๒. ทุติยวคฺโค

๑. สตฺตธาตุสุตฺตวณฺณนา

๙๕. อาภาตีติ อาภา, อาโลกภาเวน นิปฺผชฺชติ, อุปฏฺฐาตีติ วา อตฺโถ. โส เอว นิชฺชีวฏฺเฐน ธาตูติ อาภาธาตุ. อาโลกสฺสาติ อาโลกกสิณสฺส. สุฏฺฐุ, โสภนํ วา ภาตีติ สุภํ. กสิณสหจรณโต ฌานํ สุภํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. สุปริสุทฺธวณฺณํ กสิณํ. อากาสานญฺจาทโยปิ สุภารมฺมณํ เอวาติ เกจิ. เทสนํ นิฏฺฐาเปสีติ เทสนํ อุทฺเทสมตฺเต เอว ฐเปสิ. ปาฬิยํ ‘‘อนฺธการํ ปฏิจฺจ ปญฺญายตี’’ติ เอตฺถาปิ อารมฺมณเมว คหิตํ, ตถา ‘‘อยํ ธาตุ อสุภํ ปฏิจฺจ ปญฺญายตี’’ติ เอตฺถาปิ. ยถา หิ อิธ สุวณฺณํ กสิณํ สุภนฺติ อธิปฺเปตํ, เอวํ ทุพฺพณฺณํ อสุภนฺติ.

อนฺธการํ ปฏิจฺจาติ อนฺธการํ ปฏิจฺฉาทกปจฺจยํ ปฏิจฺจ. ปญฺญายตีติ ปากโฏ โหติ. เตนาห ‘‘อนฺธกาโร หี’’ติอาทิ. อาโลโกปิ, อนฺธกาเรน ปริจฺฉินฺโน โหตีติ โยชนา. อนฺธกาโร ตาว อาโลเกน ปริจฺฉินฺโน โหตุ ‘‘ยตฺถ อาโลโก นตฺถิ, ตตฺถ อนฺธกาโร’’ติ อาโลโก กถํ อนฺธกาเรน ปริจฺฉินฺโน โหตีติ อาห ‘‘อนฺธกาเรน หิ โส ปากโฏ โหตี’’ติ. ปริจฺเฉทเลขาย วิย จิตฺตรูปํ อนฺธกาเรน หิ ปริโต ปริจฺฉินฺโน หุตฺวา ปญฺญายติ, ยถา ตํ ฉายาย อาตโป. เอเสว นโยติ อสุภสุภานํ อญฺญมญฺญปริจฺฉินฺนตํ อติทิสิตฺวา ตตฺถ อธิปฺเปตเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘อสุเภ สติ สุภํ ปญฺญายตี’’ติ อาห. เอวมาหาติ ‘‘อสุภํ ปฏิจฺจ สุภํ ปญฺญายตี’’ติ อโวจ. ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีสุ วิย อุตฺตรปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘รูปํ ปฏิจฺจาติ รูปาวจรสมาปตฺตึ ปฏิจฺจา’’ติ. ตาย หิ สติ อธิคตาย. รูปสมติกฺกมา วา โหตีติ สภาวารมฺมณานํ รูปชฺฌานานํ สมติกฺกมา อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ นาม โหตีติ อตฺโถ. เอเสว นโยติ อิมินา ‘‘อากาสานญฺจายตนสมติกฺกมา วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ นาม โหตี’’ติอาทินา เทฺวปิ ปกาเร อติทิสติ. ปฏิสงฺขาติ ปฏิสงฺขาญาเณน. อปฺปวตฺตินฺติ ยถาปริจฺฉินฺนกาลํ อปฺปวตฺตนํ. เอเตน ขณนิโรธาทึ ปฏิกฺขิปติ.

กถํ สมาปตฺติ ปตฺตพฺพาติ อิมาสุ สตฺตสุ ธาตูสุ กา ปการา สญฺญาสมาปตฺติ นานา หุตฺวา สมาปชฺชิตพฺพา. เตนาห ‘‘กีทิสา สมาปตฺติโย’’ติอาทิ. สญฺญาย อตฺถิภาเวนาติ ปฏุกิจฺจาย สญฺญาย อตฺถิภาเวน. สุขุมสงฺขารานํ ตตฺถ สมาปตฺติยํ อวสิสฺสตาย. นิโรโธวาติ สงฺขารานํ นิโรโธ เอว.

สตฺตธาตุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สนิทานสุตฺตวณฺณนา

๙๖. ภาวนปุํสกเมตํ ‘‘วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๗๐) วิย. สนิทานนฺติ อตฺตโน ผลํ นิททาตีติ นิทานํ, การณนฺติ อาห ‘‘สนิทาโน สปฺปจฺจโย’’ติ. กามปฏิสํยุตฺโตติ กามราคสงฺขาเตน กาเมน ปฏิสํยุตฺโต วา กามปฏิพทฺโธ วา. ตกฺเกตีติ ตกฺโก. อภูตการํ สมาโรเปตฺวา กปฺเปตีติ สงฺกปฺโป. อารมฺมเณ จิตฺตํ อปฺเปตีติ อปฺปนา. วิเสเสน อปฺเปตีติ พฺยปฺปนา. อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรเปนฺตํ วิย ปวตฺตตีติ เจตโส อภินิโรปนา. มิจฺฉา วิปรีโต ปาปโก สงฺกปฺโปติ มิจฺฉาสงฺกปฺโป. อญฺเญสุ จ กามปฏิสํยุตฺเตสุ วิชฺชมาเนสุ วิตกฺโก เอว กามธาตุสทฺเทน นิรุโฬฺห ทฏฺฐพฺโพ วิตกฺกสฺส กามปสงฺคปฺปตฺติสาติสยตฺตา. เอส นโย พฺยาปาทธาตุอาทีสุปิ. สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา กามธาตุ หีนชฺฌาสเยหิ กาเมตพฺพธาตุภาวโต.

กิเลสกามสฺส อารมฺมณภาวตฺตา สพฺพากุสลสํคาหิกาย กามธาตุยา อิตรา เทฺว สงฺคเหตฺวา กถนํ สพฺพสงฺคาหิกา. ติสฺสนฺนํ ธาตูนํ อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต กถา อสมฺภินฺนา. อิมํ กามาวจรสญฺญิตํ กามวิตกฺกสญฺญิตญฺจ กามธาตุํ. ปฏิจฺจาติ ปจฺจยภูตํ ลภิตฺวา. ตีหิ การเณหีติ ตีหิ สารภูเตหิ การเณหิ.

พฺยาปาทวิตกฺโก พฺยาปาโท อุตฺตรปทโลเปน, โส เอว นิชฺชีวฏฺเฐน สภาวธารณฏฺเฐน ธาตูติ พฺยาปาทธาตุ. พฺยาปชฺชติ จิตฺตํ เอเตนาติ พฺยาปาโท, โทโส. พฺยาปาโทปิ ธาตูติ โยชนา. สหชาตปจฺจยาทิวเสนาติ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจยวเสน. วิเสเสน หิ ปรสฺส อตฺตโน จ ทุกฺขาปนํ วิหึสา, สา เอว ธาตุ, อตฺถโต โรสนา ปรูปฆาโต, ตถา ปวตฺโต วา โทสสหคตจิตฺตุปฺปาโท.

ติณคหเน อรญฺเญติ ติเณหิ คหนภูเต อรญฺเญ. อนยพฺยสนนฺติ อปายพฺยสนํ, ปริหรณูปายรหิตํ วิปตฺตินฺติ วา อตฺโถ. อวฑฺฒึ วินาสนฺติ อวฑฺฒิญฺเจว วินาสญฺจาติ วทนฺติ สพฺพโส วฑฺฒิรหิตํ. สุกฺขติณทาโย วิย อารมฺมณํ กิเลสคฺคิสํวทฺธนฏฺเฐน. ติณุกฺกา วิย อกุสลสญฺญา อนุทหนฏฺเฐน. ติณกฏฺฐ…เป… สตฺตา อนยพฺยสนาปตฺติโต. ‘‘อิเม สตฺตา’’ติ หิ อโยนิโส ปฏิปชฺชมานา อธิปฺเปตา. เตนาห ‘‘ยถา สุกฺขติณทาเย’’ติอาทิ.

สมตาภาวโต สมตาวิโรธโต วิสมตาเหตุโต จ วิสมา ราคาทโยติ อาห ‘‘ราควิสมาทีนิ อนุคต’’นฺติ. อิจฺฉิตพฺพา อวสฺสํภาวินิภาเวน.

สํกิเลสโต นิกฺขมนฏฺเฐน เนกฺขมฺโม, โส เอว นิชฺชีวฏฺเฐน ธาตูติ เนกฺขมฺมธาตุ. สฺวายํ เนกฺขมฺมสทฺโท ปพฺพชฺชาทีสุ กุสลวิตกฺเก จ นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘เนกฺขมฺมวิตกฺโกปิ เนกฺขมฺมธาตู’’ติ. อิตราปิ เทฺว ธาตุโยติ อพฺยาปาทอวิหึสาธาตุโย วทติ. วิสุํ ทีเปตพฺพา สรูเปน อาคตตฺตา. วิตกฺกาทโยติ เนกฺขมฺมสงฺกปฺปจฺฉนฺทปริฬาหปริเยสนา. ยถานุรูปํ อตฺตโน อตฺตโน ปจฺจยานุรูปํ. กถํ ปเนตฺถ กุสลธมฺเมสุ ปริฬาโห วุตฺโตติ? สงฺขารปริฬาหมตฺตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ, โสฬสสุ อากาเรสุ ทุกฺขสจฺเจ สนฺตาปฏฺโฐ วิย วุตฺโต, ยสฺส วิคเมน อรหโต สีติภาวปฺปตฺติ วุจฺจติ.

สยํ น พฺยาปชฺชติ, เตน วา ตํสมงฺคีปุคฺคโล น กิญฺจิ พฺยาปาเทตีติ อพฺยาปาโท, วิหึสาย วุตฺตวิปริยาเยหิ สา เวทิตพฺพา. หิเตสิภาเวน มิชฺชติ สินิยฺหตีติ มิตฺโต, มิตฺตสฺส เอสาติ เมตฺติ, อพฺยาปาโท. เมตฺตายนาติ เมตฺตาการณํ, เมตฺตาย วา อยนา ปวตฺตนา. เมตฺตายิตตฺตนฺติ เมตฺตายิตสฺส เมตฺตาย ปวตฺตสฺส ภาโว. เมตฺตาเจโตวิมุตฺตีติ เมตฺตายนวเสน ปวตฺโต จิตฺตสมาธิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

สนิทานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. คิญฺชกาวสถสุตฺตวณฺณนา

๙๗. อิโต ปฏฺฐายาติ ‘‘ธาตุํ, ภิกฺขเว’’ติ อิมสฺมา ตติยสุตฺตโต ปฏฺฐาย. ยาว กมฺมวคฺโค, ตาว เนตฺวา อุปคนฺตฺวา เสติ เอตฺถาติ อาสโย, หีนาทิภาเวน อธีโน อาสโย อชฺฌาสโย, ตํ อชฺฌาสยํ, อธิมุตฺตนฺติ อตฺโถ. สญฺญา อุปฺปชฺชตีติอาทีสุ หีนาทิเภทํ อชฺฌาสยํ ปฏิจฺจ หีนาทิเภทา สญฺญา, ตนฺนิสฺสยทิฏฺฐิวิกปฺปนา, วิตกฺโก จ อุปฺปชฺชติ สหชาตโกฏิยา อุปนิสฺสยโกฏิยา จ. สตฺถาเรสูติ เตสํ สตฺถุปฏิญฺญตาย วุตฺตํ, น สตฺถุลกฺขณสพฺภาวโต. อสมฺมาสมฺพุทฺเธสูติ อาธาเร วิสเย จ ภุมฺมํ เอกโต กตฺวา วุตฺตนฺติ ปฐมํ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘มยํ สมฺมาสมฺพุทฺธา’’ติอาทึ วตฺวา อิตรํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสุ สมฺมาสมฺพุทฺธา เอเต’’ติอาทิมาห. เตสํ ‘‘มยํ สมฺมาสมฺพุทฺธา’’ติ อุปฺปนฺนทิฏฺฐิ อิธ มูลภาเวน ปุจฺฉิตา, อิตรา อนุสงฺกิตาติ ปุจฺฉติเยวาติ สาสงฺกํ วทติ.

‘‘มหตี’’ติ เอตฺถ มหาสทฺโท ‘‘มหาชโน’’ติอาทีสุ วิย พหุอตฺถวาจโกติ ทฏฺฐพฺโพ. อวิชฺชาปิ หีนหีนตรหีนตมาทิเภเทน พหุปการา. ตสฺสาติ ทิฏฺฐิยา. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘ยทิทํ อวิชฺชา ธาตู’’ติ อวิชฺชํ อุทฺธริตฺวา ‘‘หีนํ ธาตุํ ปฏิจฺจา’’ติ อชฺฌาสยธาตุ นิทฺทิฏฺฐาติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ, ‘‘อญฺญํ อุทฺธริตฺวา อญฺญํ นิทฺทิฏฺฐา’’ติ, ยโต อวิชฺชาสีเสน อชฺฌาสยธาตุ เอว คหิตา. อวิชฺชาคหิโต หิ ปุริสปุคฺคโล ทิฏฺฐชฺฌาสโย หีนาทิเภทํ อวิชฺชาธาตุํ นิสฺสาย ตโต สญฺญาทิฏฺฐิอาทิเก สงฺกปฺเปติ. ปณิธิ ปตฺถนา, สา ปน ตถา ตถา จิตฺตสฺส ฐปนวเสน โหตีติ อาห ‘‘จิตฺตฏฺฐปน’’นฺติ. เตนาห ‘‘สา ปเนสา’’ติอาทิ. เอเตติ หีนปจฺจยา สญฺญาทิฏฺฐิวิตกฺกเจตนา ปตฺถนา ปณิธิสงฺขาตา หีนา ธมฺมา. หีโน นาม หีนธมฺมสมาโยคโต. สพฺพปทานีติ ‘‘ปญฺญเปตี’’ติอาทีนิ ปทานิ โยเชตพฺพานิ หีนสทฺเทน มชฺฌิมุตฺตมฏฺฐานนฺตรสฺส อสมฺภวโต. อุปปชฺชนํ ‘‘อุปปตฺตี’’ติ อาห ‘‘เทฺว อุปปตฺติโย ปฏิลาโภ จ นิพฺพตฺติ จา’’ติ. ตตฺถ หีนกุลาทีติ อาทิ-สทฺเทน หีนรูปโภคปริสาทีนํ สงฺคโห. หีนตฺติกวเสนาติ หีนตฺติเก วุตฺตตฺติกปทวเสนาติ อธิปฺปาโย. จิตฺตุปฺปาทกฺขเณติ อิทํ หีนตฺติกปริยาปนฺนานํ จิตฺตุปฺปาทานํ วเสน ตตฺถ ตตฺถ ลทฺธตฺตา วุตฺตํ. ปญฺจสุ นีจกุเลสูติ จณฺฑาลเวนเนสาทรถการปุกฺกุสกุเลสุ. ทฺวาทสอกุสลจิตฺตุปฺปาทานํ ปน โย โกจิ ปฏิลาโภ หีโนติ โยชนา. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อิมสฺมึ ฐาเนติ ‘‘ยายํ, ภนฺเต, ทิฏฺฐี’’ติอาทินา อาคเต อิมสฺมึ ฐาเน. ‘‘ธาตุํ, ภิกฺขเว, ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทินา อาคตตฺตา นิพฺพตฺติเยว อธิปฺเปตา, น ปฏิลาโภ.

คิญฺชกาวสถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. หีนาธิมุตฺติกสุตฺตวณฺณนา

๙๘. เอกโต โหนฺตีติ สมานจฺฉนฺทตาย อชฺฌาสยโต เอกโต โหนฺติ. นิรนฺตรา โหนฺตีติ ตาย เอว สมานจฺฉนฺทตาย จิตฺเตน นิพฺพิเสสา โหนฺติ. อิธ อธิมุตฺติ นาม อชฺฌาสยธาตูติ อาห ‘‘หีนาธิมุตฺติกาติ หีนชฺฌาสยา’’ติ.

หีนาธิมุตฺติกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จงฺกมสุตฺตวณฺณนา

๙๙. มหาปญฺเญสูติ วิปุลปญฺเญสุ. นนฺติ สาริปุตฺตตฺเถรํ. ขนฺธนฺตรนฺติ ขนฺธวิภาคํ, ขนฺธานํ วา อนฺตรํ วิเสโส อตฺถีติ ขนฺธนฺตโร. เอส นโย เสเสสุปิ. ปริกมฺมนฺติ อิทฺธิวิธาธิคมสฺส ปุพฺพภาคปริกมฺมญฺเจว อุตฺตรปริกมฺมญฺจ. อานิสํสนฺติ อิทฺธานิสํสญฺเจว อานิสํสญฺจ. อธิฏฺฐานํ วิกุพฺพนนฺติ อธิฏฺฐานวิธานญฺเจว วิกุพฺพนวิธานญฺจ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘ปถวึ ปตฺถรนฺโต วิยา’’ติอาทินา.

ธุตงฺคปริหารนฺติ ธุตงฺคานํ ปริหรณวิธึ. ปริหรณคฺคหเณเนว สมาทานํ สิทฺธํ โหตีติ ตํ น คหิตํ. อานิสํสนฺติ ตํตํธุตงฺคปริหรเณ ทฏฺฐพฺพํ อานิสํสเมว. สโมธานนฺติ ‘‘เอตฺตกา ปิณฺฑปาตปฏิสํยุตฺตา, เอตฺตกา เสนาสนปฏิสํยุตฺตา’’ติ ปจฺจยวเสน อญฺญมญฺญญฺจ อนฺโตคธตฺตา. อธิฏฺฐานนฺติ อธิฏฺฐานวิธึ. เภทนฺติ อุกฺกฏฺฐาทิเภทญฺเจว ภินฺนาการญฺจ.

ปริกมฺมนฺติ ‘‘ทิพฺพจกฺขุ เอวํ อุปฺปาเทตพฺพํ, เอวํ วิโสเธตพฺพ’’นฺติอาทินา ปริกมฺมวิธานํ. อานิสํสนฺติ ปเรสํ อชฺฌาสยานุรูปายตนาทิอานิสํสปเภทํ. อุปกฺกิเลสนฺติ สาธารณํ อสาธารณํ ทุวิธํ อุปกฺกิเลสํ. วิปสฺสนาภาวนุปกฺกิเลสา หิ ทิพฺพจกฺขุสฺส อุปกฺกิเลสาติ เวทิตพฺพา.

สงฺเขปวิตฺถารคมฺภีรุตฺตานวิจิตฺรกถาทีสูติ สงฺเขโป วิตฺถาโร คมฺภีรตา อุตฺตานตา วิจิตฺรภาโว เนยฺยตฺถตา นีตตฺถตาติ เอวมาทีสุ ธมฺมสฺส กเถตพฺพปฺปกาเรสุ ตํ ตํ กเถตพฺพาการํ.

อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา. เตน –

‘‘อาทิมฺหิ สีลํ เทเสยฺย, (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๙๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๙๑)

มชฺเฌ จิตฺตํ วินิทฺทิเส;

อนฺเต ปญฺญา กเถตพฺพา,

เอโส ธมฺมกถาวิโธ’’ติ. –

เอวํ กเถตพฺพาการํ สงฺคณฺหาติ.

‘‘สิถิลํ ธนิตญฺจ ทีฆรสฺสํ, ครุกํ ลหุกญฺจ นิคฺคหีตํ;

สมฺพนฺธํ ววตฺถิตํ วิมุตฺตํ, ทสธา พฺยญฺชนพุทฺธิยา ปเภโท’’ติ. (ที. นิ. ๑.๑๙๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๙๑; ปริ. ๔๘๕) –

เอวํ วุตฺตํ ทสวิธํ พฺยญฺชนพุทฺธึ. อฏฺฐุปฺปตฺตินฺติ ตสฺส ตสฺส สุตฺตสฺส ชาตกสฺส จ อฏฺฐุปฺปตฺตึ. อนุสนฺธินฺติ ปจฺฉานุสนฺธิอาทิอนุสนฺธึ. ปุพฺพาปรนฺติ สมฺพนฺธํ. อิทํ ปทํ เอวํ วตฺตพฺพํ, อิทํ ปุพฺพาปรํ เอวํ คเหตพฺพนฺติ.

กุลสงฺคณฺหนปริหารนฺติ ลาภุปฺปาทนตฺถํ กุลานํ สงฺคณฺหนวิธิโน ปริหรณํ ตนฺนิยมิตํ เอกนฺติกํ กุลสงฺคหณวิธึ.

จงฺกมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สคาถาสุตฺตวณฺณนา

๑๐๐. ‘‘ธาตุโส สํสนฺทนฺตี’’ติ อิทํ อชฺฌาสยโต สริกฺขตาทสฺสนํ, น กาเยน มิสฺสีภาวทสฺสนนฺติ อาห ‘‘สมุทฺทนฺตเร’’ติอาทิ. นิรนฺตโรติ นิพฺพิเสโส. สํสคฺคาติ ปญฺจวิธสํสคฺคเหตุ. สํสคฺคคหเณน เจตฺถ สํสคฺควตฺถุกา ตณฺหา คหิตา. เตนาห ‘‘ทสฺสน…เป… เสฺนเหนา’’ติ.

วนติ ภชติ สชฺชติ เตนาติ วนํ, วนโถติ จ กิเลโส วุจฺจตีติ อาห ‘‘วนโถ ชาโตติ กิเลสวนํ ชาต’’นฺติ. อิตเร สํสคฺคมูลกาติ ตเมว ปฏิกฺขิปนฺโต อาห ‘‘อทสฺสเนนา’’ติ. สาธุชีวีติ สาธุ สุฏฺฐุ ชีวี, ตํชีวนสีโล. เตนาห ‘‘ปริสุทฺธชีวิตํ ชีวมาโน’’ติ.

สคาถาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. อสฺสทฺธสํสนฺทนสุตฺตวณฺณนา

๑๐๑. นิโรชาติ สทฺธาเสฺนหาภาเวน นิเสฺนหา. ตโต เอว อรสภาเวน นิรสา. เอกสทิสาติ สมสมา นิพฺพิเสสา. เตนาห ‘‘นิรนฺตรา’’ติ. อลชฺชิตาย เอกสีมกตา ภินฺนมริยาทา. สทฺธา เตสํ อตฺถีติ สทฺธา. ตนฺติปาลกาติ สทฺธมฺมตนฺติยา ปาลกา. วํสานุรกฺขกาติ อริยวํสสฺส อนุรกฺขกา. อารทฺธวีริยาติ ปคฺคหิตวีริยา. ยสฺมา ตาทิสานํ วีริยํ ปริปุณฺณํ นาม โหติ กิจฺจสิทฺธิยา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปริปุณฺณปรกฺกมา’’ติ. สพฺพกิจฺจปริคฺคาหิกายาติ จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวนากิจฺจปริคฺคาหิกาย.

อสฺสทฺธสํสนฺทนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘-๑๒. อสฺสทฺธมูลกสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๐๒-๑๐๖. อฏฺฐมาทีนีติ อฏฺฐมํ นวมํ ทสมํ เอกาทสมํ ทฺวาทสมนฺติ อิมานิ ปญฺจ สุตฺตานีติ เอเก. อปเร ปน นว สุตฺตานีติ อิจฺฉนฺติ. สฺวายมตฺโถ อฏฺฐกถายํ วุตฺโตเยว. ปาฬิยญฺจ เกสุจิ โปตฺถเกสุ ลิขียติ.

อสฺสทฺธมูลกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.