๖. ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา

๑๖. นิพฺพินฺทนตฺถายาติ นิพฺพิทานุปสฺสนาปฏิลาภาย. สา หิ ชรามรณสีเสน วุตฺเตสุ สงฺขตธมฺเมสุ นิพฺพินฺทนากาเรน ปวตฺตติ. วิรชฺชนตฺถายาติ วิราคานุปสฺสนาปฏิลาภาย. สีลโต ปฏฺฐายาติ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสีลสมาทานโต ปฏฺฐาย. โสตาปตฺติยงฺเคหิ สมนฺนาคโต วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสีเล ปติฏฺฐิโต อุปาสโกปิ ปเคว จตุปาริสุทฺธิสีเล ปติฏฺฐิโต ภิกฺขุ สมฺมาปฏิปนฺโน นาม. เตนาห ‘‘ยาว อรหตฺตมคฺคา ปฏิปนฺโนติ เวทิตพฺโพ’’ติ. นิพฺพานธมฺมสฺสาติ นิพฺพานาวหสฺส อริยสฺส มคฺคสฺส. อนุรูปสภาวภูตนฺติ นิพฺพานาธิคมสฺส อนุจฺฉวิกสภาวภูตํ. นิพฺพิทาติ อิมินา วุฏฺฐานคามินิปริโยสานํ วิปสฺสนํ วทติ. วิราคา นิโรธาติ ปททฺวเยน อริยมคฺคํ, อิตเรน ผลํ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. เอเกน นเยนาติ ปฐเมน นเยน. ตตฺถ หิ ภควา เตน ภิกฺขุนา ธมฺมกถิกลกฺขณํ ปุจฺฉิโต ตํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. โย หิ วิปสฺสนํ มคฺคํ อนุปาทาวิมุตฺตึ ปาเปตฺวา กเถตุํ สกฺโกติ, โส เอกนฺตธมฺมกถิโก. เตนาห ‘‘ธมฺมกถิกสฺส ปุจฺฉา กถิตา’’ติ. ทฺวีหีติ ทุติยตติยนเยหิ. ตนฺติ ปุจฺฉํ. วิเสเสตฺวาติ วิสิฏฺฐํ กตฺวา. ยถาปุจฺฉิตมตฺตเมว อกเถตฺวา อปุจฺฉิตมฺปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตึ อนุปาทาย วิมุตฺติสงฺขาตํ วิเสสํ ปาเปตฺวา. ภควา หิ อปฺปํ ยาจิโต พหุํ เทนฺโต อุฬารปุริโส วิย ธมฺมกถิกลกฺขณํ ปุจฺฉิโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน ตญฺเจว ตโต จ อุตฺตรึ ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตึ อนุปาทาวิมุตฺตญฺจ วิสฺสชฺเชสิ. ตตฺถ ‘‘นิพฺพิทาย…เป… ธมฺมํ เทเสตี’’ติ อิมินา ธมฺมเทสนํ วาสนาภาคิยํ กตฺวา ทสฺเสสิ. ‘‘นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหตี’’ติ อิมินา นิพฺเพธภาคิยํ, ‘‘อนุปาทาวิมุตฺโต โหตี’’ติ อิมินา เทสนํ อเสกฺขภาคิยํ กตฺวา ทสฺเสสิ. เตนาห ‘‘เสกฺขาเสกฺขภูมิโย นิทฺทิฏฺฐา’’ติ.

ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.