๒. อโนตฺตปฺปีสุตฺตวณฺณนา
๑๔๕. เตน รหิโตติ เตน สมฺมาวายาเมน รหิโต. นิพฺภโยติ ภยรหิโต. กุสลานุปฺปาทนมฺปิ หิ สาวชฺชเมว อญฺญาณาลสิยเหตุกตฺตา. สมฺพุชฺฌนตฺถายาติ อริยมคฺเคหิ สมฺพุชฺฌนาย. โยเคหิ เขมํ เตหิ อนุปทฺทุตตฺตา.
มนุญฺญวตฺถุนฺติ มโนรมํ โลภุปฺปตฺติการณํ. ยถา วา ตถา วาติ สุภสุขาทิวเสน. เตติ โลภาทโย. อนุปฺปนฺนาติ เวทิตพฺพา ตถารูเป วตฺถารมฺมเณ ตถา อนุปฺปนฺนปุพฺพตฺตา. อญฺญถาติ วุตฺตนเยเนว วตฺถารมฺมเณหิ อโยเชตฺวา คยฺหมาเน. วตฺถุมฺหีติ อุปฏฺฐากาทิจีวราทิวตฺถุมฺหิ. อารมฺมเณติ มนาปิยาทิเภเท อารมฺมเณ. ตาทิเสน ปจฺจเยนาติ อโยนิโสมนสิการสติโวสฺสคฺคาทิปจฺจเยน. อิเมติ วุตฺตนเยน ปจฺจยลาเภน ปจฺฉา อุปฺปชฺชมานา ปาฬิยํ ตถา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ อุปฺปชฺชมานตาย นปฺปหียนฺติ นาม. อนุปฺปาโท หิ ปรมตฺถโต ปหานํ กถิตํ, ตสฺมา ตตฺถ กถิตนเยเนว คเหตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
อปฺปฏิลทฺธาติ อนุปฺปตฺติยา. เตติ ยถาวุตฺตสีลาทิอนวชฺชธมฺมา. ปฏิลทฺธาติ อธิคตา. ‘‘สีลาทิธมฺมา’’ติ เอตฺถ ยทิ มคฺคผลานิปิ คหิตานิ, อถ กสฺมา ‘‘ปริหานิวเสนา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ. อิมสฺส ปน สมฺมปฺปธานสฺสาติ จตุตฺถสฺส สมฺมปฺปธานสฺส วเสน. อยํ เทสนาติ ‘‘อุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’’นฺติ อยํ เทสนา กตา. ทุติยมคฺโค วา…เป… สํวตฺเตยฺยาติ อิทํ อายตึ สตฺตสุ อตฺตภาเวสุ อุปฺปชฺชมานทุกฺขสงฺขาตอนตฺถุปฺปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘อาตาปี โอตฺตปฺปี ภพฺโพ สมฺโพธายา’’ติอาทิวจนโต ‘‘อิเม จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา ปุพฺพภาควิปสฺสนาวเสน กถิตา’’ติ วุตฺตํ.
อโนตฺตปฺปีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.