๓. อุปนิสสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ชานโต ปสฺสโตติ เอตฺถ ทสฺสนํ ปญฺญาจกฺขุนาว ทสฺสนํ อธิปฺเปตํ, น มํสจกฺขุนาติ อาห ‘‘เทฺวปิ ปทานิ เอกตฺถานี’’ติ. เอวํ สนฺเตปีติ ปททฺวยสฺส เอกตฺถตฺเตปิ ญาณลกฺขณญาณปฺปภาววิสยสฺสฺส ตถาทสฺสนภาวาวิโรธนาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ชานนลกฺขณญฺหิ ญาณ’’นฺติอาทิ. ญาณปฺปภาวนฺติ ญาณานุภาเวน ญาณกิจฺจวิสโยภาสนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ญาเณน วิวฏฺเฏ ธมฺเม ปสฺสตี’’ติ. ชานโต ปสฺสโตติ จ ชานนทสฺสนมุเขน ปุคฺคลาธิฏฺฐานา เทสนา ปวตฺตาติ อาห – ‘‘ญาณลกฺขณํ อุปาทายา’’ติอาทิ. ชานโตติ วา ปุพฺพภาคญาเณน ชานโต, อปรภาเคน ญาเณน ปสฺสโต. ชานโตติ วา วตฺวา น ชานนํ อนุสฺสวาการปริวิตกฺกมตฺตวเสน อิธาธิปฺเปตํ, อถ โข รูปานิ วิย จกฺขุวิญฺญาเณน รูปาทีนิ เตสญฺจ สมุทยาทิเก ปจฺจกฺเข กตฺวา ทสฺสนนฺติ วิภาเวตุํ ‘‘ปสฺสโต’’ติ วุตฺตนฺติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ.

อาสวานํ ขยนฺติ อาสวานํ อจฺจนฺตปฺปหานํ. โส ปน เตสํ อนุปฺปาทนิโรโธ สพฺเพน สพฺพํ อภาโว เอวาติ อาห ‘‘อสมุปฺปาโท ขีณากาโร นตฺถิภาโว’’ติ. อาสวกฺขยสทฺทสฺส ขีณาการาทีสุ อาคตฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาสวานํ ขยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุชุมคฺคานุสาริโนติ กิเลสวงฺกกายวงฺกาทีนํ ปหาเนน อุชุภูเต สวิปสฺสนาเหฏฺฐิมมคฺคธมฺเม อนุสฺสรนฺตสฺส. ยเทว หิสฺส ปริกฺขีณํ. ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ ‘‘ตโต อญฺญา อนนฺตรา’’ติ ขยสงฺขาเต อคฺคมคฺเค ตปฺปริยาปนฺนเมว ญาณํ ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ตทนนฺตรํ ปน อญฺญา อรหตฺตนฺติ. ยทิปิ คาถาย ‘‘ขยสฺมึ’’อิจฺเจว วุตฺตํ, สมุจฺเฉทวเสน ปน ‘‘อาสเว ขีเณ มคฺโค ขโย’’ติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘มคฺโค อาสวกฺขโยติ วุตฺโต’’ติ. สมโณติ สมิตปาโป อธิปฺเปโต, โส ปน ขีณาสโว โหตีติ. ‘‘อาสวานํ ขยา’’ติ อิธ ผลํ, ปริยาเยน ปน อาสวกฺขโย มคฺโค, เตน ปตฺตพฺพโต ผลํ. เอเตเนว นิพฺพานสฺสปิ อาสวกฺขยภาโว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

ชานโต เอว ปสฺสโต เอวาติ เอวเมตฺถ นิยโม อิจฺฉิโต, น อญฺญถา วิเสสาภาวโต อนิฏฺฐาปนฺโนวาติ ตสฺส นิยมสฺส ผลํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน อชานโต โน อปสฺสโต’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โย ปน น ชานาติ, น ปสฺสติ, ตสฺส โน วทามีติ อตฺโถ’’ติ. อิมินา ขนฺธานํ ปริญฺญา อาสวกฺขยสฺส เอกนฺติกการณนฺติ ทสฺเสติ. เอเตนาติ ‘‘โน อชานโต, โน อปสฺสโต’’ติ เอเตน วจเนน. เต ปฏิกฺขิตฺตาติ เก ปน เตติ? ‘‘พาเล จ ปณฺฑิเต จ สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๒๒๘) อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘; ม. นิ. ๒.๑๐๑, ๒๒๗) เอวมาทิวาทา. เตสุ เกจิ อภิชาติสงฺกนฺติมตฺเตน สํสารสุทฺธึ ปฏิชานนฺติ, อญฺเญ อิสฺสรปชาปติการณาทิวเสน. ตยิทํ สพฺพํ สํสาราทีหีติ เอตฺเถว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุริเมน ปททฺวเยนาติ ‘‘ชานโต ปสฺสโต’’ติ อิมินา ปททฺวเยน. อุปาโย วุตฺโต ‘‘อาสวกฺขยา’’ติ อธิการโต. อิมินาติ ‘‘โน อชานโต, โน อปสฺสโต’’ติ อิมินา ปททฺวเยน. อนุปาโย โหติ เอส อาสวานํ ขยสฺส, ยทิทํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อปริญฺญาติ ‘‘ชานโต ปสฺสโต’’ติ อิมินาว อนิยมวจเนน อนุปายปฏิเสโธปิ อตฺถโต โพธิโต โหตีติ. ตเมว หิ อตฺถโต โพธิตภาวํ วิภาเวตุํ เอวํ สํวณฺณนา กตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ทพฺพชาติโกติ ทพฺพรูโป. โส หิ ‘‘ทฺรโพฺย’’ติ วุจฺจติ ‘‘ทฺรพฺยํ วินสฺสติ นาทฺรพฺย’’นฺติอาทีสุ. ทพฺพชาติโก วา สารสภาโว, สารุปฺปสีลาจาโรติ อตฺโถ. ยถาห ‘‘น โข ทพฺพ ทพฺพา เอวํ นิพฺเพเฐนฺตี’’ติ (ปารา. ๓๘๔). วตฺตสีเส ฐตฺวาติ วตฺตํ อุตฺตมํ ธุรํ กตฺวา. โย หิ ปริสุทฺธาชีโว กาตุํ อชานนฺตานํ สพฺรหฺมจารีนํ อตฺตโน วา วสฺสวาตาทิปฏิพาหนตฺถํ ฉตฺตาทีนิ กโรติ, โส วตฺตสีเส ฐตฺวา กโรติ นาม. ปทฏฺฐานํ น โหตีติ น วตฺตพฺพํ นาถกรณธมฺมภาเวน มคฺคผลาธิคมสฺส อุปนิสฺสยภาวโต. วุตฺตญฺหิ ‘‘ยานิ ตานิ สพฺรหฺมจารีนํ อุจฺจาวจานิ กิจฺจกรณียานิ, ตตฺถ ทกฺโข โหตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๓.๓๔๕). เอวํ ชานโตติ เอวํ เวชฺชกมฺมาทีนํ ชานนเหตุ มิจฺฉาชีวปจฺจยา กามาสวาทโย อาสวา วฑฺฒนฺติเยว, น ปหียนฺติ. ‘‘เอวํ โข…เป… อาสวานํ ขโย โหตี’’ติ อิมาย ปาฬิยา อรหตฺตสฺเสว คหณํ ยุตฺตํ ผลคฺคหเณน เหตุโน อวุตฺตสิทฺธตฺตา. เตนาห ‘‘อาสวานํ ขยนฺเต ชาตตฺตา’’ติ.

อาคมนํ อาคโม, ตํ อาวหตีติ อาคมนียา, ปุพฺพภาคปฏิปทา. ขยสฺมินฺติ ภาเวนภาวลกฺขเณ ภุมฺมํ, ขเยติ ปน วิสเย. เตนาห ‘‘อาสวกฺขยสงฺขาเต’’ติ. อุปนิสีทติ ผลํ เอตฺถาติ การณํ อุปนิสา. อรหตฺตผลวิมุตฺติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสโต. สาติ วิมุตฺติ. อสฺสาติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส. มนสฺมึ วิวฏฺฏนิสฺสิเต ปน อนนฺตรูปนิสฺสยาปิ ปจฺจยา สมฺภวนฺตีติ ‘‘ลพฺภมานวเสน ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ.

วิรชฺชติ อเสสสงฺขารโต เอเตนาติ วิราโค, มคฺโค. นิพฺพินฺทติ เอตายาติ นิพฺพิทา, พลววิปสฺสนา. เตนาห ‘‘เอเตนา’’ติอาทิ. ปฏิสงฺขานุปสฺสนาปิ มุจฺจิตุกมฺยตาปกฺขิกา เอวาติ อธิปฺปาเยน ‘‘จตุนฺนํ ญาณานํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ยาว มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ตาว ตรุณวิปสฺสนา’’ติ หิ วจนโต อุปกฺกิเลสวิมุตฺตอุทยพฺพยญาณโต ปรํ พลววิปสฺสนา. รูปารูปธมฺมานํ วิเสสภูโต สามญฺญภูโต จ โย โย สภาโว ยถาสภาโว, ตสฺส ชานนํ ยถาสภาวชานนํ. ตเทว ทสฺสนํ. ปจฺจกฺขกรณตฺเถน ญาตปริญฺญา ตีรณปริญฺญา จ คหิตา โหติ. เตนาห ‘‘ตรุณวิปสฺสน’’นฺติอาทิ. สงฺขารปริจฺเฉเทญาณนฺติ นามรูปปริคฺคหญาณํ วทติ. กงฺขาวิตรณํ ปจฺจยปริคฺคโห ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติปิ วุจฺจติ. นยวิปสฺสนาทิกํ อนุปสฺสนาญาณํ สมฺมสนํ. มคฺคามคฺเคญาณนฺติ มคฺคามคฺคํ ววตฺถเปตฺวา ฐิตํ ญาณํ. โส หิ ปาทกชฺฌานสมาธิ ตรุณวิปสฺสนาย ปจฺจโย โหติ. ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาติ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕.; ๔.๙๙; ๕.๑๐๗๑) หิ วุตฺตํ.

ปุพฺพภาคสุขนฺติ อุปจารชฺฌานสหิตสุขํ. ทรถ ปฏิปฺปสฺสทฺธีติ กามจฺฉนฺทาทิกิเลสทรถสฺส ปฏิปสฺสมฺภนํ. ‘‘สุขํปาหํ, ภิกฺขเว, สอุปนิสํ วทามี’’ติ เอตฺถ อธิปฺเปตสุขํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปฺปนาปุพฺพภาคสฺส สุขสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๖๖;๓.๓๕๙; อ.นิ. ๑.๓.๙๖) วุตฺตอปฺปนาสุขสฺส ปสฺสทฺธิยา ปจฺจยตฺเต วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. สุขนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. พลวปีตีติ ผรณลกฺขณปฺปตฺตา ปีติ. ตาทิสา หิ วิตกฺกวิจารสุขสมาธีหิ ลทฺธปฺปจฺจยา นีวรณํ วิกฺขมฺภนฺตี ตํนิมิตฺตํ ทรถํ ปริฬาหํ ปฏิปสฺสมฺเภติ. เตนาห ‘‘สา หิ ทรถปฺปสฺสทฺธิยา ปจฺจโย โหตี’’ติ. ทุพฺพลปีตีติ ตรุณปีติ. เตนาห ‘‘สา หิ พลวปีติยา ปจฺจโย โหตี’’ติ. สทฺธาติ รตนตฺตยคุณานํ กมฺมผลสฺส จ สทฺทหนวเสน ปวตฺโต อธิโมกฺโข, สา ปน ยสฺมา อตฺตโน วิสเย ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชติ, น เอกวารเมว, ตสฺมา อาห ‘‘อปราปรํ อุปฺปชฺชนสทฺธา’’ติ. ยสฺมา สทฺทหนฺโต สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ ปมุทิโต โหติ, ตสฺมา อาห ‘‘สา หิ ทุพฺพลปีติยา ปจฺจโย โหตี’’ติ. ทุกฺขทุกฺขาทิเภทสฺส สพฺพสฺสปิ ทุกฺขสฺส วฏฺฏทุกฺขนฺโตคธตฺตา ตสฺส จ อิธาธิปฺเปตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ทุกฺขนฺติ วฏฺฏทุกฺข’’นฺติ. ชรามรณทุกฺขนฺติ เกจิ, โสกาทโย จาติ อปเร. ตทุภยสฺสปิ สงฺคณฺหนโต ปฐโม เอวตฺโถ ยุตฺโต. ยสฺมา ทุกฺขปฺปตฺโต กมฺมสฺส ผลานิ สทฺทหติ, รตนตฺตเย จ ปสาทํ อุปฺปาเทติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตญฺหิ อปราปรสทฺธาย ปจฺจโย โหตี’’ติ. ยสฺมา ‘‘อาจริยานํ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปวตฺติทุกฺข’’นฺติ จินฺตยโต ‘‘เอกนฺตโต อยํ ธมฺโม อิมสฺส ทุกฺขสฺส สมติกฺกมาย โหตี’’ติ สทฺธา อุปฺปชฺชติ. เตนาห ‘‘ธมฺมํ สุตฺวา ตถาคเต สทฺธํ ปฏิลภตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๙๑). สวิการาติ อุปฺปาทวิกาเรน สวิการา ขนฺธชาติ ชายนฏฺเฐน. ชาติยา ปน อสติ ตตฺถ ตตฺถ ภเว นตฺถิ ทุกฺขสฺส สมฺภโวติ อาห ‘‘สา หิ วฏฺฏทุกฺขสฺส ปจฺจโย’’ติ. กมฺมภโวติ กมฺมภวาทิโก ติวิโธปิ กมฺมภโว. โส หิ อุปปตฺติภวสฺส ปจฺจโย. เอวมาทึ สนฺธายาห ‘‘เอเตนุปาเยนา’’ติ. เสสปทานีติ อุปาทานาทิปทานิ. อนุโลมญาณํ สงฺขารุเปกฺขาปกฺขิกตฺตา นิพฺพานคฺคหเณน คหิตํ, โคตฺรภุญาณํ ปฐมมคฺคสฺส อาวชฺชนํ. โส หิ เตน วิปสฺสนาย กิญฺจิ กิญฺจิ วิเสสฏฺฐานํ กยิรตีติ ตํ อนามสิตฺวา นิพฺพิทูปนิโส วิราโคติ ‘‘วิราโค’’อิจฺเจว วุตฺตํ.

เกน อุทเกน วิทารยิตฺวา คตปเทโสติ กตฺวา กนฺทโร. นิตมฺโพติปิ อุทกสฺส. ยถา นินฺนํ อุทกํ ปวตฺตติ, ตถา นิวตฺตนภาเวน นทีกุญฺโฉติปิ วุจฺจติ. เหมนฺตคิมฺหอุตุวเสน อฏฺฐ มาเส ปวตฺโต ปถวีวิวโรติ กตฺวา ปทโร. ขุทฺทิกา อุทกวาหินิโย สาขา วิยาติ สาขา, ขุทฺทกา โสพฺภา กุสุพฺภา โอ-การสฺส อุ-การํ กตฺวา. เอวเมว โขติอาทิ ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว’’ติอาทินา อุปนีตาย อุปมาย อุปเมยฺเยน สํสนฺทนนฺติ, ตํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อวิชฺชา ปพฺพโตติ ทฏฺฐพฺพา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อวิชฺชา จ สนฺตานวเสน จิรํตนกาลปฺปวตฺตนโต ปจุรชเนหิ ทุปฺปชหนโต ‘‘ปพฺพโต’’ติ วุตฺตา. โลกตฺตยาภิพฺยาปนโต อภิสนฺทนโต จ อภิสงฺขารา เมฆสทิสา. อภิสงฺขารา เมโฆติ ทฏฺฐพฺพาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ตถา เสสปททฺวเยปิ. วิญฺญาณาทิวฏฺฏํ อนุปวตฺติโต ปรมฺปรปจฺจยโต จ กนฺทราทิสทิสา. วิมุตฺติ เอกรสตฺตา, หานิวุทฺธิอภาวโต จ สาครสทิสาติ อุปมาสํสนฺทนํ.

ตตฺถ ยสฺมา ปุริมสิทฺธาย อวิชฺชาย สติ อภิสงฺขารา, นาสติ, ตสฺมา เต อุปริปพฺพเต ปวตฺตา วิย โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อวิชฺชา…เป… วสฺสนํ เวทิตพฺพ’’นฺติ. อสฺสุตวา หีติอาทิ วุตฺตสฺเสว อตฺถสฺส สมตฺถนํ. ตณฺหาย อภิลาสํ กตฺวาติ เอเตน สพฺพสฺสปิ อภิสงฺขารวุฏฺฐิเตมนตฺถํ ทีเปติ. ตณฺหา หิ ‘‘เสฺนโห’’ติ วุตฺตา. อนฺติมภวิกสฺส อนฺตภวนิพฺพตฺตโก อภิสงฺขาโร นิพฺพานํ น ปตฺโต, ตทนฺตสฺส ภาคสฺส นิพฺพานํ อาหจฺจ ฐิโต วิย โหตีติ ‘‘มหาสมุทฺทํ อาหจฺจ ฐิตกาโล วิยา’’ติ อุปมานิทสฺสนํ กตํ. วิญฺญาณาทิวฏฺฏํ ปูเรตฺวาปิ อิมินาปิ หิ อนฺติมภวิกสฺเสว วิญฺญาณปฺปวตฺติ ทสฺสิตา. สา หิ ปูริตาติ วตฺตพฺพา ตโต ปรํ วิญฺญาณาทิวฏฺฏสฺเสว อภาวโต. ชาตสฺส ปุคฺคลสฺส ชาติปจฺจยวฏฺฏทุกฺขเวทนาย ธมฺมสฺสวนํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตํ ปน ยทิปิ อิมสฺมึ สุตฺเต น อาคตํ, สุตฺตนฺตเรสุ ปน อาคตเมวาติ ตโต อาหริตฺวา ตํ วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พุทฺธวจนํ ปนา’’ติอาทิมาห. ตยิทํ สาวกโพธิสตฺตานํ วเสนายํ เทสนาติ กตฺวา วุตฺตํ. อิตเรสํ ปน วเสน วุจฺจมานํ สุตฺตนฺตรคฺคหณตฺถํ ปโยชนํ นตฺถีติ ‘‘ยา หี’’ติอาทิมาห. ปาฬิยา วเสน คหิตเมวาติ สงฺเขปโต วุตฺตอตฺถสฺส วิตฺถารโต ทสฺสนํ. นิพฺพตฺตีติ นิพฺพตฺตมานา ขนฺธา คหิตาติ อาห ‘‘สวิการา’’ติ. อนิจฺจตาลกฺขณาทิทีปนโต ลกฺขณาหฏํ. กมฺมากมฺมนฺติ วินิจฺฉยํ. นิชฺชฏนฺติ นิคฺคุมฺพํ, สุทฺธนฺติ อตฺโถ. ปถวีกสิณาทีสุ กมฺมํ อารภตีติอาทิ ปาฬิยํ สมถปุพฺพงฺคมา วิปสฺสนา ทสฺสิตาติ กตฺวา วุตฺตํ. เอวญฺหิ ปาโมชฺชาทิทสฺสนํ สมฺภวตีติ. เทวสฺสาติ เมฆสฺส. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘ขีณาสวสฺส…เป… ฐิตกาโล เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, นนุ ปุพฺเพ เทวฏฺฐานิโย อภิสงฺขาโร วุตฺโต, น อภิสงฺขาโร ขีณาสโวติ? นายํ โทโส, การณูปจาเรน ผลสฺส วุตฺตตฺตา. อภิสงฺขารมูลโก หิ ขนฺธสนฺตาโน ขนฺธสนฺตาเน จ อุจฺฉินฺนสํโยเค ขีณาสวสมญฺญาติ.

อุปนิสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.