๑๐. ทุติยปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตวณฺณนา
๔๐. พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ นมสฺสมานาติ พุทฺธสุพุทฺธตํ ธมฺมสุธมฺมตญฺจ ญตฺวา ตทุภยํ นมสฺสมานา. ยสฺมา พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺโน สงฺเฆ จ ปสนฺโน เอว โหติ ตสฺส สุปฺปฏิปตฺติยา วิชานนโต, ตสฺมา โส อตฺโถ คาถาย จ-สทฺทสงฺคหิโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘จ-สทฺเทน สงฺฆญฺจา’’ติ อาห อตฺถวติโยติ โลกิยโลกุตฺตรอตฺถสงฺคหิตา โลกิยกุสลโลกุตฺตรมคฺคสงฺคณฺหนโต. ยํ ธมฺมํ สา อภาสีติ ยํ ตุมฺหากํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิตา, สา มหาโกกนทา อตฺตโน พลานุรูปํ อภาสิ. พหุนาติ นานปฺปกาเรน. ปริยาเยนาติ การเณน. ตาทิโสติ ตถารูโป ตถาปฏิวิทฺธสจฺโจ อตฺถธมฺมาทีสุ กุสโล เอเกกํ ปทมฺปิ อุทาหรณเหตุนิคมนานิ นีหรนฺโต อาจิกฺขติ เทเสติ ปญฺญเปติ ปฐเปติ วิวรติ วิภชติ อุตฺตานีกโรติ. เตนาห ‘‘อยํ ภควา’’ติอาทิ. เอเตน อติวิย วิตฺถารกฺขโม สุคตธมฺโมติ ทสฺเสติ. ปริยาปุฏนฺติ ปริวตฺติตํ. เอวํ วิตฺถารกฺขมํ ธมฺมํ ยสฺมา เทวธีตา ‘‘สํขิตฺตมตฺถํ ลปยิสฺสามี’’ติ อโวจ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตสฺสตฺถ’’นฺติอาทิ.
ทุติยปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สตุลฺลปกายิกวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.