปิ ธุตงฺคานิ สมาทิยึสุ, สีสทสฺสนวเสน ตีเณว วุตฺตานิ, ภควา จ เตสํ สนฺถตํ อนุชานิ, ตโต เนสํ เอวํ โหติ ‘‘นิสีทนจีวรสณฺฐานมฺเปตํ นิสีทนสนฺถตํ โน อนุญฺญาตํ, จตุตฺถจีวรภาเวน ปเคว กตสนฺถตํ วา’’ติ. ตโต สนฺถเต เนสํ จีวรสญฺญิตา น ภวิสฺสตีติ ตทตฺถํ ภควตา นิสีทนสนฺถตนฺติ ปญฺญตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘ปจฺฉิมานิ เทฺว วฏฺฏนฺตี’’ติ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? ‘‘อนาปตฺติ อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติ วจนโตติ.

นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๗๒-๓. อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺสาติ อิมินา ปกติยา ทีฆมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส อุปฺปนฺนานิปิ ติโยชนปรมเมว หริตพฺพานิ, ปเคว อปฺปฏิปนฺนสฺสาติ ทสฺเสติ. อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส นิสฺสคฺคิยนฺติ วา สมฺพนฺโธ. เตเนว วาสาธิปฺปายสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธคมนุสฺสาหตฺตา ‘‘อปฺปฏิปนฺโน’’ติ สงฺขฺยํ คตสฺส อนาปตฺตีติ สิทฺธา. อิมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป หิ ภิกฺขุโน ปเนว เอฬกโลมานิ อุปฺปชฺเชยฺยุํ…เป… อสนฺเตปิ หารเก อทฺธานํ มคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ โยชนา เวทิตพฺพา. อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพานีติ อตฺตโน สนฺตกานํเยว ติโยชนาติกฺกเม อาปตฺตึ ทสฺเสติ. เตน อนากงฺขมาเนน ปรสนฺตกานิ ปฏิคฺคหิตานิ อติเรกติโยชนํ หรนฺตสฺส อนาปตฺติ สิทฺธา. อยมตฺโถ ‘‘ภิกฺขุโน อุปฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ อิมินา, ‘‘อจฺฉินฺนํ ปฏิลภิตฺวา’’ติ อิมินา จ ทีปิโตว โหตีติ. โปราณคณฺฐิปเท จ ‘‘อญฺญํ ภิกฺขุํ หราเปนฺโต คจฺฉติ เจ, ทฺวินฺนํ อนาปตฺตีติ วุตฺตํ, ตสฺมา เทฺว ภิกฺขู ติโยชนปรมํ ปตฺวา อญฺญมญฺญสฺส ภณฺฑํ ปริวตฺเตตฺวา เจ หรนฺติ, อนาปตฺตีติ สิทฺธํ, เตเนว อนาปตฺติวาเร ‘‘อญฺญํ หราเปตี’’ติ วุตฺตํ. กึ หราเปติ? ชานนฺตํ อชานนฺตํ. กิญฺเจตฺถ ยทิ ชานนฺตํ, ‘‘อญฺโญ หริสฺสตีติ ฐเปติ, เตน หริเตปิ อาปตฺติเยวา’’ติ เอกํสโต น วตฺตพฺพํ. ชานนฺโตปิ หิ เอกจฺโจ หรตีติ. ตโต อฏฺฐกถาย วิรุชฺฌติ. อถ อชานนฺตํ, ‘‘อญฺญสฺส ยาเน วา ภณฺเฑ วา อชานนฺตสฺส ปกฺขิปิตฺวา ติโยชนํ อติกฺกาเมติ, นิสฺสคฺคิยานี’’ติ ปาฬิยา วิรุชฺฌติ, อถ อุโภปิ เอกโต เอกํ ภณฺฑํ หราเปนฺติ, ตมฺปิ นิสฺสคฺคิยํ สิยา. อนิสฺสคฺคิยนฺติ ยุตฺติยา วิรุชฺฌติ ‘‘ติโยชนปรมํ สหตฺถา หริตพฺพานิ อสนฺเต หารเก’’ติ อวิเสเสน จ ปาฬิ วุตฺตา. หารโกปิ สเจตโน อเจตโนติ ทุวิโธ. สเจตโนปิ เอฬกโลมภาวํ วา ‘‘อหมิทํ หรามี’’ติ วา ‘‘มํ เอส อิทํ หราเปตี’’ติ วา ชานนาชานนวเสน ทุวิโธ โหติ. ตตฺถ อเจตโน นาม หารโก นทีโสโต วา นาวา วา อสฺสามิกยานํ วา โหติ. สเจตโน ปากโฏว. ตตฺถ ‘‘มํ เอส อิทํ หราเปตี’’ติ เอตฺตกํ ชานนฺตํ มนุสฺสํ วา ติรจฺฉานคตํ วา อญฺญํ หราเปติ, อนาปตฺตีติ อนุคณฺฐิปทนโย. อยํ ปาฬิยา, อฏฺฐกถาย จ เอกรโส วินิจฺฉโย, ‘‘อสนฺเต หารเก’’ติ กิญฺจาปิ อิทํ อวิเสสโต วุตฺตํ, ‘‘อญฺญสฺส ยาเน วา ภณฺเฑ วา อชานนฺตสฺสา’’ติ วจนโต ปน สเจตโนว หารโก ตตฺถ อธิปฺเปโตติ ปญฺญายติ, โส จ เอฬกโลมภาวญฺจ ‘‘อิทํ หรามี’’ติ จ ชานนฺโต นาธิปฺเปโต. เตน วุตฺตํ ‘‘อญฺโญ หริสฺสตีติ ฐเปติ, เตน หริเตปิ อาปตฺติเยวา’’ติอาทิ. ตตฺถ เหตุกตฺตุโน อภาวโตว. ปาฬิยญฺหิ ‘‘อญฺญํ หราเปตี’’ติ เหตุกตฺตุวเสน วุตฺตา. อิตเร เทฺว ชานนฺตา อิธ สมฺภวนฺติ. ‘‘อชานนฺตสฺส ปกฺขิปิตฺวา’’ติ ปาฬิยํ ‘‘เอส หราเปตี’’ติ วา ‘‘อิทํ ฐานํ อติกฺกมาเปตี’’ติ วา ชานนฺตสฺส ยาเน วา ภณฺเฑ วา ปกฺขิปิตฺวา ติโยชนํ อติกฺกมาเปติ, น นิสฺสคฺคิยา โหนฺตีติ ทีเปติ.

‘‘หราเปตี’’ติ อิทํ เหตุกตฺตุวจนตํ สาเธติ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘สามิกสฺส อชานนฺตสฺเสวา’’ติ อิทํ ‘‘มํ เอส หราเปตี’’ติ เอวํ อชานนฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘สาเรติ โจเทติ อนุพนฺธาเปตี’’ติ อิทํ ‘‘มํ เอส อิทํ ฐานํ อติกฺกมาเปตี’’ติ เอวํ ชานนฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อชานนฺโตปิ สารณาทีหิ ฐิตฏฺฐานํ นาติกฺกมติ, น วา อนุพนฺธติ. อถ สารณาทีหิ อนติกฺกมิตฺวา อตฺตโน รุจิยา อติกฺกมติ อาปตฺติ เอว ภิกฺขุโน เหตุกตฺตุภาวาสมฺภวโต.

อิทานิ ยถาฐิตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย วกฺขาม, ‘‘อสนฺเตปิ หารเก’’ติ หารกาลาภปจฺจยาปิ สยํ หรณโต นิสฺสคฺคิยเมว, ปเคว สติ หารเกติ อยเมโก อตฺโถ. อวธารณตฺถํ อปิ-สทฺทํ คเหตฺวา อสนฺเต เอว หารเก นิสฺสคฺคิยํ, สติ ปน หารเก น เตน หราเปนฺตสฺส นิสฺสคฺคิยนฺติ อยํ ทุติโย อตฺโถ. ‘‘สงฺฆโต วา…เป… อตฺตโน วา ธเนนา’’ติ อิมินา กิญฺจาปิ อจิตฺตกมิทํ สิกฺขาปทํ, สงฺฆาทิโต ปน อตฺตนา อากงฺขมาเนน ปฏิคฺคหิตสฺเสว เอฬกโลมสฺส ติโยชนาติกฺกเม อาปตฺติ, น อชานโต อปฺปฏิคฺคหิตสฺส จีวราทีสุ กุโตจิ ลคฺคสฺส อติกฺกมเนติ ทีเปติ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘กมฺพลสฺส อุปริ นิปชฺชิตฺวา คจฺฉนฺตสฺส สเจ เอกมฺปิ โลมํ จีวเร ลคฺคํ โหติ, อาปตฺติ เอว กมฺพลโต วิชฏิตตฺตา’’ติ วุตฺตํ, ตํ กมฺพลสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา อตฺตโน อิจฺฉาย ปฏิคฺคหิตเมว โหตีติ ยุตฺตํ. ยสฺมา ‘‘อนาปตฺติ กตภณฺเฑ’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตํ อเนกมฺปิ กตภณฺฑฏฺฐานิยเมว โหติ. ตญฺหิ อเนน ปฏิคฺคหิตํ, น โลมํ. อถ โลมมฺปิ อคฺคหิตเมว โหติ, กตภณฺฑํ ทุปฺปริหาริยโลมวินิพฺโภคกตภณฺโฑ นิยโม. เอวํ สนฺเต อกตภณฺเฑ ติกปาจิตฺติยํ, กตภณฺเฑ ติกทุกฺกฏญฺจ นยโต ทสฺเสตพฺพํ ภเวยฺย, อญฺญถา ติกสฺส ทสฺสิตตฺตา. สอุสฺสาหตฺตาติ อปฺปฏิปฺปสฺสทฺธคมนตฺตา. อจิตฺตกตฺตา จาติ ภิกฺขุโน อุสฺสาหานุรูปํ โลมานํ ติโยชนาติกฺกมนโต วินาปิ ปโยคจิตฺเตน หรณจิตฺเตน อาปชฺชติ เอวาติ อธิปฺปาโย. สา อนาปตฺติ ปาฬิยา น สเมตีติ อนฺโต ปน ปโยเคน ติโยชนปรมํ อติกฺกมิตตฺตา อนาปตฺติ. ‘‘ติโยชนํ หรตี’’ติ อิมินา ติโยชนํ ปทสา เนตุกาโมปิ อนฺโตติโยชเน ปเท ปเท ทุกฺกฏํ นาปชฺชตีติ ทสฺเสติ, ตํ ยุตฺตํ ‘‘ติโยชนํ วาสาธิปฺปาโย คนฺตฺวา ตโต ปรํ หรตี’ติ วจนสฺสตฺถิตายา’’ติ วุตฺตํ. ปุนปิ วุตฺตํ ‘‘อญฺญํ หราเปตีติ ‘อิทํ หริสฺสามี’ติ สอุสฺสาหเมว อญฺญํ หราเปตีติ อตฺโถ. อิตรถา คจฺฉนฺตสฺส สีเส ฐเปสิ, ตสฺมึ อชานนฺเตปิ อนาปตฺติ สิยา’’ติ. สเจ ปน ‘‘อคจฺฉนฺเต ยาเน วา’’ติอาทินา นเยน วุตฺตตฺตา หรณาทีหิ ชนิตอุสฺสาหานํ หตฺถิอาทีนํ ‘อิทํ กริสฺสามา’ติ วา ‘หริสฺสามา’ติ วา อาโภเค ชนิเต เอว อนาปตฺติ, น อชนิเตติ อุปติสฺสตฺเถโร อาหา’’ติ จ วุตฺตํ. ปริวตฺเตตฺวา ฐปิเตติ ทฺวินฺนมฺปิ พหิ นิกฺขิปิตตฺตาติ อุปติสฺสตฺเถโร. พหิสีมาย ฐปิตํ ภณฺฑิกํ อนฺโต อนฺโตสีมายํ ฐปิตํ พหิ กโรโต อนาปตฺตีติ เกจิ, น สุนฺทรํ วิย.

๕๗๕. ปฏิลภิตฺวา หรตีติ ปฐมติโยชนโต ปรํ หรติ, น ทุติยาทิโตติ อตฺโถ. กตภณฺเฑ อุปฺปนฺโนกาสาภาวา อนาปตฺติ.

เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๘๑. กิญฺจาปิ ปุราณจีวรโธวนสิกฺขาปเท จีวรํ ฐเปตฺวา ‘‘อญฺญํ ปริกฺขารํ โธวาเปตี’’ติ (ปารา. ๕๐๗) อนาปตฺติวาเร วุตฺตํ. อิมสฺส ปน สิกฺขาปทสฺส อุปฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย เอฬกโลมโธวาปนาทินา อาปตฺตีติ เอเก. สา วา อนาปตฺติ มูลาปตฺติโต เอว, น อิมมฺหาติ เอเก. เอฬกโลมานํ อปริกฺขารตฺตา ภฏฺฐํ อคฺคหณเมวาติ เอเก. อิมสฺส อนฺติมนยสฺส อตฺถปฺปกาสนตฺถํ อิทํ ปญฺหากมฺมํ – ‘‘โธวาเปตี’’ติ อิทํ รชาปนวิชฏาปนคฺคหเณน นิปฺปเทสวาจิปทํ, อุทาหุ อคฺคหเณน สปฺปเทสวาจิปทํ. กิญฺเจตฺถ ยทิ นิปฺปเทสวาจิปทํ, สพฺพตฺถ อิทเมว วตฺตพฺพํ, น อิตรานิ. อถ สปฺปเทสวาจิปทํ, ‘‘อวุตฺตา โธวติ, อปริภุตฺตํ โธวาเปตี’’ติ เอตฺถ วิโรโธ. ‘‘อวุตฺตา รชติ วิชเฏติ, นิสฺสคฺคิย’’นฺติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโตติ? เทสนาวิลาสมตฺตํ ภควโต วจนํ, กตฺถจิ ติกปทวจนํ, กตฺถจิ เอกปทวจนํ, นิปฺปเทสปทเมว เต วทนฺตีติ. สเจ ‘‘กตภณฺฑํ โธวาเปตี’’ติ เอตฺถ ปฏิวิโรโธ, ‘‘กตภณฺฑํ วิชฏาเปติ, อนาปตฺตี’’ติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต อนาปตฺติ เอวาติ เจ? น, อกตภณฺฑสฺส สุทฺธโลมสฺส วิชฏาปนํ อิโต วา ทาตพฺพํ. อุทกาทิโธวนวเสน ปิณฺเฑตฺวา ฐิตานํ วิชฏาปนํ ลพฺภตีติ เจ? ปุราณสนฺถตสฺส วิชฏาปเน อนาปตฺติยา ภวิตพฺพํ, น จ ตํ ยุตฺตํ ‘‘อปริภุตฺตํ โธวาเปตี’’ติ วจนโต. เตน ปริภุตฺตํ โธวาเปติ รชาเปติ วิชฏาเปติ, นิสฺสคฺคิยเมวาติ สิทฺธํ โหติ, ตญฺจ ปริภุตฺตํ นาม กตภณฺฑเมว โหติ. น หิ สกฺกา เอฬกโลมานิ ปริภุญฺชิตุํ, อญฺญถา ‘‘ปริภุตฺตํ โธวาเปตี’’ติ วจนํ นิรตฺถกํ โหติ. น หิ เอตฺถ ‘‘ปุราณานิ เอฬกโลมานิ โธวาเปยฺย วา’’ติ วจนํ อตฺถิ ปุราณจีวรสิกฺขาปเท วิย. ตตฺถ อาทินฺนกปฺปวเสน, อิธ ตํ ลิขิตํ. เลขโทโสติ เจ? น, วิเสสเหตุโน อภาวา, ปุราณจีวรสิกฺขาปเท อปริภุตฺตํ กตภณฺฑํ นาม, ‘‘กมฺพลโกชวสนฺถตาทิ’’นฺติ วจนโต จ. กิญฺจาปิ อิมินา สทฺเทน อยมตฺโถ สิทฺโธ, ‘‘โธวาเปตี’’ติ อิทํ ปน สิยา นิปฺปเทสํ. สิยา สปฺปเทสํ. ตญฺหิ ‘‘อวุตฺตา โธวตี’’ติอาทีสุ นิปฺปเทสํ. ‘‘กตภณฺฑํ โธวาเปตี’’ติ เอตฺถ สปฺปเทสํ. ‘‘อกตภณฺฑํ โธวาเปติ รชาเปติ, อนาปตฺตี’’ติ ‘‘วิชฏาเปติ, อนาปตฺตี’’ติ วจนปฺปมาณโต อนาปตฺติ เอวาติ เจ? น, วจนปฺปมาณโต เอว อาปตฺตีติ อาปชฺชนโต. ‘‘อปริภุตฺตํ โธวาเปตี’’ติ วจนเมว หิ ตํ อปริภุตฺตํ สนฺถตํ วิชฏาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ ทีเปติ เจ? สิทฺธํ ปริภุตฺตํ วิชฏาเปนฺตสฺส อาปตฺติ เอวาติ.

เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. รูปิยสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๘๓-๔. สพฺพมฺปีติ ติวิธมฺปิ. ‘‘มุตฺตา มณิ เวฬุริโย สงฺโข’ติอาทิ ปน กิญฺจาปิ ราชสิกฺขาปเท ‘น วฏฺฏตี’ติ ปสงฺคโต วุตฺตํ, สรูปโต ปน อาปตฺติทสฺสนวเสน สกฏฺฐาเนปิ วตฺตุมารทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ. กถเมตํ? มุตฺตาทีนํ สกฏฺฐานํ ชาตํ, น หิ ตานิ อิธ ปาฬิยํ ทิสฺสนฺตีติ อิมสฺส อฏฺฐกถายํ วุตฺตานิ, ราชสิกฺขาปทสฺสปิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตานีติ. น เกวลํ หิรญฺญสุวณฺณเมว, อญฺญมฺปิ เขตฺตวตฺถาทิกํ ‘‘อกปฺปิยํ น สมฺปฏิจฺฉิตพฺพ’’นฺติ สามญฺเญน, น สรูปโต. ปาฬิยํ ปน สรูปโต ‘‘จีวรเจตาปนฺนํ นาม หิรญฺญํ วา สุวณฺณํ วา มุตฺตา วา มณิ วา’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, ตสฺมา ราชสิกฺขาปทเมวสฺส สกฏฺฐานํ. มุตฺตามณิคฺคหเณน เจตฺถ ตชฺชาติยคฺคหณํ สิทฺธเมวาติ นาคโต อิมสฺส ปฐมเมว ปญฺญตฺตตฺตา. ยทิ เอวํ อิธ อนาคตตฺตา กตรํ เนสํ สกฏฺฐานนฺติ? อิทเมว อตฺถโต, โน สรูปโต.

กถํ? เอตานิ หิ รตนสิกฺขาปเท นิสฺสคฺคิยวตฺถูนิ, ทุกฺกฏวตฺถูนิ จ เอกโต ‘‘รตน’’นฺติ อาคตานิ, ‘‘รตนสมฺมต’’นฺติ กปฺปิยวตฺถุ อาคตํ. เตสุ จ ทสสุ รตเนสุ รชตชาตรูปทฺวยํ อิธ นิสฺสคฺคิยวตฺถุ, อวเสสํ ทุกฺกฏวตฺถูติ สิทฺธํ. อิธ จ สิทฺธตฺตา เอว รตนสิกฺขาปทสฺส อนาปตฺติวาเร ‘‘รตนสมฺมตํ วิสฺสาสํ คณฺหาติ, ตาวกาลิกํ คณฺหาติ, ปํสุกูลสญฺญิสฺสา’’ติ วุตฺตํ, น รตนํ วุตฺตํ. สตฺตวิธธญฺญทาสิทาสเขตฺตาทิ ปน พฺรหฺมชาลาทิสุตฺตวเสน (ที. นิ. ๑.๑ อาทโย) อกปฺปิยนฺติ สิทฺธํ, ตสฺมา อิธ ทุกฺกฏวตฺถูติ สิทฺธํ, เตเนว อนุโยควตฺเต ‘‘ธมฺมํ ชานาติ, ธมฺมานุโลมํ, วินยํ, วินยานุโลมํ ชานาตี’’ติ (ปริ. ๔๔๒) วุตฺตํ. ตถา อามกมํสมฺปิ ทุกฺกฏวตฺถุํ อาปชฺชตีติ? น, อิธ วินเย อนุญฺญาตตฺตา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อมนุสฺสิกาพาเธ อามกมํส’’นฺติอาทินา (มหาว. ๒๖๔), ตสฺมา น อามกมํสํ สุตฺเต อาคตมฺปิ ทุกฺกฏวตฺถุ โหติ, ตถาปิ อตฺตโน ปริโภคตฺถาย ปฏิคฺคหเณ ทุกฺกฏเมวาติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ‘‘อิธ นิกฺขิปาหี’ติ วุตฺเต อุปนิกฺขิตฺตสาทิยนเมว โหตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘อกปฺปิยวิจารณา เอว น วฏฺฏตีติ เจ? กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ นิสฺสาย ฐิตนฺติ เอตฺถ ตํ สยํ อปริโภคารหํ หุตฺวา ตทคฺฆนกํ กปฺปิยภณฺฑํ ปริโภคารหํ หุตฺวา ฐิตนฺติ อตฺโถ’’ติ ลิขิตํ, ‘‘ปํสุกูลภาเวน ฐิตตฺตา, คุตฺตฏฺฐานาจิกฺขนสฺส กปฺปิยตฺตา จ กปฺปิยํ นิสฺสาย ฐิตํ. ‘อิทํ คณฺหา’ติอาทินา วทนฺตสฺส อกปฺปิยตฺตา อกปฺปิยํ นิสฺสาย ฐิต’’นฺติ จ. เอวมฺปิ กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจาติ ‘‘อิมสฺมึ โอกาเส ฐปิตํ, กึ น ปสฺสสีติ เฉกตเร อิเมว กหาปเณ’’ติอาทิวจนสฺส กปฺปิยตฺตา กปฺปิยํ นิสฺสาย ฐิตํ. ‘‘อิทํ คณฺหา’’ติ วุตฺเต ทุพฺพิจาริตตฺตา อตฺตโน อกปฺปิยตฺตา ตโต อาคตํ อกปฺปิยํ นิสฺสาย ฐิตเมว โหติ. ‘‘อิทํ คณฺหา’ติ วุตฺเต เตน คหิเต ‘อุคฺคณฺหาเปยฺย วา’ติ วุตฺตวิธึ น ปาปุณาติ, เกวลํ ทุพฺพิจาริตตฺตา ตสฺเสว ตํ อกปฺปิยํ โหติ, มูลปฏิคฺคหณสฺส สุทฺธตฺตา ปรโต ปตฺตจตุกฺเก ตติยปตฺโต วิยาติ จ เอวํ อุปติสฺสตฺเถโร วทตี’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. กึ พหุนา, วิสุทฺธาคมตฺตา กปฺปิยํ. ทุพฺพิจารณาย สติ อกปฺปิยํ นิสฺสาย ฐิตํ โหตีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ‘‘เอวํ สงฺฆคณาทีนมฺปิ อตฺถาย ปริจฺจตฺเตปิ เตน สมานคติกตฺตา ฐเปตฺวา อาปตฺติวิเสส’’นฺติ วุตฺตํ.

น กิญฺจิ กปฺปิยภณฺฑํ เจตาปิตนฺติ เจตาปิตญฺเจ, อุปายาภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘อุปนิกฺเขปํ ฐเปตฺวาติ สเจ โส อุปาสโก ‘อติพหุํ เอตํ หิรญฺญํ, อิทํ ภนฺเต อชฺเชว น วินาเสตพฺพ’นฺติ วตฺวา สยํ อุปนิกฺเขปเทเส ฐเปติ, อญฺเญน วา ฐปาเปติ, เอตํ อุปนิกฺเขปํ ฐเปตฺวา ตโต ลทฺธํ อุทยํ ปริภุญฺชนฺโต สงฺโฆ ปจฺจเย ปริภุญฺชติ นามา’’ติ วุตฺตํ.

๕๘๕. อยํ กิร อิตฺถํลกฺขณสมฺปนฺโน อุกฺกํสโต. เอวํ องฺคสมฺปนฺโนปิ อปรภาเค โลภวเสน วา อญฺเญน วา การเณน สเจ นิมิตฺตํ กตฺวา ปาเตติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. เสนาสนมฺปิ ปริโภเค ปริโภเคติ ปเวเส ปเวเส. โส หิ การณนฺตเรน รุกฺขมูลิกสฺส, อพฺโภกาสิกสฺสปิ วฏฺฏติ เอว, ฐานนิสชฺชาทิวเสน นิวาสาธิปฺปาเย สติ ปริโภเค ปริโภเค ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ. เภสชฺชสฺส สติปจฺจยตา สพฺพกาลมฺปีติ เอเก. อสนฺนิหิตสฺส ปจฺฉาภตฺตเมว, สนฺนิหิตสฺส ปุเรภตฺตมฺปีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ‘‘ยามกาลิกํ สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกํ อาหารตฺถาย…เป… ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๒๔๔) หิ วุตฺตํ. ทุกฺกฏญฺหิ วิกาลโภชนสิกฺขาปเท อาคตํ วิกาเล อาปชฺชติ, โน กาเล อาหารกาลตฺตา, สนฺนิธิสิกฺขาปเท อาคตํ ปน กาเลปิ สนฺนิธิชาตตฺตา, เตเนว ตตฺถ สตฺตาหกาลิกยาวชีวิกทฺวยเมว วุตฺตนฺติ. ‘‘สติ ปจฺจเย’’ติ วจนโต นายํ วิเสโส ลพฺภตีติ เจ? น, อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต, วจนานิยมโต จ. สนฺนิธิสิกฺขาปเท หิ ‘‘อนาปตฺติ ยาวกาลิกํ ยาวกาลํ นิทหิตฺวา ภุญฺชติ. ยามกาลิกํ ยาเม นิทหิตฺวา ภุญฺชตี’’ติ (ปาจิ. ๒๕๖) เอตฺถ วจนปฺปมาณโต ยามกาลิกํ น ปุเรภตฺเต, น ปจฺฉาภตฺเต, น ทิวเส, น รตฺติยํ ยามเมว นิทหิตฺวา ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อนิฏฺฐปฺปสงฺโค. ตถา ตตฺเถว ‘‘ยามกาลิกํ ยามํ นิทหิตฺวา ภุญฺชติ, สตฺตาหกาลิกํ สตฺตาหํ นิทหิตฺวา ภุญฺชตี’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘สติ ปจฺจเย’’ติ, ตสฺมา สติปจฺจย-วจนํ กตฺถจิ โหติ, กตฺถจิ น โหตีติ วจนานิยมโต อาปตฺติยาปิ อนิยโม สิยา. เอวํ สนฺเตปิ ยถาวุตฺตทุกฺกฏํ อาปชฺชติ เอว. น อนาหารปฺปโยชนตฺตา ยามกาลิกาทีนนฺติ เจ? น, สปฺปิอาทิมิสฺสโภชนสฺส ปณีตโภชนภาวปฺปตฺติโต. อปิจ สพฺพกาลิเกสุ ยาวกาลิกํ โอฬาริกํ, ตํ อาหารตฺถาย ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส กาเล อนาปตฺติ, ปเคว อโนฬาริกํ ยามกาลิกาทึ, อาหารตฺถาย เอว อนุญฺญาตตฺตา. ยาวกาลิเก เอว อนาปตฺตีติ เจ? น, อนาหารตฺถาย คณฺหนฺตสฺส อาปตฺติสมฺภวโต อิตรํ อาหารตฺถาย คณฺหนฺตสฺส วิย, ตสฺมา ยถาวุตฺตเมเวตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ ปาฬึ, ยุตฺติญฺจ อนุโลเมตีติ.

เทสนาสุทฺธีติ เอตฺถ เทสนา นาม วินยกมฺมํ, เตน วุฏฺฐานมฺปิ เทสนา เอว นาม โหตีติ. ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ อวตฺวา ‘‘ปฏิเสวตี’’ติ วุตฺตตฺตา ปฏิคฺคหเณ ปน สตึ อกตฺวา ปริโภเค กโรนฺตสฺส อนาปตฺติ. ขีณาสวา กตกิจฺจตฺตา วิภตฺตทายาทา วิย โหนฺติ, เตน เตสํ สามิปริโภคา โหนฺติ. อญฺญถา ยาวกาลิกภาวํ อนติกฺกนฺตตฺตา วิรุชฺฌติ. อิณปริโภโค น วฏฺฏติ, เภสชฺเช อาปตฺติโต, อิตรสฺมึ อยุตฺตปริโภคโต, อิณํ วิย อนนุญฺญาตภุตฺตตฺตา จ. ‘‘อาทิโต ปฏฺฐาย หิ อลชฺชี นาม นตฺถิ, ตสฺมา น โกจิ สงฺกิตพฺโพ’’ติ ลิขิตํ. ภารภูตา สทฺธิวิหาริกาทโย. ยถาทานเมว คหิตตฺตาติ เอตฺถ ‘‘อตฺตโน หตฺเถน เจ เทติ, น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘อติเรกภาคํ คเหตฺวา ปุนทิวเส อตฺตโน อตฺถาย อุทฺธฏภาคํ ตตฺเถว ทาเปติ, วฏฺฏตี’’ติ จ. ปริวตฺตกํ เทติ, ธมฺมิยญฺเจ, วฏฺฏติ. โน อธมฺมิยํ. ‘‘ตํ ธมฺมานุคฺคเหน อุคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. เกน เลเสนาติ เจ? ‘‘อลพฺภมานาย สามคฺคิยา อนาปตฺติ สมฺโภเค สํวาเส’’ติ (มหาว. ๑๓๐) อิมินา อุปสมฺปทกฺขนฺธกวจนเลเสน.

๕๘๖. อสฺสติยา ทินฺนนฺติ เอตฺถ ‘‘อสฺสติยา ทินฺนํ นาม อปริจฺจตฺตํ โหติ, ตสฺมา ทุสฺสนฺเต พทฺธกหาปณาทีนิ สตึ ปฏิลภิตฺวา ทายกา เจ ปุน คณฺหนฺติ, นิสฺสคฺคิยเมว เทเสตพฺพํ. เตน อกปฺปิยภณฺเฑน เต เจ ทายกา สปฺปิอาทีนิ กิณิตฺวา สงฺฆสฺส เทนฺติ, ตสฺสปิ ภิกฺขุโน กปฺปติ ทายกานํเยว สนฺตกตฺตา. ภิกฺขุนา หิ ‘วตฺถํ คณฺหามี’ติ วตฺถสญฺญาย เอว คหิตํ, น รูปิยสญฺญาย. อิทญฺจ สิกฺขาปทํ อตฺตโน อตฺถาย อุคฺคหณํ สนฺธาย วุตฺตํ, น จ เตน ตํ อตฺตโน อตฺถาย ปเรสํ วา อตฺถาย คหิตํ. อถ เต ทายกา โน เจ อาคนฺตฺวา คณฺหนฺติ, ทายเก ปุจฺฉิตฺวา อตฺตโน อตฺถาย เจ ปริจฺจตฺตํ, สงฺเฆ นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพา. โน เจ, อาปตฺติ เอว เทเสตพฺพา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปุพฺพาปรวิรุทฺธํ. อาปตฺติเทสนาย หิ สติ รูปิยํ ปฏิคฺคหิตนฺติ สิทฺธํ, ตสฺมึ สิทฺเธ ‘‘ตโต อุปฺปนฺนํ ตสฺสปิ กปฺปตี’’ติ อิทํ น ยุชฺชตีติ. กปฺปติ เอวาติ เจ? น, วตฺถุํ อนิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพาติ น ยุชฺชติ. อจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส ยุชฺชตีติ เจ? น, สพฺพตฺถ ‘‘รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ วจนโต. ‘‘รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ หิ วุตฺตํ, อญฺญถา สพฺพตฺถ ‘‘รูปิย’’นฺติ ปทํ นิรตฺถกํ โหติ วินาปิ เตน ตทตฺถสิทฺธิโต. อเนน จ วตฺถํ ปฏิคฺคหิตํ, ทายเกน จ วตฺถเมว ทินฺนํ, วตฺถคตมฺปิ รูปิยํ เถยฺยจิตฺเตน คณฺหนฺโต ปทวาเรน กาเรตพฺโพ. อฏฺฐกถายญฺจ ‘‘รูปิเย อรูปิยสญฺญีติ สุวณฺณาทีสุ ขรปตฺตาทิสญฺญี’’ติ วุตฺตํ ‘‘รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ วจนวเสน.

‘‘อปิจ ปุญฺญกามา’’ติอาทิ ปน วิธานนฺตรทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, เตเนว หิ ‘‘อิมสฺมึ เคเห อิทํ ลทฺธนฺติ สลฺลกฺเขตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. อญฺญถา สลฺลกฺขเณ วิมติวเสน, วิมติยา จ สติ นิสฺสคฺคิยเมว ‘‘รูปิเย เวมติโก’’ติอาทิ วจนโตติ. อิทํ วิธานํ นิรตฺถกเมว อาปชฺชติ, น จ นิรตฺถกํ. กสฺมา? ทุสฺสนฺเต พทฺธกหาปณาทิ อสฺสติยา ทินฺนํ วตฺถสญฺญาย ปฏิคฺคหิตญฺจ, ตโต น รูปิยํ ทินฺนญฺจ โหติ ปฏิคฺคหิตญฺจาติ. เอตฺถ อาปตฺติเทสนากิจฺจํ นตฺถิ, ตํ ปน ทายกานเมว ปฏิทาตพฺพํ. ตโต อุปฺปนฺนํ กปฺปิยภณฺฑญฺจ สพฺเพสํ กปฺปตีติ อิมสฺส วิธานนฺตรทสฺสนตฺถํ ‘‘อปิจ ปุญฺญกามา’’ติอาทีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย.

รูปิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๘๗. ‘‘ชาตรูปรชตปริวตฺตน’’นฺติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน วุตฺตํ, ตถา ‘‘รูปิยํ นาม สตฺถุวณฺโณ กหาปโณ’’ติอาทิ ปาฬิวจนญฺจ. ‘‘อรูปิเย รูปิยสญฺญี รูปิยํ เจตาเปตี’’ติอาทิ ติกวจนโต, ‘‘ทุกฺกฏวตฺถุนา ปน นิสฺสคฺคิยวตฺถุํ เจตาเปนฺตสฺส…เป… นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ครุกสฺส เจตาปิตตฺตา’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต จ ปน อนุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโทเปตฺถ ลพฺภตีติ สิทฺธํ. สตฺถุวณฺโณ จ กหาปโณ จ ตโต เย จญฺเญ โวหารํ คจฺฉนฺตีติ เอวเมตฺถ สมุจฺจโย เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปน สิกฺขาปเท ‘‘นานปฺปการกํ นาม กตมฺปิ อกตมฺปิ กตากตมฺปี’’ติ เอตฺถ วิภตฺตานํ ติณฺณํ รูปิยารูปิยานญฺจ ทฺวินฺนํ วเสน ปญฺจ ติกา วุตฺตา, อฏฺฐกถาจริเยหิ ตทนุโลมโต เอโก ติโก ทสฺสิโตติ สพฺเพ ฉ โหนฺติ.

เอตฺถาห – อญฺญสฺมึ สิกฺขาปเท เอกสฺมึ ติกจฺเฉเท ทสฺสิเต สติปิ สมฺภเว อิตเร น ทสฺสียนฺติ, อิเธว กสฺมา ทสฺสิโตติ? ‘‘นานปฺปการก’’นฺติ มาติกายํ วุตฺตตฺตา อิเธว นานปฺปการภาวทสฺสนตฺถนฺติ. น กยวิกฺกยสิกฺขาปเทปิ วตฺตพฺพปฺปสงฺคโตติ เจ? น, อิธ ทสฺสิตนยตฺตา. อถ จ รูปิยสฺส วิภงฺเค ‘‘เย โวหารํ คจฺฉนฺตี’’ติ อนฺเต วุตฺตตฺตา สตฺถุวณฺณาทโย วฬญฺชนุปคา เอวาติ สิทฺธํ. ตโต อวฬญฺชนุปเคหิ ชาตรูปรชเตหิ โวหาเรน น นิสฺสคฺคิยนฺติ อาปชฺชติ, ตสฺมา ตํ อาปชฺชนตฺถนฺติ ทสฺเสนฺเตน ‘‘กเตน กตํ เจตาเปตี’’ติอาทโย ติกา วุตฺตาติ, เอวํ สนฺเต รูปิยวิภงฺเค ‘‘เย จ โวหารํ คจฺฉนฺตี’’ติ น วตฺตพฺพํ, ตสฺมึ ปเท อวุตฺเต อวฬญฺชนุปคาปิ สงฺคหํ คตาว โหนฺตีติ กตาทีหิ ติกตฺตยสฺส วตฺตพฺพปโยชนํ น ภวิสฺสตีติ เจ? น, กปฺปิยภณฺเฑน กปฺปิยภณฺฑปอวตฺตนสฺสาปิ รูปิยสํโวหารภาวปฺปสงฺคโต. ‘‘เย โวหารํ คจฺฉนฺตี’’ติ วจเนนปิ กมุก กถล กํสภาชน สาฏกาทิปริวตฺตนสฺสปิ รูปิยสํโวหารภาวปฺปสงฺโค เอวาติ เจ? น, กตาทิวจเนน ชาตรูปาทิอกปฺปิยวตฺถูนญฺเญว อธิปฺเปตภาวทีปนโต, ตสฺมา อุภเยนปิ ยเทตํ กตากตาทิเภทํ ปากติกรูปิยํ ยญฺจ กหาปณมาสกสงฺเขปํ, ยญฺจ กหาปณาทิโวหารูปคํ, อุภยมฺเปตํ อิธ จ อนนฺตราตีตสิกฺขาปเท จ รูปิยํ นามาติ อธิปฺเปตตฺถสิทฺธิ โหติ, น ตณฺฑุลาทีนิ, ตตฺถ กตาทิโวหาราสมฺภวโต. เอตฺตาวตา กตาทิติกตฺตยปฺปโยชนํ วุตฺตํ.

อิทานิ เสสตฺติกานิ วุจฺจติ – เอตฺถ หิ ยถาวุตฺตปฺปเภทํ นิสฺสคฺคิยวตฺถุ รูปิยํ นาม, เสสํ ทุกฺกฏวตฺถุปิ กปฺปิยวตฺถุปิ น รูปิยนฺติ อรูปิยํ นาม โหตีติ กตฺวา ‘‘อรูปิเย อรูปิยสญฺญี ปญฺจนฺนํ สหธมฺมิกานํ อนาปตฺตี’’ติ อิทํ น เอกํสิกํ อาปชฺชติ ทุกฺกฏวตฺถุมฺหิ ทุกฺกฏาปชฺชนโต. อิธ วจนปฺปมาณโต นิสฺสคฺคิยวตฺถุโต อญฺญํ อนฺตมโส มุตฺตาทิปิ อรูปิยเมว นาม. ตตฺถ ปญฺจนฺนํ สหธมฺมิกานํ อนาปตฺตีติ เจ? น, ราชสิกฺขาปทวิโรธโต. ตตฺถ หิ ‘‘มุตฺตา วา มณิ วา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา มุตฺตาทิ อกปฺปิยํ ทุกฺกฏวตฺถูติ จ สิทฺธํ นิสฺสคฺคิยวตฺถูสุ อภาวา. เอวํ สนฺเต ‘‘อรูปิเย อรูปิยสญฺญี ปญฺจนฺนํ สหธมฺมิกานํ อนาปตฺตี’’ติ สุทฺธกปฺปิยภณฺฑํ สนฺธาย วุตฺตํ, น สพฺพํ อรูปิยํ. ตโต อญฺญตฺถ ปน ‘‘อรูปิเย รูปิยสญฺญี’’ติอาทิติกทุกฺกเฏ จ อฏฺฐกถายํ ทสฺสิตติเก จ สพฺพํ อรูปิยํ นามาติ เวทิตพฺพํ, ตสฺมา อรูปิยภาวทีปนตฺถํ ทุติโย ติโก วุตฺโต. ตทตฺถเมว อฏฺฐกถายํ ทสฺสิโต เอโก ติโก. กสฺมา น ปาฬิยํ โส วุตฺโตติ เจ? ตตฺถ เจตาปิตอรูปิเย รูปิยฉฑฺฑนกสมฺมุติกิจฺจาภาวโต. ตสฺมิญฺหิ ติเก วุตฺเต กปฺปิยวตฺถุโนปิ อรูปิยฉฑฺฑนกสมฺมุติ ทาตพฺพาติ อาปชฺชติ, ตสฺส วเสน รูปิยฉฑฺฑนกสมฺมุติ เอว น วตฺตพฺพาติ? น, รูปิยสฺสปิ สมฺมุติกิจฺจาภาวปฺปสงฺคโต, ตสฺมา รูปิเย รูปิยสญฺญี กปฺปิยวตฺถุํ เจตาเปติ ปตฺตจตุกฺเก ตติยปตฺตํ วิย, ตํ สงฺฆาทีนํ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, นิสฺสฏฺฐํ ปน อญฺเญสํ กปฺปติ ตติยปตฺโต วิย. อถ สมฺปฏิจฺฉิตรูปิเยน เจตาปิตํ โหติ ทุติยปตฺโต วิย, ตํ วินาปิ สมฺมุติยา โย โกจิ ภิกฺขุ ฉฑฺเฑติ, วฏฺฏติ. ตโต ปรํ ‘‘สเจ ตตฺถ อาคจฺฉติ อารามิโก วา’’ติอาทินา วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ. ตตฺถ ‘‘รูปิเย’’ติ วา ‘‘อรูปิเย’’ติ วา สพฺพตฺถ ภุมฺมปฺปตฺเต อตฺตโน สนฺตกํ, อุปโยคปฺปตฺเต ปรสนฺตกนฺติ เวทิตพฺพํ. เอตฺถาห – อุปติสฺสตฺเถโร ปุริมสิกฺขาปเทน รูปิยปฏิคฺคหณํ วาริตํ, อิมินา สุทฺธาคเมน กปฺปิยการกสฺส หตฺเถ กปฺปิยํ นิสฺสาย ฐิเตน สํโวหาโร วาริโตติ.

๕๘๙. นิสฺสคฺคิยวตฺถุนา นิสฺสคฺคิยวตฺถุํ…เป… อปราปรปริวตฺตเน อิมินาติ เอตฺถ เอกสฺมึ เอว วตฺถุสฺมึ ทฺวินฺนํ สิกฺขาปทานํ วเสน เอกโต อาปตฺติ วุตฺตา, ตํ ปน ปจฺฉิมสฺส วเสน นิสฺสชฺชิตพฺพํ. เอเตน นิสฺสคฺคิยํ อาปนฺนมฺปิ อาปชฺชตีติ เอเก. ปรสฺส รูปิยคฺคหณํ ปริวตฺตนนฺติ รูปิเย อคฺคหิเต ตสฺส อภาวโต อิมินาว อาปตฺติ, น ปุริเมน โอมสวาโท วิย. มุสาวาเทน มุสา วทนฺตสฺสาปิ หิ โอมสวาเทเนว อาปตฺติ. นิสฺสคฺคิยวตฺถุนา ทุกฺกฏ…เป… เอเสว นโยติ เอตสฺส ยุตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย หิ อย’’นฺติ อาห.

วฑฺฒึ ปโยเชนฺตสฺสาติ เอตฺถ อิทํ คเหตฺวา สติ มาเส, สติ สํวจฺฉเร ‘‘เอตฺตกํ เทหี’’ติ เจ วทติ. รูปิยสํโวหาโร โหติ. วินา กปฺปิยการเกน ‘‘เอตฺตกา วุฑฺฒิ โหตุ, เอตฺตกํ คณฺหา’’ติ วทโต ทุกฺกฏํ กยวิกฺกยลกฺขณาภาวโต. ‘‘มูเล มูลสามิกาน’’นฺติอาทิ กปฺปิยกรณูปายทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น เกวลํ นิสฺสฏฺฐํ อปริโภคํ โหติ, ปุน เอวํ กเต ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ตสฺสปิ ปริโภเค มูลสฺส กปฺปิยกรณูปาโย เจ น โหติ, กปฺปิยํ อาจิกฺขิตพฺพนฺติ ยถา ปาฬิยา เจตฺถ กปฺปิยกรณูปาโย, โส จ ตติยปตฺเตปิ, ‘‘ยถา จ อตฺตโน อตฺถาย คหิเต เอวรูปุปาโย, ตถา สงฺฆาทิอตฺถาย คหิเตปิ เอโส วา’’ติ วุตฺตํ. อิเม กิร ปฐมทุติยปตฺเต ยาว คหฏฺเฐน ปริวตฺเตติ, ตาว น กปฺปิยกรณูปาโย, อเนกปุริสยุคมฺปิ ‘‘อกปฺปิยา เอวา’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘สงฺฆสนฺตกํ กปฺปิยภณฺฑํ วิกฺกิณิตฺวา อาคตกหาปณานิปิ ปฏิคฺคหณํ โมเจตฺวาว สมฺปฏิจฺฉิตพฺพานิ, ตสฺมา กปฺปิยการโก เจ อิมานิ ตานิ กหาปณานีติ วทติ, น วฏฺฏติเยว, ปฏิกฺขิปิตพฺพํ, น วิจาเรตพฺพํ, วิจาเรติ เจ? สพฺเพสํ น กปฺปติ. ปฏิคฺคหณํ โมเจตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตานิ เจ วิจาเรติ, ตสฺเสว น วฏฺฏตี’’ติ อภิกฺขณํ วุตฺตํ.

รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. กยวิกฺกยสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๙๓. ปฏปิโลติกานนฺติ ปฏปิโลติเกหิ. ‘‘อชฺฌาจรติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ อิทํ ปุริมสิกฺขาปเทปิ เวทิตพฺพํ. ‘‘กยิตญฺจ โหติ วิกฺกยิตญฺจา’’ติ เอเตสํ ปทานํ วิปรีตโต ‘‘อตฺตโน ภณฺฑ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. กสฺมา? ‘‘อิมินา อิม’’นฺติ วจนานุรูปโต. สทฺธาเทยฺยวินิปาตนํ ปเนตฺถ อฏฺฐานปทานํ วเสน เวทิตพฺพํ.

กยวิกฺกยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิโต โกสิยวคฺโค ทุติโย.