๔. อญฺญติตฺถิยสุตฺตวณฺณนา
๒๔. โสติ สาริปุตฺตตฺเถโร. ยทิ น ตาว ปวิฏฺโฐ, กสฺมา ‘‘ปาวิสี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปวิสิสฺสามี’’ติอาทิ. เตน อวสฺสมฺภาวินิ ภูเต วิย อุปจาโร โหตีติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘ยถา กิ’’นฺติอาทิมาห. อติปฺปโคเยว นิกฺขนฺตทิวโสติ ปกติยา ภิกฺขาจรณเวลาย อติวิย ปาโต เอว วิหารโต นิกฺขนฺตทิวสภาโค. เอตทโหสีติ เอตํ ‘‘อติปฺปโค โข’’ติอาทิกํ จินฺตนํ อโหสิ. ทกฺขิณทฺวารสฺสาติ ราชคหนคเร ทกฺขิณทฺวารสฺส เวฬุวนสฺส จ อนฺตรา อโหสิ, ตสฺมา ‘‘เตนุปสงฺกมิสฺส’’นฺติ จินฺตนา อโหสีติ อธิปฺปาโย. กึ วาทีติ จตูสุ วาเทสุ กตรํ วาทํ วทสิ. กิมกฺขายีติ ตสฺเสว เววจนํ. กึ วทตีติ ปน จตฺตาโร วาเท สามญฺญโต คเหตฺวา นปุํสกลิงฺเคน วทติ ยถา กึ เต ชาตลิงฺคํ. สพฺพนามเญฺหตํ, ยทิทํ นปุํสกลิงฺคํ. วทติ เอเตนาติ วาโท, ทสฺสนํ. ตํ สนฺธายาห ‘‘กึ เอตฺถ…เป… ทสฺสนนฺติ ปุจฺฉนฺตี’’ติ. ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ วิย ธมฺม-สทฺโท เหตุอตฺโถติ อาห ‘‘ยํ วุตฺตํ การณํ, ตสฺส อนุการณ’’นฺติ. วาทสฺส วจนสฺส อนุปฺปตฺติ วาทปฺปวตฺติ.
อิทํ วจนนฺติ ‘‘เอกมิทาห’’นฺติอาทิวจนํ. สาติ ‘‘เอเก สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา’’ติ เอวํ ปวตฺตกถา. อจฺฉรํ องฺคุลิโผฏนํ อรหตีติ อจฺฉริยํ. อพฺภุตนฺติ นิรุตฺตินเยน ปทสิทฺธิ ทฏฺฐพฺพา. สพฺพวาทานนฺติ สพฺเพสํ จตุพฺพิธวาทานํ. ปฐโม เหตฺถ สสฺสตวาโท, ทุติโย อุจฺเฉทวาโท, ตติโย เอกจฺจสสฺสตวาโท, จตุตฺโถ อธิจฺจสมุปฺปนฺนวาโท, เตสํ สพฺเพสํ ปฏิกฺเขปโต ปฏิกฺเขปการณํ วุตฺตํ. ปฏิจฺจสมุปฺปาทกิตฺตนํ วา ปจุรชนญาณสฺส อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐตาย คมฺภีรญฺเจว, ตถา อวภาสนโต เจตสิ อุปฏฺฐานโต คมฺภีราวภาสญฺจ กโรนฺโต. ตเทว ปทนฺติ ผสฺสปทํเยว อาทิภูตํ คเหตฺวา.
อญฺญติตฺถิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.