๕. อาทิตฺตวคฺโค
๑. อาทิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๔๑. สีสนฺติ เทสนาปเทโส, เทสนาย อญฺเญสุปิ วตฺตพฺเพสุ กสฺสจิเทว สีสภาเคน อปทิสนํ. เตนาห ‘‘ราคาทีหี’’ติอาทิ. ทาเนนาติ อตฺตโน สนฺตกสฺส ปเรสํ ปริจฺจชเนน. ตํ ปน ปริจฺจชนํ เจตนาย โหตีติ อาห ‘‘ทานเจตนายา’’ติ ทานปุญฺญเจตนาติ ทานมยา ปุญฺญเจตนา ทายกสฺเสว โหติ ตํสนฺตติปริยาปนฺนตฺตา. นีหตภณฺฑกนฺติ อาทิตฺตเคหโต พหิ นิกฺขามิตํ ภณฺฑกํ. เอตนฺติ ‘‘ทินฺนํ โหตี’’ติอาทิวจนํ. อทินฺเนติ ทานมุเข อนิยุญฺชิเต โภเค. ‘‘อนฺเตนา’’ติ ชีวิตสฺส อนฺโต อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘มรเณนา’’ติ. มมาติ ปริคฺคหิตตฺตา ปริคฺคหา, โภคา. เตปิ เกนจิ อากาเรน วินาสํ อนุปคตา มรเณน ปหียนฺติ นามาติ วุตฺตํ ‘‘โจราทีนํ วเสน อวินฏฺฐโภเค’’ติ. โสภนา อคฺคภูตา รูปาทโย เอตฺถาติ สคฺโค, ตํ สคฺคํ.
อาทิตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. กึททสุตฺตวณฺณนา
๔๒. เทฺว ตีณิ ภตฺตานิ อภุตฺวาติ เทฺว ตโย วาเร ภตฺตานิ อภุญฺชิตฺวา. อุฏฺฐาตุํ น สกฺโกตีติ อุฏฺฐาตุมฺปิ น สกฺโกตี, ปเคว อญฺญํ สรีเรน กาตพฺพกิจฺจํ ทุพฺพลภาวโต. ทุพฺพโลปิ หุตฺวาติ ภุญฺชนโต ปุพฺเพ ทุพฺพโล หุตฺวา พลสมฺปนฺโน โหติ. เอวํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ อาหารสฺส สรีเร พลวตํ อาห. ยสฺมา อนฺนโท ทายโก ปฏิคฺคาหกสฺส พลโท โหติ, ตสฺมา โส อายตึ อตฺตโน สรีเร พลโท อวินาสวเสน พลสฺส รกฺขโก จ โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘พลํ โข ปน ทตฺวา พลสฺส ภาคี โหตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๓๗) เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. สุรูโปปีติ อภิรูโปปิ. วิรูโป โหตีติ พีภจฺฉรูโป โกปีนสฺส อจฺฉนฺนตฺตา. อิทญฺจ ยานนฺติ สามญฺญโต วุตฺตํ. อุปาหนาติ สรูปโต ทสฺเสติ. อทุกฺขปฺปตฺโต หุตฺวา ยาติ วตฺตติ เอเตนาติ ยานนฺติ ฉตฺตาทีนมฺปิ ยานภาโว วุตฺโต. เตนาห ‘‘ยานโท สุขโท โหตี’’ติ. จกฺขุโท นาม โหติ จกฺขุนา กาตพฺพกิจฺเจ สหการีการณภาวโต ทีปสฺส.
‘‘สพฺเพสํเยว พลาทีนํ ทายโก โหตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตํ อตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘เทฺว ตโย คาเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิสชฺชาทิวเสน ปติสฺสยิตพฺพโต ปติสฺสโย, วิหาโร. ปกฺขิตฺตํ วิย โหติ ปริสฺสมสฺส วิโนทิตตฺตา. พหิ วิจรนฺตสฺสาติ ปติสฺสยํ อลภิตฺวา พหิ วิวฏงฺคเณ วิจรนฺตสฺส. ฌายตีติ ฌายนฺตํ โหติ, กิลมตีติ อตฺโถ. สีตุณฺหาทิวิโรธิปจฺจยวเสน สสนฺตาเน วิสภาคสนฺตติ, ตพฺพิปริยายโต สภาคสนฺตติ เวทิตพฺพา. สุขํ นาม ทุกฺขปจฺจยปริหารโต สุขปจฺจยุปฺปนฺนโต จ โหติ, ตทุภยํ ปติสฺสยวเสน ลภตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พหิ วิจรนฺตสฺส ปาเท’’ติอาทิมาห. ธมฺมปีติสุขนฺติ ธมฺมปจฺจเวกฺขเณน อุปฺปนฺนปีติสุขํ. อุปสมสุขนฺติ กิเลสานํ วูปสเมน ปวตฺตสุขํ. นิวาตํ ปิหิตวาตปานํ ปติสฺสยํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย ฐิตสฺส อนฺธกาโร โหตีติ วุตฺตํ ‘‘กูเป โอติณฺโณ วิย โหตี’’ติ. เตนาห ‘‘มญฺจปีฐาทีนิ น ปญฺญายนฺตี’’ติ. ตยิทํ พหิสมาปนฺนปริสฺสมโทเสน, น จ ปติสฺสยโทเสน. เตนาห ‘‘มุหุตฺต’’นฺติอาทิ.
น มรติ เอเตนาติ อมรณํ, นิพฺพานาธิคมาทโย. ตสฺส ทานํ ธมฺมูปเทโส, ตํ เทติ. เตนาห ‘‘โย ธมฺมํ อนุสาสตี’’ติ. ตยิทํ ธมฺมานุสาสนํ กถํ โหตีติ อาห ‘‘อฏฺฐกถ’’นฺติอาทิ. อฏฺฐกถํ กเถตีติ อวิวฏปาฐสฺส ปาฬิยา อตฺถสํวณฺณนํ กโรตีติ อตฺโถ. อนธีติโน ปน ปาฬึ วาเจติ. ตตฺถ ตตฺถ คตฏฺฐาเน ปุจฺฉิตปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ, อยํ ตาว คนฺถธุโร, ปฏิปตฺติวาสธุเร ปน กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขติ, อุภเยสมฺปิ ธมฺมสฺสวนํ กโรติ. สพฺพทานนฺติ ยถาวุตฺตอามิสทานํ อภยทานํ. ธมฺมทานนฺติ ธมฺมเทสนา. ธมฺมรตีติ สมถวิปสฺสนาธมฺเม อภิรติ. ธมฺมรโสติ สทฺธมฺมสนฺนิสฺสยํ ปีติปาโมชฺชํ.
กึททสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อนฺนสุตฺตวณฺณนา
๔๓. ปตฺเถนฺตีติ ปิเหนฺติ. ยตฺถสฺส อุปคมนํ โลเก ปากฏตรํ อโหสิ, เต อุทาหรณวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘จิตฺตคหปติสีวลิตฺเถราทิเก วิยา’’ติ อาห. อนฺนนฺติ อนฺนสญฺญิโต จตุพฺพิโธปิ ปจฺจโย. สพฺเพปิ ทายเก เอกชฺฌํ คเหตฺวา สามญฺญโต เอกวเสน ‘‘ทายกเมวา’’ติ วุตฺตํ, ยถา จาห ‘‘โก นาม โส ยกฺโข, ยํ อนฺนํ นาภินนฺทตี’’ติ? ตตฺถ ยกฺโขติ สตฺโต. สามญฺญโชตนา จ นาม ยสฺมา ปุถุอตฺถวิสยา, ตสฺมา ‘‘เย นํ ททนฺติ สทฺธาย, วิปฺปสนฺเนน เจตสา. ตเมว อนฺนํ ภชตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ม-กาโร ปทสนฺธิกโร, เต เอวาติ อตฺโถ. ทายกํ อปริจฺจชนเมว อนุคจฺฉติ จกฺกํ วิย กุพฺพรํ.
อนฺนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. เอกมูลสุตฺตวณฺณนา
๔๔. ปติฏฺฐฏฺเฐน อวิชฺชาสงฺขาตํ เอกํ มูลํ เอติสฺสาติ เอกมูลา. ตํ เอกมูลํ. ยถา สํโยชนีเยสุ อสฺสาทานุปสฺสนาวเสน ตณฺหาสมุปฺปาโท, เอวํ ตณฺหาภิภววเสน อนวโพโธติ อวิชฺชา ตณฺหาย มูลํ, ตณฺหา จ อวิชฺชาย มูลํ. อยญฺหิ นโย อุปนิสฺสยตาวเสน วุตฺโต, สหชาตวเสน จายํ อญฺญมญฺญํ มูลภาโว ปากโฏเยว. อิธ ปน อิมิสฺสํ คาถายํ อธิปฺเปตา ‘‘เอกมูล’’นฺติ สา ตณฺหา. ตตฺถ ยา ภวตณฺหา, สา สสฺสตทิฏฺฐิวเสน อาวฏฺฏติ ปริวตฺตติ, วิภวตณฺหา อุจฺเฉททิฏฺฐิวเสน, เอวํ ทฺวิราวฏฺฏํ. สหชาตโกฏิยาติ สหชาตโกฏิยาปิ, ปเคว สมฺมุยฺหํ อาปนฺนสฺส ปน วตฺตมานาย ตณฺหาย พลวภาเวน มลีนตา สิยา. อุปนิสฺสยโกฏิยาติ อุปนิสฺสยโกฏิยาว สหชาตโกฏิยา อสมฺภวโต. ปตฺถรณฏฺฐานาติ วิตฺถตา หุตฺวา ปวตฺติฏฺฐานภูมิ. เตนาห ‘‘เตสุ สา ปตฺถรตี’’ติ. สมุทฺทนฏฺเฐน สมุทฺโท. อุตฺตริตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ปตาย อลํ ปริยตฺโตติ ปาตาโล, อยํ ปน ปาตาโล วิยาติ ปาตาโล. เตนาห ‘‘อปฺปติฏฺฐฏฺเฐนา’’ติ. อคาธคมฺภีรตายาติ อตฺโถ.
เอกมูลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อโนมสุตฺตวณฺณนา
๔๕. อโนมนามนฺติ อนูนนามํ. คุณเนมิตฺติกานิ เอว หิ ภควโต นามานิ. คุณานญฺจสฺส ปริปุณฺณตาย อนูนนามนฺติ อาห ‘‘สพฺพคุณสมนฺนาคตตฺตา’’ติอาทิ. อปิจ ตถา เตวิชฺโช, ฉฬภิญฺโญติอาทีนิ นามานิ อโนมนามานิ น โหนฺติ ปริจฺฉินฺนวิสยตฺตา, ภควโต ปน สตฺถา, สพฺพญฺญู, สมฺมาสมฺพุทฺโธติอาทีนิ นามานิ อโนมนามานิ นาม มหาวิสยตฺตา อนูนภาวโต. เตนาห ‘‘อเวกลฺลนาม’’นฺติ. ขนฺธนฺตราทโยติ ขนฺธวิเสสาทิเก. ญาเณน ยาถาวโต อรณียฏฺเฐน อตฺเถ. อนฺวยปญฺญาธิคมายาติ โลกุตฺตรปญฺญาปฏิลาภาย. ปฏิปทนฺติ สมถวิปสฺสนาปฏิปทํ. กิเลสกามานํ วเสน อลฺลียิตพฺพฏฺเฐน กามา เอว อาลโย. อตีตกาเลเยว กมนตํ คเหตฺวา วุตฺตํ ‘‘กมมาน’’นฺติ. น เอตรหิ ตทภาวโตติ อาห ‘‘อตีตํ ปน อุปาทาย อิทํ วุตฺต’’นฺติ. มหานุภาวตาทินา มหนฺตานํ.
อโนมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อจฺฉราสุตฺตวณฺณนา
๔๖. ‘‘อจฺฉราคณสงฺฆุฏฺฐ’’นฺติ คาถา เทวปุตฺเตน เยนาธิปฺปาเยน คายิตา, โส อนุปุพฺพิกถาย วินา น ปญฺญายตีติ ตํ อาคมนโต ปฏฺฐาย กเถนฺโต ‘‘อยํ กิร เทวปุตฺโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สาสเนติ อิมสฺเสว สตฺถุสาสเน. กมฺมากมฺมนฺติ กมฺมวินิจฺฉยํ. อตฺถปุเรกฺขารตาย อปฺปกิจฺจตาย จ สลฺลหุกวุตฺติโก. สยนสฺส โกฏฺฐาโสติ ทิวสํ ปุริมยามญฺจ ภาวนานุโยควเสน กิลนฺตกายสฺส สมสฺสาสนตฺถํ เสยฺยาย อุปคมนภาโค อนุญฺญาโต.
อพฺภนฺตเรติ กุจฺฉิยํ ภตฺตสฺส ปริตฺตตาย สตฺถกวาตาติ ติกฺขภาเวน สตฺถกา วิย กนฺตนกา วาตา. ธุรสฺมึเยวาติ กิเลสมาเรน ยุทฺเธ เอว. วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต วา. อุปนิสฺสยมนฺทตาย อปริปกฺกญาณตาย อาสวกฺขยํ อปฺปตฺโต กาลํ กตฺวาติ โยชนา. อุปริ ฐิตนฺติ ปริกฺขารภาเวน ทิพฺพทุสฺสูปริ ฐิตํ. ตเถว อฏฺฐาสีติ ตาหิ ตถา วุตฺเตปิ ยถา ตโต ปุพฺเพ, ตเถว อฏฺฐาสิ. สุวณฺณปฏฺฏนฺติ นิพฺพุทฺเธ ปฏิชินิตฺวา ลทฺธพฺพสุวณฺณปฏฺฏํ. วีติกฺกมสฺส อกตตฺตา อสมฺภินฺเนเนว สีเลน. ยสฺมา ตสฺมึ สตฺถุ สนฺติกํ อาคจฺฉนฺเต ตาปิ เตน สทฺธึ อาคมํสุ ตสฺมา ‘‘อจฺฉราสงฺฆปริวุโต’’ติ วุตฺตํ.
สงฺโฆสิตนฺติ สงฺคมฺม โฆสิตํ, ตตฺถ ตตฺถ อจฺฉรานํ คีตสทฺทวเสน โฆสิตํ. ปิสาจคณํ กตฺวา วทติ อจฺฉนฺทราคตาย. นิยามจิตฺตตายาติ สมฺมตฺตนิยาเม นินฺนจิตฺตตาย. ครุภาเวนาติ ตาสํ วเส อวตฺตนโต ครุฏฺฐานภาเวน. ยาตฺราติ นิพฺพานํ ปติ ยาตฺรา. ตํ ปน วฏฺฏโต นิคฺคมนํ โหตีติ อาห ‘‘กถํ นิคฺคมนํ ภวิสฺสตี’’ติ.
อติสลฺเลขเตวาติ อติวิย กิเลสานํ สลฺเลขิตวุตฺติโก. อกตาภินิเวสสฺสาติ ภาวนมนนุยุตฺตสฺส อนารทฺธวิปสฺสกสฺส. การกสฺสาติ สุคโตวาทการกสฺส สมฺมาปฏิปชฺชโต. สุญฺญตาวิปสฺสนนฺติ สุญฺญตาทีปนํ วิปสฺสนํ ทุจฺจริตตณฺหาย ทูรีกรเณน เอกวิหาริตาย. เอโก มคฺโค อสฺสาติ โลกุตฺตรมคฺโค เอว อสฺส อนาคโต, ปุพฺพภาคมคฺโค ปน กตปริจโยติ อตฺโถ.
กายวงฺกาทีนนฺติ กายทุจฺจริตาทีนํ อภาวโต สมุจฺฉินฺทเนน อนุปลพฺภนโต. นตฺถิ เอตฺถ ภยํ, อสฺมึ วา อธิคเต ปุคฺคลสฺส นตฺถิ ภยนฺติ อภยํ นาม. สํสารกนฺตารํ อติกฺกมิตฺวา นิพฺพานสงฺขาตํ เขมํ อมตฏฺฐานํ คมเน สุคตสารถินา สุสชฺชิตยานภาวโต รโถ อกูชโนติ อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคว อธิปฺเปโต. ธมฺมโต อนเปตตาย อปราปรุปฺปตฺติยา จ ธมฺมจกฺเกหิ.
โอตฺตปฺปมฺปิ คหิตเมว อวินาภาวา. อปาลมฺโพติ อวสฺสโย. ปริวาโรติ ปริกฺขาโร อภิสงฺขรณโต. มคฺคสฺส กรณฏฺฐาเน ธมฺโม ตปฺปริยาปนฺนา สมฺมาทิฏฺฐิ. อนิจฺจาทิวเสนาติ อนิจฺจานุปสฺสนาทิวเสน. โสธิเตสุ วชฺฌมาเนสุ. ภูมิลทฺธวฏฺฏนฺติ ภูมิลทฺธสงฺขาตํ วฏฺฏํ. ตตฺถ วิปสฺสนาย ปวตฺติฏฺฐานภาวโต ปญฺจกฺขนฺธา ภูมิ นาม, วฏฺฏมยกมฺมภาวโต ตตฺถ อุปฺปชฺชนารหํ กิเลสชาตํ ภูมิลทฺธวฏฺฏํ. ปริชานมานาติ ปริจฺฉินฺทนวเสน สมติกฺกมวเสน ชานมานา ปฏิวิชฺฌนฺตี.
กสฺมา เทวปุตฺโต โสตาปตฺติผเลเยว ปติฏฺฐาสิ, นนุ จ สา เทสนา ภควตา จตุมคฺคปฺปธานภาเวน ปวตฺติตาติ อาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ.
อจฺฉราสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. วนโรปสุตฺตวณฺณนา
๔๗. เกสนฺติ สามิวเสน วุตฺตกสทฺโท ‘‘ธมฺมฏฺฐา สีลสมฺปนฺนา’’ติ เอตฺถ ปจฺจตฺตพหุวจนวเสน ปริณาเมตพฺโพ. อตฺถวเสน หิ วิภตฺติวิปริณาโม. เก ชนาติ เอตฺถ วา วุตฺตเกสทฺโท สีหวิโลกนนเยน อาเนตฺวา โยเชตพฺโพติ อาห ‘‘เก ธมฺมฏฺฐา, เก สีลสมฺปนฺนา’’ติ? ปุจฺฉตีติ อิมินา ตตฺถ การณมาห. ผลาทิสมฺปตฺติยา อารมนฺติ เอตฺถ สตฺตาติ อาราโม. อาราเม โรเปนฺติ นิปฺผาเทนฺตีติ อารามโรปา. วนียติ ฉายาสมฺปตฺติยา ภชียตีติ วนํ. ตตฺถ ยํ อุปวนลกฺขณํ วนํ, ตํ อารามคฺคหเณเนว คหิตนฺติ ตโปวนลกฺขณํ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สีมํ ปริกฺขิปิตฺวา’’ติอาทิมาห. วิสเมติ อุทกจิกฺขลฺเลน วิสเม ปเทเส. ปานียํ ปิวนฺติ เอตฺถาติ ปปา, ตํ ปปํ. อุทกํ ปียติ เอตฺถาติ วา ปปา. ตฬากาทีติ อาทิ-สทฺเทน มาติกํ สงฺคณฺหาติ.
อิมมตฺถํ สนฺธายาติ อิมินา กมฺมปฺปถปฺปตฺตํ ปฏิกฺขิปติ. อตฺตนา กตญฺหิ ปุญฺญํ อนุสฺสรโต ตํ อารพฺภ พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ, น ปน ยถา กตํ ปุญฺญํ สยเมว ปวฑฺฒติ. ตสฺมึ ธมฺเม ฐิตตฺตาติ ตสฺมึ อารามโรปนาทิธมฺเม ปติฏฺฐิตตฺตา. เตนปิ สีเลน สมฺปนฺนตฺตาติ เตน ยถาวุตฺตธมฺเม กตสีเล ฐตฺวา จิณฺเณน ตทญฺเญนปิ กายวาจสิกสํวรลกฺขเณน สีเลน สมนฺนาคตตฺตา. ทส กุสลา ธมฺมา ปูเรนฺติ ทุจฺจริตปริวชฺชนโต. เสสํ วุตฺตนยเมว.
วนโรปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. เชตวนสุตฺตวณฺณนา
๔๘. เอสิตคุณตฺตา เอสิยมานคุณตฺตา จ อิสี, อเสกฺขา เสกฺขกลฺยาณปุถุชฺชนา จ. อิสีนํ สงฺโฆ อิสิสงฺโฆ. อิสิสงฺเฆน นิเสวิตํ. เตนาห ‘‘ภิกฺขุสงฺฆนิเสวิต’’นฺติ.
ตํ กาเรนฺตสฺส คนฺธกุฏิปาสาทกูฏาคาราทิวเสน สินิทฺธสนฺทจฺฉายรุกฺขลตาวเสน ภูมิภาคสมฺปตฺติยา จ อนญฺญสาธารณํ อติรมณียํ ตํ เชตวนํ จิตฺตํ โตเสติ, ตถา อริยานํ นิวาสภาเวนปีติ อาห ‘‘เอวํ ปฐมคาถาย เชตวนสฺส วณฺณํ กเถตฺวา’’ติ. เตนาห ภควา – ‘‘ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ (ธ. ป. ๙๘; เถรคา. ๙๙๑). อปจยคามิเจตนา สตฺตานํ วิสุทฺธึ อาวหติ กมฺมกฺขยาย สํวตฺตนโตติ อาห ‘‘กมฺมนฺติ มคฺคเจตนา’’ติ. จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ วิทิตกรณฏฺเฐน กิเลสานํ วิชฺฌนฏฺเฐน จ วิชฺชา. มคฺคปญฺญา สมฺมาทิฏฺฐีติ อาห ‘‘วิชฺชาติ มคฺคปญฺญา’’ติ. สมาธิปกฺขิกา ธมฺมา สมฺมาวายามสติสมาธโย. ยถา หิ วิชฺชาปิ วิชฺชาภาคิยา, เอวํ สมาธิปิ สมาธิปกฺขิโก. สีลํ เอตสฺส อตฺถีติ สีลนฺติ อาห ‘‘สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ชีวิตํ อุตฺตม’’นฺติ. ทิฏฺฐิสงฺกปฺปาติ สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺปา. ตตฺถ สมฺมาสงฺกปฺปสฺส สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปการภาเวน วิชฺชาภาโว วุตฺโต. ตถา หิ โส ปญฺญากฺขนฺธสงฺคหิโตติ วุจฺจติ. ยถา จ สมฺมาสงฺกปฺปาทโย ปญฺญากฺขนฺธสงฺคหิตา, เอวํ วายามสติโย สมาธิกฺขนฺธสงฺคหิตาติ อาห ‘‘วายามสติสมาธโย’’ติ. ธมฺโมติ หิ อิธ สมาธิ อธิปฺเปโต ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๓; ม. นิ. ๓.๑๙๗; สํ. นิ. ๕.๓๗๘) วิย. วาจากมฺมนฺตาชีวาติ สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา. มคฺคปริยาปนฺนา เอว เหเต สงฺคหิตา. เตนาห ‘‘เอเตน อฏฺฐงฺคิกมคฺเคนา’’ติ.
อุปาเยน วิธินา อริยมคฺโค ภาเวตพฺโพ. เตนาห ‘‘สมาธิปกฺขิยธมฺม’’นฺติ. สมฺมาสมาธิปกฺขิยํ วิปสฺสนาธมฺมญฺเจว มคฺคธมฺมญฺจ. ‘‘อริยํ โว, ภิกฺขเว, สมฺมาสมาธึ เทเสสฺสามิ สอุปนิสํ สปริกฺขาร’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๑๓๖) หิ วจนโต สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย มคฺคธมฺมา สมฺมาสมาธิปริกฺขารา. วิจิเนยฺยาติ วีมํเสยฺย, ภาเวยฺยาติ อตฺโถ. ตตฺถาติ เหตุมฺหิ ภุมฺมวจนํ. อริยมคฺคเหตุกา หิ สตฺตานํ วิสุทฺธิ. เตนาห ‘‘ตสฺมึ อริยมคฺเค วิสุชฺฌตี’’ติ. ปญฺจกฺขนฺธธมฺมํ วิจิเนยฺยาติ ปจฺจุปฺปนฺเน ปญฺจกฺขนฺเธ วิปสฺเสยฺย. เตสุ วิปสฺสิยมาเนสุ วิปสฺสนาย อุกฺกํสคตาย ยทคฺเคน ทุกฺขสจฺจํ ปริญฺญาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌียติ, ตทคฺเคน สมุทยสจฺจํ ปหานปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌียติ, นิโรธสจฺจํ สจฺฉิกิริยาปฏิเวเธน, มคฺคสจฺจํ ภาวนาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌียตีติ เอวํ เตสุ จตูสุ สจฺเจสุ วิสุชฺฌตีติ อิมสฺมึ ปกฺเข นิมิตฺตตฺเถ เอว ภุมฺมํ, เตสุ สจฺเจสุ ปฏิวิชฺฌิยมาเนสูติ อตฺโถ.
อวธารณวจนนฺติ ววตฺถาปนวจนํ, อวธารณนฺติ อตฺโถ. ‘‘สาริปุตฺโตวา’’ติ จ อวธารณํ สาวเกสุ สาริปุตฺโตว เสยฺโยติ อิมมตฺถํ ทีเปติ ตสฺเสวุกฺกํสภาวโต. กิเลสอุปสเมนาติ อิมินา มหาเถรสฺส ตาทิโส กิเลสวูปสโมติ ทสฺเสติ. ตสฺส สาวกวิสเย ปญฺญาย ปารมิปฺปตฺติ อโหสิ. ยทิ เอวํ ‘‘โยปิ ปารงฺคโต ภิกฺขุ, เอตาวปรโม สิยา’’ติ อิทํ เตสํ พุทฺธานํ ญาณวิสเย ปญฺญาปารมิปฺปตฺตานํ วเสเนว วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อวธารณมฺปิ วิมุตฺติยา นานตฺตา ตีหิ วิมุตฺตีหิ ปารงฺคเต สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘ปารํ คโตติ นิพฺพานํ คโต’’ติอาทิ. น เถเรน อุตฺตริตโร นาม อตฺถิ ลพฺภติ, ลพฺภติ เจ, เอวเมว ลพฺเภยฺยาติ อธิปฺปาโย.
เชตวนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. มจฺฉริสุตฺตวณฺณนา
๔๙. มจฺฉริโนติ มจฺเฉรวนฺโต มจฺเฉรสมงฺคิโนติ อาห ‘‘มจฺเฉเรน สมนฺนาคตา’’ติ. มจฺเฉรํ มจฺฉริยนฺติ อตฺถโต เอกํ. น วนฺทตีติ วนฺทนมตฺตมฺปิ น กโรติ, กุโต ทานนฺติ อธิปฺปาโย. อุปฏฺฐานํ กาตุนฺติ มธุรปฏิสนฺถารํ กโรตีติ โยชนา. อิทํ ตาว มุทุมจฺฉริยํ น หทยํ วิย อตฺตานํ ทสฺเสนฺตสฺส มจฺฉริยนฺติ กตฺวา. กึ ตุยฺหํ ปาทา รุชฺชนฺติ นนุ ตุยฺหํเยว อาคตคมเนสุ ปาทา รุชฺชนฺติ, กินฺเต อิเม ฉินฺทนฺตีติ อธิปฺปาโย. สามีจิมฺปิ น กโรติ กุโต ทานนฺติ อธิปฺปาโย. ยถากมฺมํ ตํตํคติโย อรนฺติ อุปคจฺฉนฺตีติ อริยา, สตฺตา. อิเม ปน กุจฺฉิตา อริยาติ กทริยา, ถทฺธมจฺฉริโน. มจฺฉริยสทิสญฺหิ กุจฺฉิตํ สพฺพหีนํ นตฺถิ สพฺพคุณาภิภูตตฺตา โภคสมฺปตฺติอาทิสพฺพสมฺปตฺตีนํ มูลภูตสฺส ทานสฺส นิเสธโต. อิติอาทีหิ วจเนหิ. อตฺตโน อุปฆาตโกติ มจฺฉริยานุโยเคน กุสลธมฺมานํ คติสมฺปตฺติยา จ วินาสโก.
ปุญฺญปาปวเสน สมฺปเรตพฺพโต อุปคนฺตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโก. กามคุณรตีติ กามคุณสนฺนิสฺสโย อสฺสาโท. ขิฑฺฑาติ กายิกขิฑฺฑา วาจสิกขิฑฺฑา เจตสิกขิฑฺฑาติ เอวํ ติวิธา. เอส วิปาโกติ โจฬาทีนํ กิจฺฉลาโภติ เอส เอวรูโป วิปาโก. ยมโลกนฺติ ปรโลกํ. อุปปชฺชเรติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺโถ. เตน ปาฬิยํ วุตฺตํ นิรยํ ติรจฺฉานโยนิญฺจ สงฺคณฺหาติ.
ยาจนฺติ นาม อริยยาจนาย. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยาน ยาจนา’’ติ (ชา. ๑.๗.๕๙). เย สํวิภชนฺติ, เต วทญฺญู นาม ญตฺวา กตฺตพฺพกรณโต. วิมานปฺปภายาติ นิทสฺสนมตฺตํ, อุยฺยานกปฺปรุกฺขปฺปภาหิ เทวตานํ วตฺถาภรณสรีรปฺปภาหิปิ สคฺเค ปกาเสนฺติเยว. ปกาสนฺตีติ วา ปากฏา โหนฺติ, น อปายโลเก วิย อปากฏาติ อตฺโถ. ปรสมฺภเตสูติ สยํ สมฺภตํ อนาปชฺชิตฺวา ปเรเหว สมฺภริเตสุ สุขูปกรเณสุ. เตนาห ปาฬิยํ ‘‘วสวตฺตีว โมทเร’’ติ, ปรนิมฺมิตโภเคสุ วสวตฺตี เทวปุตฺตา วิย สุขสมงฺคิตาย โมทนฺตีติ อตฺโถ. เอวํ วุตฺตสมฺปราโยติ เอเต สคฺคาติ เอวํ เหฏฺฐา วุตฺตสมฺปราโย. อุภินฺนนฺติ เอเตสํ ยถาวุตฺตานํ อุภินฺนํ ทุกฺกฏสุกฏกมฺมการีนํ. ตโต จวิตฺวา ตโต นิรยสคฺคาทิโต จวิตฺวา มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺตติ. เตสุ โย มจฺฉรี มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺโต, โส ทลิทฺโท หุตฺวา ปุพฺพจริยวเสน มจฺฉรีเยว โหนฺโต ทาราทิภรณตฺถํ มจฺฉกจฺฉปาทีนิ หนฺตฺวา ปุนปิ นิรเย นิพฺพตฺโต. อิตโร สุทฺธาสโย สมิทฺโธ หุตฺวา ปุพฺพจริยาวเสน ปุนปิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺเตยฺย. เตนาห ‘‘ปุน สมฺปราเยปิ ทุคฺคติสุคติเยว โหตี’’ติ.
มจฺฉริสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ฆฏีการสุตฺตวณฺณนา
๕๐. ‘‘อุปปนฺนาเส’’ติ เส-การาคมํ กตฺวา นิทฺเทโส, ‘‘อุปปนฺนา’’อิจฺเจว อตฺโถติ อาห ‘‘นิพฺพตฺติวเสน อุปคตา’’ติ. อตฺตโน สมฺปตฺติโต อวิหานโต อวิหา, เตสํ พฺรหฺมโลโก อวิหาพฺรหฺมโลโก, ตสฺมึ. อุปปตฺติสมนนฺตรเมวาติ ปฐมโกฏฺฐาเส เอว. อรหตฺตผลวิมุตฺติยาติ อเสกฺขวิมุตฺติยา. เสกฺขวิมุตฺติยา ปน อวิหูปปตฺติโต ปเคว วิมุตฺตา. มานุสํ เทหํ สมติกฺกมนฺติ จิตฺตุปกฺกิเลสปหานวเสนาติ ผเลน เหตุทสฺสนมิทนฺติ อาห ‘‘มานุสํ เทหนฺติ อิธ…เป… วุตฺตานี’’ติ. ทิวิ ภวํ ทิพฺพํ, พฺรหฺมตฺตภาวสญฺญิตํ ขนฺธปญฺจกํ. ตตฺถ สํโยชนโกติ วุตฺตํ ‘‘ทิพฺพํ โยคนฺติ ปญฺจ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานี’’ติ. อิมสฺสาติ เทวปุตฺตสฺส. ‘‘หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ เตสํ ตฺวํ กุสลํ สพฺพาวชฺชปฺปหาเนน อนวชฺชตํ ภาสตีติ กุสลี วเทสิ. อตฺเถน สทฺทสฺส อเภโทปจารํ กตฺวา คมฺภีรวจนํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘คมฺภีรตฺถ’’นฺติ อตฺถสฺเสว คมฺภีรโต, น สทฺทสฺส. สมุจฺฉินฺนกามราคตาย สพฺพโส กามวิสยปฺปหาเนน นิรามิสพฺรหฺมจารี นาม อนาคามี. นิวาสนฏฺฐานภูโต สมาโน เอโก คาโม เอตสฺสาติ อาห ‘‘เอกคามวาสี’’ติ.
ฆฏีการสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาทิตฺตวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.