นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

สํยุตฺตนิกาเย

นิทานวคฺคฏีกา

๑. นิทานสํยุตฺตํ

๑. พุทฺธวคฺโค

๑. ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตวณฺณนา

๑. ทุติยสุตฺตาทีนิปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวเสเนว เทสิตานีติ อาห ‘‘ปฐมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺต’’นฺติ. ตตฺราติ ปทํ เย เทสกาลา อิธ วิหรณกิริยาย วิเสสนภาเวน วุตฺตา, เตสํ ปริทีปนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ สมยํ…เป… ทีเปตี’’ติ อาห. ตํ-สทฺโท หิ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ปฏินิทฺเทโส, ตสฺมา อิธ เทสสฺส กาลสฺส วา ปฏินิทฺเทโส ภวิตุํ อรหติ, น อญฺญสฺส. อยํ ตาว ตตฺรสทฺทสฺส ปฏินิทฺเทสภาเว อตฺถวิภาวนา. ยสฺมา ปน อีทิเสสุ ฐาเนสุ ตตฺรสทฺโท ธมฺมเทสนาวิสิฏฺฐํ เทสํ กาลญฺจ วิภาเวติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ภาสิตพฺพยุตฺเต วา เทสกาเล’’ติ. เตน ตตฺราติ ยตฺถ ภควา ธมฺมเทสนตฺถํ ภิกฺขู อาลปิ อภาสิ, ตาทิเส เทเส, กาเล วาติ อตฺโถ. น หีติอาทินา ตเมวตฺถํ สมตฺเถติ.

นนุ จ ยตฺถ ฐิโต ภควา ‘‘อกาโล โข ตาวา’’ติอาทินา พาหิยสฺส ธมฺมเทสนํ ปฏิกฺขิปิ, ตตฺเถว อนฺตรวีถิยํ ฐิโตว ตสฺส ธมฺมํ เทเสสีติ? สจฺจเมตํ. อเทเสตพฺพกาเล อเทสนาย หิ อิทํ อุทาหรณํ. เตนาห ‘‘อกาโล โข ตาวา’’ติ. ยํ ปน ตตฺถ วุตฺตํ ‘‘อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหา’’ติ, ตมฺปิ ตสฺส อกาลภาวสฺเสว ปริยาเยน ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตสฺส หิ ตทา อทฺธานปริสฺสเมน รูปกาเย อกมฺมญฺญตา อโหสิ, พลวปีติเวเคน นามกาเย. ตทุภยสฺส วูปสมํ อาคเมนฺโต ปปญฺจปริหารตฺถํ ภควา ‘‘อกาโล โข’’ติ ปริยาเยน ปฏิกฺขิปิ. อเทเสตพฺพเทเส อเทสนาย ปน อุทาหรณํ ‘‘อถ โข ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ, วิหารโต นิกฺขมิตฺวา วิหารปจฺฉายายํ ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีที’’ติ เอวมาทิกํ อิธ อาทิสทฺเทน สงฺคหิตํ. ‘‘ส โข โส ภิกฺขเว พาโล อิธ ปาปานิ กมฺมานิ กริตฺวา’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๔๘) ปทปูรณมตฺเต โข-สทฺโท, ‘‘ทุกฺขํ โข อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๒๑) อวธารเณ, ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, อาวุโส, สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต สาวกา วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๑) อาทิกาลตฺเถ, วากฺยารมฺเภติ อตฺโถ. ตตฺถ ปทปูรเณน วจนาลงฺการมตฺตํ กตํ โหติ, อาทิกาลตฺเถน วากฺยสฺส อุปญฺญาสมตฺตํ, อวธารณตฺเถน ปน นิยมทสฺสนํ. ‘‘ตสฺมา อามนฺเตสิ เอวา’’ติ อามนฺตเน นิยโม ทสฺสิโต โหตีติ.

‘‘ภควาติ โลกครุทีปน’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ปุพฺเพ ‘‘ภควา’’ติ ปทํ วุตฺตนฺติ? ยทิปิ ปุพฺเพ วุตฺตํ, ตํ ปน ยถาวุตฺตฏฺฐาเน วิหรณกิริยาย กตฺตุวิเสสทสฺสนปรํ, น อามนฺตนกิริยาย, อิธ ปน อามนฺตนกิริยาย, ตสฺมา ตทตฺถํ ปุน ภควาติ ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ. ตสฺสตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควาติ โลกครุทีปน’’นฺติ อาห. กถาสวนยุตฺตปุคฺคลวจนนฺติ วกฺขมานาย ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาย สวนโยคฺยปุคฺคลวจนํ. จตูสุปิ ปริสาสุ ภิกฺขู เอว เอทิสานํ เทสนานํ วิเสเสน ภาชนภูตาติ สาติสเยน สาสนสมฺปฏิคฺคาหกภาวทสฺสนตฺถํ อิธ ภิกฺขุคหณนฺติ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สทฺทตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติ อาห. ตตฺถ ภิกฺขโกติ ภิกฺขูติ ภิกฺขนสีลตฺตา ภิกฺขนธมฺมตฺตา ภิกฺขูติ อตฺโถ. ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ พุทฺธาทีหิปิ อชฺฌุปคตํ ภิกฺขาจริยํ อุญฺฉาจริยํ อชฺฌุปคตตฺตา อนุฏฺฐิตตฺตา ภิกฺขุ. โย หิ โกจิ อปฺปํ วา มหนฺตํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต, โส กสิโครกฺขาทีหิ ชีวิกกปฺปนํ หิตฺวา ลิงฺคสมฺปฏิจฺฉเนเนว ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคตตฺตา ภิกฺขุ. ปรปฏิพทฺธชีวิกตฺตา วา วิหารมชฺเฌ กาชภตฺตํ ภุญฺชมาโนปิ ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขุ ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชาย อุสฺสาหชาตตฺตา วา ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขูติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

อาทินา นเยนาติ ‘‘ภินฺนปฏธโรติ ภิกฺขุ, ภินฺทติ ปาปเก อกุสเล ธมฺเมติ ภิกฺขุ, ภินฺนตฺตา ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ภิกฺขู’’ติอาทินา วิภงฺเค (วิภ. ๕๐๙) อาคตนเยน. ญาปเนติ อวโพธเน, ปฏิเวทเนติ อตฺโถ. ภิกฺขนสีลตา, น กสิวาณิชฺชาทีหิ ชีวนสีลตา. ภิกฺขนธมฺมตา ‘‘อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺตี’’ติ (ชา. ๑.๗.๕๙) เอวํ วุตฺตภิกฺขนสภาวตา, น ยาจนาโกหญฺญสภาวตา. ภิกฺขเน สาธุการิตา ‘‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺยา’’ติ (ธ. ป. ๑๖๘) วจนํ อนุสฺสริตฺวา ตตฺถ อปฺปมชฺชตา. อถ วา สีลํ นาม ปกติสภาโว. อิธ ปน ตถาธิฏฺฐานํ. ธมฺโมติ วตํ. อปเร ปน ‘‘สีลํ นาม วตวเสน สมาทานํ. ธมฺโม นาม ปเวณิ-อาคตํ จาริตฺตํ. สาธุการิตา สกฺกจฺจการิตา อาทรกิริยา’’ติ วณฺเณนฺติ.

หีนาธิกชนเสวิตวุตฺตินฺติ เย ภิกฺขุภาเว ฐิตาปิ ชาติมทาทิวเสน อุทฺธตา อุนฺนฬา, เย จ คิหิภาเว ปเรสุ อตฺถิกภาวมฺปิ อนุปคตตาย ภิกฺขาจริยํ ปรมกาปญฺญํ มญฺญนฺติ, เตสํ อุภเยสมฺปิ ยถากฺกมํ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วจเนน หีนชเนหิ ทลิทฺเทหิ ปรมกาปญฺญตํ ปตฺเตหิ ปรกุเลสุ ภิกฺขาจริยาย ชีวิกํ กปฺเปนฺเตหิ เสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตภาวนิคฺคหํ กโรติ, อธิกชเนหิ อุฬารโภคขตฺติยกุลาทิโต ปพฺพชิเตหิ พุทฺธาทีหิ อาชีวโสธนตฺถํ เสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต ทีนภาวนิคฺคหํ กโรตีติ โยเชตพฺพํ. ยสฺมา ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วจนํ อามนฺตนภาวโต อภิมุขีกรณํ, ปกรณโต สามตฺถิยโต จ สุสฺสูสาชนนํ, สกฺกจฺจสวนมนสิการนิโยชนญฺจ โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขโวติ อิมินา’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ สาธุกํ มนสิกาเรปีติ สาธุกํ สวเน สาธุกํ มนสิกาเร จ. กถํ ปวตฺติตา สวนาทโย สาธุกํ ปวตฺติตา โหนฺตีติ? ‘‘อทฺธา อิมาย ปฏิปตฺติยา สกลสาสนสมฺปตฺติ หตฺถคตา ภวิสฺสตี’’ติ อาทรคารวโยเคน กถาทีสุ อปริภวาทินา จ. วุตฺตญฺหิ ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น กถํ ปริโภติ, น กถิกํ ปริโภติ, น อตฺตานํ ปริโภติ, อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ธมฺมํ สุณาติ เอกคฺคจิตฺโต, โยนิโส จ มนสิ กโรติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๕.๑๕๑). เตนาห ‘‘สาธุกํ มนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺตี’’ติ. สาสนสมฺปตฺติ นาม สีลาทินิปฺผตฺติ. ปฐมํ อุปฺปนฺนตฺตา อธิคมวเสน. สตฺถุจริยานุวิธายกตฺตา สีลาทิคุณานุฏฺฐาเนน. ติณฺณํ ยานานํ วเสน อนุธมฺมปฏิปตฺติสมฺภวโต สกลสาสนปฏิคฺคาหกตฺตา.

สนฺติกตฺตาติ สมีปภาวโต. สนฺติกาวจรตฺตาติ สพฺพกาลํ สํวุตฺติภาวโต. ยถานุสิฏฺฐนฺติ อนุสาสนิยานุรูปํ, อนุสาสนึ อนวเสสโต ปฏิคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ. เอกจฺเจ ภิกฺขูติ เย ปฏิจฺจสมุปฺปาทธมฺเม เทสนาปสุตา, เต. ปุพฺเพ ‘‘สพฺพปริสสาธารณา หิ ภควโต ธมฺมเทสนา’’ติอาทินา ภิกฺขูนํ เอว อามนฺตนการณํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ธมฺมเทสนาย ปโยชนํ ทสฺเสตุํ กิมตฺถํ ปน ภควาติ โจทนํ สมุฏฺฐาเปติ. ตตฺถ อญฺญํ จินฺเตนฺตาติ อญฺญวิหิตา. วิกฺขิตฺตจิตฺตาติ อสมาหิตจิตฺตา. ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตาติ หิยฺโย ตโต ปรทิวเสสุ วา สุตธมฺมํ ปติ มนสา อเวกฺขนฺตา. ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ธมฺเม เทสิยมาเน อาทิโต ปฏฺฐาย เทสนํ สลฺลกฺเขตุํ สกฺโกตีติ อิมเมวตฺถํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘เต อนามนฺเตตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ภิกฺขโวติ จ สนฺธิวเสน อิ-การโลโป ทฏฺฐพฺโพ ‘‘ภิกฺขโว อิตี’’ติ, อยญฺหิ อิติสทฺโท เหตุปริสมาปนาทิปทตฺถวิปริยายปการาวธารณนิทสฺสนาทิอเนกตฺถปเภโท. ตถา เหส ‘‘รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา ‘รูป’นฺติ วุจฺจตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๗๙) เหตุมฺหิ ทิสฺสติ, ‘‘ตสฺมาติห เม, ภิกฺขเว, ธมฺมทายาทา ภวถ, มา อามิสทายาทา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๙) ปริสมาปเน, ‘‘อิติ วา เอวรูปา วิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๓) อาทิอตฺเถ ‘‘มาคณฺฑิโยติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺติ พฺยญฺชนํ อภิลาโป’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๗๓, ๗๕) ปทตฺถวิปริยาเย, ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, สปฺปฏิภโย พาโล, อปฺปฏิภโย ปณฺฑิโต. สอุปทฺทโว พาโล, อนุปทฺทโว ปณฺฑิโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๒๔) ปกาเร, ‘‘อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ ปุฏฺเฐน สตา, อานนฺท, อตฺถีติสฺส วจนียํ. กึ ปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ เจ วเทยฺย, ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิจฺจสฺส วจนีย’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๙๖) อวธารเณ, ‘‘สพฺพมตฺถีติ โข, กจฺจาน, อยเมโก อนฺโต, สพฺพํ นตฺถีติ อยํ ทุติโย อนฺโต’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๕; ๓.๙๐) นิทสฺสเน. อิธาปิ นิทสฺสเน เอว ทฏฺฐพฺโพ. ภิกฺขโวติ อามนฺตนากาโร ตเมส อิติ-สทฺโท นิทสฺเสติ ‘‘ภิกฺขโวติ อามนฺเตสี’’ติ. อิมินา นเยน ภทฺทนฺเตติอาทีสุปิ ยถารหํ อิติสทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ปุพฺเพ ‘‘ภควา อามนฺเตสี’’ติ วุตฺตตฺตา ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ อิธ ภควโตติ สามิวจนํ อามนฺตนเมว สมฺพนฺธีอนฺตรํ อเปกฺขตีติ อิมินา อธิปฺปาเยน ‘‘ภควโต อามนฺตนํ ปฏิอสฺโสสุ’’นฺติ วุตฺตํ. ภควโตติ อิทํ ปน ปฏิสฺสวสมฺพนฺเธน สมฺปทานวจนํ. เอตฺตาวตา ยํ กาลเทสเทสกปริสาปเทสปฏิมณฺฑิตํ นิทานํ ภาสิตนฺติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาห – กิมตฺถํ ปน ธมฺมวินยสงฺคเห กริยมาเน นิทานวจนํ, นนุ ภควตา ภาสิตวจนสฺเสว สงฺคโห กาตพฺโพติ? วุจฺจเต – เทสนาย ฐิติอสมฺโมสสทฺเธยฺยภาวสมฺปาทนตฺถํ. กาลเทสเทสกนิมิตฺตปริสาปเทเสหิ อุปนิพนฺธิตฺวา ฐปิตา หิ เทสนา จิรฏฺฐิติกา โหติ อสมฺโมสธมฺมา สทฺเธยฺยา จ, เทสกาลกตฺตุโสตุนิมิตฺเตหิ อุปนิพนฺโธ วิย โวหารวินิจฺฉโย. เตเนว จายสฺมตา มหากสฺสเปน ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตํ, อาวุโส อานนฺท, กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทินา เทสาทิปุจฺฉาสุ กตาสุ ตาสํ วิสฺสชฺชนํ กโรนฺเตน ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อายสฺมตา อานนฺเทน อิมสฺส สุตฺตสฺส นิทานํ ภาสิตํ.

อปิจ สตฺถุ สมฺปตฺติปกาสนตฺถํ นิทานวจนํ. ตถาคตสฺส หิ ภควโต ปุพฺพรจนานุมานาคมตกฺกาภาวโต สมฺมาสมฺพุทฺธภาวสิทฺธิ. น หิ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปุพฺพรจนาทีหิ อตฺโถ อตฺถิ, สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณจารตาย เอกปฺปมาณตฺตา จ เญยฺยธมฺเมสุ. ตถา อาจริยมุฏฺฐิธมฺมมจฺฉริยสตฺถุสาวกานุโรธาภาวโต ขีณาสวตฺตสิทฺธิ. น หิ สพฺพโส ขีณาสวสฺส เต สมฺภวนฺตีติ สุวิสุทฺธา จสฺส ปรานุคฺคหปฺปวตฺติ, เอวํ เทสกสํกิเลสภูตานํ ทิฏฺฐิสีลสมฺปทาทูสกานํ อวิชฺชาตณฺหานํ อจฺจนฺตาภาวสํสูจเกหิ ญาณสมฺปทาปหานสมฺปทาภิพฺยญฺชนเกหิ จ สํพุทฺธวิสุทฺธภาเวหิ ปุริมเวสารชฺชทฺวยสิทฺธิ, ตโต เอว จ อนฺตรายิกนิยฺยานิกธมฺเมสุ สมฺโมหาภาวสิทฺธิโต ปจฺฉิมเวสารชฺชทฺวยสิทฺธีติ ภควโต จตุเวสารชฺชสมนฺนาคโม อตฺตหิตปรหิตปฏิปตฺติ จ นิทานวจเนน ปกาสิตา โหติ, ตตฺถ ตตฺถ สมฺปตฺตปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ฐานุปฺปตฺติกปฏิภาเนน ธมฺมเทสนาทีปนโต, อิธ ปน มูลทฺวยวเสน อนฺตทฺวยรหิตสฺส ติสนฺธิกาลพนฺธสฺส จตุพฺพิธนยสงฺเขปคมฺภีรภาวยุตฺตสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส โพธิยา นิทสฺสนโต จาติ โยเชตพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘สตฺถุ สมฺปตฺติปกาสนตฺถํ นิทานวจน’’นฺติ.

ตถา สาสนสมฺปตฺติปกาสนตฺถํ นิทานวจนํ. ญาณกรุณาปริคฺคหิตสพฺพกิริยสฺส หิ ภควโต นตฺถิ นิรตฺถิกา ปวตฺติ, อตฺตหิตตฺถา วา, ตสฺมา ปเรสํ เอว อตฺถาย ปวตฺตสพฺพกิริยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สกลมฺปิ กายวจีมโนกมฺมํ ยถาปวตฺตํ วุจฺจมานํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ สตฺตานํ อนุสาสนฏฺเฐน สาสนํ, น กพฺพรจนา. ตยิทํ สตฺถุจริตํ กาลเทสเทสกปริสาปเทเสหิ สทฺธึ ตตฺถ ตตฺถ นิทานวจเนหิ ยถารหํ ปกาสียติ, อิธ ปน ทฺวาทสปทิกปจฺจยาการวิภาวเนน เตน. เตน วุตฺตํ ‘‘สาสนสมฺปตฺติปกาสนตฺถํ นิทานวจน’’นฺติ.

อปิจ สตฺถุ ปมาณภาวปฺปกาสเนน สาสนสฺส ปมาณภาวทสฺสนตฺถํ นิทานวจนํ, ตญฺจสฺส ปมาณภาวทสฺสนํ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน ‘‘ภควา’’ติ จ อิมินา ปเทน วิภาวิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ภควา’’ติ จ อิมินา ตถาคตสฺส ราคโทสโมหาทิ-สพฺพสํกิเลสมลทุจฺจริตาทิโทสปฺปหานทีปเนน วจเนน อนญฺญสาธารณสุปริสุทฺธญาณกรุณาทิคุณวิเสสโยคปริทีปเนน ตโต เอว สพฺพสตฺตุตฺตมภาวทีปเนน อยมตฺโถ สพฺพถา ปกาสิโต โหตีติ. อิทเมตฺถ นิทานวจเน ปโยชนนิทสฺสนํ.

นิกฺขิตฺตสฺสาติ เทสิตสฺส. เทสนาปิ หิ เทเสตพฺพสฺส สีลาทิอตฺถสฺส วิเนยฺยสนฺตาเนสุ นิกฺขิปนโต ‘‘นิกฺเขโป’’ติ วุจฺจตีติ ‘‘สุตฺตนิกฺเขปํ ตาว วิจาเรตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหตี’’ติ สามญฺญโต ภควโต เทสนาย สมุฏฺฐานสฺส วิภาคํ ทสฺเสตฺวา ‘‘เอตฺถายํ เทสนา เอวํสมุฏฺฐานา’’ติ เทสนาย สมุฏฺฐาเน ทสฺสิเต สุตฺตสฺส สมฺมเทว นิทานปริชานเนน วณฺณนาย สุวิญฺเญยฺยตฺตา วุตฺตํ. ตโต เหฏฺฐา ‘‘กสฺมา ภควตา ปฏิจฺจสมุปฺปาทวเสเนว เทสนา อารทฺธา’’ติ เกนจิ โจทนาย กตาย ‘‘ปรชฺฌาสโยยํ สุตฺตนิกฺเขโป’’ติ ปริหาโร สุกถิโต โหติ. ตตฺถ ยถา อเนกสตอเนกสหสฺสเภทานิปิ สุตฺตนฺตานิ สํกิเลสภาคิยาทิปธานนเยน โสฬสวิธตํ นาติวตฺตนฺติ, เอวํ อตฺตชฺฌาสยาทิสุตฺตนิกฺเขปวเสน จตุพฺพิธภาวนฺติ อาห ‘‘จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา’’ติ. เอตฺถ จ ยถา อตฺตชฺฌาสยสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติยา จ ปรชฺฌาสยปุจฺฉาหิ สทฺธึ สํสคฺคเภโท สมฺภวติ ‘‘อตฺตชฺฌาสโย จ ปรชฺฌาสโย จ, อตฺตชฺฌาสโย จ ปุจฺฉาวสิโก จ, อตฺตชฺฌาสโย จ ปรชฺฌาสโย จ ปุจฺฉาวสิโก จ, อฏฺฐุปฺปตฺติโก จ ปรชฺฌาสโย จ, อฏฺฐุปฺปตฺติโก จ ปุจฺฉาวสิโก จ, อฏฺฐุปฺปตฺติโก จ ปรชฺฌาสโย จ ปุจฺฉาวสิโก จา’’ติ อชฺฌาสยปุจฺฉานุสนฺธิสมฺภวโต, เอวํ ยทิปิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา อชฺฌาสเยนปิ สํสคฺคเภโท สมฺภวติ, อตฺตชฺฌาสยาทีหิ ปน ปุรโต ฐิเตหิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา สํสคฺโค นตฺถีติ. นยิธ นิรวเสโส วิตฺถารนโย สมฺภวตีติ ‘‘จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา’’ติ วุตฺตํ. ตทนฺโตคธตฺตา วา สมฺภวนฺตานํ เสสนิกฺเขปานํ มูลนิกฺเขปวเสน จตฺตาโรว ทสฺสิตา, ตถาทสฺสนญฺเจตฺถ อยํ สํสคฺคเภโท คเหตพฺโพติ.

ตตฺรายํ วจนตฺโถ – นิกฺขิปียตีติ นิกฺเขโป, สุตฺตํ เอว นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป. อถ วา นิกฺขิปนํ นิกฺเขโป, สุตฺตสฺส นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป, สุตฺตเทสนาติ อตฺโถ. อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย, โส อสฺส อตฺถิ การณภูโตติ อตฺตชฺฌาสโย. อตฺตโน อชฺฌาสโย เอตสฺสาติ วา อตฺตชฺฌาสโย. ปรชฺฌาสเยปิ เอเสว นโย. ปุจฺฉาย วเสน ปวตฺตธมฺโม เอตสฺส อตฺถีติ, ปุจฺฉาวสิโก. สุตฺตเทสนาย วตฺถุภูตสฺส อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อตฺถุปฺปตฺติ, อตฺถุปฺปตฺติเยว อฏฺฐุปฺปตฺติ, สา เอตสฺส อตฺถีติ อฏฺฐุปฺปตฺติโก. อถ วา นิกฺขิปียติ สุตฺตํ เอเตนาติ สุตฺตนิกฺเขโป, อตฺตชฺฌาสยาทิ เอว. เอตสฺมึ ปน อตฺถวิกปฺเป อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย. ปเรสํ อชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย. ปุจฺฉียตีติ ปุจฺฉา, ปุจฺฉิตฺวา ญาตพฺโพ อตฺโถ. ตสฺส ปุจฺฉาวเสน ปวตฺตํ ธมฺมปฏิคฺคาหกานํ วจนํ ปุจฺฉาวสิกํ, ตเทว นิกฺเขปสทฺทาเปกฺขาย ปุลฺลิงฺควเสน ‘‘ปุจฺฉาวสิโก’’ติ วุตฺตํ. ตถา อฏฺฐุปฺปตฺติ เอว อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อปิเจตฺถ ปเรสํ อินฺทฺริยปริปากาทิการณนิรเปกฺขตฺตา อตฺตชฺฌาสยสฺส วิสุํ สุตฺตนิกฺเขปภาโว ยุตฺโต เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว ธมฺมตนฺติฐปนตฺถํ ปวตฺติตเทสนตฺตา. ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ ปน ปเรสํ อชฺฌาสยปุจฺฉานํ เทสนาปวตฺติเหตุภูตานํ อุปฺปตฺติยํ ปวตฺติตานํ กถํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ อนวโรโธ, ปุจฺฉาวสิกอฏฺฐุปฺปตฺติกานํ วา ปรชฺฌาสยานุโรเธน ปวตฺติตานํ กถํ ปรชฺฌาสเย อนวโรโธติ? น โจเทตพฺพเมตํ. ปเรสญฺหิ อภินีหารปริปุจฺฉาทิวินิมุตฺตสฺเสว สุตฺตเทสนาการณุปฺปาทสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติภาเวน คหิตตฺตา ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ วิสุํ คหณํ. ตถา หิ พฺรหฺมชาลธมฺมทายาทสุตฺตาทีนํ วณฺณาวณฺณอามิสุปฺปาทาทิเทสนานิมิตฺตํ ‘‘อฏฺฐุปฺปตฺตี’’ติ วุจฺจติ. ปเรสํ ปุจฺฉํ วินา อชฺฌาสยํ เอว นิมิตฺตํ กตฺวา เทสิโต ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวเสน เอว เทสิโต ปุจฺฉาวสิโกติ ปากโฏวายมตฺโถติ. อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถติ ธมฺมตนฺติฐปนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ทสพลสุตฺตนฺตหารโกติ ทสพลวคฺเค อนุปุพฺเพน นิกฺขิตฺตานํ สุตฺตานํ อาวลิ, ตถา จนฺโทปมหารกาทโย.

วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา สทฺธินฺทฺริยาทโย. อชฺฌาสยนฺติ อธิมุตฺตึ. ขนฺตินฺติ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺตึ. มนนฺติ จิตฺตํ. อภินีหารนฺติ ปณิธานํ. พุชฺฌนภาวนฺติ พุชฺฌนสภาวํ, ปฏิวิชฺฌนาการํ วา.

อุคฺฆฏิตญฺญูติ อุคฺฆฏนํ นาม ญาณุคฺฆฏนํ, ญาเณน อุคฺฆฏิตมตฺเต เอว ธมฺมํ ชานาตีติ อตฺโถ. วิปญฺจิตํ วิตฺถาริตเมว อตฺถํ ชานาตีติ วิปญฺจิตญฺญู. อุทฺเทสาทีหิ เนตพฺโพติ เนยฺโย. พฺยญฺชนปทํ ปรมํ อสฺสาติ ปทปรโม. สห อุทาหฏเวลายาติ อุทาหารธมฺมสฺส อุทฺเทเส อุทาหฏมตฺเต เอว. ธมฺมาภิสมโยติ จตุสจฺจธมฺมสฺส ญาเณน สทฺธึ อภิสมาโยโค. อยํ วุจฺจตีติ อยํ ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทินา นเยน สํขิตฺเตน มาติกาย ฐปิยมานาย เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิตุํ สมตฺโถ ปุคฺคโล ‘‘อุคฺฆฏิตญฺญู’’ติ วุจฺจติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ สํขิตฺเตน มาติกํ ฐเปตฺวา วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สมตฺโถ ปุคฺคโล ‘‘วิปญฺจิตญฺญู’’ติ วุจฺจติ. อุทฺเทสโตติ อุทฺเทสเหตุ, อุทฺทิสนฺตสฺส อุทฺทิสาเปนฺตสฺส วาติ อตฺโถ, ‘‘อุทฺทิสโต’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. ปริปุจฺฉโตติ ปริปุจฺฉนฺตสฺส. อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหตีติ อนุกฺกเมน อรหตฺตปฺปตฺติ โหติ. น ตาย ชาติยา ธมฺมาภิสมโย โหตีติ เตน อตฺตภาเวน มคฺคํ วา ผลํ วา อนฺตมโส ฌานํ วา วิปสฺสนํ วา นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ ปุคฺคโล พฺยญฺชนปทเมว ปรมํ กตฺวา ฐิตตฺตา ‘‘ปทปรโม’’ติ วุจฺจติ.

เอกจราติ วิเวกาภิรติยา เอกวิหาริโน. ทฺวิจราติ เทฺว เอกชฺฌาสยา หุตฺวา ญาณจริยาทิวเสน วิจรนฺตา. เอส นโย เสเสสุ. สตฺตสุญฺญตาปกาสเนน สุญฺญตํ. ตโต เอว สณฺหํ สุขุมํ. ‘‘ปเรสํ อชฺฌาสยวเสน ภควา อิทํ สุตฺตํ อารภี’’ติ วตฺวา เต ปน ‘‘ปเร’’ติ วุตฺตปุคฺคลา อปริกมฺมิกา สุปริโสธิตปุพฺพภาคปฏิปทา จาติ ทุวิธา, ตทุภเยสุ สตฺถุ ปฏิปตฺตึ อุปมามุเขน ปกาเสนฺโต ยถา หีติอาทิมาห. รูปํ น สมุฏฺฐาเปติ ลิขนวเสน น อุปฺปาเทติ. อกตาภินิเวสนฺติ วิปสฺสนาภาวนาย อกตานุโยคํ. สีล…เป… สมฺปทายาติ อสมาทินฺนสีลํ สีลสมฺปทาย, สุปริสุทฺธสีลํ สมาธิสมฺปทาย, อนุชุกตทิฏฺฐิชุกมฺมํ ทิฏฺฐิสมฺปทาย โยเชนฺโตติ โยชนา.

ยนฺติ ยํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ สนฺธาย. สีลนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. ทิฏฺฐิ จาติ กมฺมสฺสกตาทิฏฺฐิ เจว กมฺมปถสมฺมาทิฏฺฐิ จ. ติวิเธนาติ อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา อชฺฌตฺตพหิทฺธาติ เอวํ วิสยภาวโต ติปฺปกาเรน. ยถาวุตฺตทิฏฺฐิวิสุทฺธิยา วิเสสปจฺจยํ สีลํเยว ภาวนาย อธิฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ ‘‘สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐายา’’ติ.

สุธนฺตสุวณฺณํ อปคตสพฺพกาฬกํ. จตุรสฺสาทิโธโต สุปริมชฺชิตมณิกฺขนฺโธ. ปจฺจยธมฺมานํ อวิชฺชาทีนํ ตสฺส ตสฺส ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส เหตุปจฺจยาทิภาโว ปจฺจยากาโร. โส ปน อตฺถโต อวิชฺชา เอวาติ อาห ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทนฺติ ปจฺจยาการ’’นฺติ. เตนาห ‘‘ปจฺจยากาโร หี’’ติอาทิ.

กามํ โว-สทฺโท ปทปรฏฺฐิโต ปฏิโยคีอตฺถวิเสสวาจโก, นามปรภูโต ปน ตํ ตํ กตฺตุกมฺมกรณาทิสาธนวิสิฏฺฐเมว ปโพเธติ, หิ-นิปาตปรภูโต ปน วจนาลงฺการมตฺตเมวาติ อาห ‘‘โวติ…เป… ทิสฺสตี’’ติ. ตํเทสนนฺติ ตสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส เทสนํ. สา หิ อิธ ต-สทฺเทน ปจฺจามสียติ. ‘‘สุณาถา’’ติ โสตวิญฺเญยฺยตาวจนโต น เกวลํ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท.

เอกตฺถเมตํ ปทํ ก-สทฺเทน ปทวฑฺฒนมตฺตสฺส กตตฺตา, ตสฺมา สาธุสทฺทสฺส กโต อตฺถุทฺธาโร สาธุกสทฺทสฺสปิ กโต เอว โหตีติ อธิปฺปาโย. สาธุ ภนฺเตติ ยาจามหํ ภนฺเตติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อายาจเน’’ติ. ปุน สาธุ ภนฺเตติ เอวํ ภนฺเตติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘สมฺปฏิจฺฉเน’’ติ. สาธุ สาธูติ อโห อโหติ อยเมตฺถ อตฺโถติ วุตฺตํ ‘‘สมฺปหํสเน’’ติ. สาธุ ธมฺมรุจีติ ปุญฺญกาโม สุนฺทโรติ อตฺโถ. ปญฺญาณวาติ ปญฺญวา. อทฺทุพฺโภติ อทูสโก. ทฬฺหีกมฺเมติ ถิรีกรเณ สกฺกจฺจกิริยายํ. อาณตฺติยนฺติ อาณาปเน. ‘‘สุณาถ สาธุกํ มนสิ กโรถา’’ติ หิ วุตฺเต สาธุกสทฺเทน สวนมนสิการานํ สกฺกจฺจกิริยา วิย ตทาณาปนมฺปิ วุตฺตํ โหติ. อายาจนตฺถตา วิย จสฺส อาณาปนตฺถตา เวทิตพฺพา.

อิทาเนตฺถ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพาติ สมฺพนฺโธ. โสตินฺทฺริยวิกฺเขปนิวารณํ สวเน นิโยชนวเสน กิริยนฺตรปฏิเสธนภาวโต, โสตํ โอทหถาติ หิ อตฺโถ. มนินฺทฺริยวิกฺเขปนิวารณํ อญฺญจินฺตาปฏิเสธนโต. ปุริมนฺติ ‘‘สุณาถา’’ติ ปทํ. เอตฺถาติ ‘‘สุณาถ, มนสิ กโรถา’’ติ ปททฺวเย, เอตสฺมึ วา อธิกาเร. พฺยญฺชนวิปลฺลาสคฺคาหนิวารณํ โสตทฺวาเร วิกฺเขปปฏิพาหกตฺตา. น หิ ยาถาวโต สุณนฺตสฺส สทฺทโต วิปลฺลาสคฺคาโห โหติ. อตฺถวิปลฺลาสคฺคาหนิวารณํ มนินฺทฺริยวิกฺเขปปฏิพาหกตฺตา. น หิ สกฺกจฺจํ ธมฺมํ อุปธาเรนฺตสฺส อตฺถวิปลฺลาสคฺคาโห โหติ. ธมฺมสฺสวเน นิโยเชติ ‘‘สุณาถา’’ติ วิทหนโต. ธารณูปปริกฺขาสูติ เอตฺถ อุปปริกฺขคฺคหเณเนว ตุลนตีรณาทิเก ทิฏฺฐิยา จ สุปฺปฏิเวธํ สงฺคณฺหาติ. สพฺยญฺชโนติ เอตฺถ ยถาธิปฺเปตมตฺถํ พฺยญฺชยตีติ พฺยญฺชนํ, สภาวนิรุตฺติ. สห พฺยญฺชเนหีติ สพฺยญฺชโน, พฺยญฺชนสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. อรณียโต อุปคนฺตพฺพโต อตฺโถ, จตุปาริสุทฺธิสีลาทิโก. สห อตฺเถนาติ สาตฺโถ, อตฺถสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. ธมฺมคมฺภีโรติอาทีสุ ธมฺโม นาม ตนฺติ. เทสนา นาม ตสฺสา มนสา ววตฺถปิตาย ตนฺติยา เทสนา กถนํ. อตฺโถ นาม ตนฺติยา อตฺโถ. ปฏิเวโธ นาม ตนฺติยา ตนฺติอตฺถสฺส จ ยถาภูตาวโพโธ. ยสฺมา เจเต ธมฺมเทสนาอตฺถปฏิเวธา สสาทีหิ วิย มหาสมุทฺโท มนฺทพุทฺธีหิ ทุกฺโขคาฬฺหา อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา จ, ตสฺมา คมฺภีรา. เตน วุตฺตํ ‘‘ยสฺมา อยํ ธมฺโม…เป… สาธุกํ มนสิ กโรถา’’ติ.

เอตฺถ จ ปฏิเวธสฺส ทุกฺกรภาวโต ธมฺมตฺถานํ เทสนาญาณสฺส ทุกฺกรภาวโต เทสนาย ทุกฺโขคาหตา, ปฏิเวธสฺส ปน อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ตพฺพิสยญาณุปฺปตฺติยา จ ทุกฺกรภาวโต ทุกฺโขคาหตา เวทิตพฺพา. เทสนํ นาม อุทฺทิสนํ สงฺเขปทสฺสนสทิสํ. ตถา หิ วิภงฺคสุตฺเต ‘‘เทเสสฺสามี’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ภาสิสฺสามี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส นิทฺทิสนํ ภาสนนฺติ อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘วิตฺถารโตปิ นํ ภาสิสฺสามีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. ปริพฺยตฺตํ กถนํ วา ภาสนํ.

สาฬิกายิว นิคฺโฆโสติ สาฬิกาย อาลาโป วิย มธุโร กณฺณสุโข เปมนีโย. ปฏิภานํ สทฺโท. อุทีรยีติ อุจฺจารียติ, วุจฺจตีติ อตฺโถ. เอวํ วุตฺเต อุสฺสาหชาตาติ เอวํ ‘‘สุณาถ สาธุกํ มนสิ กโรถ, ภาสิสฺสามี’’ติ วุตฺเต ‘‘น กิร สตฺถา สงฺเขเปเนว เทเสสฺสติ, วิตฺถาเรนปิ ภาสิสฺสตี’’ติ สญฺชาตุสฺสาหา หฏฺฐตุฏฺฐา หุตฺวา.

กตโมติ ตสฺส ปทสฺส สามญฺญโต ปุจฺฉาภาโว ญายติ, น วิเสสโตติ ตสฺส ปุจฺฉาวิเสสภาวํ กเถนฺโต ‘‘กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา’’ติ วตฺวา เตเนว ปสงฺเคน มหานิทฺเทเส อาคตา สพฺพาปิ ปุจฺฉา อตฺถุทฺธารนเยน ทสฺเสติ ‘‘ปญฺจวิธา หิ ปุจฺฉา’’ติอาทินา. ตตฺถ อทิฏฺฐํ โชเตติ เอตายาติ อทิฏฺฐโชตนา. ทิฏฺฐํ สํสนฺทียติ เอตายาติ ทิฏฺฐสํสนฺทนา. สํสนฺทนญฺเจตฺถ สากจฺฉาวเสน วินิจฺฉยกรณํ. วิมตึ ฉินฺทติ เอตายาติ วิมติจฺเฉทนา. อนุมติยา ปุจฺฉนํ อนุมติปุจฺฉา. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว’’ติอาทิปุจฺฉาย หิ ‘‘กา ตุมฺหากํ อนุมตี’’ติ อนุมติ ปุจฺฉิตา โหติ. กเถตุกมฺยตา กเถตุกมฺยตาย.

ลกฺขณนฺติ ญาตุํ ปุจฺฉิโต โย โกจิ สภาโว. อญฺญาตนฺติ เยน เกนจิ ญาเณน อญฺญาตภาวมาห. อทิฏฺฐนฺติ ทสฺสนภูเตน ญาเณน จกฺขุนา วิย น ทิฏฺฐตํ. อตุลิตนฺติ ‘‘เอตฺตกํ อิท’’นฺติ ตุลนภูเตน ญาเณน น ตุลิตตํ. อตีริตนฺติ ตีรณภูเตน ญาเณน อกตญาณกิริยาสมาปนตํ. อวิภูตนฺติ ญาณสฺส อปากฏภาวํ. อวิภาวิตนฺติ ญาเณน อปากฏีกตภาวํ.

ปญฺจสุ ปุจฺฉาสุ ยา พุทฺธานํ สพฺพโต น สนฺติ, ตา ทสฺเสตฺวา อิธาธิปฺเปตปุจฺฉํ นิคเมตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ยทิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ปจฺจยากาโร, อถ กสฺมา ภควตา ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาย สงฺขาราทโย ปจฺจยุปฺปนฺนา กถิตาติ อาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ. ปจฺจยุปฺปนฺนมฺปิ กเถติ ปจฺจยุปฺปนฺนทสฺสเนน ปจฺจยธมฺมานํ ปจฺจยภาวสฺส กถิตภาวโต. อาหารวคฺคสฺสาติอาทิ ‘‘ปจฺจยากาโร ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘สมฺภวนฺตี’’ติ ปาฬิยํ ปรโต วุตฺตํ กิริยาปทํ อาเนตฺวา โยเชติ, อญฺญถา สงฺขารา กึ กตาติ วา กโรนฺตีติ วา น ญาเยยฺย. ปวตฺติยา อนุโลมโต ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา’’ติอาทิกา อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา.

‘‘อวิชฺชาย เตฺววา’’ติอาทิกา ปน ตสฺส วิโลมโต ปฏิโลมกถา. อจฺจนฺตเมว สงฺขาเร วิรชฺชติ เอเตนาติ วิราโค, มคฺโค. อเสสนิโรธาติ อเสเสตฺวา นิโรธา สมุจฺฉินฺทนา. เอวํ นิโรธานนฺติ เอวํ อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุทฺธานํ สงฺขารานํ นิโรธา. อิติ อวิชฺชาทีนํ นิโรธวจเนน อรหตฺตํ วทติ. สกลสฺสาติ อนวเสสสฺส. สตฺตวิรหิตสฺสาติ ปรปริกปฺปิตชีวรหิตสฺส. วินิวตฺเตตฺวาติ อนุปฺปาทนิโรธทสฺสนวเสน วิปริวตฺเตตฺวา.

อตฺตมนาติ ปีติโสมนสฺเสน คหิตจิตฺตา. ตถาภูตา จ หฏฺฐจิตฺตา นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘ตุฏฺฐจิตฺตา’’ติ. ‘‘ตสฺส วจนํ อภินนฺทิตพฺพ’’นฺติ เอตฺถ อภินนฺทนสทฺโท อนุโมทนตฺโถ. ‘‘อภินนฺทิตฺวา’’ติ เอตฺถ สมฺปฏิจฺฉนตฺโถ. อิธ ปน อุภยตฺโถปิ วฏฺฏตีติ อาห ‘‘อนุโมทึสุ เจว สมฺปฏิจฺฉึสุ จา’’ติ.

ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. วิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๒. ทุติเยปีติ ทุติยสุตฺเตปิ. ปิ-สทฺเทน ตทญฺเญสุ สุตฺเตสุปีติ อตฺโถ. ‘‘วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา เอวา’’ติ วตฺวาปิ ตเทกเทสํ อิธ วินิโยคกฺขมํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตนฺติ มูลํ. วิตฺถารเทสนนฺติ ‘‘วิภชิสฺสามี’’ติ ปทสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนวเสน ปวตฺตํ วิภงฺคเทสนํ. อุทฺเทสเทสนา ปฐมสุตฺเต อนุโลมเทสนาสทิสาว. ปุน วฏฺฏวิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโตติ ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว’’ติอาทินา ปวตฺตึ นิวตฺติญฺจ ทสฺเสนฺโต. ปฐมํ อุทฺเทสวเสน วิภชนวเสน วิวฏฺฏํ ทสฺสิตํ, ตโต เอว พฺยติเรกนเยน วิวฏฺฏมฺปิ ทสฺสิตเมว โหตีติ ปุนคฺคหณํ.

เตสํ เตสํ สตฺตานนฺติ อิทํ กิญฺจิ ปการโต อนามสิตฺวา สพฺเพปิ สตฺเต สามญฺญโต พฺยาเปตฺวา คหณนฺติ อาห ‘‘สงฺเขปโต…เป… นิทฺเทโส’’ติ. คติชาติวเสนาติ ปญฺจคติวเสน, ตตฺถาปิ เอเกกาย คติยา ขตฺติยาทิภุมฺมเทวาทิหตฺถิอาทิชาติวเสน จ. ‘‘จิตฺตํ มโน’’ติอาทีสุ วิย กิจฺจวิเสสํ, ‘‘มานส’’นฺติอาทีสุ วิย สมาเน อตฺเถ สทฺทวิเสสํ, ‘‘ปณฺฑร’’นฺติอาทีสุ วิย คุณวิเสสํ, ‘‘เจตสิกํ หทย’’นฺติอาทีสุ วิย นิสฺสยวิเสสํ, ‘‘จิตฺตสฺส ฐิตี’’ติอาทีสุ วิย อญฺญสฺส อวตฺถาภาววิเสสํ, ‘‘อลุพฺภนา’’ติอาทีสุ วิย อญฺญสฺส กิริยาภาววิเสสํ, ‘‘อลุพฺภิตตฺต’’นฺติอาทีสุ วิย อญฺญสฺส อภาวตาวิเสสนฺติ เอวมาทิกํ อนเปกฺขิตฺวา ธมฺมมตฺตํ วา ทีปนา สภาวนิทฺเทโส. ชิณฺณสฺส ชีรณวเสน ปวตฺตนากาโร ชีรณตาติ อาห ‘‘อาการนิทฺเทโส’’ติ.

กาลาติกฺกเม กิจฺจนิทฺเทสาติ กลลกาลโต ปภุติ ปุริมรูปานํ ชราปตฺตกฺขเณ อุปฺปชฺชมานานิ ปจฺฉิมรูปานิ ปริปกฺกรูปานุรูปานิ ปริณตปริณตานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ อนุกฺกเมน สุปริณตรูปานํ ปริปากกาเล อุปฺปชฺชมานานิ ขณฺฑิจฺจาทิสภาวานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ ‘‘ขณฺฑิจฺจ’’นฺติอาทโย กาลาติกฺกเม ชราย กิจฺจนิทฺเทสา. ปกตินิทฺเทสาติ ผลวิปจฺจนปกติยา นิทฺเทสา, ชราย วา ปาปุณิตพฺพผลเมว ปกติ, ตสฺสา นิทฺเทสา, น จ ขณฺฑิจฺจาทีเนว ชราติ อุทกาทิคตมคฺเคสุ ติณรุกฺขสํภคฺคตาทโย วิย ปริปากคตมคฺคสงฺขาเตสุ ปริปุณฺณรูเปสุ ลพฺภมานา ขณฺฑิจฺจาทโย ชราย คตมคฺคาอิจฺเจว เวทิตพฺพา, น ชราติ.

ยสฺมา ชรํ ปตฺตสฺส อายุ หายติ, อินฺทฺริยานิ ชชฺชรานิ โหนฺตีติ อายุหานาทโย ปกตินิทฺเทสา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปจฺฉิมา เทฺว ปกตินิทฺเทสา’’ติ. เตนาห ‘‘อิเมหิ ปนา’’ติอาทิ.

อวิญฺญายมานนฺตรตฺตา อวีจิชรา มณิอาทีสุ มนฺททสกาทีสุ เอเกกทสเกสุ จ ขเณ ขเณ ชิณฺณวิการาทีนํ ทุวิญฺเญยฺยตฺตา. ตโต อญฺเญสูติ มณิอาทิโต อญฺเญสุ อหิจฺฉตฺตกาทีสุ, ปาณีนํ เอกภวปริยาปนฺเน สกลอายุสฺมึ คหิตตรุณยุวาชรากาเลสุ, เอกทฺวิตฺติทิวสาติกฺกเมสุ ปุปฺผาทีสุ วาติ อตฺโถ. ตตฺถ หิ ชราวิเสสสฺส สุวิญฺเญยฺยตฺตา สวีจิชรา นาม.

จวนกวเสนาติ จวนกานํ ขนฺธานํ วเสน. เอกจตุปญฺจกฺขนฺธาย จุติยา จวนเมว จวนตาติ อาห ‘‘ภาววจเนน ลกฺขณนิทสฺสน’’นฺติ, ปาฬิยํ ‘‘จุตี’’ติ วุตฺตสฺส มรณสฺส สภาวทสฺสนนฺติ อตฺโถ. ภงฺคุปฺปตฺติ ภิชฺชมานตา. เตน ‘‘เภโท’’ติ อิมินา ขนฺธานํ ภิชฺชมานตา เภทสมงฺคิตา วุตฺตาติ ทสฺเสติ. ฐานาภาวปริทีปนนฺติ เกนจิปิ อากาเรน อวฏฺฐานาภาวทีปนํ. ฆฏสฺเสวาติ หิ วิสทิสูทาหรณํ. ยถา ฆเฏ ภินฺเน กปาลาทิอวยวเสโส ลพฺภติ, น เอวํ จุติกฺขนฺเธสุ ภงฺเคสุ, น โกจิ วิเสโส ติฏฺฐตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อนฺตรธาน’’นฺติ วุตฺตํ. มจฺจุสงฺขาตํ มรณนฺติ มจฺจุสญฺญิตํ มรณํ. ‘‘กาลมรณ’’นฺติ วทนฺติ. สนฺตานสฺส อจฺจนฺตสมุจฺเฉทภูตํ ขีณาสวานํ มรณํ สมุจฺเฉทมรณํ. อาทิ-สทฺเทน ขณิกมรณํ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส กิริยาติ อนฺตกสฺส กิริยา, ยา โลเก วุจฺจติ ‘‘มจฺจู’’ติ, มรณนฺติ อตฺโถ. จวนกาโล เอว วา อนติกฺกมนียตฺตา วิเสเสน กาโลติ วุตฺโตติ ตสฺส กิริยา อตฺถโต จุติกฺขนฺธานํ เภทปวตฺติเยว. ‘‘มจฺจุ มรณ’’นฺติ วา เอตฺถ สมาสํ อกตฺวา โย ‘‘มจฺจู’’ติ วุจฺจติ เภโท, ตเมว มรณํ ‘‘ปาณจาโค’’ติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

จตุโวการวเสนาติ จตุโวการภววเสน. ตตฺถ หิ รูปกายสญฺญิโต กเฬวโร นตฺถิ, ยํ นิกฺขิเปยฺย. กิญฺจาปิ เอกโวการภเวปิ กเฬวรนิกฺเขโป นตฺถิ, รูปกายสฺส ปน ตตฺถ อตฺถิตามตฺตํ คเหตฺวา ‘‘เอกโวการวเสน กเฬวรสฺส นิกฺเขโป’’ติ วุตฺโต. จตุโวการวเสน จาติ จ-สทฺเทน ‘‘เสสทฺวยวเสน ขนฺธานํ เภโท’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ สพฺพตฺเถว ขนฺธเภทสพฺภาวโต. เสสทฺวยวเสนาติ เสสภวทฺวยวเสเนว กเฬวรสฺส นิกฺเขโป. ยทิปิ เอกโวการภเว รูปกาโย วิชฺชติ, กเฬวรนิกฺเขโป ปน นตฺถีติ ‘‘กเฬวรสฺส สพฺภาวโต’’อิจฺเจว วุตฺตํ. ยสฺมา มนุสฺสาทีสุ กเฬวรนิกฺเขโป อตฺถิ, ตสฺมา มนุสฺสาทีสุ กเฬวรสฺส นิกฺเขโปติ โยชนา. กเฬวรํ นิกฺขิปียติ เอเตนาติ มรณํ กเฬวรสฺส นิกฺเขโป. เอกโต กตฺวาติ เอกชฺฌํ กตฺวา, เอกชฺฌํ คหณมตฺเตน.

ชายนฏฺเฐนาติอาทิ อายตนวเสน โยนิวเสน จ ทฺวีหิ ปเทหิ สพฺพสตฺเต ปริยาทิยิตฺวา ปริยาทิยิตฺวา ชาตึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘กตฺตุภาววเสน ปททฺวยํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘เตสํ เตสํ สตฺตานํ ชาติ สญฺชาตี’’ติ ปน กตฺตริ สามินิทฺเทสสฺส กตตฺตา อุภยตฺถาปิ ภาวนิทฺเทโส. สมฺปุณฺณา ชาติ สญฺชาติ. ปากฏา นิพฺพตฺติ อภินิพฺพตฺติ. เตสํ เตสํ สตฺตานํ…เป… อภินิพฺพตฺตีติ สตฺตวเสน ปวตฺตตฺตา โวหารเทสนา.

ตตฺร ตตฺราติ เอกจตุโวการภเวสุ ทฺวินฺนํ เสสรูปธาตุยํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปชฺชมานานํ ปญฺจนฺนํ, กามธาตุยํ วิกลาวิกลินฺทฺริยานํ วเสน สตฺตนฺนํ นวนฺนํ ทสนฺนํ ปุน ทสนฺนํ เอกาทสนฺนญฺจ อายตนานํ วเสน สงฺคโห เวทิตพฺโพ. สนฺตติยนฺติ เยน กมฺมุนา ขนฺธานํ ปาตุภาโว, เตน อภิสงฺขตสนฺตติยํ. ตญฺจ โข ปฏิสนฺธิกฺขณวเสน เวทิตพฺพํ.

กมฺมํเยว กมฺมภโว ‘‘ภวติ เอตสฺมา อุปปตฺติภโว’’ติ กตฺวา. กมฺเมน นิยฺยาทิตอตฺตภาวุปปตฺติวเสน ภวตีติ ภโว, ตถา ตถา นิพฺพตฺตวิปาโก กฏตฺตารูปญฺจ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ภวตีติ กตฺวา ภโว’’ติ อุปปตฺติภวสฺส วกฺขมานตฺตา ‘‘กมฺมํ ผลโวหาเรน ภโวติ วุตฺต’’นฺติ กถิตํ.

อุปาทิยนฺติ สตฺตา ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหนฺติ เอเตน กิเลสกาเมน. น เกวลํ อิธ กรณสาธนเมว, อถ โข กตฺตุสาธนมฺปิ ลพฺภตีติ วุตฺตํ ‘‘สยํ วา’’ติ. ตนฺติ วตฺถุกามํ. กาโม จ โส กามนฏฺเฐน, อุปาทานญฺจ ภุสมาทานฏฺเฐนาติ กามุปาทานํ. เอตนฺติ กามุปาทานปทํ. ปุน เอตนฺติ กามุปาทานสงฺขาตํ.

สสฺสโต อตฺตาติ อิทํ ปุริมทิฏฺฐึ อุปาทิยมานํ อุตฺตรทิฏฺฐึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ยถา เอสา ทิฏฺฐิ ทฬฺหีกรณวเสน ปุริมํ อุตฺตรา อุปาทิยติ, เอวํ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิกาปีติ. อตฺตคฺคหณํ ปน ‘‘อตฺตวาทุปาทาน’’นฺติ อิทํ น ทิฏฺฐุปาทานทสฺสนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. โลโก จาติ อตฺตคฺคหณวินิมุตฺตคฺคหณํ ทิฏฺฐุปาทานภูตํ อิธ ปุริมทิฏฺฐิอุตฺตรทิฏฺฐิวจเนหิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

เยน มิจฺฉาภินิเวเสน โคสีลโควตาทึ สมาทิยติ เจว อนุติฏฺฐติ จ, โส โคสีลโควตาทีนีติ อธิปฺเปตานิ. เตนาห ‘‘โคสีล…เป… สยเมว อุปาทานานี’’ติ. อภินิเวสโตติ อภินิเวสนโต.

อตฺตวาทุปาทานนฺติ ‘‘อตฺตา’’ติ วาทสฺส ปญฺญาปนสฺส คหณสฺส การณภูตา ทิฏฺฐีติ อตฺโถ. อตฺตวาทมตฺตเมวาติ อตฺตสฺส อภาวา ‘‘อตฺตา’’ติ อิทํ วจนมตฺตเมว. อุปาทิยนฺติ ทฬฺหํ คณฺหนฺติ.

จกฺขุทฺวาราทีสุ ปวตฺตายาติ อิทํ ตณฺหาย รูปตณฺหาทิภาวสฺส การณวจนํ ฉทฺวารารมฺมณิกธมฺมานํ ปฏินิยตารมฺมณตฺตา. ชวนวีถิยา ปวตฺตายาติ อิทํ ตสฺสา ปวตฺติฏฺฐานทสฺสนํ. สภาเวเนว อุฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตสฺส เวฬุ วิย นิสฺสโย อหุตฺวา โอลุมฺภกภาเวน ภาโว อุปาทานสฺส ปจฺจยภาวโต อารมฺมณมฺปิ ตํสทิสํ วุตฺตํ. รูเปติ วิสเย ภุมฺมํ. สา ติวิธา โหตีติ สมฺพนฺโธ. กามตณฺหา กามสฺสาทภาเวน ปวตฺติยา. เอวํ อสฺสาเทนฺตีติ สสฺสตทิฏฺฐิยา สหชาตนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตาทิปจฺจยภูตาย สํสฏฺฐตฺตา นิจฺจธุวสสฺสตาภินิเวสมุเขน อสฺสาเทนฺตี. ภวสหคตา ตณฺหา ภวตณฺหา. ภวติ ติฏฺฐติ สพฺพกาลนฺติ หิ ภวทิฏฺฐิ ภโว อุตฺตรปทโลเปน, ภวสฺสาทวเสน ปวตฺติยา จ. อิมินา นเยน วิภวตณฺหาติ เอตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. วิภวติ อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสตีติ เอวํ ปวตฺตา ทิฏฺฐิ วิภโว อุตฺตรปทโลเปน. เอวํ ตานิ อฏฺฐารสาติ ยา ฉ กามตณฺหา, ฉ ภวตณฺหา, ฉ วิภวตณฺหา วุตฺตา, เอตานิ อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ ตณฺหาปจฺจโย. อชฺฌตฺตนฺติ สกสนฺตติยํ. พหิทฺธาติ ตโต พหิทฺธา. อตีตารมฺมณานิ วา โหนฺตุ อิตรารมฺมณานิ วา, สยํ ปน อตีตานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ‘‘อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตานี’’ติอาทินา สมฺพนฺโธ. อิทานิ อปเรนปิ ปกาเรน อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตานิ ทสฺเสตุํ ‘‘อชฺฌตฺติกสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อชฺฌตฺติกสฺสาติ อชฺฌตฺติกขนฺธปญฺจกํ. อุปโยคตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. อุปาทายาติ คเหตฺวา. อสฺมีติ โหตีติ ยเทตํ อชฺฌตฺติกํ ขนฺธปญฺจกํ อุปาทาย ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน สมุทายคฺคาหโต อสฺมีติ คาโห โหติ, ตสฺมึ สตีติ อตฺโถ. อิธ ปน รูปาทิอารมฺมณวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิตฺถมสฺมีติ โหตีติ ขตฺติยาทีสุ ‘‘อิทํปกาโร อห’’นฺติ เอวํ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน โหตีติ อตฺโถ. อิทํ ตาว อนุปนิธาย คหณํ.

เอวมาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘เอวมสฺมิ, อญฺญถาสฺมิ, อหํ ภวิสฺสํ, อิตฺถํ ภวิสฺสํ, เอวํ ภวิสฺสํ, อญฺญถา ภวิสฺสํ, อสสฺมิ, สตสฺมิ, อหํ สิยํ, อิตฺถํ สิยํ, เอวํ สิยํ, อญฺญถา สิยํ, อปาหํ สิยํ, อปาหํ อิตฺถํ สิยํ, อปาหํ เอวํ สิยํ, อปาหํ อญฺญถา สิย’’นฺติ เอเตสํ สงฺคโห. อุปนิธาย คหณมฺปิ ทุวิธํ สมโต อสมโต วาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวมสฺมิ, อญฺญถาสฺมี’’ติ จ วุตฺตํ. ตตฺถ เอวมสฺมีติ อิทํ สมโต อุปนิธาย คหณํ, ยถา อยํ ขตฺติโย, เอวํ อหมสฺมีติ อตฺโถ. อญฺญถาสฺมีติ อิทํ ปน อสมโต คหณํ, ยถายํ ขตฺติโย ตโต อญฺญถา อหํ หีโน วา อธิโก วาติ อตฺโถ. อิมานิ ตาว ปจฺจุปฺปนฺนวเสน จตฺตาริ ตณฺหาวิจริตานิ. ภวิสฺสนฺติอาทีนิ ปน จตฺตาริ อนาคตวเสน วุตฺตานิ, เตสํ ปุริมจตุกฺเก วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อสสฺมีติ สสฺสโต อสฺมิ, นิจฺจสฺเสตํ อธิวจนํ. สตสฺมีติ อสสฺสโต อสฺมิ, อนิจฺจสฺเสตํ อธิวจนํ. อิติ อิมานิ เทฺว สสฺสตุจฺเฉทวเสน วุตฺตานิ. อิโต ปรานิ สิยนฺติอาทีนิ จตฺตาริ สํสยปริวิตกฺกวเสน วุตฺตานิ, ตานิ ปุริมจตุกฺเก วุตฺตนเยน อตฺถโต เวทิตพฺพานิ. อปาหํ สิยนฺติอาทีนิ ปน จตฺตาริ ‘‘อปิ นามาหํ ภเวยฺย’’นฺติ เอวํ ปตฺถนากปฺปนวเสน วุตฺตานิ, ตานิปิ ปุริมจตุกฺเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. เอวเมเตสุ –

เทฺว ทิฏฺฐิสีสา จตฺตาโร, สุทฺธสีสา สีสมูลกา;

ตโย ตโยติ เอตานิ, อฏฺฐารส วิภาวเย.

เอเต หิ สสฺสตุจฺเฉทวเสน วุตฺตา เทฺว ทิฏฺฐิสีสา นาม, ‘‘อสฺมิ, ภวิสฺสํ สิยํ, อปาหํ สิย’’นฺติ เอเต จตฺตาโร สุทฺธสีสา นาม, ‘‘อิตฺถมสฺมี’’ติอาทโย ตโย ตโยติ ทฺวาทส สีสมูลกา นามาติ เวทิตพฺพํ. อิธ ปาฬิยํ รูปารมฺมณาทิวเสน ตณฺหา อาคตาติ อาห ‘‘อชฺฌตฺติกรูปาทินิสฺสิตานี’’ติ. อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานีติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. อิมินา อสฺมีติ อิมินา อภิเสกเสนาปจฺจาทินา ‘‘ขตฺติโย อห’’นฺติ มูลภาวโต ‘‘อสฺมี’’ติ โหติ. เสสํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สงฺคเหติ ตณฺหาย ยถาวุตฺตวิภาคสฺส สํขิปนวเสน สงฺคณฺหเน กริยมาเน. ‘‘ฉยิเม, ภิกฺขเว, ตณฺหากายา’’ติอาทิ นิทฺเทโส. ‘‘รูเป ตณฺหา รูปตณฺหา’’ติอาทิ นิทฺเทสตฺโถ. ‘‘กามราคภาเวนา’’ติอาทิโก, ‘‘อชฺฌตฺติกสฺสุปาทายา’’ติอาทิโก จ นิทฺเทสวิตฺถาโร. ‘‘รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ ฉเฬวา’’ติอาทิโก สงฺคโห.

ยสฺมา จกฺขุทฺวาราทีสุ เอเกกสฺมึ ทฺวาเร อุปฺปชฺชนกวิญฺญาณานิ วิย อเนกา เอว เวทนา, ตสฺมา ตา ราสิวเสน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ‘‘ฉ เวทนากายา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เวทนาสมูหา’’ติ. นิสฺสยภาเวน อุปฺปตฺติทฺวารภาเวน นานาปจฺจยา โหนฺติ จกฺขุธาตุอาทโย, ตา กุจฺฉินา ธาเรนฺติโย วิย โปเสนฺติโย วิย จ โหนฺตีติ ตาสํ มาตุสทิสตา วุตฺตา. จกฺขุสมฺผสฺสเหตูติ นิสฺสยาทิจกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา. อยนฺติ อยํ เวทนา ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา’’ติอาทินา สาธารณโต วุตฺตา. เอตฺถาติ เอตสฺมึ เวทนาปเท. สพฺพสงฺคาหิกาติ กุสลากุสลวิปากกิริยานํ วเสน สพฺพสงฺคาหิกา. เอวํ วิภงฺเค อาคตนเยน สาธารณโต วตฺวาปิ อิธาธิปฺเปตเวทนเมว ทสฺเสตุํ ‘‘วิปากวเสน ปนา’’ติอาทิมาห. จกฺขุมฺหิ สมฺผสฺโสติ จกฺขุมฺหิ นิสฺสยภูเต อุปฺปนฺนผสฺโส. เอส นโย เสเสสุ. ยสฺมา จกฺขาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค ขนฺธนิทฺเทเส ลกฺขณาทิวิภาคโต, อายตนนิทฺเทเส วิเสสโต, สามญฺญโต จ สทฺทตฺถทสฺสนาทิวเสน วิภาวิตานิ, ตสฺมา ‘‘ยํ วตฺตพฺพํ…เป… วุตฺตเมวา’’ติ อาห.

นมนลกฺขณนฺติ อารมฺมณาภิมุขํ หุตฺวา นมนสภาวํ เตน วินา อปฺปวตฺตนโต. รุปฺปนลกฺขณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. เวทนากฺขนฺโธ ปน เอกาว เวทนา. สพฺพทุพฺพลจิตฺตานิ นาม ปญฺจวิญฺญาณานิ. นนุ ตตฺถ ชีวิตจิตฺตฏฺฐิติโย จ สนฺตีติ? สจฺจํ, ตาสํ ปน กิจฺจํ น ตถา ปากฏํ, ยถา เจตนาทีนนฺติ เต เอเวตฺถ ปาฬิยํ อุทฺธฏา. เยน มหนฺตปาตุภาวาทินา การเณน. เอตฺถาติ เอตสฺมึ มหาภูตนิทฺเทเส. อญฺโญ วินิจฺฉยนโยติ ‘‘วจนตฺถโต กลาปโต’’ติอาทินา ลกฺขณาทินิจฺฉยโต อญฺโญ วินิจฺฉยนโย. นนุ โส จตุธาตุววตฺถาเน วุตฺโต, น รูปกฺขนฺธนิทฺเทเสติ? ตตฺถ วุตฺเตปิ ‘‘จตุธาตุววตฺถาเน วุตฺตานี’’ติ อติเทสวเสน วุตฺตตฺตา ‘‘รูปกฺขนฺธนิทฺเทเส วุตฺโต’’ติ วุตฺตํ. อุปาทายาติ ปฏิจฺจ. ภูตานิ หิ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชมานํ อุปาทารูปํ ‘‘ตานิ คเหตฺวา’’ติ วุตฺตํ อวิสฺสชฺชนโต. นิสฺสายาติปิ เอเก เตสํ นิสฺสยปจฺจยภาวโต. ปุพฺพกาลกิริยา นาม เอกํสโต อปรกาลกิริยาเปกฺขาติ ปาฐเสเสน อตฺถํ วทติ. วิภตฺติวิปลฺลาเสน วินา เอว อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมูหตฺเถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมูหสมฺพนฺเธ สามินิทฺเทเสน สมูหตฺโถ ทีปิโตติ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สมูหํ อุปาทายา’’ติ. ธมฺมสงฺคณิยํ (ธ. ส. ๕๘๔) อาคตนเยน ‘‘เตวีสติวิธ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ หิ หทยวตฺถุ น นิทฺทิฏฺฐํ, ‘‘ยํ รูปํ นิสฺสายา’’ติ วา ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐาน. ๑.๑.๘) อาคตตฺตา หทยวตฺถุมฺปิ คเหตฺวา ชาติรูปภาเวน อุปจยสนฺตติโย เอกโต กตฺวา ‘‘เตวีสติวิธ’’นฺติ วุตฺตํ.

จกฺขุสฺส วิญฺญาณนฺติ วา จกฺขุวิญฺญาณํ. อสาธารณการเณน จายํ นิทฺเทโส. ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ เอตฺถ สพฺพโลกิยวิปากวิญฺญาณสฺส คเหตพฺพตฺตา ‘‘เตภูมกวิปากจิตฺตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ.

อภิสงฺขรณลกฺขโณติ อายูหนสภาโว. โจปนวเสนาติ วิญฺญตฺติสํโจปนวเสน, กายวิญฺญตฺติยา สมุฏฺฐาปนวเสนาติ อตฺโถ. วจนเภทวเสนาติ วจีเภทุปฺปาทวเสน, วจีวิญฺญตฺติยา สมุฏฺฐาปนวเสนาติ อตฺโถ. เอวํ โจปนํ น ภเวยฺยาติ ทสฺเสตุํ ‘‘รโห นิสีทิตฺวา จินฺเตนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. เอกูนตึสาติ เอตฺถ อภิญฺญาเจตนาวินิมุตฺตา เอว เอกูนตึส เจตนา เวทิตพฺพา ตสฺสา วิปากวิญฺญาณสฺส ปจฺจยตฺตาภาวโต.

ทุกฺเขติ เอกมฺปิ อิทํ ภุมฺมวจนํ สํสิเลสนนิสฺสยวิสยพฺยาปนวเสน อตฺตานํ ภินฺทิตฺวา วินิโยคํ คจฺฉตีติ ‘‘จตูหิ การเณหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอโกปิ หิ วิภตฺตินิทฺเทโส อเนกธา วินิโยคํ คจฺฉติ ยถา ตทฺธิตตฺเถ อุตฺตรปทสมาหาเรติ. ตนฺติ อญฺญาณํ. ทุกฺขสจฺจนฺติ หทยวตฺถุลกฺขณํ ทุกฺขสจฺจํ. อสฺสาติ อญฺญาณสฺส. นิสฺสยปจฺจยภาเวนาติ ปุเรชาตนิสฺสยภาเวน. สหชาตนิสฺสยปจฺจยภาเวน ปน ตํสหชาตา ผสฺสาทโย วตฺตพฺพา. อารมฺมณปจฺจยภาเวน ทุกฺขสจฺจํ อสฺส อารมฺมณนฺติ โยชนา. ทุกฺขสจฺจนฺติ อุปโยคเอกวจนํ. เอตนฺติ อญฺญาณํ. ตสฺสาติ ทุกฺขสจฺจสฺส. ‘‘ปฏิจฺฉาเทตี’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ ปฏิจฺฉาทนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาถาวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตนปิ เอกเทเสน ยาถาวโต ลกฺขณปฏิเวโธ โหติเยวาติ ‘‘ยาถาวลกฺขณปฏิเวธนิวารเณนา’’ติ วตฺวา ‘‘ญาณปวตฺติยา เจตฺถ อปฺปทาเนนา’’ติ วุตฺตนฺติ วทนฺติ. ปุริมํ ปน ปฏิเวธญาณุปฺปตฺติยา นิเสธกถาทสฺสนํ, ปจฺฉิมํ อนุโพธญาณุปฺปตฺติยา. เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถาติ ทุกฺขสจฺเจ.

สหชาตสฺส อญฺญาณสฺส สมุทยสจฺจํ วตฺถุ โหติ นิสฺสยปจฺจยภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘วตฺถุโต’’ติ. อารมฺมณโตติ อารมฺมณปจฺจยภาเวน. ยสฺมา สมุทยสจฺจํ อญฺญาณสฺส อารมฺมณํ โหติ, ตสฺมา ‘‘ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณ’’นฺติ วุตฺตนฺติ อตฺโถ. ปฏิจฺฉาทนํ ทุกฺขสจฺเจ วุตฺตนยเมว เอเกเนว การเณน อิตเรสํ ติณฺณํ อสมฺภวโต, กึ ปน เอตํ เอกํ การณนฺติ อาห ‘‘ปฏิจฺฉาทนโต’’ติ. อิทํ วิตฺถารโต วิภาเวตุํ ‘‘นิโรธปฏิปทานํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตทารพฺภาติ ตํ อารพฺภ ตํ อารมฺมณํ กตฺวา. ปจฺฉิมญฺหิ สจฺจทฺวยนฺติ นิโรโธ มคฺโค. ตญฺหิ นยคมฺภีรตฺตา. ทุทฺทสนฺติ สณฺหสุขุมธมฺมตฺตา สภาเวเนว คมฺภีรตาย ทุทฺทสํ ทุวิญฺเญยฺยํ ทุรวคฺคาหํ. ตตฺถาติ ปุริเม สจฺจทฺวเย. อนฺธภูตนฺติ อนฺธการภูตํ. น ปวตฺตติ อารมฺมณํ กาตุํ น วิสหติ. วจนียตฺเตนาติ วาจกภาเวน ตถา อุปฏฺฐานโต. สภาวลกฺขณสฺส ทุทฺทสตฺตาติ ปีฬนาทิอายูหนาทิวเสน ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, อยํ สมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๔๘๔; ๓.๑๐๔) ยาถาวโต สภาวลกฺขณสฺส ทุทฺทสตฺตา ทุวิญฺเญยฺยตฺตา ปุริมทฺวยํ คมฺภีรํ. ตตฺถาติ ปุริมสฺมึ สจฺจทฺวเย. วิปลฺลาสคฺคาหวเสน ปวตฺตตีติ สุภาทิวิปรีตคฺคาหานํ ปจฺจยภาววเสน อญฺญาณํ ปวตฺตติ.

อิทานิ ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ ปการนฺตเรนปิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทุกฺเขติ เอตฺตาวตาติ ‘‘อญฺญาณนฺติ วุจฺจมานาย อวิชฺชาย ทุกฺเข’’ติ เอตฺตเกน. สงฺคหโตติ สโมธานโต. กิจฺจโตติ อสมฺปฏิเวธกิจฺจโต. อญฺญาณมิวาติ วิสยสภาวํ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌิตุํ อปฺปทานกิจฺจมิว. ‘‘ทุกฺเข’’ติอาทินา ตตฺถ อวิชฺชา ปวตฺตติ, วิเสสโต นิทฺทิฏฺฐํ โหตีติ กตฺวา สพฺพตฺเถว ตถา อวิสิฏฺฐสภาวทสฺสนํ อิทนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิเสสโต ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ขณิกนิโรธสฺส อิธ อนธิปฺเปตตฺตา อยุชฺชมานตฺตา วิราคคฺคหณโต จ อวิชฺชาทีนํ ปฏิปกฺขวเสน ปฏิพาหนํ อิธ ‘‘นิโรโธ’’ติ อธิปฺเปโต, โส จ เนสํ สพฺพโส อนุปฺปชฺชนเมวาติ อาห ‘‘นิโรโธ โหตีติ อนุปฺปาโท โหตี’’ติ. ‘‘อวิชฺชา นิรุชฺฌติ เอตฺถาติ อวิชฺชานิโรโธ, สงฺขารา นิรุชฺฌนฺติ เอตฺถาติ สงฺขารนิโรโธ’’ติ เอวํ สพฺเพหิ เอเตหิ นิโรธปเทหิ นิพฺพานสฺส เทสิตตฺตา ทฏฺฐพฺพา. เตนาห ‘‘นิพฺพานํ หี’’ติอาทิ. วฏฺฏวิวฏฺฏนฺติ วฏฺฏญฺจ วิวฏฺฏญฺจ. ‘‘ทฺวาทสหี’’ติ อิทํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ ‘‘อนุโลมโต ทฺวาทสหิ ปเทหิ วฏฺฏํ, ปฏิโลมโต ทฺวาทสหิ วิวฏฺฏํ อิธ ทสฺสิต’’นฺติ.

วิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ปฏิปทาสุตฺตวณฺณนา

๓. มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ เอตายาติ มิจฺฉาปฏิปทา, วฏฺฏคามิมคฺโค ทุกฺขาวหตฺตา. ตํ มิจฺฉาปฏิปทํ. เตนาห ‘‘อนิยฺยานิกปฏิปทา’’ติ. โส ปุญฺญาภิสงฺขาโร กถํ มิจฺฉาปฏิปทา โหตีติ? สมฺปตฺติภเว สุขาวโหว โหตีติ อธิปฺปาโย. วฏฺฏสีสตฺตาติ วฏฺฏปกฺขิยานํ อุตฺตมงฺคภาวโต. อนฺตมโสติ อุกฺกํสปริยนฺตํ สนฺธาย วทติ อวกํสปริยนฺตโต. ‘‘อิทํ เม ปุญฺญํ นิพฺพานาธิคมาย ปจฺจโย โหตู’’ติ เอวํ นิพฺพานํ ปตฺเถตฺวา ปวตฺติตํ. ปณฺณมุฏฺฐิทานมตฺตนฺติ สากปณฺณมุฏฺฐิทานมตฺตํ. อปฺปตฺวาติ อนฺโตคธเหตุ เอส นิทฺเทโส, อปาเปตฺวาติ อตฺโถ. ยทคฺเคน วา ปฏิปชฺชนโต อรหตฺตํ ปตฺโตติ วุจฺจติ, ตทคฺเคน ตทาวหา ปฏิปทาปิ ปตฺตาติ วุจฺจตีติ ‘‘อปฺปตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อนุโลมวเสนาติ อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาทวเสน. ปฏิโลมวเสนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปฏิปทา ปุจฺฉิตาติ เอเตน ปฏิปทา เทเสตุํ อารทฺธาติ อยมฺปิ อตฺโถ สงฺคหิโต ยถารทฺธสฺส อตฺถสฺส กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาย อิธาคตตฺตา. อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนายมฺเปตฺถ พฺยติเรกมุเขน อวิชฺชาทินิโรธา ปน วิชฺชาย สติ โหติ สงฺขารานํ อสมฺภโวติ วุตฺตํ ‘‘นิพฺพานํ ภาชิต’’นฺติ. สรูเปน ปน ตาย วฏฺฏเมว ปกาสิตํ. วกฺขติ หิ ปริโยสาเน ‘‘วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิต’’นฺติ. นิยฺยาตเนติ นิคมเน. ผเลนาติ ปตฺตพฺพผเลน ปฏิปทาย สมฺปาปกเหตุโน ทสฺสิตตฺตา. ยถา หิ ติวิโธ เหตุ ญาปโก, นิพฺพตฺตโก, สมฺปาปโกติ, เอวํ ติวิธํ ผลํ ญาเปตพฺพํ, นิพฺพตฺเตตพฺพํ, สมฺปาเปตพฺพนฺติ. ตสฺมา ปตฺตพฺพผเลน นิพฺพาเนน ตํสมฺปาปกเหตุภูตาย ปฏิปทาย ทสฺสิตตฺตาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ผเลน เหตฺถา’’ติอาทิ. อยํ วุจฺจตีติ เอวํ นิพฺพานผลา อยํ ‘‘สมฺมาปฏิปทา’’ติ วุจฺจติ. อเสสวิราคา อเสสนิโรธาติ สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน อวิชฺชาย อเสสวิรชฺชนโต อเสสนิรุชฺฌนโต จ. ปททฺวเยนปิ อนุปฺปาทนิโรธเมว วทติ. ตญฺหิ นิพฺพานํ. ทุติยวิกปฺเป อยํ เอตฺถ อธิปฺปาโย – เยน มคฺเคน กรณภูเตน อเสสนิโรโธ โหติ, อวิชฺชาย อเสสนิโรโธ ยํ อาคมฺม โหติ, ตํ มคฺคํ ทสฺเสตุนฺติ. เอวญฺหิ สตีติ เอวํ ปทภาชนสฺส นิพฺพานสฺส ปทตฺเถ สติ. สานุภาวา ปฏิปทา วิภตฺตา โหตีติ อวิชฺชาย อเสสนิโรธเหตุปฏิปทา ตตฺถ สาติสยสามตฺถิยสมาโยคโต สานุภาวา วิภตฺตา โหติ. มิจฺฉาปฏิปทาคหเณเนตฺถ วฏฺฏสฺสปิ วิภตฺตตฺตา วุตฺตํ ‘‘วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิต’’นฺติ.

ปฏิปทาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. วิปสฺสีสุตฺตวณฺณนา

๔. วิปฺผนฺทนฺตีติ นิมิสนวเสน. อนิมิเสหีติ วิคตนิมิเสหิ อุมฺมีลนฺเตเหว. เตน วุตฺตํ มหาปทาเน. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ‘‘วิปสฺสี’’ติ ปเท, เอตสฺมึ วา ‘‘อนิมิเสหี’’ติอาทิเก ยถาคเต สุตฺตนฺเต.

มหาปุริสสฺส อนิมิสโลจนโต ‘‘วิปสฺสี’’ติ สมญฺญาปฏิลาภสฺส การณํ วุตฺตํ, ตํ อการณํ อญฺเญสมฺปิ มหาสตฺตานํ จริมภเว อนิมิสโลจนตฺตาติ โจทนํ สนฺธาย ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทึ วตฺวา ตโต ปน อญฺญเมว การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปลาฬยมานสฺสาติ โตเสนฺตสฺส. อนาทเร เจตํ สามิวจนํ. อฏฺฏสฺสาติ อตฺถสฺส.

ปุญฺญุสฺสยสงฺขาโต ภโค อสฺส อติสเยน อตฺถีติ ภควาติ ‘‘ภาคฺยสมฺปนฺนสฺสา’’ติ วุตฺตํ. สมฺมาติ สมฺมเทว ยาถาวโต, ญาเยน การเณนาติ วุตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘นเยน เหตุนา’’ติ. สํ-สทฺโท ‘‘สาม’’นฺติ อิมินา สมานตฺโถติ อาห ‘‘สามํ ปจฺจตฺตปุริสกาเรนา’’ติ, สยมฺภุญาเณนาติ อตฺโถ. สมฺมา, สามํ พุชฺฌิ เอเตนาติ สมฺโพโธ วุจฺจติ มคฺคญาณํ, ‘‘พุชฺฌติ เอเตนา’’ติ กตฺวา อิธ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺสปิ สงฺคโห. โพธิมา สตฺโต โพธิสตฺโต, ปุริมปเท อุตฺตรปทโลโป ยถา ‘‘สากปตฺถโว’’ติ. พุชฺฌนกสตฺโตติ เอตฺถ มหาโพธิยานปฏิปทาย พุชฺฌตีติ โพธิ จ โส สตฺตวิเสสโยคโต สตฺโต จาติ โพธิสตฺโต. ปตฺถยมาโน ปวตฺตตีติ ‘‘กุทาสฺสุ นาม มหนฺตํ โพธึ ปาปุณิสฺสามี’’ติ สญฺชาตจฺฉนฺโท ปฏิปชฺชติ. ทุกฺขนฺติ ชาติอาทิมูลกํ ทุกฺขํ. กามํ จุตุปปาตาปิ มรณชาติโย, ‘‘ชายติ มียตี’’ติ ปน วตฺวา ‘‘จวติ อุปปชฺชตี’’ติ วจนํ น เอกภวปริยาปนฺนานํ เตสํ คหณํ, อถ โข นานาภวปริยาปนฺนานํ เอกชฺฌํ คหณนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อิทํ…เป… วุตฺต’’นฺติ. ตสฺส นิสฺสรณนฺติ ตสฺส ชรามรณสฺส นิสฺสรณนฺติ วุจฺจติ. ยสฺมา มหาสตฺโต ชิณฺณพฺยาธิมเต ทิสฺวา ปพฺพชิโต, ตสฺมาสฺส ชรามรณเมว อาทิโต อุปฏฺฐาสิ.

อุปายมนสิกาเรนาติ อุปาเยน วิธินา ญาเยน มนสิกาเรน ปเถน มนสิการสฺส ปวตฺตนโต. สมาโยโค อโหสีติ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌนวเสน สมาคโม อโหสิ. โยนิโส มนสิการาติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ตสฺส ‘‘โยนิโส มนสิกาเรนา’’ติ เหตุมฺหิ กรณวจเนน อาห. ชาติยา โข สติ ชรามรณนฺติ ‘‘กิมฺหิ นุ โข สติ ชรามรณํ โหติ, กึ ปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ ชรามรเณ การณํ ปริคฺคณฺหนฺตสฺส โพธิสตฺตสฺส ‘‘ยสฺมึ สติ ยํ โหติ, อสติ จ น โหติ, ตํ ตสฺส การณ’’นฺติ เอวํ อพฺยภิจารชาติการณปริคฺคณฺหเนน ‘‘ชาติยา โข สติ ชรามรณํ โหติ, ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ ยา ชรามรณสฺส การณปริคฺคาหิกา ปญฺญา อุปฺปชฺชิ, ตาย อุปฺปชฺชนฺติยา จสฺส อภิสมโย ปฏิเวโธ อโหสีติ อตฺโถ.

อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. หีติ นิปาตมตฺตํ. อิทนฺติ ยถาวุตฺตสฺส วฏฺฏสฺส ปจฺจกฺขโต คหณํ. เตนาห ‘‘เอวมิท’’นฺติ. อิธ อวิชฺชาย สมุทยสฺส อาคตตฺตา ‘‘เอกาทสสุ ฐาเนสู’’ติ วุตฺตํ. สมุทยํ สมฺปิณฺเฑตฺวาติ สงฺขาราทีนํ สมุทยํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา. อเนกวารญฺหิ สมุทยทสฺสนวเสน ญาณสฺส ปวตฺตตฺตา ‘‘สมุทโย สมุทโย’’ติ อาเมฑิตวจนํ. อถ วา ‘‘เอวํ สมุทโย โหตี’’ติ อิทํ น เกวลํ นิพฺพตฺติทสฺสนปรํ, อถ โข ปฏิจฺจสมุปฺปาทสทฺโท วิย ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน อิธ สมุทยสทฺโท นิพฺพตฺติมุเขน ปจฺจยตฺตํ วทติ. วิญฺญาณาทโย จ ยาวนฺโต อิธ ปจฺจยธมฺมา นิทฺทิฏฺฐา, เต สามญฺญรูเปน พฺยาปนิจฺฉาวเสน คณฺหนฺโต ‘‘สมุทโย สมุทโย’’ติ อโวจ. เตนาห ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารานํ สมุทโย โหตี’’ติ. ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขูติ สมุทยสฺส ปจฺจกฺขโต ทสฺสนภาโว จกฺขุ. ญาตฏฺเฐนาติ ญาตภาเวน. ปชานนฏฺเฐนาติ ‘‘อวิชฺชาสงฺขาราทิตํตํปจฺจยธมฺมปวตฺติยา เอตสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย’’ติ ปการโต วา ชานนฏฺเฐน. ปฏิเวธนฏฺเฐนาติ ‘‘อยํ อวิชฺชาทิ ปจฺจยธมฺโม อิมสฺส สงฺขาราทิกสฺส ปจฺจยภาวโต สมุทโย’’ติ ปฏิวิชฺฌนฏฺเฐน. โอภาสนฏฺเฐนาติ สมุทยภาวปฏิจฺฉาทกสฺส โมหนฺธการสฺส กิเลสนฺธการสฺส วิธมนวเสน อวภาสนวเสน. ตํ ปเนตํ ‘‘จกฺขุ’’นฺติอาทินา วุตฺตํ ญาณํ. นิโรธวาเรติ ปฏิโลมวาเร. โส หิ ‘‘กิสฺส นิโรธา ชรามรณนิโรโธ’’ติ นิโรธกิตฺตนวเสน อาคโต.

วิปสฺสีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕-๑๐. สิขีสุตฺตาทิวณฺณนา

๕-๑๐. น เอวํ โยเชตฺวาติ ‘‘สิขิสฺสปี’’ติอาทินา สมุจฺจยวเสน เอวํ น โยเชตฺวา. กสฺมาติอาทินา ตตฺถ การณํ วทติ. เอกาสเน อเทสิตตฺตาติ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏํ กาตุํ ‘‘นานาฐาเนสุ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยทิปิ ตานิ วิสุํ วิสุํ วุตฺตภาเวน เทสิตานิ, อตฺถวณฺณนา ปน เอกสทิสา ตทตฺถสฺส อภินฺนตฺตา. ‘‘พุทฺธา ชาตา’’ติ น อญฺโญ อาจิกฺขตีติ โยชนา. น หิ มหาโพธิสตฺตานํ ปจฺฉิมภเว ปโรปเทเสน ปโยชนํ อตฺถิ. คตมคฺเคเนวาติ ปฏิปตฺติคมเนน คตมคฺเคเนว ปจฺฉิมมหาโพธิสตฺตา คจฺฉนฺติ, อยเมตฺถ ธมฺมตา. คจฺฉนฺตีติ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ ปติฏฺฐิตจิตฺตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ยาถาวโต ภาเวตฺวา สมฺมาสมฺโพธิยา อภิสมฺพุชฺฌนวเสน ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. ยถา ปน เตสํ ปฐมวิปสฺสนาภินิเวโส โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพโพธิสตฺตา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. พุทฺธภาวานํ วิปสฺสนา, พุทฺธตฺถาย วา วิปสฺสนา พุทฺธวิปสฺสนา.

สิขีสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

พุทฺธวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อาหารวคฺโค

๑. อาหารสุตฺตวณฺณนา

๑๑. อาหรนฺตีติ อาเนนฺติ อุปฺปาเทนฺติ, อุปตฺถมฺเภนฺตีติ อตฺโถ. นิพฺพตฺตาติ ปสุตา. ภูตา นาม ยสฺมา ตโต ปฏฺฐาย โลเก ชาตโวหาโร ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปน ปฏฺฐาย ยาว มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺโต, ตาว สมฺภเวสิโน, เอส ตาว คพฺภเสยฺยเกสุ ภูตสมฺภเวสิวิภาโค, อิตเรสุ ปน ปฐมจิตฺตาทิวเสน วุตฺโต. สมฺภว-สทฺโท เจตฺถ คพฺภเสยฺยกานํ วเสน ปสูติปริยาโย, อิตเรสํ วเสน อุปฺปตฺติปริยาโย. ปฐมจิตฺตปฐมอิริยาปถกฺขเณสุ หิ เต สมฺภวํ อุปฺปตฺตึ เอสนฺติ อุปคจฺฉนฺติ นาม, น ตาว ภูตา อุปปตฺติยา น สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา, ภูตา เอว สพฺพโส ภเวสนาย สมุจฺฉินฺนตฺตา. น ปุน ภวิสฺสนฺตีติ อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสติ. โย จ ‘‘กาลฆโส ภูโต’’ติอาทีสุ ภูต-สทฺทสฺส ขีณาสววาจิตา ทฏฺฐพฺพา. วา-สทฺโท เจตฺถ สมฺปิณฺฑนตฺโถ ‘‘อคฺคินา วา อุทเกน วา’’ติอาทีสุ วิย.

ยถาสกํ ปจฺจยภาเวน อตฺตภาวสฺส ปฐปนเมเวตฺถ อาหาเรหิ กาตพฺพอนุคฺคโห โหตีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘วจนเภโท…เป… เอโก เยวา’’ติ. สตฺตสฺส อุปฺปนฺนธมฺมานนฺติ สตฺตสฺส สนฺตาเน อุปฺปนฺนธมฺมานํ. ยถา ‘‘วสฺสสตํ ติฏฺฐตี’’ติ วุตฺเต อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺตตีติ วุตฺตํ โหติ, เอวํ ฐิติยาติ อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺติยาติ อตฺโถ, สา ปน อวิจฺเฉโทติ อาห ‘‘อวิจฺเฉทายา’’ติ. อนุปฺปพนฺธธมฺมุปฺปตฺติยา สตฺตสนฺตาโน อนุคฺคหิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทายา’’ติ. เอตานีติ ฐิติอนุคฺคหปทานิ. อุภยตฺถ ทฏฺฐพฺพานิ น ยถาสมฺพนฺธโต.

วตฺถุคตา โอชา วตฺถุ วิย เตน สทฺธึ อชฺโฌหริตพฺพตํ คจฺฉตีติ วุตฺตํ ‘‘อชฺโฌหริตพฺพโก อาหาโร’’ติ, นิพฺพตฺติตโอชํ ปน สนฺธาย ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรตี’’ติ วกฺขติ. โอฬาริกตา อปฺโปชตาย น วตฺถุโน ถูลตาย กถินตาย วา, ตสฺมา ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปริตฺตา โอชา โหติ, ตํ โอฬาริกํ. สปฺปาทโย ทุกฺขุปฺปาทกตาย โอฬาริกา เวทิตพฺพา. วิสาณาทีนํ ติวสฺสฉฑฺฑิตานํ ปูติภูตตฺตา มุทุกตาติ วทนฺติ. ตรจฺฉเขฬเตมิตตาย ปน ตถาภูตานํ เตสํ มุทุกตา. ธมฺมสภาโว เหส. สสานํ อาหาโร สุขุโม ตรุณติณสสฺสขาทนโต. สกุณานํ อาหาโร สุขุโม ติณพีชาทิขาทนโต. ปจฺจนฺตวาสีนํ อาหาโร สุขุโม มาสมุคฺคกุราทิโภชนตฺตา. เตสนฺติ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ. สุขุโมเตฺววาติ น กิญฺจิ อุปาทาย, อถ โข สุขุโมอิจฺเจว นิฏฺฐํ ปตฺโต ตโต ปรมสุขุมสฺส อภาวโต.

วตฺถุวเสน ปเนตฺถ อาหารสฺส โอฬาริกสุขุมตา วุตฺตา, สา จสฺส อปฺโปชมโหชตาหิ เวทิตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ปริสฺสยนฺติ ขุทาวเสน อุปฺปนฺนํ วิหึสํ สรีรทรถํ. วิโนเทตีติ วตฺถุ ตสฺส วิโนทนมตฺตํ กโรติ. น ปน สกฺโกติ ปาเลตุนฺติ สรีรํ ยาเปตุํ นปฺปโหติ นิโรชตฺตา. น สกฺโกติ ปริสฺสยํ วิโนเทตุํ อามาสยสฺส อปูรณโต.

ฉพฺพิโธปีติ อิมินา กสฺสจิ ผสฺสสฺส อนวเสสิตพฺพตมาห. เทสนกฺกเมเนเวตฺถ ผสฺสาทีนํ ทุติยาทิตา, น อญฺเญน การเณนาติ อาห ‘‘เทสนานโย เอว เจสา’’ติอาทิ. มนโส สญฺเจตนา น สตฺตสฺสาติ ทสฺสนตฺถํ มโนคหณํ ยถา ‘‘จิตฺตสฺส ฐิติ, เจโตวิมุตฺติ จา’’ติ อาห ‘‘มโนสญฺเจตนาติ เจตนาวา’’ติ. จิตฺตนฺติ ยํ กิญฺจิ จิตฺตเมว. เอกราสึ กตฺวาติ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วิภาคํ อกตฺวา, สามญฺเญน คหิตาติ อตฺโถ. ตตฺถ ลพฺภมานํ อุปาทิณฺณกาทิวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาหารตฺถํ น สาเธนฺตีติ ตาทิสสฺส อาหารสฺส อนาหรณโต. ตทาปีติ ภิชฺชิตฺวา วิคตกาเลปิ. อุปาทิณฺณกาหาโรติ วุจฺจนฺตีติ เกจิ. อิทํ ปน อาจริยานํ น รุจฺจติ ตทา อุปาทิณฺณกรูปสฺเสว อภาวโต. ปฏิสนฺธิจิตฺเตเนว สหชาตาติ ลกฺขณวจนเมตํ, สพฺพายปิ กมฺมชรูปปริยาปนฺนาย โอชาย อตฺถิภาวสฺส อวิจฺเฉทปฺปวตฺติสมฺภวทสฺสนตฺโถ. สตฺตมาติ อุปฺปนฺนทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว สตฺตมทิวสาปิ. รูปสนฺตตึ ปาเลติ ปเวณิฆฏนวเสน. อยเมวาติ กมฺมชโอชา. กมฺมชโอชํ ปน ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนโอชา อกมฺมชตฺตา อนุปาทิณฺณอาหาโรเตฺวว เวทิตพฺโพ. อนุปาทิณฺณกา ผสฺสาทโย เวทิตพฺพาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. โลกุตฺตรา ผสฺสาทโย กถนฺติ อาห ‘‘โลกุตฺตรา ปน รุฬฺหีวเสน กถิตา’’ติ. ยสฺมา เตสํ กุสลานํ อุเปตปริยาโย นตฺถิ, ตสฺมา วิปากานํ อุปาทิณฺณปริยาโย นตฺเถวาติ อนุปาทิณฺณปริยาโยปิ รุฬฺหีวเสน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

ปุพฺเพ ‘‘อาหาราติ ปจฺจยา’’ติ วุตฺตตฺตา ยทิ ปจฺจยฏฺโฐ อาหารฏฺโฐติอาทินา โจเทติ, อถ กสฺมา อิเม เอว จตฺตาโร วุตฺตาติ อถ กสฺมา จตฺตาโรว วุตฺตา. อิเม เอว จ วุตฺตาติ โยชนา. วิเสสปฺปจฺจยตฺตาติ เอเตน ยถา อญฺเญ ปจฺจยธมฺมา อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยาว โหนฺติ, อิเม ปน ตถา จ โหติ อญฺญถา จาติ สมาเนปิ ปจฺจยตฺเต อติเรกปจฺจยา โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘อาหาราติ วุตฺตา’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. อิทานิ ตํ อติเรกปจฺจยตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสสปจฺจโย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิเสสปฺปจฺจโย รูปกายสฺส กพฬีกาโร อาหาโร อุปถมฺภกภาวโต. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘รูปารูปานํ อุปถมฺภกตฺเตน อุปการกา จตฺตาโร อาหารา อาหารปจฺจโย’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๖๐๘; ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ปจฺจยุทฺเทสวณฺณนา). อุปถมฺภกตฺตญฺหิ สตีปิ ชนกตฺเต อรูปีนํ อาหารานํ อาหารชรูปสมุฏฺฐานกรูปาหารสฺส จ โหติ, อสติ ปน อุปถมฺภกตฺเต อาหารานํ ชนกตฺตํ นตฺถีติ อุปถมฺภกตฺตํ ปธานํ. ชนยมาโนปิ หิ อาหาโร อวิจฺเฉทวเสน อุปถมฺภยมาโน เอว ชเนตีติ อุปถมฺภกภาโว เอว อาหารภาโว. เวทนาย ผสฺโส วิเสสปจฺจโย. ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ วจนโต วิญฺญาณสฺส มโนสญฺเจตนา. ‘‘เจตนา ติวิธํ ภวํ ชเนตี’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ ปน วจนโต นามรูปสฺส วิญฺญาณํ วิเสสปจฺจโย. น หิ โอกฺกนฺตวิญฺญาณาภาเว นามรูปสฺส อตฺถิ สมฺภโว. ยถาห ‘‘วิญฺญาณญฺจ หิ, อานนฺท, มาตุกุจฺฉิสฺมึ น โอกฺกมิสฺสถ, อปิ นุ โข นามรูปํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ สมุจฺจิสฺสถา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๑๕). วุตฺตเมวตฺถํ สุตฺเตน สาเธตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

เอวํ ยทิปิ ปจฺจยตฺโถ อาหารตฺโถ, วิเสสปจฺจยตฺตา ปน อิเมว อาหาราติ วุตฺตาติ ตํ เนสํ วิเสสปจฺจยตํ อวิภาคโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘โก ปเนตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. มุเข ฐปิตมตฺโต เอว อสงฺขาทิโต, ตตฺตเกนาปิ อพฺภนฺตรสฺส อาหารสฺส ปจฺจโย โหติ เอว. เตนาห ‘‘อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. สุขเวทนาย หิโต สุขเวทนีโย. สพฺพถาปีติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิวเสน. ยตฺตกา ผสฺสสฺส ปการเภทา, เตสํ วเสน สพฺพปฺปกาโรปิ ผสฺสาหาโร ยถารหํ ติสฺโส เวทนา อาหรติ, อนาหารโก นตฺถิ.

สพฺพถาปีติ อิธาปิ ผสฺสาหาเร วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ติสนฺตติวเสนาติ กายทสกํ ภาวทสกํ วตฺถุทสกนฺติ ติวิธสนฺตติวเสน. สหชาตาทิปจฺจยนเยนาติ สหชาตาทิปจฺจยวิธินา. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณญฺหิ อตฺตนา สหชาตนามสฺส สหชาตอญฺญมญฺญวิปากินฺทฺริยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหนฺโตเยว อาหารปจฺจยตาย ตํ อาหาเรติ วุตฺตํ, สหชาตรูเปสุ ปน วตฺถุโน สมฺปยุตฺตปจฺจยํ ฐเปตฺวา วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน, เสสรูปานํ อญฺญมญฺญปจฺจยญฺจ ฐเปตฺวา อิตเรสํ ปจฺจยานํ วเสน โยชนา กาตพฺพา. ตานีติ นปุํสกนิทฺเทโส อนปุํสกานมฺปิ นปุํสเกหิ สห วจนโต. สาสวกุสลากุสลเจตนาว วุตฺตา วิเสสปจฺจยภาวทสฺสนํ เหตนฺติ, เตนาห ‘‘อวิเสเสน ปนา’’ติอาทิ. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณเมว วุตฺตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ยถา ตสฺส ตสฺส ผลสฺส วิเสสโต ปจฺจยตาย เอเตสํ อาหารตฺโถ, เอวํ อวิเสสโตปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิเสเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตํสมฺปยุตฺตตํสมุฏฺฐานธมฺมานนฺติ เตหิ ผสฺสาทีหิ สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺเจว ตํสมุฏฺฐานรูปธมฺมานญฺจ. ตตฺถ สมฺปยุตฺตคฺคหณํ ยถารหโต ทฏฺฐพฺพํ, สมุฏฺฐานคฺคหณํ ปน อวิเสสโต.

อุปตฺถมฺเภนฺโต อาหารกิจฺจํ สาเธตีติ อุปตฺถมฺเภนฺโต เอว รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, โอชฏฺฐมกสมุฏฺฐาปเนเนว ปนสฺส อุปถมฺภนกิจฺจสิทฺธิ. ผุสนฺโตเยวาติ ผุสนกิจฺจํ กโรนฺโต เอว. อายูหมานาวาติ เจตยมานา เอว อภิสนฺทหนฺตี เอว. วิชานนฺตเมวาติ อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานนฺตเมว อาหารกิจฺจํ สาเธตีติ โยชนา. สพฺพตฺถ อาหารกิจฺจสาธนญฺจ เตสํ เวทนาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย อตฺตภาวสฺส ปวตฺตนเมว. กายฏฺฐปเนนาติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ กมฺมชาทิรูปํ กมฺมาทินาว ปวตฺตตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘กมฺมชนิโตปี’’ติอาทิ.

อุปาทิณฺณรูปสนฺตติยา อุปตฺถมฺภเนเนว อุตุจิตฺตชรูปสนฺตตีนมฺปิ อุปตฺถมฺภนสิทฺธิ โหตีติ ‘‘ทฺวินฺนํ รูปสนฺตตีน’’นฺติ วุตฺตํ. อุปตฺถมฺภนเมว สนฺธาย ‘‘อนุปาลโก หุตฺวา’’ติ จ วุตฺตํ. รูปกายสฺส ฐิติเหตุตา หิ ยาปนา อนุปาลนา. สุขาทิวตฺถุภูตนฺติ สุขาทีนํ ปวตฺติฏฺฐานภูตํ. อารมฺมณมฺปิ หิ วสติ เอตฺถ อารมฺมณกรณวเสน ตทารมฺมณา ธมฺมาติ วตฺถูติ วุจฺจติ. ผุสนฺโตเยวาติ อิทํ ผสฺสสฺส ผุสนสภาวตฺตา วุตฺตํ. น หิ ธมฺมานํ สภาเวน วินา ปวตฺติ อตฺถิ, เวทนาปวตฺติยา วินา สตฺตานํ สนฺธาวนตา นตฺถีติ อาห ‘‘สุขาทิ…เป… โหตี’’ติ. น เจตฺถ สญฺญีภวกถายํ อสญฺญีภโว ทสฺเสตพฺโพ, ตสฺสาปิ วา การณภูตเวทนาปวตฺติวเสเนว ฐิติยา เหตุโน อพฺยาปิตตฺตา, ตถา หิ ‘‘มโนสญฺเจตนา…เป… ภวมูลนิปฺผาทนโต สตฺตานํ ฐิติยา โหตี’’ติ วุตฺตา. ตโต เอว วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมวาติ อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานนฺตเมวาติ วุตฺโตวายมตฺโถ.

จตฺตาริ ภยานิ ทฏฺฐพฺพานิ อาทีนววิภาวนโต. นิกนฺตีติ นิกามนา, รสตณฺหํ สนฺธาย วทติ. สา หิ กพฬีกาเร อาหาเร พลวตี, เตเนเวตฺถ อวธารณํ กตํ. ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, นิกนฺติเยว ภยํ มหานตฺถเหตุโต. อุปคมนํ วิสยินฺทฺริยวิญฺญาเณสุ วิสยวิญฺญาเณสุ จ สงฺคติวเสน ปวตฺติ, ตํ เวทนาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อวธารเณ ปโยชนํ วุตฺตนยเมว. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อายูหนํ อภิสนฺทหนํ, สํวิธานนฺติปิ วทนฺติ. ตํ ภวูปปตฺติเหตุตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อภินิปาโต ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน วิญฺญาณสฺส นิพฺพตฺติ. โส ภวูปปตฺติเหตุกานํ สพฺเพสํ อนตฺถานํ มูลการณตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อิทานิ นิกนฺติอาทีนํ สปฺปฏิภยตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘กึ การณา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ นิกนฺตึ กตฺวาติ อาลยํ ชเนตฺวา, ตณฺหํ อุปฺปาเทตฺวาติ อตฺโถ. สีตาทีนํ ปุรกฺขตาติ สีตาทีนํ ปุรโต ฐิตา, สีตาทีหิ พาธิยมานาติ อตฺโถ.

ผสฺสํ อุปคจฺฉนฺตาติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิเภทํ ผสฺสํ ปวตฺเตนฺตา. ผสฺสสฺสาทิโนติ กายสมฺผสฺสวเสน โผฏฺฐพฺพสงฺขาตสฺส อสฺสาทนสีลา. กายสมฺผสฺสวเสน หิ สตฺตานํ โผฏฺฐพฺพตณฺหา ปวตฺตตีติ ทสฺเสตุํ ผสฺสาหาราทีนวทสฺสเน โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ อุทฺธฏํ ‘‘ปเรสํ รกฺขิตโคปิเตสู’’ติอาทินา. ผสฺสสฺสาทิโนติ วา ผสฺสาหารสฺสาทิโนติ อตฺโถ. สติ หิ ผสฺสาหาเร สตฺตานํ ผสฺสารมฺมเณ อสฺสาโท, นาสติ, เตนาห ‘‘ผสฺสสฺสาทมูลก’’นฺติอาทิ.

ชาตินิมิตฺตสฺส ภยสฺส อภินิปาตสภาเวน คหิตตฺตา ‘‘ตมฺมูลก’’นฺติ วุตฺตํ. กมฺมายูหนนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. ภยํ สพฺพนฺติ ปญฺจวีสติ, ติวิธมหาภยํ, อญฺญญฺจ สพฺพภยํ อาคตเมว โหติ ภยาธิฏฺฐานสฺส อตฺตภาวสฺส นิปฺผาทนโต.

อภินิปตตีติ อภินิพฺพตฺตติ. ปฐมาภินิพฺพตฺติ หิ สตฺตานํ ตตฺถ ตตฺถ องฺคารกาสุสทิเส ภเว อภินิปาตสทิสี. ตมฺมูลกตฺตาติ นามรูปนิพฺพตฺติมูลกตฺตา. สพฺพภยานํ อภินิปาโตเยว ภยํ ภายติ เอตสฺมาติ กตฺวา.

อปฺเปติ วิยาติ ผลสฺส อตฺตลาภเหตุภาวโต การณํ, ตํ นิยฺยาเทติ วิย. ตนฺติ ผลํ. ตโตติ การณโต. เอเตสนฺติ อาหารานํ. ยถาวุตฺเตนาติ ‘‘ผลํ นิเทตี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน อตฺเถน. สพฺพปเทสูติ ‘‘เวทนานิโรเธนา’’ติอาทีสุ สพฺเพสุ ปเทสุ.

ปฏิสนฺธึ อาทึ กตฺวาติ ปฏิสนฺธิกฺขณํ อาทึ กตฺวา. อุปาทิณฺณกอาหาเร สนฺธาย ‘‘อตฺตภาวสงฺขาตานํ อาหาราน’’นฺติ วุตฺตํ. เต หิ นิปฺปริยายโต ตณฺหานิทานา. ปริปุณฺณายตนานํ สตฺตานํ สตฺตสนฺตติวเสนาติ ปริปุณฺณายตนานํ สภาวกานํ จกฺขุ โสตํ ฆานํ ชิวฺหา กาโย ภาโว วตฺถูติ อิเมสํ สตฺตนฺนํ สนฺตตีนํ วเสน. เสสานํ อปริปุณฺณายตนานํ อนฺธพธิรอภาวกานํ. อูนอูนสนฺตติวเสนาติ จกฺขุนา, โสเตน, ตทุภเยน, ภาเวน จ อูนอูนสนฺตติวเสน. ปฏิสนฺธิยํ ชาตา ปฏิสนฺธิกา. ปฐมภวงฺคจิตฺตกฺขณาทีติ อาทิ-สทฺเทน ตทารมฺมณจิตฺตสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

ตณฺหายปิ นิทานํ ชานาตีติ โยชนา. ตณฺหานิทานนฺติปิ ปาโฐ. วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวาติ สรูปโต นยโต จ สกลเมว วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต วิภาเวตุํ ‘‘อิมสฺมิญฺจ ปน ฐาเน’’ติอาทิมาห. อตีตาภิมุขํ เทสนํ กตฺวาติ ปจฺจุปฺปนฺนภวโต ปฏฺฐาย อตีตธมฺมาภิมุขํ ตพฺพิสยํ เทสนํ กตฺวา ตถาการเณน. อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺเสตีติ อตีตภเวน กมฺมกิเลสวิปากวฏฺฏํ ทสฺเสติ. อตฺตภาโวติ ปจฺจุปฺปนฺโน อตฺตภาโว. ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺเสตี’’ติ วุตฺตนฺติ? นายํ โทโส ‘‘อตีเตเนวา’’ติ อนวธารณโต, เอวญฺจ กตฺวา อตีตาภิมุขคฺคหณํ ชนกกมฺมํ คหิตํ, ตณฺหาสีเสน นานนฺตริยภาวโต. น หิ กมฺมุนา วินา ตณฺหา ภวเนตฺติ ยุชฺชติ.

ตํ กมฺมนฺติ ตณฺหาสีเสน วุตฺตกมฺมํ. ทสฺเสตุนฺติ ตํ อตีตํ อตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ. ตสฺสตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมนฺติ ตสฺส ยถาวุตฺตสฺส อตฺตภาวสฺส ชนกํ. ตโต ปรมฺปิ อตฺตภาวํ อายูหิตํ กมฺมํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. อวิชฺชา จ นาม ตณฺหา วิย กมฺมตฺตาติ กมฺมสฺเสว คหณํ. ทฺวีสุ ฐาเนสูติ อาหารคฺคหเณน เวทนาทิคฺคหเณนาติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ. อตฺตภาโวติ ปจฺจุปฺปนฺนกาลิโก อตีตกาลิโก จ อตฺตภาโว. ปุน ทฺวีสูติ ตณฺหาคฺคหเณ อวิชฺชาสงฺขารคฺคหเณติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ. ตสฺส ชนกนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนสฺส เจว อตีตสฺส จ อตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมํ วุตฺตนฺติ โยชนา. กมฺมคฺคหเณน เจตฺถ ยตฺถ ตํ กมฺมํ อายูหิตํ, สา อตีตา ชาติ อตฺถโต ทสฺสิตา โหติ. เตน สํสารวฏฺฏสฺส อนมตคฺคตํ ทีเปติ. สงฺเขเปนาติ สงฺเขเปน เหตุปญฺจกผลปญฺจกคฺคหณมฺปิ หิ สงฺเขโป เอว เหตุผลภาเวน สงฺคเหตพฺพธมฺมานํ อเนกวิธตฺตา.

ยทิ อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺสิตํ, เอวํ สติ สปฺปเทสา ปฏิจฺจสมุปฺปาทธมฺมเทสนา โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิมาห. เตน หิ ยทิปิ สรูปโต อนาคเตน วฏฺฏํ อิธ น ทสฺสิตํ, นยโต ปน ตสฺสปิ ทสฺสิตตฺตา นิปฺปเทสา เอว ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุทกปิฏฺเฐ นิปนฺนนฺติ อุทกํ ปริปฺลววเสน นิปนฺนํ. ปรภาคนฺติ ปรอุตฺตมงฺคภาคํ. โอรโตติ ตโต อปรภาคโต โอโลเกนฺโต. อปริปุณฺโณติ วิกลาวยโว. เอวํสมฺปทนฺติอาทิ อุปมาย สํสนฺทนํ.

ยถา หิ คีวา สรีรสนฺธารกกณฺฑรานํ มูลฏฺฐานภูตา, เอวํ อตฺตภาวสนฺธารกานํ สงฺขารานํ มูลภูตา ตณฺหาติ วุตฺตํ ‘‘คีวาย ทิฏฺฐกาโล’’ติ. ยถา เวทนาทิอเนกาวยวสมุทายภูโต อตฺตภาโว, เอวํ ผาสุกปิฏฺฐิกณฺฑกาทิอเนกาวยวสมุทายภูตา ปิฏฺฐีติ ‘‘ปิฏฺฐิยา…เป… ตสฺส ทิฏฺฐกาโล’’ติ วุตฺตํ. ตณฺหาสงฺขาตนฺติ ตณฺหาย กถิตํ. อิธ เทสนาย ปจฺจยา อวิชฺชาสงฺขารา เวทิตพฺพาติ ‘‘นงฺคุฏฺฐมูลสฺส ทิฏฺฐกาโล วิยา’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ ปริโยสาเน ‘‘นงฺคุฏฺฐมูลํ ปสฺเสยฺยา’’ติ อุปมาทสฺสนํ กตํ. นยโต ปริปุณฺณภาวคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. ปาฬิยํ อนาคตสฺสาปิ ปจฺจยวฏฺฏสฺส เหตุวเสน ผลวเสน วา ปริปุณฺณภาวสฺส มุขมตฺตทสฺสนียตฺตา อาทิโต ผลเหตุสนฺธิ, มชฺเฌ เหตุผลสนฺธิ, อนฺเตปิ ผลเหตุสนฺธีติ เอวํ ติสนฺธิกตฺตา จตุสงฺเขปเมว วฏฺฏํ ทสฺสิตนฺติ.

อาหารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. โมฬิยผคฺคุนสุตฺตวณฺณนา

๑๒. อิมสฺมึเยว ฐาเนติ ‘‘จตฺตาโรเม ภิกฺขุ…เป… อาหารา’’ติ เอวํ จตฺตาโร อาหาเร สรูปโต ทสฺเสตฺวา ‘‘อิเม โข ภิกฺขเว…เป… อนุคฺคหายา’’ติ นิคมนวเสน ทสฺสิเต อิมสฺมึเยว ฐาเน. เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ จตุอาหารวิภาคทีปกํ เทสนํ อุทฺเทสวเสเนว นิฏฺฐาเปสิ, อุปริ อาวชฺเชตฺวา ตุณฺหี นิสีทิ. ทิฏฺฐิคติโกติ อตฺตทิฏฺฐิวเสน ทิฏฺฐิคติโก. วรคนฺธวาสิตนฺติ สภาวสิทฺเธน จนฺทนคนฺเธน เจว ตทญฺญนานาคนฺเธน จ ปริภาวิตตฺตา วรคนฺธวาสิตํ. รตนจงฺโกฏวเรนาติ รตนมเยน อุตฺตมจงฺโกฏเกน. เทสนานุสนฺธึ ฆเฏนฺโตติ ยถาเทสิตาย เทสนาย อนุสนฺธึ ฆเฏนฺโต, ยถา อุปริเทสนา วทฺเธยฺย, เอวํ อุสฺสาหํ กโรนฺโต. วิญฺญาณาหารํ อาหาเรตีติ ตสฺส อาหารณกิริยาย วุตฺตปุจฺฉาย ตํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเฏนฺโต ‘‘โย เอตํ…เป… ภุญฺชติ วา’’ติ อาห.

วิญฺญาณาหาเร นาม อิจฺฉิเต ตสฺส อุปภุญฺชเกนปิ ภวิตพฺพํ, โส ‘‘โก นุ โข’’ติ อยํ ปุจฺฉาย อธิปฺปาโย. อุตุสมเยติ คพฺภวุฏฺฐานสมเย. โส หิ อุตุสมยสฺส มตฺตกสมยตฺตา ตถา วุตฺโต. ‘‘อุทเกน อณฺฑานิ มา นสฺสนฺตู’’ติ มหาสมุทฺทโต นิกฺขมิตฺวา. คิชฺฌโปตกา วิย อาหารสญฺเจตนาย ตานิ กจฺฉปณฺฑานิ มโนสญฺเจตนาหาเรน ยาเปนฺตีติ อยํ ตสฺส เถรสฺส ลทฺธิ. กิญฺจาปิ อยํ ลทฺธีติ ผสฺสมโนสญฺเจตนาหาเรสุ กิญฺจาปิ เถรสฺส ยุตฺตา อยุตฺตา วา อยํ ลทฺธิ. อิมํ ปญฺหนฺติ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหารํ อาหาเรตี’’ติ อิมํ ปญฺหํ เอตาย ยถาวุตฺตาย ลทฺธิยา น ปน ปุจฺฉติ, อถ โข สตฺตุปลทฺธิยา ปุจฺฉตีติ อธิปฺปาโย. โสติ ทิฏฺฐิคติโก. น นิคฺคเหตพฺโพ อุมฺมตฺตกสทิสตฺตา อธิปฺปายํ อชานิตฺวา ปุจฺฉาย กตตฺตา. เตนาห ‘‘อาหาเรตีติ นาหํ วทามี’’ติอาทิ.

ตสฺมึ มยา เอวํ วุตฺเตติ ตสฺมึ วจเน มยา ‘‘อาหาเรตี’’ติ เอวํ วุตฺเต สติ. อยํ ปโญฺหติ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหารํ อาหาเรตี’’ติ อยํ ปโญฺห ยุตฺโต ภเวยฺย. เอวํ ปุจฺฉิเต ปเญฺหติ สตฺตุปลทฺธึ อนาทาย ‘‘กตมสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโย’’ติ เอวํ ธมฺมปวตฺตวเสเนว ปเญฺห ปุจฺฉิเต. เตเนว วิญฺญาเณนาติ เตเนว ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน สห อุปฺปนฺนํ นามญฺจ รูปญฺจ อตีตภเว ทิฏฺฐิคติกสฺส วเสน อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ อิธาธิปฺเปตํ. นามรูเป ชาเต สตีติ นามรูเป นิพฺพตฺเต ตปฺปจฺจยภูตํ ภินฺทิตฺวา สฬายตนํ โหติ.

ตตฺรายํ ปจฺจยวิภาโค – นามนฺติ เวทนาทิขนฺธตฺตยํ อิธาธิปฺเปตํ, รูปํ ปน สตฺตสนฺตติปริยาปนฺนํ, นิยมโต จตฺตาริ ภูตานิ ฉ วตฺถูนิ ชีวิตินฺทฺริยํ อาหาโร จ. ตตฺถ วิปากนามํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ หทยวตฺถุโน สหาโย หุตฺวา ฉฏฺฐสฺส มนายตนสฺส สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตวิปากอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ สตฺตธา ปจฺจโย โหติ. กิญฺจิ ปเนตฺถ เหตุปจฺจเยน กิญฺจิ อาหารปจฺจเยนาติ เอวํ อุกฺกํสาวกํโส เวทิตพฺโพ. อิตเรสํ ปน ปญฺจายตนานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ สหาโย หุตฺวา สหชาตนิสฺสยวิปากวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน ฉธา ปจฺจโย โหติ. กิญฺจิ ปเนตฺถ เหตุปจฺจเยน กิญฺจิ อาหารปจฺจเยนาติ สพฺพํ ปุริมสทิสํ. ปวตฺเต วิปากนามํ วิปากสฺส ฉฏฺฐายตนสฺส วุตฺตนเยน สตฺตธา ปจฺจโย โหติ, อวิปากํ ปน อวิปากสฺส ฉฏฺฐสฺส ตโต วิปากปจฺจยํ อปเนตฺวา ปจฺจโย โหติ. จกฺขายตนาทีนํ ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขุปสาทาทิวตฺถุกมฺปิ อิตรมฺปิ วิปากนามํ ปจฺฉาชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ จตุธา ปจฺจโย โหติ, ตถา อวิปากมฺปิ เวทิตพฺพํ. รูปโต ปน วตฺถุรูปํ ปฏิสนฺธิยํ ฉฏฺฐสฺส สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ฉธา ปจฺจโย โหติ. จตฺตาริ ปน ภูตานิ จกฺขายตนาทีนํ ปญฺจนฺนํ สหชาตนิสฺสยอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ จตุธา ปจฺจโย โหติ. รูปชีวิตํ อตฺถิอวิคตินฺทฺริยวเสน ติธา ปจฺจโย โหตีติ อยเญฺหตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคโต (วิสุทฺธิ. ๒.๕๙๔) คเหตพฺโพ.

ปญฺหสฺส โอกาสํ เทนฺโตติ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, ผุสตี’’ติ อิมสฺส ทิฏฺฐิคติกปญฺหสฺส โอกาสํ เทนฺโต. ตโต วิเวเจตุกาโมติ อธิปฺปาโย. สพฺพปเทสูติ ทิฏฺฐิคติเกน ภควตา จ วุตฺตปเทสุ. สตฺโตติ อตฺตา. โส ปน อุจฺเฉทวาทิโนปิ ยาว น อุจฺฉิชฺชติ, ตาว อตฺเถวาติ ลทฺธิ, ปเคว สสฺสตวาทิโน. ภูโตติ วิชฺชมาโน. นิปฺผตฺโตติ นิปฺผนฺโน. น ตสฺส ทานิ นิปฺผาเทตพฺพํ กิญฺจิ อตฺถีติ ลทฺธิ. อิทปฺปจฺจยา อิทนฺติ อิมสฺมา วิญฺญาณาหารปจฺจยา อิทํ นามรูปํ. ปุน อิทปฺปจฺจยา อิทนฺติ อิมสฺมา นามรูปปจฺจยา อิทํ สฬายตนนฺติ เอวํ พหูสุ ฐาเนสุ ภควตา กถิตตฺตา ยถา ปจฺจยโต นิพฺพตฺตํ สงฺขารมตฺตมิทนฺติ สญฺญตฺตึ อุปคโต. เตนาปีติ สญฺญตฺตุปคเตนาปิ. เอกาพทฺธํ กตฺวาติ ยถา ปุจฺฉาย อวสโร น โหติ, ตถา เอกาพทฺธํ กตฺวา. เทสนารุฬฺหนฺติ ยโต สฬายตนปทโต ปฏฺฐาย ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติอาทินา เทสนา ปฏิจฺจสมุปฺปาทวีถึ อารุฬฺหเมว. ตเมวาติ สฬายตนปทเมว คเหตฺวา. วิวชฺเชนฺโตติ วิวฏฺเฏนฺโต. เอวมาหาติ ‘‘ฉนฺนํเตฺววา’’ติอาทิอากาเรน เอวํ เทสิเต, ‘‘วิเนยฺยชโน ปฏิวิชฺฌตี’’ติ เอวมาห. วิญฺญาณาหาโร อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยาติ เอวํ ปุริมภวโต อายติภวสฺส ปจฺจยวเสน มูลการณวเสน จ เทสิตตฺตา ‘‘วิญฺญาณนามรูปานํ อนฺตเร เอโก สนฺธี’’ติ วุตฺตํ. ตทมินา วิญฺญาณคฺคหเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺสาปิ คหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

โมฬิยผคฺคุนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา

๑๓. เย ปจฺจยสมวาเย เตนตฺตภาเวน สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถา, เต พาหิรกลิงฺเค ฐิตาปิ เตเนว ตตฺถ สมตฺถตาโยเคน ภาวินํ สมิตพาหิตปาปตํ อเปกฺขิตฺวา สมณสมฺมตาเยว พฺราหฺมณสมฺมตาเยวาติ เต นิวตฺเตตุํ ‘‘สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถา’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขสจฺจวเสนาติ ทุกฺขอริยสจฺจวเสน. อญฺญถา กถํ พาหิรกาปิ ชรามรณํ ทุกฺขนฺติ น ชานนฺติ. สจฺจเทสนาภาวโต ‘‘สห ตณฺหายา’’ติ วุตฺตนฺติ เกจิ. ตํ น สุฏฺฐุ. ยสฺมา ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปฐมาภินิพฺพตฺติ, อิธ ชาตีติ อธิปฺเปตา, สา จ ตณฺหา เอว สนฺตาเนน, ตเณฺหว สา ชาติ. ชรามรณญฺเจตฺถ ปากฏเมว อธิปฺเปตํ, น ขณิกํ, ตสฺมา สตณฺหา เอว ชาติชรามรณสฺส สมุทโยติ ภูตกถนเมตํ ทฏฺฐพฺพํ. สมุทยสจฺจวเสน น ชานนฺตีติ โยชนา. เอส นโย เสสปเทสุปิ. สพฺพปเทสูติ ยตฺถ ตณฺหา วิเสสนภาเวน วตฺตพฺพา, เตสุ สพฺพปเทสุ. เยน สมนฺนาคตตฺตา ปุคฺคโล ปรมตฺถโต สมโณ พฺราหฺมโณติ วุจฺจติ, ตํ สามญฺญํ พฺรหฺมญฺญญฺจาติ อาห ‘‘อริย…เป… พฺรหฺมญฺญญฺจา’’ติ. เยน หิ ปวตฺตินิมิตฺเตน สมณ-สทฺโท พฺราหฺมณ-สทฺโท จ สเก อตฺเถ นิรุโฬฺห, ตสฺส วเสน อภินฺโนปิ เวเนยฺยชฺฌาสยโต ทฺวิธา กตฺวา วตฺตุํ อรหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุภยตฺถาปี’’ติ. เอกาทสสุ ฐาเนสุ จตฺตาริ สจฺจานิ กเถสิ อวิชฺชาสมุทยสฺส อนุทฺธฏตฺตา.

สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา

๑๔. อิเม ธมฺเม กตเม ธมฺเมติ จ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘อิเมสํ ธมฺมานํ กตเมสํ ธมฺมาน’’นฺติ อิเมสํ ปทานํ สงฺคโห. เอตานิ หิ ปทานิ ชรามรณาทีนํ สาธารณภาเวน วุตฺตานิ อิมิสฺสา เทสนาย ปปญฺจภูตานีติ อาห ‘‘เอตฺตกํ ปปญฺจํ กตฺวา กถิตํ, เทสนํ…เป… อชฺฌาสเยนา’’ติ. อิมินา ตาเนว ชรามรณาทีนิ คเหตฺวา ปุคฺคลชฺฌาสยวเสน อาทิโต ‘‘อิเม ธมฺเม’’ติอาทินา สพฺพปทสาธารณโต เทสนา อารทฺธา. ยถานุโลมสาสนญฺหิ สุตฺตนฺตเทสนา, น ยถาธมฺมสาสนนฺติ.

ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. กจฺจานโคตฺตสุตฺตวณฺณนา

๑๕. ยสฺมา อิธ ชานนฺตาปิ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ วทนฺติ อชานนฺตาปิ พาหิรกาปิ สาสนิกาปิ อนุสฺสวาทิวเสนปิ อตฺตปจฺจกฺเขนปิ, ตสฺมา ตํ พหูนํ วจนํ อุปาทาย อาเมฑิตวเสน ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาทิฏฺฐีติ, ภนฺเต, วุจฺจตี’’ติ อาห. ตถานิทฺทิฏฺฐตาทสฺสนตฺถํ หิสฺส อยํ อาเมฑิตปโยโค. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ‘‘อปเรหิปิ สมฺมาทิฏฺฐีติ วุจฺจติ, สา ปนายํ เอวํ วุจฺจมานา อตฺถญฺจ ลกฺขณญฺจ อุปาทาย กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, สมฺมาทิฏฺฐิ โหตี’’ติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ วจเน ยสฺมา วิญฺญู เอว ปมาณํ, น อวิญฺญู, ตสฺมา ‘‘ยํ ปณฺฑิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เทฺว อวยวา อสฺสาติ ทฺวยํ, ทุวิธํ ทิฏฺฐิคาหวตฺถุ, ทฺวยํ ทิฏฺฐิคาหวเสน นิสฺสิโต อปสฺสิโตติ ทฺวยนิสฺสิโต. เตนาห ‘‘เทฺว โกฏฺฐาเส นิสฺสิโต’’ติ. ยาย ทิฏฺฐิยา ‘‘สพฺโพยํ โลโก อตฺถิ วิชฺชติ สพฺพกาลํ อุปลพฺภตี’’ติ ทิฏฺฐิคติโก คณฺหาติ, สา ทิฏฺฐิ อตฺถิตา, สา เอว สทา สพฺพกาลํ โลโก อตฺถีติ ปวตฺตคาหตาย สสฺสโต, ตํ สสฺสตํ. ยาย ทิฏฺฐิยา ‘‘สพฺโพยํ โลโก นตฺถิ น โหติ อุจฺฉิชฺชตี’’ติ ทิฏฺฐิคติโก คณฺหาติ, สา ทิฏฺฐิ นตฺถิตา, สา เอว อุจฺฉิชฺชตีติ อุปฺปนฺนคาหตาย อุจฺเฉโท, ตํ อุจฺเฉทํ. โลโก นาม สงฺขารโลโก ตมฺหิ คเหตพฺพโต. สมฺมปฺปญฺญายาติ อวิปรีตปญฺญาย ยถาภูตปญฺญาย. เตนาห ‘‘สวิปสฺสนา มคฺคปญฺญา’’ติ. นิพฺพตฺเตสุ ธมฺเมสูติ ยถา ปจฺจยุปฺปนฺเนสุ รูปารูปธมฺเมสุ. ปญฺญายนฺเต เสฺววาติ สนฺตานนิพนฺธนวเสน ปญฺญายมาเนสุ เอว. ยา นตฺถีติ ยา อุจฺเฉททิฏฺฐิ ตตฺถ ตตฺเถว สตฺตานํ อุจฺฉิชฺชนโต วินสฺสนโต โกจิ ฐิโต นาม สตฺโต ธมฺโม วา นตฺถีติ สงฺขารโลเก อุปฺปชฺเชยฺย. ‘‘นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ ปวตฺตมานาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ตถาปวตฺตสงฺขารารมฺมณาว. สา น โหตีติ กมฺมาวิชฺชาตณฺหาทิเภทํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ สงฺขารโลกสฺส สมุทยนิพฺพตฺตึ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโต, สา อุจฺเฉททิฏฺฐิ, น โหติ, นปฺปวตฺตติ อวิจฺเฉเทน สงฺขารานํ นิพฺพตฺติทสฺสนโต. โลกนิโรธนฺติ สงฺขารโลกสฺส ขณิกนิโรธํ. เตนาห ‘‘สงฺขารานํ ภงฺค’’นฺติ. ยา อตฺถีติ เหตุผลสมฺพนฺเธน ปวตฺตมานสฺส สนฺตานานุปจฺเฉทสฺส เอกตฺตคฺคหเณน สงฺขารโลเก ยา สสฺสตทิฏฺฐิ สพฺพกาลํ โลโก อตฺถีติ อุปฺปชฺเชยฺย. สา น โหตีติ อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ นิโรธสฺส นวนวานญฺจ อุปฺปาทสฺส ทสฺสนโต, สา สสฺสตทิฏฺฐิ น โหติ.

โลโก สมุเทติ เอตสฺมาติ โลกสมุทโยติ อาห ‘‘อนุโลมปจฺจยาการ’’นฺติ. ปจฺจยธมฺมานญฺหิ อตฺตโน ผลสฺส ปจฺจยภาโว อนุโลมปจฺจยากาโร. ปฏิโลมํ ปจฺจยาการนฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ตํตํเหตุนิโรธโต ตํตํผลนิโรโธ หิ ปฏิโลมปจฺจยากาโร. โย หิ อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยธมฺมานํ เหตุอาทิปจฺจยภาโว, โส นิปฺปริยายโต โลกสมุทโย. ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส สงฺขาราทิกสฺส. อนุจฺเฉทํ ปสฺสโตติ อนุจฺเฉททสฺสนสฺส เหตุ. อยมฺปีติ น เกวลํ ขณโต อุทยวยนีหรณนโย, อถ โข ปจฺจยโต อุทยวยนีหรณนโยปิ.

อุปคมนฏฺเฐน ตณฺหาว อุปโย. ตถา ทิฏฺฐุปโย. เอเสว นโยติ อิมินา อุปเยหิ อุปาทานาทีนํ อนตฺถนฺตรตํ อติทิสติ. ตถา จ ปน เตสุ ทุวิธตา อุปาทียติ. นนุ จ จตฺตาริ อุปาทานานิ อญฺญตฺถ วุตฺตานีติ? สจฺจํ วุตฺตานิ, ตานิ จ โข อตฺถโต เทฺว เอวาติ อิธ เอวํ วุตฺตํ. กามํ ‘‘อหํ มม’’นฺติ อยถานุกฺกเมน วุตฺตํ, ยถานุกฺกมํเยว ปน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อาทิ-สทฺเทน ปโรปรสฺส สุภํ อสุภนฺติอาทีนญฺจ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. เต ธมฺเมติ เตภูมกธมฺเม. วินิวิสนฺตีติ วิรูปํ นิวิสนฺติ, อภินิวิสนฺตีติ อตฺโถ. ตาหีติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ. วินิพทฺโธติ วิรูปํ วิมุจฺจิตุํ วา อปฺปทานวเสน นิยเมตฺวา พทฺโธ.

‘‘อภินิเวโส’’ติ อุปยุปาทานานํ ปวตฺติอาการวิเสโส วุตฺโตติ อาห ‘‘ตญฺจายนฺติ ตญฺจ อุปยุปาทาน’’นฺติ. จิตฺตสฺสาติ อกุสลจิตฺตสฺส. ปติฏฺฐานภูตนฺติ อาธารภูตํ. โทสโมหวเสนปิ อกุสลจิตฺตปฺปวตฺติ ตณฺหาทิฏฺฐาภินิเวสูปนิสฺสยา เอวาติ ตณฺหาทิฏฺฐิโย อกุสลสฺส จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. ตสฺมินฺติ อกุสลจิตฺเต. อภินิวิสนฺตีติ ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติอาทินา อภินิเวสนํ ปวตฺเตนฺติ. อนุเสนฺตีติ ถามคตา หุตฺวา อปฺปหานภาเวน อนุเสนฺติ. ตทุภยนฺติ ตณฺหาทิฏฺฐิทฺวยํ. น อุปคจฺฉตีติ ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา ตณฺหาทิฏฺฐิคติยา น อุปสงฺกมติ น อลฺลียติ. น อุปาทิยตีติ น ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหาติ. น อธิฏฺฐาตีติ น ตณฺหาทิฏฺฐิคาเหน อธิฏฺฐาย ปวตฺตติ. อตฺตนิยคาโห นาม สติ อตฺตคาเห โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อตฺตา เม’’ติ. อิทํ ทุกฺขคฺคหณํ อุปาทานกฺขนฺธาปสฺสยํ ตพฺพินิมุตฺตสฺส ทุกฺขสฺส อภาวาติ วุตฺตํ ‘‘ทุกฺขเมวาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธมตฺตเมวา’’ติ. ‘‘สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๘๗; ม. นิ. ๑.๑๒๐; ๓.๓๗๓; วิภ. ๑๙๐) หิ วุตฺตํ. กงฺขํ น กโรตีติ สํสยํ น อุปฺปาเทติ สพฺพโส วิจิกิจฺฉาย สมุจฺฉินฺทนโต.

น ปรปฺปจฺจเยนาติ ปรสฺส อสทฺทหเนน. มิสฺสกสมฺมาทิฏฺฐึ อาหาติ นามรูปปริจฺเฉทโต ปฏฺฐาย สมฺมาทิฏฺฐิยา วุตฺตตฺตา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกํ สมฺมาทิฏฺฐึ อโวจ. นิกูฏนฺโตติ นิหีนนฺโต. นิหีนปริยาโย หิ อยํ นิกูฏ-สทฺโท. เตนาห ‘‘ลามกนฺโต’’ติ. ปฐมกนฺติ จ ครหายํ ก-สทฺโท. สพฺพํ นตฺถีติ ยถาสงฺขตํ ภงฺคุปฺปตฺติยา นตฺถิ เอว, สพฺพํ นตฺถิ อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสตีติ อธิปฺปาโย. สพฺพมตฺถีติ จ ยถา อสงฺขตํ อตฺถิ วิชฺชติ, สพฺพกาลํ อุปลพฺภตีติ อธิปฺปาโย. สพฺพนฺติ เจตฺถ สกฺกายสพฺพํ เวทิตพฺพํ ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑) วิย. ตญฺหิ ปริญฺญาญาณานํ ปจฺจยภูตํ. อิติ-สทฺโท นิทสฺสเน. กึ นิทสฺเสติ? อตฺถิ-สทฺเทน วุตฺตํ. ‘‘อตฺถิต’’นฺติ นิจฺจตํ. สสฺสตคฺคาโห หิ อิธ ปฐโม อนฺโตติ อธิปฺเปโต. อุจฺเฉทคฺคาโห ทุติโยติ ตทุภยวินิมุตฺตา จ อิทปฺปจฺจยตา. เอตฺถ จ อุปฺปนฺนนิโรธกถนโต สสฺสตตํ, นิรุชฺฌนฺตานํ อสติ นิพฺพานปฺปตฺติยํ ยถาปจฺจยํ ปุนูปคมนกถนโต อุจฺเฉทตญฺจ อนุปคมฺม มชฺฌิเมน ภควา ธมฺมํ เทเสติ อิทปฺปจฺจยตานเยน. เตน วุตฺตํ ‘‘เอเต…เป… อนฺเต’’ติอาทิ.

กจฺจานโคตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา

๑๖. นิพฺพินฺทนตฺถายาติ นิพฺพิทานุปสฺสนาปฏิลาภาย. สา หิ ชรามรณสีเสน วุตฺเตสุ สงฺขตธมฺเมสุ นิพฺพินฺทนากาเรน ปวตฺตติ. วิรชฺชนตฺถายาติ วิราคานุปสฺสนาปฏิลาภาย. สีลโต ปฏฺฐายาติ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสีลสมาทานโต ปฏฺฐาย. โสตาปตฺติยงฺเคหิ สมนฺนาคโต วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสีเล ปติฏฺฐิโต อุปาสโกปิ ปเคว จตุปาริสุทฺธิสีเล ปติฏฺฐิโต ภิกฺขุ สมฺมาปฏิปนฺโน นาม. เตนาห ‘‘ยาว อรหตฺตมคฺคา ปฏิปนฺโนติ เวทิตพฺโพ’’ติ. นิพฺพานธมฺมสฺสาติ นิพฺพานาวหสฺส อริยสฺส มคฺคสฺส. อนุรูปสภาวภูตนฺติ นิพฺพานาธิคมสฺส อนุจฺฉวิกสภาวภูตํ. นิพฺพิทาติ อิมินา วุฏฺฐานคามินิปริโยสานํ วิปสฺสนํ วทติ. วิราคา นิโรธาติ ปททฺวเยน อริยมคฺคํ, อิตเรน ผลํ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. เอเกน นเยนาติ ปฐเมน นเยน. ตตฺถ หิ ภควา เตน ภิกฺขุนา ธมฺมกถิกลกฺขณํ ปุจฺฉิโต ตํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. โย หิ วิปสฺสนํ มคฺคํ อนุปาทาวิมุตฺตึ ปาเปตฺวา กเถตุํ สกฺโกติ, โส เอกนฺตธมฺมกถิโก. เตนาห ‘‘ธมฺมกถิกสฺส ปุจฺฉา กถิตา’’ติ. ทฺวีหีติ ทุติยตติยนเยหิ. ตนฺติ ปุจฺฉํ. วิเสเสตฺวาติ วิสิฏฺฐํ กตฺวา. ยถาปุจฺฉิตมตฺตเมว อกเถตฺวา อปุจฺฉิตมฺปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตึ อนุปาทาย วิมุตฺติสงฺขาตํ วิเสสํ ปาเปตฺวา. ภควา หิ อปฺปํ ยาจิโต พหุํ เทนฺโต อุฬารปุริโส วิย ธมฺมกถิกลกฺขณํ ปุจฺฉิโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน ตญฺเจว ตโต จ อุตฺตรึ ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตึ อนุปาทาวิมุตฺตญฺจ วิสฺสชฺเชสิ. ตตฺถ ‘‘นิพฺพิทาย…เป… ธมฺมํ เทเสตี’’ติ อิมินา ธมฺมเทสนํ วาสนาภาคิยํ กตฺวา ทสฺเสสิ. ‘‘นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหตี’’ติ อิมินา นิพฺเพธภาคิยํ, ‘‘อนุปาทาวิมุตฺโต โหตี’’ติ อิมินา เทสนํ อเสกฺขภาคิยํ กตฺวา ทสฺเสสิ. เตนาห ‘‘เสกฺขาเสกฺขภูมิโย นิทฺทิฏฺฐา’’ติ.

ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา

๑๗. ลิงฺเคน อเจลโกติ ปพฺพชิตลิงฺเคน อเจลโก. เตน อเจลกจรเณน อเจโล, น นิจฺเจลตามตฺเตนาติ ทสฺเสติ. นาเมนาติ โคตฺตนาเมน กสฺสโปติ. เทเสติ ปเวเทติ สํสยวิคมนํ เอเตนาติ เทโส, นิจฺฉยเหตูติ อาห ‘‘กิญฺจิเทว เทส’’นฺติอาทิ. โส หิ สํสยวิคมนํ กโรตีติ การณํ. โอกาสนฺติ อวสํสนฺทนปเทสํ. เตนาห ‘‘ขณํ กาล’’นฺติ. อนฺตรฆรํ อนฺโตนิเวสนํ. อนฺตเร ฆรานิ เอตสฺสาติ อนฺตรฆรํ, อนฺโตคาโม. ยทากงฺขสีติ ยํ อากงฺขสิ. อิติ ภควา สพฺพญฺญุปวารณาย ปวาเรติ. เตนาห ‘‘ยํ อิจฺฉสี’’ติ. ยทากงฺขสีติ ยํ อากงฺขสิ, กสฺสป, ติกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปนฺโตปิ ปุจฺฉสิ, ยํ อากงฺขสิ, ตเมว ปุจฺฉาติ อตฺโถ.

‘‘ยาวตติยํ ปฏิกฺขิปี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ตติยมฺปิ โข’’ติอาทินา ปาเฐน ภวิตพฺพํ. โส ปน นยวเสน สํขิตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. เยน การเณน ภควา อเจลกสฺส ติกฺขตฺตุํ ยาจาเปตฺวา จสฺส ปญฺหํ กเถสิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทิมาห. คารวชนนตฺถํ ยาวตติยํ ปฏิกฺขิปิ ตญฺจ ธมฺมสฺส สุสฺสูสาย. ธมฺมครุกา หิ พุทฺธา ภควนฺโต. สตฺตานํ ญาณปริปากํ อาคมยมาโน ยาวตติยํ ยาจาเปตีติ วิภตฺติวิปริณามวเสน สาธารณโต ปทํ โยเชตฺวา ปุน ‘‘เอตฺตเกน กาเลนา’’ติ กสฺสปสฺส วเสน โยเชตพฺพํ.

มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. ภณีติ ปุนวจนวเสน กิริยาปทํ วทติ. มา เอวํ ภณิ, กเถสีติ อตฺโถ. ‘‘อิติ ภควา อโวจา’’ติ ปน สงฺคีติการวจนํ. สยํกตํ ทุกฺขนฺติ ปุริสสฺส อุปฺปชฺชมานทุกฺขํ, เตน กตํ นาม ตสฺส การณสฺส ปุพฺเพ เตเนว กมฺมสฺส อุปจิตตฺตาติ อยํ นโย อนวชฺโช. ทิฏฺฐิคติโก ปน ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ นิจฺจํ การกเวทกลกฺขณํ อตฺตานํ ปริกปฺเปตฺวา ตสฺส วเสน ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ปุจฺฉตีติ ภควา ‘‘มา เหว’’นฺติ อโวจ, เตนาห ‘‘สยํกตํ ทุกฺขนฺติ วตฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ยทิ พาหิรเกหิ ปริกปฺปิโต อตฺตา นาม โกจิ อตฺถิ, โส จ นิจฺโจ, ตสฺส นิพฺพิการตาย, ปุริมรูปาวิชหนโต กสฺสจิ วิเสสาธานสฺส กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อหิตโต นิวตฺตนตฺถํ, หิเต จ วตฺตนตฺถํ อุปเทโส จ นิปฺปโยชโน สิยา อตฺตวาทิโน. กถํ วา โส อุปเทโส ปวตฺตียติ? วิการาภาวโต. เอวญฺจ อตฺตโน อชฏากาสสฺส วิย ทานาทิกิริยา หึสาทิกิริยา จ น สมฺภวติ, ตถา สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ อนุภวนพนฺโธ เอว อตฺตวาทิโน น ยุชฺชติ กมฺมพนฺธาภาวโต. ชาติอาทีนญฺจ อสมฺภวโต กุโต วิโมกฺโข. อถ ปน ‘‘ธมฺมมตฺตํ ตสฺส อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จ. ยสฺส วเสนายํ กิริยาโวหาโร’’ติ วเทยฺย, เอวมฺปิ ปุริมรูปาวิชหเนน อวฏฺฐิตสฺส อตฺตโน ธมฺมมตฺตนฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ. เต วา ปนสฺส ธมฺมา อวตฺถาภูตา, ตโต อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา. ยทิ อญฺเญ, น ตาหิ ตสฺส อุปฺปนฺนาหิปิ โกจิ วิเสโส อตฺถิ. โย หิ กโรติ ปฏิสํเวเทติ จวติ อุปปชฺชติ จาติ อิจฺฉิตํ, ตสฺมา ตทตฺโถ เอว ยถาวุตฺตโทโส. กิญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถิกา สิยา. อถ อนญฺเญ, อุปฺปาทวินาสวนฺตีหิ อวตฺถาหิ อนญฺญสฺส อตฺตโน ตาสํ วิย อุปฺปาทวินาสสมฺภวโต กุโต นิจฺจตาวกาโส. ตาสมฺปิ วา อตฺตโน วิย นิจฺจตาปตฺตีติ พนฺธวิโมกฺขานํ อสมฺภโว เอวาติ น ยุชฺชเตวายํ อตฺตวาโท. เตนาห ‘‘อตฺตา นาม โกจิ ทุกฺขสฺส การโก นตฺถีติ ทีเปตี’’ติ. ปรโตติ ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติอาทิเก ปรสฺมึ ติวิเธปิ นเย. อธิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อธิจฺจ ยทิจฺฉาย กิญฺจิ การณํ กสฺสจิ วา ปุพฺพํ วินา สมุปฺปนฺนํ. เตนาห ‘‘อการเณน ยทิจฺฉาย อุปฺปนฺน’’นฺติ. กสฺมา เอวมาหาติ เอวํ วกฺขมาโนติ อธิปฺปาโย. อสฺสาติ อเจลสฺส. อยนฺติ ภควนฺตํ สนฺธาย วทติ. โสเธนฺโตติ สยํ วิสุทฺธํ กตฺวา ปุจฺฉิตมตฺถํ เอว อตฺตโน ปุจฺฉาย สุทฺธึ ทสฺเสนฺโต. ลทฺธิยา ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ มิจฺฉาคหณสฺส ปฏิเสธนตฺถาย.

โส กโรตีติ โส กมฺมํ กโรติ. โส ปฏิสํเวทยตีติ การกเวทกานํ อนญฺญตฺตทสฺสนปรํ เอตํ, น ปน กมฺมกิริยาผลานํ ปฏิสํเวทนานํ สมานกาลตาทสฺสนปรํ. อิตีติ นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต. โขติ อวธารเณ. ‘‘โส เอวา’’ติ ทสฺสิโต. อนิยตาเทสา หิ เอเต นิปาตา. อาทิโตติ ภุมฺมตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘อาทิมฺหิเยวา’’ติ. ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเคว ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวทยตี’’ติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสา ภวนฺติ. สญฺญาวิปลฺลาสโต หิ จิตฺตวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาสโต ทิฏฺฐิวิปลฺลาโส, เตนาห ‘‘เอวํ สติ ปจฺฉา สยํกตํ ทุกฺขนฺติ อยํ ลทฺธิ โหตี’’ติ. เอวํ สติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสานํ พฺรูหิโต มิจฺฉาภินิเวโส, ยทิทํ ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิ. ตสฺมา ปฏินิสฺสชฺเชตุํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตนฺติ ทสฺเสติ. เตนาห ภควา ‘‘สยํกตํ…เป… เอตํ ปเรตี’’ติ. วฏฺฏทุกฺขํ อธิปฺเปตํ อวิเสสโต อตฺถีติ จ วุตฺตตฺตา. สสฺสตํ สสฺสตคาหํ ทีเปติ ปเรสํ ปกาเสติ, ตถาภูโต จ สสฺสตํ ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหาตีติ. ตสฺสาติ ทิฏฺฐิคติกสฺส. ตํ ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตทสฺสนํ. เอตํ สสฺสตคฺคหณํ. ปเรติ อุเปติ. เตนาห ‘‘การกญฺจ…เป… อตฺโถ’’ติ. เอกเมว คณฺหนฺตนฺติ สติปิ วตฺถุเภเท อโยนิโส อุปฺปชฺชเนน เอกเมว กตฺวา คณฺหนฺตํ.

อิธ ‘‘อาทิมฺหิเยวา’’ติ ปเท. ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเควาติอาทินา เหตฺถ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยเญฺหตฺถ โยชนา – ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเคว อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวทยตีติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสา ภวนฺตีติ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. เอวํ สตีติ เอวํ มุทุเก อุจฺเฉทวิปลฺลาเส ปฐมุปฺปนฺเน สติ ปจฺฉา ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหตีติ สมฺพนฺโธ. การโกติ กมฺมสฺส การโก. เตน กตนฺติ กมฺมการเกน กตํ. กมฺมุนา หิ ผลสฺส โวหาโร อเภโทปจารกตฺตา. เอวนฺติ ทิฏฺฐิสหคตา เวทนา สาตสภาวา กิเลสปริฬาหาทินา สปริสฺสยา สอุปายาสา, เอวํ. ‘‘ปเคว อิตเร’’ติ วุตฺตเวทนาย อภิตุนฺนสฺส วิทฺธสฺส. ‘‘วุตฺตนเยน โยเชตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ตํ โยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิมาห. อุจฺเฉทนฺติ สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ, วิภวนฺติ อตฺโถ. อสโต หิ วินาสาสมฺภวโต อตฺถิภาวนิพนฺธโน อุจฺเฉโท. ยถา เหตุผลภาเวน ปวตฺตมานานํ สภาวธมฺมานํ สติปิ เอกสนฺตานปริยาปนฺนานํ ภินฺนสนฺตติปติเตหิ วิเสเส เหตุผลานํ ปรมตฺถโต อวินาภาวตฺตา ภินฺนสนฺตานปติตานํ วิย อจฺจนฺตเภทสนฺนิฏฺฐาเนน นานตฺตนยสฺส มิจฺฉาคหณํ อุจฺเฉทาภินิเวสสฺส การณํ. เอวํ เหตุผลภูตานํ ธมฺมานํ วิชฺชมาเนปิ สภาวเภเท เอกสนฺตติปริยาปนฺนตาย เอกตฺตนเยน อจฺจนฺตาเภทคหณมฺปิ การณเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ ปาฬิยํ. สนฺตานวเสน หิ วตฺตมาเนสุ ขนฺเธสุ ฆนวินิพฺโภคาภาเวน เอกตฺตคหณนิพนฺธโน สตฺตคฺคาโห, สตฺตสฺส จ อตฺถิภาวคฺคาหนิพนฺธโน อุจฺเฉทคฺคาโห, ยาวายํ อตฺตา น อุจฺฉิชฺชติ, ตาวายํ วิชฺชติเยวาติ คหณโต นิรุทยวินาโส อิธ อุจฺเฉโทติ อธิปฺเปโตติ ‘‘อุจฺเฉท’’นฺติ วุตฺตํ. วิเสเสน นาโส วินาโส, อภาโว. โส ปน มํสจกฺขุปญฺญาจกฺขูนํ ทสฺสนปถาติกฺกโมเยว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อทสฺสน’’นฺติ. อทสฺสเน หิ นาสสทฺโท โลเก นิรุโฬฺหติ. สภาววิคโม สภาวาปคโม วิภโว. โย หิ นิรุทยวินาเสน อุจฺฉิชฺชติ, น โส อตฺตโน สภาเวน ติฏฺฐติ.

เอเต เตติ วา เย อิเม ตยา ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ จ ปุฏฺเฐน มยา ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวทยตี’’ติอาทินา, ‘‘อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวทยตี’’ติอาทินา จ ปฏิกฺขิตฺตา สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาตา อนฺตา, เต อุโภ อนฺเตติ โยชนา. อถ วา เอเต เตติ ยตฺถ ปุถู อญฺญติตฺถิยา อนุปจิตญาณสมฺภารตาย ปรมคมฺภีรํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ อปฺปชานนฺตา สสฺสตุจฺเฉเท นิมุคฺคา สีสํ อุกฺขิปิตุํ น วิสหนฺติ, เอเต เต อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมาติ โยชนา. เทเสตีติ ปฐมํ ตาว อนญฺญสาธารเณ ปฏิปตฺติธมฺเม ญาณานุภาเวน มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต, กรุณานุภาเวน เทสนาธมฺเม มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต ธมฺมํ เทเสติ. เอตฺถ หีติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา การณโต…เป… นิทฺทิฏฺโฐ, ตสฺมา มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต ธมฺมํ เทเสตีติ โยชนา. การณโต ผลํ ทีปิตนฺติ โยชนา, อภิเธยฺยานุรูปญฺหิ ลิงฺควจนานิ โหนฺติ. อสฺสาติ ผลสฺส. น โกจิ การโก วา เวทโก วา นิทฺทิฏฺโฐ, อญฺญทตฺถุ ปฏิกฺขิตฺโต เหตุผลมตฺตตาทสฺสนโต เกวลํ ทุกฺขกฺขนฺธคหณโตติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘เอเต เต, กสฺสป…เป… ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’ติ เอตฺตเกน ตาว ปเทน. เสสปญฺหาติ ‘‘สยํกตญฺจ ปรํกตญฺจ ทุกฺข’’นฺติอาทิกา เสสา จตฺตาโร ปญฺหา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘กึ นุ โข, โภ โคตม, นตฺถิ ทุกฺข’’นฺติ ปโญฺห ปาฬิยํ สรูเปเนว ปฏิกฺขิตฺโตติ น อุทฺธโต. ปฏิเสธิตา โหนฺตีติ ตติยปโญฺห, ตาว ปฐมทุติยปญฺหปฏิกฺเขเปเนว ปฏิกฺขิตฺโต, โส หิ ปโญฺห วิสุํ วิสุํ ปฏิกฺเขเปน เอกชฺฌํ ปฏิกฺเขเปน จ. เตนาห ‘‘อุโภ…เป… ปฏิกฺขิตฺโต’’ติ. เอตฺถ จ ยสฺส อตฺตา การโก เวทโก วา อิจฺฉิโต, เตน วิปริณามธมฺโม อตฺตา อนุญฺญาโต โหติ. ตถา จ สติ อนุปุพฺพธมฺมปฺปวตฺติยา รูปาทิธมฺมานํ วิย, สุขาทิธมฺมานํ วิย จสฺส ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย อุปฺปาทวนฺตตา อาปชฺชติ. อุปฺปาเท จ สติ อวสฺสํภาวี นิโรโธติ อนวกาสา นิจฺจตาติ. ตสฺส ‘‘สยํกต’’นฺติ ปฐมปญฺหปฏิกฺเขโป ปจฺฉา เจ อตฺตโน นิรุฬฺหสฺส สมุทโย โหตีติ ปุพฺเพ วิย อเนน ภวิตพฺพํ, ปุพฺเพ วิย วา ปจฺฉาปิ. เสสปญฺหาติ ตติยปญฺหาทโย. ตติยปโญฺห ปฏิกฺขิตฺโตติ เอวญฺจ ตติยปโญฺห ปฏิกฺขิตฺโต เวทิตพฺโพ – ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา สตตํ สมิตํ ปจฺจยายตฺตสฺส ทีปเนน ทุกฺขสฺส อธิจฺจสมุปฺปนฺนตา ปฏิกฺขิตฺตา, ตโต เอว ตสฺส อชานนญฺจ ปฏิกฺขิตฺตํ. เตนาห ภควา ‘‘เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; สํ. นิ. ๒.๓๙-๔๐; มหาว. ๑; อุทา. ๑).

ยํ ปริวาสํ สมาทิยิตฺวา ปริวสตีติ โยชนา. วจนสิลิฏฺฐตาวเสนาติ ‘‘ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยํ อุปสมฺปท’’นฺติ ยาจนฺเตน เตน วุตฺตวจนสิลิฏฺฐตาวเสน. คามปฺปเวสนาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน นาติทิวาปฏิกฺกมนํ, นเวสิยาทิโคจรตา, สพฺรหฺมจารีนํ กิจฺเจสุ ทกฺขตาทิ, อุทฺเทสาทีสุ ติพฺพจฺฉนฺทตา, ติตฺถิยานํ อวณฺณภณเน อตฺตมนตา, พุทฺธาทีนํ อวณฺณภณเน อนตฺตมนตา, ติตฺถิยานํ วณฺณภณเน อนตฺตมนตา, พุทฺธาทีนํ วณฺณภณเน อตฺตมนตาติ (มหาว. ๘๗) อิเมสํ สงฺคโห. อฏฺฐ วตฺตานีติ อิมานิ อฏฺฐ ติตฺถิยวตฺตานิ ปูเรนฺเตน. เอตฺถ จ นาติกาเลน คามปฺปเวสนา ตตฺถ วิสุทฺธกายวจีสมาจาเรน ปิณฺฑาย จริตฺวา นาติทิวาปฏิกฺกมนนฺติ อิทเมกํ วตฺตํ.

อยเมตฺถ ปาโฐติ เอตสฺมึ กสฺสปสุตฺเต อยํ ปาโฐ. อญฺญตฺถาติ สีหนาทสุตฺตาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๐๒-๔๐๓). ฆํสิตฺวา โกฏฺเฏตฺวาติ ยถา สุวณฺณํ นิฆํสิตฺวา อธิกรณิยา โกฏฺเฏตฺวา นิทฺโทสเมว คยฺหติ, เอวํ ปริวาสวตฺตจรเณน ฆํสิตฺวา สุทฺธภาววีมํสเนน โกฏฺเฏตฺวา สุทฺโธ เอว อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิธ คยฺหติ. ติพฺพจฺฉนฺทตนฺติ สาสนํ อนุปวิสิตฺวา พฺรหฺมจริยวาเส ติพฺพจฺฉนฺทตํ ทฬฺหตราภิรุจิตํ. อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสีติ นามโคตฺเตน อปากฏํ เอกํ ภิกฺขุํ อาณาเปสิ เอหิภิกฺขุอุปสมฺปทาย อุปนิสฺสยาภาวโต. คเณ นิสีทิตฺวาติ ภิกฺขู อตฺตโน สนฺติเก ปตฺตาสนวเสน คเณ นิสีทิตฺวา.

อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ติมฺพรุกสุตฺตวณฺณนา

๑๘. ยสฺมา ติมฺพรุโก ‘‘เวทนา อตฺตา. อตฺตาว เวทยตี’’ติ เอวํลทฺธิโก, ตสฺมา ตาย ลทฺธิยา ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ วทติ, ตํ ปฏิสํหริตุํ ภควา ‘‘สา เวทนา’’ติอาทึ อโวจ. เตนาห ‘‘สา เวทนาติอาทิ สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ ลทฺธิยา นิเสธนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ. เอตฺถาปีติ อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต. ตตฺราติ ยํ วุตฺตํ ‘‘สา เวทนา…เป… สุขทุกฺข’’นฺติ, ตสฺมึ ปาเฐ. อาทิมฺหิเยวาติ เอตฺถ ภุมฺมวจเนน ‘‘อาทิโต’’ติ โต-สทฺโท น นิสฺสกฺกวจเน. เอว-กาเรน โข-สทฺโท อวธารเณติ ทสฺเสติ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตเมว. ตตฺถ ปน ‘‘เวทนาโต อญฺโญ อตฺตา, เวทนาย การโก’’ติ ลทฺธิกสฺส ทิฏฺฐิคติกสฺส วาโท ปฏิกฺขิตฺโต, อิธ ‘‘เวทนา อตฺตา’’ติ เอวํลทฺธิกสฺสาติ อยเมว วิเสโส. เตนาห ‘‘เอวญฺหิ สติ เวทนาย เอว เวทนา กตา โหตี’’ติอาทิ. อิมิสฺสาติ ยาย เวทนาย สุขทุกฺขํ กตํ, อิมิสฺสา. ปุพฺเพปีติ สสฺสตาการโต ปุพฺเพปิ. ปุริมญฺหิ อตฺถนฺติ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตํ อตฺถํ. อฏฺฐกถายนฺติ โปราณฏฺฐกถายํ. ตนฺติ ปุริมสุตฺเต วุตฺตมตฺถํ. อสฺสาติ อิมสฺส สุตฺตสฺส. ยสฺมา ติมฺพรุโก ‘‘เวทนาว อตฺตา’’ติ คณฺหาติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อหํ สา เวทนา…เป… น วทามี’’ติ.

อญฺญา เวทนาติอาทีสุปิ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตนยเมว. การกเวทนาติ กตฺตุภูตเวทนา. เวทนาสุขทุกฺขนฺติ เวทนาภูตสุขทุกฺขํ กถิตํ, น วฏฺฏสุขทุกฺขํ. ‘‘วิปากสุขทุกฺขเมว วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ ‘‘สยํกตํ สุขํ ทุกฺข’’นฺติอาทิวจนโต.

ติมฺพรุกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนา

๑๙. อวิชฺชา นีวรณา ภวาทิ-อาทีนวสฺส นิวาริตปฏิจฺฉาทิกา เอตสฺสาติ อวิชฺชานีวรโณ, อวิชฺชาย นิวุโตติ อาห ‘‘อวิชฺชาย นิวาริตสฺสา’’ติ. อยํ กาโยติ พาลสฺส อปฺปหีนกิเลสสฺส ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺตภาวํ รกฺขํ กตฺวา อวิชฺชาย ปฏิจฺฉาทิตาทีนเว อยาถาวทสฺสนวเสน ตณฺหาย ปฏิลทฺธจิตฺตสฺส ตํตํภวูปคา สงฺขารา สงฺขรียนฺติ. เตหิ จ อตฺตภาวสฺส อภินิพฺพตฺติ, ตสฺมา อยญฺจ อวิชฺชาย กาโย นิพฺพตฺโตติ. อสฺสาติ พาลสฺส. อยํ อตฺโถติ ‘‘อยํ กาโย นามรูปนฺติ จ วุตฺโต’’ติ อตฺโถ ทีเปตพฺโพ อุปาทานกฺขนฺธสฬายตนสงฺคหโต เตสํ ธมฺมานํ. เอวเมตํ ทฺวยนฺติ เอวํ อวิชฺชาย นิวาริตตฺตา, ตณฺหาย จ สํยุตฺตตฺตา เอวํ สปรสนฺตานคตสวิญฺญาณกกายสงฺขาตํ ทฺวยํ โหติ. อญฺญตฺถาติ สุตฺตนฺตเรสุ. ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕-๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓-๔๕; ๔.๖๐-๖๑; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗) อชฺฌตฺติกพาหิรายตนานิ ภินฺทิตฺวา จกฺขุรูปาทิทฺวยานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา, อิธ ปน อภินฺทิตฺวา ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรายตนานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา ‘‘ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโส’’ติ, ตสฺมา มหาทฺวยํ นาม กิเรตํ อนวเสสโต อชฺฌตฺติกพาหิรายตนานํ คหิตตฺตา. อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานีติ เอตฺถาปิ หิ สฬายตนานิ สงฺคหิตาเนว. ผสฺสการณานีติ ผสฺสปวตฺติยา ปจฺจยานิ. เยหีติ เหตุทสฺสนมตฺตนฺติ อาห ‘‘เยหิ การณภูเตหี’’ติ. ผสฺโส เอว ผุสนกิจฺโจ, น ผสฺสายตนานีติ วุตฺตํ ‘‘ผสฺเสน ผุฏฺโฐ’’ติ. ปริปุณฺณวเสนาติ อเวกลฺลวเสน. อปริปุณฺณายตนานํ หีนานิ ผสฺสสฺส การณานิ โหนฺติ, เตสํ วิยาติ ‘‘เอเตสํ วา อญฺญตเรนา’’ติ วุตฺตํ. กายนิพฺพตฺตนาทิมฺหีติ สวิญฺญาณกสฺส กายสฺส นิพฺพตฺตนํ กายนิพฺพตฺตนํ, กาโย วา นิพฺพตฺตติ เอเตนาติ กายนิพฺพตฺตนํ, กิเลสาภิสงฺขารา. อาทิสทฺเทน ผสฺสสฬายตนาทิสงฺคโห. อธิกํ ปยสติ ปยุญฺชติ เอเตนาติ อธิปฺปยาโส, วิเสสการณนฺติ อาห ‘‘อธิกปโยโค’’ติ.

ภควา อมฺหากํ อุปฺปาทกภาเวน มูลภาเวน ภควํมูลกา. อิเม ธมฺมาติ อิเม การณธมฺมา. เยหิ มยํ พาลปณฺฑิตานํ สมาเนปิ กายนิพฺพตฺตนาทิมฺหิ วิเสสํ ชาเนยฺยาม, เตนาห ‘‘ปุพฺเพ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺเธน อุปฺปาทิตา’’ติอาทิ. อาชานามาติ อภิมุขํ ปจฺจกฺขโต ชานาม. ปฏิวิชฺฌามาติ ตสฺเสว เววจนํ, อธิคจฺฉามาติ อตฺโถ. เนตาติ อมฺหากํ สนฺตาเน ปาเปตา. วิเนตาติ ยถา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส โหติ, เอวํ วิเสสโต เนตา, ตทงฺควินยาทิวเสน วา วิเนตา. อนุเนตาติ อนุรูปํ เนตา. อนฺตรนฺตรา ยถาธมฺมปญฺญตฺติยา ปญฺญาปิตานํ ธมฺมานํ อนุรูปโต ทสฺสนํ โหตีติ อาห ‘‘ยถาสภาวโต …เป… ทสฺเสตา’’ติ. อาปาถํ อุปคจฺฉนฺตานํ ภควา ปฏิสรณํ สโมสรณฏฺฐานนฺติ ภควํปฏิสรณา ธมฺมา. เตนาห ‘‘จตุภูมกธมฺมา’’ติอาทิ. ปฏิสรติ ปฏิวิชฺฌตีติ ปฏิสรณํ, ตสฺมา ปฏิวิชฺฌนวเสน ภควา ปฏิสรณํ เอเตสนฺติ ภควํปฏิสรณา. เตนาห ‘‘อปิ จา’’ติอาทิ. ผสฺโส อาคจฺฉตีติ ปฏิวิชฺฌนกวเสน ผสฺโส ญาณสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, อาปาถํ อาคจฺฉนฺโตเยว โส อตฺถโต ‘‘อหํ กินฺนาโม’’ติ นามํ ปุจฺฉนฺโต วิย, ภควา จสฺส นามํ กโรนฺโต วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อหํ ภควา’’ติอาทิ. อุปฏฺฐาตูติ ญาณสฺส ปจฺจุปฏฺฐาตุ. ภควนฺตํเยว ปฏิภาตูติ ภควโต เอว ภาโค โหตุ, ภควาว นํ อตฺตโน ภาคํ กตฺวา วิสฺสชฺเชตูติ อตฺโถ, ภควโต ภาโค ยทิทํ ธมฺมสฺส อกฺขานํ, อมฺหากํ ปน สวนํ ภาโคติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. เอวญฺหิ สทฺทลกฺขเณน สเมติ. เกจิ ปน ปฏิภาตูติ อตฺถํ วทนฺติ ญาเณน ทิสฺสตุ เทสียตูติ วา อตฺโถ. เตนาห ‘‘ตุเมฺหเยว โน กเถตฺวา เทถาติ อตฺโถ’’ติ.

พาลสฺส ปณฺฑิตสฺส จ กายสฺส นิพฺพตฺติยา ปจฺจยภูตา อวิชฺชา จ ตณฺหา จ. เตนาห ‘‘กมฺมํ…เป… นิรุทฺธา’’ติ. ชวาเปตฺวาติ คหิตชวนํ กตฺวา, ยถา ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ สมตฺถํ โหติ, เอวํ กตฺวา. ยทิ นิรุทฺธา, กถํ อปฺปหีนาติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ. ภวติ หิ ตํสทิเสปิ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘สา เอว ติตฺติรี, ตาเนว โอสธานิ, ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสนา’’ติ จ. ทุกฺขกฺขยายาติ ตทตฺถวิเสสนตฺถนฺติ อาห ‘‘ขยตฺถายา’’ติ. ปฏิสนฺธิกายนฺติ ปฏิสนฺธิคหณปุพฺพกํ กายํ. ปาฬิยํ ‘‘พาเลนา’’ติ กรณวจนํ นิสฺสกฺเกติ อาห ‘‘พาลโต’’ติ. ภาวินา สห ปฏิสนฺธินา สปฺปฏิสนฺธิโก. โย ปน เอกนฺตโต เตนตฺตภาเวน อรหตฺตํ ปตฺตุํ ภพฺโพ, โส ภาวินา ปฏิสนฺธินา ‘‘อปฺปฏิสนฺธิโก’’ติ, ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘สปฺปฏิสนฺธิโก’’ติ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ วุตฺตํ, โส จ ยาว อริยภูมึ น โอกฺกมติ, ตาว พาลธมฺมสมงฺคี เอวาติ กตฺวา ‘‘สพฺโพปิ ปุถุชฺชโน พาโล’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ ‘‘อปฺปฏิสนฺธิโก ขีณาสโว ปณฺฑิโต’’ติ ขีณาสว-สทฺเทน อปฺปฏิสนฺธิโก วิเสสิโต. ยทิ เอวํ เสกฺขา กถนฺติ อาห ‘‘โสตาปนฺนา’’ติอาทิ. เต หิ สิขาปตฺตปณฺฑิจฺจภาวลกฺขณาภาวโต ปณฺฑิตาติ น วตฺตพฺพา ขีณาสวา วิย, พลวตรานํ ปน พาลธมฺมานํ ปหีนตฺตา พาลาติปิ น วตฺตพฺพา ปุถุชฺชนา วิย. ภชิยมานา ปน จตุสจฺจสมฺปฏิเวธํ อุปาทาย ปณฺฑิตปกฺขํ ภชนฺติ, น พาลปกฺขํ วุตฺตการเณนาติ.

พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ปจฺจยสุตฺตวณฺณนา

๒๐. สพฺพมฺปิ สงฺขตํ อปฺปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ นาม นตฺถีติ ปจฺจยธมฺโมปิ อตฺตโน ปจฺจยธมฺมํ อุปาทาย ปจฺจยุปฺปนฺโน, ตถา ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺโมปิ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนํ อุปาทาย ปจฺจยธมฺโมติ ยถารหํ ธมฺมานํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตา. เยสํ วิเนยฺยานํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาเยว สุโพธโต อุปฏฺฐาติ, เตสํ วเสน สุฏฺฐุ วิภาคํ กตฺวา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เทสิโต. เยสํ ปน วิเนยฺยานํ ตทุภยสฺมึ วิภชฺช สุเต เอว ธมฺมาภิสมโย โหติ, เต สนฺธาย ภควา ตทุภยํ วิภชฺช ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทญฺจ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเน จ ธมฺเม’’ติ อิมํ เทสนํ อารภีติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘สตฺถา อิมสฺมึ สุตฺเต’’ติอาทิมาห. ปจฺจยสฺส ภาโว ปจฺจยตฺตํ, ปจฺจยนิพฺพตฺตตา. อสภาวธมฺเม น ลพฺภตีติ ‘‘สภาวธมฺเม’’ติ วุตฺตํ. นนุ จ ชาติ ชรา มรณญฺจ สภาวธมฺโม น โหติ, เยสํ ปน ขนฺธานํ ชาติ ชรา มรณญฺจ, เต เอว สภาวธมฺมา, อถ กสฺมา เทสนาย เต คหิตาติ? นายํ โทโส, ชาติ ชรา มรณญฺหิ ปจฺจยนิพฺพตฺตานํ สภาวธมฺมานํ วิการมตฺตํ, นญฺเญสํ, ตสฺมา เต คหิตาติ. อุปฺปาทา วา ตถาคตานนฺติ น วิเนยฺยปุคฺคลานํ มคฺคผลุปฺปตฺติ วิย ชาติปจฺจยา ชรามรณุปฺปตฺติ ตถาคตุปฺปาทายตฺตา, อถ โข สา ตถาคตานํ อุปฺปาเทปิ อนุปฺปาเทปิ โหติเยว. ตสฺมา สา กามํ อสงฺขตา วิย ธาตุ น นิจฺจา, ตถาปิ ‘‘สพฺพกาลิกา’’ติ เอเตน ชาติปจฺจยโต ชรามรณุปฺปตฺตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ชาติเยว ชรามรณสฺส ปจฺจโย’’ติ. ชาติปจฺจยาติ จ ชาติสงฺขาตปจฺจยา. เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํ. ฐิตาว สา ธาตุ, ยายํ อิทปฺปจฺจยตา ชาติยา ชรามรณสฺส ปจฺจยตา ตสฺส พฺยภิจาราภาวโต. อิทานิ น กทาจิ ชาติ ชรามรณสฺส ปจฺจโย น โหติ โหติเยวาติ ชรามรณสฺส ปจฺจยภาเว นิยเมติ. อุภเยนปิ ยถาวุตฺตสฺส ปจฺจยภาโว ยตฺถ โหติ, ตตฺถ อวสฺสํภาวิตํ ทสฺเสติ. เตนาห ภควา ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติ. ทฺวีหิ ปเทหิ. ติฏฺฐนฺตีติ ยสฺส วเสน ธมฺมานํ ฐิติ, สา อิทปฺปจฺจยตา ธมฺมฏฺฐิตตา. ธมฺเมติ ปจฺจยุปฺปนฺเน ธมฺเม. นิยเมติ วิเสเสติ. เหตุคตวิเสสสมาโยโค หิ เหตุผลสฺส เอวํ ธมฺมตานิยาโม เอวาติ.

อปโร นโย – ฐิตาว สา ธาตูติ ยายํ ชรามรณสฺส อิทปฺปจฺจยตา ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ, เอสา ธาตุ เอส สภาโว. ตถาคตานํ อุปฺปาทโต ปุพฺเพ อุทฺธญฺจ อปฺปฏิวิชฺฌิยมาโน, มชฺเฌ จ ปฏิวิชฺฌิยมาโน น ตถาคเตหิ อุปฺปาทิโต, อถ โข สมฺภวนฺตสฺส ชรามรณสฺส สพฺพกาลํ ชาติปจฺจยโต สมฺภโวติ ฐิตาว สา ธาตุ, เกวลํ ปน สยมฺภุญาเณน อภิสมฺพุชฺฌนโต ‘‘อยํ ธมฺโม ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ ปเวทนโต จ ตถาคโต ‘‘ธมฺมสามี’’ติ วุจฺจติ, น อปุพฺพสฺส อุปฺปาทนโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติ. สา เอว ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ เอตฺถ วิปลฺลาสาภาวโต เอวํ อวพุชฺฌมานสฺส เอตสฺส สภาวสฺส, เหตุโน วา ตเถว ภาวโต ฐิตตาติ ธมฺมฏฺฐิตตา, ชาติ วา ชรามรณสฺส อุปฺปาทฏฺฐิติ ปวตฺตอายูหน-สํโยค-ปลิโพธ-สมุทย-เหตุปจฺจยฏฺฐิตีติ ตทุปฺปาทาทิภาเวนสฺสา ฐิตตา ‘‘ธมฺมฏฺฐิตตา’’ติ ผลํ ปติ สามตฺถิยโต เหตุเมว วทติ. ธารียติ ปจฺจเยหีติ วา ธมฺโม, ติฏฺฐติ ตตฺถ ตทายตฺตวุตฺติตาย ผลนฺติ ฐิติ, ธมฺมสฺส ฐิติ ธมฺมฏฺฐิติ. ธมฺโมติ วา การณํ ปจฺจยภาเวน ผลสฺส ธารณโต, ตสฺส ฐิติ สภาโว, ธมฺมโต จ อญฺโญ สภาโว นตฺถีติ ธมฺมฏฺฐิติ, ปจฺจโย. เตนาห ‘‘ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญา ธมฺมฏฺฐิติญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. มาติกา ๔). ธมฺมฏฺฐิติ เอว ธมฺมฏฺฐิตตา. สา เอว ธาตุ ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อิมสฺส สภาวสฺส, เหตุโน วา อญฺญถตฺตาภาวโต, ‘‘น ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ วิญฺญายมานสฺส จ ตพฺภาวาภาวโต นิยามตา ววตฺถิตภาโวติ ธมฺมนิยามตา. ผลสฺส วา ชรามรณสฺส ชาติยา สติ สมฺภโว ธมฺเม เหตุมฺหิ ฐิตตาติ ธมฺมฏฺฐิตตา, อสติ อสมฺภโว ธมฺมนิยามตาติ เอวํ ผเลน เหตุํ วิภาเวติ, ตํ ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติอาทินา วุตฺตํ. อิเมสํ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยตาสงฺขาตํ อิทปฺปจฺจยตํ อภิสมฺพุชฺฌติ ปจฺจกฺขกรเณน อภิมุขํ พุชฺฌติ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌติ, ตโต เอว อภิสเมติ อภิมุขํ สมาคจฺฉติ, อาทิโต กเถนฺโต อาจิกฺขติ, อุทฺทิสตีติ อตฺโถ. ตเมว อุทฺเทสํ ปริโยสาเปนฺโต เทเสติ. ยถาอุทฺทิฏฺฐมตฺตํ นิทฺทิสนวเสน ปกาเรหิ ญาเปนฺโต ปญฺญาเปติ. ปกาเรหิ เอว ปติฏฺฐเปนฺโต ปฏฺฐเปติ. ยถานิทฺทิฏฺฐํ ปฏินิทฺเทสวเสน วิวรติ วิภชติ. วิวฏญฺหิ วิภตฺตญฺจ อตฺถํ เหตูทาหรณทสฺสเนหิ ปากฏํ กโรนฺโต อุตฺตานีกโรติ. อุตฺตานีกโรนฺโต ตถา ปจฺจกฺขภูตํ กตฺวา นิคมนวเสน ปสฺสถาติ จาห.

ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติอาทีสูติ ชาติอาทีนํ ชรามรณปจฺจยภาเวสุ. เตหิ เตหิ ปจฺจเยหีติ ยาวตเกหิ ปจฺจเยหิ ยํ ผลํ อุปฺปชฺชมานารหํ, อวิกเลหิ เตเหว ตสฺส อุปฺปตฺติ, น อูนาธิเกหีติ. เตนาห ‘‘อนูนาธิเกเหวา’’ติ. ยถา ตํ จกฺขุรูปาโลกมนสิกาเรหิ จกฺขุวิญฺญาณสฺส สมฺภโวติ. เตน ตํตํผลนิปฺผาทเน ตสฺสา ปจฺจยสามคฺคิยา ตปฺปการตา ตถตาติ วุตฺตาติ ทสฺเสติ. สามคฺคินฺติ สโมธานํ, สมวายนฺติ อตฺโถ. อสมฺภวาภาวโตติ อนุปฺปชฺชนสฺส อภาวโต. ตถาวิธปจฺจยสามคฺคิยญฺหิ สติปิ ผลสฺส อนุปฺปชฺชเน ตสฺสาวิตถตา สิยา. อญฺญธมฺมปจฺจเยหีติ อญฺญสฺส ผลธมฺมสฺส ปจฺจเยหิ. อญฺญธมฺมานุปฺปตฺติโตติ ตโต อญฺญสฺส ผลธมฺมสฺส อนุปฺปชฺชนโต. น หิ กทาจิ จกฺขุรูปาโลกมนสิกาเรหิ โสตวิญฺญาณสฺส สมฺภโว อตฺถิ. ยทิ สิยา, ตสฺสา สามคฺคิยา อญฺญถตา นาม สิยา, น เจตํ อตฺถีติ ‘‘อนญฺญถตา’’ติ วุตฺตํ. ปจฺจยโตติ ปจฺจยภาวโต. ปจฺจยสมูหโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตาติ ตา-สทฺเทน ปทํ วฑฺฒิตํ ยถา ‘‘เทโวเยว เทวตา’’ติ, อิทปฺปจฺจยานํ สมูโห อิทปฺปจฺจยตาติ สมูหตฺโถ ตาสทฺโท ยถา ‘‘ชนานํ สมูโห ชนตา’’ติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห ‘‘ลกฺขณํ ปเนตฺถ สทฺทสตฺถโต เวทิตพฺพ’’นฺติ.

น นิจฺจํ สสฺสตนฺติ อนิจฺจํ. ชรามรณํ น อนิจฺจํ สงฺขารานํ วิการภาวโต อนิปฺผนฺนตฺตา, ตถาปิ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ ปริยาเยน วุตฺตํ. เอส นโย สงฺขตาทีสุปิ. สมาคนฺตฺวา กตํ สหิเตเหว ปจฺจเยหิ นิพฺพตฺเตตพฺพโต ยถาสภาวํ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตนฺติ สงฺขตํ. ปจฺจยารหํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ น วินา เตน สหิตสเมตเมว อุปฺปนฺนนฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ. เตนาห ‘‘ปจฺจเย นิสฺสาย อุปฺปนฺน’’นฺติ. ขยสภาวนฺติ ภิชฺชนสภาวํ. วิคจฺฉนกสภาวนฺติ สกภาวโต อปคจฺฉนกสภาวํ. วิรชฺชนกสภาวนฺติ ปลุชฺชนกสภาวํ. นิรุชฺฌนกสภาวนฺติ ขณภงฺควเสน ปภงฺคุสภาวํ. วุตฺตนเยนาติ ชราย วุตฺตนเยน. ชนกปฺปจฺจยานํ กมฺมาทีนํ. กิจฺจานุภาวกฺขเณติ เอตฺถ กิจฺจานุภาโว นาม ยถา ปวตฺตมาเน ปจฺจเย ตสฺส ผลํ อุปฺปชฺชติ, ตถา ปวตฺติ, เอวํ สนฺตสฺส ปวตฺตนกฺขเณ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมึ ขเณ ปจฺจโย อตฺตโน ผลุปฺปาทนํ ปติ พฺยาวโฏ นาม โหติ, อิมสฺมึ ขเณ เย ธมฺมา รูปาทโย อุปลพฺภนฺติ ตโต ปุพฺเพ, ปจฺฉา จ อนุปลพฺภมานา, เตสํ ตโต อุปฺปตฺติ นิทฺธารียติ, เอวํ ชาติยาปิ สา นิทฺธาเรตพฺพา ตํขณูปลทฺธโตติ. ยทิ เอวํ นิปฺปริยายโตว ชาติยา กุโตจิ อุปฺปตฺติ สิทฺธิ, อถ กสฺมา ‘‘เอเกน ปริยาเยนา’’ติ วุตฺตนฺติ? ชายมานธมฺมานํ วิการภาเวน อุปลทฺธพฺพตฺตา. ยทิ นิปฺผนฺนธมฺมา วิย ชาติ อุปลพฺเภยฺย, นิปฺปริยายโตว ตสฺสา กุโตจิ อุปฺปตฺติ สิยา, น เจวํ อุปลพฺภติ, อถ โข อนิปฺผนฺนตฺตา วิการภาเวน อุปลพฺภติ. ตสฺมา ‘‘เอเกน ปริยาเยเนตฺถ อนิจฺจาติอาทีนิ ยุชฺชนฺตี’’ติ วุตฺตํ. น ปน ชรามรเณ, ชนกปฺปจฺจยานํ กิจฺจานุภาวกฺขเณ ตสฺส อลพฺภนโต. เตเนว ‘‘เอตฺถ จ อนิจฺจนฺติ…เป… อนิจฺจํ นาม ชาต’’นฺติ วุตฺตํ.