๓. ทสพลวคฺโค

๑. ทสพลสุตฺตวณฺณนา

๒๑. ปฐมํ ทุติยสฺเสว สงฺเขโป ปฐมสุตฺเต สงฺเขปวุตฺตสฺส อตฺถสฺส วิตฺถารวเสน ทุติยสุตฺตสฺส เทสิตตฺตา, ตญฺจ ปน ภควา ปฐมสุตฺตํ สงฺเขปโต เทเสสิ, ทุติยํ ตโต วิตฺถารโต. ปฐมํ วา สํขิตฺตรุจีนํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสเยน สงฺเขปโต เทเสสิ, ทุติยํ ปน อตฺตโน รุจิยา ตโต วิตฺถารโต. สีหสมานวุตฺติกา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, เต อตฺตโน รุจิยา กเถนฺตา อตฺตโน ถามํ ทสฺเสนฺตาว กเถนฺติ, ตสฺมา ทุติยสุตฺตวเสน เจตฺถ อตฺถวณฺณนํ กริสฺสาม, ตสฺมึ สํวณฺณิเต ปฐมํ สํวณฺณิตเมว โหตีติ อธิปฺปาโย.

ทสพลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยทสพลสุตฺตวณฺณนา

๒๒. ตตฺถาติ ทุติยสุตฺเต. ทสหิ พเลหีติ ทสหิ อนญฺญสาธารเณหิ ญาณพเลหิ, ตานิ ตถาคตสฺเสว พลานีติ ตถาคตพลานีติ วุจฺจนฺติ. กามญฺจ ตานิ เอกจฺจานํ สาวกานมฺปิ อุปฺปชฺชนฺติ, ยาทิสานิ ปน พุทฺธานํ ฐานาฏฺฐานญาณาทีนิ อุปฺปชฺชนฺติ, น ตาทิสานิ ตทญฺเญสํ กทาจิปิ อุปฺปชฺชนฺตีติ. หตฺถิกุลานุสาเรนาติ วกฺขมานหตฺถิกุลานุสาเรน. กาฬาวกนฺติ กุลสทฺทาเปกฺขาย นปุํสกนิทฺเทโส. เอส นโย เสเสสุปิ. ปกติหตฺถิกุลนฺติ คิริจรนทิจรวนจราทิปฺปเภทา โคจริยกาฬาวกนามา สพฺพาปิ พเลน ปากติกา หตฺถิชาติ. ทสนฺนํ ปุริสานนฺติ ถามมชฺฌิมานํ ทสนฺนํ ปุริสานํ. เอกสฺส ตถาคตสฺส กายพลนฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. เอกสฺสาติ จ ตถา เหฏฺฐากถายํ อาคตตฺตา เทสนาโสเตน วุตฺตํ. นารายนสงฺฆาตพลนฺติ เอตฺถ นารา วุจฺจนฺติ รสฺมิโย, ตา พหู นานาวิธา อิโต อุปฺปชฺชนฺตีติ นารายนํ, วชิรํ, ตสฺมา นารายนสงฺฆาตพลนฺติ วชิรสงฺฆาตพลนฺติ อตฺโถ. ตถาคตสฺส กายพลนฺติ ตถาคตสฺส ปากติกกายพลํ. สงฺคหํ น คจฺฉติ อตฺตโน พลาภาวโต, ตโต เอวสฺส พาหิรกตา ลามกตา จ. ตทุภยํ ปนสฺส การเณน ทสฺเสตุํ ‘‘เอตญฺหิ นิสฺสายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อญฺญนฺติ กายพลโต อญฺญํ ตโต วิสุํเยว. ทสสุ ฐาเนสุ ทสสุ ญาตพฺพฏฺฐาเนสุ. ยาถาวปฏิเวธโต สยญฺจ อกมฺปยํ, ปุคฺคลญฺจ ตํสมงฺคึ เนยฺเยสุ อธิพลํ กโรตีติ อาห ‘‘อกมฺปนฏฺเฐน อุปตฺถมฺภนฏฺเฐน จา’’ติ.

ฐานญฺจ ฐานโตติ การณญฺจ การณโต. การณญฺหิ ยสฺมา ผลํ ติฏฺฐติ ตทายตฺตวุตฺติตาย อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จ, ตสฺมา ‘‘ฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. วิปริยาเยน อฏฺฐานนฺติ อการณํ เวทิตพฺพํ. ตทุภยํ ภควา เยน ญาเณน เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ เหตู ปจฺจยา อุปฺปาทาย, ตํ ตํ ฐานํ, เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ น เหตู น ปจฺจยา อุปฺปาทาย, ตํ ตํ อฏฺฐานนฺติ ปชานาติ. ตํ สนฺธายาห ‘‘ฐานญฺจ…เป… ชานนํ เอก’’นฺติ. กมฺมสมาทานานนฺติ กมฺมํ สมาทิยิตฺวา กตานํ กุสลากุสลกมฺมานํ, กมฺมญฺเญว วา กมฺมสมาทานํ. ฐานโส เหตุโสติ ปจฺจยโต จ เหตุโต จ. ตตฺถ คติอุปธิกาลปโยคา วิปากสฺส ฐานํ, กมฺมํ เหตุ. สพฺพตฺถคามินีปฏิปทาชานนนฺติ สพฺพคติคามินิยา อคติคามินิยา จ ปฏิปทาย มคฺคสฺส ชานนํ, พหูสุปิ มนุสฺเสสุ เอกเมว ปาณํ หนนฺเตสุ ‘‘อิมสฺส เจตนา นิรยคามินี ภวิสฺสติ, อิมสฺส ติรจฺฉานโยนิคามินี’’ติ อิมินา นเยน เอกวตฺถุสฺมิมฺปิ กุสลากุสลเจตนาสงฺขาตานํ ปฏิปตฺตีนํ อวิปรีตโต สภาวชานนํ. อเนกธาตุนานาธาตุโลกชานนนฺติ จกฺขุธาตุอาทีหิ กามธาตุอาทีหิ วา พหุธาตุโน, ตาสํเยว ธาตูนํ วิปรีตตาย นานปฺปการธาตุโน ขนฺธายตนธาตุโลกสฺส ชานนํ. ปรสตฺตานนฺติ ปเรสํ สตฺตานํ. นานาธิมุตฺติกตาชานนนฺติ หีนาทีหิ อธิมุตฺตีหิ นานาธิมุตฺติกภาวสฺส ชานนํ. เตสํเยวาติ ปรสตฺตานํเยว. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตชานนนฺติ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปรภาวสฺส อปรภาวสฺส วุทฺธิยา เจว หานิยา จ ชานนํ. ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนนฺติ ปฐมาทีนํ จตุนฺนํ ฌานานํ, ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีนํ อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานํ, สวิตกฺกสวิจาราทีนํ ติณฺณํ สมาธีนํ, ปฐมชฺฌานสมาปตฺติอาทีนญฺจ นวนฺนํ อนุปุพฺพสมาปตฺตีนํ. สํกิเลสโวทานวุฏฺฐานชานนนฺติ หานภาคิยสฺส, วิเสสภาคิยสฺส ‘‘โวทานมฺปิ วุฏฺฐานํ, ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐานมฺปิ วุฏฺฐาน’’นฺติ (วิภ. ๘๒๘) เอวํ วุตฺตปคุณชฺฌานสฺส เจว ภวงฺคผลสมาปตฺตีนญฺจ ชานนํ. เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมญฺหิ ปคุณชฺฌานํ อุปริมสฺส อุปริมสฺส ปทฏฺฐานํ โหติ, ตสฺมา โวทานมฺปิ ‘‘วุฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. ภวงฺเคน ปน สพฺพฌาเนหิ วุฏฺฐานํ โหติ. ผลสมาปตฺติยา นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐานเมว สนฺธาย ‘‘ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ปุพฺเพนิวาสชานนนฺติ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน นิวุฏฺฐกฺขนฺธานํ ชานนํ. จุตูปปาตชานนนฺติ สตฺตานํ จุติยา อุปปตฺติยา จ ยาถาวโต ชานนํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อาสวกฺขยชานนํ อาสวกฺขยญาณํ, มคฺคญาณนฺติ อตฺโถ. ยตฺถ ปเนตานิ วิตฺถารโต อาคตานิ สํวณฺณิตานิ, ตานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘อภิธมฺเม ปนา’’ติอาทิมาห.

พฺยาโมหภยวเสน สรณปริเยสนํ สารชฺชนํ สารโท, พฺยาโมหภยํ. วิคโต สารโท เอตสฺสาติ วิสารโท, ตสฺส ภาโว เวสารชฺชํ. ตํ ปน ญาณสมฺปทํ ปหานสมฺปทํ เทสนาวิเสสสมฺปทํ เขมํ นิสฺสาย ปวตฺตํ จตุพฺพิธํ ปจฺจเวกฺขณาญาณํ. เตนาห ‘‘จตูสุ ฐาเนสู’’ติอาทิ. จตูสูติ ปรปริกปฺปิเตสุ วตฺถูสุ. ปรปริกปฺปิเตสุ วา วตฺถุมตฺเตสุ โจทนาการเณสุ. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโตติ ‘‘อหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ เอวํ ปฏิชานนฺเตน ตยา. อิเม ธมฺมาติ ‘‘อิทํ ปญฺจมํ อริยสจฺจํ, อยํ ฉฏฺโฐ อุปาทานกฺขนฺโธ, อิทํ เตรสมํ อายตน’’นฺติ เวทิตพฺพา อิเม ธมฺมา. อนภิสมฺพุทฺธา อปฺปฏิวิทฺธตฺตาติ.

ตตฺราติ ตสฺมึ อนภิสมฺพุทฺธธมฺมสงฺขาเต โจทนาวตฺถุสฺมึ. โกจีติ สมณาทีหิ อญฺโญ วา โย โกจิ. สห ธมฺเมนาติ สห เหตุนา. ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ วิย เหตุปริยาโย อิธ ธมฺม-สทฺโท. เหตูติ จ อุปฺปตฺติสาธนเหตุ เวทิตพฺโพ, น การโก สมฺปาปโก วา. นิมิตฺตนฺติ การณํ, ตํ ปเนตฺถ โจทนาวตฺถุเมว. น สมนุปสฺสามิ สมฺมาสมฺพุทฺธภาวโต. เขมปฺปตฺโตติ อเขมปฺปตฺตรูปาย โจทนาย อนุปทฺทวํ ปตฺโต นิจฺจลภาวปฺปตฺโต. เวสารชฺชปฺปตฺโตติ วิสารทภาวปฺปตฺโต. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – อิเม อาสวาติ กามาสวาทีสุ อิเม นาม อาสวา น ปริกฺขีณาติ อาสวกฺขยวจเนเนตฺถ สพฺพกิเลสปฺปหานํ วุตฺตํ. น หิ โส กิเลโส อตฺถิ, โย สพฺพโส อาสเวสุ ขีเณสุ นปฺปหีเยยฺย. อนฺตรายิกาติ อนฺตรายกรา, สคฺควิโมกฺขาธิคมสฺส อนฺตรายกราติ อตฺโถ. ธมฺโม หิ โย สํกิเลสโต นิยฺยาติ, โส ‘‘นิยฺยานิโก’’ติ วุตฺโต. ธมฺเม นิยฺยนฺเต ตํสมงฺคีปุคฺคโล นิยฺยานิโกติ โวหริโต โหตีติ ตสฺส ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘โส น นิยฺยาตี’’ติ อาห. กถํ ปน เทสนาธมฺโม นิยฺยาตีติ วุจฺจติ? นิยฺยานตฺถสมาธานโต, โส อเภโทปจาเรน ‘‘นิยฺยาตี’’ติ วุตฺโต. อถ วา ‘‘ธมฺโม เทสิโต’’ติ อริยธมฺมสฺส อธิปฺเปตตฺตา น โกจิ วิโรโธ.

อุสภสฺส อิทนฺติ อาสภํ, อสนฺตสนฏฺเฐน อาสภํ วิยาติ อาสภํ, เสฏฺฐฏฺฐานํ สพฺพญฺญุตํ. อาสภฏฺฐานฏฺฐายิตาย อาสภา นาม ปุพฺพพุทฺธา. สพฺพญฺญุตปฏิชานนวเสน อภิมุขํ คจฺฉนฺติ, จตสฺโส วา ปริสา อุปสงฺกมนฺตีติ อาสภา. จตสฺโสปิ หิ ปริสา พุทฺธาภิมุขา เอวํ ติฏฺฐนฺติ, น ติฏฺฐนฺติ ปรมฺมุขา. อิทมฺปีติ ‘‘อุสโภ’’ติ อิทมฺปิ ปทํ. ตสฺสาติ นิสภสฺส. เยสํ พลุปฺปาทาวฏฺฐานานํ วเสน อุสภสฺส อาสภณฺฐานํ อิจฺฉิตํ, ตโต สาติสยานํ เอว เตสํ วเสน อาสภณฺฐานํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ กิญฺจิ โลเก อุปมํ นาม พุทฺธคุณานํ นิทสฺสนภาเวน วุจฺจติ, สพฺพํ ตํ นิหีนเมว. ติฏฺฐมาโน จาติ อติฏฺฐนฺโตปิ ติฏฺฐมาโน เอว ปฏิชานาติ นาม. อุปคจฺฉตีติ อนุชานาติ.

อฏฺฐ โข อิมาติ อิทํ เวสารชฺชญาณสฺส พลทสฺสนํ. ยถา หิ พฺยตฺตํ ปริสํ อชฺโฌคาเหตฺวา วิญฺญูนํ จิตฺตํ อาราธนสมตฺถาย กถาย ธมฺมกถิกสฺส เฉกภาโว ปญฺญายติ, เอวํ อิมา อฏฺฐ ปริสา ปตฺวา สตฺถุ เวสารชฺชญาณสฺส พลํ ปากฏํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปริสาสู’’ติ. ขตฺติยปริสาติ ขตฺติยานํ สนฺนิปติตานํ สมูโห. เอส นโย สพฺพตฺถ. มารปริสาติ มารกายิกานํ สนฺนิปติตานํ สมูโห. มารสทิสานํ มารานํ ปริสาติ มารปริสา. สพฺพา เจตา ปริสา อุคฺคฏฺฐานทสฺสนวเสน คหิตา. มนุสฺสา หิ ‘‘เอตฺถ ราชา นิสินฺโน’’ติ วุตฺเต ปกติวจนมฺปิ วตฺตุํ น สกฺโกนฺติ, กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺติ, เอวํ อุคฺคา ขตฺติยปริสา, พฺราหฺมณา ตีสุ เวเทสุ กุสลา โหนฺติ, คหปตโย นานาโวหาเรสุ จ อกฺขรจินฺตาย จ กุสลา, สมณา สกวาทปรวาเทสุ กุสลา, เตสํ มชฺเฌ ธมฺมกถากถนํ นาม อติวิย ภาริยํ. เทวานํ อุคฺคภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อมนุสฺโสติ หิ วุตฺตมตฺเต มนุสฺสานํ สกลสรีรํ กมฺปติ, เตสํ รูปํ ทิสฺวาปิ สทฺทํ สุตฺวาปิ สตฺตา วิสญฺญิตาปิ โหนฺติ. เอวํ อมนุสฺสปริสา อุคฺคา. อิติ เจตา ปริสา อุคฺคฏฺฐานทสฺสนวเสน วุตฺตา. กสฺมา ปเนตฺถ ยามาทิปริสา น คหิตาติ? ภุสํ กามาภิคิทฺธตาย โยนิโสมนสิการวิรหโต. ยามาทโย หิ อุฬารุฬาเร กาเม ปฏิเสวนฺตา ตตฺถาภิคิทฺธตาย ธมฺมสฺสวนาย สภาเวน จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทนฺติ, มหาโพธิสตฺตานํ ปน พุทฺธานญฺจ อานุภาเวน อากฑฺฒิยมานา กทาจิ เนสํ ปยิรุปาสนาทีนิ กโรนฺติ ตาทิเส มหาสมเย. เตเนว หิ วิมานวตฺถุเทสนาปิ ตํนิมิตฺตา พหุลา นาโหสิ. เสฏฺฐนาทนฺติ เกนจิ อปฺปฏิหตภาเวน อุตฺตมนาทํ. อภีตนาทนฺติ เวสารชฺชโยคโต กุโตจิ นิพฺภยนาทํ. สีหนาทสุตฺเตนาติ ขนฺธิยวคฺเค อาคเตน สีหนาทสุตฺเตน. สหนโตติ ขมนโต. หนนโตติ วิธมนโต วิทฺธํสนโต. ยถา วาติอาทิ ‘‘สีหนาทสทิสํ วา นาทํ นทตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตสฺส อตฺถสฺส วิญฺญาปนํ.

เอตนฺติ ‘‘พฺรหฺมจกฺก’’นฺติ เอตํ ปทํ. ปญฺญาปภาวิตนฺติ จิรกาลปริภาวิตาย ปารมิตาปญฺญาย วิปสฺสนาปญฺญาย จ อุปฺปาทิตํ. กรุณาปภาวิตนฺติ ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน’’ติอาทินยปฺปวตฺตาย มหากรุณาย อุปฺปาทิตํ. ยถา อภินิกฺขมนโต ปภุติ มหาโพธิสตฺตานํ อริยมคฺคาธิคมนวิโรธินี ปฏิปตฺติ นตฺถิ, เอวํ ตุสิตภวนโต นิยตภาวาปตฺติโต จ ปฏฺฐายาติ ทุติยตติยนยา จ คหิตา. ผลกฺขเณติ อคฺคผลกฺขเณ. ปฏิเวธนิฏฺฐตฺตา อรหตฺตมคฺคญาณํ วชิรูปมตาเยว สาติสโย ปฏิเวโธติ ‘‘ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นามา’’ติ วุตฺตํ. เตน ปฏิลทฺธสฺสปิ เทสนาญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติ ปรสฺส พุชฺฌนมตฺเตน โหตีติ ‘‘อญฺญาสิโกณฺฑญฺญสฺส โสตาปตฺติ…เป… ผลกฺขเณ ปวตฺตนํ นามา’’ติ วุตฺตํ. ตโต ปรํ ปน ยาว ปรินิพฺพานา เทสนาญาณปฺปวตฺติ, ตสฺเสว ปวตฺติตสฺส ธมฺมจกฺกสฺส ฐานนฺติ เวทิตพฺพํ ปวตฺติตจกฺกสฺส จกฺกวตฺติโน จกฺกรตนสฺส ฐานํ วิย. อุภยมฺปีติ ปิ-สทฺเทน โลกิยเทสนาญาณสฺส อิตเรน อนญฺญสาธารณตาวเสน สมานตํ สมฺปิณฺเฑติ. อุรสิ ชาตตาย อุรโส สมฺภูตนฺติ โอรสํ ญาณํ.

อิติ รูปนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อนวเสสโต รูปสฺส สรูปนิทสฺสนตฺโถติ ตสฺส ‘‘อิทํ รูป’’นฺติ เอเตน สาธารณโต จ สรูปนิทสฺสนมาห. เอตฺตกํ รูปนฺติ เอเตน อนวเสสโต ‘‘อิโต อุทฺธํ รูปํ นตฺถี’’ติ นิมิตฺตสฺส อญฺญสฺส อภาวํ. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘รุปฺปนสภาวญฺเจวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ รุปฺปนํ สีตาทิวิโรธิปจฺจยสมวาเย วิสทิสุปฺปตฺติ. อาทิ-สทฺเทน อชฺฌตฺติกพาหิราทิเภทํ สงฺคณฺหาติ. ลกฺขณ…เป… วเสนาติ กกฺขฬตฺตาทิลกฺขณวเสน สนฺธารณาทิรสวเสน สมฺปฏิจฺฉนาทิปจฺจุปฏฺฐานวเสน ภูตตฺตยาทิปทฏฺฐานวเสน จ. เอวํ ปริคฺคหิตสฺสาติ เอวํ สาธารณโต จ ลกฺขณาทิโต จ ปริคฺคหิตสฺส. อวิชฺชาสมุทยาติ อวิชฺชาย อุปฺปาทา, อตฺถิภาวาติ อตฺโถ. นิโรธวิโรธี หิ อตฺถิภาโว โหติ, ตสฺมา นิโรเธ อสติ อตฺถิภาโว โหติ, ตสฺมา ปุริมภเว สิทฺธาย อวิชฺชาย สติ อิมสฺมึ ภเว รูปสฺส สมุทโย รูปสฺส อุปฺปาโท โหตีติ อตฺโถ. ตณฺหาสมุทยา กมฺมสมุทยาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อวิชฺชาทีหิ จ ตีหิ อตีตกาลิกตฺตา เตสํ สหการีการณภูตํ อุปาทานมฺปิ คหิตเมวาติ เวทิตพฺพํ. ปวตฺติปจฺจเยสุ กพฬีการอาหารสฺส พลวตาย, โส เอว คหิโต, ‘‘อาหารสมุทยา’’ติ ปน คหิเตน ปวตฺติปจฺจยตามตฺเตน อุตุจิตฺตานิปิ คหิตาเนว โหนฺตีติ ทฺวาทสสมุฏฺฐานิกํ รูปสฺส ปจฺจยโต ทสฺสนมฺปิ ภวิตพฺพเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. นิพฺพตฺติลกฺขณนฺติอาทินา กาลวเสน อุทยทสฺสนมาห. ตตฺถ ภูตวเสน มคฺเค อุทยํ ปสฺสิตฺวา ฐิโต อิธ สนฺตติวเสน อนุกฺกเมน ขณวเสน ปสฺสติ. อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรโธติ อคฺคมคฺคญาเณน อวิชฺชาย อนุปฺปาทนิโรธโต อนาคตสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ โหติ ปจฺจยาภาเว อภาวโต. ปจฺจยนิโรเธนาติ อวิชฺชาสงฺขาตสฺส ปจฺจยสฺส นิโรธภาเวน. ตณฺหานิโรธาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อาหารนิโรธาติ ปวตฺติปจฺจยสฺส กพฬีการาหารสฺส อภาวา. รูปนิโรธาติ ตํสมุฏฺฐานรูปสฺส อภาโว โหติ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. วิปริณามลกฺขณนฺติ ภวกาลวเสน เหตุทฺวยทสฺสนํ. ตสฺมา ตํ ปทฏฺฐานวเสน ปเคว ปสฺสิตฺวา ฐิโต อิธ สนฺตติวเสน ทิสฺวา อนุกฺกเมน ขณวเสน ปสฺสติ.

อิติ เวทนาติอาทีสุปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สุขาทิเภทนฺติ สุขทุกฺขอทุกฺขมสุขาทิวิภาคํ. รูปสญฺญาทิเภทนฺติ รูปสญฺญา, สทฺท… คนฺธ… รส… โผฏฺฐพฺพ … ธมฺมสญฺญาทิวิภาคํ. ผสฺสาทิเภทนฺติ ผสฺสเจตนามนสิการาทิวิภาคํ. ลกฺขณ…เป… วเสนาติ อิฏฺฐานุภวนลกฺขณาทิลกฺขณวเสน อิฏฺฐาการสมฺโภครสาทิรสวเสน กายิกอสฺสาทาทิปจฺจุปฏฺฐานวเสน อิฏฺฐารมฺมณาทิปทฏฺฐานวเสน. ‘‘ผุฏฺโฐ เวเทติ, ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ, ผุฏฺโฐ เจเตตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๓) วจนโต ตีสุ เวทนาทีสุ ขนฺเธสุ ผสฺสสมุทยาติ วตฺตพฺพํ. วิญฺญาณปฺปจฺจยา นามรูป’’นฺติ วจนโต วิญฺญาณกฺขนฺเธ นามรูปสมุทยาติ วตฺตพฺพํ. เตสํเยว วเสนาติ ‘‘อวิชฺชานิโรโธ เวทนานิโรโธ’’ติอาทินา เตสํเยว อวิชฺชาทีนํ วเสน โยเชตพฺพํ.

อุปาทานกฺขนฺธานํ สมุทยตฺถงฺคมวเสน ติตฺถิยานํ อวิสโยปิ สปฺปเทโส สีหนาโท ทสฺสิโต. อิทานิ นิปฺปเทโส อนุโลมปฏิโลมวเสน สงฺเขปโต วิตฺถารโต ปจฺจยาการวิสโย อนญฺญสาธารโณ ทสฺสียตีติ อาห, ‘‘อยมฺปิ อปโร สีหนาโท’’ติ. ตสฺสาติ ‘‘อิมสฺมึ สตี’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตปฏิจฺจสมุปฺปาทปาฬิยา. เอตฺถ จ ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุฌฺตี’’ติ อวิชฺชาทีนํ ภาเว สงฺขาราทีนํ ภาวสฺส, อวิชฺชาทีนํ นิโรเธ สงฺขาราทีนํ นิโรธสฺส กถเนน ปุริมสฺมึ ปจฺจยลกฺขเณ นิยโม ทสฺสิโต ‘‘อิมสฺมึ สติ เอว, นาสติ, อิมสฺส อุปฺปาทา เอว, นานุปฺปาทา, นิโรธา เอว, นานิโรธา’’ติ. เตเนทํ ลกฺขณํ อนฺโตคธนิยมํ อิธ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นิโรโธติ จ อวิชฺชาทีนํ วิราคา วิคเมน อายตึ อนุปฺปาโท อปฺปวตฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา’’ติอาทิ. นิโรธวิโรธี จ อุปฺปาโท, เยน โส อุปฺปาทนิโรธวิภาเคน วุตฺโต ‘‘อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตี’’ติ. เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘อสติ นิโรเธ อุปฺปาโท นาม, โส เจตฺถ อตฺถิภาโวติ วุจฺจตี’’ติ. ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตี’’ติ อิทเมว หิ ลกฺขณํ. ปริยายนฺตเรน ‘‘อิมสฺส อุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วทนฺเตน ปเรน ปุริมํ วิเสสิตํ โหติ. ตสฺมา น วตฺตมานํเยว สนฺธาย ‘‘อิมสฺมึ สตี’’ติ วุตฺตํ, อถ โข มคฺเคน อนิรุชฺฌนสภาวญฺจาติ วิญฺญายติ. ยสฺมา จ ‘‘อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ, อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตี’’ติ ทฺวิธาปิ อุทฺทิฏฺฐสฺส ลกฺขณสฺส นิทฺเทสํ วทนฺเตน ภควตา ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติอาทินา นิโรโธว วุตฺโต, ตสฺมา นตฺถิภาโวปิ นิโรโธ เอวาติ นตฺถิภาววิรุทฺโธ อตฺถิภาโว อนิโรโธติ ทสฺสิตํ โหติ. เตน อนิโรธสงฺขาเตน อตฺถิภาเวน อุปฺปาทํ วิเสเสติ. ตโต อิธ น เกวลํ อตฺถิภาวมตฺตํ อุปฺปาโทติ อตฺโถ อธิปฺเปโต, อถ โข อนิโรธสงฺขาโต อตฺถิภาโว จาติ อยมตฺโถ วิภาวิโต โหติ. เอวเมตํ ลกฺขณทฺวยวจนํ อญฺญมญฺญํ วิเสสนวิเสสิตพฺพภาเวน สาตฺถกนฺติ เวทิตพฺพํ. โก ปนายํ อนิโรโธ นาม, โย ‘‘อตฺถิภาโว, อุปฺปาโท’’ติ จ วุตฺโตติ? อปฺปหีนภาโว จ อนิพฺพตฺติตผลภาเวน ผลุปฺปาทนารหตา จาติ อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน ปรมตฺถทีปนิยํ อุทานฏฺฐกถายํ (อุทา. อฏฺฐ. ๑). วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.

ปญฺจกฺขนฺธวิภชนาทิวเสนาติ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ ทฺวาทสปทิกสฺส ปจฺจยาการสฺส วิภชนวเสน. อิมสฺมิญฺหิ ทสพลสุตฺเต ธมฺมสฺส เทสิตากาโร ปญฺจกฺขนฺธปจฺจยาการมตฺโต. เตนาห ‘‘ปญฺจกฺขนฺธปจฺจยาการธมฺโม’’ติ. อาจริยมุฏฺฐิยา อกรเณน วิภูโต, โส ปน อตฺถโต จ สทฺทโต จ ปิหิโต เหฏฺฐามุขชาโต วา น โหตีติ อาห ‘‘อนิกุชฺชิโต’’ติ. วิวโฏติ วิภาวิโต. เตนาห ‘‘วิวริตฺวา ฐปิโต’’ติ. ปกาสิโตติ ญาโณภาเสน โอภาสิโต อาทีปิโตติ อาห ‘‘ทีปิโต โชติโต’’ติ. ตตฺถ ตตฺถ ฉินฺนภินฺนฏฺฐาเน. สิพฺพิตคณฺฐิตนฺติ วากํ คเหตฺวา สิพฺพิตํ, สิพฺพิตุํ อสกฺกุเณยฺยฏฺฐาเน วาเกน คณฺฐิตญฺจ. ฉินฺนปิโลติกาภาเวน วิคตปิโลติโก ธมฺโม, ตสฺส ฉินฺนปิโลติกสฺส ปฏิโลมตา ฉินฺนภินฺนตาภาเวนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น เหตฺถา’’ติอาทิมาห. นิวาสนปารุปนํ ปริคฺคหณํ. สยํ ปฏิภานํ กปฺเปตฺวา. วฑฺเฒนฺตา อตฺตโน สมยํ. สมณกจวรนฺติ สมณเวสธารณวเสน สมณปฏิรูปตาย สมณานํ กจวรภูตํ. อตฺตโน รูปปวตฺติยา กรณฺฑํ กุจฺฉิตํ ธุตฺตํ วาติ ปวตฺเตตีติ การณฺฑโว, ทุสฺสีโล. ตํ การณฺฑวํ. นิทฺธมถาติ นีหรถ. กสมฺพุนฺติ สมณกสฏํ. อปกสฺสถาติ อปกฑฺฒถ นนฺติ อตฺโถ. ปลาเปติ ปลาปสทิเส. ตถา หิ ตณฺฑุลสารรหิโต ธญฺญปฏิรูปโก ถุสมตฺตโก ปลาโปติ วุจฺจติ, เอวํ สีลาทิสารรหิโต สมณปฏิรูปโก ปลาโป วิยาติ ปลาโป, ทุสฺสีโล. เต ปลาเป. วาเหถาติ อปเนถ. ปติสฺสตาติ พาฬฺหสติตาย ปติสฺสตา โหถาติ.

สทฺธาย ปพฺพชิเตนาติ ราชูปทฺทวาทีหิ อนุปทฺทุเตน ‘‘เอวญฺหิ ตํ โอติณฺณํ ชาติอาทิสํสารภยํ วิชินิสฺสามี’’ติ วฏฺฏนิสฺสรณตฺถํ อาคตาย สทฺธาย วเสน ปพฺพชิเตน. อาจารกุลปุตฺโตติ อาจาเรน อภิชาโต. เตนาห ‘‘ยโต กุโตจี’’ติอาทิ. ชาติกุลปุตฺโตติ ชาติสมฺปตฺติยา อภิชาโต. วิญฺญุปฺปสตฺถานิ องฺคานิ สมฺมาปธานิยงฺคภาเวน, กาเย จ ชีวิเต จ นิรเปกฺขภาเวน วีริยํ อารภนฺตสฺส ตถาปวตฺตวีริยวเสน ‘‘ตโจ เอกํ องฺค’’นฺติ วุตฺตํ. เอส นโย เสเสสุปิ. นวสุ ฐาเนสุ สมาธาตพฺพนฺติ ‘‘กาลวเสน ปญฺจสุ, อิริยาปถวเสน จตูสู’’ติ เอวํ นวสุ ฐาเนสุ วีริยํ สมาธาตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพํ.

โส ทุกฺขํ วิหรตีติ กุสีตปุคฺคโล นิยฺยานิกสาสเน วีริยารมฺภสฺส อกรเณน สามญฺญตฺถสฺส อนุปฺปตฺติยา ทุกฺขํ วิหรติ. สกํ วา อตฺถํ สทตฺถํ ก-การสฺส ท-การํ กตฺวา. กุสีตสฺส อตฺถปริหายนํ มูลโต ปฏฺฐาย ทสฺเสตุํ ‘‘ฉ ทฺวารานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิสชฺชาวเสน ปีฐมทฺทนโต ปีฐมทฺทโน, นิรสฺสนวจนํ ตสฺส, กสฺสจิปตฺถสฺส อธารณโต เกวลํ ปีฐภารภูโตติ อธิปฺปาโย. อญฺญตฺถ ปน ‘‘มขมทฺทโน’’ติ วุจฺจติ, ตตฺถ ทานมิจฺฉาย ปเรสํ มขํ ปสฺสนฺโตติ อตฺโถ. ลณฺฑปูรโกติ กุจฺฉิปูรํ ภุญฺชิตฺวา วจฺจกุฏิปูรโก.

‘‘อารทฺธวีริโย’’ติอาทีสุ ‘‘กุสีโต ปุคฺคโล’’ติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ, อาสีสาย วเสน โถมิโต. อารทฺธวีริเยติ ปคฺคหิตวีริเย. ปหิตตฺเตติ นิพฺพานํ ปติเปสิตจิตฺเต. เอเตน สาวกานํ สมฺมาปฏิปตฺตึ สตฺถุวนฺทนานิสํสญฺจ ทสฺเสสิ.

หีเนนาติ วฏฺฏนิสฺสิเตน ธมฺเมน. เตนาห ‘‘หีนาย สทฺธายา’’ติอาทิ. อคฺเคนาติ เสฏฺเฐน วิวฏฺฏนิสฺสิเตน ธมฺเมน, อีสกมฺปิ กตกาลุสิยวิคตฏฺเฐน มณฺฑฏฺเฐน จ ปสนฺนมฺปิ สุราทิ น ปาตพฺพํ. สาสนนฺติ ปริยตฺติปฏิปตฺติปฏิเวธลกฺขณํ สาสนํ. ปสนฺนํ วิคตโทสมลตฺตา ปสาทนิยตฺตา จ. ปาตพฺพญฺจ ปตฺเตน วิย สุเขน ปริภุญฺชิตพฺพโต ทุจฺจริตสพฺพกิเลสกสาวมลปงฺกโทสรหิตตฺตา จ.

มณฺฑภูตา โพธิปกฺขิยธมฺมเทสนาปิ เทสนามณฺโฑ. ตสฺส เอกสฺเสว ปน เทสนามณฺฑสฺส ปฏิคฺคาหกา สุปฺปฏิปนฺนา โทสรหิตา จตสฺโส ปริสา ปฏิคฺคหมณฺโฑ. มคฺคพฺรหฺมจริยํ ตคฺคติกตฺตา สกโลปิ โพธิปกฺขิยธมฺมราสิ พฺรหฺมจริยมณฺโฑ. เตนาห ‘‘กตโม เทสนามณฺโฑ’’ติอาทิ. ตตฺถ วิญฺญาตาโรติ สจฺจานํ อภิสเมตาวิโน. ตถา หิ อาทิโต ‘‘จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ อาจิกฺขณา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปุพฺพภาเค ‘‘อตฺถิ อยํ โลโก’’ติอาทินา อิธโลกปรโลกคตสมฺโมสวิคเมน ปวตฺโต อธิโมกฺโขว อธิโมกฺขมณฺโฑ. ฉฑฺเฑตฺวา สมุจฺเฉทวเสน วิชหิตฺวา. จตุภูมกสฺส สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิโมกฺขมณฺเฑน มณฺฑภูตํ อธิโมกฺขํ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘ปคฺคหมณฺโฑ วีริยินฺทฺริยํ โกสชฺชกสฏ’’นฺติอาทึ ปาฬิเสสํ สงฺคณฺหาติ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สาสเน, ‘‘มณฺฑสฺมิ’’นฺติ วา วจเน. การณวจนํ, เตน ‘‘สตฺถา สมฺมุขีภูโต’’ติ สมฺมุขภาวนาโยโค นิราสงฺกผลาวโหติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อสมฺมุขา’’ติอาทิ. ปมาณนฺติ อนุรูปํ เภสชฺชสฺส ปมาณํ. อุคฺคมนนฺติ เภสชฺชสฺส วมนํ วิเรจนํ, ตสฺส วา วเสน โทสธาตูนํ วมนํ วิเรจนํ. เอวเมวาติ ยถา เภสชฺชมณฺฑํ เวชฺชสมฺมุขา นิราสงฺกา ปิวนฺติ, เอวเมว ‘‘สตฺถา สมฺมุขีภูโต’’ติ นิราสงฺกา วีริยํ กตฺวา, มณฺฑเปยฺย สาสนํ ปิวถาติ โยชนา. อภิญฺญาสมาปตฺติปฏิลาเภน สานิสํสา. มคฺคผลาธิคมเนน สวฑฺฒิ. ปรตฺถนฺติ อตฺตโน ทิฏฺฐานุคติอาปตฺติยา, ตถา สมฺมาปฏิปชฺชนฺตานํ ปเรสํ อตฺถนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

ทุติยทสพลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อุปนิสสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ชานโต ปสฺสโตติ เอตฺถ ทสฺสนํ ปญฺญาจกฺขุนาว ทสฺสนํ อธิปฺเปตํ, น มํสจกฺขุนาติ อาห ‘‘เทฺวปิ ปทานิ เอกตฺถานี’’ติ. เอวํ สนฺเตปีติ ปททฺวยสฺส เอกตฺถตฺเตปิ ญาณลกฺขณญาณปฺปภาววิสยสฺสฺส ตถาทสฺสนภาวาวิโรธนาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ชานนลกฺขณญฺหิ ญาณ’’นฺติอาทิ. ญาณปฺปภาวนฺติ ญาณานุภาเวน ญาณกิจฺจวิสโยภาสนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ญาเณน วิวฏฺเฏ ธมฺเม ปสฺสตี’’ติ. ชานโต ปสฺสโตติ จ ชานนทสฺสนมุเขน ปุคฺคลาธิฏฺฐานา เทสนา ปวตฺตาติ อาห – ‘‘ญาณลกฺขณํ อุปาทายา’’ติอาทิ. ชานโตติ วา ปุพฺพภาคญาเณน ชานโต, อปรภาเคน ญาเณน ปสฺสโต. ชานโตติ วา วตฺวา น ชานนํ อนุสฺสวาการปริวิตกฺกมตฺตวเสน อิธาธิปฺเปตํ, อถ โข รูปานิ วิย จกฺขุวิญฺญาเณน รูปาทีนิ เตสญฺจ สมุทยาทิเก ปจฺจกฺเข กตฺวา ทสฺสนนฺติ วิภาเวตุํ ‘‘ปสฺสโต’’ติ วุตฺตนฺติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ.

อาสวานํ ขยนฺติ อาสวานํ อจฺจนฺตปฺปหานํ. โส ปน เตสํ อนุปฺปาทนิโรโธ สพฺเพน สพฺพํ อภาโว เอวาติ อาห ‘‘อสมุปฺปาโท ขีณากาโร นตฺถิภาโว’’ติ. อาสวกฺขยสทฺทสฺส ขีณาการาทีสุ อาคตฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาสวานํ ขยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุชุมคฺคานุสาริโนติ กิเลสวงฺกกายวงฺกาทีนํ ปหาเนน อุชุภูเต สวิปสฺสนาเหฏฺฐิมมคฺคธมฺเม อนุสฺสรนฺตสฺส. ยเทว หิสฺส ปริกฺขีณํ. ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ ‘‘ตโต อญฺญา อนนฺตรา’’ติ ขยสงฺขาเต อคฺคมคฺเค ตปฺปริยาปนฺนเมว ญาณํ ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ตทนนฺตรํ ปน อญฺญา อรหตฺตนฺติ. ยทิปิ คาถาย ‘‘ขยสฺมึ’’อิจฺเจว วุตฺตํ, สมุจฺเฉทวเสน ปน ‘‘อาสเว ขีเณ มคฺโค ขโย’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘มคฺโค อาสวกฺขโยติ วุตฺโต’’ติ. สมโณติ สมิตปาโป อธิปฺเปโต, โส ปน ขีณาสโว โหตีติ. ‘‘อาสวานํ ขยา’’ติ อิธ ผลํ, ปริยาเยน ปน อาสวกฺขโย มคฺโค, เตน ปตฺตพฺพโต ผลํ. เอเตเนว นิพฺพานสฺสปิ อาสวกฺขยภาโว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

ชานโต เอว ปสฺสโต เอวาติ เอวเมตฺถ นิยโม อิจฺฉิโต, น อญฺญถา วิเสสาภาวโต อนิฏฺฐาปนฺโนวาติ ตสฺส นิยมสฺส ผลํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน อชานโต โน อปสฺสโต’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โย ปน น ชานาติ, น ปสฺสติ, ตสฺส โน วทามีติ อตฺโถ’’ติ. อิมินา ขนฺธานํ ปริญฺญา อาสวกฺขยสฺส เอกนฺติกการณนฺติ ทสฺเสติ. เอเตนาติ ‘‘โน อชานโต, โน อปสฺสโต’’ติ เอเตน วจเนน. เต ปฏิกฺขิตฺตาติ เก ปน เตติ? ‘‘พาเล จ ปณฺฑิเต จ สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๒๒๘) อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๑๐๑, ๒๒๗) เอวมาทิวาทา. เตสุ เกจิ อภิชาติสงฺกนฺติมตฺเตน สํสารสุทฺธึ ปฏิชานนฺติ, อญฺเญ อิสฺสรปชาปติการณาทิวเสน. ตยิทํ สพฺพํ สํสาราทีหีติ เอตฺเถว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุริเมน ปททฺวเยนาติ ‘‘ชานโต ปสฺสโต’’ติ อิมินา ปททฺวเยน. อุปาโย วุตฺโต ‘‘อาสวกฺขยา’’ติ อธิการโต. อิมินาติ ‘‘โน อชานโต, โน อปสฺสโต’’ติ อิมินา ปททฺวเยน. อนุปาโย โหติ เอส อาสวานํ ขยสฺส, ยทิทํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อปริญฺญาติ ‘‘ชานโต ปสฺสโต’’ติ อิมินาว อนิยมวจเนน อนุปายปฏิเสโธปิ อตฺถโต โพธิโต โหตีติ. ตเมว หิ อตฺถโต โพธิตภาวํ วิภาเวตุํ เอวํ สํวณฺณนา กตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ทพฺพชาติโกติ ทพฺพรูโป. โส หิ ‘‘ทฺรโพฺย’’ติ วุจฺจติ ‘‘ทฺรพฺยํ วินสฺสติ นาทฺรพฺย’’นฺติอาทีสุ. ทพฺพชาติโก วา สารสภาโว, สารุปฺปสีลาจาโรติ อตฺโถ. ยถาห ‘‘น โข ทพฺพ ทพฺพา เอวํ นิพฺเพเฐนฺตี’’ติ (ปารา. ๓๘๔). วตฺตสีเส ฐตฺวาติ วตฺตํ อุตฺตมํ ธุรํ กตฺวา. โย หิ ปริสุทฺธาชีโว กาตุํ อชานนฺตานํ สพฺรหฺมจารีนํ อตฺตโน วา วสฺสวาตาทิปฏิพาหนตฺถํ ฉตฺตาทีนิ กโรติ, โส วตฺตสีเส ฐตฺวา กโรติ นาม. ปทฏฺฐานํ น โหตีติ น วตฺตพฺพํ นาถกรณธมฺมภาเวน มคฺคผลาธิคมสฺส อุปนิสฺสยภาวโต. วุตฺตญฺหิ ‘‘ยานิ ตานิ สพฺรหฺมจารีนํ อุจฺจาวจานิ กิจฺจกรณียานิ, ตตฺถ ทกฺโข โหตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๓.๓๔๕). เอวํ ชานโตติ เอวํ เวชฺชกมฺมาทีนํ ชานนเหตุ มิจฺฉาชีวปจฺจยา กามาสวาทโย อาสวา วฑฺฒนฺติเยว, น ปหียนฺติ. ‘‘เอวํ โข…เป… อาสวานํ ขโย โหตี’’ติ อิมาย ปาฬิยา อรหตฺตสฺเสว คหณํ ยุตฺตํ ผลคฺคหเณน เหตุโน อวุตฺตสิทฺธตฺตา. เตนาห ‘‘อาสวานํ ขยนฺเต ชาตตฺตา’’ติ.

อาคมนํ อาคโม, ตํ อาวหตีติ อาคมนียา, ปุพฺพภาคปฏิปทา. ขยสฺมินฺติ ภาเวนภาวลกฺขเณ ภุมฺมํ, ขเยติ ปน วิสเย. เตนาห ‘‘อาสวกฺขยสงฺขาเต’’ติ. อุปนิสีทติ ผลํ เอตฺถาติ การณํ อุปนิสา. อรหตฺตผลวิมุตฺติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสโต. สาติ วิมุตฺติ. อสฺสาติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส. มนสฺมึ วิวฏฺฏนิสฺสิเต ปน อนนฺตรูปนิสฺสยาปิ ปจฺจยา สมฺภวนฺตีติ ‘‘ลพฺภมานวเสน ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ.

วิรชฺชติ อเสสสงฺขารโต เอเตนาติ วิราโค, มคฺโค. นิพฺพินฺทติ เอตายาติ นิพฺพิทา, พลววิปสฺสนา. เตนาห ‘‘เอเตนา’’ติอาทิ. ปฏิสงฺขานุปสฺสนาปิ มุจฺจิตุกมฺยตาปกฺขิกา เอวาติ อธิปฺปาเยน ‘‘จตุนฺนํ ญาณานํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ยาว มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ตาว ตรุณวิปสฺสนา’’ติ หิ วจนโต อุปกฺกิเลสวิมุตฺตอุทยพฺพยญาณโต ปรํ พลววิปสฺสนา. รูปารูปธมฺมานํ วิเสสภูโต สามญฺญภูโต จ โย โย สภาโว ยถาสภาโว, ตสฺส ชานนํ ยถาสภาวชานนํ. ตเทว ทสฺสนํ. ปจฺจกฺขกรณตฺเถน ญาตปริญฺญา ตีรณปริญฺญา จ คหิตา โหติ. เตนาห ‘‘ตรุณวิปสฺสน’’นฺติอาทิ. สงฺขารปริจฺเฉเทญาณนฺติ นามรูปปริคฺคหญาณํ วทติ. กงฺขาวิตรณํ ปจฺจยปริคฺคโห ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติปิ วุจฺจติ. นยวิปสฺสนาทิกํ อนุปสฺสนาญาณํ สมฺมสนํ. มคฺคามคฺเคญาณนฺติ มคฺคามคฺคํ ววตฺถเปตฺวา ฐิตํ ญาณํ. โส หิ ปาทกชฺฌานสมาธิ ตรุณวิปสฺสนาย ปจฺจโย โหติ. ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาติ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕.; ๔.๙๙; ๕.๑๐๗๑) หิ วุตฺตํ.

ปุพฺพภาคสุขนฺติ อุปจารชฺฌานสหิตสุขํ. ทรถ ปฏิปฺปสฺสทฺธีติ กามจฺฉนฺทาทิกิเลสทรถสฺส ปฏิปสฺสมฺภนํ. ‘‘สุขํปาหํ, ภิกฺขเว, สอุปนิสํ วทามี’’ติ เอตฺถ อธิปฺเปตสุขํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺปนาปุพฺพภาคสฺส สุขสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๖๖;๓.๓๕๙; อ.นิ. ๑.๓.๙๖) วุตฺตอปฺปนาสุขสฺส ปสฺสทฺธิยา ปจฺจยตฺเต วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. สุขนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. พลวปีตีติ ผรณลกฺขณปฺปตฺตา ปีติ. ตาทิสา หิ วิตกฺกวิจารสุขสมาธีหิ ลทฺธปฺปจฺจยา นีวรณํ วิกฺขมฺภนฺตี ตํนิมิตฺตํ ทรถํ ปริฬาหํ ปฏิปสฺสมฺเภติ. เตนาห ‘‘สา หิ ทรถปฺปสฺสทฺธิยา ปจฺจโย โหตี’’ติ. ทุพฺพลปีตีติ ตรุณปีติ. เตนาห ‘‘สา หิ พลวปีติยา ปจฺจโย โหตี’’ติ. สทฺธาติ รตนตฺตยคุณานํ กมฺมผลสฺส จ สทฺทหนวเสน ปวตฺโต อธิโมกฺโข, สา ปน ยสฺมา อตฺตโน วิสเย ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชติ, น เอกวารเมว, ตสฺมา อาห ‘‘อปราปรํ อุปฺปชฺชนสทฺธา’’ติ. ยสฺมา สทฺทหนฺโต สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ ปมุทิโต โหติ, ตสฺมา อาห ‘‘สา หิ ทุพฺพลปีติยา ปจฺจโย โหตี’’ติ. ทุกฺขทุกฺขาทิเภทสฺส สพฺพสฺสปิ ทุกฺขสฺส วฏฺฏทุกฺขนฺโตคธตฺตา ตสฺส จ อิธาธิปฺเปตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ทุกฺขนฺติ วฏฺฏทุกฺข’’นฺติ. ชรามรณทุกฺขนฺติ เกจิ, โสกาทโย จาติ อปเร. ตทุภยสฺสปิ สงฺคณฺหนโต ปฐโม เอวตฺโถ ยุตฺโต. ยสฺมา ทุกฺขปฺปตฺโต กมฺมสฺส ผลานิ สทฺทหติ, รตนตฺตเย จ ปสาทํ อุปฺปาเทติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตญฺหิ อปราปรสทฺธาย ปจฺจโย โหตี’’ติ. ยสฺมา ‘‘อาจริยานํ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปวตฺติทุกฺข’’นฺติ จินฺตยโต ‘‘เอกนฺตโต อยํ ธมฺโม อิมสฺส ทุกฺขสฺส สมติกฺกมาย โหตี’’ติ สทฺธา อุปฺปชฺชติ. เตนาห ‘‘ธมฺมํ สุตฺวา ตถาคเต สทฺธํ ปฏิลภตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๙๑). สวิการาติ อุปฺปาทวิกาเรน สวิการา ขนฺธชาติ ชายนฏฺเฐน. ชาติยา ปน อสติ ตตฺถ ตตฺถ ภเว นตฺถิ ทุกฺขสฺส สมฺภโวติ อาห ‘‘สา หิ วฏฺฏทุกฺขสฺส ปจฺจโย’’ติ. กมฺมภโวติ กมฺมภวาทิโก ติวิโธปิ กมฺมภโว. โส หิ อุปปตฺติภวสฺส ปจฺจโย. เอวมาทึ สนฺธายาห ‘‘เอเตนุปาเยนา’’ติ. เสสปทานีติ อุปาทานาทิปทานิ. อนุโลมญาณํ สงฺขารุเปกฺขาปกฺขิกตฺตา นิพฺพานคฺคหเณน คหิตํ, โคตฺรภุญาณํ ปฐมมคฺคสฺส อาวชฺชนํ. โส หิ เตน วิปสฺสนาย กิญฺจิ กิญฺจิ วิเสสฏฺฐานํ กยิรตีติ ตํ อนามสิตฺวา นิพฺพิทูปนิโส วิราโคติ ‘‘วิราโค’’อิจฺเจว วุตฺตํ.

เกน อุทเกน วิทารยิตฺวา คตปเทโสติ กตฺวา กนฺทโร. นิตมฺโพติปิ อุทกสฺส. ยถา นินฺนํ อุทกํ ปวตฺตติ, ตถา นิวตฺตนภาเวน นทีกุญฺโฉติปิ วุจฺจติ. เหมนฺตคิมฺหอุตุวเสน อฏฺฐ มาเส ปวตฺโต ปถวีวิวโรติ กตฺวา ปทโร. ขุทฺทิกา อุทกวาหินิโย สาขา วิยาติ สาขา, ขุทฺทกา โสพฺภา กุสุพฺภา โอ-การสฺส อุ-การํ กตฺวา. เอวเมว โขติอาทิ ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว’’ติอาทินา อุปนีตาย อุปมาย อุปเมยฺเยน สํสนฺทนนฺติ, ตํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อวิชฺชา ปพฺพโตติ ทฏฺฐพฺพา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อวิชฺชา จ สนฺตานวเสน จิรํตนกาลปฺปวตฺตนโต ปจุรชเนหิ ทุปฺปชหนโต ‘‘ปพฺพโต’’ติ วุตฺตา. โลกตฺตยาภิพฺยาปนโต อภิสนฺทนโต จ อภิสงฺขารา เมฆสทิสา. อภิสงฺขารา เมโฆติ ทฏฺฐพฺพาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ตถา เสสปททฺวเยปิ. วิญฺญาณาทิวฏฺฏํ อนุปวตฺติโต ปรมฺปรปจฺจยโต จ กนฺทราทิสทิสา. วิมุตฺติ เอกรสตฺตา, หานิวุทฺธิอภาวโต จ สาครสทิสาติ อุปมาสํสนฺทนํ.

ตตฺถ ยสฺมา ปุริมสิทฺธาย อวิชฺชาย สติ อภิสงฺขารา, นาสติ, ตสฺมา เต อุปริปพฺพเต ปวตฺตา วิย โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อวิชฺชา…เป… วสฺสนํ เวทิตพฺพ’’นฺติ. อสฺสุตวา หีติอาทิ วุตฺตสฺเสว อตฺถสฺส สมตฺถนํ. ตณฺหาย อภิลาสํ กตฺวาติ เอเตน สพฺพสฺสปิ อภิสงฺขารวุฏฺฐิเตมนตฺถํ ทีเปติ. ตณฺหา หิ ‘‘เสฺนโห’’ติ วุตฺตา. อนฺติมภวิกสฺส อนฺตภวนิพฺพตฺตโก อภิสงฺขาโร นิพฺพานํ น ปตฺโต, ตทนฺตสฺส ภาคสฺส นิพฺพานํ อาหจฺจ ฐิโต วิย โหตีติ ‘‘มหาสมุทฺทํ อาหจฺจ ฐิตกาโล วิยา’’ติ อุปมานิทสฺสนํ กตํ. วิญฺญาณาทิวฏฺฏํ ปูเรตฺวาปิ อิมินาปิ หิ อนฺติมภวิกสฺเสว วิญฺญาณปฺปวตฺติ ทสฺสิตา. สา หิ ปูริตาติ วตฺตพฺพา ตโต ปรํ วิญฺญาณาทิวฏฺฏสฺเสว อภาวโต. ชาตสฺส ปุคฺคลสฺส ชาติปจฺจยวฏฺฏทุกฺขเวทนาย ธมฺมสฺสวนํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตํ ปน ยทิปิ อิมสฺมึ สุตฺเต น อาคตํ, สุตฺตนฺตเรสุ ปน อาคตเมวาติ ตโต อาหริตฺวา ตํ วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พุทฺธวจนํ ปนา’’ติอาทิมาห. ตยิทํ สาวกโพธิสตฺตานํ วเสนายํ เทสนาติ กตฺวา วุตฺตํ. อิตเรสํ ปน วเสน วุจฺจมานํ สุตฺตนฺตรคฺคหณตฺถํ ปโยชนํ นตฺถีติ ‘‘ยา หี’’ติอาทิมาห. ปาฬิยา วเสน คหิตเมวาติ สงฺเขปโต วุตฺตอตฺถสฺส วิตฺถารโต ทสฺสนํ. นิพฺพตฺตีติ นิพฺพตฺตมานา ขนฺธา คหิตาติ อาห ‘‘สวิการา’’ติ. อนิจฺจตาลกฺขณาทิทีปนโต ลกฺขณาหฏํ. กมฺมากมฺมนฺติ วินิจฺฉยํ. นิชฺชฏนฺติ นิคฺคุมฺพํ, สุทฺธนฺติ อตฺโถ. ปถวีกสิณาทีสุ กมฺมํ อารภตีติอาทิ ปาฬิยํ สมถปุพฺพงฺคมา วิปสฺสนา ทสฺสิตาติ กตฺวา วุตฺตํ. เอวญฺหิ ปาโมชฺชาทิทสฺสนํ สมฺภวตีติ. เทวสฺสาติ เมฆสฺส. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘ขีณาสวสฺส…เป… ฐิตกาโล เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, นนุ ปุพฺเพ เทวฏฺฐานิโย อภิสงฺขาโร วุตฺโต, น อภิสงฺขาโร ขีณาสโวติ? นายํ โทโส, การณูปจาเรน ผลสฺส วุตฺตตฺตา. อภิสงฺขารมูลโก หิ ขนฺธสนฺตาโน ขนฺธสนฺตาเน จ อุจฺฉินฺนสํโยเค ขีณาสวสมญฺญาติ.

อุปนิสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อญฺญติตฺถิยสุตฺตวณฺณนา

๒๔. โสติ สาริปุตฺตตฺเถโร. ยทิ น ตาว ปวิฏฺโฐ, กสฺมา ‘‘ปาวิสี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปวิสิสฺสามี’’ติอาทิ. เตน อวสฺสมฺภาวินิ ภูเต วิย อุปจาโร โหตีติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘ยถา กิ’’นฺติอาทิมาห. อติปฺปโคเยว นิกฺขนฺตทิวโสติ ปกติยา ภิกฺขาจรณเวลาย อติวิย ปาโต เอว วิหารโต นิกฺขนฺตทิวสภาโค. เอตทโหสีติ เอตํ ‘‘อติปฺปโค โข’’ติอาทิกํ จินฺตนํ อโหสิ. ทกฺขิณทฺวารสฺสาติ ราชคหนคเร ทกฺขิณทฺวารสฺส เวฬุวนสฺส จ อนฺตรา อโหสิ, ตสฺมา ‘‘เตนุปสงฺกมิสฺส’’นฺติ จินฺตนา อโหสีติ อธิปฺปาโย. กึ วาทีติ จตูสุ วาเทสุ กตรํ วาทํ วทสิ. กิมกฺขายีติ ตสฺเสว เววจนํ. กึ วทตีติ ปน จตฺตาโร วาเท สามญฺญโต คเหตฺวา นปุํสกลิงฺเคน วทติ ยถา กึ เต ชาตลิงฺคํ. สพฺพนามเญฺหตํ, ยทิทํ นปุํสกลิงฺคํ. วทติ เอเตนาติ วาโท, ทสฺสนํ. ตํ สนฺธายาห ‘‘กึ เอตฺถ…เป… ทสฺสนนฺติ ปุจฺฉนฺตี’’ติ. ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ วิย ธมฺม-สทฺโท เหตุอตฺโถติ อาห ‘‘ยํ วุตฺตํ การณํ, ตสฺส อนุการณ’’นฺติ. วาทสฺส วจนสฺส อนุปฺปตฺติ วาทปฺปวตฺติ.

อิทํ วจนนฺติ ‘‘เอกมิทาห’’นฺติอาทิวจนํ. สาติ ‘‘เอเก สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา’’ติ เอวํ ปวตฺตกถา. อจฺฉรํ องฺคุลิโผฏนํ อรหตีติ อจฺฉริยํ. อพฺภุตนฺติ นิรุตฺตินเยน ปทสิทฺธิ ทฏฺฐพฺพา. สพฺพวาทานนฺติ สพฺเพสํ จตุพฺพิธวาทานํ. ปฐโม เหตฺถ สสฺสตวาโท, ทุติโย อุจฺเฉทวาโท, ตติโย เอกจฺจสสฺสตวาโท, จตุตฺโถ อธิจฺจสมุปฺปนฺนวาโท, เตสํ สพฺเพสํ ปฏิกฺเขปโต ปฏิกฺเขปการณํ วุตฺตํ. ปฏิจฺจสมุปฺปาทกิตฺตนํ วา ปจุรชนญาณสฺส อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐตาย คมฺภีรญฺเจว, ตถา อวภาสนโต เจตสิ อุปฏฺฐานโต คมฺภีราวภาสญฺจ กโรนฺโต. ตเทว ปทนฺติ ผสฺสปทํเยว อาทิภูตํ คเหตฺวา.

อญฺญติตฺถิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ภูมิชสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ปุริมสุตฺเตติ อนนฺตเร ปุริเม สุตฺเต. วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ ปทตฺเถ ตโต วิสิฏฺฐํ อนิทฺทิสิตฺวา อิตรํ อตฺถโต วิภาเวตุํ ‘‘อยํ ปน วิเสโส’’ติอาทิมาห. น เกวลํ ผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ, อถ โข ผสฺสสฺส สหการีการณภูตอญฺญปจฺจยา จ อุปฺปชฺชตีติ. กาเยนาติ โจปนกาเยน, กายวิญฺญตฺติยาติ อตฺโถ. สา หิ กามํ ปฏฺฐาเน อาคเตสุ จตุวีสติยา ปจฺจเยสุ เกนจิ ปจฺจเยน เจตนาย ปจฺจโย น โหติ. ยสฺมา ปน กาเย สติ เอว กายกมฺมํ นาม โหติ, นาสติ, ตสฺมา สา ตสฺสา สามคฺคิยภาเวน อิจฺฉิตพฺพาติ วุตฺตํ ‘‘กาเยนปิ กริยมานํ กรียตี’’ติ. เตนาห ภควา ‘‘กาเย วา, หานนฺท, สติ กายสญฺเจตนาเหตุ อุปฺปชฺชติ อชฺฌตฺตํ สุขํ ทุกฺข’’นฺติ. วาจายปีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. มนสาติ ปาตุภูเตน มนสา, น มนมตฺเตนาติ. อตฺตนา ปเรหิ อนุสฺสาหิเตน. ปเรนาติ ปเรน อนุสฺสาเหน. สมฺปชาเนนาติ ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตวเสน ปชานนฺเตน. อสมฺปชาเนนาติ ตถา น สมฺปชานนฺเตน. ตสฺสาติ สุขทุกฺขสฺส. กายสญฺเจตนาเหตูติ กายกมฺมนิมิตฺตํ, กายิกสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตาติ อตฺโถ. เอส นโย เสสสญฺเจตนาสุปิ. อุทฺธจฺจสหคตเจตนา ปวตฺติยํ วิปากํ เทติเยวาติ ‘‘วีสติ เจตนา ลพฺภนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตถา วจีทฺวาเรติ เอตฺถ ‘‘กามาวจรกุสลากุสลวเสน วีสติ เจตนา ลพฺภนฺตี’’ติ อิทํ ตถา-สทฺเทน อุปสํหรติ. รูปารูปเจตนาหีติ รูปาวจรารูปาวจรกุสลเจตนาหิ. ตปฺปจฺจยํ ยถารหนฺติ อธิปฺปาโย. ตาปิ เจตนาติ ยถาวุตฺตา เอกูนวีสติ เจตนา อวิชฺชาปจฺจยา โหนฺติ กุสลานมฺปิ ปเคว อิตราธิฏฺฐหิตาวิชฺชสฺเสว อุปฺปชฺชนโต, อญฺญถา อนุปฺปชฺชนโต. ยถาวุตฺตเจตนาเภทนฺติ ยถาวุตฺตํ กายเจตนาทิวิภาคํ. ปเรหิ อนุสฺสาหิโต สรเสเนว ปวตฺตมาโน. ปเรหิ การิยมาโนติ ปเรหิ อุสฺสาหิโต หุตฺวา กยิรมาโน. ชานนฺโตปีติ อนุสฺสวาทิวเสน ชานนฺโตปิ. กมฺมเมว ชานนฺโตติ ตทา อตฺตนา กริยมานกมฺมเมว ชานนฺโต.

จตูสูติ ‘‘สามํ วา ปเร วา สมฺปชาโน วา อสมฺปชาโน วา’’ติ เอวํ วุตฺเตสุ จตูสุ ฐาเนสุ. ยถาวุตฺเต เอกูนวีสติเจตนาธมฺเม อสงฺขาริกสสงฺขาริกภาเวน สมฺปชานกตาสมฺปชานกตภาเวน จตุคุเณ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ฉสตฺตติ เทฺวสตา เจตนาธมฺมา’’ติ. เยสํ สหชาตโกฏิ ลพฺภติ, เตสมฺปิ อุปนิสฺสยโกฏิ ลพฺภเตวาติ ‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา อนุปติตา’’ติอิจฺเจว วุตฺตา. เตติ ยถาวุตฺตา สพฺเพปิ ธมฺมา. โส กาโย น โหตีติ เอตฺถ ปสาทกาโยปิ คเหตพฺโพ. เตนาห ‘‘ยสฺมึ กาเย สตี’’ติอาทิ. โส กาโย น โหตีติ โส กาโย ปจฺจยนิโรเธน น โหติ. วาจาติ สทฺทวาจา. มโนติ ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณํ. อิทานิ กมฺมวเสเนว โยเชตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอเสว นโย ‘‘วาจาปิ ทฺวารภูตา มโนปิ ทฺวารภูโต’’ติ. ขีณาสวสฺส กถํ กาโย น โหติ, น ตสฺส กายกมฺมาธิฏฺฐานนฺติ อธิปฺปาโย. อวิปากตฺตาติ อวิปากธมฺมตฺตาติ อตฺโถ. กาโย น โหตีติ วุตฺตํ อกมฺมกรณภาวโต.

ตนฺติ กมฺมํ. เขตฺตํ น โหตีติ ตสฺส ทุกฺขสฺส อวิรุหนฏฺฐานตฺตา. วิรุหนฏฺฐานาทโย พฺยติเรกวเสน วุตฺตา. เตนาห ‘‘น โหตี’’ติ. การณฏฺเฐนาติ อาธารภูตการณภาเวน. สญฺเจตนามูลกนฺติ สญฺเจตนานิมิตฺตํ. วิรุหนาทีนํ อตฺถานนฺติ ‘‘วิรุหนฏฺเฐนา’’ติอาทินา วุตฺตานํ อตฺถานํ. อิมินา วิรุหนาทิภาเวน เวทนา ‘‘สุขทุกฺขเวทนา’’ติ กถิตา, นยิธ เชฏฺฐลกฺขณํ สุขทุกฺขํ นิปฺปโยชกสฺส สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ อธิปฺเปตตฺตา. อุเปกฺขาเวทนาเปตฺถ สุขสณฺหสภาววิปากภูตา เวทนาว.

ภูมิชสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อุปวาณสุตฺตวณฺณนา

๒๖. วฏฺฏทุกฺขเมว กถิตํ อิตรทุกฺขสฺสปิ วิปากสฺส สงฺคณฺหนโต.

อุปวาณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ปจฺจยสุตฺตวณฺณนา

๒๗. ปฏิปาฏิยาติ ปฏิปาฏิยา ฐปเนน. จตุสจฺจโยชนํ ทสฺเสตุํ ปริโยสาน…เป… อาทิ วุตฺตํ. ทุกฺขสจฺจวเสนาติ ปริญฺเญยฺยภาววเสน. ชรามรณาปเทเสน หิ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา วุตฺตา, เต จสฺส อตฺตโน ผลสฺส ปจฺจยา น โหนฺติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปจฺจยํ ชานาตี’’ติ. วิเนยฺยชฺฌาสยวเสน เหตฺถ เทสนา ปวตฺตา. สมฺปนฺโนติ สมนฺนาคโต. อาคโตติ อุปคโต, อธิคโตติ อตฺโถ. ปสฺสตีติ ปจฺจเวกฺขณญาเณน ปจฺจกฺขโต ปสฺสติ, มคฺคปญฺญาย เอวํ อสมฺโมหปฏิเวธวเสน ปสฺสติ. มคฺคญาเณเนว, น ผลญาเณน. ธมฺมโสตํ สมาปนฺโนติ อริยธมฺมโสตํ สมฺมเทว อาปนฺโน ปตฺโต. อนเย นอิริยนโต, อเย จ อิริยนโต, สเทวเกน จ โลเกน ‘‘สรณ’’นฺติ อกรณียโต อริยปกฺขํ ภชนฺโต ปุถุชฺชนภูมึ อติกฺกนฺโต. นิพฺเพธิกปญฺญายาติ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ นิพฺพิชฺฌนกปญฺญาย. อาหจฺจ ติฏฺฐติ มคฺคกฺขเณ, ผลกฺขเณ ปน อาหจฺจ ฐิโต นาม.

ปจฺจยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา

๒๘. อุตฺตานเมว สพฺพโสว สตฺตเม อาคตนยตฺตา, วิเนยฺยชฺฌาสยวเสน หิ อิทํ สุตฺตํ สตฺถารา อญฺญสฺมึ อาสเน เทสิตํ, ปริสาย วิวฏฺเฏน สาตฺถิกาติ สตฺถุ เทสนา อาคตาติ อยํ ปฏิคฺคาหกาธีนา โหตีติ ธมฺมคารเวน สงฺคหํ อาโรเปนฺติเยว.

ภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา

๒๙. อกฺขรภาณกานนฺติ อกฺขรรุจีนํ. อุปสคฺเคน ปทวฑฺฒนมฺปิ รุจฺจนฺติ. เตนาห ‘‘เต หี’’ติอาทิ.

สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา

๓๐. ทฺวีสุ สุตฺเตสูติ นวมทสมสุตฺเตสุ.

ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทสพลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.