๔. สตุลฺลปกายิกวคฺโค
๑. สพฺภิสุตฺตวณฺณนา
๓๑. สตํ สาธูนํ สรณคมนสีลาทิเภทสฺส ธมฺมสฺส อุลฺลปนโต, อตฺตโน วา ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติยา ตสฺส ธมฺมสฺส อุลฺลปนโต กถนโต สตุลฺลปา, เทวตา, ตาสํ กาโย สมูโห, ตตฺถ ภวาติ สตุลฺลปกายิกา. เตนาห ‘‘สตํ ธมฺม’’นฺติอาทิ. สมาทานวเสน อุลฺลเปตฺวา, น วณฺณนากถนมตฺเตน ตตฺราติ ตสฺมึ ตาสํ เทวตานํ สตุลฺลปกายิกภาเว. อิทํ วตฺถูติ อิทํ การณํ. สมุทฺทวาณิชาติ สํยตฺติกา. ขิตฺตสรเวเคนาติ ชิยามุตฺตสรสทิสเวเคน, สีฆโอเฆนาติ อตฺโถ. อุปฺปตตีติ อุปฺปาโต. อุปฺปาเต ภวํ พฺยสนํ อุปฺปาติกํ. ปติฏฺฐาติ หิตปติฏฺฐา. ปรโลเก หิตสุขาวหํ อภยการณํ. ชงฺฆสตนฺติ มนุสฺสสตํ. ชงฺฆาสีเสน หิ มนุสฺเส วทติ สหจาริภาวโต. อคฺคเหสิ ปญฺจสีลานิ. อาสนฺนานาสนฺเนสุ อาสนฺนสฺเสว ปฐมํ วิปจฺจนโต ‘‘อาสนฺนกาเล คหิตสีลํ นิสฺสายา’’ติ วุตฺตํ. ฆฏาวเสนาติ สมูหวเสน.
สพฺภีติ สาธูหิ. เต หิ สปรหิตสาธนโต ปาสํสตาย สนฺตคุณตาย จ สนฺโตติ วุจฺจติ. เต ปน ยสฺมา ปณฺฑิตลกฺขเณหิ สมนฺนาคตา โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปณฺฑิเตหี’’ติ อาห. สมาเสถาติ สํวเสถาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโยติ อาห ‘‘สพฺพอิริยาปเถ’’ติอาทิ. มิตฺตสนฺถวนฺติ เมตฺติสนฺธานํ. สตฺตานํ หิเตสิตาลกฺขณา หิ เมตฺติ, สา จ ญาณสหิตา ญาณปุพฺพงฺคมาวาติ มิตฺตสนฺถโว อสํกิลิฏฺโฐ, อิตโร สํกิลิฏฺโฐติ อาห ‘‘น เกนจิ สทฺธึ กาตพฺโพ’’ติ. สทฺธมฺมนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิหิตาวหํ สุนฺทรธมฺมํ. เสยฺโยติ หิตวฑฺฒนตาทิ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วฑฺฒี’’ติ.
สตํ สาธูนํ, ปณฺฑิตานนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ตปฺปฏิโยควิสยตฺตา อญฺญ-สทฺทสฺส วุตฺตํ ‘‘อญฺญโต อนฺธพาลโต’’ติ. โสกนิมิตฺตํ โสกการณํ อุตฺตรปทโลเปน อิธ โสกสทฺเทน คหิตนฺติ อาห ‘‘โสกวตฺถูน’’นฺติอาทิ. โสกวตฺถูนิ นาม โจราทโย อจฺฉินฺทนาทิวเสน ปเรสํ โสกกรณโต. โสกานุคตา โสกปฺปตฺตา.
เถรสฺสาติ สํกิจฺจตฺเถรสฺส. อตฺตโน ภคินิยา เชฏฺฐตฺตา ‘‘ตุเมฺห’’ติ อาห. อยํ ‘‘อิธ โจรา ปฏิปชฺชึสู’’ติ อเมฺห ติณายปิ น มญฺญตีติ จินฺเตตฺวา เอกจฺเจ ‘‘มาเรม น’’นฺติ อาหํสุ. กรุณาย เอกจฺเจ ‘‘วิสฺสชฺเชมา’’ติ อาหํสุ. มนฺเตตฺวาติ ภาเสตฺวา.
อหุ อโหสิ, ภูตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเนติ ตาทิเส พฺรหาวเน, มหารญฺเญ นิวาสีติ อตฺโถ เจโตติ พฺยาโธ. กูฏานีติ วากุราทโย. โอฑฺเฑตฺวาติ สชฺเชตฺวา. สสกนฺติ เปลกํ อุพฺพิคฺคาติ ภีตตสิตา. เอกรตฺตินฺติ เอกรตฺเตเนว. ธนชานีติ ปริพฺพยวเสน อทฺธิเกหิ ลทฺธพฺพธนโต หานิ, ‘‘สมณมฺปิ นาม หนฺติ, กึ อเมฺหสุ ลชฺชิสฺสตี’’ติ อทฺธิกานํ อนาคมนโต เอกทิวสํ ลทฺธพฺพปริพฺพยมฺปิ น ลภิสฺสนฺตีติ อธิปฺปาโย.
ญาตโยปิ มาตาปิตุภาตุภคินิอาทิเก ญาตเก. เต กิร อธิมุตฺตสฺส ภคินิยา สนฺติกํ อุปคจฺฉนฺตา อนฺตรามคฺเค เตน สมาคตา, อธิมุตฺโต สจฺจวาจํ อนุรกฺขนฺโต โจรภยํ เตสํ นาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เตสมฺปี’’ติอาทิ. ตํ นิสฺสาย ปพฺพชิตตฺตา ‘‘อธิมุตฺตสามเณรสฺส สนฺติเก’’ติ วุตฺตํ, น อุปสมฺปทาจริโย หุตฺวา. เตนาห ‘‘อตฺตโน อนฺเตวาสิเก กตฺวา’’ติ. สจฺจานุรกฺขเณน อนุตฺตรคุณาธิคเมน จ ญาติมชฺเฌ วิโรจติ.
สาตตนฺติ สตตํ. ส-สทฺทสฺส หิ อิธ สาภาโว ยถา ‘‘สาราโค’’ติอาทีสุ. สาตภาโว วา สาตตนฺติ อาห ‘‘สุขํ วา’’ติ. การเณนาติ เตน เตน การเณน. สพฺพาสํ ตาสํ วจนํ สุภาสิตํ, ภควโต ปน อุกฺกํสคตํ สุภาสิตเมว. สฺวายมตฺโถ ตํตํคาถาปเทเนว วิญฺญายตีติ ตํ นีหริตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เตน สปฺปุริสูปสํเสวสทฺธมฺมาภิโยโค ยถา สตฺตานํ วฑฺฒิยา ปญฺญาปฏิลาภสฺส เอกนฺติกํ การณํ, เอวํ โสกปจฺจเย สติ วิโสกภาวสฺส, ญาติมชฺเฌ โสภาย, สุคติคมนสฺส, จิรํ สุขฏฺฐานสฺส, วฏฺฏทุกฺขโมจนสฺสปิ อญฺญาสาธารณํ โหตีติ วุตฺตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
สพฺภิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. มจฺฉริสุตฺตวณฺณนา
๓๒. ปมชฺชนากาเรน ปวตฺตา อนุปลทฺธิ ปมาโท. เตน เอกนฺตโต สติรหิตา โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สติวิปฺปวาสลกฺขเณนา’’ติ. ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาทโย เจตฺถ ปมาเทเนว สงฺคหิตา. อิทานิ ยถา มจฺฉริยนิมิตฺตญฺจ ปมาทนิมิตฺตญฺจ ทานํ น ทียติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกจฺโจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริกฺขยํ คมิสฺสตีติ โภคปริหานึ คมิสฺสติ. ขิฑฺฑาทีติ อาทิ-สทฺเทน มณฺฑนวิภูสนฉณนกฺขตฺตกิจฺจพฺยสนาทึ สงฺคณฺหาติ. ยสทายกนฺติ กิตฺติยสสฺส ปริวารยสสฺส จ ทายกํ. สิรีทายกนฺติ โสภคฺคทายกํ. สมฺปตฺติทายกนฺติ กุลโภครูปโภคสมฺปทาหิ สมฺปตฺติทายกํ. ปุญฺญนฺติ วา อิธ ปุญฺญผลํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐) วิย. อตฺถิ ทานสฺส ผลนฺติ เอตฺถ เทยฺยธมฺมสฺส อนวฏฺฐิตตํ พหุลสาธารณตํ, ตํ ปหาย คมนียตํ, ตพฺพิสยาย ปีติยา สาวชฺชตํ, ทานธมฺมสฺส อนญฺญสาธารณตํ อนุคามิกตํ, ตพฺพิสยาย ปีติยา อนวชฺชตํ, โลภาทิปาปธมฺมานํ วิโนทนํ, เสสปุญฺญานํ อุปนิสฺสยญฺจ ชานนฺเตนาติ วตฺตพฺพํ.
ตํเยว พาลนฺติ โย มจฺฉรี, ตเมว. อทานสีลา พาลา. เอกจฺโจ ธนสฺส ปริโภคปริกฺขยภเยน อตฺตนาปิ น ปริภุญฺชติ อติโลภเสฏฺฐิ วิยาติ อาห ‘‘อิธโลกปรโลเกสู’’ติ.
ยสฺมา เอกจฺโจ อทานสีโล ปุริโส อทฺธิเก ทิสฺวา ปสฺสนฺโตปิ น ปสฺสติ, เตสํ กถํ สุณนฺโตปิ น สุโณติ, สยํ กิญฺจิ น กเถติ, อทาตุกมฺยตาถมฺเภ พทฺโธ โหติ, ตสฺมา ตตฺถ มตลิงฺคานิ อุปลพฺภนฺติเยวาติ อาห ‘‘อทานสีลตาย มรเณน มเตสู’’ติ. อฏฺฐกถายํ ปน ทานมตฺตเมว คเหตฺวา มเตนสฺส สมตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทานสีลสฺส ปน อมตลิงฺคานิ วุตฺตวิปริยายโต เวทิตพฺพานิ. วชนฺติ ปุถุตฺเต เอกวจนํ, ตสฺมา วจนวิปลฺลาเสน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘สห วชนฺตา’’ติ. ทานสีลาทิธมฺโม ปุราตโน, น อชฺชตโนติ สนนฺตโน, โส เอเตสุ อตฺถีติ สนนฺตนา, ปณฺฑิตา, เตสํ ธมฺมาติ เตสํ วเสนปิ ธมฺโม สนนฺตโนติ อาห ‘‘สนนฺตนานํ วา ปณฺฑิตานํ เอส ธมฺโม’’ติ. อปฺปสฺมิมฺปิ เทยฺยธมฺเม สติ เอเก ทานํ ททนฺติ, เอเก น ททนฺติ มจฺฉริภาวา. สหสฺสทานสทิสาติ เอกาปิ ทกฺขิณา ปริจฺจาคเจตนาย อุฬารภาวโต สหสฺสทานสทิสา โหติ.
ทุรนุคมโนติ อสมงฺคินา อนุคนฺตุํ ทุกฺกโร. อนนุคมนญฺจสฺส ธมฺมสฺส อปูรณเมวาติ อาห ‘‘ทุปฺปูโร’’ติ. ‘‘ธมฺมํ จเร’’ติ อยํ ธมฺมจริยา คหฏฺฐสฺส วเสน อารทฺธาติ อาห ‘‘ทสกุสลกมฺมปถธมฺมํ จรตี’’ติ. เตนาห ‘‘ทารญฺจ โปส’’นฺติ. สมุญฺชกนฺติ กสฺสเกหิ อตฺตนา กาตพฺพํ กตฺวา วิสฏฺฐธญฺญกรณโต ขเล อุญฺฉาจริยวเสน สมุญฺชนิอาทินา ฉฑฺฑิตธญฺญสํหรณํ. เตนาห ‘‘โย อปิ…เป… สมุญฺชกํ จรตี’’ติ. เอเตนาติ สตสหสฺสสหสฺสยาคิคฺคหเณน ทสนฺนมฺปิ ภิกฺขุโกฏีนํ ปิณฺฑปาโต ทสฺสิโต โหติ. ‘‘ทินฺโน’’ติ ปทํ อาเนตฺวา โยชนา. ทสนฺนํ วา กหาปณโกฏีนํ ปิณฺฑปาโตติ ทสนฺนํ กหาปณโกฏีนํ วินิยุญฺชนวเสน สมฺปาทิตปิณฺฑปาโต. ตยิทํ สตสหสฺสํ สหสฺสยาคีนํ ทานํ เอตฺตกํ โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. สมุญฺชกํ จรนฺโตปีติ สมุญฺชกํ จริตฺวาปิ, สมุญฺชกจรณเหตูติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ทารํ โปเสนฺโตปิ ธมฺมํ จรติ, อปฺปกสฺมึ ททนฺโตปิ ธมฺมํ จรตีติ โยชนา. ตถาวิธสฺสาติ ตาทิสสฺส ตถาธมฺมจาริโน ยา ธมฺมจริยา, ตสฺสา กลมฺปิ นคฺฆนฺติ เอเต สหสฺสยาคิโน อตฺตโน สหสฺสยาคิตาย. ยํ เตน ทลิทฺเทนาติอาทิ ตสฺเสวตฺถสฺส วิวรณํ. สพฺเพสมฺปิ เตสนฺติ ‘‘สตํสหสฺสานํ สหสฺสยาคิน’’นฺติ วุตฺตานํ เตสํ สพฺเพสมฺปิ. อิตเรสนฺติ ‘‘ตถาวิธสฺสา’’ติ วุตฺตปุริสโต อญฺเญสํ. ทสโกฏิสหสฺสทานนฺติ ทสโกฏิสงฺขาตํ ตโต อเนกสหสฺสเภทตาย สหสฺสทานํ.
‘‘กลํ นคฺฆตี’’ติ อิทํ เตสํ ทานโต อิมสฺส ทานสฺส อุฬารตรภาเวน วิปุลตรภาเวน วิปุลตรผลตาย วุตฺตนฺติ อาห ‘‘กถํ นุ โข เอตํ มหปฺผลตรนฺติ ชานนตฺถ’’นฺติ. ปจฺจยวิเสเสน มหตฺตํ คโตติ มหคฺคโต, อุฬาโรติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘วิปุลสฺเสตํ เววจน’’นฺติ. สเมนาติ ญาเยน, ธมฺเมนาติ อตฺโถ. วิสเมติ น สเม มจฺฉริยลกฺขณปฺปตฺเต. เฉตฺวาติ ปีเฬตฺวา. ตํ ปน ปีฬนํ โปถนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โปเถตฺวา’’ติ อาห. อสฺสุมุขาติ ตินฺตอสฺสุมุขสมฺมิสฺสา ปรํ โรทาเปตฺวา. มหาทานนฺติ ยถาวุตฺตํ พหุเทยฺยธมฺมสฺส ปริจฺจชเนน มหนฺตทานํ. อุปฺปตฺติยา อปริสุทฺธตายาติ อชฺฌาสยสฺส เทยฺยธมฺมคเวสนาย จ สุทฺธตาย มลีนตฺตา. อิตรํ ธมฺมจริยาย นิพฺพตฺติตทานํ. ปริตฺตทานนฺติ ปริตฺตสฺส เทยฺยธมฺมสฺส วเสน ปริตฺตทานํ. อตฺตโน อุปฺปตฺติยา ปริสุทฺธตายาติ อชฺฌาสยสฺส เทยฺยธมฺมคเวสนาย จ วิสุทฺธตาย. เอวนฺติอาทิมาหาติ ‘‘เอวํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคิน’’นฺติ อโวจ. ตตฺถ สหสฺสานนฺติ สตํสหสฺสานํ. คาถาพนฺธสุขตฺถํ สตคฺคหณํ น กตํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
มจฺฉริสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สาธุสุตฺตวณฺณนา
๓๓. อุทานํ อุทาเนสีติ ปีติเวเคน อุคฺคิริตพฺพตาย อุทานํ อุคฺคิริ อุจฺจาเรสิ. ตยิทํ ยสฺมา ปีติสมุฏฺฐาปิตํ วจนํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุทาหารํ อุทาหรี’’ติ. ยถา ปน ตํ วจนํ ‘‘อุทาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สทฺธายาติ เอตฺถ ย-กาโร เหตุอตฺโถ. ปริจฺจาคเจตนาย หิ สทฺธา วิเสสปจฺจโย อสฺสทฺธสฺส ตทภาวโต. ปิ-สทฺโท วุตฺตตฺถสมฺปิณฺฑนตฺโถ. ‘‘สาหู’’ติ ปทํ สาธุสทฺเทน สมานตฺถํ ทฏฺฐพฺพํ. กถนฺติ ทานยุทฺธานํ วิปกฺขสภาวาติ อธิปฺปาโย. เอตํ อุภยนฺติ ทานํ ยุทฺธนฺติ อิทํ ทฺวยํ. ชีวิตภีรุโกติ ชีวิตวินาสภีรุโก. ขยภีรุโกติ โภคกฺขยสฺส ภีรุโก. วทนฺโตติ ชีวิเต สาลยตํ, ตโต เอว ยุชฺฌเน อสมตฺถตํ ปเวเทนฺโต. เฉชฺชนฺติ หตฺถปาทาทิเฉโท. อุสฺสหนฺโตติ วีริยํ กโรนฺโต. เอวํ โภเค รกฺขิสฺสามีติ ตถา โภเค อปริกฺขีเณ กริสฺสามีติ. วทนฺโตติ อิธ โภเคสุ โลภํ, ตโต เอว ทาตุํ อสมตฺถตํ ปเวเทนฺโต. เอวนฺติ เอวํ ชีวิตโภคนิรเปกฺขตาย ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมํ โหติ. สทฺธาทิสมฺปนฺโนติ สทฺธาธมฺมชีวิตาวีมํสาสีลาทิคุณสมนฺนาคโต. โส หิ เทยฺยวตฺถุโน ปริตฺตกตฺตา อปฺปกมฺปิ ททนฺโต อตฺตโน ปน จิตฺตสมฺปตฺติยา เขตฺตสมฺปตฺติยา จ พหุํ อุฬารปุญฺญํ ปวฑฺเฒนฺโต พหุวิธํ โลภ-โทส-อิสฺสา-มจฺฉริย-ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาทิเภทํ ตปฺปฏิปกฺขํ อภิภวติ, ตโต เอว จ ตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘มจฺเฉรํ มทฺทติ’’จฺเจว วุตฺตํ, ตสฺส ปน อุชุวิปจฺจนีกภาวโต.
ปรตฺถาติ ปรโลเก. เอกสาฏกพฺราหฺมณวตฺถุ อนฺวยวเสน, องฺกุรวตฺถุ พฺยติเรกวเสน วิตฺถาเรตพฺพํ.
ธมฺโม ลทฺโธ เอเตนาติ ธมฺมลทฺโธ, ปุคฺคโล. อคฺคิอาหิตปทสฺส วิย สทฺทสิทฺธิ ทฏฺฐพฺพา. ‘‘อุฏฺฐานนฺติ กายิกํ วีริยํ, วีริยนฺติ เจตสิก’’นฺติ วทนฺติ. อุฏฺฐานนฺติ โภคุปฺปาเท ยุตฺตปยุตฺตตา. วีริยนฺติ ตชฺโช อุสฺสาโห. ยมสฺส อาณาปวตฺติฏฺฐานํ. เวตรณิมฺปิ อิตเร นิรเย จ อติกฺกมฺม. เต ปน อพฺพุทาทีนํ วเสน อวีจึ ทสธา กตฺวา อวเสสมหานิรเย สตฺตปิ อายุปฺปมาณเภเทน ตโย ตโย กตฺวา เอกตึสาติ วทนฺติ. สญฺชีวาทินิรยสํวตฺตนสฺส กมฺมสฺส ติกฺขมชฺฌมุทุภาเวน ตสฺส อายุปฺปมาณสฺส ติวิธตา วิภาเวตพฺพา. อปเร ปน ‘‘อฏฺฐ มหานิรยา โสฬส อุสฺสทนิรยา อาทิโต จตฺตาโร สิตนิรเย เอกํ กตฺวา สตฺต สิตนิรยาติ เอวํ เอกตึส มหานิรยา’’ติ วทนฺติ. มหานิรยคฺคหณโต อาทิโต จตฺตาโร สิตนิรยา เอโก นิรโย กโตติ.
เตสนฺติ วิจินิตฺวา คหิตปจฺจยานํ. ปญฺจนวุติปาสณฺฑเภทา ปปญฺจสูทนิสํวณฺณนายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. ตตฺถาติ เตสุ ทฺวีสุ วิจินเนสุ. ทกฺขิณาวิจินนํ อาห, อุปมานานิ หิ นาม ยาวเทว อุปเมยฺยตฺถวิภาวนตฺถานิ. เอเตน สุเขตฺตคหณโตปิ ทกฺขิเณยฺยวิจินนํ ทฏฺฐพฺพํ.
ปาเณสุ สํยโมติ อิมินา ทสวิธมฺปิ กุสลกมฺมปถธมฺมํ ทสฺเสติ. ยถา หิ ‘‘ปาเณสุ สํยโม’’ติ อิมินา สตฺตานํ ชีวิตาโวโรปนโต สํยโม วุตฺโต, เอวํ เตสํ สาปเตยฺยาวหารโต ปรทารามสนโต วิสํวาทนโต อญฺญมญฺญเภทนโต ผรุสวจเนน สงฺฆฏฺฏนโต นิรตฺถกวิปฺปลปนโต ปรสนฺตกาภิชฺฌานโต อุจฺเฉทจินฺตนโต มิจฺฉาภินิเวสนโต จ สํยโม โหตีติ. เตนาห ‘‘สีลานิสํสํ กเถตุมารทฺธา’’ติ. ผรุสวจนสํยโม ปเนตฺถ สรูเปเนว วุตฺโต.
ปรสฺส อุปวาทภเยนาติ ปาปกิริยเหตุ ปเรน อตฺตโน วตฺตพฺพอุปวาทภเยน. อุปวาทภยาติ อุปวาทภยนิมิตฺตํ. ‘‘กถํ นุ โข อเมฺห ปเร น อุปวเทยฺยุ’’นฺติ อาสีสนฺตา ปาปํ น กโรนฺติ. ธมฺมปทเมวาติ อสงฺขตธมฺมโกฏฺฐาโส เอว เสยฺโย เสฏฺโฐ. ยสฺมา สพฺพสงฺขตํ อนิจฺจํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมํ, ตสฺมา ตทธิคมาย อุสฺสาโห กรณีโยติ ทสฺเสติ. ปุพฺพสทฺโท กาลวิเสสวิสโยติ อาห ‘‘ปุพฺเพ จ กสฺสปพุทฺธาทิกาเลปี’’ติอาทิ. ปุน อกาลวิเสโส อปาฏิเยกฺโก ภุมฺมตฺถวิสโยวาติ อาห ‘‘สพฺเพปิ วา’’ติอาทิ. ตตฺถ สพฺเพปิ วาติ เอเต สพฺเพปิ กสฺสปพุทฺธาทโย โลกนาถา สนฺโต นาม วูปสนฺตสพฺพกิเลสสนฺตาปา สนฺตสพฺภูตคุณตฺตา.
สาธุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. นสนฺติสุตฺตวณฺณนา
๓๔. กมนียานีติ กนฺตานิ. ตโต เอว เอตานิ อิฏฺฐารมฺมณานิ สุขารมฺมณานิ รูปาทีนิ, เต ปน วตฺถุกามา, ตทารมฺมณกิเลสกามา วา. ‘‘น สนฺติ กามา มนุเชสู’’ติ เทสนาสีสเมตํ, นิจฺฉเยน กามา อนิจฺจาเยว. มจฺจุ ธียติ เอตฺถาติ มจฺจุเธยฺยํ. น ปุน อาคจฺฉติ เอตฺถ ตํ อปุนาคมนํ. อปุนาคมนสงฺขาตํ นิพฺพานํ อนุปคจฺฉนโต. นิพฺพานํ หีติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส วิวรณํ. พทฺโธติ ปฏิพทฺธจิตฺโต. ปมตฺโตติ โวสฺสคฺคปมาทํ อาปนฺโน.
ตณฺหาฉนฺทโต ชาตํ ตสฺส วิเสสปจฺจยตฺตา. อิจฺฉิตํ หนตีติ อฆํ, ทุกฺขํ. อิธ ปน อนวเสสปริยาทานวเสน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขนฺติ. ฉนฺทวินยา อฆวินโยติ เหตุนิโรเธน หิ ผลนิโรโธ, เอวํ สอุปาทิเสสนิพฺพานํ วตฺวา อฆวินยา ทุกฺขวินโยติ อนุปาทิเสสนิพฺพานํ วทติ.
จิตฺรานีติ กิเลสกามาปิ เวทนาทิฏฺฐิสมฺปโยคเภเทน โหนฺติ, อาการเภเทน จ อตฺถิ สวิฆาตาวิฆาตาติ ตโต วิเสเสตุํ ‘‘อารมฺมณจิตฺตานี’’ติ วุตฺตํ. สงฺกปฺปิตราโคติ สุภาทิวเสน สงฺกปฺปิตวตฺถุมฺหิ ราโค. กิเลสกาโม กาโมติ วุตฺโต ตสฺเสวิธ วิเสสโต กามภาวสิทฺธิโต. ปสูรสุตฺเตน วิภาเวตพฺโพ ‘‘น เต กามา’’ติอาทินา ตสฺส วตฺถุมฺหิ อาคตตฺตา. อิทานิ ตมตฺถํ สงฺเขเปเนว วิภาเวนฺโต ‘‘ปสูรปริพฺพาชโก หี’’ติอาทิมาห. น เต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเกติ เต เจ กามา น โหนฺติ, ยานิ โลเก จิตฺรานิ รูปาทิอารมฺมณานิ. เวเทสีติ เกวลํ สงฺกปฺปราคญฺจ กามํ กตฺวา วเทสิ เจ. เหหินฺตีติ ภเวยฺยุนฺติ อตฺโถ. สุณนฺโต สทฺทานิ มโนรมานิ, สตฺถาปิ เต เหหิติ กามโภคีติ ปจฺเจกํ คาถา, อิธ ปน สํขิปิตฺวา ทสฺสิตา. ธีรา นาม ธิติสมฺปนฺนาติ อาห ‘‘ปณฺฑิตา’’ติ.
ตสฺสาติ โย ปหีนโกธมาโน สพฺพโส สํโยชนาติโค นามรูปสฺมึ อสชฺชนฺโต ราคาทิกิญฺจนรหิโต, ตสฺส. โมฆราชา นาม เถโร พาวรีพฺราหฺมณสฺส ปริจารกานํ โสฬสนฺนํ อญฺญตโร. ยถานุสนฺธึ อปฺปตฺโต สาวเสส-อตฺโถ, กิญฺจิ วตฺตพฺพํ อตฺถีติ อธิปฺปาโย. สพฺพโส วิมุตฺตตฺตาว เทวมนุสฺสา นมสฺสนฺติ, เย ตํ ปฏิปชฺชนฺติ. เตสํ กึ โหติ? กิญฺจิปิ น สิยาติ อยเมตฺถ อตฺถวิเสโส? ทสพลํ สนฺธาเยวมาห อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน. อนุปฏิปตฺติยาติ ปฏิปตฺตึ อนุคนฺตฺวา ปฏิปชฺชเนน. นมสฺสนฺติ ตํ ปูเชนฺติ.
จตุสจฺจธมฺมํ ชานิตฺวาติ เตน ปฏิวิทฺธํ จตุสจฺจธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา. ตถา จ พุทฺธสุพุทฺธตาย นิพฺเพมติกา โหนฺตีติ อาห ‘‘วิจิกิจฺฉํ ปหายา’’ติ. ตโต ปรํ ปน อนุกฺกเมน อคฺคมคฺคาธิคเมน สงฺคาติคาปิ โหนฺติ. อเสกฺขธมฺมปาริปูริยา ปสํสิยา วิญฺญูนํ ปสํสาปิ โหนฺตีติ.
นสนฺติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อุชฺฌานสญฺญิสุตฺตวณฺณนา
๓๕. อุชฺฌานวเสน ปวตฺตา สญฺญา เอเตสํ อตฺถิ, อุชฺฌานวเสน วา สญฺชานนฺตีติ อุชฺฌานสญฺญี. การเยติ กตานํ ปริยนฺตํ การเยติ อตฺโถ. ปริยนฺตการิตนฺติ ปริจฺฉินฺนการิตํ ปริมิตวจนนฺติ อตฺโถ. ปํสุกูลาทิปฏิปกฺขนเยน ปตฺตุณฺณทุกุลาทิ วุตฺตํ. นามํ คหิตนฺติ เอเตน ‘‘อุชฺฌานสญฺญิกา’’ติ เอตฺถ ก-สทฺโท สญฺญายนฺติ ทสฺเสติ.
อญฺเญนากาเรน ภูตนฺติ อตฺตนา ปเวทิยมานาการโต อญฺเญน อสุทฺเธน อากาเรน วิชฺชมานํ อุปลพฺภมานํ อตฺตานํ. วญฺเจตฺวาติ ปลมฺเภตฺวา. ตสฺส กุหกสฺส. ตํ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ปริภุญฺชนํ. ปริชานนฺตีติ ตสฺส ปฏิปตฺตึ ปริจฺฉิชฺช ชานนฺติ. การโกติ สมฺมาปฏิปตฺติยา กตฺตา, สมฺมาปฏิปชฺชิตาติ อตฺโถ.
อิทนฺติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, อยนฺติ อตฺโถ. ธมฺมานุธมฺมปฏิปทาติ นิพฺพานธมฺมสฺส อนุจฺฉวิกตาย อนุธมฺมภูตา ปฏิปทา. ปฏิปกฺขวิธมเน อสิถิลตาย ทฬฺหา. ภาสิตมตฺเตน จ สวนมตฺเตน จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท วิเสสนิวตฺติอตฺโถ. เตน ภาสิตสฺส สุตสฺส จ สมฺมาปฏิปตฺติวิเสสํ นิวตฺเตติ. โลกปริยายนฺติ โลกสฺส ปริวิธมนํ อุปฺปาทนิโรธวเสน สงฺขารานํ ปราวุตฺตึ. เตนาห ‘‘สงฺขารโลกสฺส อุทยพฺพย’’นฺติ. สฺวายมตฺโถ สจฺจปฏิเวเธเนว โหตีติ อาห ‘‘จตุสจฺจธมฺมญฺจ อญฺญายา’’ติ. เอวํ น กุพฺพนฺตีติ อตฺตนิ วิชฺชมานมฺปิ คุณํ อนาวีกโรนฺโต ‘‘ยถา ตุเมฺห วทถ, เอวํ น กุพฺพนฺตี’’ติ อวิชฺชมานตํ พฺยากโรตีติ อตฺโถ.
อการกเมวาติ โทสํ อการกเมว. อจฺจยสฺส ปฏิคฺคณฺหนํ นาม อธิวาสนํ, เอวํ โส เทสเกน เทสิยมาโน ตโต วิคโต นาม โหติ. เตนาห ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตูติ ขมตู’’ติ.
สภาเวนาติ สภาวโต. เอกสทิสนฺติ ปเรสํ จิตฺตาจารํ ชานนฺตมฺปิ อชานนฺเตหิ สห เอกสทิสํ กโรนฺตา. ปรโตติ ปจฺฉา. กถาย อุปฺปนฺนายาติ ‘‘กสฺสจฺจยา น วิชฺชนฺตี’’ติอาทิกถาย ปวตฺตมานาย ‘‘ตถาคตสฺส พุทฺธสฺสา’’ติอาทินา พุทฺธพลํ พุทฺธานุภาวํ ทีเปตฺวา. ขมิสฺสามีติ อจฺจยเทสนํ ปฏิคฺคณฺหิสฺสามิ. ตปฺปฏิคฺคโห หิ อิธ ขมนนฺติ อธิปฺเปตํ, สตฺถา ปน สพฺพกาลํ ขโม เอว.
โกโป อนฺตเร จิตฺเต เอตสฺสาติ โกปนฺตโร. โทโส ครุ ครุกาตพฺโพ อสฺสาติ โทสครุ. ‘‘ปฏิมุจฺจตี’’ติ วา ปาโฐ, อยเมว อตฺโถ. อจฺจายิกกมฺมนฺติ สหสา อนุปธาเรตฺวา กิริยา. โน จิธาติ โน เจ อิธ. อิธาติ นิปาตมตฺตํ. อปคตํ อปนีตํ. โทโส โน เจ สิยา, เตน ปริยาเยน ยทิ อปราโธ นาม น ภเวยฺยาติ. น สมฺเมยฺยุํ น วูปสเมยฺยุํ. กุสโลติ อนวชฺโช.
ธีโร สโตติ ปททฺวเยน วฏฺฏฉินฺทํ อาห. โก นิจฺจเมว ปณฺฑิโต นามาติ อตฺโถติ ‘‘กสฺสจฺจยา’’ติอาทิกาย ปุจฺฉาคาถาย อตฺโถ. ทีฆมชฺฌิมสํวณฺณนาสุ ตถาคต-สทฺโท วิตฺถารโต สํวณฺณิโตติ อาห ‘‘เอวมาทีหิ การเณหิ ตถาคตสฺสา’’ติ. พุทฺธตฺตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘โพเธตา ปชายา’’ติอาทินา (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗) นิทฺเทเส อาคตการณานิ สงฺคยฺหนฺติ. วิโมกฺขํ วุจฺจติ อริยมคฺโค, ตสฺส อนฺโต อคฺคผลํ, ตตฺถ ภวา ปณฺณตฺติ, ตสฺสา วเสน. เอวํ พุทฺธพลํ ทีเปติ. อิทานิ ขิตฺตํ สงฺเขเปน สํหราปิตํ โหตีติ ทสฺเสติ.
อุชฺฌานสญฺญิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. สทฺธาสุตฺตวณฺณนา
๓๖. ตตฺวสฺสาติ โอ-การสฺส ว-การาเทสํ อ-การสฺส จ โลปํ กตฺวา นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ตโต อสฺสา’’ติ. ‘‘ตตสฺสา’’ติ วา ปาโฐ, ตโตติ จ สทฺธาเหตูติ อตฺโถ. นานุปตนฺตีติ น วตฺตนฺติ. ปมาทํ กโรนฺตีติ ปมชฺชนฺติ, มิจฺฉา ปฏิปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. ลกฺขณานีติ อนิจฺจาทิลกฺขณานิ. อุปนิชฺฌายตีติ อุเปจฺจ ญาณจกฺขุนา เปกฺขติ, อนุปสฺสตีติ อตฺโถ. อาคตกิจฺจนฺติ อาหตกิจฺจํ, อยเมว วา ปาโฐ. สาเธตีติ อสมฺโมหปฏิเวธวเสน นิปฺผาเทติ, ตถลกฺขณํ นิโรธสจฺจํ อุปนิชฺฌายตีติ อยมตฺโถ มคฺเคปิ วตฺตพฺโพ เตน วินา อสมฺโมหปฏิเวธสฺส อสมฺภวโต. กสิณารมฺมณสฺสาติ อิทํ ลกฺขณวจนํ. อกสิณารมฺมณสมาปตฺติโยปิ หิ สนฺตีติ. ยถา จ กสิณารมฺมณานิ อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ อวเสสานญฺจ ตทารมฺมณานํ ปจฺจเวกฺขณวเสน จิตฺตานํ, เอวํ เตน ตานิ อารมฺมณานิ คหิตานีติ ‘‘กสิณารมฺมณสฺส’’อิจฺเจว วุตฺตํ. ปรมํ อุตฺตมํ สุขนฺติ วตฺตพฺพโต ปรมสุขํ อรหตฺตํ.
สทฺธาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สมยสุตฺตวณฺณนา
๓๗. อุทานํ ปฏิจฺจาติ อุกฺกากรญฺญา ชาติสมฺเภทปริหารนิมิตฺตํ อตฺตโน วํสปริสุทฺธํ นิสฺสาย วุตฺตํ ปีติอุทาหารํ ปฏิจฺจ โคตฺตวเสน ‘‘สกฺกา’’ติ ลทฺธนามานํ. ยทิ เอโกปิ ชนปโท, กถํ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘รุฬฺหีสทฺเทนา’’ติ. อกฺขรจินฺติกา หิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ ยุตฺเต วิย สลิงฺควจนานิ อิจฺฉนฺติ, อยเมตฺถ รุฬฺหี ยถา ‘‘อวนฺตี กุรู’’ติ, ตพฺพิเสสเน ปน ชนปทสทฺเท ชาติสทฺทตาย เอกวจนเมว. อโรปิเมติ เกนจิ น โรปิเม.
อาวรเณนาติ เสตุนา. พนฺธาเปตฺวาติ ปณฺฑุปลาสปาสาณมตฺติกขณฺฑาทีหิ อาลึ ถิรํ การาเปตฺวา. สสฺสานิ กาเรนฺตีติ เชฏฺฐมาเส กิร ฆมฺมสฺส พลวภาเวน หิมวนฺเต หิมํ วิลียิตฺวา สนฺทิตฺวา อนุกฺกเมน โรหิณึ นทึ ปวิสติ, ตํ พนฺธิตฺวา สสฺสานิ กาเรนฺติ. ‘‘ชาตึ ฆฏฺเฏตฺวา กลหํ วฑฺฒยึสู’’ติ สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘โกลิยกมฺมกรา วทนฺตี’’ติ อาห. นิยุตฺตอมจฺจานนฺติ ตสฺมึ สสฺสปริปาลนกมฺเม นิโยชิตมหามตฺตานํ.
ตีณิ ชาตกานีติ ‘‘กุฐาริหตฺโถ ปุริโส’’ติอาทินา ผนฺทนชาตกํ (ชา. ๑.๑๓.๑๔ อาทโย) ‘‘ทุทฺทุภายติ ภทฺทนฺเต’’ติอาทินา ทุทฺทุภชาตกํ, (ชา. ๑.๔.๘๕ อาทโย) ‘‘วนฺทามิ ตํ กุญฺชรา’’ติอาทินา ลฏุกิกชาตกนฺติ (ชา. ๑.๕.๓๙ อาทโย) อิมานิ ตีณิ ชาตกานิ. เทฺว ชาตกานีติ –
‘‘สาธุ สมฺพหุลา ญาตี, อปิ รุกฺขา อรญฺญชา;
วาโต วหติ เอกฏฺฐํ, พฺรหนฺตมฺปิ วนปฺปติ’’นฺติ. –
อาทินา รุกฺขธมฺมชาตกํ (ชา. ๑.๑.๗๔).
‘‘สมฺโมทมานา คจฺฉนฺติ, ชาลมาทาย ปกฺขิโน;
ยทา เต วิวทิสฺสนฺติ, ตทา เอหินฺติ เม วส’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๓๓) –
อาทินา สมฺโมทมานชาตกนฺติ อิมานิ เทฺว ชาตกานิ.
‘‘อตฺตทณฺฑา ภยํ ชาตํ, ชนํ ปสฺสถ เมธคํ;
สํเวคํ กิตฺตยิสฺสามิ, ยถา สํวิชิตํ มยา’’ติ. (สุ. นิ. ๙๔๑) –
อาทินา อตฺตทณฺฑสุตฺตํ.
เตนาติ ภควตา. กลหกรณภาโวติ กลหกรณสฺส อตฺถิภาโว. มหาปถวิยา มหคฺเฆ ขตฺติเย กสฺมา นาเสถาติ ทสฺเสตฺวา กลหํ วูปสเมตุกาโม ภควา ปถวึ นิทสฺสนภาเวน คณฺหีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปถวี นาม กึ อคฺฆตี’’ติอาทิมาห. อฏฺฐาเนติ อการเณ. เวรํ กตฺวาติ วิโรธํ อุปฺปาเทตฺวา. ตํตํปโลภนกิริยาย ปรกฺกมนฺติโย ‘‘อุกฺกณฺฐนฺตู’’ติ สาสนํ เปเสนฺติ. กุณาลทเหติ กุณาลทหตีเร ปติฏฺฐาย. ปุจฺฉิตํ กเถสิ อนุกฺกเมน กุณาลสกุณราชสฺส ปุจฺฉาปสงฺเคน กุณาลชาตกํ (ชา. ๒.๒๑.กุณาลชาตก) กเถสฺสามีติ. อนภิรตึ วิโนเทสิ อิตฺถีนํ โทสทสฺสนมุเขน กามานํ อาทีนโวการสํกิเลสวิภาวนวเสน. ปุริสปุริเสหีติ โกสชฺชํ วิทฺธํเสตฺวา ปุริสถามพฺรูหเนน อุตฺตมปุริเสหิ โน ภวิตุํ วฏฺฏตีติ อุปฺปนฺนจิตฺตา. อวิสฺสฏฺฐสมณกมฺมนฺตา อปริจฺจตฺตกมฺมฏฺฐานาภิโยคาติ อตฺโถ. นิสีทิตุํ วฏฺฏตีติ ภควา จินฺเตสีติ โยชนา.
ปทุมินิยนฺติ ปทุมวเน. วิกสึสุ คุณคณวิโพเธน. อยํอิมสฺส…เป… น กเถสีติ อิมินา สพฺเพปิ เต ภิกฺขู ตาวเทว ปฏิปาฏิยา อาคตตฺตา อญฺญมญฺญสฺส ลชฺชมานา อตฺตนา ปฏิลทฺธวิเสสํ ภควโต นาโรเจสุนฺติ ทสฺเสติ. ขีณาสวานนฺติอาทินา ตตฺถ การณมาห.
โอสฏมตฺเตติ ภควโต สนฺติกํ อุปคตมตฺเต. อริยมณฺฑเลติ อริยปุคฺคลสมูเห. ปาจีนยุคนฺธรปริกฺเขปโตติ ยุคนฺธรปพฺพตสฺส ปาจีนปริกฺเขปโต, น พาหิรเกหิ วุจฺจมานอุทยปพฺพตโต. รามเณยฺยกทสฺสนตฺถนฺติ พุทฺธุปฺปาทปฏิมณฺฑิตตฺตา วิเสสโต รมณียสฺส โลกสฺส รมณียภาวทสฺสนตฺถํ. อุลฺลงฺฆิตฺวาติ อุฏฺฐหิตฺวา. เอวรูเป ขเณ ลเย มุหุตฺเตติ ยถาวุตฺเต จนฺทมณฺฑลสฺส อุฏฺฐิตกฺขเณ อุฏฺฐิตเวลายํ อุฏฺฐิตมุหุตฺเตติ อุปรูปริกาลสฺส วฑฺฒิตภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
เตสํ ภิกฺขูนํ ชาติอาทิวเสน ภควโต อนุรูปปริวารภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. มหาสมฺมตสฺส วํเส อุปฺปนฺโนติอาทิ กุลวํสสุทฺธิทสฺสนํ. ขตฺติยคพฺเภ ชาโตติ อิทํ สติปิ ชาติวิสุทฺธิยํ มาตาปิตูนํ วเสน อวิสุทฺธตา สิยาติ เตสมฺปิ ‘‘อวิสุทฺธตา นตฺถิ อิเมส’’นฺติ วิสุทฺธิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. สติปิ จ คพฺภวิสุทฺธิยํ กตโทเสน มิสฺสกตฺตา อรชฺชารหตาปิ สิยาติ ‘‘ตมฺปิ นตฺถิ อิเมส’’นฺติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ราชปพฺพชิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
สามนฺตาติ สมีเป. จลึสูติ อุฏฺฐหึสุ. โกสมตฺตํ ฐานํ สทฺทนฺตรํ, ‘‘สทฺทสวนฏฺฐานเมว สทฺทนฺตร’’นฺติ อปเร. ติกฺขตฺตุํ เตสฏฺฐิยา นครสหสฺเสสูติ ชมฺพุทีเป กิร อาทิโต มหนฺตานิ เตสฏฺฐิ นครสหสฺสานิ อุปฺปนฺนานิ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ. ตํ สนฺธายาห ‘‘ติกฺขตฺตุํ เตสฏฺฐิยา นครสหสฺเสสู’’ติ. ตานิ ปน สมฺปิณฺเฑตฺวา สตสหสฺสโต ปรํ นวสหสฺสาธิกานิ อสีติสหสฺสานิ. นวนวุติยา โทณมุขสตสหสฺเสสูติ นวสตสหสฺสาธิเกสุ นวุติสตสหสฺเสสุ โทณมุเขสุ. โทณมุขนฺติ จ มหานครสฺส อายุปฺปตฺติฏฺฐานภูตํ ปาทนครํ วุจฺจติ. ฉนวุติยา ปฏฺฏนโกฏิสตสหสฺเสสูติ ฉโกฏิสตสหสฺสอธิเกสุ นวุติโกฏิสตสหสฺสปฏฺฏเนสุ. ตมฺพปณฺณิทีปาทิฉปณฺณาสาย รตนากเรสุ. เอวํ ปน นคร-โทณมุขปฏฺฏน-รตนากราทิภาเวน กถนํ ตํตํอธิวตฺถาย วสนฺตีนํ ตาสํ เทวตานํ พหุภาวทสฺสนตฺถํ. ยทิ ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ เทวตา สนฺนิปติตา. อถ กสฺมา ปาฬิยํ ‘‘ทสหิ จ โลกธาตูหี’’ติ? วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทสสหสฺส…เป… อธิปฺเปต’’นฺติ. เตน สหสฺสิโลกธาตุ อิธ ‘‘เอกา โลกธาตู’’ติ เวทิตพฺพา.
โลหปาสาเทติ สพฺพปฐมกเต โลหปาสาเท. พฺรหฺมโลเกติ เหฏฺฐิเม พฺรหฺมโลเก. ยทิ ตา เทวตา เอวํ นิรนฺตรา หุตฺวา สนฺนิปติตา, ปจฺฉา อาคตานํ โอกาโส เอว น ภเวยฺยาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยถา โข ปนา’’ติอาทิ.
สุทฺธาวาสกาเย อุปฺปนฺนา สุทฺธาวาสกายิกา. ตาสํ ปน ยสฺมา สุทฺธาวาสภูมิ นิวาสฏฺฐานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สุทฺธาวาสวาสีน’’นฺติ. อาวาสาติ อาวาสฏฺฐานภูตา. เทวตา ปน โอรมฺภาคิยานํ อิตเรสญฺจ สํโยชนานํ สมุจฺฉินฺนฏฺเฐน สุทฺโธ อาวาโส วิหาโร เอเตสนฺติ สุทฺธาวาสา. มหาสมาคมํ ญตฺวาติ มหาสมาคมํ คตาติ ญตฺวา.
ปุรตฺถิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอตริ อญฺญตฺถ โอกาสํ อลภมาโน. เอวํ เสสาปิ. มณิวมฺมนฺติ อินฺทนีลมณิมยํ กวจํ. พุทฺธานํ อภิมุขภาโค พุทฺธวีถิ, สา ยาว จกฺกวาฬา อุตฺตริตุํ น สกฺกา. มหติยา พุทฺธวีถิยาวาติ พุทฺธานํ สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺเตหิ เตหิ เทวพฺรเหฺมหิ วลญฺชิตพุทฺธวีถิยาว.
สมิติ สงฺคติ สนฺนิปาโต สมโย, มหนฺโต สมโย มหาสมโยติ อาห ‘‘มหาสมูโห’’ติ. ปวทฺธํ วนํ ปวนนฺติ อาห ‘‘วนสณฺโฑ’’ติ. เทวฆฏาติ เทวสมูหา. สมาทหํสูติ สมาหิตํ โลกุตฺตรสมาธึ สุฏฺฐุ อปฺปิตํ อกํสุ. ตถา สมาหิตํ ปน สมาธินา นิโยชิตํ นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สมาธินา โยเชสุ’’นฺติ. สพฺเพสํ โคมุตฺตวงฺกาทีนํ ทูรสมุสฺสาริตตฺตา อตฺตโน…เป… อกรึสุ. วินยติ อสฺเส เอเตหีติ เนตฺตานิ, โยตฺตานิ. อวีถิปฏิปนฺนานํ อสฺสานํ วีถิปฏิปาทนํ รสฺมิคฺคหเณน โหตีติ ‘‘โยตฺตานิ คเหตฺวา อโจเทนฺโต’’ติ วตฺวา ตํ ปน อโจทนํ อวารณเมวาติ อาห ‘‘อโจเทนฺโต อวาเรนฺโต’’ติ.
ยถา ขีลํ ภิตฺติยํ, ภูมิยํ วา อาโกฏิตํ ทุนฺนีหรณํ, ยถา จ ปลิฆํ นครปฺปเวสนิวารณํ, ยถา จ อินฺทขีลํ คมฺภีรเนมิ สุนิขาตํ ทุนฺนีหรณํ, เอวํ ราคาทโย สตฺตสนฺตานโต ทุนฺนีหรณา นิพฺพานนครปฺปเวสนิวารณา จาติ เต ‘‘ขีลํ ปลิฆํ อินฺทขีล’’นฺติ จ วุตฺตา. อูหจฺจาติ อุทฺธริตฺวา. ตณฺหาเอชาย อภาเวน อเนชา. ปรมสนฺตุฏฺฐภาเวน จาตุทฺทิสตฺตา อปฺปฏิหตจาริกํ จรนฺติ. พุทฺธจกฺขุ-ธมฺมจกฺขุ-ทิพฺพจกฺขุ-สมนฺตจกฺขุ-ปกติจกฺขูนํ วเสน ปญฺจหิ จกฺขูหิ. สุทนฺตา กุโตติ อาห ‘‘จกฺขุโตปี’’ติ. ฉนฺทาทีหีติ ฉนฺทาทีนํ วเสน น คจฺฉนฺติ น วตฺตนฺติ. น อาคจฺฉนฺติ อนุปฺปาทนโต. อาคุนฺติ อปราธํ.
สพฺพสํโยคาติ วิภตฺติโลเปน นิทฺเทโส, สพฺเพ สํโยเคติ อตฺโถ. วิสชฺชาติ วิสชฺชิตฺวา. เอวมฺปีติ อิมายปิ คาถาย วเสน ‘‘อาคุํ น กโรตี’’ติ ปเท.
คตาเสติ คตา เอว. น คมิสฺสนฺติ ปรินิฏฺฐิตสรณคมนตฺตา. โลกุตฺตรสรณคมนเญฺหตฺถ อธิปฺเปตํ. เตนาห ‘‘นิพฺเพมติกสรณคมเนน คตา’’ติ. เต หิ นิยเมน อปายํ น คมิสฺสนฺติ, เทวกายญฺจ ปริปูเรสฺสนฺติ. เย ปน โลกิเยน สรณคมเนน พุทฺธํ สรณํ คตา, น เต คมิสฺสนฺติ อปายํ, สติ จ ปจฺจยนฺตรสมวาเย ปหาย มานุสํ เทหํ เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺตีติ. เตนาห โส พฺรหฺมา ‘‘เย เกจิ พุทฺธํ…เป… ปริปูเรสฺสนฺตี’’ติ.
สมยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. สกลิกสุตฺตวณฺณนา
๓๘. ตนฺติ อุยฺยานํ สงฺขํ คตนฺติ สมฺพนฺโธ. ธนุนา สเรน คหนฺติ โปถยนฺติ พาเธนฺตีติ ธนุคฺคหา. ตํ สมฺปฏิจฺฉีติ ตสฺสา สิลาย เหฏฺฐาภาเคน อุคฺคนฺตฺวา สมฺปฏิจฺฉิ. สตฺถุ ปุญฺญานุภาเวน อุปหตตฺตา สยมฺปิ ปริปตนฺตี วาตํ อุปตฺถมฺเภติ. อภิหนิ สตฺถารา อนาวชฺชิตตฺตา. ตญฺจ โข กมฺมผลวเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตโต เอว ตโต ปฏฺฐาย ภควโต อผาสุ ชาตนฺติ เอเตนปิ อุปาทิณฺณกสรีเร นาม อนิฏฺฐาปิ สมฺผสฺสกา ปตนฺติ เอว ตถารูเปน กมฺมุนา กโตกาเสติ ทสฺเสติ. อยํ วิหาโรติ คิชฺฌกูฏวิหาโร. อุชฺชงฺคโล น กตฺตพฺพปโร. วิสโมติ ภูมิภาควเสน วิสโม. สิวิกากาเรน สชฺชิโต มญฺโจ เอว มญฺจสิวิกา.
ภุสาติ ทฬฺหา. ทุกฺขาติ ทุกฺขมา ทุตฺติติกฺขา. ขราติ กกฺกสา. กฏุกาติ อนิฏฺฐา. อสาตาติ น สาตา อปฺปิยา. น อปฺเปตีติ น อุเปติ. น อปฺปายนฺตีติ น ขมนฺติ. เวทนาธิวาสนขนฺติยา สติสมฺปชญฺญยุตฺตตฺตา สพฺพสตฺตฏฺฐิตาหารสมุทยวตฺถุชาตสฺส อาทีนวนิสฺสรณานํ ปเคว สุปฺปฏิวิทิตตฺตา ยถา สมุทาจาโร จิตฺตํ นาภิภวติ, เอวํ สมฺมเทว อุปฏฺฐาปิตสติสมฺปชญฺญตฺตา วุตฺตํ ‘‘เวทนาธิวาสน…เป… หุตฺวา’’ติ. อปีฬิยมาโนติ อพาธิยมาโน. กามํ อนิฏฺฐาย เวทนาย ผุฏฺโฐ ตาย อปีฬิยมาโน นาม นตฺถิ, ปริญฺญาตวตฺถุกตฺตา ปน ตสฺสา วเส อวตฺตมาโน ‘‘อวิหญฺญมาโน’’ติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘สมฺปริวตฺตสายิตาย เวทนานํ วสํ อคจฺฉนฺโต’’ติ.
สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ สยนํ เสยฺยา, สีหสฺส วิย เสยฺยา สีหเสยฺยา, ตํ สีหเสยฺยํ. อถ วา สีหเสยฺยนฺติ เสฏฺฐเสยฺยํ อุตฺตมเสยฺยํ. สฺวายมตฺโถ อฏฺฐกถายเมว อาคมิสฺสติ. ‘‘วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี’’ติ เอวํ วุตฺตา กามโภคิเสยฺยา. ทกฺขิณปสฺเสน สยาโน นาม นตฺถิ ทกฺขิณหตฺถสฺส สรีรคฺคหณาทิโยคกฺขมโต. ปุริสวเสน เจตํ วุตฺตํ. เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ ทุกฺขุปฺปตฺติโต. อยํ สีหเสยฺยาติ อยํ ยถาวุตฺตา สีหเสยฺยา. เตชุสฺสทตฺตาติ อิมินา สีหสฺส อภีตภาวํ ทสฺเสติ. ภีรุกชาติกา หิ เสสมิคา อตฺตโน อาสยํ ปวิสิตฺวา อุตฺราสพหุลา สนฺตาสปุพฺพกํ ยถา ตถา สยนฺติ, สีโห ปน อภิรุกภาวโต สโตการี ภิกฺขุ วิย สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาว สยติ. เตนาห ‘‘เทฺว ปุริมปาเท’’ติอาทิ. ปุริมปาเทติ ทกฺขิณปุริมปาเท วามสฺส ปุริมปาทสฺส ฐปนวเสน เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา. ปจฺฉิมปาเทติ เทฺว ปจฺฉิมปาเท. วุตฺตนเยเนว อิธาปิ เอกสฺมึ ฐาเน ฐปนํ เวทิตพฺพํ. ฐิโตกาสสลฺลกฺขณํ อภีรุกภาเวเนว. สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวาติอาทินา วุตฺตสีหกิริยา อนุตฺราสปพุชฺฌนํ วิย อภีรุกภาวสิทฺธา ธมฺมตาวเสเนวาติ เวทิตพฺพา. สีหวิชมฺภิตวิชมฺภนํ อติเวลํ เอกากาเรน ฐปิตานํ สรีราวยวานํ คมนาทิกิริยาสุ โยคฺคภาวาปาทนตฺถํ. ติกฺขตฺตุํ สีหนาทนทนํ อปฺเปสกฺขมิคชาตปริหรณตฺถํ.
เสติ อพฺยาวฏภาเวน ปวตฺตติ เอตฺถาติ เสยฺยา, จตุตฺถชฺฌานเมว เสยฺยา จตุตฺถชฺฌานเสยฺยา. กึ ปเนตฺถ ตํ จตุตฺถชฺฌานนฺติ? อานาปานจตุตฺถชฺฌานํ. ตโต หิ วุฏฺฐหิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อนุกฺกเมน อคฺคมคฺคํ อธิคนฺตฺวา ตถาคโต ชาโตติ. ‘‘ตยิทํ ปทฏฺฐานํ นาม, น เสยฺยา, ตถาปิ ยสฺมา ‘จตุตฺถชฺฌานา วุฏฺฐหิตฺวา สมนนฺตรํ ภควา ปรินิพฺพายี’ติ มหาปรินิพฺพาเน (ที. นิ. ๒.๒๑๙) อาคตํ. ตสฺมา โลกิยจตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติ เอว ตถาคตเสยฺยา’’ติ เกจิ. เอวํ สติ ปรินิพฺพานกาลิกาว ตถาคตเสยฺยาติ อาปชฺชติ; น จ ตถาคโต โลกิยจตุตฺถชฺฌานสมาปชฺชนพหุโล วิหาสิ. อคฺคผลวเสน ปวตฺตํ ปเนตฺถ จตุตฺถชฺฌานํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ยถา สตฺตานํ นิทฺทุปคมลกฺขณา เสยฺยา ภวงฺคจิตฺตวเสน โหติ, สา จ เนสํ ปฐมํ ชาติสมนฺวยา เยภุยฺยวุตฺติกา, เอวํ ภควโต อริยชาติสมนฺวยํ เยภุยฺยวุตฺติกํ อคฺคผลภูตํ จตุตฺถชฺฌานํ ตถาคตเสยฺยาติ เวทิตพฺพา. สีหเสยฺยา นาม เสฏฺฐเสยฺยาติ อาห ‘‘อุตฺตมเสยฺยา’’ติ.
‘‘กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา ยถาปริจฺเฉทํ อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ เอวํ ตทา มนสิการสฺส อกตตฺตา ปาฬิยํ ‘‘อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิกริตฺวา’’ติ น วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อุฏฺฐานสญฺญนฺติ ปเนตฺถ น วุตฺต’’นฺติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘คิลานเสยฺยา เหสา’’ติ. สา หิ จิรกาลปฺปวตฺติกา โหติ.
วิสุํ วิสุํ ราสิวเสน อนาคนฺตฺวา เอกชฺฌํ ปุญฺชวเสน อาคตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สพฺพาปิ ตา’’ติ. เตนาห ‘‘สตฺตสตา’’ติ. วิการมตฺตมฺปีติ เวทนาย อสหนวเสน ปวตฺตนาการมตฺตมฺปิ. สุสมฺมฏฺฐกญฺจนํ วิยาติ สมฺมฏฺฐสุสชฺชิตสุวณฺณํ วิย.
ธมฺมาลปนนฺติ อสงฺขาริกสมุปฺปนฺนสภาวาลปนํ. สมุลฺลปิตญฺหิ อาการสมานวจนเมตํ. นาโค วิย วาติ ปวตฺตตีติ นาคโว. ตสฺส ภาโว นาควตา. วิภตฺติโลเปน เหส นิทฺเทโส, มหานาคหตฺถิสทิสตายาติ อตฺโถ. พฺยตฺตุปริจรณฏฺเฐนาติ พฺยตฺตํ อุปรูปริ อตฺตโน กิริยาจรเณน. อาชานีโยติ สมฺมาปติตํ ทุกฺขํ สหนฺโต อตฺตนา กาตพฺพกิริยํ ธีโร หุตฺวา นิตฺถารโก. การณาการณชานเนนาติ นิยฺยานิกานิยฺยานิกกรณญาตตาย. เตเนวฏฺเฐนาติ อปฺปฏิสมฏฺเฐเนว. ‘‘มุตฺโต โมเจยฺย’’นฺติอาทิ ธุรวาหฏฺเฐน. นิพฺพิเสวนฏฺเฐนาติ ราคาทิวิสวิคตภาเวน.
อนิยมิตาณตฺตีติ อนุทฺเทสิกํ อาณาปนํ. สามญฺญกโตปิ สมาธิสทฺโท ปกรณโต อิธ วิเสสตฺโถติ อาห ‘‘สมาธินฺติ อรหตฺตผลสมาธิ’’นฺติ. ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน สพฺพกิเลเสหิ สุฏฺฐุ วิมุตฺตนฺติ สุวิมุตฺตํ. อภินตํ นาม อารมฺมเณ อภิมุขภาเวน ปวตฺติยา. อปนตํ อปคมนวเสน ปวตฺติยา, วิมุขตายาติ อตฺโถ. โลกิยชฺฌานจิตฺตํ วิย วิปสฺสนา วิย จ สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน ตทงฺคปฺปหานวิกฺขมฺภนปหานวเสน จ วิกฺขมฺเภตฺวา น อธิคตํ น ฐปิตํ, กิญฺจรหิ กิเลสานํ สพฺพโส ฉินฺนตายาติ อาห ‘‘ฉินฺนตฺตา วตํ ผลสมาธินา สมาหิต’’นฺติ. อติกฺกมิตพฺพนฺติ อาจาราติกฺกมวเสน ลงฺฆิตพฺพํ. สา ปน ลงฺฆนา อาสาทนา ฆฏฺฏนาติ อาห ‘‘ฆฏฺเฏตพฺพ’’นฺติ.
ปญฺจเวทา นาม – อิรุเวโท, ยชุเวโท, สามเวโท, อาถพฺพณเวโท, อิติหาโส จาติ เอวํ อิติหาสปญฺจมานํ เวทานํ. ‘‘จร’’นฺติ วจนวิปลฺลาเสน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘จรนฺตา’’ติ, ตปนฺตาติ อตฺโถ. หีนตฺตรูปาติ หีนาธิมุตฺติกตาย นิหีนจิตฺตสภาวา. วิมุตฺติกตาย อภาวโต นิพฺพานงฺคมา น โหนฺติ. อรหตฺตาธิคมกมฺมสฺส อภพฺพตาย ปริหีนตฺถา. อชฺโฌตฺถฏาติ อภิภูตา. ตาทิเสเหว สีเลหีติ โคสีลาทีหิ. พทฺธาติ สมาทเปตฺวา ปวตฺตนวเสน อนุพทฺธา. ลูขํ ตปนฺติ อตฺตกิลมถานุโยคํ. ตํ ปน เอกเทเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺจาตปตาปน’’นฺติอาทิมาห. ‘‘เอวํ ปฏิปนฺนสฺส โมกฺโข นตฺถิ, เอวํ ปฏิปนฺนสฺส วฏฺฏโต มุตฺติ อตฺถี’’ติ วทนฺตี สา อตฺตโต สาสนสฺส นิยฺยานภาโว กถิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวํ กเถนฺตี’’ติ. อาทินฺติ คาถาทฺวยํ.
สกลิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ปฐมปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตวณฺณนา
๓๙. จาตุมหาราชิกสฺสาติ จาตุมหาราชิกกายิกสฺส. ธมฺโม อนุพุทฺโธติ จตุสจฺจธมฺโม ปริญฺเญยฺยาทิภาวสฺส อนุรูปโต พุทฺโธ. ปจฺจกฺขเมวาติ ปรปตฺติยา อหุตฺวา อตฺตปจฺจกฺขเมว กตฺวา ชานามิ. ธมฺมํ ครหนฺตา นาม สทฺทโทสวเสน วา อตฺถโทสวเสน วา ครเหยฺยุนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘หีนกฺขร…เป… โกติวา’’ติ อาห. สา ปน ‘‘เตสํ วิครหา ทุมฺเมธตาย มหานตฺถาวหาวา’’ติ ทสฺเสนฺตี เทวตา อาห ‘‘ทุมฺเมธา อุเปนฺติ โรรุว’’นฺติ. วิสุํ โหตีติ อวีจิมหานิรยโต วิสุํ เอว โหติ. ขนฺติยาติ ญาณขนฺติยา. อุปสเมนาติ ราคาทีนํ สพฺพโส วูปสเมน. เตนาห ‘‘รุจฺจิตฺวา’’ติอาทิ.
ปฐมปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ทุติยปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตวณฺณนา
๔๐. พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ นมสฺสมานาติ พุทฺธสุพุทฺธตํ ธมฺมสุธมฺมตญฺจ ญตฺวา ตทุภยํ นมสฺสมานา. ยสฺมา พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺโน สงฺเฆ จ ปสนฺโน เอว โหติ ตสฺส สุปฺปฏิปตฺติยา วิชานนโต, ตสฺมา โส อตฺโถ คาถาย จ-สทฺทสงฺคหิโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘จ-สทฺเทน สงฺฆญฺจา’’ติ อาห อตฺถวติโยติ โลกิยโลกุตฺตรอตฺถสงฺคหิตา โลกิยกุสลโลกุตฺตรมคฺคสงฺคณฺหนโต. ยํ ธมฺมํ สา อภาสีติ ยํ ตุมฺหากํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิตา, สา มหาโกกนทา อตฺตโน พลานุรูปํ อภาสิ. พหุนาติ นานปฺปกาเรน. ปริยาเยนาติ การเณน. ตาทิโสติ ตถารูโป ตถาปฏิวิทฺธสจฺโจ อตฺถธมฺมาทีสุ กุสโล เอเกกํ ปทมฺปิ อุทาหรณเหตุนิคมนานิ นีหรนฺโต อาจิกฺขติ เทเสติ ปญฺญเปติ ปฐเปติ วิวรติ วิภชติ อุตฺตานีกโรติ. เตนาห ‘‘อยํ ภควา’’ติอาทิ. เอเตน อติวิย วิตฺถารกฺขโม สุคตธมฺโมติ ทสฺเสติ. ปริยาปุฏนฺติ ปริวตฺติตํ. เอวํ วิตฺถารกฺขมํ ธมฺมํ ยสฺมา เทวธีตา ‘‘สํขิตฺตมตฺถํ ลปยิสฺสามี’’ติ อโวจ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตสฺสตฺถ’’นฺติอาทิ.
ทุติยปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สตุลฺลปกายิกวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.