๖. ทุกฺขวคฺโค
๑. ปริวีมํสนสุตฺตวณฺณนา
๕๑. อุปปริกฺขมาโนติ ปวตฺติปวตฺติเหตุํ, นิวตฺตินิวตฺติเหตุญฺจ ปริตุเลนฺโต. กุโต ปเนตนฺติ? ‘‘สมฺมา ทุกฺขกฺขยา’’ติ วจนโต. น หิ สพฺพทุกฺขปริวีมํสํ วินา สมฺมา ทุกฺขกฺขโย สมฺภวติ. กสฺมาติอาทินา ชรามรณสฺเสว คหเณ การณํ ปุจฺฉติ. ชาติอาทีนมฺปิ ปวตฺติ ทุกฺขภาวินีติ อธิปฺปาโย. ยสฺมา ชรามรเณ คหิเต สติ ชาติปิ คหิตา โหติ, ตสฺสา อภาเว ชรามรณสฺเสว อภาวโต. เอส นโย ภวาทีสุปิ. เอวํ ยาว ชาติธมฺโม ชรามรเณ คหิเต คหิโตว โหติ, ชรามรณปเทเสน ตพฺพิการวนฺโต สพฺเพ เตภูมกา สงฺขารา คหิตาติ เอวมฺปิ ชรามรณคฺคหเณน สพฺพมฺปิ วฏฺฏทุกฺขํ คหิตเมว โหติ. เตนาห ‘‘ตสฺมึ คหิเต สพฺพทุกฺขสฺส คหิตตฺตา’’ติ. อเนกวิธนฺติ พหุวิธํ พหุโกฏฺฐาสํ. ‘‘อเนก’’นฺติ วา ปาโฐ. อเนกนฺติ พหุลวจนํ. วิธนฺติ ขณฺฑิจฺจปาลิจฺจาทิวเสน วิปรีตโกฏฺฐาสํ. นานปฺปการกนฺติ ตโต เอว นานปฺปการํ. นฺหตฺวา ฐิตํ ปุริสํ วิยาติ พาลานํ อตฺตภาวสฺส สุภากาเรน อุปฏฺฐานํ สนฺธายาห.
‘‘สารุปฺปภาเวนา’’ติ วุตฺตํ, กึ สพฺพถา สารุปฺปภาเวนาติ อาห ‘‘นิกฺกิเลสตาย ปริสุทฺธตายา’’ติ. น หิ ตสฺเสสา อสงฺขตตาทิภาเวน สทิสา. ปฏิปนฺโนติ ปฏิมุโข อภิสงฺขารมุโข หุตฺวา ปนฺโน อธิคโต. อนุคตนฺติ อนุจฺฉวิกภาเวน คตํ, ยถา จ นิพฺพานสฺส อธิคโม โหติ, เอวํ ตทนุรูปภาเวน คตํ. เอตฺถ จ ปาฬิยํ ‘‘ปชานาตี’’ติ ปุพฺพภาควเสน ปชานนา วุตฺตา, ‘‘ตถา ปฏิปนฺโน จ โหตี’’ติ นิยตวเสน. ‘‘อปรภาควเสนา’’ติ อปเร. เกจิ ปน ‘‘ยถา ปฏิปนฺนสฺส ชรามรณํ นิรุชฺฌติ, ตถา ปฏิปนฺโน’’ติ วทนฺติ. ปทวีมํสนา ปุพฺพภาควเสน เวทิตพฺพา, น มคฺคกฺขณวเสน. สงฺขารนิโรธายาติ เอตฺถ นยิทํ อวิชฺชาปจฺจยสงฺขารคฺคหณํ, อถ โข สงฺขตสงฺขารคฺคหณนฺติ อาห ‘‘สงฺขารทุกฺขสฺส นิโรธตฺถายา’’ติ. เตนาห ‘‘เอตฺตาวตา ยาว อรหตฺตา เทสนา กถิตา’’ติ.
‘‘ปจฺจตฺตํเยว ปรินิพฺพายตี’’ติอาทินา อรหตฺตผลปจฺจเวกฺขณํ, ‘‘โส สุขญฺจ เวทนํ เวทยตี’’ติอาทินา สตตวิหารญฺจ ทสฺเสตฺวา เทสนา สพฺพถาว วฏฺฏเทสนาโต นิวตฺเตตพฺพา สิยา. อวิชฺชาคโตติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เตน เอวมาทิกํ อิทํ วฏฺฏวิวฏฺฏกถนํ ปุน คณฺหาติ. ปุคฺคลสทฺโท อิตราสํ ทฺวินฺนํ ปกตีนํ วาจโกติ ตโต วิเสเสตฺวา คหเณ ปฐมปกติเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุริสปุคฺคโล’’ติ อโวจาติ อาห ‘‘ปุริโสเยว ปุคฺคโล’’ติ. อุภเยนาติ ปุริสปุคฺคลคฺคหเณน. สมฺมุติยา อวิชฺชมานาย กถา เทสนา สมฺมุติกถา. ปรมตฺถสฺส กถา เทสนา ปรมตฺถกถา. ตตฺถาติ สมฺมุติปรมตฺถกถาสุ, น สมฺมุติปรมตฺเถสุ. เตนาห ‘‘เอวํ ปวตฺตา สมฺมุติกถา นามา’’ติอาทิ. ตตฺริทํ สมฺมุติปรมตฺถานํ ลกฺขณํ – ยสฺมึ ภินฺเน พุทฺธิยา วา อวยววินิพฺโภเค กเต น ตํสมญฺญา, สา ฆฏปฏาทิปฺปเภทา สมฺมุติ, ตพฺพิปริยายโต ปรมตฺโถ. น หิ กกฺขฬผุสนาทิสภาเว อยํ นโย ลพฺภติ. ตตฺถ รูปาทิธมฺมํ สมูหสนฺตานวเสน ปวตฺตมานํ อุปาทาย ‘‘สตฺโต’’ติอาทิ โวหาโรติ อาห ‘‘สตฺโต นโร…เป… สมฺมุติกถา นามา’’ติ. ยสฺมา รูปาทโย ปรมตฺถธมฺมา ‘‘ขนฺธา ธาตุโย’’ติอาทินา วุจฺจนฺติ, น โวหารมตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ขนฺธา…เป… ปรมตฺถกถา นามา’’ติ วุตฺตํ. นนุ ขนฺธกถาปิ สมฺมุติกถาว, สมฺมุติ หิ สงฺเกโต ขนฺธฏฺโฐ ราสฏฺโฐ วา โกฏฺฐาสฏฺโฐ วาติ? สจฺจเมตํ, อยํ ปน ขนฺธสมญฺญา ผสฺสาทีสุ ตชฺชาปญฺญตฺติ วิย ปรมตฺถสนฺนิสฺสยา ตสฺส อาสนฺนตรา ปุคฺคลสมญฺญาทโย วิย น ทูเรติ ปรมตฺถสงฺคหตา วุตฺตา. ขนฺธสีเสน วา ตทุปาทานา สภาวธมฺมา เอว คหิตา. นนุ จ สพฺเพปิ สภาวธมฺมา สมฺมุติมุเขเนว เทสนํ อาโรหนฺติ, น สมฺมุเขนาติ สพฺพาปิ เทสนา สมฺมุติเทสนาว สิยาติ? นยิทเมวํ เทเสตพฺพธมฺมวิภาเคน เทสนาวิภาคสฺส อธิปฺเปตตฺตา, น จ สทฺโท เกนจิ ปวตฺตินิมิตฺเตน วินา อตฺถํ ปกาเสตีติ. เตนาห ‘‘ปรมตฺถํ กเถนฺตาปิ สมฺมุตึ อมุญฺจิตฺวาว กเถนฺตี’’ติ. สจฺจเมว อวิปรีตเมว กเถนฺติ.
สมฺมุตีติ สมญฺญา. ปรโม อุตฺตโม อตฺโถติ ปรมตฺโถ, ธมฺมานํ ยถาภูตสภาโว. ตํ ปรมตฺถํ, สมฺมุติ ปน โลกสฺส สงฺเกตมตฺตสิทฺธา. ยทิ เอวํ กถํ สมฺมุติกถาย สจฺจตาติ อาห ‘‘โลกสมฺมุติการณ’’นฺติ โลกสมญฺญํ นิสฺสาย ปวตฺตนโต. โลกสมญฺญาย หิ อภินิเวสนํ วินา ปญฺญาปนา เอกจฺจสฺส สุตสฺส สาวนา วิย, น มุสา อนติกฺกมิตพฺพโต ตสฺสา. เตนาห ภควา ‘‘ชนปทนิรุตฺตึ นาภินิเวเสยฺย, สมญฺญํ นาติธาเวยฺยา’’ติ. ธมฺมานํ สภาวธมฺมานํ. ภูตลกฺขณํ ภาวสฺส ลกฺขณํ ทีเปนฺตีติ กตฺวา.
เตรสเจตนาเภทนฺติ อฏฺฐกามาวจรกุสลเจตนาปญฺจรูปาวจรกุสลเจตนาเภทํ. อตฺตโน สนฺตานสฺส ปุนนโต ปุชฺชภวผลสฺส อภิสงฺขรณโต ปุญฺญาภิสงฺขารํ. กมฺมปุญฺเญนาติ กมฺมภูเตน. วิปากปุญฺเญนาติ วิปากสงฺขาเตน. ปุญฺญผลมฺปิ หิ อุตฺตรปทโลเปน ‘‘ปุญฺญ’’นฺติ วุจฺจติ ‘‘เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ วิย. ‘‘อปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติ อิทํ ‘‘ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติ เอตฺถ วุตฺตนยเมวาติ น อุทฺธตํ. อปุญฺญผลํ อุตฺตรปทโลเปน ‘‘อปุญฺญ’’นฺติ วุจฺจติ. สงฺขารนฺติ สงฺขารสฺส คหิตตฺตา ‘‘อวิชฺชาคโตย’’นฺติ อิมินา สงฺขารสฺส ปจฺจโย คหิโต, ‘‘ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติอาทินา ปจฺจยุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ. ตสฺมิญฺจ คหิเต นามรูปาทิ สพฺพํ คหิตเมว โหติ. เตนาห ‘‘ทฺวาทสปทิโก ปจฺจยากาโร คหิโตว โหตี’’ติ.
วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺคญาณํ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน. ตสฺสา หิ อุปฺปาทา สพฺพโส อวิชฺชา ปหีนา โหติ. ปฐมเมวาติ อิทํ อวิชฺชาปหานวิชฺชุปฺปาทานํ สมานกาลตาทสฺสนํ. เตนาห ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ. ปทีปุชฺชเลนาติ ปทีปุชฺชลนเหตุนา สเหว. วิชฺชุปฺปาทาติ วิชฺชุปฺปาทเหตุ, เอวํ สตีปิ สมกาลตฺเตติ อธิปฺปาโย. น คณฺหาตีติ ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา น คณฺหาติ. น ตณฺหายติ น ภายติ ตณฺหาวุตฺติโน อภาวา, ตโต เอว ภยวตฺถุโน จ อภาวา.
คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวาติ คิลิตฺวา วิย อญฺญสฺส อวิสยํ วิย กรเณน ปรินิฏฺฐาเปตฺวา. สามิสสุขสฺส อเนกทุกฺขานุพนฺธภาวโต, สุขาภินนฺทสฺส ทุกฺขเหตุภาวโต จ สุขํ อภินนฺทนฺโตเยว ทุกฺขํ อภินนฺทติ นาม อคฺคิสนฺตาปสุขํ อิจฺฉนฺโต ธูมทุกฺขานุญฺญาโต วิย. ทุกฺขํ ปตฺวา สุขํ ปตฺถนโตติ เอตฺถ ทุพฺพลคหณิกาทโย นิทสฺสนภาเวน เวทิตพฺพา. เต หิ ยาว สายนฺหสมยาปิ อภุตฺวา สายมาสาทีนิ กโรนฺโต ชิฆจฺฉาทึ อุปฺปาเทตฺวา ภุญฺชนาทีนิ กโรนฺติ. สุขสฺส วิปริณามทุกฺขโต สุขํ อภินนฺทนฺโต ทุกฺขํ อภินนฺทติ นามาติ โยชนา. เกจิ ปน ทุกฺขสฺส อภาวโต วิปริณามสุขโต ตํ สุขํ อภินนฺทนฺโต ทุกฺขํ อภินนฺทตีติ วทนฺติ. ตํ น, น หิ ตาทิสํ สุขนิมิตฺตํ โกจิ ทุกฺขํ อภินนฺทนฺโต ทิฏฺโฐ, ทุกฺขเหตุํ ปน สามิสํ สุขํ อภินนฺทนฺโต ทิฏฺโฐ. ทุกฺขเหตุํ สามิสํ สุขํ อภินนฺทนฺโต อตฺถโต ทุกฺขํ อภินนฺทติ นามาติ วุตฺโตวายมตฺโถ. กาโยติ ปญฺจทฺวารกาโย, โส ปริยนฺโต อวสานํ เอตสฺสาติ กายปริยนฺติกํ. เตนาห ‘‘ยาว ปญฺจทฺวารกาโย ปวตฺตติ, ตาว ปวตฺต’’นฺติ. ชีวิตปริยนฺติกนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
ปจฺฉา อุปฺปชฺชิตฺวา ปฐมํ นิรุชฺฌตีติ เอกสฺมึ อตฺตภาเว มโนทฺวาริกเวทนาโต ปจฺฉา อุปฺปชฺชิตฺวา ตโต ปฐมํ นิรุชฺฌติ, ตโต เอว สิทฺธมตฺถํ สรูเปเนว ทสฺเสตุํ ‘‘มโนทฺวาริกเวทนา ปฐมํ อุปฺปชฺชิตฺวา ปจฺฉา นิรุชฺฌตี’’ติ วุตฺตํ. อิทานิ ตเมว สงฺเขเปน วุตฺตํ วิวริตุํ ‘‘สา หี’’ติอาทิมาห. ยาว เตตฺตึสวสฺสาปิ ปฐมวโย. ปณฺณาสวสฺสกาเลติ ปฐมวยโต ยาว ปญฺญาสวสฺสกาลา, ตาว ฐิตา โหตีติ วุฑฺฒิหานิโย อนุปคนฺตฺวา สรูเปเนว ฐิตา โหติ. มนฺทาติ มุทุกา อติขิณา. ตทาติ อสีตินวุติวสฺสกาเล. ตถา จิรปริวิตกฺเกปิ. ภคฺคา นิตฺเตชา ภคฺควิภคฺคา ทุพฺพลา. หทยโกฏึเยวาติ จกฺขาทิวตฺถูสุ อวตฺเตตฺวา เตสํ ขีณตฺตา โกฏิภูตํ หทยวตฺถุํเยว. ยาว เอสา เวทนา วตฺตติ.
วาปิยาติ มหาตฬาเกน. ปญฺจอุทกมคฺคสมฺปนฺนนฺติ ปญฺจหิ อุทกสฺส ปวิสนนิกฺขมนมคฺเคหิ ยุตฺตํ. ตโต ตโต วิสฺสนฺทมานํ สพฺพโส ปุณฺณตฺตา.
ปฐมํ เทเว วสฺสนฺเตติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. อิมํ เวทนํ สนฺธายาติ อิมํ ยถาวุตฺตํ ปริโยสานปฺปตฺตํ มโนทฺวาริกเวทนํ สนฺธาย.
กายสฺส เภทาติ อตฺตภาวสฺส วินาสโต. ‘‘อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา’’ติ ปาฬิ, อฏฺฐกถายํ ปน ชีวิตปริยาทานา อุทฺธนฺติ ปทุทฺธาโร กโต. ปรโลกวเสน อคนฺตฺวา. เวทนานํ สีติภาโว นาม สงฺขารทรถปริฬาหภาโว, โส ปนายํ อปฺปวตฺติวเสนาติ อาห ‘‘ปวตฺติ…เป… ภวิสฺสนฺตี’’ติ. ธาตุสรีรานีติ อฏฺฐิกงฺกลสงฺขาตธาตุสรีรานิ. สรีเรกเทเส หิ สรีรสมญฺญา.
กุมฺภการปากาติ กุมฺภการปากโต. เอตฺถ ปจฺจตีติ ปาโก, ปจนฏฺฐานํ. ตเทว ปาจนวเสน อาวสนฺติ เอตฺถาติ อาวาโส, ตสฺมา กุมฺภการาวาสโต. อวิคตวูปสมํ สงฺขริตํ กุมฺภํ อุทฺธริตฺวา ฐเปนฺโต ฉาริกาย สติ ปิธานวเสน ฐเปติ. ตถา ฐปนํ ปน สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปฏิสิสฺเสยฺยา’’ติ. กุมฺภสฺส ปเทสภูตตาย อาพทฺธา อวยวา ‘‘กุมฺภกปาลานี’’ติ อธิปฺเปตานิ, น ฉินฺนภินฺนานิ. อวยวมุเขน หิ สมุทาโย วุตฺโต. ตตฺถ กปาลสมุทาโย หิ ฆโฏ. เตนาห ‘‘มุขวฏฺฏิยา เอกพทฺธานี’’ติ. อวสิสฺเสยฺยุนฺติ วณฺณวิเสสอุณฺหภาวาปคตา ฆฏการาเนว ติฏฺเฐยฺยุนฺติ. อาทิตฺต…เป… ตโย ภวา ทฏฺฐพฺพา เอกาทสหิ อคฺคีหิ อาทิตฺตภาวโต. ยถา กุมฺภกาโร กุมฺภการาวาสํ อาทิตฺตํ ปจฺจเวกฺขติ, เอวํ อารทฺธวิปสฺสโกเปส ภวตฺตยํ ราคาทีหิ อาทิตฺตนฺติ อาห ‘‘กุมฺภกาโร วิย โยคาวจโร’’ติ. นีหรณทณฺฑโก วิย อรหตฺตมคฺคญาณํ ภวตฺตยปากโต นีหรณโต. สโม ภูมิภาโค วิย นิพฺพานตลํ สพฺพวิสมา นิวตฺตนโต.
‘‘อาทานนิกฺเขปนโต, วโยวุทฺธตฺถงฺคมโต, อาหารมยโต, อุตุมยโต, จิตฺตสมุฏฺฐานโต, กมฺมชโต, ธมฺมตารูปโต’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๐๖) อิเมหิ สตฺตหิ อากาเรหิ สมฺมสนฺโต รูปสตฺตกํ วิปสฺสติ นาม. ‘‘กลาปโต, ยมกโต, ขณิกโต, ปฏิปาฏิโต, ทิฏฺฐิอุคฺฆาฏนโต, มานสมุคฺฆาฏโต, นิกนฺติปริยาทานโต’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๑๗) อิเมหิ สตฺตหิ อากาเรหิ สมฺมสนฺโต อรูปสตฺตกํ วิปสฺสติ นาม, ตสฺมา ยถาวุตฺตํ อิมํ รูปสตฺตกํ อรูปสตฺตกญฺจ นีหริตฺวา วิปสฺสนฺตสฺส. ยทิปิ อรหโต อตฺตภาโว สพฺพภเวหิปิ อุทฺธโฏ, ยาว ปน อนุปาทิเสสปรินิพฺพานํ น ปาปุณาติ, ตาว ตสฺมิมฺปิ สุคติภเว ฐิโตเยวาติ วตฺตพฺพตํ ลพฺภตีติ ‘‘จตูหิ อปาเยหิ อตฺตภาวํ อุทฺธริตฺวา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ขีณาสโว ปนา’’ติอาทิ. ตถา จ วกฺขติ ‘‘อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุตสฺส วฏฺฏวูปสโม เวทิตพฺโพ’’ติ. น ปรินิพฺพาติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยาติ อธิปฺปาโย, สอุปาทิเสสาย ปน นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพานํ อรหตฺตปฺปตฺติเยว. อภิสงฺขารเหตุโต เหตฺถ ปริฬาหวูปสมสฺส อุปสมภาเวน อธิปฺเปตตฺตา อุณฺหกุมฺภนิพฺพานนิทสฺสนมฺปิ น วิรุชฺฌติ. อนุปาทินฺนกสรีรานีติ อุตุสมุฏฺฐานิกรูปกลาเป วทนฺติ. ภิกฺขเวติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. อิทํ ปน วจนํ. อนุโยคาโรปนตฺถนฺติ กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน ขีณาสโว อปิ นุ ปุญฺญาภิสงฺขาราทิกมฺมํ กเรยฺยาติ ปญฺหํ กาตุํ. อถ วา อนุโยคาโรปนตฺถนฺติ ‘‘อปิ นุ โข ขีณาสโว ภิกฺขุ ปุญฺญาภิสงฺขารํ วา อภิสงฺขเรยฺยา’’ติอาทินา อนุโยคํ อาโรเปตุํ วุตฺตํ, น ตาว ยถารทฺธเทสนํ นิฏฺฐาเปตุนฺติ อตฺโถ.
ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณ สิทฺเธ ตสฺมึ ภเว อุปฺปชฺชนารหานํ วิญฺญาณานํ สิยา สมฺภโว, นาสตีติ วุตฺตํ ‘‘วิญฺญาณํ ปญฺญาเยถาติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ ปญฺญาเยถา’’ติ. สพฺพโส สงฺขาเรสุ อสนฺเตสุ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ อปิ นุ โข ปญฺญาเยยฺย. ตสฺมิญฺหิ อปญฺญายมาเน สพฺพํ วิญฺญาณํ น ปญฺญาเยยฺย. เถรานนฺติ ‘‘ภิกฺขเว’’ติ อาลปิตตฺเถรานํ. ปญฺหพฺยากรณํ สมฺปหํสติ ตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สํสนฺทนโต. อปฺปญฺญาณนฺติ อปฺปญฺญายนํ. อาทิ-สทฺเทน วิญฺญาเณ อสติ นามรูปสฺส อปฺปญฺญาณนฺติ เอวมาทึ สงฺคณฺหาติ. สนฺนิฏฺฐานสงฺขาตนฺติ สทฺทหนากาเรน ปวตฺตสนฺนิฏฺฐานสงฺขาตํ. อธิโมกฺขนฺติ นิจฺฉยาการวิโมกฺขํ สทฺธาวิโมกฺขญฺจ. เตนาห ปาฬิยํ ‘‘สทฺทหถ เมตํ, ภิกฺขเว’’ติ. สทฺธาสหิตญฺหิ นิจฺฉยาการวิโมกฺขํ สนฺธายาห ‘‘สนฺนิฏฺฐานสงฺขาตํ อธิโมกฺข’’นฺติ. อนฺโตติ ปริยนฺโต. ปริโต ฉิชฺชติ เอตฺถาติ ปริจฺเฉโท.
ปริวีมํสนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อุปาทานสุตฺตวณฺณนา
๕๒. อารมฺมณาทิภาเวน สํวตฺตนโต อุปาทานานํ หิตานิ อุปาทานิยานิ, เตสุ อุปาทานิเยสุ. เตนาห ‘‘จตุนฺนํ อุปาทานานํ ปจฺจเยสู’’ติ. อสฺสาทํ อนุปสฺสนฺตสฺสาติ อสาเทตพฺพํ มิจฺฉาญาเณน อนุปสฺสโต. ตทาหาโรติ โสฬส วา วีสํ ตึสํ จตฺตาลีสํ ปญฺญาสํ วา อาหาโร ปจฺจโย เอตสฺสาติ ตทาหาโร. อคฺคิกฺขนฺโธ วิย ตโย ภวา เอกาทสหิ อคฺคีหิ อาทิตฺตภาวโต เอตเทว ภวตฺตยํ. อคฺคิ…เป… ปุถุชฺชโน อคฺคิกฺขนฺธสทิสสฺส ภวตฺตยสฺส ปริพนฺธนโต.
กมฺมฏฺฐานสฺสาติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานสฺส. เตนาห ‘‘เตภูมกธมฺเมสู’’ติ. ธมฺมปาสาทนฺติ โลกุตฺตรธมฺมปาสาทํ. โส หิ อจฺจุคฺคตฏฺเฐน ‘‘ปาสาโท’’ติ วุจฺจติ. สติปฏฺฐานมหาวีถิยํ ผลกฺขเณ ปวตฺตายาติ.
อุปาทานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓-๔. สํโยชนสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๕๓-๕๔. มหนฺตวฏฺฏปฺปพนฺธโอปมฺมภาเวน เตลปทีปสฺส อาหตตฺตา ‘‘มหนฺตญฺจ วฏฺฏิกปาลํ คเหตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ปุริมนเยเนวาติ ปุริมสฺมึ อุปาทานิยสุตฺเต วุตฺตนเยเนว. ตถา วิเนตพฺพานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน หิ อิเมสํ สุตฺตานํ เอวํ วจนํ เอวํ เทสนา. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ.
สํโยชนสุตฺตทฺวยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕-๖. มหารุกฺขสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๕๕-๕๖. โอชํ อภิหรนฺตีติ รสหรณิโย วิย ปุริสสฺส สรีเร รุกฺขมูลานิ รุกฺขสฺส ปถวีอาโปรเส อุปริ อาโรเปนฺติ. เตสํ ตถา อาโรปนํ ‘‘โอชายา’’ติอาทินา วิภาเวติ. หตฺถสตุพฺเพธมสฺสาติ หตฺถสตุพฺเพโธ, หตฺถสตํ อุพฺพิทฺธสฺสปิ. เอตฺถาติ เอติสฺสํ วฏฺฏกถายํ. กมฺมาโรหนนฺติ กมฺมปจฺจโย.
ปุน เอตฺถาติ เอติสฺสํ วิวฏฺฏกถายํ. วฏฺฏทุกฺขํ นาเสตุกามสฺส ทฬฺหํ อุปฺปนฺนสํเวคญาณํ สนฺธาย ‘‘กุทฺทาโล วิยา’’ติ อาห. ตโต นิพฺพตฺติตญาณํ สมาธิปจฺฉิยา ฐิตํ นิสฺสาย ปวตฺเตตพฺพวิปสฺสนารมฺภญาณํ. รุกฺขจฺเฉทนผรสุ วิยาติ เอวํภูตสฺส วิปสฺสนา เอกนฺตโต วฏฺฏจฺเฉทาย โหติเยวาติ อาห ‘‘รุกฺขสฺส…เป… มนสิกโรนฺตสฺส ปญฺญา’’ติ. ตตฺถ กมฺมฏฺฐานนฺติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ. ตํ จตุพฺพิธววตฺถานวเสน วีสติ ปถวีโกฏฺฐาสา, ทฺวาทส อาโปโกฏฺฐาสา, จตฺตาโร เตโชโกฏฺฐาสา, ฉ วาโยโกฏฺฐาสาติ เทฺวจตฺตาลีสาย โกฏฺฐาเสสุ. วิญฺญาณสฺส จาติ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ ปการตฺโถ จ. เตน ภูตรูปานิ วิญฺญาณสมฺปยุตฺตธมฺเม จ สงฺคณฺหาติ. สตฺตสุ สปฺปาเยสุ ยสฺส อลภนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ วิภูตํ หุตฺวา น อุปฏฺฐาติ, ตํ สนฺธายาห ‘‘อญฺญตรํ สปฺปาย’’นฺติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
มหารุกฺขสุตฺตทฺวยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ตรุณรุกฺขสุตฺตวณฺณนา
๕๗-๕๙. ปลิมชฺเชยฺยาติ อลฺลกรณวเสน ปริโต ปาฬึ พนฺเธยฺย. ตถา กโรนฺโต ยสฺมา จ ตตฺถ ติณคจฺฉาทีนํ มูลสนฺตานคฺคหเณน ตํ ฐานํ โสเธติ นาม, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โสเธยฺยา’’ติ. ปํสุนฺติ อสฺส ปวฑฺฒการกํ, อาคนฺตุกํ ปํสุนฺติ อตฺโถ. ทเทยฺยาติ ปกฺขิเปยฺย. เตนาห ‘‘ถทฺธ’’นฺติอาทิ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘รุกฺขํ นาเสตุกาโม ปุริโส วิยา’’ติอาทินา ปญฺจมสุตฺเต วุตฺตนเยน. อฏฺฐมนวมานิ อุตฺตานตฺถาเนว วุตฺตนยตฺตา.
ตรุณรุกฺขสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. นิทานสุตฺตวณฺณนา
๖๐. พหุวจนวเสนาติ กุรู นาม ชานปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีวเสน ‘‘กุรู’’ติ เอวํ พหุวจนวเสน. ยตฺถ ภควโต วสโนกาสภูโต โกจิ วิหาโร น โหติ, ตตฺถ เกวลํ โคจรคามกิตฺตนํ นิทานกถาย ปกติ ยถา ‘‘สกฺเกสุ วิหรติ เทวทหํ นาม สกฺยานํ นิคโม’’ติ. ‘‘อายสฺมา’’ติ วา ‘‘เทวานํ ปิโย’’ติ วา ภวนฺติ วา ปิยสมุทาหาโร เอโสติ อาห ‘‘อายสฺมาติ ปิยวจนเมต’’นฺติ. ตยิทํ ปิยวจนํ คารววเสน วุจฺจตีติ อาห ‘‘ครุวจนเมต’’นฺติ. อติทูรํ อจฺจาสนฺนํ อติสมฺมุขา อติปจฺฉโต อุปริวาโต อุนฺนตปฺปเทโสติ อิเม ฉ นิสชฺชโทสา. นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรวเสน ฉพฺพณฺณานํ.
กุลสงฺคหตฺถายาติ กุลานุทฺทยตาวเสน กุลานุคฺคณฺหนตฺถาย. สหสฺสภณฺฑิกํ นิกฺขิปนฺโต วิย ภิกฺขาปฏิคฺคณฺหเนน เตสํ อภิวาทนาทิสมฺปฏิจฺฉเนน จ ปุญฺญาภิสนฺทสฺส ชนเนน. ปฏิสมฺมชฺชิตฺวาติ อนฺเตวาสิเกหิ สมฺมฏฺฐฏฺฐานํ สกฺกจฺจการิตาย ปุน สมฺมชฺชิตฺวา. อุภยนฺตโต ปฏฺฐาย มชฺฌนฺติ อาทิโต ปฏฺฐาย เวทนํ, ชรามรณโต ปฏฺฐาย จ เวทนํ ปาเปตฺวา สมฺมสนมาห. ติกฺขตฺตุนฺติ ‘‘อาทิโต ปฏฺฐาย อนฺต’’นฺติอาทินา วุตฺตจตุราการุปสํหิเต ตโย วาเร. เตน ทฺวาทสกฺขตฺตุํ สมฺมสนมาห. อมฺหากํ ภควตา คมฺภีรภาเวเนว กถิตตฺตา เสสพุทฺเธหิปิ เอวเมว กถิโตติ ธมฺมนฺวเย ฐตฺวา วุตฺตํ ‘‘สพฺพพุทฺเธหิ…เป… กถิโต’’ติ.
ปมาณาติกฺกเมติ อปริมาณตฺเถ ‘‘ยาวญฺจิทํ เตน ภควตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓) วิย. อติเรกภาวโชตโน หิ ยํ ยาว-สทฺโท. เตนาห ‘‘อติคมฺภีโรติ อตฺโถ’’ติ. อวภาสติ ขายติ อุปฏฺฐาติ ญาณสฺส. ตถา อุปฏฺฐานญฺหิ สนฺธาย ‘‘ทิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. นนุ เอส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เอกนฺตคมฺภีโรว, อถ กสฺมา คมฺภีราวภาสตา โชติตาติ? สจฺจเมตํ, เอกนฺตคมฺภีรตาทสฺสนตฺถเมว ปนสฺส คมฺภีราวภาสคฺคหณํ, ตสฺมา อญฺญตฺถ ลพฺภมานํ จาตุโกฏิกํ พฺยติเรกมุเขน นิทสฺเสตฺวา ตเมวสฺส เอกนฺตคมฺภีรตํ วิภาเวตุํ ‘‘เอกํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตํ นตฺถีติ อคมฺภีโร อคมฺภีราวภาโส จาติ เอตํ ทฺวยํ นตฺถิ. เตน ยถาทสฺสิเต จาตุโกฏิเก ปจฺฉิมา เอกโกฏิ ลพฺภตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อยํ หี’’ติอาทิ.
เยหิ คมฺภีรภาเวหิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ‘‘คมฺภีโร’’ติ วุจฺจติ, เต จตูหิ อุปมาหิ อุลฺลิงฺเคนฺโต ‘‘ภวคฺคคฺคหณายา’’ติอาทิมาห. ยถา ภวคฺคคฺคหณตฺถํ หตฺถํ ปสาเรตฺวา คเหตุํ น สกฺกา ทูรภาวโต, เอวํ สงฺขาราทีนํ อวิชฺชาทิปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตตฺโถ ปกติญาเณน คเหตุํ น สกฺกา. ยถา สิเนรุํ ภินฺทิตฺวา มิญฺชํ ปพฺพตรสํ ปากติกปุริเสน นีหริตุํ น สกฺกา, เอวํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทคเต ธมฺมตฺถาทิเก ปกติญาเณน ภินฺทิตฺวา วิภชฺช ปฏิวิชฺฌนวเสน ชานิตุํ น สกฺกา. ยถา มหาสมุทฺทํ ปกติปุริสสฺส พาหุทฺวยวเสน ปารํ ตริตุํ น สกฺกา. เอวํ เวปุลฺลฏฺเฐน มหาสมุทฺทสทิสํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปกติญาเณน เทสนาวเสน ปริหริตุํ น สกฺกา. ยถา ปถวึ ปริวตฺเตตฺวา ปากติกปุริสสฺส ปถโวชํ คเหตุํ น สกฺกา, เอวํ อิตฺถํ อวิชฺชาทโย สงฺขาราทีนํ ปจฺจยา โหนฺตีติ เตสํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสภาโว ปากติกญาเณน นีหริตฺวา คเหตุํ น สกฺโกติ, เอวํ จตุพฺพิธคมฺภีรตาวเสน จตสฺโส อุปมา โยเชตพฺพา. ปากติกญาณวเสน จายมตฺถโยชนา กตา ทิฏฺฐสจฺจานํ ตตฺถ ปฏิเวธสพฺภาวโต, ตถาปิ ยสฺมา สาวกานํ ปจฺเจกพุทฺธานญฺจ ตตฺถ สปฺปเทสเมว ญาณํ, พุทฺธานํเยว นิปฺปเทสํ. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘พุทฺธวิสยํ ปญฺห’’นฺติ.
มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. สฺวายํ ‘‘อุตฺตานกุตฺตานโก วิย ขายตี’’ติ วจนํ สนฺธาย วุตฺโตติ อาห ‘‘มา ภณีติ อตฺโถ’’ติ. อุสฺสาเทนฺโตติ ปญฺญาวเสน อุกฺกํสนฺโตติ อตฺโถ. อปสาเทนฺโตติ นิพฺภจฺฉนฺโต, นิคฺคณฺหนฺโตติ อตฺโถ. เตนาติ มหาปญฺญภาเวน.
ตตฺถาติ เถรสฺส สติปิ อุตฺตานภาเว ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส อญฺเญสํ คมฺภีรภาเว. สุโภชนรสปุฏฺฐสฺสาติ สุนฺทเรน โภชนรเสน โปสิตสฺส. กตโยคสฺสาติ นิพฺพุทฺธปโยเค กตปริจยสฺส. มลฺลปาสาณนฺติ มลฺเลหิ มหาพเลเหว ขิปิตพฺพปาสาณํ. กุหึ อิมสฺส ภาริยฏฺฐานนฺติ กสฺมึ ปสฺเส อิมสฺส ปาสาณสฺส ครุตรปเทโสติ ตสฺส สลฺลหุกภาวํ ทีเปนฺโต วทติ.
ติมิรปิงฺคเลเนว ทีเปนฺติ ตสฺส มหาวิปฺผารภาวโต. เตนาห ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ. ปกฺกุถตีติ ปกฺกุถนฺตํ วิย ปริวตฺตติ ปริโต วตฺตติ. ลกฺขณวจนเญฺหตํ. ปิฏฺฐิยํ สกลิกอฏฺฐิกา ปิฏฺฐิปตฺตํ. กายูปปนฺนสฺสาติ มหตา กาเยน อุเปตสฺส, มหากายสฺสาติ อตฺโถ. ปิญฺฉ วฏฺฏีติ ปิญฺฉ กลาโป. สุปณฺณวาตนฺติ นาคคฺคหณาทีสุ ปกฺขปปฺโผฏนวเสน อุปฺปชฺชนกวาตํ.
‘‘ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติยา’’ติอาทินา อุทฺทิฏฺฐการณานิ วิตฺถารโต วิวริตุํ ‘‘อิโต กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิโตติ อิโต ภทฺทกปฺปโต. สตสหสฺสิเมติ สตสหสฺสเม. หํสวตี นาม นครํ อโหสิ ชาตนครํ. ธุรปตฺตานีติ พาหิรปตฺตานิ, ยานิ ทีฆตมานิ.
กนิฏฺฐภาตาติ เวมาติกภาตา กนิฏฺโฐ ยถา อมฺหากํ ภควโต นนฺทตฺเถโร. พุทฺธานญฺหิ สโหทรา ภาตโร นาม น โหนฺติ. ตตฺถ เชฏฺฐา ตาว นุปฺปชฺชนฺติ, กนิฏฺฐานํ ปน อสมฺภโว เอว. โภคนฺติ วิภวํ. อุปสนฺโตติ โจรชนิตสงฺโขภวูปสเมน อุปสนฺโต ชนปโท.
เทฺว สาฏเก นิวาเสตฺวาติ สาฏกทฺวยเมว อตฺตโน กายปริหาริยํ กตฺวา, อิตรํ สพฺพสมฺภารํ อตฺตนา โมเจตฺวา.
ปตฺตคฺคหณตฺถนฺติ อนฺโตปกฺขิตฺตอุณฺหโภชนตฺตา ปตฺตสฺส อปราปรํ หตฺเถ ปริวตฺเตนฺตสฺส สุเขน ปตฺตคฺคหณตฺถํ. อุตฺตริสาฏกนฺติ อตฺตโน อุตฺตริยํ สาฏกํ. เอตานิ ปากฏฏฺฐานานีติ เอตานิ ยถาวุตฺตานิ ภควโต เทสนาย ปากฏานิ พุทฺเธ พุทฺธสาวเก จ อุทฺทิสฺส เถรสฺส ปุญฺญกรณฏฺฐานานิ, ปจฺเจกพุทฺธํ ปน โพธิสตฺตญฺจ อุทฺทิสฺส เถรสฺส ปุญฺญกรณฏฺฐานานิ พหูนิเยว.
ปฏิสนฺธึ คเหตฺวาติ อมฺหากํ โพธิสตฺตสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณทิวเสเยว ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา.
อุคฺคหนํ ปาฬิยา อุคฺคณฺหนํ, สวนํ อตฺถสวนํ, ปริปุจฺฉนํ คณฺฐิฏฺฐาเนสุ อตฺถปริปุจฺฉนํ, ธารณํ ปาฬิยา ปาฬิอตฺถสฺส จ จิตฺเต ฐปนํ. สพฺพญฺเจตํ อิธ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวเสน เวทิตพฺพํ, สพฺพสฺสปิ พุทฺธวจนสฺส วเสนาติปิ วฏฺฏติ. โสตาปนฺนานญฺจ…เป… อุปฏฺฐาติ ตตฺถ สมฺโมหวิคเมน ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ อตฺตปจฺจกฺขวเสน อุปฏฺฐานโต. นามรูปปริจฺเฉโทติ สห ปจฺจเยน นามรูปสฺส ปริจฺฉิชฺช อวโพโธ. จตูหีติ ธมฺมคมฺภีราทีหิ จตูหิ คมฺภีรตาหิ สพฺพาปิ คมฺภีรตา.
สาวเกหิ เทสิตา เทสนาปิ ปน สตฺถุ เอว เทสนาติ อาห ‘‘มยา ทินฺนนเย ฐตฺวา’’ติ. ‘‘เสกฺเขน นาม นิพฺพานํ สพฺพากาเรน ปฏิวิทฺธํ น โหตี’’ติ น ตสฺส คมฺภีรตาติ ตสฺส คมฺภีรสฺส อุปาทานสฺส คมฺภีรตา วิย สุฏฺฐุ ทิฏฺฐา นาม โหติ. ตสฺมา อาห ‘‘อิทํ นิพฺพานเมว คมฺภีรํ, ปจฺจยากาโร ปน อุตฺตานโก ชาโต’’ติ. นิพฺพานญฺหิ สพฺเพปิ อเสกฺขา สพฺพโส ปฏิวิชฺฌนฺติ นิปฺปเทสตฺตา, ปจฺจยาการํ ปน สมฺมาสมฺพุทฺธาเยว อนวเสสโต ปฏิวิชฺฌนฺติ, น อิตเร. ตสฺมา ปจฺจยวเสน ‘‘อิทํ อปรทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ เถรํ อปสาเทนฺเตน. ตเมว หิสฺส อนวเสสโต ปฏิเวธาภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘อถ กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสติปิ ธมฺมโต เภเท สํโยชนตฺถอนุสยตฺถวเสน ปน เตสํ ลพฺภมานเภทํ คเหตฺวา ‘‘อิเม จตฺตาโร กิเลเส’’ติ วุตฺตํ. อญฺโญ หิ เตสํ พนฺธนตฺโถ, อญฺโญ ถามคมนฏฺโฐติ. เอส นโย เสเสสุปิ. อิติ อิเมสํ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา ตถารูปํ อุปนิสฺสยสมฺปทํ อภาวยโตว อนุตฺตานเมว ธมฺมํ อุตฺตานนฺติ น วตฺตพฺพเมวาติ อธิปฺปาโย. จตฺตาริ อฏฺฐ โสฬส วา อสงฺเขฺยยฺยานีติ อิทํ มหาโพธิสตฺตานํ สนฺตาเน โพธิปริปาจกธมฺมานํ ติกฺขมชฺฌิมมุทุภาวสิทฺธกาลวิเสสทสฺสนํ, ตญฺจ โข มหาภินีหารโต ปฏฺฐายาติ วทนฺติ. เอเตหีติ ยถาวุตฺตพุทฺธสาวกอคฺคสาวกปจฺเจกพุทฺธสมฺมาสมฺพุทฺธานํ วิเสสาธิคเมหิ. ปจฺจนีกนฺติ ปฏิกฺกูลํ วิรุทฺธํ. สพฺพถา ปจฺจยาการปฏิเวโธ นาม สมฺมาสมฺโพธิยาธิคโม เอวาติ วุตฺตํ ‘‘ปจฺจยาการํ ปฏิวิชฺฌิตุํ วายมนฺตสฺเสวา’’ติ. นวหิ อากาเรหีติ อุปฺปาทาทีหิ นวหิ ปจฺจยากาเรหิ. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๔๕) –
‘‘อวิชฺชาสงฺขารานํ อุปฺปาทฏฺฐิติ จ ปวตฺตฏฺฐิติ จ นิมิตฺตฏฺฐิติ จ อายูหนฏฺฐิติ จ สํโยคฏฺฐิติ จ ปลิโพธฏฺฐิติ จ สมุทยฏฺฐิติ จ เหตุฏฺฐิติ จ ปจฺจยฏฺฐิติ จ, อิเมหิ นวหากาเรหิ อวิชฺชา ปจฺจโย, สงฺขารา ปจฺจยสมุปฺปนฺนา’’ติอาทิ.
ตตฺถ นวหากาเรหีติ นวหิ ปจฺจยภาวูปคมเนหิ อากาเรหิ. อุปฺปชฺชติ เอตสฺมา ผลนฺติ อุปฺปาโท, ผลุปฺปตฺติยา การณภาโว. สติ จ อวิชฺชาย สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ, นาสติ, ตสฺมา อวิชฺชา สงฺขารานํ อุปฺปาโท โหติ. ตถา อวิชฺชาย สติ สงฺขารา ปวตฺตนฺติ จ นิมิยนฺติ จ. ยถา จ ภวาทีสุ ขิปนฺติ, เอวํ เตสํ อวิชฺชา ปจฺจโย โหติ, ตถา อายูหนฺติ ผลุปฺปตฺติยา ฆเฏนฺติ สํยุชฺชนฺติ อตฺตโน ผเลน. ยสฺมึ สนฺตาเน สยํ อุปฺปนฺนา, ตํ ปลิพุนฺธนฺติ ปจฺจยนฺตรสมวาเย อุทยนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ, หิโนติ จ สงฺขารานํ การณภาวํ อุปคจฺฉติ. ปฏิจฺจ อวิชฺชํ สงฺขารา อยนฺติ ปวตฺตนฺตีติ เอวํ อวิชฺชาย สงฺขารานํ การณภาวูปคมนวิเสสา อุปฺปาทาทโย เวทิตพฺพาติ. อุปฺปาทฏฺฐิตีติ จ ติฏฺฐติ เอเตนาติ ฐิติ, การณํ. อุปฺปาโท เอว ฐิติ อุปฺปาทฐิติ. เอส นโย เสเสสุปิ. อิทญฺจ ปจฺจยาการทสฺสนํ ยถา ปุริเมหิ มหาโพธิมูเล ปวตฺติตํ, ตถา อมฺหากํ ภควตาปิ ปวตฺติตนฺติ อจฺฉริยเวคาภิหตา ทสสหสฺสิโลกธาตุ สงฺกมฺปิ สมฺปกมฺปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิฏฺฐมตฺเต’’ติอาทิมาห.
เอตสฺส ธมฺมสฺสาติ เอตสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสญฺญิตสฺส ธมฺมสฺส. โส ปน ยสฺมา อตฺถโต เหตุปฺปภวานํ เหตุ. เตนาห ‘‘เอตสฺส ปจฺจยธมฺมสฺสา’’ติ. ชาติอาทีนํ ชรามรณปจฺจยตายาติ อตฺโถ. นามรูปปริจฺเฉโท ตสฺส จ ปจฺจยปริคฺคโห น ปฐมาภินิเวสมตฺเตน โหติ, อถ โข ตตฺถ อปราปรํ ญาณุปฺปตฺติสญฺญิเตน อนุ อนุ พุชฺฌเนน. ตทุภยภาวํ ปน ทสฺเสนฺโต ‘‘ญาตปริญฺญาวเสน อนนุพุชฺฌนา’’ติ อาห. นิจฺจสญฺญาทีนํ ปชหนวเสน ปวตฺตมานา วิปสฺสนาธมฺเม ปฏิวิชฺฌติ เอว นาม โหติ ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภเนน ติกฺขวิสทภาวาปตฺติโต, ตทธิฏฺฐานภูตา จ ตีรณปริญฺญา อริยมคฺโค จ ปริญฺญาปหานาภิสมยวเสน ปวตฺติยา ตีรณปฺปหานปริญฺญาสงฺคโห จาติ ตทุภยปฏิเวธาภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตีรณปฺปหานปริญฺญาวเสน อปฺปฏิวิชฺฌนา’’ติ อาห. ตนฺตํ วุจฺจติ ปฏวีนนตฺถํ ตนฺตวาเยติ ตนฺตํ อาวญฺฉิตฺวา ปสาริตสุตฺตวฏฺฏิตํ นียตีติ กตฺวา, ตํ ปน ตนฺตากุลตาย นิทสฺสนภาเวน อากุลเมว คหิตนฺติ อาห ‘‘ตนฺตํ วิย อากุลชาตา’’ติ. สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมาเนตุนฺติ ปุพฺเพนาปรํ สมํ กตฺวา อาเนตุํ, อวิสมํ อุชุํ กาตุนฺติ อตฺโถ. ตนฺตเมว วา อากุลํ ตนฺตากุลํ, ตนฺตากุลํ วิย ชาตา ภูตา ตนฺตากุลกชาตา. มชฺฌิมํ ปฏิปทํ อนุปคนฺตฺวา อนฺตทฺวยปกฺขนฺเทน ปจฺจยากาเร ขลิตฺวา อากุลพฺยากุลา โหนฺติ, เตเนว อนฺตทฺวยปกฺขนฺเทน ตํตํทิฏฺฐิคฺคาหวเสน ปริพฺภมนฺตา อุชุกํ ธมฺมฏฺฐิติตนฺตํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น ชานนฺติ. เตนาห ‘‘น สกฺโกนฺติ ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุ’’นฺติ. เทฺว โพธิสตฺเตติ ปจฺเจกโพธิสตฺตมหาโพธิสตฺเต. อตฺตโน ธมฺมตายาติ อตฺตโน สภาเวน, ปโรปเทเสน วินาติ อตฺโถ. ตตฺถ ตตฺถ คุฬกชาตนฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ชาตคุฬกํ ปิณฺฑิสุตฺตํ. ตโต เอว คณฺฐิพทฺธนฺติ วุตฺตํ. ปจฺจเยสุ ปกฺขลิตฺวาติ อนิจฺจทุกฺขานตฺตาทิสภาเวสุ ปจฺจยธมฺเมสุ นิจฺจาทิภาววเสน ปกฺขลิตฺวา. ปจฺจเย อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺโตติ ตสฺเสว นิจฺจาทิคาหสฺส อวิสฺสชฺชนโต ปจฺจยธมฺมนิมิตฺตํ อตฺตโน ทสฺสนํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต อิทํสจฺจาภินิเวสกายคนฺถวเสน คณฺฐิกชาตา โหนฺตีติ อาห ‘‘ทฺวาสฏฺฐิ…เป… คณฺฐิพทฺธา’’ติ.
เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สสฺสตทิฏฺฐิอาทิ ทิฏฺฐิโย นิสฺสิตา อลฺลีนา, วินนโต กุลาติ อิตฺถิลิงฺควเสน ลทฺธนามสฺส ตนฺตวายสฺส คณฺฐิกํ นาม อากุลภาเวน อคฺคโต วา มูลโต วา ทุวิญฺเญยฺยาวยวํ ขลิตพนฺธสุตฺตนฺติ อาห ‘‘กุลาคณฺฐิกํ วุจฺจติ เปสการกญฺชิยสุตฺต’’นฺติ. สกุณิกาติ วฏฺฏจาฏกสกุณิกา. สา หิ รุกฺขสาขาสุ โอลมฺพนกุลาวกา โหติ. ตญฺหิ สา กุลาวกํ ตโต ตโต ติณหีราทิเก อาเนตฺวา ตถา ตถา วินนฺธติ, ยถา เตสํ เปสการกญฺชิยสุตฺตํ วิย อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ วิเวเจตุํ วา น สกฺกา. เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. ตทุภยมฺปีติ กุลาคณฺฐิกนฺติ วุตฺตํ กญฺชิยสุตฺตํ กุลาวกญฺจ. ปุริมนเยเนวาติ ‘‘เอวเมว สตฺตา’’ติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว.
กามํ มุญฺชปพฺพชติณานิ ยถาชาตานิปิ ทีฆภาเวน ปติตฺวา อรญฺญฏฺฐาเน อญฺญมญฺญํ วินนฺธิตฺวา อากุลานิ หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ, ตานิ ปน ตถา ทุพฺพิเวจิยานิ ยถา รชฺชุภูตานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
อปาโยติ อเยน สุเขน, สุขเหตุนา วา วิรหิโต. ทุกฺขสฺส คติภาวโตติ อปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปวตฺติฏฺฐานภาวโต. สุขสมุสฺสยโตติ ‘‘อพฺภุทยโต วินิปติตตฺตา’’ติ วิรูปํ นิปติตตฺตา ยถา เตนตฺตภาเวน สุขสมุสฺสโย น โหติ, เอวํ นิปติตตฺตา. อิตโรติ สํสาโร นนุ ‘‘อปาย’’นฺติอาทินา วุตฺโตปิ สํสาโร เอวาติ? สจฺจเมตํ, นิรยาทีนํ ปน อธิมตฺตทุกฺขภาวทสฺสนตฺถํ อปายาทิคฺคหณํ โคพลิพทฺทญาเยน อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏีติ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ เหตุผลภาเวน อปราปรุปฺปตฺติ. อพฺโภจฺฉินฺนํ วตฺตมานาติ อวิจฺเฉเทน ปวตฺตมานา.
ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ ‘‘อปาย’’นฺติอาทินา วุตฺตํ สพฺพํ อปายทุกฺขญฺเจว วฏฺฏทุกฺขญฺจ. มหาสมุทฺเท วาตกฺขิตฺตา นาวา วิยาติ อิทํ ปริพฺภมนฏฺฐานสฺส มหนฺตภาวทสฺสนตฺถญฺเจว ปริพฺภมนสฺส อนวตฺติตทสฺสนตฺถญฺจ เวทิตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
นิทานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุกฺขวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.