๒. อาหารวคฺโค
๑. อาหารสุตฺตวณฺณนา
๑๑. อาหรนฺตีติ อาเนนฺติ อุปฺปาเทนฺติ, อุปตฺถมฺเภนฺตีติ อตฺโถ. นิพฺพตฺตาติ ปสุตา. ภูตา นาม ยสฺมา ตโต ปฏฺฐาย โลเก ชาตโวหาโร ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปน ปฏฺฐาย ยาว มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺโต, ตาว สมฺภเวสิโน, เอส ตาว คพฺภเสยฺยเกสุ ภูตสมฺภเวสิวิภาโค, อิตเรสุ ปน ปฐมจิตฺตาทิวเสน วุตฺโต. สมฺภว-สทฺโท เจตฺถ คพฺภเสยฺยกานํ วเสน ปสูติปริยาโย, อิตเรสํ วเสน อุปฺปตฺติปริยาโย. ปฐมจิตฺตปฐมอิริยาปถกฺขเณสุ หิ เต สมฺภวํ อุปฺปตฺตึ เอสนฺติ อุปคจฺฉนฺติ นาม, น ตาว ภูตา อุปปตฺติยา น สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา, ภูตา เอว สพฺพโส ภเวสนาย สมุจฺฉินฺนตฺตา. น ปุน ภวิสฺสนฺตีติ อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสติ. โย จ ‘‘กาลฆโส ภูโต’’ติอาทีสุ ภูต-สทฺทสฺส ขีณาสววาจิตา ทฏฺฐพฺพา. วา-สทฺโท เจตฺถ สมฺปิณฺฑนตฺโถ ‘‘อคฺคินา วา อุทเกน วา’’ติอาทีสุ วิย.
ยถาสกํ ปจฺจยภาเวน อตฺตภาวสฺส ปฐปนเมเวตฺถ อาหาเรหิ กาตพฺพอนุคฺคโห โหตีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘วจนเภโท…เป… เอโก เยวา’’ติ. สตฺตสฺส อุปฺปนฺนธมฺมานนฺติ สตฺตสฺส สนฺตาเน อุปฺปนฺนธมฺมานํ. ยถา ‘‘วสฺสสตํ ติฏฺฐตี’’ติ วุตฺเต อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺตตีติ วุตฺตํ โหติ, เอวํ ฐิติยาติ อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺติยาติ อตฺโถ, สา ปน อวิจฺเฉโทติ อาห ‘‘อวิจฺเฉทายา’’ติ. อนุปฺปพนฺธธมฺมุปฺปตฺติยา สตฺตสนฺตาโน อนุคฺคหิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทายา’’ติ. เอตานีติ ฐิติอนุคฺคหปทานิ. อุภยตฺถ ทฏฺฐพฺพานิ น ยถาสมฺพนฺธโต.
วตฺถุคตา โอชา วตฺถุ วิย เตน สทฺธึ อชฺโฌหริตพฺพตํ คจฺฉตีติ วุตฺตํ ‘‘อชฺโฌหริตพฺพโก อาหาโร’’ติ, นิพฺพตฺติตโอชํ ปน สนฺธาย ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรตี’’ติ วกฺขติ. โอฬาริกตา อปฺโปชตาย น วตฺถุโน ถูลตาย กถินตาย วา, ตสฺมา ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปริตฺตา โอชา โหติ, ตํ โอฬาริกํ. สปฺปาทโย ทุกฺขุปฺปาทกตาย โอฬาริกา เวทิตพฺพา. วิสาณาทีนํ ติวสฺสฉฑฺฑิตานํ ปูติภูตตฺตา มุทุกตาติ วทนฺติ. ตรจฺฉเขฬเตมิตตาย ปน ตถาภูตานํ เตสํ มุทุกตา. ธมฺมสภาโว เหส. สสานํ อาหาโร สุขุโม ตรุณติณสสฺสขาทนโต. สกุณานํ อาหาโร สุขุโม ติณพีชาทิขาทนโต. ปจฺจนฺตวาสีนํ อาหาโร สุขุโม มาสมุคฺคกุราทิโภชนตฺตา. เตสนฺติ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ. สุขุโมเตฺววาติ น กิญฺจิ อุปาทาย, อถ โข สุขุโมอิจฺเจว นิฏฺฐํ ปตฺโต ตโต ปรมสุขุมสฺส อภาวโต.
วตฺถุวเสน ปเนตฺถ อาหารสฺส โอฬาริกสุขุมตา วุตฺตา, สา จสฺส อปฺโปชมโหชตาหิ เวทิตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ปริสฺสยนฺติ ขุทาวเสน อุปฺปนฺนํ วิหึสํ สรีรทรถํ. วิโนเทตีติ วตฺถุ ตสฺส วิโนทนมตฺตํ กโรติ. น ปน สกฺโกติ ปาเลตุนฺติ สรีรํ ยาเปตุํ นปฺปโหติ นิโรชตฺตา. น สกฺโกติ ปริสฺสยํ วิโนเทตุํ อามาสยสฺส อปูรณโต.
ฉพฺพิโธปีติ อิมินา กสฺสจิ ผสฺสสฺส อนวเสสิตพฺพตมาห. เทสนกฺกเมเนเวตฺถ ผสฺสาทีนํ ทุติยาทิตา, น อญฺเญน การเณนาติ อาห ‘‘เทสนานโย เอว เจสา’’ติอาทิ. มนโส สญฺเจตนา น สตฺตสฺสาติ ทสฺสนตฺถํ มโนคหณํ ยถา ‘‘จิตฺตสฺส ฐิติ, เจโตวิมุตฺติ จา’’ติ อาห ‘‘มโนสญฺเจตนาติ เจตนาวา’’ติ. จิตฺตนฺติ ยํ กิญฺจิ จิตฺตเมว. เอกราสึ กตฺวาติ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วิภาคํ อกตฺวา, สามญฺเญน คหิตาติ อตฺโถ. ตตฺถ ลพฺภมานํ อุปาทิณฺณกาทิวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาหารตฺถํ น สาเธนฺตีติ ตาทิสสฺส อาหารสฺส อนาหรณโต. ตทาปีติ ภิชฺชิตฺวา วิคตกาเลปิ. อุปาทิณฺณกาหาโรติ วุจฺจนฺตีติ เกจิ. อิทํ ปน อาจริยานํ น รุจฺจติ ตทา อุปาทิณฺณกรูปสฺเสว อภาวโต. ปฏิสนฺธิจิตฺเตเนว สหชาตาติ ลกฺขณวจนเมตํ, สพฺพายปิ กมฺมชรูปปริยาปนฺนาย โอชาย อตฺถิภาวสฺส อวิจฺเฉทปฺปวตฺติสมฺภวทสฺสนตฺโถ. สตฺตมาติ อุปฺปนฺนทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว สตฺตมทิวสาปิ. รูปสนฺตตึ ปาเลติ ปเวณิฆฏนวเสน. อยเมวาติ กมฺมชโอชา. กมฺมชโอชํ ปน ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนโอชา อกมฺมชตฺตา อนุปาทิณฺณอาหาโรเตฺวว เวทิตพฺโพ. อนุปาทิณฺณกา ผสฺสาทโย เวทิตพฺพาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. โลกุตฺตรา ผสฺสาทโย กถนฺติ อาห ‘‘โลกุตฺตรา ปน รุฬฺหีวเสน กถิตา’’ติ. ยสฺมา เตสํ กุสลานํ อุเปตปริยาโย นตฺถิ, ตสฺมา วิปากานํ อุปาทิณฺณปริยาโย นตฺเถวาติ อนุปาทิณฺณปริยาโยปิ รุฬฺหีวเสน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
ปุพฺเพ ‘‘อาหาราติ ปจฺจยา’’ติ วุตฺตตฺตา ยทิ ปจฺจยฏฺโฐ อาหารฏฺโฐติอาทินา โจเทติ, อถ กสฺมา อิเม เอว จตฺตาโร วุตฺตาติ อถ กสฺมา จตฺตาโรว วุตฺตา. อิเม เอว จ วุตฺตาติ โยชนา. วิเสสปฺปจฺจยตฺตาติ เอเตน ยถา อญฺเญ ปจฺจยธมฺมา อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยาว โหนฺติ, อิเม ปน ตถา จ โหติ อญฺญถา จาติ สมาเนปิ ปจฺจยตฺเต อติเรกปจฺจยา โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘อาหาราติ วุตฺตา’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. อิทานิ ตํ อติเรกปจฺจยตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสสปจฺจโย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิเสสปฺปจฺจโย รูปกายสฺส กพฬีกาโร อาหาโร อุปถมฺภกภาวโต. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘รูปารูปานํ อุปถมฺภกตฺเตน อุปการกา จตฺตาโร อาหารา อาหารปจฺจโย’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๖๐๘; ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ปจฺจยุทฺเทสวณฺณนา). อุปถมฺภกตฺตญฺหิ สตีปิ ชนกตฺเต อรูปีนํ อาหารานํ อาหารชรูปสมุฏฺฐานกรูปาหารสฺส จ โหติ, อสติ ปน อุปถมฺภกตฺเต อาหารานํ ชนกตฺตํ นตฺถีติ อุปถมฺภกตฺตํ ปธานํ. ชนยมาโนปิ หิ อาหาโร อวิจฺเฉทวเสน อุปถมฺภยมาโน เอว ชเนตีติ อุปถมฺภกภาโว เอว อาหารภาโว. เวทนาย ผสฺโส วิเสสปจฺจโย. ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ วจนโต วิญฺญาณสฺส มโนสญฺเจตนา. ‘‘เจตนา ติวิธํ ภวํ ชเนตี’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ ปน วจนโต นามรูปสฺส วิญฺญาณํ วิเสสปจฺจโย. น หิ โอกฺกนฺตวิญฺญาณาภาเว นามรูปสฺส อตฺถิ สมฺภโว. ยถาห ‘‘วิญฺญาณญฺจ หิ, อานนฺท, มาตุกุจฺฉิสฺมึ น โอกฺกมิสฺสถ, อปิ นุ โข นามรูปํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ สมุจฺจิสฺสถา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๑๕). วุตฺตเมวตฺถํ สุตฺเตน สาเธตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เอวํ ยทิปิ ปจฺจยตฺโถ อาหารตฺโถ, วิเสสปจฺจยตฺตา ปน อิเมว อาหาราติ วุตฺตาติ ตํ เนสํ วิเสสปจฺจยตํ อวิภาคโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘โก ปเนตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. มุเข ฐปิตมตฺโต เอว อสงฺขาทิโต, ตตฺตเกนาปิ อพฺภนฺตรสฺส อาหารสฺส ปจฺจโย โหติ เอว. เตนาห ‘‘อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. สุขเวทนาย หิโต สุขเวทนีโย. สพฺพถาปีติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิวเสน. ยตฺตกา ผสฺสสฺส ปการเภทา, เตสํ วเสน สพฺพปฺปกาโรปิ ผสฺสาหาโร ยถารหํ ติสฺโส เวทนา อาหรติ, อนาหารโก นตฺถิ.
สพฺพถาปีติ อิธาปิ ผสฺสาหาเร วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ติสนฺตติวเสนาติ กายทสกํ ภาวทสกํ วตฺถุทสกนฺติ ติวิธสนฺตติวเสน. สหชาตาทิปจฺจยนเยนาติ สหชาตาทิปจฺจยวิธินา. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณญฺหิ อตฺตนา สหชาตนามสฺส สหชาตอญฺญมญฺญวิปากินฺทฺริยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหนฺโตเยว อาหารปจฺจยตาย ตํ อาหาเรติ วุตฺตํ, สหชาตรูเปสุ ปน วตฺถุโน สมฺปยุตฺตปจฺจยํ ฐเปตฺวา วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน, เสสรูปานํ อญฺญมญฺญปจฺจยญฺจ ฐเปตฺวา อิตเรสํ ปจฺจยานํ วเสน โยชนา กาตพฺพา. ตานีติ นปุํสกนิทฺเทโส อนปุํสกานมฺปิ นปุํสเกหิ สห วจนโต. สาสวกุสลากุสลเจตนาว วุตฺตา วิเสสปจฺจยภาวทสฺสนํ เหตนฺติ, เตนาห ‘‘อวิเสเสน ปนา’’ติอาทิ. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณเมว วุตฺตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ยถา ตสฺส ตสฺส ผลสฺส วิเสสโต ปจฺจยตาย เอเตสํ อาหารตฺโถ, เอวํ อวิเสสโตปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิเสเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตํสมฺปยุตฺตตํสมุฏฺฐานธมฺมานนฺติ เตหิ ผสฺสาทีหิ สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺเจว ตํสมุฏฺฐานรูปธมฺมานญฺจ. ตตฺถ สมฺปยุตฺตคฺคหณํ ยถารหโต ทฏฺฐพฺพํ, สมุฏฺฐานคฺคหณํ ปน อวิเสสโต.
อุปตฺถมฺเภนฺโต อาหารกิจฺจํ สาเธตีติ อุปตฺถมฺเภนฺโต เอว รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, โอชฏฺฐมกสมุฏฺฐาปเนเนว ปนสฺส อุปถมฺภนกิจฺจสิทฺธิ. ผุสนฺโตเยวาติ ผุสนกิจฺจํ กโรนฺโต เอว. อายูหมานาวาติ เจตยมานา เอว อภิสนฺทหนฺตี เอว. วิชานนฺตเมวาติ อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานนฺตเมว อาหารกิจฺจํ สาเธตีติ โยชนา. สพฺพตฺถ อาหารกิจฺจสาธนญฺจ เตสํ เวทนาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย อตฺตภาวสฺส ปวตฺตนเมว. กายฏฺฐปเนนาติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ กมฺมชาทิรูปํ กมฺมาทินาว ปวตฺตตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘กมฺมชนิโตปี’’ติอาทิ.
อุปาทิณฺณรูปสนฺตติยา อุปตฺถมฺภเนเนว อุตุจิตฺตชรูปสนฺตตีนมฺปิ อุปตฺถมฺภนสิทฺธิ โหตีติ ‘‘ทฺวินฺนํ รูปสนฺตตีน’’นฺติ วุตฺตํ. อุปตฺถมฺภนเมว สนฺธาย ‘‘อนุปาลโก หุตฺวา’’ติ จ วุตฺตํ. รูปกายสฺส ฐิติเหตุตา หิ ยาปนา อนุปาลนา. สุขาทิวตฺถุภูตนฺติ สุขาทีนํ ปวตฺติฏฺฐานภูตํ. อารมฺมณมฺปิ หิ วสติ เอตฺถ อารมฺมณกรณวเสน ตทารมฺมณา ธมฺมาติ วตฺถูติ วุจฺจติ. ผุสนฺโตเยวาติ อิทํ ผสฺสสฺส ผุสนสภาวตฺตา วุตฺตํ. น หิ ธมฺมานํ สภาเวน วินา ปวตฺติ อตฺถิ, เวทนาปวตฺติยา วินา สตฺตานํ สนฺธาวนตา นตฺถีติ อาห ‘‘สุขาทิ…เป… โหตี’’ติ. น เจตฺถ สญฺญีภวกถายํ อสญฺญีภโว ทสฺเสตพฺโพ, ตสฺสาปิ วา การณภูตเวทนาปวตฺติวเสเนว ฐิติยา เหตุโน อพฺยาปิตตฺตา, ตถา หิ ‘‘มโนสญฺเจตนา…เป… ภวมูลนิปฺผาทนโต สตฺตานํ ฐิติยา โหตี’’ติ วุตฺตา. ตโต เอว วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมวาติ อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานนฺตเมวาติ วุตฺโตวายมตฺโถ.
จตฺตาริ ภยานิ ทฏฺฐพฺพานิ อาทีนววิภาวนโต. นิกนฺตีติ นิกามนา, รสตณฺหํ สนฺธาย วทติ. สา หิ กพฬีกาเร อาหาเร พลวตี, เตเนเวตฺถ อวธารณํ กตํ. ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, นิกนฺติเยว ภยํ มหานตฺถเหตุโต. อุปคมนํ วิสยินฺทฺริยวิญฺญาเณสุ วิสยวิญฺญาเณสุ จ สงฺคติวเสน ปวตฺติ, ตํ เวทนาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อวธารเณ ปโยชนํ วุตฺตนยเมว. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อายูหนํ อภิสนฺทหนํ, สํวิธานนฺติปิ วทนฺติ. ตํ ภวูปปตฺติเหตุตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อภินิปาโต ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน วิญฺญาณสฺส นิพฺพตฺติ. โส ภวูปปตฺติเหตุกานํ สพฺเพสํ อนตฺถานํ มูลการณตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อิทานิ นิกนฺติอาทีนํ สปฺปฏิภยตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘กึ การณา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ นิกนฺตึ กตฺวาติ อาลยํ ชเนตฺวา, ตณฺหํ อุปฺปาเทตฺวาติ อตฺโถ. สีตาทีนํ ปุรกฺขตาติ สีตาทีนํ ปุรโต ฐิตา, สีตาทีหิ พาธิยมานาติ อตฺโถ.
ผสฺสํ อุปคจฺฉนฺตาติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิเภทํ ผสฺสํ ปวตฺเตนฺตา. ผสฺสสฺสาทิโนติ กายสมฺผสฺสวเสน โผฏฺฐพฺพสงฺขาตสฺส อสฺสาทนสีลา. กายสมฺผสฺสวเสน หิ สตฺตานํ โผฏฺฐพฺพตณฺหา ปวตฺตตีติ ทสฺเสตุํ ผสฺสาหาราทีนวทสฺสเน โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ อุทฺธฏํ ‘‘ปเรสํ รกฺขิตโคปิเตสู’’ติอาทินา. ผสฺสสฺสาทิโนติ วา ผสฺสาหารสฺสาทิโนติ อตฺโถ. สติ หิ ผสฺสาหาเร สตฺตานํ ผสฺสารมฺมเณ อสฺสาโท, นาสติ, เตนาห ‘‘ผสฺสสฺสาทมูลก’’นฺติอาทิ.
ชาตินิมิตฺตสฺส ภยสฺส อภินิปาตสภาเวน คหิตตฺตา ‘‘ตมฺมูลก’’นฺติ วุตฺตํ. กมฺมายูหนนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. ภยํ สพฺพนฺติ ปญฺจวีสติ, ติวิธมหาภยํ, อญฺญญฺจ สพฺพภยํ อาคตเมว โหติ ภยาธิฏฺฐานสฺส อตฺตภาวสฺส นิปฺผาทนโต.
อภินิปตตีติ อภินิพฺพตฺตติ. ปฐมาภินิพฺพตฺติ หิ สตฺตานํ ตตฺถ ตตฺถ องฺคารกาสุสทิเส ภเว อภินิปาตสทิสี. ตมฺมูลกตฺตาติ นามรูปนิพฺพตฺติมูลกตฺตา. สพฺพภยานํ อภินิปาโตเยว ภยํ ภายติ เอตสฺมาติ กตฺวา.
อปฺเปติ วิยาติ ผลสฺส อตฺตลาภเหตุภาวโต การณํ, ตํ นิยฺยาเทติ วิย. ตนฺติ ผลํ. ตโตติ การณโต. เอเตสนฺติ อาหารานํ. ยถาวุตฺเตนาติ ‘‘ผลํ นิเทตี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน อตฺเถน. สพฺพปเทสูติ ‘‘เวทนานิโรเธนา’’ติอาทีสุ สพฺเพสุ ปเทสุ.
ปฏิสนฺธึ อาทึ กตฺวาติ ปฏิสนฺธิกฺขณํ อาทึ กตฺวา. อุปาทิณฺณกอาหาเร สนฺธาย ‘‘อตฺตภาวสงฺขาตานํ อาหาราน’’นฺติ วุตฺตํ. เต หิ นิปฺปริยายโต ตณฺหานิทานา. ปริปุณฺณายตนานํ สตฺตานํ สตฺตสนฺตติวเสนาติ ปริปุณฺณายตนานํ สภาวกานํ จกฺขุ โสตํ ฆานํ ชิวฺหา กาโย ภาโว วตฺถูติ อิเมสํ สตฺตนฺนํ สนฺตตีนํ วเสน. เสสานํ อปริปุณฺณายตนานํ อนฺธพธิรอภาวกานํ. อูนอูนสนฺตติวเสนาติ จกฺขุนา, โสเตน, ตทุภเยน, ภาเวน จ อูนอูนสนฺตติวเสน. ปฏิสนฺธิยํ ชาตา ปฏิสนฺธิกา. ปฐมภวงฺคจิตฺตกฺขณาทีติ อาทิ-สทฺเทน ตทารมฺมณจิตฺตสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.
ตณฺหายปิ นิทานํ ชานาตีติ โยชนา. ตณฺหานิทานนฺติปิ ปาโฐ. วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวาติ สรูปโต นยโต จ สกลเมว วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต วิภาเวตุํ ‘‘อิมสฺมิญฺจ ปน ฐาเน’’ติอาทิมาห. อตีตาภิมุขํ เทสนํ กตฺวาติ ปจฺจุปฺปนฺนภวโต ปฏฺฐาย อตีตธมฺมาภิมุขํ ตพฺพิสยํ เทสนํ กตฺวา ตถาการเณน. อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺเสตีติ อตีตภเวน กมฺมกิเลสวิปากวฏฺฏํ ทสฺเสติ. อตฺตภาโวติ ปจฺจุปฺปนฺโน อตฺตภาโว. ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺเสตี’’ติ วุตฺตนฺติ? นายํ โทโส ‘‘อตีเตเนวา’’ติ อนวธารณโต, เอวญฺจ กตฺวา อตีตาภิมุขคฺคหณํ ชนกกมฺมํ คหิตํ, ตณฺหาสีเสน นานนฺตริยภาวโต. น หิ กมฺมุนา วินา ตณฺหา ภวเนตฺติ ยุชฺชติ.
ตํ กมฺมนฺติ ตณฺหาสีเสน วุตฺตกมฺมํ. ทสฺเสตุนฺติ ตํ อตีตํ อตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ. ตสฺสตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมนฺติ ตสฺส ยถาวุตฺตสฺส อตฺตภาวสฺส ชนกํ. ตโต ปรมฺปิ อตฺตภาวํ อายูหิตํ กมฺมํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. อวิชฺชา จ นาม ตณฺหา วิย กมฺมตฺตาติ กมฺมสฺเสว คหณํ. ทฺวีสุ ฐาเนสูติ อาหารคฺคหเณน เวทนาทิคฺคหเณนาติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ. อตฺตภาโวติ ปจฺจุปฺปนฺนกาลิโก อตีตกาลิโก จ อตฺตภาโว. ปุน ทฺวีสูติ ตณฺหาคฺคหเณ อวิชฺชาสงฺขารคฺคหเณติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ. ตสฺส ชนกนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนสฺส เจว อตีตสฺส จ อตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมํ วุตฺตนฺติ โยชนา. กมฺมคฺคหเณน เจตฺถ ยตฺถ ตํ กมฺมํ อายูหิตํ, สา อตีตา ชาติ อตฺถโต ทสฺสิตา โหติ. เตน สํสารวฏฺฏสฺส อนมตคฺคตํ ทีเปติ. สงฺเขเปนาติ สงฺเขเปน เหตุปญฺจกผลปญฺจกคฺคหณมฺปิ หิ สงฺเขโป เอว เหตุผลภาเวน สงฺคเหตพฺพธมฺมานํ อเนกวิธตฺตา.
ยทิ อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺสิตํ, เอวํ สติ สปฺปเทสา ปฏิจฺจสมุปฺปาทธมฺมเทสนา โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิมาห. เตน หิ ยทิปิ สรูปโต อนาคเตน วฏฺฏํ อิธ น ทสฺสิตํ, นยโต ปน ตสฺสปิ ทสฺสิตตฺตา นิปฺปเทสา เอว ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุทกปิฏฺเฐ นิปนฺนนฺติ อุทกํ ปริปฺลววเสน นิปนฺนํ. ปรภาคนฺติ ปรอุตฺตมงฺคภาคํ. โอรโตติ ตโต อปรภาคโต โอโลเกนฺโต. อปริปุณฺโณติ วิกลาวยโว. เอวํสมฺปทนฺติอาทิ อุปมาย สํสนฺทนํ.
ยถา หิ คีวา สรีรสนฺธารกกณฺฑรานํ มูลฏฺฐานภูตา, เอวํ อตฺตภาวสนฺธารกานํ สงฺขารานํ มูลภูตา ตณฺหาติ วุตฺตํ ‘‘คีวาย ทิฏฺฐกาโล’’ติ. ยถา เวทนาทิอเนกาวยวสมุทายภูโต อตฺตภาโว, เอวํ ผาสุกปิฏฺฐิกณฺฑกาทิอเนกาวยวสมุทายภูตา ปิฏฺฐีติ ‘‘ปิฏฺฐิยา…เป… ตสฺส ทิฏฺฐกาโล’’ติ วุตฺตํ. ตณฺหาสงฺขาตนฺติ ตณฺหาย กถิตํ. อิธ เทสนาย ปจฺจยา อวิชฺชาสงฺขารา เวทิตพฺพาติ ‘‘นงฺคุฏฺฐมูลสฺส ทิฏฺฐกาโล วิยา’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ ปริโยสาเน ‘‘นงฺคุฏฺฐมูลํ ปสฺเสยฺยา’’ติ อุปมาทสฺสนํ กตํ. นยโต ปริปุณฺณภาวคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. ปาฬิยํ อนาคตสฺสาปิ ปจฺจยวฏฺฏสฺส เหตุวเสน ผลวเสน วา ปริปุณฺณภาวสฺส มุขมตฺตทสฺสนียตฺตา อาทิโต ผลเหตุสนฺธิ, มชฺเฌ เหตุผลสนฺธิ, อนฺเตปิ ผลเหตุสนฺธีติ เอวํ ติสนฺธิกตฺตา จตุสงฺเขปเมว วฏฺฏํ ทสฺสิตนฺติ.
อาหารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. โมฬิยผคฺคุนสุตฺตวณฺณนา
๑๒. อิมสฺมึเยว ฐาเนติ ‘‘จตฺตาโรเม ภิกฺขุ…เป… อาหารา’’ติ เอวํ จตฺตาโร อาหาเร สรูปโต ทสฺเสตฺวา ‘‘อิเม โข ภิกฺขเว…เป… อนุคฺคหายา’’ติ นิคมนวเสน ทสฺสิเต อิมสฺมึเยว ฐาเน. เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ จตุอาหารวิภาคทีปกํ เทสนํ อุทฺเทสวเสเนว นิฏฺฐาเปสิ, อุปริ อาวชฺเชตฺวา ตุณฺหี นิสีทิ. ทิฏฺฐิคติโกติ อตฺตทิฏฺฐิวเสน ทิฏฺฐิคติโก. วรคนฺธวาสิตนฺติ สภาวสิทฺเธน จนฺทนคนฺเธน เจว ตทญฺญนานาคนฺเธน จ ปริภาวิตตฺตา วรคนฺธวาสิตํ. รตนจงฺโกฏวเรนาติ รตนมเยน อุตฺตมจงฺโกฏเกน. เทสนานุสนฺธึ ฆเฏนฺโตติ ยถาเทสิตาย เทสนาย อนุสนฺธึ ฆเฏนฺโต, ยถา อุปริเทสนา วทฺเธยฺย, เอวํ อุสฺสาหํ กโรนฺโต. วิญฺญาณาหารํ อาหาเรตีติ ตสฺส อาหารณกิริยาย วุตฺตปุจฺฉาย ตํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเฏนฺโต ‘‘โย เอตํ…เป… ภุญฺชติ วา’’ติ อาห.
วิญฺญาณาหาเร นาม อิจฺฉิเต ตสฺส อุปภุญฺชเกนปิ ภวิตพฺพํ, โส ‘‘โก นุ โข’’ติ อยํ ปุจฺฉาย อธิปฺปาโย. อุตุสมเยติ คพฺภวุฏฺฐานสมเย. โส หิ อุตุสมยสฺส มตฺตกสมยตฺตา ตถา วุตฺโต. ‘‘อุทเกน อณฺฑานิ มา นสฺสนฺตู’’ติ มหาสมุทฺทโต นิกฺขมิตฺวา. คิชฺฌโปตกา วิย อาหารสญฺเจตนาย ตานิ กจฺฉปณฺฑานิ มโนสญฺเจตนาหาเรน ยาเปนฺตีติ อยํ ตสฺส เถรสฺส ลทฺธิ. กิญฺจาปิ อยํ ลทฺธีติ ผสฺสมโนสญฺเจตนาหาเรสุ กิญฺจาปิ เถรสฺส ยุตฺตา อยุตฺตา วา อยํ ลทฺธิ. อิมํ ปญฺหนฺติ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหารํ อาหาเรตี’’ติ อิมํ ปญฺหํ เอตาย ยถาวุตฺตาย ลทฺธิยา น ปน ปุจฺฉติ, อถ โข สตฺตุปลทฺธิยา ปุจฺฉตีติ อธิปฺปาโย. โสติ ทิฏฺฐิคติโก. น นิคฺคเหตพฺโพ อุมฺมตฺตกสทิสตฺตา อธิปฺปายํ อชานิตฺวา ปุจฺฉาย กตตฺตา. เตนาห ‘‘อาหาเรตีติ นาหํ วทามี’’ติอาทิ.
ตสฺมึ มยา เอวํ วุตฺเตติ ตสฺมึ วจเน มยา ‘‘อาหาเรตี’’ติ เอวํ วุตฺเต สติ. อยํ ปโญฺหติ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหารํ อาหาเรตี’’ติ อยํ ปโญฺห ยุตฺโต ภเวยฺย. เอวํ ปุจฺฉิเต ปเญฺหติ สตฺตุปลทฺธึ อนาทาย ‘‘กตมสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโย’’ติ เอวํ ธมฺมปวตฺตวเสเนว ปเญฺห ปุจฺฉิเต. เตเนว วิญฺญาเณนาติ เตเนว ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน สห อุปฺปนฺนํ นามญฺจ รูปญฺจ อตีตภเว ทิฏฺฐิคติกสฺส วเสน อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ อิธาธิปฺเปตํ. นามรูเป ชาเต สตีติ นามรูเป นิพฺพตฺเต ตปฺปจฺจยภูตํ ภินฺทิตฺวา สฬายตนํ โหติ.
ตตฺรายํ ปจฺจยวิภาโค – นามนฺติ เวทนาทิขนฺธตฺตยํ อิธาธิปฺเปตํ, รูปํ ปน สตฺตสนฺตติปริยาปนฺนํ, นิยมโต จตฺตาริ ภูตานิ ฉ วตฺถูนิ ชีวิตินฺทฺริยํ อาหาโร จ. ตตฺถ วิปากนามํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ หทยวตฺถุโน สหาโย หุตฺวา ฉฏฺฐสฺส มนายตนสฺส สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยสมฺปยุตฺตวิปากอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ สตฺตธา ปจฺจโย โหติ. กิญฺจิ ปเนตฺถ เหตุปจฺจเยน กิญฺจิ อาหารปจฺจเยนาติ เอวํ อุกฺกํสาวกํโส เวทิตพฺโพ. อิตเรสํ ปน ปญฺจายตนานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ สหาโย หุตฺวา สหชาตนิสฺสยวิปากวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน ฉธา ปจฺจโย โหติ. กิญฺจิ ปเนตฺถ เหตุปจฺจเยน กิญฺจิ อาหารปจฺจเยนาติ สพฺพํ ปุริมสทิสํ. ปวตฺเต วิปากนามํ วิปากสฺส ฉฏฺฐายตนสฺส วุตฺตนเยน สตฺตธา ปจฺจโย โหติ, อวิปากํ ปน อวิปากสฺส ฉฏฺฐสฺส ตโต วิปากปจฺจยํ อปเนตฺวา ปจฺจโย โหติ. จกฺขายตนาทีนํ ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขุปสาทาทิวตฺถุกมฺปิ อิตรมฺปิ วิปากนามํ ปจฺฉาชาตวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ จตุธา ปจฺจโย โหติ, ตถา อวิปากมฺปิ เวทิตพฺพํ. รูปโต ปน วตฺถุรูปํ ปฏิสนฺธิยํ ฉฏฺฐสฺส สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ฉธา ปจฺจโย โหติ. จตฺตาริ ปน ภูตานิ จกฺขายตนาทีนํ ปญฺจนฺนํ สหชาตนิสฺสยอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ จตุธา ปจฺจโย โหติ. รูปชีวิตํ อตฺถิอวิคตินฺทฺริยวเสน ติธา ปจฺจโย โหตีติ อยเญฺหตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคโต (วิสุทฺธิ. ๒.๕๙๔) คเหตพฺโพ.
ปญฺหสฺส โอกาสํ เทนฺโตติ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, ผุสตี’’ติ อิมสฺส ทิฏฺฐิคติกปญฺหสฺส โอกาสํ เทนฺโต. ตโต วิเวเจตุกาโมติ อธิปฺปาโย. สพฺพปเทสูติ ทิฏฺฐิคติเกน ภควตา จ วุตฺตปเทสุ. สตฺโตติ อตฺตา. โส ปน อุจฺเฉทวาทิโนปิ ยาว น อุจฺฉิชฺชติ, ตาว อตฺเถวาติ ลทฺธิ, ปเคว สสฺสตวาทิโน. ภูโตติ วิชฺชมาโน. นิปฺผตฺโตติ นิปฺผนฺโน. น ตสฺส ทานิ นิปฺผาเทตพฺพํ กิญฺจิ อตฺถีติ ลทฺธิ. อิทปฺปจฺจยา อิทนฺติ อิมสฺมา วิญฺญาณาหารปจฺจยา อิทํ นามรูปํ. ปุน อิทปฺปจฺจยา อิทนฺติ อิมสฺมา นามรูปปจฺจยา อิทํ สฬายตนนฺติ เอวํ พหูสุ ฐาเนสุ ภควตา กถิตตฺตา ยถา ปจฺจยโต นิพฺพตฺตํ สงฺขารมตฺตมิทนฺติ สญฺญตฺตึ อุปคโต. เตนาปีติ สญฺญตฺตุปคเตนาปิ. เอกาพทฺธํ กตฺวาติ ยถา ปุจฺฉาย อวสโร น โหติ, ตถา เอกาพทฺธํ กตฺวา. เทสนารุฬฺหนฺติ ยโต สฬายตนปทโต ปฏฺฐาย ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติอาทินา เทสนา ปฏิจฺจสมุปฺปาทวีถึ อารุฬฺหเมว. ตเมวาติ สฬายตนปทเมว คเหตฺวา. วิวชฺเชนฺโตติ วิวฏฺเฏนฺโต. เอวมาหาติ ‘‘ฉนฺนํเตฺววา’’ติอาทิอากาเรน เอวํ เทสิเต, ‘‘วิเนยฺยชโน ปฏิวิชฺฌตี’’ติ เอวมาห. วิญฺญาณาหาโร อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยาติ เอวํ ปุริมภวโต อายติภวสฺส ปจฺจยวเสน มูลการณวเสน จ เทสิตตฺตา ‘‘วิญฺญาณนามรูปานํ อนฺตเร เอโก สนฺธี’’ติ วุตฺตํ. ตทมินา วิญฺญาณคฺคหเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺสาปิ คหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
โมฬิยผคฺคุนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๑๓. เย ปจฺจยสมวาเย เตนตฺตภาเวน สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถา, เต พาหิรกลิงฺเค ฐิตาปิ เตเนว ตตฺถ สมตฺถตาโยเคน ภาวินํ สมิตพาหิตปาปตํ อเปกฺขิตฺวา สมณสมฺมตาเยว พฺราหฺมณสมฺมตาเยวาติ เต นิวตฺเตตุํ ‘‘สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถา’’ติ วุตฺตํ. ทุกฺขสจฺจวเสนาติ ทุกฺขอริยสจฺจวเสน. อญฺญถา กถํ พาหิรกาปิ ชรามรณํ ทุกฺขนฺติ น ชานนฺติ. สจฺจเทสนาภาวโต ‘‘สห ตณฺหายา’’ติ วุตฺตนฺติ เกจิ. ตํ น สุฏฺฐุ. ยสฺมา ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปฐมาภินิพฺพตฺติ, อิธ ชาตีติ อธิปฺเปตา, สา จ ตณฺหา เอว สนฺตาเนน, ตเณฺหว สา ชาติ. ชรามรณญฺเจตฺถ ปากฏเมว อธิปฺเปตํ, น ขณิกํ, ตสฺมา สตณฺหา เอว ชาติชรามรณสฺส สมุทโยติ ภูตกถนเมตํ ทฏฺฐพฺพํ. สมุทยสจฺจวเสน น ชานนฺตีติ โยชนา. เอส นโย เสสปเทสุปิ. สพฺพปเทสูติ ยตฺถ ตณฺหา วิเสสนภาเวน วตฺตพฺพา, เตสุ สพฺพปเทสุ. เยน สมนฺนาคตตฺตา ปุคฺคโล ปรมตฺถโต สมโณ พฺราหฺมโณติ วุจฺจติ, ตํ สามญฺญํ พฺรหฺมญฺญญฺจาติ อาห ‘‘อริย…เป… พฺรหฺมญฺญญฺจา’’ติ. เยน หิ ปวตฺตินิมิตฺเตน สมณ-สทฺโท พฺราหฺมณ-สทฺโท จ สเก อตฺเถ นิรุโฬฺห, ตสฺส วเสน อภินฺโนปิ เวเนยฺยชฺฌาสยโต ทฺวิธา กตฺวา วตฺตุํ อรหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุภยตฺถาปี’’ติ. เอกาทสสุ ฐาเนสุ จตฺตาริ สจฺจานิ กเถสิ อวิชฺชาสมุทยสฺส อนุทฺธฏตฺตา.
สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๑๔. อิเม ธมฺเม กตเม ธมฺเมติ จ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘อิเมสํ ธมฺมานํ กตเมสํ ธมฺมาน’’นฺติ อิเมสํ ปทานํ สงฺคโห. เอตานิ หิ ปทานิ ชรามรณาทีนํ สาธารณภาเวน วุตฺตานิ อิมิสฺสา เทสนาย ปปญฺจภูตานีติ อาห ‘‘เอตฺตกํ ปปญฺจํ กตฺวา กถิตํ, เทสนํ…เป… อชฺฌาสเยนา’’ติ. อิมินา ตาเนว ชรามรณาทีนิ คเหตฺวา ปุคฺคลชฺฌาสยวเสน อาทิโต ‘‘อิเม ธมฺเม’’ติอาทินา สพฺพปทสาธารณโต เทสนา อารทฺธา. ยถานุโลมสาสนญฺหิ สุตฺตนฺตเทสนา, น ยถาธมฺมสาสนนฺติ.
ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. กจฺจานโคตฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๕. ยสฺมา อิธ ชานนฺตาปิ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ วทนฺติ อชานนฺตาปิ พาหิรกาปิ สาสนิกาปิ อนุสฺสวาทิวเสนปิ อตฺตปจฺจกฺเขนปิ, ตสฺมา ตํ พหูนํ วจนํ อุปาทาย อาเมฑิตวเสน ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาทิฏฺฐีติ, ภนฺเต, วุจฺจตี’’ติ อาห. ตถานิทฺทิฏฺฐตาทสฺสนตฺถํ หิสฺส อยํ อาเมฑิตปโยโค. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ‘‘อปเรหิปิ สมฺมาทิฏฺฐีติ วุจฺจติ, สา ปนายํ เอวํ วุจฺจมานา อตฺถญฺจ ลกฺขณญฺจ อุปาทาย กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, สมฺมาทิฏฺฐิ โหตี’’ติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ วจเน ยสฺมา วิญฺญู เอว ปมาณํ, น อวิญฺญู, ตสฺมา ‘‘ยํ ปณฺฑิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เทฺว อวยวา อสฺสาติ ทฺวยํ, ทุวิธํ ทิฏฺฐิคาหวตฺถุ, ทฺวยํ ทิฏฺฐิคาหวเสน นิสฺสิโต อปสฺสิโตติ ทฺวยนิสฺสิโต. เตนาห ‘‘เทฺว โกฏฺฐาเส นิสฺสิโต’’ติ. ยาย ทิฏฺฐิยา ‘‘สพฺโพยํ โลโก อตฺถิ วิชฺชติ สพฺพกาลํ อุปลพฺภตี’’ติ ทิฏฺฐิคติโก คณฺหาติ, สา ทิฏฺฐิ อตฺถิตา, สา เอว สทา สพฺพกาลํ โลโก อตฺถีติ ปวตฺตคาหตาย สสฺสโต, ตํ สสฺสตํ. ยาย ทิฏฺฐิยา ‘‘สพฺโพยํ โลโก นตฺถิ น โหติ อุจฺฉิชฺชตี’’ติ ทิฏฺฐิคติโก คณฺหาติ, สา ทิฏฺฐิ นตฺถิตา, สา เอว อุจฺฉิชฺชตีติ อุปฺปนฺนคาหตาย อุจฺเฉโท, ตํ อุจฺเฉทํ. โลโก นาม สงฺขารโลโก ตมฺหิ คเหตพฺพโต. สมฺมปฺปญฺญายาติ อวิปรีตปญฺญาย ยถาภูตปญฺญาย. เตนาห ‘‘สวิปสฺสนา มคฺคปญฺญา’’ติ. นิพฺพตฺเตสุ ธมฺเมสูติ ยถา ปจฺจยุปฺปนฺเนสุ รูปารูปธมฺเมสุ. ปญฺญายนฺเต เสฺววาติ สนฺตานนิพนฺธนวเสน ปญฺญายมาเนสุ เอว. ยา นตฺถีติ ยา อุจฺเฉททิฏฺฐิ ตตฺถ ตตฺเถว สตฺตานํ อุจฺฉิชฺชนโต วินสฺสนโต โกจิ ฐิโต นาม สตฺโต ธมฺโม วา นตฺถีติ สงฺขารโลเก อุปฺปชฺเชยฺย. ‘‘นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ ปวตฺตมานาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ตถาปวตฺตสงฺขารารมฺมณาว. สา น โหตีติ กมฺมาวิชฺชาตณฺหาทิเภทํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ สงฺขารโลกสฺส สมุทยนิพฺพตฺตึ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโต, สา อุจฺเฉททิฏฺฐิ, น โหติ, นปฺปวตฺตติ อวิจฺเฉเทน สงฺขารานํ นิพฺพตฺติทสฺสนโต. โลกนิโรธนฺติ สงฺขารโลกสฺส ขณิกนิโรธํ. เตนาห ‘‘สงฺขารานํ ภงฺค’’นฺติ. ยา อตฺถีติ เหตุผลสมฺพนฺเธน ปวตฺตมานสฺส สนฺตานานุปจฺเฉทสฺส เอกตฺตคฺคหเณน สงฺขารโลเก ยา สสฺสตทิฏฺฐิ สพฺพกาลํ โลโก อตฺถีติ อุปฺปชฺเชยฺย. สา น โหตีติ อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ นิโรธสฺส นวนวานญฺจ อุปฺปาทสฺส ทสฺสนโต, สา สสฺสตทิฏฺฐิ น โหติ.
โลโก สมุเทติ เอตสฺมาติ โลกสมุทโยติ อาห ‘‘อนุโลมปจฺจยาการ’’นฺติ. ปจฺจยธมฺมานญฺหิ อตฺตโน ผลสฺส ปจฺจยภาโว อนุโลมปจฺจยากาโร. ปฏิโลมํ ปจฺจยาการนฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ตํตํเหตุนิโรธโต ตํตํผลนิโรโธ หิ ปฏิโลมปจฺจยากาโร. โย หิ อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยธมฺมานํ เหตุอาทิปจฺจยภาโว, โส นิปฺปริยายโต โลกสมุทโย. ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส สงฺขาราทิกสฺส. อนุจฺเฉทํ ปสฺสโตติ อนุจฺเฉททสฺสนสฺส เหตุ. อยมฺปีติ น เกวลํ ขณโต อุทยวยนีหรณนโย, อถ โข ปจฺจยโต อุทยวยนีหรณนโยปิ.
อุปคมนฏฺเฐน ตณฺหาว อุปโย. ตถา ทิฏฺฐุปโย. เอเสว นโยติ อิมินา อุปเยหิ อุปาทานาทีนํ อนตฺถนฺตรตํ อติทิสติ. ตถา จ ปน เตสุ ทุวิธตา อุปาทียติ. นนุ จ จตฺตาริ อุปาทานานิ อญฺญตฺถ วุตฺตานีติ? สจฺจํ วุตฺตานิ, ตานิ จ โข อตฺถโต เทฺว เอวาติ อิธ เอวํ วุตฺตํ. กามํ ‘‘อหํ มม’’นฺติ อยถานุกฺกเมน วุตฺตํ, ยถานุกฺกมํเยว ปน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อาทิ-สทฺเทน ปโรปรสฺส สุภํ อสุภนฺติอาทีนญฺจ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. เต ธมฺเมติ เตภูมกธมฺเม. วินิวิสนฺตีติ วิรูปํ นิวิสนฺติ, อภินิวิสนฺตีติ อตฺโถ. ตาหีติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ. วินิพทฺโธติ วิรูปํ วิมุจฺจิตุํ วา อปฺปทานวเสน นิยเมตฺวา พทฺโธ.
‘‘อภินิเวโส’’ติ อุปยุปาทานานํ ปวตฺติอาการวิเสโส วุตฺโตติ อาห ‘‘ตญฺจายนฺติ ตญฺจ อุปยุปาทาน’’นฺติ. จิตฺตสฺสาติ อกุสลจิตฺตสฺส. ปติฏฺฐานภูตนฺติ อาธารภูตํ. โทสโมหวเสนปิ อกุสลจิตฺตปฺปวตฺติ ตณฺหาทิฏฺฐาภินิเวสูปนิสฺสยา เอวาติ ตณฺหาทิฏฺฐิโย อกุสลสฺส จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. ตสฺมินฺติ อกุสลจิตฺเต. อภินิวิสนฺตีติ ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติอาทินา อภินิเวสนํ ปวตฺเตนฺติ. อนุเสนฺตีติ ถามคตา หุตฺวา อปฺปหานภาเวน อนุเสนฺติ. ตทุภยนฺติ ตณฺหาทิฏฺฐิทฺวยํ. น อุปคจฺฉตีติ ‘‘เอตํ มมา’’ติอาทินา ตณฺหาทิฏฺฐิคติยา น อุปสงฺกมติ น อลฺลียติ. น อุปาทิยตีติ น ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหาติ. น อธิฏฺฐาตีติ น ตณฺหาทิฏฺฐิคาเหน อธิฏฺฐาย ปวตฺตติ. อตฺตนิยคาโห นาม สติ อตฺตคาเห โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อตฺตา เม’’ติ. อิทํ ทุกฺขคฺคหณํ อุปาทานกฺขนฺธาปสฺสยํ ตพฺพินิมุตฺตสฺส ทุกฺขสฺส อภาวาติ วุตฺตํ ‘‘ทุกฺขเมวาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธมตฺตเมวา’’ติ. ‘‘สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๘๗; ม. นิ. ๑.๑๒๐; ๓.๓๗๓; วิภ. ๑๙๐) หิ วุตฺตํ. กงฺขํ น กโรตีติ สํสยํ น อุปฺปาเทติ สพฺพโส วิจิกิจฺฉาย สมุจฺฉินฺทนโต.
น ปรปฺปจฺจเยนาติ ปรสฺส อสทฺทหเนน. มิสฺสกสมฺมาทิฏฺฐึ อาหาติ นามรูปปริจฺเฉทโต ปฏฺฐาย สมฺมาทิฏฺฐิยา วุตฺตตฺตา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกํ สมฺมาทิฏฺฐึ อโวจ. นิกูฏนฺโตติ นิหีนนฺโต. นิหีนปริยาโย หิ อยํ นิกูฏ-สทฺโท. เตนาห ‘‘ลามกนฺโต’’ติ. ปฐมกนฺติ จ ครหายํ ก-สทฺโท. สพฺพํ นตฺถีติ ยถาสงฺขตํ ภงฺคุปฺปตฺติยา นตฺถิ เอว, สพฺพํ นตฺถิ อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสตีติ อธิปฺปาโย. สพฺพมตฺถีติ จ ยถา อสงฺขตํ อตฺถิ วิชฺชติ, สพฺพกาลํ อุปลพฺภตีติ อธิปฺปาโย. สพฺพนฺติ เจตฺถ สกฺกายสพฺพํ เวทิตพฺพํ ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยาย’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑) วิย. ตญฺหิ ปริญฺญาญาณานํ ปจฺจยภูตํ. อิติ-สทฺโท นิทสฺสเน. กึ นิทสฺเสติ? อตฺถิ-สทฺเทน วุตฺตํ. ‘‘อตฺถิต’’นฺติ นิจฺจตํ. สสฺสตคฺคาโห หิ อิธ ปฐโม อนฺโตติ อธิปฺเปโต. อุจฺเฉทคฺคาโห ทุติโยติ ตทุภยวินิมุตฺตา จ อิทปฺปจฺจยตา. เอตฺถ จ อุปฺปนฺนนิโรธกถนโต สสฺสตตํ, นิรุชฺฌนฺตานํ อสติ นิพฺพานปฺปตฺติยํ ยถาปจฺจยํ ปุนูปคมนกถนโต อุจฺเฉทตญฺจ อนุปคมฺม มชฺฌิเมน ภควา ธมฺมํ เทเสติ อิทปฺปจฺจยตานเยน. เตน วุตฺตํ ‘‘เอเต…เป… อนฺเต’’ติอาทิ.
กจฺจานโคตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา
๑๖. นิพฺพินฺทนตฺถายาติ นิพฺพิทานุปสฺสนาปฏิลาภาย. สา หิ ชรามรณสีเสน วุตฺเตสุ สงฺขตธมฺเมสุ นิพฺพินฺทนากาเรน ปวตฺตติ. วิรชฺชนตฺถายาติ วิราคานุปสฺสนาปฏิลาภาย. สีลโต ปฏฺฐายาติ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสีลสมาทานโต ปฏฺฐาย. โสตาปตฺติยงฺเคหิ สมนฺนาคโต วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสีเล ปติฏฺฐิโต อุปาสโกปิ ปเคว จตุปาริสุทฺธิสีเล ปติฏฺฐิโต ภิกฺขุ สมฺมาปฏิปนฺโน นาม. เตนาห ‘‘ยาว อรหตฺตมคฺคา ปฏิปนฺโนติ เวทิตพฺโพ’’ติ. นิพฺพานธมฺมสฺสาติ นิพฺพานาวหสฺส อริยสฺส มคฺคสฺส. อนุรูปสภาวภูตนฺติ นิพฺพานาธิคมสฺส อนุจฺฉวิกสภาวภูตํ. นิพฺพิทาติ อิมินา วุฏฺฐานคามินิปริโยสานํ วิปสฺสนํ วทติ. วิราคา นิโรธาติ ปททฺวเยน อริยมคฺคํ, อิตเรน ผลํ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สุตฺเต. เอเกน นเยนาติ ปฐเมน นเยน. ตตฺถ หิ ภควา เตน ภิกฺขุนา ธมฺมกถิกลกฺขณํ ปุจฺฉิโต ตํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. โย หิ วิปสฺสนํ มคฺคํ อนุปาทาวิมุตฺตึ ปาเปตฺวา กเถตุํ สกฺโกติ, โส เอกนฺตธมฺมกถิโก. เตนาห ‘‘ธมฺมกถิกสฺส ปุจฺฉา กถิตา’’ติ. ทฺวีหีติ ทุติยตติยนเยหิ. ตนฺติ ปุจฺฉํ. วิเสเสตฺวาติ วิสิฏฺฐํ กตฺวา. ยถาปุจฺฉิตมตฺตเมว อกเถตฺวา อปุจฺฉิตมฺปิ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตึ อนุปาทาย วิมุตฺติสงฺขาตํ วิเสสํ ปาเปตฺวา. ภควา หิ อปฺปํ ยาจิโต พหุํ เทนฺโต อุฬารปุริโส วิย ธมฺมกถิกลกฺขณํ ปุจฺฉิโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน ตญฺเจว ตโต จ อุตฺตรึ ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺตึ อนุปาทาวิมุตฺตญฺจ วิสฺสชฺเชสิ. ตตฺถ ‘‘นิพฺพิทาย…เป… ธมฺมํ เทเสตี’’ติ อิมินา ธมฺมเทสนํ วาสนาภาคิยํ กตฺวา ทสฺเสสิ. ‘‘นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหตี’’ติ อิมินา นิพฺเพธภาคิยํ, ‘‘อนุปาทาวิมุตฺโต โหตี’’ติ อิมินา เทสนํ อเสกฺขภาคิยํ กตฺวา ทสฺเสสิ. เตนาห ‘‘เสกฺขาเสกฺขภูมิโย นิทฺทิฏฺฐา’’ติ.
ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา
๑๗. ลิงฺเคน อเจลโกติ ปพฺพชิตลิงฺเคน อเจลโก. เตน อเจลกจรเณน อเจโล, น นิจฺเจลตามตฺเตนาติ ทสฺเสติ. นาเมนาติ โคตฺตนาเมน กสฺสโปติ. เทเสติ ปเวเทติ สํสยวิคมนํ เอเตนาติ เทโส, นิจฺฉยเหตูติ อาห ‘‘กิญฺจิเทว เทส’’นฺติอาทิ. โส หิ สํสยวิคมนํ กโรตีติ การณํ. โอกาสนฺติ อวสํสนฺทนปเทสํ. เตนาห ‘‘ขณํ กาล’’นฺติ. อนฺตรฆรํ อนฺโตนิเวสนํ. อนฺตเร ฆรานิ เอตสฺสาติ อนฺตรฆรํ, อนฺโตคาโม. ยทากงฺขสีติ ยํ อากงฺขสิ. อิติ ภควา สพฺพญฺญุปวารณาย ปวาเรติ. เตนาห ‘‘ยํ อิจฺฉสี’’ติ. ยทากงฺขสีติ ยํ อากงฺขสิ, กสฺสป, ติกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปนฺโตปิ ปุจฺฉสิ, ยํ อากงฺขสิ, ตเมว ปุจฺฉาติ อตฺโถ.
‘‘ยาวตติยํ ปฏิกฺขิปี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ตติยมฺปิ โข’’ติอาทินา ปาเฐน ภวิตพฺพํ. โส ปน นยวเสน สํขิตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. เยน การเณน ภควา อเจลกสฺส ติกฺขตฺตุํ ยาจาเปตฺวา จสฺส ปญฺหํ กเถสิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทิมาห. คารวชนนตฺถํ ยาวตติยํ ปฏิกฺขิปิ ตญฺจ ธมฺมสฺส สุสฺสูสาย. ธมฺมครุกา หิ พุทฺธา ภควนฺโต. สตฺตานํ ญาณปริปากํ อาคมยมาโน ยาวตติยํ ยาจาเปตีติ วิภตฺติวิปริณามวเสน สาธารณโต ปทํ โยเชตฺวา ปุน ‘‘เอตฺตเกน กาเลนา’’ติ กสฺสปสฺส วเสน โยเชตพฺพํ.
มาติ ปฏิเสเธ นิปาโต. ภณีติ ปุนวจนวเสน กิริยาปทํ วทติ. มา เอวํ ภณิ, กเถสีติ อตฺโถ. ‘‘อิติ ภควา อโวจา’’ติ ปน สงฺคีติการวจนํ. สยํกตํ ทุกฺขนฺติ ปุริสสฺส อุปฺปชฺชมานทุกฺขํ, เตน กตํ นาม ตสฺส การณสฺส ปุพฺเพ เตเนว กมฺมสฺส อุปจิตตฺตาติ อยํ นโย อนวชฺโช. ทิฏฺฐิคติโก ปน ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ นิจฺจํ การกเวทกลกฺขณํ อตฺตานํ ปริกปฺเปตฺวา ตสฺส วเสน ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ปุจฺฉตีติ ภควา ‘‘มา เหว’’นฺติ อโวจ, เตนาห ‘‘สยํกตํ ทุกฺขนฺติ วตฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ยทิ พาหิรเกหิ ปริกปฺปิโต อตฺตา นาม โกจิ อตฺถิ, โส จ นิจฺโจ, ตสฺส นิพฺพิการตาย, ปุริมรูปาวิชหนโต กสฺสจิ วิเสสาธานสฺส กาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อหิตโต นิวตฺตนตฺถํ, หิเต จ วตฺตนตฺถํ อุปเทโส จ นิปฺปโยชโน สิยา อตฺตวาทิโน. กถํ วา โส อุปเทโส ปวตฺตียติ? วิการาภาวโต. เอวญฺจ อตฺตโน อชฏากาสสฺส วิย ทานาทิกิริยา หึสาทิกิริยา จ น สมฺภวติ, ตถา สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ อนุภวนพนฺโธ เอว อตฺตวาทิโน น ยุชฺชติ กมฺมพนฺธาภาวโต. ชาติอาทีนญฺจ อสมฺภวโต กุโต วิโมกฺโข. อถ ปน ‘‘ธมฺมมตฺตํ ตสฺส อุปฺปชฺชติ เจว วินสฺสติ จ. ยสฺส วเสนายํ กิริยาโวหาโร’’ติ วเทยฺย, เอวมฺปิ ปุริมรูปาวิชหเนน อวฏฺฐิตสฺส อตฺตโน ธมฺมมตฺตนฺติ น สกฺกา สมฺภาเวตุํ. เต วา ปนสฺส ธมฺมา อวตฺถาภูตา, ตโต อญฺเญ วา สิยุํ อนญฺเญ วา. ยทิ อญฺเญ, น ตาหิ ตสฺส อุปฺปนฺนาหิปิ โกจิ วิเสโส อตฺถิ. โย หิ กโรติ ปฏิสํเวเทติ จวติ อุปปชฺชติ จาติ อิจฺฉิตํ, ตสฺมา ตทตฺโถ เอว ยถาวุตฺตโทโส. กิญฺจ ธมฺมกปฺปนาปิ นิรตฺถิกา สิยา. อถ อนญฺเญ, อุปฺปาทวินาสวนฺตีหิ อวตฺถาหิ อนญฺญสฺส อตฺตโน ตาสํ วิย อุปฺปาทวินาสสมฺภวโต กุโต นิจฺจตาวกาโส. ตาสมฺปิ วา อตฺตโน วิย นิจฺจตาปตฺตีติ พนฺธวิโมกฺขานํ อสมฺภโว เอวาติ น ยุชฺชเตวายํ อตฺตวาโท. เตนาห ‘‘อตฺตา นาม โกจิ ทุกฺขสฺส การโก นตฺถีติ ทีเปตี’’ติ. ปรโตติ ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติอาทิเก ปรสฺมึ ติวิเธปิ นเย. อธิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อธิจฺจ ยทิจฺฉาย กิญฺจิ การณํ กสฺสจิ วา ปุพฺพํ วินา สมุปฺปนฺนํ. เตนาห ‘‘อการเณน ยทิจฺฉาย อุปฺปนฺน’’นฺติ. กสฺมา เอวมาหาติ เอวํ วกฺขมาโนติ อธิปฺปาโย. อสฺสาติ อเจลสฺส. อยนฺติ ภควนฺตํ สนฺธาย วทติ. โสเธนฺโตติ สยํ วิสุทฺธํ กตฺวา ปุจฺฉิตมตฺถํ เอว อตฺตโน ปุจฺฉาย สุทฺธึ ทสฺเสนฺโต. ลทฺธิยา ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ มิจฺฉาคหณสฺส ปฏิเสธนตฺถาย.
โส กโรตีติ โส กมฺมํ กโรติ. โส ปฏิสํเวทยตีติ การกเวทกานํ อนญฺญตฺตทสฺสนปรํ เอตํ, น ปน กมฺมกิริยาผลานํ ปฏิสํเวทนานํ สมานกาลตาทสฺสนปรํ. อิตีติ นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต. โขติ อวธารเณ. ‘‘โส เอวา’’ติ ทสฺสิโต. อนิยตาเทสา หิ เอเต นิปาตา. อาทิโตติ ภุมฺมตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘อาทิมฺหิเยวา’’ติ. ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเคว ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวทยตี’’ติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสา ภวนฺติ. สญฺญาวิปลฺลาสโต หิ จิตฺตวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาสโต ทิฏฺฐิวิปลฺลาโส, เตนาห ‘‘เอวํ สติ ปจฺฉา สยํกตํ ทุกฺขนฺติ อยํ ลทฺธิ โหตี’’ติ. เอวํ สติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสานํ พฺรูหิโต มิจฺฉาภินิเวโส, ยทิทํ ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิ. ตสฺมา ปฏินิสฺสชฺเชตุํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตนฺติ ทสฺเสติ. เตนาห ภควา ‘‘สยํกตํ…เป… เอตํ ปเรตี’’ติ. วฏฺฏทุกฺขํ อธิปฺเปตํ อวิเสสโต อตฺถีติ จ วุตฺตตฺตา. สสฺสตํ สสฺสตคาหํ ทีเปติ ปเรสํ ปกาเสติ, ตถาภูโต จ สสฺสตํ ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหาตีติ. ตสฺสาติ ทิฏฺฐิคติกสฺส. ตํ ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตทสฺสนํ. เอตํ สสฺสตคฺคหณํ. ปเรติ อุเปติ. เตนาห ‘‘การกญฺจ…เป… อตฺโถ’’ติ. เอกเมว คณฺหนฺตนฺติ สติปิ วตฺถุเภเท อโยนิโส อุปฺปชฺชเนน เอกเมว กตฺวา คณฺหนฺตํ.
อิธ ‘‘อาทิมฺหิเยวา’’ติ ปเท. ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเควาติอาทินา เหตฺถ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยเญฺหตฺถ โยชนา – ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปเคว อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวทยตีติ สญฺญาจิตฺตวิปลฺลาสา ภวนฺตีติ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. เอวํ สตีติ เอวํ มุทุเก อุจฺเฉทวิปลฺลาเส ปฐมุปฺปนฺเน สติ ปจฺฉา ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหตีติ สมฺพนฺโธ. การโกติ กมฺมสฺส การโก. เตน กตนฺติ กมฺมการเกน กตํ. กมฺมุนา หิ ผลสฺส โวหาโร อเภโทปจารกตฺตา. เอวนฺติ ทิฏฺฐิสหคตา เวทนา สาตสภาวา กิเลสปริฬาหาทินา สปริสฺสยา สอุปายาสา, เอวํ. ‘‘ปเคว อิตเร’’ติ วุตฺตเวทนาย อภิตุนฺนสฺส วิทฺธสฺส. ‘‘วุตฺตนเยน โยเชตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ตํ โยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิมาห. อุจฺเฉทนฺติ สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ, วิภวนฺติ อตฺโถ. อสโต หิ วินาสาสมฺภวโต อตฺถิภาวนิพนฺธโน อุจฺเฉโท. ยถา เหตุผลภาเวน ปวตฺตมานานํ สภาวธมฺมานํ สติปิ เอกสนฺตานปริยาปนฺนานํ ภินฺนสนฺตติปติเตหิ วิเสเส เหตุผลานํ ปรมตฺถโต อวินาภาวตฺตา ภินฺนสนฺตานปติตานํ วิย อจฺจนฺตเภทสนฺนิฏฺฐาเนน นานตฺตนยสฺส มิจฺฉาคหณํ อุจฺเฉทาภินิเวสสฺส การณํ. เอวํ เหตุผลภูตานํ ธมฺมานํ วิชฺชมาเนปิ สภาวเภเท เอกสนฺตติปริยาปนฺนตาย เอกตฺตนเยน อจฺจนฺตาเภทคหณมฺปิ การณเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ ปาฬิยํ. สนฺตานวเสน หิ วตฺตมาเนสุ ขนฺเธสุ ฆนวินิพฺโภคาภาเวน เอกตฺตคหณนิพนฺธโน สตฺตคฺคาโห, สตฺตสฺส จ อตฺถิภาวคฺคาหนิพนฺธโน อุจฺเฉทคฺคาโห, ยาวายํ อตฺตา น อุจฺฉิชฺชติ, ตาวายํ วิชฺชติเยวาติ คหณโต นิรุทยวินาโส อิธ อุจฺเฉโทติ อธิปฺเปโตติ ‘‘อุจฺเฉท’’นฺติ วุตฺตํ. วิเสเสน นาโส วินาโส, อภาโว. โส ปน มํสจกฺขุปญฺญาจกฺขูนํ ทสฺสนปถาติกฺกโมเยว โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อทสฺสน’’นฺติ. อทสฺสเน หิ นาสสทฺโท โลเก นิรุโฬฺหติ. สภาววิคโม สภาวาปคโม วิภโว. โย หิ นิรุทยวินาเสน อุจฺฉิชฺชติ, น โส อตฺตโน สภาเวน ติฏฺฐติ.
เอเต เตติ วา เย อิเม ตยา ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ จ ปุฏฺเฐน มยา ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวทยตี’’ติอาทินา, ‘‘อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวทยตี’’ติอาทินา จ ปฏิกฺขิตฺตา สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาตา อนฺตา, เต อุโภ อนฺเตติ โยชนา. อถ วา เอเต เตติ ยตฺถ ปุถู อญฺญติตฺถิยา อนุปจิตญาณสมฺภารตาย ปรมคมฺภีรํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ อปฺปชานนฺตา สสฺสตุจฺเฉเท นิมุคฺคา สีสํ อุกฺขิปิตุํ น วิสหนฺติ, เอเต เต อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมาติ โยชนา. เทเสตีติ ปฐมํ ตาว อนญฺญสาธารเณ ปฏิปตฺติธมฺเม ญาณานุภาเวน มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต, กรุณานุภาเวน เทสนาธมฺเม มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต ธมฺมํ เทเสติ. เอตฺถ หีติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา การณโต…เป… นิทฺทิฏฺโฐ, ตสฺมา มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต ธมฺมํ เทเสตีติ โยชนา. การณโต ผลํ ทีปิตนฺติ โยชนา, อภิเธยฺยานุรูปญฺหิ ลิงฺควจนานิ โหนฺติ. อสฺสาติ ผลสฺส. น โกจิ การโก วา เวทโก วา นิทฺทิฏฺโฐ, อญฺญทตฺถุ ปฏิกฺขิตฺโต เหตุผลมตฺตตาทสฺสนโต เกวลํ ทุกฺขกฺขนฺธคหณโตติ. เอตฺตาวตาติ ‘‘เอเต เต, กสฺสป…เป… ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’ติ เอตฺตเกน ตาว ปเทน. เสสปญฺหาติ ‘‘สยํกตญฺจ ปรํกตญฺจ ทุกฺข’’นฺติอาทิกา เสสา จตฺตาโร ปญฺหา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘กึ นุ โข, โภ โคตม, นตฺถิ ทุกฺข’’นฺติ ปโญฺห ปาฬิยํ สรูเปเนว ปฏิกฺขิตฺโตติ น อุทฺธโต. ปฏิเสธิตา โหนฺตีติ ตติยปโญฺห, ตาว ปฐมทุติยปญฺหปฏิกฺเขเปเนว ปฏิกฺขิตฺโต, โส หิ ปโญฺห วิสุํ วิสุํ ปฏิกฺเขเปน เอกชฺฌํ ปฏิกฺเขเปน จ. เตนาห ‘‘อุโภ…เป… ปฏิกฺขิตฺโต’’ติ. เอตฺถ จ ยสฺส อตฺตา การโก เวทโก วา อิจฺฉิโต, เตน วิปริณามธมฺโม อตฺตา อนุญฺญาโต โหติ. ตถา จ สติ อนุปุพฺพธมฺมปฺปวตฺติยา รูปาทิธมฺมานํ วิย, สุขาทิธมฺมานํ วิย จสฺส ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย อุปฺปาทวนฺตตา อาปชฺชติ. อุปฺปาเท จ สติ อวสฺสํภาวี นิโรโธติ อนวกาสา นิจฺจตาติ. ตสฺส ‘‘สยํกต’’นฺติ ปฐมปญฺหปฏิกฺเขโป ปจฺฉา เจ อตฺตโน นิรุฬฺหสฺส สมุทโย โหตีติ ปุพฺเพ วิย อเนน ภวิตพฺพํ, ปุพฺเพ วิย วา ปจฺฉาปิ. เสสปญฺหาติ ตติยปญฺหาทโย. ตติยปโญฺห ปฏิกฺขิตฺโตติ เอวญฺจ ตติยปโญฺห ปฏิกฺขิตฺโต เวทิตพฺโพ – ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา สตตํ สมิตํ ปจฺจยายตฺตสฺส ทีปเนน ทุกฺขสฺส อธิจฺจสมุปฺปนฺนตา ปฏิกฺขิตฺตา, ตโต เอว ตสฺส อชานนญฺจ ปฏิกฺขิตฺตํ. เตนาห ภควา ‘‘เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; สํ. นิ. ๒.๓๙-๔๐; มหาว. ๑; อุทา. ๑).
ยํ ปริวาสํ สมาทิยิตฺวา ปริวสตีติ โยชนา. วจนสิลิฏฺฐตาวเสนาติ ‘‘ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยํ อุปสมฺปท’’นฺติ ยาจนฺเตน เตน วุตฺตวจนสิลิฏฺฐตาวเสน. คามปฺปเวสนาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน นาติทิวาปฏิกฺกมนํ, นเวสิยาทิโคจรตา, สพฺรหฺมจารีนํ กิจฺเจสุ ทกฺขตาทิ, อุทฺเทสาทีสุ ติพฺพจฺฉนฺทตา, ติตฺถิยานํ อวณฺณภณเน อตฺตมนตา, พุทฺธาทีนํ อวณฺณภณเน อนตฺตมนตา, ติตฺถิยานํ วณฺณภณเน อนตฺตมนตา, พุทฺธาทีนํ วณฺณภณเน อตฺตมนตาติ (มหาว. ๘๗) อิเมสํ สงฺคโห. อฏฺฐ วตฺตานีติ อิมานิ อฏฺฐ ติตฺถิยวตฺตานิ ปูเรนฺเตน. เอตฺถ จ นาติกาเลน คามปฺปเวสนา ตตฺถ วิสุทฺธกายวจีสมาจาเรน ปิณฺฑาย จริตฺวา นาติทิวาปฏิกฺกมนนฺติ อิทเมกํ วตฺตํ.
อยเมตฺถ ปาโฐติ เอตสฺมึ กสฺสปสุตฺเต อยํ ปาโฐ. อญฺญตฺถาติ สีหนาทสุตฺตาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๐๒-๔๐๓). ฆํสิตฺวา โกฏฺเฏตฺวาติ ยถา สุวณฺณํ นิฆํสิตฺวา อธิกรณิยา โกฏฺเฏตฺวา นิทฺโทสเมว คยฺหติ, เอวํ ปริวาสวตฺตจรเณน ฆํสิตฺวา สุทฺธภาววีมํสเนน โกฏฺเฏตฺวา สุทฺโธ เอว อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิธ คยฺหติ. ติพฺพจฺฉนฺทตนฺติ สาสนํ อนุปวิสิตฺวา พฺรหฺมจริยวาเส ติพฺพจฺฉนฺทตํ ทฬฺหตราภิรุจิตํ. อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสีติ นามโคตฺเตน อปากฏํ เอกํ ภิกฺขุํ อาณาเปสิ เอหิภิกฺขุอุปสมฺปทาย อุปนิสฺสยาภาวโต. คเณ นิสีทิตฺวาติ ภิกฺขู อตฺตโน สนฺติเก ปตฺตาสนวเสน คเณ นิสีทิตฺวา.
อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ติมฺพรุกสุตฺตวณฺณนา
๑๘. ยสฺมา ติมฺพรุโก ‘‘เวทนา อตฺตา. อตฺตาว เวทยตี’’ติ เอวํลทฺธิโก, ตสฺมา ตาย ลทฺธิยา ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ วทติ, ตํ ปฏิสํหริตุํ ภควา ‘‘สา เวทนา’’ติอาทึ อโวจ. เตนาห ‘‘สา เวทนาติอาทิ สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ ลทฺธิยา นิเสธนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ. เอตฺถาปีติ อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต. ตตฺราติ ยํ วุตฺตํ ‘‘สา เวทนา…เป… สุขทุกฺข’’นฺติ, ตสฺมึ ปาเฐ. อาทิมฺหิเยวาติ เอตฺถ ภุมฺมวจเนน ‘‘อาทิโต’’ติ โต-สทฺโท น นิสฺสกฺกวจเน. เอว-กาเรน โข-สทฺโท อวธารเณติ ทสฺเสติ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตเมว. ตตฺถ ปน ‘‘เวทนาโต อญฺโญ อตฺตา, เวทนาย การโก’’ติ ลทฺธิกสฺส ทิฏฺฐิคติกสฺส วาโท ปฏิกฺขิตฺโต, อิธ ‘‘เวทนา อตฺตา’’ติ เอวํลทฺธิกสฺสาติ อยเมว วิเสโส. เตนาห ‘‘เอวญฺหิ สติ เวทนาย เอว เวทนา กตา โหตี’’ติอาทิ. อิมิสฺสาติ ยาย เวทนาย สุขทุกฺขํ กตํ, อิมิสฺสา. ปุพฺเพปีติ สสฺสตาการโต ปุพฺเพปิ. ปุริมญฺหิ อตฺถนฺติ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตํ อตฺถํ. อฏฺฐกถายนฺติ โปราณฏฺฐกถายํ. ตนฺติ ปุริมสุตฺเต วุตฺตมตฺถํ. อสฺสาติ อิมสฺส สุตฺตสฺส. ยสฺมา ติมฺพรุโก ‘‘เวทนาว อตฺตา’’ติ คณฺหาติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อหํ สา เวทนา…เป… น วทามี’’ติ.
อญฺญา เวทนาติอาทีสุปิ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตนยเมว. การกเวทนาติ กตฺตุภูตเวทนา. เวทนาสุขทุกฺขนฺติ เวทนาภูตสุขทุกฺขํ กถิตํ, น วฏฺฏสุขทุกฺขํ. ‘‘วิปากสุขทุกฺขเมว วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ ‘‘สยํกตํ สุขํ ทุกฺข’’นฺติอาทิวจนโต.
ติมฺพรุกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนา
๑๙. อวิชฺชา นีวรณา ภวาทิ-อาทีนวสฺส นิวาริตปฏิจฺฉาทิกา เอตสฺสาติ อวิชฺชานีวรโณ, อวิชฺชาย นิวุโตติ อาห ‘‘อวิชฺชาย นิวาริตสฺสา’’ติ. อยํ กาโยติ พาลสฺส อปฺปหีนกิเลสสฺส ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺตภาวํ รกฺขํ กตฺวา อวิชฺชาย ปฏิจฺฉาทิตาทีนเว อยาถาวทสฺสนวเสน ตณฺหาย ปฏิลทฺธจิตฺตสฺส ตํตํภวูปคา สงฺขารา สงฺขรียนฺติ. เตหิ จ อตฺตภาวสฺส อภินิพฺพตฺติ, ตสฺมา อยญฺจ อวิชฺชาย กาโย นิพฺพตฺโตติ. อสฺสาติ พาลสฺส. อยํ อตฺโถติ ‘‘อยํ กาโย นามรูปนฺติ จ วุตฺโต’’ติ อตฺโถ ทีเปตพฺโพ อุปาทานกฺขนฺธสฬายตนสงฺคหโต เตสํ ธมฺมานํ. เอวเมตํ ทฺวยนฺติ เอวํ อวิชฺชาย นิวาริตตฺตา, ตณฺหาย จ สํยุตฺตตฺตา เอวํ สปรสนฺตานคตสวิญฺญาณกกายสงฺขาตํ ทฺวยํ โหติ. อญฺญตฺถาติ สุตฺตนฺตเรสุ. ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕-๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓-๔๕; ๔.๖๐-๖๑; กถา. ๔๖๕, ๔๖๗) อชฺฌตฺติกพาหิรายตนานิ ภินฺทิตฺวา จกฺขุรูปาทิทฺวยานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา, อิธ ปน อภินฺทิตฺวา ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรายตนานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา ‘‘ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโส’’ติ, ตสฺมา มหาทฺวยํ นาม กิเรตํ อนวเสสโต อชฺฌตฺติกพาหิรายตนานํ คหิตตฺตา. อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานีติ เอตฺถาปิ หิ สฬายตนานิ สงฺคหิตาเนว. ผสฺสการณานีติ ผสฺสปวตฺติยา ปจฺจยานิ. เยหีติ เหตุทสฺสนมตฺตนฺติ อาห ‘‘เยหิ การณภูเตหี’’ติ. ผสฺโส เอว ผุสนกิจฺโจ, น ผสฺสายตนานีติ วุตฺตํ ‘‘ผสฺเสน ผุฏฺโฐ’’ติ. ปริปุณฺณวเสนาติ อเวกลฺลวเสน. อปริปุณฺณายตนานํ หีนานิ ผสฺสสฺส การณานิ โหนฺติ, เตสํ วิยาติ ‘‘เอเตสํ วา อญฺญตเรนา’’ติ วุตฺตํ. กายนิพฺพตฺตนาทิมฺหีติ สวิญฺญาณกสฺส กายสฺส นิพฺพตฺตนํ กายนิพฺพตฺตนํ, กาโย วา นิพฺพตฺตติ เอเตนาติ กายนิพฺพตฺตนํ, กิเลสาภิสงฺขารา. อาทิสทฺเทน ผสฺสสฬายตนาทิสงฺคโห. อธิกํ ปยสติ ปยุญฺชติ เอเตนาติ อธิปฺปยาโส, วิเสสการณนฺติ อาห ‘‘อธิกปโยโค’’ติ.
ภควา อมฺหากํ อุปฺปาทกภาเวน มูลภาเวน ภควํมูลกา. อิเม ธมฺมาติ อิเม การณธมฺมา. เยหิ มยํ พาลปณฺฑิตานํ สมาเนปิ กายนิพฺพตฺตนาทิมฺหิ วิเสสํ ชาเนยฺยาม, เตนาห ‘‘ปุพฺเพ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺเธน อุปฺปาทิตา’’ติอาทิ. อาชานามาติ อภิมุขํ ปจฺจกฺขโต ชานาม. ปฏิวิชฺฌามาติ ตสฺเสว เววจนํ, อธิคจฺฉามาติ อตฺโถ. เนตาติ อมฺหากํ สนฺตาเน ปาเปตา. วิเนตาติ ยถา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส โหติ, เอวํ วิเสสโต เนตา, ตทงฺควินยาทิวเสน วา วิเนตา. อนุเนตาติ อนุรูปํ เนตา. อนฺตรนฺตรา ยถาธมฺมปญฺญตฺติยา ปญฺญาปิตานํ ธมฺมานํ อนุรูปโต ทสฺสนํ โหตีติ อาห ‘‘ยถาสภาวโต …เป… ทสฺเสตา’’ติ. อาปาถํ อุปคจฺฉนฺตานํ ภควา ปฏิสรณํ สโมสรณฏฺฐานนฺติ ภควํปฏิสรณา ธมฺมา. เตนาห ‘‘จตุภูมกธมฺมา’’ติอาทิ. ปฏิสรติ ปฏิวิชฺฌตีติ ปฏิสรณํ, ตสฺมา ปฏิวิชฺฌนวเสน ภควา ปฏิสรณํ เอเตสนฺติ ภควํปฏิสรณา. เตนาห ‘‘อปิ จา’’ติอาทิ. ผสฺโส อาคจฺฉตีติ ปฏิวิชฺฌนกวเสน ผสฺโส ญาณสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, อาปาถํ อาคจฺฉนฺโตเยว โส อตฺถโต ‘‘อหํ กินฺนาโม’’ติ นามํ ปุจฺฉนฺโต วิย, ภควา จสฺส นามํ กโรนฺโต วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อหํ ภควา’’ติอาทิ. อุปฏฺฐาตูติ ญาณสฺส ปจฺจุปฏฺฐาตุ. ภควนฺตํเยว ปฏิภาตูติ ภควโต เอว ภาโค โหตุ, ภควาว นํ อตฺตโน ภาคํ กตฺวา วิสฺสชฺเชตูติ อตฺโถ, ภควโต ภาโค ยทิทํ ธมฺมสฺส อกฺขานํ, อมฺหากํ ปน สวนํ ภาโคติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. เอวญฺหิ สทฺทลกฺขเณน สเมติ. เกจิ ปน ปฏิภาตูติ อตฺถํ วทนฺติ ญาเณน ทิสฺสตุ เทสียตูติ วา อตฺโถ. เตนาห ‘‘ตุเมฺหเยว โน กเถตฺวา เทถาติ อตฺโถ’’ติ.
พาลสฺส ปณฺฑิตสฺส จ กายสฺส นิพฺพตฺติยา ปจฺจยภูตา อวิชฺชา จ ตณฺหา จ. เตนาห ‘‘กมฺมํ…เป… นิรุทฺธา’’ติ. ชวาเปตฺวาติ คหิตชวนํ กตฺวา, ยถา ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ สมตฺถํ โหติ, เอวํ กตฺวา. ยทิ นิรุทฺธา, กถํ อปฺปหีนาติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ. ภวติ หิ ตํสทิเสปิ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘สา เอว ติตฺติรี, ตาเนว โอสธานิ, ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสนา’’ติ จ. ทุกฺขกฺขยายาติ ตทตฺถวิเสสนตฺถนฺติ อาห ‘‘ขยตฺถายา’’ติ. ปฏิสนฺธิกายนฺติ ปฏิสนฺธิคหณปุพฺพกํ กายํ. ปาฬิยํ ‘‘พาเลนา’’ติ กรณวจนํ นิสฺสกฺเกติ อาห ‘‘พาลโต’’ติ. ภาวินา สห ปฏิสนฺธินา สปฺปฏิสนฺธิโก. โย ปน เอกนฺตโต เตนตฺตภาเวน อรหตฺตํ ปตฺตุํ ภพฺโพ, โส ภาวินา ปฏิสนฺธินา ‘‘อปฺปฏิสนฺธิโก’’ติ, ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘สปฺปฏิสนฺธิโก’’ติ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ วุตฺตํ, โส จ ยาว อริยภูมึ น โอกฺกมติ, ตาว พาลธมฺมสมงฺคี เอวาติ กตฺวา ‘‘สพฺโพปิ ปุถุชฺชโน พาโล’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ ‘‘อปฺปฏิสนฺธิโก ขีณาสโว ปณฺฑิโต’’ติ ขีณาสว-สทฺเทน อปฺปฏิสนฺธิโก วิเสสิโต. ยทิ เอวํ เสกฺขา กถนฺติ อาห ‘‘โสตาปนฺนา’’ติอาทิ. เต หิ สิขาปตฺตปณฺฑิจฺจภาวลกฺขณาภาวโต ปณฺฑิตาติ น วตฺตพฺพา ขีณาสวา วิย, พลวตรานํ ปน พาลธมฺมานํ ปหีนตฺตา พาลาติปิ น วตฺตพฺพา ปุถุชฺชนา วิย. ภชิยมานา ปน จตุสจฺจสมฺปฏิเวธํ อุปาทาย ปณฺฑิตปกฺขํ ภชนฺติ, น พาลปกฺขํ วุตฺตการเณนาติ.
พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ปจฺจยสุตฺตวณฺณนา
๒๐. สพฺพมฺปิ สงฺขตํ อปฺปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ นาม นตฺถีติ ปจฺจยธมฺโมปิ อตฺตโน ปจฺจยธมฺมํ อุปาทาย ปจฺจยุปฺปนฺโน, ตถา ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺโมปิ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนํ อุปาทาย ปจฺจยธมฺโมติ ยถารหํ ธมฺมานํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตา. เยสํ วิเนยฺยานํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาเยว สุโพธโต อุปฏฺฐาติ, เตสํ วเสน สุฏฺฐุ วิภาคํ กตฺวา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เทสิโต. เยสํ ปน วิเนยฺยานํ ตทุภยสฺมึ วิภชฺช สุเต เอว ธมฺมาภิสมโย โหติ, เต สนฺธาย ภควา ตทุภยํ วิภชฺช ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทญฺจ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเน จ ธมฺเม’’ติ อิมํ เทสนํ อารภีติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘สตฺถา อิมสฺมึ สุตฺเต’’ติอาทิมาห. ปจฺจยสฺส ภาโว ปจฺจยตฺตํ, ปจฺจยนิพฺพตฺตตา. อสภาวธมฺเม น ลพฺภตีติ ‘‘สภาวธมฺเม’’ติ วุตฺตํ. นนุ จ ชาติ ชรา มรณญฺจ สภาวธมฺโม น โหติ, เยสํ ปน ขนฺธานํ ชาติ ชรา มรณญฺจ, เต เอว สภาวธมฺมา, อถ กสฺมา เทสนาย เต คหิตาติ? นายํ โทโส, ชาติ ชรา มรณญฺหิ ปจฺจยนิพฺพตฺตานํ สภาวธมฺมานํ วิการมตฺตํ, นญฺเญสํ, ตสฺมา เต คหิตาติ. อุปฺปาทา วา ตถาคตานนฺติ น วิเนยฺยปุคฺคลานํ มคฺคผลุปฺปตฺติ วิย ชาติปจฺจยา ชรามรณุปฺปตฺติ ตถาคตุปฺปาทายตฺตา, อถ โข สา ตถาคตานํ อุปฺปาเทปิ อนุปฺปาเทปิ โหติเยว. ตสฺมา สา กามํ อสงฺขตา วิย ธาตุ น นิจฺจา, ตถาปิ ‘‘สพฺพกาลิกา’’ติ เอเตน ชาติปจฺจยโต ชรามรณุปฺปตฺตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ชาติเยว ชรามรณสฺส ปจฺจโย’’ติ. ชาติปจฺจยาติ จ ชาติสงฺขาตปจฺจยา. เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํ. ฐิตาว สา ธาตุ, ยายํ อิทปฺปจฺจยตา ชาติยา ชรามรณสฺส ปจฺจยตา ตสฺส พฺยภิจาราภาวโต. อิทานิ น กทาจิ ชาติ ชรามรณสฺส ปจฺจโย น โหติ โหติเยวาติ ชรามรณสฺส ปจฺจยภาเว นิยเมติ. อุภเยนปิ ยถาวุตฺตสฺส ปจฺจยภาโว ยตฺถ โหติ, ตตฺถ อวสฺสํภาวิตํ ทสฺเสติ. เตนาห ภควา ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติ. ทฺวีหิ ปเทหิ. ติฏฺฐนฺตีติ ยสฺส วเสน ธมฺมานํ ฐิติ, สา อิทปฺปจฺจยตา ธมฺมฏฺฐิตตา. ธมฺเมติ ปจฺจยุปฺปนฺเน ธมฺเม. นิยเมติ วิเสเสติ. เหตุคตวิเสสสมาโยโค หิ เหตุผลสฺส เอวํ ธมฺมตานิยาโม เอวาติ.
อปโร นโย – ฐิตาว สา ธาตูติ ยายํ ชรามรณสฺส อิทปฺปจฺจยตา ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ, เอสา ธาตุ เอส สภาโว. ตถาคตานํ อุปฺปาทโต ปุพฺเพ อุทฺธญฺจ อปฺปฏิวิชฺฌิยมาโน, มชฺเฌ จ ปฏิวิชฺฌิยมาโน น ตถาคเตหิ อุปฺปาทิโต, อถ โข สมฺภวนฺตสฺส ชรามรณสฺส สพฺพกาลํ ชาติปจฺจยโต สมฺภโวติ ฐิตาว สา ธาตุ, เกวลํ ปน สยมฺภุญาเณน อภิสมฺพุชฺฌนโต ‘‘อยํ ธมฺโม ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ ปเวทนโต จ ตถาคโต ‘‘ธมฺมสามี’’ติ วุจฺจติ, น อปุพฺพสฺส อุปฺปาทนโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติ. สา เอว ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ เอตฺถ วิปลฺลาสาภาวโต เอวํ อวพุชฺฌมานสฺส เอตสฺส สภาวสฺส, เหตุโน วา ตเถว ภาวโต ฐิตตาติ ธมฺมฏฺฐิตตา, ชาติ วา ชรามรณสฺส อุปฺปาทฏฺฐิติ ปวตฺตอายูหน-สํโยค-ปลิโพธ-สมุทย-เหตุปจฺจยฏฺฐิตีติ ตทุปฺปาทาทิภาเวนสฺสา ฐิตตา ‘‘ธมฺมฏฺฐิตตา’’ติ ผลํ ปติ สามตฺถิยโต เหตุเมว วทติ. ธารียติ ปจฺจเยหีติ วา ธมฺโม, ติฏฺฐติ ตตฺถ ตทายตฺตวุตฺติตาย ผลนฺติ ฐิติ, ธมฺมสฺส ฐิติ ธมฺมฏฺฐิติ. ธมฺโมติ วา การณํ ปจฺจยภาเวน ผลสฺส ธารณโต, ตสฺส ฐิติ สภาโว, ธมฺมโต จ อญฺโญ สภาโว นตฺถีติ ธมฺมฏฺฐิติ, ปจฺจโย. เตนาห ‘‘ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญา ธมฺมฏฺฐิติญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. มาติกา ๔). ธมฺมฏฺฐิติ เอว ธมฺมฏฺฐิตตา. สา เอว ธาตุ ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อิมสฺส สภาวสฺส, เหตุโน วา อญฺญถตฺตาภาวโต, ‘‘น ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ วิญฺญายมานสฺส จ ตพฺภาวาภาวโต นิยามตา ววตฺถิตภาโวติ ธมฺมนิยามตา. ผลสฺส วา ชรามรณสฺส ชาติยา สติ สมฺภโว ธมฺเม เหตุมฺหิ ฐิตตาติ ธมฺมฏฺฐิตตา, อสติ อสมฺภโว ธมฺมนิยามตาติ เอวํ ผเลน เหตุํ วิภาเวติ, ตํ ‘‘ฐิตาว สา ธาตู’’ติอาทินา วุตฺตํ. อิเมสํ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยตาสงฺขาตํ อิทปฺปจฺจยตํ อภิสมฺพุชฺฌติ ปจฺจกฺขกรเณน อภิมุขํ พุชฺฌติ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌติ, ตโต เอว อภิสเมติ อภิมุขํ สมาคจฺฉติ, อาทิโต กเถนฺโต อาจิกฺขติ, อุทฺทิสตีติ อตฺโถ. ตเมว อุทฺเทสํ ปริโยสาเปนฺโต เทเสติ. ยถาอุทฺทิฏฺฐมตฺตํ นิทฺทิสนวเสน ปกาเรหิ ญาเปนฺโต ปญฺญาเปติ. ปกาเรหิ เอว ปติฏฺฐเปนฺโต ปฏฺฐเปติ. ยถานิทฺทิฏฺฐํ ปฏินิทฺเทสวเสน วิวรติ วิภชติ. วิวฏญฺหิ วิภตฺตญฺจ อตฺถํ เหตูทาหรณทสฺสเนหิ ปากฏํ กโรนฺโต อุตฺตานีกโรติ. อุตฺตานีกโรนฺโต ตถา ปจฺจกฺขภูตํ กตฺวา นิคมนวเสน ปสฺสถาติ จาห.
ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติอาทีสูติ ชาติอาทีนํ ชรามรณปจฺจยภาเวสุ. เตหิ เตหิ ปจฺจเยหีติ ยาวตเกหิ ปจฺจเยหิ ยํ ผลํ อุปฺปชฺชมานารหํ, อวิกเลหิ เตเหว ตสฺส อุปฺปตฺติ, น อูนาธิเกหีติ. เตนาห ‘‘อนูนาธิเกเหวา’’ติ. ยถา ตํ จกฺขุรูปาโลกมนสิกาเรหิ จกฺขุวิญฺญาณสฺส สมฺภโวติ. เตน ตํตํผลนิปฺผาทเน ตสฺสา ปจฺจยสามคฺคิยา ตปฺปการตา ตถตาติ วุตฺตาติ ทสฺเสติ. สามคฺคินฺติ สโมธานํ, สมวายนฺติ อตฺโถ. อสมฺภวาภาวโตติ อนุปฺปชฺชนสฺส อภาวโต. ตถาวิธปจฺจยสามคฺคิยญฺหิ สติปิ ผลสฺส อนุปฺปชฺชเน ตสฺสาวิตถตา สิยา. อญฺญธมฺมปจฺจเยหีติ อญฺญสฺส ผลธมฺมสฺส ปจฺจเยหิ. อญฺญธมฺมานุปฺปตฺติโตติ ตโต อญฺญสฺส ผลธมฺมสฺส อนุปฺปชฺชนโต. น หิ กทาจิ จกฺขุรูปาโลกมนสิกาเรหิ โสตวิญฺญาณสฺส สมฺภโว อตฺถิ. ยทิ สิยา, ตสฺสา สามคฺคิยา อญฺญถตา นาม สิยา, น เจตํ อตฺถีติ ‘‘อนญฺญถตา’’ติ วุตฺตํ. ปจฺจยโตติ ปจฺจยภาวโต. ปจฺจยสมูหโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตาติ ตา-สทฺเทน ปทํ วฑฺฒิตํ ยถา ‘‘เทโวเยว เทวตา’’ติ, อิทปฺปจฺจยานํ สมูโห อิทปฺปจฺจยตาติ สมูหตฺโถ ตาสทฺโท ยถา ‘‘ชนานํ สมูโห ชนตา’’ติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห ‘‘ลกฺขณํ ปเนตฺถ สทฺทสตฺถโต เวทิตพฺพ’’นฺติ.
น นิจฺจํ สสฺสตนฺติ อนิจฺจํ. ชรามรณํ น อนิจฺจํ สงฺขารานํ วิการภาวโต อนิปฺผนฺนตฺตา, ตถาปิ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ ปริยาเยน วุตฺตํ. เอส นโย สงฺขตาทีสุปิ. สมาคนฺตฺวา กตํ สหิเตเหว ปจฺจเยหิ นิพฺพตฺเตตพฺพโต ยถาสภาวํ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตนฺติ สงฺขตํ. ปจฺจยารหํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ น วินา เตน สหิตสเมตเมว อุปฺปนฺนนฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ. เตนาห ‘‘ปจฺจเย นิสฺสาย อุปฺปนฺน’’นฺติ. ขยสภาวนฺติ ภิชฺชนสภาวํ. วิคจฺฉนกสภาวนฺติ สกภาวโต อปคจฺฉนกสภาวํ. วิรชฺชนกสภาวนฺติ ปลุชฺชนกสภาวํ. นิรุชฺฌนกสภาวนฺติ ขณภงฺควเสน ปภงฺคุสภาวํ. วุตฺตนเยนาติ ชราย วุตฺตนเยน. ชนกปฺปจฺจยานํ กมฺมาทีนํ. กิจฺจานุภาวกฺขเณติ เอตฺถ กิจฺจานุภาโว นาม ยถา ปวตฺตมาเน ปจฺจเย ตสฺส ผลํ อุปฺปชฺชติ, ตถา ปวตฺติ, เอวํ สนฺตสฺส ปวตฺตนกฺขเณ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมึ ขเณ ปจฺจโย อตฺตโน ผลุปฺปาทนํ ปติ พฺยาวโฏ นาม โหติ, อิมสฺมึ ขเณ เย ธมฺมา รูปาทโย อุปลพฺภนฺติ ตโต ปุพฺเพ, ปจฺฉา จ อนุปลพฺภมานา, เตสํ ตโต อุปฺปตฺติ นิทฺธารียติ, เอวํ ชาติยาปิ สา นิทฺธาเรตพฺพา ตํขณูปลทฺธโตติ. ยทิ เอวํ นิปฺปริยายโตว ชาติยา กุโตจิ อุปฺปตฺติ สิทฺธิ, อถ กสฺมา ‘‘เอเกน ปริยาเยนา’’ติ วุตฺตนฺติ? ชายมานธมฺมานํ วิการภาเวน อุปลทฺธพฺพตฺตา. ยทิ นิปฺผนฺนธมฺมา วิย ชาติ อุปลพฺเภยฺย, นิปฺปริยายโตว ตสฺสา กุโตจิ อุปฺปตฺติ สิยา, น เจวํ อุปลพฺภติ, อถ โข อนิปฺผนฺนตฺตา วิการภาเวน อุปลพฺภติ. ตสฺมา ‘‘เอเกน ปริยาเยเนตฺถ อนิจฺจาติอาทีนิ ยุชฺชนฺตี’’ติ วุตฺตํ. น ปน ชรามรเณ, ชนกปฺปจฺจยานํ กิจฺจานุภาวกฺขเณ ตสฺส อลพฺภนโต. เตเนว ‘‘เอตฺถ จ อนิจฺจนฺติ…เป… อนิจฺจํ นาม ชาต’’นฺติ วุตฺตํ.
สวิปสฺสนายาติ เอตฺถ สห-สทฺโท อปฺปธานภาวทีปโน ‘‘สมกฺขิกํ, สมกส’’นฺติอาทีสุ วิย. อปฺปธานภูตา หิ วิปสฺสนา, ยถาภูตทสฺสนมคฺคปญฺญา ปชานาติ. ‘‘ปุริมํ อนฺต’’นฺติ วุจฺจมาเน ปจฺจุปฺปนฺนภาวสฺสปิ คหณํ สิยาติ ‘‘ปุริมํ อนฺตํ อตีต’’นฺติ วุตฺตํ. วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจาติ สสฺสตาสงฺกํ นิสฺสาย ‘‘อโหสึ นุ โข อหมตีตมทฺธาน’’นฺติ อตีเต อตฺตโน วิชฺชมานตํ, อธิจฺจสมุปฺปตฺติอาสงฺกํ นิสฺสาย ‘‘ยโต ปภุติ อหํ, ตโต ปุพฺเพ น นุ โข อโหสิ’’นฺติ อตีเต อตฺตโน อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. กสฺมา? วิจิกิจฺฉาย อาการทฺวยาวลมฺพนโต. ตสฺสา ปน อตีตวตฺถุตาย คหิตตฺตา สสฺสตาธิจฺจสมุปฺปตฺติอาการนิสฺสิตตา ทสฺสิตา เอว. อาสปฺปนปริสปฺปนปวตฺติกํ กตฺถจิปิ อปฺปฏิวตฺติเหตุภูตํ วิจิกิจฺฉํ กสฺมา อุปฺปาเทตีติ น วิจาเรตพฺพเมตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘กึการณนฺติ น วตฺตพฺพ’’นฺติ. การณํ วา วิจิกิจฺฉาย อโยนิโสมนสิกาโร, ตสฺส อนฺธพาลปุถุชฺชนภาโว, อริยานํ อทสฺสาวิตา จาติ ทฏฺฐพฺพํ. ชาติลิงฺคุปปตฺติโยติ ขตฺติยพฺราหฺมณาทิชาตึ, คหฏฺฐปพฺพชิตาทิลิงฺคํ, เทวมนุสฺสาทิอุปปตฺติญฺจ. นิสฺสายาติ อุปาทาย. ตสฺมึ กาเล ยํ สนฺตานํ มชฺฌิมํ ปมาณํ, เตน ยุตฺโต ปมาณิโก, ตทภาวโต อธิกภาวโต วา ‘‘อปฺปมาณิโก’’ติ เวทิตพฺโพ. เกจีติ สารสมาสาจริยา. เต หิ ‘‘กถํ นุ โข’’ติ อิสฺสเรน วา พฺรหฺมุนา วา ปุพฺพกเตน วา อเหตุโต วา นิพฺพตฺโตติ จินฺเตตีติ วทนฺติ. อเหตุโต นิพฺพตฺติกงฺขาปิ หิ เหตุปรามสนเมวาติ. ปรมฺปรนฺติ ปุพฺพาปรปฺปวตฺตึ. อทฺธานนฺติ กาลาธิวจนํ, ตญฺจ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ ทฏฺฐพฺพํ. วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจาติ สสฺสตาสงฺกํ นิสฺสาย ‘‘ภวิสฺสามิ นุ โข อหํ อนาคตมทฺธาน’’นฺติ อนาคเต อตฺตโน วิชฺชมานตํ, อุจฺเฉทาสงฺกํ นิสฺสาย ‘‘ยสฺมิญฺจ อตฺตภาเว อุจฺเฉทนกงฺขา, ตโต ปรํ นุ โข ภวิสฺสามี’’ติ อนาคเต อตฺตโน อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขตีติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ.
ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานนฺติ อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา ‘‘ปฏิสนฺธิมาทึ กตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อิทํ กถํ, อิทํ กถ’’นฺติ ปวตฺตนโต กถํกถา, วิจิกิจฺฉา, สา อสฺส อตฺถีติ กถํกถี. เตนาห ‘‘วิจิกิจฺฉี’’ติ. กา เอตฺถ จินฺตา? อุมฺมตฺตโก วิย พาลปุถุชฺชโนติ ปฏิกจฺเจว วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ตํ มหามาตาย ปุตฺตํ. มุณฺเฑสุนฺติ มุณฺเฑน อนิจฺฉนฺตํ ชาครณกาเล น สกฺกาติ สุตฺตํ มุณฺเฑสุํ กุลธมฺมวเสน ยถา เอกจฺเจ กุลตาปสา. ราชภเยนาติ จ วทนฺติ. สีติภูตนฺติ อิทํ มธุรกภาวปฺปตฺติยา การณวจนํ. ‘‘เสตภูต’’นฺติปิ ปาโฐ, อุทเก จิรฏฺฐาเนน เสตภาวํ ปตฺตนฺติ อตฺโถ.
อตฺตโน ขตฺติยภาวํ กงฺขติ กณฺโณ วิย สูตปุตฺตสญฺญี, สูตปุตฺตสญฺญีติ สูริยเทวปุตฺตสฺส ปุตฺตสญฺญี. ชาติยา วิภาวิยมานาย ‘‘อห’’นฺติ ตสฺส อตฺตโน ปรามสนํ สนฺธายาห ‘‘เอวมฺปิ สิยา กงฺขา’’ติ. มนุสฺสาปิ จ ราชาโน วิยาติ มนุสฺสาปิ จ เกจิ เอกจฺเจ ราชาโน วิยาติ อธิปฺปาโย. วุตฺตนยเมว ‘‘สณฺฐานาการํ นิสฺสายา’’ติอาทินา. เอตฺถาติ ‘‘กถํ นุ โขสฺมี’’ติ ปเท. อพฺภนฺตเร ชีโวติ ปรปริกปฺปิตํ อนฺตรตฺตานํ วทติ. โสฬสํสาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สรีรปริมาณองฺคุฏฺฐ-ยวปรมาณุปริมาณตาทิเก สงฺคณฺหาติ. สตฺตปญฺญตฺติ ชีววิสยาติ ทิฏฺฐิคติกานํ มติมตฺตํ, ปรมตฺถโต ปน สา อตฺตภาววิสยาวาติ อาห ‘‘อตฺตภาวสฺส อาคติคติฏฺฐาน’’นฺติ. ยตายํ อาคโต, ยตฺถ จ คมิสฺสติ, ตํ ฐานนฺติ อตฺโถ. โสตาปนฺโน อธิปฺเปโต วิจิกิจฺฉาปหานสฺส ทิฏฺฐตฺตา. อิตเรปิ ตโยติ สกทาคามีอาทโย อวาริตา เอว. ‘‘อยญฺจ…เป… สุทิฏฺฐา’’ติ นิปฺปเทสโต สจฺจสํปฏิเวธสฺส โชติตตฺตา.
ปจฺจยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาหารวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.