๑. สตฺตธาตุสุตฺตวณฺณนา
๙๕. อาภาตีติ อาภา, อาโลกภาเวน นิปฺผชฺชติ, อุปฏฺฐาตีติ วา อตฺโถ. โส เอว นิชฺชีวฏฺเฐน ธาตูติ อาภาธาตุ. อาโลกสฺสาติ อาโลกกสิณสฺส. สุฏฺฐุ, โสภนํ วา ภาตีติ สุภํ. กสิณสหจรณโต ฌานํ สุภํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. สุปริสุทฺธวณฺณํ กสิณํ. อากาสานญฺจาทโยปิ สุภารมฺมณํ เอวาติ เกจิ. เทสนํ นิฏฺฐาเปสีติ เทสนํ อุทฺเทสมตฺเต เอว ฐเปสิ. ปาฬิยํ ‘‘อนฺธการํ ปฏิจฺจ ปญฺญายตี’’ติ เอตฺถาปิ อารมฺมณเมว คหิตํ, ตถา ‘‘อยํ ธาตุ อสุภํ ปฏิจฺจ ปญฺญายตี’’ติ เอตฺถาปิ. ยถา หิ อิธ สุวณฺณํ กสิณํ สุภนฺติ อธิปฺเปตํ, เอวํ ทุพฺพณฺณํ อสุภนฺติ.
อนฺธการํ ปฏิจฺจาติ อนฺธการํ ปฏิจฺฉาทกปจฺจยํ ปฏิจฺจ. ปญฺญายตีติ ปากโฏ โหติ. เตนาห ‘‘อนฺธกาโร หี’’ติอาทิ. อาโลโกปิ, อนฺธกาเรน ปริจฺฉินฺโน โหตีติ โยชนา. อนฺธกาโร ตาว อาโลเกน ปริจฺฉินฺโน โหตุ ‘‘ยตฺถ อาโลโก นตฺถิ, ตตฺถ อนฺธกาโร’’ติ อาโลโก กถํ อนฺธกาเรน ปริจฺฉินฺโน โหตีติ อาห ‘‘อนฺธกาเรน หิ โส ปากโฏ โหตี’’ติ. ปริจฺเฉทเลขาย วิย จิตฺตรูปํ อนฺธกาเรน หิ ปริโต ปริจฺฉินฺโน หุตฺวา ปญฺญายติ, ยถา ตํ ฉายาย อาตโป. เอเสว นโยติ อสุภสุภานํ อญฺญมญฺญปริจฺฉินฺนตํ อติทิสิตฺวา ตตฺถ อธิปฺเปตเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘อสุเภ สติ สุภํ ปญฺญายตี’’ติ อาห. เอวมาหาติ ‘‘อสุภํ ปฏิจฺจ สุภํ ปญฺญายตี’’ติ อโวจ. ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีสุ วิย อุตฺตรปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘รูปํ ปฏิจฺจาติ รูปาวจรสมาปตฺตึ ปฏิจฺจา’’ติ. ตาย หิ สติ อธิคตาย. รูปสมติกฺกมา วา โหตีติ สภาวารมฺมณานํ รูปชฺฌานานํ สมติกฺกมา อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ นาม โหตีติ อตฺโถ. เอเสว นโยติ อิมินา ‘‘อากาสานญฺจายตนสมติกฺกมา วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ นาม โหตี’’ติอาทินา เทฺวปิ ปกาเร อติทิสติ. ปฏิสงฺขาติ ปฏิสงฺขาญาเณน. อปฺปวตฺตินฺติ ยถาปริจฺฉินฺนกาลํ อปฺปวตฺตนํ. เอเตน ขณนิโรธาทึ ปฏิกฺขิปติ.
กถํ สมาปตฺติ ปตฺตพฺพาติ อิมาสุ สตฺตสุ ธาตูสุ กา ปการา สญฺญาสมาปตฺติ นานา หุตฺวา สมาปชฺชิตพฺพา. เตนาห ‘‘กีทิสา สมาปตฺติโย’’ติอาทิ. สญฺญาย อตฺถิภาเวนาติ ปฏุกิจฺจาย สญฺญาย อตฺถิภาเวน. สุขุมสงฺขารานํ ตตฺถ สมาปตฺติยํ อวสิสฺสตาย. นิโรโธวาติ สงฺขารานํ นิโรโธ เอว.
สตฺตธาตุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.