๗. อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา

๑๗. ลิงฺเคน อเจลโกติ ปพฺพชิตลิงฺเคน อเจลโก. เตน อเจลกจรเณน อเจโล, น นิจฺเจลตามตฺเตนาติ ทสฺเสติ. นาเมนาติ โคตฺตนาเมน กสฺสโปติ. เทเสติ ปเวเทติ สํสยวิคมนํ เอเตนาติ เทโส, นิจฺฉยเหตูติ อาห ‘‘กิญฺจิเทว เทส’’นฺติอาทิ. โส หิ สํสยวิคมนํ กโรตีติ การณํ. โอกาสนฺติ อวสํสนฺทนปเทสํ. เตนาห ‘‘ขณํ กาล’’นฺติ. อนฺตรฆรํ อนฺโตนิเวสนํ. อนฺตเร ฆรานิ เอตสฺสาติ อนฺตรฆรํ, อนฺโตคาโม. ยทากงฺขสีติ ยํ อากงฺขสิ. อิติ ภควา สพฺพญฺญุปวารณาย ปวาเรติ. เตนาห ‘‘ยํ อิจฺฉสี’’ติ. ยทากงฺขสีติ ยํ อากงฺขสิ, กสฺสป, ติกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปนฺโตปิ ปุจฺฉสิ, ยํ อากงฺขสิ, ตเมว ปุจฺฉาติ อตฺโถ.

‘‘ยาวตติยํ ปฏิกฺขิปี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ตติยมฺปิ โข’’ติอาทินา ปาเฐน ภวิตพฺพํ. โส ปน นยวเสน สํขิตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. เยน การเณน ภควา อเจลกสฺส ติกฺขตฺตุํ ยาจาเปตฺวา จสฺส ปญฺหํ กเถสิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทิมาห. คารวชนนตฺถํ ยาวตติยํ ปฏิกฺขิปิ ตญฺจ ธมฺมสฺส สุสฺสูสาย. ธมฺมครุกา หิ พุทฺธา ภควนฺโต. สตฺตานํ ญาณปริปากํ อาคมยมาโน ยาวตติยํ ยาจาเปตีติ วิภตฺติวิปริณามวเสน สาธารณโต ปทํ โยเชตฺวา ปุน ‘‘เอตฺตเกน กาเลนา’’ติ กสฺสปสฺส วเสน โยเชตพฺพํ.

มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. ภณีติ ปุนวจนวเสน กิริยาปทํ วทติ. มา เอวํ ภณิ, กเถสีติ อตฺโถ. ‘‘อิติ ภควา อโวจา’’ติ ปน สงฺคีติการวจนํ. สยํกตํ ทุกฺขนฺติ ปุริสสฺส อุปฺปชฺชมานทุกฺขํ, เตน กตํ นาม ตสฺส การณสฺส ปุพฺเพ เตเนว กมฺมสฺส อุปจิตตฺตาติ อยํ นโย อนวชฺโช. ทิฏฺฐิคติโก ปน ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ นิจฺจํ การกเวทกลกฺขณํ อตฺตานํ ปริกปฺเปตฺวา ตสฺส วเสน ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ปุจฺฉตีติ ภควา ‘‘มา เหว’’นฺติ อโวจ, เตนาห ‘‘สยํกตํ ทุกฺขนฺติ วตฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ยทิ พาหิรเกหิ ปริกปฺปิโต อตฺตา นาม โกจิ อตฺถิ, โส จ นิจฺโจ, ตสฺส นิพฺพิการตาย, ปุริมรูปาวิชหนโต กสฺสจิ วิเสสาธานสฺส กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อหิตโต นิวตฺตนตฺถํ, หิเต จ วตฺตนตฺถํ อุปเทโส จ นิปฺปโยชโน สิยา อตฺตวาทิโน. กถํ วา โส อุปเทโส ปวตฺตียติ? วิการาภาวโต. เอวญฺจ อตฺตโน อชฏากาสสฺส วิย ทานาทิกิริยา หึสาทิกิริยา จ น สมฺภวติ, ตถา สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ อนุภวนพนฺโธ เอว อตฺตวาทิโน น ยุชฺชติ กมฺมพนฺธาภาวโต. ชาติอาทีนญฺจ อสมฺภวโต กุโต วิโมกฺโข. อถ ปน ‘‘ธมฺมมตฺตํ ตสฺส อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จ. ยสฺส วเสนายํ กิริยาโวหาโร’’ติ วเทยฺย, เอวมฺปิ ปุริมรูปาวิชหเนน อวฏฺฐิตสฺส อตฺตโน ธมฺมมตฺตนฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ. เต วา ปนสฺส ธมฺมา อวตฺถาภูตา, ตโต อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา. ยทิ อญฺเญ, น ตาหิ ตสฺส อุปฺปนฺนาหิปิ โกจิ วิเสโส อตฺถิ. โย หิ กโรติ ปฏิสํเวเทติ จวติ อุปปชฺชติ จาติ อิจฺฉิตํ, ตสฺมา ตทตฺโถ เอว ยถาวุตฺตโทโส. กิญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถิกา สิยา. อถ อนญฺเญ, อุปฺปาทวินาสวนฺตีหิ อวตฺถาหิ อนญฺญสฺส อตฺตโน ตาสํ วิย อุปฺปาทวินาสสมฺภวโต กุโต นิจฺจตาวกาโส. ตาสมฺปิ วา อตฺตโน วิย นิจฺจตาปตฺตีติ พนฺธวิโมกฺขานํ อสมฺภโว เอวาติ น ยุชฺชเตวายํ อตฺตวาโท. เตนาห ‘‘อตฺตา นาม โกจิ ทุกฺขสฺส การโก นตฺถีติ ทีเปตี’’ติ. ปรโตติ ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติอาทิเก ปรสฺมึ ติวิเธปิ นเย. อธิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อธิจฺจ ยทิจฺฉาย กิญฺจิ การณํ กสฺสจิ วา ปุพฺพํ วินา สมุปฺปนฺนํ. เตนาห ‘‘อการเณน ยทิจฺฉาย อุปฺปนฺน’’นฺติ. กสฺมา เอวมาหาติ เอวํ วกฺขมาโนติ อธิปฺปาโย. อสฺสาติ อเจลสฺส. อยนฺติ ภควนฺตํ สนฺธาย วทติ. โสเธนฺโตติ สยํ วิสุทฺธํ กตฺวา ปุจฺฉิตมตฺถํ เอว อตฺตโน ปุจฺฉาย สุทฺธึ ทสฺเสนฺโต. ลทฺธิยา ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ มิจฺฉาคหณสฺส ปฏิเสธนตฺถาย.

โส กโรตีติ โส กมฺมํ กโรติ. โส ปฏิสํเวทยตีติ การกเวทกานํ อนญฺญตฺตทสฺสนปรํ เอตํ, น ปน กมฺมกิริยาผลานํ ปฏิสํเวทนานํ สมานกาลตาทสฺสนปรํ. อิตีติ นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต. โขติ อวธารเณ. ‘‘โส เอวา’’ติ ทสฺสิโต. อนิยตาเทสา หิ เอเต นิปาตา. อาทิโตติ ภุมฺมตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘อาทิมฺหิเยวา’’ติ. ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเคว ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวทยตี’’ติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสา ภวนฺติ. สญฺญาวิปลฺลาสโต หิ จิตฺตวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาสโต ทิฏฺฐิวิปลฺลาโส, เตนาห ‘‘เอวํ สติ ปจฺฉา สยํกตํ ทุกฺขนฺติ อยํ ลทฺธิ โหตี’’ติ. เอวํ สติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสานํ พฺรูหิโต มิจฺฉาภินิเวโส, ยทิทํ ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิ. ตสฺมา ปฏินิสฺสชฺเชตุํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตนฺติ ทสฺเสติ. เตนาห ภควา ‘‘สยํกตํ…เป… เอตํ ปเรตี’’ติ. วฏฺฏทุกฺขํ อธิปฺเปตํ อวิเสสโต อตฺถีติ จ วุตฺตตฺตา. สสฺสตํ สสฺสตคาหํ ทีเปติ ปเรสํ ปกาเสติ, ตถาภูโต จ สสฺสตํ ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหาตีติ. ตสฺสาติ ทิฏฺฐิคติกสฺส. ตํ ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตทสฺสนํ. เอตํ สสฺสตคฺคหณํ. ปเรติ อุเปติ. เตนาห ‘‘การกญฺจ…เป… อตฺโถ’’ติ. เอกเมว คณฺหนฺตนฺติ สติปิ วตฺถุเภเท อโยนิโส อุปฺปชฺชเนน เอกเมว กตฺวา คณฺหนฺตํ.

อิธ ‘‘อาทิมฺหิเยวา’’ติ ปเท. ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเควาติอาทินา เหตฺถ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยเญฺหตฺถ โยชนา – ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเคว อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวทยตีติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสา ภวนฺตีติ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. เอวํ สตีติ เอวํ มุทุเก อุจฺเฉทวิปลฺลาเส ปฐมุปฺปนฺเน สติ ปจฺฉา ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหตีติ สมฺพนฺโธ. การโกติ กมฺมสฺส การโก. เตน กตนฺติ กมฺมการเกน กตํ. กมฺมุนา หิ ผลสฺส โวหาโร อเภโทปจารกตฺตา. เอวนฺติ ทิฏฺฐิสหคตา เวทนา สาตสภาวา กิเลสปริฬาหาทินา สปริสฺสยา สอุปายาสา, เอวํ. ‘‘ปเคว อิตเร’’ติ วุตฺตเวทนาย อภิตุนฺนสฺส วิทฺธสฺส. ‘‘วุตฺตนเยน โยเชตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ตํ โยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิมาห. อุจฺเฉทนฺติ สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ, วิภวนฺติ อตฺโถ. อสโต หิ วินาสาสมฺภวโต อตฺถิภาวนิพนฺธโน อุจฺเฉโท. ยถา เหตุผลภาเวน ปวตฺตมานานํ สภาวธมฺมานํ สติปิ เอกสนฺตานปริยาปนฺนานํ ภินฺนสนฺตติปติเตหิ วิเสเส เหตุผลานํ ปรมตฺถโต อวินาภาวตฺตา ภินฺนสนฺตานปติตานํ วิย อจฺจนฺตเภทสนฺนิฏฺฐาเนน นานตฺตนยสฺส มิจฺฉาคหณํ อุจฺเฉทาภินิเวสสฺส การณํ. เอวํ เหตุผลภูตานํ ธมฺมานํ วิชฺชมาเนปิ สภาวเภเท เอกสนฺตติปริยาปนฺนตาย เอกตฺตนเยน อจฺจนฺตาเภทคหณมฺปิ การณเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ ปาฬิยํ. สนฺตานวเสน หิ วตฺตมาเนสุ ขนฺเธสุ ฆนวินิพฺโภคาภาเวน เอกตฺตคหณนิพนฺธโน สตฺตคฺคาโห, สตฺตสฺส จ อตฺถิภาวคฺคาหนิพนฺธโน อุจฺเฉทคฺคาโห, ยาวายํ อตฺตา น อุจฺฉิชฺชติ, ตาวายํ วิชฺชติเยวาติ คหณโต นิรุทยวินาโส อิธ อุจฺเฉโทติ อธิปฺเปโตติ ‘‘อุจฺเฉท’’นฺติ วุตฺตํ. วิเสเสน นาโส วินาโส, อภาโว. โส ปน มํสจกฺขุปญฺญาจกฺขูนํ ทสฺสนปถาติกฺกโมเยว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อทสฺสน’’นฺติ. อทสฺสเน หิ นาสสทฺโท โลเก นิรุโฬฺหติ. สภาววิคโม สภาวาปคโม วิภโว. โย หิ นิรุทยวินาเสน อุจฺฉิชฺชติ, น โส อตฺตโน สภาเวน ติฏฺฐติ.

เอเต เตติ วา เย อิเม ตยา ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ จ ปุฏฺเฐน มยา ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวทยตี’’ติอาทินา, ‘‘อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวทยตี’’ติอาทินา จ ปฏิกฺขิตฺตา สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาตา อนฺตา, เต อุโภ อนฺเตติ โยชนา. อถ วา เอเต เตติ ยตฺถ ปุถู อญฺญติตฺถิยา อนุปจิตญาณสมฺภารตาย ปรมคมฺภีรํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ อปฺปชานนฺตา สสฺสตุจฺเฉเท นิมุคฺคา สีสํ อุกฺขิปิตุํ น วิสหนฺติ, เอเต เต อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมาติ โยชนา. เทเสตีติ ปฐมํ ตาว อนญฺญสาธารเณ ปฏิปตฺติธมฺเม ญาณานุภาเวน มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต, กรุณานุภาเวน เทสนาธมฺเม มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต ธมฺมํ เทเสติ. เอตฺถ หีติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา การณโต…เป… นิทฺทิฏฺโฐ, ตสฺมา มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต ธมฺมํ เทเสตีติ โยชนา. การณโต ผลํ ทีปิตนฺติ โยชนา, อภิเธยฺยานุรูปญฺหิ ลิงฺควจนานิ โหนฺติ. อสฺสาติ ผลสฺส. น โกจิ การโก วา เวทโก วา นิทฺทิฏฺโฐ, อญฺญทตฺถุ ปฏิกฺขิตฺโต เหตุผลมตฺตตาทสฺสนโต เกวลํ ทุกฺขกฺขนฺธคหณโตติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘เอเต เต, กสฺสป…เป… ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’ติ เอตฺตเกน ตาว ปเทน. เสสปญฺหาติ ‘‘สยํกตญฺจ ปรํกตญฺจ ทุกฺข’’นฺติอาทิกา เสสา จตฺตาโร ปญฺหา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘กึ นุ โข, โภ โคตม, นตฺถิ ทุกฺข’’นฺติ ปโญฺห ปาฬิยํ สรูเปเนว ปฏิกฺขิตฺโตติ น อุทฺธโต. ปฏิเสธิตา โหนฺตีติ ตติยปโญฺห, ตาว ปฐมทุติยปญฺหปฏิกฺเขเปเนว ปฏิกฺขิตฺโต, โส หิ ปโญฺห วิสุํ วิสุํ ปฏิกฺเขเปน เอกชฺฌํ ปฏิกฺเขเปน จ. เตนาห ‘‘อุโภ…เป… ปฏิกฺขิตฺโต’’ติ. เอตฺถ จ ยสฺส อตฺตา การโก เวทโก วา อิจฺฉิโต, เตน วิปริณามธมฺโม อตฺตา อนุญฺญาโต โหติ. ตถา จ สติ อนุปุพฺพธมฺมปฺปวตฺติยา รูปาทิธมฺมานํ วิย, สุขาทิธมฺมานํ วิย จสฺส ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย อุปฺปาทวนฺตตา อาปชฺชติ. อุปฺปาเท จ สติ อวสฺสํภาวี นิโรโธติ อนวกาสา นิจฺจตาติ. ตสฺส ‘‘สยํกต’’นฺติ ปฐมปญฺหปฏิกฺเขโป ปจฺฉา เจ อตฺตโน นิรุฬฺหสฺส สมุทโย โหตีติ ปุพฺเพ วิย อเนน ภวิตพฺพํ, ปุพฺเพ วิย วา ปจฺฉาปิ. เสสปญฺหาติ ตติยปญฺหาทโย. ตติยปโญฺห ปฏิกฺขิตฺโตติ เอวญฺจ ตติยปโญฺห ปฏิกฺขิตฺโต เวทิตพฺโพ – ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา สตตํ สมิตํ ปจฺจยายตฺตสฺส ทีปเนน ทุกฺขสฺส อธิจฺจสมุปฺปนฺนตา ปฏิกฺขิตฺตา, ตโต เอว ตสฺส อชานนญฺจ ปฏิกฺขิตฺตํ. เตนาห ภควา ‘‘เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; สํ. นิ. ๒.๓๙-๔๐; มหาว. ๑; อุทา. ๑).

ยํ ปริวาสํ สมาทิยิตฺวา ปริวสตีติ โยชนา. วจนสิลิฏฺฐตาวเสนาติ ‘‘ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยํ อุปสมฺปท’’นฺติ ยาจนฺเตน เตน วุตฺตวจนสิลิฏฺฐตาวเสน. คามปฺปเวสนาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน นาติทิวาปฏิกฺกมนํ, นเวสิยาทิโคจรตา, สพฺรหฺมจารีนํ กิจฺเจสุ ทกฺขตาทิ, อุทฺเทสาทีสุ ติพฺพจฺฉนฺทตา, ติตฺถิยานํ อวณฺณภณเน อตฺตมนตา, พุทฺธาทีนํ อวณฺณภณเน อนตฺตมนตา, ติตฺถิยานํ วณฺณภณเน อนตฺตมนตา, พุทฺธาทีนํ วณฺณภณเน อตฺตมนตาติ (มหาว. ๘๗) อิเมสํ สงฺคโห. อฏฺฐ วตฺตานีติ อิมานิ อฏฺฐ ติตฺถิยวตฺตานิ ปูเรนฺเตน. เอตฺถ จ นาติกาเลน คามปฺปเวสนา ตตฺถ วิสุทฺธกายวจีสมาจาเรน ปิณฺฑาย จริตฺวา นาติทิวาปฏิกฺกมนนฺติ อิทเมกํ วตฺตํ.

อยเมตฺถ ปาโฐติ เอตสฺมึ กสฺสปสุตฺเต อยํ ปาโฐ. อญฺญตฺถาติ สีหนาทสุตฺตาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๐๒-๔๐๓). ฆํสิตฺวา โกฏฺเฏตฺวาติ ยถา สุวณฺณํ นิฆํสิตฺวา อธิกรณิยา โกฏฺเฏตฺวา นิทฺโทสเมว คยฺหติ, เอวํ ปริวาสวตฺตจรเณน ฆํสิตฺวา สุทฺธภาววีมํสเนน โกฏฺเฏตฺวา สุทฺโธ เอว อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิธ คยฺหติ. ติพฺพจฺฉนฺทตนฺติ สาสนํ อนุปวิสิตฺวา พฺรหฺมจริยวาเส ติพฺพจฺฉนฺทตํ ทฬฺหตราภิรุจิตํ. อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสีติ นามโคตฺเตน อปากฏํ เอกํ ภิกฺขุํ อาณาเปสิ เอหิภิกฺขุอุปสมฺปทาย อุปนิสฺสยาภาวโต. คเณ นิสีทิตฺวาติ ภิกฺขู อตฺตโน สนฺติเก ปตฺตาสนวเสน คเณ นิสีทิตฺวา.

อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.