๑๐. นิทานสุตฺตวณฺณนา
๖๐. พหุวจนวเสนาติ กุรู นาม ชานปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีวเสน ‘‘กุรู’’ติ เอวํ พหุวจนวเสน. ยตฺถ ภควโต วสโนกาสภูโต โกจิ วิหาโร น โหติ, ตตฺถ เกวลํ โคจรคามกิตฺตนํ นิทานกถาย ปกติ ยถา ‘‘สกฺเกสุ วิหรติ เทวทหํ นาม สกฺยานํ นิคโม’’ติ. ‘‘อายสฺมา’’ติ วา ‘‘เทวานํ ปิโย’’ติ วา ภวนฺติ วา ปิยสมุทาหาโร เอโสติ อาห ‘‘อายสฺมาติ ปิยวจนเมต’’นฺติ. ตยิทํ ปิยวจนํ คารววเสน วุจฺจตีติ อาห ‘‘ครุวจนเมต’’นฺติ. อติทูรํ อจฺจาสนฺนํ อติสมฺมุขา อติปจฺฉโต อุปริวาโต อุนฺนตปฺปเทโสติ อิเม ฉ นิสชฺชโทสา. นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรวเสน ฉพฺพณฺณานํ.
กุลสงฺคหตฺถายาติ กุลานุทฺทยตาวเสน กุลานุคฺคณฺหนตฺถาย. สหสฺสภณฺฑิกํ นิกฺขิปนฺโต วิย ภิกฺขาปฏิคฺคณฺหเนน เตสํ อภิวาทนาทิสมฺปฏิจฺฉเนน จ ปุญฺญาภิสนฺทสฺส ชนเนน. ปฏิสมฺมชฺชิตฺวาติ อนฺเตวาสิเกหิ สมฺมฏฺฐฏฺฐานํ สกฺกจฺจการิตาย ปุน สมฺมชฺชิตฺวา. อุภยนฺตโต ปฏฺฐาย มชฺฌนฺติ อาทิโต ปฏฺฐาย เวทนํ, ชรามรณโต ปฏฺฐาย จ เวทนํ ปาเปตฺวา สมฺมสนมาห. ติกฺขตฺตุนฺติ ‘‘อาทิโต ปฏฺฐาย อนฺต’’นฺติอาทินา วุตฺตจตุราการุปสํหิเต ตโย วาเร. เตน ทฺวาทสกฺขตฺตุํ สมฺมสนมาห. อมฺหากํ ภควตา คมฺภีรภาเวเนว กถิตตฺตา เสสพุทฺเธหิปิ เอวเมว กถิโตติ ธมฺมนฺวเย ฐตฺวา วุตฺตํ ‘‘สพฺพพุทฺเธหิ…เป… กถิโต’’ติ.
ปมาณาติกฺกเมติ อปริมาณตฺเถ ‘‘ยาวญฺจิทํ เตน ภควตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓) วิย. อติเรกภาวโชตโน หิ ยํ ยาว-สทฺโท. เตนาห ‘‘อติคมฺภีโรติ อตฺโถ’’ติ. อวภาสติ ขายติ อุปฏฺฐาติ ญาณสฺส. ตถา อุปฏฺฐานญฺหิ สนฺธาย ‘‘ทิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. นนุ เอส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เอกนฺตคมฺภีโรว, อถ กสฺมา คมฺภีราวภาสตา โชติตาติ? สจฺจเมตํ, เอกนฺตคมฺภีรตาทสฺสนตฺถเมว ปนสฺส คมฺภีราวภาสคฺคหณํ, ตสฺมา อญฺญตฺถ ลพฺภมานํ จาตุโกฏิกํ พฺยติเรกมุเขน นิทสฺเสตฺวา ตเมวสฺส เอกนฺตคมฺภีรตํ วิภาเวตุํ ‘‘เอกํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตํ นตฺถีติ อคมฺภีโร อคมฺภีราวภาโส จาติ เอตํ ทฺวยํ นตฺถิ. เตน ยถาทสฺสิเต จาตุโกฏิเก ปจฺฉิมา เอกโกฏิ ลพฺภตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อยํ หี’’ติอาทิ.
เยหิ คมฺภีรภาเวหิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ‘‘คมฺภีโร’’ติ วุจฺจติ, เต จตูหิ อุปมาหิ อุลฺลิงฺเคนฺโต ‘‘ภวคฺคคฺคหณายา’’ติอาทิมาห. ยถา ภวคฺคคฺคหณตฺถํ หตฺถํ ปสาเรตฺวา คเหตุํ น สกฺกา ทูรภาวโต, เอวํ สงฺขาราทีนํ อวิชฺชาทิปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตตฺโถ ปกติญาเณน คเหตุํ น สกฺกา. ยถา สิเนรุํ ภินฺทิตฺวา มิญฺชํ ปพฺพตรสํ ปากติกปุริเสน นีหริตุํ น สกฺกา, เอวํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทคเต ธมฺมตฺถาทิเก ปกติญาเณน ภินฺทิตฺวา วิภชฺช ปฏิวิชฺฌนวเสน ชานิตุํ น สกฺกา. ยถา มหาสมุทฺทํ ปกติปุริสสฺส พาหุทฺวยวเสน ปารํ ตริตุํ น สกฺกา. เอวํ เวปุลฺลฏฺเฐน มหาสมุทฺทสทิสํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปกติญาเณน เทสนาวเสน ปริหริตุํ น สกฺกา. ยถา ปถวึ ปริวตฺเตตฺวา ปากติกปุริสสฺส ปถโวชํ คเหตุํ น สกฺกา, เอวํ อิตฺถํ อวิชฺชาทโย สงฺขาราทีนํ ปจฺจยา โหนฺตีติ เตสํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสภาโว ปากติกญาเณน นีหริตฺวา คเหตุํ น สกฺโกติ, เอวํ จตุพฺพิธคมฺภีรตาวเสน จตสฺโส อุปมา โยเชตพฺพา. ปากติกญาณวเสน จายมตฺถโยชนา กตา ทิฏฺฐสจฺจานํ ตตฺถ ปฏิเวธสพฺภาวโต, ตถาปิ ยสฺมา สาวกานํ ปจฺเจกพุทฺธานญฺจ ตตฺถ สปฺปเทสเมว ญาณํ, พุทฺธานํเยว นิปฺปเทสํ. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘พุทฺธวิสยํ ปญฺห’’นฺติ.
มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. สฺวายํ ‘‘อุตฺตานกุตฺตานโก วิย ขายตี’’ติ วจนํ สนฺธาย วุตฺโตติ อาห ‘‘มา ภณีติ อตฺโถ’’ติ. อุสฺสาเทนฺโตติ ปญฺญาวเสน อุกฺกํสนฺโตติ อตฺโถ. อปสาเทนฺโตติ นิพฺภจฺฉนฺโต, นิคฺคณฺหนฺโตติ อตฺโถ. เตนาติ มหาปญฺญภาเวน.
ตตฺถาติ เถรสฺส สติปิ อุตฺตานภาเว ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส อญฺเญสํ คมฺภีรภาเว. สุโภชนรสปุฏฺฐสฺสาติ สุนฺทเรน โภชนรเสน โปสิตสฺส. กตโยคสฺสาติ นิพฺพุทฺธปโยเค กตปริจยสฺส. มลฺลปาสาณนฺติ มลฺเลหิ มหาพเลเหว ขิปิตพฺพปาสาณํ. กุหึ อิมสฺส ภาริยฏฺฐานนฺติ กสฺมึ ปสฺเส อิมสฺส ปาสาณสฺส ครุตรปเทโสติ ตสฺส สลฺลหุกภาวํ ทีเปนฺโต วทติ.
ติมิรปิงฺคเลเนว ทีเปนฺติ ตสฺส มหาวิปฺผารภาวโต. เตนาห ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ. ปกฺกุถตีติ ปกฺกุถนฺตํ วิย ปริวตฺตติ ปริโต วตฺตติ. ลกฺขณวจนเญฺหตํ. ปิฏฺฐิยํ สกลิกอฏฺฐิกา ปิฏฺฐิปตฺตํ. กายูปปนฺนสฺสาติ มหตา กาเยน อุเปตสฺส, มหากายสฺสาติ อตฺโถ. ปิญฺฉ วฏฺฏีติ ปิญฺฉ กลาโป. สุปณฺณวาตนฺติ นาคคฺคหณาทีสุ ปกฺขปปฺโผฏนวเสน อุปฺปชฺชนกวาตํ.
‘‘ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติยา’’ติอาทินา อุทฺทิฏฺฐการณานิ วิตฺถารโต วิวริตุํ ‘‘อิโต กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิโตติ อิโต ภทฺทกปฺปโต. สตสหสฺสิเมติ สตสหสฺสเม. หํสวตี นาม นครํ อโหสิ ชาตนครํ. ธุรปตฺตานีติ พาหิรปตฺตานิ, ยานิ ทีฆตมานิ.
กนิฏฺฐภาตาติ เวมาติกภาตา กนิฏฺโฐ ยถา อมฺหากํ ภควโต นนฺทตฺเถโร. พุทฺธานญฺหิ สโหทรา ภาตโร นาม น โหนฺติ. ตตฺถ เชฏฺฐา ตาว นุปฺปชฺชนฺติ, กนิฏฺฐานํ ปน อสมฺภโว เอว. โภคนฺติ วิภวํ. อุปสนฺโตติ โจรชนิตสงฺโขภวูปสเมน อุปสนฺโต ชนปโท.
เทฺว สาฏเก นิวาเสตฺวาติ สาฏกทฺวยเมว อตฺตโน กายปริหาริยํ กตฺวา, อิตรํ สพฺพสมฺภารํ อตฺตนา โมเจตฺวา.
ปตฺตคฺคหณตฺถนฺติ อนฺโตปกฺขิตฺตอุณฺหโภชนตฺตา ปตฺตสฺส อปราปรํ หตฺเถ ปริวตฺเตนฺตสฺส สุเขน ปตฺตคฺคหณตฺถํ. อุตฺตริสาฏกนฺติ อตฺตโน อุตฺตริยํ สาฏกํ. เอตานิ ปากฏฏฺฐานานีติ เอตานิ ยถาวุตฺตานิ ภควโต เทสนาย ปากฏานิ พุทฺเธ พุทฺธสาวเก จ อุทฺทิสฺส เถรสฺส ปุญฺญกรณฏฺฐานานิ, ปจฺเจกพุทฺธํ ปน โพธิสตฺตญฺจ อุทฺทิสฺส เถรสฺส ปุญฺญกรณฏฺฐานานิ พหูนิเยว.
ปฏิสนฺธึ คเหตฺวาติ อมฺหากํ โพธิสตฺตสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณทิวเสเยว ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา.
อุคฺคหนํ ปาฬิยา อุคฺคณฺหนํ, สวนํ อตฺถสวนํ, ปริปุจฺฉนํ คณฺฐิฏฺฐาเนสุ อตฺถปริปุจฺฉนํ, ธารณํ ปาฬิยา ปาฬิอตฺถสฺส จ จิตฺเต ฐปนํ. สพฺพญฺเจตํ อิธ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวเสน เวทิตพฺพํ, สพฺพสฺสปิ พุทฺธวจนสฺส วเสนาติปิ วฏฺฏติ. โสตาปนฺนานญฺจ…เป… อุปฏฺฐาติ ตตฺถ สมฺโมหวิคเมน ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ อตฺตปจฺจกฺขวเสน อุปฏฺฐานโต. นามรูปปริจฺเฉโทติ สห ปจฺจเยน นามรูปสฺส ปริจฺฉิชฺช อวโพโธ. จตูหีติ ธมฺมคมฺภีราทีหิ จตูหิ คมฺภีรตาหิ สพฺพาปิ คมฺภีรตา.
สาวเกหิ เทสิตา เทสนาปิ ปน สตฺถุ เอว เทสนาติ อาห ‘‘มยา ทินฺนนเย ฐตฺวา’’ติ. ‘‘เสกฺเขน นาม นิพฺพานํ สพฺพากาเรน ปฏิวิทฺธํ น โหตี’’ติ น ตสฺส คมฺภีรตาติ ตสฺส คมฺภีรสฺส อุปาทานสฺส คมฺภีรตา วิย สุฏฺฐุ ทิฏฺฐา นาม โหติ. ตสฺมา อาห ‘‘อิทํ นิพฺพานเมว คมฺภีรํ, ปจฺจยากาโร ปน อุตฺตานโก ชาโต’’ติ. นิพฺพานญฺหิ สพฺเพปิ อเสกฺขา สพฺพโส ปฏิวิชฺฌนฺติ นิปฺปเทสตฺตา, ปจฺจยาการํ ปน สมฺมาสมฺพุทฺธาเยว อนวเสสโต ปฏิวิชฺฌนฺติ, น อิตเร. ตสฺมา ปจฺจยวเสน ‘‘อิทํ อปรทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ เถรํ อปสาเทนฺเตน. ตเมว หิสฺส อนวเสสโต ปฏิเวธาภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘อถ กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสติปิ ธมฺมโต เภเท สํโยชนตฺถอนุสยตฺถวเสน ปน เตสํ ลพฺภมานเภทํ คเหตฺวา ‘‘อิเม จตฺตาโร กิเลเส’’ติ วุตฺตํ. อญฺโญ หิ เตสํ พนฺธนตฺโถ, อญฺโญ ถามคมนฏฺโฐติ. เอส นโย เสเสสุปิ. อิติ อิเมสํ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา ตถารูปํ อุปนิสฺสยสมฺปทํ อภาวยโตว อนุตฺตานเมว ธมฺมํ อุตฺตานนฺติ น วตฺตพฺพเมวาติ อธิปฺปาโย. จตฺตาริ อฏฺฐ โสฬส วา อสงฺเขฺยยฺยานีติ อิทํ มหาโพธิสตฺตานํ สนฺตาเน โพธิปริปาจกธมฺมานํ ติกฺขมชฺฌิมมุทุภาวสิทฺธกาลวิเสสทสฺสนํ, ตญฺจ โข มหาภินีหารโต ปฏฺฐายาติ วทนฺติ. เอเตหีติ ยถาวุตฺตพุทฺธสาวกอคฺคสาวกปจฺเจกพุทฺธสมฺมาสมฺพุทฺธานํ วิเสสาธิคเมหิ. ปจฺจนีกนฺติ ปฏิกฺกูลํ วิรุทฺธํ. สพฺพถา ปจฺจยาการปฏิเวโธ นาม สมฺมาสมฺโพธิยาธิคโม เอวาติ วุตฺตํ ‘‘ปจฺจยาการํ ปฏิวิชฺฌิตุํ วายมนฺตสฺเสวา’’ติ. นวหิ อากาเรหีติ อุปฺปาทาทีหิ นวหิ ปจฺจยากาเรหิ. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๔๕) –
‘‘อวิชฺชาสงฺขารานํ อุปฺปาทฏฺฐิติ จ ปวตฺตฏฺฐิติ จ นิมิตฺตฏฺฐิติ จ อายูหนฏฺฐิติ จ สํโยคฏฺฐิติ จ ปลิโพธฏฺฐิติ จ สมุทยฏฺฐิติ จ เหตุฏฺฐิติ จ ปจฺจยฏฺฐิติ จ, อิเมหิ นวหากาเรหิ อวิชฺชา ปจฺจโย, สงฺขารา ปจฺจยสมุปฺปนฺนา’’ติอาทิ.
ตตฺถ นวหากาเรหีติ นวหิ ปจฺจยภาวูปคมเนหิ อากาเรหิ. อุปฺปชฺชติ เอตสฺมา ผลนฺติ อุปฺปาโท, ผลุปฺปตฺติยา การณภาโว. สติ จ อวิชฺชาย สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ, นาสติ, ตสฺมา อวิชฺชา สงฺขารานํ อุปฺปาโท โหติ. ตถา อวิชฺชาย สติ สงฺขารา ปวตฺตนฺติ จ นิมิยนฺติ จ. ยถา จ ภวาทีสุ ขิปนฺติ, เอวํ เตสํ อวิชฺชา ปจฺจโย โหติ, ตถา อายูหนฺติ ผลุปฺปตฺติยา ฆเฏนฺติ สํยุชฺชนฺติ อตฺตโน ผเลน. ยสฺมึ สนฺตาเน สยํ อุปฺปนฺนา, ตํ ปลิพุนฺธนฺติ ปจฺจยนฺตรสมวาเย อุทยนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ, หิโนติ จ สงฺขารานํ การณภาวํ อุปคจฺฉติ. ปฏิจฺจ อวิชฺชํ สงฺขารา อยนฺติ ปวตฺตนฺตีติ เอวํ อวิชฺชาย สงฺขารานํ การณภาวูปคมนวิเสสา อุปฺปาทาทโย เวทิตพฺพาติ. อุปฺปาทฏฺฐิตีติ จ ติฏฺฐติ เอเตนาติ ฐิติ, การณํ. อุปฺปาโท เอว ฐิติ อุปฺปาทฐิติ. เอส นโย เสเสสุปิ. อิทญฺจ ปจฺจยาการทสฺสนํ ยถา ปุริเมหิ มหาโพธิมูเล ปวตฺติตํ, ตถา อมฺหากํ ภควตาปิ ปวตฺติตนฺติ อจฺฉริยเวคาภิหตา ทสสหสฺสิโลกธาตุ สงฺกมฺปิ สมฺปกมฺปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิฏฺฐมตฺเต’’ติอาทิมาห.
เอตสฺส ธมฺมสฺสาติ เอตสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสญฺญิตสฺส ธมฺมสฺส. โส ปน ยสฺมา อตฺถโต เหตุปฺปภวานํ เหตุ. เตนาห ‘‘เอตสฺส ปจฺจยธมฺมสฺสา’’ติ. ชาติอาทีนํ ชรามรณปจฺจยตายาติ อตฺโถ. นามรูปปริจฺเฉโท ตสฺส จ ปจฺจยปริคฺคโห น ปฐมาภินิเวสมตฺเตน โหติ, อถ โข ตตฺถ อปราปรํ ญาณุปฺปตฺติสญฺญิเตน อนุ อนุ พุชฺฌเนน. ตทุภยภาวํ ปน ทสฺเสนฺโต ‘‘ญาตปริญฺญาวเสน อนนุพุชฺฌนา’’ติ อาห. นิจฺจสญฺญาทีนํ ปชหนวเสน ปวตฺตมานา วิปสฺสนาธมฺเม ปฏิวิชฺฌติ เอว นาม โหติ ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภเนน ติกฺขวิสทภาวาปตฺติโต, ตทธิฏฺฐานภูตา จ ตีรณปริญฺญา อริยมคฺโค จ ปริญฺญาปหานาภิสมยวเสน ปวตฺติยา ตีรณปฺปหานปริญฺญาสงฺคโห จาติ ตทุภยปฏิเวธาภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตีรณปฺปหานปริญฺญาวเสน อปฺปฏิวิชฺฌนา’’ติ อาห. ตนฺตํ วุจฺจติ ปฏวีนนตฺถํ ตนฺตวาเยติ ตนฺตํ อาวญฺฉิตฺวา ปสาริตสุตฺตวฏฺฏิตํ นียตีติ กตฺวา, ตํ ปน ตนฺตากุลตาย นิทสฺสนภาเวน อากุลเมว คหิตนฺติ อาห ‘‘ตนฺตํ วิย อากุลชาตา’’ติ. สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมาเนตุนฺติ ปุพฺเพนาปรํ สมํ กตฺวา อาเนตุํ, อวิสมํ อุชุํ กาตุนฺติ อตฺโถ. ตนฺตเมว วา อากุลํ ตนฺตากุลํ, ตนฺตากุลํ วิย ชาตา ภูตา ตนฺตากุลกชาตา. มชฺฌิมํ ปฏิปทํ อนุปคนฺตฺวา อนฺตทฺวยปกฺขนฺเทน ปจฺจยากาเร ขลิตฺวา อากุลพฺยากุลา โหนฺติ, เตเนว อนฺตทฺวยปกฺขนฺเทน ตํตํทิฏฺฐิคฺคาหวเสน ปริพฺภมนฺตา อุชุกํ ธมฺมฏฺฐิติตนฺตํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น ชานนฺติ. เตนาห ‘‘น สกฺโกนฺติ ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุ’’นฺติ. เทฺว โพธิสตฺเตติ ปจฺเจกโพธิสตฺตมหาโพธิสตฺเต. อตฺตโน ธมฺมตายาติ อตฺตโน สภาเวน, ปโรปเทเสน วินาติ อตฺโถ. ตตฺถ ตตฺถ คุฬกชาตนฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ชาตคุฬกํ ปิณฺฑิสุตฺตํ. ตโต เอว คณฺฐิพทฺธนฺติ วุตฺตํ. ปจฺจเยสุ ปกฺขลิตฺวาติ อนิจฺจทุกฺขานตฺตาทิสภาเวสุ ปจฺจยธมฺเมสุ นิจฺจาทิภาววเสน ปกฺขลิตฺวา. ปจฺจเย อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺโตติ ตสฺเสว นิจฺจาทิคาหสฺส อวิสฺสชฺชนโต ปจฺจยธมฺมนิมิตฺตํ อตฺตโน ทสฺสนํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต อิทํสจฺจาภินิเวสกายคนฺถวเสน คณฺฐิกชาตา โหนฺตีติ อาห ‘‘ทฺวาสฏฺฐิ…เป… คณฺฐิพทฺธา’’ติ.
เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สสฺสตทิฏฺฐิอาทิ ทิฏฺฐิโย นิสฺสิตา อลฺลีนา, วินนโต กุลาติ อิตฺถิลิงฺควเสน ลทฺธนามสฺส ตนฺตวายสฺส คณฺฐิกํ นาม อากุลภาเวน อคฺคโต วา มูลโต วา ทุวิญฺเญยฺยาวยวํ ขลิตพนฺธสุตฺตนฺติ อาห ‘‘กุลาคณฺฐิกํ วุจฺจติ เปสการกญฺชิยสุตฺต’’นฺติ. สกุณิกาติ วฏฺฏจาฏกสกุณิกา. สา หิ รุกฺขสาขาสุ โอลมฺพนกุลาวกา โหติ. ตญฺหิ สา กุลาวกํ ตโต ตโต ติณหีราทิเก อาเนตฺวา ตถา ตถา วินนฺธติ, ยถา เตสํ เปสการกญฺชิยสุตฺตํ วิย อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ วิเวเจตุํ วา น สกฺกา. เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. ตทุภยมฺปีติ กุลาคณฺฐิกนฺติ วุตฺตํ กญฺชิยสุตฺตํ กุลาวกญฺจ. ปุริมนเยเนวาติ ‘‘เอวเมว สตฺตา’’ติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว.
กามํ มุญฺชปพฺพชติณานิ ยถาชาตานิปิ ทีฆภาเวน ปติตฺวา อรญฺญฏฺฐาเน อญฺญมญฺญํ วินนฺธิตฺวา อากุลานิ หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ, ตานิ ปน ตถา ทุพฺพิเวจิยานิ ยถา รชฺชุภูตานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
อปาโยติ อเยน สุเขน, สุขเหตุนา วา วิรหิโต. ทุกฺขสฺส คติภาวโตติ อปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปวตฺติฏฺฐานภาวโต. สุขสมุสฺสยโตติ ‘‘อพฺภุทยโต วินิปติตตฺตา’’ติ วิรูปํ นิปติตตฺตา ยถา เตนตฺตภาเวน สุขสมุสฺสโย น โหติ, เอวํ นิปติตตฺตา. อิตโรติ สํสาโร นนุ ‘‘อปาย’’นฺติอาทินา วุตฺโตปิ สํสาโร เอวาติ? สจฺจเมตํ, นิรยาทีนํ ปน อธิมตฺตทุกฺขภาวทสฺสนตฺถํ อปายาทิคฺคหณํ โคพลิพทฺทญาเยน อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏีติ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ เหตุผลภาเวน อปราปรุปฺปตฺติ. อพฺโภจฺฉินฺนํ วตฺตมานาติ อวิจฺเฉเทน ปวตฺตมานา.
ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ ‘‘อปาย’’นฺติอาทินา วุตฺตํ สพฺพํ อปายทุกฺขญฺเจว วฏฺฏทุกฺขญฺจ. มหาสมุทฺเท วาตกฺขิตฺตา นาวา วิยาติ อิทํ ปริพฺภมนฏฺฐานสฺส มหนฺตภาวทสฺสนตฺถญฺเจว ปริพฺภมนสฺส อนวตฺติตทสฺสนตฺถญฺจ เวทิตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
นิทานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุกฺขวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.