๗. มหาวคฺโค

๑. อสฺสุตวาสุตฺตวณฺณนา

๖๑. ‘‘อสฺสุตวา’’ติ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาริตํ, อุปธารณํ วา สุตํ อสฺส อตฺถีติ สุตวา, ตปฺปฏิกฺเขเปน น สุตวาติ อสฺสุตวา. วา-สทฺโท จายํ ปสํสายํ, อติสยสฺส วา โพธนโก, ตสฺมา ยสฺส ปสํสิตํ, อติสเยน วา สุตํ อตฺถิ, โส ‘‘สุตวา’’ติ สํกิเลสวิทฺธํสนสมตฺโถ ปริยตฺติธมฺมปริจโย ‘‘ตํ สุตฺวา ตถตฺตาย ปฏิปตฺติ จ สุตวา’’ติ อิมินา ปเทน ปกาสิโต. อถ วา โสตพฺพยุตฺตํ สุตฺวา กตฺตพฺพนิปฺผตฺตึ สุณีติ สุตวา. ตปฺปฏิกฺเขเปน น สุตวาติ อสฺสุตวา. เตนาหุ โปราณา ‘‘อาคมาธิคมาภาวา, เญยฺโย อสฺสุตวา อิตี’’ติ. ตถา จาห ‘‘ขนฺธธาตุ…เป… วินิจฺฉยรหิโต’’ติ. ตตฺถ วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห, ตตฺถ ปริปุจฺฉนํ ปริปุจฺฉา, กุสเลหิ สห โจทนาปริหรณวเสน วินิจฺฉยสฺส การณํ วินิจฺฉโย. ปุถูนนฺติ พหูนํ. กิเลสาทีนํ กิเลสาภิสงฺขารานํ วิตฺถาเรตพฺพํ ปฏิสมฺภิทามคฺคนิทฺเทเสสุ (มหานิ. ๕๑, ๙๔) อาคตนเยน. อนฺธปุถุชฺชโน คหิโต ‘‘นาลํ นิพฺพินฺทิตุ’’นฺติอาทิวจนโต. อาสนฺนปจฺจกฺขวาจี อิทํ-สทฺโทติ อาห ‘‘อิมสฺมินฺติ ปจฺจุปฺปนฺนปจฺจกฺขกายํ ทสฺเสตี’’ติ. จตูสุ มหาภูเตสุ นิยุตฺโตติ จาตุมหาภูติโก. ยถา ปน มหามตฺติกาย นิพฺพตฺตํ มตฺติกามยํ, เอวมยํ จตูหิ มหาภูเตหิ นิพฺพตฺโต ‘‘จตุมหาภูตมโย’’ติ วุตฺตํ. นิพฺพินฺเทยฺยาติ นิพฺพินฺทนมฺปิ อาปชฺเชยฺย. นิพฺพินฺทนา นาม อุกฺกณฺฐนา อนภิรติภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘อุกฺกณฺเฐยฺยา’’ติ. วิรชฺเชยฺยาติ วีตราโค ภเวยฺย. เตนาห ‘‘น รชฺเชยฺยา’’ติ. วิมุจฺเจยฺยาติ อิธ ปน อจฺจนฺตาย วิมุจฺจนํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘มุจฺจิตุกาโม ภเวยฺยา’’ติ. จตูหิ จ รูปชนกปจฺจเยหิ อาคโต จโยติ, อาจโย, วุทฺธิ. จยโต อปกฺกโมติ อปจโย, ปริหานิ. อาทานนฺติ คหณํ, ปฏิสนฺธิยา นิพฺพตฺติ. เภโทติ ขนฺธานํ เภโท. โส หิ กเฬวรสฺส นิกฺเขโปติ วุตฺโตติ อาห ‘‘นิกฺเขปนนฺติ เภโท’’ติ.

ปญฺญายนฺตีติ ปการโต ญายนฺติ. รูปํ ปริคฺคเหตุํ ปริคฺคณฺหนวเสนปิ รูปํ อาลมฺพิตุํ. อยุตฺตรูปํ กตฺวา ตณฺหาทีหิ ปริคฺคเหตุํ อรูปํ ปริคฺคณฺหิตุํ ยุตฺตรูปํ กโรติ เตสํ ภิกฺขูนํ สปฺปายภาวโต. เตนาห ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ. นิกฺกฑฺฒนฺโตติ ตโต คาหโต นีหรนฺโต.

มนายตนสฺเสว นามํ, น สมาธิปญฺญตฺตีนํ ‘‘จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒; เปฏโก. ๒๒; มิ. ป. ๑.๙.๙), จิตฺโต คหปตี’’ติอาทีสุ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๗๔) วิย. จิตฺตีกาตพฺพภูตํ วตฺถุ เอตสฺสาติ จิตฺตวตฺถุ, ตสฺส ภาโว จิตฺตวตฺถุตา, เตน การเณน จิตฺตภาวมาห. จิตฺตโคจรตายาติ จิตฺตวิจิตฺตวิสยตาย. สมฺปยุตฺตธมฺมจิตฺตตายาติ ราคาทิสทฺธาทิสมฺปยุตฺตธมฺมวเสน จิตฺตสภาวตฺตา. เตน จิตฺตตาย จิตฺตตฺตมาห. วิชานนฏฺเฐนาติ พุชฺฌนฏฺเฐน. อชฺโฌสิตนฺติ อชฺโฌสาภูตาย ตณฺหาย คหิตํ. เตนาห ‘‘ตณฺหายา’’ติอาทิ. ปรามสิตฺวาติ ธมฺมสภาวํ อนิจฺจตาทึ อติกฺกมิตฺวา ปรโต นิจฺจาทิโต อามสิตฺวา. อฏฺฐสตนฺติ อฏฺฐาธิกํ สตํ. นว มานาติ เสยฺยสฺส ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา อาคตา นววิธมานา. พฺรหฺมชาเล อาคตา สสฺสตวาทาทโย ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิโย. เอวนฺติ วุตฺตากาเรน. ยสฺมา ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาหวเสน ปุถุชฺชเนน ทฬฺหคฺคาหํ คหิตํ, ตสฺมา โส ตตฺถ นิพฺพินฺทิตุํ นิพฺพิทาญาณํ อุปฺปาเทตุํ น สมตฺโถ.

ภิกฺขเวติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เตน ‘‘วร’’นฺติ เอวมาทิกํ สงฺคณฺหาติ. อิทํ อนุสนฺธิวจนํ ‘‘กสฺมา อาหา’’ติ กเถตุกามตาย การณํ ปุจฺฉติ. เตนาห ‘‘ปฐมํ หี’’ติอาทิ. อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน. เตนาติ ภควตา. อยุตฺตรูปํ กตํ ‘‘นิพฺพินฺเทยฺยา’’ติอาทินา อาทีนวสฺส วิภาวิตตฺตา. อรูเป ปน ตถา อาทีนวสฺส อวิภาวิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘อรูปํ ปริคฺคเหตุํ ยุตฺตรูป’’นฺติ, ยุตฺตรูปํ วิย กตนฺติ อธิปฺปาโย. คาโหติ ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาโห. ‘‘นิกฺขมิตฺวา อรูปํ คโต’’ติ อิทํ ภควตา อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา รูเป คาโห ปฏิกฺขิตฺโต, น อรูเป, ตสฺมา ‘‘กาตพฺโพ นุ โข โส ตตฺถา’’ติ มิจฺฉาคณฺหนฺตานํ โส ตโต รูปโต นิกฺขมิตฺวา อรูปํ คโต วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. ติฏฺฐมานนฺติ ติฏฺฐนฺตํ. ‘‘อาปชฺชิตฺวา วิย โหตี’’ติ สภาเวน ปวตฺตมานํ ‘‘ปฐมวเย’’ติอาทินา รูปสฺส เภทํ วยาทีหิ วิภชิตฺวา ทสฺเสติ.

ปาทสฺส อุทฺธรเณติ ยถา ฐปิตสฺส ปาทสฺส อุกฺขิปเน. อติหรณนฺติ ยถาอุทฺธตํ ยถาฏฺฐิตฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา หรณํ. วีติหรณนฺติ อุทฺธโต ปาโท ยถาฏฺฐิตํ ปาทํ ยถา น ฆฏฺเฏติ, เอวํ โถกํ ปสฺสโต ปริณาเมตฺวา หรณํ. โวสฺสชฺชนนฺติ ตถา ปรปาทํ วีติสาเรตฺวา ภูมิยํ นิกฺขิปนตฺถํ อโวสฺสชฺชนํ. สนฺนิกฺเขปนนฺติ โวสฺสชฺเชตฺวา ภูมิยํ สมํ นิกฺขิปนํ ฐปนํ. สนฺนิรุชฺฌนนฺติ นิกฺขิตฺตสฺส สพฺพโส นิรุชฺฌนํ อุปฺปีฬนํ. ตตฺถ ตตฺเถวาติ ตสฺมึ ตสฺมึ ปฐมวยาทิเก เอว. อวธารเณน เตสํ โกฏฺฐาสนฺตรสงฺกมนาภาวมาห. โอธีติ ภาโว, ปพฺพนฺติ สนฺธิ. ปฐมวยาทโย เอว เหตฺถ โอธิ ปพฺพนฺติ จ อธิปฺเปตา. ปฏปฏายนฺตาติ ‘‘ปฏปฏา’’อิติ กโรนฺตา วิย, เตน เนสํ ปวตฺติกฺขณสฺส อิตฺตรตํ ทสฺเสติ. เอตนฺติ เอตํ รูปธมฺมานํ ยถาวุตฺตํ ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนํ เอวํ วุตฺตปฺปการเมว. วฏฺฏิปฺปเทสนฺติ วฏฺฏิยา ปุลกํ พรหํ. ตญฺหิ วฏฺฏิยา ปุลกํ อนติกฺกมิตฺวาว สา ทีปชาลา ภิชฺชติ. ปเวณิสมฺพนฺธวเสนาติ สนฺตติวเสน.

รตฺตินฺติ รตฺติยํ. ภุมฺมตฺเถ เหตํ อุปโยควจนํ. เอวํ ปน อตฺโถ น คเหตพฺโพ อนุปฺปนฺนสฺส นิโรธาภาวโต. ปุริมปเวณิโตติ รูเป วุตฺตปเวณิโต. อเนกานิ จิตฺตโกฏิสตสหสฺสานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตมตฺถํ เถรวาเทน ทีเปตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อฑฺฒจูฬนฺติ โถเกน อูนํ อุปฑฺฒํ, ตสฺส ปน อุปฑฺฒํ อธิการโต วาหสตสฺสาติ วิญฺญายติ. ‘‘อฑฺฒจุทฺทส’’นฺติ เกจิ, ‘‘อฑฺฒจตุตฺถ’’นฺติ อปเร. ‘‘สาธิกํ ทิยฑฺฒสตํ วาหา’’ติ ทฬฺหํ กตฺวา วทนฺตีติ วีมํสิตพฺพํ. จตุนาฬิโก ตุมฺโพ. มหารญฺญตาย ปวทฺธํ วนํ ปวนนฺติ อาห ‘‘ปวเนติ มหาวเน’’ติ. ตนฺติ ปฐมํ คหิตสาขํ. อยมตฺโถติ อยํ ภูมึ อโนตริตฺวา ฐิตสาขาย เอว คหณสงฺขาโต อตฺโถ. เอตทตฺถเมว หิ ภควา ‘‘อรญฺเญ’’ติ วตฺวาปิ ‘‘ปวเน’’ติ อาห.

อรญฺญมหาวนํ วิยาติ อรญฺญฏฺฐาเน พฺรหารญฺเญ วิย. อารมฺมโณลมฺพนนฺติ อารมฺมณสฺส อวลมฺพนํ. น วตฺตพฺพํ อารมฺมณปจฺจเยน วินา อนุปฺปชฺชนโต. เอกชาติยนฺติ รูปาทินีลาทิเอกสภาวํ. ‘‘ทิสฺสติ, ภิกฺขเว, อิมสฺส จาตุมหาภูติกสฺส กายสฺส อาจโยปิ อปจโยปี’’ติ วทนฺเตน รูปโต นีหริตฺวา อรูเป คาโห ปติฏฺฐาปิโต นาม, ‘‘วรํ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติอาทึ วทนฺเตน อรูปโต นีหริตฺวา รูเป คาโห ปติฏฺฐาปิโต นาม.

นนฺติ คาหํ. อุภยโตติ รูปโต จ อรูปโต จ. หริสฺสามีติ นีหริสฺสามิ. ปริวตฺเตตฺวาติ มนฺตํ ชปฺปิตฺวา. กณฺเณ ธุเมตฺวาติ กณฺเณ ธเมตฺวา. อสฺสาติ วิสสฺส. นิมฺมเถตฺวาติ นิมฺมทฺทิตฺวา, นีหริตฺวาติ อธิปฺปาโย.

มคฺโคติ โลกุตฺตรมคฺโค. ‘‘นิพฺพินฺท’’นฺติ อิมินา พลววิปสฺสนา กถิตา.

อสฺสุตวาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยอสฺสุตวาสุตฺตวณฺณนา

๖๒. ปจฺจยภาเวน สุขเวทนาย หิตนฺติ สุขเวทนิยํ. เตนาห ‘‘สุขเวทนาย ปจฺจย’’นฺติ. ปจฺจยภาโว จ อุปนิสฺสยโกฏิยา, น สหชาตโกฏิยา. เตนาห ‘‘นนุ จา’’ติอาทิ. ชวนเวทนายาติ ชวนจิตฺตสหคตาย เวทนาย. ตํ สนฺธายาติ ตํ อุปนิสฺสยปจฺจยตํ สนฺธาย. เอตนฺติ เอตํ ‘‘สุขเวทนาย ปจฺจย’’นฺติ วจนํ วุตฺตํ. เอเสว นโยติ อิมินา ‘‘นนุ จ โสตสมฺผสฺโส สุขเวทนาย ปจฺจโย น โหตี’’ติ เอวมาทึ อติทิสติ. โส สมฺผสฺโส ชาติ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ เอตสฺสาติ ตชฺชาติกํ, เวทยิตํ. ตํ ปน ยสฺมา ตสฺส ผสฺสสฺส อนุจฺฉวิกเมว โหติ, ตสฺมา ตสฺสารุปฺปํ ตสฺส ผสฺสสฺส อนุรูปนฺติ จ อตฺโถ วุตฺโต. วุตฺตนเยนาติ ‘‘สุขเวทนาย ปจฺจโย’’ติอาทินา วุตฺตวิธิอนุสาเรน. อธรารณิยํ อุตฺตรารณิยา มนฺตนวเสน ฆฏฺฏนํ อิว สงฺฆฏฺฏนํ ผสฺเสน ยุคคฺคาโห, ตสฺส ปน ฆฏฺฏนสฺส นิรนฺตรปฺปวตฺติยา ปิณฺฑิตภาโว อิธ สโมธานํ, น เกสญฺจิ ทฺวินฺนํ ติณฺณํ วา สหาวฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ ‘‘สงฺฆฏฺฏนสมฺปิณฺฑเนนาติ อตฺโถ’’ติ. อคฺคิจุณฺโณติ วิปฺผุลิงฺคํ. วตฺถูติ จกฺขาทิวตฺถุ วิสยสงฺฆฏฺฏนโต. ลพฺภมาโนว ธมฺโม สงฺฆฏฺฏนํ วิย คยฺหตีติ วุตฺตํ ‘‘สงฺฆฏฺฏนํ วิย ผสฺโส’’ติ. อุสฺมาธาตุ วิย เวทนา ทุกฺขสภาวตฺตา.

ทุติยอสฺสุตวาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ปุตฺตมํสูปมสุตฺตวณฺณนา

๖๓. วุตฺตนยเมวาติ เหฏฺฐา อาหารวคฺคสฺส ปฐมสุตฺเต วุตฺตนยเมว. ลาภสกฺกาเรนาติ ลาภสกฺการสงฺขาตาย อฏฺฐุปฺปตฺติยาติ เกจิ. ลาภสกฺกาเร วา อฏฺฐุปฺปตฺติยาติ อปเร. โย หิ ลาภสกฺการนิมิตฺตํ ปจฺจเยสุ เคเธน ภิกฺขูนํ อปจฺจเวกฺขิตปริโภโค ชาโต, ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ภควา อิมํ เทสนํ นิกฺขิปิ. ยมกมหาเมโฆติ เหฏฺฐา โอลมฺพนอุปริอุคฺคมนวเสน สตปฏลสหสฺสปฏโล ยุคฬมหาเมโฆ.

ติฏฺฐนฺติ เจว ภควติ กตฺถจิ นิพทฺธวาสํ วสนฺเต, จาริกมฺปิ คจฺฉนฺเต อนุพนฺธนฺติ จ. ภิกฺขูนมฺปิ เยภุยฺเยน กปฺปสตสหสฺสํ ตโต ภิยฺโยปิ ปูริตทานปารมิสญฺจยตฺตา ตทา มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตํ ‘‘เอวํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสปี’’ติ. สกฺกโตติ สกฺการปฺปตฺโต. ครุกโตติ ครุการปฺปตฺโต. มานิโตติ พหุมโต มนสา ปิยายิโต จ. ปูชิโตติ มาลาทิปูชาย เจว จตุปจฺจยาภิปูชาย จ ปูชิโต. อปจิโตติ อปจายนปฺปตฺโต. ยสฺส หิ จตฺตาโร ปจฺจเย สกฺกตฺวา สุอภิสงฺขเต ปณีตปณีเต อุปเนนฺติ, โส สกฺกโต. ยสฺมึ ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา เทนฺติ, โส ครุกโต. ยํ มนสา ปิยายนฺติ พหุมญฺญนฺติ, โส พหุมโต. ยสฺส สพฺพเมตํ ปูชาวเสน กโรนฺติ, โส ปูชิโต. ยสฺส อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานญฺชลิกมฺมาทิวเสน ปรมนิปจฺจการํ กโรนฺติ, โส อปจิโต. ภควติ ภิกฺขุสงฺเฆ จ โลโก เอวํ ปฏิปนฺโน. เตน วุตฺตํ ‘‘เตน โข ปน สมเยน…เป… ปริกฺขาราน’’นฺติ (อุทา. ๑๔; สํ. นิ. ๒.๗๐). ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตนฺติ ลาภสฺส จ ยสสฺส จ อคฺคํ อุกฺกํสํ ปตฺตํ.

ปฐมาหารวณฺณนา

อสฺสาติ ภควโต. ธมฺมสภาวจินฺตาวเสน ปวตฺตํ สโหตฺตปฺปญาณํ ธมฺมสํเวโค. ธุวปฏิเสวนฏฺฐานเญฺหตํ สตฺตานํ, ยทิทํ อาหารปริโภโค, ตสฺมา น ตตฺถ อปจฺจเวกฺขณมตฺเตน ปาราชิกํ ปญฺญเปตุํ สกฺกาติ อธิปฺปาโย. อาหาราติ ‘‘ปจฺจยา’’ติอาทินา ปุพฺเพ อาหาเรสุ วุตฺตวิธึ สนฺธาย อาห ‘‘อาหารา’’ติอาทิ. อิทานิ ตตฺถ กตฺตพฺพํ อตฺถวณฺณนํ สนฺธาย ‘‘เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมวา’’ติ วุตฺตํ.

อาทีนวนฺติ โทสํ. ชายาติ ภริยา. ปตีติ ภตฺตา. อเปกฺขาสทฺทา เจเต ปิตาปุตฺตสทฺทา วิย, ปาฬิยํ ปน อา-การสฺส รสฺสตฺตํ สานุนาสิกญฺจ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ชายมฺปติกา’’ติ. สมฺมา ผลํ วหตีติ สมฺพลํ, สุขาวหนฺติ อตฺโถ. ตถา หิ ตํ ‘‘ปเถ หิตนฺติ ปาเถยฺย’’นฺติ วุจฺจติ. มคฺคสฺส กนฺตารปริยาปนฺนตฺตา วุตฺตํ ‘‘กนฺตารภูตํ มคฺค’’นฺติ. ทุลฺลภตาย ตํ อุทกํ ตตฺถ ตาเรตีติ กนฺตารํ, นิรุทกํ มหาวนํ. รุฬฺหีวเสน อิตรมฺปิ มหาวนํ ตถา วุจฺจตีติ อาห ‘‘โจรกนฺตาร’’นฺติอาทิ. ปรราชูนํ เวริอาทีนญฺจ วเสน สปฺปฏิภยมฺปิ อรญฺญํ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉตีติ วุตฺตํ ‘‘ปญฺจวิธ’’นฺติ.

ฆนฆนฏฺฐานโตติ มํสสฺส พหลพหลํ ถูลถูลํ หุตฺวา ฐิตฏฺฐานโต. ‘‘ตาทิสญฺหิ มํสํ คเหตฺวา สุกฺขาปิตํ วลฺลูรํ. สูเล อาวุนิตฺวา ปกฺกมํสํ สูลมํสํ. วิรฬจฺฉายายํ นิสีทึสุ คนฺตุํ อสมตฺโถ หุตฺวา. โควตกุกฺกุรวตเทวตายาจนาทีหีติ โควตกุกฺกุรวตาทิวตจรเณหิ เจว เทวตายาจนาทีหิ ปณิธิกมฺเมหิ จ มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุภูตํ.

ยสฺมา ปน สาสเน สมฺมาปฏิปชฺชนฺตสฺส ภิกฺขุโน อาหารปริโภคสฺส โอปมฺมภาเวน เตสํ ชายมฺปติกานํ ปุตฺตมํสปริโภโค อิธ ภควตา อานีโต, ตสฺมาสฺส นานากาเรหิ โอปมฺมตฺตํ วิภาเวตุํ ‘‘เตสํ โส ปุตฺตมํสาหาโร’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ สชาติมํสตายาติ สมานชาติกมํสภาเวน, มนุสฺสมํสภาเวนาติ อตฺโถ. มสุสฺสมํสญฺหิ กุลปฺปสุตมนุสฺสานํ อมนุญฺญํ โหติ อปริจิตภาวโต คารยฺหภาวโต จ, ตโต เอว ญาติอาทิมํสตายาติอาทิ วุตฺตํ. ตรุณมํสตายาติอาทิ ปน สภาวโต อนภิสงฺขารโต จ อมนุญฺญาติ กตฺวา วุตฺตํ. อธูปิตตายาติ อธูปิตภาวโต. มชฺฌตฺตภาเวเยว ฐิตา. ตโต เอว นิจฺฉนฺทราคปริโภเค ฐิตาติ วุตฺตํ กนฺตารโต นิตฺถรณชฺฌาสยตาย. อิทานิ เย จ เต อนปนีตาหาโร, น ยาวทตฺถปริโภโค วิคตมจฺเฉรมลตา สมฺโมหาภาโว อายตึ ตตฺถ ปตฺถนาภาโว สนฺนิธิการาภาโว อปริจฺจชนมทตฺถาภาโว อหีฬนา อวิวาทปริโภโค จาติ อุปมายํ ลพฺภมานา ปการวิเสสา, เต ตถา นีหริตฺวา อุปเมยฺเย โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘น อฏฺฐินฺหารุจมฺมนิสฺสิตฏฺฐานานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ การณนฺติ ตํ เตสํ ชายมฺปตีนํ ยาวเทว กนฺตารนิตฺถรณตฺถาย ปุตฺตมํสปริโภคสงฺขาตํ การณํ.

นิสฺสนฺทปาฏิกุลฺยตํ ปจฺจเวกฺขนฺโตปิ กพฬีการาหารํ ปริวีมํสติ. ยถา เต ชายมฺปติกาติอาทิปิ โอปมฺมสํสนฺทนํ. ‘‘ปริภุญฺชิตพฺโพ อาหาโร’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. อปฏิกฺขิปิตฺวาติ อนปเนตฺวา. วฏฺฏเกน วิย กุกฺกุเฏน วิย จาติ วิสทิสูทาหรณํ. โอธึ อทสฺเสตฺวาติ มหนฺตคฺคหณวเสน โอธึ อกตฺวา. สีเหน วิยาติ สทิสูทาหรณํ. โส กิร สปทานเมว ขาทติ.

อคธิตอมุจฺฉิตาทิภาเวน ปริภุญฺชิตพฺพโต ‘‘อมจฺฉรายิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อพฺภนฺตเร อตฺตา นาม อตฺถีติ ทิฏฺฐิ อตฺตูปลทฺธิ, ตํสหคเตน สมฺโมเหน อตฺตา อาหารํ ปริภุญฺชตีติ. สติสมฺปชญฺญวเสนปีติ ‘‘อสิเต ปีเต ขายิเต สายิเต สมฺปชานการี โหตี’’ติ เอตฺถ วุตฺตสติสมฺปชญฺญวเสนปิ.

‘‘อโห วต มยํ…เป… ลเภยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ วา, ‘‘หิยฺโย วิย…เป… น ลทฺธ’’นฺติ อนุโสจนํ วา อกตฺวาติ โยชนา.

‘‘สนฺนิธึ น อกํสุ, ภูมิยํ วา นิขณึสุ, อคฺคินา วา ฌาปยึสู’’ติ น-การํ อาเนตฺวา โยชนา. เอวํ สพฺพตฺถ.

ปิณฺฑปาตํ วา อหีเฬนฺเตน ทายกํ วา อหีเฬนฺเตน ปริภุญฺชิตพฺโพติ โยชนา. ส ปตฺตปาณีติ โส ปตฺตหตฺโถ. นาวชานิยาติ น อวชานิยา. อติมญฺญตีติ อติกฺกมิตฺวา มญฺญติ, อวชานาตีติ อตฺโถ.

‘‘ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต’’ติ วตฺวา ตาหิ กพฬีการาหารสฺส ปริชานนวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘กถ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สวตฺถุกวเสนาติ สสมฺภารวเสน, สภาวโต ปน รูปาหรณํ โอชมตฺตํ โหติ. อิทญฺหิ กพฬีการาหารสฺส ลกฺขณํ. กามํ รสารมฺมณํ ชิวฺหาปสาเท ปฏิหญฺญติ, เตน ปน อวินาภาวโต สมฺปตฺตวิสยคาหิตาย จ ชิวฺหาปสาทสฺส ‘‘โอชฏฺฐมกรูปํ กตฺถ ปฏิหญฺญตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺสาติ ชิวฺหาปสาทสฺส. อิเม ธมฺมาติ อิเม ยถาวุตฺตภูตุปาทายธมฺมา. ตนฺติ รูปขนฺธํ. ปริคฺคณฺหโตติ ปริคฺคณฺหนฺตสฺส. อุปฺปนฺนา ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมาติ สพฺเพปิ เย ยถานิทฺธาริตา, เตหิ สหปฺปวตฺตาว สพฺเพปิ อิเม. สรสลกฺขณโตติ อตฺตโน กิจฺจโต ลกฺขณโต จ. เตสํ นามรูปภาเวน ววตฺถปิตานํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ปจฺจโย วิญฺญาณํ. ‘‘ตสฺส สงฺขารา เตสํ อวิชฺชา’’ติ เอวํ อุทฺธํ อาโรหนวเสน ปจฺจยํ. อโธโอโรหนวเสน ปน สฬายตนาทิเก ปริเยสนฺโต อนุโลมปฏิโลมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปสฺสติ. สฬายตนาทโยปิ หิ รูปารูปธมฺมานํ ยถารหํ ปจฺจยภาเวน ววตฺถเปตพฺพาติ. ยาถาวโต ทิฏฺฐตฺตาติ ‘‘อิทํ รูปํ, เอตฺตกํ รูปํ, น อิโต ภิยฺโย, อิทํ นามํ, เอตฺตกํ นามํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ จ ยถาภูตํ ทิฏฺฐตฺตา. อนิจฺจานุปสฺสนา, ทุกฺขานุปสฺสนา, อนตฺตานุปสฺสนา, นิพฺพิทานุปสฺสนา, วิราคานุปสฺสนา, นิโรธานุปสฺสนา, ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาติ อิมาสํ สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน. โสติ กพฬีการาหาโร. ติลกฺขณ…เป… สงฺขาตายาติ อนิจฺจตาทีนํ ติณฺณํ ลกฺขณานํ ปฏิวิชฺฌนวเสน ลกฺขณวนฺตสมฺมสนวเสน จ ปวตฺตญาณสงฺขาตาย. ปริญฺญาโต โหติ อนวเสสโต นามรูปสฺส ญาตตฺตา ตปฺปริยาปนฺนตฺตา จ อาหารสฺส. เตนาห ‘‘ตสฺมึ เยวา’’ติอาทิ. ฉนฺทราคาวกฑฺฒเนนาติ ฉนฺทราคสฺส ปชหเนน.

ปญฺจ กามคุณา การณภูตา เอตสฺส อตฺถีติ ปญฺจกามคุณิโก. เตนาห ‘‘ปญฺจกามคุณสมฺภโว’’ติ. เอกิสฺสา ตณฺหาย ปริญฺญา เอกปริญฺญา. สพฺพสฺส ปญฺจกามคุณิกสฺส ราคสฺส ปริญฺญา, สพฺพปริญฺญา. ตทุภยสฺสปิ มูลภูตสฺส อาหารสฺส ปริญฺญา มูลปริญฺญา. อิทานิ อิมา ติสฺโสปิ ปริญฺญาโย วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘โย ภิกฺขู’’ติอาทิ อารทฺธํ. ชิวฺหาทฺวาเร เอกรสตณฺหํ ปริชานาตีติ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘‘โย ยเมตฺถ รโส, โส วตฺถุกามวเสน โอชฏฺฐมกรูปํ โหติ ชิวฺหายตนํ ปสาโท. โส กึ นิสฺสิโต? จตุมหาภูตนิสฺสิโต. ตํสหชาโต วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชา ชีวิตินฺทฺริยนฺติ อิเม ธมฺมา รูปกฺขนฺโธ นาม. โย ตสฺมึ รเส อสฺสาโท, อยํ รสตณฺหา. ตํสหคตา ผสฺสาทโย ธมฺมา จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา’’ติอาทิวเสน. สพฺพํ อฏฺฐกถายํ อาคตวเสน เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘เตน ปญฺจกามคุณิโก ราโค ปริญฺญาโตว โหตี’’ติ. ตตฺถ เตนาติ โย ภิกฺขุ ชิวฺหาทฺวาเร รสตณฺหํ ปริชานาติ, เตน. กถํ ปน เอกสฺมึ ทฺวาเร ตณฺหํ ปริชานโต ปญฺจสุ ทฺวาเรสุ ราโค ปริญฺญาโต โหตีติ อาห ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ. ตสฺสาเยวาติ ตณฺหาย เอว ตณฺหาสามญฺญโต เอกตฺตนยวเสน วุตฺตํ. ตตฺถาติ ปญฺจสุ ทฺวาเรสุ. อุปฺปชฺชนโตติ รูปราคาทิภาเวน อุปฺปชฺชนโต. โลโภ เอว หิ ตณฺหายนฏฺเฐน ‘‘ตณฺหา’’ติปิ, รชฺชนฏฺเฐน ‘‘ราโค’’ติปิ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘สาเยว หี’’ติอาทิ. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ‘‘ยถา’’ติอาทินา อุปมาย สมฺปิณฺเฑติ. ปญฺจมคฺเค หนโตติ ปญฺจสุ มคฺเคสุ สญฺจริตฺตํ กโรนฺเตน มคฺคคามิโน หนนฺโต ‘‘มคฺเค หนโต’’ติ วุตฺโต.

สพฺยญฺชเน ปิณฺฑปาตสญฺญิเต ภตฺตสมูเห มนุญฺเญ รูเป รูปสทฺทาทโย ลพฺภนฺติ, ตตฺถ ปญฺจกามคุณราคสฺส สมฺภวํ ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สติสมฺปชญฺเญน ปริคฺคเหตฺวาติ สพฺพภาคิเยน กมฺมฏฺฐานปริปาลเกน ปริคฺคเหตฺวา. นิจฺฉนฺทราคปริโภเคนาติ มคฺคาธิคมสิทฺเธน นิจฺฉนฺทราคปริโภเคน ปริภุตฺเต. โสติ กามคุณิโก ราโค.

ตสฺมึ สตีติ กพฬีการาหาเร สติ. ตสฺสาติ ปญฺจกามคุณิกราคสฺส. อุปฺปตฺติโตติ อุปฺปชฺชนโต. น หิ อาหาราลาเภน ชิฆจฺฉาทุพฺพลฺยปเรตสฺส กามปริโภคิจฺฉา สมฺภวติ. อุปนิชฺฌานจิตฺตนฺติ ราควเสน อญฺญมญฺญํ โอโลกนจิตฺตํ.

นตฺถิ ตํ สํโยชนนฺติ ปญฺจวิธมฺปิ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘เตน ราเคน…เป… นตฺถี’’ติ. เตนาติ กามราเคน. เอตฺตเกนาติ ยถาวุตฺตาย เทสนาย. กเถตุํ วฏฺฏตีติ อิมํ ปฐมาหารกถํ กเถนฺเตน ธมฺมกถิเกน.

ปฐมาหารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยาหารวณฺณนา

ทุติเยติ ทุติเย อาหาเร. อุทฺทาลิตจมฺมาติ อุปฺปาฏิตจมฺมา, สพฺพโส อปนีตจมฺมาติ อตฺโถ. น สกฺโกติ ทุพฺพลภาวโต, ตถา หิ อิตฺถี ‘‘อพลา’’ติ วุจฺจติ. สิลากุฏฺฏาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน อิฏฺฐกกุฏฺฏมตฺติกากุฏฺฏาทีนํ สงฺคโห. อุณฺณนาภีติ มกฺกฏกํ. สรพูติ ฆรโคฬิกา. อุจฺจาลิงฺคปาณกา นาม โลมสา ปาณกา. อากาสนิสฺสิตาติ อากาสจาริโน. ลุญฺจิตฺวาติ อุปฺปาเฏตฺวา.

ติสฺโส ปริญฺญาติ เหฏฺฐา วุตฺตา ญาตปริญฺญาทโย ติสฺโส ปริญฺญา. ตมฺมูลกตฺตาติ ผสฺสมูลกตฺตา. เทสนา ยาว อรหตฺตา กถิตา สพฺพโส เวทนาสุ ปริญฺญาตาสุ กิเลสานํ เลสสฺสปิ อภาวโต.

ทุติยาหารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ตติยาหารวณฺณนา

องฺคารกาสุนฺติ องฺคารราสึ. ผุณนฺตีติ อตฺตโน อุปริ สยเมว อากิรนฺตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘นรา รุทนฺตา ปริทฑฺฒคตฺตา’’ติ. นราติ ปุริสาติ อตฺโถ, น มนุสฺสา. ภยญฺหิ มํ วินฺทตีติ ภยสฺส วเสน กโรนฺโต ภยํ ลภติ นาม. สนฺตรมาโนวาติ สุฏฺฐุ ตรมาโน เอว หุตฺวา. โปริสํ วุจฺจติ ปุริสปฺปมาณํ, ตสฺมา อติเรกโปริสา ปุริสปฺปมาณโต อธิกา. เตนาห ‘‘ปญฺจรตนปฺปมาณา’’ติ. อสฺสาติ กาสุยา. ตทภาเวติ เตสํ ชาลาธูมานํ อภาเว. อารกาวสฺสาติ อารกา เอว อสฺส.

องฺคารกาสุ วิย เตภูมกวฏฺฏํ เอกาทสนฺนํ อคฺคีนํ วเสน มหาปริฬาหโต. ชิวิ…เป… ปุถุชฺชโน เตหิ อคฺคีหิ ทหิตพฺพโต. เทฺว พล…เป… กมฺมํ อนิจฺฉนฺตสฺเสว ตสฺส วฏฺฏทุกฺเข ปาตนโต. อายูหนูปกฑฺฒนานํ กาลเภโท น จินฺเตตพฺโพ เอกนฺตภาวิโน ผลสฺส นิปฺผาทิตตฺตาติ อาห ‘‘กมฺมํ หี’’ติอาทิ.

ผสฺเส วุตฺตนเยเนวาติ ตตฺถ ‘‘ผสฺโส สงฺขารกฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ, อิธ ‘‘มโนสญฺเจตนา สงฺขารกฺขนฺโธ’’ติ วตฺตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ. ‘‘ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ, อุปาทานปจฺจยา ภโว’’ติ วจนโต มโนสญฺเจตนาย ตณฺหา มูลการณนฺติ อาห ‘‘ตณฺหามูลกตฺตา มโนสญฺเจตนายา’’ติ. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. เกจิ ปน ยสฺมา มโนสญฺเจตนาย ผลภูตํ เวทนํ ปฏิจฺจ ตณฺหา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺตนฺติ วทนฺติ.

ตติยาหารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุตฺถาหารวณฺณนา

อนิฏฺฐปาปนวเสน ตํสมงฺคีปุคฺคลํ อาคจฺฉตีติ อาคุ, ปาปํ, ตํ จรติ สีเลนาติ อาคุจารี. เตนาห ‘‘ปาปจาริ’’นฺติ.

ราชา วิย กมฺมํ ปรมิสฺสรภาวโต. อาคุจารี ปุริโส วิย…เป… ปุถุชฺชโน ทุกฺขวตฺถุภาวโต. อาทินฺนปฺปหารวณานิ ตีณิ สตฺติสตานิ วิย ปุถุชฺชนสฺส อาตุรมานมหาทุกฺขปติฏฺฐํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ. เตนาห สตฺติ…เป… ทุกฺขนฺติ.

ตมฺมูลกตฺตาติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณมูลกตฺตา อิโต ปรํ ปวตฺตนามรูปสฺส.

จตุตฺถาหารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปุตฺตมํสูปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อตฺถิราคสุตฺตวณฺณนา

๖๔. จตุตฺเถ โสติ โลโภ. รญฺชนวเสนาติ รงฺคชาตํ วิย ตสฺส จิตฺตสฺส อนุรญฺชนวเสน. นนฺทนวเสนาติ สปฺปีติกตาย อารมฺมณสฺส อภินนฺทนวเสน. ตณฺหายนวเสนาติ วิสยกตฺตุกามตาย วเสน. เอโก เอว หิ โลโภ ปวตฺติอาการวเสน ตถา วุตฺโต. ปติฏฺฐิตนฺติ ลทฺธสภาวํ. ตตฺถาติ วฏฺเฏ. อาหาเรติ เกจิ. วิญฺญาณนฺติ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ. วิรุฬฺหนฺติ ผลนิพฺพตฺติยา วิรุฬฺหิปฺปตฺตํ. เตนาห ‘‘กมฺมํ ชวาเปตฺวา’’ติอาทิ. ตตฺถ ชวาเปตฺวาติ ผลํ คาหาเปตฺวา. อภิสงฺขารวิญฺญาณญฺหิ อตฺตนา สหชาตานํ สหชาตาทิปจฺจเยหิ เจว อาหารปจฺจเยน จ ปจฺจโย หุตฺวา ตสฺส อตฺตโน ผลุปฺปาทเน สามตฺถิยตฺตา วิรุฬฺหิปฺปตฺตํ. เตนาห ‘‘กมฺมํ สนฺตาเน ลทฺธภาวํ วิรุฬฺหิปฺปตฺตญฺจสฺส โหตี’’ติ. วฏฺฏกถา เอสาติ กตฺวา ‘‘ยตฺถาติ เตภูมกวฏฺเฏ ภุมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ. ปุริมปเท เอตํ ภุมฺมนฺติ ‘‘ยตฺถ ตตฺถา’’ติ อาคตํ เอตํ ภุมฺมวจนํ ปุริมสฺมึ ปุริมสฺมึ ปเท วิสยภูเต. ตญฺหิ อารพฺภ เอตํ ‘‘ยตฺถ ตตฺถา’’ติ ภุมฺมวจนํ วุตฺตํ. อิมสฺมึ วิปากวฏฺเฏติ ปจฺจุปฺปนฺเน วิปากวฏฺเฏ. อายตึ วฏฺฏเหตุเก สงฺขาเร สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ยตฺถ อตฺถิ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตี’’ติ วจนโต. ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ จ ปฏิสนฺธิ อธิปฺเปตาติ วุตฺตํ ‘‘ยตฺถ อตฺถิ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ, อตฺถิ ตตฺถ อายตึ ชาติชรามรณ’’นฺติ. ชาตีติ เจตฺถ มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมนํ อธิปฺเปตํ. ยสฺมึ ฐาเนติ ยสฺมึ การเณ สติ.

การณญฺเจตฺถ สงฺขารา เวทิตพฺพา. เต หิ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยา เหตู, ตณฺหาอวิชฺชาโย, กาลคติอาทโย จ กมฺมสฺส สมฺภารา. เกจิ ปน กิเลสวฏฺฏกมฺมคติกาลา จาติ อธิปฺปาเยน ‘‘กาลคติอาทโย จ กมฺมสฺส สมฺภารา’’ติ วทนฺติ. ตํตํภวปตฺถนาย ตถา ตถา คโต ติวิโธ ภโวว เตภูมกวฏฺฏํ. เตนาห ‘‘ยตฺถาติ เตภูมกวฏฺเฏ’’ติ. ตถา จาห ‘‘สสมฺภารกกมฺมํ ภเวสุ รูปํ สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. รูปนฺติ อตฺตภาวํ.

สงฺขิปิตฺวาติ ตีสุ อกตฺวา วิญฺญาเณน เอกสงฺเขปํ กตฺวาติ อตฺโถ. เอโก สนฺธีติ เอโก เหตุผลสนฺธิ. วิปากวิธินฺติ สฬายตนาทิกํ เวทนาวสานํ วิปากวิธึ. ‘‘นามรูเปน สทฺธิ’’นฺติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. นามรูเปนาติ วา สหโยเค กรณวจนํ. อิธ เอโก สนฺธีติ เอโก เหตุผลสนฺธิ. อายติภวสฺสาติ อายตึ อุปปตฺติภวสฺส. เตน เจตฺถ เอโก สนฺธิ เหตุผลสนฺธิ เวทิตพฺโพ.

ขีณาสวสฺส อคฺคมคฺคาธิคมนโตว ปวตฺตกมฺมสฺส มคฺเคน สหายเวกลฺลสฺส กตตฺตา อวิชฺชมานํ. สูริยรสฺมิสมนฺติ ตโต เอว วุตฺตนเยเนว อปฺปติฏฺฐิตสูริยรสฺมิสมํ. สาติ รสฺมิ. กายาทโยติ กายทฺวาราทโย. กตกมฺมนฺติ ปจฺจเยหิ กตภาวํ อุปาทาย วุตฺตํ, น กมฺมลกฺขณปตฺตโต. เตนาห ‘‘กุสลากุสลํ นาม น โหตี’’ติ. กิริยมตฺเตติ อวิปากธมฺมตฺตา กายิกาทิปโยคมตฺเต ฐตฺวา. อวิปากํ โหติ เตสํ อวิปากธมฺมตฺตา.

อตฺถิราคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. นครสุตฺตวณฺณนา

๖๕. ปญฺจมสุตฺเต ‘‘ปุพฺเพว เม, ภิกฺขเว, สมฺโพธา’’ติอาทิ เหฏฺฐา สํวณฺณิตเมวาติ อวุตฺตเมว สํวณฺเณตุํ ‘‘นามรูเป โข สตี’’ติ อารทฺโธ. ตตฺถ ทฺวาทสปทิเก ปฏิจฺจสมุปฺปาเท อิมสฺมึ สุตฺเต ยานิ เทฺว ปทานิ อคฺคหิตานิ, เนสํ อคฺคหเณ การณํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตุกาโม เตสํ คเหตพฺพการณํ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตฺถา’’ติอาทิมาห. ปจฺจกฺขภูตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ ภวํ ปฐมํ คเหตฺวา ตทนนฺตรํ อนาคตสฺส ‘‘ทุติย’’นฺติ คหเณ อตีโต ตติโย โหตีติ อาห ‘‘อวิชฺชาสงฺขารา หิ ตติโย ภโว’’ติ. นนุ เจตฺถ อนาคตสฺส ภวสฺส คหณํ น สมฺภวติ ปจฺจุปฺปนฺนภววเสน อภินิเวสสฺส โชติตตฺตาติ? สจฺจเมตํ, การเณ ปน คหิเต ผลํ คหิตเมว โหตีติ ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อปิเจตฺถ อนาคโต อทฺธา อตฺถโต สงฺคหิโต เอว ยโต ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติอาทินา อนาคตทฺธสํคาหิตา เทสนา ปวตฺตา, จตุโวการวเสน วิญฺญาณปจฺจยา นามนฺติ วิเสโส อตฺถิ. ตสฺมา ‘‘ปญฺจโวการวเสนา’’ติ วุตฺตํ. เตหีติ อวิชฺชาสงฺขาเรหิ อารมฺมณภูเตหิ. อยํ วิปสฺสนาติ อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนวเสน อุทยพฺพยํ ปสฺสนฺตสฺส ปวตฺตวิปสฺสนา. น ฆฏียตีติ น สมิชฺฌติ. มหา…เป… อภินิวิฏฺโฐติ น ฆฏเน การณมาห, เหฏฺฐา คหิตตฺตา ปาฏิเยกฺกํ สมฺมสนียํ น โหตีติ อธิปฺปาโย.

อทิฏฺเฐสูติ อนวพุทฺเธสุ. จตุสจฺจสฺส อนุโพเธน น ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘น สกฺกา พุทฺเธน ภวิตุ’’นฺติ. อิมินาติ มหาสตฺเตน. เตติ อวิชฺชาสงฺขารา. ภวอุปาทานตณฺหาวเสนาติ ภวอุปาทานตณฺหาทสฺสนวเสน. ทิฏฺฐาว ‘‘ตํสหคตา’’ติ สมานโยคกฺขมตฺตา. น ปรภาคํ ขเนยฺย อตฺตนา อิจฺฉิตสฺส คหิตตฺตา ปรภาเค อญฺญสฺส อภาวโต จ. เตนาห ‘‘กสฺสจิ นตฺถิตายา’’ติ. ปฏินิวตฺเตสีติ ปฏิสํหริ. ปฏินิวตฺตเน ปน การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตเทต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อภินฺนฏฺฐานนฺติ อขณิตฏฺฐานํ.

ปจฺจยโตติ เหตุโต, สงฺขารโตติ อตฺโถ. ‘‘กิมฺหิ นุ โข สติ ชรามรณํ โหตี’’ติอาทินา เหตุปรมฺปรวเสน ผลปรมฺปราย กิตฺตมานาย, กิมฺหิ นุ โข สติ วิญฺญาณํ โหตีติ จ วิจารณาย สงฺขาเร โข สติ วิญฺญาณสฺส วิเสสโต การณภูโต สงฺขาโร อคฺคหิโต, ตโต วิญฺญาณํ ปฏินิวตฺตติ นาม, น สพฺพปจฺจยโต. เตเนวาห ‘‘นามรูเป โข สติ วิญฺญาณํ โหตี’’ติ. กึ นาม เหตฺถ สหชาตาทิวเสเนว ปจฺจยภูตํ อธิปฺเปตํ, น กมฺมูปนิสฺสยวเสน ปจฺจุปฺปนฺนวเสน อภินิเวสสฺส โชติตตฺตา. อารมฺมณโตติ อวิชฺชาสงฺขารสงฺขาตอารมฺมณโต, อตีตภวสงฺขาตอารมฺมณโต. อตีตทฺธปริยาปนฺนา หิ อวิชฺชาสงฺขารา. ตโต ปฏินิวตฺตมานํ วิญฺญาณํ อตีตภโวปิ ปฏินิวตฺตติ นาม. อุภยมฺปีติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ วิปสฺสนาวิญฺญาณมฺปิ. นามรูปํ น อติกฺกมตีติ ปจฺจยภูตํ อารมฺมณภูตญฺจ นามรูปํ น อติกฺกมติ เตน วินา อวตฺตนโต. เตนาห ‘‘นามรูปโต ปรํ น คจฺฉตี’’ติ. วิญฺญาเณ นามรูปสฺส ปจฺจเย โหนฺเตติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณ นามรูปสฺส ปจฺจเย โหนฺเต. นามรูเป วิญฺญาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเตติ นามรูเป ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเต. จตุโวการปญฺจโวการภววเสน ยถารหํ โยชนา เวทิตพฺพา. ทฺวีสุปิ อญฺญมญฺญํ ปจฺจเยสุ โหนฺเตสูติ ปน ปญฺจโวการภววเสน. เอตฺตเกนาติ เอวํ วิญฺญาณนามรูปานํ อญฺญมญฺญํ อุปตฺถมฺภวเสน ปวตฺติยา. ชาเยถ วา อุปปชฺเชถ วาติ ‘‘สตฺโต ชายติ อุปปชฺชตี’’ติ สมญฺญา โหติ วิญฺญาณนามรูปวินิมุตฺตสฺส สตฺตปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตสฺส ธมฺมสฺส อภาวโต. เตนาห ‘‘อิโต หี’’ติอาทิ. เอตเทวาติ ‘‘วิญฺญาณํ นามรูป’’นฺติ เอตํ ทฺวยเมว.

อปราปรจุติปฏิสนฺธีหีติ อปราปรจุติปฏิสนฺธิทีปเกหิ ‘‘จวติ, อุปปชฺชตี’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ. ปญฺจ ปทานีติ ‘‘ชาเยถ วา’’ติอาทีนิ ปญฺจ ปทานิ. นนุ ตตฺถ ปฐมตติเยหิ จตุตฺถปญฺจมานิ อตฺถโต อภินฺนานีติ? สจฺจํ, วิญฺญาณนามรูปานํ อปราปรุปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ เอวํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อปราปรจุติปฏิสนฺธีหี’’ติ. เอตฺตาวตาติ วุตฺตเมวตฺถนฺติ โย ‘‘เอตฺตาวตา’’ติ ปเทน ปุพฺเพ วุตฺโต, ตเมว ยถาวุตฺตมตฺถํ ‘‘ยทิท’’นฺติอาทินา นิยฺยาเตนฺโต ปุน วตฺวา. อนุโลมปจฺจยาการวเสนาติ ปจฺจยธมฺมทสฺสนปุพฺพกปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมทสฺสนวเสน. ปจฺจยธมฺมานญฺหิ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยภาโว อิทปฺปจฺจยตา ปจฺจยากาโร, โส จ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา วุตฺโต สงฺขารุปฺปตฺติยา อนุโลมนโต อนุโลมปจฺจยากาโร, ตสฺส วเสน.

อาปโตติ ปริขาคตอุทกโต. ทฺวารสมฺปตฺติยา ตตฺถ วสนฺตานํ ปเวสนนิคฺคมนผาสุตาย อุปโภคปริโภควตฺถุสมฺปตฺติยา สรีรจิตฺตสุขตาย นครสฺส มนุญฺญตาติ วุตฺตํ ‘‘สมนฺตา …เป… รมณีย’’นฺติ. ปุพฺเพ สุญฺญภาเวน อรญฺญสทิสํ หุตฺวา ฐิตํ ชนวาสํ กโรนฺเต นครสฺส ลกฺขณปฺปตฺตํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ตํ อปเรน สมเยน อิทฺธญฺเจว อสฺส ผีตญฺจา’’ติ.

‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว จ สุปริสุทฺโธ’’ติ วจนโต ตีหิ วิรตีหิ สทฺธึ ปุพฺพภาคมคฺโคปิ อฏฺฐงฺคิกโวหารํ ลทฺธุํ อรหตีติ วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐงฺคิกสฺส วิปสฺสนามคฺคสฺสา’’ติ. วิปสฺสนาย จิณฺณนฺเตติ วิปสฺสนาย สญฺจริตตาย ตตฺถ ตตฺถ ตาย วิปสฺสนาย ตีริเต ปริเยสิเต. โลกุตฺตรมคฺคทสฺสนนฺติ อนุมานาทิวเสน โลกุตฺตรมคฺคสฺส ทสฺสนํ. ตถา หิ นิพฺพานนครสฺส ทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ. ทิฏฺฐกาโลติ อธิคมวเสน ทิฏฺฐกาโล. มคฺคผลวเสน อุปฺปนฺนา ปโรปณฺณาส อนวชฺชธมฺมา, ปจฺจเวกฺขณญาณํ ปน เตสํ ววตฺถาปกํ. ยาเปตฺวาติ จราเปตฺวา.

อวตฺตมานกฏฺเฐนาติ พุทฺธสุญฺเญ โลเก กสฺสจิ สนฺตาเน อปฺปวตฺตนโตว อุปฺปาทาทิวเสน วตฺตมานวเสน. ตถา หิ ภควา ‘‘อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา, อสญฺชาตสฺส สญฺชเนตา’’ติอาทิเกหิ โถมิโต. ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ ปฏิปนฺโน หิ อริยมคฺโค อิตเรหิ อนฺตรา เกหิจิ อวฬญฺชิโตติ วุตฺตํ ‘‘อวฬญฺชนฏฺเฐน ปุราณมคฺโค’’ติ. ฌานสฺสาเทนาติ ฌานสุเขน ฌานปีติยา. สุภิกฺขํ ปณีตธมฺมามตตาย ติตฺติอาวหํ. ปุปฺผิตํ อุปโสภิตํ. ยาว ทสสหสฺสจกฺกวาเฬติ วุตฺตํ ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ ปริจฺฉินฺนพุทฺธเขตฺตตฺตา. ตสฺส อตฺถิตาย หิ ปริจฺเฉโท อตฺถิ. เอตสฺมึ อนฺตเรติ เอตสฺมึ โอกาเส.

นครสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สมฺมสสุตฺตวณฺณนา

๖๖. ฉฏฺเฐ อสฺสาติ ภควโต. สณฺหสุขุมธมฺมปริทีปนโต สุขุมา. ตีหิ ลกฺขเณหิ องฺกิยตฺตา ติลกฺขณาหตา, อนิจฺจาทิลกฺขณปริทีปินีติ อตฺโถ. อริยธมฺมาธิคมสฺส อุปนิสฺสยภูเตน เหตุนา สเหตุกา. ติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญาย ปาฏิหาริยปญฺญาย จ อตฺถิตาย ปญฺญวนฺโต น เกวลํ อชฺฌตฺติกองฺคสมฺปตฺติเยว, พาหิรงฺคสมฺปตฺติปิ เนสมตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สินิทฺธานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อพฺภนฺตรนฺติ อชฺฌตฺตํ. ปจฺจยสมฺมสนนฺติ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปจฺจยวีมํสํ.

อารมฺภานุรูปา อนุสนฺธิ ยถานุสนฺธิ. น คตาติ น สมฺปตฺตา. อสมฺภินฺนปทนฺติ อโวมิสฺสกปทํ, อญฺญตฺถ เอวํ อนาคตํ วากฺยนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อญฺญตฺถ หิ เอวํ วุตฺตํ นาม นตฺถี’’ติ. เอวนฺติ ‘‘เตนหานนฺทา’’ติ เอกวจนํ, ‘‘สุณาถ มนสิ กโรถา’’ติ พหุวจนํ กตฺวา วุตฺตํ นาม นตฺถีติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘เตนหานนฺทา’’ติ อิธาปิ พหุวจนเมว กตฺวา ปฐนฺติ ‘‘สาธุ อนุรุทฺธา’’ติอาทีสุ วิย. อุปธีติ อธิปฺเปตํ อุปธียติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ. อุปฺปชฺชติ อุปฺปาทกฺขณํ อุทยํ ปฏิลภติ ‘‘ปากฏภาโว ฐิติโก, อตฺตลาโภ อุทโย’’ติ. นิวิสติ นิเวสํ โอกาสํ ปฏิลภติ. เอกวารเมว หิ อุปฺปนฺนมตฺตสฺส ธมฺมสฺส ทุพฺพลตฺเตน โอกาเส วิย ปติฏฺฐหนํ นตฺถิ, ปุนปฺปุนํ อารมฺมเณ ปวตฺตมานํ นิวิฏฺฐํ ปติฏฺฐิตํ นาม โหติ. เตนาห ‘‘นิวิสตีติ ปุนปฺปุนํ ปวตฺติวเสน ปติฏฺฐหตี’’ติ.

ปิยสภาวนฺติ ปิยายิตพฺพชาติกํ. มธุรสภาวนฺติ อิฏฺฐชาติกํ. อภินิวิฏฺฐาติ ตณฺหาภินิเวเสน โอติณฺณา. สมฺปตฺติยนฺติ ภวสมฺปตฺติยํ. นิมิตฺตคฺคหณานุสาเรนาติ ปฏิพิมฺพคฺคหณานุสาเรน. กณฺณสฺส ฉิทฺทปเทสํ รชตนาฬิกํ วิย, กณฺณพทฺธํ ปน ปามงฺคสุตฺตํ วิย. ตุงฺคา อุจฺจา ทีฆา นาสิกา ตุงฺคนาสา. เอวํ ลทฺธโวหารํ อตฺตโน ฆานํ. ‘‘ลทฺธโวหารา’’ติ วา ปาโฐ. ตสฺมึ สติ ตุงฺคา นาสา เยสํ เต ตุงฺคนาสา. เอวํ ลทฺธโวหารา สตฺตา อตฺตโน ฆานนฺติ โยชนา วณฺณสณฺฐานโต รตฺตกมฺพลปฏลํ วิย. สมฺผสฺสโต มุทุสินิทฺธํ กิจฺจโต สินิทฺธมธุรรสทํ. สาลลฏฺฐินฺติ สาลกฺขนฺธํ.

อทฺทสํสูติ ปสฺสึสุ. เอวํ วุตฺตนฺติ ‘‘กํเส’’ติ เอวํ วุตฺตํ อธิฏฺฐานโวหาเรน.

สมฺปตฺตินฺติ วณฺณาทิคุณํ. อาทีนวนฺติ มรณคฺคตโต.

สตฺตุปานีเยนาติ สตฺตุํ ปกฺขิปิตฺวา อาโลลิตปานีเยน. จตฺตาริ ปานานิ วิย จตฺตาโร มคฺคา ตณฺหาปิปาสาวูปสมนโต.

สมฺมสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. นฬกลาปีสุตฺตวณฺณนา

๖๗. สตฺตเม กสฺมา ปุจฺฉตีติ มหาโกฏฺฐิกตฺเถโร สยํ ตตฺถ นิกฺกงฺโข สมาโน กสฺมา ปุจฺฉตีติ อธิปฺปาโย. อชฺฌาสยชานนตฺถนฺติ อิทมฺปิ ตสฺส มหาสาวกสฺส ปรจิตฺตชานเนน อปฺปาฏิหีรํ สิยา, เตน ตํ อปริตุสฺสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เทฺว อคฺคสาวกาติ สีลาทิคุเณหิ อุตฺตมสาวกาติ อตฺโถ, น หิ มหาโกฏฺฐิกตฺเถโร อคฺคสาวกลกฺขณปฺปตฺโต, อถ โข มหาสาวกลกฺขณปฺปตฺโต. อิทาเนว โข มยนฺติอาทิ เหฏฺฐา ปจฺจยุปฺปนฺนํ อนาโลเฬนฺเตน ทสฺเสตฺวา เทสนา อาหฏา, น อญฺญมญฺญปจฺจยตาวเสน, อิธ ปน เยนาธิปฺปาเยน ตํ อาโลเฬตฺวา นิวตฺเตตฺวา กถิตํ มหาเถเรน, ตเมวสฺส อธิปฺปายํ เตเนว ปกาเสตุกาโม มหาโกฏฺฐิกตฺเถโร อาห ‘‘อิทาเนว โข มย’’นฺติอาทิ. เตนาห ‘‘อิทํ เถโร’’ติอาทิ.

เอตฺตเก ฐาเนติ ‘‘กึ นุ โข อาวุโส’’ติอาทินา ปฐมารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว ‘‘นิโรโธ โหตี’’ติ ปทํ, เอตฺตเก ฐาเน. อวิชฺชาสงฺขาเร อคฺคเหตฺวา ‘‘นามรูปปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ เทสนาย ปวตฺตตฺตา ‘‘ปจฺจยุปฺปนฺนปญฺจโวการภววเสน เทสนา กถิตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ผเล คหิเต การณํ คหิตเมวา’’ติ วิญฺญาเณ คหิเต สงฺขารา, เตสญฺจ การณภูตา อวิชฺชา คหิตา เอว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘เหฏฺฐา วิสฺสชฺชิเตสุ ทฺวาทสสุ ปเทสู’’ติ. เอเกกสฺมินฺติ เอเกกสฺมึ ปเท. ติณฺณํ ติณฺณํ วเสนาติ ‘‘นิโรธาย ธมฺมํ เทเสสิ, นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหติ, นิโรธา อนุปาทาวินิมุตฺโต โหตี’’ติ เอวมาคตานํ ติณฺณํ ติณฺณํ วารานํ วเสน. ‘‘อฏฺฐารสหิ วตฺถูหี’’ติอาทีสุ (มหาว. ๔๖๘) วิย อิธ วตฺถุสทฺโท การณปริยาโยติ อาห ‘‘ฉตฺตึสาย การเณหี’’ติ. ปฐโม อนุโมทนาวิธิ. ธมฺมกถิกคุโณติ วิปสฺสนาวิสโย อเภโทปจาเรน วุตฺโต. เสสทฺวเยสุปิ เอเสว นโย. ทุติโย อนุโมทนา, ตติยํ อนุโมทนนฺติ อภิเธยฺยานุรูปํ วตฺตพฺพํ. เทสนาสมฺปตฺติ กถิตา ‘‘นิพฺพิทาย…เป… ธมฺมํ เทเสตี’’ติ วุตฺตตฺตา. เสกฺขภูมิ กถิตา ‘‘นิพฺพิทาย…เป… ปฏิปนฺโน โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา. อเสกฺขภูมิ กถิตา ‘‘นิพฺพิทา …เป… อนุปาทาวิมุตฺโต โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา.

นฬกลาปีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. โกสมฺพิสุตฺตวณฺณนา

๖๘. อฏฺฐเม ปรสฺส สทฺทหิตฺวาติ ปรสฺส วจนํ สทฺทหิตฺวา. เตนาห ‘‘ยํ เอส ภณติ, ตํ ภูตนฺติ คณฺหาตี’’ติ. ปรปตฺติโย หิ เอโส ปรเนยฺยพุทฺธิโก. ยํ การณนฺติ ยํ อตฺตนา จินฺติตวตฺถุ. รุจฺจตีติ ‘‘เอวเมตํ ภวิสฺสติ, น อญฺญถา’’ติ อตฺตโน มติยา จินฺเตนฺตสฺส รุจฺจติ. รุจิยา คณฺหาตีติ ปรปตฺติโย อหุตฺวา สยเมว ตถา โรเจนฺโต คณฺหาติ. อนุสฺสโวติ ‘‘อนุ อนุ สุต’’นฺติ เอวํ จิรกาลคตาย อนุสฺสุติยา ลพฺภมานํ ‘‘กถมิทํ สิยา, กสฺมา ภูตเมต’’นฺติ อนุสฺสเวน คณฺหาติ. วิตกฺกยโตติ ‘‘เอวเมตํ สิยา’’ติ ปริกปฺเปนฺตสฺส. เอกํ การณํ อุปฏฺฐาตีติ ยถาปริกปฺปิตวตฺถุ จิตฺตสฺส อุปฏฺฐาติ. อาการปริวิตกฺเกนาติ อตฺตนา กปฺปิตากาเรนา ตํ คณฺหาติ. เอกา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตีติ ‘‘ยถาปริกปฺปิตํ กิญฺจิ อตฺถํ เอวเมตํ, นาญฺญถา’’ติ อภินิวิสนฺตสฺส เอโก อภินิเวโส อุปฺปชฺชติ. ยายสฺสาติ ยาย ทิฏฺฐิยา อสฺส ปุคฺคลสฺส. นิชฺฌายนฺตสฺสาติ ปจฺจกฺขํ วิย นิรูเปตฺวา จินฺเตนฺตสฺส. ขมตีติ ตถา คหณกฺขโม โหติ. เตนาห ‘‘โส…เป… คณฺหาตี’’ติ. เอตานีติ สทฺธาทีนิ. ตานิ หิ สทฺเธยฺยานํ วตฺถูนํ คหณเหตุภาวโต ‘‘การณานี’’ติ วุตฺตานิ. ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ นววิโธปิ ภโว นิรุชฺฌติ เอตฺถ เอตสฺมึ อธิคเตติ ภวนิโรโธ, นิพฺพานํ. สฺวายํ ภโว ปญฺจกฺขนฺธสงฺคโห ตพฺพินิมุตฺโต นตฺถีติ อาห ‘‘ปญฺจกฺขนฺธนิโรโธ นิพฺพาน’’นฺติ. ภวนิโรโธ นิพฺพานํ นามาติ ‘‘นิพฺพานํ นาม ภวนิโรโธ’’ติ เอส ปโญฺห เสกฺเขหิปิ ชานิตพฺโพ, น อเสกฺเขเหว. อิมํ ฐานนฺติ อิมํ ยาถาวการณํ.

สุฏฺฐุ ทิฏฺฐนฺติ ‘‘ภวนิโรโธ นิพฺพาน’’นฺติ มยา สุฏฺฐุ ยาถาวโต ทิฏฺฐํ, ภวสฺส ปีฬนสงฺขตสนฺตาปวิปริณามฏฺฐานํ, ภวนิโรธสฺส จ นิสฺสรณวิเวกาสงฺขตามตฏฺฐานํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิฏฺฐตฺตา. อนาคามิผเล ฐิโต หิ อนาคามิมคฺเค ฐิโต เอว นาม อุปริมคฺคสฺส อนธิคตตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘อนาคามิมคฺเค ฐิตตฺตา’’ติ. นิพฺพานํ อารพฺภ ปวตฺตมฺปิ เถรสฺเสตํ ญาณํ ‘‘นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขตี’’ติ วุตฺตญาณํ วิย น โหตีติ วุตฺตํ ‘‘เอกูนวีสติยา…เป… ปจฺจเวกฺขณญาณ’’นฺติ. เอเตน เอตํ นิพฺพานปจฺจเวกฺขณา วิย น โหติ สปฺปเทสภาวโตติ ทสฺเสติ. เอวญฺจ กตฺวา อิธ อุทปานนิทสฺสนมฺปิ สมตฺถิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปจฺจเวกฺขณญาเณนาติ อวเสสกิเลสานํ, นิพฺพานสฺเสว วา ปจฺจเวกฺขณญาเณน. อุปริ อรหตฺตผลสมโยติ อุปริ สิชฺฌนโต อรหตฺตปฏิลาโภ ตถา อตฺถิ. ‘‘เยนาหํ ตํ ปริเยสโต นิพฺพานํ สจฺฉิกริสฺสามี’’ติ ชานาติ.

โกสมฺพิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อุปยนฺติสุตฺตวณฺณนา

๖๙. นวเม อุทกวฑฺฒนสมเยติ สพฺพทิวเสสุ มหาสมุทฺทสฺส อนฺโต มหนฺตจนฺทกนฺตมณิปพฺพตานํ ชุณฺหสมฺผสฺเสน ปหตตฺตา ชลาภิสนฺทนวเสน อุทกสฺส วฑฺฒนสมเย. อุปริ คจฺฉนฺโตติ ปกติยา อุทกสฺส ติฏฺฐฏฺฐานสฺส ตโต อุปริ คจฺฉนฺโตติ อตฺโถ. อุปริ ยาเปตีติ อุทกํ ตตฺถ อุปรูปริ วฑฺเฒติ. ตถาภูโต จ ตํ พฺรูเหนฺโต ปูเรนฺโตติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘วฑฺเฒติ ปูเรตีติ อตฺโถ’’ติ. ยสฺมา ปจฺจยธมฺมา อตฺตโน ผลสมวายปจฺจเย โหนฺเต ตสฺส อุปริ ฐิโต วิย โหติ ตสฺส อตฺตโน วเส วตฺตาปนโต, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อวิชฺชา อุปริ คจฺฉนฺตี’’ติ. ปจฺจยภาเวน หิ สา ตถา วุจฺจติ. เตนาห ‘‘สงฺขารานํ ปจฺจโย ภวิตุํ สกฺกุณนฺตี’’ติ. อปคจฺฉนฺโต ยายนฺโต. เตนาห ‘‘โอสรนฺโต’’ติ, อวฑฺฒนฺโต ปริหียมาโนติ อตฺโถ.

อุปยนฺติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. สุสิมสุตฺตวณฺณนา

๗๐. ทสเม ครุกโตติ ครุภาวเหตูนํ อุตฺตมคุณานํ มตฺถกปฺปตฺติยา อนญฺญสาธารเณน ครุกาเรน ครุกโต. มานิโตติ สมฺมาปฏิปตฺติยา มานิโต. ตาย หิ วิญฺญูนํ มนาปตาติ อาห ‘‘มเนน ปิยายิโต’’ติ. จตุปจฺจยปูชาย จ ปูชิโตติ อิทํ อตฺถวจนํ. ยทตฺถํ สํคีติกาเรหิ ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหตี’’ติอาทินา อิมสฺส สุตฺตสฺส นิทานํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺส อตฺถสฺส อุลฺลิงฺควเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย เสสปเทสุปิ. อํสกูฏโตติ อุตฺตราสงฺเคน อุโภ อํสกูเฏ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐิตา ทกฺขิณอํสกูฏโต, อุภยโต วา อปเนนฺติ. ปริจิตคนฺถวเสน ปณฺฑิตปริพฺพาชโก, ยโต ปจฺฉา วิเสสภาคี ชาโต. วิจิตฺตนยาย ธมฺมกถาย กถนโต ‘‘กวิเสฏฺโฐ’’ติ อาหํสุ.

เตชุสฺสโทติ มหาเตโช. ปุเรภตฺตกิจฺจาทีนํ นิยตภาเวน นิยมมนุยุตฺโต. วิปสฺสนาลกฺขณมฺหีติ ญาณํ ตตฺถ กถิตํ. ธมฺมนฺติ ตสฺสํ ตสฺสํ ปริสายํ เถรสฺส อสมฺมุขา เทสิตํ ธมฺมํ. อาหริตฺวา กเถติ ตถา วรสฺส ทินฺนตฺตา.

กิญฺจาปิ สุสิโม ปูรณาทโย วิย สตฺถุปฏิญฺโญ น โหติ, ติตฺถิเยหิ ปน ‘‘อยํ พฺราหฺมณปพฺพชิโต ปญฺญวา เวทงฺคกุสโล’’ติ คณาจริยฏฺฐาเน ฐปิโต, ตถา จสฺส สมฺภาวิโต. เตน วุตฺตํ ‘‘อหํ สตฺถาติ ปฏิชานนฺโต’’ติ, น สสฺสตทิฏฺฐิกตฺตา. ตถา เหส ภควโต สมฺมุขา อุปคนฺตุํ อสกฺขิ.

อญฺญาติ อรหตฺตสฺส นามํ อญฺญินฺทฺริยสฺส จิณฺณนฺเต ปวตฺตตฺตา. ตํ ปวตฺตินฺติ ยํ อญฺญพฺยากรณํ วุตฺตํ, ตํ สุตฺวา. อสฺส สุสิมสฺส, ปรมปฺปมาณนฺติ อุตฺตมโกฏิ. อาจริยมุฏฺฐีติ อาจริยสฺส มุฏฺฐิกตธมฺโม.

องฺคสนฺตตายาติ นีวรณาทีนํ ปจฺจนีกธมฺมานํ วิทูรภาเวน ฌานงฺคานํ วูปสนฺตตาย. นิพฺพุตสพฺพทรถปริฬาหตาย หิ เตสํ ฌานานํ ปณีตตรภาโว. อารมฺมณสนฺตตายาติ รูปปติภาควิคเมน สณฺหสุขุมาทิภาวปฺปตฺตสฺส อารมฺมณสฺส สนฺตภาเวน. ยทคฺเคน หิ เตสํ ภาวนาติสยสมฺภาวิตสณฺหสุขุมปฺปการานิ อารมฺมณานิ สนฺตานิ, ตทคฺเคน ฌานงฺคานํ สนฺตตา เวทิตพฺพา. อารมฺมณสนฺตตาย วา ตทารมฺมณธมฺมานํ สนฺตตา โลกุตฺตรธมฺมารมฺมณาหิ ปจฺจเวกฺขณาหิ ทีเปตพฺพา. อารุปฺปวิโมกฺขาติ อรูปชฺฌานสญฺญาวิโมกฺขา. ปญฺญามตฺเตเนว วิมุตฺตา, น อุภโตภาควิมุตฺตา. ธมฺมานํ ฐิตตา ตํสภาวตา ธมฺมฏฺฐิติ, อนิจฺจทุกฺขานตฺตตา, ตตฺถ ญาณํ ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ อาห ‘‘วิปสฺสนาญาณ’’นฺติ. เอวมาหาติ ‘‘ปุพฺเพ โข, สุสิม, ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ปจฺฉา นิพฺพาเน ญาณ’’นฺติ เอวมาทิ.

วินาปิ สมาธินฺติ สมถลกฺขณปฺปตฺตํ ปุริมสิทฺธํ วินาปิ สมาธินฺติ วิปสฺสนายานิกํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอวนฺติ วุตฺตากาเรน. น สมาธินิสฺสนฺโท อนุปุพฺพวิหารา วิย. น สมาธิอานิสํโส โลกิยาภิญฺญา วิย. น สมาธิสฺส นิปฺผตฺติ สพฺพภวคฺคํ วิย. วิปสฺสนาย นิปฺผตฺติ มคฺโค วา ผลํ วาติ โยชนา.

รูปาทีสุ เจเตสุ ติณฺณํ ลกฺขณานํ ปริวตฺตนวเสน เทสนา เตปริวฏฺฏเทสนา. อนุโยคํ อาโรเปนฺโตติ นนุ วุตฺตํ, สุสิม, อิทานิ อรหตฺตาธิคเมน สพฺพโส ปจฺจยาการํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ตตฺถ วิคตสมฺโมโหติ อนุโยคํ กโรนฺโต. ปากฏกรณตฺถนฺติ ยถา ตฺวํ, สุสิม, นิชฺฌานโก สุกฺขวิปสฺสโก จ หุตฺวา อาสวานํ ขยสมฺมสเน สุปฺปติฏฺฐิโต, เอวเมเตปิ ภิกฺขู, ตสฺมา ‘‘อปิ ปน ตุเมฺห อายสฺมนฺโต’’ติอาทินา น เต ตยา อนุยุญฺชิตพฺพาติ.

สุสิมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มหาวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.