๑. เทวตาสํยุตฺตํ

๑. นฬวคฺโค

๑. โอฆตรณสุตฺตวณฺณนา

วิภาควนฺตานํ สภาววิภาวนํ วิภาคทสฺสนวเสเนว โหตีติ ปฐมํ ตาว สํยุตฺตวคฺคสุตฺตาทิวเสน สํยุตฺตาคมสฺส วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ สํยุตฺตาคโม นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ ยํ วุตฺตํ – ‘‘สํยุตฺตาคมวรสฺส อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ, ตสฺมึ วจเน. ตตฺถาติ วา ‘‘เอตาย อฏฺฐกถาย วิชานาถ สํยุตฺตนิสฺสิตํ อตฺถ’’นฺติ เอตฺถ ยํ สํยุตฺตคฺคหณํ กตํ, ตตฺถ. ปญฺจ วคฺคา เอตสฺสาติ ปญฺจวคฺโค. อวยเวน วิคฺคโห, สมุทาโย สมาสตฺโถ.

อิทานิ ตํ อาทิโต ปฏฺฐาย สํวณฺเณตุกาโม อตฺตโน สํวณฺณนาย ตสฺส ปฐมมหาสงฺคีติยํ นิกฺขิตฺตานุกฺกเมเนว ปวตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ตสฺส วคฺเคสุ สคาถาวคฺโค อาที’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถาปจฺจยํ ตตฺถ ตตฺถ เทสิตตฺตา ปญฺญตฺตตฺตา จ วิปฺปกิณฺณานํ ธมฺมวินยานํ สงฺคเหตฺวา คายนํ กถนํ สงฺคีติ, มหาวิสยตฺตา ปูชนิยตฺตา จ มหตี สงฺคีติ มหาสงฺคีติ. ปฐมา มหาสงฺคีติ ปฐมมหาสงฺคีติ, ตสฺสา ปวตฺติตกาโล ปฐมมหาสงฺคีติกาโล, ตสฺมึ ปฐมมหาสงฺคีติกาเล.

นิททาติ เทสนํ เทสกาลาทิวเสน อวิทิตํ วิทิตํ กตฺวา นิทสฺเสตีติ นิทานํ. โย โลเก คนฺถสฺส อุโปคฺฆาโตติ วุจฺจติ, สฺวายเมตฺถ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ-อาทิโก คนฺโถ เวทิตพฺโพ, น ปน ‘‘สนิทานาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๑๒๖) วิย อตฺตชฺฌาสยาทิเทสนุปฺปตฺติเหตุ. เตเนวาห – ‘‘เอวํ เม สุตนฺติ-อาทิกํ อายสฺมตา อานนฺเทน ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตํ นิทานมาที’’ติ. กามญฺเจตฺถ ยสฺสํ ปฐมมหาสงฺคีติยํ นิกฺขิตฺตานุกฺกเมน สํวณฺณนํ กตฺตุกาโม, สา วิตฺถารโต วตฺตพฺพา, สุมงฺคลวิลาสินิยํ ปน อตฺตนา วิตฺถาริตตฺตา ตตฺเถว คเหตพฺพาติ อิมิสฺสา สํวณฺณนาย มหตฺตํ ปริหรนฺโต ‘‘สา ปเนสา’’ติอาทิมาห.

๑. เอวํ พาหิรนิทาเน วตฺตพฺพํ อติทิสิตฺวา อิทานิ อพฺภนฺตรนิทานํ อาทิโต ปฏฺฐาย สํวณฺเณตุํ ‘‘ยํ ปเนต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺมา สํวณฺณนํ กโรนฺเตน สํวณฺเณตพฺเพ ธมฺเม ปทวิภาคํ ปทตฺถญฺจ ทสฺเสตฺวา ตโต ปรํ ปิณฺฑตฺถาทิทสฺสนวเสน สํวณฺณนา กาตพฺพา, ตสฺมา ปทานิ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวนฺติ นิปาตปท’’นฺติ-อาทิมาห. ตตฺถ ปทวิภาโคติ ปทานํ วิเสโส, น ปทวิคฺคโห. อถ วา ปทานิ จ ปทวิภาโค จ ปทวิภาโค. ปทวิคฺคโห จ ปทวิภาโค จ ปทวิภาโคติ วา เอกเสสวเสน ปทปทวิคฺคหา ปทวิภาคสทฺเทน วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ปทวิคฺคโห ‘‘เชตสฺส วนํ เชตวน’’นฺติอาทินา สมาสปเทสุ ทฏฺฐพฺโพ.

อตฺถโตติ ปทตฺถโต. ตํ ปน ปทตฺถํ อตฺถุทฺธารกฺกเมน ปฐมํ เอวํสทฺทสฺส ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํสทฺโท ตาวา’’ติอาทิมาห. อวธารณาทีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อิทมตฺถปุจฺฉาปริมาณาทิอตฺถานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ ‘‘เอวํคตานิ ปุถุสิปฺปายตนานิ (ที. นิ. ๑.๑๖๓, ๑๖๕), เอวํวิโธ เอวมากาโร’’ติ จ อาทีสุ อิทํ-สทฺทสฺส อตฺเถ เอวํ-สทฺโท. คต-สทฺโท หิ ปการปริยาโย, ตถา วิธาการ-สทฺโท จ. ตถา หิ คตวิธอาการสทฺเท โลกิยา ปการตฺเถ วทนฺติ. ‘‘เอวํ สุ เต สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา กปฺปิตเกสมสฺสู อามุตฺตมาลาภรณา โอทาตวตฺถวสนา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรนฺติ, เสยฺยถาปิ ตฺวํ เอตรหิ สาจริยโกติ. โน หิทํ, โภ โคตมา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘๖) ปุจฺฉายํ, ‘‘เอวํ ลหุปริวตฺตํ (อ. นิ. ๑.๔๘), เอวมายุปริยนฺโต’’ติ (ปารา. ๑๒) จ อาทีสุ ปริมาเณ.

นนุ จ ‘‘เอวํ สุ เต สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา, เอวมายุปริยนฺโต’’ติ เอตฺถ เอวํ-สทฺเทน ปุจฺฉนาการปริมาณาการานํ วุตฺตตฺตา อาการตฺโถ เอว เอวํ-สทฺโทติ? น, วิเสสสพฺภาวโต. อาการมตฺตวาจโก หิ เอวํ-สทฺโท, อาการตฺโถติ อธิปฺเปโต ยถา ‘‘เอวํ พฺยาโข’’ติอาทีสุ, น ปน อาการวิเสสวาจโก. เอวญฺจ กตฺวา, ‘‘เอวํ ชาเตน มจฺเจนา’’ติอาทีนิ (ธ. ป. ๕๓) อุปมาทีสุ อุทาหรณานิ อุปปนฺนานิ โหนฺติ. ตถา หิ ‘‘ยถาปิ…เป… พหุ’’นฺติ (ธ. ป. ๕๓)? เอตฺถ ปุปฺผราสิฏฺฐานิยโต มนุสฺสูปปตฺติสปฺปุริสูปนิสฺสย-สทฺธมฺมสฺสวน- โยนิโสมนสิการ-โภคสมฺปตฺติอาทิทานาทิปุญฺญกิริยเหตุสมุทายโต โสภาสุคนฺธตาทิคุณโยคโต มาลาคุฬสทิสิโย ปหูตา ปุญฺญกิริยา มริตพฺพสภาวตาย มจฺเจน สตฺเตน กตฺตพฺพาติ โชติตตฺตา ปุปฺผราสิมาลาคุฬาว อุปมา, เตสํ อุปมากาโร ยถา-สทฺเทน อนิยมโต วุตฺโตติ ‘‘เอวํ-สทฺโท อุปมาการนิคมนตฺโถ’’ติ วตฺถุํ ยุตฺตํ, โส ปน อุปมากาโร นิยมิยมาโน อตฺถโต อุปมาว โหตีติ อาห ‘‘อุปมายํ อาคโต’’ติ. ตถา ‘‘เอวํ อิมินา อากาเรน อภิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทินา อุปทิสิยมานาย สมณสารุปฺปาย อากปฺปสมฺปตฺติยา โย ตตฺถ อุปทิสนากาโร, โส อตฺถโต อุปเทโส เอวาติ วุตฺตํ, ‘‘เอวํ เต…เป… อุปเทเส’’ติ. ตถา ‘‘เอวเมตํ ภควา, เอวเมตํ สุคตา’’ติ เอตฺถ จ ภควตา ยถาวุตฺตมตฺถํ อวิปรีตโต ชานนฺเตหิ กตํ ตตฺถ สํวิชฺชมานคุณานํ ปกาเรหิ หํสนํ อุทคฺคตากรณํ สมฺปหํสนํ. โย ตตฺถ สมฺปหํสนากาโรติ โยเชตพฺพํ.

เอวเมวํ ปนายนฺติ เอตฺถ ครหณากาโรติ โยเชตพฺพํ, โส จ ครหณากาโร วสลีติ-อาทิขุํสนสทฺทสนฺนิธานโต อิธ เอวํ-สทฺเทน ปกาสิโตติ วิญฺญายติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ อุปมาการาทโยปิ อุปมาทิวเสน วุตฺตานํ ปุปฺผราสิอาทิสทฺทานํ สนฺนิธานโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ, ภนฺเตติ ปน ธมฺมสฺส สาธุกํ สวนมนสิกาเร สนฺนิโยชิเตหิ ภิกฺขูหิ อตฺตโน ตตฺถ ฐิตภาวสฺส ปฏิชานนวเสน วุตฺตตฺตา เอตฺถ เอวํ-สทฺโท ‘‘วจนสมฺปฏิจฺฉนตฺโถ’’ติ วุตฺโต. เตน เอวํ, ภนฺเตติ สาธุ, ภนฺเต, สุฏฺฐุ, ภนฺเตติ วุตฺตํ โหติ. เอวญฺจ วเทหีติ ยถาหํ วทามิ, เอวํ สมณํ อานนฺทํ วเทหีติ โย เอวํ วทนากาโร อิทานิ วตฺตพฺโพ, โส เอวํ-สทฺเทน นิทสฺสียตีติ ‘‘นิทสฺสนตฺโถ’’ติ วุตฺโตติ. เอวํ โนติ เอตฺถาปิ เนสํ ยถาวุตฺตธมฺมานํ อหิตทุกฺขาวหภาเว สนฺนิฏฺฐานชนนตฺถํ อนุมติคหณวเสน ‘‘สํวตฺตนฺติ วา โน วา, กถํ โว เอตฺถ โหตี’’ติ ปุจฺฉาย กตาย ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา ตทาการสนฺนิฏฺฐานํ เอวํ-สทฺเทน วิภาวิตนฺติ วิญฺญายติ. โส ปน เตสํ ธมฺมานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนากาโร นิยมิยมาโน อวธารณตฺโถ โหตีติ อาห – ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตีติอาทีสุ อวธารเณ’’ติ.

นานานยนิปุณนฺติ เอกตฺตนานตฺตอพฺยาปารเอวํธมฺมตาสงฺขาตา, นนฺทิยาวฏฺฏติปุกฺขลสีหวิกฺกีฬิตองฺกุสทิสาโลจนสงฺขาตา วา อาธาราทิเภทวเสน นานาวิธา นยา นานานยา. นยา วา ปาฬิคติโย ตา จ ปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺติอาทิวเสน สํกิเลสภาคิยาทิโลกิยาทิตทุภยโวมิสฺสกาทิวเสน กุสลาทิวเสน ขนฺธาทิวเสน สงฺคหาทิวเสน สมยวิมุตฺตาทิวเสน ฐปนาทิวเสน กุสลมูลาทิวเสน ติกปฺปฏฺฐานาทิวเสน จ นานปฺปการาติ นานานยา, เตหิ นิปุณํ สณฺหํ สุขุมนฺติ นานานยนิปุณํ. อาสโยว อชฺฌาสโย, เต จ สสฺสตาทิเภเทน ตตฺถ จ อปฺปรชกฺขตาทิเภเทน อเนเก, อตฺตชฺฌาสยาทโย เอว วา สมุฏฺฐานํ อุปฺปตฺติเหตุ เอตสฺสาติ อเนกชฺฌาสยสมุฏฺฐานํ. อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนนฺติ อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณํ อุปเนตพฺพาภาวโต, สงฺกาสนปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉหิ อตฺถปเทหิ อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ จ สมนฺนาคตนฺติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

วิวิธปาฏิหาริยนฺติ เอตฺถ ปาฏิหาริยปทสฺส วจนตฺถํ (อุทา. อฏฺฐ. ๑; อิติวุ. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา; ธ. ส. มูลฏี. ๒) ‘‘ปฏิปกฺขหรณโต ราคาทิกิเลสาปนยนโต ปาฏิหาริย’’นฺติ วทนฺติ. ภควโต ปน ปฏิปกฺขา ราคาทโย น สนฺติ เย หริตพฺพา, ปุถุชฺชนานมฺปิ วิคตูปกฺกิเลเส อฏฺฐคุณสมนฺนาคเต จิตฺเต หตปฏิปกฺเข อิทฺธิวิธํ ปวตฺตติ, ตสฺมา ตตฺถ ปวตฺตโวหาเรน จ น สกฺกา อิธ ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วตฺตุํ. สเจ ปน มหาการุณิกสฺส ภควโต เวเนยฺยคตา จ กิเลสา ปฏิปกฺขา, เตสํ หรณโต ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ สติ ยุตฺตเมตํ. อถ วา ภควโต จ สาสนสฺส จ ปฏิปกฺขา ติตฺถิยา, เตสํ หรณโต ปาฏิหาริยํ. เต หิ ทิฏฺฐิหรณวเสน ทิฏฺฐิปฺปกาสเน อสมตฺถภาเวน จ อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีหิ หริตา อปนีตา โหนฺตีติ. ปฏีติ วา อยํ สทฺโท ‘‘ปจฺฉา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ โพเธติ ‘‘ตสฺมึ ปฏิปวิฏฺฐมฺหิ, อญฺโญ อาคญฺฉิ พฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๙๘๕; จูฬนิ. วตฺถุคาถา ๔) วิย, ตสฺมา สมาหิเต จิตฺเต วิคตูปกฺกิเลเส กตกิจฺเจน ปจฺฉาหริตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ ปฏิหาริยํ, อตฺตโน วา อุปกฺกิเลเสสุ จตุตฺถชฺฌานมคฺเคหิ หริเตสุ ปจฺฉา หรณํ ปฏิหาริยํ, อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิโย จ วิคตูปกฺกิเลเสน กตกิจฺเจน จ สตฺตหิตตฺถํ ปุน ปวตฺเตตพฺพา, หริเตสุ จ อตฺตโน อุปตฺติเลเสสุ ปรสตฺตานํ อุปกฺกิเลสหรณานิ โหนฺตีติ ปฏิหาริยานิ ภวนฺติ, ปฏิหาริยเมว ปาฏิหาริยํ. ปฏิหาริเย วา อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิสมุทาเย ภวํ เอเกกํ ปาฏิหาริยนฺติ วุจฺจติ. ปฏิหาริยํ วา จตุตฺถชฺฌานํ มคฺโค จ ปฏิปกฺขหรณโต, ตตฺถ ชาตํ, ตสฺมึ วา นิมิตฺตภูเต, ตโต วา อาคตนฺติ ปาฏิหาริยํ. ตสฺส ปน อิทฺธิอาทิเภเทน วิสยเภเทน จ พหุวิธสฺส ภควโต เทสนายํ ลพฺภมานตฺตา อาห ‘‘วิวิธปาฏิหาริย’’นฺติ.

น อญฺญถาติ ภควโต สมฺมุขา สุตาการโต น อญฺญถาติ อตฺโถ, น ปน ภควโต เทสิตาการโต. อจินฺเตยฺยานุภาวา หิ ภควโต เทสนา. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘สพฺพปฺปกาเรน โก สมตฺโถ วิญฺญาตุ’’นฺติ อิทํ วจนํ สมตฺถิตํ ภวติ, ธารณพลทสฺสนญฺจ น วิรุชฺฌติ สุตาการอวิรชฺฌนสฺส อธิปฺเปตตฺตา. น เหตฺถ อตฺถนฺตรตาปริหาโร ทฺวินฺนมฺปิ อตฺถานํ เอกวิสยตฺตา. อิตรถา เถโร ภควโต เทสนาย สพฺพถา ปฏิคฺคหเณ สมตฺโถ อสมตฺโถ จาติ อาปชฺเชยฺยาติ.

‘‘โย ปโร น โหติ, โส อตฺตา’’ติ เอวํ วุตฺตาย นิยกชฺฌตฺตสงฺขาตาย สสนฺตติยา วตฺตนโต ติวิโธปิ เม-สทฺโท กิญฺจาปิ เอกสฺมึ เอว อตฺเถ ทิสฺสติ, กรณสมฺปทานสามินิทฺเทสวเสน ปน วิชฺชมานํ เภทํ สนฺธายาห, ‘‘เม-สทฺโท ตีสุ อตฺเถสุ ทิสฺสตี’’ติ.

กิญฺจาปิ อุปสคฺโค กิริยํ วิเสเสติ, โชตกภาวโต ปน สติปิ ตสฺมึ สุต-สทฺโท เอว ตํ ตํ อตฺตํ วทตีติ อนุปสคฺคสฺส สุต-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร สอุปสคฺคสฺส คหณํ น วิรุชฺฌตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สอุปสคฺโค อนุปสคฺโค จา’’ติอาทิมาห. อสฺสาติ สุต-สทฺทสฺส. กมฺมภาวสาธนานิ อิธ สุตสทฺเท สมฺภวนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อุปธาริตนฺติ วา อุปธารณนฺติ วา อตฺโถ’’ติ. มยาติ อตฺเถ สตีติ ยทา เม-สทฺทสฺส กตฺตุวเสน กรณนิทฺเทโส, ตทาติ อตฺโถ. มมาติ อตฺเถ สตีติ ยทา สมฺพนฺธวเสน สามินิทฺเทโส, ตทา.

สุต-สทฺทสนฺนิธาเน ปยุตฺเตน เอวํ-สทฺเทน สวนกิริยาโชตเกน ภวิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘เอวนฺติ โสตวิญฺญาณาทิวิญฺญาณกิจฺจนิทสฺสน’’นฺติ. อาทิ-สทฺเทน สมฺปฏิจฺฉนาทีนํ ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาณานํ ตทภินีหฏานญฺจ มโนทฺวาริกวิญฺญาณานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. สพฺเพสมฺปิ วากฺยานํ เอวการตฺถสหิตตฺตา ‘‘สุต’’นฺติ เอตสฺส สุตเมวาติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ. เอเตน อวธารเณน นิราสงฺกตํ ทสฺเสติ. ยถา จ สุตํ สุตเมวาติ นิยเมตพฺพํ, ตํ สมฺมา สุตํ โหตีติ อาห ‘‘อนูนานธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. อถ วา สทฺทนฺตรตฺถาโปหนวเสน สทฺโท อตฺถํ วทตีติ สุตนฺติ อสุตํ น โหตีติ อยเมตสฺส อตฺโถติ วุตฺตํ ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ. อิมินา ทิฏฺฐาทิวินิวตฺตนํ กโรติ.

อิทํ วุตฺตํ โหติ – น อิทํ มยา ทิฏฺฐํ, น สยมฺภูญาเณน สจฺฉิกตํ, อถ โข สุตํ, ตญฺจ โข สมฺมเทวาติ. เตเนวาห ‘‘อนูนานธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. อวธารณตฺเถ วา เอวํ-สทฺเท อยมตฺถโยชนา กรียตีติ ตทเปกฺขสฺส สุต-สทฺทสฺส อยมตฺโถ วุตฺโต ‘‘อสฺสวนภาวปฏิกฺเขปโต’’ติ. เตเนวาห ‘‘อนูนานธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. สวนสทฺโท เจตฺถ กมฺมตฺโถ เวทิตพฺโพ ‘‘สุยฺยตี’’ติ.

เอวํ สวนเหตุสวนวิเสสวเสน ปทตฺตยสฺส เอเกน ปกาเรน อตฺถโยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปการนฺตเรหิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตสฺสาติ ยา สา ภควโต สมฺมุขา ธมฺมสฺสวนากาเรน ปวตฺตา มโนทฺวารวิญฺญาณวีถิ, ตสฺสา. สา หิ นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺเตตุํ สมตฺถา. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘โสตทฺวารานุสาเรนา’’ติ. นานปฺปกาเรนาติ วกฺขมานานํ อเนกวิหิตานํ พฺยญฺชนตฺถคฺคหณานํ นานากาเรน. เอเตน อิมิสฺสา โยชนาย อาการตฺโถ เอวํ-สทฺโท คหิโตติ ทีเปติ. ปวตฺติภาวปฺปกาสนนฺติ ปวตฺติยา อตฺถิตาปกาสนํ. สุตนฺติ ธมฺมปฺปกาสนนฺติ ยสฺมึ อารมฺมเณ วุตฺตปฺปการา วิญฺญาณวีถิ นานปฺปกาเรน ปวตฺตา, ตสฺส ธมฺมตฺตา วุตฺตํ, น สุต-สทฺทสฺส ธมฺมตฺถตฺตา. วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏีกรณํ ‘‘อยํ เหตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ วิญฺญาณวีถิยาติ กรณตฺเถ กรณวจนํ, มยาติ กตฺตุอตฺเถ.

เอวนฺติ นิทฺทิสิตพฺพปฺปกาสนนฺติ นิทสฺสนตฺถเมวํ สทฺทํ คเหตฺวา วุตฺตํ นิทสฺเสตพฺพสฺส นิทฺทิสิตพฺพตฺตาภาวาภาวโต. เตน เอวํ-สทฺเทน สกลมฺปิ สุตฺตํ ปจฺจามฏฺฐนฺติ ทสฺเสติ. สุต-สทฺทสฺส กิริยาสทฺทตฺตา สวนกิริยาย จ สาธารณวิญฺญาณปฺปพนฺธปฏิพทฺธตฺตา ตตฺถ จ ปุคฺคลโวหาโรติ วุตฺตํ ‘‘สุตนฺติ ปุคฺคลกิจฺจปฺปกาสน’’นฺติ. น หิ ปุคฺคลโวหารรหิเต ธมฺมปฺปพนฺเธ สวนกิริยา ลพฺภตีติ.

ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺสาติอาทิปิ อาการตฺถเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา ปุริมโยชนาย อญฺญถา อตฺถโยชนํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ อาการปญฺญตฺตีติ อุปาทาปญฺญตฺติ เอว ธมฺมานํ ปวตฺติอาการุปาทานวเสน ตถา วุตฺตา. สุตนฺติ วิสยนิทฺเทโสติ โสตพฺพภูโต ธมฺโม สวนกิริยากตฺตุปุคฺคลสฺส สวนกิริยาวเสน ปวตฺติฏฺฐานนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. จิตฺตสนฺตานวินิมุตฺตสฺส ปรมตฺถโต กสฺสจิ กตฺตุ อภาเวปิ สทฺทโวหาเรน พุทฺธิปริกปฺปิตเภทวจนิจฺฉาย จิตฺตสนฺตานโต อญฺญํ วิย ตํสมงฺคึ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘จิตฺตสนฺตาเนน ตํสมงฺคีโน’’ติ. สวนกิริยาวิสโยปิ โสตพฺพธมฺโม สวนกิริยาวเสน ปวตฺตจิตฺตสนฺตานสฺส อิธ ปรมตฺถโต กตฺตุภาวโต, สวนวเสน จิตฺตปฺปวตฺติยา เอว วา สวนกิริยาภาวโต ตํกิริยากตฺตุ จ วิสโย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ตํสมงฺคีโน กตฺตุวิสเย’’ติ. สุตาการสฺส จ เถรสฺส สมฺมานิจฺฉิตภาวโต อาห ‘‘คหณสนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ. เอเตน วา อวธารณตฺถํ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา อยมตฺถโยชนา กตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ปุพฺเพ สุตานํ นานาวิหิตานํ สุตฺตสงฺขาตานํ อตฺถพฺยญฺชนานํ อุปธาริตรูปสฺส อาการสฺส นิทสฺสนสฺส, อวธารณสฺส วา ปกาสนสภาโว เอวํ-สทฺโทติ ตทาการาทิอุปธารณสฺส ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตธมฺมปฺปพนฺธพฺยาปารตาย วุตฺตํ ‘‘เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. สวนกิริยา ปน ปุคฺคลวาทิโนปิ วิญฺญาณนิรเปกฺขา นตฺถีติ วิเสสโต วิญฺญาณพฺยาปาโรติ อาห ‘‘สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. เมติ สทฺทปฺปวตฺติยา เอกนฺเตเนว สตฺตวิสยตฺตา วิญฺญาณกิจฺจสฺส จ ตตฺเถว สโมทหิตพฺพโต ‘‘เมติ อุภยกิจฺจยุตฺตปุคฺคลนิทฺเทโส’’ติ วุตฺตํ. อวิชฺชมานปญฺญตฺติวิชฺชมานปญฺญตฺติสภาวา ยถากฺกมํ เอวํ-สทฺทสุต-สทฺทานํ อตฺถาติ เต ตถารูป-ปญฺญตฺติ-อุปาทานภูต-ธมฺมปฺปพนฺธพฺยาปารภาเวน ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส, สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. เอตฺถ จ กรณกิริยากตฺตุกมฺม-วิเสสปฺปกาสนวเสน ปุคฺคลพฺยาปารวิสย-ปุคฺคลพฺยาปารนิทสฺสนวเสน คหณาการคาหกตพฺพิสยวิเสสนิทฺเทสวเสน กตฺตุกรณพฺยาปาร-กตฺตุนิทฺเทสวเสน จ ทุติยาทโย จตสฺโส อตฺถโยชนา ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

สพฺพสฺสปิ สทฺทาธิคมนียสฺส อตฺถสฺส ปญฺญตฺติมุเขเนว ปฏิปชฺชิตพฺพตฺตา สพฺพปญฺญตฺตีนญฺจ วิชฺชมานาทิวเสน ฉสุ ปญฺญตฺติเภเทสุ อนฺโตคธตฺตา เตสุ ‘‘เอว’’นฺติอาทีนํ ปญฺญตฺตีนํ สรูปํ นิทฺธาเรนฺโต อาห ‘‘เอวนฺติ จ เมติ จา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอวนฺติ จ เมติ จ วุจฺจมานสฺส อตฺถสฺส อาการาทิโน ธมฺมานํ อสลกฺขณภาวโต อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาโวติ อาห ‘‘สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน อวิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. ตตฺถ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสนาติ ภูตตฺถอุตฺตมตฺถวเสน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย มายามรีจิอาทโย วิย อภูตตฺโถ, อนุสฺสวาทีหิ คเหตพฺโพ วิย อนุตฺตมตฺโถ จ น โหติ, โส รูปสทฺทาทิสภาโว, รุปฺปนานุภวนาทิสภาโว วา อตฺโถ สจฺจิกฏฺโฐ ปรมตฺโถ จาติ วุจฺจติ, น ตถา เอวํ เมติ ปทานํ อตฺโถติ. เอตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘กิเญฺหตฺถต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สุตนฺติ ปน สทฺทายตนํ สนฺธายาห ‘‘วิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. เตเนว หิ ‘‘ยญฺหิ ตํ เอตฺถ โสเตน อุปลทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ. โสตทฺวารานุสาเรน อุปลทฺธนฺติ ปน วุตฺเต อตฺถพฺยญฺชนาทิ สพฺพํ ลพฺภตีติ. ตํ ตํ อุปาทาย วตฺตพฺพโตติ โสตปถมาคเต ธมฺเม อุปาทาย เตสํ อุปธาริตาการาทิโน ปจฺจามสนวเสน เอวนฺติ, สสนฺตติปริยาปนฺเน ขนฺเธ อุปาทาย เมติ วตฺตพฺพตฺตาติ อตฺโถ. ทิฏฺฐาทิสภาวรหิเต สทฺทายตเน ปวตฺตมาโนปิ สุตโวหาโร ‘‘ทุติยํ ตติย’’นฺติอาทิโก วิย ปฐมาทีนิ ทิฏฺฐมุตวิญฺญาเต อเปกฺขิตฺวา ปวตฺโตติ อาห ‘‘ทิฏฺฐาทีนิ อุปนิธาย วตฺตพฺพโต’’ติ. อสุตํ น โหตีติ หิ สุตนฺติ ปกาสิโตยมตฺโถติ.

อตฺตนา ปฏิวิทฺธา สุตฺตสฺส ปการวิเสสา เอวนฺติ เถเรน ปจฺจามฏฺฐาติ อาห ‘‘อสมฺโมหํ ทีเปตี’’ติ. นานปฺปการปฏิเวธสมตฺโถ โหตีติ เอเตน วกฺขมานสฺส สุตฺตสฺส นานปฺปการตํ ทุปฺปฏิวิชฺฌตญฺจ ทสฺเสติ. สุตสฺส อสมฺโมสํ ทีเปตีติ สุตาการสฺส ยาถาวโต ทสฺสิยมานตฺตา วุตฺตํ. อสมฺโมเหนาติ สมฺโมหาภาเวน, ปญฺญาย เอว วา สวนกาลสมฺภูตาย ตทุตฺตรกาลปญฺญาสิทฺธิ. เอวํ อสมฺโมเสนาติ เอตฺถาปิ วตฺตพฺพํ. พฺยญฺชนานํ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ อากาโร นาติคมฺภีโร ยถาสุตธารณเมว ตตฺถ กรณียนฺติ สติยา พฺยาปาโร อธิโก, ปญฺญา ตตฺถ คุณีภูตาติ วุตฺตํ ‘‘ปญฺญาปุพฺพงฺคมายา’’ติอาทิ ปญฺญาย ปุพฺพงฺคมาติ กตฺวา. ปุพฺพงฺคมตา เจตฺถ ปธานตา ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา’’ติอาทีสุ วิย. ปุพฺพงฺคมตาย วา จกฺขุวิญฺญาณาทีสุ อาวชฺชนาทีนํ วิย อปฺปธานตฺเต ปญฺญา ปุพฺพงฺคมา เอติสฺสาติ อยมฺปิ อตฺโถ ยุชฺชติ, เอวํ สติ ปุพฺพงฺคมายาติ เอตฺถาปิ วุตฺตวิปริยาเยน ยถาสมฺภวํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺสาติ อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณสฺส, สงฺกาสน-ปกาสน-วิวรณ-วิภชน-อุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉหิ อตฺถปเทหิ, อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ จ สมนฺนาคตสฺสาติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

โยนิโส มนสิการํ ทีเปติ เอวํ-สทฺเทน วุจฺจมานานํ อาการนิทสฺสนาวธารณตฺถานํ อวิปรีตสทฺธมฺมวิสยตฺตาติ อธิปฺปาโย. อวิกฺเขปํ ทีเปตีติ ‘‘โอฆตรณสุตฺตํ กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทิปุจฺฉาวเสน ปกรณปฺปวตฺตสฺส วกฺขมานสฺส สุตฺตสฺส สวนํ สมาธานมนฺตเรน น สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ. วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺสาติอาทิ ตสฺเสวตฺถสฺส สมตฺถนวเสน วุตฺตํ. สพฺพสมฺปตฺติยาติ อตฺถพฺยญฺชนเทสก-ปโยชนาทิสมฺปตฺติยา. อวิปรีตสทฺธมฺมวิสเยหิ วิย อาการนิทสฺสนาวธารณตฺเถหิ โยนิโสมนสิการสฺส, สทฺธมฺมสฺสวเนน วิย จ อวิกฺเขปสฺส ยถา โยนิโสมนสิกาเรน ผลภูเตน อตฺตสมฺมาปณิธิปุพฺเพกตปุญฺญตานํ สิทฺธิ วุตฺตา ตทวินาภาวโต, เอวํ อวิกฺเขเปเนว ผลภูเตน การณภูตานํ สทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยานํ สิทฺธิ ทสฺเสตพฺพา สิยา อสฺสุตวโต สปฺปุริสูปนิสฺสยรหิตสฺส จ ตทภาวโต. ‘‘น หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโต’’ติอาทินา สมตฺถนวจเนน ปน อวิกฺเขเปน การณภูเตน สปฺปุริสูปนิสฺสเยน จ ผลภูตสฺส สทฺธมฺมสฺสวนสฺส สิทฺธิ ทสฺสิตา. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต สิยา, สทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยา น เอกนฺเตน อวิกฺเขปสฺส การณํ พาหิรงฺคตฺตา. อวิกฺเขโป ปน สปฺปุริสูปนิสฺสโย วิย สทฺธมฺมสฺสวนสฺส เอกนฺตการณนฺติ, เอวมฺปิ อวิกฺเขเปน สปฺปุริสูปนิสฺสยสิทฺธิโชตนา น สมตฺถิตาว, โน น สมตฺถิตา วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ สปฺปุริสปยิรูปาสนาภาวสฺส อตฺถสิทฺธิโต. เอตฺถ จ ปุริมํ ผเลน การณสฺส สิทฺธิทสฺสนํ นทีปูเรน วิย อุปริ วุฏฺฐิสพฺภาวสฺส. ทุติยํ การเณน ผลสฺส สิทฺธิทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ เอกนฺตวสฺสินา วิย เมฆวุฏฺฐาเนน วุฏฺฐิปฺปวตฺติยา.

ภควโต วจนสฺส อตฺถพฺยญฺชนปเภท-ปริจฺเฉทวเสน สกลสาสนสมฺปตฺติ-โอคาหนากาโร นิรวเสสปรหิต-ปาริปูริการณนฺติ วุตฺตํ ‘‘เอวํ ภทฺทโก อากาโร’’ติ. ยสฺมา น โหตีติ สมฺพนฺโธ. ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตินฺติ อตฺตสมฺมาปณิธิ-ปุพฺเพกตปุญฺญตา-สงฺขาตํ คุณทฺวยํ. อปราปรวุตฺติยา เจตฺถ จกฺกภาโว, จรนฺติ เอเตหิ สตฺตา, สมฺปตฺติภเวสูติ วา. เย สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ วตฺตตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๔.๓๑). ปุริมปจฺฉิมภาโว เจตฺถ เทสนกฺกมวเสน ทฏฺฐพฺโพ. ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสิทฺธิยาติ ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสฺส จ อตฺถิตาย. สมฺมาปณิหิตตฺโต ปุพฺเพ จ กตปุญฺโญ สุทฺธาสโย โหติ ตทสุทฺธิเหตูนํ กิเลสานํ ทูรีภาวโตติ อาห ‘‘อาสยสุทฺธิ สิทฺธา โหตี’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ – ‘‘สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ, เสยฺยโส นํ ตโต กเร’’ติ (ธ. ป. ๔๓) ‘‘กตปุญฺโญสิ, ตฺวํ อานนฺท, ปธานมนุยุญฺช, ขิปฺปํ โหหิสิ อนาสโว’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๐๗) จ. เตเนวาห ‘‘อาสยสุทฺธิยา อธิคมพฺยตฺติสิทฺธี’’ติ. ปโยคสุทฺธิยาติ โยนิโสมนสิการปุพฺพงฺคมสฺส ธมฺมสฺสวนปโยคสฺส วิสทภาเวน. ตถา จาห ‘‘อาคมพฺยตฺติสิทฺธี’’ติ, สพฺพสฺส วา กายวจีปโยคสฺส นิทฺโทสภาเวน. ปริสุทฺธกายวจีปโยโค หิ วิปฺปฏิสาราภาวโต อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ปริยตฺติยํ วิสารโท โหตีติ.

นานปฺปการปฏิเวธทีปเกนาติอาทินา อตฺถพฺยญฺชเนสุ เถรสฺส เอวํ-สทฺทสุต-สทฺทานํ อสมฺโมหาสมฺโมสทีปนโต จตุปฏิสมฺภิทาวเสน อตฺถโยชนํ ทสฺเสติ. ตตฺถ โสตพฺพเภทปฏิเวธทีปเกนาติ เอเตน อยํ สุต-สทฺโท เอวํ-สทฺทสนฺนิธานโต, วกฺขมานาเปกฺขาย วา สามญฺเญเนว โสตพฺพธมฺมวิเสสํ อามสตีติ ทีเปติ. มโนทิฏฺฐีหิ ปริยตฺติธมฺมานํ อนุเปกฺขนสุปฺปฏิเวธา วิเสสโต มนสิการปฏิพทฺธาติ เต วุตฺตนเยน โยนิโสมนสิการทีปเกน เอวํ สทฺเทน โยเชตฺวา, สวนธารณวจีปริจยา ปริยตฺติธมฺมานํ วิเสเสน โสตาวธานปฏิพทฺธาติ เต วุตฺตนเยน อวิกฺเขปทีปเกน สุต-สทฺเทน โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต สาสนสมฺปตฺติยา ธมฺมสฺสวเน อุสฺสาหํ ชเนติ. ตตฺถ ธมฺมาติ ปริยตฺติธมฺมา. มนสา อนุเปกฺขิตาติ ‘‘อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธิ, อิธ ปญฺญา, เอตฺตกา เอตฺถ อนุสนฺธิโย’’ติอาทินา นเยน มนสา อนุเปกฺขิตา. ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธาติ นิชฺฌานกฺขนฺติ ภูตาย, ญาตปริญฺญาสงฺขาตาย วา ทิฏฺฐิยา ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตรูปารูปธมฺเม ‘‘อิติ รูปํ, เอตฺตกํ รูป’’นฺติอาทินา สุฏฺฐุ ววตฺถเปตฺวา ปฏิวิทฺธา.

สกเลน วจเนนาติ ปุพฺเพ ตีหิ ปเทหิ วิสุํ วิสุํ โยชิตตฺตา วุตฺตํ. อตฺตโน อทหนฺโตติ ‘‘มเมท’’นฺติ อตฺตนิ อฏฺฐเปนฺโต. ภุมฺมตฺเถ เจตํ สามิวจนํ. อสปฺปุริสภูมินฺติ อกตญฺญุตํ. ‘‘อิเธกจฺโจ ปาปภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ ปริยาปุณิตฺวา อตฺตโน ทหตี’’ติ (ปารา. ๑๙๕) เอวํ วุตฺตํ อนริยโวหาราวตฺถํ, สา เอว อนริยโวหาราวตฺถา อสทฺธมฺโม. นนุ จ อานนฺทตฺเถรสฺส ‘‘มเมทํ วจน’’นฺติ อธิมานสฺส, มหากสฺสปตฺเถราทีนญฺจ ตทาสงฺกาย อภาวโต อสปฺปุริสภูมิ-สมติกฺกมาทิวจนํ นิรตฺถกนฺติ? นยิทเมวํ. ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ วทนฺเตน อยมฺปิ อตฺโถ วิภาวิโตติ ทสฺสนโต. เกจิ ปน ‘‘เทวตานํ ปริวิตกฺกาเปกฺขํ ตถาวจนนฺติ เอทิสี โจทนา อนวกาสา’’ติ วทนฺติ. ตสฺมึ กิร ขเณ เอกจฺจานํ เทวตานํ เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘ภควา จ ปรินิพฺพุโต, อยญฺจ อายสฺมา เทสนากุสโล อิทานิ ธมฺมํ เทเสติ, สกฺยกุลปฺปสุโต ตถาคตสฺส ภาตา จูฬปิตุปุตฺโต. กึ นุ โข สยํ สจฺฉิกตํ ธมฺมํ เทเสติ? อุทาหุ ภควโต เอว วจนํ ยถาสุต’’นฺติ, เอวํ ตทาสงฺกิตปฺปการโต อสปฺปุริสภูมิสโมกฺกมาทิโต อติกฺกมาทิ วิภาวิตนฺติ. อปฺเปตีติ นิทสฺเสติ. ทิฏฺฐธมฺมิก-สมฺปรายิก-ปรมตฺเถสุ ยถารหํ สตฺเต เนตีติ เนตฺติ, ธมฺโม เอว เนตฺติ ธมฺมเนตฺติ.

ทฬฺหตรนิวิฏฺฐา วิจิกิจฺฉา กงฺขา, นาติสํสปฺปนา มติเภทมตฺตา วิมติ. อสฺสทฺธิยํ วินาเสตีติ ภควตา ภาสิตตฺตา สมฺมุขาวสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา ขลิตทุรุตฺตาทิคหณโทสาภาวโต จ. เอตฺถ จ ปฐมาทโย ติสฺโส อตฺถโยชนา อาการาทิอตฺเถสุ อคฺคหิตวิเสสเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา ทสฺสิตา, ตโต ปรา จตสฺโส อาการตฺถเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา วิภาวิตา. ปจฺฉิมา ปน ติสฺโส ยถากฺกมํ อาการตฺถํ นิทสฺสนตฺถํ อวธารณตฺถญฺจ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา โยชิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอก-สทฺโท อญฺญเสฏฺฐอสหายสงฺขยาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ อิตฺเถเก อภิวทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๗) อญฺญตฺเถ ทิสฺสติ. ‘‘เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๒๘; ปารา. ๑๑) เสฏฺเฐ, ‘‘เอโก วูปกฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๐๕) อสหาเย, ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙) สงฺขยายํ. อิธาปิ สงฺขยายนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส’’ติ. กาลญฺจ สมยญฺจาติ ยุตฺตกาลญฺจ ปจฺจยสามคฺคิญฺจ. ขโณติ โอกาโส. ตถาคตุปฺปาทาทิโก หิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอกาโส ตปฺปจฺจยสฺส ปฏิลาภเหตุตฺตา. ขโณ เอว จ สมโย, โย ขโณติ จ สมโยติ จ วุจฺจติ, โส เอโก เอวาติ หิ อตฺโถ. มหาสมโยติ มหาสมูโห. สมโยปิ โขติ สิกฺขาปทปูรณสฺส เหตุปิ. สมยปฺปวาทเกติ ทิฏฺฐิปฺปวาทเก. ตตฺถ หิ นิสินฺนา ติตฺถิยา อตฺตโน อตฺตโน สมยํ ปวทนฺติ. อตฺถาภิสมยาติ หิตปฏิลาภา. อภิสเมตพฺโพติ อภิสมโย, อภิสมโย อตฺโถ อภิสมยตฺโถติ ปีฬนาทีนิ อภิสเมตพฺพภาเวน เอกีภาวํ อุปเนตฺวา วุตฺตานิ. อภิสมยสฺส วา ปฏิเวธสฺส วิสยภูโต อตฺโถ อภิสมยตฺโถติ ตาเนว ตถา เอกตฺเตน วุตฺตานิ. ตตฺถ ปีฬนํ ทุกฺขสจฺจสฺส ตํสมงฺคิโน หึสนํ อวิปฺผาริกตากรณํ, สนฺตาโป ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตาปนํ ปริทหนํ.

ตตฺถ สหการิการณํ สนฺนิชฺฌํ สเมติ สมเวตีติ สมโย, สมวาโย. สเมติ สมาคจฺฉติ เอตฺถ มคฺคพฺรหฺมจริยํ ตทาธารปุคฺคเลหีติ สมโย, ขโณ. สเมติ เอตฺถ, เอเตน วา สํคจฺฉติ สตฺโต, สภาวธมฺโม วา สหชาตาทีหิ, อุปฺปาทาทีหิ วาติ สมโย, กาโล. ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย อตฺถโต อภูโตปิ หิ กาโล ธมฺมปฺปวตฺติยา อธิกรณํ กรณํ วิย จ ปริกปฺปนามตฺตสิทฺเธน รูเปน โวหรียตีติ. สมํ, สห วา อวยวานํ อยนํ ปวตฺติ อวฏฺฐานนฺติ สมโย, สมูโห ยถา ‘‘สมุทาโย’’ติ. อวยวสหาวฏฺฐานเมว หิ สมูโหติ. อวเสสปจฺจยานํ สมาคเม เอติ ผลํ เอตสฺมา อุปฺปชฺชติ ปวตฺตติ จาติ สมโย, เหตุ ยถา ‘‘สมุทโย’’ติ. สเมติ สํโยชนภาวโต สมฺพนฺโธ เอติ อตฺตโน วิสเย ปวตฺตติ, ทฬฺหคฺคหณภาวโต วา สํยุตฺตา อยนฺติ ปวตฺตนฺติ สตฺตา ยถาภินิเวสํ เอเตนาติ สมโย, ทิฏฺฐิ. ทิฏฺฐิสํโยชเนน หิ สตฺตา อติวิย พชฺฌนฺตีติ. สมิติ สํคติ สโมธานนฺติ สมโย, ปฏิลาโภ. สมสฺส นิโรธสฺส ยานํ, สมฺมา วา ยานํ อปคโม อปวตฺติ สมโย, ปหานํ. อภิมุขํ ญาเณน สมฺมา เอตพฺโพ อธิคนฺตพฺโพติ อภิสมโย, ธมฺมานํ อวิปรีโต สภาโว. อภิมุขภาเวน สมฺมา เอติ คจฺฉติ พุชฺฌตีติ อภิสมโย, ธมฺมานํ อวิปรีตสภาวาวโพโธ. เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ สมยสทฺทปฺปวตฺติ เวทิตพฺพา. สมยสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร อภิสมยสทฺทสฺส อุทาหรณํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อสฺสาติ สมยสทฺทสฺส. กาโล อตฺโถ สมวายาทีนํ อตฺถานํ อิธ อสมฺภวโต เทสเทสกปริสานํ วิย สุตฺตสฺส นิทานภาเวน กาลสฺส อปทิสิตพฺพโต จ.

กสฺมา ปเนตฺถ อนิยมิตวเสเนว กาโล นิทฺทิฏฺโฐ? น อุตุสํวจฺฉราทิวเสน นิยมิโตติ อาห ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติอาทิ. อุตุสํวจฺฉราทิวเสน นิยมํ อกตฺวา สมยสทฺทสฺส วจเน อยมฺปิ คุโณ ลทฺโธ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย วา อิเม’’ติอาทิมาห. สามญฺญโชตนา หิ วิเสเส อวติฏฺฐตีติ. ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย เทวสิกํ ฌานผลสมาปตฺตีหิ วีตินามนกาโล, วิเสสโต สตฺตสตฺตาหานิ. สุปฺปกาสาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุปกมฺปน-โอภาสปาตุภาวาทีหิ ปากฏา. ยถาวุตฺตปฺปเภเทสุ เอว สมเยสุ เอกเทสํ ปการนฺตเรหิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โย จาย’’นฺติอาทิมาห. ตถา หิ ญาณกิจฺจสมโย, อตฺตหิตปฏิปตฺติสมโย จ อภิสมฺโพธิสมโย, อริยตุณฺหีภาวสมโย, ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย, กรุณากิจฺจปรหิตปฏิปตฺติธมฺมีกถาสมยา, เทสนาสมโย เอว.

กรณวจเนน นิทฺเทโส กโตติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ อภิธมฺมตทญฺญสุตฺตปทวินเยสุ. ตถาติ ภุมฺมกรเณหิ. อธิกรณตฺโถ อาธารตฺโถ. ภาโว นาม กิริยา, ตาย กิริยนฺตรลกฺขณํ ภาเวนภาวลกฺขณํ. ตตฺถ ยถา กาโล สภาวธมฺมปริจฺฉินฺโน สยํ ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ อาธารภาเวน ปญฺญาโต ตงฺขณปฺปวตฺตานํ ตโต ปุพฺเพ ปรโต จ อภาวโต ‘‘ปุพฺพเณฺห ชาโต, สายเนฺห คจฺฉตี’’ติ จ อาทีสุ, สมูโห จ อวยววินิมุตฺโต วิสุํ อวิชฺชมาโนปิ กปฺปนามตฺตสิทฺโธ อวยวานํ อาธารภาเวน ปญฺญาปียติ ยถา ‘‘รุกฺเข สาขา, ยวราสิยํ สมฺภูโต’’ติอาทีสุ, เอวํ อิธาปีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อธิกรณญฺหิ…เป… ธมฺมาน’’นฺติ. ยสฺมึ กาเล, ธมฺมปุญฺเช วา กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึ เอว กาเล ธมฺมปุญฺเช จ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อยํ หิ ตตฺถ อตฺโถ. ยถา จ ‘‘คาวีสุ ทุยฺหมานาสุ คโต, ทุทฺธาสุ อาคโต’’ติ โทหนกิริยาย คมนกิริยา ลกฺขียติ, เอวํ อิธาปิ ยสฺมึ สมเย, ตสฺมึ สมเยติ จ วุตฺเต ‘‘สตี’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายมาโน เอว โหติ ปทตฺถสฺส สตฺตาวิรหาภาวโตติ สมยสฺส สตฺตากิริยาย จิตฺตสฺส อุปฺปาทกิริยา ผสฺสาทิภวนกิริยา จ ลกฺขียติ. ยสฺมึ สมเยติ ยสฺมึ นวเม ขเณ, ยสฺมึ โยนิโสมนสิการาทิเหตุมฺหิ, ปจฺจยสมวาเย วา สติ กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว ขเณ, เหตุมฺหิ, ปจฺจยสมวาเย วา ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อุภยตฺถ สมยสทฺเท ภุมฺมนิทฺเทโส กโต ลกฺขณภูตภาวยุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ขณ…เป… ลกฺขียตี’’ติ.

เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวติ ‘‘อนฺเนน วสติ, วิชฺชาย วสติ, ผรสุนา ฉินฺทติ, กุทาเลน ขณตี’’ติอาทีสุ วิย. วีติกฺกมญฺหิ สุตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา โอติณฺณวตฺถุกํ ปุคฺคลํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา วิครหิตฺวา จ ตํ ตํ วตฺถุโอติณฺณกาลํ อนติกฺกมิตฺวา เตเนว กาเลน สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปนฺโต ภควา วิหรติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน ตติยปาราชิกาทีสุ วิย.

อจฺจนฺตเมว อารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว เทสนานิฏฺฐานํ. ปรหิตปฏิปตฺติสงฺขาเตน กรุณาวิหาเรน. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺถโชตนตฺถํ. อุปโยคนิทฺเทโส กโต ยถา ‘‘มาสํ สชฺฌายตี’’ติ. โปราณาติ อฏฺฐกถาจริยา. อภิลาปมตฺตเภโทติ วจนมตฺเตน วิเสโส. เตน สุตฺตวินเยสุ วิภตฺติพฺยตฺตโย กโตติ ทสฺเสติ.

เสฏฺฐนฺติ เสฏฺฐวาจกํ วจนํ ‘‘เสฏฺฐ’’นฺติ วุตฺตํ เสฏฺฐคุณสหจรณโต, ตถา ‘‘อุตฺตม’’นฺติ เอตฺถาปิ. คารวยุตฺโตติ ครุภาวยุตฺโต ครุคุณโยคโต, ครุกรณารหตาย วา คารวยุตฺโต. วุตฺโตเยว, น ปน อิธ วตฺตพฺโพ วิสุทฺธิมคฺคสฺส อิมิสฺสา อฏฺฐกถาย เอกเทสภาวโตติ อธิปฺปาโย.

อปโร นโย (อิติวุ. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา; สารตฺถ. ฏี. ๑.๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๑.๑๔๔) – ภาควาติ ภควา, ภตวาติ ภควา, ภาเค วนีติ ภควา, ภเค วนีติ ภควา, ภตฺตวาติ ภควา, ภเค วมีติ ภควา, ภาเค วมีติ ภควา.

‘‘ภาควา ภตวา ภาเค, ภเค จ วนิ ภตฺตวา;

ภเค วมิ ตถา ภาเค, วมีติ ภควา ชิโน’’.

ตตฺถ กถํ ภาควาติ ภควา? เย เต สีลาทโย ธมฺมกฺขนฺธา คุณภาคา คุณโกฏฺฐาสา, เต อนญฺญสาธารณา นิรติสยา ตถาคเต อตฺถิ อุปลพฺภนฺติ. ตถา หิสฺส สีลํ สมาธิ ปญฺญา วิมุตฺติ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ, หิรี โอตฺตปฺปํ, สทฺธา วีริยํ, สติ สมฺปชญฺญํ, สีลวิสุทฺธิ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ, สมโถ วิปสฺสนา, ตีณิ กุสลมูลานิ, ตีณิ สุจริตานิ, ตโย สมฺมาวิตกฺกา, ติสฺโส อนวชฺชสญฺญา, ติสฺโส ธาตุโย, จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, จตฺตาโร อริยมคฺคา, จตฺตาริ อริยผลานิ, จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณานิ, จตฺตาโร อริยวํสา, จตฺตาริ เวสารชฺชญาณานิ, ปญฺจ ปธานิยงฺคานิ, ปญฺจงฺคิโก สมฺมาสมาธิ, ปญฺจญาณิโก สมฺมาสมาธิ, ปญฺจินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, ปญฺจ นิสฺสารณียา ธาตุโย, ปญฺจ วิมุตฺตายตนญาณานิ, ปญฺจ วิมุตฺติปริปาจนียา สญฺญา, ฉ อนุสฺสติฏฺฐานานิ, ฉ คารวา, ฉ นิสฺสารณียา ธาตุโย, ฉ สตตวิหารา, ฉ อนุตฺตริยานิ, ฉ นิพฺเพธภาคิยา สญฺญา, ฉ อภิญฺญา, ฉ อสาธารณญาณานิ, สตฺต อปริหานิยา ธมฺมา, สตฺต อริยธมฺมา, สตฺต อริยธนานิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา, สตฺต สปฺปุริสธมฺมา, สตฺต นิชฺชรวตฺถูนิ, สตฺต สญฺญา, สตฺตทกฺขิเณยฺยปุคฺคลเทสนา, สตฺตขีณาสวพลเทสนา, อฏฺฐปญฺญาปฏิลาภเหตุเทสนา อฏฺฐ สมฺมตฺตานิ, อฏฺฐโลกธมฺมาติกฺกโม, อฏฺฐ อารมฺภวตฺถูนิ, อฏฺฐอกฺขณเทสนา, อฏฺฐ มหาปุริสวิตกฺกา, อฏฺฐอภิภายตนเทสนา, อฏฺฐ วิโมกฺขา, นว โยนิโสมนสิการมูลกา ธมฺมา, นว ปาริสุทฺธิปธานิยงฺคานิ, นวสตฺตาวาสเทสนา, นว อาฆาตปฏิวินยา, นว สญฺญา, นวนานตฺตา, นว อนุปุพฺพวิหารา, ทส นาถกรณา ธมฺมา, ทส กสิณายตนานิ, ทส กุสลกมฺมปถา, ทส สมฺมตฺตานิ, ทส อริยวาสา, ทส อเสกฺขธมฺมา, ทส ตถาคตพลานิ, เอกาทส เมตฺตานิสํสา, ทฺวาทส ธมฺมาจกฺกาการา, เตรส ธุตคุณา, จุทฺทส พุทฺธญาณานิ, ปญฺจทส วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา, โสฬสวิธา อานาปานสฺสติ, โสฬส อปรนฺตปนียา ธมฺมา, อฏฺฐารส พุทฺธธมฺมา, เอกูนวีสติ ปจฺจเวกฺขณญาณานิ, จตุจตฺตาลีส ญาณวตฺถูนิ, ปญฺญาส อุทยพฺพยญาณานิ, ปโรปญฺญาส กุสลา ธมฺมา, สตฺตสตฺตติ ญาณวตฺถูนิ, จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขสมาปตฺติสญฺจาริมหาวชิรญาณํ, อนนฺตนยสมนฺตปฏฺฐาน-ปวิจย-ปจฺจเวกฺขณเทสนาญาณานิ, ตถา อนนฺตาสุ โลกธาตูสุ อนนฺตานํ สตฺตานํ อาสยาทิวิภาวนญาณานิ จาติ เอวมาทโย อนนฺตาปริมาณเภทา อนญฺญสาธารณา นิรติสยา คุณภาคา คุณโกฏฺฐาสา สํวิชฺชนฺติ อุปลพฺภนฺติ, ตสฺมา ยถาวุตฺตวิภาคา คุณภาคา อสฺส อตฺถีติ ‘‘ภาควา’’ติ วตฺตพฺเพ อาการสฺส รสฺสตฺตํ กตฺวา ‘‘ภควา’’ติ วุตฺโต. เอวํ ตาว ภาควาติ ภควา.

‘‘ยสฺมา สีลาทโย สพฺเพ, คุณภาคา อเสสโต;

วิชฺชนฺติ สุคเต ตสฺมา, ภควาติ ปวุจฺจติ’’.

กถํ ภตวาติ ภควา? เย เต สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปนฺเนหิ มนุสฺสตฺตาทิเก อฏฺฐ ธมฺเม สโมธาเนตฺวา สมฺมาสมฺโพธิยา กตมหาภินีหาเรหิ มหาโพธิสตฺเตหิ ปริปูริตพฺพา ทานปารมี, สีล, เนกฺขมฺม, ปญฺญา, วีริย, ขนฺติ, สจฺจ, อธิฏฺฐาน, เมตฺตา, อุเปกฺขาปารมีติ ทส ปารมิโย, ทส อุปปารมิโย, ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตึส ปารมิโย, ทานาทีนิ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ, สจฺจาทีนิ จตฺตาริ อธิฏฺฐานานิ, องฺคปริจฺจาโค, ชีวิต, รชฺช, ปุตฺต, ทารปริจฺจาโคติ ปญฺจ มหาปริจฺจาคา, ปุพฺพโยโค, ปุพฺพจริยา, ธมฺมกฺขานํ, ญาตตฺถจริยา, โลกตฺถจริยา, พุทฺธิจริยาติ เอวมาทโย, สงฺเขปโต วา สพฺเพ ปุญฺญญาณสมฺภารา พุทฺธกรธมฺมา, เต มหาภินีหารโต ปฏฺฐาย กปฺปานํ สตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ยถา หานภาคิยา สํกิเลสภาคิยา ฐิติภาคิยา วา น โหนฺติ, อถ โข อุตฺตรุตฺตริ วิเสสภาคิยาว โหนฺติ, เอวํ สกฺกจฺจํ นิรนฺตรํ อนวเสสโต ภตา สมฺภตา อสฺส อตฺถีติ ‘‘ภตวา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ภควา’’ติ วุตฺโต นิรุตฺตินเยน ต-การสฺส ค-การํ กตฺวา. อถ วา ภตวาติ เตเยว ยถาวุตฺเต พุทฺธกรธมฺเม วุตฺตนเยเนว ภริ, สมฺภริ, ปริปูเรสีติ อตฺโถ. เอวมฺปิ ภตวาติ ภควา.

‘‘สมฺมาสมฺโพธิยา สพฺเพ, ทานปารมิอาทิเก;

สมฺภาเร ภตวา นาโถ, ตสฺมาปิ ภควา มโต’’.

กถํ ภาเค วนีติ ภควา? เย เต จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา เทวสิกํ วฬญฺชนกสมาปตฺติภาคา, เต อนวเสสโต โลกหิตตฺถํ อตฺตโน จ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถํ นิจฺจกปฺปํ วนิ, ภชิ, เสวิ, พหุลมกาสีติ ภาเค วนีติ ภควา. อถ วา อภิญฺเญยฺยธมฺเมสุ กุสลาทีสุ ขนฺธาทีสุ จ เย เต ปริญฺเญยฺยาทิวเสน สงฺเขปโต วา จตุพฺพิธา อภิสมยภาคา, วิตฺถารโต ปน ‘‘จกฺขุ ปริญฺเญยฺยํ โสตํ…เป… ชรามรณํ ปริญฺเญยฺย’’นฺติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๒๑) อเนเก ปริญฺเญยฺยภาคา, ‘‘จกฺขุสฺส สมุทโย ปหาตพฺโพ…เป… ชรามรณสฺส สมุทโย ปหาตพฺโพ’’ติอาทินา ปหาตพฺพภาคา, ‘‘จกฺขุสฺส นิโรโธ…เป… ชรามรณสฺส นิโรโธ สจฺฉิกาตพฺโพ’’ติอาทินา สจฺฉิกาตพฺพภาคา, ‘‘จกฺขุนิโรธคามินีปฏิปทา’’ติอาทินา, ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทินา จ อเนกเภทา ภาเวตพฺพภาคา จ ธมฺมา, เต สพฺเพ วนิ, ภชิ, ยถารหํ โคจรภาวนาเสวนานํ วเสน เสวิ. เอวมฺปิ ภาเค วนีติ ภควา. อถ วา ‘‘เย อิเม สีลาทโย ธมฺมกฺขนฺธา สาวเกหิ สาธารณา คุณโกฏฺฐาสา คุณภาคา, กินฺติ นุ โข เต วิเนยฺยสนฺตาเนสุ ปติฏฺฐเปยฺย’’นฺติ มหากรุณาย วนิ อภิปตฺถยิ, สา จสฺส อภิปตฺถนา ยถาธิปฺเปตผลาวหา อโหสิ. เอวมฺปิ ภาเค วนีติ ภควา.

‘‘ยสฺมา เญยฺยสมาปตฺติ-คุณภาเค ตถาคโต;

ภชิ ปตฺถยิ สตฺตานํ, หิตาย ภควา ตโต’’.

กถํ ภเค วนีติ ภควา? สมาสโต ตาว กตปุญฺเญหิ ปโยคสมฺปนฺเนหิ ยถาวิภวํ ภชียนฺตีติ ภคา, โลกิยโลกุตฺตรสมฺปตฺติโย. ตตฺถ โลกิเย ตาว ตถาคโต สมฺมาสมฺโพธิโต ปุพฺเพ โพธิสตฺตภูโต ปรมุกฺกํสคเต, วนิ, ภชิ, เสวิ, ยตฺถ ปติฏฺฐาย นิรวเสสโต พุทฺธกรธมฺเม สมนฺนาเนนฺโต พุทฺธธมฺเม ปริปาเจสิ, พุทฺธภูโต ปน เต นิรวชฺเชสุ อุปสํหิเต อนญฺญสาธารเณ โลกุตฺตเรปิ, วนิ, ภชิ, เสวิ, วิตฺถารโต ปน ปเทสรชฺช-อิสฺสริยจกฺกวตฺติสมฺปตฺติ-เทวรชฺชสมฺปตฺติอาทิวเสน ฌาน-วิโมกฺข-สมาธิสมาปตฺติ-ญาณทสฺสน-มคฺคภาวนา-ผลสจฺฉิ-กิริยาทิ-อุตฺตริมนุสฺสธมฺมวเสน จ อเนกวิหิเต อนญฺญสาธารเณ, ภเค, วนิ, ภชิ, เสวิ. เอวมฺปิ ภเค วนีติ ภควา.

‘‘ยา ตา สมฺปตฺติโย โลเก, ยา จ โลกุตฺตรา ปุถุ;

สพฺพา ตา ภชิ สมฺพุทฺโธ, ตสฺมาปิ ภควา มโต’’.

กถํ สตฺตวาติ ภควา? ภตฺตา ทฬฺหภตฺติกา อสฺส พหู อตฺถีติ ภตฺตวา. ตถาคโต หิ มหากรุณาสพฺพญฺญุตญฺญาณาทิ-อปริมิตนิรุปมปฺปภาว-คุณวิเสสสมงฺคิภาวโต สพฺพสตฺตุตฺตโม, สพฺพานตฺถปริหารปุพฺพงฺคมาย นิรวเสสหิตสุขวิธานตปฺปราย นิรติสยาย ปโยคสมฺปตฺติยา สเทวมนุสฺสาย ปชาย อจฺจนฺตุปการิตาย ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณอสีติ อนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภาทิ อนญฺญสาธารณวิเสสปฏิมณฺฑิตรูปกายตาย ยถาภุจฺจคุณาธิคเตน ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินยปฺปวตฺเตน โลกตฺตยพฺยาปินา สุวิปุเลน สุวิสุทฺเธน จ ถุติโฆเสน สมนฺนาคตตฺตา อุกฺกํสปารมิปฺปตฺตาสุ อปฺปิจฺฉตาสนฺตุฏฺฐิอาทีสุ สุปฺปติฏฺฐิตภาวโต ทสพลจตุเวสารชฺชาทิ-นิรติสยคุณวิเสส-สมงฺคีภาวโต จ รูปปฺปมาโณ รูปปฺปสนฺโน, โฆสปฺปมาโณ โฆสปฺปสนฺโน, ลูขปฺปมาโณ ลูขปฺปสนฺโน, ธมฺมปฺปมาโณ ธมฺมปฺปสนฺโนติ เอวํ จตุปฺปมาณิเก โลกสนฺนิวาเส สพฺพถาปิ ปสาทาวหภาเวน สมนฺตปาสาทิกตฺตา อปริมาณานํ สตฺตานํ สเทวมนุสฺสานํ อาทรพหุมานคารวายตนตาย ปรมเปมสมฺภตฺติฏฺฐานํ. เย ตสฺส โอวาเท ปติฏฺฐิตา อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา โหนฺติ, เกนจิ อสํหาริยา เตสํ ปสาทภตฺติ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา. ตถา หิ เต อตฺตโน ชีวิตปริจฺจาเคปิ ตตฺถ ปสาทํ น ปริจฺจชนฺติ, ตสฺส วา อาณํ ทฬฺหภตฺติภาวโต.

เตเนวาห –

‘‘โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร;

กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหตี’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๗๘);

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, มหาสมุทฺโท ฐิตธมฺโม เวลํ นาติวตฺตติ, เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยํ มยา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตํ มม สาวกา ชีวิตเหตุปิ นาติกฺกมนฺตี’’ติ (อุทา. ๔๕; จูฬว. ๓๘๕) จ. –

เอวํ ภตฺตวาติ ภควา นิรุตฺตินเยน เอกสฺส ต-การสฺส โลปํ กตฺวา อิตรสฺส ค-การํ กตฺวา.

‘‘คุณาติสยยุตฺตสฺส, ยสฺมา โลกหิเตสิโน;

สมฺภตฺตา พหโว สตฺถุ, ภควา เตน วุจฺจตี’’ติ.

กถํ ภเค วมีติ ภควา? ยสฺมา ตถาคโต โพธิสตฺตภูโตปิ อปริมาณาสุ ชาตีสุ ปารมิโย ปริปูเรนฺโต ภคสงฺขาตํ สิรึ อิสฺสริยํ ยสญฺจ วมิ อุคฺคิริ, เขฬปิณฺฑํ วิย อนเปกฺโข ฉฑฺฑยิ, จริมตฺตภาเวปิ หตฺถคตํ จกฺกวตฺติสิรึ เทวโลกาธิปจฺจสทิสํ จตุทีปิสฺสริยํ จกฺกวตฺติสมฺปตฺติสนฺนิสฺสยํ สตฺตรตนสมุชฺชลํ ยสญฺจ ติณายปิ อมญฺญมาโน นิรเปกฺโข ปหาย อภินิกฺขมิตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมา อิเม สิรีอาทิเก ภเค วมีติ ภควา. อถ วา ภานิ นาม นกฺขตฺตานิ, เตหิ สมํ คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติ ภคา, สิเนรุยุคนฺธรอุตฺตรกุรุหิมวนฺตาทิภาชนโลกวิเสสสนฺนิสฺสยา โสภา กปฺปฏฺฐิยภาวโต, เตปิ ภควา วมิ ตนฺนิวาสิสตฺตาวาสสมติกฺกมโต ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหีติ. เอวมฺปิ ภเค วมีติ ภควา.

‘‘จกฺกวตฺติสิรึ ยสฺมา, ยสํ อิสฺสริยํ สุขํ;

ปหาสิ โลกจิตฺตญฺจ, สุคโต ภควา ตโต’’.

กถํ ภาเค วมีติ ภควา? ภาคา นาม สภาคธมฺมโกฏฺฐาสา, เต ขนฺธายตนธาตาทิวเสน, ตตฺถาปิ รูปเวทนาทิวเสน ปถวิยาทิวเสน อตีตาทิวเสน จ อเนกวิธา, เต จ ภควา สพฺพํ ปปญฺจํ สพฺพํ โยคํ สพฺพํ คนฺถํ สพฺพํ สํโยชนํ สมุจฺฉินฺทิตฺวา อมตธาตุํ สมธิคจฺฉนฺโต วมิ อุคฺคิริ, อนเปกฺโข ฉฑฺฑยิ น ปจฺจาวมิ. ตถา เหส ‘‘สพฺพตฺถกเมว ปถวึ อาปํ เตชํ วายํ, จกฺขุํ โสตํ ฆานํ ชิวฺหํ กายํ มนํ, รูเป สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ ธมฺเม, จกฺขุวิญฺญาณํ…เป… มโนวิญฺญาณํ, จกฺขุสมฺผสฺสํ…เป… มโนสมฺผสฺสํ, จกฺขุสมฺผสฺสชํ เวทนํ…เป… มโนสมฺผสฺสชํ เวทนํ, จกฺขุสมฺผสฺสชํ สญฺญํ…เป… มโนสมฺผสฺสชํ สญฺญํ, จกฺขุสมฺผสฺสชํ เจตนํ…เป… มโนสมฺผสฺสชํ เจตนํ, รูปตณฺหํ…เป… ธมฺมตณฺหํ, รูปวิตกฺกํ…เป… ธมฺมวิตกฺกํ, รูปวิจารํ…เป… ธมฺมวิจาร’’นฺติอาทินา อนุปทธมฺมวิภาควเสนปิ สพฺเพว ธมฺมโกฏฺฐาเส อนวเสสโต วมิ อุคฺคิริ, อนเปกฺขปริจฺจาเคน ฉฑฺฑยิ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยํ ตํ, อานนฺท, จตฺตํ วนฺตํ มุตฺตํ ปหีนํ ปฏินิสฺสฏฺฐํ, ตํ ตถาคโต ปุน ปจฺจาวมิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๘๓). เอวมฺปิ ภาเค วมีติ ภควา. อถ วา ภาเค วมีติ สพฺเพปิ กุสลากุสเล สาวชฺชานวชฺเช หีนปณีเต กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม อริยมคฺคญาณมุเขน วมิ อุคฺคิริ, อนเปกฺโข ปริจฺจชิ ปชหิ, ปเรสญฺจ ตถตฺตาย ธมฺมํ เทเสสิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ธมฺมาปิ โว, ภิกฺขเว, ปหาตพฺพา, ปเคว อธมฺมา (ม. นิ. ๑.๒๔๐). กุลฺลูปมํ โว, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสสฺสามิ นิตฺถรณตฺถาย, โน คหณตฺถายา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๔๐). เอวมฺปิ ภาเค วมีติ ภควา.

‘‘ขนฺธายตนธาตาทิ-ธมฺมภาคา-มเหสินา;

กณฺหสุกฺกา ยโต วนฺตา, ตโตปิ ภควา มโต’’.

เตน วุตฺตํ –

‘‘ภาควา ภตวา ภาเค, ภเค จ วนิ ภตฺตวา;

ภเค วมิ ตถา ภาเค, วมีติ ภควา ชิโน’’ติ.

ธมฺมสรีรํ ปจฺจกฺขํ กโรตีติ ‘‘โย โว, อานนฺท, มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ วจนโต ธมฺมสฺส สตฺถุภาวปริยาโย วิชฺชตีติ กตฺวา วุตฺตํ. วชิรสงฺฆาตสมานกาโย ปเรหิ อเภชฺชสรีรตฺตา. น หิ ภควโต รูปกาเย เกนจิ สกฺกา อนฺตรายํ กาตุนฺติ. เทสนาสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ วกฺขมานสฺส สกลสฺส สุตฺตสฺส ‘‘เอว’’นฺติ นิทสฺสนโต. สาวกสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺเตน ปญฺจสุ ฐาเนสุ ภควตา เอตทคฺเค ฐปิเตน มยา มหาสาวเกน สุตํ, ตญฺจ โข มยาว สุตํ, น อนุสฺสุตํ น ปรํปราภตนฺติ อิมสฺสตฺถสฺส ทีปนโต. กาลสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ภควาสทฺทสนฺนิธาเน ปยุตฺตสฺส สมยสทฺทสฺส พุทฺธุปฺปาทปฏิมณฺฑิตภาวทีปนโต. พุทฺธุปฺปาทปรมา หิ กาลสมฺปทา. เตเนตํ วุจฺจติ –

‘‘กปฺปกสาเย กลิยุเค, พุทฺธุปฺปาโท อโห มหจฺฉริยํ;

หุตาวหมชฺเฌ ชาตํ, สมุทิตมกรนฺทมรวินฺท’’นฺติ.

ภควาติ เทสกสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมภาวทีปนโต ครุคารวาธิวจนภาวโต.

อวิเสเสนาติ น วิเสเสน, วิหารภาวสามญฺเญนาติ อตฺโถ. อิริยาปถ…เป… วิหาเรสูติ อิริยาปถวิหาโร, ทิพฺพวิหาโร, พฺรหฺมวิหาโร, อริยวิหาโรติ เอเตสุ จตูสุ วิหาเรสุ. สมงฺคีปริทีปนนฺติ สมงฺคีภาวปริทีปนํ. เอตนฺติ ‘‘วิหรตี’’ติ เอตํ ปทํ. ตถา หิ ตํ ‘‘อิเธกจฺโจ คิหีหิ สํสฏฺโฐ วิหรติ สหนนฺที สหโสกี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๔๑) อิริยาปถวิหาเร อาคตํ. ‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ (ธ. ส. ๑๖๐; วิภ. ๖๒๔) เอตฺถ ทิพฺพวิหาเร. ‘‘โส เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๕๕๖; ๓.๓๐๘; ม. นิ. ๑.๗๗; ๒.๓๐๙; ๓.๒๓๐) พฺรหฺมวิหาเร. ‘‘โส โข อหํ, อคฺคิเวสฺสน, ตสฺสาเยว กถาย ปริโยสาเน ตสฺมึ เอว ปุริมสฺมึ สมาธินิมิตฺเต อชฺฌตฺตเมว จิตฺตํ สณฺฐเปมิ สนฺนิสาเทมิ เอโกทึ กโรมิ สมาทหามิ, เยน สุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) อริยวิหาเร.

ตตฺถ อิริยนํ วตฺตนํ อิริยา, กายปฺปโยโค. ตสฺสา ปวตฺตนุปายภาวโต ฐานาทิ อิริยาปโถ. ฐานสมงฺคี วา หิ กาเยน กิญฺจิ กเรยฺย คมนาทีสุ อญฺญตรสมงฺคี วา. อถ วา อิริยติ ปวตฺตติ เอเตน อตฺตภาโว กายกิจฺจํ วาติ อิริยา, ตสฺสา ปวตฺติอุปายภาวโต อิริยา จ โส ปโถ จาติ อิริยาปโถ, ฐานาทิ เอว. โส จ อตฺถโต คตินิวตฺติอาทิอากาเรน ปวตฺโต จตุสนฺตติรูปปพนฺโธ เอว. วิหรณํ, วิหรติ เอเตนาติ วา วิหาโร, อิริยาปโถ เอว วิหาโร อิริยาปถวิหาโร. ทิวิ ภโว ทิพฺโพ, ตตฺถ พหุลปฺปวตฺติยา พฺรหฺมปาริสชฺชาทิเทวโลเก ภโวติ อตฺโถ. ตตฺถ โย ทิพฺพานุภาโว, ตทตฺถาย สํวตฺตตีติ วา ทิพฺโพ, อภิญฺญาภินีหารวเสน มหาคติกตฺตา วา ทิพฺโพ, ทิพฺโพ จ โส วิหาโร จาติ ทิพฺพวิหาโร, จตสฺโส รูปาวจรสมาปตฺติโย. อารุปฺปสมาปตฺติโยปิ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. พฺรหฺมูนํ, พฺรหฺมาโน วา วิหารา พฺรหฺมวิหารา, จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย. อริยานํ, อริยา วา วิหารา อริยวิหารา, จตฺตาริ สามญฺญผลานิ. โส หิ เอกํ อิริยาปถพาธนนฺติอาทิ ยทิปิ ภควา เอเกนปิ อิริยาปเถน จิรตรํ กาลํ อตฺตภาวํ ปวตฺเตตุํ สกฺโกติ, ตถาปิ อุปาทินฺนกสรีรสฺส นาม อยํ สภาโวติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ยสฺมา วา ภควา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโต วิเนยฺยานํ ธมฺมํ เทเสนฺโต, นานาสมาปตฺตีหิ จ กาลํ วีตินาเมนฺโต วสตีติ สตฺตานํ อตฺตโน จ วิวิธํ หิตสุขํ หรติ อุปเนติ อุปฺปาเทติ, ตสฺมา วิวิธํ หรตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ปจฺจตฺถิเก ชินาตีติ เชโต. เชต-สทฺโท หิ โสต-สทฺโท วิย กตฺตุสาธโนปิ อตฺถีติ. รญฺโญ วา ปจฺจตฺถิกานํ ชิตกาเล ชาตตฺตา เชโต. รญฺโญ หิ อตฺตโน ชยํ ตตฺถ อาโรเปตฺวา ชิตวาติ เชโตติ กุมาโร วุตฺโต. มงฺคลกามตาย วา เชโตติสฺส นามํ กตํ, ตสฺมา ‘‘เชยฺโย’’ติ เอตสฺมึ อตฺเถ ‘‘เชโต’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺส เชตสฺส ราชกุมารสฺส. วเนติอาทิโต ปฏฺฐาเยว ตํ ตสฺส สนฺตกนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพกามสมิทฺธิตาย วิคตมลมจฺเฉรตาย กรุณาทิคุณสมงฺคิตาย จ นิจฺจกาลํ อุปฏฺฐปิโต อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตสฺส อตฺถีติ อนาถปิณฺฑิโก, ตสฺส อนาถปิณฺฑิกสฺส. ยทิ เชตวนํ, กถํ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโมติ อาห ‘‘อนาถปิณฺฑิเกนา’’ติอาทิ. ปญฺจวิธเสนาสนงฺคสมฺปตฺติยา อารมนฺติ เอตฺถ ปพฺพชิตาติ อาราโม, ตสฺมึ อาราเม. ยทิปิ โส ภูมิภาโค โกฏิสนฺถเรน มหาเสฏฺฐินา กีโต, รุกฺขา ปน เชเตน น วิกฺกีตาติ ตํ ‘‘เชตวน’’นฺติ วตฺตพฺพตํ ลภตีติ วทนฺติ. อุภินฺนมฺปิ วา ตตฺถ ปริจฺจาควิเสสกิตฺตนตฺถํ อุภยวจนํ, เชเตนปิ หิ ภูมิภาควิกฺกเยน ลทฺธธนํ ตตฺถ ทฺวารโกฏฺฐกกรณวเสน วินิยุตฺตํ. สาวตฺถิเชตวนานํ ภูมิภาควเสน ภินฺนตฺตา วุตฺตํ ‘‘น หิ สกฺกา อุภยตฺถ เอกํ สมยํ วิหริตุ’’นฺติ.

อปากฏาติ สกฺโก สุยาโมติอาทินา อนภิญฺญาตา. อภิญฺญาตานมฺปิ อญฺญตรสทฺโท ทิสฺสเตว เอกสทิสายตฺตตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อภิชานาติ โน’’ติอาทิ วุตฺตํ. อหุนา อิทาเนว. สาธารณวจนํ ทิพฺพตํ อนฺโตนีตํ กตฺวา. เทโว เอว เทวตา ปุริเสปิ วตฺตนโต. เตเนวาห ‘‘อิมสฺมึ ปนตฺเถ’’ติอาทิ. นนุ จ รูปาวจรสตฺตานํ ปุริสินฺทฺริยํ นตฺถิ, เยน เต ปุริสาติ วุจฺเจยฺยุํ? ยทิปิ ปุริสินฺทฺริยํ นตฺถิ, ปุริสสณฺฐานสฺส ปน ปุริสเวสสฺส จ วเสน ปุริสปุคฺคลาเตฺวว วุจฺจนฺติ ปุริสปกติภาวโต.

อภิกฺกนฺตาติ อติกฺกนฺตา, วิคตาติ อตฺโถติ อาห ‘‘ขเย ทิสฺสตี’’ติ. เตเนว หิ ‘‘นิกฺขนฺโต ปฐโม ยาโม’’ติ อุปริ วุตฺตํ. อภิกฺกนฺตตโรติ อติวิย กนฺตตโร. ตาทิโส จ สุนฺทโร ภทฺทโก นาม โหตีติ อาห ‘‘สุนฺทเร ทิสฺสตี’’ติ. โกติ เทวนาคยกฺขคนฺธพฺพาทีสุ โก กตโม? เมติ มม. ปาทานีติ ปาเท. อิทฺธิยาติ อิมาย เอวรูปาย เทวิทฺธิยา. ยสสาติ อิมินา เอทิเสน ปริวาเรน ปริจฺฉเทน จ. ชลนฺติ วิชฺโชตมาโน. อภิกฺกนฺเตนาติ อติวิย กนฺเตน กมนิเยน อภิรูเปน. วณฺเณนาติ ฉวิวณฺเณน สรีรวณฺณนิภาย. สพฺพา โอภาสยํ ทิสาติ สพฺพาปิ ทิสา ปภาเสนฺโต จนฺโท วิย สูริโย วิย จ เอโกภาสํ เอกาโลกํ กโรนฺโตติ คาถาย อตฺโถ. อภิรูเปติ อุฬารรูเป สมฺปนฺนรูเป.

กญฺจนสนฺนิภตฺตจตา สุวณฺณวณฺณคฺคหเณน คหิตาติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ฉวิย’’นฺติ. ฉวิคตา ปน วณฺณธาตุ เอว ‘‘สุวณฺณวณฺโณ’’ติ เอตฺถ วณฺณคฺคหเณน คหิตาติ อปเร. วณฺณนํ กิตฺติยา อุคฺโฆสนนฺติ วณฺโณ, ถุติ. วณฺณียติ อสงฺกรโต ววตฺถปียตีติ วณฺโณ, กุลวคฺโค. วณฺณียติ ผลํ เอเตน ยถาสภาวโต วิภาวียตีติ วณฺโณ, การณํ. วณฺณนํ ทีฆรสฺสาทิวเสน สณฺฐหนนฺติ วณฺโณ, สณฺฐานํ. วณฺณียติ อณุมหนฺตาทิวเสน ปมียตีติ วณฺโณ, ปมาณํ. วณฺเณติ วิการํ อาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ วณฺโณ, รูปายตนํ. เอวํ เตน เตน ปวตฺตินิมิตฺเตน วณฺณสทฺทสฺส ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ ปวตฺติ เวทิตพฺพา. อิทฺธึ มาเปตฺวาติ วตฺถาลงฺการกายาทีหิ โอภาสมุญฺจนาทิวเสน ทิพฺพํ อิทฺธานุภาวํ นิมฺมินิตฺวา. กามาวจรา อนภิสงฺขเตนปิ อาคนฺตุํ สกฺโกนฺติ โอฬาริกรูปตฺตา. ตถา หิ เต กพฬีการภกฺขา. รูปาวจรา น สกฺโกนฺติ ตโต สุขุมตรรูปตฺตา. เตนาห ‘‘เตสํ หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘อติสุขุโม’’ติ มูลปฏิสนฺธิรูปํ สนฺธาย วทติ. น เตน อิริยาปถกปฺปนํ โหตีติ เอเตน พฺรหฺมโลเกปิ พฺรหฺมาโน เยภุยฺเยน นิมฺมิตรูเปเนว ปวตฺตนฺตีติ ทสฺเสติ. อิตรญฺหิ อติวิย สุขุมํ รูปํ เกวลํ จิตฺตุปฺปาทสฺส นิสฺสยาธิฏฺฐานภูตํ สณฺฐานวนฺตํ หุตฺวา ติฏฺฐติ.

อนวเสสตฺตํ สกลตา. เยภุยฺยตา พหุลภาโว. อพฺยามิสฺสตา วิชาติเยน อสงฺกโร. สุเขน หิ อโวกิณฺณตา ตตฺถ อธิปฺเปตา. อนติเรกตา ตํปรมตา วิเสสาภาโว. เกวลกปฺปนฺติ เกวลํ ทฬฺหํ กตฺวาติ อตฺโถ. สงฺฆเภทายาติ สงฺเฆ วิวาทาย, วิวาทุปฺปาทายาติ อตฺโถ. เกวลํ วุจฺจติ นิพฺพานํ สพฺพสงฺขตวิวิตฺตตฺตา, เอตสฺส ตํ อตฺถีติ เกวลี, สจฺฉิกตนิโรโธ ขีณาสโว. เตนาห ‘‘วิสํโยโค อตฺโถ’’ติ.

กปฺปสทฺโท ปนายํ สอุปสคฺโค อนุปสคฺโค จาติ อธิปฺปาเยน โอกปฺปนิยปเท ลพฺภมานํ กปฺปสทฺทมตฺตํ ทสฺเสติ, อญฺญถา กปฺปปทํ อนิทสฺสนเมว สิยา. สมณกปฺเปหีติ วินยสิทฺเธหิ สมณโวหาเรหิ. นิจฺจกปฺปนฺติ นิจฺจกาลํ. ปญฺญตฺตีติ นามํ. นามเญฺหตํ ตสฺส อายสฺมโต, ยทิทํ กปฺโปติ. กปฺปิตเกสมสฺสูติ กตฺตริกาย เฉทิตเกสมสฺสุ. ทฺวงฺคุลกปฺโปติ มชฺฌนฺหิกเวลาย วีติกฺกนฺตาย ทฺวงฺคุลตาวิกปฺโป. เลโสติ อปเทโส. อนวเสสํ ผริตุํ สมตฺถสฺสปิ โอภาสสฺส เกนจิปิ การเณน เอกเทสผรณมฺปิ สิยา, อยํ ปน สพฺพโสว ผรตีติ ทสฺเสตุํ สมนฺตตฺโถ กปฺป-สทฺโท คหิโตติ อาห ‘‘อนวเสสํ สมนฺตโต’’ติ. อีสํ อสมตฺตํ, เกวลํ วา เกวลกปฺปํ. ภควโต อาภาย อโนภาสิตเมว หิ ปเทสํ เทวตา อตฺตโน ปภาย โอภาเสนฺติ. น หิ ภควโต ปภา กายจิ ปภาย อภิภุยฺยติ, สูริยาทีนมฺปิ ปภํ สา อภิภุยฺย ติฏฺฐตีติ.

เยน วา การเณนาติ เหตุมฺหิ อิทํ กรณวจนํ. เหตุอตฺโถ หิ กิริยาย การณํ, น กรณํ วิย กิริยตฺโถ, ตสฺมา นานปฺปการ-คุณวิเสสาธิคมนตฺถา อิธ อุปสงฺกมนกิริยาติ ‘‘อนฺเนน วสติ, วิชฺชาย วสตี’’ติอาทีสุ วิย เหตุอตฺถเมว ตํ กรณวจนํ ยุตฺตํ น กรณตฺถํ ตสฺส อยุชฺชมานตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘เยน วา การเณนา’’ติอาทิ. ภควโต สตตปฺปวตฺตนิรติสย-สาทุวิปุลมตรส-สทฺธมฺมผลตาย สาทุผลนิจฺจผลิตมหารุกฺเขน ภควา อุปมิโต. สาทุผลูปโภคาธิปฺปายคฺคหเณเนว หิ มหาการุณิกสฺส สาทุผลตา คหิตาติ. อุปสงฺกมีติ อุปสงฺกนฺตา. สมฺปตฺตกามตาย หิ กิญฺจิ ฐานํ คจฺฉนฺโต ตํตํปเทสาติกฺกมเนน อุปสงฺกมิ, อุปสงฺกนฺโตติ วตฺตพฺพตํ ลภติ. เตนาห ‘‘คตาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ, อุปคตาติ อตฺโถ. อุปสงฺกมิตฺวาติ ปุพฺพกาลกิริยานิทฺเทโสติ อาห ‘‘อุปสงฺกมนปริโยสานทีปน’’นฺติ. ตโตติ ยํ ฐานํ ปตฺตา ‘‘อุปสงฺกมี’’ติ วุตฺตา, ตโต อุปคตฏฺฐานโต.

คตินิวตฺติอตฺถโต สามญฺญโต อาสนมฺปิ ฐานคฺคหเณน คยฺหตีติ วุตฺตํ ‘‘อาสนกุสลตาย เอกมนฺตํ ติฏฺฐนฺตี’’ติ. นิสินฺนาปิ หิ คมนโต นิวตฺตา นาม โหนฺติ ฐตฺวา นิสีทิตพฺพตฺตา, ยถาวุตฺตฏฺฐานาทโยปิ อาสเนเนว สงฺคหิตาติ. อติทูรอจฺจาสนฺนปฏิกฺเขเปน นาติทูรนจฺจาสนฺนํ นาม คหิตํ. ตํ ปน อวกํสโต อุภินฺนํ ปสาริตหตฺถสงฺฆฏฺฏเนน ทฏฺฐพฺพํ. คีวํ ปสาเรตฺวาติ คีวํ ปริวตฺตนวเสน ปสาเรตฺวา.

กามํ ‘‘กถ’’นฺติ อยมาการปุจฺฉา, ตรณากาโร อิธ ปุจฺฉิโต. โส ปน ตรณากาโร อตฺถโต การณเมวาติ อาห ‘‘กถํ นูติ การณปุจฺฉา’’ติ? ปากโฏ อภิสมฺโพธิยํ มหาปถวีกมฺปนาทิอเนกจฺฉริยปาตุภาวาทินา.

มริสนฏฺเฐน ปาปานํ โรคาทิอนตฺถานํ อภิภวนฏฺเฐน มาริโส, ทุกฺขรหิโต. เตนาห ‘‘นิทฺทุกฺขาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. นิรยปกฺเข ปิยาลปนวจนวเสน อุปจารวจนญฺเจตํ ยถา ‘‘เทวานํ ปิยา’’ติ. เตเนวาห ‘‘ยทิ เอว’’นฺติอาทิ. สงฺกุนา สงฺกูติ มตฺถกโต สมโกฏฺฏิเตน ยาว หทยปเทสา นิพฺพิชฺฌิตฺวา โอติณฺเณน สงฺกุนา ปาทตลโต สมโกฏฺฏิโต สงฺกุ นิพฺพิชฺฌิตฺวา อาโรหนฺโต หทเย หทยสฺส ปเทเส สมาคจฺเฉยฺย, อถ เนสํ สงฺกูนํ สมาคมสมกาเล นํ ยถาติกฺกนฺตสงฺกุกรณกาลํ ชาเนยฺยาสิ. กิญฺจิ นิมิตฺตํ อุปาทาย กิสฺมิญฺจิ อตฺเถ ปวตฺตสฺส สทฺทสฺส ตนฺนิมิตฺตรหิเต ปวตฺติ รุฬฺหี นาม คมนกิริยารหิเต สาสนาทิมติ ปฏิปิณฺเฑ ยถา โคสทฺทสฺส.

โอฆมตรีติ เยสํ โอฆานํ ตรณํ ปุจฺฉิตํ, เต คณนปริจฺเฉทโต สรูปโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘จตฺตาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. กสฺมา ปเนตฺถ จตฺตาโร เอว โอฆา วุตฺตา, เต จ กามาทโย เอวาติ? น โจเทตพฺพเมตํ, ยสฺมา ธมฺมานํ สภาวกิจฺจวิเสสญฺญุนา ภควตา สพฺพํ เญยฺยํ ยาถาวโต อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา เอตฺตกาว โอฆา เทสิตา, อิเม เอว จ เทสิตาติ. วฏฺฏสฺมึ โอหนนฺติ โอสีทาเปนฺตีติ โอฆา, โอหนนฺติ เหฏฺฐา กตฺวา หนนฺติ คาเมนฺติ, ตถาภูตา สตฺเต อโธ คาเมนฺติ นาม. อยญฺจ อตฺโถ ‘‘สพฺโพปิ เจสา’’ติอาทินา ปรโต อฏฺฐกถายเมว อาคมิสฺสติ. กามนฏฺเฐน กาโม, กาโม จ โส ยถาวุตฺเตนตฺเถน โอโฆ จาติ, กาเมสุ โอโฆติ วา กาโมโฆ. ภโวโฆ นาม ภวราโคติ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค ฌานนิกนฺติ จา’’ติ วุตฺตํ. สุมงฺคลวิลาสินีอาทีสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๑๒) ปน ‘‘สสฺสตทิฏฺฐิสหคตราโค จา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ปฐโม อุปปตฺติภเวสุ ราโค, ทุติโย กมฺมภเว. ภวทิฏฺฐิวินิมุตฺตสฺส ทิฏฺฐิคตสฺส อภาวโต. ‘‘ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิโย ทิฏฺโฐโฆ’’ติ วุตฺตํ, จตุสจฺจนฺโตคธตฺตา สพฺพสฺส เญยฺยสฺส ‘‘จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณํ อวิชฺโชโฆ’’ติ อาห.

อิทานิ เตสํ โอฆสงฺขาตานํ ปาปธมฺมานํ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ปวตฺติฏฺฐานํ ปน กามคุณาทโย ทสฺสิตา เอว. ‘‘ปญฺจสุ กามคุเณสุ ฉนฺทราโค กาโมโฆ’’ติ เอตฺถ ภโวฆํ ฐเปตฺวา สพฺโพ โลโภ กาโมโฆติ ยุตฺตํ สิยา. สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต ราโค ภวทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตตฺตา ภโวโฆติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺโต, ภโวโฆ ปน ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺเตสุ เอว อุปฺปชฺชตีติ ปาฬิยํ วุตฺโต. เตเนวาห – ‘‘ภโวโฆ จตูสุ ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตโลภสหคตจิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชตี’’ติ. ตสฺมา ทิฏฺฐิสหคตโลโภปิ กาโมโฆติ ยุตฺตํ สิยา. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกทุกฺขานญฺหิ การณภูตา กามาสวาทโยปิ ทฺวิธา วุตฺตา, อาสวา เอว จ โอฆา. กามาสวนิทฺเทเส จ กาเมสูติ กามราคทิฏฺฐิราคาทีนํ อารมฺมณภูเตสุ เตภูมเกสุ วตฺถุกาเมสูติ อตฺโถ สมฺภวติ. ตตฺถ หิ อุปฺปชฺชมานา สายํ ตณฺหา สพฺพาปิ น กามจฺฉนฺทาทินามํ น ลภตีติ.

ยทิ ปน ปญฺจกามคุณิโก จ ราโค กาโมโฆติ วุตฺโตติ กตฺวา พฺรหฺมานํ วิมานาทีสุ ราคสฺส ทิฏฺฐิราคสฺส จ กาโมฆภาโว ปฏิเสธิตพฺโพ สิยา, เอวํ สติ กาโมฆภโวฆวินิมุตฺเตน นาม โลเภน ภวิตพฺพํ. โส ยทา ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺเตสุ อุปฺปชฺชติ, ตทา เตน สมฺปยุตฺโต อวิชฺโชโฆ โอฆวิปฺปยุตฺโตติ โทมนสฺสวิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตสฺส วิย ตสฺสปิ โอฆวิปฺปยุตฺตตา วตฺตพฺพา สิยา ‘‘จตูสุปิ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปนฺโน โมโห สิยา โอฆสมฺปยุตฺโต สิยา โอฆวิปฺปยุตฺโต’’ติ. ‘‘กาโมโฆ อฏฺฐสุ โลภสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชตี’’ติ, ‘‘กาโมฆํ ปฏิจฺจ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆ’’ติ จ วจนโต ทิฏฺฐิสหคโต กาโมโฆ น โหตีติ น สกฺกา วตฺตุํ. ตถา เหตฺถ ‘‘รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค ฌานนิกนฺติ จ ภโวโฆ นามาติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น วุตฺตํ สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต ราโค’’ติ.

อโธคมนฏฺเฐนาติ เหฏฺฐาปวตฺตนฏฺเฐน. เหฏฺฐาปวตฺตนญฺเจตฺถ น เกวลํ อปายคมนิยภาเวน, อถ โข สํสารตรกาวโรธเนนปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปริภวญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กามํ นิพฺพานํ อรูปิภาวา อเทสํ, น ตสฺส ฐานวเสน อุปริคหณํ, สพฺพสงฺขตวินิสฺสฏตฺตา ปน สพฺพสฺสปิ ภวสฺส อุปรีติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อุปริภวํ นิพฺพาน’’นฺติ. ‘‘มหาอุทโกโฆ’’ติอาทีสุ ราสฏฺโฐ โอฆ-สทฺโทติ ‘‘มหา เหโส กิเลสราสี’’ติ วุตฺตํ เสเสสุปีติ ภโวฆาทีสุปิ.

อปฺปติฏฺฐหนฺโตติ กิเลสาทีนํ วเสน อสนฺติฏฺฐนฺโต, อสํสีทนฺโตติ อตฺโถ. อนายูหนฺโตติ อภิสงฺขาราทิวเสน น อายูหนฺโต มชฺฌิมํ ปฏิปทํ วิลงฺฆิตฺวา นิพฺพุยฺหนฺโต. เตนาห – ‘‘อวายมนฺโต’’ติ, มิจฺฉาวายามวเสน อวายมนฺโตติ อธิปฺปาโย. คูฬฺหนฺติ สํวุตํ. ปฏิจฺฉนฺนนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อตฺถวเสน วา สํวุตฺตํ คูฬฺหํ, สทฺทวเสนปิ อปากฏํ ปฏิจฺฉนฺนํ อนฺตรทีปาทิเก ฐาตพฺพฏฺฐาเน. อายูหนฺตาติ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ วายมนฺตา. เอตํ อตฺถชาตํ, เอตํ วา วิสฺสชฺชนํ.

อิทานิ เยนาธิปฺปาเยน ภควตา ตถาคูฬฺหํ กตฺวา ปโญฺห กถิโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กึ ปนาติอาทิ วุตฺตํ. นิคฺคหมุเขนาติ เวเนยฺยานํ วินยอุปายภูตนิคฺคหวเสน. เตนาห เย ปณฺฑิตมานิโน’’ติอาทิ. ปวยฺห ปวยฺหาติ โอผุณิตฺวา โอผุณิตฺวา.

โสติ เทวปุตฺโต นิหตมาโน อโหสิ ยถาวิสฺสชฺชิตสฺส อตฺถสฺส อชานนฺโต. ยถาติ อนิยมวจนํ นิยมนิทฺทิฏฺฐํ โหติ, ตํสมฺพนฺธญฺจ กถนฺติ ปุจฺฉาวจนนฺติ ตทุภยสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาหํ ชานามิ, เอวํ เม กเถหี’’ติ อาห.

ยทาสฺวาหนฺติ ยทา สุ อหํ, สุ-กาโร นิปาตมตฺตํ ‘‘ยทิทํ กถํ สู’’ติอาทีสุ วิย. สพฺพปเทสูติ ‘‘ตทาสฺสุ สํสีทามี’’ติอาทีสุ ตีสุปิ ปเทสุ. อตรนฺโตติ โอฆานํ อติกฺกมนตฺถํ ตรณปฺปโยคํ อกโรนฺโต. ตตฺเถวาติ โอฆนิยโอเฆสุ เอว. โอสีทามีติ นิมุชฺชามิ โอเฆหิ อชฺโฌตฺถโฏ โหมิ. นิพฺพุยฺหามีติ โอเฆหิ นิพฺพูโฬฺห โหมิ. ฐาตุํ อสกฺโกนฺโต อสํสีทนฺโต. อติวตฺตามีติ อนุปโยคํ อติกฺกมามิ, อปนิธานวเสน สมฺมาปฏิปตฺตึ วิราเธมีติ อตฺโถ. ฐาเน จ วายาเม จาติ วกฺขมานวิภาเค ปติฏฺฐหเน วายาเม จ โทสํ ทิสฺวาติ ปติฏฺฐานายูหเนสุ สํสีทนนิพฺพุยฺหนสงฺขาตํ ตรณสฺส วิพนฺธนภูตํ อาทีนวํ ทิสฺวาน. อิทํ ภควตา โพธิมูเล อตฺตนา ปวตฺติต-ปุพฺพภาค-มนสิการวเสน วุตฺตํ. อติฏฺฐนฺโต อวายมนฺโตติ ปติฏฺฐานายูหนกรณกิเลสาทีนํ ปริวชฺชเนน อสํสีทนฺโต อนิพฺพุยฺหนฺโต. เทวตายปิ ปฏิวิทฺโธ ตทตฺโถ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตาย วิมุตฺติปริปาจนียธมฺมานํ ปริปกฺกตฺตา. น ปน ปากโฏ วิปญฺจิตญฺญูอาทีนํ, อุคฺฆฏิตญฺญูนํ ปน ยถา ตสฺสา เทวตาย, ตถา ปากโฏ เอวาติ. สตฺต ทุกา อิทานิ วุจฺจมานรูปา ทสฺสิตา โปราณฏฺฐกถายํ. กิเลสวเสน สนฺติฏฺฐนฺโตติ โลภาทีหิ อภิภูตตาย สํสาเร ปติฏฺฐหนฺโต สมฺมา อปฺปฏิปชฺชเนน ตตฺเถว สํสีทติ นาม. อภิสงฺขารวเสนาติ ตตฺเถวาภิสงฺขารเจตนาย เจเตนฺโต สมฺมาปฏิปตฺติโยคฺยสฺส ขณสฺส อติวตฺตเนน นิพฺพุยฺหติ นาม. อิมินา นเยน เสสทุเกสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เอตฺถ จ วฏฺฏมูลกา กิเลสาติ เตสํ วเสน สํสาเร อวฏฺฐานํ ตํตํกมฺมุนา ตตฺถ ตตฺถ ภเว อภินิพฺพตฺติ, กิเลสา ปน เตสํ ปจฺจยมตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถ ภเว อปราปรํ นิพฺพตฺเตนฺโต สํสาเร นิพฺพุยฺหติ นามาติ อิมสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนวเสน ปฐมทุโก วุตฺโต. อิเม สตฺตา สํสาเร ปริพฺภมนฺตา ทุวิธา ตณฺหาจริตา ทิฏฺฐิจริตา จาติ เตสํ สํสารนายิกภูตานํ ธมฺมานํ วเสน สนฺติฏฺฐนํ, ตทญฺเญสํ ปวตฺติปจฺจยานํ วเสน อายูหนนฺติ อิมสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนวเสน ทุติยทุโก วุตฺโต. สํโยชนิเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาททสฺสนสภาวาย ตณฺหาย วเสน วิเสสโต ปติฏฺฐานํ, อมุตฺติมคฺเค มุตฺติมคฺคปรามาสโต ตถา อายูหนมฺปิ ทิฏฺฐิยา วเสน โหตีติ ทสฺเสตุํ ตติยทุโก วุตฺโต. จตุตฺถทุเก ปน อธิปฺปาโย อฏฺฐกถาย เอว วิภาวิโต. ยสฺมา ‘‘สสฺสโต อตฺตา’’ติ อภินิวิสนฺโต อรูปราคํ, อสญฺญูปคํ วา อวิโมกฺขํเยว วิโมกฺโขติ คเหตฺวา สํสาเร เอว โอลียติ. เตนาห ‘‘โอลียนาภินิเวสา หิ ภวทิฏฺฐี’’ติ. ยสฺมา ปน กามภวาทีสุ ยํ วา ตํ วา ภวํ ปตฺวา อตฺตา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ, น โหติ ปรํ มรณาติ อภินิวิสนฺโต ภววิปฺปโมกฺขาวหาย สมฺมาปฏิปตฺติยา อปฺปฏิปชฺชเนน ตํ อติวตฺตติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อติธาวนาภินิเวสา วิภวทิฏฺฐี’’ติ.

ลีนวเสน สนฺติฏฺฐนฺโตติ โกสชฺชาทิวเสน สํโกจาปชฺชเนน สมฺมา อปฺปฏิปชฺชนฺโต. อุทฺธจฺจวเสน อายูหนฺโตติ สมฺมาสมาธิโน อภาเวน วิกฺเขปวเสน ปญฺจโม ทุโก วุตฺโต. ยถา กามสุขํ ปวิฏฺฐสฺส สมาธานํ นตฺถิ จิตฺตสฺส อุปกฺกิลิฏฺฐตฺตา, เอวํ อตฺตปริตาปนมนุยุตฺตสฺส กายสฺส อุปกฺกิลิฏฺฐตฺตา. อิติ จิตฺตกายปริกฺกิเลสกรา เทฺว อนฺตา ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสยตาย สํสีทนนิพฺพุยฺหนนิมิตฺตา วุตฺตา ฉฏฺฐทุเก. ปุพฺเพ สปฺปเทสโตว สํกิเลสธมฺมา ‘‘สํสีทนนิมิตฺต’’นฺติ ทสฺสิตาติ อิทานิ นิปฺปเทสโต ทสฺสนวเสน, ปุพฺเพ จ สาธารณโต อภิสงฺขารธมฺมา ‘‘นิพฺพุยฺหนนิมิตฺต’’นฺติ ทสฺสิตาติ อิทานิ ปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขาเร เอว ‘‘อายูหนนิมิตฺต’’นฺติ ทสฺสนวเสน สตฺตมทุโก วุตฺโต. เอวญฺหิ ทุคฺคติสุคตูปปตฺติวเสน สํสีทนนิพฺพุยฺหนานิ วิภชฺช ทสฺสิตานิ โหนฺตีติ. เตเนวาห ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิ. อโธภาคํ ทุคฺคตึ คเมนฺตีติ อโธภาคงฺคมนียา อนุนาสิกโลปํ อกตฺวา. ตถา อุปริภาคํ คเมนฺตีติ อุปริภาคงฺคมนียา.

เอตฺถ จ โอฆตรณํ ปุจฺฉิเตน ภควตา ‘‘อปฺปติฏฺฐํ อนายูห’’นฺติ ตสฺส ปหานงฺคเมว ทสฺสิตํ, น สมฺปโยคงฺคนฺติ? น เอวํ ทฏฺฐพฺพํ, ยาวตา เยน ปติฏฺฐานํ โหติ, เยน จ อายูหนํ, ตทุภยปฏิกฺเขปมุเขน ตปฺปฏิปกฺขธมฺมทสฺสนเมตนฺติ. น เหส อ-กาโร เกวลํ ปฏิเสเธ, อถ โข ปฏิปกฺเข ‘‘อกุสลา ธมฺมา, อหิโต, อธมฺโม’’ติอาทีสุ วิย, ตสฺมา อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ ปติฏฺฐานายูหนานํ ปฏิปกฺขวเสน ปวตฺตมาโน ตถาปวตฺติเหตูวาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. โขติ จ อวธารณตฺเถ นิปาโต ‘‘อสฺโสสิ โข’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑) วิย. เตน อปฺปติฏฺฐานสฺส เอกํสิกตํ ทสฺเสติ. โสยํ โข-สทฺโท ‘‘อนายูห’’นฺติ เอตฺถาปิ อาเนตฺวา วตฺตพฺโพ. อนายูหนมฺปิ หิ เอกํสิกเมวาติ ตสฺส ปฏิปกฺโข สห วิปสฺสนาย อริยมคฺโค. เตน หิ โอฆตรณํ โหติ, น อญฺญถา. เอวมยํ ยถานุสนฺธิเทสนา กตา, เทวตา จ สหวิปสฺสนํ มคฺคํ ปฏิวิชฺฌีติ ปฐมผเล ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิมํ ปญฺหวิสฺสชฺชน’’นฺติอาทิ.

‘‘จิรสฺสา’’ติ อิมินา สมานตฺถํ ปทนฺตรเมตนฺติ อาห ‘‘จิรสฺส กาลสฺสา’’ติ ยถา ‘‘มมํ วา, ภิกฺขเว’’ติ (ที. นิ. ๑.๕-๖) เอตฺถ ‘‘มมา’’ติ อิมินา สมานตฺถํ ปทนฺตรํ มมนฺติ. น ทิฏฺฐปุพฺพาติ อทสฺสาวี. อทสฺสาวิตา จ ทิสฺวา กตฺตพฺพกิจฺจสฺส อสิทฺธตาย เวทิตพฺพา. อญฺญถา กา นาม สา เทวตา, ยา ภควนฺตํ น ทิฏฺฐวตี? เตนาห ‘‘กึ ปนิมายา’’ติอาทิ. ทสฺสนํ อุปาทาย เอวํ วตฺตุํ วตฺตตีติ ยทา กทาจิ กญฺจิ ปิยชาติกํ ทิสฺวา ตํ ทสฺสนํ อุปาทาย ‘‘จิเรน วต มยํ อายสฺมนฺตํ ปสฺสามา’’ติ อทิฏฺฐปุพฺพํ ทิฏฺฐปุพฺพํ วา เอวํ วตฺตุํ ยุชฺชติ, อยํ โลเก นิรุเฬฺห สมุทาจาโรติ ทสฺเสติ. พฺรหฺมํ วา วุจฺจติ อริยมคฺโค, ตสฺส อณนโต ชานนโต ปฏิวิชฺฌนโต พฺราหฺมโณ. กิเลสนิพฺพาเนนาติ กิเลสานํ อจฺจนฺตสมุจฺเฉทสงฺขาเตน นิพฺพาเนน นิพฺพุตํ สมฺมเทว วูปสนฺต-สพฺพกิเลสทรถ-ปริฬาหํ. อาสตฺตวิสตฺตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน วิสตาทิอากาเร สงฺคณฺหาติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘วิสตาติ วิสตฺติกา, วิสฏาติ วิสตฺติกา, วิสาลาติ วิสตฺติกา, วิสกฺกตีติ วิสตฺติกา, วิสํวาทิกาติ วิสตฺติกา, วิสํ หรตีติ วิสตฺติกา, วิสมูลาติ วิสตฺติกา, วิสผลาติ วิสตฺติกา, วิสปริโภโคติ วิสตฺติกา, วิสาลา วา ปน สา ตณฺหา รูเป สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ ธมฺเม กุเล คเณ วิสตา วิตฺถตาติ วิสตฺติกา’’ติ (มหานิ. ๓).

ตตฺถ วิสตาติ วิตฺถตา รูปาทีสุ เตภูมกธมฺเมสุ อภิพฺยาปนวเสน วิสฏาติ ปุริมวจนเมว ต-การสฺส ฏ-การํ กตฺวา วุตฺตํ. วิสาลาติ วิปุลา. วิสกฺกตีติ ปริสกฺกติ, สหติ วา. รตฺโต หิ ราควตฺถุนา ปาเทน ตาฬิยมาโนปิ สหตีติ. โอสกฺกนํ วิปฺผนฺทนํ วา ‘‘วิสกฺกน’’นฺติปิ วทนฺติ. อนิจฺจาทึ นิจฺจาทิโต. คณฺหาตีติ วิสํวาทิกา โหติ. วิสํ หรตีติ ตถา ตถา กาเมสุ อานิสํสํ ปสฺสนฺตี วิวิเธหิ อากาเรหิ เนกฺขมฺมาภิมุขปฺปวตฺติโต จิตฺตํ สํหรติ สํขิปติ, วิสํ วา ทุกฺขํ, ตํ หรติ, วหตีติ อตฺโถ. ทุกฺขนิพฺพตฺตกกมฺมสฺส เหตุภาวโต วิสมูลา. วิสํ วา ทุกฺขาภิภูตา เวทนา มูลํ เอติสฺสาติ วิสมูลา. ทุกฺขสมุทยตฺตา วิสํ ผลํ เอติสฺสาติ วิสผลา. ตณฺหาย รูปาทิกสฺส ทุกฺขสฺเสว ปริโภโค โหติ, น อมตสฺสาติ วิสปริโภโคติ วุตฺตา, สพฺพตฺถ นิรุตฺติวเสน ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. โย ปเนตฺถ ปธาโน อตฺโถ, ตํ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘วิสาลา วา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ เอวเมตฺถ วิสตฺติกาปทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ติณฺณํ ปฐมทุติยมคฺเคหิ. นิตฺติณฺณํ ตติยมคฺเคน. อุตฺติณฺณํ จตุตฺถมคฺเคน.

สมนุญฺโญติ สมฺมเทว กตานุญฺโญ. เตนาห ‘‘เอกชฺฌาสโย อโหสี’’ติ. อนฺตรธายีติ อทสฺสนํ อคมาสิ. ยถา ปน อนฺตรธายิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อภิสงฺขตกาย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. มาเลหีติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, ‘‘มาลาหี’’ติ เกจิ ปฐนฺติ, ‘‘มเลฺยหี’’ติ วตฺตพฺเพ ย-การโลปํ กตฺวา นิทฺเทโส. อยํ ตาว อฏฺฐกถาย ลีนตฺถวณฺณนา.

เนตฺตินยวณฺณนา

อิทานิ ปกรณนเยน ปาฬิยา อตฺถวณฺณนํ กริสฺสาม. สา ปน อตฺถวณฺณนา ยสฺมา เทสนาย สมุฏฺฐานปฺปโยชนภาชเนสุ ปิณฺฑตฺเถสุ จ นิทฺธาริเตสุ สุกรา โหติ สุวิญฺเญยฺยา จ, ตสฺมา สุตฺตเทสนาย สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมํ นิทฺธารยิสฺสาม. ตตฺถ สมุฏฺฐานํ ตาว เทสนานิทานํ, ตํ สาธารณํ อสาธารณนฺติ ทุวิธํ. ตตฺถ สาธารณมฺปิ อพฺภนฺตรพาหิรเภทโต ทุวิธํ. ตตฺถ สาธารณํ อพฺภนฺตรสมุฏฺฐานํ นาม โลกนาถสฺส มหากรุณา. ตาย หิ สมุสฺสาหิตสฺส ภควโต เวเนยฺยานํ ธมฺมเทสนาย จิตฺตํ อุทปาทิ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สตฺเตสุ จ การุญฺญตํ ปฏิจฺจ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกสี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๘๓; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๙). เอตฺถ จ เหตุอวตฺถายปิ มหากรุณาย สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ ยาวเทว สํสารมโหฆโต สทฺธมฺมเทสนาหตฺถทาเนหิ สตฺตสนฺตารณตฺถํ ตทุปฺปตฺติโต. ยถา จ มหากรุณา, เอวํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ทสพลญาณาทีนิ จ เทสนาย อพฺภนฺตรสมุฏฺฐานภาเวน วตฺตพฺพานิ. สพฺพญฺหิ เญยฺยธมฺมํ เตสํ เทเสตพฺพปฺปการํ สตฺตานญฺจ อาสยานุสยาทึ ยาถาวโต ชานนฺโต ภควา ฐานาฏฺฐานาทีสุ โกสลฺเลน เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ วิจิตฺตนยเทสนํ ปวตฺเตสีติ. พาหิรํ ปน สาธารณํ สมุฏฺฐานํ ทสสหสฺสมหาพฺรหฺมปริวาร-สหมฺปติมหาพฺรหฺมุโน อชฺเฌสนํ. ตทชฺเฌสนุตฺตรกาลญฺหิ ธมฺมคมฺภีรตาปจฺจเวกฺขณาชนิตํ อปฺโปสฺสุกฺกตํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา ธมฺมสฺสามี ธมฺมเทสนาย อุสฺสาหชาโต อโหสิ. อสาธารณมฺปิ อพฺภนฺตรพาหิรเภทโต ทุวิธเมว. ตตฺถ อพฺภนฺตรํ ยาย มหากรุณาย เยน จ เทสนาญาเณน อิทํ สุตฺตํ ปวตฺติตํ, ตทุภยํ เวทิตพฺพํ พาหิรํ ปน ตสฺสา เทวตาย ปุจฺฉา, ปุจฺฉาวสิโก เหส สุตฺตนิกฺเขโป. ตยิทํ ปาฬิยํ อาคตเมว.

ปโยชนมฺปิ สาธารณาสาธารณโต ทุวิธํ. ตตฺถ สาธารณํ อนุกฺกเมน ยาว อนุปาทาปรินิพฺพานํ วิมุตฺติรสตฺตา ภควโต เทสนาย. เตเนวาห ‘‘เอตทตฺถา กถา, เอตทตฺถา มนฺตนา’’ติอาทิ (ปริ. ๓๖๖). อสาธารณํ ปน ตสฺสา เทวตาย ทสฺสนมคฺคสมธิคโม, อุภยมฺเปตํ พาหิรเมว. สเจ ปน เวเนยฺยสนฺตานคตมฺปิ เทสนาพลสิทฺธิสงฺขาตํ ปโยชนํ อธิปฺปายสมิชฺฌนภาวโต ยถาธิปฺเปตตฺถสิทฺธิยา มหาการุณิกสฺส ภควโตปิ ปโยชนเมวาติ คเณฺหยฺย, อิมินา ปริยาเยนสฺส อพฺภนฺตรตาปิ สิยา.

อปิจ ตสฺสา เทวตาย โอฆตรณาการสฺส ยาถาวโต อนวโพโธ อิมิสฺสา เทสนาย สมุฏฺฐานํ, ตทวโพโธ ปโยชนํ. โส หิ อิมาย เทสนาย ภควนฺตํ ปโยเชติ ตนฺนิปฺผาทนปรายํ เทสนาติ กตฺวา. ยญฺหิ เทสนาย สาเธตพฺพํ ผลํ, ตํ อากงฺขิตพฺพตฺตา เทสกํ เทสนาย ปโยเชตีติ ปโยชนนฺติ วุจฺจติ. ตถา เทวตาย ตทญฺเญสญฺจ วิเนยฺยานํ ปติฏฺฐานายูหนวิสฺสชฺชนญฺเจตฺถ ปโยชนํ. ตถา สํสารจกฺกนิวตฺติ-สทฺธมฺมจกฺกปฺปวตฺติสสฺสตาทิมิจฺฉาจาร-นิรากรณํ สมฺมาวาทปุเรกฺขาโร อกุสลมูลสมูหนนํ กุสลมูลสมาโรปนํ อปายทฺวารปิทหนํ สคฺคโมกฺขทฺวารวิวรณํ ปริยุฏฺฐานวูปสมนํ อนุสยสมุคฺฆาตนํ ‘‘มุตฺโต โมเจสฺสามี’’ติ ปุริมปฏิญฺญาอวิสํวาทนํ ตปฺปฏิปกฺขมารมโนรถวิสํวาทนํ ติตฺถิยสมยนิมฺมถนํ พุทฺธธมฺมปติฏฺฐาปนนฺติ เอวมาทีนิปิ ปโยชนานิ อิธ เวทิตพฺพานิ.

ยถา เทวตา โอฆตรเณ สํสยปกฺขนฺทา, ตาทิสา อญฺเญ จ สงฺขาตธมฺมานํ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส จ ปฏิปตฺตึ อชานนฺตา อสทฺธมฺมสฺสวน-ธารณ-ปริจย-มนสิการวิปลฺลตฺถพุทฺธิกา สทฺธมฺมสฺสวน-ธารณ-ปริจยวิมุขา จ ภววิโมกฺเขสิโน วิเนยฺยา อิมิสฺสา เทสนาย ภาชนํ.

ปิณฺฑตฺถา ปน ‘‘อปฺปติฏฺฐํ อนายูห’’นฺติ ปททฺวเย จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานานุโยควเสน โยนิโสมนสิการพหุลีกาโร กุสลมูลสมาโยโค โอลียนาติธาวนาวิสฺสชฺชนํ อุปายวินิพนฺธวิธมนํ มิจฺฉาภินิเวสทูรีภาโว ตณฺหาวิชฺชาวิโสธนํ วฏฺฏตฺตยวิจฺเฉทนุปาโย อาสโวฆ-โยค-คนฺถาคติ-ตณฺหุปฺปาทุปาทานวิโยโค เจโตขิลวิเวจนํ อภินนฺทนนิวารณํ สํสคฺคาติกฺกโม วิวาทมูลปริจฺจาโค อกุสลกมฺมปถวิทฺธํสนํ มิจฺฉตฺตาติวตฺตนํ อนุสยมูลจฺเฉโท. สพฺพกิเลส-ทรถปริฬาห-สารมฺภปฏิปฺปสฺสมฺภนํ ทสฺสนสวนนิทฺเทโส วิชฺชูปมวชิรูปมธมฺมาปเทโส อปจยคามิธมฺมวิภาวนา ปหานตฺตยทีปนา สิกฺขตฺตยานุโยโค สมถวิปสฺสนานุฏฺฐานํ ภาวนาสจฺฉิกิริยาสิทฺธิ สีลกฺขนฺธาทิปาริสุทฺธีติ เอวมาทโย เวทิตพฺพา.

ตตฺถ เยสํ กิเลสาทีนํ วเสน ปติฏฺฐาติ สํสีทติ, เยสญฺจ อภิสงฺขาราทีนํ วเสน อายูหติ นิพฺพุยฺหติ, อุภยเมตํ สมุทยสจฺจํ, ตปฺปภาวิตา ตทุภยนิสฺสิตา จ ขนฺธา ทุกฺขสจฺจํ, ตทุภยมตฺโถ, ‘‘อปฺปติฏฺฐํ อนายูห’’นฺติ อธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส ปฏิจฺฉนฺนํ กตฺวา เทสนา อุปาโย มานนิคฺคณฺหนวเสน ตสฺสา เทวตาย สจฺจาภิสมยการณภาวโต ปติฏฺฐานายูหนปฏิกฺเขโปปเทเสน จตุโรฆนิรตฺถรณตฺถิเกหิ อนฺตทฺวยรหิตา มชฺฌิมา ปฏิปตฺติ ปฏิปชฺชิตพฺพาติ อยเมตฺถ ภควโต อาณตฺตีติ อยํ เทสนาหาโร.

ปรสํสยปกฺขนฺทนตาย ญาตุกามตาย จ กถํ นูติ ปุจฺฉาวเสน วุตฺตํ? อภิมุขภาวโต เอกปุคฺคลภาวโต จ ‘‘ตฺว’’นฺติ วุตฺตํ. ปรมุกฺกํสคตสฺส ครุภาวสฺส อนญฺญโยคฺยสฺส สทฺธมฺมธุรสฺส ปริทีปนโต สาธูติ มริสสีลาทิคุณตาย ‘‘มาริสา’’ติ วุตฺตํ. อวหนนโต ราสิภาวโต จ ‘‘โอฆ’’นฺติ วุตฺตํ. ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส อตฺถสฺส กตตฺตา ปริโยสาปิตตฺตา ‘‘อิตี’’ติ วุตฺตํ. สํสีทนลกฺขณสฺส ปติฏฺฐานสฺส อกาตพฺพโต สพฺพโส จ อกตตฺตา. ‘‘อปฺปติฏฺฐ’’นฺติ วุตฺตํ. ตยิทํ อกรณํ เอกํสิกนฺติ โขติ อวธารณวเสน วุตฺตํ. ตสฺส จ อปฺปติฏฺฐานสฺส สสนฺตติคตตฺตา ‘‘ตฺว’’นฺติ จ ปุจฺฉิตตฺตา ‘‘อห’’นฺติ วุตฺตํ. เทวตาย สมฺโพธนโต ปิยาลปนโต จ, ‘‘อาวุโส’’ติ วุตฺตํ. นิพฺพุยฺหนลกฺขณสฺส อายูหนสฺส อกาตพฺพโต สพฺพโส จ อกตตฺตา อนายูหนฺติ วุตฺตํ. ติณฺณาการสฺส โอฆานํ อนิจฺฉิตภาวโต เอว ตตฺถ สํสยสฺส อนปคตตฺตา โอฆตรณสฺส จ อวิเสสตฺตา ‘‘ยถา กถํ ปนา’’ติ วุตฺตํ. ตถา สํสีทนลกฺขณํ ปติฏฺฐานํ สํสาเร จ สณฺฐานนฺติ อนตฺถนฺตรตฺตา อภินฺนกาลิกํ. ตถา นิพฺพุยฺหนลกฺขณํ อายูหนํ สมฺมาปฏิปตฺติยา อติวตฺตนนฺติ อนตฺถนฺตรตฺตา อภินฺนกาลิกนฺติ วุตฺตํ ‘‘ยทา สฺวาหํ…เป… ตทาสฺสุ นิพฺพุยฺหามี’’ติ. ตทุภยสฺส ปฏิปกฺขภาวโต ปฏิพาหนโต จ โอฆาติณฺณาติ วุตฺตํ ‘‘เอวํ ขฺวาหํ…เป… โอฆมตริ’’นฺติ.

เอกพุทฺธนฺตรนฺตริกตฺตา สุทูรกาลิกตาย ‘‘จิรสฺส’’นฺติ วุตฺตํ. อนฺตรา อทิฏฺฐปุพฺพตาย วิมฺหยนียตาย จ ‘‘วตา’’ติ วุตฺตํ. ตทา อุปลพฺภมานตาย อตฺตปจฺจกฺขตาย จ ‘‘ปสฺสามี’’ติ วุตฺตํ. พาหิตปาปโต พฺรหฺมสฺส จ อริยมคฺคสฺส อณนโต ปฏิวิชฺฌนโต ‘‘พฺราหฺมณ’’นฺติ วุตฺตํ. กิเลสสนฺตาปวูปสมนโต ทุกฺขสนฺตาปวูปสมนโต จ สพฺพโส นิพฺพุตตฺตา ‘‘ปรินิพฺพุต’’นฺติ วุตฺตํ. ตรณปโยคสฺส นิพฺพตฺติตตฺตา อุปริ ตริตพฺพาภาวโต จ ‘‘ติณฺณ’’นฺติ วุตฺตํ. ญาณจกฺขุนา โอโลเกตพฺพโต ลุชฺชนโต ปลุชฺชนโต จ ‘‘โลเก’’ติ วุตฺตํ. วิสเยสุ สญฺชนโต ชาตภาวโต ‘‘วิสตฺติก’’นฺติ วุตฺตํ. ญาณสฺส ปจฺจกฺขภาวโต นิคมนโต จ ‘‘อิท’’นฺติ วุตฺตํ. ภาสิตตฺตา ปริสมตฺตตฺตา จ ‘‘อโวจา’’ติ วุตฺตํ. ปฐมํ คหิตตฺตา ปจฺจามสนโต จ ‘‘สา เทวตา’’ติ วุตฺตํ. ปฏิกฺเขปสฺส อภาวโต อตฺถสฺส อนุโมทิตพฺพโต ‘‘สมนุญฺโญ’’ติ วุตฺตํ. วิเนยฺยานํ สาสนโต ปรมตฺถสมฺปตฺติโต จ ‘‘สตฺถา’’ติ วุตฺตํ. จกฺขุปถาติกฺกเมน ติโรภาวูปคมนโต ‘‘อนฺตรธายี’’ติ วุตฺตนฺติ อยํ อนุปทวิจยโต วิจยหาโร.

อปฺปติฏฺฐานานายูหเนหิ โอฆตรณํ ยุชฺชติ กิเลสาภิสงฺขารวิชหเนน ปารสมฺปตฺติสมิชฺฌนโต. สพฺพกิเลส-ตณฺหาทิฏฺฐิ-ตณฺหายตน-สสฺสตาทิวเสน สนฺติฏฺฐโต สํสาเร สํสีทนํ โหตีติ ยุชฺชติ การณสฺส สุปฺปติฏฺฐิตภาวโต. อภิสงฺขรณกิจฺเจ กิเลสาภิสงฺขาเร วิชฺชมาเน สพฺพทิฏฺฐาภินิเวส-อติธาวนาภินิเวสาทีนํ วเสน อายูหนฺตสฺส สํสารมโหเฆน นิพฺพุยฺหนํ โหตีติ ยุชฺชติ สมฺมาปฏิปตฺติยา อติวตฺตนโต. พฺรหฺมสฺส อริยมคฺคสฺส อณนโต ปฏิวิชฺฌนโต พฺราหฺมณภาโว ยุชฺชฺชติ พาหิตปาปตฺตา. สมฺมเทว สนฺตธมฺมสมธิคมโต ปรินิพฺพุตภาโว ยุชฺชติ สพฺพโส สวาสนปหีนกิเลสตฺตา. ตถา จ วิสตฺติกาย ติณฺณภาโว ยุชฺชติ ยถา ยาย เลโสปิ น ทิสฺสติ, เอวํ อคฺคมคฺเคน ตสฺสา สมุจฺฉินฺนตฺตาติ อยํ ยุตฺติหาโร.

กิเลสวฏฺฏวเสน ปติฏฺฐานํ วิเสสโต กมฺมวฏฺฏสฺส ปทฏฺฐานํ. อภิสงฺขารวเสน อายูหนญฺจ วิปากวฏฺฏสฺส ปทฏฺฐานํ. อปฺปติฏฺฐานานายูหนานิ โอฆตรณสฺส ปทฏฺฐานํ, โอฆตรณํ อนุปาทิเสสนิพฺพานสฺส. ตณฺหาวเสน ปติฏฺฐานสฺส อสฺสาทานุปสฺสิตา ปทฏฺฐานํ. เตนาห ภควา – ‘‘สํโยชนิเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน ตณฺหา ปวฑฺฒตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๕๒, ๕๖).

ขนฺธาวิชฺชา-ผสฺส-สญฺญา-วิตกฺกาโยนิโสมนสิการ-ปาปมิตฺตปรโตโฆสา ทิฏฺฐิวเสน ปติฏฺฐานสฺส ปทฏฺฐานํ. ยถาห – ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๔) ‘‘ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, อวิชฺชาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติอาทิ. ตณฺหาทิฏฺฐาภินนฺทนอวเสสกิเลสาภิสงฺขารวเสน อายูหนสฺส ปทฏฺฐานํ. อิมินา นเยน ยถารหํ ตณฺหาทิฏฺฐาทิวเสน ปติฏฺฐานายูหนานํ ปทฏฺฐานภาโว วตฺตพฺโพ. เสสเมตฺถ ปาฬิโต เอว สุนิทฺธาริยํ. อยํ ปทฏฺฐานหาโร.

อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ ปติฏฺฐานายูหนปฏิกฺเขเปน วิสฺสชฺเชนฺเตน นิยฺยานาวหา สมฺมาปฏิปตฺติ คหิตา เอกนฺตโต โอฆนิตฺถรณูปายภาวโต. ตคฺคหเณน จ สพฺเพปิ สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา คหิตา โหนฺติ นิยฺยานลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตาติ อยํ ลกฺขณหาโร.

นิทานมสฺสา เทวตาย โอฆตรณาการสฺส ยาถาวโต อนวโพโธติ วุตฺโตวายมตฺโถ. อญฺเญปิ เย อิมํ เทสนํ นิสฺสาย โอฆตรณูปายํ ปฏิวิชฺฌนฺติ, เตปิ อิมิสฺสา เทสนาย นิทานนฺติ ทฏฺฐพฺพา. ‘‘กถํ นุ โข อิมํ เทสนํ นิสฺสาย สมฺมเทว ปฏิวิชฺฌนฺตา จตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ ตรนฺตา สกลสํสารมโหฆโต นิตฺถเรยฺยุํ, ปเร จ ตตฺถ ปติฏฺฐเปยฺยุ’’นฺติ อยเมตฺถ ภควโต อธิปฺปาโย. ปทนิพฺพจนํ นิรุตฺตํ, ตํ ‘‘เอว’’นฺติอาทินิทานปทานํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิปาฬิปทานญฺจ อฏฺฐกถาย ตสฺสา ลีนตฺถวณฺณนาย จ วุตฺตนยานุสาเรน สุกรตฺตา อติวิตฺถารภเยน น วิตฺถารยิมฺห.

ปท-ปทตฺถ-เทสนา-นิกฺเขป-สุตฺตสนฺธิ-วเสน ปญฺจวิธา สนฺธิ. ตตฺถ ปทสฺส ปทนฺตเรน สมฺพนฺโธ ปทสนฺธิ. ตถา ปทตฺถสฺส ปทตฺถนฺตเรน สมฺพนฺโธ ปทตฺถสนฺธิ, โย ‘‘กิริยาการกสมฺพนฺโธ’’ติ วุตฺโต. นานานุสนฺธิกสฺส ตํตํอนุสนฺธีติ สมฺพนฺโธ, เอกานุสนฺธิกสฺส ปน ปุพฺพาปรสมฺพนฺโธ เทสนาสนฺธิ, ยา อฏฺฐกถายํ ‘‘ปุจฺฉานุสนฺธิ อชฺฌาสยานุสนฺธิ ยถานุสนฺธี’’ติ ติธา วิภตฺตา. อชฺฌาสโย เจตฺถ อตฺตชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโยติ ทฺวิธา เวทิตพฺโพ. นิกฺเขปสนฺธิ จตุนฺนํ สุตฺตนิกฺเขปานํ วเสน เวทิตพฺพา. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปปญฺจสูทนีฏีกายํ วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ. สุตฺตสนฺธิ อิธ ปฐมนิกฺเขปวเสน เวทิตพฺพา.

‘‘กสฺมา ปเนตฺถ โอฆตรณสุตฺตเมว ปฐมํ นิกฺขิตฺต’’นฺติ นายมนุโยโค กตฺถจิ น ปวตฺตติ? อปิจ ‘‘อปฺปติฏฺฐํ อนายูหํ โอฆมตริ’’นฺติ ปติฏฺฐานายูหนปฏิกฺเขปวเสน อนฺตทฺวยวิวชฺชนมุเขน วา มชฺฌิมาย ปฏิปทาย วิภาวนโต สพฺพปฐมมิทํ สุตฺตํ อิธ นิกฺขิตฺตํ. อนฺตทฺวยํ อนุปคมฺม มชฺฌิมาย ปฏิปตฺติยา สงฺกาสนปรญฺหิ พุทฺธานํ สาสนนฺติ. ยํ ปน เอกิสฺสา เทสนาย เทสนนฺตเรน สทฺธึ สํสนฺทนํ, อยมฺปิ เทสนาสนฺธิ. สา อิธ เอวํ เวทิตพฺพา –

‘‘อปฺปติฏฺฐํ…เป… อนายูหํ โอฆมตริ’’นฺติ อยํ เทสนา –

‘‘สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน, ปญฺญวา สุสมาหิโต;

อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโต, โอฆํ ตรติ ทุตฺตรํ.

‘‘วิรโต กามสญฺญาย, รูปสํโยชนาติโค;

นนฺทีราคปริกฺขีโณ, โส คมฺภีเร น สีทติ; (สํ. นิ. ๑.๙๖);

สทฺธาย ตรติ โอฆํ, อปฺปมาเทน อณฺณวํ. (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๖);

‘‘ปญฺจ ฉินฺเท ปญฺจ ชเห, ปญฺจ จุตฺตริ ภาวเย;

ปญฺจสงฺคาติโค ภิกฺขุ, โอฆติณฺโณติ วุจฺจติ. (สํ. นิ. ๑.๕; ธ. ป. ๓๗๐);

‘‘ตสฺมา ชนฺตุ สทา สโต, กามานิ ปริวชฺชเย;

เต ปหาย ตเร โอฆํ, นาวํ สิตฺวาว ปารคู. (สุ. นิ. ๗๗๗; มหานิ. ๖; เนตฺติ. ๕);

‘‘เอกายนํ ชาติขยนฺตทสฺสี, มคฺคํ ปชานาติ หิตานุกมฺปี;

เอเตน มคฺเคน ตรึสุ ปุพฺเพ, ตริสฺสนฺติ เย จ ตรนฺติ โอฆ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๕.๓๘๔, ๔๐๙; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๗; ปฐมวคฺค ๑๒๑; เนตฺติ. ๑๗๐) –

เอวมาทีหิ เทสนาหิ สํสนฺทตีติ อยํ จตุพฺยูโห หาโร.

อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ เอตฺถ สํกิเลสวเสน ปติฏฺฐานํ อายูหนญฺจ. เตน อโยนิโสมนสิกาโร ทีปิโต, สนฺตกิเลสวเสน อนายูหเนน โยนิโสมนสิกาโร. ตตฺถ อโยนิโสมนสิกโรโต ตณฺหาวิชฺชา ปวฑฺฒติ. เตสุ ตณฺหาคหเณน จ ตณฺหามูลกา ธมฺมา อาวตฺตนฺติ. อวิชฺชาคหเณน อวิชฺชามูลกํ สพฺพํ ภวจกฺกํ อาวตฺตติ. โยนิโสมนสิการคฺคหเณน จ โยนิโสมนสิการมูลกา ธมฺมา อาวตฺตนฺติ จตุพฺพิธญฺจ สมฺปตฺติจกฺกํ. ปติฏฺฐานายูหนปฏิกฺเขเปน ปน สมฺมาปฏิปตฺติ ทีปิตา, สา จ สงฺเขปโต สีลาทิสงฺคหา. ตตฺถ สีลคฺคหเณน เอกาทส สีลานิสํสา อาวตฺตนฺติ, สมาธิคฺคหเณน ปญฺจงฺคิโก สมฺมาสมาธิ ปญฺจญฺญาณิโก สมฺมาสมาธิ สมาธิปริกฺขารา จ อาวตฺตนฺติ. ปญฺญาคหเณน ปญฺญา จ สมฺมาทิฏฺฐีติ สมฺมาทิฏฺฐิสุทสฺสนา สพฺเพปิ อริยมคฺคธมฺมา อาวตฺตนฺตีติ อยํ อาวตฺโต หาโร.

ปติฏฺฐานํ กิเลสาทิวเสน สตฺตวิธํ. อายูหนํ อภิสงฺขาราทิวเสน สตฺตวิธํ. ตถา ตปฺปฏิปกฺขโต อปฺปติฏฺฐานํ อนายูหนญฺจ. อยเมตฺถ ธมฺมวิภตฺติ. ปทฏฺฐานภูมิวิภตฺติโย ปน เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพา. อยํ วิภตฺติหาโร.

ปุพฺพภาคปฺปฏิปทํ สมฺมเทว สมฺปาเทตฺวา สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ กตฺวา ภาวนํ อุสฺสกฺเกนฺโต กิเลสาทีนํ ทูรีกรณโต เตสํ วเสน อสํสีทนฺโต อนิพฺพุยฺหนฺโต อปฺปติฏฺฐํ อนายูหํ โอฆํ ตรติ. กิเลสาทีนํ วเสน ปน สํสีทนฺโต นิพฺพุยฺหนฺโต สํสาเร ปติฏฺฐานโต อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยา อายูหนโต โอฆํ น ตรตีติ อยํ ปริวตฺโต หาโร.

อปฺปติฏฺฐํ อสนฺติฏฺฐนฺโต อสํสีทนฺโต อนิพฺพิสํ อนวินิพฺพิสนฺติ ปริยายวจนํ, อนายูหํ อนิพฺพุยฺหนฺโต อเจเตนฺโต อปกปฺเปนฺโตติ ปริยายวจนํ, โอฆํ กิเลสสมุทฺทนฺติ ปริยายวจนํ, อตริ อติกฺกมิ อจฺจวายีติ ปริยายวจนํ. อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ ปริยายวจนํ เวทิตพฺพนฺติ อยํ เววจโน หาโร.

อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ เอตฺถ ปติฏฺฐํ อายูหนฺติ กิเลสานํ กิจฺจกรณปญฺญตฺติ. ปริยุฏฺฐานานํ วิภาวนปญฺญตฺติ. อภิสงฺขารานํ วิรุหนปญฺญตฺติ. ตณฺหาย อสฺสาทปญฺญตฺติ. ทิฏฺฐิยา ปรินิปฺผนฺทนปญฺญตฺติ. ภวทิฏฺฐิยา ภวาภินิเวสปญฺญตฺติ. วิภวทิฏฺฐิยา วิปลฺลาสปญฺญตฺติ. กามสุขานุโยคสฺส กาเมสุ อนุคิชฺฌนปญฺญตฺติ. อตฺตกิลมถานุโยคสฺส อตฺตปริตาปนปญฺญตฺติ. อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ ปน อภิญฺเญยฺยธมฺมานํ อภิญฺญาปญฺญตฺติ. ปริญฺเญยฺยธมฺมานํ ปริญฺญาปญฺญตฺติ. โอฆมตรินฺติ ปหาตพฺพธมฺมานํ ปหานปญฺญตฺติ. มคฺคสฺส ภาวนาปญฺญตฺติ. นิโรธสฺส สจฺฉิกิริยาปญฺญตฺตีติ อยํ ปญฺญตฺติหาโร.

อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ เอตฺถ ปติฏฺฐานายูหนคฺคหเณน โอฆคฺคหเณน จ สมุทยสจฺจํ คหิตํ. อปฺปติฏฺฐํ อนายูหํ อตรินฺติ ปน ปทตฺตเยน มคฺคสจฺจํ คหิตํ, เหตุคหเณน จ เหตุมโต คหณํ สิทฺธเมวาติ ทุกฺขนิโรธสจฺจานิ อตฺถโต คหิตาเนวาติ อยํ สจฺเจหิ โอตรณา. ตตฺถ เย โลกิยา ปญฺจกฺขนฺธา, เยสํ วเสน ปติฏฺฐานายูหนสิทฺธิ. เย โลกุตฺตรา จตฺตาโร ขนฺธา, เยสํ วเสน โอฆตรณสิทฺธิ. อยํ ขนฺธมุเขน โอตรณา. เย เอว ปญฺจกฺขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ อฏฺฐารส ธาตุโย, เต จตฺตาโร ขนฺธา ทฺวายตนานิ เทฺว ธาตุโยติ อยํ อายตนมุเขน ธาตุมุเขน จ โอตรณา. ตถา อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ เอตฺถ ปติฏฺฐานายูหนคฺคหเณน กิเลสาภิสงฺขาราทีนํ คหณํ. กิเลสาภิสงฺขาราทโย โอฆา จ สงฺขารกฺขนฺธา ธมฺมายตนํ ธมฺมธาตุ จ, อปฺปติฏฺฐานานายูหนคฺคหเณน โอฆตรณวจเนน จ สห วิปสฺสนาย มคฺโค กถิโต. เอวญฺจ สงฺขารกฺขนฺโธ ธมฺมายตนํ ธมฺมธาตุ จ คหิตาติ เอวมฺปิ ขนฺธมุเขน อายตนมุเขน ธาตุมุเขน โอตรณา. วิปสฺสนา เจ อนิจฺจานุปสฺสนา, อนิมิตฺตมุเขน วิโมกฺขมุขํ, ทุกฺขานุปสฺสนา เจ, อปฺปณิหิตวิโมกฺขมุขํ, อนตฺตานุปสฺสนา เจ, สุญฺญตวิโมกฺขมุขนฺติ เอวํ วิโมกฺขมุเขน โอตรณํ. มคฺเค เสกฺขา สีลกฺขนฺธาทโย ธมฺมายตนธมฺมธาตู อนาสวา จ เอวมฺปิ โข ขนฺธาทิมุเขน โอตรณาติ อยํ โอตรโณ หาโร.

อปฺปติฏฺฐนฺติ อารมฺโภ. อนายูหนฺติ ปทสุทฺธิ, โน อารมฺภสุทฺธิ, ตถา โอฆนฺติ. อตรินฺติ ปน ปทสุทฺธิ เจว อารมฺภสุทฺธิ จาติ อยํ โสธโน หาโร.

อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ ตณฺหาทิฏฺฐิอาทิวเสน ปติฏฺฐานายูหนานํ สาธารณโต ปฏิกฺเขปโจทนาติ กตฺวา โอฆมตรินฺติ ตํ วิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ. โอฆตรณญฺหิ จตฺตาโร อริยมคฺคา. ตตฺถ ปฐมทุติยมคฺคา อวิเสเสน ทิฏฺโฐฆตรณํ, ตติยมคฺโค กาโมฆตรณํ, อคฺคมคฺโค เสโสฆตรณนฺติ อยํ อธิฏฺฐาโน หาโร.

กิเลสวเสน ปติฏฺฐานสฺส อโยนิโสมนสิกาโร เหตุ. อภิสงฺขารวเสน อายูหนสฺส กิเลสา เหตู. อปฺปติฏฺฐานานายูหนานํ ปน ยถากฺกมํ โยนิโสมนสิการปหานานิ เหตู. สํโยชนิเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสนา ตณฺหาวเสน ยถารหํ ตสฺส เหตู. เตนาห ภควา – ‘‘สํโยชนิเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน ตณฺหา ปวฑฺฒตี’’ติ. ขนฺธาวิชฺชาผสฺสสญฺญาวิตกฺกาโยนิโสมนสิการปาปมิตฺตปรโตโฆสา ทิฏฺฐิวเสน ปติฏฺฐานสฺส เหตู. เตนาห – ปฏิสมฺภิทามคฺเค ‘‘ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, อวิชฺชาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติอาทิ. ตณฺหาภินนฺทนา อวเสสกิเลสาภิสงฺขารวเสน อายูหนสฺส เหตู. อิมินา นเยน ยถารหํ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ปติฏฺฐานายูหนานํ เหตุวิภาโค นิทฺธาเรตพฺโพ, ตพฺพิปริยาเยน อปฺปติฏฺฐานานายูหนานํ. กิเลสุปฺปาทเน หิ สมฺมเทว อาทีนวทสฺสนํ อปฺปติฏฺฐานสฺส เหตู, อภิสงฺขรเณ อาทีนวทสฺสนํ อนายูหนสฺส เหตู, วิปสฺสนาย อุสฺสุกฺกาปนํ โอฆตรณสฺส เหตูติ อยํ ปริกฺขาโร หาโร.

ยถาวุตฺตวิภาเคหิ ปติฏฺฐานายูหเนหิ จตุพฺพิธสฺสปิ โอฆสฺส ปริสุทฺธิ. อปฺปติฏฺฐานานายูหเนหิ ปน โสตานํ สํวโร สพฺพโส ปิธานญฺจาติ จตุพฺพิธสฺสปิ โอฆสฺส วิเสสโต ปิธานํ อปฺปวตฺติกรณํ. อริยมคฺคสฺส ภาวนาย หิ กิเลสวเสน ปติฏฺฐานํ อภิสงฺขารวเสน อายูหนํ อุปจฺฉินฺนํ, ตสฺส สพฺเพปิ โอฆา ติณฺณา สมฺมติณฺณา ปหีนา โหนฺตีติ อยํ สมาโรปโน หาโร.

อปฺปติฏฺฐํ อนายูหนฺติ เอตฺถ ปติฏฺฐาคหเณน ตณฺหาวิชฺชา คหิตา. ตาสํ หิ วเสน สตฺโต ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปติฏฺฐาติ. อายูหนคฺคหเณน ตปฺปจฺจยา อภิสงฺขารธมฺมา คหิตา. ตตฺถ ตณฺหาย วิเสสโต รูปธมฺมา อธิฏฺฐานํ, อวิชฺชาย อรูปธมฺมา. เตสํ ยถากฺกมํ สมโถ จ วิปสฺสนา จ ปฏิปกฺขา, เต ‘‘อปฺปติฏฺฐํ อนายูหํ โอฆมตริ’’นฺติ ปเทหิ ปกาสิตา โหนฺติ, เตสุ สมถสฺส เจโตวิมุตฺติ ผลํ, วิปสฺสนาย ปญฺญาวิมุตฺติ. ตถา หิ สา ‘‘ราควิราคา อวิชฺชาวิราคา’’ติ วิเสเสตฺวา วุจฺจติ. ตตฺถ ตณฺหาวิชฺชา อภิสงฺขาโร จ สมุทยสจฺจํ, เตสํ อธิฏฺฐานภูตา รูปารูปธมฺมา ทุกฺขสจฺจํ, เตสํ อปฺปวตฺติ นิโรธสจฺจํ, นิโรธปชานนา ปฏิปทา โอฆตรณปริยาเยน วุตฺตา มคฺคสจฺจํ. ตณฺหาคหเณน เจตฺถ มายา-สาเฐยฺยมานาติมาน-มทปฺปมาท-ปาปิจฺฉตา-ปาปมิตฺตตา-อหิริกาโนตฺตปฺปาทิวเสน อกุสลปกฺโข เนตพฺโพ. อวิชฺชาคหเณน วิปรีตมนสิการ-โกธูปนาห-มกฺขปฬาส-อิสฺสามจฺฉริย-สารมฺภ- โทวจสฺสตา-ภวทิฏฺฐิอาทิวเสน อกุสลปกฺโข เนตพฺโพ. วุตฺตวิปริยาเยน อมายาอสาเฐยฺยาทิอวิปรีตมนสิการาทิวเสน. ตถา สมถปกฺขิยานํ สทฺธินฺทฺริยานํ วิปสฺสนาปกฺขิยานํ อนิจฺจสญฺญาทีนญฺจ วเสน โวทานปกฺโข เนตพฺโพติ อยํ นนฺทิยาวตฺตสฺส นยสฺส ภูมิ.

ตถา วุตฺตนเยน คหิเตสุ ตณฺหาวิชฺชาตปฺปกฺขิยธมฺเมสุ ตณฺหา โลโภ, อวิชฺชา โมโห, อวิชฺชาย สมฺปยุตฺโต โลหิเต สติ ปุพฺโพ วิย ตณฺหาย สติ สิชฺฌมาโน อาฆาโต โทโส อิติ ตีหิ อกุสลมูเลหิ คหิเตหิ, ตปฺปฏิปกฺขโต ‘‘อปฺปติฏฺฐ’’นฺติอาทิวจเนหิ จ ตีณิ อกุสลมูลานิ ตีณิ กุสลมูลานิ จ สิทฺธานิ เอว โหนฺติ. อิธาปิ โลโภ สพฺพานิ สาสวกุสลมูลานิ อายูหนธมฺมา จ สมุทยสจฺจํ, ตนฺนิพฺพตฺตา เตสํ อธิฏฺฐานโคจรภูตา จ อุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขสจฺจนฺติอาทินา สจฺจโยชนา โยเชตพฺพา. ผลํ ปเนตฺถ วิโมกฺขตฺตยวเสน นิทฺธาเรตพฺพํ, ตีหิ อกุสลมูเลหิ ติวิธทุจฺจริต-สํกิเลสมลวิสมอกุสลสญฺญา-วิตกฺกาทิวเสน อกุสลปกฺโข เนตพฺโพ, ตถา ตีหิ กุสลมูเลหิ ติวิธสุจริต-สมกุสลสญฺญา-วิตกฺก-สมาธิ-วิโมกฺขมุขาทิวเสน โวทานปกฺโข เนตพฺโพติ อยํ ติปุกฺขลสฺส นยสฺส ภูมิ.

ตถา วุตฺตนเยน คหิเตสุ ตณฺหาวิชฺชาตปฺปกฺขิยธมฺเมสุ วิเสสโต ตณฺหาทิฏฺฐีนํ วเสน อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ, ทุกฺเข ‘‘สุข’’นฺติ จ วิปลฺลาสา, อวิชฺชาทิฏฺฐีนํ วเสน ‘‘อนิจฺเจ นิจฺจ’’นฺติ อนตฺตนิ ‘‘อตฺตา’’ติ วิปลฺลาสา เวทิตพฺพา. เตสํ ปฏิปกฺขโต ‘‘อปฺปติฏฺฐ’’นฺติอาทิวจเนหิ จ ลทฺเธหิ สติวีริยสมาธิปญฺญินฺทฺริเยหิ จตฺตาริ สติปฏฺฐานานิ สิทฺธาเนว โหนฺติ.

ตตฺถ จตูหิ อินฺทฺริเยหิ จตฺตาโร ปุคฺคลา นิทฺทิสิตพฺพา. กถํ? ทุวิโธ หิ ตณฺหาจริโต มุทินฺทฺริโย ติกฺขินฺทฺริโยติ, ตถา ทิฏฺฐิจริโต. เตสุ ปฐโม อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ วิปริเยสคฺคาหี สติพเลน ยถาภูตํ กายสภาวํ สลฺลกฺเขนฺโต ภาวนาพเลน ตํ วิปลฺลาสํ สมุคฺฆาเตตฺวา สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมติ. ทุติโย อสุเข ‘‘สุข’’นฺติ วิปริเยสคฺคาหี ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติอาทินา วุตฺเตน วีริยสํวรภูเตน วีริยพเลน ปฏิปกฺขํ วิโนเทนฺโต ภาวนาพเลน ตํ วิปลฺลาสํ วิทฺธํเสตฺวา สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมติ. ตติโย อนิจฺเจ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ อยาถาวคฺคาหี สมถพเลน สมาหิตจิตฺโต สงฺขารานํ ตงฺขณิกภาวํ สลฺลกฺเขนฺโต ภาวนาพเลน ตํ วิปลฺลาสํ สมุคฺฆาเตตฺวา สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมติ. จตุตฺโถ สนฺตติ-สมูห-กิจฺจารมฺมณ-ฆนวญฺจิตตาย ผสฺสาทิธมฺมปุญฺชมตฺเต อนตฺตนิ ‘‘อตฺตา’’ติ มิจฺฉาภินิเวสี จตุโกฏิกสุญฺญตามนสิกาเรน ตํ มิจฺฉาภินิเวสํ วิทฺธํเสตฺวา สามญฺญผลํ สจฺฉิกโรติ. สุภสญฺญาสุขสญฺญาทีหิ จตูหิ วา วิปลฺลาเสหิ สมุทยสจฺจํ, เตสมธิฏฺฐานารมฺมณภูตา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขสจฺจนฺติอาทินา สจฺจโยชนา เวทิตพฺพา. ผลํ ปเนตฺถ จตฺตาริ สามญฺญผลานิ, จตูหิ เจตฺถ วิปลฺลาเสหิ จตุราสโวฆโยค-กายคนฺถ-อคติ-ตณฺหุปฺปาทุปาทาน-สตฺตวิญฺญาณฏฺฐิติ-อปริญฺญาทิวเสน อกุสลปกฺโข เนตพฺโพ, ตถา จตูหิ สติปฏฺฐาเนหิ จตุพฺพิธฌาน-วิหาราธิฏฺฐาน-สุขภาคิยธมฺม-อปฺปมญฺญาสมฺมปฺปธานิทฺธิปาทาทิวเสน โวทานปกฺโข เนตพฺโพติ อยํ สีหวิกฺกีฬิตสฺส นยสฺส ภูมิ.

อิเมสํ ปน ติณฺณํ อตฺถนยานํ สิทฺธิยา โวหารนยทฺวยํ สิทฺธเมว โหติ. ตถา หิ อตฺถนยานํ ทิสาภูตธมฺมาโลจนํ ทิสาโลจนํ, เตสํ สมานยนํ องฺกุโสติ ปญฺจปิ นยา อิธ นิยุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อิทญฺจ สุตฺตํ โสฬสวิเธ สุตฺตนฺตปฏฺฐาเน นิพฺเพธเสกฺขภาคิยํ พฺยติเรกมุเขน ปติฏฺฐานายูหนานิ คหิตานีติ สํกิเลสนิพฺเพธเสกฺขภาคิยํ จาติ ทฏฺฐพฺพํ. อฏฺฐวีสติวิเธ ปน สุตฺตนฺตปฏฺฐาเน โลกิยโลกุตฺตรํ สตฺตาธิฏฺฐานํ ญาณเญยฺยํ ทสฺสนภาวนํ สกวจนํ วิสฺสชฺชนียํ กุสลํ อนุญฺญาตนฺติ เวทิตพฺพํ.

โอฆตรณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. นิโมกฺขสุตฺตวณฺณนา

๒. ปฐมมาคตนฺติ สํวณฺณนาวเสน ปฐมสุตฺตาทีสุ ปฐมํ อาคตปทํ. อุตฺตานตฺถนฺติ ปากฏตฺถํ. อปุพฺพํเยว หิ ทุวิญฺเญยฺยตฺถญฺจ ปทํ สํวณฺเณตพฺพํ. โนติ ปุจฺฉายํ นุ-สทฺเทน สมานตฺโถ นิปาโตติ อาห ‘‘ชานาสิ โนติ ชานาสิ นู’’ติ. วฏฺฏโต นิมุจฺจนฺติ เตน สตฺตาติ นิโมกฺโข, มคฺโค. โส จ ปมุจฺจนฺติ เตนาติ ปโมกฺโข, ปมุจฺจนนฺเต ปน อธิคนฺตพฺพตฺตาผลํ ‘‘ปโมกฺโข’’ติ วุตฺตํ, ยถา อรหตฺตํ ‘‘ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย’’ติ วุตฺตํ. เตติ สตฺตา. วิวิจฺจตีติ วิสุํ อสมฺมิสฺโส โหติ, วิคจฺฉตีติ อตฺโถ. วิวิจฺจติ ทุกฺขํ เอตสฺมาติ วิเวโก. ทุติยวิกปฺเป ปน สกลวฏฺฏทุกฺขโต สตฺตา นิมุจฺจนฺติ เอตฺถ ปมุจฺจนฺติ วิวิจฺจนฺติ จาติ นิโมกฺโข ปโมกฺโข วิเวโก, นิพฺพานนฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถาติ จ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. อวธารณตฺโถ โข-กาโร ‘‘อสฺโสสิ โข’’ติอาทีสุ วิย.

นนฺทีมูลโก ภโว นนฺทีภโว ปุริมปเท อุตฺตรปทโลเปน ‘‘สากภกฺโข ปตฺถโว สากปตฺถโว’’ติ ยถา. ปฐมํ กมฺมวฏฺฏปธานํ อตฺถํ วตฺวา ปุน กิเลสกมฺมานํ วเสน อุภยปฺปธานํ อตฺถํ วทนฺโต ‘‘นนฺทิยา จา’’ติอาทิมาห. ปุริมนเยติ นนฺทีมูลโก กมฺมภโว นนฺทีภโวติ เอตสฺมึ ปกฺเข. นนฺทีภเวนาติ นนฺทีภวปเทน. ติวิธกมฺมาภิสงฺขารวเสนาติ ปุญฺญาภิสงฺขาราทิวเสน กายสงฺขาราทิวเสน จ ติปฺปการสฺส กมฺมาภิสงฺขารสฺส วเสน. สงฺขารกฺขนฺโธ คหิโต เจตนาปธานตฺตา สงฺขารกฺขนฺธสฺส. สญฺญาวิญฺญาเณหีติ ‘‘สญฺญาวิญฺญาณสงฺขยา’’ติ เอวํ วุตฺตสญฺญาวิญฺญาณปเทหิ. ตํสมฺปยุตฺตา จาติ เตน ยถาวุตฺตสงฺขารกฺขนฺเธน สมํ ยุตฺตา เอว. เทฺว ขนฺธาติ สญฺญาวิญฺญาณกฺขนฺธา.

นนุ เอตฺถ เวทนากฺขนฺโธ น คหิโตติ? โน น คหิโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตหิ ปนา’’ติอาทิมาห. ตีหิ ขนฺเธหีติ สญฺญาสงฺขารวิญฺญาณกฺขนฺเธหิ. คหิตาว อวินาภาวโต. น หิ เวทนารหิโต โกจิ จิตฺตุปฺปาโท อตฺถิ. อนุปาทิณฺณกานนฺติ กุสลากุสลานํ. น เหตฺถ กิริยาขนฺธานํ อปฺปวตฺติ อธิปฺเปตา. อปฺปวตฺติวเสนาติ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปตฺติวเสน. นิพฺพตฺตนวเสน กมฺมกิเลเสหิ อุปาทียตีติ อุปาทิ, ปญฺจกฺขนฺธา. อุปาทิโน เสโส อุปาทิเสโส, สห อุปาทิเสเสนาติ สอุปาทิเสสํ. นิพฺพานํ กถิตํ สกลกมฺมกิเลสวูปสมตฺถสฺส โชติตตฺตา. เหฏฺฐา ทฺวีหิ ปเทหิ อนุปาทิณฺณกกฺขนฺธา คหิตาติ ‘‘เวทนาน’’นฺติ เอตฺถ อุปาทิณฺณกคฺคหณํ ยุตฺตนฺติ อาห ‘‘อุปาทิณฺณกเวทนาน’’นฺติ. นิโรเธนาติ ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคนิโรธวเสน นิรุชฺฌเนน. อุปสเมนาติ อจฺจนฺตูปสเมน อปฺปวตฺตเนน. เอวญฺจ กตฺวา จ-สทฺทคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. เตสนฺติ ตสฺสา เวทนาย ตํสมฺปยุตฺตานญฺจ ติณฺณํ ขนฺธานํ. วตฺถารมฺมณวเสนาติ วตฺถุภูตานํ ฉนฺนํ อารมฺมณภูตานญฺจ สพฺเพสมฺปิ อุปาทิณฺณกรูปธมฺมานํ วเสน.

กสฺมา ปน เหฏฺฐา จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธาเยว วุตฺตา, รูปกฺขนฺโธ น คหิโตติ? วิเสสภาวโต. สอุปาทิเสสนิพฺพานปฺปตฺติยญฺหิ อุปาทิณฺณกรูปธมฺมานํ วิย อนุปาทิณฺณกรูปธมฺมานํ อปฺปวตฺติเยว นตฺถิ. ทุติยนเยติ นนฺทิยา จ ภวสฺส จาติ เอตมฺหิ ปกฺเข. นนฺทิคฺคหเณน สงฺขารกฺขนฺโธ คหิโต ตํสหจรณโต. อุปปตฺติภวสงฺขาโต รูปกฺขนฺโธติ อุปาทิณฺณกรูปธมฺมเมว วทติ. ตคฺคหเณเนว จ ตนฺนิมิตฺตกานิ อุตุอาหารชานิ, วิญฺญาณคฺคหเณน จิตฺตชานีติ จตุสนฺตติรูปสฺสเปตฺถ คหิตตา เวทิตพฺพา. สญฺญาทีหีติ สญฺญาวิญฺญาณเวทนาคหเณหิ ตโย ขนฺธา คหิตา, ตญฺจ โข อุปาทิณฺณา อนุปาทิณฺณาติ วิภาคํ อกตฺวา อวิเสสโต. อวิเสเสน หิ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อปฺปวตฺติ นิพฺพานํ. เตนาห ‘‘เอวํ…เป… นิพฺพานํ กถิตํ โหตี’’ติ. ‘‘นิพฺพาน’’นฺติ หิ อิธ อมตมหานิพฺพานํ อธิปฺเปตํ. อิมเมว จ นยนฺติ อิทํ ยถาวุตฺตํ ทุติยเมว. จตฺตาโร มหานิกาเย ธาเรตีติ จตุนิกายิโก. ภณฺฑิกนามโก เถโร ภณฺฑิกตฺเถโร. อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. นิพฺพานวเสเนวาติ ปฐมนเย สอุปาทิเสสนิพฺพานสฺส อนุปาทิเสสนิพฺพานสฺส จ, ทุติเย ปน ‘‘อมตมหานิพฺพานสฺสา’’ติ สพฺพถาปิ นิพฺพานสฺเสว วเสน ภควา เทสนํ นิฏฺฐเปสิ สมาเปสีติ.

นิโมกฺขสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อุปนียสุตฺตวณฺณนา